ThaiGovData

คำสั่งจังหวัดตาก ที่ ๑๕๗๒/๒๕๖๙ เรื่อง แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ จังหวัดตาก [จำนวน ๙ ราย ๑ พล.ต.ต. ไพศาล นันตา ฯลฯ]

undated

Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th

The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.

ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเรื่อง การเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคไทรวมพลังตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองไดมีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๘ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคไทรวมพลังมีคณะกรรมการบริหารพรรคไทรวมพลัง จํานวน ๑๑ คน นั้นบัดนี้ หัวหนาพรรคไทรวมพลังไดมีหนังสือแจงตอนายทะเบียนพรรคการเมือง ตามมาตรา ๓๘แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ กรณี ที่ประชุมใหญสามัญพรรคไทรวมพลัง ประจําป พ.ศ. ๒๕๖๙ เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๙ มีมติ ดังนี้๑. แกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคไทรวมพลัง พ.ศ. ๒๕๖๔ และที่แกไขเพิ่มเติม ดังนี้ขอบังคับพรรคไทรวมพลัง พ.ศ. ๒๕๖๙โดยที่ประชุมใหญสามัญพรรคไทรวมพลัง ประจําป พ.ศ. ๒๕๖๙ เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๙ไดมีมติแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคไทรวมพลัง พ.ศ. ๒๕๖๔ และที่แกไขเพิ่มเติมทุกฉบับ ดังนี้ขอ ๑ ขอบังคับพรรคนี้เรียกวา “ขอบังคับพรรคไทรวมพลัง พ.ศ. ๒๕๖๙”ขอ ๒ ขอบังคับพรรคนี้ใหใชบังคับตั้งแตวันที่ไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญสามัญพรรคไทรวมพลัง ประจําป พ.ศ. ๒๕๖๙ เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๙ เปนตนไปขอ ๓ ใหยกเลิกขอบังคับพรรคไทรวมพลัง พ.ศ. ๒๕๖๔ และที่แกไขเพิ่มเติมทุกฉบับและใหใชขอบังคับพรรคไทรวมพลัง พ.ศ. ๒๕๖๙ แทนหมวด ๑บททั่วไปขอ ๔ พรรคการเมืองตามขอบังคับนี้เรียกวา “พรรคไทรวมพลัง” ชื่อยอภาษาไทย “ทร”ชื่อภาษาอังกฤษวา “THAI RUMPHALANG” ชื่อยอภาษาอังกฤษ “TRP”(๑) พรรคไทรวมพลัง ใชเครื่องหมายหนา ๑๕เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ (๒) โดยมีความหมาย ดังนี้สีมวงอมน้ําเงิน หมายถึง คนไทยแผนดินไทยสีชมพู หมายถึง ความรัก ความอบอุน มอบแตสิ่งที่ดี ๆ ใหตอกัน(๓) ดวงตราเครื่องหมายพรรค สําหรับประทับรับรองเอกสารของพรรคไทรวมพลังเปนรูปลักษณเดียวกันกับภาพเครื่องหมายในขอ ๕ แตตัวอักษรจะเปนสีน้ําเงินสีเดียวขอ ๕ สํานักงานใหญ ตั้งอยู ณ บานเลขที่ ๔๕๖ หมูที่ ๑๗ ตําบลไรนอย อําเภอเมืองอุบลราชธานีจังหวัดอุบลราชธานี รหัสไปรษณีย ๓๔๐๐๐ หมวด ๒คําประกาศอุดมการณทางการเมืองขอ ๖ คําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคไทรวมพลัง คือ(๑) ยึดถือการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข(๒) อํานาจอธิปไตยเปนของปวงชนชาวไทย(๓) มุงพัฒนาชุมชนฐานรากของประเทศ ใหไดรับสิทธิและเสรีภาพตามที่กฎหมายกําหนดรวมทั้งการฟนฟูวิถีชุมชนในเชิงวัฒนธรรมเพื่อมุงสู “ชุมชนพึ่งตนเอง” เพื่อลดภาระของแผนดิน(๔) มุงปฏิบัติตามพหุสังคมหลักสี่ฝาย ตามรูปลักษณเครื่องหมายบวก คือแกนแนวดิ่งตัดแกนแนวนอนตามสภาพของพหุสังคม หมายถึงการมุงพัฒนาตามฐานรากของสังคมไดแก (๑) ฐานของสังคมที่มีความมั่งคั่ง ที่ชวยเหลือตนเองได (สวนบน) (๒) ฐานของสังคมพึ่งพาการจางงาน เชน ขาราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ผูใชแรงงานภาคเอกชนที่พอชวยเหลือตนเองไดบางสวน(แกนนอนฐานรองรับสวนบน) (๓) ฐานสังคมชั้นกรรมกร และผูรับจางทั่วไปที่ตองเนนการชวยเหลือดานสวัสดิการขั้นพื้นฐานเพื่อใหการดํารงชีวิตที่ดีขึ้น (ฐานราก) (๔) ฐานสังคมระดับเกษตรกรและผูไรที่ดินทํากิน ตองเนนการชวยเหลือ ฟนฟูอาชีพใหพึ่งตัวเองได เชน การจัดหาปจจัยการผลิตที่จําเปนไดแก น้ําเพื่อการเกษตร ที่ดินทํากิน สําหรับผูไรที่ดินทํากิน และจัดตั้งนิคมผูไรที่พึ่งใหมีที่พึ่งพิงโดยคํานึงถึงศักดิ์ศรีความเปนมนุษย (ฐานราก)(๕) เคารพในศาสนา วัฒนธรรม และประเพณีตามพหุสังคมทั้งสี่ฝายหนา ๑๖เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ (๖) พรรคจะกําหนดแนวทาง หรือนโยบายการพัฒนาและยกระดับจากผูดํารงอยูในสังคมฐานรากไปสูสังคมฐานกลาง และฐานบนตามหลักสัญลักษณ เครื่องหมายบวก (แกนแนวดิ่งตัดแกนแนวนอน)(๗) พรรคจะฟนฟูระบบนิเวศ โดยยึดหลักธรรมชาติ ใหเปนเมืองที่นาอยู กฎธรรมชาติของมนุษย สัตว พืช ที่ดํารงอยูอยางปกติสุข ภายใตสภาพแวดลอมที่ปราศจากมลพิษ(๘) พรรคจะมุงพัฒนาและยกระดับ ชุมชนฐานรากใหเปนชุมชนพึ่งพาตนเองทั้งดานอาหารการพลังงาน สิ่งอุปโภค - บริโภค ที่สรางดวยคนในชุมชนเองเปนหลัก ตามนิยามที่วา“ถาฐานรากมั่นคงฐานบนไมสั่นคลอน”(๙) พรรคจะมุงมั่นสรางนิยมไทยเพื่อใหสังคมไทยเขมแข็ง เศรษฐกิจฐานราก มั่งคั่งเพื่อกระตุนกําลังซื้อสูฐานกลางของสังคม เพื่อใหเศรษฐกิจของประเทศมั่งคั่งและมั่นคง(๑๐) พรรคจะเนนการกระจายอํานาจลงสูทองถิ่นตามระบอบการปกครองประชาธิปไตยและพัฒนาชุมชนในทองถิ่นนั้น ๆ ตามหลักการชุมชนพึ่งพาตนเอง และตามหลักสากล (Local self -government) หมวด ๓นโยบายพรรคการเมืองพรรคไทรวมพลังยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขและจะธํารงไวซึ่งความมั่นคงในเอกราช และอธิปไตยของชาติ มุงสรางความสามัคคีของคนในชาติมุงพัฒนาใหเกิดความมั่นคงกาวหนาทางดานการเมือง สังคม เศรษฐกิจ และความสัมพันธที่ดีกับนานาประเทศขอ ๗ นโยบายดานการเมืองการปกครอง(๑) ธํารงรักษาไวซึ่งสถาบันหลักของชาติ พรรคไทรวมพลังจะพิทักษรักษาและเทิดทูนไวซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริยตลอดจนยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข(๒) ยึดถือรัฐธรรมนูญและการปฏิบัติตามกฎหมายอยางเปนธรรม พรรคไทรวมพลังตระหนักวารัฐธรรมนูญเปนกฎหมายสูงสุดของประเทศ จึงมุงมั่นที่จะใหมีการปฏิบัติตามบทบัญญัติแหงรัฐธรรมนูญอยางเครงครัด รวมทั้งปรับปรุง และพัฒนาบทบัญญัติแหงกฎหมายใหมีประสิทธิภาพหนา ๑๗เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ดวยการสรางกลไกของกฎหมายใหมีความทันสมัย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจสังคม และการเมือง สามารถตอบสนองตอความตองการของทุกคนในสังคมไดอยางทั่วถึง และเปนธรรมและสงเสริมการบริหารกระบวนการยุติธรรมใหมีความรวดเร็ว เสมอภาค และเทาเทียมกันระหวางรัฐและประชาชน ตลอดจนมุงมั่นที่จะสงเสริมใหคนในสังคม เคารพซึ่งสิทธิและหนาที่ระหวางกันและจะรักษาไวซึ่งความยุติธรรมในการบังคับใชกฎหมาย(๓) กระจายอํานาจรัฐสูทองถิ่นอยางจริงจัง พรรคไทรวมพลังถือวาการกระจายอํานาจการบริหาร การปกครอง และการคลังไปสูทองถิ่น เปนปจจัยสําคัญของการพัฒนาประเทศ จึงมุงมั่นที่จะกระจายอํานาจรัฐสูทองถิ่น เพื่อใหเกิดกระบวนการเรียนรู และกระบวนการตัดสินใจในกิจการของทองถิ่นเอง อันจะนํามาซึ่งการพัฒนาเศรษฐกิจ ระบบสาธารณูปโภค และสาธารณูปการ ตลอดจนสารสนเทศพื้นฐาน ในทองถิ่นอยางทั่วถึง และเทาเทียมกันทั่วประเทศ นอกจากนี้จะใหการสนับสนุนจังหวัดที่มีความพรอม ไปสูการเปนองคกรปกครองสวนทองถิ่นขนาดใหญโดยยึดหลักตามความตองการของประชาชนในทองถิ่นเปนหลัก(๔) เสริมสรางโอกาสประชาชนใหมีสวนรวมทางการเมือง พรรคไทรวมพลังเล็งเห็นวาประชาธิปไตยอันแทจริง ยอมตองเกิดจากการมีสวนรวมของประชาชน จึงมุงมั่นที่จะเสริมสรางโอกาสของประชาชนในทุกระดับ โดยเฉพาะอยางยิ่ง ในระดับชุมชน หมูบาน และทองถิ่น ซึ่งเปนหนวยการปกครองรากฐานของประเทศใหมีสวนรวมในกิจกรรม และกระบวนการทางการเมือง และการปกครองไดอยางเปนอิสระ ทั้งนี้ เพื่อกอใหเกิดสํานึกประชาธิปไตยในระดับชุมชน และนําไปสูการเกิดของประชาสังคมอยางแทจริง(๕) ปฏิรูปและพัฒนาองคกรทางการเมืองใหเขมแข็ง พรรคไทรวมพลังมุงมั่นที่จะสงเสริม ใหประชาชนมีสวนรวม ในการปฏิรูปการเมืองที่จะนําไปสูการพัฒนาพรรคการเมืองใหเปนสถาบันสําคัญ ตลอดจนสงเสริม และสนับสนุนสภาพัฒนาการเมืองใหมีความเขมแข็งเพื่อตอบสนองเจตนารมณทางการเมืองของประชาชน และจะสงเสริมเสรีภาพของประชาชนในการรวมกันเปนกลุม หมูคณะ หรือองคกรตาง ๆ เพื่อรักษาไวซึ่งผลประโยชนของกลุมโดยคํานึงถึงประโยชนของสังคมสวนรวม หนา ๑๘เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ (๖) บริหารราชการแผนดินที่มีประสิทธิภาพอยางมีธรรมาภิบาล พรรคไทรวมพลังมุงมั่นที่จะผลักดันการบริหารราชการแผนดิน เพื่อกอใหเกิดการพัฒนาทั้งทางดานสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศอยางยั่งยืน โดยจะนอมนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเปนฐาน และคํานึงถึงผลประโยชนของประเทศชาติเปนหลัก ทั้งนี้ จะรณรงคการสรางจิตสํานึกของขาราชการใหมีสํานึกของการเปนผูใหบริการและมีความพรอมในการปฏิบัติงาน รวมทั้งจะสงเสริมศักดิ์ศรี สวัสดิการ และความมั่นคงในการปฏิบัติหนาที่ของขาราชการ สงเสริมใหมีกระบวนการทํางานที่รวดเร็ว โปรงใส สามารถตรวจสอบไดโดยประชาชนตลอดจนการจัดใหมีศูนยบริหารราชการแบบครบวงจรในพื้นที่พิเศษเพื่อใหการบริหารราชการมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น และสามารถปรับเปลี่ยนใหสอดคลองกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม(๗) การบริหารราชการระดับทองที่ ตําบล และหมูบาน(ก) ปรับปรุงการบริหารงานในระดับตําบล ใหเกิดความเขมแข็ง โดยจัดตั้ง“กรรมการประจําตําบล” โดยมีกํานันเปนหัวหนากรรมการตําบล และมีตัวแทนหนวยงานราชการระดับตําบลเปนกรรมการ ทั้งนี้ เพื่อใหการบริหารงานบําบัดทุกขบํารุงสุขของประชาชนในตําบล ใหมีเอกภาพและเกิดการพัฒนาทันตอการเปลี่ยนแปลงของโลก และของสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของไทย(ข) ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการหมูบาน โดยยกฐานะคณะกรรมการหมูบานเปน “นิติบุคคลชุมชน” ใหสามารถกอตั้งสิทธิในการบริหารงานระดับหมูบาน เชน การจัดทํางบประมาณ แตละปการกูยืมเงินมาเพื่อการบริหารชุมชน หรือรับโอนเงินงบประมาณมาสํารองเพื่อแกไขปญหา กรณีเกิดสาธารณภัยไดทันทวงทีโดยมีตัวแทนทุกภาคสวนในหมูบานหรือชุมชนรวมเปนกรรมการ ดังนี้ - คณะกรรมการหมูบานตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ๓ คน- กรรมการดานการศึกษา ๓ คน- ตัวแทน อสม. ๓ คน- ตัวแทนที่ชาวบานเลือกตั้งมาไมนอยกวา ๒ คนขอ ๘ นโยบายดานการศึกษา(๑) ใหความสําคัญกับผูรับการศึกษา พรรคไทรวมพลังจะตระหนักถึงความสําคัญของการพัฒนาการของเด็กและเยาวชน เพื่อใหเติบโตเปนมนุษยที่มีศักยภาพ และประสิทธิภาพหนา ๑๙เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ในการดํารงชีวิต จึงใหความสําคัญตอการพัฒนาทางดานสติปญญา สุขภาพจิต และสุขภาพกายโดยจะสงเสริมการเรียนการสอน ปลูกฝงคุณธรรมจริยธรรมใหผูเรียน จัดใหมีโภชนาการอยางเหมาะสมโดยการจัดโครงการอาหารกลางวัน เปนสวัสดิการสําหรับเด็กนักเรียน สงเสริมใหทุกคนเขาสูระบบการศึกษาอยางมีประสิทธิภาพ ใหมีการเรียนฟรีในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้งการจัดหาทุนการศึกษา เพื่อใหสามารถเขาสูระบบการศึกษาที่สูงขึ้น และสรางโอกาสในการเรียนรูตลอดชีวิตรวมทั้งจัดระบบการแนะแนวการศึกษา เพื่อใหผูรับการศึกษาสามารถกําหนดเปาหมายทางการศึกษาเพื่อการดํารงชีวิตที่ดีของตนไดอยางเหมาะสม และสามารถตอบสนองตอสังคม และประเทศไดอยางสูงสุด(๒) พัฒนาคุณภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา พรรคไทรวมพลังมุงเนนการปลูกฝงจิตสํานึก คุณธรรม และความเอื้ออาทรตอผูรับการศึกษาแกครูผูสอน รวมทั้งจัดสวัสดิภาพและสวัสดิการครู สงเสริมใหเกิดการฝกอบรมวิทยาการ และองคความรูใหม ๆ ที่ทันสมัยแกครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งการสรางแรงจูงใจใหครูกลับถิ่นฐานบานเกิด เพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสังคมในทองถิ่นตาง ๆ และจะสนับสนุนใหปราชญชาวบานมีสวนรวมในการใหการศึกษาใหมากยิ่งขึ้น (๓) สงเสริมหลักสูตรการเรียนการสอนแบบบูรณาการ พรรคไทรวมพลังมุงสงเสริมใหหลักสูตรการศึกษาประกอบไปดวยการเรียนการสอนการปฏิบัติที่มีทั้งดานวิชาการ และแนวทางการดํารงชีวิต ตลอดจนเปนหลักสูตรที่สรางความรูความเขาใจที่ถูกตอง ในการสืบสานขนบธรรมเนียมประวัติศาสตรแหงทองถิ่น และวัฒนธรรมของชาติจะสงเสริมใหผูเรียนกลาคิดกลาทําอยางมีสติและมีเหตุผล มีความรักในถิ่นกําเนิด ทั้งนี้ โดยเปดโอกาสใหผูบริหารสถานศึกษา และชุมชนมีสวนรวมในการจัดทําหลักสูตรการศึกษา และประเมินผลการจัดระบบการศึกษานําเทคโนโลยีสารสนเทศเขามาใชในการจัดการเรียนการสอน จัดใหมีตําราเรียน และอุปกรณการเรียนการสอนที่ทันสมัยและเหมาะสมกับหลักสูตรการศึกษาของผูเรียนในทุกมิติ รวมทั้งกลุมบุคคลพิเศษ เชน ผูพิการและผูมีปญญาเลิศ ตลอดจนจะพัฒนาหองสมุดใหเปนแหลงขอมูลทางการศึกษาที่ครบวงจร(๔) เพิ่มศักยภาพการบริหารการศึกษา พรรคไทรวมพลังใหความสําคัญตอการพัฒนาศักยภาพของสถานศึกษา โดยจะสงเสริมและสนับสนุนการกระจายอํานาจ เพื่อองคกรปกครองสวนทองถิ่นชุมชน องคกรทางศาสนา และภาคเอกชนเขามามีสวนในการจัดการศึกษาทุกระดับ และจะมุงสงเสริมหนา ๒๐เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ การจัดใหมีสถานศึกษาขึ้นในทั่วทุกภูมิภาคอยางเพียงพอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารการศึกษาจะสรางเครือขายความรวมมือระหวางสถานศึกษาของไทยกับนานาประเทศ เพื่อการแลกเปลี่ยนนักเรียนนักศึกษา วิทยากรทางการศึกษา ขอมูลความรูทางวิชาการ วิธีการบริหารจัดการ และเทคโนโลยีดานการศึกษาระหวางกัน รวมทั้งการจัดสรรทรัพยากรเพื่ออุดหนุนสถานศึกษาอยางเปนธรรมและเหมาะสมกับสภาพของแตละสถานศึกษา(๕) การจัดระบบการเรียนการสอนเสริมทางระบบออนไลน พรรคไทรวมพลังเห็นวาการศึกษาของชาติ มีความเหลื่อมล้ําในดานการจัดการศึกษาระหวางชุมชนเมืองกับชุมชนตําบล หมูบานทําใหเด็กเรียนรูไมเทากัน พรรคจึงเห็นวาการที่จะทําใหเด็กเรียนรูที่เทาทันกัน มีโอกาสไดรับการเรียนการสอนจากสถานศึกษาที่มีมาตรฐาน ดังนี้ พรรคไทรวมพลังจึงมีแนวนโยบายที่จะปฏิรูปการศึกษาดวยระบบการสอนเสริมทางออนไลน โดยถายทอดการเรียนการสอนผานระบบออนไลนจากสถาบันการศึกษาชั้นแนวหนาของประเทศ ทั้งระดับชั้นประถม ชั้นมัธยมตน และมัธยมปลาย ทั้งนี้ เพื่อลดการเหลื่อมล้ําของการศึกษาของเยาวชนของชาติ เพื่อใหมีโอกาสสอบเขาเรียนในระดับมหาวิทยาลัยได(๖) พัฒนาคุณภาพอาหารกลางวันของเด็กใหเพียงพอและเหมาะสมกับวัยขอ ๙ นโยบายดานการเกษตร(๑) สงเสริมแนวทางเกษตรแบบชุมชนพึ่งตนเอง พรรคไทรวมพลังจะสงเสริมแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม เพื่อเปนแนวทางในการบริหารจัดการที่ดินและน้ําสําหรับการเกษตรในที่ดินขนาดเล็กใหเกิดประโยชนสูงสุด