คำสั่งจังหวัดตาก ที่ ๑๕๗๒/๒๕๖๙ เรื่อง แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ จังหวัดตาก [จำนวน ๙ ราย ๑ พล.ต.ต. ไพศาล นันตา ฯลฯ]
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเรื่อง การเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคไทรวมพลังตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองไดมีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๘ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคไทรวมพลังมีคณะกรรมการบริหารพรรคไทรวมพลัง จํานวน ๑๑ คน นั้นบัดนี้ หัวหนาพรรคไทรวมพลังไดมีหนังสือแจงตอนายทะเบียนพรรคการเมือง ตามมาตรา ๓๘แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ กรณี ที่ประชุมใหญสามัญพรรคไทรวมพลัง ประจําป พ.ศ. ๒๕๖๙ เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๙ มีมติ ดังนี้๑. แกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคไทรวมพลัง พ.ศ. ๒๕๖๔ และที่แกไขเพิ่มเติม ดังนี้ขอบังคับพรรคไทรวมพลัง พ.ศ. ๒๕๖๙โดยที่ประชุมใหญสามัญพรรคไทรวมพลัง ประจําป พ.ศ. ๒๕๖๙ เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๙ไดมีมติแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคไทรวมพลัง พ.ศ. ๒๕๖๔ และที่แกไขเพิ่มเติมทุกฉบับ ดังนี้ขอ ๑ ขอบังคับพรรคนี้เรียกวา “ขอบังคับพรรคไทรวมพลัง พ.ศ. ๒๕๖๙”ขอ ๒ ขอบังคับพรรคนี้ใหใชบังคับตั้งแตวันที่ไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญสามัญพรรคไทรวมพลัง ประจําป พ.ศ. ๒๕๖๙ เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๙ เปนตนไปขอ ๓ ใหยกเลิกขอบังคับพรรคไทรวมพลัง พ.ศ. ๒๕๖๔ และที่แกไขเพิ่มเติมทุกฉบับและใหใชขอบังคับพรรคไทรวมพลัง พ.ศ. ๒๕๖๙ แทนหมวด ๑บททั่วไปขอ ๔ พรรคการเมืองตามขอบังคับนี้เรียกวา “พรรคไทรวมพลัง” ชื่อยอภาษาไทย “ทร”ชื่อภาษาอังกฤษวา “THAI RUMPHALANG” ชื่อยอภาษาอังกฤษ “TRP”(๑) พรรคไทรวมพลัง ใชเครื่องหมายหนา ๑๕เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
(๒) โดยมีความหมาย ดังนี้สีมวงอมน้ําเงิน หมายถึง คนไทยแผนดินไทยสีชมพู หมายถึง ความรัก ความอบอุน มอบแตสิ่งที่ดี ๆ ใหตอกัน(๓) ดวงตราเครื่องหมายพรรค สําหรับประทับรับรองเอกสารของพรรคไทรวมพลังเปนรูปลักษณเดียวกันกับภาพเครื่องหมายในขอ ๕ แตตัวอักษรจะเปนสีน้ําเงินสีเดียวขอ ๕ สํานักงานใหญ ตั้งอยู ณ บานเลขที่ ๔๕๖ หมูที่ ๑๗ ตําบลไรนอย อําเภอเมืองอุบลราชธานีจังหวัดอุบลราชธานี รหัสไปรษณีย ๓๔๐๐๐ หมวด ๒คําประกาศอุดมการณทางการเมืองขอ ๖ คําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคไทรวมพลัง คือ(๑) ยึดถือการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข(๒) อํานาจอธิปไตยเปนของปวงชนชาวไทย(๓) มุงพัฒนาชุมชนฐานรากของประเทศ ใหไดรับสิทธิและเสรีภาพตามที่กฎหมายกําหนดรวมทั้งการฟนฟูวิถีชุมชนในเชิงวัฒนธรรมเพื่อมุงสู “ชุมชนพึ่งตนเอง” เพื่อลดภาระของแผนดิน(๔) มุงปฏิบัติตามพหุสังคมหลักสี่ฝาย ตามรูปลักษณเครื่องหมายบวก คือแกนแนวดิ่งตัดแกนแนวนอนตามสภาพของพหุสังคม หมายถึงการมุงพัฒนาตามฐานรากของสังคมไดแก (๑) ฐานของสังคมที่มีความมั่งคั่ง ที่ชวยเหลือตนเองได (สวนบน) (๒) ฐานของสังคมพึ่งพาการจางงาน เชน ขาราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ผูใชแรงงานภาคเอกชนที่พอชวยเหลือตนเองไดบางสวน(แกนนอนฐานรองรับสวนบน) (๓) ฐานสังคมชั้นกรรมกร และผูรับจางทั่วไปที่ตองเนนการชวยเหลือดานสวัสดิการขั้นพื้นฐานเพื่อใหการดํารงชีวิตที่ดีขึ้น (ฐานราก) (๔) ฐานสังคมระดับเกษตรกรและผูไรที่ดินทํากิน ตองเนนการชวยเหลือ ฟนฟูอาชีพใหพึ่งตัวเองได เชน การจัดหาปจจัยการผลิตที่จําเปนไดแก น้ําเพื่อการเกษตร ที่ดินทํากิน สําหรับผูไรที่ดินทํากิน และจัดตั้งนิคมผูไรที่พึ่งใหมีที่พึ่งพิงโดยคํานึงถึงศักดิ์ศรีความเปนมนุษย (ฐานราก)(๕) เคารพในศาสนา วัฒนธรรม และประเพณีตามพหุสังคมทั้งสี่ฝายหนา ๑๖เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
(๖) พรรคจะกําหนดแนวทาง หรือนโยบายการพัฒนาและยกระดับจากผูดํารงอยูในสังคมฐานรากไปสูสังคมฐานกลาง และฐานบนตามหลักสัญลักษณ เครื่องหมายบวก (แกนแนวดิ่งตัดแกนแนวนอน)(๗) พรรคจะฟนฟูระบบนิเวศ โดยยึดหลักธรรมชาติ ใหเปนเมืองที่นาอยู กฎธรรมชาติของมนุษย สัตว พืช ที่ดํารงอยูอยางปกติสุข ภายใตสภาพแวดลอมที่ปราศจากมลพิษ(๘) พรรคจะมุงพัฒนาและยกระดับ ชุมชนฐานรากใหเปนชุมชนพึ่งพาตนเองทั้งดานอาหารการพลังงาน สิ่งอุปโภค - บริโภค ที่สรางดวยคนในชุมชนเองเปนหลัก ตามนิยามที่วา“ถาฐานรากมั่นคงฐานบนไมสั่นคลอน”(๙) พรรคจะมุงมั่นสรางนิยมไทยเพื่อใหสังคมไทยเขมแข็ง เศรษฐกิจฐานราก มั่งคั่งเพื่อกระตุนกําลังซื้อสูฐานกลางของสังคม เพื่อใหเศรษฐกิจของประเทศมั่งคั่งและมั่นคง(๑๐) พรรคจะเนนการกระจายอํานาจลงสูทองถิ่นตามระบอบการปกครองประชาธิปไตยและพัฒนาชุมชนในทองถิ่นนั้น ๆ ตามหลักการชุมชนพึ่งพาตนเอง และตามหลักสากล (Local self -government) หมวด ๓นโยบายพรรคการเมืองพรรคไทรวมพลังยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขและจะธํารงไวซึ่งความมั่นคงในเอกราช และอธิปไตยของชาติ มุงสรางความสามัคคีของคนในชาติมุงพัฒนาใหเกิดความมั่นคงกาวหนาทางดานการเมือง สังคม เศรษฐกิจ และความสัมพันธที่ดีกับนานาประเทศขอ ๗ นโยบายดานการเมืองการปกครอง(๑) ธํารงรักษาไวซึ่งสถาบันหลักของชาติ พรรคไทรวมพลังจะพิทักษรักษาและเทิดทูนไวซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริยตลอดจนยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข(๒) ยึดถือรัฐธรรมนูญและการปฏิบัติตามกฎหมายอยางเปนธรรม พรรคไทรวมพลังตระหนักวารัฐธรรมนูญเปนกฎหมายสูงสุดของประเทศ จึงมุงมั่นที่จะใหมีการปฏิบัติตามบทบัญญัติแหงรัฐธรรมนูญอยางเครงครัด รวมทั้งปรับปรุง และพัฒนาบทบัญญัติแหงกฎหมายใหมีประสิทธิภาพหนา ๑๗เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
ดวยการสรางกลไกของกฎหมายใหมีความทันสมัย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจสังคม และการเมือง สามารถตอบสนองตอความตองการของทุกคนในสังคมไดอยางทั่วถึง และเปนธรรมและสงเสริมการบริหารกระบวนการยุติธรรมใหมีความรวดเร็ว เสมอภาค และเทาเทียมกันระหวางรัฐและประชาชน ตลอดจนมุงมั่นที่จะสงเสริมใหคนในสังคม เคารพซึ่งสิทธิและหนาที่ระหวางกันและจะรักษาไวซึ่งความยุติธรรมในการบังคับใชกฎหมาย(๓) กระจายอํานาจรัฐสูทองถิ่นอยางจริงจัง พรรคไทรวมพลังถือวาการกระจายอํานาจการบริหาร การปกครอง และการคลังไปสูทองถิ่น เปนปจจัยสําคัญของการพัฒนาประเทศ จึงมุงมั่นที่จะกระจายอํานาจรัฐสูทองถิ่น เพื่อใหเกิดกระบวนการเรียนรู และกระบวนการตัดสินใจในกิจการของทองถิ่นเอง อันจะนํามาซึ่งการพัฒนาเศรษฐกิจ ระบบสาธารณูปโภค และสาธารณูปการ ตลอดจนสารสนเทศพื้นฐาน ในทองถิ่นอยางทั่วถึง และเทาเทียมกันทั่วประเทศ นอกจากนี้จะใหการสนับสนุนจังหวัดที่มีความพรอม ไปสูการเปนองคกรปกครองสวนทองถิ่นขนาดใหญโดยยึดหลักตามความตองการของประชาชนในทองถิ่นเปนหลัก(๔) เสริมสรางโอกาสประชาชนใหมีสวนรวมทางการเมือง พรรคไทรวมพลังเล็งเห็นวาประชาธิปไตยอันแทจริง ยอมตองเกิดจากการมีสวนรวมของประชาชน จึงมุงมั่นที่จะเสริมสรางโอกาสของประชาชนในทุกระดับ โดยเฉพาะอยางยิ่ง ในระดับชุมชน หมูบาน และทองถิ่น ซึ่งเปนหนวยการปกครองรากฐานของประเทศใหมีสวนรวมในกิจกรรม และกระบวนการทางการเมือง และการปกครองไดอยางเปนอิสระ ทั้งนี้ เพื่อกอใหเกิดสํานึกประชาธิปไตยในระดับชุมชน และนําไปสูการเกิดของประชาสังคมอยางแทจริง(๕) ปฏิรูปและพัฒนาองคกรทางการเมืองใหเขมแข็ง พรรคไทรวมพลังมุงมั่นที่จะสงเสริม ใหประชาชนมีสวนรวม ในการปฏิรูปการเมืองที่จะนําไปสูการพัฒนาพรรคการเมืองใหเปนสถาบันสําคัญ ตลอดจนสงเสริม และสนับสนุนสภาพัฒนาการเมืองใหมีความเขมแข็งเพื่อตอบสนองเจตนารมณทางการเมืองของประชาชน และจะสงเสริมเสรีภาพของประชาชนในการรวมกันเปนกลุม หมูคณะ หรือองคกรตาง ๆ เพื่อรักษาไวซึ่งผลประโยชนของกลุมโดยคํานึงถึงประโยชนของสังคมสวนรวม หนา ๑๘เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
(๖) บริหารราชการแผนดินที่มีประสิทธิภาพอยางมีธรรมาภิบาล พรรคไทรวมพลังมุงมั่นที่จะผลักดันการบริหารราชการแผนดิน เพื่อกอใหเกิดการพัฒนาทั้งทางดานสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศอยางยั่งยืน โดยจะนอมนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเปนฐาน และคํานึงถึงผลประโยชนของประเทศชาติเปนหลัก ทั้งนี้ จะรณรงคการสรางจิตสํานึกของขาราชการใหมีสํานึกของการเปนผูใหบริการและมีความพรอมในการปฏิบัติงาน รวมทั้งจะสงเสริมศักดิ์ศรี สวัสดิการ และความมั่นคงในการปฏิบัติหนาที่ของขาราชการ สงเสริมใหมีกระบวนการทํางานที่รวดเร็ว โปรงใส สามารถตรวจสอบไดโดยประชาชนตลอดจนการจัดใหมีศูนยบริหารราชการแบบครบวงจรในพื้นที่พิเศษเพื่อใหการบริหารราชการมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น และสามารถปรับเปลี่ยนใหสอดคลองกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม(๗) การบริหารราชการระดับทองที่ ตําบล และหมูบาน(ก) ปรับปรุงการบริหารงานในระดับตําบล ใหเกิดความเขมแข็ง โดยจัดตั้ง“กรรมการประจําตําบล” โดยมีกํานันเปนหัวหนากรรมการตําบล และมีตัวแทนหนวยงานราชการระดับตําบลเปนกรรมการ ทั้งนี้ เพื่อใหการบริหารงานบําบัดทุกขบํารุงสุขของประชาชนในตําบล ใหมีเอกภาพและเกิดการพัฒนาทันตอการเปลี่ยนแปลงของโลก และของสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของไทย(ข) ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการหมูบาน โดยยกฐานะคณะกรรมการหมูบานเปน “นิติบุคคลชุมชน” ใหสามารถกอตั้งสิทธิในการบริหารงานระดับหมูบาน เชน การจัดทํางบประมาณ แตละปการกูยืมเงินมาเพื่อการบริหารชุมชน หรือรับโอนเงินงบประมาณมาสํารองเพื่อแกไขปญหา กรณีเกิดสาธารณภัยไดทันทวงทีโดยมีตัวแทนทุกภาคสวนในหมูบานหรือชุมชนรวมเปนกรรมการ ดังนี้ - คณะกรรมการหมูบานตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ๓ คน- กรรมการดานการศึกษา ๓ คน- ตัวแทน อสม. ๓ คน- ตัวแทนที่ชาวบานเลือกตั้งมาไมนอยกวา ๒ คนขอ ๘ นโยบายดานการศึกษา(๑) ใหความสําคัญกับผูรับการศึกษา พรรคไทรวมพลังจะตระหนักถึงความสําคัญของการพัฒนาการของเด็กและเยาวชน เพื่อใหเติบโตเปนมนุษยที่มีศักยภาพ และประสิทธิภาพหนา ๑๙เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
ในการดํารงชีวิต จึงใหความสําคัญตอการพัฒนาทางดานสติปญญา สุขภาพจิต และสุขภาพกายโดยจะสงเสริมการเรียนการสอน ปลูกฝงคุณธรรมจริยธรรมใหผูเรียน จัดใหมีโภชนาการอยางเหมาะสมโดยการจัดโครงการอาหารกลางวัน เปนสวัสดิการสําหรับเด็กนักเรียน สงเสริมใหทุกคนเขาสูระบบการศึกษาอยางมีประสิทธิภาพ ใหมีการเรียนฟรีในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้งการจัดหาทุนการศึกษา เพื่อใหสามารถเขาสูระบบการศึกษาที่สูงขึ้น และสรางโอกาสในการเรียนรูตลอดชีวิตรวมทั้งจัดระบบการแนะแนวการศึกษา เพื่อใหผูรับการศึกษาสามารถกําหนดเปาหมายทางการศึกษาเพื่อการดํารงชีวิตที่ดีของตนไดอยางเหมาะสม และสามารถตอบสนองตอสังคม และประเทศไดอยางสูงสุด(๒) พัฒนาคุณภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา พรรคไทรวมพลังมุงเนนการปลูกฝงจิตสํานึก คุณธรรม และความเอื้ออาทรตอผูรับการศึกษาแกครูผูสอน รวมทั้งจัดสวัสดิภาพและสวัสดิการครู สงเสริมใหเกิดการฝกอบรมวิทยาการ และองคความรูใหม ๆ ที่ทันสมัยแกครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งการสรางแรงจูงใจใหครูกลับถิ่นฐานบานเกิด เพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสังคมในทองถิ่นตาง ๆ และจะสนับสนุนใหปราชญชาวบานมีสวนรวมในการใหการศึกษาใหมากยิ่งขึ้น (๓) สงเสริมหลักสูตรการเรียนการสอนแบบบูรณาการ พรรคไทรวมพลังมุงสงเสริมใหหลักสูตรการศึกษาประกอบไปดวยการเรียนการสอนการปฏิบัติที่มีทั้งดานวิชาการ และแนวทางการดํารงชีวิต ตลอดจนเปนหลักสูตรที่สรางความรูความเขาใจที่ถูกตอง ในการสืบสานขนบธรรมเนียมประวัติศาสตรแหงทองถิ่น และวัฒนธรรมของชาติจะสงเสริมใหผูเรียนกลาคิดกลาทําอยางมีสติและมีเหตุผล มีความรักในถิ่นกําเนิด ทั้งนี้ โดยเปดโอกาสใหผูบริหารสถานศึกษา และชุมชนมีสวนรวมในการจัดทําหลักสูตรการศึกษา และประเมินผลการจัดระบบการศึกษานําเทคโนโลยีสารสนเทศเขามาใชในการจัดการเรียนการสอน จัดใหมีตําราเรียน และอุปกรณการเรียนการสอนที่ทันสมัยและเหมาะสมกับหลักสูตรการศึกษาของผูเรียนในทุกมิติ รวมทั้งกลุมบุคคลพิเศษ เชน ผูพิการและผูมีปญญาเลิศ ตลอดจนจะพัฒนาหองสมุดใหเปนแหลงขอมูลทางการศึกษาที่ครบวงจร(๔) เพิ่มศักยภาพการบริหารการศึกษา พรรคไทรวมพลังใหความสําคัญตอการพัฒนาศักยภาพของสถานศึกษา โดยจะสงเสริมและสนับสนุนการกระจายอํานาจ เพื่อองคกรปกครองสวนทองถิ่นชุมชน องคกรทางศาสนา และภาคเอกชนเขามามีสวนในการจัดการศึกษาทุกระดับ และจะมุงสงเสริมหนา ๒๐เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
การจัดใหมีสถานศึกษาขึ้นในทั่วทุกภูมิภาคอยางเพียงพอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารการศึกษาจะสรางเครือขายความรวมมือระหวางสถานศึกษาของไทยกับนานาประเทศ เพื่อการแลกเปลี่ยนนักเรียนนักศึกษา วิทยากรทางการศึกษา ขอมูลความรูทางวิชาการ วิธีการบริหารจัดการ และเทคโนโลยีดานการศึกษาระหวางกัน รวมทั้งการจัดสรรทรัพยากรเพื่ออุดหนุนสถานศึกษาอยางเปนธรรมและเหมาะสมกับสภาพของแตละสถานศึกษา(๕) การจัดระบบการเรียนการสอนเสริมทางระบบออนไลน พรรคไทรวมพลังเห็นวาการศึกษาของชาติ มีความเหลื่อมล้ําในดานการจัดการศึกษาระหวางชุมชนเมืองกับชุมชนตําบล หมูบานทําใหเด็กเรียนรูไมเทากัน พรรคจึงเห็นวาการที่จะทําใหเด็กเรียนรูที่เทาทันกัน มีโอกาสไดรับการเรียนการสอนจากสถานศึกษาที่มีมาตรฐาน ดังนี้ พรรคไทรวมพลังจึงมีแนวนโยบายที่จะปฏิรูปการศึกษาดวยระบบการสอนเสริมทางออนไลน โดยถายทอดการเรียนการสอนผานระบบออนไลนจากสถาบันการศึกษาชั้นแนวหนาของประเทศ ทั้งระดับชั้นประถม ชั้นมัธยมตน และมัธยมปลาย ทั้งนี้ เพื่อลดการเหลื่อมล้ําของการศึกษาของเยาวชนของชาติ เพื่อใหมีโอกาสสอบเขาเรียนในระดับมหาวิทยาลัยได(๖) พัฒนาคุณภาพอาหารกลางวันของเด็กใหเพียงพอและเหมาะสมกับวัยขอ ๙ นโยบายดานการเกษตร(๑) สงเสริมแนวทางเกษตรแบบชุมชนพึ่งตนเอง พรรคไทรวมพลังจะสงเสริมแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม เพื่อเปนแนวทางในการบริหารจัดการที่ดินและน้ําสําหรับการเกษตรในที่ดินขนาดเล็กใหเกิดประโยชนสูงสุด มีแหลงน้ําเพียงพอที่จะสามารถปลูกพืชในที่ดินที่มีอยูไดตลอดปและใชแรงงานในครัวเรือนปลูกพืชผสมผสาน ทําใหเกษตรกรมีผลผลิต และความพอเพียงที่จะเลี้ยงตัวเองไดอยางพอมีพอกิน สามารถพึ่งตนเองได โดยการอบรมใหความรูเกี่ยวกับการทําเกษตรทฤษฎีใหมติดตามใหคําแนะนํา แกเกษตรกรอยางทั่วถึงและครบวงจร ตลอดจนจัดหาตลาด กําหนดชนิดสินคาที่ตลาดตองการ ทั้งตลาดชุมชน ตลาดระดับประเทศ หรือตางประเทศ(๒) สนับสนุนองคกรภาคการเกษตรและสหกรณ พรรคไทรวมพลังตระหนักอยูเสมอวาประชาชนสวนใหญในประเทศประกอบอาชีพเกษตรกรรม จึงมุงมั่นที่จะสนับสนุนสงเสริมระบบสหกรณการเกษตรและวิสาหกิจชุมชน ดานการเกษตร และวางระบบการบริหารจัดการดานการผลิต การเงิน และการตลาดอยางมีประสิทธิภาพ พรรคไทรวมพลังจะมุงมั่นและสนับสนุนสภาเกษตรกรแหงชาติใหเขมแข็ง เพื่อที่จะคุมครองหนา ๒๑เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
