ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง แนวทางการจัดทำแผนการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. ๒๕๖๗
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
'1> @0ค > 11/ @1พ? %@1>&&0@OหN @!>N1ANอ &?ญ ?0@ห3? OหN @!>พ.0. `cdeNพANอOหO&?ญ ?0@ห3? OหN @!>/? @1'1?&'1B O OP !@/2.@พ อ 'ัญห@2B .@พ />#0@ @1O3> Oอ/C3N ?N0/ ?&0@#?NN'3?N0%O'3 P'อ0N@ !NอN%ANอ #?%2"@% @1 ์อ@0?0อO@%@ !@/ค/@/O% Oอ f (b) OหN 1>N&?0&2O@%? %@0 1?ฐ/%!1? /N@ O /0ค > 11/ @1พ? %@1>&&0@OหN @!> พ.0. `cc_ ค > 11/ @1พ? %@1>&&0@OหN @!> @ ออ '1> @0P/O? !NอP'%?O Oอ _ '1> @0%?ON1?0 /N@ ì'1> @0ค > 11/ @1พ? %@1>&&0@OหN @!> N1ANอ &?ญ ?0@ห3? OหN @!> พ.0. `cdeî Oอ ` OหO0 N3> (_) '1> @0ค > 11/ @1พ? %@1>&&0@OหN @!> N1ANอ &?ญ ?0@ห3? OหN @!> พ.0. `cdc3 /?%#?N _d />"B%@0% `cdc(`) '1> @0ค > 11/ @1พ? %@1>&&0@OหN @!> N1ANอ &?ญ ?0@ห3? OหN @!> พ.0. `cdc( &?&#?N `) พ.0. `cdc 3 /?%#?N f พ20 > @0% `cdc(a) '1> @0ค > 11/ @1พ? %@1>&&0@OหN @!> N1ANอ &?ญ ?0@ห3? OหN @!> พ.0. `cdc( &?&#?N a) พ.0. `cdd 3 /?%#?N d />"B%@0% `cdd Oอ a OหOO O1@0 @10@O%&?ญ ?O%&#O@0'1> @0%?ON'็%0@O%&?ญ ?0@ห3? OหN @!> Oอ b '1> @0%?OOหOO O&? ค?&N/ANอพO% O@ห% 2@/2>&/?%%?&O!N/?%'1> @0O%1@ > @%BN& 1@N'็%!O%P' '1> @0 /?%#?N 4 / 1@ค/ พ.0. `cd72/0? > NN#พ2B#>%1อ %@0 1?ฐ/%!1?'1>$@% 11/ @1พ? %@1>&&0@OหN @!>หนา ๒๘เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๗
รายการบัญชียาหลักแหงชาติทายประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแหงชาติ เรื่อง บัญชียาหลักแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๖๗ ลงวันที่๔ มกราคม ๒๕๖๗รายการบัญชียาหลักแหงชาติ ประกอบดวย๑. บัญชียาสำหรับโรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุข๒. บัญชียาจากสมุนไพร“บัญชียาสำหรับโรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุข” หมายความวา รายการยาแผนปจจุบันสำหรับใชในโรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุข ตามภาคผนวก ๑ ซึ่งประกอบดวยบัญชียอย ๕ บัญชีไดแก บัญชี ก บัญชี ข บัญชี ค บัญชี ง และบัญชี จ รวมทั้งรายการยาเภสัชตำรับโรงพยาบาล ตามภาคผนวก ๒บัญ ชี ก หมายความวา รายการยามาตรฐานที่ใชในการปองกันและแกไขปญหาสุขภาพที่พบบอย มีหลักฐานชัดเจนที่สนับสนุนการใช มีประสบการณการใชในประเทศไทยอยางพอเพียงและเปนยาที่ควรไดรับการเลือกใชเปนอันดับแรกตามขอบงใชของยานั้นบัญชี ข หมายความวา รายการยาที่ใชสำหรับขอบงใชหรือโรคบางชนิดที่ใชยาในบัญชี ก ไมไดหรือไมไดผล หรือใชเปนยาแทนยาในบัญชี ก ตามความจำเปนบัญชี ค หมายความวา รายการยาที่ตองใชในโรคเฉพาะทางโดยผูชำนาญ หรือผูที่ไดรับมอบหมายจากผูอำนวยการของสถานพยาบาลนั้น ๆ โดยสถานพยาบาลจะตอง(๑) มีมาตรการกำกับการใชยา(๒) มีความพรอม ตั้งแตการวินิจฉัยจนถึงการติดตามผลการรักษา เนื่องจาก(๒.๑ ) ถาใชยากลุมนี้ไมถูกตอง อาจเกิดพิษหรือเปนอันตรายตอผูปวย หรือเปนสาเหตุใหเกิดเชื้อดื้อยาไดงาย หรือ(๒ .๒ ) เป น ยาที่ มีแน วโน มใน การใชไม ตรงตาม ขอบ งชี้ ห รือไม คุมคา ห รือมีการนำไปใชในทางที่ผิด หรือมีหลักฐานสนับสนุนการใชที่จำกัด หรือมีประสบการณการใชในประเทศไทยอยางจำกัดบั ญ ชี ง ห ม าย ค วาม วา ราย ก ารย าที่ มี ห ล าย ข อ บ งใช แ ต มี ค วาม เห ม าะส ม ที่ จ ะใชเพียงบางขอบงใช หรือมีแนวโนมจะมีการสั่งใชยาไมถูกตอง หรือเปนยาที่มีราคาแพง จำเปนสำหรับผูปวยบางราย แตอาจทำใหเกิดอันตรายตอผูปวย หรือกอปญหาเชื้อดื้อยาที่รายแรง การสั่งใชยาใหสมเหตุผลคุมคา สมประโยชน สถานพยาบาลจะตองปฏิบัติตามเงื่อนไขดังตอไปนี้(๑) ใชยาตามขอบงใชและเงื่อนไขที่กำหนด(๒) วินิจฉัยและสั่งใชยา โดยผูชำนาญเฉพาะโรคที่ไดรับการฝกอบรมในสาขาวิชาที่เกี่ยวของจากสถานฝกอบรม หรือไดรับวุฒิบัตร หรืออนุมัติบัตรจากแพทยสภา หรือ ทันตแพทยสภาเทานั้นสำหรับการสั่งยาในครั้งตอไป สถานพยาบาลอาจมอบใหแพทยผูชำนาญรับผิดชอบในการสั่งยาไดโดยตองอยูภายใตการกำกับดูแลของผูชำนาญเฉพาะโรคดังกลาว(๓) มีระบบกำกับประเมินและตรวจสอบการใชยา (Drug Utilization Evaluation, DUE)โดยตองเก็บขอมูลการใชยาเหลานี้เพื่อตรวจสอบในอนาคต
-๒-บัญชี จ หมายความวาบัญชี จ(๑) รายการยาสำหรับโครงการพิเศษของกระทรวง ทบวง กรม หรือหนวยงานของรัฐเปนผูรับผิดชอบโครงการ มีงบประมาณ วัตถุประสงค วิธีการดำเนินโครงการ ระยะเวลาเริ่มตนและสิ้นสุดโครงการที่ชัดเจน มีการกำหนดวิธีการใชและแนวทางในการติดตามประเมินการใชยาตามโครงการมีการรายงานผลการดำเนินงานตอคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแหงชาติเปนระยะตามความเหมาะสมและเมื่อสิ้นสุดโครงการ โดยมีการคำนวณผลกระทบระยะยาวตอประเทศในกรณีที่โครงการมีการขยายผลเพื่อพิจารณาจัดเขาประเภทของบัญชียอยอื่นในบัญชียาหลักตอไปเมื่อมีขอมูลเพียงพอบัญชี จ(๒) รายการยาสำหรับผูปวยที่มีความจำเปนเฉพาะ ใหเขาถึงยาไดอยางสมเหตุผลคุมคาและยั่งยืน ซึ่งมีการจัดกลไกกลางเปนพิเศษในกำกับการใชยาภายใตความรับผิดชอบรวมกันของระบบประกันสุขภาพ ซึ่งดูแลโดย กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงานสำนักงานหลักประกันสุขภาพแหงชาติ และหนวยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวของ โดยมีแนวทางกำกับการใชยาตามภาคผนวก ๓“รายการยาสำหรับผูปวยที่มีความจำเปนเฉพาะ” ตามบัญชี จ(๒) หมายความวา ยาที่จำเปนตองใชสำหรับผูปวยเฉพาะราย โดยยามีความเหมาะสมที่จะใชเพียงบางขอบงใช หรือมีแนวโนมจะมีการสั่งใชยาไมถูกตอง หรือ เปนยาที่ตองอาศัยความรู ความชำนาญเฉพาะโรค หรือใชเทคโนโลยีขั้นสูง และเปนยาที่มีราคาแพงมาก หรือสงผลอยางมากตอความสามารถในการจายทั้งของสังคมและผูปวยจึงตองมีระบบกำกับและอนุมัติการสั่งใชยา (authorized system) ที่เหมาะสม โดยหนวยงานสิทธิประโยชนหรือหนวยงานกลางที่ไดรับมอบหมาย ทั้งนี้ เพื่อใหเปนไปตามขอบงใชและเงื่อนไขการสั่งใชยาจึงจะกอประโยชนสูงสุด สถานพยาบาลจะตองมีระบบการกำกับประเมินและตรวจสอบการใชยาและมีเก็บขอมูลการใชยาเหลานั้น เพื่อใหตรวจสอบโดยกลไกกลางในอนาคตได“เภสัชตำรับโรงพยาบาล” หมายความวา รายการยาที่โรงพยาบาลสามารถผลิตขึ้นใชภายในโรงพยาบาลตามเภสัชตำรับของโรงพยาบาล ที่เปนรายการยาตามที่ระบุในภาคผนวก ๑ หรือภาคผนวก ๒หรือตามประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแหงชาติ เรื่อง บัญชียาหลักแหงชาติดานสมุนไพร ฉบับปจจุบัน“บัญชียาจากสมุนไพร” หมายความวา รายการยาจากสมุนไพรที่เปนยาแผนไทยหรือยาแผนโบราณและยาพัฒนาจากสมุนไพร ซึ่งมีตัวยาในสูตรตำรับ และรายละเอียดตามประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแหงชาติ เรื่อง บัญชียาหลักแหงชาติดานสมุนไพร ฉบับปจจุบัน โดยมีรายการยาจากสมุนไพรที่แนบรายการเภสัชตำรับโรงพยาบาลรวมอยูแลว
ภาคผนวก ๑รายการยาในบัญชียาสำหรับโรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุขตามบัญชียาหลักแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๖๗ ลงวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๗
๑คำอธิบายรายการยาในบัญชียาสำหรับโรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุขตามบัญชียาหลักแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๖๗ ลงวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๗รายละเอียดของรายการยาประกอบดวยชื่อสามัญทางยา รูปแบบยา บัญชียอย นอกจากนี้ อาจมีความแรง ขนาดบรรจุ เงื่อนไข คำเตือนและขอควรระวัง ขอกำหนดอื่นๆ และหมายเหตุใหถือวายาที่มีคุณสมบัติตรงตามขอกำหนดขางตน เปนยาในบัญชียาหลักแหงชาติการแสดงชื่อสามัญทางยา (generic name) และรูปแบบยา (dosage form)สวนใหญชื่อสามัญทางยาจะแสดงดวยชื่อ International Nonproprietary Name (INN) หากชื่อINN นั้นไมเปนที่รูจักแพรหลาย จะแสดงดวยชื่อ INN ตามดวยชื่ออื่นไวในวงเล็บ ในกรณียาชนิดนั้นไมมีชื่อINN ใหใชชื่ออื่นแทน เชน British Approved Name (BAN), United States Adopted Name (USAN)เปนตน ยาทุกรายการหมายถึงยาที่มีสารออกฤทธิ์ ๑ ชนิดที่มีรูปแบบยาตามที่ระบุไวเทานั้น เวนแตยาสูตรผสมจะแสดงชื่อสามัญทางยาของสารออกฤทธิ์ในสูตรยารายการนั้นทั้งหมดรูปแบบยาที่แสดงในบัญชี หมายถึง รูปแบบยาทั่วไป ที่มิไดมีการพัฒนารูปแบบการบริหารยาเปนพิเศษหรือเปนการเฉพาะ ในกรณีที่หมายถึงรูปแบบยาที่มีการพัฒนารูปแบบการบริหารยาเปนพิเศษหรือจำเพาะเจาะจงจะระบุขอกำหนดเพิ่มเติมไว โดยระบุรูปแบบยานั้นๆ อยางชัดเจน ตัวอยางรูปแบบที่มีการพัฒนารูปแบบยาเปนพิเศษ เชน ยาเตรียมสำหรับออกฤทธิ์นานทุกชนิด vaginal tablet, rectalsuppository, sublingual tablet, enteric coated tablet, effervescent tablet, orodispersibletablet, microspheres suspension for injection เปนตน ตัวอยางการจำเพาะเจาะจงรูปแบบยาบางชนิดเชน Ibuprofen film coated tablet หมายถึง ยาเม็ด ibuprofen ชนิดเคลือบฟลม ไมรวมถึงชนิดเคลือบน้ำตาลชนิดตอกอัดเม็ดธรรมดา รวมทั้งชนิดออกฤทธิ์นาน เปนตนในกรณีเปนเภสัชตำรับโรงพยาบาลจะระบุอักษร “hosp” ไวในวงเล็บทายรูปแบบยา เชนsol (hosp) หมายถึง ยาที่สถานพยาบาลผลิตเองในรูปแบบ solution เปนตนคำจำกัดความรูปแบบยาที่สำคัญtab / cap หมายถึง ยาเม็ด หรือแคปซูล แบบ immediate release (IR) สำหรับกินทั่วไป ที่มิไดมีการพัฒนารูปแบบการบริหารยาเปนการเฉพาะหรือเปนพิเศษ เชน compressed tablet, film coatedtablet, sugar coated tablet เปนตนSR tab / cap หมายถึง ยาเม็ดหรือแคปซูลสำหรับรับประทานที่เปนยาออกฤทธิ์นานทุกชนิด เชนcontrolled release, extended release, modified release, slow release เปนตนEC tab / cap หมายถึง ยาเม็ดหรือแคปซูล สำหรับรับประทานที่ออกแบบใหตัวยาละลายในลำไส(enteric coated)dry syrup หมายถึง ผงแหงของสวนผสมตัวยาหรือสารเคมี ที่ตองเติมน้ำกระสายยาที่เหมาะสมกอนใชจึงจะไดยาน้ำเชื่อมตามตองการ เชน ยาน้ำแขวนตะกอน สารละลายใส เปนตนsyrup หมายถึง ยาน้ำใสหรือยาน้ำแขวนตะกอนที่มีสวนประกอบของสารเพิ่มความหวานเพื่อกลบรสขมของยา ตัวอยางสารใหความหวานที่ใชในตำรับ เชน sucrose, dextrose นอกจากนี้อาจใชสารใหความหวานที่ไมใหพลังงานหรือใหพลังงานต่ำ เชน saccharin, sorbitol, mannitol และ aspartameเปนตน
๒eye drop หมายถึง ยาเตรียมปราศจากเชื้อสำหรับหยอดตาsterile solution หมายถึง ยาปราศจากเชื้อในรูปแบบของสารละลาย สำหรับฉีด หยดเขาทางหลอดเลือดดำ หรือ irrigationขอกำหนดเฉพาะของรายการยาขอกำหนดเฉพาะของรายการยาที่สำคัญ มีดังนี้๑) ความแรง ยาบางรายการที่ระบุความแรงของสารออกฤทธิ์ไว ใหถือวารายการยาที่มีความแรงตามที่กำหนดเปนยาในบัญชียาหลักแหงชาติเทานั้น โดยแสดงรายละเอียดเฉพาะของความแรงยาไวในวงเล็บทายรูปแบบยาเชน - Ofloxacin tab (เฉพาะ ๑๐๐, ๒๐๐ มิลลิกรัม) หมายถึง ไมรวมยา Ofloxacin ในความแรงอื่น เชนOfloxacin ๓๐๐ มิลลิกรัม เปนตน- Sodium phosphates enema มีตัวยาสำคัญตอ ๑๐๐ ml คือ Sodium biphosphate๑๕.๒-๑๖.๘ กรัม และ Sodium phosphate ๕.๗-๖.๓ กรัม ทั้งนี้ไมรวมสูตรที่มีสัดสวนของสวนประกอบที่แตกตางจากที่กำหนด เชนมี Sodium biphosphate นอยกวา ๑๕.๒ กรัม- Amino acid solution ชนิด high essential amino acid มีสัดสวนของ essential amino acid> ๖๐% ของ total amino acid ทั้งนี้ไมรวมถึงสูตรที่มี essential amino acid ต่ำกวาหรือเทากับ ๖๐%๒) ขนาดบรรจุ ยาบางรายการที่ระบุขนาดบรรจุไว อาทิ ยากลุม contrast media เปนตน ใหถือวายาที่มีขนาดบรรจุตามที่กำหนดเทานั้นเปนยาในบัญชียาหลักแหงชาติ๓) เงื่อนไข ซึ่งประกอบไปดวย๓.๑) เงื่อนไขการสั่งใชยา บัญชียาหลักแหงชาติเปนมาตรการหนึ่งในระบบยาแหงชาติในการสงเสริมการใชยาอยางเปนขั้นตอนอยางสมเหตุผล ดังนั้น หากรายการยาใดมีหลายขอบงใช แตมีความเหมาะสมที่จะใชเพียงบางขอบงใช หรือมีแนวโนมวาจะมีการสั่งใชไมถูกตอง ก็ไดระบุขอบงใชไวในเงื่อนไขการสั่งยาเพื่อเปนแนวทางในการสั่งใชยาสำหรับแพทย รวมทั้ง เปนขอมูลสำหรับสถานพยาบาลเพื่อประกอบการจัดระบบกำกับ ติดตาม ใหเกิดการใชยารายการนั้น ๆ อยางสมเหตุผลการระบุเงื่อนไขการสั่งใชยานั้นมีหลักการเพื่อสงเสริมใหมีการเขาถึงยาโดยมีการใชยาอยางสมเหตุผล โดยยาในบัญชี ก และ ข จะระบุเงื่อนไขก็ตอเมื่อพิจารณาวายานี้อยูในบัญชี ก หรือ ข เมื่อมีเงื่อนไขเฉพาะภาวะหรือโรคนั้นเทานั้นยาในบัญชี ค และ ง ควรมีการระบุเงื่อนไขทุกรายการ เนื่องจากยาในกลุมนี้มีหลายขอบงใชมีแนวโนมการใชที่ไมถูกตอง ยามีราคาแพง มักจะใชไดหลายกรณี ในกรณีที่บัญชี ค ไมมีการระบุขอบงใชเฉพาะของโรคระบบนั้น ใหถือวาใชยานี้ในระบบอื่นไดทั้งนี้ รายการยาในบัญชียาสำหรับโรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุขจะมีการปรับระบบบัญชียอยใหมใหเปนที่เขาใจสอดคลองตามหลักสากล ดังนี้บัญชียายอยใหม คำยอ บัญชียายอยเดิม ความหมาย๑ . ย า พื้ น ฐ า น(basic list) b เทียบเทาบัญชี กและ ข รายการยาพื้นฐานที่สมควรเลือกใชกอน เพราะมีประสิทธิศักยและปลอดภัย๒ . ยาทางเลือก( supplementallist) s เทียบเทาบัญชี ค รายการยาทางเลือกที่สมควรเลือกใชเปนลำดับรองหากไมสามารถใชยาพื้นฐาน หรือ ใชเปนยารวม หรือ ยาเสริมกับยาพื้นฐาน
๓บัญชียายอยใหม คำยอ บัญชียายอยเดิม ความหมาย๓. ยาเฉพาะโรค(exclusive list) x เทียบเทาบัญชี ง รายการยาเฉพาะโรคที่มีเงื่อนไขการใชเฉพาะ แนะนำใหใชโดยแพทยผูมีความชำนาญหรือเชี่ยวชาญเฉพาะทางและตองมีการติดตามความเหมาะสมในการใชยา๔. บัญชียาพิเศษ๔.๑ รายการยาสำหรับโครงการพิ เ ศ ษ ข อ งหนวยงานของรัฐ(restricted list;R1) R1 เที ยบ เท าบั ญ ชีจ (1) รายการยาสำหรับโครงการพิเศษของหนวยงานของรัฐมีองคประกอบตอไปนี้1. มีหนวยงานรับผิดชอบทั้งโครงการและงบประมาณ2. นำเสนอรางโครงการเปนลายลักษณอักษร3. ระบุรายละเอียดของโครงการ3.1 มีวัตถุประสงค3.2 วิธีการดำเนินโครงการ3.3 กำหนดระยะเวลาเริ่มตน-สิ้นสุดโครงการชัดเจน013.4 มีการกำหนดวิธีใชยา3.5 มีแนวทางการติดตามประเมินผลการใชยา4. ใหคำนวณผลกระทบระยะยาวตอประเทศในกรณีที่มีการขยายผล5. ใหรายงานผลการดำเนินงานตอคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแหงชาติ เปนระยะตามความเหมาะสม และเมื่อสิ้นสุดโครงการ๔.๒ ยาพิเศษที่ก ำ ห น ด แ น วทางการใชยา(restricted list;R2) R2 เที ยบ เท าบั ญ ชีจ (2) รายการยาสำหรับผูป วยที่มี ความจำเปนเฉพาะ12เพื่อใหเขาถึงยาไดอยางสมเหตุผล คุมคาและยั่งยืน โดยกำหนดให1) มีการจัดกลไกกลางเปนพิเศษในการกำกับการใชยาและประเมินผล2) ใหกองทุนประกันสุขภาพทุกแหงพัฒนาระบบการสนับสนุนทางการเงินเพื่อใหผูปวยเขาถึงยาได โดยไมเปนภาระทางการเงินระดับสูงตอผูใหบริการโดยจะมีการประกาศใชระบบบัญชียอยใหมอยางเปนทางการในฉบับถัดไป ทั้งนี้ใหสถานพยาบาลและผูใชบัญชีเตรียมการปรับระบบบริการในสถานพยาบาลไวลวงหนา1 อาจสิ้นสุดกอนวันที่กำหนดเมื่อมีขอมูลเพียงพอ2 รายการยาสำหรับผูปวยที่มีความจำเปนเฉพาะ หมายความวา ยาที่จำเปนตองใชสำหรับผูปวยเฉพาะราย โดยยามีความเหมาะสมที่จะใชเพียงบางขอบงใช หรือมีแนวโนมจะมีการสั่งใชยาไมถูกตอง หรือ เปนยาที่ตองอาศัยความรู ความชำนาญเฉพาะโรค หรือใชเทคโนโลยีขั้นสูง และ เปนยาที่มีราคาแพงมากหรือสงผลอยางมากตอความสามารถในการจายทั้งของสังคมและผูปวย จึงตองมีระบบกำกับและอนุมัติการสั่งใชยา (authorized system) ที่เหมาะสมโดยหนวยงานสิทธิประโยชนหรือหนวยงานกลางที่ไดรับมอบหมาย ทั้งนี้ เพื่อใหเปนไปตามขอบงใชและเงื่อนไขการสั่งใชยา จึงจะกอประโยชนสูงสุดสถานพยาบาลจะตองมีระบบการกำกับประเมินและตรวจสอบการใชยา และมีเก็บขอมูลการใชยาเหลานั้น เพื่อใหตรวจสอบโดยกลไกกลางในอนาคตได
๔สำหรับยาในบัญชี จ(๒) เปนยาที่มีการจัดกลไกสำหรับผูปวยที่มีความจำเปนเฉพาะใหสามารถเขาถึงยาดียิ่งขึ้น การระบุเงื่อนไขจึงตองกำหนดแนวทางกำกับการใชยาเพิ่มเติมจากขอบงใชที่คัดเลือกไวในบัญชียาหลักแหงชาติแนวทางกำกับการใชยาบัญชี จ(๒ ) ตามภาคผนวก ๓ ประกอบดวยหัวขอดังตอไปนี้ คือ๑. ระบบอนุมัติการใชยา ๒. คุณสมบัติของสถานพยาบาล ๓. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษา๔. เกณฑอนุมัติการใชยา/เกณฑการวินิจฉัยโรค ๕. ขนาดยาที่แนะนำ/วิธีการใหยา ๖. ระยะเวลาในการรักษา๗. การติดตาม/การประเมินผลการรักษา ๘. ขอแนะนำเพิ่มเติม โดยการขออนุมัติใชยาสถานพยาบาลตองปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนดทุกขอ และมีการเก็บขอมูลการใชยาเหลานั้น เพื่อใหตรวจสอบโดยกลไกกลางในอนาคตได คำอธิบายของแตละหัวขอเปน ดังนี้๑. ระบบอนุมัติการใชยาเปนระบบที่ใชในการกำกับการใชยาของหนวยงานสิทธิประโยชน หรือหนวยงานกลางที่ไดรับมอบหมาย แบงเปน ๒ ระบบ ดังนี้• ระบบที่ตองขออนุมัติกอนการรักษา (Pre-Authorization)เปนระบบที่ตองขออนุมัติการใชยาจากหนวยงานสิทธิประโยชน หรือหนวยงานกลางกอนใหการรักษา ซึ่งใชในกรณีที่ไมใชภาวะฉุกเฉิน โดยรายละเอียดของระบบอนุมัติการใชยาในแตละแนวทางกำกับการใชยา ไดพิจารณาตามความเหมาะสมของยาและขอบงใช• ระบบที่ตองขออนุมัติภายหลังการรักษา (Post- Authorization)เปนระบบที่ตองขออนุมัติการใชยาจากหนวยงานสิทธิประโยชน หรือหนวยงานกลางภายหลังการรักษา ซึ่งใชในกรณีเมื่อผูปวยมาดวยภาวะฉุกเฉิน หรือจำเปนตองไดรับยาในทันทีมิเชนนั้นผูปวยอาจถึงแกชีวิตได โดยรายละเอียดของระบบอนุมัติการใชยาในแตละแนวทางกำกับการใชยา ไดพิจารณาตามความเหมาะสมของยาและขอบงใชทั้งนี้มียาบางรายการมีระบบอนุมัติการใชยาทั้งแบบกอนการรักษา และระบบภายหลังการรักษา เชน ยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG) ในขอบงใช โรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิ (primary immunodeficiency diseases) เปนตน๒. คุณสมบัติของสถานพยาบาลสถานพยาบาลที่มีการใชยาตองเปนสถานพยาบาลที่มีความเหมาะสมในประเด็นที่สำคัญ เชน- ความพรอมของเครื่องมืออุปกรณที่ตองใชในการรักษา/วินิจฉัยโรค- ความพรอมของบุคลากรที่ตองใชในการรักษา/วินิจฉัยโรค เปนตนโดยมีการลงทะเบียนสถานพยาบาลกับหนวยงานสิทธิประโยชน หรือหนวยงานกลางที่ไดรับมอบหมาย๓. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาแพทยผูสั่งใชยาตองมีคุณสมบัติเหมาะสมในการใชยาใหเปนไปอยางสมเหตุผลตามแนวทางกำกับการใชยาที่กำหนด โดยมีการลงทะเบียนแพทยผูทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน หรือหนวยงานกลางที่ไดรับมอบหมาย๔. เกณฑอนุมัติการใชยา / เกณฑการวินิจฉัยโรคเกณฑอนุมัติการใชยา หรือเกณฑการวินิจฉัยโรค ไดแก ขอกำหนดในการวินิจฉัยโรค หรือการใชยาใหเปนไปตามมาตรฐานการรักษาและหลักฐานทางวิชาการ เนื่องจากยาบัญชี จ(๒) เปนยา
๕ที่มีความเหมาะสมที่จะใชเพียงบางขอบงใช หรือมีแนวโนมจะมีการสั่งใชยาไมถูกตอง หรือเปนยาที่ตองอาศัยความรู ความชำนาญเฉพาะโรค หรือใชเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อใหเปนไปตามขอบงใช จึงจะกอใหเกิดประโยชนสูงสุดในการรักษา๕. ขนาดยาที่แนะนำ / วิธีการใหยาขนาดยาที่แนะนำ หรือวิธีการใหยา มีขอกำหนดตามมาตรฐานการรักษาและหลักฐานทางวิชาการ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงขอจำกัดของระบบประกันสุขภาพในภาพรวมของประเทศดวย๖. ระยะเวลาในการรักษาระยะเวลาในการรักษา มีขอกำหนดตามมาตรฐานการรักษาและหลักฐานทางวิชาการ ทั้งนี้โดยคำนึงถึงขอจำกัดของระบบประกันสุขภาพในภาพรวมของประเทศดวย๗. การติดตาม / การประเมินผลการรักษาการติดตาม หรือประเมินผลการรักษา มีขอกำหนดตามมาตรฐานการรักษา และหลักฐานทางวิชาการ เพื่อใหทราบถึงผลการรักษา อาการไมพึงประสงค และการพิจารณาตรวจวินิฉัยที่จำเปนเพื่อปรับปรุงแนวทางการรักษาผูปวยตามความเหมาะสม๘. ขอแนะนำเพิ่มเติมขอแนะนำที่มีขอมูลทางวิชาการสนับสนุนเพื่อใหเกิดประโยชนในการรักษา๓.๒) เงื่อนไขการจัดหายา ในกรณีที่มียามากกวา ๑ รายการ มีขอบงใชเหมือนกัน จัดอยูในกลุมเดียวกัน และไมมีความแตกตางในดานคุณสมบัติที่มีความสำคัญตอผลการรักษาอยางมีนัยสำคัญ รวมทั้งไมมีความแตกตางกันดานราคาอยางชัดเจน จึงกำหนดใหสถานพยาบาลคัดเลือกรายการยาที่จัดซื้อแลวมีราคาต่ำที่สุดเพียงรายการเดียวเขาบัญชียาโรงพยาบาล ยาที่มีคุณลักษณะดังกลาวจะระบุเงื่อนไขวา“ใหเลือก หนึ่งรายการระหวาง....................................กับ..................................... ที่จัดซื้อไดถูกกวา”๓.๓) ขอมูลสำคัญอื่นๆ ของรายการยา เชน คำเตือนและขอควรระวัง หมายเหตุ ที่สำคัญของตัวยานั้น- คำเตือน และขอควรระวัง ระบุในกรณีซึ่งมีผลขางเคียงจากการใชยาที่มีความสำคัญ เชน พบบอยหรืออาจเปนอันตรายทั้งที่มีระบุไวในเอกสารกำกับยาหรือเปนขอมูลใหม ที่ควรสื่อสารใหผูใชบัญชีรับทราบโดยมีหลักฐานยืนยันชัดเจน- หมายเหตุ ไดแก คำแนะนำ ขอสังเกต คำอธิบาย ที่สำคัญซึ่งตองการสื่อสารใหผูใชบัญชีรับทราบ
6บัญชียาสำหรับโรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุขกลุมยา 1 Gastro-intestinal system1.1 Antacids and other drugs for dyspepsia1. Aluminium hydroxide + Magnesium hydroxide chewable tab, tab, susp,susp (hosp) ก2. Simeticone (Simethicone) chewable tab, susp ก3. Aluminium hydroxide + Magnesium hydroxide+ Simeticone 25-50 mg chewable tab, tab, susp ก4. Compound Cardamom Mixture (Mist Carminative)เฉพาะสูตรที่ไมมี sodium bicarbonate mixt, mixt (hosp) ก5. Aluminium hydroxide chewable tab, tab, susp,susp (hosp) ข1.2 Antispasmodics and other drugs altering gut motility1. Dicycloverine hydrochloride (Dicyclomine hydrochloride) tab ก2. Domperidone tab (as base/maleate),susp (as base/maleate) กคำเตือนและขอควรระวังควรใชดวยความระมัดระวังในผูปวยอายุมากกวา 80 ป และไมใชยาขนาดเกินกวา 30 mg ตอวัน3. Hyoscine butylbromide (Hyoscine-n-butylbromide) tab, syr, sterile sol ก4. Metoclopramide tab, syr, sterile sol ก5. Mebeverine hydrochloride tab ข1.3 Ulcer-healing drugs and drugs used in variceal bleeding1. Omeprazole EC cap (as base) ก2. Famotidine tab (เฉพาะ 20 mg) กคำแนะนำ1. ใชกรณีผูปวย functional dyspepsia (FD)2. ใชเสริมยาลดกรดมาตรฐานเพื่อรักษาผูปวยที่มีอาการของกรดไหลยอน3. Omeprazole sodium sterile pwdr ขคำเตือนและขอควรระวังหามใหทางหลอดเลือดดำนานเกินกวา 30 นาที
74. Pantoprazole sodium sterile pwdr ค5. Sucralfate tab, susp คเงื่อนไขใชเฉพาะกรณีหญิงตั้งครรภ6. Bismuth subsalicylate tab งเงื่อนไข1. ใชเปน second-line drug ในการกำจัด Helicobacter pylori2. หามใชในเด็กอายุนอยกวา 12 ป7. Lauromacrogol 400 (Polidocanol) sterile sol งเงื่อนไข1. ใชชวยหาม variceal bleeding ผานทาง endoscopy และใชสำหรับ sclerotherapy2. ใชสำหรับ varicose vein และ hemorrhoid8. Octreotide acetate sterile sol (เฉพาะ 0.1 mg/1 ml)ยกเวนชนิดออกฤทธิ์นาน งเงื่อนไข1. ใชสำหรับ high output pancreatic fistula2. ใชสำหรับ variceal bleeding โดยใชรวมกับ therapeutic endoscopic intervention3. ใชในกรณี bleeding ที่มีหลักฐานวาเปนภาวะเลือดออกจาก portal hypertensive gastropathy4. ใชสำหรับ neuroendocrine tumors1.4 Drugs used in acute diarrhea1. Oral rehydration salts (ORS) oral pwdr, oral pwdr (hosp) กเมื่อผสมน้ำแลวมีตัวยาสำคัญตอลิตร ดังนี้- Sodium chloride 2.6 g - Trisodium citrate dihydrate 2.9 g- Potassium chloride 1.5 g - Glucose 13.5 gและมี molar concentration ตอลิตรดังนี้- Glucose 75 mEq - Sodium 75 mEq- Chloride 65 mEq - Potassium 20 mEq- Citrate 10 mmol - Osmolarity 245 mOsmคำแนะนำการชดเชยสารน้ำและเกลือแรเปนเปาหมายสำคัญในการรักษาโรคทองรวงเฉียบพลัน การใชยาตานแบคทีเรียในผูปวยสวนใหญเปนสิ่งไมจำเปนและควรหลีกเลี่ยง2. Zinc sulfate oral sol (hosp) กคำแนะนำพิจารณาใหธาตุสังกะสี ขนาด 20 mg ตอวัน เปนการรักษาเสริมในโรคทองรวงเฉียบพลัน ในทารกและเด็กอายุมากกวา 6 เดือน ถึง 5 ป ที่สงสัยมีภาวะพรองธาตุสังกะสีหรือมีภาวะทุพโภชนาการอยูกอน เปนเวลานาน 10-14 วัน3. Loperamide hydrochloride cap, tab ขเงื่อนไขไมใชกับเด็กอายุนอยกวา 12 ป
81.5 Drugs used in chronic bowel disorders1. Mesalazine (Mesalamine) EC tab, SR tab, enema,rectal supp คเงื่อนไข1. ชนิดเม็ด ใชเปนทางเลือกของ sulfasalazine ในกรณีผูปวยแพยากลุมซัลฟา หรือตองการลดอาการขางเคียงจากการใชยา2. ชนิดเหน็บทวารหนัก (suppository) ใชสำหรับ mild to moderate ulcerative proctitis และ radiationproctitis3. ชนิดสวนทวารหนัก (enema) ใชสำหรับ mild to moderate ulcerative colitis บริเวณ left-sided colon2. Sulfasalazine tab, EC tab คเงื่อนไขใชสำหรับ chronic inflammatory bowel disease3. Infliximab sterile pwdr (เฉพาะ 100 mg) จ(2)เงื่อนไข1. ใชสำหรับผูปวย Crohn’s disease (CD) ในผูใหญหรือเด็กอายุตั้งแต 6 ปขึ้นไป ที่รักษาดวยยาพื้นฐานไมไดโดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 32. ใชสำหรับผูปวย Ulcerative colitis (UC) ในเด็กอายุตั้งแต 6 ปขึ้นไป ที่รักษาดวยยาพื้นฐานไมได โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 31.6 Laxatives1. Bisacodyl EC tab, rectal sup ก2. Castor oil oil ก3. Glycerol rectal sup ก4. Ispaghula Husk (Psyllium Husk) pwdr for oral susp, granules fororal susp ก5. Magnesium hydroxide tab, susp, susp (hosp) ก6. Magnesium sulfate mixt, mixt (hosp), sol, sol (hosp) ก7. Senna tab ก8. Sodium phosphates enema กมีตัวยาสำคัญตอ 100 ml ดังนี้- Sodium biphosphate 15.2 - 16.8 g- Sodium phosphate 5.7 - 6.3 g9. Lactulose syr ขเงื่อนไข1. ใชสำหรับ hepatic encephalopathy2. ใชสำหรับ chronic constipation ในเด็กอายุนอยกวา 6 ป3. ใชเปนทางเลือกในหญิงตั้งครรภที่ใชยาระบายอื่นไมได4. ใชเปนทางเลือกในผูปวยที่มีขอหามใช magnesium
910. Macrogols (Polyethylene glycol, PEG)with electrolytes oral pwdr (hosp) คเงื่อนไขใชสำหรับเตรียมลำไสใหญกอนการผาตัดหรือตรวจลำไสหมายเหตุไมใชเปนยาระบายหรือยาถาย11. Sodium phosphates oral sol คมีตัวยาสำคัญตอ 5 ml ดังนี้- Sodium biphosphate 0.9 g- Sodium phosphate 2.4 gเงื่อนไข1. ใชสำหรับเตรียมลำไสใหญกอนการผาตัดหรือตรวจลำไส2. ไมใชยานี้เพื่อทดแทนการขาดฟอสเฟต หรือใชเปนยาระบายหรือยาถายคำเตือนและขอควรระวัง1. รับประทานไมเกินครั้งละ 45 มิลลิลิตร และไมเกิน 90 มิลลิลิตร ภายใน 24 ชั่วโมง2. ใหระวังในผูปวยสูงอายุ ผูปวยโรคไตวาย และผูปวยโรคหัวใจลมเหลว1.7 Local preparations for anal and rectal disorders1. Local anaesthetic + Corticosteroidwith/without astringent cream, oint, rectal sup ขเงื่อนไข1. หนึ่งรูปแบบใหเลือก 1 สูตร2. ใชไมเกิน 7 วัน1.8 Drugs affecting intestinal secretions1. Colestyramine (Cholestyramine) oral pwdr ขเงื่อนไขใชสำหรับ bile-acid diarrhea และ short bowel syndrome2. Pancreatic enzymes cap, tab, EC cap, EC tab งตองมี lipase activity ไมนอยกวา 7,000 USP units/cap หรือ tabเงื่อนไขใชเฉพาะผูปวยที่เปน pancreatic insufficiency เทานั้นคำแนะนำ1. ปริมาณของยาน้ำยอยตับออนทดแทนในผูปวยที่มีปญหาภาวะพรองน้ำยอยตับออน ตามคำแนะนำควรพิจารณาใหกำหนดปริมาณ lipase activity 20,000 ถึง 50,000 units ตอ 1 มื้อ2. แนะนำใหใชยาลดกรดรวมดวยเพื่อปองกันการทำลาย lipase ในน้ำยอยตับออน โดยอาจใชยากลุมH2-receptor antagonists หรือ Proton pump inhibitor (PPI) รวมดวย
103. Ursodeoxycholic acid (Ursodiol) cap งเงื่อนไขใชสำหรับ cholestatic liver diseaseกลุมยา 2 Cardiovascular system2.1 Positive inotropic drugs1. Digoxin tab, elixir, sterile sol ก2. Milrinone lactate sterile sol งเงื่อนไข1. ใชเพิ่มการบีบตัวของหัวใจในผูปวยหลังการผาตัดหัวใจ2. ใชทดแทนหรือเสริม dopamine หรือ dobutamine ใน advanced heart failure3. ใชเพื่อเพิ่มการบีบตัวของหัวใจในผูปวย advanced heart failure ที่เคยใช beta blocker มากอน2.2 Diuretics1. Furosemide tab, sterile sol ก2. Hydrochlorothiazide (HCTZ) tab ก3. Mannitol sterile sol ก4. Spironolactone tab ก5. Amiloride hydrochloride + Hydrochlorothiazide (HCTZ) tab (เฉพาะ 5 + 50 mg) ข2.3 Anti-arrhythmic drugs1. Adenosine sterile sol กเงื่อนไข1. ใชสำหรับรักษา supraventricular tachycardia2. ใชฉีดเขาหลอดเลือดหัวใจเพื่อรักษาภาวะ no reflow ในผูปวยที่ไดรับการทำ Percutaneous CoronaryIntervention (PCI) เมื่อมีขอหามใชยา verapamil หรือไมมียา verapamil ใหใช3. ใชสำหรับการตรวจพิเศษทางหัวใจ2. Atropine sulfate sterile sol กเงื่อนไขใชสำหรับ symptomatic bradycardia และการตรวจพิเศษทางหัวใจ3. Lidocaine hydrochloride (preservative free)ยากำพรา sterile sol (เฉพาะ 1% และ 2%),sterile sol (hosp) กเงื่อนไขใชสำหรับ ventricular arrhythmias
114. Magnesium sulfate sterile sol กเงื่อนไขใชสำหรับ refractory ventricular tachycardia5. Verapamil sterile sol กเงื่อนไข1. ใชสำหรับ supraventricular tachyarrhythmias ซึ่งรวมทั้ง atrial fibrillation ที่ตองการฤทธิ์ของยานาน 4 - 6 ชั่วโมง และไมมีขอหามใช calcium channel blockers2. ใชฉีดเขาหลอดเลือดหัวใจเพื่อรักษาภาวะ no reflow ในผูปวยที่ไดรับการทำ Percutaneous CoronaryIntervention (PCI)6. Amiodarone hydrochloride tab, sterile sol คเงื่อนไขใชสำหรับ supraventricular และ ventricular arrhythmias7. Flecainide acetate tab งเงื่อนไขใชกับผูปวยที่ใชยาอื่นควบคุมจังหวะการเตนผิดปกติของหัวใจไมไดหรือไมไดผล8. Propafenone hydrochloride tab งเงื่อนไขใชกับผูปวยที่ใชยาอื่นควบคุมจังหวะการเตนผิดปกติของหัวใจไมไดหรือไมไดผล2.4 Beta-adrenoceptor blocking drugs1. Atenolol tab ก2. Metoprolol tartrate immediate release tab ก3. Propranolol hydrochloride tab ก4. Carvedilol tab คเงื่อนไขใชสำหรับ heart failure with reduced ejection fraction5. Labetalol hydrochlorideยากำพรา sterile sol คเงื่อนไขใชสำหรับ hypertensive emergencies6. Esmolol hydrochloride sterile sol งเงื่อนไข1. ใชสำหรับรักษาภาวะที่หัวใจมีการเตนเร็วผิดปกติ (supraventricular tachycardia, non-compensatorysinus tachycardia) ในผูปวยที่มีความเสี่ยงตอการเกิดภาวะแทรกซอนของหัวใจและหลอดเลือดทั้งในระหวางและหลังการผาตัด
122. ใชสำหรับควบคุมการเตนของหัวใจใหชากวาปกติ หรือไมใหเตนเร็ว ทั้งในระหวางและหลังการผาตัด หรือในระหวางการระงับความรูสึก หรือ ทำหัตถการ เชน การตรวจวินิจฉัย computed tomography (CT) heartเปนตน3. ใชโดยวิสัญญีแพทยหมายเหตุใชยานี้ในระยะสั้นไมเกิน 24 ชั่วโมง2.5 Drugs affecting the renin-angiotensin system and some otherantihypertensive drugs2.5.1 Vasodilator antihypertensive drugs1. Hydralazine hydrochlorideยากำพราเฉพาะรูปแบบ sterile pwdr tab, sterile pwdr กเงื่อนไขชนิดฉีดใชสำหรับ hypertensive emergencies* ในหญิงตั้งครรภ2. Sodium nitroprussideยากำพรา sterile pwdr กเงื่อนไขใชเปนมาตรฐานการรักษาใน hypertensive emergencies (ยกเวนในหญิงตั้งครรภ)2.5.2 Centrally acting antihypertensive drugs1. Methyldopa tab กเงื่อนไขใชสำหรับรักษาความดันเลือดสูงในหญิงตั้งครรภ2.5.3 Alpha-adrenoceptor blocking drugs1. Prazosin hydrochloride tab ข2. Doxazosin mesilate immediate release tab ค2.5.4 Angiotensin-converting enzyme inhibitors1. Enalapril maleate tab ก2. Captopril tab กเงื่อนไขใชสำหรับ hypertensive urgency** hypertensive emergencies หมายถึง ภาวะที่มี target organ damage (TOD) เชน hypertensive encephalopathy, acute pulmonary edema,eclampsia เปนตน โดยสวนใหญผูปวยจะมีความดัน diastolic ตั้งแต 120-130 mmHg และควรใชยาฉีดในการรักษา
13หมายเหตุกรณีที่สถานพยาบาลไมมียาฉีดหรือไมสามารถใชยาฉีดในการรักษา hypertensive emergenciesอาจพิจารณาใช captopril เปนทางเลือกในการรักษา3. Lisinopril tab คเงื่อนไขใชสำหรับ post myocardial infarction2.5.5 Angiotensin-II receptor antagonists1. Losartan potassium tab (เฉพาะ 50 และ 100 mg) ขเงื่อนไขใชกับผูปวยที่ใชยาในกลุม Angiotensin-converting enzyme inhibitors ไมได เนื่องจากเกิดอาการไมพึงประสงคจากการใชยาในกลุมดังกลาว2.6 Nitrates, calcium-channel blockers and other vasodilators2.6.1 Nitrates1. Glyceryl trinitrate sterile sol กเงื่อนไขใชสำหรับ hypertensive emergencies ในกรณีที่มี coronary ischemia2. Isosorbide dinitrate tab, sublingual tab ก3. Isosorbide mononitrate tab ก2.6.2 Calcium-channel blockersยากลุมนี้ชนิดที่เปน short-acting dihydropyridine (เชน nifedipine immediate release) ไมแนะนำใหใชรักษา essential hypertension, hypertensive emergencies, hypertensive urgency และ angina pectorisเนื่องจากมียาอื่นที่ปลอดภัยกวา1. Amlodipine besilate tab ก2. Diltiazem hydrochloride SR cap/SR tab (เฉพาะ 120 mg)ไมรวมชนิด controlled release กเงื่อนไขใชสำหรับ ischemic heart disease (IHD)3. Verapamil hydrochloride tab, SR tab (เฉพาะ 240 mg) กเงื่อนไขใชสำหรับ ischemic heart disease (IHD)* hypertensive urgency หมายถึง ภาวะที่มีความดันเลือดสูงรุนแรง (severe elevated blood pressure) ที่ไมมีภาวะ target organ damage (TOD) โดยสวนใหญผูปวยจะมีความดัน diastolic ตั้งแต 120-130 mmHg ผูปวยเหลานี้ควรใชยารับประทานในการรักษา
144. Diltiazem hydrochloride immediate release tab ขเงื่อนไขใชสำหรับ ischemic heart disease (IHD) ไมแนะนำใหใชในการรักษา essential hypertension5. Lercanidipine hydrochloride tab (เฉพาะ 20 mg) ขเงื่อนไขใชสำหรับเปนทางเลือกในการรักษาผูปวยที่ทนตอผลขางเคียงของยา amlodipine ไมได6. Manidipine hydrochloride tab (เฉพาะ 20 mg) ขเงื่อนไขใชสำหรับเปนทางเลือกในการรักษาผูปวยที่ทนตอผลขางเคียงของยา amlodipine ไมได7. Nicardipine hydrochloride sterile sol คเงื่อนไข1. ใชกับผูปวย hypertensive emergencies ที่ไมมีภาวะแทรกซอนทางหัวใจ2. ใชเปนยาแทน (alternative drug) ในกรณีที่ไมสามารถใชยา sodium nitroprusside หรือ glyceryltrinitrate (nitroglycerin) ได8. Nifedipine SR cap/SR tab (เฉพาะ 20 mg) งเงื่อนไข1. ใชสำหรับความดันเลือดสูงในหญิงตั้งครรภที่ใช methyldopa และ hydralazine แลวไมไดผล2. ใชสำหรับ intractable Raynaud’s phenomenon9. Nimodipine tab, sterile sol งเงื่อนไขใชโดยแพทยผูเชี่ยวชาญดานประสาทวิทยาและประสาทศัลยศาสตรสำหรับปองกันพยาธิสภาพของระบบประสาทที่อาจดำเนินตอไปจากการหดตัวของหลอดเลือด ภายหลังการเกิด subarachnoid hemorrhage2.6.3 Other vasodilators1. Sildenafil (as citrate) tab งเงื่อนไข1. ใชสำหรับผูปวยภาวะ pulmonary arterial hypertension (PAH) ที่เกิดจากโรคหัวใจแตกำเนิด (CHD)ชนิด systemic-to-pulmonary shunt หรือโรค idiopathic pulmonary arterial hypertension (IPAH)หรือ PAH associated with connective tissue disease (CNTD) และ2. อยูใน WHO functional classification of PAH ≥ II และ3. ไดรับการตรวจวินิจฉัยตามขั้นตอนวิธีที่ปรากฏในแนวทางเวชปฏิบัติ4. แนะนำใหหยุดยาเมื่อผลการประเมินทุก 3 เดือนมีอาการทรุดลงอยางตอเนื่องอยางนอย 2 รอบการประเมินเกณฑอาการทรุดลงหมายถึงการตรวจพบอยางนอย 2 ขอตอไปนี้คือ4.1 ตรวจรางกายมีอาการแสดงของ progressive right heart failure4.2 WHO functional classification เพิ่มขึ้นกวาเดิม4.3 6-Minute Walk Test (6 MWT) ลดลงกวาเดิม 25%4.4 Echocardiography พ บ ลั ก ษ ณ ะที่ บ งชี้ วาอาก ารท รุด ลงเช น right atrium และ right ventricleโตขึ้นกวาเดิม, right ventricular systolic pressure (RVSP) สูงขึ้นกวาเดิม, RV dysfunction, TAPSE< 1.5 cm, RAP > 15 mmHg, CI ≤ 2 L/min/m2, pericardial effusion
152.7 Sympathomimetics2.7.1 Inotropic sympathomimetics1. Dopamine hydrochloride sterile sol ก2. Isoprenaline hydrochloride(Isoproterenol hydrochloride) sterile sol ก3. Dobutamine hydrochloride sterile sol ข2.7.2 Vasoconstrictor sympathomimetics1. Norepinephrine (Noradrenaline) sterile sol(as bitartrate or hydrochloride) ก2. Ephedrine hydrochlorideวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 2 sterile sol ค3. Midodrine Hydrochlorideยากำพรา tab คเงื่อนไขใชสำหรับลดอาการ orthostatic hypotension ในผูปวยโรคพารกินสัน4. Phenylephrine hydrochloride sterile sol (50 mcg/ml) คเงื่อนไข1. ผูปวยผาตัดคลอดที่ไดรับ spinal anaesthesia ที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำ และหัวใจเตนเร็ว2. ผูปวยโรคหัวใจและหลอดเลือดที่อาจเกิดผลเสียจากการลดลงของความตานทานหลอดเลือดสวนปลาย(systemic vascular resistance; SVR) ขณะใหการระงับความรูสึก อาทิเชน aortic stenosis, hypertrophicobstructive cardiomyopathy (HOCM)3. ใชเพิ่มความดันโลหิตของผูปวยขณะที่อยูในเครื่องปอดหัวใจเทียมระหวางการทำผาตัดหัวใจ4. ใชรักษาภาวะเขียวเฉียบพลัน (cyanotic spell) ในผูปวยโรค Tetralogy of Fallot (โดยไมจำเปนตองมีภาวะความดันโลหิตต่ำ)2.7.3 Drugs used in cardiopulmonary resuscitation1. Warfarin sodium tab ค2. Heparin sodium sterile sol ค3. Enoxaparin sodium sterile sol ค1. Epinephrine (Adrenaline) sterile sol ก2.8 Anticoagulants
16เงื่อนไข1. ใชสำหรับ deep vein thrombosis และ pulmonary embolism2. ใชสำหรับ venous stroke และ cardioembolic stroke3. ใชกับผูปวย acute coronary syndrome (ACS) ที่ตองรับการรักษาดวยวิธี Percutaneous CoronaryIntervention (PCI)หมายเหตุในกรณี ACS ที่มีแผนการรักษาแบบ conservative ใหใช fondaparinux แทน4. Fondaparinux sodium sterile sol (2.5 mg/0.5 ml) งเงื่อนไขใช ส ำห รับ acute coronary syndrome ที่ ไม ต อ งท ำ Percutaneous Coronary Intervention(conservative management)2.9 Antiplatelet drugs1. Aspirin (Acetylsalicylic acid) tab/EC tab (เฉพาะ 75-325 mg) ก2. Clopidogrel bisulfate tab คเงื่อนไข1. ใชกับผูปวยที่ใช aspirin ไมได หรือไมไดผล (aspirin failure) เฉพาะกรณี ที่ใชปองกันโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจหรือสมองแบบทุติยภูมิ (secondary prevention)2. ใหรวมกับ aspirin หลังการใสขดลวดค้ำยันผนังหลอดเลือด (stent) เปนระยะเวลาไมเกิน 1 ป3. ใชในกรณีผูปวยโรคหลอดเลือดหัวใจที่ไดรับ aspirin แลวยังเกิด acute coronary syndrome หรือrecurrent thrombotic events4. ในกรณีที่ไดรับการวินิจฉัยอยางชัดเจนแลววาเปน non-ST elevated acute coronary syndrome (NSTE-ACS) ใหใช clopidogrel รวมกับ aspirin เปนระยะเวลาไมเกิน 1 ปหมายเหตุระมัดระวังการใชยา clopidogrel รวมกับ aspirin เนื่องจากเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการเลือดออกไดมากกวาการใช aspirin หรือ clopidogrel เพียงชนิดเดียว3. Dipyridamole sterile sol งเงื่อนไขใชสำหรับการตรวจวินิจฉัยเทานั้น4. Eptifibatide sterile sol งเงื่อนไขใชรวมกับการรักษาดวยสายสวนขยายหลอดเลือดหัวใจเทานั้น5. Ticagrelor tab (เฉพาะ 90 mg) งเงื่อนไขใช ticagrelor รวมกับ aspirin ขนาด 75-100 มก. โดยใหใช ticagrelor เปนเวลาไมเกิน 1 ป ในผูปวยhigh-risk acute coronary syndrome (ACS) ที่รักษาดวยวิธี Percutaneous Coronary Intervention (PCI)และเปนไปตามเกณฑอยางนอยหนึ่งขอ ดังตอไปนี้