มีแหลงน้ําเพียงพอที่จะสามารถปลูกพืชในที่ดินที่มีอยูไดตลอดปและใชแรงงานในครัวเรือนปลูกพืชผสมผสาน ทําใหเกษตรกรมีผลผลิต และความพอเพียงที่จะเลี้ยงตัวเองไดอยางพอมีพอกิน สามารถพึ่งตนเองได โดยการอบรมใหความรูเกี่ยวกับการทําเกษตรทฤษฎีใหมติดตามใหคําแนะนํา แกเกษตรกรอยางทั่วถึงและครบวงจร ตลอดจนจัดหาตลาด กําหนดชนิดสินคาที่ตลาดตองการ ทั้งตลาดชุมชน ตลาดระดับประเทศ หรือตางประเทศ(๒) สนับสนุนองคกรภาคการเกษตรและสหกรณ พรรคไทรวมพลังตระหนักอยูเสมอวาประชาชนสวนใหญในประเทศประกอบอาชีพเกษตรกรรม จึงมุงมั่นที่จะสนับสนุนสงเสริมระบบสหกรณการเกษตรและวิสาหกิจชุมชน ดานการเกษตร และวางระบบการบริหารจัดการดานการผลิต การเงิน และการตลาดอยางมีประสิทธิภาพ พรรคไทรวมพลังจะมุงมั่นและสนับสนุนสภาเกษตรกรแหงชาติใหเขมแข็ง เพื่อที่จะคุมครองหนา ๒๑เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ และรักษาผลประโยชนของเกษตรกร รวมทั้งใหเกษตรกรมีสวนรวมในการเสนอนโยบายและวางแผนพัฒนาการเกษตรอยางมีระบบ โดยมุงแกกฎหมายที่ตัดโอกาสในการผลิตและการคาขายสินคาดานการเกษตรดวยเกษตรกรเอง อาทิ๑. จัดตั้งธนาคารชุมชน เพื่อตอยอดผลผลิตภาคการเกษตรระดับกลุมใหเขมแข็งของกลุมทุน ๒. จัดตั้งตลาดกลางพืชผลทางการเกษตร เพื่อปองกันการผูกขาดตัดตอน๓. แกไขกฎหมายวาดวยการสหกรณการเกษตร เพื่อปองกันมิใหสหกรณการเกษตรดําเนินธุรกิจแบบสหกรณออมทรัพย โดยหารายไดจากดอกเบี้ย แตจะใหเปนสหกรณการเกษตรที่ดําเนินธุรกิจแบบรวมซื้อรวมขายผลิตผลที่สมาชิกกูเงินจากสหกรณไปผลิต เพื่อปองกันการเกิดหนี้ซ้ําซอนและหามมิใหสหกรณการเกษตรมีอํานาจฟองศาลขายทอดตลาดที่ดินทํากินหรือที่อยูอาศัยของสมาชิกโดยใหสหกรณโอนหนี้เสียพรอมหลักประกันไปใหเปนกรรมสิทธิ์ของกองทุนฟนฟูและพัฒนาเกษตรกรกองทุนจะชําระหนี้แทนเกษตรกร จนกวาเกษตรกรจะผอนชําระหนี้หมด ถึงจะไดรับที่ดินคืนและในระหวางกรรมสิทธิ์หลักประกันหนี้เปลี่ยนมือ เกษตรกรผูนั้นยังสามารถทํากินไดตลอดไปโดยไมมีคาเชา๔. สงเสริมใหมีวิสาหกิจชุมชนทุกหมูบาน และกูเงินจากธนาคารชุมชนไปประกอบอาชีพแบบดอกเบี้ยต่ํา โดยมีตลาดกลางรองรับผลผลิตจากวิสาหกิจชุมชน๕. แกไขกฎหมายวาดวยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ โดยเฉพาะการกําหนดอัตราดอกเบี้ยต่ําในอัตราคงที่ และหามมิใหนําดอกเบี้ยมาทบตนดวยวิธีการใด ๆ กรณีลูกคาเปน NPL เกินกวาสองปใหโอนหนี้นั้นพรอมหลักประกันไปไวที่กองทุนฟนฟูและพัฒนาเกษตรกรโดยกองทุนฯ ชําระหนี้แทนหาสิบเปอรเซ็นต เกษตรกรลูกหนี้ชําระหาสิบเปอรเซ็นต(๓) ปรับโครงสรางภาคการเกษตร พรรคไทรวมพลังจะกําหนดพื้นที่คุมครองทางการเกษตรเพื่ออนุรักษสงวนคุมครองพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งเปนวัฒนธรรมการเกษตรของประเทศใหคงอยู สนับสนุนใหมีการจัดการพัฒนาและฟนฟูดินที่เสื่อมโทรม ที่ดินเพื่อการเกษตร สงเสริมการใชน้ําอยางมีประสิทธิภาพเพื่อประโยชนในการผลิต มีการกําหนดเขตพื้นที่เฉพาะ เพื่อใหมีการเพาะปลูกที่เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่การเกษตร และโอกาสทางการตลาดของพืชแตละชนิด ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาการเกษตรในรูปของนิคมการเกษตร โดยบูรณาการระหวางหนวยงานภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาการเกษตรแบบครบวงจร อาทิ หนา ๒๒เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ๑. เนนการรวมตัวของเกษตรกรรายยอยดอยโอกาส ใหเปนคนกลุมใหญไดโอกาส๒. ลดละการปลูกพืชเชิงเดี่ยว๓. เนนการเสริมสรางทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนที่เพิ่มขึ้น และใหนําทรัพยากรนั้นเปนหลักประกันเงินกูไดดวย รวมทั้งการปลูกไมเศรษฐกิจแทนดอกเบี้ยสถาบันการเงินภาคการเกษตร๔. มุงสงเสริมการเกษตรกรรมไปสู “การเกษตรกิจ” และนวัตกรรมการเกษตรเพื่อใหเกษตรกรกาวใหทันตอการเปลี่ยนแปลงการบริโภคของโลกยุคใหม๕. สงเสริมและเพิ่มเติมศักยภาพใหกองทุนฟนฟูและพัฒนาเกษตรกรใหเปนเสมือนโรงพยาบาลหนี้ของภาคการเกษตร เพื่อปองกันการขายทอดตลาดที่ดินทํากินของเกษตรกร๖. เปดโอกาสใหองคกรเกษตรและวิสาหกิจชุมชน สงตัวแทนเขาไปมีสวนรวมในกลไกบริหารตลาดกลางและธนาคารชุมชน(๔) สงเสริมเกษตรกรใหเขมแข็ง พรรคไทรวมพลังจะสนับสนุนใหมีการฟนฟูอาชีพใหแกเกษตรกร และสงเสริมใหเกษตรกรเขาถึงแหลงทุนที่รัฐบาลจัดหาใหอยางเสมอภาคและทั่วถึงเพื่อแกไขปญหาหนี้สินของภาคเกษตรกร สวนการแกไขปญหารายไดภาคเกษตรที่ตกต่ํานั้น จะเนนการเพิ่มผลผลิตภาคเกษตรดวยการเพิ่มผลผลิตตอพื้นที่ ลดตนทุนการผลิตและเพิ่มมูลคาของสินคาเกษตรนอกจากนี้จะมีการสรางระบบประกันความเสี่ยงทางการเกษตรใหกับเกษตรกร ทั้งทางดานการเปลี่ยนแปลงดานราคา และความเสียหายจากภัยธรรมชาติ รวมทั้งสนับสนุนใหปราชญชาวบานเขามามีบทบาทในการถายทอดองคความรูและภูมิปญญาทองถิ่น ตลอดจนสรางเกษตรกรรุนใหม เพื่อใหมีบุคลากรภาคเกษตรที่ยั่งยืน รวมถึงแกไขปญหาปจจัยการผลิต ดังนี้๑. กําหนดใหกองทุนสงเคราะหการเกษตร และกองทุนฟนฟูและพัฒนาเกษตรกรปลอยกูเงินปลอดดอกเบี้ย ๕ ป เพื่อใหเกษตรกรนําไปเจาะน้ําบาดาลเพื่อการเกษตรและเงินทุนหมุนเวียนเพื่อผลิตปุยอินทรียใชเองในครัวเรือน แตตองสงตนทุนคืนรายป๒. แกไขกฎหมายวาดวยการทรัพยากรน้ํา โดยใหแหลงน้ําใตดินในที่ดินกรรมสิทธิ์เปนทรัพยสวนควบของที่ดิน สามารถนําขึ้นมาใชเพื่อการเกษตรไดอยางเสรี๓. ราคาพืชผลการเกษตรใหตลาดกลางของเกษตรกรเปนผูกําหนดราคา เพื่อใหสะทอนตนทุนที่เปนจริง และมีรายไดในเชิงอาชีพที่มั่นคงหนา ๒๓เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ (๕) เพิ่มประสิทธิภาพของการจัดการภาคเกษตรแบบครบวงจร พรรคไทรวมพลังเชื่อมั่นวา การพัฒนาทางการเกษตรของประเทศที่ยั่งยืน และสรางขีดความสามารถในการแขงขันนั้นจะตองสงเสริมการวิจัย พัฒนา และการสรางนวัตกรรมทางการเกษตรอยางครบวงจร เพื่อเพิ่มมูลคาใหสินคาเกษตร จะสงเสริมการบริหารจัดการดานทุนการตลาด ระบบโลจิสติกส และเครือขายเพื่อลดตนทุนและปรับปรุงคุณภาพสินคาเกษตร โดยการบูรณาการภาคีที่เกี่ยวของทั้งภาครัฐ เอกชนและเกษตรกร บนพื้นฐานของผลประโยชนที่เปนธรรม(๖) ดํารงความเปนแหลงผลิตอาหารที่มั่นคง และปลอดภัย พรรคไทรวมพลังมุงมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพสินคาเกษตร เพื่อสรางความเชื่อมั่นใหแกผูบริโภค โดยจะมีการสงเสริมระบบการผลิตใหปลอดภัย มีคุณภาพ มีมาตรฐาน และมีผลผลิตเพียงพอตอการบริโภคของประชาชนภายในประเทศและการสงออกไปยังตางประเทศ เพื่อสรางรายไดหลักใหกับประเทศ พรรคไทรวมพลังตระหนักถึงความสําคัญของขาว ซึ่งมีความสําคัญตอประเทศชาติในหลายมิติ ทั้งดานเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมสิ่งแวดลอม และความมั่นคงทางอาหาร จึงมุงมั่นที่จะลดความเสี่ยงสรางคุณภาพชีวิตที่ดีใหแกชาวนาการเพิ่มผลิตภาพ และมูลคาของขาว ขยายและพัฒนาดานการตลาดทั้งในประเทศและตางประเทศลดการเอารัดเอาเปรียบทางการคา รวมทั้งลดหวงโซอุปสงค อุปทานใหมีระยะสั้นลง(๗) การแกไขหนี้ของเกษตรกร๑. กําหนดใหกองทุนฟนฟูและพัฒนาเกษตรกรเปนเสมือน “โรงพยาบาลหนี้”ของเกษตรกร โดยวิธีการโอนหนี้ และหลักค้ําประกันหนี้จากเจาหนี้ โอนไปอยูในโรงพยาบาลหนี้ทันทีที่เกษตรกรเกิดภาวะหนี้เสีย๒. กําหนดใหสถาบันการเงินภาคการเกษตร เชน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณการเกษตรไมมีอํานาจขายทอดตลาดที่ดินทํากินของเกษตรกร โดยใหโอนหนี้เสียไปไวที่กองทุนฟนฟูและพัฒนาเกษตรกร รวมกับเกษตรกรผูเปนหนี้ผอนชําระหนี้คืนแกเจาหนี้ตามที่กฎหมายกําหนดไว ๓. กําหนดใหกองทุนสงเคราะหเกษตรกรตามพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะหเกษตรกรพ.ศ. ๒๕๕๔ สนับสนุนเงินกูปลอดดอกเบี้ย เพื่อใหเกษตรกรไดมีทุนพัฒนาแหลงน้ําใตดิน เพื่อการเกษตรหนา ๒๔เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เปนของตนเอง ทั้งนี้ เพื่อแกไขปญหาฝนแลง หรือฝนทิ้งชวง และใหเกษตรกรไดมีน้ําใช เพื่อการเกษตรอยางเพียงพอ (๘) การแกไขปญหาที่ดินทํากิน ใหแกเกษตรกร ปญหาที่ดินทํากินของเกษตรกรในประเทศไทย มีเกษตรกรไรที่ดินทํากินมากถึงหนึ่งลานกวาครัวเรือน จึงกลายเปนคนเรรอน และดอยโอกาสในอาชีพของตนเอง จนกลายเปนภาระของงบประมาณแผนดิน ดังนั้น พรรคไทรวมพลัง จึงมีนโยบายที่จะจัดหาที่ดินทํากินใหแกเกษตรกรที่ไรที่ดินทํากิน โดยใชที่รกรางวางเปลา และปาเสื่อมโทรมรวมทั้งที่ราชพัสดุที่มิไดทําประโยชน รวมทั้งที่ดินที่เสียภาษีบํารุงทองที่ (ภ.บ.ท. ๕) นําเขาสูระบบสํานักงานปฏิรูปที่ดิน เพื่อจัดสรรที่ดินใหกับเกษตรกร รายละ ๑๐ ไร สวนกรณีที่เกษตรกรที่ครอบครองที่ ส.ป.ก. เกินกวาสิบหาไร กําหนดใหเกษตรกรตองปลูกไมเศรษฐกิจอยางนอยรายละ ๒ ไรและสามารถจําหนายตนไมได เมื่อพนสิบหาปไปแลว ทั้งนี้ จะเปนการปลูกปาทดแทนอีกทางหนึ่งดวยขอ ๑๐ นโยบายดานเศรษฐกิจ(๑) ยึดถือหลักปรัชญาเศรษฐกิจฐานรากแบบชุมชนพึ่งตนเอง พรรคไทรวมพลังจะสงเสริม หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อใหประชาชนไดรับประโยชนจากการเติบโตทางเศรษฐกิจอยางทั่วถึง เปนธรรม และยั่งยืน พึ่งพาตนเองไดตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยการสงเสริมและพัฒนาในองคประกอบที่เกี่ยวของอันเปนการตอยอดใหการนําไปใชโดยมีหลักการและเครื่องมือที่มีความชัดเจนประสานสรางความเขาใจในหนวยงานของรัฐที่มีหนาที่นําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใชในการพัฒนาเศรษฐกิจใหมีความเขาใจและแผนดําเนินการสนับสนุน และสงเสริมธุรกิจทั้งขนาดเล็กขนาดกลาง และขนาดใหญ นําหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใชเพื่อใหธุรกิจนั้น มีเสถียรภาพเปนหลักประกันในเรื่องความมั่นคงของกิจการโดยมีตลาดกลางเปนแหลงรองรับสินคาภาคการเกษตรพรรคไทรวมพลังเชื่อมั่นวา ในการดูแลรักษาเสถียรภาพทางการเงินอยางใกลชิด เพื่อใหการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเปนไปอยางยั่งยืน สรางความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจใหเกิดขึ้น ทั้งภายในประเทศและตางประเทศ ใหความสําคัญตอการใชมาตรการทางการเงิน ทั้งในดานเสถียรภาพของระดับราคาและเสถียรภาพของฐานะการเงินของประเทศ ควบคูกับการสรางความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในอัตราที่เหมาะสม และในทิศทางที่สอดรับกับสภาพเศรษฐกิจสังคมของแตละทองถิ่นหนา ๒๕เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ (๒) รักษาวินัยการคลัง พรรคไทรวมพลังตระหนักวา การรักษาเสถียรภาพทางการคลังและการพัฒนาเพื่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศนั้น มีพันธกิจหลักเพื่อสรางคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแกประชาชน โดยรวมของประเทศอยางเทาเทียมกัน จึงมุงมั่นใหความสําคัญตอการรักษาวินัยทางการคลังเพื่อการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ รวมทั้งเพื่อมุงสรางโอกาส และความเปนธรรมทางเศรษฐกิจใหเกิดขึ้นในสังคม โดยจะเนนดําเนินมาตรการการคลัง เพื่อประชาชน เพื่อกระจายรายได กระจายโอกาสและกระจายอํานาจในการบริหารจัดการทรัพยากร และการคลังไปสูทองถิ่น และชุมชนอันจะนํามาซึ่งความเขมแข็งใหแกเศรษฐกิจชุมชน(๓) สงเสริมการพัฒนาการทองเที่ยวเพื่อเพิ่มรายได พรรคไทรวมพลังจะสงเสริมการพัฒนาการทองเที่ยวอยางยั่งยืนของประเทศ เพื่อการสรางงานสรางรายได และความอยูดีกินดีของประชาชน โดยจะสนับสนุนใหมีการพัฒนาแหลงทองเที่ยวใหมควบคูไปกับการรักษาแหลงทองเที่ยวเดิมโดยคํานึงถึงการรักษาสิ่งแวดลอม และการอนุรักษธรรมชาติ ทั้งนี้ จะสงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนและองคกรปกครองสวนทองถิ่นในการพัฒนาแหลงทองเที่ยว ทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของชุมชนและใหมีความตระหนักรูถึงคุณคา และหวงแหนในทรัพยากรทางธรรมชาติ และประวัติศาสตรของชุมชนนอกจากนี้ จะสงเสริมใหมีการลงทุนดานการทองเที่ยวเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่แหลงทองเที่ยวที่มีศักยภาพ เชน พื้นที่จังหวัดอารยธรรมภาคเหนือ และพื้นที่จังหวัดเชื่อมโยงทางภาคใตตอนบนกลุมจังหวัดลุมแมน้ําภาคกลาง และกลุมจังหวัดภาคตะวันออก และภาคอีสาน เปนตน ตลอดจนเรงรัดใหมีการพัฒนามาตรฐานการบริการดานการทองเที่ยวของไทย และการเพิ่มขีดความสามารถในการแขงขันกับตางประเทศ โดยจะสนับสนุนใหหนวยงานของรัฐและเอกชนรวมมือกันในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการทองเที่ยว จะสนับสนุนและเรงรัดการแกไขปญหาอุปสรรคตาง ๆ ในดานกฎระเบียบเพื่อสรางแรงจูงใจแกนักลงทุนจากทั้งในและตางประเทศ ตลอดจนเรงพัฒนาศักยภาพบุคลากรดานการทองเที่ยวของไทย เพื่อรองรับระบบเศรษฐกิจ การคาเสรีในภูมิภาค โดยเฉพาะในกลุมอาเซียน(๔) ปรับปรุงโครงสรางอุตสาหกรรม พรรคไทรวมพลังใหความสําคัญตอการปรับปรุงโครงสรางอุตสาหกรรมของประเทศ โดยคํานึงถึงผลกระทบตอสิ่งแวดลอมชุมชนดวยการพัฒนาระบบโลจิสติกสและเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สรางมูลคาเพิ่มและลดตนทุนการผลิต อํานวยความสะดวกทางการคา ตลอดจนพัฒนาอุตสาหกรรมใหม และขยายตลาดในอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพหนา ๒๖เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ทั้งตลาดในประเทศและตางประเทศดวยการพัฒนาฝมือแรงงานใหตรงตอตลาดแรงงานอุตสาหกรรมแกไขกฎระเบียบ และปญหาที่มีอยูในปจจุบันของอุตสาหกรรมนั้น ๆ สรางตราสัญลักษณของไทยรวมทั้งปรับปรุงมาตรการ สงเสริมการลงทุนใหจูงใจทั้งนักลงทุนไทยและตางประเทศ นอกจากนี้พรรคจะพัฒนาโครงสรางพื้นฐาน และสรางความเชื่อมโยงของอุตสาหกรรมในภูมิภาคอาเซียน โดยเนนการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานในภูมิภาคเพื่อการกระตุนเศรษฐกิจ ทั้งนี้ จะสรางความเชื่อมั่นและสรางภาพลักษณดวยการปรับปรุงคุณภาพ และมาตรฐานสินคาใหทัดเทียมและล้ําหนาในระดับสากลดวยการกระตุนใหเอกชนลงทุนดานนวัตกรรมและเทคโนโลยี รวมทั้งมีการรับรองมาตรฐานที่สากลยอมรับ(๕) สนับสนุนใหเกิดอุตสาหกรรมภาคการเกษตร พรรคไทรวมพลังมุงมั่นสรางผูประกอบการอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดยอม ใหมีความเปนมืออาชีพพรอมรับกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจในปจจุบัน รวมทั้งปรับปรุงมาตรฐานการปลอยสินเชื่อใหสอดคลองกับสภาพเศรษฐกิจ เพื่อใหสามารถเขาถึงแหลงเงินทุนไดอยางทั่วถึงและเหมาะสม ปรับปรุงและพัฒนาสินคาใหมีมาตรฐานเปนที่ยอมรับรวมทั้งการสรางนวัตกรรมใหม ๆ จากภูมิปญญาชาวบาน ตลอดจนสรางชองทางการตลาดใหผูซื้อ/คูคาสามารถเขาถึงสินคาที่ผลิตจากผูผลิต ผูประกอบการอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดยอมไดมากขึ้นดวยการโฆษณาประชาสัมพันธผานสื่อตาง ๆ ทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน(๖) บริหารจัดการสงออกแบบครบวงจร