และรักษาผลประโยชนของเกษตรกร รวมทั้งใหเกษตรกรมีสวนรวมในการเสนอนโยบายและวางแผนพัฒนาการเกษตรอยางมีระบบ โดยมุงแกกฎหมายที่ตัดโอกาสในการผลิตและการคาขายสินคาดานการเกษตรดวยเกษตรกรเอง อาทิ๑. จัดตั้งธนาคารชุมชน เพื่อตอยอดผลผลิตภาคการเกษตรระดับกลุมใหเขมแข็งของกลุมทุน ๒. จัดตั้งตลาดกลางพืชผลทางการเกษตร เพื่อปองกันการผูกขาดตัดตอน๓. แกไขกฎหมายวาดวยการสหกรณการเกษตร เพื่อปองกันมิใหสหกรณการเกษตรดําเนินธุรกิจแบบสหกรณออมทรัพย โดยหารายไดจากดอกเบี้ย แตจะใหเปนสหกรณการเกษตรที่ดําเนินธุรกิจแบบรวมซื้อรวมขายผลิตผลที่สมาชิกกูเงินจากสหกรณไปผลิต เพื่อปองกันการเกิดหนี้ซ้ําซอนและหามมิใหสหกรณการเกษตรมีอํานาจฟองศาลขายทอดตลาดที่ดินทํากินหรือที่อยูอาศัยของสมาชิกโดยใหสหกรณโอนหนี้เสียพรอมหลักประกันไปใหเปนกรรมสิทธิ์ของกองทุนฟนฟูและพัฒนาเกษตรกรกองทุนจะชําระหนี้แทนเกษตรกร จนกวาเกษตรกรจะผอนชําระหนี้หมด ถึงจะไดรับที่ดินคืนและในระหวางกรรมสิทธิ์หลักประกันหนี้เปลี่ยนมือ เกษตรกรผูนั้นยังสามารถทํากินไดตลอดไปโดยไมมีคาเชา๔. สงเสริมใหมีวิสาหกิจชุมชนทุกหมูบาน และกูเงินจากธนาคารชุมชนไปประกอบอาชีพแบบดอกเบี้ยต่ํา โดยมีตลาดกลางรองรับผลผลิตจากวิสาหกิจชุมชน๕. แกไขกฎหมายวาดวยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ โดยเฉพาะการกําหนดอัตราดอกเบี้ยต่ําในอัตราคงที่ และหามมิใหนําดอกเบี้ยมาทบตนดวยวิธีการใด ๆ กรณีลูกคาเปน NPL เกินกวาสองปใหโอนหนี้นั้นพรอมหลักประกันไปไวที่กองทุนฟนฟูและพัฒนาเกษตรกรโดยกองทุนฯ ชําระหนี้แทนหาสิบเปอรเซ็นต เกษตรกรลูกหนี้ชําระหาสิบเปอรเซ็นต(๓) ปรับโครงสรางภาคการเกษตร พรรคไทรวมพลังจะกําหนดพื้นที่คุมครองทางการเกษตรเพื่ออนุรักษสงวนคุมครองพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งเปนวัฒนธรรมการเกษตรของประเทศใหคงอยู สนับสนุนใหมีการจัดการพัฒนาและฟนฟูดินที่เสื่อมโทรม ที่ดินเพื่อการเกษตร สงเสริมการใชน้ําอยางมีประสิทธิภาพเพื่อประโยชนในการผลิต มีการกําหนดเขตพื้นที่เฉพาะ เพื่อใหมีการเพาะปลูกที่เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่การเกษตร และโอกาสทางการตลาดของพืชแตละชนิด ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาการเกษตรในรูปของนิคมการเกษตร โดยบูรณาการระหวางหนวยงานภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาการเกษตรแบบครบวงจร อาทิ หนา ๒๒เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
๑. เนนการรวมตัวของเกษตรกรรายยอยดอยโอกาส ใหเปนคนกลุมใหญไดโอกาส๒. ลดละการปลูกพืชเชิงเดี่ยว๓. เนนการเสริมสรางทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนที่เพิ่มขึ้น และใหนําทรัพยากรนั้นเปนหลักประกันเงินกูไดดวย รวมทั้งการปลูกไมเศรษฐกิจแทนดอกเบี้ยสถาบันการเงินภาคการเกษตร๔. มุงสงเสริมการเกษตรกรรมไปสู “การเกษตรกิจ” และนวัตกรรมการเกษตรเพื่อใหเกษตรกรกาวใหทันตอการเปลี่ยนแปลงการบริโภคของโลกยุคใหม๕. สงเสริมและเพิ่มเติมศักยภาพใหกองทุนฟนฟูและพัฒนาเกษตรกรใหเปนเสมือนโรงพยาบาลหนี้ของภาคการเกษตร เพื่อปองกันการขายทอดตลาดที่ดินทํากินของเกษตรกร๖. เปดโอกาสใหองคกรเกษตรและวิสาหกิจชุมชน สงตัวแทนเขาไปมีสวนรวมในกลไกบริหารตลาดกลางและธนาคารชุมชน(๔) สงเสริมเกษตรกรใหเขมแข็ง พรรคไทรวมพลังจะสนับสนุนใหมีการฟนฟูอาชีพใหแกเกษตรกร และสงเสริมใหเกษตรกรเขาถึงแหลงทุนที่รัฐบาลจัดหาใหอยางเสมอภาคและทั่วถึงเพื่อแกไขปญหาหนี้สินของภาคเกษตรกร สวนการแกไขปญหารายไดภาคเกษตรที่ตกต่ํานั้น จะเนนการเพิ่มผลผลิตภาคเกษตรดวยการเพิ่มผลผลิตตอพื้นที่ ลดตนทุนการผลิตและเพิ่มมูลคาของสินคาเกษตรนอกจากนี้จะมีการสรางระบบประกันความเสี่ยงทางการเกษตรใหกับเกษตรกร ทั้งทางดานการเปลี่ยนแปลงดานราคา และความเสียหายจากภัยธรรมชาติ รวมทั้งสนับสนุนใหปราชญชาวบานเขามามีบทบาทในการถายทอดองคความรูและภูมิปญญาทองถิ่น ตลอดจนสรางเกษตรกรรุนใหม เพื่อใหมีบุคลากรภาคเกษตรที่ยั่งยืน รวมถึงแกไขปญหาปจจัยการผลิต ดังนี้๑. กําหนดใหกองทุนสงเคราะหการเกษตร และกองทุนฟนฟูและพัฒนาเกษตรกรปลอยกูเงินปลอดดอกเบี้ย ๕ ป เพื่อใหเกษตรกรนําไปเจาะน้ําบาดาลเพื่อการเกษตรและเงินทุนหมุนเวียนเพื่อผลิตปุยอินทรียใชเองในครัวเรือน แตตองสงตนทุนคืนรายป๒. แกไขกฎหมายวาดวยการทรัพยากรน้ํา โดยใหแหลงน้ําใตดินในที่ดินกรรมสิทธิ์เปนทรัพยสวนควบของที่ดิน สามารถนําขึ้นมาใชเพื่อการเกษตรไดอยางเสรี๓. ราคาพืชผลการเกษตรใหตลาดกลางของเกษตรกรเปนผูกําหนดราคา เพื่อใหสะทอนตนทุนที่เปนจริง และมีรายไดในเชิงอาชีพที่มั่นคงหนา ๒๓เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
(๕) เพิ่มประสิทธิภาพของการจัดการภาคเกษตรแบบครบวงจร พรรคไทรวมพลังเชื่อมั่นวา การพัฒนาทางการเกษตรของประเทศที่ยั่งยืน และสรางขีดความสามารถในการแขงขันนั้นจะตองสงเสริมการวิจัย พัฒนา และการสรางนวัตกรรมทางการเกษตรอยางครบวงจร เพื่อเพิ่มมูลคาใหสินคาเกษตร จะสงเสริมการบริหารจัดการดานทุนการตลาด ระบบโลจิสติกส และเครือขายเพื่อลดตนทุนและปรับปรุงคุณภาพสินคาเกษตร โดยการบูรณาการภาคีที่เกี่ยวของทั้งภาครัฐ เอกชนและเกษตรกร บนพื้นฐานของผลประโยชนที่เปนธรรม(๖) ดํารงความเปนแหลงผลิตอาหารที่มั่นคง และปลอดภัย พรรคไทรวมพลังมุงมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพสินคาเกษตร เพื่อสรางความเชื่อมั่นใหแกผูบริโภค โดยจะมีการสงเสริมระบบการผลิตใหปลอดภัย มีคุณภาพ มีมาตรฐาน และมีผลผลิตเพียงพอตอการบริโภคของประชาชนภายในประเทศและการสงออกไปยังตางประเทศ เพื่อสรางรายไดหลักใหกับประเทศ พรรคไทรวมพลังตระหนักถึงความสําคัญของขาว ซึ่งมีความสําคัญตอประเทศชาติในหลายมิติ ทั้งดานเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมสิ่งแวดลอม และความมั่นคงทางอาหาร จึงมุงมั่นที่จะลดความเสี่ยงสรางคุณภาพชีวิตที่ดีใหแกชาวนาการเพิ่มผลิตภาพ และมูลคาของขาว ขยายและพัฒนาดานการตลาดทั้งในประเทศและตางประเทศลดการเอารัดเอาเปรียบทางการคา รวมทั้งลดหวงโซอุปสงค อุปทานใหมีระยะสั้นลง(๗) การแกไขหนี้ของเกษตรกร๑. กําหนดใหกองทุนฟนฟูและพัฒนาเกษตรกรเปนเสมือน “โรงพยาบาลหนี้”ของเกษตรกร โดยวิธีการโอนหนี้ และหลักค้ําประกันหนี้จากเจาหนี้ โอนไปอยูในโรงพยาบาลหนี้ทันทีที่เกษตรกรเกิดภาวะหนี้เสีย๒. กําหนดใหสถาบันการเงินภาคการเกษตร เชน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณการเกษตรไมมีอํานาจขายทอดตลาดที่ดินทํากินของเกษตรกร โดยใหโอนหนี้เสียไปไวที่กองทุนฟนฟูและพัฒนาเกษตรกร รวมกับเกษตรกรผูเปนหนี้ผอนชําระหนี้คืนแกเจาหนี้ตามที่กฎหมายกําหนดไว ๓. กําหนดใหกองทุนสงเคราะหเกษตรกรตามพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะหเกษตรกรพ.ศ. ๒๕๕๔ สนับสนุนเงินกูปลอดดอกเบี้ย เพื่อใหเกษตรกรไดมีทุนพัฒนาแหลงน้ําใตดิน เพื่อการเกษตรหนา ๒๔เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
เปนของตนเอง ทั้งนี้ เพื่อแกไขปญหาฝนแลง หรือฝนทิ้งชวง และใหเกษตรกรไดมีน้ําใช เพื่อการเกษตรอยางเพียงพอ (๘) การแกไขปญหาที่ดินทํากิน ใหแกเกษตรกร ปญหาที่ดินทํากินของเกษตรกรในประเทศไทย มีเกษตรกรไรที่ดินทํากินมากถึงหนึ่งลานกวาครัวเรือน จึงกลายเปนคนเรรอน และดอยโอกาสในอาชีพของตนเอง จนกลายเปนภาระของงบประมาณแผนดิน ดังนั้น พรรคไทรวมพลัง จึงมีนโยบายที่จะจัดหาที่ดินทํากินใหแกเกษตรกรที่ไรที่ดินทํากิน โดยใชที่รกรางวางเปลา และปาเสื่อมโทรมรวมทั้งที่ราชพัสดุที่มิไดทําประโยชน รวมทั้งที่ดินที่เสียภาษีบํารุงทองที่ (ภ.บ.ท. ๕) นําเขาสูระบบสํานักงานปฏิรูปที่ดิน เพื่อจัดสรรที่ดินใหกับเกษตรกร รายละ ๑๐ ไร สวนกรณีที่เกษตรกรที่ครอบครองที่ ส.ป.ก. เกินกวาสิบหาไร กําหนดใหเกษตรกรตองปลูกไมเศรษฐกิจอยางนอยรายละ ๒ ไรและสามารถจําหนายตนไมได เมื่อพนสิบหาปไปแลว ทั้งนี้ จะเปนการปลูกปาทดแทนอีกทางหนึ่งดวยขอ ๑๐ นโยบายดานเศรษฐกิจ(๑) ยึดถือหลักปรัชญาเศรษฐกิจฐานรากแบบชุมชนพึ่งตนเอง พรรคไทรวมพลังจะสงเสริม หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อใหประชาชนไดรับประโยชนจากการเติบโตทางเศรษฐกิจอยางทั่วถึง เปนธรรม และยั่งยืน พึ่งพาตนเองไดตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยการสงเสริมและพัฒนาในองคประกอบที่เกี่ยวของอันเปนการตอยอดใหการนําไปใชโดยมีหลักการและเครื่องมือที่มีความชัดเจนประสานสรางความเขาใจในหนวยงานของรัฐที่มีหนาที่นําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใชในการพัฒนาเศรษฐกิจใหมีความเขาใจและแผนดําเนินการสนับสนุน และสงเสริมธุรกิจทั้งขนาดเล็กขนาดกลาง และขนาดใหญ นําหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใชเพื่อใหธุรกิจนั้น มีเสถียรภาพเปนหลักประกันในเรื่องความมั่นคงของกิจการโดยมีตลาดกลางเปนแหลงรองรับสินคาภาคการเกษตรพรรคไทรวมพลังเชื่อมั่นวา ในการดูแลรักษาเสถียรภาพทางการเงินอยางใกลชิด เพื่อใหการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเปนไปอยางยั่งยืน สรางความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจใหเกิดขึ้น ทั้งภายในประเทศและตางประเทศ ใหความสําคัญตอการใชมาตรการทางการเงิน ทั้งในดานเสถียรภาพของระดับราคาและเสถียรภาพของฐานะการเงินของประเทศ ควบคูกับการสรางความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในอัตราที่เหมาะสม และในทิศทางที่สอดรับกับสภาพเศรษฐกิจสังคมของแตละทองถิ่นหนา ๒๕เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
(๒) รักษาวินัยการคลัง พรรคไทรวมพลังตระหนักวา การรักษาเสถียรภาพทางการคลังและการพัฒนาเพื่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศนั้น มีพันธกิจหลักเพื่อสรางคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแกประชาชน โดยรวมของประเทศอยางเทาเทียมกัน จึงมุงมั่นใหความสําคัญตอการรักษาวินัยทางการคลังเพื่อการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ รวมทั้งเพื่อมุงสรางโอกาส และความเปนธรรมทางเศรษฐกิจใหเกิดขึ้นในสังคม โดยจะเนนดําเนินมาตรการการคลัง เพื่อประชาชน เพื่อกระจายรายได กระจายโอกาสและกระจายอํานาจในการบริหารจัดการทรัพยากร และการคลังไปสูทองถิ่น และชุมชนอันจะนํามาซึ่งความเขมแข็งใหแกเศรษฐกิจชุมชน(๓) สงเสริมการพัฒนาการทองเที่ยวเพื่อเพิ่มรายได พรรคไทรวมพลังจะสงเสริมการพัฒนาการทองเที่ยวอยางยั่งยืนของประเทศ เพื่อการสรางงานสรางรายได และความอยูดีกินดีของประชาชน โดยจะสนับสนุนใหมีการพัฒนาแหลงทองเที่ยวใหมควบคูไปกับการรักษาแหลงทองเที่ยวเดิมโดยคํานึงถึงการรักษาสิ่งแวดลอม และการอนุรักษธรรมชาติ ทั้งนี้ จะสงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนและองคกรปกครองสวนทองถิ่นในการพัฒนาแหลงทองเที่ยว ทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของชุมชนและใหมีความตระหนักรูถึงคุณคา และหวงแหนในทรัพยากรทางธรรมชาติ และประวัติศาสตรของชุมชนนอกจากนี้ จะสงเสริมใหมีการลงทุนดานการทองเที่ยวเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่แหลงทองเที่ยวที่มีศักยภาพ เชน พื้นที่จังหวัดอารยธรรมภาคเหนือ และพื้นที่จังหวัดเชื่อมโยงทางภาคใตตอนบนกลุมจังหวัดลุมแมน้ําภาคกลาง และกลุมจังหวัดภาคตะวันออก และภาคอีสาน เปนตน ตลอดจนเรงรัดใหมีการพัฒนามาตรฐานการบริการดานการทองเที่ยวของไทย และการเพิ่มขีดความสามารถในการแขงขันกับตางประเทศ โดยจะสนับสนุนใหหนวยงานของรัฐและเอกชนรวมมือกันในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการทองเที่ยว จะสนับสนุนและเรงรัดการแกไขปญหาอุปสรรคตาง ๆ ในดานกฎระเบียบเพื่อสรางแรงจูงใจแกนักลงทุนจากทั้งในและตางประเทศ ตลอดจนเรงพัฒนาศักยภาพบุคลากรดานการทองเที่ยวของไทย เพื่อรองรับระบบเศรษฐกิจ การคาเสรีในภูมิภาค โดยเฉพาะในกลุมอาเซียน(๔) ปรับปรุงโครงสรางอุตสาหกรรม พรรคไทรวมพลังใหความสําคัญตอการปรับปรุงโครงสรางอุตสาหกรรมของประเทศ โดยคํานึงถึงผลกระทบตอสิ่งแวดลอมชุมชนดวยการพัฒนาระบบโลจิสติกสและเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สรางมูลคาเพิ่มและลดตนทุนการผลิต อํานวยความสะดวกทางการคา ตลอดจนพัฒนาอุตสาหกรรมใหม และขยายตลาดในอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพหนา ๒๖เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
ทั้งตลาดในประเทศและตางประเทศดวยการพัฒนาฝมือแรงงานใหตรงตอตลาดแรงงานอุตสาหกรรมแกไขกฎระเบียบ และปญหาที่มีอยูในปจจุบันของอุตสาหกรรมนั้น ๆ สรางตราสัญลักษณของไทยรวมทั้งปรับปรุงมาตรการ สงเสริมการลงทุนใหจูงใจทั้งนักลงทุนไทยและตางประเทศ นอกจากนี้พรรคจะพัฒนาโครงสรางพื้นฐาน และสรางความเชื่อมโยงของอุตสาหกรรมในภูมิภาคอาเซียน โดยเนนการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานในภูมิภาคเพื่อการกระตุนเศรษฐกิจ ทั้งนี้ จะสรางความเชื่อมั่นและสรางภาพลักษณดวยการปรับปรุงคุณภาพ และมาตรฐานสินคาใหทัดเทียมและล้ําหนาในระดับสากลดวยการกระตุนใหเอกชนลงทุนดานนวัตกรรมและเทคโนโลยี รวมทั้งมีการรับรองมาตรฐานที่สากลยอมรับ(๕) สนับสนุนใหเกิดอุตสาหกรรมภาคการเกษตร พรรคไทรวมพลังมุงมั่นสรางผูประกอบการอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดยอม ใหมีความเปนมืออาชีพพรอมรับกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจในปจจุบัน รวมทั้งปรับปรุงมาตรฐานการปลอยสินเชื่อใหสอดคลองกับสภาพเศรษฐกิจ เพื่อใหสามารถเขาถึงแหลงเงินทุนไดอยางทั่วถึงและเหมาะสม ปรับปรุงและพัฒนาสินคาใหมีมาตรฐานเปนที่ยอมรับรวมทั้งการสรางนวัตกรรมใหม ๆ จากภูมิปญญาชาวบาน ตลอดจนสรางชองทางการตลาดใหผูซื้อ/คูคาสามารถเขาถึงสินคาที่ผลิตจากผูผลิต ผูประกอบการอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดยอมไดมากขึ้นดวยการโฆษณาประชาสัมพันธผานสื่อตาง ๆ ทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน(๖) บริหารจัดการสงออกแบบครบวงจร พรรคไทรวมพลังจะพัฒนาระบบโลจิสติกสปรับปรุงระบบและลดขั้นตอนที่เกี่ยวของกับการสงออกทั้งระบบ เพื่อใหการสงออกเปนไปดวยความรวดเร็วตรงตอเวลา มีตนทุนการขนสงที่ต่ําและอํานวยความสะดวกใหแกผูสงออกดวยการเชื่อมโยงระบบขนสงใหมีความสอดคลองกันทั้งระบบ ลดขั้นตอนทางเอกสารโดยใชระบบเทคโนโลยีสารสนเทศใหมากขึ้นเชน ระบบการตรวจรวมจุดเดียว ระบบพาณิชยอิเล็กทรอนิกส ประสานความรวมมือกับประเทศคูคาเพื่อลดขั้นตอนทางเอกสาร และการตรวจสอบสินคา รวมทั้งสงเสริมใหผูสงออกผลิตสินคาที่มีมาตรฐานสอดคลองกับกฎระเบียบมาตรฐานของประเทศคูคา ตลอดจนพัฒนาบรรจุภัณฑใหมีความสะดวกตอการขนสง ชวยปกปองสินคาระหวางขนสง รวมทั้งชวยรักษาใหสินคามีระยะเวลาคุณภาพดียาวนานขึ้นโดยการแกไขกฎหมาย และระเบียบ ดังนี้๑. แกไขกฎหมายที่มีลักษณะผูกขาดตัดตอนสินคาการเกษตร๒. สงเสริมใหเกษตรกรสงออกสินคาภาคการเกษตร ผานตลาดกลางหนา ๒๗เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