171. ผูปวย ST-Elevation Myocardial Infarction (STEMI) ที่ไดรับการทำ Primary PCI2. ผูปวย NSTE-ACS ที่มี Grace risk score มากกวา 1403. ผูปวยที่แพหรือไมตอบสนองตอ clopidogrel เชน เกิด ACS หรือ stent thrombosis ในขณะที่ไดรับยาaspirin รวมกับ clopidogrel2.10 Fibrinolytic drugs1. Streptokinase sterile pwdr ก2. Alteplase (Recombinant tissue - type plasminogenactivator) sterile pwdr งเงื่อนไข1. ใชสำหรับภาวะหลอดเลือดแดงสวนปลายอุดตันที่เกิดจากลิ่มเลือด ในกรณีที่ผูปวยแพ streptokinase หรือเคยไดรับ streptokinase ภายใน 6 เดือน2. ใช ส ำ ห รั บ acute arterial ischemic stroke โด ย แ พ ท ย ผู เชี่ ย ว ช า ญ ด า น ป ร ะ ส า ท วิ ท ย า ห รื อประสาทศัลยแพทย หรือ แพทยเวชศาสตรฉุกเฉิน สำหรับอายุรแพทยทั่วไปและแพทยทั่วไปสามารถสั่งไดในโรงพยาบาลที่มี stroke unit ที่ไดรับการรับรองโดยสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องคการมหาชน)หรือ สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย กระทรวงสาธารณสุข และ ไดรับการฝกอบรม หรืออยูภายใตเครือขายในการดูแลผูปวยโรคหลอดเลือดสมองเทานั้น3. ใชสำหรับ massive pulmonary embolism ในผูปวยที่มีความเสี่ยงตอการเกิด massive bleeding และมี hemodynamic instability4. ใชในกรณีที่มี acute vascular access thrombosis (หมายถึง A-V fistula หรือ A-V graft สำหรับทำhemodialysis)3. Tenecteplase sterile pwdr งเงื่อนไข1. ใชสำหรับ ST elevation myocardial infarction (STEMI) ในกรณีที่ผูปวยมีประวัติแพยา Streptokinaseหรือเคยได Streptokinase มาภายใน 6 เดือน2. ผูปวยที่มีภาวะ anterior wall STEMI รวมกับมีภาวะ hemodynamic instability* ที่ไมสามารถสงทำprimary percutaneous coronary intervention (PCI) ภายใน 120 นาที*ภาวะ Hemodynamic instability หมายถึงขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้1. Systolic blood pressure ≤ 90 mmHg หรือมีอาการ อาการแสดงของเลือดไปเลี้ยงอวัยวะสวนตางๆ ไมเพียงพอ2. มีภาวะ acute decompensated heart failure ที่เกิดจาก extensive anterior wall myocardial infarction2.11 Hemostatics1. Tranexamic acid sterile sol กคำเตือนและขอควรระวังใชกับผูปวยที่ประสบอุบัติเหตุและมีภาวะเลือดออกรุนแรง การใหยาภายใน 3 ชั่วโมงมีประสิทธิผลในการลดอัตราการเสียชีวิต แตการใหยาหลังจาก 3 ชั่วโมงอาจเพิ่มอัตราการเสียชีวิตจากภาวะเลือดออกหมายเหตุการใช tranexamic acid ไมสามารถทดแทนการรักษาที่จำเปนอื่น ๆ ได เชน การใหเลือด เปนตน
182. Tranexamic acid cap คเงื่อนไข1. ใชในทางทันตกรรมเฉพาะกรณีหามเลือดดวยวิธีปกติแลวไมไดผล2. ใชกอนทำหัตถการในชองปากในผูปวยที่มีแนวโนมเลือดออกแลวหยุดยาก3. ใชสำหรับภาวะระดูมากผิดปกติ (menorrhagia)3. Human thrombin + Calcium chloride+ Fibrinogen + Tranexamic acid sterile sol งเงื่อนไข1. ใชสำหรับภาวะเลือดออกจากอุบัติเหตุ การถอนฟน การผาตัดผูปวยที่มีภาวะเลือดออกแลวหยุดยาก เชนhemophilia, thrombocytopenia, platelet dysfunction, von Willebrand's disease และ congenitalfactor VII deficiency เปนตน2. ใชกับผูปวยที่ไดรับการผาตัดซึ่งไมสามารถหามเลือดดวยวิธีปกติได เชน การผาตัดตับ การผาตัดหัวใจการผาตัดปอด เปนตน4. activated prothrombin complex concentrate (APCC)(factor VIII inhibitor bypassing activity) sterile pwdr (เฉพาะ 500 IU) จ(2)เงื่อนไขใชสำหรับภาวะเลือดออกรุนแรง ในผูปวยฮีโมฟเลียที่มี high-titer inhibitor โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 35. Coagulation factor VIII sterile preparation for intravenous use จ(2)เงื่อนไขใชสำหรับผูปวยกลุมโรคเลือดออกงายฮีโมฟเลีย โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 36. Coagulation factor IX sterile preparation for intravenous use จ(2)เงื่อนไขใชสำหรับผูปวยกลุมโรคเลือดออกงายฮีโมฟเลีย โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 37. Factor IX complex (Coagulation factors II, VII, IX, X)concentrate, dried sterile preparation for intravenous use จ(2)เงื่อนไขใชสำหรับผูปวยกลุมโรคเลือดออกงายฮีโมฟเลีย โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 32.12 Lipid-regulating drugs1. Gemfibrozil cap (เฉพาะ 300 และ 600 mg),tab (เฉพาะ 600 mg) ก2. Nicotinic acid immediate release tab ก
193. Simvastatin tab (เฉพาะ 10, 20 และ 40 mg) กคำเตือนและขอควรระวัง1. กรณีผูปวยรายใหมไมควรใหยา simvastatin เกินวันละ 40 mg สำหรับผูปวยที่เคยใชมานานเกิน 1 ปโดยไมเกิดผลขางเคียงใหใชยาในขนาดเดิมตอไปได2. หามใชยา simvastatin รวมกับ gemfibrozil, cyclosporine, danazol หรือ ยาในกลุม strong CYP3A4inhibitors เ ช น itraconazole, ketoconazole, erythromycin, clarithromycin, telithromycin, HIVprotease inhibitors เปนตน หากหลีกเลี่ยงไมได ใหหยุดยา simvastatin ระหวางใชยาดังกลาว3. หลีกเลี่ยงการใชยา simvastatin3.1 ในขนาดเกินวันละ 20 mg เมื่อใชรวมกับยา amlodipine หรือ amiodarone3.2 ในขนาดเกินวันละ 10 mg เมื่อใชรวมกับยา diltiazem หรือ verapamil4. Atorvastatin tab (เฉพาะ 40 mg) ขเงื่อนไขAtorvastatin 40 mg เปน high intensity statin ที่มีขอบงใชในกรณีตอไปนี้1. ผูปวยที่ใชยา simvastatin ในขนาด 40 mg ติดตอกัน 3 – 6 เดือน แลวยังไมสามารถควบคุมระดับ LDL-Cไดถึงคาเปาหมาย2. Familial hypercholesterolemia (เปาหมาย LDL-C <100 มก./ดล.)3. ผูปวยที่กำลังเกิด acute vascular events เชน acute coronary syndrome หรือผูปวย clinical ASCVDที่มี acute vascular events ภายในระยะ เวลา 12 เดือน (เปาหมาย LDL-C <70 มก./ดล.)4. ผูปวยโรคสมองขาดเลือดหรือสมองขาดเลือดชั่วคราวที่ไมไดเกิดจากลิ่มเลือดจากหัวใจและมีระดับ LDL-C≥ 100 มก/ดล. (เปาหมาย LDL-C <70 มก./ดล.)5. ผูปวยที่ไมสามารถใช simvastatin ได กลาวคือมีผลขางเคียง ไดแก มีคา alanine aminotransferase (ALT)เพิ่มขึ้น 3 เทาของคาสูงสุดของคาปกติ (upper limit of normal) หรือคา creatine phosphokinase (CPK)เพิ่มขึ้นมากกวา 5 เทาของคาสูงสุดของคาปกติ หรือมีการใชยาที่ทำใหเกิดอันตรกิริยากับ simvastatinจนอาจทำใหเกิดอันตรายอยางรายแรงคำเตือนและขอควรระวัง1. หลีกเลี่ยงการใชยา atorvastatin รวมกับ cyclosporine, HIV protease inhibitor (tipranavir + ritonavir),hepatitis C protease inhibitor (telaprevir)2. หลีกเลี่ยงการใชยา atorvastatin2.1 ในขนาดเกินวันละ 40 mg เมื่อใชรวมกับยา nelfinavir2.2 ในขนาดเกินวันละ 20 mg เมื่อใชรวมกับยา clarithromycin, itraconazole, HIV protease inhibitor(saquinavir + ritonavir, darunavir + ritonavir, fosamprenavir, fosamprenavir + ritonavir)3. ระมัดระวังการใชยา atorvastatin รวมกับยา lopinavir + ritonavir โดยใหใชยา atorvastatinในขนาดต่ำสุดเทาที่จำเปน5. Colestyramine (Cholestyramine) oral pwdr ข6. Fenofibrate cap (เฉพาะ 100 และ 200 mg) ค7. Ezetimibe tab (เฉพาะ 10 mg) งเงื่อนไขใชเปนยาขนานแรกของการรักษา (first-line treatment) สำหรับผูปวยโรค sitosterolemia
20กลุมยา 3 Respiratory system3.1 Bronchodilators3.1.1 Adrenoceptor agonists1. Procaterol hydrochloride syr ก2. Salbutamol sulfate tab, aqueous sol, DPI, MDI,sol for nebulizer ก3. Terbutaline sulfate tab, syr, sterile sol ก4. Terbutaline sulfate sol for nebulizer ก5. Procaterol hydrochloride tab ข3.1.2 Compound antimuscarinic bronchodilators1. Ipratropium bromide + Fenoterol hydrobromide MDI, sol for nebulizer ก2. Tiotropium bromide DPI (เฉพาะ 18 mcg) ค3.1.3 Theophylline1. Aminophylline tab, sterile sol ก2. Theophylline SR cap, SR tab ก3. Theophylline + Glyceryl guaiacolate syr (50+30 mg in 5 ml) กหมายเหตุจะนำออกจากบัญชี เมื่อจัดหา theophylline syr ได เพราะไมมีหลักฐานชัดเจนที่สนับสนุนเหตุผลในการใชยาสูตรผสม3.2 Corticosteroids1. Budesonide DPI, MDI, susp for nebulizer ก2. Fluticasone propionate susp for nebulizer ก3. Fluticasone propionate MDI คเงื่อนไขใชเปนยาทางเลือกกรณีตองการใชยาที่มี potency สูงในการรักษา4. Budesonide + Formoterol DPI คหมายเหตุ1. ใชสำหรับบรรเทาอาการ และ ควบคุมอาการ ในผูปวยอายุตั้งแต 12 ปขึ้นไป2. การใช long acting beta2-agonists (LABAs) เชน formoterol และ salmeterol เปนยาเดี่ยว เพิ่มความเสี่ยงของโรคหืดกำเริบรุนแรงและการเสียชีวิตจากโรคหืด
215. Fluticasone propionate + Salmeterol DPI, MDI คหมายเหตุ1. ใชสำหรับควบคุมอาการ ในผูปวยอายุตั้งแต 6 ปขึ้นไป2. การใช long acting beta2-agonists (LABAs) เชน formoterol และ salmeterol เปนยาเดี่ยว เพิ่มความเสี่ยงของโรคหืดกำเริบรุนแรงและการเสียชีวิตจากโรคหืด3.3 Leukotriene receptor antagonists1. Montelukast sodium chewable tab (เฉพาะ 5 mg),film coated tab (เฉพาะ 10 mg),oral granules (เฉพาะ 4 mg) คเงื่อนไขใชยาชนิด oral granules กับเด็กอายุตั้งแต 6 เดือน ถึง 5 ปคำเตือนและขอควรระวังควรติดตามอาการไมพึงประสงคทาง neuropsychiatric จากการใชยาอยางตอเนื่อง3.4 Antihistaminesไมควรใช antihistamines เปนประจำ (routinely) ในโรคหวัด (common cold) เนื่องจากมีประสิทธิผลไมแตกตางจากยาหลอก (placebo)1. Brompheniramine maleate tab, syr ก2. Chlorpheniramine maleate(Chlorphenamine maleate) cap, tab, syr, sterile sol ก3. Diphenhydramine hydrochloride cap, sterile sol ก4. Hydroxyzine hydrochloride tab, syr ก5. Cetirizine hydrochloride tab, syr ก6. Loratadine tab, syr ก3.5 Pulmonary surfactants1. Phospholipids (ชนิด Poractant alfa หรือ Beractant) sterile intratracheal susp งเงื่อนไข1. ใหเลือกหนึ่งรายการที่จัดซื้อไดถูกกวาระหวาง Poractant alfa กับ Beractant2. ใชโดยผูเชี่ยวชาญกุมารแพทย3.6 Cough preparations3.6.1 Cough suppressants1. Dextromethorphan hydrobromide tab, syr ก
222. Opium and Glycyrrhiza Mixture Compound(Brown Mixture ; Mist. Tussis) mixt (hosp) ก3. Squill and Ammonia Mixture mixt (hosp) ก4. Codeine phosphate + Glyceryl guaiacolate tab/cap (เฉพาะ 10+ 100 mg) ค3.6.2 Expectorant and demulcent cough preparationsยาละลายเสมหะ (mucolytics) ไมจัดเปนยาในบัญชียาหลักแหงชาติ เนื่องจากไมมีประสิทธิผลทางคลินิกที่ชัดเจน1. Ammonium carbonate and senega mixture mixt (hosp) ก2. Glyceryl guaiacolate tab, syr ก3.7 Systemic nasal decongestants1. Pseudoephedrine hydrochlorideวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 2 tab, syr ก3.8 Other respiratory preparations1. Aromatic Ammonia Spirit spirit, spirit (hosp) ก2. Caffeine citrate oral sol (hosp) กเงื่อนไขใชรักษาอาการหยุดหายใจขั้นปฐมภูมิ (primary apnea) ในทารกแรกเกิดกอนกำหนด (premature newborns)กลุมยา 4 Central nervous system4.1 Hypnotics and anxiolyticsยานอนหลับ (hypnotics) ไมจัดเปนยาในบัญชียาหลักแหงชาติ เนื่องจากควรรักษาที่ตนเหตุของการนอนไมหลับการใชยาเกินความจำเปนมักนำไปสูปญหาการติดยา1. Chloral hydrateวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 4 oral sol (hosp) ก2. Chlordiazepoxideวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 4 cap, tab ก3. Diazepamวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 4 cap, tab, sterile sol ก4. Lorazepamวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 4 tab ก5. Clonazepamวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 4 tab ข6. Dipotassium clorazepateวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 4 cap, tab ข7. Hydroxyzine hydrochloride tab, syr ข
234.2 Drugs used in psychoses and related disorders4.2.1 Antipsychotic drugs1. Chlorpromazine hydrochloride tab, sterile sol ก2. Fluphenazine tab (as hydrochloride),sterile sol (as decanoate) ก3. Haloperidol tab (as base), oral sol (as base),sterile sol (as base or decanoate) ก4. Perphenazine tab ก5. Trifluoperazine hydrochloride tab ก6 Risperidone tab (ไมรวมชนิดละลายในปาก), oral sol,oral sol (hosp), syr (hosp) ขคำเตือนและขอควรระวังไมแนะนำใหใชในเด็กอายุต่ำกวา 5 ขวบ7. Thioridazine hydrochloride tab ข8. Clozapine tab คเงื่อนไข1. ไมใชเปนยาตัวแรกในการรักษา2. ควรไดรับการวินิจฉัย และการรักษาเบื้องตนโดยแพทยผูเชี่ยวชาญดานจิตเวชศาสตร9. Flupentixol (Flupenthixol) tab (as hydrochloride),sterile sol (as decanoate) คเงื่อนไขใชในกรณีใชยาอื่นไมไดผล10. Pimozide tab คเงื่อนไข1. ไมใชเปนยาตัวแรกในการรักษา2. ควรไดรับการวินิจฉัย และการรักษาเบื้องตนโดยแพทยผูเชี่ยวชาญดานจิตเวชศาสตร11. Quetiapine fumarate immediate release tab(เฉพาะ 200 mg) งเงื่อนไข1. ใชสำหรับ schizophrenia ที่ไมตอบสนองหรือไมสามารถใชยา risperidone หรือ clozapine ได2. ใชสำหรับ bipolar disorder ที่ไมตอบสนองตอการรักษาอื่น4.2.2 Antimanic drugs1. Carbamazepine tab ก2. Lithium carbonate cap, tab ก
243. Sodium valproate EC tab, oral sol ก4. Carbamazepine SR tab ข5. Sodium valproate SR tab ข6. Lamotrigine tab (เฉพาะ 25, 50 และ 100 mg) คเงื่อนไข1. ใชสำหรับ rapid cycling mood disorder หรือ recurrent mood disorder ที่ไมตอบสนองตอการรักษาอื่น2. ใชในกรณีปองกัน depression ใน bipolar disorder ที่ไมตอบสนองตอการรักษาอื่น4.3 Antidepressant drugs1. Amitriptyline hydrochloride tab ก2. Fluoxetine hydrochloride cap, tab ก3. Imipramine hydrochloride tab ก4. Nortriptyline hydrochloride tab ก5. Sertraline tab (เฉพาะ 50 mg) ก6. Mianserin hydrochloride tab ข7. Clomipramine hydrochloride cap, tab ค8. Trazodone hydrochloride tab ค4.4 Central nervous system stimulants1. Methylphenidateวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 2 tab (เฉพาะ 10 mg) คเงื่อนไข1. ใชสำหรับ Attention-Deficit Hyperactivity Disorder (ADHD)2. ใชสำหรับ narcolepsy4.5 Drugs used in nausea and vertigo4.5.1 Drugs used in nausea and vomiting1. Domperidone tab (as base/maleate),susp (as base/maleate) ก2. Metoclopramide tab, syr, sterile sol ก3. Ondansetron tab (as base or hydrochloride),sterile sol (hydrochloride) ข
254. Olanzapine tab (เฉพาะ 5 และ 10 mgไมรวมชนิดเม็ดละลายในปาก) งเงื่อนไข1. ใชสำหรับปองกันหรือรักษาการคลื่นไสอาเจียนจากการไดรับยาเคมีบำบัดที่กระตุนใหอาเจียนสูง(highly emetogenic)2. ใชสำหรับปองกันหรือรักษาการคลื่นไสอาเจียนจากการไดรับยาเคมีบำบัด กรณี resistance หรือ intractablenausea/vomiting4.5.2 Drugs used in vestibular disorders1. Dimenhydrinate compressed tab, film coated tab,syr, sterile sol ก2. Betahistine mesilate (Betahistine mesylate) tab (เฉพาะ 6 และ 12 mg) ข4.6 Analgesics and antipyretics1. Paracetamol (Acetaminophen) tab, syr กหมายเหตุแนะนำใหใชเปน first-line drug สำหรับ osteoarthritis2. Aspirin (Acetylsalicylic acid) compressed tab/film coated tab(เฉพาะขนาด 300 mg ขึ้นไป) กคำเตือนและขอควรระวังหามใชในเด็กและวัยรุนอายุต่ำกวา 18 ป สำหรับลดไข แกปวด เพราะเสี่ยงตอการเกิด Reye's syndromeหมายเหตุAspirin ชนิด EC tab ดูดซึมไดชาจึงมีการเริ่มตนออกฤทธิ์ชา ไมเหมาะจะนำมาใชในขอบงใชนี้3. Ibuprofen film coated tab, susp กคำเตือนและขอควรระวัง1. ไมควรใช ibuprofen ระยะยาวในผูปวยที่ใช low dose aspirin เนื่องจากอาจมีผลตอตานประสิทธิภาพในการปองกันโรคหัวใจของยาแอสไพริน2. ใชในเด็กที่มีอายุ 3 เดือนขึ้นไปเทานั้น3. ระมัดระวังการใชในผูปวยที่มีเกล็ดเลือดต่ำ เชน ไขเลือดออก4.7 Analgesics4.7.1 Opioid analgesics1. Buprenorphine hydrochlorideวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 2 sublingual tab, sterile sol ค2. Codeine phosphateยาเสพติดใหโทษประเภท 2 tab ค
263. Fentanylยาเสพติดใหโทษประเภท 2 sterile sol (as citrate), transdermaltherapeutic system (as base) คเงื่อนไขใชกับผูปวยโรคมะเร็งที่มีความเจ็บปวดรุนแรง4. Methadone hydrochlorideยาเสพติดใหโทษประเภท 2 tab, oral sol ค5. Morphine sulfateยาเสพติดใหโทษประเภท 2 cap, tab, SR cap, SR tab, oral sol,sterile sol ค6. Nalbuphine hydrochloride sterile sol ค7. Pethidine hydrochlorideยาเสพติดใหโทษประเภท 2 sterile sol ค8. Tramadol hydrochloride cap, tab, SR cap, SR tab, sterile sol ค4.7.2 Drugs for neuropathic pain1. Amitriptyline hydrochloride tab ก2. Nortriptyline hydrochloride tab ก3. Carbamazepine tab ก4. Carbamazepine SR tab ข5. Gabapentin cap (เฉพาะ 100, 300 และ 400 mg),tab (เฉพาะ 600 mg) งเงื่อนไขใชบรรเทาอาการปวดซึ่งเกิดจากความผิดปกติของเสนประสาทเทานั้นหมายเหตุไมมีหลักฐานวามีประสิทธิผลในการบรรเทาอาการปวดที่เกิดจากความผิดปกติของกลามเนื้อ เนื้อเยื่อพังผืดกระดูกและขอ4.7.3 Antimigraine drugs4.7.3.1 Drugs for acute migraine attack1. Paracetamol (Acetaminophen) tab ก2. Aspirin (Acetylsalicylic acid) compressed tab/film coated tab(เฉพาะขนาด 300 mg ขึ้นไป) กคำเตือนและขอควรระวังดูรายละเอียดหัวขอ 4.6 Analgesics and antipyreticsหมายเหตุดูรายละเอียดหัวขอ 4.6 Analgesics and antipyretics3. Ibuprofen film coated tab ก
274. Ergotamine tartrate + Caffeine compressed tab/film coated tab(เฉพาะ 1 + 100 mg) ค5. Dihydroergotamine mesylateยากำพรา sterile sol (เฉพาะ 1 mg/ml) งเงื่อนไข1. ใชสำหรับรักษาอาการปวดศีรษะไมเกรนเฉียบพลันชนิดรุนแรง (status migrainosus)2. ใชสำหรับรักษาอาการปวดศีรษะจากการใชยา (medication overuse headache หรือ reboundheadache) ที่ไมตอบสนองตอการรักษามาตรฐาน3. ใชโดยแพทยผูเชี่ยวชาญดานประสาทวิทยา4.7.3.2 Drugs used in the prophylaxis of migraine1. Amitriptyline hydrochloride tab ก2. Propranolol hydrochloride tab ก3. Cyproheptadine hydrochloride tab ข4. Sodium valproate EC tab, SR tab งเงื่อนไขใชโดยผูเชี่ยวชาญดานระบบประสาทเทานั้น5. Topiramate tab งเงื่อนไข1. หามใชเปนยาตัวแรกในการปองกันไมเกรน2. ใชในกรณีใชยาอื่นแลวไมไดผล4.8 Antiepileptics4.8.1 Drugs used in the control of epilepsy1. Carbamazepine tab, syr, susp ก2. Magnesium sulfate sterile sol ก3. Phenobarbital (Phenobarbitone)วัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 4 tab (as base), sterile pwdr,sterile sol ก4. Phenytoin base chewable tab ก5. Phenytoin sodium cap, SR cap, sterile sol ก6. Sodium valproate EC tab, SR tab, oral sol, sterile pwdr ก7. Carbamazepine SR tab ข8. Clonazepamวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 4 tab ข
289. Lamotrigine tab (เฉพาะ 25, 50 และ 100 mg) คเงื่อนไขใชกับผูปวยที่ใชยาอื่นไมไดหรือไมไดผล โดยแพทยผูเชี่ยวชาญดานระบบประสาท2*10. Levetiracetam tab (เฉพาะ 250 และ 500 mg), oral sol คเงื่อนไข1. ใชกับผูปวยที่ใชยาอื่นไมไดหรือไมไดผล โดยแพทยผูเชี่ยวชาญดานระบบประสาท*2. ชนิดน้ำใชในผูปวยเด็ก หรือผูปวยที่ไมสามารถกลืนยาเม็ดได11. Nitrazepamวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 2 tab งเงื่อนไขใชสำหรับ epileptic spasms โดยแพทยผูเชี่ยวชาญดานประสาทวิทยา12. Topiramate cap, tab งเงื่อนไขใชกับผูปวยที่ใชยาอื่นไมไดหรือไมไดผล โดยแพทยผูเชี่ยวชาญดานระบบประสาท*13. Vigabatrin tab งเงื่อนไข1. ใชในการควบคุมอาการชัก โดยแพทยผูเชี่ยวชาญดานระบบประสาท*2. ใชสำหรับ epileptic spasms โดยแพทยผูเชี่ยวชาญดานกุมารประสาทวิทยา4.8.2 Drugs used in status epilepticus1. Diazepamวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 4 sterile sol ก2. Lorazepamยากำพราวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 4 inj ก3. Phenobarbital sodium (Phenobarbitone sodium)วัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 4 sterile pwdr, sterile sol ก4. Phenytoin sodium sterile sol ก5. Sodium valproate sterile pwdr ค6. Levetiracetam concentrate for solution for infusion งเงื่อนไข1. ไมใชเปนยาตัวแรกในการรักษาภาวะชักตอเนื่อง ยกเวนมีประวัติแพยาหรือไมตอบสนองตอยาในกลุมfirst generation คือ diazepam, lorazepam, phenytoin sodium, phenobarbital sodium และ sodiumvalproate2. สั่งใชโดยแพทยผูเชี่ยวชาญ สาขาประสาทวิทยา สาขากุมารประสาทวิทยา และประสาทศัลยศาสตร เทานั้นในกรณีที่ไมสามารถสงตอผูปวยไปพบแพทยผูเชี่ยวชาญดังกลาวได และอยูในหอผูปวยวิกฤต (ICU)อนุญาตใหอายุรแพทย และกุมารแพทยรักษาได* แพทยผูเชี่ยวชาญดานระบบประสาท ในบัญชีหมายถึง สาขาประสาทวิทยา สาขากุมารประสาทวิทยา และประสาทศัลยศาสตร
297. Midazolam hydrochlorideวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 2 sterile sol งเงื่อนไข1. ใชสำหรับ refractory status epilepticus2. สั่งใชโดยแพทยผูเชี่ยวชาญ สาขาประสาทวิทยา สาขากุมารประสาทวิทยา และประสาทศัลยศาสตร เทานั้นในกรณีที่ไมสามารถสงตอผูปวยไปพบแพทยผูเชี่ยวชาญดังกลาวได และอยูในหอผูปวยวิกฤต (ICU)อนุญาตใหอายุรแพทย และกุมารแพทยรักษาได4.9 Drugs used in movement disorders1. Diazepamวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 4 cap, tab ก2. Levodopa + Benserazide as hydrochloride(Co-beneldopa) cap/tab (200+50 mg) ก3. Levodopa + Carbidopa as monohydrate(Co-careldopa) tab (100+25 mg, 250+25 mg) ก4. Propranolol hydrochloride tab กเงื่อนไขใชสำหรับ essential tremor5. Trihexyphenidyl hydrochloride tab ก6. Baclofen tab ข7. Clonazepamวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 4 tab ข8. Levodopa + Benserazide as hydrochloride(Co-beneldopa) CR cap/dispersible tab(100+25 mg) ข9. Absolute alcoholยากำพรา inj งเงื่อนไขใชสำหรับภาวะกลามเนื้อหดเกร็ง (spasticity) หรือ ภาวะ dystonia10. Amantadine hydrochlorideยากำพรา tab (เฉพาะ 100 mg) งเงื่อนไขใชสำหรับลดอาการของโรคพารกินสันและอาการ levodopa-induced dyskinesia11. Entacapone tab งเงื่อนไขใชโดยแพทยผูเชี่ยวชาญในกรณีที่ใชยาอื่นไมไดผล
3012. Phenol (Phenyl Alcohol)ยากำพรา inj งเงื่อนไขใชสำหรับภาวะกลามเนื้อหดเกร็ง (spasticity)13. Ropinirole SR tab งเงื่อนไขใชในผูปวยโรคพารกินสัน กรณีที่ผูปวยมีภาวะที่ตอบสนองตอยา Levodopa ไมสม่ำเสมอ และรบกวนตอชีวิตประจำวัน โดยมี total disabling off time มากกวา 3 ชั่วโมงตอวัน14. Tetrabenazineยากำพรา tab (เฉพาะ 12.5 mg และ 25 mg) งเงื่อนไขใชสำหรับ chorea ที่สัมพันธกับ Huntington’s disease15. Botulinum A toxin sterile pwdr (เฉพาะ 100 และ 500 IU) จ(2)เงื่อนไข1. ใชสำหรับโรคคอบิด (cervical dystonia) ชนิดไมทราบสาเหตุ (idiopathic) โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 32. ใชสำหรับโรคใบหนากระตุกครึ่งซีก (hemifacial spasm) ชนิดไมทราบสาเหตุ (idiopathic) โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 33. ใชสำหรับโรค spasmodic dysphonia โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 34.10 Drugs used in substance dependence4.10.1 Drugs used in alcohol dependence1. Acamprosateยากำพรา oral form กเงื่อนไขใชสำหรับ alcohol dependence และ maintenance of abstinence2. Naltrexoneยากำพรา oral form ขเงื่อนไขใชสำหรับ alcohol dependence และ maintenance of abstinence ในกรณีที่ไมสามารถใชยาacamprosate ได หรือมีการทำงานของไตที่ผิดปกติระดับรุนแรง3. Disulfiram tab คเงื่อนไขใชกับผูปวยติดแอลกอฮอลที่ยินยอมจะใชยานี้รวมกับวิธีจิตสังคมบำบัดเพื่อเปนการควบคุมตนเองไมใหกลับไปดื่มซ้ำคำเตือนและขอควรระวังการกินยา Disulfiram รวมกับแอลกอฮอล จะทำใหเกิดอาการไมสบายเนื่องมาจากการสะสมของ acetaldehydeในเลือด
314.10.2 Drugs used in smoking cessation1. Nortriptyline hydrochloride tab ก4.10.3 Drugs used in opioid dependence1. Clonidine hydrochloride tab ขเงื่อนไขใชสำหรับ heroin withdrawal2. Methadone hydrochlorideยาเสพติดใหโทษประเภท 2 oral sol งเงื่อนไขใชสำหรับผูปวยติดเฮโรอีน4.11 Drugs used in dementia1. Donepezil hydrochloride tab (เฉ พ า ะ 5 mg แ ล ะ 10 mg),oral disintegration tab (เ ฉ พ า ะ5 mg และ 10 mg) จ(2)เงื่อนไขใชสำหรับภาวะสมองเสื่อมจากโรคอัลไซเมอรระดับรุนแรงนอยถึงปานกลาง โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 3กลุมยา 5 Infections5.1 Antibacterial drugs5.1.1 Penicillins1. Amoxicillin trihydrate cap, dry syr ก2. Ampicillin sodium sterile pwdr ก3. Cloxacillin sodium sterile pwdr ก4. Dicloxacillin sodium cap, dry syr ก5. Phenoxymethylpenicillin potassium (Penicillin V) cap, tab, dry syr ก6. Benzylpenicillin (Penicillin G) sterile pwdr (as sodium or potassium) ก7. Benzathine benzylpenicillin (Penicillin G benzathine) sterile pwdr ก8. Procaine benzylpenicillin (Penicillin G procaine) sterile sol, sterile susp ก
329. Amoxicillin trihydrate + Potassium clavulanate(Co-amoxiclav) tab (เฉพาะ 500 + 125, 875 + 125 mg),dry syr (เฉพาะ 400 + 57 mg) คเงื่อนไข1. ใชสำหรับการติดเชื้อที่สงสัยวาอาจจะเกิดจากเชื้อ Haemophilus influenzae และ/หรือ Moraxellacatarrhalis ที่ดื้อตอ ampicillin2. ใชรักษาโรคติดเชื้อผสมระหวางแบคทีเรียชนิด aerobes และ anaerobes3. ใชยาเม็ดเฉพาะความแรง 500 + 125 mg ในการรักษา melioidosis เพื่อใชเปนยาแทน (alternative drug)ของ oral co-trimoxazole10. Amoxicillin sodium + Potassium clavulanate(Co-amoxiclav) sterile pwdr คเงื่อนไข1. ใชรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียจำเพาะที่ดื้อตอ ampicillin โดยเฉพาะที่ผลิตเอนไซม beta-lactamase2. ใชรักษาโรคติดเชื้อผสมระหวางแบคทีเรียชนิด aerobes และ anaerobes11. Ampicillin sodium + Sulbactam sodium sterile pwdr คเงื่อนไขเชนเดียวกับ Co-amoxiclav sterile pwdr12. Piperacillin sodium + Tazobactam sodium sterile pwdr งเงื่อนไข1. ใชในกรณีที่ใชยากลุม third generation cephalosporins ไมได โดยใหพิจารณาเลือกใชกอนยากลุมcarbapenems ทั้งใน empiric และ specific therapy สำหรับ nosocomial infection เชน pneumonia,complicated skin and soft tissue infection, intra-abdominal infection และ febrile neutropenia2. ใชในกรณีพิเศษตามคำแนะนำของแพทยผูเชี่ยวชาญดานโรคติดเชื้อ5.1.2 Cephalosporins, cephamycins and other beta-lactams1. Cefalexin (Cephalexin) cap, dry syr กหมายเหตุใชสำหรับการติดเชื้อแบคทีเรียกรัมบวกโดยเฉพาะอยางยิ่ง Staphylococcus aureus ในผูปวยที่แพ penicillin แบบไมรุนแรงและการติดเชื้อในชุมชนจากแบคทีเรียกรัมลบบางชนิด เชน Escherichia coli เปนตน2. Cefazolin sodium sterile pwdr กหมายเหตุใชกอนการผาตัดเพื่อปองกันการติดเชื้อ (preoperative antibiotic prophylaxis)3. Cefuroxime axetil tab, dry syr ขหมายเหตุ1. ใชสำหรับการติดเชื้อ Haemophilus influenzae ที่ดื้อตอ ampicillin และ Moraxella catarrhalis2. ใชกับผูปวยที่แพหรือไมสามารถใชยา co-amoxiclav ได หรือแพยากลุม penicillins ชนิดไมรุนแรง
334. Cefotaxime sodium sterile pwdr คเงื่อนไข1. ใชสำหรับการติดเชื้อในทารกแรกเกิด เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิด kernicterus จากการใชยา ceftriaxone2. ใชสำหรับโรคติดเชื้อในระบบประสาทสวนกลางที่เกิดจากแบคทีเรียกรัมลบ ในเด็กอายุนอยกวา 1 ป3. ใชเปนยาแทน (alternative drug) ของ ceftriaxone แตตองใหยาบอยกวา ceftriaxone5. Ceftriaxone sodium sterile pwdr คเงื่อนไข1. ใชสำหรับ serious community acquired bacterial infection ยกเวนการติดเชื้อ Pseudomonas aeruginosa2. ใชสำหรับ gram-negative meningitis ยกเวนในเด็กอายุนอยกวา 1 ป3. ใชสำหรับการติดเชื้อ Penicillin Resistant Streptococcus pneumoniae (PRSP)4. ใชสำหรับการติดเชื้อแบคทีเรียกรัมลบบางกรณี ในผูปวยที่ไตทำงานบกพรอง หรือมีขอหามซึ่งไมสามารถใชยากลุม aminoglycosides ได5. ใชสำหรับการติดเชื้อ Neisseria gonorrhoeae6. ใชกับผูปวยซิฟลิสที่ไมไดตั้งครรภ ซึ่งใช benzathine penicillin หรือ doxycycline ไมได6. Ceftazidime sterile pwdr คเงื่อนไขใชเปน empiric/specific therapy สำหรับการติดเชื้อ Pseudomonas aeruginosa และ melioidosis7. Cefixime cap, dry syr งเงื่อนไข1. ใชเปน switch therapy ในการรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียกรัมลบ2. ใชรักษาหนองในแทเฉพาะที่อวัยวะเพศและทวารหนัก เมื่อไมสามารถใชยา ceftriaxone ได3. ใชรักษาการติดเชื้อในระบบทางเดินปสสาวะ ในกรณีที่ใชยากลุม fluoroquinolone แลวดื้อยาหรือไมไดผล8. Cefoperazone sodium + Sulbactam sodium sterile pwdr งเงื่อนไขใชสำหรับ nosocomial infection จากเชื้อแบคทีเรียกรัมลบ โดยเฉพาะการติดเชื้อ Acinetobacter sp.9. Cefoxitin sodium sterile pwdr งเงื่อนไข1. ใชเปนยาแทน (alternative drug) ของยามาตรฐานในการปองกันการติดเชื้อจากการผาตัดในชองทองซึ่งเปนไปตามแนวทางการใชยาตานจุลชีพ เพื่อปองกันการติดเชื้อจากการผาตัด2. ใชสำหรับการติดเชื้อ Non-tuberculosis Mycobacterium sp. (atypical mycobacterium) สำหรับกลุมrapid growers เทานั้นหมายเหตุไมแนะนำใหใชรักษาโรคติดเชื้ออื่น ๆ เพราะเปน beta-lactamase inducer10. Ertapenem sodium sterile pwdr งเงื่อนไขใชเปน documented therapy สำหรับเชื้อ Enterobacteriaceae ที่สราง Extended Spectrum Beta-Lactamase (ESBL) ห รือ เชื้ อ Enterobacteriaceae ที่ ดื้ อ ต อ ย า cephalosporins รุน ที่ 3 (ceftriaxone,cefotaxime, ceftazidime) และไวตอยากลุม carbapenems
3411. Imipenem + Cilastatin sodium sterile pwdr งเงื่อนไข1. ใชสำหรับโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลที่เกิดจากแบคทีเรียรูปแทงกรัมลบที่ดื้อยาหลายชนิด (Multiple-Drug-Resistant, MDR) ซึ่งควรมีผลการทดสอบความไวทางหองปฏิบัติการมายืนยัน2. ใชในกรณีพิเศษตามคำแนะนำของแพทยผูเชี่ยวชาญดานโรคติดเชื้อ12. Meropenem sterile pwdr งเงื่อนไขเชนเดียวกับ Imipenem + Cilastatin sodium13. Ceftazidime + Avibactam sterile pwdr (เฉพาะ 2 g + 500 mg) จ(2)เงื่อนไขใชรักษาการติดเชื้อ Carbapenem-resistant Enterobacteriaceae ที่ไวตอยา Ceftazidime + Avibactamในผูปวยที่มีขอหามของการใชยา Colistimethate sodium โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 35.1.3 Tetracyclines1. Doxycycline hyclate (Doxycycline hydrochloride) cap, tab ก2. Tetracycline hydrochloride cap, tab ก5.1.4 Aminoglycosidesยา streptomycin sulfate และ amikacin sulfate ดูที่ Antituberculous drugs1. Gentamicin sulfate sterile sol ก2. Amikacin sulfate sterile sol ขเงื่อนไขใชสำหรับการติดเชื้อแบคทีเรียกรัมลบชนิดที่ดื้อตอ gentamicin และ/หรือ netilmicinหมายเหตุจัดเปนบัญชี ค เมื่อใชรักษา drug-resistant tuberculosis3. Netilmicin sulfate sterile sol งเงื่อนไขใชเฉพาะการติดเชื้อแบคทีเรียกรัมลบที่ดื้อตอยา gentamicin และ amikacin ซึ่งตองมีผลการทดสอบความไวทางหองปฏิบัติการมายืนยัน5.1.5 Macrolides1. Erythromycin estolate susp, dry syr กเงื่อนไขใชกับเด็กอายุต่ำกวา 6 ปหมายเหตุหามใชกับผูปวยโรคตับ
352. Erythromycin stearate or succinate dry syr ก3. Roxithromycin cap/tab (เฉพาะ 100 และ 150 mg) ก4. Azithromycin cap (ไม ร วม ช นิ ด อ อ ก ฤ ท ธิ์น าน ),dry syrup (ไมรวมชนิดซอง และชนิดออกฤทธิ์นาน) งเงื่อนไข1. ใชสำหรับการติดเชื้อทางเดินหายใจสวนลาง กรณีที่ใชยาอื่นไมไดหรือไมไดผล2. ใชรักษาการติดเชื้อ non-tuberculous mycobacterium (NTM)3. ย า azithromycin ข น าด 2 ก รัม กิ น ค รั้งเดี ย ว ส ำห รับ รัก ษ าผู ป วย early syphilis ที่ ไม ส าม ารถใชยา penicillin หรือ doxycycline หรือ ceftriaxone ได4. ใชสำหรับ non-severe rickettsiosis ที่ผูปวยไมสามารถทนผลขางเคียงของยา doxycycline ได หรือผูปวยมีขอหามในการใชยา doxycycline5. Azithromycin sterile pwdr งเงื่อนไข1. ใชสำหรับการติดเชื้อของทางเดินหายใจสวนลางที่รุนแรงและอาจเกิดจาก atypical pathogen เชนlegionellosis เปนตน2. ใชสำหรับ severe rickettsiosis6. Clarithromycin tab, dry syr งเงื่อนไข1. ใชสำหรับการติดเชื้อของทางเดินหายใจ ในกรณีที่ใชยาอื่นไมไดหรือไมไดผล2. ใชในขอบงใชพิเศษสำหรับโรคติดเชื้อ non-tuberculous Mycobacterium sp. (atypical mycobacterium)3. ใชใน triple therapy หรือ quadruple therapy สำหรับกำจัดเชื้อ Helicobacter pylori หลังจากไดรับการตรวจยืนยันวามีเชื้อแลว5.1.6 Quinolones1. Norfloxacin tab ก2. Ofloxacin tab (เฉพาะ 100 และ 200 mg) ขเงื่อนไขใชเปนยาแทน (alternative drug) ในการรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียกรัมลบ3. Ciprofloxacin hydrochloride tab งเงื่อนไขใชในกรณีพิเศษตามคำแนะนำของแพทยผูเชี่ยวชาญดานโรคติดเชื้อ เชน ใชตอเนื่องจากยาฉีด (sequentialtherapy หรือ switch therapy)4. Ciprofloxacin lactate sterile sol งเงื่อนไขใชในกรณีพิเศษตามคำแนะนำของแพทยผูเชี่ยวชาญดานโรคติดเชื้อ เชน
361. ใชสำหรับรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียกรัมลบที่ไมสามารถใชยากลุม beta-lactam และ/หรือยากลุมaminoglycoside ได2. ใช เป น empiric therapy ใน 3 วัน แ รก ข อ งก ารรัก ษ ารวม กั บ ย าก ลุ ม beta-lactam แ ล ะ/ห รือaminoglycoside ในการรักษา severe hospital-acquired pneumonia ในกรณีที่ไมสามารถรับประทานยาได5. Levofloxacin hemihydrates tab (เฉพาะ 500 และ 750 mg) งเงื่อนไขใชในกรณีพิเศษตามคำแนะนำของแพทยผูเชี่ยวชาญดานโรคติดเชื้อหรือแพทยผูเชี่ยวชาญดานระบบทางเดินหายใจ เชน ใชรักษาแบบผูปวยนอก ในกรณี moderate to severe community-acquired pneumoniaและ lower respiratory tract infection ที่สงสัย Drug-Resistant Streptococcus pneumoniae (DRSP) หรือpathogen ที่ทำใหเกิด atypical pneumonia ที่ใช macrolide ไมไดหรือไมไดผล หรือ ใชตอเนื่องจากยาฉีด(sequential therapy)หมายเหตุ1. ผูปวย community-acquired pneumonia (CAP) ที่มี comorbidities หรือ เคยใชยาปฏิชีวนะในชวง3 เดือนที่ผานมา แนะนำใหใช levofloxacin ในขนาด 750 mg วันละครั้ง อยางนอย 5 วัน หรือในขนาด500 mg วันละครั้ง อยางนอย 7 วัน2. จัดเปนบัญชี ง เมื่อใชรักษา multidrug-resistant tuberculosis (MDR-TB) โดยเปน second-line therapyดูขอ 5.1.9 Antituberculous drugs6. Levofloxacin hemihydrates sterile sol งเงื่อนไขใชในกรณีพิเศษตามคำแนะนำของแพทยผูเชี่ยวชาญดานโรคติดเชื้อหรือแพทยผูเชี่ยวชาญดานระบบทางเดินหายใจ เชน ใชรักษาแบบผูปวยใน ในกรณี moderate to severe community-acquired pneumoniaและ lower respiratory tract infection ที่สงสัย Drug-Resistant Streptococcus pneumoniae (DRSP) หรือpathogen ที่ทำใหเกิด atypical pneumoniaหมายเหตุจัดเปนบัญชี ง เมื่อใชรักษา multidrug-resistant tuberculosis (MDR-TB) โดยเปน second-line therapyดูขอ 5.1.9 Antituberculous drugs5.1.7 Some other antibacterials1. Chloramphenicol sodium succinate sterile pwdr คเงื่อนไขใชรักษา rickettsiosis (scrub typhus, murine typhus) ที่ไมสามารถใชยาฉีดอื่นได2. Metronidazole cap/tab (as base), susp (asbenzoate), sterile sol (as base) ก3. Clindamycin cap (as hydrochloride),sterile sol (as phosphate) ขเงื่อนไข1. ใชสำหรับการติดเชื้อแบคทีเรียชนิด anaerobes, แบคทีเรียกรัมบวกชนิดรุนแรงในผูปวยที่แพยากลุมbeta-lactam แบบ type I (anaphylaxis หรือ urticaria) หรือการติดเชื้อผสมระหวางแบคทีเรียกรัมบวกและ anaerobes
372. ใชเปนยาแทน (alternative drug) ในการปองกันหรือรักษา Pneumocystis jirovecii pneumonia (PCP)ในผูปวยเอดส3. ใชเปนยาแทน (alternative drug) กอนการผาตัดเพื่อปองกันการติดเชื้อ (pre-operative prophylaxis)ในผูปวยที่มีประวัติแพยา penicillin หรือยากลุม beta-lactam อยางรุนแรง4. ไมควรใชรักษาโรคติดเชื้อนอกเหนือไปจากขอ 1 ถึงขอ 3 เนื่องจากความเสี่ยงตอการเกิด AntibioticsAssociated Colitis (AAC)หมายเหตุAAC เกิดไดกับยาตานจุลชีพที่ออกฤทธิ์กวางทุกชนิดแมแต amoxicillin4. Nitrofurantoin tab ขหมายเหตุ1. ใชรักษาการติดเชื้อของทางเดินปสสาวะสวนลาง2. ใชในการปองกันการติดเชื้อของทางเดินปสสาวะสวนลางที่กลับเปนซ้ำในหญิงตั้งครรภ5. Colistimethate sodium(Sodium Colistinmethanesulphonate) sterile pwdr งเงื่อนไขใชสำหรับการติดเชื้อกรัมลบที่ดื้อตอยากลุม carbapenems6. Fosfomycin sodium sterile pwdr งเงื่อนไขใชสำหรับการติดเชื้อ Methicillin Resistant Staphylococcus aureus (MRSA) ที่มีอาการรุนแรงนอยถึงปานกลาง โดยใชรวมกับยาอื่นเพื่อปองกันการดื้อยา7. Sodium fusidate tab งเงื่อนไขใชสำหรับการติดเชื้อ Methicillin Resistant Staphylococcus aureus (MRSA) ที่มีอาการไมรุนแรงถึงรุนแรงปานกลางหรือใชเปน switch therapy ตอจากยาฉีด โดยใชรวมกับยาอื่นเพื่อปองกันการดื้อยาหมายเหตุแนะนำใหใชในการรักษาการติดเชื้อที่บริเวณกระดูกหรือผิวหนัง8. Vancomycin hydrochloride sterile pwdr งเงื่อนไข1. ใชสำหรับการติดเชื้อ Methicillin Resistant Staphylococcus aureus (MRSA) ที่รุนแรง หรือการติดเชื้อmethicillin resistant Staphylococcus epidermidis (MRSE)2. ใชสำหรับโรค infective endocarditis (IE) กรณีแพยา penicillin ชนิดรุนแรง9. Linezolid tab จ(2)เงื่อนไข1. ใชสำหรับโรคติดเชื้อ Methicillin Resistant Staphylococcus aureus (MRSA) โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 32. ใชสำหรับโรคติดเชื้อ Vancomycin Resistant Enterococci (VRE) โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 3หมายเหตุจัดเปนบัญชี จ(1) เมื่อใชรักษา multidrug-resistant tuberculosis (XDR-TB) ดูขอ 5.1.9 Antituberculous drugs
385.1.8 Sulphonamides and trimethoprim1. Sulfamethoxazole + Trimethoprim (Co-trimoxazole) cap, tab, susp, sterile sol ก2. Trimethoprim tab ขเงื่อนไขใชรักษาโรคติดเชื้อที่อาจไวตอ trimethoprim ในผูปวยที่แพยากลุม sulfonamides5.1.9 Antituberculous drugs1. Ethambutol hydrochloride film coated tab ก2. Isoniazid tab ก3. Pyrazinamide tab ก4. Rifampicin cap, tab, dry syr, syr, susp ก5. Rifampicinยากำพรา oral form (for pediatric use) ก6. Tuberculin Purified Protein Derivative(Tuberculin PPD) inj ก7. Isoniazid + Rifampicin cap/tab (เฉพาะ 100+150 mg และ150+300 mg) ขเงื่อนไขใชเปนยารวมในการรักษาวัณโรคในระยะ maintenance8. Isoniazid + Rifampicinยากำพรา oral form (for pediatric use) ข9. Isoniazid + Rifampicin + Pyrazinamide tab (เฉพาะ 75 + 150 + 400 mg) ขเงื่อนไขใชเปนยารวมในการรักษาวัณโรคในระยะ initial และ maintenance10. Isoniazid + Rifampicin + Pyrazinamide +Ethambutol hydrochloride tab (เฉพาะ 75 + 150 + 400 + 275 mg) ขเงื่อนไขใชเปนยารวมในการรักษาวัณโรคในระยะ initial11. Amikacin sulfate sterile sol คเงื่อนไขใชรักษา drug-resistant tuberculosisหมายเหตุดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน 5.1.4 Aminoglycosides12. Cycloserine cap คเงื่อนไขใชรักษา drug-resistant tuberculosis13. Ethionamide tab คเงื่อนไขใชรักษา drug-resistant tuberculosis
3914. Para-aminosalicylic acid (PAS) EC tab คเงื่อนไขใชรักษา drug-resistant tuberculosis15. Streptomycin sulfate sterile pwdr ค16. Levofloxacin hemihydrate tab (เฉพาะ 500 และ 750 mg),sterile sol งเงื่อนไขใชรักษา multidrug-resistant tuberculosis (MDR-TB) โดยเปน second-line therapy หรือใชรักษาวัณโรคในผูปวยที่เกิดอาการไมพึงประสงคหรือไมสามารถใชยากลุม first-line ไดหมายเหตุดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน 5.1.6 Quinolones17. Rifapentine tab (เฉพาะ 150 mg) งเงื่อนไขใชสำหรับการรักษาวัณโรคระยะแฝง และผูที่มีความเสี่ยงสูงตอวัณโรคระยะแฝง ตามคำแนะนำเรื่องการวินิจฉัยและรักษาการติดเชื้อวัณโรคระยะแฝง (latent tuberculosis infection) ของกองวัณโรค กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข ฉบับพิมพเดือน กันยายน 256218. Bedaquiline fumarate tab จ(1)เงื่อนไขใชเฉพาะโครงการการรักษาวัณโรคดื้อยา โดยมีวิธีการใชยาและการติดตามประเมินการใชยาตามที่กรมควบคุมโรคกำหนด19. Clofazimine cap จ(1)เงื่อนไขใชเฉพาะโครงการการรักษาวัณโรคดื้อยา โดยมีวิธีการใชยาและการติดตามประเมินการใชยาตามที่กรมควบคุมโรคกำหนด20. Delamanid tab จ(1)เงื่อนไขใชเฉพาะโครงการการรักษาวัณโรคดื้อยา โดยมีวิธีการใชยาและการติดตามประเมินการใชยาตามที่กรมควบคุมโรคกำหนด21. Linezolid tab จ(1)เงื่อนไขใชเฉพาะโครงการการรักษาวัณโรคดื้อยา โดยมีวิธีการใชยาและการติดตามประเมินการใชยาตามที่กรมควบคุมโรคกำหนดหมายเหตุจัดเปนบัญชี จ(2) สำหรับโรคติดเชื้อ Methicillin Resistant Staphylococcus aureus (MRSA)ดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน 5.1.7 Some other antibacterials22. Moxifloxacin hydrochloride tab จ(1)เงื่อนไขใชเฉพาะโครงการการรักษาวัณโรคดื้อยา โดยมีวิธีการใชยาและการติดตามประเมินการใชยาตามที่กรมควบคุมโรคกำหนด
4023. Protionamide tab จ(1)เงื่อนไขใชเฉพาะโครงการการรักษาวัณโรคดื้อยา โดยมีวิธีการใชยาและการติดตามประเมินการใชยาตามที่กรมควบคุมโรคกำหนด5.1.10 Antileprotic drugs1. Clofazimine cap กหมายเหตุจัดเปนบัญชี จ(1) เมื่อใชรักษา multidrug-resistant tuberculosis (XDR-TB) ดูขอ 5.1.9 Antituberculous2. Dapsone tab ก5.2 Antifungal drugs1. Fluconazole cap กเงื่อนไข1. ใชสำหรับ invasive fungal infection บางชนิด2. ใชสำหรับ dermatomycoses2. Griseofulvin tab ก3. Nystatin oral susp ก4. Saturated solution of potassium iodide (SSKI) sol (hosp) ก5. Itraconazole cap คเงื่อนไขใช ส ำห รับ โรค ติ ด เชื้ อ talaromycosis, histoplasmosis, cryptococcosis, vaginal candidiasis แ ล ะdermatomycoses6. Amphotericin B sterile pwdr (เฉพาะ conventionalformulations) คเงื่อนไขใชสำหรับการรักษา invasive fungal infections7. Fluconazole sterile sol คเงื่อนไขใชเปนยาแทน (alternative drug) ของ amphotericin B ในการรักษา cryptococcosis หรือ candidiasisเมื่อผูปวยไมสามารถใช amphotericin B ได8. Flucytosine (5-fluorocytosine)ยากำพรา oral form งเงื่อนไขใชเสริมฤทธิ์ยาตานเชื้อราอื่น ๆ ในผูปวย Cryptococcal meningitis
419. Itraconazole oral sol งเงื่อนไข1. ใชกับผูปวยที่รับประทานยาแคปซูลไมได2. เปนยาแทน (alternative drug) สำหรับโรคติดเชื้อ talaromycosis, histoplasmosis, cryptococcosis,vaginal candidiasis และ dermatomycoses3. ใชสำหรับปองกัน invasive fungal infection ในผูปวยเด็กที่มี profound, protracted neutropeniaเชน ผูปวย Allogeneic Hematopoietic Stem Cell Transplantation ชวง pre-engraftment หรือมี graft versus host disease หรือ ผูปวย acute myeloid leukemia เปนตน10. Liposomal amphotericin B sterile pwdr จ(2)เงื่อนไขใชรักษา invasive fungal infections (ยกเวน aspergillosis) ในผูปวยที่ไมสามารถทนตอยา conventionalamphotericin B โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 311. Micafungin sodium sterile pwdr (เฉพาะ 50 mg) จ(2)เงื่อนไขใชรักษา invasive candidiasis ที่ดื้อตอยา fluconazole หรือไมสามารถใช conventional amphotericin B ไดโดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 312. Posaconazole tab (เฉพาะ 100 mg) จ(2)เงื่อนไขใชรักษา invasive mucormycosis ในผูปวยที่ไมตอบสนองหรือไมสามารถทนตอยา amphotericin B ไดโดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 313. Voriconazole tab, sterile pwdr จ(2)เงื่อนไข1. ใชรักษา invasive aspergillosis โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 32. ใชรักษา invasive fungal infection จากเชื้อ Fusarium spp., Scedosporium spp. และ Trichosporon spp.โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 35.3 Antiviral drugs5.3.1 Non-antiretroviralsAciclovir ชนิด topical (Aciclovir cream) ไมจัดเปนยาในบัญชียาหลักแหงชาติ เนื่องจากมีประสิทธิผลต่ำ และไมแนะนำใหใช1. Aciclovir (Acyclovir) tab, oral susp, oral susp (hosp) กหมายเหตุไมแนะนำใหใชในเด็กที่เปนโรคอีสุกอีใส (Chicken pox) ชนิดไมรุนแรง2. Aciclovir sodium (Acyclovir sodium) sterile pwdr, sterile sol คเงื่อนไข1. ใชสำหรับการติดเชื้อไวรัส varicella - zoster และ herpes simplex ในผูปวยที่มีภูมิคุมกันบกพรองและในทารกแรกเกิด
422. ใชสำหรับการติดเชื้อไวรัส varicella-zoster และ herpes simplex ที่มีการแพรกระจาย หรือเปนการติดเชื้อของอวัยวะภายใน หรือในผูปวยที่ใชยารับประทานไมได3. ใชกับทารกแรกเกิดที่มารดาปวยเปนโรคไขอีสุกอีใสในชวง 5 วันกอนคลอดและในชวง 2 วันหลังคลอดเพื่อปองกันโรคอีสุกอีใสในทารกแรกเกิด (neonatal varicella)4. ใชในกรณีพิเศษตามคำแนะนำของแพทยผูเชี่ยวชาญดานโรคติดเชื้อ3. Oseltamivir phosphate cap, dry syr คเงื่อนไข1. ใชสำหรับการรักษาโรคไขหวัดใหญ ในผูที่มีความเสี่ยงตอการดำเนินโรครุนแรง หรือแพรกระจายเชื้อใหผูปวยที่มีความเสี่ยงตอการดำเนินโรครุนแรง2. ใชสำหรับรักษาโรคไขหวัดใหญที่มีอาการมาไมเกิน 48 ชั่วโมงหมายเหตุไมแนะนำใหใชเพื่อการปองกันกอนการสัมผัส หรือปองกันหลังการสัมผัส4. Cidofovirยากำพรา sterile sol งเงื่อนไข1. ใชกับผูปวยที่มีภาวะติดเชื้อ adenovirus ในเลือดหรืออวัยวะอื่นที่มีอาการรุนแรงที่ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย(terminally ill) โดยมีอาการทางคลินิกที่เขาได รวมกับการตรวจวินิจฉัยขอใดขอหนึ่ง ดังตอไปนี้1.1 การตรวจพบ adenovirus ในเลือดดวยวิธีทางอนูพันธุศาสตร (molecular detection)1.2 การตรวจพบ adenovirus จากสิ่งสงตรวจของอวัยวะที่มีอาการสงสัย ดวยวิธีทางอนูพันธุศาสตร(molecular detection) เชน ปสสาวะ สารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจสวนลาง น้ำลางจากถุงลมปอด(bronchoalveolar lavage fluid)1.3 การตรวจพบลักษณะทางพยาธิวิทยาที่เขาไดกับการติดเชื้อ adenovirus (cytopathological change)หรือการตรวจพบไวรัสจากการตรวจดวยกลอง electron microscope2. ใชในกรณีพิเศษตามคำแนะนำของแพทยผูเชี่ยวชาญดานโรคติดเชื้อ5. Ganciclovir sodium sterile pwdr งเงื่อนไข1. ใชสำหรับ cytomegalovirus disease2. ใชในกรณีพิเศษตามคำแนะนำของแพทยผูเชี่ยวชาญดานโรคติดเชื้อ6. Peramivirยากำพรา sterile sol งเงื่อนไขใชกับผูปวยโรคไขหวัดใหญที่มีอาการรุนแรงและไมสามารถใชยาชนิดกิน หรือชนิดสูดพนได5.3.2 Antiretroviralsยากลุมนี้เปนยาตามนโยบายเอดสแหงชาติของกรมควบคุมโรค สำนักงานประกันสังคม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแหงชาติ และกรมบัญชีกลาง1. Efavirenz (EFV) cap, tab ก2. Lamivudine (3TC) tab, syr ก
433. Nevirapine (NVP) susp ก4. Tenofovir disoproxil fumarate (TDF) tab ก5. Tenofovir disoproxil fumarate + Emtricitabine(TDF + FTC) tab (300 + 200 mg) ก6. Tenofovir disoproxil fumarate + Emtricitabine +Efavirenz (TDF + FTC + EFV) tab (300 + 200 + 600 mg) ก7. Tenofovir disoproxil fumarate + Lamivudine +Dolutegravir sodium (TDF + 3TC + DTG) tab (300 + 300 + 50 mg) กหมายเหตุใหใชยานี้ในกรณีที่ไมสามารถใชยาสูตร TAF/FTC/DTG ได8. Tenofovir alafenamide + Emtricitabine (TAF + FTC) tab (25 + 200 mg) ก9. Tenofovir alafenamide + Emtricitabine + Dolutegravir(TAF + FTC + DTG) tab (25 + 200 + 50 mg) กหมายเหตุยาเม็ดสูตรผสม Tenofovir alafenamide + Emtricitabine + Dolutegravir ขนาด 25 + 200 + 50 mgที่ตอรองไดเม็ดละไมเกิน 20 บาท (ราคารวมภาษีมูลคาเพิ่ม) กำหนดยืนราคา 730 วัน นับจากวันที่ประกาศมีผลบังคับใชเงื่อนไข และรายละเอียดอื่น ๆ ใหดูตามแบบเสนอยาในเว็บไซต http://ndi.fda.moph.go.th/drug_national/10. Zidovudine (AZT) cap, oral sol ก11. Zidovudine + Lamivudine (AZT + 3TC) tab (เฉพาะ 300+150 mg) ก12. Rilpivirine (RPV) tab ขหมายเหตุใชยานี้ตามแนวทางการตรวจวินิจฉัย รักษา และปองกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ฉบับปจจุบัน13. Dolutegravir (DTG) tab (เฉพาะ 50 mg) คหมายเหตุ1. ใชยานี้ตามแนวทางการตรวจวินิจฉัย รักษา และปองกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ฉบับปจจุบัน2. ผูปวยเดิมที่ดื้อยาควรปรึกษาแพทยผูเชี่ยวชาญกอนสั่งใชยานี้14. Dolutegravir (DTG) orodispersible tab คเงื่อนไขเปนสูตรยาตานเอชไอวีสำหรับรักษาในเด็กอายุตั้งแต 4 สัปดาหขึ้นไปและมีน้ำหนักตัวมากกวาหรือเทากับ 3 กิโลกรัม15. Lopinavir + Ritonavir (LPV + RTV) tab, oral sol ค16. Ritonavir (RTV) tab, oral sol ค17. Abacavir (ABC) tab, oral sol คเงื่อนไข1. ใชกับผูปวยที่ไมสามารถใชยา tenofovir หรือเกิดผลขางเคียงที่ไมสามารถใชยา tenofovir ได (ยา tenofovirผลขางเคียงที่สำคัญคือ ผลตอไต และผลตอ bone density)2. ใชเปน nucleoside reverse transcriptase inhibitor (NRTI) ในสูตรยาตานไวรัสดื้อยา ในกรณีที่การรักษาลมเหลวจากเชื้อดื้อยาตานไวรัสสูตรกอน โดยตองมีผลการตรวจ genotypic resistance ที่ไวกับยา abacavirและเชื้อไวตอยาอื่นในสูตรอยางนอย 2 ชนิด3. ใชกับเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวีอายุ 3 เดือนขึ้นไป
44หมายเหตุ1. ผูปวยที่ไดรับยา abacavir อาจมีภาวะ hypersensitivity ไดโดยเฉพาะใน 6 สัปดาหแรก อาการสวนใหญมักจะมีหลายระบบรวมกัน หากพบอาการอยางนอย 2 ขอดังตอไปนี้1.1 ไข1.2 ผื่น1.3 คลื่นไสอาเจียน ทองเสีย ปวดทอง1.4 ออนเพลียมาก ปวดกลามเนื้อ ปวดขอ (arthralgia)1.5 หอบเหนื่อย ไอ เจ็บคอใหหยุดยา abacavir ทันที และหามใหยา abacavir อีก (หาม rechallenge) เพราะอาจจะทำใหผูปวยเสียชีวิตได2. การตรวจ HLA B*5701 ขึ้นกับดุลพินิจของแพทย3. ในกรณีที่ไมไดใชยาสูตร dolutegravir based ผูปวยที่จะใชยานี้เปนสูตรแรกควรมีคา baseline HIV-1 RNAviral load นอยกวา 100,000 copies/ml (เนื่องจากยามีประสิทธิภาพนอยกวา tenofovir เมื่อใหในผูปวยที่มีbaseline HIV-1 RNA viral load มากกวา 100,000 copies/ml) หรือเปนไปตามแนวทางการตรวจวินิจฉัยรักษา และปองกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ฉบับปจจุบัน18. Abacavir + Lamivudine (ABC + 3TC) tab (600 + 300 mg) คเงื่อนไข1. ใชกับผูปวยที่ไมสามารถใชยา tenofovir หรือเกิดผลขางเคียงที่ไมสามารถใชยา tenofovir ได (ยา tenofovirผลขางเคียงที่สำคัญคือ ผลตอไต และผลตอ bone density)2. ใชเปน nucleoside reverse transcriptase inhibitor (NRTI) ในสูตรยาตานไวรัสดื้อยา ในกรณีที่การรักษาลมเหลวจากเชื้อดื้อยาตานไวรัสสูตรกอน โดยตองมีผลการตรวจ genotypic resistance ที่ไวกับยา abacavirและเชื้อไวตอยาอื่นในสูตรอยางนอย 2 ชนิด3. ใชกับเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวีอายุ 3 เดือนขึ้นไปหมายเหตุ1. ผูปวยที่ไดรับยา abacavir อาจมีภาวะ hypersensitivity ไดโดยเฉพาะใน 6 สัปดาหแรก อาการสวนใหญมักจะมีหลายระบบรวมกัน หากพบอาการอยางนอย 2 ขอดังตอไปนี้1.1 ไข1.2 ผื่น1.3 คลื่นไสอาเจียน ทองเสีย ปวดทอง1.4 ออนเพลียมาก ปวดกลามเนื้อ ปวดขอ (arthralgia)1.5 หอบเหนื่อย ไอ เจ็บคอใหหยุดยา abacavir ทันที และหามใหยา abacavir อีก (หาม rechallenge) เพราะอาจจะทำใหผูปวยเสียชีวิตได2. การตรวจ HLA B*5701 ขึ้นกับดุลพินิจของแพทย3. ในกรณีที่ไมไดใชยาสูตร dolutegravir based ผูปวยที่จะใชยานี้เปนสูตรแรกควรมีคา baseline HIV-1 RNAviral load นอยกวา 100,000 copies/ml (เนื่องจากยามีประสิทธิภาพนอยกวา tenofovir เมื่อใหในผูปวยที่มีbaseline HIV-1 RNA viral load มากกวา 100,000 copies/ml) หรือเปนไปตามแนวทางการตรวจวินิจฉัยรักษา และปองกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ฉบับปจจุบัน19. Darunavir (DRV) tab (เฉพาะ 300, 600 และ 800 as base) คเงื่อนไขใชรักษาโรคติดเชื้อเอชไอวีที่ดื้อตอยาสูตรพื้นฐาน และสูตรที่สอง โดยเปนไปตามแนวทางการตรวจวินิจฉัยรักษา และปองกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ฉบับปจจุบัน
455.3.3 Viral hepatitis1. Tenofovir alafenamide (TAF) tab (เฉพาะ 25 mg) งเงื่อนไข1. ใชในผูปวยอายุ 18 ปขึ้นไป เปนยาลำดับแรก (first line therapy) ในการรักษาโรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังรายใหม ซึ่งไมเคยรักษามากอน โดยมีเกณฑดังนี้1.1 ในกรณีผูปวยที่เปนโรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังชนิด HBeAg positive หรือ HBeAg negativeมี alanine aminotransferase (ALT) สูงกวาหรือเทากับ 1.5 เทาของคาปกติ และมี HBV DNA มากกวา10,000 copies/ml (หรือ 2,000 IU/ml)1.2 ในกรณี ผูปวยมีระดับ ALT นอยกวา 1.5 เทาของคาปกติ ตองมีผล liver histology ที่แสดงวามีภาวะตับอักเสบตามเกณฑ The Knodell histology activity index (HAI) scoring system โดยมีnecroinflammatory score มากกวาหรือเทากับ 4 หรือตามเกณฑ METAVIR scoring system มีระดับmoderate หรือ severe necroinflammation (A มากกวาหรือเทากับ 2) หรือ มีพังผืดในตับอยางชัดเจนตามเกณฑ METAVIR scoring system โดยมี fibrosis stage มากกกวาหรือเทากับ 2 หรือผลการตรวจ non-invasive fibrosis markers เชน liver elastography, The aspartate aminotransferaseto platelet ratio index (APRI) หรือ Fibrosis-4 score (FIB-4) เปนตน บงชี้วามี fibrosis stageมากกวาหรือเทากับ 22. ใชเปน switch therapy ในผูปวยโรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังรายเดิมที่เคยไดรับการรักษาดวยยาLamivudine หรือ Entecavir หรือ Tenofovir disoproxil fumarate (TDF) มากอน3. ใชสำหรับ compensated หรือ decompensated cirrhosis ที่ตรวจพบ HBV DNA4. ใชเปน prophylactic therapy ในผูปวยที่จะไดรับยาเคมีบำบัดโดยใชยาในระยะสั้นหรือยากดภูมิคุมกันในกรณีขอใดขอหนึ่ง ดังนี้4.1 ตรวจพบ HBsAg positive หรือ4.2 ตรวจพบ anti-HBc positive และ HBsAg-negative ที่ไดรับการรักษาดวยยา monoclonal antibodyto CD20 ไดแก Rituximab หรือ ไดรับปลูกถายอวัยวะจากผูบริจาคที่ตรวจพบ HBsAg-positive หรือตรวจพบ anti-HBc positive รวมกับ HBsAg-negative5. ใชเปน alternative rescue therapy สำหรับเด็กอายุ 12-18 ป ที่ดื้อยา Entecavir และไมสามารถใชยาTenofovir disoproxil fumarate (TDF) ไดคำแนะนำ1. ใหตรวจ HIV serology negative 2 ครั้ง หางกัน 1 เดือนกอนเริ่มการรักษา ยกเวนในกรณีที่มีความจำเปนเรงดวน (ผูปวยที่มีภาวะตับวาย: hepatic decompensation) ใหมีผล HIV serology negative ในครั้งแรก2. ในผูปวยที่มีปจจัยเสี่ยงตอการติดเชื้อ HIV อยางตอเนื่อง ใหตรวจ anti-HIV อยางนอยปละ 1 ครั้ง3. กรณีตรวจพบ HIV serology positive แนะนำใหรักษารวมโดยแพทยสาขาโรคติดเชื้อและแพทยสาขาโรคระบบทางเดินอาหารหมายเหตุ1. ระดับ ALT ที่ผิดปกติตองวินิจฉัยแยกโรคอื่น ๆ ที่ทำให ALT สูงกวาปกติ เชน fatty liver, drug-inducedhepatitis, autoimmune hepatitis2. แนะนำใหติดตามการทำงานของไต ตามแนวทางการดูแลรักษาผูปวยไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังในประเทศไทย
462. Tenofovir disoproxil fumarate (TDF) tab งเงื่อนไข1. ใชรักษาหรือควบคุมการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง (chronic hepatitis B virus infection) ในหญิงตั้งครรภ2. ใชสำหรับ decompensated cirrhosis (Child–Pugh score B or C) ที่ตรวจพบ HBV DNA3. ใชเปน rescue therapy ในผูป วยอายุ 2-18 ป ที่เปนโรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง กรณี ที่ดื้อตอการรักษาดวยยากลุม nucleoside analogs เชน Lamivudine, Telbivudine, หรือ Entecavir เปนตนและไมสามารถใช Tenofovir alafenamide (TAF) ได4. ใชในผูปวยโรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง ที่มีภาวะไตวายเรื้อรังโดยมีคา eGFR นอยกวาหรือเทากับ 15mL/min/1.73 m2 และยังไมไดรับการบำบัดทดแทนไตคำแนะนำ1. ใหตรวจ HIV serology negative 2 ครั้ง หางกัน 1 เดือนกอนเริ่มการรักษา ยกเวนในกรณีที่มีความจำเปนเรงดวน (ผูปวยที่มีภาวะตับวาย: hepatic decompensation) ใหมีผล HIV serology negative ในครั้งแรก2. ในผูปวยที่มีปจจัยเสี่ยงตอการติดเชื้อ HIV อยางตอเนื่อง ใหตรวจ anti-HIV อยางนอยปละ 1 ครั้ง3. กรณีตรวจพบ HIV serology positive แนะนำใหรักษารวมโดยแพทยสาขาโรคติดเชื้อและแพทยสาขาโรคระบบทางเดินอาหารหมายเหตุแนะนำใหติดตามการทำงานของไต ตามแนวทางการรักษาโรคตับอักเสบบีเรื้อรังของประเทศไทย3. Lamivudine (3TC) syr งเงื่อนไขใชเปน prophylactic therapy ในผูปวยเด็กอายุนอยกวา 2 ป ที่จะไดรับยาเคมีบำบัดหรือยากดภูมิคุมกันโดยใชยาในระยะสั้น หรือใชในเด็กที่ไดรับการปลูกถายอวัยวะจากผูบริจาคที่ตรวจพบ HBsAg-positive หรือตรวจพบ anti-HBc positive รวมกับ HBsAg-negative4. Entecavir (ETV) tab (เฉพาะ 0.5 mg) งเงื่อนไข1. ใชเปน alternative first line therapy ในผูปวยผูใหญที่เปนโรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง (chronichepatitis B) ใน กรณี ที่ไมสามารถใชยา Tenofovir alafenamide (TAF) หรือ Tenofovir disoproxilfumarate (TDF) ได โดย1.1 ผูปวยที่มีการทำงานของไตผิดปกติตามเกณฑขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้1.1.1 มี serum creatinine มากกวาหรือเทากับ 1.5 mg/dL (ในผูใหญ) หรือ มากกวา 2 เทาของคาปกติ(ในเด็ก) หรือ1.1.2 มี creatinine clearance (CrCl) น อยกวาห รือเท ากับ 50 mL/min (ใน ผูให ญ ) ห รือ 60mL/min/1.73 m2 (ในเด็ก) หรือ1.1.3 ผูปวยมีภาวะ proximal tubular dysfunction รวมกับมีความผิดปกติดังนี้ ไดแก hypokalemiaหรือ hypophosphatemia หรือ glucosuria (ที่ไมไดเกิดจากภาวะ hyperglycemia) หรือproteinuria มากกวาหรือเทากับ 1 g /day1.2 ผูปวยที่มีปญหาโรคกระดูกบางหรือกระดูกพรุน2. ใชในผูปวยเด็กอายุมากกวา 6 ปที่เปนโรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง (chronic hepatitis B) กรณีที่กลืนยาเม็ดไดตามเกณฑขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้
472.1 ใชเปนยาลำดับแรก (first line therapy) ในผูปวยซึ่งไมเคยรักษามากอน2.2 ใชเปน switch therapy เพื่อควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังที่รักษาไดดีดวยยา Lamivudine มากอน2.3 ใชเปน rescue therapy ที่ดื้อตอการรักษาดวยยา Lamivudine แตมีขอหามในการใชยา Tenofovirdisoproxil fumarate (TDF)2.4 ใชเปน prophylactic therapy กับผูปวยที่จะไดรับยาเคมีบำบัดหรือยากดภูมิคุมกันโดยใชยาในระยะสั้นในกรณีขอใดขอหนึ่ง ดังนี้2.4.1 ตรวจพบ HBsAg positive หรือ2.4.2 ตรวจพบ anti-HBc positive และ HBsAg-negative ที่ไดรับการรักษาดวยยา monoclonal antibodyto CD20 ไดแก rituximab หรือ2.4.3 ไดรับการปลูกถายอวัยวะจากผูบริจาคที่ตรวจพบ HBsAg-positive หรือตรวจพบ anti-HBc positiveรวมกับ HBsAg-negativeหมายเหตุรูปแบบ oral sol ใชในเด็กอายุ 2-6 ป และรูปแบบ tab ใชในเด็กอายุมากกวา 6 ปและในผูใหญ5. Entecavir (ETV) oral sol งเงื่อนไขใชในผูปวยเด็กอายุ 2-6 ป ที่เปนโรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง (chronic hepatitis B) ซึ่งยังไมสามารถกลืนยาเม็ดได ตามเกณฑขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้1. ใชเปนยาลำดับแรก (first line therapy) ในผูปวยซึ่งไมเคยรักษามากอน2. ใชเปน switch therapy เพื่อควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังที่รักษาไดดีดวยยา Lamivudine มากอน3. ใชเปน rescue therapy ที่ดื้อตอการรักษาดวยยา Lamivudine แตมีขอหามในการใชยา Tenofovirdisoproxil fumarate (TDF)4. ใช เป น prophylactic therapy กั บ ผู ป วยที่ จะได รับ ยาเค มี บ ำบั ด ห รือยากดภู มิ คุ ม กั น โดยใช ยาในระยะสั้น ในกรณีขอใดขอหนึ่ง ดังนี้4.1 ตรวจพบ HBsAg positive หรือ4.2 ตรวจพบ anti-HBc positive และ HBsAg-negative ที่ไดรับการรักษาดวยยา monoclonal antibody toCD20 ไดแก Rituximab หรือ4.3 ไดรับการปลูกถายอวัยวะจากผูบริจาคที่ตรวจพบ HBsAg-positive หรือตรวจพบ anti-HBc positiveรวมกับ HBsAg-negativeหมายเหตุรูปแบบ oral sol ใชในเด็กอายุ 2-6 ป และรูปแบบ tab ใชในเด็กอายุมากกวา 6 ปและในผูใหญ6. Sofosbuvir + Velpatasvir tab (เฉพาะ 400 mg + 100 mg) จ(2)เงื่อนไขใชรักษาโรคไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังทุกสายพันธุ โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 37. Ribavirin cap/tab (เฉพาะ 200 mg) จ(2)เงื่อนไขใช Ribavirin รวมกับ Sofosbuvir + Velpatasvir ในการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังทุกสายพันธุกรณีมีตับแข็ง โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 35.4 Antiprotozoal drugs
485.4.1 Antimalarialsยากลุมนี้ใหใชไดตามขอกำหนดในแนวทางเวชปฏิบัติในการรักษาผูปวยโรคไขมาลาเรียประเทศไทย พ.ศ. 2564ของกองโรคติดตอนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยใชเปนยารักษาโรคไขมาลาเรียเทานั้นหามใชเพื่อการปองกันโรคไขมาลาเรีย1. Chloroquine phosphate tab ก2. Primaquine phosphate tab ก3. Quinine compressed/film coated tab(as sulfate), sterile sol (asdihydrochloride) ก4. Artenimol (Dihydroartemisinin) + Piperaquine tab กหมายเหตุยารายการนี้เปนยาตามนโยบายและแนวทางการใชยารักษาโรคไขมาลาเรียของประเทศไทย โดยกรมควบคุมโรคเปนหนวยงานรับผิดชอบในการจัดหาและกระจายยา5. Artesunate + Pyronaridine tab ขหมายเหตุยารายการนี้เปนยาตามนโยบายและแนวทางการใชยารักษาโรคไขมาลาเรียของประเทศไทย โดยกรมควบคุมโรคเปนหนวยงานรับผิดชอบในการจัดหาและกระจายยา6. Artesunate tab (ไมรวม lactab และ rectocap),sterile pwdr ค7. Mefloquine hydrochloride tab ค5.4.2 Other antiprotozoal drugs1. Metronidazole cap/tab (as base), susp (asbenzoate), sterile sol (as base) กเงื่อนไขใชสำหรับ amebiasis, giardiasis และ urogenital trichomoniasis2. Pyrimethamine tab กเงื่อนไขใชสำหรับ toxoplasmosis โดยใชรวมกับ sulfadiazine3. Sulfadiazine tab กเงื่อนไขใชสำหรับ toxoplasmosis โดยใชรวมกับ pyrimethamine4. Pentamidine isethionate (Pentamidine isethionate) sterile pwdr งเงื่อนไขใชสำหรับปองกันหรือรักษาปอดอักเสบที่เกิดจาก Pneumocystis jirovecii หลังจากการรักษาดวยยาSulfamethoxazole + Trimethoprim (Co-trimoxazole) และ Clindamycin + Primaquine แลวไมไดผลหรือไมสามารถทนตอยาได
495.5 Anthelmintics1. Albendazole tab, susp ก2. Diethylcarbamazine citrate tab ก3. Mebendazole tab, susp, susp (hosp) ก4. Niclosamide tab ก5. Praziquantel tab ก6. Ivermectinยากำพรา tab ขเงื่อนไขใชรักษาการติดเชื้อพยาธิสตรองจิลอยด (strongyloidiasis)หมายเหตุดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน 13.1.3 Parasiticidal preparations7. Ivermectinยากำพรา sterile sol งเงื่อนไขใชรักษาการติดเชื้อพยาธิสตรองจิลอยด (strongyloidiasis) ในผูที่รับประทานยารูปแบบเม็ดไมไดหมายเหตุดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน 13.1.3 Parasiticidal preparations5.6 Antiseptics1. Chlorhexidine gluconate sol (aqueous) (เฉพาะ 2%, 4% และ5%), sol/sol (hosp) (เฉพาะ 2%, 4%in 70% alcohol) กหมายเหตุChlorhexidine gluconate 5% เปนชนิดเขมขนที่ใชเตรียม Chlorhexidine แบบ freshly prepared2. Ethyl alcohol sol, sol (hosp), gel (hosp) ก3. Gentian violet sol (paint) ก4. Hydrogen peroxide sol ก5. Potassium permanganate pwdr (hosp) ก6. Povidone-iodine sol, sol (hosp) กกลุมยา 6 Endocrine system6.1 Drugs used in diabetes6.1.1 Insulins1. Biphasic isophane insulin(Soluble insulin + Isophane insulin) sterile susp ก
502. Isophane insulin (NPH; Isophane protamine insulin) sterile susp ก3. Soluble insulin (Neutral insulin; insulin injection) sterile sol ก4 Insulin aspart sterile sol งเงื่อนไข1. ใชเฉพาะผูปวยที่เกิด hypoglycemia บอยเมื่อใช conventional insulin2. ใชสำหรับควบคุมภาวะ postprandial hyperglycemia5. Insulin aspart + Insulin aspart protamine sterile susp (เฉพาะ 30% + 70%) งเงื่อนไขเชนเดียวกับ Insulin aspart6. Insulin lispro sterile sol งเงื่อนไข1. ใชเฉพาะผูปวยที่เกิด hypoglycemia บอยเมื่อใช conventional insulin2. ใชสำหรับควบคุมภาวะ postprandial hyperglycemia7. Insulin lispro + Insulin lispro protamine sterile susp (เฉพาะ 25% + 75%) งเงื่อนไขเชนเดียวกับ Insulin lispro8. Insulin glargine sterile sol (cartridge เฉ พ า ะ 1 0 0IU/ml) (3 mL), (pre-filled pen เฉพาะ100 IU/ml) (3 mL) งเงื่อนไข1. ใชสำหรับผูปวยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 โดยใชรวมกับ prandial insulin อยางนอย 2 ครั้งขึ้นไป2. สำหรับผูปวยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ใหใชเฉพาะผูปวยที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำอยางรุนแรง(severe hypoglycemia) จากการใช conventional insulinคำแนะนำผูปวยควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดดวยตนเองอยางสม่ำเสมอ เพื่อใหการใชยา insulin glargineเกิดประโยชนสูงสุดหมายเหตุยาฉีด Insulin glargine ความแรง 100 IU/ml ขนาด 3 ml รูปแบบ cartridge มีราคาต่ำสุดที่ตอรองไดหลอดละ 220 บาท (ราคารวมภาษีมูลคาเพิ่ม) และยาฉีด Insulin glargine ความแรง 100 IU/ml ขนาด 3 mlรูปแบบ pre-filled pen มีราคาต่ำสุดที่ตอรองไดดามละ 278.20 บาท (ราคารวมภาษีมูลคาเพิ่ม) กำหนดยืนราคา730 วัน นับจากวันที่ประกาศมีผลบังคับใช เงื่อนไข และรายละเอียดอื่น ๆ ใหดูตามแบบเสนอยาในเว็บไซตhttp://ndi.fda.moph.go.th/drug_national/6.1.2 Oral antidiabetic drugs1. Glibenclamide tab (เฉพาะ 2.5 และ 5 mg) กคำเตือนและขอควรระวังพึงระมัดระวังในผูปวยสูงอายุหรือผูปวยที่มีการทำงานของไตบกพรอง
512. Glipizide tab ก3. Metformin hydrochloride tab ก4. Pioglitazone hydrochloride tab (เฉพาะ 15 และ 30 mg) ขเงื่อนไขใชเปนยาทางเลือก ภายหลังการใชยา Metformin หรือยากลุม Sulfonylureasคำเตือนและขอควรระวัง1. หามใชยานี้ในผูที่มีหัวใจลมเหลวในระดับที่รุนแรง (NYHA ในระดับ 3 และ 4) ยานี้อาจทำใหเกิดภาวะหัวใจลมเหลว2. ไมควรใชยานี้ในผูปวยที่กำลังเปนมะเร็งกระเพาะปสสาวะ5. Repaglinide tab (เฉพาะ 0.5, 1 และ 2 mg) งเงื่อนไข1. ใชสำหรับลด postprandial hyperglycemia2. ใชในผูปวยที่มีความเสี่ยงตอ hypoglycemia สูง6.1.3 Treatment of hypoglycemia1. Diazoxideยากำพรา tab งเงื่อนไข1. ใชสำหรับ persistent hyperinsulinemic hypoglycemia of infancy (PHHI หรือ nesidioblastosis)2. ใชสำหรับ insulinoma ที่ผาตัดไมได2. Glucagon, humanยากำพรา sterile pwdr งเงื่อนไขใชในผูปวยเบาหวานชนิดที่ 1 ที่มีภาวะ hypoglycemia บอยครั้ง (มากกวา 2 ครั้ง/สัปดาห) หรือ เกิดภาวะsevere hypoglycemia หมายถึง hypoglycemia รุนแรงมากจนตองมาหองฉุกเฉิน หรือรับไวในโรงพยาบาลปละ 1 ครั้ง6.2 Thyroid and antithyroid drugs6.2.1 Thyroid hormones1. Levothyroxine sodium (L-thyroxine sodium) tab ก2. Liothyronine sodiumยากำพรา tab งเงื่อนไขใชแทน levothyroxine sodium ชั่วคราวระหวางรอทำ total body scan ในผูปวยมะเร็งตอมไทรอยด6.2.2 Antithyroid drugs1. Lugol's solution (Aqueous iodine oral solution,Strong iodine solution) oral sol (hosp) ก
522. Propylthiouracil tab ก3. Saturated solution of potassium iodide (SSKI) oral sol (hosp) ก4. Thiamazole (Methimazole) tab ก5. Octreotide acetate sterile pwdr (ชนิดออกฤทธิ์นานเฉพาะ 20 และ 30 mg/vial) จ(2)เงื่อนไขสำหรับผูปวย thyrotropin secreting pituitary adenoma โดยมีเงื่อนไขดังนี้1. การใชยากอนการผาตัดเพื่อใหฮอรโมนไทรอยดเขาสูภาวะปกติกอนการผาตัด หรือกรณีมีแนวโนมที่กอนจะไมสามารถผาออกไดหมด เชน มีการลามเขา cavernous sinus โดยมีระยะการใหยา 1-3 เดือน2. การใหยาระหวางรอการตอบสนองตอการรักษาดวยการฉายแสงหลังผาตัดในกรณีที่กอนไมสามารถผาตัดออกไดหมดโดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 36.3 Corticosteroids1. Dexamethasone cap/tab (as base), sterile sol(as sodium phosphate or acetate) ก2. Hydrocortisoneชนิดเม็ดเปนยากำพรา tab (as base), sterile pwdr(as sodium succinate), sterile susp(as acetate) ก3. Prednisolone cap, tab ก4. Fludrocortisone acetateยากำพรา tab ขเงื่อนไขใชสำหรับ replacement therapy ใน adrenocortical insufficiency5. Methylprednisolone sterile pwdr/sterile susp(as hemisuccinate or sodiumsuccinate or acetate) ค6. Triamcinolone acetonide sterile susp คคำเตือนและขอควรระวัง1. ควรระวังการฉีดในตำแหนงหรือรอยโรคที่มีการติดเชื้อหรือสงสัยวาจะมีการติดเชื้อ2. กรณีฉีดเขาขอ โดย2.1 ไมควรฉีดเขาขอใหญในคราวเดียวกันเกิน 2 ขอ ยกเวนผูปวยเด็กที่เปนโรคขออักเสบเรื้อรัง2.2 การฉีดยาซ้ำเขาขอเดียวกันควรเวนระยะหางอยางนอย 3 เดือน3. กรณีฉีดเขารอยโรค (intralesional injection) สำหรับโรคผิวหนัง ควรฉีดเขาในชั้นหนังแท หลีกเลี่ยงการฉีดเขาในชั้นหนังกำพราหรือไขมันใตผิวหนัง เพราะทำใหเกิดผลขางเคียง เชน ผิวหนังบาง เปนตน6.4 Sex hormones6.4.1 Female sex hormones
531. Conjugated estrogens tab ก2. Medroxyprogesterone acetate tab (เฉพาะ 2.5, 5 และ 10 mg) ก3. Norethisterone tab ก4. Estradiol (17β-estradiol) gel (เฉพาะ 0.06%) ข5. Estradiol valerate tab ข6. Hydroxyprogesterone caproate sterile oily sol for inj ข7. Conjugated estrogens sterile pwdr ค8. Micronized progesterone cap (เฉพาะ 100 mg และ 200 mg) งเงื่อนไข1. ใชปองกัน preterm birth ในหญิงตั้งครรภเดี่ยวที่มีประวัติการคลอดกอนกำหนด (หลัง 16 สัปดาห เปนตนไป)2. ใชปองกัน preterm birth ในหญิงตั้งครรภเดี่ยวที่มี short cervical length (transvaginal) นอยกวา 25 mm6.4.2 Male sex hormones and antagonists1. Testosterone enantate (Testosterone enanthate) sterile oily sol for inj ค2. Cyproterone acetate tab งเงื่อนไขใชในผูปวย moderate to severe hirsutism ที่มีขอหามใช หรือมีผลขางเคียงจากการใชยา combined oralcontraceptive หรือ spironolactoneคำเตือนและขอควรระวังอาการที่เกี่ยวของกับความเปนพิษของตับ (ดีซาน ตับอักเสบ ตับวาย) มักเกิดขึ้นหลังการใชยานี้ติดตอกันเปนเวลานานหลายเดือน ควรติดตามการทำงานของตับและพิจารณาหยุดยา หากพบหลักฐานการเกิดพิษตอตับ6.5 Hypothalamic and pituitary hormones6.5.1 Hypothalamic and anterior pituitary hormones1. Chorionic gonadotrophin(Human Chorionic Gonadotrophin ; HCG) sterile pwdr งเงื่อนไขใชสำหรับกระตุนการเคลื่อนตัวของอัณฑะ ในผูปวยเด็กที่มี undescended testis และใชทดสอบการทำงานของอัณฑะ (HCG test)2. Tetracosactide (Cosyntropin)ยากำพรา sterile pwdr งเงื่อนไขใชสำหรับวินิจฉัยโรคทางตอมไรทอ3. Octreotide acetate sterile pwdr (ชนิดออกฤทธิ์นานเฉพาะ 20 และ 30 mg/vial) จ(2)เงื่อนไขใชในผูปวย Acromegaly ที่ไดรับการรักษาโดยการผาตัดเนื้องอกหรือการฉายแสงแลว ระดับ Growth Hormone(GH) และ Insulin-like Growth Factor (IGF) ยังสูงอยู โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 3
544. Somatropin sterile sol, sterile pwdr จ(2)เงื่อนไขใชสำหรับผูปวย growth hormone deficiency ในทารกแรกเกิดหรือเด็กเล็ก อายุนอยกวา 2 ป รวมกับมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 35. Thyrotropin alfa sterile pwdr จ(2)เงื่อนไขใชสำห รับ differentiated thyroid cancer (papillary and/or follicular thyroid carcinoma) โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 36.5.2 Posterior pituitary hormones and antagonists1. Desmopressin acetate (DDAVP) tab, nasal sol (nasal drop/ nasal spray),sterile sol งเงื่อนไข1. ใชสำหรับ diabetes insipidus2. ชนิดเม็ดใชกับผูปวยที่ไมสามารถใชยาทางจมูกไดเทานั้น6.6 Drugs affecting bone metabolism1. Alendronate sodium tab (เฉพาะ 70 mg) งเงื่อนไขใชกับผูปวยโรคกระดูกพรุน ที่มีเงื่อนไขครบทุกขอดังนี้1. ผูหญิงอายุ 65 ปขึ้นไป ที่เคยมีประวัติกระดูกสะโพกหัก2. มีคา bone mineral density T score นอยกวาหรือเทากับ -2.53. ใหยาในแตละรอบเปนระยะเวลาไมเกิน 5 ป จากนั้นหยุดยาเปนระยะเวลาอยางนอย 5 ป2. Calcitonin-salmon sterile sol งเงื่อนไขใชกับผูปวย severe hypercalcemiaคำเตือนและขอควรระวังใชยานี้ในระยะเวลาสั้นที่สุด ในขนาดต่ำสุดที่มีประสิทธิผลการรักษาหมายเหตุ1. มีหลักฐานที่ เปน Randomize controlled trial หลายฉบั บที่แสดงวาผูปวยที่ ไดรับยา calcitoninชนิดรับประทานและชนิดพนจมูก มีความเสี่ยงตอการเกิดมะเร็งสูงกวากลุมที่ไดรับยาหลอก2. ยา calcitonin ชนิดพนจมูกมีขอมูลชัดเจนวารูปแบบดังกลาวมีความเสี่ยงตอการเกิดมะเร็ง และขอมูลดานประสิทธิภาพยังไมเพียงพอ จึงไมบรรจุอยูในบัญชียาหลักแหงชาติ3. Disodium pamidronate sterile pwdr, sterile sol งเงื่อนไขใชสำหรับ severe osteogenesis imperfecta ที่มีความเสี่ยงสูงตอการเกิดกระดูกหัก4. Zoledronic acid sterile sol (เฉพาะ 4 mg/5 ml) งเงื่อนไข1. ใชสำหรับภาวะ hypercalcemia ที่เกิดจากโรคมะเร็ง
552. ใชสำหรับปองกันโรคแทรกซอนทางกระดูกซึ่งมี osteolytic lesion จากภาพรังสี (plain X-ray หรือ CT scan)และเกิดจากโรคมะเร็งดังตอไปนี้2.1 โรคมะเร็ง multiple myeloma โดยให zoledronic acid เปนเวลาไมเกิน 2 ป2.2 โรคมะเร็งเตานม หรือมะเร็งตอมลูกหมากชนิดที่ดื้อตอฮอรโมน (castration resistant prostate cancer)โดยให zoledronic acid เปนเวลาไมเกิน 2 ป3. ใชสำหรับ severe osteogenesis imperfecta ที่มีความเสี่ยงสูงตอการเกิดกระดูกหักหมายเหตุใหหยุดยาเมื่อไมมีการรักษาที่จำเพาะสำหรับโรคมะเร็ง6.7 Other endocrine drugs6.7.1 Bromocriptine and other dopaminergic drugs1. Bromocriptine mesilate tab คเงื่อนไขใชสำหรับ prolactinoma , acromegaly, amenorrhea ทั้งที่มีและไมมี galactorrhea6.7.2 Drugs affecting gonadotrophins1. Leuprorelin acetate sterile pwdr (เฉพาะ 11.25 mg) จ(2)เงื่อนไขใชสำหรับภาวะ central (gonadotrophin dependent) precocious puberty โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 3หมายเหตุยาฉีด Leuprorelin acetate ขนาด 11.25 mg ที่ตอรองไดเข็มละไมเกิน 7,000 บาท (ราคารวมภาษีมูลคาเพิ่ม) กำหนดยืนราคา 730 วัน นับจากวันที่ประกาศมีผลบังคับใช เงื่อนไข และรายละเอียดอื่น ๆใหดูตามแบบเสนอยาในเว็บไซต http://ndi.fda.moph.go.th/drug_national/2. Triptorelin pamoate sterile pwdr (เฉพาะ 11.25 mg) จ(2)เงื่อนไขใชสำหรับภาวะ central (gonadotrophin dependent) precocious puberty โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 3หมายเหตุยาฉีด Triptorelin pamoate ขนาด 11.25 mg ที่ตอรองไดไวแอลละไมเกิน 7,000 บาท (ราคารวมภาษีมูลคาเพิ่ม) กำหนดยืนราคา 730 วัน นับจากวันที่ประกาศมีผลบังคับใช เงื่อนไข และรายละเอียดอื่น ๆ ใหดูตามแบบเสนอยาในเว็บไซต http://ndi.fda.moph.go.th/drug_national/6.7.3 Drugs used in endogenous glucocorticoid and androgen overproduction1. Ketoconazole tab งเงื่อนไข1. ใชสำหรับ Cushing’s syndrome ที่รอการผาตัด หรือไมตอบสนองตอการผาตัด และ/หรือ การฉายแสง2. ใชสำหรับรักษาภาวะ androgen overproduction ในกรณี testotoxicosis
56หมายเหตุสำหรับมะเร็งตอมลูกหมากชนิด castration resistance ดูขอ 8.3.2 Prostate cancerกลุมยา 7 Obstetrics, gynaecology and urinary-tract disorders7.1 Drugs used in obstetrics7.1.1 Prostaglandins, prostaglandins antagonists and oxytocics1. Methylergometrine maleate sterile sol ก2. Misoprostol + Mifepristone tab (200 mcg + 200 mgชนิด combination pack) กเงื่อนไขใชสำหรับการยุติการตั้งครรภตามพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2564มาตรา 301 และ 3053. Oxytocin sterile sol ก4. Alprostadil sterile sol (เฉพาะ 0.5 mg/ml) งเงื่อนไขใชกับผูปวยโรคหัวใจแตกำเนิดที่ตองพึ่ง ductus arteriosus5. Indometacin sodiumยากำพรา sterile pwdr งเงื่อนไขใชกับผูปวยเด็กเพื่อปด patent ductus arteriosus6. Sulprostone sterile pwdr งเงื่อนไขใชชวยชีวิตผูปวย severe post-partum hemorrhage7.1.2 Myometrial relaxants1. Terbutaline sulfate tab, sterile sol ก7.2 Treatment of vaginal and vulval conditions1. Clotrimazole vaginal tab ก2. Nystatin vaginal tab ก3. Conjugated estrogens vaginal cream ข7.3 Contraceptives1. Etonogestrel implant 1 rod (68 mg/rod) ก2. Ethinylestradiol + Levonorgestrel tab (เฉพาะ 30 + 150 mcg) ก
573. Levonorgestrel tab (เฉพาะ 750 mcg), implant2 rods (75 mg/rod) กเงื่อนไขLevonorgestrel รูปแบบยาเม็ดใชสำหรับคุมกำเนิดกรณีฉุกเฉินเทานั้น4. Medroxyprogesterone acetate sterile susp ก5. Ethinylestradiol + Desogestrel tab (เฉพาะ 20 + 150 mcg) ข6. Lynestrenol tab (เฉพาะ 0.5 mg) ข7.4 Drugs for genito-urinary disorders7.4.1 Drugs for benign prostatic hyperplasia1. Doxazosin mesilate immediate release tab(เฉพาะ 2 และ 4 mg) ค2. Alfuzosin hydrochloride SR tab (เฉพาะ 10 mg) งเงื่อนไขใชกับผูปวยโรคตอมลูกหมากโตที่ไมตอบสนองตอการรักษา หรือ ไมสามารถทนตออาการไมพึงประสงคจากการรักษาดวยยากลุม non-uroselective alpha-1 adrenergic blockers3. Finasteride tab (เฉพาะ 5 mg) งเงื่อนไขใชกับผูปวยโรคตอมลูกหมากโตที่มีอาการผิดปกติในการปสสาวะระดับปานกลางถึงรุนแรง และมีขนาดของตอมลูกหมากมากกวา 40 ml หรือมีระดับ prostate specific antigen (PSA) concentrations มากกวา 1.4 ng/mlหมายเหตุfinasteride ขนาด 1 mg ที่ใชรักษาศีรษะลานไมจัดเปนยาในบัญชียาหลักแหงชาติ7.4.2 Drugs for urinary frequency enuresis, and incontinence1. Oxybutynin hydrochloride immediate release tab คเงื่อนไข1. ใชสำหรับ neurogenic bladder ในผูปวยเด็กตั้งแตแรกเกิด (newborn)2. ใชใน overactive bladder (OAB) ในผูปวยเด็กตั้งแต 5 ปขึ้นไป3. ไมใชสำหรับ nocturnal enuresis (ปสสาวะรดที่นอนในเด็ก)2. Trospium chloride immediate release tab (เฉพาะ 20 mg) คเงื่อนไขใชใน overactive bladder (OAB) และ urinary incontinence ในผูใหญ ยกเวน stress incontinence7.4.3 Drugs used in alkalinisation of urine1. Potassium citrate oral sol (hosp),dry pwdr for oral sol (hosp) ก
582. Sodium citrate + Citric acid (Shohl’s solution) oral sol (hosp) ก3. Sodium citrate + Potassium citrate oral sol (hosp) กกลุมยา 8 Malignant disease and immunosuppression8.1 Cytotoxic drugs8.1.1 Alkylating drugs1. Busulfan tab ค2. Chlorambucil tab คเงื่อนไขสำหรับโรคไตใหใชกรณี idiopathic membranous glomerulonephritis3. Cyclophosphamide tab, sterile pwdr ค4. Melphalan tab ค5. Carmustineยากำพรา sterile pwdr งเงื่อนไขใชเป น conditioning regimen ใน การรักษ า Hodgkin’s และ non-Hodgkin’s lymphoma ดวยวิธีhematopoietic stem cell transplantation6. Ifosfamide sterile pwdr งเงื่อนไข1. ใชเปน second-line treatment สำหรับ lymphoma ชนิด relapse หรือ refractory2. ใชกับผูปวยที่เปน sarcoma3. ใชสำหรับ Wilms’ tumor และ neuroblastoma4. ใชสำหรับ germ cell tumor7. Procarbazine hydrochlorideยากำพรา cap, tab งเงื่อนไข1. ใชเปน adjuvant หรือ neo-adjuvant therapy สำหรับ anaplastic oligodendroglioma2. ใชสำหรับ recurrent anaplastic oligodendroglioma3. ใชสำหรับ Hodgkin’s lymphoma8.1.2 Cytotoxic antibiotics1. Bleomycin sterile pwdr(as sulfate or as hydrochloride) ค2. Dactinomycin sterile pwdr ค