พรรคไทรวมพลังจะพัฒนาระบบโลจิสติกสปรับปรุงระบบและลดขั้นตอนที่เกี่ยวของกับการสงออกทั้งระบบ เพื่อใหการสงออกเปนไปดวยความรวดเร็วตรงตอเวลา มีตนทุนการขนสงที่ต่ําและอํานวยความสะดวกใหแกผูสงออกดวยการเชื่อมโยงระบบขนสงใหมีความสอดคลองกันทั้งระบบ ลดขั้นตอนทางเอกสารโดยใชระบบเทคโนโลยีสารสนเทศใหมากขึ้นเชน ระบบการตรวจรวมจุดเดียว ระบบพาณิชยอิเล็กทรอนิกส ประสานความรวมมือกับประเทศคูคาเพื่อลดขั้นตอนทางเอกสาร และการตรวจสอบสินคา รวมทั้งสงเสริมใหผูสงออกผลิตสินคาที่มีมาตรฐานสอดคลองกับกฎระเบียบมาตรฐานของประเทศคูคา ตลอดจนพัฒนาบรรจุภัณฑใหมีความสะดวกตอการขนสง ชวยปกปองสินคาระหวางขนสง รวมทั้งชวยรักษาใหสินคามีระยะเวลาคุณภาพดียาวนานขึ้นโดยการแกไขกฎหมาย และระเบียบ ดังนี้๑. แกไขกฎหมายที่มีลักษณะผูกขาดตัดตอนสินคาการเกษตร๒. สงเสริมใหเกษตรกรสงออกสินคาภาคการเกษตร ผานตลาดกลางหนา ๒๗เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ๓. สงเสริมใหชุมชนอนุรักษพันธุกรรมพืชและสัตวตามถิ่นกําเนิด๔. ยกเวนภาษีการเกษตรแบบอุตสาหกรรมที่ทําใหเกิดพลังงานทดแทนในชุมชนขอ ๑๑ นโยบายดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี(๑) สงเสริมการพัฒนาดานวิทยาศาสตร พรรคไทรวมพลังตระหนักวา วิทยาศาสตรเปนปจจัยสําคัญในการพัฒนาประเทศ และการดําเนินชีวิตประจําวันจึงมุงมั่นสงเสริมการพัฒนาดานวิทยาศาสตร โดยจะจัดสรรงบประมาณอยางเพียงพอในการวิจัย การคนควา รวมทั้งจะมีการพัฒนาบุคลากรดานวิทยาศาสตรใหทัดเทียมกับนานาประเทศ ในขณะเดียวกันจะสงเสริมใหประชาชนทั่วไปเรียนรูเกี่ยวกับวิทยาศาสตร อันจะนํามาซึ่งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน(๒) สงเสริมการพัฒนาดานเทคโนโลยี พรรคไทรวมพลังมุงมั่นที่จะสรางเทคโนโลยีและนวัตกรรมโดยการสงเสริมการประดิษฐหรือการคิดคนสิ่งใหม ๆ ที่สอดคลองกับทรัพยากรและความตองการของประเทศ อันมีเปาหมายเพื่อลดการนําเขาเทคโนโลยีจากตางประเทศจนสามารถพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยีไดในอนาคตขอ ๑๒ นโยบายดานสังคม(๑) สรางสถาบันครอบครัวใหมีความอบอุน พรรคไทรวมพลังตระหนักถึงความสําคัญของสภาพครอบครัวที่อบอุนอันเปนรากฐานของสังคม จึงมุงมั่นที่จะสรางความเขมแข็งใหเกิดขึ้นกับสถาบันครอบครัวอยางสอดคลองกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม เพื่อปองกันและบรรเทาปญหาสังคมตลอดจนการใหการสนับสนุนขนบธรรมเนียมประเพณีและความเปนอยูที่ดีงามตามแบบครอบครัวไทย(๒) สรางสวัสดิภาพแกเด็กและสตรี ผูมีความหลากหลายทางเพศ ผูสูงอายุ ผูพิการและผูดอยโอกาส พรรคไทรวมพลังมุงมั่นใหความสําคัญกับการจัดใหมีเครือขายความรวมมือของหนวยงานที่เกี่ยวของทั้งภาคราชการและเอกชนในการสนับสนุนการจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กกอนวัยเรียนและศูนยพัฒนาเด็กเล็ก ภายใตการควบคุมมาตรฐานอยางใกลชิดใหความสําคัญกับการแกไขปญหาเด็กเรรอน ปกปองคุมครองสตรีจากการถูกลอลวง หรือถูกลวงละเมิด และถูกทารุณกรรม สงเสริมและคุมครองสิทธิของผูมีความหลากหลายทางเพศ จัดสวัสดิการที่เหมาะสมแกผูสูงอายุ ฟนฟูพัฒนาผูพิการและผูดอยโอกาสใหไดรับการศึกษา และการพัฒนาตนใหสามารถดํารงชีวิตอยูในสังคมไดอยางภาคภูมิรวมทั้งจะสนับสนุนใหผูดอยโอกาส สามารถเขาถึงแหลงงานและบริการสวัสดิการสาธารณะอยางเปนธรรมหนา ๒๘เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ และการปรับปรุงกฎหมายที่เปนประโยชนใหมีประสิทธิภาพและทันสมัยในการคุมครองสวัสดิภาพเด็ก สตรีผูมีความหลากหลายทางเพศ ผูสูงอายุ ผูพิการ และผูดอยโอกาส(๓) ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พรรคไทรวมพลังมุงมั่นที่จะสงเสริมบริการสาธารณะที่เอื้อตอการยกระดับคุณภาพชีวิตและมาตรฐานความเปนอยูที่ดีของประชาชน และจะเครงครัดตอการสรางมาตรฐานความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน เรงรัดแกไขปญหายาเสพติด ตลอดจนการแกไขปญหาชุมชนแออัด และปญหาการจราจรติดขัดในเขตเมือง รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพในการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย(๔) พัฒนาฝมือแรงงาน และคุมครองสวัสดิภาพของผูใชแรงงาน พรรคไทรวมพลังมุงมั่นที่จะพัฒนาฝมือแรงงานใหมีความสอดคลองกับความสนใจของแตละบุคคลบนพื้นฐานความตองการของตลาดแรงงาน พัฒนาระบบการประกันสังคมใหมีประสิทธิภาพและอํานวยประโยชนสําหรับผูใชแรงงานใหเกิดเปนรูปธรรมอยางแทจริง จะใหความสําคัญตอการคุมครองสวัสดิภาพของแรงงานเด็กและสตรีสงเสริมใหมีระบบแรงงานสัมพันธ และกระบวนการในการระงับขอพิพาทแรงงานที่รวดเร็วและเปนธรรมสรางมาตรการจูงใจและเครงครัดตอการจัดระบบความปลอดภัยในการทํางาน และใหสวัสดิการแกผูใชแรงงานสนับสนุนใหผูใชแรงงานมีเสรีภาพ และไดรับความคุมครองในการจัดตั้งสหภาพแรงงาน(๕) บริการสาธารณสุขอยางทั่วถึง พรรคไทรวมพลังจะปรับปรุงบริการสาธารณสุขโดยการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย และจัดใหมีเครื่องมือการแพทยใหทันสมัย ยกระดับสถานีอนามัยใหเปนโรงพยาบาลตําบล และเพิ่มงบพัฒนาครุภัณฑแกระบบโรงพยาบาลใหเพียงพอ สงเสริมและสนับสนุนการวิจัยทางการแพทยแผนไทยโดยอาศัยภูมิปญญาชาวบาน เพื่อเปนทางเลือกสําหรับประชาชนเสริมสรางความรูความเขาใจเกี่ยวกับการกินอยู และสุขอนามัยที่ดีของประชาชน โดยผานกลไกของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบาน เพื่อเปนยุทธศาสตรสําคัญในการปองกันการเกิดโรคโดยจะเนนการแกไข การสาธารณสุขใหถึงชุมชน ดังนี้๑. ขยายเตียงรองรับผูปวยในโรงพยาบาลระดับอําเภอ ใหรองรับผูปวยไดเพียงพอตอประชากรในเขตทองที่อําเภอนั้น ๆ๒. พัฒนาสถานีอนามัยตําบล ใหมีสภาพเปนโรงพยาบาล ขนาด ๑๕ เตียงเปนอยางต่ําและมีนายแพทยประจําทุกตําบล โดยใหโรงพยาบาลประจําตําบลทําการบริการรักษาผูเจ็บปวยแบบองครวม คือ มีทั้งแผนปจจุบัน แพทยแผนไทย และหมอพื้นบานหนา ๒๙เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ๓. สงเสริมการปลูกพืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพและรักษาโรคบางชนิด๔. การสาธารณสุขระดับชุมชน๔.๑ ยกฐานะกรมแพทยแผนไทย ขึ้นเปนกระทรวงแพทยแผนไทยประกอบไปดวย - กรมแพทยแผนไทย- กรมสงเสริมหัตถเวช- กรมสงเสริมหมอพื้นบาน- กรมพัฒนาและอนุรักษพืชสมุนไพร- กรมเภสัชกรปรุงแตงยาสมุนไพร๔.๒ ยกสถานีอนามัยประจําตําบลใหเปนโรงพยาบาลชุมชนแบบองครวมใหครบทุกตําบล โดยมีแพทยแผนปจจุบัน และแพทยแผนไทย รวมถึงหมอพื้นบานคอยบริการประชาชนในขั้นตน ๔.๓ พัฒนาคุณภาพ อสม. โดยกําหนดหลักสูตรพยาบาลพื้นฐาน ๖ เดือนกอนปฏิบัติหนาที่ ๔.๔ สงเสริมการใชสารที่เกิดจากพืชกัญชา และกัญชง เพื่อการแพทยทางเลือก๔.๕ เปดโอกาสใหผูปวยใชการรักษาแบบสมัครใจ ระหวางแพทยแผนปจจุบันกับแพทยแผนไทย หรือใชแบบการรักษาแบบองครวม๔.๖ สงเสริมการบํารุงรักษาสุขภาพของประชาชนใหแข็งแรงมากกวาการรักษาเมื่อปวย ๔.๗ เขมงวดเกี่ยวกับสารสังเคราะหที่นํามาผลิตอาหารจากสัตวและพืชหรือสารปรุงแตงอาหาร ที่เปนสาเหตุใหประชาชนเกิดโรค เชน ความดัน เบาหวาน และมะเร็งเพื่อใหอัตราเจ็บปวยที่ลดลง(๖) สงเสริมการกีฬา พรรคไทรวมพลังตระหนักถึงความสําคัญของการกีฬาตอการพัฒนาสุขภาพและศักยภาพของคน จึงมุงมั่นที่จะใชการกีฬาเปนยุทธศาสตรในการพัฒนาประชากรทั้งในดานสุขอนามัย และสภาพจิตใจ ทั้งนี้ จะสงเสริมการเลนกีฬาในหมูประชาชนทุกกลุม โดยจะใชหนา ๓๐เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ มาตรการตาง ๆ เพื่อสนับสนุนการจัดสรางสนามกีฬาศูนยฝกใหทั่วถึง และสนับสนุนอุปกรณกีฬาใหเพียงพอสงเสริมการกีฬาของชาติ ใหพัฒนาไปสูกีฬาแหงความเปนเลิศและกีฬาอาชีพ แกไขปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวของกับการกีฬาใหมีประสิทธิภาพ(๗) ทํานุบํารุงศาสนา อนุรักษ พัฒนาศิลปะและวัฒนธรรม พรรคไทรวมพลังมุงมั่นที่จะสงเสริมการเรียนรู และการนําหลักธรรมของศาสนามาใชในการดํารงชีวิตอยางสันติของทุกศาสนิกชน มุงมั่นอนุรักษศิลปวัฒนธรรมไทย โดยการนําศิลปวัฒนธรรมทองถิ่นและภูมิปญญาไทยศึกษาคนควาวิจัย ฟนฟู พัฒนา และเผยแพรใหเกิดความรู ความเขาใจในประวัติศาสตร และศิลปวัฒนธรรมของชาติ สงเสริมใหประชาชนนําศิลปวัฒนธรรมมาประยุกตใชในการดํารงชีวิตอันจะนํามาสูการเกิดศิลปวัฒนธรรมโดยธรรมชาติ เพื่อพัฒนาเปนวัฒนธรรมที่ดีของชาติตอเนื่องสืบไปโดยแกไขกฎหมาย ดังนี้๑. แกไขพระราชบัญญัติคณะสงฆ เพื่อรักษาศาสนสมบัติ โดยใหประชาชนในชุมชนเปนผูเสียหาย กรณีหากเกิดการทุจริตศาสนสมบัติกลางและทรัพยสินของวัด๒. แกไขบทลงโทษคนปลอมเปนพระสงฆใหมีโทษจําคุกฐานมารศาสนา๓. แกไขตําแหนงไวยาวัจกรของวัด ใหเปนในรูปคณะกรรมการไวยาวัจกรตามฐานะของวัด เชน วัดขนาดใหญ ใหมีคณะกรรมการไวยาวัจกร ๗ คน วัดขนาดกลาง ๕ คนและวัดขนาดเล็ก ๓ คนขอ ๑๓ นโยบายดานการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐาน(๑) ปรับปรุงระบบประปาหมูบานทุกแหงใหสามารถใชรองรับผูบริโภคไดอยางปลอดภัย(๒) ปรับปรุงบอบาดาล (กลาง) ในแตละชุมชน ใหสามารถใชน้ําไดอยางปลอดภัยและใชพลังงานแสงอาทิตยเปนพลังงานสูบน้ํา(๓) เรงใหองคกรปกครองสวนทองถิ่น ติดตั้งแสงสวาง ถนน ตรอกซอย ในชุมชนดวยแสงสวางจากแสงอาทิตย(๔) เรงปรับปรุงและเขมงวดการกําจัดขยะ แบบฝงกลบเพื่อปองกันระบบน้ําใตดิน(๕) จัดตั้งกองทุนสงเสริมการใชพลังงานไฟฟาจากพลังงานแสงอาทิตย โดยรัฐชวยเหลือออกทุน ๓๐ เปอรเซ็นต หนา ๓๑เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ขอ ๑๔ นโยบายดานการพัฒนาการคมนาคมขนสงพรรคไทรวมพลัง มุงมั่นที่จะพัฒนาระบบการคมนาคมขนสงใหมีคุณภาพ ประสิทธิภาพความปลอดภัย และเพียงพอที่จะรองรับตอความตองการของประชาชนไดในทุกภูมิภาค จัดทําถนนลาดยางไรฝุนใหทั่วถึงทุกหมูบาน และจัดการระบบขนสงมวลชนทั้งระบบลอ และระบบรางในเขตเมืองใหครอบคลุมทุกพื้นที่อยางมีประสิทธิภาพและคุมคา เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และความสามารถในการแขงขันดานบริการขนสง ทั้งการขนสงทางบก ทางน้ําและพาณิชยนาวี ทางอากาศ และการขนสงระบบทอ อีกทั้งพัฒนาเสนทางคมนาคมขนสงเชื่อมโยงไปยังประเทศตาง ๆ ใหเปนระบบโครงขายขนสงนานาชาติที่สมบูรณ พัฒนาการสื่อสารโทรคมนาคม และระบบสารสนเทศ พรรคไทรวมพลัง มุงมั่นที่จะพัฒนาระบบการสื่อสารโทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ ใหมีคุณภาพ มีความหลากหลายของบริการและมีอัตราคาบริการที่สมเหตุสมผล ตามมาตรฐานสากล มีนวัตกรรม และบริการที่หลากหลายรวมทั้งสามารถรองรับตอความตองการของประชาชนในทุกภูมิภาคได และสงเสริมใหประชาชนมีความรูเทาทันสื่อสารสนเทศ เพื่อยกระดับมาตรฐานในการดํารงชีวิต การติดตอสื่อสาร การเขาถึงขาวสารขอมูล และการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยรวมของประเทศ โดยจะสงเสริมใหมีการแขงขันในการใหบริการกิจการโทรคมนาคมอยางเสรี และเปนธรรม กําหนดมาตรฐาน ในการกํากับดูแลตอการประกอบธุรกิจการสื่อสารโทรคมนาคม รวมทั้งจะประกันโอกาสในการเขาถึง การบริการสื่อสารโทรคมนาคมของประชาชนในชนบทที่หางไกลขอ ๑๕ นโยบายดานทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดลอม และพลังงาน(๑) คุมครอง อนุรักษ ฟนฟู และพัฒนาระบบพลังงานทางเลือก พรรคไทรวมพลังมุงมั่นที่จะอนุรักษ ฟนฟู และพัฒนาทรัพยากรดิน น้ํา ปาไม อากาศ แรธาตุ ทะเล และชายฝงบนพื้นฐานของความสมดุลของธรรมชาติ เพื่อเปนปจจัยพื้นฐานที่สําคัญในการพัฒนาแบบยั่งยืน(๒) บริหารจัดการอยางมีประสิทธิภาพ พรรคไทรวมพลังจะกําหนดแผนและเปาหมายรวมทั้งการปรับปรุงกฎหมาย และระเบียบขอบังคับในการใชทรัพยากรธรรมชาติอยางมีประสิทธิภาพและเปนธรรม เพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ โดยการกระจายอํานาจการบริหารและการจัดการไปสูสวนภูมิภาคและทองถิ่น โดยสงเสริมความรวมมือจากทุกภาคสวนหนา ๓๒เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ (๓) ควบคุม และแกปญหามลพิษ พรรคไทรวมพลังจะควบคุมมลพิษจากทุกแหลงไมใหสรางความเสียหายตอประชาชนและสิ่งแวดลอม จัดการของเสียอยางเปนระบบและมีประสิทธิภาพกําหนดใหผูกอมลพิษตองมีสวนรวมรับผิดชอบตอการแกไขปญหามลพิษ ปรับปรุงกฎหมายและแนวทางปฏิบัติในการจัดการมลพิษ ใหเครงครัด ชัดเจน และทันสมัย(๔) วิจัย และพัฒนาองคความรูเพื่อความยั่งยืน พรรคไทรวมพลังจัดทําระบบขอมูลทรัพยากรธรรมชาติใหครบถวน และมีมาตรฐาน สงเสริมความรวมมือดานการพัฒนาสิ่งแวดลอมศึกษาในทุกระดับ ปรับปรุงหลักสูตรการศึกษา และกิจกรรมดานสิ่งแวดลอมใหแกสถาบันการศึกษาสนับสนุนการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใชทรัพยากรธรรมชาติและการจัดการสิ่งแวดลอม(๕) พัฒนาคุณภาพการผลิตพลังงาน และแสวงหาพลังงานทดแทนจากทรัพยากรธรรมชาติพรรคไทรวมพลังจะสงเสริมการศึกษาวิจัยเพื่อการไดมาซึ่งแหลงพลังงานทดแทน โดยเนนการใชวัตถุดิบทางการเกษตรที่มีอยูในประเทศเปนหลัก สนับสนุนสงเสริมการใชพลังงานจากธรรมชาติ เพื่อลดการทําลายทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดลอม และระบบนิเวศ มุงมั่นที่จะพัฒนาระบบการผลิตใหมีปริมาณของกระแสไฟฟาเพียงพอตอความตองการของประเทศ มุงมั่นที่จะรณรงคเพื่อปลูกจิตสํานึกของคนไทยใหใชพลังงาน อยางประหยัด และรูคุณคา เพื่อถนอมรักษาแหลงพลังงานไวใชไดนานที่สุด และลดการสูญเสียเงินตราตางประเทศ(๖) การเขาถึงพลังงานทางเลือกของประชาชน พรรคไทรวมพลังมองเห็นความสําคัญในดานการใชพลังงานอยางมีคุณคา และมุงใหประชาชนพึ่งพาตนเองในการใชพลังงาน และมีคาใชจายนอยในครัวเรือน จึงมุงสงเสริมใหมีการตั้งกองทุนการพัฒนาพลังงานและใชพลังงานจากแสงอาทิตยและพืชพลังงานดังนี้ ๑. รัฐพึงสงเสริมใหเกษตรกรแปรรูปปาลมน้ํามันแบบผลิตเองในชุมชนและขายในชุมชนใชเองในชุมชน ๒. รัฐพึงสงเสริมใหวิสาหกิจชุมชนผลิตน้ํามันเอทานอลจากพืชมันสําปะหลังในครัวเรือน ๓. รัฐพึงสงเสริมวิสาหกิจชุมชนผลิตแกสชีวมวลใชเอง ใชเปนพลังงานเชื้อเพลิงหนา ๓๓เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ขอ ๑๖ นโยบายดานการตางประเทศ(๑) เสริมสรางความสัมพันธกับประเทศในภูมิภาค พรรคไทรวมพลัง มีความมุงมั่นที่จะเสริมสรางความสัมพันธกับประเทศเพื่อนบานอยางใกลชิด โดยเฉพาะอยางยิ่งประเทศที่มีพรมแดนติดตอกันและประเทศอื่นในภูมิภาค ทั้งเพื่อการพัฒนาการแกไขปญหาและการอยูรวมกันอยางสันติโดยสนับสนุนใหมีการพบปะกันอยางสม่ําเสมอระหวางภาครัฐ ภาคเอกชนและองคกรประชาชน(๒) ยกระดับความรวมมือกับนานาประเทศ พรรคไทรวมพลังมีเจตนารมณที่จะดําเนินนโยบายที่เปนอิสระ เปนมิตรกับทุกประเทศโดยจะสงเสริมสัมพันธไมตรี และความรวมมือกับนานาประเทศ ทั้งในทวิภาคี และพหุภาคี โดยถือหลักในการปฏิบัติตอกันอยางเสมอภาคสงเสริมการแลกเปลี่ยนความสัมพันธระหวางประเทศในดานเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมรวมถึงความรวมมือดานการศึกษาวิชาการ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย และการรักษาสิ่งแวดลอมรวมทั้งปฏิบัติตามสนธิสัญญาดานสิทธิมนุษยชน ตลอดจนตามพันธกรณีที่ไดกระทําไวกับนานาประเทศและองคกรระหวางประเทศ(๓) เพิ่มศักยภาพดานเศรษฐกิจระหวางประเทศ พรรคไทรวมพลังจะสงเสริมการคาการลงทุนและการทองเที่ยวกับนานาประเทศดวยการเสริมสรางและเกื้อกูลใหประเทศสามารถใชประโยชนจากการจัดระเบียบการคาใหม ทั้งในระดับภูมิภาคและในระดับโลก โดยจะใชนโยบายเชิงรุกในเวทีเศรษฐกิจระหวางประเทศ เชน ในกรอบขององคการการคาโลก ความรวมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟก เขตการคาเสรีอาเซียน รวมทั้งความรวมมือในกรอบของกลุมเศรษฐกิจเพื่อเชื่อมอนุภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใตและภูมิภาคอื่น ตลอดจนตองใหความคุมครองและดูแลผลประโยชนของคนไทยในตางประเทศอยางใกลชิด(๔) เพิ่มบทบาทและสรางความสําคัญในองคกรระหวางประเทศ พรรคไทรวมพลังมุงมั่นที่จะใหประเทศไทยเขาไปมีบทบาทสําคัญในเวทีองคกรระหวางประเทศ โดยจะเพิ่มพูนการมีสวนรวมในองคการสหประชาชาติ องคการการคาโลก องคกรเศรษฐกิจในภูมิภาค องคกรของกลุมประเทศกําลังพัฒนา และองคกรระหวางประเทศอื่น ๆ อันจะนําไปสูการเขาไปเปนสวนสําคัญในการเจรจาและการมีสวนรวมอยางมีนัย ทั้งทางดานเศรษฐกิจการเมืองและสังคมระหวางประเทศหนา ๓๔เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ขอ ๑๗ นโยบายดานการทหาร(๑) มุงพัฒนากองทัพใหทันสมัย สรางกําลังพลอยางมีประสิทธิภาพ(๒) มุงพัฒนากองกําลังทางทหาร ใหกระจายอยูตามพื้นที่ยุทธศาสตรของประเทศเพื่อลดคาใชจายในการเคลื่อนยายกําลังพล และสรางความชํานาญในการลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบและสามารถแกไขปญหาเวลาเกิดเหตุการณจากภายนอกประเทศ(๓) มุงใชกําลังพลจากการเกณฑทหารหรือทหารอาสาสมัครใจ แยกตามภูมิภาคเนนใหปฏิบัติหนาที่ใกลภูมิลําเนาที่ตั้งกองกําลังประจําภูมิภาคนั้น ๆ เพื่อสะดวกในการที่กําลังพลกลับไปเยี่ยมบานเพื่อเปนขวัญและกําลังใจของกําลังพลในการอยูใกลบานตนเอง ใหกําลังพลใชศักยภาพของความชํานาญในพื้นที่รับผิดชอบที่เปนขอไดเปรียบในการรบ และเพื่อใหเกิดความประหยัดในการเคลื่อนยายกําลังพลเวลาเกิดเหตุการณขอ ๑๘ นโยบายดานความยุติธรรมแกพลเมือง(๑) แกไขกฎหมายอาญาและกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาวาดวยการจับกุมและการสอบสวน ตลอดจนการไตสวนเพื่อมิใหกาวกายหรือครอบงํากันระหวางพนักงานตํารวจพนักงานฝายปกครอง พนักงานอัยการ ตลอดจนกระบวนการพิจารณาในศาล(๒) เจาพนักงานตํารวจ พรรคไทรวมพลังจะแยกอํานาจการจับกุม ออกจากอํานาจการสอบสวน โดยใหพนักงานตํารวจมีอํานาจจับกุมหรือปราบปรามแกผูกระทําความผิด(๓) อํานาจการสอบสวน ใหเจาพนักงานฝายปกครอง และตัวแทนจากพนักงานอัยการและทนายความอิสระ เขามาเปนคณะกรรมการสอบสวนผูที่ถูกจับกุม โดยใหมีคณะกรรมการสอบสวนคดีอาญาประจําอําเภอ ทองที่ในภูมิภาค หรือเขตในการปกครองทองถิ่นแบบพิเศษ(๔) อํานาจสั่งฟองคดีของพนักงานอัยการ โดยกําหนดชั้นโทษของผูกระทําผิดหรือถูกกลาวหาวากระทําผิดที่มีอัตราการลงโทษตั้งแตสามปขึ้นไป พนักงานอัยการตองสงฟองศาลทุกคดีเวนแตคดีความที่มีอัตราโทษที่ต่ํากวาสองป ใหพนักงานอัยการใชดุลพินิจ กรณีหลักฐานแหงคดีมีมูลไมเพียงพอจะสั่งไมฟองก็ได แตตองสงเรื่องกลับมายังคณะกรรมการสอบสวนแหงทองที่หรือเขต แลวแตกรณีไดใชดุลพินิจอีกครั้งหนึ่ง หากคณะกรรมการสอบสวนยืนยันเห็นควรสั่งฟอง พนักงานอัยการตองสงฟองศาลหนา ๓๕เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ (๕) ศาลยุติธรรมชั้นตน เมื่อไดรับคดีจากพนักงานอัยการแลวใหศาลชั้นตนตั้งคณะกรรมการผูทรงคุณวุฒิดานกฎหมาย และดานรัฐศาสตร อยางนอยหาคนแตไมเกินเจ็ดคนเปนผูพิจารณาสํานวนคดี หรือเรียกโจทกและจําเลยมาไตสวนพรอมแสดงพยานหลักฐานกอนสรุปเสนอคณะผูพิพากษาพิจารณาไตสวน ทั้งนี้ เพื่อใหเกิดความรวดเร็วในการดําเนินคดี และเพื่อใหประชาชนผูถูกกลาวหาไดเขาถึงกระบวนการยุติธรรมไดมากยิ่งขึ้นหมวด ๔โครงสรางการบริหารพรรคและตําแหนงตาง ๆ ในพรรคสวนที่ ๑โครงสรางการบริหารพรรคขอ ๑๙ โครงสรางของพรรคไทรวมพลัง ประกอบดวย(๑) คณะกรรมการบริหารพรรค(๒) คณะกรรมการสาขาพรรค(๓) ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสวนที่ ๒คณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๒๐ คณะกรรมการบริหารพรรค มีจํานวนไมนอยกวา ๙ คน ประกอบดวย(๑) หัวหนาพรรค(๒) รองหัวหนาพรรค(๓) เลขาธิการพรรค(๔) รองเลขาธิการพรรค(๕) เหรัญญิกพรรค(๖) นายทะเบียนสมาชิกพรรค(๗) โฆษกพรรค(๘) กรรมการบริหารพรรคคณะกรรมการบริหารพรรค อาจกําหนดผูชวยกรรมการบริหารพรรค คณะทํางานดานตาง ๆของพรรค แตไมใหกาวกายอํานาจหนาที่ของกรรมการบริหารพรรค มีหนาที่เพียงชวยเหลืองานของกรรมการบริหารพรรคที่มอบหมายเทานั้น หนา ๓๖เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ คณะกรรมการบริหารพรรคอาจกําหนดตําแหนงผูอํานวยการพรรค รองผูอํานวยการพรรคเพื่อชวยเหลืองานของพรรคขึ้นอีกก็ไดขอ ๒๑ การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคใหดําเนินการในที่ประชุมใหญของพรรคโดยการลงคะแนนลับใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งตําแหนงคณะกรรมการบริหารพรรคจนครบ และมีจํานวนไมนอยกวาตามที่กําหนดในขอ ๒๐ในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนง ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวายี่สิบคน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อควรอยูในที่ประชุม หากในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนงมีการเสนอชื่อบุคคลมากกวาจํานวนที่กําหนดไวใหที่ประชุมโหวตเลือกผูใดผูหนึ่งโดยการยกมือ และใหผูที่ไดรับการโหวตที่มีคะแนนมากกวาเปนผูที่ไดรับการเสนอชื่อเปนกรรมการบริหารพรรคในตําแหนงนั้น ในกรณีที่มีผลคะแนนเทากัน ใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดในกรณีบุคคลตามวรรคสามไดรับการเสนอชื่อเปนกรรมการบริหารพรรคตองไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้น และหากผูไดรับการเสนอชื่อไมอยูในที่ประชุมใหมีหนังสือยินยอมการดํารงตําแหนงขอ ๒๒ กรรมการบริหารพรรคตองเปนสมาชิกพรรค อายุไมต่ํากวายี่สิบป มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่ที่ประชุมใหญพรรคเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมกรรมการบริหารพรรคตองไมเปนกรรมการสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในขณะเดียวกันขอ ๒๓ ในระหวางการดํารงตําแหนงประธานสภาผูแทนราษฎร และรองประธานสภาผูแทนราษฎรจะเปนกรรมการบริหารพรรค หรือดํารงตําแหนงใดในพรรคขณะเดียวกันมิไดขอ ๒๔ ความเปนกรรมการบริหารพรรคการเมืองสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก โดยถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคหรือหัวหนาพรรคไดรับหนังสือ(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดหนา ๓๗เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เมื่อตําแหนงกรรมการบริหารพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเขารักษาการแทน จนกวาจะมีการประชุมใหญ เพื่อเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วาง ซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงกรณี การเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคแทนตําแหนงที่วางหรือการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติมใหผูไดรับเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกตั้งเพิ่มเติมนั้น อยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๒๕ กรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ความเปนกรรมการบริหารพรรคของหัวหนาพรรคสิ้นสุดลง ตามขอ ๒๔(๓) กรรมการบริหารพรรควางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดตามขอ ๒๐ในกรณีกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะตาม (๑) ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป และใหเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงในกรณีกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๒) และ (๓) ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป โดยใหรองหัวหนาพรรคตามลําดับรักษาการแทนหัวหนาพรรค ถาไมมีรองหัวหนาพรรคใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งรักษาการแทน และใหเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะในกรณีกรรมการบริหารพรรคพนจากสมาชิกพรรคทั้งหมด ใหถือวาเปนเหตุใหเลิกพรรคขอ ๒๖ คณะกรรมการบริหารพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรค และมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หนา ๓๘เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ (๒) ควบคุมและกํากับดูแลมิใหสมาชิกพรรค หรือผูดํารงตําแหนงในพรรคกระทําการในลักษณะที่อาจทําใหการเลือกตั้งหรือการเลือกมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมไมชอบดวยกฎหมาย หรืออาจเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใดซึ่งสมัครเขารับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภาไมวาโดยทางตรงหรือทางออม(๓) ใหความเห็นชอบในการจัดทําแผนหรือโครงการที่จะดําเนินกิจกรรมตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมือง(๔) ดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรคใหเปนไปตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมือง(๕) บริหารการเงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดของพรรคและสาขาพรรคตลอดจนจัดทําบัญชีตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมืองใหถูกตองตามความเปนจริง(๖) ตรวจสอบและควบคุมมิใหมีการนําเงินหรือทรัพยสินของพรรคไปใชจายเพื่อการอื่นใดนอกจากที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมือง(๗) กรณีพรรคสิ้นสภาพความเปนพรรค หรือยุบพรรคยังคงตองปฏิบัติหนาที่อยูจนกวาการชําระบัญชีจะแลวเสร็จ แตจะดําเนินกิจกรรมทางการเมืองในนามพรรคที่สิ้นสภาพความเปนพรรคหรือยุบพรรคมิได (๘) ออกกฎระเบียบและจัดตั้งหนวยงานตาง ๆ เพื่อปฏิบัติงานใหเปนไปตามนโยบายพรรคและขอบังคับพรรค(๙) ควบคุมไมใหพรรค และผูซึ่งพรรคสงเขาสมัครรับเลือกตั้งใชเกินวงเงินตามที่กฎหมายกําหนด(๑๐) เลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๑๑) กําหนดใหมีการประชุมใหญพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้ง และรายงานกิจการดานตาง ๆ ตอที่ประชุมใหญพรรค(๑๒) แตงตั้งและถอดถอนผูปฏิบัติงานในกิจการตาง ๆ ของพรรคและคณะทํางานเฉพาะกิจทั้งในสวนกลางและสวนภูมิภาค(๑๓) อื่น ๆ (ตามที่พรรคการเมืองกําหนด)หนา ๓๙เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ขอ ๒๗ กรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนงมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) หัวหนาพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(ก) เปนประธานของคณะกรรมการบริหารพรรค และเปนผูเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ตลอดจนดําเนินการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค(ข) เปนผูเรียกประชุมใหญพรรค หรือตามความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรค หรือตามที่ขอบังคับพรรคกําหนด และเปนประธานที่ประชุมใหญพรรค ตลอดจนดําเนินการประชุมใหญพรรค(ค) เปนผูเรียกประชุมรวมระหวางคณะกรรมการบริหารพรรคกับสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรค และเปนประธานที่ประชุม ตลอดจนเปนผูดําเนินการประชุมดังกลาว(ง) เปนผูลงนามประกาศ กฎระเบียบ และคําสั่งพรรค(จ) ในกรณีที่มีความจําเปนในการดําเนินการทางการเมือง ใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของพรรคไดโดยมติของกรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้น และใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติพรรค(ฉ) อํานาจอื่น ๆ ตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับพรรค(๒) รองหัวหนาพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่หัวหนาพรรค หรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๓) เลขาธิการพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(ก) เปนผูตรวจสอบและกํากับดูแลกิจการทั้งปวงของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย และใหรับผิดชอบโดยตรงตอหัวหนาพรรค หรือรองหัวหนาพรรค ในกิจการที่หัวหนาพรรคมอบหมายใหปฏิบัติ(ข) เปนผูเสนอรายงานตอคณะกรรมการบริหารพรรค ที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรค และตอที่ประชุมใหญพรรค(ค) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรค คณะที่ปรึกษาพรรค และสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรคและที่ประชุมใหญพรรค (ง) เปนผูกํากับดูแลการบริหารงานของสํานักงานใหญพรรคหนา ๔๐เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ (๔) รองเลขาธิการพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่เลขาธิการพรรค หรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๕) เหรัญญิกพรรค มีหนาที่และอํานาจในการควบคุมรายรับ - รายจายเงินบัญชีทรัพยสิน หนี้สินและงบการเงินของพรรค ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด(๖) นายทะเบียนสมาชิกพรรค มีหนาที่และอํานาจเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครเขาเปนสมาชิกพรรค และจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคใหตรงตามความเปนจริงและตองใหสมาชิกพรรคตรวจดูไดโดยสะดวก ณ สํานักงานใหญของพรรค รวมทั้งประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวย เพื่อประโยชนในการตรวจสอบความถูกตอง(๗) โฆษกพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(ก) แถลงมติที่ประชุมของพรรค และแถลงกิจการตาง ๆ ของพรรค(ข) ประชาสัมพันธงานของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๘) กรรมการบริหารพรรค มีหนาที่และอํานาจตามคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย สวนที่ ๓สาขาพรรคการเมืองขอ ๒๘ ภายในหนึ่งปนับแตวันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคตองดําเนินการใหมีสาขาพรรคในแตละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดอยางนอยภาคละหนึ่งสาขา โดยสาขาพรรคแตละสาขาตองมีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาในเขตเลือกตั้งตั้งแตหารอยคนขึ้นไปขอ ๒๙ เขตเลือกตั้งใดที่มีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตเลือกตั้งนั้นตั้งแตหารอยคนขึ้นไปสมาชิกพรรคอาจจัดประชุมเพื่อดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองตามประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเกี่ยวกับการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคตองไมมีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดอยูในจังหวัดนั้นขอ ๓๐ คณะกรรมการสาขาพรรคใหมีจํานวนไมนอยกวาเจ็ดคน ประกอบดวย(๑) หัวหนาสาขาพรรค(๒) รองหัวหนาสาขาพรรค หนา ๔๑เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ (๓) เลขานุการสาขาพรรค(๔) รองเลขานุการสาขาพรรค(๕) เหรัญญิกสาขาพรรค(๖) นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค(๗) โฆษกสาขาพรรคขอ ๓๑ กรรมการสาขาพรรคตองเปนสมาชิกพรรค มีอายุไมต่ํากวายี่สิบป มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่หัวหนาพรรคประกาศจัดตั้งสาขาพรรค หรือประกาศแตงตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม แลวแตกรณีกรรมการสาขาพรรคตองไมเปนกรรมการบริหารพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในขณะเดียวกันขอ ๓๒ การเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคใหดําเนินการในที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคหรือที่ประชุมใหญสาขาพรรค แลวแตกรณีใหที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคหรือที่ประชุมใหญสาขาพรรคเลือกตั้งตําแหนงคณะกรรมการสาขาพรรคจนครบ และมีจํานวนไมนอยกวาตามที่กําหนดในขอ ๓๐ในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการสาขาพรรคแตละตําแหนง ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวายี่สิบคน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อควรอยูในที่ประชุมในกรณีบุคคลตามวรรคสามไดรับการเสนอชื่อเปนกรรมการสาขาพรรคตองไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้น และหากผูไดรับการเสนอชื่อไมอยูในที่ประชุมใหมีหนังสือยินยอมการดํารงตําแหนงขอ ๓๓ คณะกรรมการสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรคและมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๒) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทยหนา ๔๒เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ (๓) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศ และการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๔) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๕) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตาง และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(๖) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคการเมืองใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๗) การจัดประชุมสมาชิกพรรคเพื่อรับฟงความคิดเห็นการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๘) การใหความเห็นเกี่ยวกับการกําหนดนโยบายของพรรคที่ใชในการประกาศโฆษณาหาเสียง (๙) รับฟงความคิดเห็นจากสมาชิกพรรคการเมือง เพื่อเสนอใหพรรคการเมืองไปดําเนินการในสวนที่เกี่ยวของขอ ๓๔ กรรมการสาขาพรรคแตละตําแหนงมีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(๑) หัวหนาสาขาพรรค มีอํานาจและหนาที่ ดังนี้(ก) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรค(ข) จัดทําบัญชีรายชื่อพรอมที่อยูของสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาในเขตจังหวัดซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรค(ค) เปนผูแทนของสาขาพรรคและเปนผูรับผิดชอบในกิจกรรมทั้งปวงของสาขาพรรค(ง) เปนประธานของคณะกรรมการสาขาพรรค เรียกประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและเปนประธานการประชุม หนา ๔๓เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ (จ) เรียกประชุมใหญสาขาพรรค และเปนประธานของที่ประชุม ตลอดจนดําเนินการประชุม (ฉ) มีสิทธิยับยั้งมติคณะกรรมการสาขาพรรค หรือคณะกรรมการอื่น ๆที่คณะกรรมการสาขาพรรคจัดตั้งขึ้น เพื่อขอใหมีการทบทวนมติในกรณีที่มีความจําเปน แตทั้งนี้ตองไมเกินสามวัน ซึ่งหากพนกําหนดดังกลาวใหถือวามติของที่ประชุมนั้นมีผลใชบังคับ(ช) ในกรณีที่มีความจําเปนในการดําเนินการทางการเมือง ใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของสาขาพรรคได โดยความเห็นชอบของกรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้น และใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติของสาขาพรรค(ซ) หนาที่และอํานาจอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด(๒) รองหัวหนาสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่ความรับผิดชอบตามที่หัวหนาสาขาพรรคมอบหมาย (๓) เลขานุการสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบ(ก) ตรวจสอบและกํากับดูแลกิจการทั้งปวงของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย และใหรับผิดชอบโดยตรงจากหัวหนาสาขาพรรคในกิจการที่หัวหนาสาขาพรรคมอบหมายใหปฏิบัติ (ข) เสนอรายงานตอที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค และที่ประชุมใหญสาขาพรรค (ค) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค และที่ประชุมใหญสาขาพรรค (ง) กํากับดูแลการบริหารงานของสํานักงานสาขาพรรค(๔) รองเลขานุการสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบตามที่เลขานุการสาขาพรรคหรือคณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย(๕) เหรัญญิกสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบในการควบคุมรายรับ - รายจายบัญชีทรัพยสิน หนี้สิน และงบการเงินของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคกําหนด(๖) นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบทะเบียนสมาชิกสาขาพรรคหนา ๔๔เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ (๗) โฆษกสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบ(ก) แถลงมติที่ประชุมและกิจการตาง ๆ ของสาขาพรรค(ข) ประชาสัมพันธงานของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมายขอ ๓๕ ความเปนกรรมการสาขาพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก โดยใหถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคหรือหัวหนาพรรคไดรับหนังสือ(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดเมื่อตําแหนงกรรมการสาขาพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาสาขาพรรคแตงตั้งกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเขารักษาการแทน จนกวาจะมีการประชุมเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงหากตําแหนงหัวหนาสาขาพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหรองหัวหนาสาขาพรรคลําดับตนรักษาการแทน ถาไมมีรองหัวหนาสาขาพรรค ใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งรักษาการแทน และใหมีอํานาจเรียกประชุมใหญสาขาพรรคเพื่อเลือกตั้งหัวหนาสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วางภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงกรณี การเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วางหรือการเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคเพิ่มเติม ใหผูไดรับเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกตั้งเพิ่มเติมนั้น อยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของคณะกรรมการสาขาพรรคขอ ๓๖ กรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) กรรมการสาขาพรรควางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมด ตามขอ ๓๐ในกรณีกรรมการสาขาพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป และใหประชุมใหญสาขาพรรคเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงหนา ๔๕เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ในกรณีกรรมการสาขาพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๒) ใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป และใหดําเนินการจัดประชุมใหญสาขาพรรคเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการสาขาพรรควางลงทั้งคณะในกรณีที่ไมมีกรรมการสาขาพรรคเหลืออยู หรือมีแตไมยินยอมดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม คณะกรรมการบริหารพรรคจะดําเนินการเองหรือจะมอบหมายใหสมาชิกสาขาพรรคจํานวนหนึ่งดําเนินการแทนก็ไดขอ ๓๗ เมื่อดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคครบตามที่กําหนดในมาตรา ๓๓ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ แลว หากตอมาภายหลังมีสาขาพรรคไมครบตามมาตรา ๓๓ ใหดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคใหครบตามมาตรา ๓๓ ภายในเกาสิบวันนับแตวันที่สาขาพรรคมีจํานวนไมครบตามมาตรา ๓๓ สวนที่ ๔ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๓๘ ในจังหวัดที่มิไดเปนที่ตั้งสาขาพรรคการเมือง ถาพรรคการเมืองนั้นมีสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นเกินหนึ่งรอยคน พรรคการเมืองนั้นอาจแตงตั้งสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นซึ่งมาจากการเลือกของสมาชิกดังกลาวใหเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดตามจํานวนที่เห็นสมควรเพื่อดําเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองในจังหวัดนั้นการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหเปนไปตามประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเกี่ยวกับการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๓๙ ใหตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด มีจํานวนไมนอยกวาหนึ่งคนขอ ๔๐ ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตองเปนสมาชิกพรรค มีอายุไมต่ํากวายี่สิบปมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่มีประกาศแตงตั้งเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ตองไมเปนกรรมการบริหารพรรค หรือกรรมการสาขาพรรคในขณะเดียวกันขอ ๔๑ การแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหดําเนินการในที่ประชุมของสมาชิกพรรคในจังหวัดนั้นไมนอยกวาหาสิบคน หนา ๔๖เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ในการเสนอชื่อผูเขารับการเสนอชื่อเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวาสิบคน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อควรอยูในที่ประชุมบุคคลตามวรรคสองไดรับการเสนอชื่อเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ตองไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้น และหากผูไดรับการเสนอชื่อไมอยูในที่ประชุมใหมีหนังสือยินยอมการดํารงตําแหนงขอ ๔๒ ความเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสิ้นสุดลง เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ตาย(๓) ลาออก โดยใหถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคหรือหัวหนาพรรคไดรับหนังสือ(๔) ขาดจากสมาชิกภาพ(๕) หัวหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคสั่งใหพนจากการเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๖) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดในกรณีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขึ้นใหมและใหจัดประชุมสมาชิกเพื่อดําเนินการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดภายในหกสิบวันนับแตวันที่ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดครบวาระการดํารงตําแหนงหากตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดวางลงตาม (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่เหลืออยู อาจเรียกประชุมสมาชิกเพื่อดําเนินการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดแทนตําแหนงที่วาง หรือเลือกเพิ่มเติมก็ได ทั้งนี้ ใหอยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่แตงตั้งขึ้นกอนการเลือกแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกเพิ่มเติมในกรณีที่ไมมีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตาม (๒) (๓) (๔) (๕)และ (๖) ใหถือวาตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดดังกลาวสิ้นสภาพไปขอ ๔๓ ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด มีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรคและมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หนา ๔๗เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ (๒) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(๓) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศ และการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๔) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๕) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตาง และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(๖) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๗) การจัดประชุมสมาชิกพรรคเพื่อรับฟงความคิดเห็นการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๘) การใหความเห็นเกี่ยวกับการกําหนดนโยบายของพรรคที่ใชในการประกาศโฆษณาหาเสียง (๙) รับฟงความคิดเห็นจากสมาชิกพรรค เพื่อเสนอใหพรรคการเมืองไปดําเนินการในสวนที่เกี่ยวของ หมวด ๕การบริหารจัดการสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๔๔ การบริหารจัดการสาขาพรรค(๑) ใหมีการรับสมัครสมาชิกพรรค(๒) ใหมีการจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคในพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคหนา ๔๘เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ (๓) ประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป(๔) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรคขอ ๔๕ การบริหารจัดการตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๑) ใหมีการรับสมัครสมาชิกพรรค(๒) ใหมีการจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคในพื้นที่ที่รับผิดชอบของตัวแทนพรรคประจําจังหวัด (๓) ประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป(๔) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของตัวแทนพรรคประจําจังหวัดหมวด ๖การประชุมสวนที่ ๑การประชุมใหญพรรคขอ ๔๖ พรรคการเมืองตองจัดใหมีการประชุมใหญสามัญของพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้งขอ ๔๗ สมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสี่ของจํานวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสามของจํานวนกรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยูของพรรคหรือไมนอยกวาสองรอยหาสิบคน แลวแตจํานวนใดจะนอยกวา