๓. สงเสริมใหชุมชนอนุรักษพันธุกรรมพืชและสัตวตามถิ่นกําเนิด๔. ยกเวนภาษีการเกษตรแบบอุตสาหกรรมที่ทําใหเกิดพลังงานทดแทนในชุมชนขอ ๑๑ นโยบายดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี(๑) สงเสริมการพัฒนาดานวิทยาศาสตร พรรคไทรวมพลังตระหนักวา วิทยาศาสตรเปนปจจัยสําคัญในการพัฒนาประเทศ และการดําเนินชีวิตประจําวันจึงมุงมั่นสงเสริมการพัฒนาดานวิทยาศาสตร โดยจะจัดสรรงบประมาณอยางเพียงพอในการวิจัย การคนควา รวมทั้งจะมีการพัฒนาบุคลากรดานวิทยาศาสตรใหทัดเทียมกับนานาประเทศ ในขณะเดียวกันจะสงเสริมใหประชาชนทั่วไปเรียนรูเกี่ยวกับวิทยาศาสตร อันจะนํามาซึ่งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน(๒) สงเสริมการพัฒนาดานเทคโนโลยี พรรคไทรวมพลังมุงมั่นที่จะสรางเทคโนโลยีและนวัตกรรมโดยการสงเสริมการประดิษฐหรือการคิดคนสิ่งใหม ๆ ที่สอดคลองกับทรัพยากรและความตองการของประเทศ อันมีเปาหมายเพื่อลดการนําเขาเทคโนโลยีจากตางประเทศจนสามารถพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยีไดในอนาคตขอ ๑๒ นโยบายดานสังคม(๑) สรางสถาบันครอบครัวใหมีความอบอุน พรรคไทรวมพลังตระหนักถึงความสําคัญของสภาพครอบครัวที่อบอุนอันเปนรากฐานของสังคม จึงมุงมั่นที่จะสรางความเขมแข็งใหเกิดขึ้นกับสถาบันครอบครัวอยางสอดคลองกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม เพื่อปองกันและบรรเทาปญหาสังคมตลอดจนการใหการสนับสนุนขนบธรรมเนียมประเพณีและความเปนอยูที่ดีงามตามแบบครอบครัวไทย(๒) สรางสวัสดิภาพแกเด็กและสตรี ผูมีความหลากหลายทางเพศ ผูสูงอายุ ผูพิการและผูดอยโอกาส พรรคไทรวมพลังมุงมั่นใหความสําคัญกับการจัดใหมีเครือขายความรวมมือของหนวยงานที่เกี่ยวของทั้งภาคราชการและเอกชนในการสนับสนุนการจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กกอนวัยเรียนและศูนยพัฒนาเด็กเล็ก ภายใตการควบคุมมาตรฐานอยางใกลชิดใหความสําคัญกับการแกไขปญหาเด็กเรรอน ปกปองคุมครองสตรีจากการถูกลอลวง หรือถูกลวงละเมิด และถูกทารุณกรรม สงเสริมและคุมครองสิทธิของผูมีความหลากหลายทางเพศ จัดสวัสดิการที่เหมาะสมแกผูสูงอายุ ฟนฟูพัฒนาผูพิการและผูดอยโอกาสใหไดรับการศึกษา และการพัฒนาตนใหสามารถดํารงชีวิตอยูในสังคมไดอยางภาคภูมิรวมทั้งจะสนับสนุนใหผูดอยโอกาส สามารถเขาถึงแหลงงานและบริการสวัสดิการสาธารณะอยางเปนธรรมหนา ๒๘เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
และการปรับปรุงกฎหมายที่เปนประโยชนใหมีประสิทธิภาพและทันสมัยในการคุมครองสวัสดิภาพเด็ก สตรีผูมีความหลากหลายทางเพศ ผูสูงอายุ ผูพิการ และผูดอยโอกาส(๓) ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พรรคไทรวมพลังมุงมั่นที่จะสงเสริมบริการสาธารณะที่เอื้อตอการยกระดับคุณภาพชีวิตและมาตรฐานความเปนอยูที่ดีของประชาชน และจะเครงครัดตอการสรางมาตรฐานความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน เรงรัดแกไขปญหายาเสพติด ตลอดจนการแกไขปญหาชุมชนแออัด และปญหาการจราจรติดขัดในเขตเมือง รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย(๔) พัฒนาฝมือแรงงาน และคุมครองสวัสดิภาพของผูใชแรงงาน พรรคไทรวมพลังมุงมั่นที่จะพัฒนาฝมือแรงงานใหมีความสอดคลองกับความสนใจของแตละบุคคลบนพื้นฐานความตองการของตลาดแรงงาน พัฒนาระบบการประกันสังคมใหมีประสิทธิภาพและอํานวยประโยชนสําหรับผูใชแรงงานใหเกิดเปนรูปธรรมอยางแทจริง จะใหความสําคัญตอการคุมครองสวัสดิภาพของแรงงานเด็กและสตรีสงเสริมใหมีระบบแรงงานสัมพันธ และกระบวนการในการระงับขอพิพาทแรงงานที่รวดเร็วและเปนธรรมสรางมาตรการจูงใจและเครงครัดตอการจัดระบบความปลอดภัยในการทํางาน และใหสวัสดิการแกผูใชแรงงานสนับสนุนใหผูใชแรงงานมีเสรีภาพ และไดรับความคุมครองในการจัดตั้งสหภาพแรงงาน(๕) บริการสาธารณสุขอยางทั่วถึง พรรคไทรวมพลังจะปรับปรุงบริการสาธารณสุขโดยการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย และจัดใหมีเครื่องมือการแพทยใหทันสมัย ยกระดับสถานีอนามัยใหเปนโรงพยาบาลตําบล และเพิ่มงบพัฒนาครุภัณฑแกระบบโรงพยาบาลใหเพียงพอ สงเสริมและสนับสนุนการวิจัยทางการแพทยแผนไทยโดยอาศัยภูมิปญญาชาวบาน เพื่อเปนทางเลือกสําหรับประชาชนเสริมสรางความรูความเขาใจเกี่ยวกับการกินอยู และสุขอนามัยที่ดีของประชาชน โดยผานกลไกของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบาน เพื่อเปนยุทธศาสตรสําคัญในการปองกันการเกิดโรคโดยจะเนนการแกไข การสาธารณสุขใหถึงชุมชน ดังนี้๑. ขยายเตียงรองรับผูปวยในโรงพยาบาลระดับอําเภอ ใหรองรับผูปวยไดเพียงพอตอประชากรในเขตทองที่อําเภอนั้น ๆ๒. พัฒนาสถานีอนามัยตําบล ใหมีสภาพเปนโรงพยาบาล ขนาด ๑๕ เตียงเปนอยางต่ําและมีนายแพทยประจําทุกตําบล โดยใหโรงพยาบาลประจําตําบลทําการบริการรักษาผูเจ็บปวยแบบองครวม คือ มีทั้งแผนปจจุบัน แพทยแผนไทย และหมอพื้นบานหนา ๒๙เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
๓. สงเสริมการปลูกพืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพและรักษาโรคบางชนิด๔. การสาธารณสุขระดับชุมชน๔.๑ ยกฐานะกรมแพทยแผนไทย ขึ้นเปนกระทรวงแพทยแผนไทยประกอบไปดวย - กรมแพทยแผนไทย- กรมสงเสริมหัตถเวช- กรมสงเสริมหมอพื้นบาน- กรมพัฒนาและอนุรักษพืชสมุนไพร- กรมเภสัชกรปรุงแตงยาสมุนไพร๔.๒ ยกสถานีอนามัยประจําตําบลใหเปนโรงพยาบาลชุมชนแบบองครวมใหครบทุกตําบล โดยมีแพทยแผนปจจุบัน และแพทยแผนไทย รวมถึงหมอพื้นบานคอยบริการประชาชนในขั้นตน ๔.๓ พัฒนาคุณภาพ อสม. โดยกําหนดหลักสูตรพยาบาลพื้นฐาน ๖ เดือนกอนปฏิบัติหนาที่ ๔.๔ สงเสริมการใชสารที่เกิดจากพืชกัญชา และกัญชง เพื่อการแพทยทางเลือก๔.๕ เปดโอกาสใหผูปวยใชการรักษาแบบสมัครใจ ระหวางแพทยแผนปจจุบันกับแพทยแผนไทย หรือใชแบบการรักษาแบบองครวม๔.๖ สงเสริมการบํารุงรักษาสุขภาพของประชาชนใหแข็งแรงมากกวาการรักษาเมื่อปวย ๔.๗ เขมงวดเกี่ยวกับสารสังเคราะหที่นํามาผลิตอาหารจากสัตวและพืชหรือสารปรุงแตงอาหาร ที่เปนสาเหตุใหประชาชนเกิดโรค เชน ความดัน เบาหวาน และมะเร็งเพื่อใหอัตราเจ็บปวยที่ลดลง(๖) สงเสริมการกีฬา พรรคไทรวมพลังตระหนักถึงความสําคัญของการกีฬาตอการพัฒนาสุขภาพและศักยภาพของคน จึงมุงมั่นที่จะใชการกีฬาเปนยุทธศาสตรในการพัฒนาประชากรทั้งในดานสุขอนามัย และสภาพจิตใจ ทั้งนี้ จะสงเสริมการเลนกีฬาในหมูประชาชนทุกกลุม โดยจะใชหนา ๓๐เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
มาตรการตาง ๆ เพื่อสนับสนุนการจัดสรางสนามกีฬาศูนยฝกใหทั่วถึง และสนับสนุนอุปกรณกีฬาใหเพียงพอสงเสริมการกีฬาของชาติ ใหพัฒนาไปสูกีฬาแหงความเปนเลิศและกีฬาอาชีพ แกไขปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวของกับการกีฬาใหมีประสิทธิภาพ(๗) ทํานุบํารุงศาสนา อนุรักษ พัฒนาศิลปะและวัฒนธรรม พรรคไทรวมพลังมุงมั่นที่จะสงเสริมการเรียนรู และการนําหลักธรรมของศาสนามาใชในการดํารงชีวิตอยางสันติของทุกศาสนิกชน มุงมั่นอนุรักษศิลปวัฒนธรรมไทย โดยการนําศิลปวัฒนธรรมทองถิ่นและภูมิปญญาไทยศึกษาคนควาวิจัย ฟนฟู พัฒนา และเผยแพรใหเกิดความรู ความเขาใจในประวัติศาสตร และศิลปวัฒนธรรมของชาติ สงเสริมใหประชาชนนําศิลปวัฒนธรรมมาประยุกตใชในการดํารงชีวิตอันจะนํามาสูการเกิดศิลปวัฒนธรรมโดยธรรมชาติ เพื่อพัฒนาเปนวัฒนธรรมที่ดีของชาติตอเนื่องสืบไปโดยแกไขกฎหมาย ดังนี้๑. แกไขพระราชบัญญัติคณะสงฆ เพื่อรักษาศาสนสมบัติ โดยใหประชาชนในชุมชนเปนผูเสียหาย กรณีหากเกิดการทุจริตศาสนสมบัติกลางและทรัพยสินของวัด๒. แกไขบทลงโทษคนปลอมเปนพระสงฆใหมีโทษจําคุกฐานมารศาสนา๓. แกไขตําแหนงไวยาวัจกรของวัด ใหเปนในรูปคณะกรรมการไวยาวัจกรตามฐานะของวัด เชน วัดขนาดใหญ ใหมีคณะกรรมการไวยาวัจกร ๗ คน วัดขนาดกลาง ๕ คนและวัดขนาดเล็ก ๓ คนขอ ๑๓ นโยบายดานการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐาน(๑) ปรับปรุงระบบประปาหมูบานทุกแหงใหสามารถใชรองรับผูบริโภคไดอยางปลอดภัย(๒) ปรับปรุงบอบาดาล (กลาง) ในแตละชุมชน ใหสามารถใชน้ําไดอยางปลอดภัยและใชพลังงานแสงอาทิตยเปนพลังงานสูบน้ํา(๓) เรงใหองคกรปกครองสวนทองถิ่น ติดตั้งแสงสวาง ถนน ตรอกซอย ในชุมชนดวยแสงสวางจากแสงอาทิตย(๔) เรงปรับปรุงและเขมงวดการกําจัดขยะ แบบฝงกลบเพื่อปองกันระบบน้ําใตดิน(๕) จัดตั้งกองทุนสงเสริมการใชพลังงานไฟฟาจากพลังงานแสงอาทิตย โดยรัฐชวยเหลือออกทุน ๓๐ เปอรเซ็นต หนา ๓๑เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
ขอ ๑๔ นโยบายดานการพัฒนาการคมนาคมขนสงพรรคไทรวมพลัง มุงมั่นที่จะพัฒนาระบบการคมนาคมขนสงใหมีคุณภาพ ประสิทธิภาพความปลอดภัย และเพียงพอที่จะรองรับตอความตองการของประชาชนไดในทุกภูมิภาค จัดทําถนนลาดยางไรฝุนใหทั่วถึงทุกหมูบาน และจัดการระบบขนสงมวลชนทั้งระบบลอ และระบบรางในเขตเมืองใหครอบคลุมทุกพื้นที่อยางมีประสิทธิภาพและคุมคา เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และความสามารถในการแขงขันดานบริการขนสง ทั้งการขนสงทางบก ทางน้ําและพาณิชยนาวี ทางอากาศ และการขนสงระบบทอ อีกทั้งพัฒนาเสนทางคมนาคมขนสงเชื่อมโยงไปยังประเทศตาง ๆ ใหเปนระบบโครงขายขนสงนานาชาติที่สมบูรณ พัฒนาการสื่อสารโทรคมนาคม และระบบสารสนเทศ พรรคไทรวมพลัง มุงมั่นที่จะพัฒนาระบบการสื่อสารโทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ ใหมีคุณภาพ มีความหลากหลายของบริการและมีอัตราคาบริการที่สมเหตุสมผล ตามมาตรฐานสากล มีนวัตกรรม และบริการที่หลากหลายรวมทั้งสามารถรองรับตอความตองการของประชาชนในทุกภูมิภาคได และสงเสริมใหประชาชนมีความรูเทาทันสื่อสารสนเทศ เพื่อยกระดับมาตรฐานในการดํารงชีวิต การติดตอสื่อสาร การเขาถึงขาวสารขอมูล และการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยรวมของประเทศ โดยจะสงเสริมใหมีการแขงขันในการใหบริการกิจการโทรคมนาคมอยางเสรี และเปนธรรม กําหนดมาตรฐาน ในการกํากับดูแลตอการประกอบธุรกิจการสื่อสารโทรคมนาคม รวมทั้งจะประกันโอกาสในการเขาถึง การบริการสื่อสารโทรคมนาคมของประชาชนในชนบทที่หางไกลขอ ๑๕ นโยบายดานทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดลอม และพลังงาน(๑) คุมครอง อนุรักษ ฟนฟู และพัฒนาระบบพลังงานทางเลือก พรรคไทรวมพลังมุงมั่นที่จะอนุรักษ ฟนฟู และพัฒนาทรัพยากรดิน น้ํา ปาไม อากาศ แรธาตุ ทะเล และชายฝงบนพื้นฐานของความสมดุลของธรรมชาติ เพื่อเปนปจจัยพื้นฐานที่สําคัญในการพัฒนาแบบยั่งยืน(๒) บริหารจัดการอยางมีประสิทธิภาพ พรรคไทรวมพลังจะกําหนดแผนและเปาหมายรวมทั้งการปรับปรุงกฎหมาย และระเบียบขอบังคับในการใชทรัพยากรธรรมชาติอยางมีประสิทธิภาพและเปนธรรม เพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ โดยการกระจายอํานาจการบริหารและการจัดการไปสูสวนภูมิภาคและทองถิ่น โดยสงเสริมความรวมมือจากทุกภาคสวนหนา ๓๒เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
(๓) ควบคุม และแกปญหามลพิษ พรรคไทรวมพลังจะควบคุมมลพิษจากทุกแหลงไมใหสรางความเสียหายตอประชาชนและสิ่งแวดลอม จัดการของเสียอยางเปนระบบและมีประสิทธิภาพกําหนดใหผูกอมลพิษตองมีสวนรวมรับผิดชอบตอการแกไขปญหามลพิษ ปรับปรุงกฎหมายและแนวทางปฏิบัติในการจัดการมลพิษ ใหเครงครัด ชัดเจน และทันสมัย(๔) วิจัย และพัฒนาองคความรูเพื่อความยั่งยืน พรรคไทรวมพลังจัดทําระบบขอมูลทรัพยากรธรรมชาติใหครบถวน และมีมาตรฐาน สงเสริมความรวมมือดานการพัฒนาสิ่งแวดลอมศึกษาในทุกระดับ ปรับปรุงหลักสูตรการศึกษา และกิจกรรมดานสิ่งแวดลอมใหแกสถาบันการศึกษาสนับสนุนการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใชทรัพยากรธรรมชาติและการจัดการสิ่งแวดลอม(๕) พัฒนาคุณภาพการผลิตพลังงาน และแสวงหาพลังงานทดแทนจากทรัพยากรธรรมชาติพรรคไทรวมพลังจะสงเสริมการศึกษาวิจัยเพื่อการไดมาซึ่งแหลงพลังงานทดแทน โดยเนนการใชวัตถุดิบทางการเกษตรที่มีอยูในประเทศเปนหลัก สนับสนุนสงเสริมการใชพลังงานจากธรรมชาติ เพื่อลดการทําลายทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดลอม และระบบนิเวศ มุงมั่นที่จะพัฒนาระบบการผลิตใหมีปริมาณของกระแสไฟฟาเพียงพอตอความตองการของประเทศ มุงมั่นที่จะรณรงคเพื่อปลูกจิตสํานึกของคนไทยใหใชพลังงาน อยางประหยัด และรูคุณคา เพื่อถนอมรักษาแหลงพลังงานไวใชไดนานที่สุด และลดการสูญเสียเงินตราตางประเทศ(๖) การเขาถึงพลังงานทางเลือกของประชาชน พรรคไทรวมพลังมองเห็นความสําคัญในดานการใชพลังงานอยางมีคุณคา และมุงใหประชาชนพึ่งพาตนเองในการใชพลังงาน และมีคาใชจายนอยในครัวเรือน จึงมุงสงเสริมใหมีการตั้งกองทุนการพัฒนาพลังงานและใชพลังงานจากแสงอาทิตยและพืชพลังงานดังนี้ ๑. รัฐพึงสงเสริมใหเกษตรกรแปรรูปปาลมน้ํามันแบบผลิตเองในชุมชนและขายในชุมชนใชเองในชุมชน ๒. รัฐพึงสงเสริมใหวิสาหกิจชุมชนผลิตน้ํามันเอทานอลจากพืชมันสําปะหลังในครัวเรือน ๓. รัฐพึงสงเสริมวิสาหกิจชุมชนผลิตแกสชีวมวลใชเอง ใชเปนพลังงานเชื้อเพลิงหนา ๓๓เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
