ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ ๔๖๖) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายเพื่อการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบกิจการโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
บันทึกการประชุมวุฒิสภาครั้งที่ ๑ (สมัยวิสามัญ)วันพุธที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๘ณ หองประชุมวุฒิสภา อาคารรัฐสภา ชั้น ๒ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานครเริ่มประชุมเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกาเมื่อสมาชิกฯ มาครบองคประชุมแลว นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ขึ้นบัลลังกกลาวเปดประชุม และไดดําเนินการใหที่ประชุมรับทราบเรื่องที่ประธานจะแจงตอที่ประชุม ดังนี้๑. รับทราบ เรื่อง พระบรมราชโองการประกาศเรียกประชุมสมัยวิสามัญแหงรัฐสภาพ.ศ. ๒๕๖๘ ตั้งแตวันที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘- ที่ประชุมรับทราบ๒. รับทราบ เรื่อง พระบรมราชโองการประกาศแตงตั้งประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง ดังนี้๑. นายณรงค กลั่นวารินทร เปนประธานกรรมการการเลือกตั้ง๒. นายอนันต สุวรรณรัตน เปนกรรมการการเลือกตั้ง๓. นายณรงค รักรอย เปนกรรมการการเลือกตั้งทั้งนี้ ตั้งแตบัดนี้เปนตนไป ประกาศ ณ วันที่ ๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘เปนปที่ ๑๐ ในรัชกาลปจจุบัน- ที่ประชุมรับทราบ๓. รับทราบ เรื่อง วุฒิสภาขอสดุดีในความเสียสละอันยิ่งใหญของทหารกลา ผูยืนหยัดตอสูยอมเสียสละชีวิตและความสุข เพื่อปกปองอธิปไตยของชาติ และขอแสดงความไวอาลัยตอการสูญเสียจากสถานการณการสูรบระหวางไทย - กัมพูชา บริเวณตลอดแนวชายแดนไทย - กัมพูชา- ที่ประชุมรับทราบ และประธานวุฒิสภาไดเชิญสมาชิกวุฒิสภารวมยืนไวอาลัยตอการสูญเสียจากสถานการณความไมสงบนี้เปนเวลา ๑ นาที๔. รับทราบ เรื่อง การนัดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญในวันพุธที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๘เพื่อใหวุฒิสภาดําเนินการประชุมเพื่อพิจารณาใหบุคคลดํารงตําแหนงตามมาตรา ๑๒๖ (๒) ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย หนา ๑๐๓เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๒๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ กุมภาพันธ ๒๕๖๙
สืบเนื่องจากไดมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๘ เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๘เปนเหตุใหไมมีสภาผูแทนราษฎร ซึ่งรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๒๖ บัญญัติวา“ในระหวางที่ไมมีสภาผูแทนราษฎร ไมวาดวยเหตุสภาผูแทนราษฎรสิ้นอายุ สภาผูแทนราษฎรถูกยุบหรือเหตุอื่นใด จะมีการประชุมวุฒิสภามิได เวนแต (๑) มีกรณีที่รัฐสภาตองดําเนินการตามมาตรา ๑๗มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ หรือมาตรา ๑๗๗ หรือ (๒) มีกรณีที่วุฒิสภาตองประชุมเพื่อทําหนาที่พิจารณาใหบุคคลดํารงตําแหนงใดตามบทบัญญัติแหงรัฐธรรมนูญ ...” ซึ่งวุฒิสภามีกรณีที่ตองพิจารณาใหความเห็นชอบกรรมการการเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๒๒และกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ ตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๓๒ดังนั้น จึงมีความจําเปนเพื่อประโยชนแหงรัฐตามมาตรา ๑๒๒ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยที่ประธานวุฒิสภาจะไดนําความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหมีพระบรมราชโองการประกาศเรียกประชุมสมัยวิสามัญแหงรัฐสภาในวันนี้ คือ วันพุธที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๘ เพื่อใหวุฒิสภาดําเนินการประชุมตามมาตรา ๑๒๖ (๒) ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย เพื่อพิจารณาใหบุคคลดํารงตําแหนงตามกรณีดังกลาว สําหรับการพิจารณาของที่ประชุมวุฒิสภาในวันนี้จะเปนการพิจารณาเฉพาะเรื่องตามระเบียบวาระการประชุมเทานั้น และจะไมมีการพิจารณาระเบียบวาระอื่น ๆ ที่ไมเกี่ยวของกับการพิจารณาใหบุคคลดํารงตําแหนงใดตามบทบัญญัติแหงรัฐธรรมนูญ และจะไมอนุญาตใหหยิบยกเรื่องอื่นขึ้นหารือในการประชุมวันนี้ ทั้งนี้ เปนไปตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๒๖ (๒)และขอบังคับ ขอ ๒๓- ที่ประชุมรับทราบ๕. รับทราบ เรื่อง การออกเสียงลงคะแนนลับโดยใชเครื่องออกเสียงลงคะแนนเนื่องจากระเบียบวาระการประชุมเรื่องดวนที่ ๒ ใหความเห็นชอบบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ (ตามมาตรา ๑๔ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑) ซึ่งจะมีการออกเสียงลงคะแนนลับโดยใชเครื่องออกเสียงลงคะแนน ตามขอบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ ๖๙วรรคหนึ่ง (๑) จึงตองใชบัตรออกเสียงลงคะแนนของสมาชิกวุฒิสภาในการลงคะแนน ดังนั้นหนา ๑๐๔เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๒๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ กุมภาพันธ ๒๕๖๙
หากสมาชิกวุฒิสภาทานใดลืมบัตรออกเสียงลงคะแนน หรือบัตรออกเสียงลงคะแนนชํารุด ใหติดตอเจาหนาที่เพื่อดําเนินการจัดทําบัตรออกเสียงลงคะแนนใหม หากไมมีบัตรออกเสียงลงคะแนนจะไมสามารถออกเสียงลงคะแนนในเรื่องดังกลาวได- ที่ประชุมรับทราบตอมา ประธานวุฒิสภาไดแจงตอที่ประชุมวาในการประชุมวุฒิสภาครั้งนี้ไมมีเรื่องรับรองรายงานการประชุม เรื่องกระทูถาม และไดดําเนินการใหที่ประชุมพิจารณาเรื่องดวน ดังนี้๑. ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการการเลือกตั้ง (ตามขอบังคับขอ ๑๐๕) (เรื่องดวนที่ ๑) ดวย นายเลิศวิโรจน โกวัฒนะ และนายฐิติเชฏฐ นุชนาฏ กรรมการการเลือกตั้งพนจากตําแหนงตามวาระ ตามมาตรา ๑๕ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐ ในวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๘ จึงเปนเหตุใหคณะกรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้งตองดําเนินการสรรหากรรมการการเลือกตั้งตามมาตรา ๑๖ วรรคหกแหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐ ที่บัญญัติใหในกรณีที่กรรมการการเลือกตั้งจะพนจากตําแหนงตามวาระใหดําเนินการสรรหากรรมการการเลือกตั้งใหมภายในหนึ่งรอยยี่สิบวันกอนวันที่กรรมการการเลือกตั้งครบวาระบัดนี้ คณะกรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้งไดพิจารณาดําเนินการสรรหาบุคคลผูสมควรไดรับการแตงตั้งเปนกรรมการการเลือกตั้ง แทนตําแหนงที่วาง โดยเปนผูมีคุณสมบัติตามมาตรา ๘ (๑)และมาตรา ๙ รวมทั้งไมมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๑๐ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐ เสร็จสิ้นแลว ผลปรากฏวา มีผูไดรับการสรรหาใหเปนบุคคลผูสมควรไดรับการแตงตั้งเปนกรรมการการเลือกตั้ง โดยไดรับคะแนนเสียงถึงสองในสามของจํานวนทั้งหมดเทาที่มีอยูของคณะกรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้ง จํานวน ๒ คน คือนายจิรุตม วิศาลจิตร อดีตอธิบดีกรมการขนสงทางบก และนายมณฑล สุดประเสริฐ อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง และไดเสนอชื่อบุคคลผูสมควรไดรับการแตงตั้งเปนกรรมการการเลือกตั้งจํานวน ๒ คน ดังกลาว มายังวุฒิสภาเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐ ตอไป ทั้งนี้ โดยไดรับความยินยอมจากบุคคลผูไดรับหนา ๑๐๕เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๒๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ กุมภาพันธ ๒๕๖๙
การเสนอชื่อดังกลาวดวยแลว โดยที่ขอบังคับ ขอ ๑๐๕ วรรคหนึ่ง กําหนดวา เมื่อมีกรณีที่วุฒิสภาจะตองพิจารณาใหบุคคลดํารงตําแหนงใดตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ใหวุฒิสภาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้นคณะหนึ่ง มีจํานวนไมเกินสิบหาคน เพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงนั้นรวมทั้งรวบรวมขอเท็จจริงและพยานหลักฐานอันจําเปนสําหรับตําแหนงนั้นเปนกรณี ๆ ไป ในการนี้ประธานวุฒิสภาจึงขอปรึกษาตอที่ประชุมเพื่อกําหนดจํานวนกรรมาธิการสามัญฯ โดยมีสมาชิกฯเสนอใหที่ประชุมตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ จํานวน ๑๕ คน ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบ หลังจากสมาชิกฯเสนอรายชื่อกรรมาธิการสามัญฯ แลว ที่ประชุมไดมีมติเห็นชอบใหตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ จํานวน๑๕ คน ประกอบดวย๑. นายกมล รอดคลาย ๒. นายกมล สุขคะสมบัติ๓. นางกัลยา ใหญประสาน ๔. นางสาวชญานนันท