มีสิทธิเขาชื่อกันยื่นคํารองขอตอหัวหนาพรรคใหจัดการประชุมใหญวิสามัญของพรรคไดในกรณีตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการบริหารพรรคตองจัดใหมีการประชุมใหญวิสามัญของพรรคภายในหกสิบวันนับแตวันที่ไดรับหนังสือจากสมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือกรรมการบริหารพรรคหรือสมาชิกพรรค แลวแตกรณีขอ ๔๘ องคประชุมของที่ประชุมใหญพรรค ประกอบดวย(๑) กรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด(๒) ผูแทนของสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสาขาพรรค ซึ่งในจํานวนนี้จะตองประกอบดวยผูแทนของสาขาพรรคไมนอยกวาสองสาขาซึ่งมาจากตางภาคกันหนา ๔๙เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ (๓) ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไมนอยกวากึ่งหนึ่งของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด (๔) สมาชิกพรรคขอ ๔๙ องคประชุมใหญของพรรคตามขอ ๔๘ ตองมีรวมกันทั้งหมดไมนอยกวาสองรอยหาสิบคนการลงมติใหถือเสียงขางมากของที่ประชุม ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๕๐ ใหหัวหนาพรรคเปนประธานในที่ประชุมใหญพรรค ถาหัวหนาพรรคไมมาประชุมใหรองหัวหนาพรรคลําดับตนทําหนาที่แทน ถารองหัวหนาพรรคไมมาประชุม ใหที่ประชุมใหญเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งเปนประธาน และใหเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการที่ประชุมแตถาเลขาธิการพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหที่ประชุมใหญเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนในกรณีที่กรรมการบริหารพรรคเหลือเพียงหนึ่งคนใหเปนประธานในที่ประชุมใหญและใหเลือกสมาชิกพรรคที่เขารวมประชุมเปนเลขานุการที่ประชุมขอ ๕๑ การดําเนินกิจการดังตอไปนี้ ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญของพรรค(๑) การแกไขเปลี่ยนแปลงคําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคหรือนโยบายของพรรค(๒) การแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรค(๓) การเลือกตั้งหัวหนาพรรค รองหัวหนาพรรค เลขาธิการพรรค รองเลขาธิการพรรคเหรัญญิกพรรค นายทะเบียนสมาชิกพรรค โฆษกพรรค และกรรมการบริหารอื่นของพรรค(๔) การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรค(๕) ใหความเห็นชอบรายงานการเงินและการดําเนินกิจการของพรรคที่ไดดําเนินการไปในรอบปที่ผานมา (๖) กิจการที่เสนอโดยคณะกรรมการบริหารพรรคหรือหัวหนาสาขาพรรค(๗) กิจการอื่นตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองกฎหมายหรือขอบังคับพรรค หนา ๕๐เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ การลงมติในที่ประชุมใหญใหกระทําโดยเปดเผย แตการลงมติเลือกบุคคลตาม (๓) และ (๔)ใหลงคะแนนลับขอ ๕๒ คําบอกกลาวเรียกประชุมใหญทุกคราวใหหัวหนาพรรคแจงกําหนดการประชุมใหกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด สมาชิกพรรคทราบลวงหนาไมนอยกวาเจ็ดวัน โดยใหระบุวัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมดวยสวนที่ ๒การประชุมใหญสาขาพรรคขอ ๕๓ หัวหนาสาขาพรรคตองจัดใหมีการประชุมใหญสามัญสาขาพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้งขอ ๕๔ องคประชุมของที่ประชุมใหญสาขาพรรค ประกอบดวย(๑) กรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมด(๒) สมาชิกสาขาพรรคขอ ๕๕ องคประชุมใหญของสาขาพรรคตามขอ ๕๔ ตองมีรวมกันทั้งหมดไมนอยกวาหนึ่งรอยคนการลงมติใหถือเสียงขางมากของสมาชิกพรรคที่มารวมประชุม กรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๕๖ ใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานในที่ประชุมใหญสาขาพรรค ถาหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุม ใหรองหัวหนาสาขาพรรคทําหนาที่แทน ถารองหัวหนาสาขาพรรคไมมาหรือไมอยูในที่ประชุมใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่มาประชุมเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งเปนประธานที่ประชุมและใหเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่เปนเลขานุการในที่ประชุมในกรณีที่กรรมการสาขาพรรคเหลือเพียงหนึ่งคนใหเปนประธานในที่ประชุมใหญสาขาพรรคและใหเลือกสมาชิกสาขาพรรคที่เขารวมประชุมเปนเลขานุการที่ประชุมขอ ๕๗ กิจการดังตอไปนี้ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญสาขาพรรค(๑) กิจการตามที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองหรือกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ หรือระเบียบ หรือประกาศของคณะกรรมการเลือกตั้งหรือประกาศของนายทะเบียนพรรคการเมือง(๒) เลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรค หรือกรรมการสาขาพรรคหนา ๕๑เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ขอ ๕๘ คําบอกกลาวเรียกประชุมใหญสาขาพรรค ใหหัวหนาสาขาพรรคแจงกําหนดการประชุมใหกรรมการสาขาพรรค สมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคนั้นทราบลวงหนาไมนอยกวาเจ็ดวัน โดยใหระบุวัน เวลา และสถานที่ประชุมและระเบียบวาระการประชุมกรณีที่ไมมีคณะกรรมการสาขาพรรค ใหกรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกสาขาพรรคที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย แจงกําหนดการประชุมใหสมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคนั้นทราบตามวรรคหนึ่งสวนที่ ๓การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๕๙ การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ใหหัวหนาพรรคเปนผูมีหนังสือเชิญประชุมและตองมีกรรมการบริหารพรรคมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคที่มีอยูในขณะนั้น จึงจะเปนองคประชุม ใหหัวหนาพรรคเปนประธานที่ประชุม ถาหัวหนาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองหัวหนาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่เปนประธานที่ประชุมแทนหากรองหัวหนาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหคณะกรรมการบริหารพรรคเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทน และใหเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการในที่ประชุมแตถาเลขาธิการพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดก็ใหกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนกรณีรองหัวหนาพรรค หรือรองเลขาธิการพรรค ไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหคณะกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูขณะนั้น เลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนขอ ๖๐ มติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคใหถือเสียงขางมาก ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดสวนที่ ๔การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคขอ ๖๑ การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค ใหหัวหนาสาขาพรรคเปนผูมีหนังสือเชิญประชุมและตองมีกรรมการสาขาพรรคมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคที่มีอยูในขณะนั้นจึงจะเปนองคประชุม โดยใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานในที่ประชุม หากหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุมหนา ๕๒เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองหัวหนาสาขาพรรคทําหนาที่แทน หากรองหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหคณะกรรมการสาขาพรรคเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนและใหเลขานุการสาขาพรรคเปนเลขานุการ ในที่ประชุมถาเลขานุการสาขาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่แทนกรณีรองหัวหนาสาขาพรรค หรือรองเลขานุการสาขาพรรค ไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูขณะนั้น เลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนขอ ๖๒ มติของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคใหถือเสียงขางมาก ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดหมวด ๗สมาชิกพรรคขอ ๖๓ สมาชิกพรรคตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้(๑) มีอายุไมต่ํากวาสิบแปดป(๒) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ในกรณีเปนผูมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติตองไดสัญชาติไทยมาแลวไมนอยกวาหาป(๓) ไมเปนบุคคลตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๙๘ (๑) (๒) (๔)(๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๑) (๑๔) (๑๖) (๑๗) หรือ (๑๘) ของรัฐธรรมนูญ(๔) ไมเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดใหจําคุกวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการหรือตอตําแหนงหนาที่ในการยุติธรรม หรือกระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยความผิดของพนักงานในองคการหรือหนวยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพยที่กระทําโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญาเวนแตเปนการรอการลงโทษ(๕) ไมเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดใหจําคุกวากระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยการกูยืมที่เปนการฉอโกงประชาชน กฎหมายวาดวยยาเสพติดในความผิดฐานเปนผูผลิตนําเขา สงออก หรือผูคา กฎหมายวาดวยการพนันในความผิดฐานเปนเจามือหรือเจาสํานักกฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการคามนุษย หรือกฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน หนา ๕๓เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ (๖) ไมเปนสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นหรือผูยื่นคําขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นหรือผูแจงการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นขอ ๖๔ การสมัครเปนสมาชิกพรรคใหยื่นใบสมัครตามแบบพิมพของพรรคดวยตนเองพรอมดวยเอกสารประกอบ หรือวิธีการสมัครทางอิเล็กทรอนิกส และใหออกใบเสร็จรับเงินตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคเริ่มตั้งแตไดชําระคาบํารุงพรรคการเมืองขอ ๖๕ สมาชิกภาพของสมาชิกพรรคสิ้นสุดลง เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามขอ ๖๓ เวนแตเปนกรณีมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๙๖ (๑) ของรัฐธรรมนูญ และเปนการบวชตามประเพณีนิยม แตในระหวางมีลักษณะตองหามดังกลาวจะใชสิทธิในฐานะสมาชิกพรรคมิได(๔) ไมชําระคาบํารุงพรรคการเมืองเปนเวลาสองปติดตอกัน(๕) พรรคมีมติใหออกเพราะกระทําผิดวินัยหรือจรรยาบรรณอยางรายแรงหรือมีเหตุรายแรงอื่น(๖) พรรคสิ้นสภาพความเปนพรรคการเมือง หรือยุบพรรคการเมืองการลาออกจากสมาชิกพรรคตามวรรคหนึ่ง (๒) ใหถือวาสมบูรณเมื่อไดยื่นใบลาออกตอนายทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง หรือนายทะเบียนพรรคการเมืองการสิ้นสุดของสมาชิกภาพตามวรรคหนึ่ง (๕) หากสมาชิกผูนั้นดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎรมติของพรรคตองมีคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่ของที่ประชุมรวมของคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรคการสิ้นสุดของสมาชิกภาพของสมาชิกตามวรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ (๕) ใหพรรคแจงสมาชิกผูนั้นทราบโดยเร็วขอ ๖๖ สมาชิกพรรคมีสิทธิตาง ๆ ดังตอไปนี้(๑) เสนอขอคิดเห็นอันเปนประโยชนตอพรรค(๒) ไดรับการคัดเลือกใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรคหนา ๕๔เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ (๓) ไดรับเลือกตั้งหรือแตงตั้งเปนผูปฏิบัติงาน คณะทํางาน หรือคณะกรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด หรืออนุกรรมการในคณะตาง ๆ หรือกรรมการบริหารพรรคตลอดจนที่ปรึกษาพรรค(๔) อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณาเปนแตละกรณีไปขอ ๖๗ สมาชิกพรรคมีหนาที่และความรับผิดชอบตอพรรค ดังตอไปนี้(๑) รวมรับผิดชอบตอเสถียรภาพของพรรค และใหความรวมมือในกิจกรรมของพรรคดวยจิตสํานึกในอุดมคติของพรรคในฐานะเปนเจาของพรรครวมกัน(๒) สนับสนุนสมาชิกพรรคผูที่พรรคไดพิจารณาสงลงสมัครรับเลือกตั้งในทุกระดับและใหความรวมมือในการดําเนินงานของพรรคดวยความเต็มใจ และบริสุทธิ์ใจเพื่อความกาวหนาของพรรค(๓) ปฏิบัติตามกฎระเบียบขอบังคับของพรรคอยางเครงครัด ใหการสนับสนุนนโยบายและมติของพรรคอยางจริงจัง(๔) รวมกิจกรรมทางการเมืองของพรรคดวยความเต็มใจและเต็มความสามารถขอ ๖๘ ความรับผิดชอบของพรรคตอสมาชิกพรรค ดังตอไปนี้(๑) ดําเนินการทางการเมืองอยางจริงจังและตอเนื่อง เพื่อใหพรรคไดกาวไปสูการมีบทบาททางการเมืองและเขาสูการบริหารประเทศตามนโยบายของพรรคเพื่อบรรลุเปาหมายตามอุดมการณ(๒) สงเสริมสถานภาพของสมาชิกพรรค ใหมีสมรรถภาพตอการดํารงชีวิตของตนเองและครอบครัว และจัดกิจกรรมที่เปนประโยชนเพื่อสมานสามัคคีระหวางมวลสมาชิกทั่วประเทศ(๓) ใหสวัสดิการคุมครองจากอิทธิพล อํานาจมืด และสงเสริมอาชีพใหกับมวลสมาชิก(๔) ใหความสําคัญแกมวลสมาชิกพรรคทุกทานอยางเต็มรูปแบบ โดยใหถือวาสมาชิกพรรคเปนบุคคลสําคัญและเปนองคกรหลักของพรรคหมวด ๘มาตรฐานทางจริยธรรมของสมาชิกพรรคและกรรมการบริหารพรรคสวนที่ ๑มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนอุดมการณขอ ๖๙ ตองยึดมั่นและธํารงไวซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยหนา ๕๕เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ขอ ๗๐ ตองพิทักษรักษาไวซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแหงอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชนของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบรอยของประชาชนขอ ๗๑ ตองถือผลประโยชนของประเทศชาติเหนือกวาประโยชนสวนตนขอ ๗๒ ตองปฏิบัติหนาที่ดวยความซื่อสัตยสุจริต ไมแสวงหาประโยชนโดยมิชอบ เพื่อตนเองหรือผูอื่น หรือมีพฤติการณที่รูเห็นหรือยินยอมใหผูอื่นใชตําแหนงหนาที่ของตนแสวงหาประโยชนโดยมิชอบขอ ๗๓ ตองไมขอ ไมเรียก ไมรับ หรือยอมจะรับทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดในประการที่อาจทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่ขอ ๗๔ ตองไมรับของขวัญของกํานัล ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด เวนแตเปนการรับจากการใหโดยธรรมจรรยา และการรับที่มีบทบัญญัติแหงกฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับใหรับไดสวนที่ ๒มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนคานิยมหลักขอ ๗๕ ไมกระทําการอันเปนการขัดกันระหวางประโยชนสวนตนกับประโยชนสวนรวม ทั้งนี้ไมวาโดยทางตรงหรือทางออมขอ ๗๖ ยึดมั่นหลักนิติธรรม และประพฤติตนอยูในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชนขอ ๗๗ ปฏิบัติหนาที่ดวยความยุติธรรม เปนอิสระ เปนกลาง และปราศจากอคติ โดยไมหวั่นไหวตออิทธิพล กระแสสังคม หรือแรงกดดันอันมิชอบดวยกฎหมาย โดยคํานึงถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมแหงสถานภาพขอ ๗๘ รักษาไวซึ่งความลับในการประชุม การพิจารณาวินิจฉัย รวมทั้งเคารพตอมติของที่ประชุมฝายขางมาก และเหตุผลของทุกฝายอยางเครงครัดขอ ๗๙ ใหขอมูลขาวสารตามขอเท็จจริงแกประชาชนหรือสื่อมวลชนอันอยูในความรับผิดชอบของตนถูกตองครบถวนและไมบิดเบือนขอ ๘๐ ไมใหคําปรึกษาแกบุคคลภายนอก หรือแสดงความคิดเห็น หรือขอมูลตอสื่อสาธารณะหรือสาธารณชนในเรื่องที่อยูในระหวางการพิจารณา อันอาจกอใหเกิดความเสียหายหรือเสียความเปนธรรมแกการปฏิบัติหนาที่ เวนแตเปนการปฏิบัติหนาที่ตามกฎหมายขององคกรหนา ๕๖เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ขอ ๘๑ ไมกระทําการใดที่กอใหเกิดความเสื่อมเสียตอเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหนงขอ ๘๒ ไมปลอยปละละเลยหรือยินยอมใหบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลที่อยูในกํากับดูแลหรือความรับผิดชอบของตน เรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดจากคูกรณี หรือจากบุคคลอื่นใดในประการที่อาจทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่ของตนขอ ๘๓ ไมคบหาสมาคมกับคูกรณี ผูประพฤติผิดกฎหมาย ผูมีอิทธิพล หรือผูมีความประพฤติหรือผูมีชื่อเสียงในทางเสื่อมเสีย อันอาจกระทบกระเทือนตอความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหนาที่ขอ ๘๔ ไมกระทําการอันมีลักษณะเปนการลวงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ จนเปนเหตุทําใหผูถูกกระทําไดรับความเดือดรอนเสียหายหรือกระทบตอการปฏิบัติหนาที่ โดยผูถูกกระทําอยูในภาวะจําตองยอมรับในการกระทํานั้น ไมนําความสัมพันธทางเพศที่ตนมีตอบุคคลใดมาเปนเหตุ หรือมีอิทธิพลครอบงําใหใชดุลพินิจในการปฏิบัติหนาที่อันเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใดสวนที่ ๓มาตรฐานจริยธรรมทั่วไปขอ ๘๕ ปฏิบัติหนาที่อยางเต็มกําลังความสามารถ และยึดมั่นในความถูกตองชอบธรรมโปรงใสและตรวจสอบได และปฏิบัติตามกฎหมาย โดยคํานึงถึงผลประโยชนของชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวมขอ ๘๖ ดูแลรักษาและใชทรัพยสินของพรรคอยางประหยัด คุมคา โดยระมัดระวังมิใหเสียหายหรือสิ้นเปลืองโดยไมจําเปนขอ ๘๗ รักษาความลับของพรรค และระเบียบแบบแผนของพรรคขอ ๘๘ ดําเนินการอื่นใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ และระบบคุณธรรม รวมทั้งสงเสริมและสนับสนุนใหเกิดความสามัคคี ในการปฏิบัติหนาที่เพื่อประโยชนสวนรวมสวนที่ ๔การฝาฝนและไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมขอ ๘๙ การฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในสวนที่ ๑ ใหถือวามีลักษณะรายแรงการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในสวนที่ ๒ และสวนที่ ๓ จะถือวามีลักษณะรายแรงหรือไม ใหพิจารณาถึงพฤติกรรมของการฝาฝนหรือไมปฏิบัติ เจตนาและความรายแรงของความเสียหายที่เกิดจากการฝาฝนหรือไมปฏิบัตินั้นหนา ๕๗เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ขอ ๙๐ การดําเนินการแกบุคคลใดวากระทําการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมนี้ ใหเปนไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับวาดวยการนั้นขอ ๙๑ ในกรณีที่มิไดกําหนดใหบุคคลใดเปนผูพิจารณาการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ใหเปนอํานาจคณะกรรมการบริหารพรรคในการพิจารณาการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม หมวด ๙การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ และการคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีสวนที่ ๑คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๙๒ เมื่อมีกรณีตองสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง พรรคตองจัดใหมีคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๙๓ ใหมีคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง มีจํานวนสิบเอ็ดคน ประกอบดวย(๑) กรรมการบริหารพรรค จํานวนสี่คน(๒) หัวหนาสาขาพรรคไมนอยกวาสี่สาขาซึ่งมาจากตางภาคกัน จํานวนสี่คน(๓) ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด จํานวนสองคนขอ ๙๔ การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งใหดําเนินการในที่ประชุมใหญพรรคโดยการลงคะแนนลับ ตามลําดับดังนี้(๑) ใหที่ประชุมใหญกําหนดจํานวนของคณะกรรมการสรรหา ตามขอ ๙๓(๒) ใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาจนครบจํานวนตามที่กําหนดใน (๑)ซึ่งในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการสรรหา ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวาสิบคนและผูที่ไดรับการเสนอชื่อตองอยูในที่ประชุมขอ ๙๕ กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่ที่ประชุมใหญพรรคใหความเห็นชอบ หนา ๕๘เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ขอ ๙๖ ความเปนกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก โดยใหถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคไดรับหนังสือลาออก(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) พนจากความเปนกรรมการบริหารพรรค หัวหนาสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๕) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดเมื่อตําแหนงกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งวางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรค หรือกรรมการสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด แลวแตกรณีเขาทําหนาที่แทน จนกวาจะมีการเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วาง ซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงขอ ๙๗ กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งทั้งคณะพนจากตําแหนง เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งวางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งทั้งหมดในกรณีกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งชุดใหม ซึ่งตองกระทําภายในหกสิบวันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงในกรณีกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๒) ใหกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป จนกวาจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งชุดใหม ซึ่งตองกระทําภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งพนจากตําแหนงทั้งคณะ สวนที่ ๒การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งขอ ๙๘ พรรคการเมืองซึ่งประสงคจะสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งในจังหวัดใด ตองมีสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองหนา ๕๙เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ประจําจังหวัดในจังหวัดนั้น ในกรณีที่พรรคการเมืองใดมีสาขาพรรคการเมืองมากกวาหนึ่งสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดมากกวาหนึ่งตัวแทนในจังหวัดใด ใหพรรคการเมืองนั้นกําหนดวาจะใหสาขาพรรคการเมืองสาขาใดหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้นเปนสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งขอ ๙๙ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหากําหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสมัครเปนผูสมัครรับเลือกตั้งและประกาศใหสมาชิกพรรคทราบเปนการทั่วไป(๒) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครตาม (๑) ใหคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้ง แลวสงรายชื่อผูสมัครใหสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๓) เมื่อสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับรายชื่อผูสมัครจากคณะกรรมการสรรหาแลว ใหหัวหนาสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดจัดประชุมสมาชิกพรรคเพื่อรับฟงความคิดเห็นและใหสมาชิกใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสงมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด(๔) ใหสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสงรายชื่อผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้ง ทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็นตาม (๓)ใหคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาเสนอความคิดเห็น(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงรายชื่อผูสมัครของแตละเขตเลือกตั้งพรอมความคิดเห็นตาม (๓) และ (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่จะเสนอใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง สวนที่ ๓การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อขอ ๑๐๐ การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ใหพรรคการเมืองจัดทําบัญชีรายชื่อเพื่อสงใหสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด โดยตองคํานึงถึงหนา ๖๐เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ผูสมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิงดวย ในกรณีที่พรรคการเมืองใดมีสาขาพรรคการเมืองมากกวาหนึ่งสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดมากกวาหนึ่งตัวแทนในจังหวัดใด ใหพรรคการเมืองนั้นกําหนดวาจะใหสาขาพรรคการเมืองสาขาใดหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้น เปนสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อขอ ๑๐๑ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหากําหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสมัครและการเสนอรายชื่อบุคคลเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง และมีหนังสือแจงไปยังคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองหัวหนาสาขาพรรคการเมือง ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด และประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไป(๒) ใหกรรมการบริหารพรรคการเมือง หัวหนาสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด เสนอรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหคณะกรรมการสรรหา(๓) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครและเสนอรายชื่อตาม (๑) แลว ใหคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามและจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งไมเกินหนึ่งรอยรายชื่อโดยตองคํานึงถึงผูสมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิงแลวสงบัญชีรายชื่อดังกลาวใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๔) เมื่อสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งตาม (๓) จากคณะกรรมการสรรหาแลว ใหหัวหนาสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด จัดการประชุมสมาชิกเพื่อรับฟงความคิดเห็นและใหสมาชิกใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสงมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด และสงบัญชีรายชื่อดังกลาวทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็นใหคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งพรอมเสนอความคิดเห็น(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งพรอมความคิดเห็นตาม (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่เหมาะสมหนา ๖๑เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เปนผูสมัคร รับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อแลวจัดลําดับตามที่เห็นวาเหมาะสมเพื่อใหไดบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเพื่อประโยชนในการสงเสริมการมีสวนรวมของสมาชิก ในกรณีที่สมาชิกผูใดมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดที่ยังมิไดมีการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ใหสามารถใชสิทธิการเปนสมาชิกในจังหวัดใกลเคียงที่มีสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด สวนที่ ๔ขอยกเวนในการสงผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๑๐๒ ในการเลือกตั้งทั่วไป การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ ใหดําเนินการสรรหาตามวิธีการที่กําหนดในขอ ๙๙และขอ ๑๐๑ เวนแตกรณีที่เปนการสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งสําหรับการเลือกตั้งแทนการเลือกตั้งที่เปนโมฆะ หรือการเลือกตั้งใหมในกรณีที่ไมมีผูใดไดรับเลือกตั้งหรือกรณีผูสมัครตายกอนปดการรับสมัครรับเลือกตั้งใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งและคณะกรรมการบริหารพรรคเปนผูพิจารณารวมกันสวนที่ ๕การคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีขอ ๑๐๓ ในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อพรรคที่สงผูสมัครรับเลือกตั้งแลวใหแจงรายชื่อบุคคลซึ่งพรรคนั้นมีมติวาจะเสนอใหสภาผูแทนราษฎรเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีไมเกินสามรายชื่อตอคณะกรรมการการเลือกตั้งกอนปดการรับสมัครเลือกตั้งพรรคการเมืองจะไมเสนอรายชื่อบุคคลตามวรรคหนึ่งก็ไดขอ ๑๐๔ การเสนอชื่อบุคคลตามขอ ๑๐๓ ตองเปนไปตามหลักเกณฑ ดังตอไปนี้(๑) ตองมีหนังสือยินยอมของบุคคลซึ่งไดรับการเสนอชื่อ โดยมีรายละเอียดตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด หนา ๖๒เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ (๒) ผูไดรับการเสนอชื่อตองเปนผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามที่จะเปนรัฐมนตรีตามที่รัฐธรรมนูญกําหนด และไมเคยทําหนังสือยินยอมตาม (๑) ใหพรรคการเมืองอื่นในการเลือกตั้งคราวนั้นการเสนอชื่อบุคคลใดที่มิไดเปนไปตามวรรคหนึ่ง ใหถือวาไมมีการเสนอชื่อบุคคลนั้นหมวด ๑๐หลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกบุคคลดํารงตําแหนงทางการเมืองขอ ๑๐๕ กรณีที่จะมีการแตงตั้งบุคคลเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมือง ใหพรรคประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไปเพื่อเชิญชวน ใหกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด และสมาชิกพรรค เสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรจะเสนอใหไดรับการพิจารณาแตงตั้งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองตอคณะกรรมการบริหารพรรคภายในระยะเวลาที่กําหนดและใหคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาคัดเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามที่กฎหมายกําหนด