ขอ ๑๖ นโยบายดานการตางประเทศ(๑) เสริมสรางความสัมพันธกับประเทศในภูมิภาค พรรคไทรวมพลัง มีความมุงมั่นที่จะเสริมสรางความสัมพันธกับประเทศเพื่อนบานอยางใกลชิด โดยเฉพาะอยางยิ่งประเทศที่มีพรมแดนติดตอกันและประเทศอื่นในภูมิภาค ทั้งเพื่อการพัฒนาการแกไขปญหาและการอยูรวมกันอยางสันติโดยสนับสนุนใหมีการพบปะกันอยางสม่ําเสมอระหวางภาครัฐ ภาคเอกชนและองคกรประชาชน(๒) ยกระดับความรวมมือกับนานาประเทศ พรรคไทรวมพลังมีเจตนารมณที่จะดําเนินนโยบายที่เปนอิสระ เปนมิตรกับทุกประเทศโดยจะสงเสริมสัมพันธไมตรี และความรวมมือกับนานาประเทศ ทั้งในทวิภาคี และพหุภาคี โดยถือหลักในการปฏิบัติตอกันอยางเสมอภาคสงเสริมการแลกเปลี่ยนความสัมพันธระหวางประเทศในดานเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมรวมถึงความรวมมือดานการศึกษาวิชาการ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย และการรักษาสิ่งแวดลอมรวมทั้งปฏิบัติตามสนธิสัญญาดานสิทธิมนุษยชน ตลอดจนตามพันธกรณีที่ไดกระทําไวกับนานาประเทศและองคกรระหวางประเทศ(๓) เพิ่มศักยภาพดานเศรษฐกิจระหวางประเทศ พรรคไทรวมพลังจะสงเสริมการคาการลงทุนและการทองเที่ยวกับนานาประเทศดวยการเสริมสรางและเกื้อกูลใหประเทศสามารถใชประโยชนจากการจัดระเบียบการคาใหม ทั้งในระดับภูมิภาคและในระดับโลก โดยจะใชนโยบายเชิงรุกในเวทีเศรษฐกิจระหวางประเทศ เชน ในกรอบขององคการการคาโลก ความรวมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟก เขตการคาเสรีอาเซียน รวมทั้งความรวมมือในกรอบของกลุมเศรษฐกิจเพื่อเชื่อมอนุภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใตและภูมิภาคอื่น ตลอดจนตองใหความคุมครองและดูแลผลประโยชนของคนไทยในตางประเทศอยางใกลชิด(๔) เพิ่มบทบาทและสรางความสําคัญในองคกรระหวางประเทศ พรรคไทรวมพลังมุงมั่นที่จะใหประเทศไทยเขาไปมีบทบาทสําคัญในเวทีองคกรระหวางประเทศ โดยจะเพิ่มพูนการมีสวนรวมในองคการสหประชาชาติ องคการการคาโลก องคกรเศรษฐกิจในภูมิภาค องคกรของกลุมประเทศกําลังพัฒนา และองคกรระหวางประเทศอื่น ๆ อันจะนําไปสูการเขาไปเปนสวนสําคัญในการเจรจาและการมีสวนรวมอยางมีนัย ทั้งทางดานเศรษฐกิจการเมืองและสังคมระหวางประเทศหนา ๓๔เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
ขอ ๑๗ นโยบายดานการทหาร(๑) มุงพัฒนากองทัพใหทันสมัย สรางกําลังพลอยางมีประสิทธิภาพ(๒) มุงพัฒนากองกําลังทางทหาร ใหกระจายอยูตามพื้นที่ยุทธศาสตรของประเทศเพื่อลดคาใชจายในการเคลื่อนยายกําลังพล และสรางความชํานาญในการลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบและสามารถแกไขปญหาเวลาเกิดเหตุการณจากภายนอกประเทศ(๓) มุงใชกําลังพลจากการเกณฑทหารหรือทหารอาสาสมัครใจ แยกตามภูมิภาคเนนใหปฏิบัติหนาที่ใกลภูมิลําเนาที่ตั้งกองกําลังประจําภูมิภาคนั้น ๆ เพื่อสะดวกในการที่กําลังพลกลับไปเยี่ยมบานเพื่อเปนขวัญและกําลังใจของกําลังพลในการอยูใกลบานตนเอง ใหกําลังพลใชศักยภาพของความชํานาญในพื้นที่รับผิดชอบที่เปนขอไดเปรียบในการรบ และเพื่อใหเกิดความประหยัดในการเคลื่อนยายกําลังพลเวลาเกิดเหตุการณขอ ๑๘ นโยบายดานความยุติธรรมแกพลเมือง(๑) แกไขกฎหมายอาญาและกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาวาดวยการจับกุมและการสอบสวน ตลอดจนการไตสวนเพื่อมิใหกาวกายหรือครอบงํากันระหวางพนักงานตํารวจพนักงานฝายปกครอง พนักงานอัยการ ตลอดจนกระบวนการพิจารณาในศาล(๒) เจาพนักงานตํารวจ พรรคไทรวมพลังจะแยกอํานาจการจับกุม ออกจากอํานาจการสอบสวน โดยใหพนักงานตํารวจมีอํานาจจับกุมหรือปราบปรามแกผูกระทําความผิด(๓) อํานาจการสอบสวน ใหเจาพนักงานฝายปกครอง และตัวแทนจากพนักงานอัยการและทนายความอิสระ เขามาเปนคณะกรรมการสอบสวนผูที่ถูกจับกุม โดยใหมีคณะกรรมการสอบสวนคดีอาญาประจําอําเภอ ทองที่ในภูมิภาค หรือเขตในการปกครองทองถิ่นแบบพิเศษ(๔) อํานาจสั่งฟองคดีของพนักงานอัยการ โดยกําหนดชั้นโทษของผูกระทําผิดหรือถูกกลาวหาวากระทําผิดที่มีอัตราการลงโทษตั้งแตสามปขึ้นไป พนักงานอัยการตองสงฟองศาลทุกคดีเวนแตคดีความที่มีอัตราโทษที่ต่ํากวาสองป ใหพนักงานอัยการใชดุลพินิจ กรณีหลักฐานแหงคดีมีมูลไมเพียงพอจะสั่งไมฟองก็ได แตตองสงเรื่องกลับมายังคณะกรรมการสอบสวนแหงทองที่หรือเขต แลวแตกรณีไดใชดุลพินิจอีกครั้งหนึ่ง หากคณะกรรมการสอบสวนยืนยันเห็นควรสั่งฟอง พนักงานอัยการตองสงฟองศาลหนา ๓๕เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
(๕) ศาลยุติธรรมชั้นตน เมื่อไดรับคดีจากพนักงานอัยการแลวใหศาลชั้นตนตั้งคณะกรรมการผูทรงคุณวุฒิดานกฎหมาย และดานรัฐศาสตร อยางนอยหาคนแตไมเกินเจ็ดคนเปนผูพิจารณาสํานวนคดี หรือเรียกโจทกและจําเลยมาไตสวนพรอมแสดงพยานหลักฐานกอนสรุปเสนอคณะผูพิพากษาพิจารณาไตสวน ทั้งนี้ เพื่อใหเกิดความรวดเร็วในการดําเนินคดี และเพื่อใหประชาชนผูถูกกลาวหาไดเขาถึงกระบวนการยุติธรรมไดมากยิ่งขึ้นหมวด ๔โครงสรางการบริหารพรรคและตําแหนงตาง ๆ ในพรรคสวนที่ ๑โครงสรางการบริหารพรรคขอ ๑๙ โครงสรางของพรรคไทรวมพลัง ประกอบดวย(๑) คณะกรรมการบริหารพรรค(๒) คณะกรรมการสาขาพรรค(๓) ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสวนที่ ๒คณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๒๐ คณะกรรมการบริหารพรรค มีจํานวนไมนอยกวา ๙ คน ประกอบดวย(๑) หัวหนาพรรค(๒) รองหัวหนาพรรค(๓) เลขาธิการพรรค(๔) รองเลขาธิการพรรค(๕) เหรัญญิกพรรค(๖) นายทะเบียนสมาชิกพรรค(๗) โฆษกพรรค(๘) กรรมการบริหารพรรคคณะกรรมการบริหารพรรค อาจกําหนดผูชวยกรรมการบริหารพรรค คณะทํางานดานตาง ๆของพรรค แตไมใหกาวกายอํานาจหนาที่ของกรรมการบริหารพรรค มีหนาที่เพียงชวยเหลืองานของกรรมการบริหารพรรคที่มอบหมายเทานั้น หนา ๓๖เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
คณะกรรมการบริหารพรรคอาจกําหนดตําแหนงผูอํานวยการพรรค รองผูอํานวยการพรรคเพื่อชวยเหลืองานของพรรคขึ้นอีกก็ไดขอ ๒๑ การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคใหดําเนินการในที่ประชุมใหญของพรรคโดยการลงคะแนนลับใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งตําแหนงคณะกรรมการบริหารพรรคจนครบ และมีจํานวนไมนอยกวาตามที่กําหนดในขอ ๒๐ในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนง ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวายี่สิบคน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อควรอยูในที่ประชุม หากในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนงมีการเสนอชื่อบุคคลมากกวาจํานวนที่กําหนดไวใหที่ประชุมโหวตเลือกผูใดผูหนึ่งโดยการยกมือ และใหผูที่ไดรับการโหวตที่มีคะแนนมากกวาเปนผูที่ไดรับการเสนอชื่อเปนกรรมการบริหารพรรคในตําแหนงนั้น ในกรณีที่มีผลคะแนนเทากัน ใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดในกรณีบุคคลตามวรรคสามไดรับการเสนอชื่อเปนกรรมการบริหารพรรคตองไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้น และหากผูไดรับการเสนอชื่อไมอยูในที่ประชุมใหมีหนังสือยินยอมการดํารงตําแหนงขอ ๒๒ กรรมการบริหารพรรคตองเปนสมาชิกพรรค อายุไมต่ํากวายี่สิบป มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่ที่ประชุมใหญพรรคเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมกรรมการบริหารพรรคตองไมเปนกรรมการสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในขณะเดียวกันขอ ๒๓ ในระหวางการดํารงตําแหนงประธานสภาผูแทนราษฎร และรองประธานสภาผูแทนราษฎรจะเปนกรรมการบริหารพรรค หรือดํารงตําแหนงใดในพรรคขณะเดียวกันมิไดขอ ๒๔ ความเปนกรรมการบริหารพรรคการเมืองสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก โดยถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคหรือหัวหนาพรรคไดรับหนังสือ(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดหนา ๓๗เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
เมื่อตําแหนงกรรมการบริหารพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเขารักษาการแทน จนกวาจะมีการประชุมใหญ เพื่อเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วาง ซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงกรณี การเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคแทนตําแหนงที่วางหรือการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติมใหผูไดรับเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกตั้งเพิ่มเติมนั้น อยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๒๕ กรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ความเปนกรรมการบริหารพรรคของหัวหนาพรรคสิ้นสุดลง ตามขอ ๒๔(๓) กรรมการบริหารพรรควางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดตามขอ ๒๐ในกรณีกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะตาม (๑) ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป และใหเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงในกรณีกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๒) และ (๓) ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป โดยใหรองหัวหนาพรรคตามลําดับรักษาการแทนหัวหนาพรรค ถาไมมีรองหัวหนาพรรคใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งรักษาการแทน และใหเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะในกรณีกรรมการบริหารพรรคพนจากสมาชิกพรรคทั้งหมด ใหถือวาเปนเหตุใหเลิกพรรคขอ ๒๖ คณะกรรมการบริหารพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรค และมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หนา ๓๘เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
(๒) ควบคุมและกํากับดูแลมิใหสมาชิกพรรค หรือผูดํารงตําแหนงในพรรคกระทําการในลักษณะที่อาจทําใหการเลือกตั้งหรือการเลือกมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมไมชอบดวยกฎหมาย หรืออาจเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใดซึ่งสมัครเขารับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภาไมวาโดยทางตรงหรือทางออม(๓) ใหความเห็นชอบในการจัดทําแผนหรือโครงการที่จะดําเนินกิจกรรมตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมือง(๔) ดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรคใหเปนไปตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมือง(๕) บริหารการเงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดของพรรคและสาขาพรรคตลอดจนจัดทําบัญชีตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมืองใหถูกตองตามความเปนจริง(๖) ตรวจสอบและควบคุมมิใหมีการนําเงินหรือทรัพยสินของพรรคไปใชจายเพื่อการอื่นใดนอกจากที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมือง(๗) กรณีพรรคสิ้นสภาพความเปนพรรค หรือยุบพรรคยังคงตองปฏิบัติหนาที่อยูจนกวาการชําระบัญชีจะแลวเสร็จ แตจะดําเนินกิจกรรมทางการเมืองในนามพรรคที่สิ้นสภาพความเปนพรรคหรือยุบพรรคมิได (๘) ออกกฎระเบียบและจัดตั้งหนวยงานตาง ๆ เพื่อปฏิบัติงานใหเปนไปตามนโยบายพรรคและขอบังคับพรรค(๙) ควบคุมไมใหพรรค และผูซึ่งพรรคสงเขาสมัครรับเลือกตั้งใชเกินวงเงินตามที่กฎหมายกําหนด(๑๐) เลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๑๑) กําหนดใหมีการประชุมใหญพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้ง และรายงานกิจการดานตาง ๆ ตอที่ประชุมใหญพรรค(๑๒) แตงตั้งและถอดถอนผูปฏิบัติงานในกิจการตาง ๆ ของพรรคและคณะทํางานเฉพาะกิจทั้งในสวนกลางและสวนภูมิภาค(๑๓) อื่น ๆ (ตามที่พรรคการเมืองกําหนด)หนา ๓๙เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
ขอ ๒๗ กรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนงมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) หัวหนาพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(ก) เปนประธานของคณะกรรมการบริหารพรรค และเปนผูเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ตลอดจนดําเนินการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค(ข) เปนผูเรียกประชุมใหญพรรค หรือตามความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรค หรือตามที่ขอบังคับพรรคกําหนด และเปนประธานที่ประชุมใหญพรรค ตลอดจนดําเนินการประชุมใหญพรรค(ค) เปนผูเรียกประชุมรวมระหวางคณะกรรมการบริหารพรรคกับสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรค และเปนประธานที่ประชุม ตลอดจนเปนผูดําเนินการประชุมดังกลาว(ง) เปนผูลงนามประกาศ กฎระเบียบ และคําสั่งพรรค(จ) ในกรณีที่มีความจําเปนในการดําเนินการทางการเมือง ใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของพรรคไดโดยมติของกรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้น และใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติพรรค(ฉ) อํานาจอื่น ๆ ตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับพรรค(๒) รองหัวหนาพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่หัวหนาพรรค หรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๓) เลขาธิการพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(ก) เปนผูตรวจสอบและกํากับดูแลกิจการทั้งปวงของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย และใหรับผิดชอบโดยตรงตอหัวหนาพรรค หรือรองหัวหนาพรรค ในกิจการที่หัวหนาพรรคมอบหมายใหปฏิบัติ(ข) เปนผูเสนอรายงานตอคณะกรรมการบริหารพรรค ที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรค และตอที่ประชุมใหญพรรค(ค) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรค คณะที่ปรึกษาพรรค และสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรคและที่ประชุมใหญพรรค (ง) เปนผูกํากับดูแลการบริหารงานของสํานักงานใหญพรรคหนา ๔๐เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
(๔) รองเลขาธิการพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่เลขาธิการพรรค หรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๕) เหรัญญิกพรรค มีหนาที่และอํานาจในการควบคุมรายรับ - รายจายเงินบัญชีทรัพยสิน หนี้สินและงบการเงินของพรรค ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด(๖) นายทะเบียนสมาชิกพรรค มีหนาที่และอํานาจเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครเขาเปนสมาชิกพรรค และจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคใหตรงตามความเปนจริงและตองใหสมาชิกพรรคตรวจดูไดโดยสะดวก ณ สํานักงานใหญของพรรค รวมทั้งประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวย เพื่อประโยชนในการตรวจสอบความถูกตอง(๗) โฆษกพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(ก) แถลงมติที่ประชุมของพรรค และแถลงกิจการตาง ๆ ของพรรค(ข) ประชาสัมพันธงานของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๘) กรรมการบริหารพรรค มีหนาที่และอํานาจตามคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย สวนที่ ๓สาขาพรรคการเมืองขอ ๒๘ ภายในหนึ่งปนับแตวันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคตองดําเนินการใหมีสาขาพรรคในแตละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดอยางนอยภาคละหนึ่งสาขา โดยสาขาพรรคแตละสาขาตองมีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาในเขตเลือกตั้งตั้งแตหารอยคนขึ้นไปขอ ๒๙ เขตเลือกตั้งใดที่มีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตเลือกตั้งนั้นตั้งแตหารอยคนขึ้นไปสมาชิกพรรคอาจจัดประชุมเพื่อดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองตามประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเกี่ยวกับการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคตองไมมีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดอยูในจังหวัดนั้นขอ ๓๐ คณะกรรมการสาขาพรรคใหมีจํานวนไมนอยกวาเจ็ดคน ประกอบดวย(๑) หัวหนาสาขาพรรค(๒) รองหัวหนาสาขาพรรค หนา ๔๑เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