593. Doxorubicin hydrochloride sterile pwdr, sterile susp, sterile sol คเงื่อนไขไมใชกับผูปวยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และผูปวยที่มี cardiomyopathy ที่มี left ventricular ejectionfraction นอยกวา 50%4. Idarubicin hydrochloride sterile pwdr, sterile sol งเงื่อนไขใชกับผูปวย acute myeloid leukemia5. Mitomycin sterile pwdr, sterile sol งเงื่อนไข1. ใชเปน alternative drug ของ BCG สำหรับมะเร็งกระเพาะปสสาวะชนิด superficial bladder cancer2. ใชรักษามะเร็งตับโดยการฉีดเขาหลอดเลือดแดงเฉพาะที่ในการทำ transarterial chemo embolization (TACE)3. ใชรักษามะเร็งทวารหนัก (anal canal) โดยใชรวมกับรังสีรักษา6. Mitoxantrone hydrochloride sterile pwdr, sterile sol งเงื่อนไข1. ใชสำหรับ acute myeloid leukemia และมะเร็งตอมน้ำเหลือง2. ใชกับผูปวยเด็กที่เปน relapsed/refractory acute lymphoblastic leukemia (ALL)8.1.3 Antimetabolites1. Cytarabine sterile pwdr, sterile sol ค2. Fluorouracil (5-FU) sterile sol ค3. Mercaptopurine (6-MP) tab ค4. Methotrexate tab (as base or sodium),sterile pwdr / sterile sol (as sodium) ค5. Capecitabine tab งเงื่อนไข1. ใชสำหรับ advanced breast cancer โดยใชเปน second หรือ third-line drug หลังการใช anthracyclineและ/หรือ taxane มาแลว2. ใชรวมกับรังสีรักษาในการรักษาเสริม กอน หรือ หลัง การผาตัดในมะเร็งลำไสใหญสวนปลาย3. ใชเปนการรักษาเสริมหลังการผาตัดมะเร็งลำไสใหญ stage II-III3.1 ใชเปนยาเดี่ยวใน colorectal cancer stage II-III หรือ3.2 ใชรวมกับ oxaliplatin ใน stage III colorectal cancer ในผูปวยที่มี Eastern Co-operative OncologyGroup (ECOG) performance status ตั้งแต 0-14. ใชรวมกับ oxaliplatin ในผูปวย advanced colorectal cancer (CRC)5. ใชเปนการรักษาเสริมหลังผาตัดแบบ D2 lymphadenectomy ในผูปวยมะเร็งกระเพาะอาหาร pathologicalstage II-III โดยใชรวมกับยา oxaliplatin6. ใชเปนการรักษาเสริมหลังการผาตัดมะเร็งเตานมระยะแรกชนิด triple negative ในผูปวยที่มีรอยโรคทางพยาธิวิทยาหลงเหลือ (residual tumor) ภายหลังไดรับ neoadjuvant chemotherapy ที่มียา anthracyclineและ taxane
607. ใชเปนการรักษาเสริมหลังผาตัด (adjuvant therapy) ในผูปวยโรคมะเร็งทอน้ำดี (Cholangiocarcinoma)และมะเร็งถุงน้ำดี (Gallbladder Cancer) โดยใหยาไมเกิน 8 cycles (1 คอรส ของการรักษา)หมายเหตุแนวทางการรักษาโรคมะเร็งลำไสใหญและมะเร็งลำไสสวนตรง (colorectal cancer) ดวยยาเคมีบำบัด 5-FU,leucovorin, capecitabine, oxaliplatin และ irinotecan มีรายละเอียดสรุปไดดังนี้1. กรณี adjuvant chemotherapy for colorectal cancer stage II & III (stage II and III poorperformance status)1.1 Stage II high risk- fluoropyrimidine monotherapy (5-FU + leucovorin, or capecitabine) 6 เดือน1.2 Stage III low risk (T1-3 และ N1)- fluoropyrimidine monotherapy (5-FU + leucovorin, or capecitabine) 6 เดือน หรือ- XELOX (CapeOx) เปนระยะเวลา 4 cycles หรือ- FOLFOX เปนระยะเวลา 12 cycles1.3 Stage III high risk T4 or N2- fluoropyrimidine monotherapy (5-FU + leucovorin, or capecitabine) 6 เดือน หรือ- XELOX (CapeOx) เปนระยะเวลา 8 cycles หรือ- FOLFOX เปนระยะเวลา 12 cycles (6 เดือน)2. กรณี concurrent chemoradiotherapy in rectal cancer- capecitabine 825 mg/m2 PO twice daily x 5 days/week + XRT x 5 weeks หรือ- 5-FU 400 mg/m2 IV Bolus + leucovorin 20 mg/m2 day 1-4 ทุก 28 วัน (2 cycles)3. กรณี advanced colorectal cancer- fluoropyrimidine monotherapy (5-FU + leucovorin, or capecitabine) 6 เดือน หรือ- XELOX (CapeOx) เปนระยะเวลา 8 cycles หรือ- FOLFOX เปนระยะเวลา 12 cycles หรือ- FOLFIRI เปนระยะเวลา 12 cycles เมื่อไมตอบตอบสนองตอยาขนานแรก6. Fludarabine phosphate sterile pwdr (เฉพาะ 50 mg) งเงื่อนไขใชเปน first line หรือ second line treatment ใน B-cell chronic lymphocytic leukemia7. Gemcitabine hydrochloride sterile pwdr งเงื่อนไข1. ใชสำหรับ advanced pancreatic cancer2. ใชสำหรับ advanced non-small cell lung cancer3. ใชสำหรับ advanced bladder cancer4. ใชเปน second-line หรือ subsequent line ใน advanced ovarian cancer ที่ดื้อตอยาในกลุม taxane5. ใชรวมกับ cisplatin สำหรับ locally advanced and metastatic cholangiocarcinoma6. ใชสำหรับรักษามะเร็งหลังโพรงจมูกระยะลุกลามเฉพาะที่ (locally advanced stage: stage III, IVa และ IVbที่มีการกระจายไปที่ตอมน้ำเหลือง) โดยใชรวมกับ cisplatin เปนยาเสริมกอน (induction chemotherapy)การใหรังสีรักษารวมกับยาเคมีบำบัด (concurrent chemoradiation)7. ใชสำหรับรักษามะเร็งหลังโพรงจมูกระยะแพรกระจาย หรือกลับเปนซ้ำ โดยใชเปนยาขนานแรกรวมกับ cisplatin
618. Oxaliplatin sterile pwdr, sterile sol งเงื่อนไข1. ใชในการรักษา colorectal cancer stage III-IV โดยใชรวมกับ 5-FU + leucovorin based- regimen หรือcapecitabine ใน ค น ไข ที่ มี Eastern Co-operative Oncology Group (ECOG) performance statusตั้งแต 0 – 12. ใชรักษาเสริมหลังผาตัดแบบ D2 lymphadenectomy ในผูปวยมะเร็งกระเพาะอาหาร ที่มี pathologicalstage II-III โดยใชรวมกับยา capecitabine3. ใชรักษาผูปวยมะเร็งกระเพาะอาหารระยะแพรกระจายหรือโรคกลับเปนซ้ำที่ผาตัดไมได (ระยะที่ IV) และสภาพรางกายแข็งแรง (ECOG PS 0-2) โดยใหเปนยาขนานแรก และใชรวมกับยากลุม fluoropyrimidineหมายเหตุ1. มีขอมูลไมเพียงพอที่จะสรุปวายาสูตร FOLFOX มีประสิทธิผลในการเพิ่มระยะเวลาการรอดชีพ (survivalbenefit) ในผูปวยมะเร็งลำไสใหญและไสตรงระยะที่ 3 ที่มีอายุมากกวา 75 ป2. กรณีใชรวมกับยา capecitabine ใหดูหมายเหตุยา capecitabine9. Tioguanine (6-TG) tab งเงื่อนไขใชสำหรับ chronic myeloid leukemia, acute lymphoblastic leukemia และ acute myeloid leukemia8.1.4 Vinca alkaloids and etoposide1. Etoposide cap (as base), sterile sol (as base) ค2. Vinblastine sulfate sterile pwdr, sterile sol ค3. Vincristine sulfate sterile pwdr, sterile sol ค4. Vinorelbine tartrate sterile sol (เฉพาะ 10 mg/ml) งเงื่อนไขใชเปน adjuvant therapy ใน non-small cell lung cancer stage II-IIIA8.1.5 Other antineoplastic drugs1. Asparaginase sterile pwdr ค2. Calcium folinate (Leucovorin calcium) cap, tab, sterile pwdr, sterile sol คหมายเหตุกรณีใชรักษาโรคมะเร็งลำไสใหญและมะเร็งลำไสสวนตรง ใหดูหมายเหตุยา capecitabine3. Cisplatin sterile pwdr, sterile sol ค4. Carboplatin sterile pwdr, sterile sol ค5. Hydroxycarbamide (Hydroxyurea) cap ค6. Arsenic trioxideยากำพรา sterile sol, sterile sol (hosp) งเงื่อนไขใชสำหรับ relapsed หรือ resistant acute promyelocytic leukemia (APL)
627. Dacarbazineยากำพรา sterile pwdr งเงื่อนไขใชสำหรับ Hodgkin’s lymphoma ในสูตรยาเคมีบำบัด ABVD8. Docetaxel sterile sol งเงื่อนไข1. ใชรวมกับ cyclophosphamide ในการรักษาเสริมสำหรับผูปวยโรคมะเร็งเตานมระยะเริ่มตนที่มีปญหาโรคหัวใจ หรือ เคยไดรับยา doxorubicin แลว2. ใชกับผูปวยโรคมะเร็งเตานมระยะลุกลามหลังจากไดรับ doxorubicin และ paclitaxel แลว หรือ มีปญหาโรคหัวใจ3. ใชเปน second-line drug สำหรับโรคมะเร็งปอด ชนิด non-small cell ระยะลุกลาม4. ใชสำหรับมะเร็งตอมลูกหมากระยะแพรกระจาย9. Irinotecan hydrochloride sterile sol (เฉพาะ 20 mg/ml) (2 ml,5 ml) งเงื่อนไขใชสำหรับรักษา metastatic colorectal cancer โดยใชรวมกับ 5-FU + leucovorinหมายเหตุกรณีใชรักษาโรคมะเร็งลำไสใหญและมะเร็งลำไสสวนตรง ใหดูหมายเหตุยา capecitabine10. Mitotaneยากำพรา tab (เฉพาะ 500 mg) งเงื่อนไข1. ใชสำหรับ adrenocortical carcinoma ที่ไมสามารถผาตัดได2. ใชสำหรับ adrenocortical carcinoma ระยะแพรกระจาย11. Tretinoin (all-trans-Retinoic acid) cap งเงื่อนไขใชรักษาโรค acute myeloid leukemia ชนิด M3 (acute promyelocytic leukemia) ที่ไดรับการตรวจchromosome หรือ PML/RARA โดยจะตองหยุดใชยาเมื่อผลการตรวจ chromosome ไมยืนยันวาพบt (15;17) หรือ PML/RARA เปนลบ12. Paclitaxel sterile sol งเงื่อนไข1. ใชสำหรับ advanced breast cancer ที่ไดรับ anthracycline มาแลว หรือไมสามารถให anthracycline ได2. ใชเปน adjuvant treatment สำหรับ high risk, node positive breast cancer3. ใชสำหรับมะเร็งรังไข4. ใชสำหรับ advanced non-small cell lung cancer5. ใชสำหรับ AIDS-related Kaposi’s sarcoma6. ใชเปน second line treatment ใน nasopharyngeal cancer ระยะแพรกระจายหรือกลับเปนซ้ำ7. ใชสำหรับ esophageal cancer8. ใชเปน first line treatment ในการรักษา advanced cervical cancer9. ใชสำหรับ malignant melanoma
6313. Topotecan sterile pwdr งเงื่อนไข1. ใชกับผูปวย neuroblastoma ที่มีความเสี่ยงสูง2. ใชโดยแพทยผูเชี่ยวชาญดานโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก14. Bortezomib sterile pwdr (เฉพาะ 3.5 mg) จ(2)เงื่อนไขใชสำหรับ multiple myeloma ในผูปวย transplant candidate โดยใชเปน first-line treatment โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 3หมายเหตุยาฉีด bortezomib ขนาด 3.5 mg มีราคาต่ำสุดที่ตอรองไดไวแอลละ 3,745 บาท (ราคารวมภาษีมูลคาเพิ่ม)กำหนดยืนราคา 730 วัน นับจากวันที่ประกาศมีผลบังคับใช เงื่อนไข และรายละเอียดอื่น ๆ ใหดูตามแบบเสนอยาในเว็บไซต http://ndi.fda.moph.go.th/drug_national/15. Erlotinib tab (เฉพาะ 150 mg) จ(2)เงื่อนไขใชเปน first-line drug สำหรับโรคมะเร็งปอด ชนิด non-small cell lung carcinoma (NSCLC) ระยะลุกลามถึงแพรกระจายที่มีผลตรวจการกลายพันธุของยีน Epidermal growth factor receptor (EGFR) เปนบวก โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 316. Imatinib mesylate tab (เฉพาะ 100 และ 400 mg) จ(2)เงื่อนไข1. ใชสำหรับ chronic myeloid leukemia (CML) โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 32. ใชสำหรับ gastrointestinal stromal tumors (GISTs) ระยะลุกลามหรือมีการกระจายของโรค โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 33. ใชเปน first-line treatment สำหรับ Philadelphia chromosome positive acute lymphoblastic leukemia(Ph + ALL) โดยใชรวมกับยาเคมีบำบัด โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 317. Nilotinib hydrochloride cap (เฉพาะ 200 mg) จ(2)เงื่อนไขใชเปน second-line treatment สำหรับ chronic myeloid leukemia (CML) ที่ไมสามารถใช imatinib ไดโดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 318. Dasatinib tab (เฉพาะ 50 mg และ 70 mg) จ(2)เงื่อนไข1. ใชสำหรับ chronic myeloid leukemia (CML) ที่ไมสามารถใช imatinib หรือ nilotinib ได โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 32. ใชเปน second-line treatment สำหรับ Philadelphia chromosome positive acute lymphoblasticleukemia (Ph + ALL) ที่ไมสามารถใชยา imatinib ได โดยใชรวมกับยาเคมีบำบัด โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 3
6419. Rituximab sterile sol จ(2)เงื่อนไข1. ใชสำหรับ non-Hodgkin lymphoma ชนิด Diffused Large B-Cell Lymphoma (DLBCL) ในเด็กและผูใหญ โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 32. ใชในการรักษา non-Hodgkin lymphoma ชนิด advanced follicular lymphoma โดยใชรวมกับยาเคมีบําบัดสูตร R-CHOP และ R-CVP โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแหงชาติ สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน และกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ประกาศกำหนดหมายเหตุการจัดหายาฉีด Rituximab เงื่อนไขใชในการรักษา non-Hodgkin lymphoma ชนิด advanced follicularlymphoma โดยใชรวมกับยาเคมีบําบัดสูตร R-CHOP และ R-CVP เปนไปตามที่กองทุนในระบบประกันสุขภาพกำหนด19. Trastuzumab sterile pwdr(เฉพาะ 150 mg และ 440 mg) จ(2)เงื่อนไขใชกับผูปวยโรคมะเร็งเตานมระยะเริ่มตน (early stage breast cancer) โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 38.2 Drugs affecting the immune response1. Dexamethasone cap (as base), tab (as base), sterile sol(as sodium phosphate or acetate) ก2. Prednisolone cap, tab ก3. Azathioprine tab ค4. Ciclosporin (Cyclosporin) cap, oral sol, oral susp, sterile sol ค5. Methylprednisolone sterile pwdr/ sterile susp ( ashemisuccinate or sodium succinateor acetate) ค6. Antithymocyte immunoglobulin, rabbit (ATG) sterile pwdr, sterile sol งเงื่อนไข1. ใชในระยะ induction สำหรับผูปวยที่ไดรับการปลูกถายไตที่มีระดับความเสี่ยงปานกลางขึ้นไป ตอการเกิดacute allograft rejection2. ใชรักษาระยะ induction ในผูปวยที่มีความเสี่ยงสูงตอการเกิด acute allograft rejection ใน solid organtransplantation ที่ไมใชการปลูกถายไต3. ใชรักษาภาวะ acute allograft rejection เฉพาะ solid organ transplantation ที่ไมตอบสนองตอ pulsemethylprednisolone หรือที่มีพยาธิสภาพรุนแรง4. ใชรักษาระยะ induction ในผูปวยปลูกถายหัวใจที่ไมสามารถใช basiliximab ได หรือ ผูปวยปลูกถายไต-หัวใจ(heart-kidney transplantation)
65หมายเหตุจัดเปนบัญชี จ(2) เมื่อใชสำหรับ severe aplastic anemia ดูขอ 9.1.2 Drugs used in hypoplastic,hemolytic and renal anemias7. Basiliximab sterile pwdr งเงื่อนไข1. ใชรักษาระยะ induction ในผูปวยปลูกถายไตที่มีความเสี่ยงต่ำ (Low Risk: LR) ขึ้นไป2. ใชรักษาระยะ induction ในผูปวยปลูกถายตับที่มีปญหาไตรวมดวย หรือมีความเสี่ยงของการเกิดปญหาไตขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้2.1 ผูปวยที่มีภาวะ hepatorenal syndrome2.2 ผูปวยที่มีภาวะไตวายเฉียบพลันกอนผาตัด2.3 ผูปวย CKD stage III ขึ้นไป หรือ CKD stage II with acute kidney injury2.4 ภาวะอื่น ๆ ไดแก massive blood loss (มากกวา 1 blood volume), prolonged hypotension (หรือshock มากกวา 3 ชั่วโมง), fulminant /subfulminant hepatic failure , impending primary graftnon-function ( AST/ALT> 2,000 IU/L ภายใน 24 ชั่วโมงแรกของการผาตัด)3. ใชรักษาระยะ induction ในผูปวยปลูกถายหัวใจ ยกเวนในผูปวยปลูกถายไตหัวใจ (Heart-KidneyTransplantation)8. Mycophenolate mofetil cap, tab งเงื่อนไข1. ใชกับผูปวยปลูกถายตับในระยะ maintenance therapy2. กรณีผูปวยไตมีเงื่อนไข คือ2.1 ใชเปน alternative drug ในกรณีผูปวยปลูกถายไตในระยะ maintenance therapy2.2 ใชเปน alternative drug ในกรณีผูปวย severe lupus nephritis (class III-IV) ในกรณี ดังนี้2.2.1 ระยะ induction therapy* ในกรณีดังนี้2.2.1.1 กรณีที่ใช Intravenous cyclophosphamide (IVCY) อยางนอย 6 เดือนแลวไมไดผล และไมสามารถทำใหเกิด remission** ได หรือ2.2.1.2 กรณีที่เคยไดรับ Intravenous cyclophosphamide (IVCY) ครบ 1 course แลว และมี active lupus nephritis ซ้ำอีก หรือ2.2.1.3 กรณีผูปวยไมสามารถรับ Intravenous cyclophosphamide (IVCY) ได2.2.2 ในระยะ maintenance therapy ที่ใช Azathioprine ไมไดหรือใชแลวไมไดผล3. ใชกับผูปวยปลูกถายหัวใจในระยะ maintenance therapy4. ใชสำหรับผูปวย Neuromyelitis optica spectrum disorder (NMOSD) ในกรณีดังนี้4.1 ใชยา prednisolone รวมกับยา azathioprine แลวยังไมสามารถปองกันการกลับเปนซ้ำของโรคไดหลังจากไดยาในปริมาณที่เหมาะสม prednisolone (10-20 mg/day) รวมกับ azathioprine (2-3 mg/kg/day)เปนเวลา 6 เดือน4.2 ผูปวยมีขอหามใชยา prednisolone หรือ azathioprine เพียงขอใดขอหนึ่ง ดังนี้4.2.1.มีภาวะตับอักเสบที่มีคาเอนไซมของตับ (AST และ ALT) เพิ่มมากกวาคาปกติ 5 เทา4.2.2.มีภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำกวา 3,000 cells/μl หรือ มีปริมาณนิวโทรฟลนอยกวา 1,000 cells/μl
664.2.3.มีอาการแพยา เชน มีผื่นแพยาจากยา azathioprine หรือมีภาวะอื่นๆ ที่ไมสามารถใชยาprednisolone ได เชน มีภาวะน้ำตาลสูงที่ไมสามารถควบคุมได หรือ กระดูกพรุนอยางรุนแรง หรือภาวะ avascular necrosis หรือ ภาวะตอหินจากยา หรือมีความผิดปกติทางเมตาบอลิซึมอื่นๆที่สงผลตอภาวะทุพพลภาพของผูปวยได5. ใชสำหรับรักษาภาวะ systemic sclerosis-associated interstitial lung disease (SSc-ILD) ที่ไมตอบสนองหลังไดรับยา cyclophosphamide ภายในระยะเวลา 6 เดือน หรือมีขอหามหรือไมสามารถทนตออาการขางเคียงจากการใชยา cyclophosphamide โดยมีการติดตามประเมินผลนาน 1 ปหลังไดรับยาหมายเหตุ1. *ระยะ induction therapy ควรทำ kidney biopsy เพื่อยืนยันการวินิจฉัย2. **remission ของ severe lupus nephritis (class III-IV) หมายถึง การมีระดับ serum creatinine ลดลงและมีปริมาณโปรตีนในปสสาวะนอยกวา 1 กรัมตอวันรวมกับไมมีการกำเริบนอกไต3. ผูปวยไมตอบสนองหลังไดรับยา cyclophosphamide ตองมีลักษณะทางคลินิกแยลงโดยไมมีสาเหตุ/ภาวะอื่นรวมกับการตรวจพบตอไปนี้อยางใดอยางหนึ่ง ดังนี้3.1 FVC ลดลงจากเดิม ≥ 10% (ที่ไมไดเกิดจาก severe myositis) หรือ3.2 FVC ลดลง 5-10% รวมกับ DLco ลดลง > 15% หรือ oxygen desaturation ลดลงจาก baseline≥3%หรือ HRCT มีลักษณะที่บงบอกวามีการอักเสบเพิ่มขึ้น4. ผูปวยมีขอหามตอการใชยา cyclophosphamide ดังนี้4.1 มีภาวะ hypersensitivity ตอยา cyclophosphamide หรือ4.2 ผูปวยตั้งครรภหรือใหนมบุตร หรือ4.3 ผูปวยมีการติดเชื้อรุนแรงหรือเรื้อรังที่ยังไมไดรับการรักษา หรือ4.4 ผูปวยมีการกีดขวางหรือการอุดตันของทางเดินปสสาวะ (urinary outflow obstruction) หรือ4.5 ขนาดยา Cyclophosphamide ที่ไดรับสะสมมากกวา 36 กรัม5. ผูปวยไมสามารถทนตออาการขางเคียงจากการใชยา cyclophosphamide ดังนี้5.1 ภาวะติดเชื้อรุนแรง (severe infection) หรือ5.2 คลื่นไสอาเจียนรุนแรง แมวาจะไดรับยาลดอาการอาเจียนอยางเต็มที่แลว หรือ5.3 มะเร็งกระเพาะปสสาวะ (bladder cancer) หรือ5.4 absolute neutrophil count < 1500/mm3 หรือ5.5 severe hemorrhagic cystitis6. ยาเม็ด Mycophenolate mofetil ขนาด 250 mg มีราคาต่ำสุดที่ตอรองไดเม็ดละ 12 บาท (ราคารวมภาษีมูลคาเพิ่ม) และยาเม็ด Mycophenolate mofetil ขนาด 500 mg มีราคาต่ำสุดที่ตอรองไดเม็ดละ 20 บาท(ราคารวมภาษีมูลคาเพิ่ม) กำหนดยืนราคา 730 วัน นับจากวันที่ 4 กันยายน 2565 เงื่อนไข และรายละเอียดอื่น ๆใหดูตามแบบเสนอยาในเว็บไซต http://ndi.fda.moph.go.th/drug_national/9. Tacrolimus cap, sterile sol (concentrate forinfusion) งเงื่อนไข1. ใชกับผูปวยปลูกถายไตในระยะ maintenance therapy ที่อยูในกลุมที่มีความเสี่ยงปานกลาง (MR) ขึ้นไป2. ใชกับผูปวยปลูกถายไต หลังเกิดภาวะ acute rejection โดยเลือกใชเปนตัวแรกเฉพาะผูปวยที่มีความเสี่ยงปานกลาง (MR) ขึ้นไป3. ใชกับผูปวยปลูกถายตับในระยะ maintenance therapy
6710. Sirolimus (Rapamycin) oral sol (เฉพาะ 1 mg/ml),tab (เฉพาะ 1 mg) งเงื่อนไข1. ใชกับผูปวยปลูกถายไตในระยะ maintenance therapy ที่มีเงื่อนไขขอใดขอหนึ่ง ดังตอไปนี้1.1 ตองการหลีกเลี่ยงพิษตอไต หรือผลขางเคียงอื่น ๆ จากยา cyclosporin หรือ tacrolimus1.2 ติดเชื้อ เชน CMV (Cytomegalovirus) หรือ BKV (BK virus) ภายหลังจากการปลูกถายไต1.3 ตรวจพบ หรือมีความเสี่ยงสูง ในการเกิดมะเร็งภายหลังจากการปลูกถายไต2. ใชกับผูปวยปลูกถายหัวใจที่มีภาวะไตวายที่มีคา eGFR (CKD-EPI formula) ในชวง 30-50 ml/min/1.73 m23. ใชกับผูปวยปลูกถายตับที่เคยไดรับยา sirolimus มากอนและไมมีปญหาการตอบสนองตอยา11. Everolimus tab (เฉพาะ 0.25 mg และ 0.5 mg) งเงื่อนไข1. ใชกับผูปวยปลูกถายตับระยะ maintenance therapy รวมกับยา tacrolimus เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซอนจากการใชยา tacrolimus ในขนาดสูงและเกิดผลขางเคียงจากการใชยา mycophenolate mofetil ไดแกปวดทอง ทองเสียเรื้อรัง (มากกวา 2 สัปดาห) ภาวะกดไขกระดูก2. ใชกับผูปวยปลูกถายหัวใจ ที่มีภาวะดังตอไปนี้2.1 ภาวะ cardiac allograft vasculopathy ที่ ยืน ยันโดย coronary angiogram ห รือ intravascularultrasound (IVUS) และ/หรือ2.2 ภาวะไตวายที่มีคา eGFR (CKD-EPI formula) นอยกวา 30 ml/min/1.73 m212. BCG (Bacillus Calmette-Guérin) freeze-dried pwdr for bladderinstillation งเงื่อนไขใชสำหรับมะเร็งกระเพาะปสสาวะชนิด superficial bladder cancer13. Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG) sterile pwdr, sterile sol จ(2)เงื่อนไข1. ใชสำหรับโรคคาวาซากิระยะเฉียบพลัน (acute phase of Kawasaki disease) โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 32. ใชสำหรับโรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิ (primary immunodeficiency diseases) โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 33. ใชสำหรับโรค immune thrombocytopenia ชนิดรุนแรง โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 34. ใชสำหรับ autoimmune hemolytic anemia (AIHA) ที่ไมตอบสนองตอการรักษาตามขั้นตอนของมาตรฐานการรักษาและมีอาการรุนแรงที่อาจเปนอันตรายถึงแกชีวิต โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 35. ใชสำหรับโรค Guillain–Barré syndrome ที่มีอาการรุนแรง โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 36. ใชสำหรับโรคกลามเนื้อออนแรงชนิดรายระยะวิกฤต (myasthenia gravis, acute exacerbation หรือmyasthenic crisis) โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 37. ใชสำหรับโรค pemphigus vulgaris ที่มีอาการรุนแรง และไมตอบสนองตอการรักษาดวยยามาตรฐานโดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 3
688. ใชสำหรับ hemophagocytic lymphohistiocytosis (HLH) โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 39. ใชเปน second-line treatment สำหรับ dermatomyositis โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 310. ใชสำหรับโรค Chronic Inflammatory Demyelinating Polyradiculoneuropathy (CIDP) โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 311. ใชสำหรับโรค multifocal motor neuropathy with conduction block โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 312. ใชสำหรับโรคสมองอักเสบจากภูมิคุมกันผิดปกติ (autoimmune encephalitis) โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแหงชาติ สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน และกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ประกาศกำหนดหมายเหตุการจัดหายาฉีด Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG) เงื่อนไขใชสำหรับโรคสมองอักเสบจากภูมิคุมกันผิดปกติ (autoimmune encephalitis) เปนไปตามที่กองทุนในระบบประกันสุขภาพกำหนด14. Rituximab sterile sol จ(2)เงื่อนไข1. ใชสำหรับกลุมโรคนิวโรมัยอิลัยติสออพติกา (neuromyelitis optica spectrum disorder; NMOSD)ที่ไมตอบสนองตอการรักษาดวยยา Prednisolone + Azathioprine หรือมีขอหามในการใชยา Prednisoloneหรือ Azathioprine โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 32. ใชสำหรับโรคมัลติเพิลสเคลอโรสิชชนิดที่มีการกลับเปนซ้ำ (relapsing remitting multiple sclerosis; RRMS)โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแหงชาติ สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน และกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ประกาศกำหนด3. ใชสำหรับโรคเสนประสาทอักเสบเรื้อรังที่ไมตอบสนองตอยาสเตียรอยด (refractory chronic inflammatorydemyelinating polyneuropathy) โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 34. ใชสำหรับโรคมัยแอสติเนียเกรวิสที่รุนแรงและไมตอบสนองตอยาสเตียรอยด (severe myasthenia gravis) โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 35. ใชสำหรับโรคสมองอักเสบจากภูมิคุมกันผิดปกติ (autoimmune encephalitis) โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 36. ใชสำหรับโรค autoimmune myositis ชนิด necrotizing autoimmune myopathy (NAM) โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 3หมายเหตุ1. การจัดหายาฉีด Rituximab เงื่อนไขใชสำหรับโรคมัลติเพิลสเคลอโรสิชชนิดที่มีการกลับเปนซ้ำ (relapsingremitting multiple sclerosis; RRMS) เปนไปตามที่กองทุนในระบบประกันสุขภาพกำหนด2. ยา Rituximab เงื่อนไขใชสำหรับโรคเสนประสาทอักเสบเรื้อรังที่ไมตอบสนองตอยาสเตียรอยด (Refractorychronic inflammatory demyelinating polyneuropathy) โรคมัยแอสติเนียเกรวิสที่รุนแรงและไมตอบสนองตอยาสเตียรอยด (severe myasthenia gravis) โรคสมองอักเสบจากภูมิคุมกันผิดปกติ (autoimmuneencephalitis) และโรค autoimmune myositis ชนิด necrotizing autoimmune myopathy (NAM) เปนการใชยาในกรณีที่มีสถานการณขาดแคลนยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG)
698.3 Sex hormones and hormone antagonists in malignant disease8.3.1 Progestogens, anti-estrogens and enzyme inhibitors1. Tamoxifen citrate tab คเงื่อนไขใชสำหรับมะเร็งเตานม2. Anastrozole tab (เฉพาะ 1 mg) งเงื่อนไขใชสำหรับมะเร็งเตานมที่มี hormone receptor เปนบวก3. Letrozole tab (เฉพาะ 2.5 mg) งเงื่อนไขใชสำหรับมะเร็งเตานมที่มี hormone receptor เปนบวก4. Megestrol acetate tab งเงื่อนไข1. ใชสำหรับ advanced breast cancer ที่มีผลการตรวจ hormone receptor เปนบวก2. ใชสำหรับ advanced endometrial cancer (endometrioid) โดยใหยาจนกระทั่งมีการกำเริบของโรค3. ใชสำหรับ early stage endometrial cancer ในผูปวยอายุนอยกวา 40 ป ที่เปน well-differentiatedendometrioid ซึ่งผลการตรวจ MRI ไมพบ myometrial invasion และใหยาไมเกิน 1 ป4. ใชสำหรับ low grade endometrial stromal sarcoma (ESS) และใหยาไมเกิน 1 ป8.3.2 Prostate cancer1. Bicalutamide tab (เฉพาะ 50 mg) งเงื่อนไข1. ใชสำหรับรักษามะเร็งตอมลูกหมากระยะแพรกระจาย โดยใชเปนยาทางเลือกลำดับที่สองตอจากการผาตัดอัณฑะออกทั้งสองขาง (bilateral orchiectomy)2. ใชรวมกับ GnRH analogue ในผูปวยโรคมะเร็งตอมลูกหมากระยะลุกลามที่ไมเคยไดรับการวินิจฉัยหรือรักษามากอนที่จำเปนตองไดรับการรักษาเรงดวน เชน มีความเสี่ยงสูงมากตอ pathological fracture, มี malignantspinal cord compression, หรือมีความผิดปกติทางโลหิตวิทยาที่สงสัยมะเร็งตอมลูกหมากระยะแพรกระจาย(Disseminated intravascular clotting, DIC) โดยพิจารณาใหยา bicalutamide เปนเวลา 30 วัน ในระหวางการรอตรวจชิ้นเนื้อเพื่อยืนยัน2. Ketoconazole tab งเงื่อนไขใชสำหรับมะเร็งตอมลูกหมากชนิด castration resistanceหมายเหตุสำหรับ Cushing’s syndrome ที่รอการผาตัด หรือไมตอบสนองตอการผาตัด และ/หรือ การฉายแสง และสำหรับรักษาภาวะ overproduction ของ androgen ในกรณี testotoxicosis ดูขอ 6.7.3 Drugs used inendogenous glucocorticoid and androgen overproduction3. Leuprorelin acetate sterile pwdr (เฉพาะ 11.25 และ 22.5 mg) ง
70เงื่อนไข1. ใชเปน adjuvant therapy รวมกับรังสีรักษาในมะเร็งตอมลูกหมากที่มีความเสี่ยงปานกลาง เปนระยะเวลาไมเกิน 6 เดือน (2 cycles)2. ใชเปน adjuvant therapy รวมกับรังสีรักษาในมะเร็งตอมลูกหมากที่มีความเสี่ยงสูงหรือสูงมาก เปนระยะเวลาไมเกิน 2 ป (8 cycles)3. ใชสำหรับผูปวยโรคมะเร็งตอมลูกหมากระยะลุกลามที่ไมเคยไดรับการวินิจฉัยหรือรักษามากอนที่จำเปนตองไดรับการรักษาเรงดวนโดยใชรวมกับยาในกลุม antiandrogens (bicalutamide) เชน มีความเสี่ยงสูงมากตอ pathological fracture, มี malignant spinal cord compression, หรือมีความผิดปกติทางโลหิตวิทยาที่สงสัยมะเร็งตอมลูกหมากระยะแพรกระจาย (DIC) โดยพิจารณาใหยา GnRH analogue เพียง 1 ครั้งในระหวางการรอตรวจชิ้นเนื้อเพื่อยืนยันหมายเหตุ1. กลุมผูปวยที่มีความเสี่ยงปานกลาง (Intermediate risk of recurrence) คือ ผูที่อยูในระยะโรค cT2b ถึงcT2c ตาม TNM staging system หรือมีคา Gleason score เทากับ 7 หรือมีคา serum PSA เทากับ 10-20ng/ml อยางใดอยางหนึ่ง2. กลุมผูปวยที่มีความเสี่ยงสูง (High risk of recurrence) คือ ผูที่อยูในระยะโรค cT3a ตาม TNM stagingsystem หรือมีคา Gleason score เทากับ 8-10 หรือมีคา serum PSA มากกวา 20 ng/ml อยางใดอยางหนึ่งหรือผูปวยอยูในกลุมมีความเสี่ยงสูงมาก (Very High risk of recurrence) คือผูที่อยูในระยะโรค cT3b ถึง cT43. ยาฉีด Leuprorelin acetate ขนาด 11.25 mg และ 22.5 mg ที่ตอรองไดเข็มละไมเกิน 7,000 บาท (ราคารวมภาษีมูลคาเพิ่ม) กำหนดยืนราคา 730 วัน นับจากวันที่ประกาศมีผลบังคับใช เงื่อนไข และรายละเอียดอื่น ๆใหดูตามแบบเสนอยาในเว็บไซต http://ndi.fda.moph.go.th/drug_national/4. Triptorelin pamoate sterile pwdr (เฉพาะ 11.25 mg) งเงื่อนไข1. ใชเปน adjuvant therapy รวมกับรังสีรักษาในมะเร็งตอมลูกหมากที่มีความเสี่ยงปานกลาง เปนระยะเวลาไมเกิน6 เดือน (2 cycles)2. ใชเปน adjuvant therapy รวมกับรังสีรักษาในมะเร็งตอมลูกหมากที่มีความเสี่ยงสูงหรือสูงมาก เปนระยะเวลาไมเกิน2 ป (8 cycles)3. ใชสำหรับผูปวยโรคมะเร็งตอมลูกหมากระยะลุกลามที่ไมเคยไดรับการวินิจฉัยหรือรักษามากอนที่จำเปนตองไดรับการรักษาเรงดวนโดยใชรวมกับยาในกลุม antiandrogens (bicalutamide) เชน มีความเสี่ยงสูงมากตอpathological fracture, มี malignant spinal cord compression, หรือมีความผิดปกติทางโลหิตวิทยาที่สงสัยมะเร็งตอมลูกหมากระยะแพรกระจาย (DIC) โดยพิจารณาใหยา GnRH analogue เพียง 1 ครั้งในระหวางการรอตรวจชิ้นเนื้อเพื่อยืนยันหมายเหตุ1. กลุมผูปวยที่มีความเสี่ยงปานกลาง (Intermediate risk of recurrence) คือ ผูที่อยูในระยะโรค cT2b ถึง cT2cตาม TNM staging system หรือมีคา Gleason score เทากับ 7 หรือมีคา serum PSA เทากับ 10-20 ng/mlอยางใดอยางหนึ่ง2. กลุมผูปวยที่มีความเสี่ยงสูง (High risk of recurrence) คือ ผูที่อยูในระยะโรค cT3a ตาม TNM staging systemหรือมีคา Gleason score เทากับ 8-10 หรือมีคา serum PSA มากกวา 20 ng/ml อยางใดอยางหนึ่ง หรือผูปวยอยูในกลุมมีความเสี่ยงสูงมาก (Very High risk of recurrence) คือผูที่อยูในระยะโรค cT3b ถึง cT4
713. ยาฉีด Triptorelin pamoate ขนาด 11.25 mg ที่ตอรองไดไวแอลละไมเกิน 7,000 บาท (ราคารวมภาษีมูลคาเพิ่ม) กำหนดยืนราคา 730 วัน นับจากวันที่ประกาศมีผลบังคับใช เงื่อนไข และรายละเอียดอื่น ๆใหดูตามแบบเสนอยาในเว็บไซต http://ndi.fda.moph.go.th/drug_national/กลุมยา 9 Nutrition and blood9.1 Whole blood, blood products and drugs used in some blood disorders9.1.1 Whole blood and blood products1. Fresh dried plasma ก2. Fresh frozen plasma ก3. Frozen cryoprecipitate ก4. Leukocyte depleted platelets concentrate ก5. Leukocyte depleted pooled platelets concentrate,random donor (LD-PPC) ก6. Lyophilized cryoprecipitate ก7. Packed red cell ก8. Packed red cell, leukocyte depleted ก9. Packed red cell, leukocyte poor ก10. Platelets concentrate, random donor ก11. Platelets concentrate, single donor ก12. Whole blood ก13. Leukocyte depleted platelets concentrate, single donor ขเงื่อนไขใชเฉพาะผูปวยที่มีกลุมเลือดหายาก Rh- หรือมีความจำเปนตองใชเลือดเรงดวนแตขาดเลือดเทานั้น14. Packed red cell, leukocyte depleted single donor 2 units ขเงื่อนไขใชเฉพาะผูปวยที่มีกลุมเลือดหายาก Rh- หรือมีความจำเปนตองใชเลือดเรงดวนแตขาดเลือดเทานั้น15. Packed red cell, irradiated คเงื่อนไขใชกับผูปวยปลูกถายเซลลตนกำเนิดเม็ดเลือด16. Packed red cell, leukocyte poor, irradiated คเงื่อนไขใชกับผูปวยปลูกถายเซลลตนกำเนิดเม็ดเลือด17. Platelets concentrate, irradiated คเงื่อนไขใชกับผูปวยปลูกถายเซลลตนกำเนิดเม็ดเลือด
7218. Packed red cell, leukocyte depleted irradiated งเงื่อนไขใชกับผูปวยปลูกถายเซลลตนกำเนิดเม็ดเลือดที่เคยแพตอ Packed red cell, leukocyte poor, irradiated9.1.2 Drugs used in hypoplastic, hemolytic and renal anemias1. Folic acid tab (เฉพาะไมนอยกวา 5 mg) ก2. Oxymetholone tab ข3. Deferiprone tab (เฉพาะ 500 mg) ค4. Deferoxamine mesilate (Desferrioxamine mesilate) sterile pwdr คหมายเหตุดูรายละเอียดเพิ่มเติมในกลุมยา 165. Iron sucrose sterile sol คเงื่อนไขใชสำหรับรักษา iron deficiency anemia ในผูปวย chronic kidney disease ที่ไมตอบสนองตอ ironsupplement ชนิดรับประทาน6. Antithymocyte immunoglobulin, rabbit (ATG) sterile pwdr, sterile sol จ(2)เงื่อนไขใชสำหรับ severe aplastic anemia โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 3หมายเหตุจัดเปนบัญชี ง เมื่อใชกรณีปลูกถายอวัยวะ ดูขอ 8.2 Drugs affecting the immune response7. Deferasirox tab (เฉพาะ 250 mg) จ(2)เงื่อนไข1. Transfusion Dependent Thalassemia ใชเปนยารักษาลําดับแรกในผูปวยอายุ 2-6 ป โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 32. ใชเปนยารักษาลําดับที่ 2 ในผูปวยอายุตั้งแต 6 ป ขึ้นไปที่ไมตอบสนองตอการรักษาหรือมีผลขางเคียงที่รุนแรงจากการรักษาดวยยา deferiprone โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 38. Epoetin alfa (epoetin alpha) sterile pwdr/sterile sol (เฉพาะ1000, 2000, 3000, 4000, 5000 IU) จ(2)เงื่อนไขใชสำหรับภาวะเลือดจางจากโรคไตเรื้อรังที่ไมพบสาเหตุอื่นที่รักษาได โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 39. Epoetin beta sterile sol (เฉพาะ 2000, 3000, 5000 IU) จ(2)เงื่อนไขใชสำหรับภาวะเลือดจางจากโรคไตเรื้อรังที่ไมพบสาเหตุอื่นที่รักษาได โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 3
739.1.3 Drugs used in bone marrow transplantation1. Filgrastim sterile sol งเงื่อนไข1. ใชสำหรับปลูกถายไขกระดูกหรือเซลลตนกำเนิดเม็ดเลือด เพื่อเคลื่อนยาย progenitor cell จากไขกระดูกออกมาในเลือดของผูใหหรือผูปวย เพื่อนำไปใชทั้งใน allogeneic และ autologous transplantation2. ใชรักษา febrile neutropenia ที่เกิดจากยาเคมีบำบัด ใหพิจารณาในผูปวยที่ตองเขารับการรักษาในโรงพยาบาลรวมกับการใหยาตานเชื้อจุลชีพในผูปวยความเสี่ยงสูง กลาวคือมีขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้2.1 Profound neutropenia ซึ่งมี absolute neutrophil count นอยกวา 100 /mm32.2 มีปอดอักเสบชนิด bacterial pneumonia หรือ lobar pneumonia หรือ มีภาวะ septicemia3. ใชปองกัน febrile neutropenia แบบปฐมภูมิ (primary prophylaxis) ในกรณีดังตอไปนี้3.1 ผูปวยที่จะไดรับยาเคมีบำบัดดวยสูตรที่มีความเสี่ยงสูงตอการเกิด febrile neutropenia มากกวารอยละ 203.2 ผูปวยที่มีความเสี่ยงตอการเกิด febrile neutropenia รอยละ 10 - 20 รวมกับการประเมินปจจัยเสี่ยงของผูปวย กลาวคือ มีขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้• อายุมากกวา 65 ป• มี performance status ที่ไมดี (Eastern Co-operative Oncology Group (ECOG)performance status มากกวาหรือเทากับ 2)• มีภาวะ neutropenia (absolute neutrophil count < 1,500/mm3) หรือมีโรคแทรกซอนในไขกระดูกที่เกิดจากโรคมะเร็งดังกลาว4. ใชปองกัน febrile neutropenia แบบทุติยภูมิ (Secondary prophylaxis) ในผูปวยที่เคยเกิด febrileneutropenia จากการรับยาเคมีบำบัดในครั้งกอน และเปนผูปวยที่มีเปาหมายการรักษาเพื่อหายขาด(curative aim)หมายเหตุ1. ไมแนะนำใหใชยากลุม Granulocyte-Colony Stimulating Factors (G-CSF) ในกรณีที่ผูปวยไดรับเคมีบำบัดโดยไมไดหวังผลการรักษาเพื่อหายขาด สำหรับ palliative chemotherapy แนะนำใหลดขนาดยาเคมีบำบัดลงตามมาตรฐาน2. Febrile neutropenia หมายถึง ภาวะที่ผูปวยมีไขรวมกับนิวโทรฟลในเลือดต่ำ โดยไข คือ 1) ภาวะที่อุณหภูมิกายของผูปวยซึ่งวัดทางปาก ณ เวลาใด ๆ มากกวาหรือเทากับ 38.3°C หรือ2) ภาวะที่อุณหภูมิกายซึ่งวัดทางปากมากกวาหรือเทากับ 38.0°C นานติดตอกันเกิน 1 ชั่วโมงนิวโทรฟลในเลือดต่ำ คือ 1) จำนวนนิวโทรฟลในเลือด (absolute neutrophil count) นอยกวา 0.5 x 109/L หรือ2) จำนวนนิ วโทรฟ ลในเลื อดน อยกวา1.0 x 109/L ซึ่ งคาดวาจะลดลงเหลื อนอยกวาหรือเทากับ 0.5 x 109/L ภายใน 48 ชั่วโมง2. Lenograstim sterile pwdr งเงื่อนไขเชนเดียวกับ filgrastim9.2 Fluids and electrolytes1. Calcium chloride + Potassium chloride + Sodiumchloride + Sodium acetate (Ringer’s acetate) sterile sol ก
742. Glucose with/without sodium chloride sterile sol ก3. Intermittent peritoneal dialysis sterile sol ก4. Potassium acetate sterile sol (hosp) ก5. Potassium chloride syr, syr (hosp), elixir, elixir (hosp),compressed tab, EC tab, sterile sol กคำเตือนและขอควรระวัง1. ควรรับประทานยา potassium chloride หลังอาหารทันที ในกรณียาเม็ดควรดื่มน้ำอยางนอย 180 มิลลิลิตรและหามเอนตัวนอนลงอยางนอย 30 นาทีหลังรับประทานยาเม็ด2. หามใชยา potassium chloride ชนิด elixir กับผูปวยเด็กอายุต่ำกวา 2 ขวบ เนื่องจากมีแอลกอฮอลเปนสวนประกอบ6. Potassium citrate oral sol (hosp), dry pwdr for oral sol (hosp) ก7. Sodium acetate sterile sol (hosp) ก8. Sodium bicarbonate tab, sterile sol ก9. Sodium chloride tab (เฉพาะ 300 mg), sterile sol ก10. Water for injection sterile sol ก11. Calcium polystyrene sulfonate oral pwdr ข12. Continuous ambulatory peritoneal dialysis basic bag sol, double bag sol ค13. Hydroxyethyl starch (HES) with electrolytes balanced salt sterile sol (เฉพาะHydroxyethyl starch (HES) 6%) งเงื่อนไข1. ใชสำหรับผูปวยที่ขาดสารน้ำหรือมีการสูญเสียเลือดปริมาณมาก โดยที่ไมมีการติดเชื้อในกระแสเลือดและไมมีประวัติเปนโรคไตวายมากอน เชน ผูปวยที่ไดรับอุบัติเหตุหรือการผาตัด2. ขนาดที่ใช 30 ml/kg/วัน และทั้งนี้ขนาดสูงสุดไมเกิน 1,000 ml/วันคำเตือนและขอควรระวัง1. หามใชในผูปวยกรณีตาง ๆ ดังนี้1.1. ผูปวยมีภาวะ bleeding disorder1.2. ผูปวยมีการติดเชื้อในกระแสเลือด1.3. ผูปวยมีประวัติเปนโรคไตวายมากอน2. หามใชรูปแบบที่มีมันฝรั่งเปนวัตถุดิบ ในผูปวย severe hepatic impairment3. หามใชรูปแบบ unbalanced salt เนื่องจากอาจทำใหเกิด hyperchloremic acidosis ไดหมายเหตุรูปแบบ balanced salt หมายความวา ยามีปริมาณของ Na+ ใกลเคียงกับปริมาณของ Na+ ในเลือด (plasma)(โดยปกติปริมาณ Na+ อยูระหวาง 130-145 mmol/L)9.3 VitaminsMultivitamins ในบัญชียาหลักแหงชาติ มีวิตามินเปนสวนประกอบเทานั้น การผสมแรธาตุ (mineral) หรือตัวยาสำคัญอื่น ๆ ไมถือเปนยาในบัญชียาหลักแหงชาติ
751. Folic acid cap/tab(เฉพาะ 400-1,000 mcg และ 5 mg) ก2. Multivitamins drop กมีวิตามินอยางนอย 8 ชนิดที่ใหปริมาณยาตอวัน ดังนี้- Vitamin A 833 - 2,000 IU - Vitamin B6 ≥ 0.3 mg- Vitamin D 400 - 1,000 IU - Vitamin B12 ≥ 0.5 mcg- Vitamin B1 ≥ 0.3 mg - Niacinamide ≥ 4 mg- Vitamin B2 ≥ 0.4 mg - Vitamin C ≥ 50 mgหมายเหตุ1. มีปริมาณใกลเคียงกับปริมาณสารอาหารที่ควรไดรับประจำวันในทารกอายุ 6 - 11 เดือน2. ปริมาณที่กำหนดนี้เปนการกำหนดปริมาณยาตอวัน โดยไมจำกัดจำนวนหนวย(ซีซี) ที่รับประทานตอครั้ง3. Multivitamins syr กมีวิตามินอยางนอย 8 ชนิดที่ใหปริมาณยาตอวัน ดังนี้- Vitamin A 1,000 – 1,167 IU - Vitamin B6 ≥ 0.6 mg- Vitamin D 600 - 2,500 IU - Vitamin B12 ≥ 1.2 mcg- Vitamin B1 ≥ 0.6 mg - Niacinamide ≥ 8 mg- Vitamin B2 ≥ 0.6 mg - Vitamin C ≥ 40 mgหมายเหตุ1. มีปริมาณใกลเคียงกับปริมาณสารอาหารที่ควรไดรับประจำวันในเด็กอายุ 1 – 8 ป2. ปริมาณที่กำหนดนี้เปนการกำหนดปริมาณยาตอวัน โดยไมจำกัดจำนวนหนวย(ชอนชา) ที่รับประทานตอครั้ง4. Multivitamins dry syr กมีวิตามินอยางนอย 9 ชนิดที่ใหปริมาณยาตอวัน ดังนี้- Vitamin A 1,000 – 1,167 IU - Vitamin B12 ≥ 1.2 mcg- Vitamin D 600 - 2,500 IU - Niacinamide ≥ 8 mg- Vitamin B1 ≥ 0.6 mg - folic acid 180 – 1,000 mcg- Vitamin B2 ≥ 0.6 mg - Vitamin C ≥ 40 mg- Vitamin B6 ≥ 0.6 mgหมายเหตุ1. มีปริมาณใกลเคียงกับปริมาณสารอาหารที่ควรไดรับประจำวันในเด็กอายุ 1 – 8 ป2. ปริมาณที่กำหนดนี้เปนการกำหนดปริมาณยาตอวัน โดยไมจำกัดจำนวนหนวย(ชอนชา) ที่รับประทานตอครั้ง5. Multivitamins cap, tab กมีวิตามินอยางนอย 9 ชนิดที่ใหปริมาณยาตอวัน ดังนี้- Vitamin A 2,000 - 5,600 IU - Vitamin B12 ≥ 2.4 mcg- Vitamin D 600 – 4,000 IU - Niacinamide ≥ 16 mg- Vitamin B1 ≥ 1.2 mg - Folic acid 300-1000 mcg- Vitamin B2 ≥ 1.3 mg - Vitamin C ≥ 100 mg- Vitamin B6 ≥ 1.3 mg