ติยะตระการชัย๕. นายชาญวิศว บรรจงการ ๖. นางณัฏฐินีภรณ จันทรโณทัย๗. นายธณัชญพงศ วงศมุลาลี ๘. นายนิคม มากรุงแจง๙. นางสาวภิญญาพัชญ ศันสนียชีวิน ๑๐. นายมังกร ศรีเจริญกูล๑๑. นางสาวรัชนีกร ทองทิพย ๑๒. พลตํารวจโท วันไชย เอกพรพิชญ๑๓. นายวีระพันธ สุวรรณนามัย ๑๔. นายศรายุทธ ยิ้มยวน๑๕. นายอมรศักดิ์ กิจธนานันทโดยมีกําหนดระยะเวลาดําเนินการใหแลวเสร็จภายใน ๖๐ วันนับแตวันที่วุฒิสภามีมติตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ ชุดนี้ ตามขอบังคับ ขอ ๑๐๕ วรรคสอง๒. ใหความเห็นชอบบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ (ตามมาตรา ๑๔ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑) (เรื่องดวนที่ ๒) หลังจากประธานคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ (พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา) ไดเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการสามัญเฉพาะสวนที่มิไดเปนรายงานลับ โดยมีสมาชิกฯ อภิปรายแสดงความคิดเห็นหนา ๑๐๖เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๒๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ กุมภาพันธ ๒๕๖๙
พอสมควรแลว ประธานวุฒิสภาไดดําเนินการประชุมลับตามที่คณะกรรมาธิการสามัญฯ รองขอตามขอบังคับ ขอ ๑๑๒ วรรคสอง เพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการสามัญสวนที่เปนรายงานลับหลังจากดําเนินการประชุมลับเสร็จสิ้นแลว ประธานของที่ประชุมไดดําเนินการประชุมโดยเปดเผยโดยที่รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๒๐ วรรคหา บัญญัติวา การออกเสียงลงคะแนนเลือกหรือใหความเห็นชอบใหบุคคลดํารงตําแหนงใด ใหกระทําเปนการลับ เวนแตที่มีบัญญัติไวเปนอยางอื่นในรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ประธานวุฒิสภาจึงดําเนินการใหสมาชิกฯ ออกเสียงลงคะแนนใหความเห็นชอบบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติโดยใชเครื่องออกเสียงลงคะแนนลับ ตามขอบังคับ ขอ ๖๙ วรรคหนึ่ง (๑) โดยมีบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ จํานวน ๒ คน คือนายสุชาติ สุนทรีเกษม และนายมนูภาน ยศธแสนย ปรากฏผลการออกเสียงลงคะแนน ดังนี้๑) นายสุชาติ สุนทรีเกษม- ใหความเห็นชอบ ๑๕๐ คะแนน- ไมใหความเห็นชอบ - คะแนน- งดออกเสียง ๒๘ คะแนน- ไมลงคะแนนเสียง ๑ คะแนน๒) นายมนูภาน ยศธแสนย- ใหความเห็นชอบ ๑๖๒ คะแนน- ไมใหความเห็นชอบ - คะแนน- งดออกเสียง ๑๘ คะแนน- ไมลงคะแนนเสียง ๑ คะแนนผลการออกเสียงลงคะแนนปรากฏวา นายสุชาติ สุนทรีเกษม และนายมนูภาน ยศธแสนยไดรับความเห็นชอบจากวุฒิสภาดวยคะแนนเสียงไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเทาที่มีอยูของวุฒิสภา คือ ไมนอยกวา ๙๙ คะแนน จึงถือวาเปนผูไดรับความเห็นชอบจากวุฒิสภาใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติหนา ๑๐๗เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๒๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ กุมภาพันธ ๒๕๖๙
จากนั้น ประธานของที่ประชุมไดแจงตอที่ประชุมวาในการประชุมวุฒิสภาครั้งนี้ไมมีเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแลว เรื่องที่คางพิจารณา เรื่องที่เสนอใหม และดําเนินการใหที่ประชุมพิจารณาเรื่องอื่น ๆ คือ พระราชกฤษฎีกาปดประชุมสมัยวิสามัญแหงรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๖๘(ระเบียบวาระที่ ๗) ประธานของที่ประชุมไดมอบหมายใหรองเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหนาที่เลขาธิการวุฒิสภา (นายทศพร แยมวงษ) อานพระบรมราชโองการประกาศพระราชกฤษฎีกาปดประชุมสมัยวิสามัญแหงรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๖๘ ตั้งแตวันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘โดยในระหวางการพิจารณาเรื่องดวน และเรื่องอื่น ๆ ประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภาคนที่สอง ไดผลัดเปลี่ยนกันทําหนาที่ประธานของที่ประชุมเลิกประชุมเวลา ๑๑.๓๕ นาฬิกาปณณิตา สทานไตรภพเลขาธิการวุฒิสภาหนา ๑๐๘เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๒๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ กุมภาพันธ ๒๕๖๙Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)