(๓) เลขานุการสาขาพรรค(๔) รองเลขานุการสาขาพรรค(๕) เหรัญญิกสาขาพรรค(๖) นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค(๗) โฆษกสาขาพรรคขอ ๓๑ กรรมการสาขาพรรคตองเปนสมาชิกพรรค มีอายุไมต่ํากวายี่สิบป มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่หัวหนาพรรคประกาศจัดตั้งสาขาพรรค หรือประกาศแตงตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม แลวแตกรณีกรรมการสาขาพรรคตองไมเปนกรรมการบริหารพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในขณะเดียวกันขอ ๓๒ การเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคใหดําเนินการในที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคหรือที่ประชุมใหญสาขาพรรค แลวแตกรณีใหที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคหรือที่ประชุมใหญสาขาพรรคเลือกตั้งตําแหนงคณะกรรมการสาขาพรรคจนครบ และมีจํานวนไมนอยกวาตามที่กําหนดในขอ ๓๐ในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการสาขาพรรคแตละตําแหนง ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวายี่สิบคน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อควรอยูในที่ประชุมในกรณีบุคคลตามวรรคสามไดรับการเสนอชื่อเปนกรรมการสาขาพรรคตองไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้น และหากผูไดรับการเสนอชื่อไมอยูในที่ประชุมใหมีหนังสือยินยอมการดํารงตําแหนงขอ ๓๓ คณะกรรมการสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรคและมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๒) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทยหนา ๔๒เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
(๓) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศ และการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๔) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๕) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตาง และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(๖) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคการเมืองใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๗) การจัดประชุมสมาชิกพรรคเพื่อรับฟงความคิดเห็นการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๘) การใหความเห็นเกี่ยวกับการกําหนดนโยบายของพรรคที่ใชในการประกาศโฆษณาหาเสียง (๙) รับฟงความคิดเห็นจากสมาชิกพรรคการเมือง เพื่อเสนอใหพรรคการเมืองไปดําเนินการในสวนที่เกี่ยวของขอ ๓๔ กรรมการสาขาพรรคแตละตําแหนงมีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(๑) หัวหนาสาขาพรรค มีอํานาจและหนาที่ ดังนี้(ก) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรค(ข) จัดทําบัญชีรายชื่อพรอมที่อยูของสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาในเขตจังหวัดซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรค(ค) เปนผูแทนของสาขาพรรคและเปนผูรับผิดชอบในกิจกรรมทั้งปวงของสาขาพรรค(ง) เปนประธานของคณะกรรมการสาขาพรรค เรียกประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและเปนประธานการประชุม หนา ๔๓เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
(จ) เรียกประชุมใหญสาขาพรรค และเปนประธานของที่ประชุม ตลอดจนดําเนินการประชุม (ฉ) มีสิทธิยับยั้งมติคณะกรรมการสาขาพรรค หรือคณะกรรมการอื่น ๆที่คณะกรรมการสาขาพรรคจัดตั้งขึ้น เพื่อขอใหมีการทบทวนมติในกรณีที่มีความจําเปน แตทั้งนี้ตองไมเกินสามวัน ซึ่งหากพนกําหนดดังกลาวใหถือวามติของที่ประชุมนั้นมีผลใชบังคับ(ช) ในกรณีที่มีความจําเปนในการดําเนินการทางการเมือง ใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของสาขาพรรคได โดยความเห็นชอบของกรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้น และใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติของสาขาพรรค(ซ) หนาที่และอํานาจอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด(๒) รองหัวหนาสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่ความรับผิดชอบตามที่หัวหนาสาขาพรรคมอบหมาย (๓) เลขานุการสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบ(ก) ตรวจสอบและกํากับดูแลกิจการทั้งปวงของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย และใหรับผิดชอบโดยตรงจากหัวหนาสาขาพรรคในกิจการที่หัวหนาสาขาพรรคมอบหมายใหปฏิบัติ (ข) เสนอรายงานตอที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค และที่ประชุมใหญสาขาพรรค (ค) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค และที่ประชุมใหญสาขาพรรค (ง) กํากับดูแลการบริหารงานของสํานักงานสาขาพรรค(๔) รองเลขานุการสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบตามที่เลขานุการสาขาพรรคหรือคณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย(๕) เหรัญญิกสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบในการควบคุมรายรับ - รายจายบัญชีทรัพยสิน หนี้สิน และงบการเงินของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคกําหนด(๖) นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบทะเบียนสมาชิกสาขาพรรคหนา ๔๔เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
(๗) โฆษกสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบ(ก) แถลงมติที่ประชุมและกิจการตาง ๆ ของสาขาพรรค(ข) ประชาสัมพันธงานของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมายขอ ๓๕ ความเปนกรรมการสาขาพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก โดยใหถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคหรือหัวหนาพรรคไดรับหนังสือ(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดเมื่อตําแหนงกรรมการสาขาพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาสาขาพรรคแตงตั้งกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเขารักษาการแทน จนกวาจะมีการประชุมเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงหากตําแหนงหัวหนาสาขาพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหรองหัวหนาสาขาพรรคลําดับตนรักษาการแทน ถาไมมีรองหัวหนาสาขาพรรค ใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งรักษาการแทน และใหมีอํานาจเรียกประชุมใหญสาขาพรรคเพื่อเลือกตั้งหัวหนาสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วางภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงกรณี การเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วางหรือการเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคเพิ่มเติม ใหผูไดรับเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกตั้งเพิ่มเติมนั้น อยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของคณะกรรมการสาขาพรรคขอ ๓๖ กรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) กรรมการสาขาพรรควางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมด ตามขอ ๓๐ในกรณีกรรมการสาขาพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป และใหประชุมใหญสาขาพรรคเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงหนา ๔๕เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
ในกรณีกรรมการสาขาพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๒) ใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป และใหดําเนินการจัดประชุมใหญสาขาพรรคเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการสาขาพรรควางลงทั้งคณะในกรณีที่ไมมีกรรมการสาขาพรรคเหลืออยู หรือมีแตไมยินยอมดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม คณะกรรมการบริหารพรรคจะดําเนินการเองหรือจะมอบหมายใหสมาชิกสาขาพรรคจํานวนหนึ่งดําเนินการแทนก็ไดขอ ๓๗ เมื่อดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคครบตามที่กําหนดในมาตรา ๓๓ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ แลว หากตอมาภายหลังมีสาขาพรรคไมครบตามมาตรา ๓๓ ใหดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคใหครบตามมาตรา ๓๓ ภายในเกาสิบวันนับแตวันที่สาขาพรรคมีจํานวนไมครบตามมาตรา ๓๓ สวนที่ ๔ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๓๘ ในจังหวัดที่มิไดเปนที่ตั้งสาขาพรรคการเมือง ถาพรรคการเมืองนั้นมีสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นเกินหนึ่งรอยคน พรรคการเมืองนั้นอาจแตงตั้งสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นซึ่งมาจากการเลือกของสมาชิกดังกลาวใหเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดตามจํานวนที่เห็นสมควรเพื่อดําเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองในจังหวัดนั้นการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหเปนไปตามประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเกี่ยวกับการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๓๙ ใหตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด มีจํานวนไมนอยกวาหนึ่งคนขอ ๔๐ ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตองเปนสมาชิกพรรค มีอายุไมต่ํากวายี่สิบปมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่มีประกาศแตงตั้งเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ตองไมเปนกรรมการบริหารพรรค หรือกรรมการสาขาพรรคในขณะเดียวกันขอ ๔๑ การแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหดําเนินการในที่ประชุมของสมาชิกพรรคในจังหวัดนั้นไมนอยกวาหาสิบคน หนา ๔๖เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
ในการเสนอชื่อผูเขารับการเสนอชื่อเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวาสิบคน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อควรอยูในที่ประชุมบุคคลตามวรรคสองไดรับการเสนอชื่อเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ตองไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้น และหากผูไดรับการเสนอชื่อไมอยูในที่ประชุมใหมีหนังสือยินยอมการดํารงตําแหนงขอ ๔๒ ความเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสิ้นสุดลง เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ตาย(๓) ลาออก โดยใหถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคหรือหัวหนาพรรคไดรับหนังสือ(๔) ขาดจากสมาชิกภาพ(๕) หัวหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคสั่งใหพนจากการเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๖) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดในกรณีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขึ้นใหมและใหจัดประชุมสมาชิกเพื่อดําเนินการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดภายในหกสิบวันนับแตวันที่ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดครบวาระการดํารงตําแหนงหากตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดวางลงตาม (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่เหลืออยู อาจเรียกประชุมสมาชิกเพื่อดําเนินการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดแทนตําแหนงที่วาง หรือเลือกเพิ่มเติมก็ได ทั้งนี้ ใหอยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่แตงตั้งขึ้นกอนการเลือกแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกเพิ่มเติมในกรณีที่ไมมีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตาม (๒) (๓) (๔) (๕)และ (๖) ใหถือวาตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดดังกลาวสิ้นสภาพไปขอ ๔๓ ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด มีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรคและมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หนา ๔๗เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
(๒) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(๓) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศ และการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๔) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๕) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตาง และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(๖) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๗) การจัดประชุมสมาชิกพรรคเพื่อรับฟงความคิดเห็นการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๘) การใหความเห็นเกี่ยวกับการกําหนดนโยบายของพรรคที่ใชในการประกาศโฆษณาหาเสียง (๙) รับฟงความคิดเห็นจากสมาชิกพรรค เพื่อเสนอใหพรรคการเมืองไปดําเนินการในสวนที่เกี่ยวของ หมวด ๕การบริหารจัดการสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๔๔ การบริหารจัดการสาขาพรรค(๑) ใหมีการรับสมัครสมาชิกพรรค(๒) ใหมีการจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคในพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคหนา ๔๘เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
(๓) ประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป(๔) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรคขอ ๔๕ การบริหารจัดการตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๑) ใหมีการรับสมัครสมาชิกพรรค(๒) ใหมีการจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคในพื้นที่ที่รับผิดชอบของตัวแทนพรรคประจําจังหวัด (๓) ประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป(๔) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของตัวแทนพรรคประจําจังหวัดหมวด ๖การประชุมสวนที่ ๑การประชุมใหญพรรคขอ ๔๖ พรรคการเมืองตองจัดใหมีการประชุมใหญสามัญของพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้งขอ ๔๗ สมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสี่ของจํานวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสามของจํานวนกรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยูของพรรคหรือไมนอยกวาสองรอยหาสิบคน แลวแตจํานวนใดจะนอยกวา มีสิทธิเขาชื่อกันยื่นคํารองขอตอหัวหนาพรรคใหจัดการประชุมใหญวิสามัญของพรรคไดในกรณีตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการบริหารพรรคตองจัดใหมีการประชุมใหญวิสามัญของพรรคภายในหกสิบวันนับแตวันที่ไดรับหนังสือจากสมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือกรรมการบริหารพรรคหรือสมาชิกพรรค แลวแตกรณีขอ ๔๘ องคประชุมของที่ประชุมใหญพรรค ประกอบดวย(๑) กรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด(๒) ผูแทนของสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสาขาพรรค ซึ่งในจํานวนนี้จะตองประกอบดวยผูแทนของสาขาพรรคไมนอยกวาสองสาขาซึ่งมาจากตางภาคกันหนา ๔๙เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