76หมายเหตุ1. มีปริมาณใกลเคียงกับปริมาณสารอาหารที่ควรไดรับประจำวันในเด็กอายุ 9 - 12 ป และผูใหญ2. ปริมาณที่กำหนดนี้เปนการกำหนดปริมาณยาตอวัน โดยไมจำกัดจำนวนหนวย (เม็ด) ที่รับประทานตอครั้ง6. Vitamin A cap/tab (เฉพาะ 25,000-50,000 IUตอ 1 cap/tab) ก7. Vitamin B1(Thiamine as hydrochloride or mononitrate) tab (เฉพาะ 10-100 mg),sterile sol (เฉพาะ 100 mg/ml) ก8. Vitamin B2 tab (เฉพาะไมต่ำกวา 10 mg) ก9. Vitamin B6 (Pyridoxine hydrochloride) tab (เฉพาะ 10-100 mg),sterile sol (เฉพาะ 100 mg/ml) กคำเตือนและขอควรระวังการรับประทานวิตามิน B6 ขนาดตั้งแต 200 มิลลิกรัมตอวัน ขึ้นไปเปนเวลานาน มีความสัมพันธกับการเกิดneuropathy ได10. Vitamin B12(Cyanocobalamin หรือ Hydroxocobalamin) tab (เฉพาะไมต่ำกวา 100 mcg),sterile sol (เฉพาะ 1000 mcg/ml) ก11. Vitamin C tab (เฉพาะ 50 และ 100 mg) ก12. Vitamin D2 (Ergocalciferol) cap กเงื่อนไขเปน first -line drug ในผูปวยที่มีภาวะขาดวิตามิน D13. Vitamin K1 (Phytomenadione) sterile sol ก14. Vitamin B complex cap, tab กมีวิตามินอยางนอย 8 ชนิดที่ใหปริมาณยาตอวัน ดังนี้- Vitamin B1 ≥ 1.2 mg - Folic acid 300-1,000 mcg- Vitamin B2 ≥ 1.3 mg - Niacinamide ≥ 16 mg- Vitamin B6 ≥ 1.3 mg - Pantothenic acid ≥ 5 mg- Vitamin B12 ≥ 2.4 mcg - Biotin ≥ 30 mcgหมายเหตุ1. มีปริมาณใกลเคียงกับปริมาณสารอาหารที่ควรไดรับประจำวันในเด็กอายุ 9 - 12 ป และผูใหญ2. ปริมาณที่กำหนดนี้เปนการกำหนดปริมาณยาตอวัน โดยไมจำกัดจำนวนหนวย (เม็ด) ที่รับประทานตอครั้ง15. Vitamin C sterile sol ข16. Vitamins B complex sterile sol ขประกอบดวยวิตามินอยางนอย 4 ชนิด ที่ใหปริมาณยาตอวัน ดังนี้- Vitamin B1 ≥ 0.9 mg - Vitamin B6 ≥ 1.0 mg- Vitamin B2 ≥ 0.9 mg - Niacinamide ≥ 12 mgหมายเหตุมีปริมาณใกลเคียงกับปริมาณสารอาหารที่ควรไดรับประจำวันในเด็กอายุ 9 - 12 ป และผูใหญ
7717. Calcitriol (1,25-Dihydroxyvitamin D3) cap คเงื่อนไข1. ใชกับผูปวยที่มีภาวะขาดฮอรโมนพาราไทรอยด (primary hypoparathyroidism)2. ใชกับผูปวยที่มีภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ (ชนิดเฉียบพลันรุนแรง)3. ใชกับผูปวยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 5 (chronic kidney disease stage 5 หรือ end-stage renal disease)ที่มีภาวะ secondary hyperparathyroidismขอควรระวังไม ค วรใช กั บ ผู ป วย โรค ไต เรื้อรังระย ะที่ 5 ที่ มี ระดั บ serum calcium เกิ น 1 0.5 mg/dL ห รือserum phosphate เกิน 5.5 mg/dL18. Vitamin E syr, emulsion (hosp) คเงื่อนไข1. ใชกับทารกแรกเกิดที่มีน้ำหนักตัวนอยหรือเกิดกอนกำหนดเทานั้น2. ใชปองกันและรักษาภาวะขาดวิตามินอีในทารก และเด็กที่มีปญหาการยอยไขมันและ/หรือการดูดซึมไขมันบกพรองหมายเหตุรูปแบบ syrup เปนตำรับ water miscible vitamin E19. Calcitriol (1,25-Dihydroxyvitamin D3) cap งเงื่อนไข1. ใชในผูปวย hypophosphatemic rickets/osteomalacia2. ใชในผูปวย pseudohypoparathyroidism3. ใชในผูปวย vitamin D-dependent rickets (VDDR) type I หรือ type II20. Vitamin E cap งเงื่อนไข1. ใชกับทารกและเด็กที่มีโรคตับชนิดน้ำดีคั่ง (chronic cholestasis)2. ใชปองกันและรักษาภาวะขาดวิตามินอีในเด็ก และเด็กที่มีปญหาการยอยไขมัน และ/หรือการดูดซึมไขมันบกพรอง3. สั่งจายยาโดยกุมารแพทยผูเชี่ยวชาญทางโภชนาการ หรือกุมารแพทยผูเชี่ยวชาญทางดานโรคระบบทางเดินอาหารและตับเทานั้น9.4 Intravenous nutritionการใหอาหารทางหลอดเลือดดำมีความเสี่ยงตอการติดเชื้อ1. Amino acid solution for infants sterile sol คมี ก ร ด อ ะ มิ โน จ ำเป น ทั้ ง 9 ช นิ ด คื อ isoleucine, leucine, lysine, methionine, phenylalanine,threonine, tryptophan, valine, histidine และอยางนอยตองมี arginine, cysteine, tyrosine และ taurineโดยตองไมมี sugar alcohol ในสูตร2. Amino acid solution ชนิด high branched chainamino acid sterile sol คมีสัดสวนของ branched chain amino acid 35-45% ของ total amino acid
783. Amino acid solution ชนิด high essential amino acid sterile sol คมีสัดสวนของ essential amino acids > 60% ของ total amino acids4. Amino acid solution with/without minerals sterile sol ค5. Complete water-soluble and fat-soluble vitaminpreparation preparation for intravenous use (sterilepwdr, sterile sol, sterile emulsion) คComplete water-soluble and fat-soluble vitamin preparation ที่ ได จากการผส มต ำรับ ที่ มีfat-soluble vitamins 4 ชนิด คือ A, D, E, K กับ ตำรับที่มี water soluble vitamins 9 ชนิด คือ B1, B2,B6, B12, niacinamide, folic acid, pantothenic acid, biotin และ vitamin Cเงื่อนไขใชกับผูปวยที่ไดรับอาหารทางหลอดเลือดดำ (parenteral nutrition) และตองการทั้ง water-soluble และfat-soluble vitamins6. Complete water-soluble vitamin preparation preparation for intravenous use(sterile pwdr) คที่ ป ร ะ ก อ บ ด ว ย water soluble vitamins 9 ช นิ ด คื อ B1, B2, B6, B12, niacinamide, folic acid,pantothenic acid, biotin และ vitamin Cเงื่อนไขใชกับผูปวยที่ไดรับอาหารทางหลอดเลือดดำ (parenteral nutrition) และตองการเฉพาะ water solublevitamins หรือมีขอหามใชสำหรับ fat-soluble vitamins7. Complete fat-soluble vitamin preparation preparation for intravenous use(sterile pwdr, sterile sol,sterile emulsion) คที่ประกอบดวย fat-soluble vitamins 4 ชนิด คือ A, D, E และ Kเงื่อนไขใชกับผูปวยที่ไดรับอาหารทางหลอดเลือดดำ (parenteral nutrition) และตองการเฉพาะ fat-solublevitamins หรือมีขอหามใชสำหรับ water-soluble vitamins8. Multivitamin injection without vitamin K preparation for intravenous use(sterile sol, sterile pwdr) คที่ประกอบดวย fat-soluble vitamins 3 ชนิด คือ A, D และ E กับ water soluble vitamins 9 ชนิด คือB1, B2, B6, B12, niacinamide, folic acid, pantothenic acid, btriotin และ vitamin Cเงื่อนไขใชกับผูปวยที่ไดรับอาหารทางหลอดเลือดดำ (parenteral nutrition)9. Dextrose solution with minerals and electrolytes sterile sol คมี dextrose ไมนอยกวา 20% และมี minerals อยางนอย 2 ชนิดเงื่อนไขยานี้มีความเขมขนของน้ำตาลสูงจึงหามใหทาง peripheral vein ตองใหทาง central vein เทานั้น10. Fat emulsion sterile emulsion (เฉพาะ 20%) คFat emulsion ประกอบดวย long chain triglycerides ซึ่งมีหรือไมมี medium chain triglycerides (MCT)
7911. Multiple trace mineral solution sterile sol คอยางนอยตองประกอบดวย Zn, Cu และ I12. Two-in-one parenteral nutrition sterile sol งประกอบดวย glucose และ amino acidsเงื่อนไขใชกับผูปวยที่จำเปนตองไดรับ parenteral nutrition ที่ไมเหมาะสมที่จะไดรับ intravenous lipid emulsionคำเตือนและขอควรระวัง1. ควรระวังในผูปวยโรคไตหรือโรคหัวใจลมเหลว หรือมีภาวะอื่นซึ่งเสี่ยงตอภาวะ fluid overload และ/หรือมีปญหาความสมดุลของ minerals และ/หรือ electrolytes และ/หรือผูปวยโรคไต ที่ยังไมไดรับการบำบัดทดแทนไต (renal replacement therapy) เนื่องจาก สมดุลของ non protein energy ตอ gram ofnitrogen ไมเหมาะกับสภาพผูปวย2. ผ ลิ ต ภั ณ ฑ two-in-one parenteral nutrition อ าจ มี vitamins, trace minerals แ ล ะ electrolytesบางชนิดไมครบถวน หรือไมเพียงพอตอความตองการ ดังนั้น ควรเติมสารอาหารเหลานี้ใหเพียงพอ และเฝาระวังติดตามอยางใกลชิด3. กรณีที่ใหเปน peripheral parenteral nutrition (PPN) ที่จำเปนจะตองใหเกินกวา 14 วัน ควรพิจารณาใหทาง central line4. การใหอาหารทางหลอดเลือดดำมีความเสี่ยงตอการติดเชื้อ และการเกิดหลอดเลือดดำอักเสบ(thrombophlebitis)13. Three-in-one parenteral nutrition sterile sol งประกอบดวย glucose, amino acid และ fat emulsionเงื่อนไขใชกับผูปวยอายุตั้งแต 11 ปขึ้นไปที่มีภาวะทุพโภชนาการระดับปานกลางถึงรุนแรง และไมสามารถรับอาหารทาง enteral ไดเพียงพอ (นอยกวา 60% ของพลังงานที่ตองการตอวัน)คำเตือนและขอควรระวัง1. ควรระวังในผูปวยโรคไตหรือโรคหัวใจลมเหลว หรือมีภาวะอื่นซึ่งเสี่ยงตอภาวะ fluid overload และ/หรือมีปญหาความสมดุลของ minerals และ/หรือ electrolytes2. ผลิตภัณฑ three-in-one parenteral nutrition ไมมี multivitamins และ trace minerals และอาจมีelectrolytes และ minerals เชน โซเดียม โพแทสเซียม แคลเซียม ไมเพียงพอ ดังนั้นควรเติมสารอาหารเหลานี้ใหเพียงพอ ตามคําแนะนําการใชของแตละผลิตภัณฑอยางเครงครัด และเฝาระวังติดตามอยางใกลชิด3. กรณีที่ใหเปน peripheral parenteral nutrition (PPN) ที่จำเปนจะตองใหเกินกวา 14 วัน ควรพิจารณาใหทางcentral line4. การใหอาหารทางหลอดเลือดดำมีความเสี่ยงตอการติดเชื้อ และการเกิดหลอดเลือดดำอักเสบ (thrombophlebitis)9.5 Minerals1. Calcium carbonate cap, tab ก2. Calcium gluconate sterile sol ก3. Ferrous sulfate cap, tab, oral sol, drop ก
804. Magnesium hydroxide tab, susp, susp (hosp) ก5. Magnesium sulfate sterile sol, oral sol, oral sol (hosp) ก6. Sodium fluoride tab, oral sol, oral sol (hosp) กคำเตือนและขอควรระวังระวังการใชในพื้นที่ที่มีฟลูออไรดสูง เพราะอาจทำใหเกิด fluorosis7. Trace element solutionอยางนอยตองประกอบดวย Zn, Cu, I และ Cr oral sol (hosp) ก8. Zinc sulfate cap, tab, oral sol (hosp), sterile sol(hosp) ก9. Aluminium hydroxide tab, susp, susp (hosp) ขคำเตือนและขอควรระวังกรณีที่ใชรักษา hyperphosphatemia ในผูปวยที่มีไตบกพรอง ไมควรใชติดตอกันเปนระยะเวลานานเนื่องจากอาจเกิดพิษจาก Aluminium10. Ferrous fumarate cap, tab, oral sol, susp ข11. Iron (III) hydroxide polymaltose complex(iron polymaltose complex) syr ขเงื่อนไขใชในกรณีที่ใช ferrous sulfate oral solution หรือ drop แลวเกิดอาการไมพึงประสงค12. Copper sulfate solution sterile sol (hosp), oral sol (hosp) ค13. Dipotassium hydrogen phosphate sterile sol ค14. Oral acidic phosphate solution (Joulie's solution)มีตัวยาสำคัญ คือ Potassium phosphate และ/หรือSodium phosphate monobasic/dibasic oral sol (hosp) ค15. Oral neutral phosphate solutionมีตัวยาสำคัญ คือ Potassium phosphate และ/หรือSodium phosphate monobasic/dibasic oral sol (hosp) ค16. Sodium glycerophosphate sterile sol งเงื่อนไขใชกับเด็กแรกเกิดที่ตองการใหสารอาหารทางหลอดเลือดดำ (total parenteral nutrition)9.6 Vitamins and minerals for pregnancy and lactating mothers1. Ferrous fumarate tab (เฉพาะ 65 mg as iron) กคำเตือนและขอควรระวัง1. หามใชในผูปวยโรคธาลัสซีเมียที่มีภาวะเหล็กเกิน2. ระมัดระวังการใชในผูปวยที่มีอาการแสดงของโรคธาลัสซีเมีย
812. Ferrous sulfate tab (เฉพาะ 60-65 mg as iron) กคำเตือนและขอควรระวัง1. หามใชในผูปวยโรคธาลัสซีเมียที่มีภาวะเหล็กเกิน2. ระมัดระวังการใชในผูปวยที่มีอาการแสดงของโรคธาลัสซีเมีย3. Folic acid cap/tab (เฉพาะ 400-1,000 mcg และ 5 mg) กเงื่อนไข1. ใชสำหรับเสริมโฟเลทตลอดการตั้งครรภ2. ใชสำหรับเสริมโฟเลทในชวง 6 เดือนแรกของการใหนมบุตร3. กรณีหญิงตั้งครรภที่เคยมีประวัติตั้งครรภหรือคลอดบุตรที่มีภาวะ neural tube defect หรือปากแหวงเพดานโหวควรใชความแรง 5 mg4. Ferrous salt + Folic acid tab (เฉพาะ 60-65 mg as iron + 400 mcg) กเงื่อนไข1. ใชสำหรับเสริมธาตุเหล็กและโฟเลทตลอดการตั้งครรภ2. ใชสำหรับเสริมธาตุเหล็กและโฟเลทในชวง 6 เดือนแรกของการใหนมบุตรคำเตือนและขอควรระวังระมัดระวังการใชในผูปวยโรคธาลัสซีเมีย5. Ferrous salt + Folic acid + Potassium Iodide tab ( เ ฉ พ า ะ 60-65 mg as iron+ 400 mcg + 150 mcg as iodine) กเงื่อนไข1. ใชเสริมธาตุเหล็ก โฟเลท และไอโอดีนตลอดการตั้งครรภ2. ใชสำหรับเสริมธาตุเหล็ก โฟเลท และไอโอดีนในชวง 6 เดือนแรกของการใหนมบุตร3. หามใชในผูที่มีภาวะไทรอยดเปนพิษคำเตือนและขอควรระวัง1. ควรติดตามเฝาระวังภาวะไทรอยดเปนพิษ2. ระมัดระวังการใชในผูปวยโรคธาลัสซีเมีย6. Potassium Iodide tab (เฉพาะ 150 mcg as iodine) กเงื่อนไข1. ใชสำหรับเสริมไอโอดีนตลอดการตั้งครรภ2. ใชเสริมไอโอดีนในชวง 6 เดือนแรกของการใหนมบุตร3. หามใชในผูที่มีภาวะไทรอยดเปนพิษคำเตือนและขอควรระวังควรติดตามเฝาระวังภาวะไทรอยดเปนพิษ9.7 Metabolic disorders1. Penicillamine (D-Penicillamine)ยากำพรา cap, tab คเงื่อนไขใชรักษา Wilson’s disease
82คำเตือนและขอควรระวังระวังการใชกับหญิงตั้งครรภเพราะเปนสารกอวิรูป (teratogen)2. Carglumic acidยากำพรา oral form จ(2)เงื่อนไข1. ใชสำหรับผูปวย N-acetylglutamate synthase (NAGS) deficiency ที่มีภาวะ hyperammonemia ทั้งใน acutehyperammonemia และ maintenance for chronic hyperammonemia2. ใชสำหรับผูปวยที่มีภาวะ acute hyperammonemia crisis ที่สงสัยวาเปน organic acidemia ชนิดpropionic acidemia (PA) และ methylmalonic acidemia (MMA)โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 33. Imiglucerase sterile pwdr จ(2)เงื่อนไขใชสำหรับ Gaucher’s disease type 1 โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 34. Mercaptamine (Cysteamine bitartrate)ยากำพรา immediate-release cap จ(2)เงื่อนไขใชสำหรับ Nephropathic Cystinosis โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 35. Nitisinoneยากำพรา oral form จ(2)เงื่อนไขใชสำหรับรักษาโรคไทโรซีนีเมียชนิดที่ 1 (Hereditary Tyrosinemia type 1) โดยใชเฉพาะการรักษาผูปวยกอนไดรับการปลูกถายตับ (Liver transplant) โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 36. Sapropterin (BH4)ยากำพรา oral form จ(2)เงื่อนไข1. ใชเพื่อทำการทดสอบ BH4 loading test สำหรับวินิจฉัยแยกผูปวยโรค BH4 deficiencies จากโรคPhenylketonuria (PKU) และประเมินการตอบสนองตอการรักษาดวยยา sapropterin (BH4)2. ใชสำหรับโรค tetrahydrobiopterin (BH4) deficiencies3. ใชสำหรับโรค Phenylketonuria (PKU) ที่ไดรับ การรักษ าดวยการควบ คุมอาห ารแลวยังมีระดับphenylalanine ในเลือดเกินกวา 360 μmol/L4. สั่งจายโดยแพทยอนุสาขาเวชพันธุศาสตรเทานั้นโดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 3หมายเหตุกรณีใชสำหรับโรค tetrahydrobiopterin (BH4) deficiencies ตองใชรวมกับการรักษามาตรฐานอื่น(เชน 5-hydroxytryptophan (5-HTP), folinic acid, levodopa (L-dopa) เปนตน)กลุมยา 10 Musculoskeletal and joint diseases10.1 Drugs used in rheumatic diseases and gout
8310.1.1 Non-steroidal anti-inflammatory drugs (NSAIDs)1. Aspirin (Acetylsalicylic acid) tab, EC tab ก2. Diclofenac sodium EC tab, sterile sol ก3. Ibuprofen film coated tab, susp กคำเตือนและขอควรระวัง1. ไมควรใช ibuprofen ระยะยาวในผูปวยที่ใช low dose aspirin เนื่องจากอาจมีผลตอตานประสิทธิภาพในการปองกันโรคหัวใจของยาแอสไพริน2. ใชในเด็กที่มีอายุ 3 เดือนขึ้นไปเทานั้น3. ระมัดระวังการใชในผูปวยที่มีเกล็ดเลือดต่ำ เชน ไขเลือดออก4. Indometacin cap ก5. Naproxen tab (as base เฉพาะ 250 mg,sodium เฉพาะ 275 mg),cap (as base เฉพาะ 250 mg,sodium เฉพาะ 275 mg) ก6. Piroxicam cap (as base),compressed tab (as base),film coated tab (as base) ข10.1.2 Disease-modifying antirheumatic drugs (DMARDs)1. Chloroquine phosphate compressed tab, film coated tab ขคำเตือนและขอควรระวังการใชยาอาจเปนพิษตอจอประสาทตา ควรตรวจจอประสาทตาเปนระยะ ๆ หลังการใหยา2. Hydroxychloroquine sulfate tab ขคำเตือนและขอควรระวังการใชยาอาจเปนพิษตอจอประสาทตา ควรตรวจจอประสาทตาเปนระยะ ๆ หลังการใหยา3. Azathioprine tab คคำเตือนและขอควรระวังควรระมัดระวังหากตองใชรวมกับ allopurinol เนื่องจากเพิ่มความเสี่ยงตอภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ4. Methotrexate tab (as base or sodium),sterile pwdr/sterile sol (as sodium) คคำเตือนและขอควรระวังการใชยาอาจเกิดการกดไขกระดูกและเปนพิษตอตับ ควรตรวจคา complete blood count(CBC) และSGPT ทุก 3-6 เดือน ระหวางการใชยา5. Sulfasalazine EC tab ค6. Ciclosporin (Cyclosporin) cap, oral sol, sterile sol ง
84เงื่อนไข1. ใชเปนยาเสริม (add on) สำหรับรักษาโรคขออักเสบรูมาตอยดที่มีโรคกำเริบ (disease activity score 28เทากับหรือมากกวา 2.6 ขึ้นไป) หลังไดรับการรักษาดวย methotrexate รวมกับ sulfasalazine หรือยาตานมาลาเรีย (chloroquine, hydroxychloroquine) ในขนาดเต็มที่อยางนอย 3 เดือนติดตอกัน แลวไมตอบสนอง ทั้งนี้ผูปวยมีการทำงานของไตเปนปกติ และ ไมมีภาวะความดันเลือดสูง2. ใชโดยอายุรแพทยโรคขอเทานั้น7. Leflunomide tab (เฉพาะ 20 mg) งเงื่อนไข1. ใชเปนยาเสริม (add on) สำหรับรักษาโรคขออักเสบรูมาตอยดที่มีโรคกำเริบ (Disease activity score 28 เทากับหรือมากกวา 2.6 ขึ้นไป) หลังไดรับการรักษาดวย methotrexate รวมกับ sulfasalazine หรือ ยาตานมาเลเรีย(chloroquine/ hydroxychloroquine) ในขนาดเต็มที่อยางนอย 3 เดือนติดตอกัน แลวไมตอบสนอง2. ใชโดยอายุรแพทยโรคขอเทานั้น8. Adalimumab sterile sol (เฉพาะ 40 mg/0.8 ml และ20 mg/0.4 ml) จ(2)เงื่อนไข1. ใชสำหรับรักษาโรคขออักเสบสะเก็ดเงิน (psoriatic arthritis) โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 3 (เฉพาะ 40 mg/0.8 ml)2. ใชสำหรับรักษาโรคขออักเสบรูมาตอยด (rheumatoid arthritis) โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 3 (เฉพาะ 40 mg/0.8 ml)3. ใชสำหรับรักษาโรคขออักเสบไมทราบสาเหตุในเด็กชนิดไมมีอาการทาง systemic (Non-sJIA) โดยใหใชไมเกิน2 คอรสการรักษาตลอดชีวิต โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแหงชาติ สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน และกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ประกาศกำหนด (เฉพาะ40 mg/0.8 ml และ 20 mg/0.4 ml)หมายเหตุ1. การจัดหายาฉีด Adalimumab เงื่อนไขใชสำหรับรักษาโรคขออักเสบไมทราบสาเหตุในเด็กชนิดไมมีอาการทางsystemic (Non-sJIA) โดยใหใชไมเกิน 2 คอรสการรักษาตลอดชีวิต เปนไปตามที่กองทุนในระบบประกันสุขภาพกำหนด2. ยาฉีด Adalimumab ความแรง 20 mg/0.4 ml มีราคาต่ำสุดที่ตอรองไดเข็มละ 2,140 บาท (ราคารวมภาษีมูลคาเพิ่ม) กำหนดยืนราคา 730 วัน นับจากวันที่ประกาศมีผลบังคับใช เงื่อนไข และรายละเอียดอื่น ๆ ใหดูตามแบบเสนอยาในเว็บไซต http://ndi.fda.moph.go.th/drug_national/9. Infliximab sterile pwdr (เฉพาะ 100 mg) จ(2)เงื่อนไขใชสำหรับรักษาโรคขอกระดูกสันหลังอักเสบชนิดยึดติด (ankylosing spondylitis) โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 310. Tocilizumab sterile sol (เฉพาะ 80 mg/4ml) จ(2)เงื่อนไขสำหรับผูปวยโรคขออักเสบไมทราบสาเหตุในเด็กอายุตั้งแต 2 ปขึ้นไป ชนิดที่มีอาการชนิดซิสเต็มมิก (SystemicJuvenile Idiopathic Arthritis : SJIA) โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 3
8510.1.3 Drugs for treatment of gout and hyperuricaemia1. Colchicine tab กคำเตือนและขอควรระวังยานี้มีผลขางเคียงทำใหอุจจาระรวงและอาจทำใหกลามเนื้อลายสลาย (rhabdomyolysis) จึงควรระมัดระวังการใชรวมกับยาที่ทำใหกลามเนื้อลายสลายเชน ยาในกลุม statins เปนตน2. Allopurinol tab กคำเตือนและขอควรระวังการลดความเสี่ยงหรือความรุนแรงตอการเกิด severe cutaneous adverse reactions (SCAR) จากการใชallopurinol ทำไดโดย1. เฝาระวังอาการอยางใกลชิดในผูปวยทุกรายในชวง 2-4 สัปดาหแรกของการใหยา2. ควรเริ่มใชยาในขนาดต่ำและคอย ๆ ปรับขนาดยาเพิ่มขึ้นชา ๆ ในผูสูงอายุและผูปวยที่มีการทำงานของไตบกพรอง3. Probenecid film coated tab กคำเตือนและขอควรระวังควรหลีกเลี่ยงการใชยาในผูปวยที่มีประวัตินิ่วในไต หรือภาวะไตเสื่อม4. Benzbromarone tab คคำเตือนและขอควรระวังใชดวยความระมัดระวัง เนื่องจากมีรายงานการเกิด cytolytic liver damage ทำใหผูปวยถึงแกชีวิต หรือตองเปลี่ยนตับ5. Febuxostat tab (เฉพาะ 80 mg) งเงื่อนไขใชสำหรับภาวะกรดยูริกในเลือดสูงที่มีเงื่อนไขขอใดขอหนึ่งดังนี้1. ผูปวยโรคเกาตที่แพยา allopurinol ชนิดรุนแรง และมีขอหามในการใชยากลุม uricosuric2. ผูปวยโรคเกาตที่มียีน HLA-B*58:01 และมีขอหามในการใชยากลุม uricosuric3. ผูปวยโรคเกาตที่มีระดับกรดยูริกมากกวา 6 mg/dL ภายหลังจากการใชยากลุม uricosuric รวมกับallopurinol ในขนาดที่เหมาะสม4. ผู ป วย โรค เก าต ที่ มี ระดั บ ก รด ยู ริก ม าก ก วา 6 mg/dL ภ าย ห ลั งจ าก ก ารใช ย าก ลุ ม uricosuricในกรณีผูปวยที่แพยา allopurinol ชนิดรุนแรง หรือมียีน HLA-B*58:015. เปนยาทางเลือกในกรณีที่ใช allopurinol แลวมีเอนไซมตับสูงเกิน 3 เทาของคาปกติ หรือ เพิ่มขึ้นเกิน 2 เทาของระดับกอนใหยา และมีขอหามใชยากลุม uricosuricคำเตือนและขอควรระวังควรระมัดระวังการใช febuxostat ในผูปวยที่มีโรคหัวใจและหลอดเลือด หรือความเสี่ยงตอโรคหัวใจและหลอดเลือดสูง10.2 Drugs used in neuromuscular disorders
8610.2.1 Drugs which enhance neuromuscular transmission1. Pyridostigmine bromide tab ก2. Neostigmine methylsulfate sterile sol ข12.2.2 Skeletal muscle relaxants1. ยากลุมนี้ใชบรรเทาการหดเกร็งของกลามเนื้อที่เปนรุนแรงในโรคบางชนิด เชน บาดทะยัก การบาดเจ็บของไขสันหลัง และ multiple sclerosis2. ไมใชยากลุมนี้กับอาการหดเกร็งกลามเนื้อจากการเลนกีฬาหรือการบาดเจ็บ3. ควรใชยากลุมนี้ดวยความระมัดระวัง เนื่องจากการลด muscle tone อาจเพิ่ม disability ใหกับผูปวย1. Diazepam cap, tab, sterile sol ก2. Baclofen tab ข3. Tizanidine hydrochloride tab ข10.3 Drugs for relief of soft-tissue inflammation10.3.1 Rubifacients1. Methyl salicylate cream compound cream, cream (hosp) ก2. Methyl salicylate ointment compound(Analgesic Balm) oint, oint (hosp) กกลุมยา 11 Eye11.1 Anti-infective eye preparations11.1.1 Antibacterials and eye wash solution1. ใชเปนยาสำหรับการติดเชื้อแบคทีเรียเทานั้น2. ควรใชยาใหเหมาะสมกับชนิดของเชื้อ เชน ชนิดกรัมบวก หรือกรัมลบ1. Boric acid eye wash sol ก2. Chloramphenicol eye drop, eye oint ก3. Tetracycline hydrochlorideยากำพรา eye oint ก4. Gentamicin sulfate eye drop, eye oint ขหมายเหตุประสิทธิผลของ gentamicin ไมแตกตางจาก tobramycin5. Polymyxin B sulfate + Neomycin sulfate + Gramicidin eye drop คหมายเหตุยาที่มีสวนผสมของ polymyxin B อาจสงผลใหเกิดการดื้อของเชื้อในทาง systemic จึงตองใชอยางระมัดระวังเฉพาะกรณีที่มีความจำเปนเทานั้น
876. Cyclosporine eye drop (hosp) งเงื่อนไขใชกับผูปวย Keratoconjuctivitis sicca ที่มีอาการตาแหงรวมกับการอักเสบของพื้นผิวกระจกตา7. Fusidic acid eye drop (in gel base) งเงื่อนไขใชสำหรับหนังตาอักเสบ (blepharitis) ที่ใช chloramphenicol หรือ gentamicin แลวแพหรือไมไดผลหมายเหตุยาเปลี่ยนเปนของเหลวเมื่อยาสัมผัสถูกตา8. Levofloxacin eye drop (เฉพาะ 0.5%) (5 ml) งเงื่อนไข1. ใชสำหรับรักษาเยื่อบุตาอักเสบ (Bacterial conjunctivitis)2. ใชสำหรับการติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณลูกตาสวนนอกอื่นๆ (other external ocular bacterial infections)9. Levofloxacin eye drop (เฉพาะ 1.5%) (5 ml) งเงื่อนไข1. ใชสำหรับรักษากระจกตาอักเสบ (Bacterial Keratitis)2. ใชสำหรับรักษาแผลที่กระจกตา (Corneal ulcer)11.1.2 Antibacterials with corticosteroids1. การใชยากลุมนี้ควรอยูในความดูแลของผูเชี่ยวชาญ เพราะยามีที่ใชจำกัด หากใชไมถูกตองอาจไมปลอดภัย2. หามใชในอาการตาแดงที่ยังมิไดรับการตรวจวินิจฉัยสาเหตุที่ชัดเจน เพราะอาจเกิดอันตรายได เชน การใชในอาการตาแดงที่เกิดจากเชื้อ herpes simplex virus อาจทำใหเกิดแผลที่กระจกตาไปจนถึงตาบอดได เปนตน3. ใชสำหรับการอักเสบรุนแรงในลูกตาสวนหนาหรือหลังผาตัด และปองกันการติดเชื้อแบคทีเรียในกลุมเสี่ยง1. Dexamethasone sodium phosphate+ Neomycin sulfate eye drop ค2. Dexamethasone sodium phosphate+ Chloramphenicol+ Tetrahydrozoline hydrochloride eye drop ค3. Dexamethasone + Neomycin sulfate+ Polymyxin B sulfate eye oint คหมายเหตุยาที่มีสวนผสมของ polymyxin B อาจสงผลใหเกิดการดื้อของเชื้อในทาง systemic จึงตองใชอยางระมัดระวังเฉพาะกรณีที่มีความจำเปนเทานั้น11.1.3 Antifungals1. Natamycin eye susp งเงื่อนไขใชสำหรับการติดเชื้อราที่แผลกระจกตา
8811.1.4 Antivirals1. Aciclovir (Acyclovir) eye oint ค11.2 Corticosteroids and other anti-inflammatory preparations1. Antazoline hydrochloride+ Tetrahydrozoline hydrochloride eye drop ก2. Fluorometholone eye susp (as base) คเงื่อนไขใชรักษาเยื่อบุตาอักเสบที่ไมไดเกิดจากการติดเชื้อ เชน ภูมิแพ การระคายเคือง เปนตนหมายเหตุการใชยานี้ตองระวังการติดเชื้อราที่กระจกตา การเกิด steroid glaucoma และการใชยาติดตอกันเปนเวลานานอาจทำใหเกิด steroid cataract3. Prednisolone acetate eye susp คเงื่อนไข1. ใชรักษามานตาอักเสบและ/หรือหลังผาตัดตา2. ใชรักษากระจกตาอักเสบหลังจากการติดเชื้อไวรัสที่ชั้น stroma หรือชั้นเยื่อบุโพรงตา (endothelium)หมายเหตุการใชยานี้ตองระวังการติดเชื้อราที่กระจกตา การเกิด steroid glaucoma และการใชยาติดตอกันเปนเวลานาน อาจทำใหเกิด steroid cataract4. Sodium cromoglicate (Cromolyn sodium) eye drop ค5. Olopatadine hydrochloride eye drop (เฉพาะ 0.1%) งเงื่อนไขใชสำหรับผูปวยเยื่อบุตาอักเสบเรื้อรังที่มีอาการอักเสบเฉียบพลัน ไดแก Vernal Keratoconjunctivitis,Atopic Keratoconjunctivitis, Giant Papillary Conjunctivitis โดยหลังจากโรคสงบแลว ใหพิจารณ าใชSodium cromoglicate เพื่อปองกันการกลับเปนซ้ำ11.3 Mydriatics and cycloplegics1. Atropine sulfate eye drop ค2. Cyclopentolate hydrochloride eye drop ค3. Phenylephrine hydrochloride eye drop ค4. Tropicamide eye drop ค5. Phenylephrine hydrochloride + Tropicamide eye drop (เฉพาะ 5% + 0.8%) (5 ml) ค11.4 Drugs for treatment of glaucoma
891. Glycerol oral sol (hosp) ก2. Acetazolamide tab ก3. Pilocarpine eye drop(as hydrochloride or nitrate) ก4. Timolol maleate eye drop ก5. Brimonidine tartrate eye drop (เฉพาะ 0.2% w/v) คเงื่อนไข1. ใชรักษาตอหินในกรณีที่มีขอหามใช topical beta-blockers หรือ2. ใชเฉพาะกรณีที่ใชยาชนิดอื่นรักษาตอหินแลวความดันในลูกตายังไมลดลงอยูในขั้นที่ปลอดภัย6. Latanoprost eye drop (เฉพาะ 0.005% w/v) คเงื่อนไข1. ใชรักษาตอหินในกรณีที่มีขอหามใช topical beta-blockers หรือ2. ใชเฉพาะกรณีที่ใชยารักษาตอหินชนิดอื่นแลวความดันในลูกตายังไมลดลงอยูในขั้นที่ปลอดภัย7. Brinzolamide eye susp (เฉพาะ 1%) (5 ml) คเงื่อนไข1. ใชรักษาตอหินในกรณีที่มีขอหามใช topical beta-blockers หรือ2. ใชเฉพาะกรณีที่ใชยาชนิดอื่นรักษาตอหินแลวความดันในลูกตายังไมลดลงอยูในขั้นที่ปลอดภัย8. Brinzolamide + Timolol maleate eye susp (เฉพาะ 1% + 0.5% ) (5 ml) งเงื่อนไขใชเฉพาะกรณีที่ใชยารักษาตอหินชนิดอื่นแลวความดันในลูกตายังไมลดลงอยูในขั้นที่ปลอดภัย11.5 Local anaesthetics1. Tetracaine hydrochloride eye drop กเงื่อนไขหามใหผูปวยนำกลับบาน11.6 Tear deficiency, ocular lubricants and astringents1. Hypromellose (with preservative) eye drop ก2. Carbomer (with preservative, with/without sorbitol) eye gel ข3. White petrolatum + Mineral oil+ Liquid lanolin anhydrous (preservative free) eye oint คเงื่อนไขใชกับผูปวยตาแหงปานกลางถึงตาแหงมาก ที่ใชน้ำตาเทียมที่มี preservative ไมได
904. Hypromellose + Dextran 70 (preservative free) eye drop (เฉพาะ 0.3% + 0.1%)(0.8 ml) งเงื่อนไขใชเฉพาะกับผูปวยตาแหงมาก ที่ใชน้ำตาเทียมที่มี preservative ไมได5. Dried protein-free dialysate of calf blood eye gel งเงื่อนไขใชเพิ่มการสมานของแผลที่กระจกตา11.7 Ocular diagnostic and peri-operative preparations and photodynamictreatment1. Balance salt sol for ocular irrigation,sol for intraocular irrigation ค2. Carbachol sterile sol for intraocular use คเงื่อนไขใชหดมานตาระหวางการผาตัด3. Diclofenac sodium with preservative eye drop ค4. Fluorescein sodium sterile sol for inj ค5. Indocyanine greenยากำพรา sterile pwdr for inj ค6. Trypan blueยากำพรา sterile sol for intraocular use งเงื่อนไขใชสำหรับยอมสีถุงหุมเลนสระหวางผาตัดตอกระจกชนิดสุก7. Bevacizumab sterile sol จ(2)เงื่อนไข1. ใชสำหรับ age-related macular degeneration (AMD) โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตารายละเอียดในภาคผนวก 32. ใชสำหรับ diabetic macular edema (DME) โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 33. ใชสำหรับ retinal vein occlusion (RVO) โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 34. ใชสำหรับการรักษาโรคจอตาผิดปกติในเด็กเกิดกอนกำหนด (Retinopathy of Prematurity; ROP) โดยมีแนวทางกำกับการใชยาเปนไปตามรายละเอียดในภาคผนวก 3กลุมยา 12 Ear, nose, oropharynx and oral cavity12.1 Drugs acting on the ear12.1.1 Otitis externa and otitis media1. Chloramphenicol ear drop ก
912. Dexamethasone + Framycetin sulfate + Gramicidin ear drop/ear oint (เฉพาะ 0.5 mg +5 mg + 0.05 mg in 1 ml or 1 g) ค3. Hydrocortisone + Neomycin sulfate+ Polymyxin B sulfate ear drop (เฉพาะ 10 mg + 3400 U+ 10000 U in 1 ml) ค12.1.2 Drugs used in otomycosis1. Acetic acid ear drop (hosp) (เฉ พ า ะ 2 % inaqueous และ 2% in 70% isopropylalcohol) กคำเตือนและขอควรระวังหามใชในผูปวยที่แกวหูทะลุ2. Boric acid ear drop (hosp) (เฉ พ า ะ 3 % inisopropyl alcohol) กคำเตือนและขอควรระวังหามใชในผูปวยที่แกวหูทะลุ3. Gentian violet sol (hosp) กคำเตือนและขอควรระวังหามใชในผูปวยที่แกวหูทะลุ4. Clotrimazole ear drop ข12.1.3 Other drugs acting on the ear1. Sodium bicarbonate ear drop (hosp) ก2. Ofloxacin ear drop คเงื่อนไขใชสำหรับหูน้ำหนวกเรื้อรังที่แกวหูทะลุ ที่ใช chloramphenicol ไมไดผลหมายเหตุควรมี guideline ที่ชัดเจนกำกับการใชยานี้ เพราะการใชยาอาจสงผลใหเกิดปญหาเชื้อดื้อยากลุม quinolones12.2 Drugs acting on the nose12.2.1 Drugs used in nasal allergy1. Budesonide nasal spray ขเงื่อนไขใชกับผูปวยอายุ 6 ปขึ้นไป2. Fluticasone furoate nasal spray คเงื่อนไขใชกับผูปวยอายุ 2 ปขึ้นไปในขอบงใช1. โพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพที่เกิดตามฤดูกาลและตลอดป2. เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ
9212.2.2 Topical nasal decongestants1. Ephedrine hydrochlorideวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 2 nasal drop (hosp) (เฉพาะ 0.5-3%) ก2. Sodium chloride sterile sol (for irrigation) (เฉพาะ 0.9%) ก3. Oxymetazoline hydrochloride nasal drop, nasal spray ข12.3 Drugs acting on the oropharynx and oral cavity12.3.1 Drugs used in treatment of oral ulcer1. Borax (in glycerin) sol, sol (hosp) ก2. Chlorhexidine gluconate mouthwash sol (เฉพาะ 0.12-0.2% w/v) ก3. Iodine Paint, compound sol (hosp) ก4. Talbot’s solution sol (hosp) ก5. Triamcinolone acetonide oral paste ก6. Fluocinolone acetonide oral paste, oral gel, sol ขเงื่อนไขใชในกรณีที่ใชยา triamcinolone acetonide ไมไดผลหรือรอยโรคมีความรุนแรงหมายเหตุรูปแบบยา oral paste ดังกลาวหมายรวมถึง orabase ดวย7. Iodoform (in ether) sol (hosp) ข12.3.2 Oropharyngeal antifungal drugs1. Clotrimazole lozenge ก2. Miconazole nitrate oral gel ก3. Nystatin oral susp ก12.3.3 Antiseptics for root canal treatment1. Camphorated parachlorophenol sol (hosp) ก2. Camphorated phenol sol (hosp) ก3. Chlorhexidine gluconate sol (hosp) (เฉพาะ 2%) ก4. Clove oil oil ก5. EDTA sol (hosp) (เฉพาะ 14% หรือ 17%) ก6. Formocresol (Cresolated formaldehyde,Formaldehyde and Cresol solution) sol (hosp) ก7. Sodium hypochlorite sol (hosp) ก12.3.4 Drugs used in prevention and treatment of dental plaque and caries
931. Chlorhexidine gluconate mouthwash sol/ mouthwash sol(hosp) (เฉพาะ 0.1-0.2%w/v) ก2. Sodium fluoride tab, oral sol กหมายเหตุระวังการใชในพื้นที่ที่มีฟลูออไรดสูง เพราะอาจทำใหเกิด fluorosis12.3.5 Other dental preparations1. Epinephrine (Adrenaline) sterile sol ก2. Artificial saliva (Saliva substitutes) sol (hosp) ก3. Hydrogen peroxide mouthwash sol (1.5% w/v) ก4. Sodium chloride sterile sol ก5. Special mouthwashที่มีตัวยาสำคัญคือ chloroxylenol mouthwash sol (hosp) ก6. Zinc oxide pwdr (hosp) กหมายเหตุใชอุดคลองรากฟนที่ใชบดเคี้ยวหรือใชสำหรับอุดฟนชั่วคราวที่ตองการให remove ออกไดงาย7. Zinc oxide with zinc acetate pwdr (hosp) กหมายเหตุใชสำหรับอุดคลองรากฟนและอุดชั่วคราวที่ตองการความแข็งแรงมาก8. Carnoy's solution sol (hosp) ค9. White head varnish varnish (hosp) คกลุมยา 13 Skin13.1 Anti-infective skin preparations13.1.1 Antibacterial preparations1. Sulfadiazine silver (Silver sulfadiazine) cream ก2. Fusidic acid cream ข3. Sodium fusidate oint ข4. Mupirocin oint ขเงื่อนไขจำกัดการใชเฉพาะ Methicillin Resistant Staphylococcus aureus (MRSA)13.1.2 Antifungal preparations1. Benzoic acid + Salicylic acid (Whitfield’s ointment) oint, oint (hosp) ก
942. Sodium thiosulfate sol, sol (hosp) ก3. Clotrimazole cream ก4. Ketoconazole cream ก13.1.3 Parasiticidal preparations1. Benzyl benzoate emulsion/lotion (เฉพาะ 25%) ก2. Permethrinยากำพรา cream/lotion (เฉพาะ 1%) กเงื่อนไขใชสำหรับรักษาเหา3. Permethrinยากำพรา cream/lotion (เฉพาะ 5%) กเงื่อนไขใชสำหรับรักษาหิด และโลน4. Sulfur (Sulphur) oint, oint (hosp) (เฉพาะ 5-10%) ก5. Ivermectinยากำพรา tab ขเงื่อนไขใชสำหรับรักษาหิด ที่ใชยาทาไมไดหรือไมไดผลหมายเหตุดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน 5.5 Anthelmintic13.2 Emollient and barrier preparations1. Aluminium acetate (Aluminium subacetate) sol (hosp) ก2. Mineral oil oil (hosp) ก3. Olive oil oil (hosp) ก4. Urea cream, cream (hosp), oint (hosp) กหมายเหตุUrea รูปแบบ cream ความแรงต่ำกวา 10% จัดเปนเครื่องสำอาง ไมจัดเปนยาในบัญชียาหลักแหงชาติ5. White petrolatum oint (hosp) ก6. Zinc oxide cream, cream (hosp), oint (hosp),paste (hosp) ก7. Zinc sulfate lotion (hosp) ก13.3 Topical antipruritics
951. Calamine lotion, lotion (hosp) กหมายเหตุหากในสูตรตำรับยามี phenol เปนสวนประกอบ ตองมีความเขมขนของ phenol ไมเกิน 0.5 - 1%2. Menthol + Phenol + Camphor ทุก topical dosage form (hosp) ก13.4 Topical corticosteroidsควรระมัดระวังการใชยาทาสเตียรอยดที่มีความแรงสูงและสูงมากในเด็กเล็ก และผูสูงอายุ โดยเฉพาะผิวหนังบริเวณรอบดวงตา ขอพับตาง ๆ เยื่อบุปาก ทวาร และอวัยวะเพศ เนื่องจากบุคคลกลุมนี้มีผิวหนังบางจึงอาจมีผลขางเคียงตอผิวหนังบริเวณที่ทายา และยาอาจถูกดูดซึมทำใหเกิดผลขางเคียงที่เปน systemic side-effect ได1. Hydrocortisone acetate cream, cream (hosp) ก2. Prednisolone cream, cream (hosp) ก3. Betamethasone dipropionate cream, cream (hosp), oint ก4. Betamethasone valerate cream, cream (hosp) ก5. Triamcinolone acetonide cream, cream (hosp), lotion,lotion (hosp) ก6. Clobetasol propionate cream ก7. Betamethasone valerate lotion, sol ข8. Desoximetasone (Desoxymethasone) cream ข9. Betamethasone dipropionate + Salicylic acid oint (เฉพาะ 0.05% + 3%) คเงื่อนไข1. ใชสำหรับ chronic eczema2. ใชสำหรับโรคสะเก็ดเงิน (psoriasis)10. Clobetasol propionate oint คเงื่อนไขใชสำหรับโรคผิวหนังเรื้อรังที่ไมตอบสนองตอยาอื่น เชน โรคสะเก็ดเงินที่เล็บซึ่งเปนบริเวณที่หนาและตองใชยาที่เพิ่มการดูดซึมเพื่อใหเกิดประสิทธิผลในการรักษา11. Clobetasol propionate lotion งเงื่อนไขใชสำหรับโรคผิวหนังเรื้อรังที่ไมตอบสนองตอยาอื่น12. Mometasone furoate cream งเงื่อนไขใชกรณีตองใชยาเปนเวลานาน13. Betamethasone dipropionate + Calcipotriol gel, oint งเงื่อนไข1. ใชรักษา chronic plaque psoriasis ในผูใหญที่ใช topical steroid รักษาแลวไมไดผล
962. ใช gel กับรอยโรคที่หนังศีรษะไมเกิน 4 สัปดาห และ ointment กับรอยโรคที่ลำตัวไมเกิน 8 สัปดาห3. ใชโดยแพทยผูเชี่ยวชาญดานตจวิทยา13.5 Other preparations for psoriasis (excluding topical corticosteroids)1. Coal tar (Liquor carbonis detergens; LCD) ทุก topical dosage form (hosp) ก2. Coal tar + Triamcinolone acetonide cream (hosp) (เฉพาะ 3% + 0.02%หรือ 5% + 0.02%) ก3. Salicylic acid lotion (hosp), oint (hosp),paste (hosp) ก4. Dithranol (Anthralin) paste (hosp) ก5. Methotrexate tab (as base or sodium) ขเงื่อนไขใชสำหรับสะเก็ดเงินชนิดปานกลางถึงรุนแรงที่ดื้อตอยาอื่น6. Methoxsalenยากำพรา tab, cream (hosp) (เฉพาะไมเกิน 0.1%w/w), topical sol (paint), topical sol(paint) (hosp) (เฉพาะไมเกิน 0.1% w/w) ค7. Calcipotriol oint งเงื่อนไขใชในกรณีที่ไมตอบสนองหรือเกิดผลขางเคียงตอ coal tar หรือ topical steroid8. Acitretin cap งเงื่อนไข1. ใชสำหรับสะเก็ดเงินชนิดปานกลางถึงรุนแรง ที่ไมตอบสนองตอยาอื่นหรือมีขอหามในการใช methotrexate2. ใชโดยแพทยผูเชี่ยวชาญดานตจวิทยา สำหรับรักษาโรคผิวหนังเรื้อรังอื่น ๆ ที่ไมตอบสนองตอการรักษาทั่วไปคำเตือนและขอควรระวังหามใชในหญิงตั้งครรภ และหลังจากหยุดยานี้แลวใหคุมกำเนิดเปนระยะเวลาอยางนอย 3 ป9. Ciclosporin (Cyclosporin) cap, oral sol งเงื่อนไข1. ใชสำหรับสะเก็ดเงินชนิดปานกลางถึงรุนแรง ที่ไมตอบสนองตอยาอื่นหรือมีขอหามในการใช methotrexate2. ใชสำหรับ atopic dermatitis ชนิดรุนแรง3. ใชโดยแพทยผูเชี่ยวชาญดานตจวิทยา สำหรับรักษาโรคผิวหนังเรื้อรังอื่น ๆ ที่ไมตอบสนองตอการรักษาทั่วไป13.6 Preparations for warts and calluses1. Lactic acid cream (hosp) (เฉพาะไมเกิน 10% w/w) ก2. Podophyllin (Podophyllum resin) paint, paint (hosp) ก3. Salicylic acid oint (hosp), paste (hosp) ก4. Silver nitrate sol (hosp), crystal (hosp),stick (hosp) ก