และเปนบุคคลที่มีความรู ความสามารถ ซื่อสัตยสุจริต มีคุณธรรมจริยธรรมจากรายชื่อบุคคลที่กรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดหรือสมาชิกพรรคเสนอมา เพื่อแตงตั้งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองหมวด ๑๑การบริหารการเงินและทรัพยสิน และการจัดทําบัญชีของพรรค สาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๑๐๖ ใหคณะกรรมการบริหารพรรคมีหนาที่บริหารการเงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดของพรรคและสาขาพรรค ตลอดจนจัดใหมีการทําบัญชีใหถูกตองตามความเปนจริงใหหัวหนาสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรคหรือที่ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับหรือจาย โดยบันทึกบัญชีใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันที่รายการนั้นเกิดขึ้น และสรุปรายงานใหพรรคทราบเปนประจําทุกสิ้นเดือนและปดประกาศไว ณ สํานักงานสาขาพรรคหรือที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหหัวหนาสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด จัดใหมีการทําบัญชีรายชื่อพรอมที่อยูของสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัด ซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรคหรือในเขตจังหวัดที่ตนเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัด และปดประกาศไว ณ สํานักงานสาขาพรรคหรือที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด หนา ๖๓เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ขอ ๑๐๗ การลงรายการบัญชีของพรรคตองมีรายการและเอกสารประกอบการลงบัญชีที่ถูกตองครบถวน โดยตองจัดทําภายในระยะเวลา ดังนี้(๑) การลงบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับ และแสดงคาใชจายหรือรายจายและบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาค ตองลงรายการใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตรายการนั้นเกิดขึ้น(๒) การลงบัญชีแยกประเภท บัญชีแสดงรายการทรัพยสิน และบัญชีแสดงหนี้สินตองลงรายการใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันสิ้นเดือนของเดือนที่รายการนั้นเกิดขึ้นหมวด ๑๒รายไดของพรรคและอัตราคาธรรมเนียม และคาบํารุงพรรคการเมืองขอ ๑๐๘ พรรคอาจมีรายได ดังตอไปนี้(๑) เงินทุนประเดิมของพรรค(๒) เงินคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมือง(๓) เงินที่ไดจากการจําหนายสินคาหรือบริการของพรรค(๔) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดที่ไดจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรค(๕) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดที่ไดจากการรับบริจาค(๖) เงินอุดหนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง(๗) ดอกผลและรายไดที่เกิดจากเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดของพรรคสวนที่ ๑การหารายไดจากการจําหนายสินคาขอ ๑๐๙ การจําหนายสินคาหรือบริการตองไมมุงแสวงหาผลกําไรมาแบงปนกันในทางธุรกิจโดยราคาหรือคาตอบแทนจากการจําหนายสินคาหรือการใหบริการจะตองคํานึงถึงราคาตามปกติในทองที่นั้นขอ ๑๑๐ สถานที่จําหนายสินคาหรือบริการ ไดแก ที่ตั้งสํานักงานใหญพรรค ที่ตั้งสํานักงานสาขาพรรค สถานที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด บริเวณสถานที่จัดกิจกรรมระดมทุนหรือบริเวณสถานที่จัดประชุมใหญของพรรค หรือสาขาพรรค หรือสถานที่อื่น ๆ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด หนา ๖๔เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ขอ ๑๑๑ เมื่อพรรค สาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ดําเนินการจําหนายสินคาหรือบริการ ใหหัวหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรค จัดทําทะเบียนสินคาหรือบริการซึ่งประกอบดวยรายการ จํานวนเงิน หรือมูลคาของสินคา หรืออัตราคาบริการ แตละประเภทใหครบถวนและถูกตองขอ ๑๑๒ การจําหนายสินคาหรือบริการ ใหบันทึกบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับและใหแสดงในงบการเงินประจําปของพรรคใหครบถวนถูกตองสวนที่ ๒การจัดกิจกรรมระดมทุนขอ ๑๑๓ การจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคตองกระทําโดยเปดเผยและแสดงวัตถุประสงควาเปนการระดมทุนของพรรคอยางชัดเจนการใหเงิน ทรัพยสินแกพรรค รวมถึงการใหประโยชนอื่นใดแกพรรคที่ไดจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรค ใหอยูภายใตบังคับบทบัญญัติเรื่องการรับบริจาคขอ ๑๑๔ สถานที่จัดกิจกรรมระดมทุน ไดแก ที่ตั้งสํานักงานใหญพรรค ที่ตั้งสํานักงานสาขาพรรคสถานที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด บริเวณสถานที่จัดประชุมใหญของพรรค สาขาพรรคหรือสถานที่ที่พรรคเห็นสมควรขอ ๑๑๕ ภายในสามสิบวันนับแตวันที่จัดกิจกรรมระดมทุนสิ้นสุดลง ใหหัวหนาพรรคจัดทํารายละเอียดเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมระดมทุน คาใชจายในการจัดกิจกรรมและจํานวนเงินที่ไดรับจากการจัดกิจกรรมระดมทุน และใหหัวหนาพรรคประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป พรอมทั้งแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบดวยขอ ๑๑๖ การจัดกิจกรรมระดมทุน ใหบันทึกบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับและบัญชีรายวันแสดงคาใชจายหรือรายจาย และใหแสดงในงบการเงินประจําปของพรรคใหครบถวนถูกตองสวนที่ ๓การรับบริจาคของพรรคขอ ๑๑๗ ใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคเปดบัญชีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย โดยระบุชื่อเจาของบัญชี “พรรคไทรวมพลัง” หนา ๖๕เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ในการรับบริจาคของพรรคใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคเปดบัญชีเงินฝากกับธนาคารพาณิชยโดยระบุชื่อเจาของบัญชี “พรรคไทรวมพลัง (เพื่อการบริจาค)”ใหหัวหนาพรรคแจงหมายเลขบัญชีของบัญชีเงินฝากและจํานวนเงินที่เปดบัญชีของทุกบัญชีใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในเจ็ดวันนับแตวันที่เปดบัญชีขอ ๑๑๘ การรับบริจาคเปนเงินสดใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคนําเงินฝากไวในบัญชีธนาคารพาณิชย ตามขอ ๑๑๗ ภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาค กรณีรับบริจาคเปนตั๋วแลกเงิน หรือเช็คจะตองไมถูกปฏิเสธการจายเงิน จึงถือไดวาเปนการบริจาคแกพรรคขอ ๑๑๙ เมื่อมีการบริจาคใหผูรับบริจาคจัดทําบันทึกการรับบริจาคใหแลวเสร็จภายในสามวันนับแตวันที่ไดรับบริจาคและใหจัดสงบันทึกการรับบริจาคพรอมเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาคถาหากทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดมิอาจนําสงแกพรรคได ใหผูรับบริจาคแจงรายละเอียดเกี่ยวกับการรับบริจาคนั้นใหพรรคทราบขอ ๑๒๐ เมื่อพรรคไดรับหลักฐานตามขอ ๑๑๙ ใหออกใบเสร็จรับเงิน (เงินบริจาค)หรือหลักฐานการรับบริจาคทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด ภายในวันที่ไดรับบริจาคแลวจัดสงใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการรับบริจาคใหแกผูบริจาคภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ออกหลักฐานนั้นขอ ๑๒๑ ใหพรรคบันทึกการรับบริจาคไวในบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาคของพรรคใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันที่เกิดรายการ โดยอยางนอยตองมีรายการ ดังนี้(๑) ชื่อ ที่อยูของพรรค(๒) ชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยูของผูบริจาค(๓) ชื่อตัว ชื่อสกุล และตําแหนงผูรับบริจาค(๔) วัน เดือน ปที่รับบริจาค(๕) รายละเอียดการรับบริจาค(๖) จํานวนเงินหรือมูลคาทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด(๗) เอกสารอางอิง(๘) ลายมือชื่อหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคหนา ๖๖เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ขอ ๑๒๒ ใหหัวหนาพรรคประกาศบัญชีรายชื่อผูบริจาค จํานวนเงิน รายการทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดที่ไดรับบริจาคที่มีมูลคาไมนอยกวาหาพันบาท พรอมทั้งวัตถุประสงคของการบริจาคเพื่อใหประชาชนทราบเปนประจําทุกวันที่ ๑ ของเดือนถัดไปการตีราคาทรัพยสิน หรือการประเมินมูลคาประโยชนอื่นใดที่ไดรับบริจาคใหคํานวณราคาทรัพยสินอัตราคาเชา คาตอบแทน หรือคาของสิทธิที่รับตามปกติทางการคาในทองที่นั้นขอ ๑๒๓ เมื่อหัวหนาพรรคดําเนินการตามขอ ๑๒๐ แลว ใหแจงนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่ประกาศขอ ๑๒๔ บุคคลใดจะบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรค มีมูลคาเกินสิบลานบาทตอพรรคตอปมิได และในกรณีที่บุคคลนั้นเปนนิติบุคคล การบริจาคเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคไมวาพรรคเดียวหรือหลายพรรคเกินปละหาลานบาท ตองแจงใหที่ประชุมใหญผูถือหุนทราบในการประชุมใหญคราวตอไปหลังจากบริจาคแลวพรรคจะรับบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดซึ่งมีมูลคาเกินวรรคหนึ่งมิไดสวนที่ ๔อัตราคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมืองขอ ๑๒๕ สมาชิกพรรคตองชําระคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคปละไมนอยกวายี่สิบบาทและแบบตลอดชีพไมนอยกวาสองรอยบาทเพื่อประโยชนในการนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคประจําปของสมาชิก ใหถือวารอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคประจําปของปที่สมาชิกไดชําระคาบํารุงพรรคเปนครั้งแรกสิ้นสุดลงในวันสิ้นปปฏิทินของปเดียวกันนั้น และใหเริ่มตนนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคประจําปของปถัดไปใหม โดยใหเริ่มตนนับตั้งแตวันที่ ๑ มกราคม และสิ้นสุดลงในวันที่ ๓๑ ธันวาคมของปเดียวกันทั้งนี้ สมาชิกพรรคอาจชําระคาบํารุงพรรคประจําปของปถัดไปภายในกรอบระยะเวลาดังกลาวเมื่อใดก็ไดหมวด ๑๓การใชจายของพรรคขอ ๑๒๖ เงินและทรัพยสินของพรรคตองนําไปใชจายเพื่อดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคคาใชจายเกี่ยวกับการเลือกตั้งของพรรคและสมาชิก และคาใชจายในการบริหารพรรคหนา ๖๗เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ พรรคตองเปดเผยคาใชจายในการโฆษณาหรือประชาสัมพันธการดําเนินกิจกรรมของพรรคทุกประเภทเพื่อใหสมาชิกและประชาชนทราบเปนการทั่วไป โดยปดประกาศ ณ ที่ทําการของพรรค หรือเผยแพรผานในระบบฐานขอมูลพรรคการเมือง หรือวิธีการอื่นใดที่เขาถึงไดโดยสะดวกภายในระยะเวลาสามสิบวันนับแตไดดําเนินการเสร็จสิ้นแลวขอ ๑๒๗ ในกรณีที่พรรค ผูบริหารพรรค หรือบุคคลใดใหเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดแกสมาชิกซึ่งดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ไมวาโดยทางตรงหรือทางออม และไมวาจะใหเปนประจําหรือเปนครั้งคราว ถาการใหหรือรับเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดนั้นไมเปนความผิด ตามมาตรา ๑๔๔หรือมาตรา ๑๔๙ แหงประมวลกฎหมายอาญา ใหพรรค ผูบริหารพรรค หรือบุคคลนั้น แลวแตกรณีแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบถึงการใหเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดนั้น และประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวยหามมิใหสมาชิกซึ่งดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎร รับเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดจากบุคคลใดโดยไมมีมูลอันจะอางไดตามกฎหมาย เวนแตเงินที่ไดมีการแจงไวตามวรรคหนึ่งขอ ๑๒๘ ใหเปนหนาที่ของคณะกรรมการบริหารพรรค ที่จะตองตรวจสอบและควบคุมมิใหมีการนําเงินหรือทรัพยสินของพรรคไปใชจายเพื่อการอื่นใดนอกจากที่กําหนดไวในขอ ๑๒๖และขอ ๑๒๗ หมวด ๑๔การเลิกพรรค สาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๑๒๙ การเลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ใหเปนไปตามมติคณะกรรมการบริหารพรรคในกรณีกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะดวยเหตุพนจากสมาชิกพรรค ใหถือวาเปนเหตุใหเลิกพรรคขอ ๑๓๐ ในกรณีที่พรรคตองสิ้นสภาพความเปนพรรคการเมือง หรือยุบพรรค ใหทรัพยสินของพรรคที่เหลือภายหลังจากการชําระบัญชีแลวตกเปนของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองหนา ๖๘เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ๒. กรณี นายวสวรรธน พวงพรศรี ลาออกจากหัวหนาพรรคไทรวมพลังตอที่ประชุมใหญสามัญพรรคไทรวมพลัง ประจําป พ.ศ. ๒๕๖๙ ตามหนังสือลาออกลงวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๙ โดยพรรคไทรวมพลังไดรับทราบการลาออกดังกลาวในวันเดียวกัน ทําใหความเปนกรรมการบริหารพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามขอบังคับพรรคไทรวมพลัง พ.ศ. ๒๕๖๔ ขอ ๑๖ วรรคหนึ่ง (๒) และเปนเหตุใหกรรมการบริหารพรรคไทรวมพลังทั้งคณะพนจากตําแหนง จํานวน ๑๐ คน ตามขอบังคับพรรคไทรวมพลังพ.ศ. ๒๕๖๔ ขอ ๑๗ วรรคหนึ่ง (๒) ดังนี้๒.๑ นางสาวพิมพกาญจน พลสมัคร รองหัวหนาพรรค๒.๒ นายสมศักดิ์ บุญประชม รองหัวหนาพรรค๒.๓ นายสิทธิชัย กอแกว รองหัวหนาพรรค๒.๔ นายวรเชษฐ เชิดชู เลขาธิการพรรค๒.๕ นางสาวทิพยวรรณ บุญชม รองเลขาธิการพรรค๒.๖ นางสาวมาลี บุญเรือง เหรัญญิกพรรค๒.๗ นางสาววรางคณา สําราญสุข นายทะเบียนสมาชิกพรรค๒.๘ นายวีระนันท ทัศศรี โฆษกพรรค๒.๙ นายเหมชาติ เชื้อโชติ กรรมการบริหารพรรค๒.๑๐ นางสาวอุไล บึงแกว กรรมการบริหารพรรค๓. กรณี ที่ประชุมใหญสามัญพรรคไทรวมพลัง ประจําป พ.ศ. ๒๕๖๙ เมื่อวันที่๗ เมษายน ๒๕๖๙ มีมติเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคไทรวมพลังชุดใหม จํานวน ๑๒ คน ไดแก๓.๑ นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล หัวหนาพรรค๓.๒ นางพิมพกาญจน พลสมัคร รองหัวหนาพรรค๓.๓ นายสมศักดิ์ บุญประชม รองหัวหนาพรรค๓.๔ นายสิทธิชัย กอแกว รองหัวหนาพรรค๓.๕ นายวสวรรธน พวงพรศรี เลขาธิการพรรค๓.๖ นายกิตติกร เชิดชู รองเลขาธิการพรรค๓.๗ นางสาวมาลี บุญเรือง เหรัญญิกพรรคหนา ๖๙เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ๓.๘ นางสาววรางคณา สําราญสุข นายทะเบียนสมาชิกพรรค๓.๙ นายณรงคชัย วีระกุล โฆษกพรรค๓.๑๐ นายบรรหาร ศรีบุระ กรรมการบริหารพรรค๓.๑๑ นายวีระนันท ทัศศรี กรรมการบริหารพรรค๓.๑๒ นายเหมชาติ เชื้อโชติ กรรมการบริหารพรรคจึงประกาศใหทราบโดยทั่วกันประกาศ ณ วันที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๙แสวง บุญมีเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งนายทะเบียนพรรคการเมืองหนา ๗๐เลม ๑๔๓ ตอนที่ ๑๐๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)