(๓) ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไมนอยกวากึ่งหนึ่งของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด (๔) สมาชิกพรรคขอ ๔๙ องคประชุมใหญของพรรคตามขอ ๔๘ ตองมีรวมกันทั้งหมดไมนอยกวาสองรอยหาสิบคนการลงมติใหถือเสียงขางมากของที่ประชุม ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๕๐ ใหหัวหนาพรรคเปนประธานในที่ประชุมใหญพรรค ถาหัวหนาพรรคไมมาประชุมใหรองหัวหนาพรรคลําดับตนทําหนาที่แทน ถารองหัวหนาพรรคไมมาประชุม ใหที่ประชุมใหญเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งเปนประธาน และใหเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการที่ประชุมแตถาเลขาธิการพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหที่ประชุมใหญเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนในกรณีที่กรรมการบริหารพรรคเหลือเพียงหนึ่งคนใหเปนประธานในที่ประชุมใหญและใหเลือกสมาชิกพรรคที่เขารวมประชุมเปนเลขานุการที่ประชุมขอ ๕๑ การดําเนินกิจการดังตอไปนี้ ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญของพรรค(๑) การแกไขเปลี่ยนแปลงคําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคหรือนโยบายของพรรค(๒) การแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรค(๓) การเลือกตั้งหัวหนาพรรค รองหัวหนาพรรค เลขาธิการพรรค รองเลขาธิการพรรคเหรัญญิกพรรค นายทะเบียนสมาชิกพรรค โฆษกพรรค และกรรมการบริหารอื่นของพรรค(๔) การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรค(๕) ใหความเห็นชอบรายงานการเงินและการดําเนินกิจการของพรรคที่ไดดําเนินการไปในรอบปที่ผานมา (๖) กิจการที่เสนอโดยคณะกรรมการบริหารพรรคหรือหัวหนาสาขาพรรค(๗) กิจการอื่นตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองกฎหมายหรือขอบังคับพรรค หนา ๕๐เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
การลงมติในที่ประชุมใหญใหกระทําโดยเปดเผย แตการลงมติเลือกบุคคลตาม (๓) และ (๔)ใหลงคะแนนลับขอ ๕๒ คําบอกกลาวเรียกประชุมใหญทุกคราวใหหัวหนาพรรคแจงกําหนดการประชุมใหกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด สมาชิกพรรคทราบลวงหนาไมนอยกวาเจ็ดวัน โดยใหระบุวัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมดวยสวนที่ ๒การประชุมใหญสาขาพรรคขอ ๕๓ หัวหนาสาขาพรรคตองจัดใหมีการประชุมใหญสามัญสาขาพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้งขอ ๕๔ องคประชุมของที่ประชุมใหญสาขาพรรค ประกอบดวย(๑) กรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมด(๒) สมาชิกสาขาพรรคขอ ๕๕ องคประชุมใหญของสาขาพรรคตามขอ ๕๔ ตองมีรวมกันทั้งหมดไมนอยกวาหนึ่งรอยคนการลงมติใหถือเสียงขางมากของสมาชิกพรรคที่มารวมประชุม กรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๕๖ ใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานในที่ประชุมใหญสาขาพรรค ถาหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุม ใหรองหัวหนาสาขาพรรคทําหนาที่แทน ถารองหัวหนาสาขาพรรคไมมาหรือไมอยูในที่ประชุมใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่มาประชุมเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งเปนประธานที่ประชุมและใหเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่เปนเลขานุการในที่ประชุมในกรณีที่กรรมการสาขาพรรคเหลือเพียงหนึ่งคนใหเปนประธานในที่ประชุมใหญสาขาพรรคและใหเลือกสมาชิกสาขาพรรคที่เขารวมประชุมเปนเลขานุการที่ประชุมขอ ๕๗ กิจการดังตอไปนี้ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญสาขาพรรค(๑) กิจการตามที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองหรือกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ หรือระเบียบ หรือประกาศของคณะกรรมการเลือกตั้งหรือประกาศของนายทะเบียนพรรคการเมือง(๒) เลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรค หรือกรรมการสาขาพรรคหนา ๕๑เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
ขอ ๕๘ คําบอกกลาวเรียกประชุมใหญสาขาพรรค ใหหัวหนาสาขาพรรคแจงกําหนดการประชุมใหกรรมการสาขาพรรค สมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคนั้นทราบลวงหนาไมนอยกวาเจ็ดวัน โดยใหระบุวัน เวลา และสถานที่ประชุมและระเบียบวาระการประชุมกรณีที่ไมมีคณะกรรมการสาขาพรรค ใหกรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกสาขาพรรคที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย แจงกําหนดการประชุมใหสมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคนั้นทราบตามวรรคหนึ่งสวนที่ ๓การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๕๙ การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ใหหัวหนาพรรคเปนผูมีหนังสือเชิญประชุมและตองมีกรรมการบริหารพรรคมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคที่มีอยูในขณะนั้น จึงจะเปนองคประชุม ใหหัวหนาพรรคเปนประธานที่ประชุม ถาหัวหนาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองหัวหนาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่เปนประธานที่ประชุมแทนหากรองหัวหนาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหคณะกรรมการบริหารพรรคเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทน และใหเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการในที่ประชุมแตถาเลขาธิการพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดก็ใหกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนกรณีรองหัวหนาพรรค หรือรองเลขาธิการพรรค ไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหคณะกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูขณะนั้น เลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนขอ ๖๐ มติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคใหถือเสียงขางมาก ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดสวนที่ ๔การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคขอ ๖๑ การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค ใหหัวหนาสาขาพรรคเปนผูมีหนังสือเชิญประชุมและตองมีกรรมการสาขาพรรคมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคที่มีอยูในขณะนั้นจึงจะเปนองคประชุม โดยใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานในที่ประชุม หากหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุมหนา ๕๒เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองหัวหนาสาขาพรรคทําหนาที่แทน หากรองหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหคณะกรรมการสาขาพรรคเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนและใหเลขานุการสาขาพรรคเปนเลขานุการ ในที่ประชุมถาเลขานุการสาขาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่แทนกรณีรองหัวหนาสาขาพรรค หรือรองเลขานุการสาขาพรรค ไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูขณะนั้น เลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนขอ ๖๒ มติของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคใหถือเสียงขางมาก ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดหมวด ๗สมาชิกพรรคขอ ๖๓ สมาชิกพรรคตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้(๑) มีอายุไมต่ํากวาสิบแปดป(๒) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ในกรณีเปนผูมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติตองไดสัญชาติไทยมาแลวไมนอยกวาหาป(๓) ไมเปนบุคคลตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๙๘ (๑) (๒) (๔)(๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๑) (๑๔) (๑๖) (๑๗) หรือ (๑๘) ของรัฐธรรมนูญ(๔) ไมเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดใหจําคุกวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการหรือตอตําแหนงหนาที่ในการยุติธรรม หรือกระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยความผิดของพนักงานในองคการหรือหนวยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพยที่กระทําโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญาเวนแตเปนการรอการลงโทษ(๕) ไมเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดใหจําคุกวากระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยการกูยืมที่เปนการฉอโกงประชาชน กฎหมายวาดวยยาเสพติดในความผิดฐานเปนผูผลิตนําเขา สงออก หรือผูคา กฎหมายวาดวยการพนันในความผิดฐานเปนเจามือหรือเจาสํานักกฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการคามนุษย หรือกฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน หนา ๕๓เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
(๖) ไมเปนสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นหรือผูยื่นคําขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นหรือผูแจงการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นขอ ๖๔ การสมัครเปนสมาชิกพรรคใหยื่นใบสมัครตามแบบพิมพของพรรคดวยตนเองพรอมดวยเอกสารประกอบ หรือวิธีการสมัครทางอิเล็กทรอนิกส และใหออกใบเสร็จรับเงินตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคเริ่มตั้งแตไดชําระคาบํารุงพรรคการเมืองขอ ๖๕ สมาชิกภาพของสมาชิกพรรคสิ้นสุดลง เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามขอ ๖๓ เวนแตเปนกรณีมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๙๖ (๑) ของรัฐธรรมนูญ และเปนการบวชตามประเพณีนิยม แตในระหวางมีลักษณะตองหามดังกลาวจะใชสิทธิในฐานะสมาชิกพรรคมิได(๔) ไมชําระคาบํารุงพรรคการเมืองเปนเวลาสองปติดตอกัน(๕) พรรคมีมติใหออกเพราะกระทําผิดวินัยหรือจรรยาบรรณอยางรายแรงหรือมีเหตุรายแรงอื่น(๖) พรรคสิ้นสภาพความเปนพรรคการเมือง หรือยุบพรรคการเมืองการลาออกจากสมาชิกพรรคตามวรรคหนึ่ง (๒) ใหถือวาสมบูรณเมื่อไดยื่นใบลาออกตอนายทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง หรือนายทะเบียนพรรคการเมืองการสิ้นสุดของสมาชิกภาพตามวรรคหนึ่ง (๕) หากสมาชิกผูนั้นดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎรมติของพรรคตองมีคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่ของที่ประชุมรวมของคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรคการสิ้นสุดของสมาชิกภาพของสมาชิกตามวรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ (๕) ใหพรรคแจงสมาชิกผูนั้นทราบโดยเร็วขอ ๖๖ สมาชิกพรรคมีสิทธิตาง ๆ ดังตอไปนี้(๑) เสนอขอคิดเห็นอันเปนประโยชนตอพรรค(๒) ไดรับการคัดเลือกใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรคหนา ๕๔เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
(๓) ไดรับเลือกตั้งหรือแตงตั้งเปนผูปฏิบัติงาน คณะทํางาน หรือคณะกรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด หรืออนุกรรมการในคณะตาง ๆ หรือกรรมการบริหารพรรคตลอดจนที่ปรึกษาพรรค(๔) อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณาเปนแตละกรณีไปขอ ๖๗ สมาชิกพรรคมีหนาที่และความรับผิดชอบตอพรรค ดังตอไปนี้(๑) รวมรับผิดชอบตอเสถียรภาพของพรรค และใหความรวมมือในกิจกรรมของพรรคดวยจิตสํานึกในอุดมคติของพรรคในฐานะเปนเจาของพรรครวมกัน(๒) สนับสนุนสมาชิกพรรคผูที่พรรคไดพิจารณาสงลงสมัครรับเลือกตั้งในทุกระดับและใหความรวมมือในการดําเนินงานของพรรคดวยความเต็มใจ และบริสุทธิ์ใจเพื่อความกาวหนาของพรรค(๓) ปฏิบัติตามกฎระเบียบขอบังคับของพรรคอยางเครงครัด ใหการสนับสนุนนโยบายและมติของพรรคอยางจริงจัง(๔) รวมกิจกรรมทางการเมืองของพรรคดวยความเต็มใจและเต็มความสามารถขอ ๖๘ ความรับผิดชอบของพรรคตอสมาชิกพรรค ดังตอไปนี้(๑) ดําเนินการทางการเมืองอยางจริงจังและตอเนื่อง เพื่อใหพรรคไดกาวไปสูการมีบทบาททางการเมืองและเขาสูการบริหารประเทศตามนโยบายของพรรคเพื่อบรรลุเปาหมายตามอุดมการณ(๒) สงเสริมสถานภาพของสมาชิกพรรค ใหมีสมรรถภาพตอการดํารงชีวิตของตนเองและครอบครัว และจัดกิจกรรมที่เปนประโยชนเพื่อสมานสามัคคีระหวางมวลสมาชิกทั่วประเทศ(๓) ใหสวัสดิการคุมครองจากอิทธิพล อํานาจมืด และสงเสริมอาชีพใหกับมวลสมาชิก(๔) ใหความสําคัญแกมวลสมาชิกพรรคทุกทานอยางเต็มรูปแบบ โดยใหถือวาสมาชิกพรรคเปนบุคคลสําคัญและเปนองคกรหลักของพรรคหมวด ๘มาตรฐานทางจริยธรรมของสมาชิกพรรคและกรรมการบริหารพรรคสวนที่ ๑มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนอุดมการณขอ ๖๙ ตองยึดมั่นและธํารงไวซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยหนา ๕๕เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
ขอ ๗๐ ตองพิทักษรักษาไวซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแหงอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชนของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบรอยของประชาชนขอ ๗๑ ตองถือผลประโยชนของประเทศชาติเหนือกวาประโยชนสวนตนขอ ๗๒ ตองปฏิบัติหนาที่ดวยความซื่อสัตยสุจริต ไมแสวงหาประโยชนโดยมิชอบ เพื่อตนเองหรือผูอื่น หรือมีพฤติการณที่รูเห็นหรือยินยอมใหผูอื่นใชตําแหนงหนาที่ของตนแสวงหาประโยชนโดยมิชอบขอ ๗๓ ตองไมขอ ไมเรียก ไมรับ หรือยอมจะรับทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดในประการที่อาจทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่ขอ ๗๔ ตองไมรับของขวัญของกํานัล ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด เวนแตเปนการรับจากการใหโดยธรรมจรรยา และการรับที่มีบทบัญญัติแหงกฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับใหรับไดสวนที่ ๒มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนคานิยมหลักขอ ๗๕ ไมกระทําการอันเปนการขัดกันระหวางประโยชนสวนตนกับประโยชนสวนรวม ทั้งนี้ไมวาโดยทางตรงหรือทางออมขอ ๗๖ ยึดมั่นหลักนิติธรรม และประพฤติตนอยูในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชนขอ ๗๗ ปฏิบัติหนาที่ดวยความยุติธรรม เปนอิสระ เปนกลาง และปราศจากอคติ โดยไมหวั่นไหวตออิทธิพล กระแสสังคม หรือแรงกดดันอันมิชอบดวยกฎหมาย โดยคํานึงถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมแหงสถานภาพขอ ๗๘ รักษาไวซึ่งความลับในการประชุม การพิจารณาวินิจฉัย รวมทั้งเคารพตอมติของที่ประชุมฝายขางมาก และเหตุผลของทุกฝายอยางเครงครัดขอ ๗๙ ใหขอมูลขาวสารตามขอเท็จจริงแกประชาชนหรือสื่อมวลชนอันอยูในความรับผิดชอบของตนถูกตองครบถวนและไมบิดเบือนขอ ๘๐ ไมใหคําปรึกษาแกบุคคลภายนอก หรือแสดงความคิดเห็น หรือขอมูลตอสื่อสาธารณะหรือสาธารณชนในเรื่องที่อยูในระหวางการพิจารณา อันอาจกอใหเกิดความเสียหายหรือเสียความเปนธรรมแกการปฏิบัติหนาที่ เวนแตเปนการปฏิบัติหนาที่ตามกฎหมายขององคกรหนา ๕๖เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