975. Trichloroacetic acid sol (hosp) ก6. Salicylic acid + Lactic acid colloidal sol ข13.7 Preparations for hyperhidrosis1. Aluminium Chloride sol (hosp) (เฉพาะ 10-30%) กกลุมยา 14 Immunological products and vaccines1. Anti-D immunoglobulin, humanยากำพรา inj ก2. BCG vaccine (Bacillus Calmette-Guérin) inj ก3. Diphtheria antitoxin (DAT)ยากำพรา inj ก4. Diphtheria-Tetanus vaccineทั้งชนิด DT (children type) และ dT (adult type) inj ก5. Diphtheria-Tetanus-Pertussis vaccine(whole cell) (DTPw) inj ก6. Diphtheria-Tetanus-Pertussis-Hepatitis B vaccine(DTP-HB) inj ก7. Diphtheria-Tetanus-Pertussis-Hepatitis B-Haemophilusinfluenzae type b vaccine (DTP-HB-Hib) inj ก8. Recombinant acellular Pertussis vaccine (aP) Inj (เฉพาะ 0.5 ml) กใชสำหรับการใหบริการแกหญิงตั้งครรภ 1 ครั้ง ทุกการตั้งครรภ โดยอายุครรภที่ควรไดรับวัคซีน aP ใหเปนไปตามคำแนะนำของคณะอนุกรรมการสรางเสริมภูมิคุมกันโรค ภายใตคณะกรรมการวัคซีนแหงชาติ และกำหนดการใหวัคซีนใหเปนไปตามแผนงานสรางเสริมภูมิคุมกันโรค ของกระทรวงสาธารณสุข9. Hepatitis B vaccine (HB) inj ก10. Influenza vaccine ชนิดวัคซีนรวม 3 สายพันธุ (trivalent)ตามที่องคการอนามัยโลกกำหนดในแตละป กเงื่อนไข1. บุคลากรทางการแพทย และเจาหนาที่ที่เกี่ยวของกับผูปวย2. ผูที่มีโรคเรื้อรัง คือ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผูปวยมะเร็งที่ไดรับยาเคมีบำบัดและเบาหวาน3. บุคคลที่มีอายุ 65 ปขึ้นไป4. หญิงมีครรภ อายุครรภ 4 เดือนขึ้นไป5. เด็กอายุ 6 เดือนถึง 2 ป6. ผูพิการทางสมองชวยเหลือตัวเองไมได
987. โรคธาลัสซีเมีย ภูมิคุมกันบกพรอง (รวมถึงผูติดเชื้อเอชไอวีที่มีอาการ)8. ผูที่มีน้ำหนักตั้งแต 100 กิโลกรัม หรือ ดัชนีมวลกาย ตั้งแต 35 กิโลกรัมตอตารางเมตร11. Influenza vaccine ชนิด pandemic influenzaสายพันธุตามที่องคการอนามัยโลกกำหนดในแตละป ก12. Measles-Mumps-Rubella vaccine (MMR) inj ก13. Poliomyelitis vaccine, live attenuated (OPV)ชนิด bivalent และ trivalent oral sol, oral susp ก14. Inactivated polio vaccine (IPV)(เฉพาะชนิดที่เปนวัคซีนเดี่ยว) inj กเงื่อนไขใชตามโครงการกวาดลางโปลิโอของประเทศไทย ตามนโยบายฉากสุดทายของการกวาดลางโปลิโอในระดับโลก15. Rabies immunoglobulin, horse (ERIG) inj ก16. Rabies vaccinesยกเวนชนิด human diploid cell vaccine (HDCV) inj กเงื่อนไข1. ใชสำหรับ post-exposure protection2. ใชสำหรับ pre-exposure protection ในประชากรกลุมที่มีความเสี่ยงสูง17. Rubella vaccine inj ก18. Tetanus antitoxin, horse inj ก19. Tetanus vaccine (Tetanus toxoid) inj ก20. Japanese encephalitis vaccine, inactivated(inactivated JE vaccine) inj กหมายเหตุใชสำหรับผูที่มีขอหามใช live attenuated Japanese encephalitis vaccine21. Japanese encephalitis vaccine, live attenuated(Live Attenuated JE vaccine) inj ก22. Rabies immunoglobulin, human (HRIG) inj ขเงื่อนไขใชสำหรับผูที่แพ rabies immunoglobulin, horse (ERIG)23. Tetanus antitoxin, humanAnti-tetanus immunoglobulin, human inj ขเงื่อนไขใชสำหรับผูที่แพ tetanus antitoxin, horse24. Hepatitis B immunoglobulin, human (HBIG) inj คเงื่อนไขใชรวมกับการฉีด Hepatitis B vaccine เฉพาะในกรณีดังตอไปนี้
991. ทารกแรกเกิดที่มารดามี HBsAg เปนบวก2. เมื่อผิวหนังหรือเยื่อเมือกสัมผัสกับเลือดหรือสารคัดหลั่งที่มี HBsAg เปนบวก เชน บุคลากรทางการแพทยที่เกิดอุบัติเหตุสัมผัสโรคจากการทํางานตามแนวปฏิบัติของสถานพยาบาลนั้น ๆ หรือผูที่ถูกขมขืน3. ปองกันผูปวยจากการกลับเปนโรคตับอักเสบบีซ้ำหลังจากไดรับการเปลี่ยนตับแลวหมายเหตุในทารกแรกเกิดซึ่งมารดามีอายุครรภปกติ การใหวัคซีนภายใน 24 ชั่วโมง สามารถปองกันการติดเชื้อไดมากอยูแลว การให HBIG ไมทําใหการปองกันสูงขึ้น25. Human papillomavirus vaccine ชนิด 4 สายพันธุ inj กเงื่อนไข1. ใชสำหรับการใหบริการวัคซีนเอชพีวีในแผนงานสรางเสริมภูมิคุมกันโรคของกรมควบคุมโรคและสำนักงานหลักประกันสุขภาพแหงชาติ2. เลือก 1 รายการ ระหวางรายการที่ 25 หรือ 26 ที่จัดซื้อไดถูกกวา26. Human papillomavirus vaccineชนิดที่มีสายพันธุกอโรคอยางนอยสายพันธุที่ 16 และ 18 inj กเงื่อนไข1. ใชสำหรับการใหบริการวัคซีนเอชพีวีในแผนงานสรางเสริมภูมิคุมกันโรคของกรมควบคุมโรคและสำนักงานหลักประกันสุขภาพแหงชาติ2. เลือก 1 รายการ ระหวางรายการที่ 25 หรือ 26 ที่จัดซื้อไดถูกกวา27. Rotavirus vaccine oral form (for pediatric use) กกลุมยา 15 Anaesthesia15.1 General anaesthesia15.1.1 Intravenous anaesthetics1. Etomidate sterile emulsion คเงื่อนไขใชสำหรับนำสลบ (Induction of general anaesthesia) ในผูสูงอายุหรือผูปวยที่มีปญหาดานหัวใจและหลอดเลือด2. Propofol sterile emulsion ค3. Thiopental sodium (Thiopentone sodium) sterile pwdr ค4. Ketamine hydrochlorideวัตถุออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 2 sterile sol งเงื่อนไข1. ใชฉีดเขากลามเนื้อกับผูปวยที่หาเสนเลือดสำหรับใหน้ำเกลือไมได2. ใชในกรณีที่ผูปวยมีความดันเลือดต่ำ3. ใชในการระงับความรูสึกสำหรับการทำหัตถการที่ใชระยะเวลาสั้น ๆ4. ใชเปนยาเสริม (adjunct therapy) เพื่อระงับอาการปวดรุนแรง (intractable pain)
10015.1.2 Inhalational anaesthetics1. Isoflurane Inhalation vapour liquid ค2. Sevoflurane Inhalation vapour liquid ค3. Desflurane Inhalation vapour liquid งเงื่อนไขใชเปนทางเลือกในการใหยาระงับความรูสึกในกรณีตอไปนี้1. โรคอวน (morbidly obese) ที่มีภาวะ obstructive sleep apnea (OSA) รวมดวย2. โรคอวน (morbidly obese) ที่มี Body Mass Index (BMI) ตั้งแต 35 kg/m2 ขึ้นไป3. การผาตัดซึ่งตองการใหผูปวยตื่นเร็ว ไดแก ผูปวยในภาวะฉุกเฉิน การผาตัดที่ไมตองรับผูปวยไวคางคืน4. การผาตัดสมอง15.1.3 Muscle relaxants (Neuromuscular blocking drugs)1. Atracurium besilate sterile sol ค2. Cisatracurium besilate sterile sol ค3. Pancuronium bromide sterile sol ค4. Rocuronium bromide sterile sol ค5. Suxamethonium chloride (Succinylcholine chloride) sterile pwdr, sterile sol ค6. Vecuronium bromide sterile pwdr ค15.1.4 Sedative and analgesic peri-operative drugs1. Diazepamวัตถุออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 4 cap, tab, sterile sol ก2. Fentanyl citrateยาเสพติดใหโทษประเภท 2 sterile sol ค3. Morphine sulfateยาเสพติดใหโทษประเภท 2 sterile sol ค4. Pethidine hydrochlorideยาเสพติดใหโทษประเภท 2 sterile sol ค5. Dexmedetomidine sterile sol (เฉพาะ 100 mcg/ml) (2 ml) งเงื่อนไข1. สำหรับการสงบประสาทและระงับปวดในหออภิบาลผูปวยวิกฤต (for sedation and analgesia in IntensiveCare Unit patients) เฉพาะกรณีผูปวยอายุมากกวา 65 ป หรือมีความเสี่ยงสูงตอ delirium โดยโรคประจำตัวหรือมีขอหามใชยาอื่นในบัญชียาหลักแหงชาติ2. สำหรับการสงบประสาทและระงับปวดสำหรับหัตถการทางการแพทย (for procedural sedation and analgesia)3. ใชรวมกับการระงับความรูสึก ในระหวางผาตัด (for perioperative adjuvant anaesthetic management)
1016. Midazolam hydrochlorideวัตถุออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 2 sterile sol งเงื่อนไข1. ใชเสริมยาระงับความรูสึก2. ใชเพื่อใหผูปวยสงบ คลายความวิตกกังวลทั้งในระยะ กอนระหวางและหลังทำหัตถการ3. ใชระงับชัก7. Midazolam maleateวัตถุออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 2 tab งเงื่อนไขใชเตรียมผูปวยกอนใหยาระงับความรูสึก (premedication) เทานั้น15.1.5 Anticholinesterases and antimuscarinic drugs used in anaesthesia1. Atropine sulfate sterile sol กเงื่อนไขใชแกฤทธิ์ยาหยอนกลามเนื้อ2. Neostigmine methylsulfate sterile sol กเงื่อนไขใชแกฤทธิ์ยาหยอนกลามเนื้อ3. Edrophonium chlorideยากำพรา sterile sol (เฉพาะ 10 mg/ml) งเงื่อนไขใชวินิจฉัยโรค myasthenia gravis4. Glycopyrronium bromide sterile sol งเงื่อนไข1. ใชเปนยาทางเลือกแทนยา atropine โดยใชรวมกับยา neostigmine ในการแกฤทธิ์ยาหยอนกลามเนื้อในผูปวย สูงอายุ หรือผูปวยที่มีปญหาหัวใจเตนเร็ว2. ใชลดเสมหะหรือน้ำลาย ในการดมยาสลบกรณีที่จะทำหัตถการเกี่ยวกับทางเดินหายใจ3. ใชลดเสมหะในผูปวยระยะสุดทาย (end-of-life)5. Sugammadex sterile sol (เฉพาะ 100 mg/ml) (2 ml) งเงื่อนไขใชแกฤทธิ์ยาหยอนกลามเนื้อในผูปวยที่มีความเสี่ยงสูง ที่ไดรับยา vecuronium หรือยา rocuronium เปนยาหยอนกลามเนื้อ ไดแก1. ผูมีโรคประจำตัว ไดแก1.1. โรคทางระบบประสาทและกลามเนื้อ (เชน myasthenia gravis, muscular dystrophy ฯลฯ)1.2. โรคระบบทางเดินหายใจ (เชน chronic obstructive pulmonary disease, chronic bronchitis, asthma ฯลฯ)1.3. ผูปวยที่มีภาวะไตวาย หรือผูปวยที่มีภาวะตับวาย1.4. โรคหัวใจและหลอดเลือด (เชน ischemic heart disease, heart failure, tachyarrhythmia, valvularheart disease ฯลฯ)2. การผาตัดที่มีระยะเวลายาวนานกวา 3 ชั่วโมง หรือการผาตัดที่คาดการณเวลาที่ทำการผาตัดเสร็จไดยากโดยที่ผูปวยไดรับยา rocuronium เปนยาหยอนกลามเนื้อ
1023. ผูปวยเกิดภาวะ cannot intubate and cannot ventilate (CICV)4. ใชแกฤทธิ์ยาหยอนกลามเนื้อ สำหรับผูปวย COVID-19 ที่ใสทอชวยหายใจในการนำสลบแบบรวดเร็ว(rapid sequence induction intubation) ในกรณีที่ตองการใหผูปวยสามารถกลับมาหายใจไดโดยเร็ว15.1.6 Drugs for malignant hyperthermia1. Dantrolene sodiumยากำพรา sterile pwdr งเงื่อนไขใชสำหรับ malignant hyperthermia15.2 Local anaesthesia1. Benzocaine gel, oint ก2. Lidocaine hydrochloride gel, oint, spray, viscous sol,sterile sol, sterile sol (dental cartridge) ก3. Lidocaine + Prilocaine cream ก4. Lidocaine hydrochloride + Epinephrine sterile sol,sterile sol (dental cartridge) ก5. Mepivacaine hydrochloride sterile sol (dental cartridge) ก6. Mepivacaine hydrochloride + Epinephrine sterile sol (dental cartridge) ก7. Bupivacaine hydrochloride sterile sol ขคำเตือนและขอควรระวังอาจทำใหเกิดพิษตอหัวใจหมายเหตุใชในกรณี local infiltration8. Bupivacaine hydrochloride with/without glucose sterile sol คคำเตือนและขอควรระวังอาจทำใหเกิดพิษตอหัวใจ9. Lidocaine hydrochloride + Epinephrine sterile sol คหมายเหตุใชในกรณี regional anaesthesiaกลุมยา 16 Drugs used in poisoning and toxicologyยาในกลุมนี้หลายชนิดไมปรากฏเปนยาในบัญชีนี้ เนื่องจากเปนยากำพรา (orphan drugs) ที่มีปญหาการจัดหาและไมมีทะเบียนตำรับยา แตควรสงเสริมใหมีการจัดหามาใชและควรอนุมัติใหเบิกคายาไดหมายเลขโทรศัพทของศูนยพิษวิทยา เชน ศูนยพิษวิทยา ร.พ.รามาธิบดี โทร.1367 ศูนยพิษวิทยา ร.พ.ศิริราชโทร.0 2419 7007 คลินิกพิษจากสัตว สถานเสาวภา สภากาชาดไทย โทร.0 2252 0161-4 ตอ 125, 130, 131 (ในกรณีถูกงูที่มีพิษกัด)
10316.1 Snakebite poisoning1. Antivenom sera- งูเหา- งูจงอาง- งูสามเหลี่ยม- งูเขียวหางไหม- งูแมวเซา- งูกะปะ- งูทับสมิงคลา inj ก2. Polyvalent antivenom for hematotoxin inj กเงื่อนไขใชแกพิษตอระบบเลือดในรายที่ถูกงูไมทราบชนิดกัด3. Polyvalent antivenom for neurotoxin inj กเงื่อนไขใชแกพิษตอระบบประสาทในรายที่ถูกงูไมทราบชนิดกัด16.2 Mushroom and microbial poisoning1. Acetylcysteine (N-acetylcysteine) sterile sol กเงื่อนไขใชรักษาภาวะพิษตอตับจากเห็ดพิษกลุมที่มีอะมาทอกซิน (amatoxin containing mushrooms)2. Vitamin B6 (Pyridoxine hydrochloride) sterile sol (เฉพาะ 50 mg) คเงื่อนไขใชบำบัดพิษจากเห็ดสมองวัว (Gyromitra spp.)3. Botulinum antitoxinยากำพรา inj งเงื่อนไขใชบำบัดโรค Botulism16.3 Pesticide & herbicide poisoning1. Atropine sulfate sterile sol กเงื่อนไขใชตานพิษ cholinesterase inhibitors (เชน organophosphates, carbamates) และภาวะ cholinergic crisis2. Pralidoxime chloride (2-PAM) sterile pwdr กเงื่อนไขใชบำบัดพิษเฉียบพลันจาก organophosphates3. Cyclophosphamide sterile pwdr คเงื่อนไขใชบำบัดพิษจากสาร paraquat ภายใตการกำกับดูแลของศูนยพิษวิทยา
10416.4 Corrosive Poisoning1. Calcium gluconate sterile sol กเงื่อนไขใชบำบัดพิษจาก hydrofluoric acidหมายเหตุใหฉีดเขาหลอดเลือดอยางชา ๆ การฉีดเร็วอาจทำใหผูปวยเสียชีวิตได16.5 Methanol poisoning1. Ethanolยากำพราเฉพาะรูปแบบ sterile sol sterile sol, sterile sol (hosp) กเงื่อนไขใชบำบัดพิษเฉียบพลันจาก methanol และ ethylene glycol2. Calcium folinate (Leucovorin calcium) cap, tab, sterile pwdr, sterile sol งเงื่อนไขใชรวมกับ ethanol ในการบำบัดพิษจาก methanol16.6 Heavy metal poisoning1. Deferoxamine mesilate (Desferrioxamine mesilate) sterile pwdr คเงื่อนไขใชกำจัดพิษจากภาวะธาตุเหล็กสูงผิดปกติเฉียบพลันหมายเหตุกรณีใชกำจัดพิษจากภาวะธาตุเหล็กสูงผิดปกติเรื้อรัง ใหดูที่กลุมยา 9.1.2 Drugs used in hypoplastic,hemolytic and renal anemias2. Dimercaprol (British Anti-Lewisite, BAL)ยากำพรา sterile oil solution for IM use คเงื่อนไขใชบำบัดพิษเฉียบพลันจากปรอท ทอง และสารหนู และใชรวมกับ sodium calcium edetate ในกรณีบำบัด พิษเฉียบพลันจากตะกั่วคำเตือนและขอควรระวังหามใชในผูปวยที่มีประวัติแพถั่วลิสง (peanut) และอาจมีการแพขามกลุมไปยังถั่วเหลือง (soya) ได3. Penicillamine (D-Penicillamine)ยากำพรา cap, tab คเงื่อนไขใชบำบัดอาการพิษจากสารทองแดง ตะกั่ว ปรอท และสารหนูคำเตือนและขอควรระวังระวังการใชกับหญิงตั้งครรภเพราะเปนสารกอวิรูป (teratogen)
1054. Sodium calcium edetate (Edetate calcium disodium,Calcium EDTA)ยากำพรา sterile sol คเงื่อนไขใชบำบัดพิษจากตะกั่ว สังกะสี และแมงกานีส5. Succimerยากำพรา cap งเงื่อนไขใชบำบัดพิษจากตะกั่ว16.7 Cyanide and Hydrogen sulfide poisoning1. Sodium nitriteยากำพรา sterile sol, sterile sol (hosp) คเงื่อนไขใชบำบัดพิษเฉียบพลันจากไซยาไนด และไฮโดรเจนซัลไฟดคำเตือนและขอควรระวังการใชยาปริมาณมากเกินไปอาจทำใหเกิดภาวะ cardiovascular collapse, methaemoglobinaemia และอาจเสียชีวิตได2. Sodium thiosulfateยากำพรา sterile sol, sterile sol (hosp) คเงื่อนไขใชบำบัดพิษเฉียบพลันจากไซยาไนด16.8 Methemoglobinemia1. Methylene blue (Methylthioninium chloride)ยากำพรา sterile sol, sterile sol (hosp) งเงื่อนไขใชบำบัด methaemoglobinaemiaคำเตือนและขอควรระวังควรใชอยางระมัดระวังในผูปวยภาวะการทำงานของไตบกพรองขั้นรุนแรง และในผูปวยที่ขาดเอนไซม G6PD16.9 Drug poisoning1. Acetylcysteine (N-acetylcysteine) sterile sol กเงื่อนไขใชแกพิษจากการไดรับ paracetamol เกินขนาด2. Benzatropine mesilate (Benztropine mesylate) sterile sol กเงื่อนไขใชบำบัดภาวะ dystonia เนื่องจากยา
1063. Calcium gluconate sterile sol กเงื่อนไขใชบำบัดพิษจาก calcium channel blockers และ beta blockersหมายเหตุใหฉีดเขาหลอดเลือดอยางชา ๆ การฉีดเร็วอาจทำใหผูปวยเสียชีวิตได4. Diphenhydramine hydrochlorideยากำพรา cap, sterile sol กเงื่อนไขใชบำบัดภาวะ dystonia จากยา5. Naloxone hydrochloride sterile sol กเงื่อนไขใชบำบัดอาการพิษเฉียบพลันจากสารกลุม opioids หรือยา clonidine6. Sodium bicarbonate sterile sol (เฉพาะ 44.6 mEq) กเงื่อนไขใชบำบัดภาวะ hyperkalemia หรือพิษเฉียบพลันจากสาร tricyclic antidepressants หรือ antiarrhythmics type I7. Sodium nitroprussideยากำพรา sterile pwdr กเงื่อนไขใชเพื่อขยายหลอดเลือดแดงในผูปวยที่เกิด peripheral arterial spasm จากยากลุม ergotหมายเหตุกรณีใชรักษา hypertensive emergencies ใหดูที่กลุมยา 2.5.1 Vasodilator antihypertensive drugs8. Vitamin K1 (Phytomenadione) sterile sol กเงื่อนไขใชบำบัดภาวะยา anticoagulants (coumarin derivatives) เกินขนาด9. Cyproheptadine hydrochloride tab ขเงื่อนไขใชบำบัดภาวะ acute serotonin syndrome10. Bromocriptine mesilate tab คเงื่อนไขใชกับผูปวย neuroleptic malignant syndrome11. Calcium folinate (Leucovorin calcium) cap, tab, sterile pwdr, sterile sol งเงื่อนไข1. ใชบำบัดพิษจากสาร folic acid antagonists, methotrexate, trimethoprim และ pyrimethamine2. ใชปองกันพิษจาก methotrexate เฉพาะกรณีใชยานี้ในขนาดสูง12. Protamine sulfate sterile sol คเงื่อนไขใชในกรณีที่มีเลือดออกมากผิดปกติจากการไดรับ heparin เกินขนาด
10713. Vitamin B6 (Pyridoxine hydrochloride) sterile sol (เฉพาะ 50 mg) คเงื่อนไขใชบำบัดอาการทางสมองและชักที่เกิดจากยา isoniazid14. Flumazenil sterile sol งเงื่อนไขใชแกฤทธิ์จากการใชยาในกลุม benzodiazepines กรณีการทำหัตถการทางวิสัญญี15. Mesna sterile sol งเงื่อนไขปองกันภาวะเลือดออกในทางเดินปสสาวะ ในผูปวยที่ไดรับยา ifosfamide หรือ cyclophosphamideขนาดสูง (มากกวา 1.5 g/m2)16. Phenobarbital sodium (Phenobarbitone sodium)วัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทประเภท 4 sterile pwdr, sterile sol งเงื่อนไขใชบำบัดอาการชักจากยา16.10 Drugs used for absorption inhibition and elimination of toxin1. Charcoal, activated pwdr กเงื่อนไขใชดูดซับสารพิษทั่วไปที่ไดรับในทางเดินอาหาร2. Macrogols (Polyethylene glycol, PEG) with electrolytes oral pwdr, oral pwdr (hosp) กเงื่อนไขใชทำหัตถการลางกระเพาะและลำไส (whole bowel irrigation) กรณีไดรับสารพิษ หรือลางผิวหนัง กรณีสัมผัสphenol3. Sodium bicarbonate sterile sol (เฉพาะ 44.6 mEq) กเงื่อนไขใชปรับปสสาวะใหเปนดาง เพื่อเรงการกำจัดสารพิษ เชน salicylates เปนตนกลุมยา 17 Contrast media and Radiopharmaceuticals17.1 Water soluble iodinated contrast media17.1.1 Water soluble non-ionic iodinated contrast media for intravascularadministration17.1.1.1 กรณีทั่วไป1. Iopamidol sterile sol (เ ฉ พ า ะ 300 mgI/ml)(50 ml, 100 ml) ง
108เงื่อนไขใชฉีดเขาหลอดเลือด เชน intravenous pyelography หรือ excretory urography การตรวจทางดานเอกซเรยคอมพิวเตอร (CT) การตรวจ angiography การตรวจและรักษาทาง interventional radiology เปนตนคำแนะนำใหเลือกใชรายการใดรายการหนึ่งเปนหลัก ถาผูปวยแพรายการใดรายการหนึ่ง สามารถใชอีกรายการแทนได2. Iopromide sterile sol (เ ฉ พ า ะ 300 mgI/ml)(50 ml, 100 ml) งเงื่อนไขใชฉีดเขาหลอดเลือด เชน intravenous pyelography หรือ excretory urography การตรวจทางดานเอกซเรยคอมพิวเตอร (CT) การตรวจ angiography การตรวจและรักษาทาง interventional radiology เปนตนคำแนะนำใหเลือกใชรายการใดรายการหนึ่งเปนหลัก ถาผูปวยแพรายการใดรายการหนึ่ง สามารถใชอีกรายการแทนได17.1.1.2 กรณีตรวจ cardiovascular system และกรณีสงสัย hypervascular tumor1. Iopamidol sterile sol (เ ฉ พ า ะ 370 mgI/ml)(50 ml, 100 ml) งเงื่อนไขใชฉีดเขาหลอดเลือด สำหรับการตรวจ cardiovascular system และกรณีสงสัย hypervascular tumorคำแนะนำใหเลือกใชรายการใดรายการหนึ่งเปนหลัก ถาผูปวยแพรายการใดรายการหนึ่ง สามารถใชอีกรายการแทนได2. Iopromide sterile sol (เ ฉ พ า ะ 370 mgI/ml)(50 ml, 100 ml) งเงื่อนไขใชฉีดเขาหลอดเลือด สำหรับการตรวจ cardiovascular system และกรณีสงสัย hypervascular tumorคำแนะนำใหเลือกใชรายการใดรายการหนึ่งเปนหลัก ถาผูปวยแพรายการใดรายการหนึ่ง สามารถใชอีกรายการแทนได17.1.2 Water soluble non-ionic iodinated contrast media for intra-cavitaryadministration1. Iopamidol sterile sol (เ ฉ พ า ะ 300 mgI/ml)(50 ml, 100 ml) งเงื่อนไขใชสำหรับ intracavitary เชน hysterosalpingography (HSG), urethrography, voiding cysto-urethrographyเปนตนคำแนะนำใหเลือกใชรายการใดรายการหนึ่งเปนหลัก ถาผูปวยแพรายการใดรายการหนึ่ง สามารถใชอีกรายการแทนได
1092. Iopromide sterile sol (เ ฉ พ า ะ 300 mgI/ml)(50 ml, 100 ml) งเงื่อนไขใชสำหรับ intracavitary เชน hysterosalpingography (HSG), urethrography, voiding cysto-urethrographyเปนตนคำแนะนำใหเลือกใชรายการใดรายการหนึ่งเปนหลัก ถาผูปวยแพรายการใดรายการหนึ่ง สามารถใชอีกรายการแทนได17.1.3 Water soluble non-ionic iodinated contrast media for myelography1. Iopamidol sterile sol (เ ฉ พ า ะ 300 mgI/ml)(50 ml, 100 ml) งเงื่อนไขใชสำหรับ myelography17.2 Non-iodinated gastrointestinal X-ray contrast media1. Barium sulfate pwdr for oral susp กหมายเหตุตองเปน Barium sulfate ที่ใชในทางการแพทยสำหรับการตรวจวินิจฉัยโรคเทานั้น17.3 Magnetic resonance contrast media1. Meglumine gadoterate sterile sol (เฉ พ า ะ 3 7 7 mg/ml(0 .5 mmol/ml)) (1 0 ml, 1 5 ml)for intravascular or intraarticular งเงื่อนไขใชสำหรับ Magnetic resonance imaging (MRI)คำเตือนและขอควรระวังควรระมัดระวังการใชยานี้ ในผูปวยที่มี Estimated glomerular filtration rate (eGFR) ต่ำกวา 15ml/min/1.73 m2 และผูปวยที่ไดรับการรักษาโดยวิธีการบําบัดทดแทนไต ดวยวิธีการฟอกเลือดดวยเครื่องไตเทียม(hemodialysis) หรือวิธีการลางไตทางชองทอง (Peritoneal dialysis)17.4 Drug use for interventional radiology1. Ethiodized oil (Iodized oil fluid injection) sterile sol (เฉ พ า ะ 4.8 g iodine)(Iodine 38% w/w) งเงื่อนไข1. ใชผสมกับยาเคมีบำบัด สำหรับการทำ transarterial chemoembolization (TACE) เพื่อรักษาผูปวยมะเร็งตับ(hepatocellular carcinoma) และใชโดยรังสีแพทย
1102. ใชผสมกับ cyanoacrylate glue สำหรับการทำหัตถการ endovascular treatment เพื่อการอุดหลอดเลือดโรคหลอดเลือดผิดปกติและโรคภยันตรายของหลอดเลือดของระบบตาง ๆ ของรางกาย และใชโดยแพทยผูเชี่ยวชาญเฉพาะทางในสาขาที่เกี่ยวของหมายเหตุยาฉีด Ethiodized oil (Iodized oil fluid injection) ขนาด 4.8 g iodine (Iodine 38% w/w) ที่ตอรองไดหลอดละไมเกิน 13,214.50 บาท (ราคารวมภาษีมูลคาเพิ่ม) กำหนดยืนราคา 730 วัน นับจากวันที่ประกาศมีผลบังคับใช เงื่อนไข และรายละเอียดอื่น ๆ ใหดูตามแบบเสนอยาในเว็บไซต http://ndi.fda.moph.go.th/drug_national/17.5 Radiopharmaceuticals1. Tc-99m dextran sterile sol for inj (hosp) งเงื่อนไขใชเพื่อการตรวจวินิจฉัยโรคการอุดกั้นของระบบทางเดินน้ำเหลือง (lymphatic obstruction)2. Tc-99m diethylene triamine penta acetic acid (DTPA) sterile sol for inj (hosp),aerosol for inhalation (hosp) งเงื่อนไข1. ใชเพื่อการคำนวณหาคา glomerular filtration rate (GFR)2. ใชเพื่อการตรวจวินิจฉัยโรคทางเดินหายใจ (ventilation lung scan)3. Tc-99m dimercaptosuccinic acid (DMSA) sterile sol for inj (hosp) งเงื่อนไข1. ใชเพื่อการตรวจวินิจฉัยโรคการอักเสบและแผลเปนของเนื้อไต2. ใชประเมินการทำงานของไต4. Tc-99m dimercaptosuccinic acid V (DMSA [V]) sterile sol for inj (hosp) งเงื่อนไขใชเพื่อการตรวจวินิจฉัยโรค medullary thyroid cancer5. Tc-99m iminodiacetic acid (IDA) sterile sol for inj (hosp) งเงื่อนไขใชเพื่อการตรวจวินิจฉัยโรคทางเดินน้ำดี6. Tc-99m methylene diphosphonate (MDP) sterile sol for inj (hosp) งเงื่อนไขใชเพื่อการตรวจวินิจฉัยโรคกระดูกและขอ7. Tc-99m phytate sterile sol for inj (hosp) งเงื่อนไข1. ใชเพื่อการตรวจวินิจฉัยโรคตับและมาม2. ใชเพื่อตรวจวินิจฉัยการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร3. ใชเพื่อการวินิจฉัย3.1 ภาวะหลอดเลือดดำที่ขาอุดตัน3.2 ภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร (gastrointestinal bleeding)
1118. Tc-99m sulfur colloid sterile sol for inj (hosp) งเงื่อนไข1. ใชเพื่อการตรวจวินิจฉัยโรค reticuloendothelial system2. ใชเพื่อตรวจวินิจฉัยการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร3. ใชเพื่อการวินิจฉัยภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร (gastrointestinal bleeding)
112หมายเหตุ อักษรยอcap = capsuleCOPD = chronic obstructivepulmonary diseaseDPI = dry powder inhalerEC = enteric coatedg = gramGnRH = gonadotrophin-releasinghormonehosp = hospital formulary(เภสัชตำรับโรงพยาบาล)inj = injectionIM = intramuscularIU = International unitmcg = microgramMDI = metered dose inhalermEq = milliequivalent mixt = mixturemg = milligramml = millilitermmol = millimolemOsm = milliosmoleoint = ointmentpwdr = powdersol = solutionSR = ยาออกฤทธิ์นานsupp = suppositorysusp = suspensionsyr = syruptab = tabletU = unitUSP = United States Pharmacopeia
113ภาคผนวก 2รายการยาเภสัชตำรับโรงพยาบาล (ที่เปนยาแผนปจจุบัน)1. สูตรตำรับยาของเภสัชตำรับโรงพยาบาล CREAMSBetamethasone Dipropionate Cream (0.05%w/w of betamethasone)Betamethasone Dipropionate(equivalent to Betamethasone 0.05 g) 0.0643 gNon-ionic Buffered Cream Base q.s. 100.00 gGroup : 13.4 Topical CorticosteroidsBetamethasone Valerate Cream (0.1%w/w of betamethasone)Betamethasone Valerate (equivalent to Betamethasone 0.1g) 0.1214 gNon-ionic Buffered Cream Base q.s. 100.00 gGroup : 13.4 Topical CorticosteroidsHydrocortisone Acetate Cream (1%w/w of Hydrocortisone acetate)Hydrocortisone Acetate 1.00 gNon-ionic Buffered Cream Base q.s. 100.00 gGroup : 13.4 Topical CorticosteroidsMethyl Salicylate Cream CompoundMethyl Salicylate 15.00 mlMenthol 6.00 gEugenol 2.00 mlCajuput Oil 1.20 mlTurpentine Oil 1.50 mlCetyl Alcohol 1.75 gStearyl Alcohol 1.75 gGlyceryl Stearate and PEG-100 Stearate mixture (Aracel® 165) 2.00 gWhite Beeswax (White Wax) 2.00 gLiquid Paraffin 2.00 mlCarbomer 940 0.80 gPropylene Glycol 5.00 mlSodium Lauril Sulfate (Sodium Lauryl Sulfate) 1.00 gTriethanolamine q.s.Preservatives q.s.Purified Water q.s. 100.00 gGroup : 10.3 Drugs for the relief of soft-tissue inflammationPrednisolone CreamPrednisolone 0.50 gNon-ionic Buffered Cream Base q.s. 100.00 gGroup : 13.4 Topical Corticosteroids
114Sulfadiazine Silver (Silver Sulfadiazine) CreamSulfadiazine Silver 1.00 gCarbomer 940 0.30 gTriethanolamine 0.30 mlPropylene Glycol 2.50 mlCetyl Alcohol 7.00 gLiquid Paraffin 23.50 mlPolysorbate 80 6.50 mlWool Fat 1.00 gParaben Conc 1.00 mlPurified Water q.s. 100.00 gGroup : 13.1.1 Antibacterial PreparationsTriamcinolone Acetonide CreamTriamcinolone Acetonide 0.02 หรือ 0.10 gNon-ionic Buffered Cream Base q.s. 100.00 gGroup : 13.4 Topical CorticosteroidsUrea Cream Urea 5.00-40.00 gNon-ionic Buffered Cream Base q.s. 100.00 gGroup : 13.2 Emollient and Barrier PreparationsEAR DROPSSodium Bicarbonate Ear DropSodium Bicarbonate 5.00 gGlycerol (Glycerin) 30.00 mlPurified Water q.s. 100.00 mlGroup : 12.1 Drugs Acting on the EarNote : ยานี้เมื่อเก็บที่อุณหภูมิ 15-25 องศาเซลเซียส จะมีอายุไมเกิน 4 สัปดาหหลังเตรียมยา ELIXIRSPotassium Chloride ElixirPotassium Chloride 10.00 gEthyl Alcohol 95% 3.20 mlAspartame 0.03 gCream Soda 0.03 mlEdicol Apple Green 1% 0.3 mlSimple Syrup 50.00 mlParaben Conc 1.00 mlPurified Water q.s. 100.00 ml
115Group : 9.2 Fluids and ElectrolytesNote : 15 ml ประกอบดวย Potassium 20 mEqLOTIONSBenzyl Benzoate LotionBenzyl Benzoate 25.00 gEmulsifying Wax B.P. 2.00 gPurified Water q.s. 100.00 mlGroup : 13.1.3 Parasiticidal PreparationsCalamine LotionCalamine, in fine powder 15.00 gZinc Oxide, in fine powder 5.00 gBentonite 3.00 gSodium Citrate 0.50 gGlycerol (Glycerin) 5.00 mlFlavouring Agent q.s.Purified Water q.s. 100.00 mlในตำรับอาจเพิ่มLiquified Phenol 0.50 gCamphor 0.10 gMenthol 0.10 gGroup : 13.3 Topical AntipruriticsSalicylic Acid LotionSalicylic Acid 3.00 gEthyl Alcohol 95% 25.00 mlPurified Water 25.00 mlPropylene Glycol q.s. 100.00 mlGroup : 13.5 Other Preparations for Psoriasis (excluding Topical Corticosteroids)Note : อาจเติม Lactic acid, Urea อยางละ 1 % และยานี้จะมีอายุไมเกิน 4 สัปดาหหลังเตรียมยาTriamcinolone Acetonide LotionTriamcinolone Acetonide 0.10 gLactic Acid 10.00 mlAcetone 1.00 mlEthyl Alcohol 95% 5.00 ml
116Propylene Glycol 50.00 mlParaben Conc 1.00 mlPurified Water q.s. 100.00 mlGroup : 13.4 Topical CorticosteroidsZinc Sulfate LotionSynonyms : White LotionZinc Sulfate 4.00 gSulfurated Potash 4.00 gPurified Water q.s. 100.00 mlGroup : 13.2 Emollient and Barrier PreparationsNote : - เขยาขวดกอนใช- ยานี้เมื่อเก็บที่อุณหภูมิ 15-25 องศาเซลเซียส จะมีอายุไมเกิน 4 สัปดาหหลังเตรียมยา MIXTURESAmmonium Carbonate and Senega MixtureAmmonium Carbonate 0.80 gIpecacuanha Tincture 2.00 mlSenega Tincture 6.66 mlMethyl Hydroxybenzoate (Methylparaben) 0.10 gPropyl Hydroxybenzoate (Propylparaben) 0.02 gPurified Water q.s. 100.00 mlGroup : 3.6.2 Expectorant and Demulcent Cough PreparationsNote : กอนจายยาใหเจือจางดวยน้ำเชื่อมในอัตราสวน 1 : 1Compound Cardamom MixtureSynonyms : Compound Cardamom Mixture ; Mist CarminativeCompound Cardamom Tincture 1.20 mlCapsicum Tincture (Capsic Tincture) 0.40 mlGinger Tincture 0.80 mlCamphor 0.20 mlEthyl Alcohol 95% 13.45 mlPurified Water q.s. 100.00 mlGroup : 1.1 Antacids and Other Drugs for Dyspepsia
117Magnesium Sulfate MixtureSynonyms : Mist. Alba ; White MixtureMagnesium Sulfate 40.00 gLight Magnesium Carbonate 5.00 gPeppermint Spirit 2.50 mlPurified Water q.s. 100.00 mlGroup : 1.6 LaxativesNote : - ระมัดระวังการใชในผูปวยโรคไตและตับ- ยานี้เมื่อเก็บที่อุณหภูมิ 15-25 องศาเซลเซียส จะมีอายุไมเกิน 4 สัปดาหหลังเตรียมยาOpium and Glycyrrhiza Mixture CompoundSynonyms : Brown Mixture ; Mist. TussisGlycyrrhiza Fluidextract 12.00 mlAntimony Potassium Tartrate 24.00 mgCamphorated Opium Tincture 12.00 mlGlycerol (Glycerin) 12.00 mlPurified Water q.s. 100.00 mlGroup : 3.6.1 Cough SuppressantsSquill and Ammonia MixtureAmmonium Carbonate 2.00 gSquill Tincture 3.40 mlCamphorated Opium Tincture 13.33 mlSenega Tincture 12.00 mlSyrup 6.70 mlPurified Water q.s. 100.00 mlGroup : 3.6.1 Cough Suppressants NASAL DROPSEphedrine Hydrochloride Nasal DropEphedrine Hydrochloride 0.50-3.00 gPurified Water q.s. 100.00 mlGroup : 12.2.2 Topical Nasal DecongestantsNote : ยานี้เมื่อเก็บที่อุณหภูมิ 15-25 องศาเซลเซียส จะมีอายุไมเกิน 4 สัปดาหหลังเตรียมยา
118OINTMENTSBenzoic Acid and Salicylic Acid OintmentSynonyms : Whitfield’s OintmentBenzoic Acid, fine powder 6.00 gSalicylic Acid, in fine powder 3.00 gHydrophilic Ointment Base q.s. 100.00 gGroup : 13.1.2 Antifungal PreparationsCoal Tar OintmentCoal Tar 3.00-5.00 gPolysorbate 80 0.50 gHydrophilic Ointment Base q.s. 100.00 gGroup : Other Preparations for Psoriasis (Excluding Topical Corticosteroids)Dithranol (Anthralin) OintmentDithranol 0.10-1.00 gLassar’ s Paste q.s. 100.00 gLassar’ s PasteZinc Oxide 24.00 gCorn Starch 24.00 gSalicylic Acid 1.00 gWhite Soft Paraffin 50.00 gGroup : Other Preparations for Psoriasis (Excluding Topical Corticosteroids)Methyl Salicylate Ointment CompoundSynonyms : Analgesic BalmMethyl Salicylate 25.00 mlHard Paraffin 15.20 gWhite Beeswax (White Wax) 7.00 gWhite Vaseline 33.00 gMenthol 10.00 gCamphor 5.00 gPeppermint Oil 0.45 gEucalyptus Oil 2.75 gClove Oil 0.10 gCapsicum Tincture (Capsic Tincture) 1.50 gGroup : 10.3 Drugs for the relief of soft-tissue inflammationNitrofural (Nitrofurazone) OintmentSynonyms : Nitrofurazone Soluble DressingNitrofurazone 0.20 g
119Polyethylene Glycol 400 66.60 mlPolyethylene Glycol 4000 33.30 gGroup : 5.6 AntisepticsSalicylic Acid OintmentSalicylic Acid 3.00-5.00 gHydrophilic Ointment Base q.s. 100.00 gGroup : 13.6 Preparations for Warts and CallusesSulfur (Sulphur) OintmentPrecipitated Sulfur 6.00-10.00 gLuquid paraffin (Mineral Oil) 10.00 mlWhite Ointment q.s. 100.00 gWhite OintmentWhite Beeswax (White Wax) 5.00 gWhite Soft Paraffin 95.00 gGroup : 13.1.3 Parasiticidal PreparationsUrea OintmentUrea 20.00-40.00 gHydrophilic Ointment Base q.s. 100.00 gGroup : 13.2 Emollient and Barrier PreparationsPAINTSIodine Paint, CompoundSynonyms : Mandl's PaintIodine 1.25 gPotassium lodide 2.50 gPurified Water 2.50 mlPeppermint Oil 0.40 mlGlycerol (Glycerin) q.s. 100.00 mlGroup : 12.3.1 Oropharyngeal AntisepticsPodophyllin Paint (Podophyllum Resin)Synonyms : Podophyllin Paint, CompoundPodophyllum Resin 10.00-25.00 gCompound Benzoin Tincture q.s. 100.00 mlGroup : 13.6 Preparations for Warts and Calluses
120PASTESSalicylic Acid PasteSalicylic Acid 3.40 gGlycerol (Glycerin) 5.00 gZinc Oxide, fine powder 25.00 gStarch 25.00 gWhite Soft Paraffin q.s. 100.00 gGroup : 13.6 Preparations for Warts and CallusesZinc Oxide PasteZinc Oxide , fine powder 25.00 gStarch , fine powder 25.00 gWhite Soft Paraffin q.s. 100.00 gGroup : 13.2 Emollient and Barrier PreparationsPOWDERSMacrogol Oral PowderSynonyms : Polyethylene Glycol ; PEG LavagePolyethylene Glycol 4000 5.50 gPotassium Chloride 0.07 gSodium Chloride 0.15 gSodium Bicarbonate 0.17 gSodium Sulfate 0.57 gGroup : 1.6 LaxativesNote : ผสมน้ำ 100 mlOral Rehydration SaltsSynonyms : O.R.S.Sodium Chloride 2.60 gTrisodium Citrate Dihydrate 2.90 gPotassium Chloride 1.50 gGlucose 13.50 gGroup : 1.4 Drugs Used in Acute DiarrhoeaNote : เปนสูตรเตรียมผงเกลือแรสำหรับผสมน้ำ 1 ลิตร เมื่อผสมน้ำ 1 ลิตรแลวจะมีGlucose 75 mEq, Sodium 75 mEq (mmol), Chloride 65 mEq (mmol),Potassium 20 mEq (mmol), Citrate 10 mEq (mmol),Osmolarity 245 mOsm
121SCRUBSPovidone-Iodine ScrubPovidone-iodine 7.50 gSodium Lauril Sulfate (Sodium Lauryl Sulfate) (LZV) 20.00 gCocamide DEA 3.00 mlIsopropyl Myristate 0.75 mlPropylene Glycol 1.50 mlSodium Chloride 0.25 gPreservative q.s.Citric Acid q.s. to pH 4.5-5.0EDTA 0.075 gPurified Water q.s. 100.00 mlGroup : 5.6 Antiseptics SHAMPOOSTar ShampooCoal Tar Solution 5.00 mlShampoo Base q.s. 100.00 mlShampoo BaseSodium Lauryl Ether Sulfate 20.00 gmSodium Lauril Sulfate (Sodium Lauryl Sulfate) Needle 20.00 gmEDTA 0.10 gmPolysorbate 80 1.00 mlCocamidopropyl Betaine 4.00 mlCocamide diethanolamide (Cocamide DEA) 4.00 mlPolyethylene Glycol 400 4.00 mlPropylene Glycol 3.00 mlGlycerol (Glycerin) 3.00 mlPanthenol (D-panthenol) 0.20 mlSodium Chloride 2.00 gmMethyl Hydroxybenzoate (Methylparaben) 0.10 gmPropyl Hydroxybenzoate (Propylparaben) 0.02 gmCitric Acid q.s. to pH 4.5-5.5Deionized Water q.s. 100.00 mlGroup : 13.5 Other Preparations for Psoriasis (Excluding Topical Corticosteroids)Note : อาจเติม Salicylic Acid 3.0% ได
122SOLUTIONSAluminium Acetate SolutionSynonyms : Burow's SolutionAluminium Subacetate Solution 54.50 mlGlacial Acetic Acid 1.50 mlPurified Water q.s. 100.00 mlAluminium Subacetate SolutionAluminium Sulfate 14.50 gAcetic Acid 16.00 mlPrecipitated Calcium Carbonate 7.00 gPurified Water q.s. 100.00 mlในตำรับอาจมี Boric Acid 0.90 gGroup : 13.2 Emollient and Barrier PreparationsNote : กอนใชใหเจือจางดวยน้ำ 1:10 - 1:40Cloral Hydrate Oral SolutionSynonyms : Chloral Hydrate Oral Solution; Chloral Hydrate Mixture, PediatricCloral Hydrate (Chloral hydrate) 10.00 gCitric Acid, Monohydrate 0.75 gParaben Conc 1.00 mlGlycerol (Glycerin) 10.00 mlPurified Water 20.00 mlColor, Flavor q.s.Simple Syrup q.s. 100.00 mlGroup : 4.1 Hypnotics and AnxiolyticsStorage : ควรใชภายใน 3 เดือน เมื่อเก็บยาที่อุณหภูมิหองNote : ขอหามใช 1. Hypersentivity 2. Severe hepatic impairment 3. Severe renal impairment4. gastritisCopper Sulfate Sterile SolutionCopper (II) sulfate (CuSO4. 5H2O) 0.157 gDistilled Water q.s. 100.00 mlGroup : 9.5 MineralsEthyl Alcohol SolutionSynonyms : Ethyl Alcohol 70%Ethyl Alcohol 95% 73.70 mlPurified Water q.s. 100.00 mlGroup : 5.6 AntisepticsNote : ควรแตงสีดวย Brilliant Blue
123Glycerol Oral SolutionGlycerol (Glycerin) 50.00 mlPeppermint Spirit, Color q.s.Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 11.4 Drugs for Treatment of GlaucomaIntraperitoneal Dialysis Solution (Isotonic Solution) (1.5% Dextrose in Dialysis)Dextrose, anhydrous 15.00 gSodium Chloride 5.56 gSodium Acetate 4.49 gCalcium Chloride 0.257 gMagnesium Chloride 0.05-0.10 gSodium Metabisulfite 0.01 gWater for Injection q.s. 1000.00 mlGroup : Fluids and ElectrolytesIntraperitoneal Dialysis Solution (2.5% Dextrose in Dialysis)Anhydrous Dextrose 25.00 gSodium Chloride 5.56 gSodium Lactate 4.49 gCalcium Chloride 0.257 gMagnesium Chloride 0.05-0.10 gSodium Metabisulfite 0.01 gWater for Injection q.s. 1000.00 mlGroup : Fluids and ElectrolytesIntraperitoneal Dialysis Solution (4.25% Dextrose in Dialysis)Anhydrous Dextrose 42.50 gSodium Chloride 5.56 gSodium Lactate 4.49 gCalcium Chloride 0.257 gMagnesium Chloride 0.05-0.10 gSodium Metabisulfite 0.01 gWater for Injection q.s. 1000.00 mlGroup : 9.2 Fluids and ElectrolytesLugol's SolutionSynonyms : Aqueous Iodine Oral Solution , Strong Iodine SolutionIodine 5.00 gPotassium Iodide 10.00 gPurified Water q.s. 100.00 mlGroup : 6.2.2 Antithyroid Drugs
124Magnesium Sulfate SolutionSynonyms : Saturated Magnesium Sulfate SolutionMagnesium Sulfate 50.00 gPurified Water q.s. 100.00 mlGroup : 1.6 LaxativesNote : ยานี้เมื่อเก็บที่อุณหภูมิ 15-25 องศาเซลเซียส จะมีอายุไมเกิน 4 สัปดาหหลังเตรียมยาNeutral Phosphate Oral SolutionDibasic Sodium Phosphate (Disodium Hydrogen Phosphate) 0.539 gPotassium Dihydrogen Phosphate 1.30 gMonobasic Sodium Phosphate Dihydrate(Sodium Dihydrogen Phosphate Dihydrate) 0.297 gGlycerol (Glycerin) 5.00 mlSimple Syrup 40.00 mlParaben Conc 1.00 mlPurified Water q.s. 100.00 mlGroup : 9.5 MineralsNote : 5 ml ประกอบดวย Sodium, Potassium อยางละ 0.475 mEq และ Phosphate 0.95 mEqPotassium Acetate Sterile SolutionPotassium Acetate 2.95 gWater for Injection q.s 10.00 mlGroup : 9.2 Fluids and ElectrolytesNote : - 5 ml ประกอบดวย Potassium 15 mEq- ควรใชอยางระมัดระวังในผูปวยโรคหัวใจ- ไมควรใชในผูปวยที่การทำงานของไตบกพรองและมีอาการปสสาวะนอย ไมมีปสสาวะ ภาวะเลือดคั่งไนโตรเจน (Azotemia) Addison’s Disease ภาวะที่มีโพแทสเซียมในเลือดสูง- ไมควรใชยาในผูปวยที่ไดรับ Potassium-sparing Diuretics- ยาฉีดเขาหลอดเลือดดำควรใหอยางชา ๆ เพราะถาความเขมขนของโพแทสเซียมในเลือดสูง จะมีผลตอการทำงานของหัวใจ ภาวะ Peripheral และ Pulmonary EdemaPotassium Citrate Oral SolutionPotassium Citrate 6.60 gOrange Powder 0.005 gParaben Conc 1.00 mlPurified Water q.s. 100.00 mlGroup : 7.4.3 Drugs Used in Alkalinisation of Urine และ 9.2 Fluids and Electrolytes