ขอ ๘๑ ไมกระทําการใดที่กอใหเกิดความเสื่อมเสียตอเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหนงขอ ๘๒ ไมปลอยปละละเลยหรือยินยอมใหบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลที่อยูในกํากับดูแลหรือความรับผิดชอบของตน เรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดจากคูกรณี หรือจากบุคคลอื่นใดในประการที่อาจทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่ของตนขอ ๘๓ ไมคบหาสมาคมกับคูกรณี ผูประพฤติผิดกฎหมาย ผูมีอิทธิพล หรือผูมีความประพฤติหรือผูมีชื่อเสียงในทางเสื่อมเสีย อันอาจกระทบกระเทือนตอความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหนาที่ขอ ๘๔ ไมกระทําการอันมีลักษณะเปนการลวงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ จนเปนเหตุทําใหผูถูกกระทําไดรับความเดือดรอนเสียหายหรือกระทบตอการปฏิบัติหนาที่ โดยผูถูกกระทําอยูในภาวะจําตองยอมรับในการกระทํานั้น ไมนําความสัมพันธทางเพศที่ตนมีตอบุคคลใดมาเปนเหตุ หรือมีอิทธิพลครอบงําใหใชดุลพินิจในการปฏิบัติหนาที่อันเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใดสวนที่ ๓มาตรฐานจริยธรรมทั่วไปขอ ๘๕ ปฏิบัติหนาที่อยางเต็มกําลังความสามารถ และยึดมั่นในความถูกตองชอบธรรมโปรงใสและตรวจสอบได และปฏิบัติตามกฎหมาย โดยคํานึงถึงผลประโยชนของชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวมขอ ๘๖ ดูแลรักษาและใชทรัพยสินของพรรคอยางประหยัด คุมคา โดยระมัดระวังมิใหเสียหายหรือสิ้นเปลืองโดยไมจําเปนขอ ๘๗ รักษาความลับของพรรค และระเบียบแบบแผนของพรรคขอ ๘๘ ดําเนินการอื่นใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ และระบบคุณธรรม รวมทั้งสงเสริมและสนับสนุนใหเกิดความสามัคคี ในการปฏิบัติหนาที่เพื่อประโยชนสวนรวมสวนที่ ๔การฝาฝนและไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมขอ ๘๙ การฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในสวนที่ ๑ ใหถือวามีลักษณะรายแรงการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในสวนที่ ๒ และสวนที่ ๓ จะถือวามีลักษณะรายแรงหรือไม ใหพิจารณาถึงพฤติกรรมของการฝาฝนหรือไมปฏิบัติ เจตนาและความรายแรงของความเสียหายที่เกิดจากการฝาฝนหรือไมปฏิบัตินั้นหนา ๕๗เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
ขอ ๙๐ การดําเนินการแกบุคคลใดวากระทําการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมนี้ ใหเปนไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับวาดวยการนั้นขอ ๙๑ ในกรณีที่มิไดกําหนดใหบุคคลใดเปนผูพิจารณาการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ใหเปนอํานาจคณะกรรมการบริหารพรรคในการพิจารณาการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม หมวด ๙การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ และการคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีสวนที่ ๑คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๙๒ เมื่อมีกรณีตองสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง พรรคตองจัดใหมีคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๙๓ ใหมีคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง มีจํานวนสิบเอ็ดคน ประกอบดวย(๑) กรรมการบริหารพรรค จํานวนสี่คน(๒) หัวหนาสาขาพรรคไมนอยกวาสี่สาขาซึ่งมาจากตางภาคกัน จํานวนสี่คน(๓) ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด จํานวนสองคนขอ ๙๔ การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งใหดําเนินการในที่ประชุมใหญพรรคโดยการลงคะแนนลับ ตามลําดับดังนี้(๑) ใหที่ประชุมใหญกําหนดจํานวนของคณะกรรมการสรรหา ตามขอ ๙๓(๒) ใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาจนครบจํานวนตามที่กําหนดใน (๑)ซึ่งในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการสรรหา ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวาสิบคนและผูที่ไดรับการเสนอชื่อตองอยูในที่ประชุมขอ ๙๕ กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่ที่ประชุมใหญพรรคใหความเห็นชอบ หนา ๕๘เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
ขอ ๙๖ ความเปนกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก โดยใหถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคไดรับหนังสือลาออก(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) พนจากความเปนกรรมการบริหารพรรค หัวหนาสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๕) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดเมื่อตําแหนงกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งวางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรค หรือกรรมการสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด แลวแตกรณีเขาทําหนาที่แทน จนกวาจะมีการเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วาง ซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงขอ ๙๗ กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งทั้งคณะพนจากตําแหนง เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งวางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งทั้งหมดในกรณีกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งชุดใหม ซึ่งตองกระทําภายในหกสิบวันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงในกรณีกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๒) ใหกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป จนกวาจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งชุดใหม ซึ่งตองกระทําภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งพนจากตําแหนงทั้งคณะ สวนที่ ๒การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งขอ ๙๘ พรรคการเมืองซึ่งประสงคจะสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งในจังหวัดใด ตองมีสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองหนา ๕๙เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
ประจําจังหวัดในจังหวัดนั้น ในกรณีที่พรรคการเมืองใดมีสาขาพรรคการเมืองมากกวาหนึ่งสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดมากกวาหนึ่งตัวแทนในจังหวัดใด ใหพรรคการเมืองนั้นกําหนดวาจะใหสาขาพรรคการเมืองสาขาใดหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้นเปนสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งขอ ๙๙ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหากําหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสมัครเปนผูสมัครรับเลือกตั้งและประกาศใหสมาชิกพรรคทราบเปนการทั่วไป(๒) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครตาม (๑) ใหคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้ง แลวสงรายชื่อผูสมัครใหสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๓) เมื่อสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับรายชื่อผูสมัครจากคณะกรรมการสรรหาแลว ใหหัวหนาสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดจัดประชุมสมาชิกพรรคเพื่อรับฟงความคิดเห็นและใหสมาชิกใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสงมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด(๔) ใหสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสงรายชื่อผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้ง ทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็นตาม (๓)ใหคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาเสนอความคิดเห็น(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงรายชื่อผูสมัครของแตละเขตเลือกตั้งพรอมความคิดเห็นตาม (๓) และ (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่จะเสนอใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง สวนที่ ๓การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อขอ ๑๐๐ การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ใหพรรคการเมืองจัดทําบัญชีรายชื่อเพื่อสงใหสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด โดยตองคํานึงถึงหนา ๖๐เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
ผูสมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิงดวย ในกรณีที่พรรคการเมืองใดมีสาขาพรรคการเมืองมากกวาหนึ่งสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดมากกวาหนึ่งตัวแทนในจังหวัดใด ใหพรรคการเมืองนั้นกําหนดวาจะใหสาขาพรรคการเมืองสาขาใดหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้น เปนสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อขอ ๑๐๑ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหากําหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสมัครและการเสนอรายชื่อบุคคลเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง และมีหนังสือแจงไปยังคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองหัวหนาสาขาพรรคการเมือง ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด และประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไป(๒) ใหกรรมการบริหารพรรคการเมือง หัวหนาสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด เสนอรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหคณะกรรมการสรรหา(๓) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครและเสนอรายชื่อตาม (๑) แลว ใหคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามและจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งไมเกินหนึ่งรอยรายชื่อโดยตองคํานึงถึงผูสมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิงแลวสงบัญชีรายชื่อดังกลาวใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๔) เมื่อสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งตาม (๓) จากคณะกรรมการสรรหาแลว ใหหัวหนาสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด จัดการประชุมสมาชิกเพื่อรับฟงความคิดเห็นและใหสมาชิกใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสงมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด และสงบัญชีรายชื่อดังกลาวทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็นใหคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งพรอมเสนอความคิดเห็น(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งพรอมความคิดเห็นตาม (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่เหมาะสมหนา ๖๑เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
เปนผูสมัคร รับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อแลวจัดลําดับตามที่เห็นวาเหมาะสมเพื่อใหไดบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเพื่อประโยชนในการสงเสริมการมีสวนรวมของสมาชิก ในกรณีที่สมาชิกผูใดมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดที่ยังมิไดมีการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ใหสามารถใชสิทธิการเปนสมาชิกในจังหวัดใกลเคียงที่มีสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด สวนที่ ๔ขอยกเวนในการสงผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๑๐๒ ในการเลือกตั้งทั่วไป การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ ใหดําเนินการสรรหาตามวิธีการที่กําหนดในขอ ๙๙และขอ ๑๐๑ เวนแตกรณีที่เปนการสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งสําหรับการเลือกตั้งแทนการเลือกตั้งที่เปนโมฆะ หรือการเลือกตั้งใหมในกรณีที่ไมมีผูใดไดรับเลือกตั้งหรือกรณีผูสมัครตายกอนปดการรับสมัครรับเลือกตั้งใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งและคณะกรรมการบริหารพรรคเปนผูพิจารณารวมกันสวนที่ ๕การคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีขอ ๑๐๓ ในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อพรรคที่สงผูสมัครรับเลือกตั้งแลวใหแจงรายชื่อบุคคลซึ่งพรรคนั้นมีมติวาจะเสนอใหสภาผูแทนราษฎรเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีไมเกินสามรายชื่อตอคณะกรรมการการเลือกตั้งกอนปดการรับสมัครเลือกตั้งพรรคการเมืองจะไมเสนอรายชื่อบุคคลตามวรรคหนึ่งก็ไดขอ ๑๐๔ การเสนอชื่อบุคคลตามขอ ๑๐๓ ตองเปนไปตามหลักเกณฑ ดังตอไปนี้(๑) ตองมีหนังสือยินยอมของบุคคลซึ่งไดรับการเสนอชื่อ โดยมีรายละเอียดตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด หนา ๖๒เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