125Povidone-Iodine SolutionPovidone-Iodine 10.00 gPropylene Glycol 0.25 mlPolyethylene Glycol 400 0.50 mlDibasic Sodium Phosphate(Sodium Phosphate, Disodium Phosphate) 1.32 gCitric Acid 0.92 gCetomacrogol 1000 หรือ Nonoxinol 9 0.02 gPurified Water q.s. 100.00 mlGroup : 5.6 AntisepticsNote : ยามี pH = 4-5Saturated Solution of Potassium Iodide Oral Solution (SSKI)Potassium Iodide 100.00 gSodium Thiosulfate 0.05 gPurified Water q.s. 100.00 mlGroup : 6.2.2 Antithyroid DrugsSodium Acetate Sterile SolutionSodium Acetate 4.07 gWater for Injection q.s 10.00 mlGroup : 9.2 Fluids and ElectrolytesNote : - 5 ml ประกอบดวย Sodium 20 mEq- ใชอยางระมัดระวังในผูปวยโรคหัวใจลมเหลว ความดันโลหิตสูง การทำงานของไตบกพรองภาวะ Peripheral และ Pulmonary EdemaSodium Citrate and Citric Acid Oral SolutionSynonyms : Shohl’s solutionMethyl Hydroxybenzoate (Methylparaben) 0.035 gPropyl Hydroxybenzoate (Propylparaben) 0.025 gEthyl Alcohol 95% 1.50 mlSucrose 5.00 gSodium Citrate dihydrate 10.00 gCitric Acid anhydrous 6.00 gLemon Oil q.s.Color q.s.Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 7.4.3 Drugs Used in Alkalinisation of UrineNote : 5 ml ประกอบดวย Sodium 5 mEq ซึ่งให bicarbonate ประมาณ 5 mEq
126Sodium Citrate and Potassium Citrate Oral SolutionSodium Citrate 24.80 gPotassium Citrate 27.20 gPropylene Glycol 10.00 mlSimple Syrup 20.00 mlPurified Water q.s. 100.00 mlGroup : 7.4.3 Drugs Used in Alkalinisation of UrineNote : 5 ml ประกอบดวย Sodium, Potassium อยางละ 12.65 mEqSodium Thiosulfate SolutionSodium Thiosulfate 20.00 gPurified Water q.s. 100.00 mlGroup : 13.1.2 Antifungal PreparationsNote : ยานี้เมื่อเก็บที่อุณหภูมิ 15-25 องศาเซลเซียส จะมีอายุไมเกิน 4 สัปดาหหลังเตรียมยาTincture of Iodine Solution (Iodine in Alcohol)Synonyms : Weak Iodine Solution ; Iodine TinctureIodine 2.50 gPotassium Iodine 2.50 gPurified Water 2.50 mlEthyl Alcohol 95% q.s. 100.00 mlGroup : 5.6 AntisepticsTrace Element Solution (Oral Solution)Zinc Sulfate (ZnSO4 .7H2O) 5.719 gManganese sulfate (MnSO4 . H2O) 0.923 gCopper (II) sulfate pentahydrate (CuSO4 . 5H2O) 0.707 gPotassium Iodine (KI) 0.026 gChromic Trichloride (CrCl3 . 6H2O) 0.012 gSodium Molybdate (Na2MoO4 . 2H2O) 0.008 gCobalt (II) sulfate Heptahydrate (CoSO4 . 7H2O) 0.008 gDistilled Water q.s. 1000.00 mlGroup : 9.5 MineralsNote : Distilled Water ที่ใชเตรียมยากลุม Minerals ตองปราศจาก MineralsZinc Sulfate Sterile SolutionZinc Sulfate (ZnSo4 . 7H2O) 0.44 gDistilled Water q.s. 100.00 mlGroup : 9.5 Minerals
127SPIRITSAromatic Ammonia SpiritAmmonium Carbonate 3.20 gAmmonia Solution 30% 3.50 mlLemon Oil 1.00 mlLavender Oil 0.10 mlEthyl Alcohol 95% 70.00 mlPurified Water q.s. 100.00 mlGroup : 3.8 Other respiratory preparationsSUSPENSIONSAluminium Hydroxide and Magnesium Hydroxide SuspensionSynonyms : Alumina and Magnesia Oral SuspensionAluminium Hydroxide Compressed Gel equivalent to Aluminium Oxide 3.56 gMagnesium Hydroxide Paste equivalent to Magnesium Hydroxide 1.80 gSorbitol Solution 70% 10.00 mlSyrup U.S.P. 5.00 mlParaben Conc 1.00 mlPeppermint Oil q.s.Color q.s.Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 1.1 Antacids and Other Drugs for DyspepsiaNote : ใหมีสวนประกอบ Al2O3 = 3.1-4.0 % w/w , Mg(OH)2 = 1.4-2.2 % w/wAluminium Hydroxide SuspensionSynonyms : Aluminium Hydroxide Gel ; Colloidal Aluminium Hydroxide ;Aluminium Hydroxide MixtureAluminium Hydroxide Paste equivalent to Aluminium Oxide 4.00 gGlycerol (Glycerin) 9.33 mlSorbitol Solution 5.00 mlPeppermint Oil 0.026 mlMethyl Hydroxybenzoate (Methylparaben) 0.10 gPropyl Hydroxybenzoate (Propylparaben) 0.02 gPurified Water q.s. 100.00 mlGroup : 1.1 Antacids and other drugs for dyspepsia และ 9.5 MineralsNote : ปรับความหนืดดวย Suspending Agent ตามความเหมาะสม
128Bentonite Magma SuspensionSynonyms : Bentonite MagmaBentonite 7.00 gGlycerol (Glycerin) 20.00 mlParaben Conc 1.00 mlPurified Water q.s. 100.00 mlGroup : 16. AntidotesNote : ยานี้เมื่อเก็บที่อุณหภูมิ 15-25 องศาเซลเซียส จะมีอายุไมเกิน 4 สัปดาหหลังเตรียมยาMagnesium Hydroxide SuspensionSynonyms : Milk of MagnesiaMagnesium Hydroxide 7.50 gGlycerol (Glycerin) 9.33 mlSorbitol Solution 5.00 mlPeppermint oil 0.026 mlMethyl Hydroxybenzoate (Methylparaben) 0.10 gPropyl Hydroxybenzoate (Propylparaben) 0.02 gCitric Acid 0.10 gPurified Water q.s. 100.00 mlGroup : 1.1 Antacids and Other Drugs for Dyspepsia , 1.6 Laxatives และ 9.5 MineralsNote : ปรับความหนืดดวย Suspending Agent ตามความเหมาะสมMebendazole SuspensionMebendazole 2.00 gCarboxymethyl Cellulose Sodium (medium viscosity grade) 1.00 gCitric Acid 0.30 gSorbitol Solution 10.00 mlSyrup 12.00 mlParaben Conc 1.00 mlFlavouring Agent q.s.Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 5.5 AnthelminticsNote : แตงสีและกลิ่นไดตามที่เห็นเหมาะสม
129SYRUPSAcetaminophen (Paracetamol) SyrupSynonyms : Acetaminophen (Paracetamol) Syrup, PediatricAcetaminophen (Paracetamol) 24.00 gPolyethylene Glycol 1500 75.00 gGlycerol (Glycerin) 150.00 mlEDTA 0.10 gMethyl Hydroxybenzoate (Methylparaben) 1.00 gPropyl Hydroxybenzoate (Propylparaben) 0.20 gSyrup 400.00 mlSorbitol Solution 70% 100.00 mlCitric Acid 0.30 gSodium Citrate 1.00 gSodium Chloride 0.20 gColor, Flavor q.s.Purified Water q.s. 1,000.00 mlGroup : 4.6 Analgesics and AntipyreticsChlorpheniramine Maleate SyrupSynonyms : Chlorpheniramine Syrup , PediatricChlorpheniramine Maleate 0.04 gSimple Syrup 40.00 mlSorbitol Solution 10.00 mlParaben Conc 1.00 mlColor, Flavor q.s.Purified Water q.s. 100.00 mlpH = 4 - 5Group : 3.4 AntihistaminesNote : เพิ่มความหนืด แตงสีและกลิ่นไดตามความเหมาะสมFerrous Sulfate DropsFerrous Sulfate 12.50 gCitric Acid 0.20 gParaben Conc 1.00 mlSyrup q.s. 100.00 mlGroup : 9.5 MineralsStorage : เก็บใหพนแสง ใหบรรจุในขวดสีชาNote : 100 ml ประกอบดวย ferrous ion 2.5 gGlyceryl Guaiacolate SyrupGuaifenesin (Glyceryl Guaiacolate) 2.00 gCitric Acid 0.80 gSodium Citrate 0.05 gSodium Chloride 0.50 g
130Menthol 0.03 gParaben Conc 1.00 mlGlycerol (Glycerin) 10.00 mlPolyethylene Glycol 4000 10.00 gSyrup 50.00 mlEthyl Alcohol 95% 0.03 mlColor, Flavor q.s.Purified Water q.s. 100.00 mlGroup : 3.6.2 Expectorant and Demulcent Cough PreparationsPotassium Chloride SyrupPotassium Chloride 10.00 gCitric Acid 0.60 gAspartame 0.10 gMenthol 0.01 gMethyl Hydroxybenzoate (Methylparaben) 0.10 gPropyl Hydroxybenzoate (Propylparaben) 0.02 gSorbitol Solution 20.00 mlPurified Water 30.00 mlFlavoring Agent q.s.Syrup q.s. 100.00 mlGroup : 9.2 Fluids and ElectrolytesNote : 15 ml ประกอบดวย Potassium 20 mEqDENTAL PREPARATIONSArtificial Saliva Solution (Saliva Substitutes)Carboxymethyl Cellulose Sodium 0.30 gMagnesium Sulfate 0.003 gPotassium Chloride 0.06 gMonobasic Sodium Phosphate Dihydrate(Sodium Dihydrogen Phosphate Dihydrate) 0.05 gGlycerol (Glycerin) 2.00 mlParaben Conc 1.00 mlPurified Water q.s. 100.00 mlGroup : 12.3.3 Other Dental PreparationsStorage : เก็บในภาชนะปดสนิท ในตูเย็นCamphorated Parachlorophenol SolutionSynonyms : ChlorocampheneCamphor 21.00 gParachlorophenol (4-Chlorophenol ) 9.00 gGroup : 12.3.1 Oropharyngeal AntisepticsStorage : เก็บในภาชนะปดสนิท ปองกันแสงแดดNote : - ระคายเคืองผิวหนังและเนื้อเยื่อ- เตรียมยาตัวนี้ใน Hood ตลอดขั้นตอน และสวมถุงมือ
131Camphorated Phenol SolutionSynonyms : CamphophenolPhenol 30.00 gCamphor 60.00 gLiquid Paraffin q.s. 100.00 mlGroup : 12.3.1 Oropharyngeal AntisepticsStorage : เก็บในภาชนะปดสนิท ปองกันแสงแดดNote : - ระคายเคืองผิวหนังและเนื้อเยื่อ- เตรียมยาตัวนี้ใน Hood ตลอดขั้นตอน และสวมถุงมือCarnoy’s SolutionAbsolute Ethyl Alcohol 6.00 mlChloroform 3.00 mlGlacial Acetic Acid 1.00 mlFerric Chloride 1.00 gGroup : 12.3.3 Other Dental PreparationsStorage : เก็บในขวดแกวสีชา ปองกันแสงแดดNote : - สวนประกอบเปนสารมีพิษ ตองระมัดระวังในการใช- สารระเหยของ Absolute Ethyl Alcohol เปนสารไวไฟEDTA SolutionEDTA 14.30 gCetrimide 0.083 gSodium Hydroxide 1.00 gDistilled Water q.s. 100.00 mlGroup : 12.3.3 Other Dental PreparationsStorage : เก็บในภาชนะที่ไมเปนโลหะหนักNote : - ไมใหใชที่ผิวฟน (tooth surface) เพราะอาจทำใหฟนสูญเสียแคลเซียม (ToothDecalcification)- ใหเตรียมใชขณะนั้นเลย (Freshly Prepared)- ตำรับนี้ตองระวังเกี่ยวกับน้ำที่ใช เพราะ EDTA เปน Chealating Agent น้ำตองบริสุทธิ์มาก ๆFluocinolone Acetonide GelFluocinolone Acetonide 0.18 gEthyl Alcohol 95% 1.82 mlPropylene Glycol 45.45 mlPolyethylene Glycol 400 36.36 mlParaben Conc 1.82 mlCarboxymethylcellulose 1500 4.36 gGlycerol (Glycerin) 14.55 mlHot Water 100.00 mlGroup : 12.3.3 Other Dental Preparations
132Fluocinolone Acetonide SolutionFluocinolone Acetonide 0.18 gEthyl Alcohol 95% 1.82 mlPropylene Glycol 45.45 mlPolyethylene Glycol 400 36.36 mlParaben Conc 1.82 mlCarboxymethylcellulose 1500 0.91 gGlycerol (Glycerin) 3.64 mlHot Water 100.00 mlGroup : 12.3.3 Other Dental PreparationsFormaldehyde and Cresol SolutionSynonyms : Cresolated Formaldehyde; FormocresolFormocresol ConcFormaldehyde (Formalin) 37-38 % 19.00 mlCresol 35.00 mlGlycerol (Glycerin) 25.00 mlSteriled Water 21.00 mlใหเก็บ Formocresol Conc ในขวดแกวสีชา กอนนำมาใชใหเจือจางกอนดวย Glycerol และ Waterใน อัตราสวน Glycerol : Water : Formocresol Conc = 3:1:1 (240 ml : 80 ml : 80 ml)Group : 12.3.1 Oropharyngeal AntisepticsStorage : เก็บในภาชนะปดสนิท ปองกันแสงแดดNote : - เตรียมยาใน Hood เนื่องจากมีสวนประกอบของ Formaldehyde- อันตรายของ Formaldehyde ไอระเหยจะทำใหระคายเคืองตา จมูก ระบบทางเดินหายใจและอาจทำใหเกิดการไอ กลืนลำบาก (Dysphagia) ทางเดินหายใจเกิดการหดเกร็งและบวม ปอดบวม หอบหากสารละลายที่เขมขนสูงๆ ถูกผิวหนังทำใหผิวหนังขาวและแข็งดาน ทำใหเกิดผื่นแพสัมผัสและอาการแพ- Glycerol ชวยปองกันการเกิดตะกอนที่เกิดจาก Polymerization ของ Formaldehyde เปนSolid ParaformaldehydeTalbot’s SolutionSynonyms : Iodine and Zinc Iodide GlyceriteZinc Iodide 4.00 gIodine, Crystal 3.00 gGlycerol (Glycerin) 60.00 mlPurified Water 40.00 mlGroup : 12.3.1 Oropharyngeal AntisepticsStorage : เก็บในภาชนะที่ปดสนิท ปองกันแสงและควรเก็บในที่เย็นเพราะ Iodine เปนสารระเหิด
133Whitehead’s VarnishSynonyms : Compound Paint of Iodoform BPC.Benzoin, powder 10.00 gIodoform 10.00 gStorax (Styrax prepared) 7.50 gTolu Balsam 5.00 gDiethyl Ether 100.00 mlGroup : 12.3.3 Other Dental PreparationsStorage : เก็บในภาชนะปดสนิท ปองกันแสงแดด และเก็บในตูเย็นZinc Oxide+ Zinc Acetate PowderSynonyms : Compound Zinc Oxide Cavity BasesZinc Acetate 1.00 gZinc Oxide Powder q.s. 100.00 gGroup : 12.3.3 Other Dental PreparationsStorage : เก็บในภาชนะปดสนิท2. สูตรตำรับของสารชวยในเภสัชตำรับโรงพยาบาลCREAM BASESNon-ionic Buffered Cream BaseCetostearyl Alcohol 10.00 gCetomacrogol 1000 3.00 gWhite Soft Paraffin 10.00 gLiquid Paraffin 10.00 gMonobasic Sodium Phosphate(Sodium Dihydrogen Phosphate) 2.50 gCitric Acid, Monohydrate 0.50 gEDTA 0.01 gPropylene Glycol 5.00 mlChlorocresol 0.15 gPurified Water q.s. 100.00 gNote : ยามี pH 5-6
134OINTMENT BASESHydrophilic Ointment BaseStearyl Alcohol 25.00 gWhite Soft Paraffin 25.00 gLiquid Paraffin 10.00 gSodium Lauril Sulfate (Sodium Lauryl Sulfate) 1.00 gPropylene Glycol 10.00 mlParaben Conc 1.00 mlPurified Water q.s. 100.00 gPRESERVATIVESParaben ConcMethyl Hydroxybenzoate (Methylparaben) 10.00 gPropyl Hydroxybenzoate (Propylparaben) 2.00 gPropylene Glycol q.s. 100.00 ml
135ภาคผนวก 3แนวทางกำกับการใชยา บัญชี จ(2)แนวทางกำกับการใชยา Infliximabขอบงใชโรคโครหน (Crohn’s disease) ที่รักษาดวยยาพื้นฐานไมได1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุมัติการใชยา Infliximab จากหนวยงานสิทธิประโยชนตามแนวทางการอนุมัติที่แตละหนวยงานกำหนดไวกอนการรักษา (pre-authorization) โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ในครั้งแรก (อนุมัติใหใชเปนเวลา 12 เดือน) และครั้งตอไปทุก ๆ 12 เดือน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลสถานพยาบาลที่มีการใชยาตองเปนสถานพยาบาลที่มีความพรอมในการวินิจฉัยและรักษาโรค โดยมีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางที่พรอมจะดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาอายุรศาสตรโรคทางเดินอาหาร หรือสาขากุมารเวชศาสตรโรคทางเดินอาหารและตับ ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Infliximab ในผูปวยอายุ 6 ปขึ้นไปที่เปนโรค Crohn’s disease โดยตองมีครบทุกขอดังตอไปนี้4.1 ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)0†4.2 ผูปวยไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรค Crohn’s disease ตามเกณฑครบทุกขอดังตอไปนี้4.2.1 มีอาการเขาไดกับโรค Crohn’s disease หรือมีอาการลำไสอักเสบเรื้อรัง ไดแก อาการปวดทอง ถายเหลว หรือถายเปนเลือด4.2.2 มีแผลในลำไส และมีผลทางพยาธิที่เขาไดกับโรค Crohn’s disease4.2.3 มีการตรวจคนเพื่อแยกโรคสาเหตุอื่น ๆ เชน วัณโรค โรคติดเชื้อในลำไส โรคลำไสอื่น ๆ4.3 ผูปวยเขาเกณฑขอใดขอหนึ่งดังนี้4.3.1 มีภาวะแทรกซอนของโรค ไดแก ลำไสทะลุ ลำไสตีบ หรือ fistula4.3.2 มีภาวะการอักเสบระดับปานกลางถึงรุนแรงมาก activity score (CDAI) มากกวาหรือเทากับ220 คะแนน หรือ Pediatric Crohn’s Disease Activity Index (PCDAI) score มากกวาหรือเทากับ 30 คะแนน และ ไดรับการรักษาดวย steroid รวมกับ immunomodulators แลว และไมตอบสนองตอการรักษาตามเกณฑขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น (irreversible)ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
1364.3.2.1 steroids-refractory disease ได แก อาการอั กเสบหลั งจากได Prednisoloneอยางนอย 0.75 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน (1 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน ในเด็ก) หรือเทียบเทา มานานกวา 4 สัปดาห โดยคา CDAI ลดลงนอยกวา 100 คะแนน ในผูใหญหรือ คา PCDAI ลดลงนอยกวา 12.5 คะแนน ในเด็ก4.3.2.2 steroid dependent disease ไดแก อาการลำไสอักเสบที่ไมสามารถลด Prednisoloneใหต่ำกวา 10 มิลลิกรัม/วัน หรือ 0.25 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน (ในเด็ก) หรือเทียบเทาแมไดรับยา immunomodulators ในขนาดที่เหมาะสมรวมดวยอยางนอย 3 เดือน4.3.2.3 immunomodulators non-response disease ไดแก มีอาการอักเสบกลับเปนซ้ำ คือคา CDAI มากกวา 150 คะแนน หรือ เพิ่มขึ้นกวาเดิมมากกวา 100 คะแนน ในผูใหญ หรือคา PCDAI มากกวาหรือเทากับ 10 คะแนน ในเด็กทั้ง ๆ ที่ไดรับยา immunomodulators ในขนาดที่เหมาะสมอยางนอย 3 เดือน4.3.2.4 intolerant ตอยา มีผลขางเคียงของยา corticosteroid หรือ immunomodulatorsระดับความรุนแรง 3 ถึง 4 คือมีผลกระทบตอสุขภาพหรือการทำงานของอวัยวะอยางมีนัยสำคัญ รวมทั้งผลขางเคียงของยาตอการเจริญเติบโตของเด็กต่ำกวามาตรฐาน(height for age)คำแนะนำขนาดยา immunomodulators ที่เหมาะสม• Azathioprine 2.0-2.5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน ในเด็ก และ 1-2 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน ในผูใหญ• 6-Mercaptopurine 1–1.5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน• Methotrexate 15 มิลลิกรัม/พื้นที่ผิวของรางกายที่หนวยเปนตารางเมตร ในเด็ก (ขนาดยาสูงสุดในเด็ก และขนาดยาในผูใหญ 25 มิลลิกรัม/สัปดาห)หมายเหตุ: ขนาดยา Azathioprine เปนขนาดยาที่อางอิงการใชในคนไทย4.4 ผูปวยตองไมมีขอหาม ดังตอไปนี้4.4.1 แพยา Infliximab รุนแรง หรือแพสวนประกอบที่เปน murine protein4.4.2 ตองไมมีการติดเชื้อ รวมทั้งการติดเชื้อซ้ำซากที่ไมไดรับการรักษาหรือควบคุมอยางเหมาะสม4.4.3 โรคติดเชื้อ HIV ที่ยังไมไดรับการรักษาดวยยาตานไวรัส หรือยังควบคุมไมได4.4.4 อยูในระหวางตั้งครรภ (ยกเวนแพทยผูรักษามีความเห็นวาประโยชนที่ไดรับจากการใชยามีมากกวาความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น)4.4.5 อยูในระหวางใหนมบุตร (ยกเวนแพทยผูรักษามีความเห็นวาประโยชนที่ไดรับจากการใชยามีมากกวาความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น)4.4.6 มีภาวะหัวใจลมเหลว New York Heart Association function class III, IV4.4.7 มีโรคประจำตัวที่เสี่ยงตอการใชยา เชน ตับแข็งรุนแรง (decompensated cirrhosis) เปนตน4.4.8 มีประวัติ demyelinating disease4.4.9 โรคมะเร็งที่ยังอยูในระหวางการรักษาหรือรักษาไมหายขาด (ยกเวน basal cell carcinoma)4.5 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ (2) ตามที่กำหนด1†††† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ (2)
1375. ขนาดยาที่แนะนำ5.1 ขนาดยา Infliximab ที่แนะนำตาม actual body weight คือ 5-10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม โดยผสมในnormal saline และใหยาเขาหลอดเลือดดำในระยะเวลานาน 60-120 นาที5.2 การใหยา Infliximab แนะนำใหเริ่มยาขนาด 5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ที่สัปดาหที่ 0 สัปดาหที่ 2 สัปดาหที่6 และหลังจากนั้นทุก 8 สัปดาหหมายเหตุ1) หากผูปวยไมตอบสนองตอการรักษา (primary non-response) โดยการประเมินอาการ (คา CDAIลดลงนอยกวา 100 คะแนน หรือ PCDAI ลดลงนอยกวา 12.5 คะแนนในเด็ก) และ ยังตรวจพบinflammatory markers ที่ระยะเวลา 12-14 สัปดาห แพทยผูทำการรักษา อาจจะพิจารณาเพิ่มขนาดยาเปน 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม แลวประเมินที่ 8 สัปดาหหลังเพิ่มขนาดยา หากผูปวยตอบสนองตอการรักษาไดดีสามารถใหยาตอเนื่อง ในขนาด 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม หากผูปวยไมตอบสนองตอการรักษาดวยยาขนาด10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ก็ใหหยุดยา2) ในกรณีที่ประสิทธิภาพของ Infliximab ลดลงระหวางการใชยา (Loss of response) ใหแพทยผูทำการรักษา ประเมินหาสาเหตุของอาการ หากเกิดจากโรค Crohn’s disease ใหพิจารณาเพิ่มขนาดยาเปน10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม แลวประเมินที่ 8 สัปดาหหลังเพิ่มขนาดยา หากผูปวยตอบสนองตอการรักษาไดดีสามารถใหยาตอเนื่องในขนาด 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม หากผูปวยไมตอบสนองตอการรักษาดวยยาขนาด 10มิลลิกรัม/กิโลกรัม ก็ใหหยุดยา6. การประเมินระหวางการรักษา6.1 ดานประสิทธิผลของการรักษา โดย ประเมินอาการ การตรวจรางกาย ทุก 2-3 เดือน และสองกลองและบันทึกในเวชระเบียน อยางนอยทุก 12 เดือนหมายเหตุผูปวย Crohn’s disease ตอบสนองตอยา หมายถึง คา CDAI นอยกวา 150 คะแนนหรือลดลงมากกวา 100 คะแนนจากกอนรักษา สำหรับผูปวยเด็ก คา PCDAI นอยกวา 10 คะแนนหรือลดลงมากกวา 12.5 คะแนนจากกอนรักษา6.2 การประเมินดานความปลอดภัย ใหติดตามผลขางเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการไดรับยา Infliximab6.2.1 ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นขณะใหยาทางหลอดเลือดดำ (infusion reaction) ไดแก คลื่นไส อาเจียน ไขหนาวสั่น ปวดกลามเนื้อ ปวดหลัง ใจสั่น ความดันต่ำ แนนหนาอก หายใจไมอิ่ม6.2.2 อาการแพชนิดรุนแรง (life-threatening anaphylactoid reaction) ขณะใหยา ใหระวังการใชยาในผูปวยที่มีภาวะขาดอิมมูโนโกลบูลินเอ (Immunoglobulin A deficiency)6.2.3 มีการประเมินการติดเชื้อวัณโรคแอบแฝง (latent tuberculosis infection) โดยการตรวจอยางนอยภาพถายรังสีปอด อยางนอย 1 ครั้งตอป และมีการติดตามอาการของการติดเชื้อวัณโรคอยางใกลชิด6.2.4 ติดตามและเฝาระวังการติดเชื้ออื่น ๆ ทุก 2-3 เดือน โดยดูอาการและสืบคนเพิ่มเติมตามความเหมาะสม7. เกณฑการหยุดยาใหหยุดยาเมื่อมีขอบงชี้ขอใดขอหนึ่ง ดังตอไปนี้7.1 ไมตอบสนองตอการรักษา ตามระบุในหมายเหตุ ขอ 5
1387.2 เกิดอาการไมพึงประสงครุนแรงที่ไมสามารถใชยาตอได7.3 ผูปวยปฏิเสธการใชยา7.4 complete remission หมายถึง อาการสงบ คา CDAI <150 คะแนนในผูใหญ หรือคา PCDAI < 10คะแนนในเด็ก รวมกับ ไมมีแผลในลำไส หรือ ไมมีการอักเสบของลำไสในภาพฉายรังสี (เชน CT scanหรื อ MRI) และระดั บ C-reactive protein และ hemoglobin ปกติ และสามารถใช ยาimmunomodulators เพื่อควบคุมการกำเริบของโรคตอไดคำแนะนำหากสามารถตรวจ fecal calprotectin ได ควรมีระดับ fecal calprotectin นอยกวา 300 μg/gกอนหยุดยา7.5 ผูปวยขาดการติดตามผลการรักษา โดยไมมีเหตุผลอันสมควร ใหอยูในดุลยพินิจของแพทย7.6 การติดเชื้อรุนแรง (ใหผูปวยหยุดยาหรือถอนตัวชั่วคราวจนกวาพนระยะไมปลอดภัยหรือหายจากการติดเชื้อรุนแรง)หมายเหตุสามารถใชยาครั้งแรกไดนานสูงสุด 2 ป โดยกรณีผูปวยมีอาการกลับมาเปนซ้ำ หลังจากหยุดยาInfliximab เปนระยะเวลา 1-2 ป สามารถใหยา Infliximab อีกครั้งได เปนระยะเวลาไมเกิน 3 ป
139คำอธิบายแนบทายแนวทางกำกับการใชยา Infliximabขอบงใชโรคโครหน (Crohn’s disease) ที่รักษาดวยยาพื้นฐานไมไดการประเมินความรุนแรงของโรค Crohn’s disease ในผูใหญเกณฑการประเมินความรุนแรงของ Crohn’s disease ในผูใหญนอย ปานกลาง มากเทียบเทากับ CDAI คะแนน150–220 เทียบเทากับ CDAI คะแนน220–450 เทียบเทากับ CDAI คะแนน> 450เชนสามารถใชชีวิตประจำวันไดตามปกติ, กินอาหารและดื่มน้ำไดปกติ,น้ำหนักหนักตัวลดลงนอยกวารอยละ10, ไมมีลักษณะของการอุดตันของทางเดินอาหาร,ไมมีไข, ไมมีการขาดน้ำ, ไมมีกอนในทองและไมมีการกดเจ็บคา CRP มักจะสูงกวาขอบบนของคาปกติ เชนมีอาการอาเจียนเปนๆหายๆหรือน้ำหนักหนักตัวลดลงมากกวารอยละ 10, ไมตอบสนองตอการรักษาแบบโรคที่มีความรุนแรงนอยหรือมีกอนกดเจ็บไมมีการอุดตันของทางเดินอาหารอยางชัดเจนคา CRP สูงกวาขอบบนของคาปกติ เชนน้ำหนักลดอยางมาก(BMI<18 kg m2), หรือมีการอุดตันของทางเดินอาหารหรือมีฝในชองทองไมตอบสนองตอการรักษาแบบเขมงวดคา CRP สูงอางอิง: Lichtenstein GR, Hanauer SB, Sandborn WJ. Management of Crohn's disease in adults.Am J Gastroenterol 2009;104:465-83; quiz 4, 84.
140การประเมินความรุนแรงของโรคในเด็กโดยใช Pediatric Crohn’s Disease Activity Index (PCDAI) Scoreปจจัย คะแนนปวดทองไมมี 0ปวดทองเล็กนอย (ปวดชวงสั้น ๆ ไมกระทบกิจวัตรประจำวัน) 5ปานกลาง /รุนแรง (ปวดบอยหรือปวดนานกระทบกิจวัตรประจำวัน) 10อุจจาระ (ตอวัน)ถายอุจจาระเนื้อหรือน้ำ 1 ครั้งตอวัน 0ถายอุจจาระเหลว 2-5 ครั้งตอวัน / ถายมีเลือดปนเล็กนอย 2 ครั้งขึ้นไป 5ถายอุจจาระมีเลือดมาก / ถายเหลวมอากกวาหรือเทากับ 6 ครั้งตอวัน / ถายกลางคืน 10การทำกิจวัตรประจำวันปกติ 0ลดลงบาง 5ลดลงมาก 10การตรวจทางหนาทองกดเจ็บ ไมมีกอน 0กดเจ็บ หรือมีกอนโดยไมเจ็บ 5กดเจ็บ พบ guarding มีกอนชัดเจน 10รอยโรครอบรูทวารหนัก (perianal disease)ไมมีหรือติ่งเนื้อยื่น (skin tag) ที่ไมมีอาการ 0ติ่งเนื้อยื่น (skin tag) ที่อักเสบ หรือ fistula ที่ไมรุนแรง 5Fistula ที่มีการไหลซึมหรือกดเจ็บหรือฝ 10อาการนอกระบบทางเดินอาหาร (ไขมากกวา 38.5º C นาน 3 วันใน 1 สัปดาหที่ผานมาขออักเสบ ผนังลูกตาชั้นกลางอักเสบ (uveitis), erythema nodosum, pyoderma gangrenosum)ไมมี 01 ขอ 5มากกวา 2 ขอ 10น้ำหนักตัวน้ำหนักตัวขึ้นปกติ 0น้ำหนักตัวไมขึ้นหรือลดลง 5น้ำหนักตัวลดมากกวา 10 % 10ความสูงขณะวินิจฉัยลดลงมากกวา 1 ชวงเปอรเซ็นไทล 0ลดลงมากกวาหรือเทากับ 1 ชวง แตนอยกวา 2 ชวงเปอรเซ็นไทล 5ลดลงมากกวาหรือเทากับ 2 ชวงเปอรเซ็นไทล 10
141ขณะติดตามการรักษาHeight velocity ≥ -1SD 0Height velocity ≥ - 1SD, < - 2SD 5Height velocity ≤ -2SD 10การตรวจทางหองปฏิบัติการHematocrit (%)อายุ ≤ 10 ป: > 33 หญิงอายุ 11-19 ป: ≥ 34 ชายอายุ 11-14 ป: ≥ 35 ชายอายุ 15-19: ≥ 37 0อายุ ≤ 10 ป: 28-32 หญิงอายุ 11-19 ป: 29-33 ชายอายุ 11-14 ป: 30-34 ชายอายุ 15-19: 32-36 2.5อายุ ≤ 10 ป: < 28 หญิงอายุ 11-19 ป: < 29 ชายอายุ 11-14 ป: <30 ชายอายุ 15-19: < 32 5Erythrocyte sedimentation rate (ESR) (มม./ชั่วโมง)< 20 020-50 2.5> 50 5อัลบูมิน (กรัม/ลิตร)≥ 35 031-34 5≤ 30 10การแปลผลคะแนน < 10 โรคสงบคะแนน 10-30 โรครุนแรงเล็กนอยคะแนน >30 โรครุนแรงปานกลางถึงรุนแรงอางอิง: Hyams JS, Ferry GD, Mandel FS, et al. Development and validation of a PediatricCrohn’s disease Activity index. J Pediatr Gastroenterol Nutr 1991;12:439-7.
142แนวทางการกำกับการใชยา Infliximabขอบงใชโรค ulcerative colitis ในเด็กที่รักษาดวยยาพื้นฐานไมได1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1. ขออนุมัติการใชยา Infliximab จากหนวยงานสิทธิประโยชนตามแนวทางการอนุมัติที่แตละหนวยงานกำหนดไวกอนการรักษา (pre-authorization) โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2. กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ในครั้งแรก (อนุมัติใหใชเปนเวลา 12 เดือน) และครั้งตอไปทุก ๆ 12 เดือน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลสถานพยาบาลที่มีการใชยาตองเปนสถานพยาบาลที่มีความพรอมในการวินิจฉัยและรักษาโรค โดยมีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางที่พรอมจะดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขากุมารเวชศาสตรโรคทางเดินอาหารและตับหรือสาขาอายุรศาสตรโรคทางเดินอาหาร ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Infliximab ในโรค ulcerative colitis โดยมีเกณฑครบทุกขอดังนี้4.1 ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)4.2 เด็กอายุ 6-18 ป4.3 มีอาการและลักษณะการสองกลองและพยาธิวิทยาที่เขาไดกับโรค ulcerative colitis4.4 ผู ปวยมีความรุนแรงของโรคระดับปานกลางถึงรุนแรงมากโดยมี Pediatric Ulcerative ColitisActivity Index (PUCAI) score มากกวาหรือเทากับ 35 คะแนน4.5 ผูปวยตองเคยใชและไมตอบสนองตอยามาตรฐาน (ไดแก corticosteroids Aminosalicylatesและ immunomodulators) โดยผูปวยตองมีลักษณะ ตามขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้4.5.1 ผูปวยไมตอบสนองตอ corticosteroids หรือ steroids-refractory disease มี PUCAI scoreลดลง นอยกวา 20 คะแนน หลังจากไดรับยา Aminosalicylates (5-ASA) ขนาดเต็มที่ รวมกับไดรับยา Prednisolone ขนาดยาอยางนอย 1 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน (สูงสุด 60 มิลลิกรัม/วัน)หรือเทียบเทามานานกวา 4 สัปดาห4.5.2 ผูปวยที่ตองพึ่งพายา corticosteroids (steroid dependent disease) หรือไมสามารถลดขนาดยาPrednisolone ใหต่ำกวา 0.25 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน หรือเทียบเทา แมไดรับยา Aminosalicylatesขนาดเต็มที่ รวมกับยา immunomodulators ในขนาดที่เหมาะสมอยางนอย 3 เดือน4.5.3 immunomodulators non-response disease ได แก มี อาการอั กเสบกลั บเป นซ้ ำ คือคา PUCAI มากกวาหรือเทากับ 10 คะแนน ทั้ง ๆ ที่ไดรับ Aminosalicylates รวมกับยาimmunomodulators ในขนาดที่เหมาะสมอยางนอย 3 เดือน4.5.4 intolerant ตอยา มีผลขางเคียงของยา corticosteroid หรือ immunomodulators ระดับความรุนแรง 3 ถึง 4 คือมีผลกระทบตอสุขภาพหรือการทำงานของอวัยวะอยางมีนัยสำคัญรวมทั้งผลขางเคียงของยาตอการเจริญเติบโตของเด็กต่ำกวามาตรฐาน (height for age)
143หมายเหตุ1. คำแนะนำขนาดยาที่เหมาะสม• Aminosalicylateso Mesalazine 60-80 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน สูงสุด 4 กรัม/วันo Sulfasalazine 60-80 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน สูงสุด 4 กรัม/วัน• Immunomodulatorso Azathioprine 2.0-2.5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วันo 6-Mercaptopurine 1–1.5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน2. ในกรณีที่ใชยาแลวโรคสงบ และแพทยสั่งหยุดการใชยาไปแลว ตอมาเกิดการกำเริบของอาการของโรค ใหแพทยสามารถพิจารณาเริ่มยาใหมได4.6 ผูปวยตองไมมีขอหาม ดังตอไปนี้4.6.1 แพยา Infliximab รุนแรง หรือแพสวนประกอบที่เปน murine protein4.6.2 ตองไมมีการติดเชื้อ รวมทั้งการติดเชื้อซ้ำซาก ที่ไมไดรับการรักษาหรือควบคุมอยางเหมาะสม4.6.3 โรคติดเชื้อ HIV ที่ยังไมไดรับการรักษาดวยยาตานไวรัส หรือยังควบคุมไมได4.6.4 อยูในระหวางตั้งครรภ (ยกเวนแพทยผูรักษามีความเห็นวาประโยชนที่ไดรับจากการใชยามีมากกวาความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น)4.6.5 อยูในระหวางใหนมบุตร (ยกเวนแพทยผูรักษามีความเห็นวาประโยชนที่ไดรับจากการใชยามีมากกวาความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น)4.6.6 มีภาวะหัวใจลมเหลว New York Heart Association function class III, IV4.6.7 มีโรคประจำตัวที่เสี่ยงตอการใชยา เชน ตับแข็งรุนแรง (decompensated cirrhosis) เปนตน4.6.7 มีประวัติ demyelinating disease4.6.8 โรคมะเร็งที่ยังอยูในระหวางการรักษาหรือรักษาไมหายขาด (ยกเวน basal cell carcinoma)4.7 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ (2) ตามที่กำหนด2††5. ขนาดยาที่แนะนำ5.1 ขนาดยา Infliximab ที่แนะนำตาม actual body weight คือ 5-10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม โดยผสมในnormal salineและใหยาเขาหลอดเลือดดำในระยะเวลานาน 60-120 นาที5.2 การใหยา Infliximab แนะนำใหเริ่มยาขนาด 5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ที่สัปดาหที่ 0 สัปดาหที่ 2 สัปดาหที่ 6 และหลังจากนั้นทุก 8 สัปดาห5.3 ควรพิจารณาใช Infliximab รวมกับ immunomodulator เพื่อลดการเกิดภูมิตานทานตอยาหมายเหตุ1) หากผู ปวยไมตอบสนองต อการรักษา (primary non-response) โดยการประเมินอาการ(คา PUCAI ลดลงนอยกวา 20 คะแนน) และยังตรวจพบ inflammatory markers ที่ระยะเวลา 12-14สัปดาห แพทยผูทำการรักษา อาจจะพิจารณาเพิ่มขนาดยาเปน 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม แลวประเมินที่ 8สัปดาหหลังเพิ่มขนาดยา หากผูปวยตอบสนองตอการรักษาไดดี สามารถใหยาตอเนื่อง ในขนาด 10มิลลิกรัม/กิโลกรัม หากผูปวยไมตอบสนองตอการรักษาดวยยาขนาด 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ใหปรึกษาผูเชี่ยวชาญที่มีประสบการณในการดูแลผูปวยมากกวา†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ (2)
1442) ในกรณีที่ประสิทธิภาพของ Infliximab ลดลงระหวางการใชยา (loss of response) ใหแพทยผูทำการรักษา ประเมินหาสาเหตุของอาการ หากเกิดจากโรค ulcerative colitis พิจารณาเพิ่มขนาดยาเปน10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม แลวประเมินที่ 8 สัปดาหหลังเพิ่มขนาดยา หากผูปวยไมตอบสนองตอการรักษาดวยยาขนาด 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ใหปรึกษาผูเชี่ยวชาญที่มีประสบการณในการดูแลผูปวยมากกวา6. การประเมินระหวางการรักษา6.1 การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษาโดยประเมินอาการ การตรวจรางกาย ทุก 2-3 เดือน และสองกลองและบันทึกในเวชระเบียนอยางนอยทุก 12 เดือนหมายเหตุ ผูปวย UC ตอบสนองตอยา หมายถึง คา PUCAI นอยกวา 10 คะแนน หรือลดลงมากกวา20 คะแนนจากกอนรักษา6.2 การประเมินดานความปลอดภัยใหติดตามผลขางเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการไดรับยา Infliximab6.2.1 ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นขณะใหยาทางหลอดเลือดดำ (infusion reaction) ไดแก คลื่นไส อาเจียน ไขหนาวสั่น ปวดกลามเนื้อ ปวดหลัง ใจสั่น ความดันต่ำ แนนหนาอก หายใจไมอิ่ม6.2.2 อาการแพชนิดรุนแรง (life-threatening anaphylactoid reaction) ขณะใหยา ใหระวังการใชยาในผูปวยที่มีภาวะขาดอิมมูโนโกลบูลินเอ (Immunoglobulin A deficiency)6.2.3 มีการประเมินการติดเชื้อวัณโรคแอบแฝง (latent tuberculosis infection) โดยการตรวจอยางนอยภาพถายรังสีปอด อยางนอย 1 ครั้งตอป และมีการติดตามอาการของการติดเชื้อวัณโรคอยางใกลชิด6.2.4 ติดตามและเฝาระวังการติดเชื้ออื่น ๆ ทุก 2-3 เดือน โดยดูอาการและสืบคนเพิ่มเติมตามความเหมาะสม7. เกณฑการหยุดยาใหหยุดยาเมื่อมีขอบงชี้ขอใดขอหนึ่ง ดังตอไปนี้7.1 โรคสงบ3* รวมกับแพทยเห็นสมควรวาหยุดยาได7.2 ไมตอบสนองตอการรักษา ตามระบุในหมายเหตุ ขอ 5 ของขนาดยาที่แนะนำ7.3 เกิดอาการไมพึงประสงครุนแรงที่ไมสามารถใชยาตอได7.4 ผูปวยปฏิเสธการใชยา7.5 ผูปวยขาดการติดตามผลการรักษา โดยไมมีเหตุผลอันสมควร ใหอยูในดุลยพินิจของแพทย7.6 ผูปวยมีขอหามการใชยา Infliximab ตามขอ 4.6หมายเหตุ สำหรับขอหามบางประการ เชน การติดเชื้อ ใหหยุดการรักษาดวยยา Infliximab ชั่วคราวจนกวาอาการติดเชื้อจะดีขึ้น หรือ กรณีการตั้งครรภและการใหนมบุตรที่แพทยพิจารณาใหหยุดยาชั่วคราว โดยในกรณีดังกลาว ผูปวยสามารถกลับมาใชยา Infliximab ไดอีกครั้ง ตามขอบงชี้*เกณฑการวินิจฉัยโรคสงบ หมายถึง คา PUCAI นอยกวา 10 คะแนนรวมกับ การสองกลองลำไสใหญไมพบแผลหรือการอักเสบของลำไสใหญ และผลการตรวจ C-reactive protein และ hemoglobin ปกติ เปนระยะเวลานานอยางนอย 2 ป และผูปวยสามารถใชยากลุม aminosalicylates และ/หรือimmunomodulator เพื่อควบคุมการกำเริบของโรคตอได
145คำอธิบายแนบทายแนวทางกำกับการใชยา Infliximabขอบงใช ulcerative colitis ในเด็กที่รักษาดวยยาพื้นฐานไมไดPediatric Ulcerative colitis Activity Index (PUCAI)อางอิง: Turner D, Otley AR, Mack D, et al. Development, validatiion and evaluation of a pediatric ulcerativecolitis activity index: A prospective multicenter study. Gastroenterology 2007;133:423-32.ลักษณะทางคลินิก คะแนนปวดทองไมมี 0ปวดเล็กนอย 5ปวดชัดเจน 10ถายอุจจาระเปนเลือดไมมี 0ปริมาณเล็กนอยและไมบอย 10ปริมาณเลือดเล็กนอยแตออกบอย 20ปริมาณมาก (มากกวารอยละ 50 ของอุจจาระ) 30ลักษณะอุจจาระโดยสวนใหญเปนเนื้อปกติ 0เหลวเล็กนอย 5เหลวชัดเจน 10จำนวนครั้งของอุจจาระใน 24 ชั่วโมง0-2 03-5 56-8 10>8 15ถายอุจจาระตอนกลางคืนหลังจากนอนหลับแลวไมมี 0มี 10การทำกิจกรรมของผูปวยปกติ 0ลดลงบาง 5ลดลงอยางมาก 10
146แนวทางกำกับการใชยา Activated prothrombin complex concentrate (APCC)ขอบงใช ภาวะเลือดออกรุนแรง ในผูปวยฮีโมฟเลียที่มี high-titer inhibitor1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 กรณีการรักษาภาวะเลือดออกรุนแรง ในผูปวยฮีโมฟเลียที่มี high-titer inhibitor จากหนวยงานสิทธิประโยชนตามแนวทางการอนุมัติที่แตละหนวยงานกำหนดไวหลังการรักษา (post-authorization)โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยหลังทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 สามารถใชยา Activated prothrombin complex concentrate (APCC) ขอบงใช ภาวะเลือดออกรุนแรง ในผูปวยฮีโมฟเลียที่มี high-titer inhibitor ไดสูงสุดไมเกิน 2 ครั้งตอป1.3 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ในทุกครั้งหลัง ใชยากับผูปวย2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล2.1 เปนสถานพยาบาลที่มีความพรอมใหบริการทั้งภาวะปกติ และภาวะวิกฤติฉุกเฉินไดทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง2.2 เปนสถานพยาบาลที่สามารถดูแลผูปวยฮีโมฟเลียแบบองครวมอยางตอเนื่องทั้งการสงเสริม ปองกันวินิจฉัย บำบัดรักษา และฟนฟูสภาพ2.3 สามารถตรวจหรือสงตรวจ factor level และ factor inhibitor และหากผลการตรวจไมเขากับเกณฑการใชยา สภานพยาบาลจะเปนผูรับผิดชอบคายา Activated prothrombin complexconcentrate (APCC)2.4 เปนสถานพยาบาลที่มีเครือขายหนวยบริการรับสงตอ และดูแลรักษาในทุกระดับพรอมทั้งระบบสนับสนุนเครือขายดานการจัดการการสงตอ ขอมูลการดูแลผูปวย และวิชาการอยางตอเนื่อง2.5 เปนสถานพยาบาลที่มีบุคลากรทางการแพทยที่พรอมจะรวมดูแลรักษาตามที่ระบุไวในขอ 33. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษา3.1 แพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาโลหิตวิทยา หรือ สาขาอายุรศาสตรโรคเลือด หรือสาขากุมารเวชศาสตรโรคเลือด หรืออนุสาขาโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก3.2 กรณีไมมีแพทยเฉพาะทางขางตน ผูอำนวยการสามารถแตงตั้งอายุรแพทยหรือกุมารแพทยที่มีประสบการณในการดูแลผูปวยฮีโมฟเลียเปนผูรักษาแทนได3.3 มีบุคลากรทางการแพทยสาขาอื่น ๆ ที่รวมดูแล ไดแก ทันตแพทย นักกายภาพบำบัด นักวิทยาศาสตรการแพทย/นักเทคนิคการแพทย มีพยาบาลวิชาชีพที่มีประสบการณเฉพาะดานโลหิตวิทยาอยางนอย1 ป หรือ ผานการอบรมการดูแลรักษาผูปวยโรคเลือดออกงาย ฮีโมฟเลีย เปนหัวหนาทีมปฏิบัติงานในหนวยบริการเปนประจำ4. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Activated prothrombin complex concentrate (APCC) ขอบงใชภาวะเลือดออกรุนแรงในผูปวยฮีโมฟเลียที่มี high-titer inhibitor โดยตองมีเกณฑตอไปนี้ครบทุกขอ4.1 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) 0†4.2 เปนโรค Hemophilia A หรือ Hemophilia B ที่มี Factor inhibitor ≥ 5 Bethesda units† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
1474.3 ผูปวยมีภาวะเลือดออกรุนแรงที่อาจเปนอันตรายถึงชีวิตหรืออาจทำใหเกิดความพิการ ไมสามารถหยุดเลือดไดโดยวิธีอื่น โดยมีนิยามตาม International Society of Thrombosis and Hemostasis(ISTH) ขอใดขอหนึ่งตอไปนี้ คือ1) เลือดออกรุนแรงจนมี ความดันโลหิตตก หรือ ชีพจรเร็ว หรือ ตองไดรับเม็ดเลือดแดง2) เลือดออกในสมอง หรือ ไขสันหลัง3) เลือดออกที่อาจอุดตันทางเดินหายใจ4) เลือดออกในชองอก ชองเยื่อหุมหัวใจ ชองทอง หรือ retroperitonium5) เลือดออกในขอหรือกลามเนื้อที่รุนแรง ไมตอบสนองตอการรักษาประคับประคอง (RICE: Rest,Ice, Compression และ Elevation)4.4 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่ขออนุมัติใชยากับผูปวย1††5. ขนาดยาที่แนะนำและวิธีการใหยาActivated prothrombin complex concentrate (APCC) ให ในขนาด 25-50 ยู นิ ต/กิโลกรัม/ครั้งถาไมดีขึ้น ใหซ้ำทุก 12-24 ชั่วโมง รวมสูงสุด 3 วัน6. การประเมินผลการรักษา6.1 การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษาเลือดหยุดไหลโดยดูจากอาการทางคลินิก และ/หรือ ภาพรังสี และ/หรือ ระดับฮีโมโกลบิน6.2 การประเมินดานความปลอดภัย6.2.1 ติดตามอาการแพที่อาจเกิดขึ้นในผูปวย6.2.2 ติดตามภาวะลิ่มเลือดอุดตันในผูปวย7. เกณฑการหยุดยา7.1 กรณีรักษาภาวะเลือดออก ใหหยุดยาไดเมื่อเลือดผูปวยหยุดไหล7.2 เกิดอาการไมพึงประสงคจากการใชยาซึ่งผูปวยไมสามารถทนได หรือเกิดความเสี่ยงเกินกวาประโยชนที่จะไดรับยา7.3 ใชยา Activated prothrombin complex concentrate (APCC) ครบ 3 วัน†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