(๒) ผูไดรับการเสนอชื่อตองเปนผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามที่จะเปนรัฐมนตรีตามที่รัฐธรรมนูญกําหนด และไมเคยทําหนังสือยินยอมตาม (๑) ใหพรรคการเมืองอื่นในการเลือกตั้งคราวนั้นการเสนอชื่อบุคคลใดที่มิไดเปนไปตามวรรคหนึ่ง ใหถือวาไมมีการเสนอชื่อบุคคลนั้นหมวด ๑๐หลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกบุคคลดํารงตําแหนงทางการเมืองขอ ๑๐๕ กรณีที่จะมีการแตงตั้งบุคคลเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมือง ใหพรรคประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไปเพื่อเชิญชวน ใหกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด และสมาชิกพรรค เสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรจะเสนอใหไดรับการพิจารณาแตงตั้งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองตอคณะกรรมการบริหารพรรคภายในระยะเวลาที่กําหนดและใหคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาคัดเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามที่กฎหมายกําหนด และเปนบุคคลที่มีความรู ความสามารถ ซื่อสัตยสุจริต มีคุณธรรมจริยธรรมจากรายชื่อบุคคลที่กรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดหรือสมาชิกพรรคเสนอมา เพื่อแตงตั้งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองหมวด ๑๑การบริหารการเงินและทรัพยสิน และการจัดทําบัญชีของพรรค สาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๑๐๖ ใหคณะกรรมการบริหารพรรคมีหนาที่บริหารการเงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดของพรรคและสาขาพรรค ตลอดจนจัดใหมีการทําบัญชีใหถูกตองตามความเปนจริงใหหัวหนาสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรคหรือที่ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับหรือจาย โดยบันทึกบัญชีใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันที่รายการนั้นเกิดขึ้น และสรุปรายงานใหพรรคทราบเปนประจําทุกสิ้นเดือนและปดประกาศไว ณ สํานักงานสาขาพรรคหรือที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหหัวหนาสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด จัดใหมีการทําบัญชีรายชื่อพรอมที่อยูของสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัด ซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรคหรือในเขตจังหวัดที่ตนเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัด และปดประกาศไว ณ สํานักงานสาขาพรรคหรือที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด หนา ๖๓เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
ขอ ๑๐๗ การลงรายการบัญชีของพรรคตองมีรายการและเอกสารประกอบการลงบัญชีที่ถูกตองครบถวน โดยตองจัดทําภายในระยะเวลา ดังนี้(๑) การลงบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับ และแสดงคาใชจายหรือรายจายและบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาค ตองลงรายการใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตรายการนั้นเกิดขึ้น(๒) การลงบัญชีแยกประเภท บัญชีแสดงรายการทรัพยสิน และบัญชีแสดงหนี้สินตองลงรายการใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันสิ้นเดือนของเดือนที่รายการนั้นเกิดขึ้นหมวด ๑๒รายไดของพรรคและอัตราคาธรรมเนียม และคาบํารุงพรรคการเมืองขอ ๑๐๘ พรรคอาจมีรายได ดังตอไปนี้(๑) เงินทุนประเดิมของพรรค(๒) เงินคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมือง(๓) เงินที่ไดจากการจําหนายสินคาหรือบริการของพรรค(๔) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดที่ไดจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรค(๕) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดที่ไดจากการรับบริจาค(๖) เงินอุดหนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง(๗) ดอกผลและรายไดที่เกิดจากเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดของพรรคสวนที่ ๑การหารายไดจากการจําหนายสินคาขอ ๑๐๙ การจําหนายสินคาหรือบริการตองไมมุงแสวงหาผลกําไรมาแบงปนกันในทางธุรกิจโดยราคาหรือคาตอบแทนจากการจําหนายสินคาหรือการใหบริการจะตองคํานึงถึงราคาตามปกติในทองที่นั้นขอ ๑๑๐ สถานที่จําหนายสินคาหรือบริการ ไดแก ที่ตั้งสํานักงานใหญพรรค ที่ตั้งสํานักงานสาขาพรรค สถานที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด บริเวณสถานที่จัดกิจกรรมระดมทุนหรือบริเวณสถานที่จัดประชุมใหญของพรรค หรือสาขาพรรค หรือสถานที่อื่น ๆ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด หนา ๖๔เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
ขอ ๑๑๑ เมื่อพรรค สาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ดําเนินการจําหนายสินคาหรือบริการ ใหหัวหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรค จัดทําทะเบียนสินคาหรือบริการซึ่งประกอบดวยรายการ จํานวนเงิน หรือมูลคาของสินคา หรืออัตราคาบริการ แตละประเภทใหครบถวนและถูกตองขอ ๑๑๒ การจําหนายสินคาหรือบริการ ใหบันทึกบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับและใหแสดงในงบการเงินประจําปของพรรคใหครบถวนถูกตองสวนที่ ๒การจัดกิจกรรมระดมทุนขอ ๑๑๓ การจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคตองกระทําโดยเปดเผยและแสดงวัตถุประสงควาเปนการระดมทุนของพรรคอยางชัดเจนการใหเงิน ทรัพยสินแกพรรค รวมถึงการใหประโยชนอื่นใดแกพรรคที่ไดจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรค ใหอยูภายใตบังคับบทบัญญัติเรื่องการรับบริจาคขอ ๑๑๔ สถานที่จัดกิจกรรมระดมทุน ไดแก ที่ตั้งสํานักงานใหญพรรค ที่ตั้งสํานักงานสาขาพรรคสถานที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด บริเวณสถานที่จัดประชุมใหญของพรรค สาขาพรรคหรือสถานที่ที่พรรคเห็นสมควรขอ ๑๑๕ ภายในสามสิบวันนับแตวันที่จัดกิจกรรมระดมทุนสิ้นสุดลง ใหหัวหนาพรรคจัดทํารายละเอียดเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมระดมทุน คาใชจายในการจัดกิจกรรมและจํานวนเงินที่ไดรับจากการจัดกิจกรรมระดมทุน และใหหัวหนาพรรคประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป พรอมทั้งแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบดวยขอ ๑๑๖ การจัดกิจกรรมระดมทุน ใหบันทึกบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับและบัญชีรายวันแสดงคาใชจายหรือรายจาย และใหแสดงในงบการเงินประจําปของพรรคใหครบถวนถูกตองสวนที่ ๓การรับบริจาคของพรรคขอ ๑๑๗ ใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคเปดบัญชีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย โดยระบุชื่อเจาของบัญชี “พรรคไทรวมพลัง” หนา ๖๕เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
ในการรับบริจาคของพรรคใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคเปดบัญชีเงินฝากกับธนาคารพาณิชยโดยระบุชื่อเจาของบัญชี “พรรคไทรวมพลัง (เพื่อการบริจาค)”ใหหัวหนาพรรคแจงหมายเลขบัญชีของบัญชีเงินฝากและจํานวนเงินที่เปดบัญชีของทุกบัญชีใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในเจ็ดวันนับแตวันที่เปดบัญชีขอ ๑๑๘ การรับบริจาคเปนเงินสดใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคนําเงินฝากไวในบัญชีธนาคารพาณิชย ตามขอ ๑๑๗ ภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาค กรณีรับบริจาคเปนตั๋วแลกเงิน หรือเช็คจะตองไมถูกปฏิเสธการจายเงิน จึงถือไดวาเปนการบริจาคแกพรรคขอ ๑๑๙ เมื่อมีการบริจาคใหผูรับบริจาคจัดทําบันทึกการรับบริจาคใหแลวเสร็จภายในสามวันนับแตวันที่ไดรับบริจาคและใหจัดสงบันทึกการรับบริจาคพรอมเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาคถาหากทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดมิอาจนําสงแกพรรคได ใหผูรับบริจาคแจงรายละเอียดเกี่ยวกับการรับบริจาคนั้นใหพรรคทราบขอ ๑๒๐ เมื่อพรรคไดรับหลักฐานตามขอ ๑๑๙ ใหออกใบเสร็จรับเงิน (เงินบริจาค)หรือหลักฐานการรับบริจาคทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด ภายในวันที่ไดรับบริจาคแลวจัดสงใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการรับบริจาคใหแกผูบริจาคภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ออกหลักฐานนั้นขอ ๑๒๑ ใหพรรคบันทึกการรับบริจาคไวในบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาคของพรรคใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันที่เกิดรายการ โดยอยางนอยตองมีรายการ ดังนี้(๑) ชื่อ ที่อยูของพรรค(๒) ชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยูของผูบริจาค(๓) ชื่อตัว ชื่อสกุล และตําแหนงผูรับบริจาค(๔) วัน เดือน ปที่รับบริจาค(๕) รายละเอียดการรับบริจาค(๖) จํานวนเงินหรือมูลคาทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด(๗) เอกสารอางอิง(๘) ลายมือชื่อหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคหนา ๖๖เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
ขอ ๑๒๒ ใหหัวหนาพรรคประกาศบัญชีรายชื่อผูบริจาค จํานวนเงิน รายการทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดที่ไดรับบริจาคที่มีมูลคาไมนอยกวาหาพันบาท พรอมทั้งวัตถุประสงคของการบริจาคเพื่อใหประชาชนทราบเปนประจําทุกวันที่ ๑ ของเดือนถัดไปการตีราคาทรัพยสิน หรือการประเมินมูลคาประโยชนอื่นใดที่ไดรับบริจาคใหคํานวณราคาทรัพยสินอัตราคาเชา คาตอบแทน หรือคาของสิทธิที่รับตามปกติทางการคาในทองที่นั้นขอ ๑๒๓ เมื่อหัวหนาพรรคดําเนินการตามขอ ๑๒๐ แลว ใหแจงนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่ประกาศขอ ๑๒๔ บุคคลใดจะบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรค มีมูลคาเกินสิบลานบาทตอพรรคตอปมิได และในกรณีที่บุคคลนั้นเปนนิติบุคคล การบริจาคเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคไมวาพรรคเดียวหรือหลายพรรคเกินปละหาลานบาท ตองแจงใหที่ประชุมใหญผูถือหุนทราบในการประชุมใหญคราวตอไปหลังจากบริจาคแลวพรรคจะรับบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดซึ่งมีมูลคาเกินวรรคหนึ่งมิไดสวนที่ ๔อัตราคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมืองขอ ๑๒๕ สมาชิกพรรคตองชําระคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคปละไมนอยกวายี่สิบบาทและแบบตลอดชีพไมนอยกวาสองรอยบาทเพื่อประโยชนในการนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคประจําปของสมาชิก ใหถือวารอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคประจําปของปที่สมาชิกไดชําระคาบํารุงพรรคเปนครั้งแรกสิ้นสุดลงในวันสิ้นปปฏิทินของปเดียวกันนั้น และใหเริ่มตนนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคประจําปของปถัดไปใหม โดยใหเริ่มตนนับตั้งแตวันที่ ๑ มกราคม และสิ้นสุดลงในวันที่ ๓๑ ธันวาคมของปเดียวกันทั้งนี้ สมาชิกพรรคอาจชําระคาบํารุงพรรคประจําปของปถัดไปภายในกรอบระยะเวลาดังกลาวเมื่อใดก็ไดหมวด ๑๓การใชจายของพรรคขอ ๑๒๖ เงินและทรัพยสินของพรรคตองนําไปใชจายเพื่อดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคคาใชจายเกี่ยวกับการเลือกตั้งของพรรคและสมาชิก และคาใชจายในการบริหารพรรคหนา ๖๗เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
พรรคตองเปดเผยคาใชจายในการโฆษณาหรือประชาสัมพันธการดําเนินกิจกรรมของพรรคทุกประเภทเพื่อใหสมาชิกและประชาชนทราบเปนการทั่วไป โดยปดประกาศ ณ ที่ทําการของพรรค หรือเผยแพรผานในระบบฐานขอมูลพรรคการเมือง หรือวิธีการอื่นใดที่เขาถึงไดโดยสะดวกภายในระยะเวลาสามสิบวันนับแตไดดําเนินการเสร็จสิ้นแลวขอ ๑๒๗ ในกรณีที่พรรค ผูบริหารพรรค หรือบุคคลใดใหเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดแกสมาชิกซึ่งดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ไมวาโดยทางตรงหรือทางออม และไมวาจะใหเปนประจําหรือเปนครั้งคราว ถาการใหหรือรับเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดนั้นไมเปนความผิด ตามมาตรา ๑๔๔หรือมาตรา ๑๔๙ แหงประมวลกฎหมายอาญา ใหพรรค ผูบริหารพรรค หรือบุคคลนั้น แลวแตกรณีแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบถึงการใหเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดนั้น และประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวยหามมิใหสมาชิกซึ่งดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎร รับเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดจากบุคคลใดโดยไมมีมูลอันจะอางไดตามกฎหมาย เวนแตเงินที่ไดมีการแจงไวตามวรรคหนึ่งขอ ๑๒๘ ใหเปนหนาที่ของคณะกรรมการบริหารพรรค ที่จะตองตรวจสอบและควบคุมมิใหมีการนําเงินหรือทรัพยสินของพรรคไปใชจายเพื่อการอื่นใดนอกจากที่กําหนดไวในขอ ๑๒๖และขอ ๑๒๗ หมวด ๑๔การเลิกพรรค สาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๑๒๙ การเลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ใหเปนไปตามมติคณะกรรมการบริหารพรรคในกรณีกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะดวยเหตุพนจากสมาชิกพรรค ใหถือวาเปนเหตุใหเลิกพรรคขอ ๑๓๐ ในกรณีที่พรรคตองสิ้นสภาพความเปนพรรคการเมือง หรือยุบพรรค ใหทรัพยสินของพรรคที่เหลือภายหลังจากการชําระบัญชีแลวตกเปนของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองหนา ๖๘เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
๒. กรณี นายวสวรรธน พวงพรศรี ลาออกจากหัวหนาพรรคไทรวมพลังตอที่ประชุมใหญสามัญพรรคไทรวมพลัง ประจําป พ.ศ. ๒๕๖๙ ตามหนังสือลาออกลงวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๙ โดยพรรคไทรวมพลังไดรับทราบการลาออกดังกลาวในวันเดียวกัน ทําใหความเปนกรรมการบริหารพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามขอบังคับพรรคไทรวมพลัง พ.ศ. ๒๕๖๔ ขอ ๑๖ วรรคหนึ่ง (๒) และเปนเหตุใหกรรมการบริหารพรรคไทรวมพลังทั้งคณะพนจากตําแหนง จํานวน ๑๐ คน ตามขอบังคับพรรคไทรวมพลังพ.ศ. ๒๕๖๔ ขอ ๑๗ วรรคหนึ่ง (๒) ดังนี้๒.๑ นางสาวพิมพกาญจน พลสมัคร รองหัวหนาพรรค๒.๒ นายสมศักดิ์ บุญประชม รองหัวหนาพรรค๒.๓ นายสิทธิชัย กอแกว รองหัวหนาพรรค๒.๔ นายวรเชษฐ เชิดชู เลขาธิการพรรค๒.๕ นางสาวทิพยวรรณ บุญชม รองเลขาธิการพรรค๒.๖ นางสาวมาลี บุญเรือง เหรัญญิกพรรค๒.๗ นางสาววรางคณา สําราญสุข นายทะเบียนสมาชิกพรรค๒.๘ นายวีระนันท ทัศศรี โฆษกพรรค๒.๙ นายเหมชาติ เชื้อโชติ กรรมการบริหารพรรค๒.๑๐ นางสาวอุไล บึงแกว กรรมการบริหารพรรค๓. กรณี ที่ประชุมใหญสามัญพรรคไทรวมพลัง ประจําป พ.ศ. ๒๕๖๙ เมื่อวันที่๗ เมษายน ๒๕๖๙ มีมติเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคไทรวมพลังชุดใหม จํานวน ๑๒ คน ไดแก๓.๑ นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล หัวหนาพรรค๓.๒ นางพิมพกาญจน พลสมัคร รองหัวหนาพรรค๓.๓ นายสมศักดิ์ บุญประชม รองหัวหนาพรรค๓.๔ นายสิทธิชัย กอแกว รองหัวหนาพรรค๓.๕ นายวสวรรธน พวงพรศรี เลขาธิการพรรค๓.๖ นายกิตติกร เชิดชู รองเลขาธิการพรรค๓.๗ นางสาวมาลี บุญเรือง เหรัญญิกพรรคหนา ๖๙เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
๓.๘ นางสาววรางคณา สําราญสุข นายทะเบียนสมาชิกพรรค๓.๙ นายณรงคชัย วีระกุล โฆษกพรรค๓.๑๐ นายบรรหาร ศรีบุระ กรรมการบริหารพรรค๓.๑๑ นายวีระนันท ทัศศรี กรรมการบริหารพรรค๓.๑๒ นายเหมชาติ เชื้อโชติ กรรมการบริหารพรรคจึงประกาศใหทราบโดยทั่วกันประกาศ ณ วันที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๙แสวง บุญมีเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งนายทะเบียนพรรคการเมืองหนา ๗๐เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)