148แนวทางการกำกับการใชยาCoagulation factors VIII, Coagulation factor IXและ Factor IX complex ขอบงใชโรคฮีโมฟเลีย1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 กรณีการรักษาภาวะเลือดออกรุนแรงหรือการผาตัดเรงดวน ขออนุมัติการใชยา Coagulation factorsจากหนวยงานสิทธิประโยชนหลังการรักษา (post-authorization) และกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้ง1.2 กรณีรักษาเลือดออกในระยะเริ่มตนที่สถานพยาบาลขออนุมัติการใชยา Coagulation factors จากหนวยงานสิทธิประโยชนหลังการรักษา (post-authorization) และกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้ง1.3 สำหรับผูปวยที่เพิ่งไดรับการวินิจฉัยใหม (new case) ซึ่งจำเปนตองใชยาเพื่อรักษาภาวะเลือดออกในระยะเริ่มตนที่บาน (home care) ขออนุมัติการใชยากอนการรักษา (pre-authorization) และกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ตองกรอกแบบฟอรมทุก 6 เดือนระยะเวลาการอนุมัติใหขึ้นกับหนวยงานสิทธิประโยชนกำหนด2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล2.1 เปนสถานพยาบาลที่มีความพรอมใหบริการทั้งภาวะปกติ และภาวะวิกฤติฉุกเฉินไดทุกวัน ตลอด 24ชั่วโมง2.2 เปนสถานพยาบาลที่สามารถดูแลผูปวยฮีโมฟเลียแบบองครวมอยางตอเนื่องทั้งการสงเสริม ปองกันวินิจฉัย บำบัดรักษา และฟนฟูสภาพ2.3 สามารถตรวจหรือสงตรวจ factor level และ factor inhibitor2.4 เปนสถานพยาบาลที่มีเครือขายหนวยบริการรับสงตอ และดูแลรักษาในทุกระดับพรอมทั้งระบบสนับสนุนเครือขายดานการจัดการการสงตอ ขอมูลการดูแลผูปวย และวิชาการอยางตอเนื่อง2.5 เปนสถานพยาบาลที่มีบุคลากรทางการแพทยที่พรอมจะรวมดูแลรักษาตามที่ระบุไวในขอ 33. คุณสมบัติของบุคลากรทางการแพทยผูทำการรักษา3.1 แพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาโลหิตวิทยา หรือ สาขาอายุรศาสตรโรคเลือด หรือสาขากุมารเวชศาสตรโรคเลือด หรืออนุสาขาโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็กกรณีไมมีแพทยเฉพาะทางขางตน ผูอำนวยการสามารถแตงตั้งอายุรแพทยหรือกุมารแพทยที่มีประสบการณในการดูแลผูปวยฮีโมฟเลีย อยางนอย 1 ป หรือ ผานการอบรมการดูแลรักษาผูปวยโรคเลือดออกงายฮีโมฟเลีย ใหเปนผูรักษาแทนได3.2 มีบุคลากรทางการแพทยสาขาอื่นๆ ที่รวมดูแล ไดแก ทันตแพทย นักกายภาพบำบัด นักวิทยาศาสตรการแพทย/นักเทคนิคการแพทย3.3 มีพยาบาลวิชาชีพที่มีประสบการณเฉพาะดานโลหิตวิทยาอยางนอย 1 ป หรือ ผานการอบรมการดูแลรักษาผูปวยโรคเลือดออกงาย ฮีโมฟเลีย เปนหัวหนาทีมปฏิบัติงานในหนวยบริการเปนประจำ
1494. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Coagulation factors ในโรคเลือดออกงายฮีโมฟเลีย ตามเกณฑทุกขอ ดังนี้4.1 เปนผูปวยที่ไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรคเลือดออกงายฮีโมฟเลียเอหรือบีและอยูในระบบทะเบียนตามขอ 1 หรือใหดำเนินการลงทะเบียนสำหรับการใชยาตอเนื่อง4.2 ใหการปองกันหรือรักษาโรคเลือดออกงายฮีโมฟเลียดวย Coagulation factors ในกรณีดังตอไปนี้4.2.1 ใหยาเพื่อปองกันภาวะเลือดออกกอนทำหัตถการทางการแพทย ที่มีความเสี่ยงตอการทำใหเกิดเลือดออก4.2.2 มีเลือดออกทั้งที่เห็นได หรือ ที่ออกภายในอวัยวะตางๆ4.2.3 การรักษาภาวะเลือดออกระยะเริ่มตน (early treatment) ที่หนวยบริการหรือนำกลับไปใชตอที่บาน (home treatment therapy) ตามเงื่อนไขที่แตละหนวยงานสิทธิประโยชนกำหนด4.3 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ตามที่กำหนด0†5. ขนาดยาที่แนะนำ5.1 การปองกันหรือรักษาภาวะเลือดออกหลักการใหยา Coagulation factors ตามระดับความรุนแรงของอาการ หรือตามความจำเปนกอนการผาตัดดังแสดงในตารางที่ 1ตารางที่ 1 ขนาดยาเบื้องตนสำหรับเพิ่มระดับ Coagulation factors*ชนิดของอาการเลือดออก ระดับ Coagulation factor(%)จุดเริ่มตน ระดับต่ำสุดที่ยอมรับได1. เลือดออกในขอระยะเริ่มตน เลือดออกที่กลามเนื้อขนาดเล็กการเย็บแผล หัตถการทางทันตกรรม** 20-30 -2. เลือดออกในกลามเนื้อขนาดใหญ (ยกเวน iliopsoas)เลือดออกในขอ แผลฉีกลึก 40-50 20-30(นาน 3-7 วัน)3. ผาตัดขนาดเล็กถึงปานกลาง เชน ผาตัดไสติ่งอักเสบเลือดออกในสมอง ทางเดินอาหาร ลำคอ อวัยวะสำคัญและ iliopsoas 80-100 40-50(นาน 7-10 วัน)4. ผาตัดขนาดใหญ เชน ผาตัดขอ หรือผาตัดสมอง 80-100 40-50(นาน 1-2 สัปดาหหรือจนแผลหาย)หมายเหตุ:* Factor VIII 1 ยูนิต/กิโลกรัม เพิ่มระดับ factor VIII ได 2%Factor IX 1 ยูนิต/กิโลกรัม เพิ่มระดับ factor IX ได 1%FFP 10 มิลลิลิตร/กิโลกรัม เพิ่มระดับ factor VIII ได 10-15%, factor IX ได 7-10%** การเย็บแผล ตัดไหม ถอนฟน ใหแฟคเตอรเขมขนเพียงครั้งเดียวในเชาวันที่จะทำหัตถการ ยกเวนทันตแพทยใช fibrin glue รวมกับ dental splint อาจไมตองใหแฟคเตอรเขมขน† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
150ขนาดยาที่ใชตาม protocolกรณีเลือดออกรุนแรงที่เปนภาวะเลือดออกรุนแรงในสวนประกอบของอวัยวะที่มีเลือดออกบอย เชนในขอและกลามเนื้อ โดยหนวยบริการรับสงตอรับผูปวยไวรักษาเปนผูปวยนอก และสังเกตอาการ ใหการรักษาโรคเลือดออกงาย ฮีโมฟเลียดวย Coagulation factors แกผูปวย แตไมเกิน 15,000 IU/ครั้ง โดยจำกัดจำนวนครั้งที่ผู ปวย 1 คนเขารับการรักษา ไมเกิน 2 ครั้ ง/ 1 เดือน (ไมจำกัดจำนวนครั้ งของการเขารับการรักษาในปงบประมาณ)5.2 การรักษาภาวะเลือดออกรุนแรงมาก5.2.1 กรณีผูปวยที่ไมมีสารตานแฟคเตอรกรณีผูปวยมีอาการเลือดออกรุนแรงมาก ซึ่งเปนอันตรายกับชีวิต เชน ในสมอง ในชองทอง ในชองอกใหการรักษาดวย Coagulation factor นาน 7-10 วัน ขึ้ นกับตำแหนงเลือดออก และการผาตัด การใหCoagulation factor อาจไมเพียงพอในการควบคุมอาการเลือดออก ตองใชพลาสมาสดแชแข็ง (fresh frozenplasma) และไครโอปริซิปเตทรวมดวย ดังแสดงในตารางที่ 1ขนาดยาที่ใชตาม protocolกรณีเลือดออกรุนแรงที่เปนภาวะเลือดออกรุนแรงในสวนประกอบของอวัยวะที่มีเลือดออกบอย เชนในขอและกลามเนื้อ อาการเลือดออกรุนแรงที่เปนอันตรายถึงพิการ เสียชีวิต หรือผาตัดฉุกเฉิน โดยหนวยบริการรับสงตอรับผูปวยไวรักษาเปนผูปวยใน ใหการรักษาโรคเลือดออกงายฮีโมฟเลียดวยCoagulation factors แกผูปวยแตไมเกิน 30,000 IU/ครั้งของการเขารับการรักษาและนอนโรงพยาบาล(ไมจำกัดจำนวนครั้งของการเขารับการรักษาที่นอนโรงพยาบาลใน ปงบประมาณ)5.2.2 กรณีผูปวยที่มีสารตานแฟคเตอรผูปวยที่มีสารตานแฟคเตอรในขนาดต่ำ (นอยกวาหรือเทากับ 5 Bethesda unit) แพทยอาจจำเปนตองใหแฟคเตอรในขนาดที่สูงกวาที่ระบุไวตาม ตารางที่ 1ผูปวยที่มีสารตานแฟคเตอรในขนาดสูง (มากกวา 5 Bethesda unit) แนะนำใหรักษาโดยแพทยผูเชี่ยวชาญเฉพาะทางสาขาวิชาโลหิตวิทยา เพื่อพิจารณาใช แฟคเตอรเขมขนชนิดพิเศษ (Bypassing agent) เพื่อหยุดอาการเลือดออกไดทันทีหรือ เพื่อการผาตัดทั้งนี้ การรักษาผูปวยโรคเลือดออกงายฮีโมฟเลีย เปนไปตามเงื่อนไขที่แตละหนวยงานสิทธิประโยชนกำหนด5.3 การรักษาภาวะเลือดออกในระยะเริ่มตนเปนการจาย แฟคเตอรใหผูปวยไปเก็บไวที่บาน (home treatment therapy) เพื่อใหผูปวยหรือญาติที่ไดรับการฝกอบรมการฉีดยามากอน สามารถฉีดแฟคเตอรใหผูปวยไดทันทีที่มีอาการเลือดออกในระยะเริ่มตนหรือบางรายอาจใชวิธีไปฉีดที่สถานพยาบาลใกลบานวิธีการนี้ทำใหคุณภาพชีวิตผูปวยดีขึ้นและประหยัดคาใชจายเมื่อเทียบกับการที่ตองมาฉีดแฟคเตอรที่โรงพยาบาลทุกครั้งเมื่อมีเลือดออก แนะนำใหพักการใชอวัยวะสวนนั้น และประคบน้ำแข็งหรือความเย็น เพื่อหยุดอาการเลือดออก ประเมินอาการเลือดออก หากอาการตึงขัดไมหายไปภายในเวลา 2 ชั่วโมง ใหรีบฉีดแฟคเตอรเขมขน250 ยูนิต สำหรับผูปวยเด็กอายุ <10 ป และ 500 ยูนิต สำหรับผูปวยเด็กอายุ >10 ป และผูใหญขนาดยาที่ใชตาม protocolแนะนำใหจายแฟคเตอรแกผูปวยไปเก็บไว (home treatment therapy) ตามปริมาณในตารางที่ 2
151ตารางที่ 2 แฟคเตอรเขมขนขั้ นต่ำที่ แนะนำใหจายแกผู ปวยไปเก็บไวที่ บานเพื่ อการรักษา(hometreatment therapy) ภาวะเลือดออกในระยะเริ่มตน แยกตามอายุผูปวยและความรุนแรงของฮีโมฟเลียประเภทของผูปวย ระดับแฟคเตอรในเลือด ลักษณะของภาวะที่ทำใหเลือดออก ฮีโมฟเลียเอ(ยูนิต/ราย) ฮีโมฟเลียบี(ยูนิต/ราย)ลักษณะความรุนแรง ตอเดือน ตอป ตอเดือน ตอปอายุนอยกวา 10 ปรุนแรงมาก <1IU/dl(<0.01IU/ml) หรือ<1% ของคาปกติ เลือดออกเองในขอหรือกลามเนื้อโดยไมมีการบาดเจ็บใดๆ นำมากอน 2,500 30,000 2,000 24,000รุนแรงปานกลาง 1-5IU/dl(0.01-0.05IU/ml)หรือ1-5% ของคาปกติ เลือดออกเองเปนบางครั้งหรือเลือดออกหยุดยากหลังการบาดเจ็บเล็กนอยหรือผาตัดเล็ก 1,250 15,000 1,000 12,000รุนแรงนอย 5-40IU/dl(0.05-0.40IU/ml)หรือ5-<40% ของคาปกติ ไมคอยเกิดเลือดออกเอง แตมีเลือดออกรุนแรงหลังการบาดเจ็บรุนแรงหรือผาตัดใหญ 250 3,000 500 6,000อายุตั้งแต 10 ปขึ้นไปรุนแรงมาก <1IU/dl(<0.01IU/ml) หรือ<1% ของคาปกติ เลือดออกเองในขอหรือกลามเนื้อโดยไมมีการบาดเจ็บใดๆ นำมากอน 3,000 36,000 2,500 30,000รุนแรงปานกลาง 1-5IU/dl(0.01-0.05IU/ml)หรือ1-5% ของคาปกติ เลือดออกเองเปนบางครั้งหรือเลือดออกหยุดยากหลังการบาดเจ็บเล็กนอยหรือผาตัดเล็ก 1,500 18,000 1,500 18,000รุนแรงนอย 5-40IU/dl(0.05-0.40IU/ml)หรือ5-<40% ของคาปกติ ไมคอยเกิดเลือดออกเอง แตมีเลือดออกรุนแรงหลังการบาดเจ็บรุนแรงหรือผาตัดใหญ 500 6,000 500 6,000หมายเหตุ:- Factor VIII 1 ยูนิต/กิโลกรัม เพิ่มระดับ factor VIII ได 2%- Factor IX 1 ยูนิต/กิโลกรัม เพิ่มระดับ factor IX ได 1%- Coagulation factor เมื่อผสมแลวไมสามารถเก็บไวได จึงควรปรับขนาดยาใหใชจนหมดขวดไมเหลือทิ้ง
1526. การประเมินผลการรักษา6.1 การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษา6.1.1 เลือดหยุดไหลโดยดูจากอาการทางคลินิก และ/หรือ ภาพรังสี และ/หรือ ระดับฮีโมโกลบิน6.1.2 ถาตองให Coagulation factor นานกวา 3 วันขึ้นไป ควรตรวจติดตามคา APTT หรือระดับการทำงานของแฟคเตอรวาอยูในระดับเปาหมายหรือไม6.1.3 ผูปวยเลือดออกรุนแรง หรือ ผาตัดใหญ หรือ ไมตอบสนองตอการรักษาดวย Coagulation factor(เลือดไมหยุด หรือ APTT ยังยาว หรือ ระดับแฟคเตอรยังต่ำ) ควรตรวจหาสารตานแฟคเตอรหมายเหตุ หากพบสารตานแฟคเตอรสูงกวา 5 Bethesda Unit ใหแพทยผูดูแลขออนุมัติเบิกจายคารักษาจากหนวยงานสิทธิประโยชนเปนแตละกรณีไป6.2 การประเมินดานความปลอดภัย6.2.1 ติดตามอาการแพที่อาจเกิดขึ้นในผูปวย6.2.2 ติดตามภาวะลิ่มเลือดอุดตันในผูปวย7. เกณฑการหยุดยา7.1 กรณีรักษาภาวะเลือดออก ใหหยุดยาไดเมื่อเลือดผูปวยหยุดไหล อาการปวดบวม หรือการกดเบียดอวัยวะดีขึ้นแลว7.2 กรณีใชปองกันกอนการผาตัด ใหหยุดยาไดเมื่อผูปวยไดรับยาครบตามขนาดที่จำเปนตอการปองกัน7.3 เกิดอาการไมพึงประสงคจากการใชยาซึ่งผูปวยไมสามารถทนได หรือเกิดความเสี่ยงเกินกวาประโยชนที่จะไดรับ7.4 ตรวจพบ สารตานแฟคเตอรสูงกวา 5 Bethesda Unit
153แนวทางกำกับการใชยา Botulinum A toxinขอบงใชโรคคอบิด (cervical dystonia) ชนิดไมทราบสาเหตุ (idiopathic)1. ระบบอนุมัติการใชยาขออนุมัติการใชยา Botulinum A toxin จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization)เฉพาะครั้งแรกและครั้งที่สองของการสั่งใชยา โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษา กับหนวยงานสิทธิประโยชนหมายเหตุ มีการอนุมัติ 2 ครั้ง เนื่องจากผูปวยบางรายอาจไมตอบสนองตอการรักษา ดังนั้นหลังการอนุมัติครั้งแรกใหแพทยผูรักษาบันทึกผลของการรักษา ยืนยันประโยชนของการรักษาดวย Botulinum A toxin ในผูปวยนั้น เพื่อขออนุมัติการรักษาในครั้งถัดไป2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลเปนสถานพยาบาลที่มีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษา3.1 เปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาประสาทวิทยาหรือเวชศาสตรฟนฟู ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 23.2 ในกรณีสถานพยาบาล ไมมีแพทยตามขอ 3.1 ใหผูอำนวยการโรงพยาบาลแตงตั้งแพทยที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาสาขาอายุรศาสตร หรือสาขากุมารเวชศาสตร ที่มีความรูความชำนาญในการใชยาดังกลาวอยางนอย 2 คน4. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Botulinum A toxin ในโรคคอบิดโดยมีเกณฑดังนี้4.1 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)†4.2 ผูปวยไดรับการตรวจวินิจฉัยวาเปนโรคคอบิดชนิดไมทราบสาเหตุ ดวยเกณฑดังตอไปนี้4.2.1 มีอาการบิดเกร็งของลำคอและใบหนา สงผลใหรางกายสวนนั้นมีรูปรางที่ผิดปกติ4.2.2 อาการคอยเปนคอยไป ผู ปวยโดยสวนใหญ(มากกวา 50%) มักมีอาการปวดรวมดวยโดยเฉพาะในสวนของกลามเนื้อที่บิดเกร็งบริเวณลำคอ4.2.3 อาการบิดเกร็งไมจำเปนตองเกิดตลอดเวลา อาจเปนเพียงบางเวลาในชวงแรกๆ โดยทั่วไปอาการจะคอยๆ เพิ่มมากขึ้นในชวง 5 ปแรก จนอาจสงผลใหผูปวยบางรายมีลำคอบิดเกร็งตลอดเวลา4.2.4 ไมสามารถบังคับใหอาการเกร็งหายไปได แตผูปวยบางรายอาจมีเทคนิคที่ทำใหอาการบิดเกร็งลดลงชั่วคราว ดังที่เรียกวา sensory tricks เชน ใชมือแตะที่บริเวณคางหรือสวนหลังของคอ4.2.5 อาการบิดเกร็งอาจเกิดขึ้นไดในหลายทิศทาง ที่พบบอยสุด คืออาการบิดเกร็งที่ทำใหใบหนาและคางบิดออกไปทางดานขาง ที่เรียกวา torticollis แตผูปวยอาจมีอาการบิดเกร็งของคอไปทางดานหนา ดานหลัง หรืออาจเปนในลักษณะผสมหลายๆ ลักษณะได4.2.6 ผูปวยบางรายอาจมีการเคลื่อนไหวผิดปกติอื่นๆ รวมดวย เชน อาการสั่นของใบหนาและลำคอ4.2.7 ผูปวยสวนใหญมีอายุมากกวา 20 ปหมายเหตุ โรคคอบิดที่เกิดรวมกับโรคทางระบบประสาทอื่นๆ หรือจากยาบางชนิด จัดเปนกลุมโรคคอบิดชนิดที่ทราบสาเหตุ (secondary cervical dystonia)† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวด และความทุกขทรมานเปนสำคัญ
1544.3 ผูปวยมีอาการรุนแรงระดับปานกลางขึ้นไป ดวยเกณฑดังตอไปนี้4.3.1 ระดับความรุนแรงนอย ไดแก กลุ มที่ มีอาการบิดเกร็งนอยกวา20 องศา ออกจากแกนกลางของรางกาย มีอาการ ปวดไมรุนแรง และมีอาการบิดเกร็งเพียงบางเวลา4.3.2 ระดับความรุนแรงปานกลาง ไดแก กลุมที่มีอาการบิดเกร็งระหวาง 20-50 องศา ออกจากแกนกลางของรางกาย รวมกับมีอาการบิดเกร็งมากกวาครึ่งหนึ่งของเวลาทำงาน และ/หรือมีอาการปวดที่มีความรุนแรงมากกวา 5 จาก 10 (วัดดวย visual analogue scale)4.3.3 ระดับความรุนแรงมาก ไดแก กลุ มที่ มีอาการบิดเกร็งมากกวา50 องศา ออกจากแกนกลางของรางกาย ที่เกิดขึ้นเกือบตลอดทั้งวัน รวมกับอาการปวดที่มีความรุนแรงมากกวา 5 จาก 10(วัดดวย visual analogue scale)4.4 ผูปวยมีอาการที่สงผลกระทบตอกิจวัตรประจำวันและคุณภาพชีวิต4.5 ใหการรักษาดวยวิธีการอื่นแลวไมไดผล4.6 อนุญาตใหใชยาเฉพาะบริเวณลำคอเทานั้น ไมอนุญาตใหใชยาในบริเวณอื่น เชน ใบหนา ปาก หรือ ลำตัว4.7 มีการประเมินผลการตอบสนองตอการรักษาในสองครั้งแรก เพื่อขออนุมัติการใชยาระยะยาว กลาวคือภายหลัง 1 เดือนจากการใหยาครั้งแรก ผูปวยควรมีอาการดีขึ้นอยางนอย 30% ถาผูปวยไมตอบสนองแพทยอาจขออนุมัติใหยาซ้ำอีก 1 ครั้ง ซึ่งถาไมตอบสนองหลังการใชยา 2 ครั้ง ใหหยุดการใชยา และพิจารณาการรักษาในแนวทางอื่นๆ เชน การผาตัด4.8 กรณีที่ผูปวยไดรับการอนุมัติการใชยาระยะยาวหลังจากผานเกณฑในขอ 4.6 แลว แตภายหลังพบวาผูปวยไมตอบสนองตอการรักษา ใหหยุดการใชยา และพิจารณาการรักษาในแนวทางอื่นๆ เชน การผาตัด4.9 ขนาดยา*ตอผูปวย 1 ราย อนุมัติไมเกิน 300 unit/ป สำหรับยา Botox และไมเกิน 1,000 unit/ป สำหรับยา Dysport4.10 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่ใชยากับผูปวย1††5. ขนาดยาที่แนะนำ*และวิธีการใหยาขนาดยาและความถี่ในการใหยาBotox ขนาดยาเริ่มตน 50-150 unit ตอ 1 ครั้งการรักษาDysport ขนาดยาเริ่มตน 250-500 unit ตอ 1 ครั้งการรักษาหมายเหตุฉีดยาหางกันไมนอยกวา 3 เดือน เนื่องจากการฉีดยากอน 3 เดือน จะเรงใหเกิด antibody ทำใหการรักษาลมเหลวไดในอนาคต* ทั้งนี้ ไดพิจารณาขนาดยาดังกลาวตามหลักฐานการวิจัยทางคลินิกที่เชื่อถือไดของแตละผลิตภัณฑแลว†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยาโดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
155แนวทางกำกับการใชยา Botulinum A toxinขอบงใชโรคใบหนากระตุกครึ่งซีก (hemifacial spasm) ชนิดไมทราบสาเหตุ (idiopathic)1. ระบบอนุมัติการใชยาขออนุมัติการใชยา Botulinum A toxin จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization)เฉพาะครั้งแรก โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษา กับหนวยงานสิทธิประโยชน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลเปนสถานพยาบาลที่มีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาประสาทวิทยา เวชศาสตรฟนฟูประสาทศัลยศาสตร หรือจักษุวิทยา ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Botulinum A toxin ในโรคใบหนากระตุกครึ่งซีก โดยมีเกณฑดังนี้4.1 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)†4.2 ผูปวยไดรับการตรวจวินิจฉัยวาเปนโรคใบหนากระตุกครึ่งซีกชนิดไมทราบสาเหตุ ดวยเกณฑดังตอไปนี้4.2.1 มีอาการกระตุกขึ้นเอง เปนๆ หายๆ ที่กลามเนื้อใบหนาซึ่งเลี้ยงโดยเสนประสาทใบหนา(เสนประสาทสมองที่ 7) ขางหนึ่งขางใดเพียงขางเดียว ผูปวยบางรายอาจมีอาการเคลื่อนไหวดวยกันของกลามเนื้อใบหนา(facial synkinesia)4.2.2 อาการคอยเปนคอยไป โดยเริ่ มตนกระตุกที่ กลามเนื้ อรอบตา (orbicularis oculi) กอนเมื่อเปนมากขึ้น จะกระจายไปที่แกมและกลามเนื้อรอบปาก (orbicularis oris)4.2.3 การกระตุกเปนแบบสั้น รวดเร็วเปนแลวหยุด ที่เรียก clonic spasm และเมื่อเปนมากขึ้นอาจมีอาการกระตุกแลวเกร็งคาง ทำใหตาปดหรือปากเบี้ยวคางเปนเวลาหลายวินาที ที่เรียก tonic spasm หรือในระหวางที่เกร็งคางแบบ tonic มีการกระตุก clonic ขนาดเล็กๆ เกิดขึ้นไปพรอมกัน ที่เรียกtonic-clonic spasm4.2.4 ไมสามารถบังคับใหกระตุกหรือหยุดกระตุกได4.2.5 โรคนี้มักพบในเพศหญิงมากกวาเพศชาย 2.5 เทา ผูปวยสวนใหญมีอายุระหวาง 45-60 ปโดยมักมีอายุเฉลี่ย 50-54 ปหมายเหตุ ผูปวยโรคใบหนากระตุกครึ่งซีกที่มีรอยโรคที่ระบบประสาทสวนปลาย หรือระบบประสาทสวนกลาง จัดเปนกลุมที่ทราบสาเหตุ (symptomatic hemifacial spasm)† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวด และความทุกขทรมานเปนสำคัญ
1564.3 ผูปวยมีอาการรุนแรงระดับปานกลางขึ้นไป ดวยเกณฑดังตอไปนี้4.3.1 ระดับความรุนแรงนอย ไดแก กลุมที่มีอาการกระตุกเฉพาะที่กลามเนื้อรอบตา (orbicularis oculi) ทำใหมีการกระตุกของเปลือกตาบน (eyelid contraction) เทานั้น แตไมมีการปดลงมาของเปลือกตาบน4.3.2 ระดับความรุนแรงปานกลาง ไดแก กลุมที่มีอาการกระตุกที่กลามเนื้อรอบตา ทำใหหนังตาปด ระหวาง10-50% ของชองการมองเห็น (palpebral fissure) หรือมีการกระตุกของตาและปากพรอมกัน4.3.3 ระดับความรุนแรงมาก ไดแก กลุมที่มีอาการกระตุกที่กลามเนื้อรอบตา ทำใหหนังตาปด ระหวาง50-100% ของชองการมองเห็น (palpebral fissure) หรือมีการกระตุกแบบ tonic spasm4.4 ผูปวยมีอาการที่สงผลกระทบตอกิจวัตรประจำวันและคุณภาพชีวิต4.5 ใหการรักษาดวยวิธีการอื่นแลวไมไดผล4.6 ไมอนุมัติใหมีการใชยา Botulinum A toxin ตอไป และใหพิจารณาการรักษาในแนวทางอื่น เมื่อ4.6.1 รักษาไปแลว 2 ครั้ง ผูปวยไมตอบสนองตอการรักษา (ดูวิธีการประเมินผลตามขอ 6)4.6.2 ผูปวยดื้อตอการรักษา เชน เกิด antibody ตอยา4.6.3 ผูปวยไดรับการรักษาดวยการผาตัดแลวไดผล4.7 ขนาดยา*ตอผูปวย 1 รายอนุมัติไมเกิน 100 unit/ป สำหรับยา Botox และไมเกิน 400 unit/ปสำหรับยา Dysport4.8 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่ใชยากับผูปวย3††5. ขนาดยาที่แนะนำ*และวิธีการใหยาขนาดยาและความถี่ในการใหยาBotox ขนาดยาเริ่มตน 15-30 unit ตอ 1 ครั้งการรักษาDysport ขนาดยาเริ่มตน 60-120 unit ตอ 1 ครั้งการรักษาหมายเหตุฉีดยาหางกันไมนอยกวา 3 เดือน เนื่องจากการฉีดยากอน 3 เดือน จะเรงใหเกิด antibody ทำใหการรักษาลมเหลวไดในอนาคต*ทั้งนี้ ไดพิจารณาขนาดยาดังกลาวตามหลักฐานการวิจัยทางคลินิกที่เชื่อถือไดของแตละผลิตภัณฑแลว6. การประเมินผลการรักษา6.1 ประเมิน ณ เวลา 6 สัปดาห หลังใหยา ซึ่งสวนใหญเปนเวลาที่ใหผลการรักษาสูงสุด (peak improvement)6.2 ใชการประเมินแบบ subjective assessment โดยใหผูปวยประเมินเองวาดีขึ้นมากนอยเพียงใดเปรียบเทียบกับกอนการรักษา โดยอาจวัดเปนรอยละ หรือวัดดวย visual analogue scale เปนตน†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยาโดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
157แนวทางกำกับการใชยา Botulinum A toxinขอบงใชโรค Spasmodic Dysphonia1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุ มั ติ การใช ยา Botulinum A toxin จากหน วยงานสิ ทธิ ประโยชน ก อนการรั กษา(pre – authorization) ครั้งแรกของการสั่งใชยา โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 แพทยผูทำการรักษาตอเนื่องกรอกแบบฟอรมที่คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแหงชาติกำหนดทุก 3 เดือน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลเปนสถานพยาบาลที่มีความพรอมในการวินิจฉัยและรักษาโรค โดยมีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่น ที่พรอมจะดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรค และ/หรือ การรักษา3. คุณสมบัติแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติ หรือวุฒิบัตรจากแพทยสภา สาขาโสต ศอ นาสิกวิทยาซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Botulinum A toxin ในโรค spasmodic dysphonia ดวยเกณฑทุกขอ ดังนี้4.1 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)†4.2 ผูปวยไดรับการตรวจวินิจฉัยวาเปนโรค spasmodic dysphonia ดวยเกณฑครบทุกขอ ดังตอไปนี้4.2.1 ผูปวยมีอาการของ spasmodic dysphonia ชนิดใดชนิดหนึ่ง ดังตอไปนี้• Adductor spasmodic dysphonia เปนการเกร็งของกลามเนื้ อกลองเสียงในกลุ มที่ทำหนาที่ปดสายเสียงและควบคุมการออกเสียง มีการทำงานมากกวาปกติ โดยควบคุมไมได ทำใหมีอาการคือ เสียงเคน ตองออกแรงพูด (strain strangle voice) อาจจะเสียงไมออกเปนชวงๆ ทำใหเสียงพูดไมตอเนื่อง ถามีอาการมากอาจพูดไมออกเลย นอกจากนี้อาจมีเสียงสั่นดวยได ขณะหัวเราะหรือรองเพลงเสียงสูง เสียงอาจกลับเปนปกติหรือใกลเคียงปกติได• Abductor spasmodic dysphonia เปนการเกร็งของกลามเนื้อกลองเสียงในกลุมที่ทำหนาที่เปดสายเสียง ทำงานมากกวาปกติโดยควบคุมไมได ทำใหสายเสียงเปดออกในขณะพูด มีอาการคือพูดแลวเปนเสียงลม (breathy voice) ซึ่งอาจเปนตลอดเวลา หรือพูดตอเนื่องมีเสียงลมรั่วเปนระยะก็ได ผูปวยที่มีอาการมากอาจพูดเปนเสียงเบาหรือเสียงกระซิบตลอดเวลา นอกจากนี้อาจมีเสียงสั่นดวยได ขณะหัวเราะหรือรองเพลงเสียงสูงเสียงอาจกลับเปนปกติหรือ ใกลเคียงปกติได• Mixed spasmodic dysphonia มีอาการทั้ง Adductor spasmodic dysphonia และAbductor spasmodic dysphonia เปลี่ยนไปมา† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวด และความทุกขทรมานเปนสำคัญ
1584.2.2 ไมพบความผิดปกติของสายเสียงจากภาวะอื่น เชน กอนเนื้องอก การอัมพาตของสายเสียงหรือความผิดปกติของขอตอ crico-arytenoid4.3 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่ใชยากับผูปวย5††5. ขนาดยา*และวิธีการใหยา5.1 ขนาดยา• Botox® ขนาดยาเริ่มตนไมเกิน 30 unit ตอ 1 ครั้งการรักษา• Dysport® ขนาดยาเริ่มตน ไมเกิน 120 unit ตอ 1 ครั้งการรักษา5.2 ความถี่ในการใหยา ใหฉีดยาแตละครั้งหางกันประมาณ 3 เดือน ตามคาเภสัชจลนศาสตรของยา5.3 ขนาดยาตอผูปวย 1 ราย• Botox® อนุมัติไมเกิน 120 unit/ป• Dysport® อนุมัติไมเกิน 480 unit/ป* ทั้งนี้ ไดพิจารณาขนาดยาดังกลาวตามหลักฐานการวิจัยทางคลินิกที่เชื่อถือไดของแตละผลิตภัณฑแลว6. การประเมินระหวางการรักษาใหประเมินภายในเวลา 2-3 สัปดาหหลังจากฉีดยาครั้งที่ 2 เปนตนไป การประเมินเปนแบบ subjectiveassessment โดยผูปวยมีอาการดีขึ้นอยางนอย 30% ของผลประเมินกอนการรักษา ใหผูปวยประเมินเองวาดีขึ้นมากนอยเพียงใดเปรียบเทียบกับกอนการรักษา โดยอาจวัดเปนรอยละหรือวัดดวย visual analogue scaleหมายเหตุ การประเมินหลังจากฉีดยาในครั้งที่ 1 และ 2 เปนการประเมินเพื่อปรับขนาดยา การประเมินหลังจากการใหยาครั้งที่ 3 เปนตนไป จะเปนการประเมินเพื่อใหยาตอหรือหยุดใหยา7. เกณฑการหยุดยาหลังจากใหยาครบ 3 ครั้งแลว ประเมินผูปวยตามเกณฑขอ 6 พบวาไดผลนอยกวา 30% ของผลการประเมินกอนการใหยาครั้งแรก หากผลการประเมินไดผลนอยกวา 30% สองครั้งติดตอกัน ใหหยุดยา และพิจารณาการรักษาในแนวทางอื่น†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยาโดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
159แนวทางการกำกับการใชยา Donepezil hydrochlorideขอบงใช ภาวะสมองเสื่อมจากโรคอัลไซเมอรที่มีความรุนแรงระดับรุนแรงนอยถึงปานกลาง(mild to moderate)1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุมัติการใชยา Donepezil จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization)โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ในครั้งแรกที่ใชยากับผูปวย และครั้งตอไปในเดือนที่ 3หลังจากนั้นทุก 6 เดือน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล2.1 เปนสถานพยาบาลระดับตติยภูมิที่สามารถดูแลผูปวยภาวะสมองเสื่อมจากโรคอัลไซเมอรแบบองครวมอยางตอเนื่องทั้งการวินิจฉัย บำบัดรักษา และฟนฟูสภาพ2.2 สามารถตรวจหรือสงตรวจภาพถายรังสีคอมพิวเตอรหรือคลื่นแมเหล็กสมองได2.3 มีแพทยตามที่ระบุในขอ 3 ที่สามารถตรวจประเมินการรูคิด (cognition) ประเมินความสามารถในการประกอบชีวิตประจำวันขั้นพื้นฐานและขั้นสูง ประเมินพฤติกรรมประสาทและอาการประสาทจิตเวชได2.4 เปนสถานพยาบาลที่มีบุคลากรทางการแพทยที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา ไดแก ประสาทแพทย จิตแพทย แพทยผูเชี่ยวชาญดานเวชศาสตรฟนฟูแพทยผูเชี่ยวชาญดานหทัยวิทยา นักกายภาพบำบัด3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษา3.1 เปนแพทยที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาประสาทวิทยา หรือ สาขาจิตเวชศาสตร หรือ อายุรศาสตรผูสูงอายุ ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 23.2 ในกรณีสถานพยาบาล ไมมีแพทยตามขอ 3.1 ใหผูอำนวยการโรงพยาบาลแตงตั้งแพทยที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาสาขาประสาทศัลยศาสตร ที่มีความรูความชำนาญในการใชยาดังกลาวอยางนอย 1 คน4. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใช Donepezil hydrochloride โดยมีเกณฑครบทุกขอ ดังนี้4.1 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)†4.2 อาการของผูปวยไมไดเกิดจากอาการเพอ (delirium) หรือเปนผลกระทบจากสารเสพติด หรือ จากโรคทางจิตเวช4.3 ตองไมเปนผูปวยสมองเสื่อมระยะรุนแรงมาก (very severe dementia) หมายถึง ผูปวยสมองเสื่อมที่มีการพึ่งพาโดยสิ้นเชิง (totally dependence) และมีสภาพนอนติดเตียง4.4 ผูปวยไดรับการตรวจวินิจฉัยวาเปนภาวะสมองเสื่อมจากโรคอัลไซเมอร ดวยเกณฑตามขอ 4.4.1-4.4.3ครบทุกขอ ดังนี้† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
1604.4.1 ตรวจพบลักษณะทางคลินิก ครบทุกขอ• อาการ episodic memory loss เชน ถามซ้ำๆ จนนารำคาญ ลืมวารับประทานอาหารลืมของ ลืมนัด ลืมเหตุการณสำคัญที่เพิ่งเกิด• มีอาการหรืออาการแสดงอยางนอยขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้ เชน- aphasia (มีปญหาเรื่องการใชภาษา การสื่อสาร เชน เรียกสิ่งของไมถูก ทำตามที่สั่งไมได)- apraxia (กลามเนื้อไมสามารถทำงานไดตามสั่ง ทั้งที่ไมมีอาการออนแรง)- agnosia (ไมรูจักชื่อ และชนิดของสิ่งของโดยที่เคยรูมากอน)- executive dysfunction (เชน บกพรองในการตัดสินใจ วางแผน การจัดลำดับขั้นตอน ความคิดเชิงนามธรรม)- social cognition (ความสามารถในการรับรูเกี่ยวกับสังคมรอบตัวถดถอย เชน ไมเขาใจความรูสึกผูอื่น การยับยั้งชั่งใจลดลง)• มีอาการมามากกวา 6 เดือน• การดำเนินโรคเปนมากขึ้นเรื่อยๆ (progressive course)• มีผลรบกวนการดำเนินกิจวัตรประจำวันหรือการเขาสังคม4.4.2 การซักประวัติ การตรวจรางกาย และการตรวจทางหองปฏิบัติการ ไมพบสาเหตุจากโรคทางกายและภาวะอื่นของโรคระบบประสาทสวนกลางที่อธิบายสาเหตุของภาวะสมองเสื่อม เชนโรคหลอดเลือดสมอง โรคพารกินสัน เลือดคั่งใตเยื่อหุมสมอง เนื้องอกสมอง เปนผลกระทบอันเนื่องจากอุบัติเหตุตอสมอง ตอมไทรอยดทำงานผิดปกติ เปนตน4.4.3 ผลตรวจภาพถายรังสีสมอง (CT/MRI หรือ brain imaging อื่นๆ ตามความเหมาะสม) ไมมีพยาธิสภาพอื่นที่สามารถอธิบายอาการสมองเสื่อมได ควรพบลักษณะที่เขาไดกับโรคอัลไซเมอร เชน cerebralatrophy และ/หรือ medial temporal lobe atrophy หรือ medial temporal area (MTA) normalfor age4.5 ผูปวยตองอยูในสภาพรางกายดีพอสมควร มีความสามารถในการสื่อสาร มีความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันไดบางแมจะบกพรองกวาเดิม4.6 มีผลบงชี้วามีภาวะสมองเสื่อมจากโรคอัลไซเมอรในระยะรุนแรงนอยถึงปานกลาง คือ มีผลการประเมิ นการรู คิ ดโดย Thai mental state examination (TMSE)‡ หรื อ Mini mental stateexamination-Thai (MMSE-T)§ ได ผลระหว าง 10-23 คะแนน หรื อ Functional AssessmentStaging Test (FAST)** ร ะ ย ะ 3-6 ห รื อ Global Deterioration Scale ( GDS) for primarydegenerative dementia †† ร ะ ย ะ 4-6 ห รื อ โ ด ย ก า ร ท ด ส อ บ ป ร ะ ส า ท จิ ต วิ ท ย า(neuropsychological tests) เชิงลึก5‡‡ นอยกวา 2 standard deviation (SD) หรือ 10 percentileในอยางนอย 2 subscales กอนการเริ่มการรักษา4.7 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ตามที่กำหนด6§§‡ กลุมฟนฟูสมรรถภาพสมอง. แบบทดสอบสมรรถภาพสมองของไทย. สารศิริราช 2536;45(6):359-74.§ สถาบันเวชศาสตรผูสูงอายุ กรมการแพทย กระทรวงสาธารณสุข. แบบทดสอบสภาพสมองเสื่อมเบื้องตนฉบับภาษาไทย MIMSE-THAI 2002** รายละเอียดตามคำอธิบายในตารางที่ 2 แนบทายแนวทางกำกับการใชยา Donepezil hydrochloride†† รายละเอียดตามคำอธิบายในตารางที่ 1 แนบทายแนวทางกำกับการใชยา Donepezil hydrochloride‡‡ รายละเอียดตามคำอธิบายในตารางที่ 3 แนบทายแนวทางกำกับการใชยา Donepezil hydrochloride§§ โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
1615. ขนาดยาและวิธีการใหยาขนาดยา Donepezil hydrochloride สูงสุดที่แนะนำ ไมเกิน 10 มิลลิกรัมตอวัน การปรับขนาดยาแนะนำใหปรับหลังจากเริ่มใชยาในขนาดเริ่มตนไปแลวอยางนอย 1 เดือน6. การประเมินระหวางการรักษา6.1 การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษาประเมินผูปวยหลังไดรับยาในขนาดที่เหมาะสมแลวเปนระยะเวลา 3-6 เดือน ดวยเกณฑ TMSE หรือMMSE-T คะแนนเทาเดิมหรือดีขึ้นหลังจากนั้นใหประเมินทุก 1 ป ดวยเกณฑ TMSE หรือ MMSE-T หรือ FAST หรือ GDS6.2 การประเมินดานความปลอดภัย6.2.1 ตรวจโรครวมเรื้อรังที่อาจมีผลตอการรูคิด หรือผลกระทบตอการใชยารักษาสมองเสื่อม ควรตรวจสืบคนหาโรครวมเรื้อรังอยางนอยทุก 1-2 ป เชน ตรวจคลื่นไฟฟาหัวใจ ตรวจการทำงานของตับและไต ตรวจการทำงานของตอมไทรอยด เปนตน6.2.2 ใหติดตามผลขางเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการไดรับยา โดยเฉพาะผลขางเคียงที่รุนแรงตอชีวิต• Cardiovascular: Atrioventricular block, Torsades de pointes• Gastrointestinal: Gastrointestinal hemorrhage, น้ำหนักลดมากกวา 15% โดยเปนผลจากยา6.2.3 ให ระมั ดระวั งการใช ยา Donepezil hydrochloride ร วมกั บยาในกลุ ม: ยาที่ มี ฤทธิ์anticholinergic, cholinergic drug, antiarrhythmic drug, hepatic enzyme inducerหรือ hepatic enzyme inhibitor ตอ CYP2D6 และ CYP3A47. เกณฑการหยุดยาใหหยุดยาเมื่อตรวจพบขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้7.1 ผูปวยไมตอบสนองตอการรักษาหลังไดรับยาในขนาดที่เหมาะสมแลวเปนระยะเวลา3-6 เดือนโดยการประเมินดวย TMSE หรือ MMSE-T แลวคะแนนลดลงอยางนอย 2 คะแนน7.2 เมื่อประเมินทุก 1 ป หรือระหวางติดตามการรักษา พบวาผูปวยเปลี่ยนสถานะเปนโรคในระดับรุนแรง(severe) ไดแก TMSE หรือ MMSE-T นอยกวา 10 คะแนน หรือ FAST ระยะ 7 หรือ GDS ระยะ 77.3 ผูปวยไมสามารถทนตออาการไมพึงประสงคจากการใชยา7.4 ผูปวยเกิดอาการไมพึงประสงคที่ไมสามารถแกไขได หรือเกิดอาการไมพึงประสงครายแรงที่แพทยผูรักษาพิจารณาแลวเห็นวาเกิดผลเสียมากกวาประโยชนที่จะไดรับ
162คำอธิบายแนบทายแนวทางกำกับการใชยา Donepezil hydrochlorideตารางที่ 1 Staging of dementia severityGlobal Deterioration Scale (GDS)Diagnosis Stage Signs and Symptoms Expected Duration of StageNoDementia Stage 1:No CognitiveDecline In this stage, the person functions normally, has no memory loss, and ismentally healthy. People with NO dementia would be considered to bein Stage 1. N/ANoDementia Stage 2:Very MildCognitiveDecline This stage is used to describe normal forgetfulness associated with aging.For example, forgetting names and where familiar objects were left.Symptoms of dementia are not evident to the individual’s loved onesor their physician. UnknownNoDementia Stage 3:Mild CognitiveDecline This stage includes increased forgetfulness, slight difficulty concentrating,and decreased work performance. People may get lost more frequentlyor have difficulty finding the right words. At this stage, a person’s lovedones will begin to notice a cognitive decline. Average duration of thisstage is between 2 yearsand 7 years.Early-stage Stage 4:ModerateCognitiveDecline This stage includes difficulty concentrating, decreased memory of recentevents, and difficulties managing finances or traveling alone to newlocations. People have trouble completing complex tasks efficiently oraccurately and may be in denial about their symptoms. They may alsostart withdrawing from family or friends because socialization becomesdifficult. At this stage, a physician can detect clear cognitive problemsduring a patient interview and exam. Average duration of thisstage is 2 years.Mid-Stage Stage 5:ModeratelySevere CognitiveDecline People in this stage have major memory deficiencies and need someassistance to complete their daily living activities (dressing, bathing,preparing meals, etc.). Memory loss is more prominent and may includemajor relevant aspects of current lives. For example, people may notremember their address or phone number and may not know the timeor day or where they are. Average duration of thisstage is 1.5 years.Mid-Stage Stage 6:Severe CognitiveDecline (MiddleDementia) People in Stage 6 require extensive assistance to carry out theirActivities of Daily Living (ADLs). They start to forget names of closefamily members and have little memory of recent events. Many peoplecan remember only some details of earlier life. Individuals also havedifficulty counting down from 10 and finishing tasks. Incontinence (lossof bladder or bowel control) is a problem in this stage. Ability to speakdeclines. Personality / emotional changes, such as delusions (believingsomething to be true that is not), compulsions (repeating a simplebehavior, such as cleaning), or anxiety and agitation may occur. Average duration of thisstage is 2.5 yearsLate-Stage Stage 7:Very SevereCognitiveDecline (LateDementia) People in this stage have essentially no ability to speak orcommunicate. They require assistance with most activities (e.g., usingthe toilet, eating). They often lose psychomotor skills. For example, theability to walk. Average duration of thisstage is 1.5 to 2.5 years.อางอิง: Reisberg, B., Ferris, S.H., de Leon, M.J., and Crook, T. The global deterioration scale for assessment of primarydegenerative dementia. American Journal of Psychiatry, 1982, 139: 1136-1139.
163ตารางที่ 2 Functional Assessment Staging Test (FAST)Stage PatientCondition Level of Functional Decline Expected Duration of StageStage 1 Normal adult No functional decline. N/AStage 2 Normal olderadult Personal awareness of some functionaldecline. UnknownStage 3 EarlyAlzheimer’sdisease Noticeable deficits in demanding jobsituations. Average duration of this stage is 7 years.Stage 4 MildAlzheimer’s Requires assistance in complicated tasks suchas handling finances, traveling, planningparties, etc. Average duration of this stage is 2 years.Stage 5 ModerateAlzheimer’s Requires assistance in choosing properclothing. Average duration of this stage is 1.5 years.Stage 6 ModeratelysevereAlzheimer’s Requires assistance with dressing, bathing, andtoileting. Experiences urinary and fecalincontinence. Average duration of this stage is 3.5 monthsto 9.5 months.Stage 7 SevereAlzheimer’s Speech ability declines to about a half-dozenintelligible words. Progressive loss of ability towalk, to sit up, to smile, and to hold head up. Average duration of this stage is 1 year to 1.5years.อางอิง: Reisberg, B. Functional Assessment Staging (FAST). Psychopharmacology Bulletin, 1988; 24:653-659.
164ตารางที่ 3 Standard Neuropsychological Assessmentการประเมินทางประสาทจิตวิทยาของภาวะสมองเสื่ อม (neuropsychological assessment) เปนการประเมินเชิงลึกดานการรูคิดของระบบประสาท เพื่อชวยวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อม โรคอัลไซเมอรจะมีการทำงานของ episodic memory บกพรองเดน ตัวอยางของการประเมินทางประสาทจิตวิทยาของภาวะสมองเสื่อม ดังตารางขางลางนี้A B C DCERAD UDS* CIMA-Q battery Finney et alBoston Naming Test Animal list generation Animal fluency Assessment (MoCA)Constructional praxis Boston Naming Test Auditory verbal Boston naming Boston Naming TestMini-Mental StateExamination Digit symbol Digit symbol COWATRecall of constructionalpraxis Digit span forward andbackward Learning test line objectdecision Hopkins/California VerbalLearning TestVerbal fluency Logical memory, story A Orientation Rey Mattis Dementia RatingScaleWord list memory Mini-Mental StateExamination Trail Making Test (A–B) Mini-Mental StateExaminationWord list recall Trail Making Test (A–B) Montreal cognitive Rey-Osterrieth Complex FigureWord list recognition Vegetable list generation Stroop testTrail Making Test (A–B)Wisconsin Card Sorting Test*Low sensitivity (73.6%) and specificity (70.8%) for MCI. CERAD, Consortium to Establish a Registry for Alzheimer’s Disease;CIMA-Q, Consortium for the early identification of AD-Quebec; COWAT, Controlled Oral Word Association Test; MCI, MildCognitive Impairment; MoCA, Montreal Cognitive Assessment; UDS, uniform data set.Reference:Di Pucchio A, Vanacore N, Marzolini F, et al. Use of neuropsychological tests for the diagnosis of dementia: a survey ofItalian memory clinics. BMJ Open 2018;8:e017847. doi:10.1136/bmjopen-2017-017847การประเมินประสาทจิตวิทยามาตรฐานในผูปวยสมองเสื่อม จะประเมินในบริบทตอไปนี้• เชาวปญญาโดยทั่วไป (General intellect)• Executive skills (e.g., sequencing, reasoning and problem solving skills)• Attention และ concentration• การเรียนรูและความจำ• การใชภาษา (Language)• Visual-spatial skills (perception)• Motor และ sensory skills• อารมณและประสาทพฤติกรรม (Mood & behavior)ทั้งนี้นักจิตวิทยาจะ standardization ผลการประเมินโดยใช “normed” ของประชากร ที่เหมาะสมกับอายุ เพศ การศึกษา และเชื้อชาติ
165แนวทางการกำกับการใชยา Ceftazidime/Avibactamเงื่อนไข สำหรับการติดเชื้อ Carbapenem-resistant Enterobacteriaceaeที่ไวตอยา Ceftazidime/Avibactam1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุ มั ติ การใช ยา Ceftazidime/Avibactam จากหน วยงานสิ ทธิ ประโยชน หลั งการรั กษา(post-authorization) โดยใหมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล ที่ สามารถสั่ งใชยาไวกับหนวยงานสิทธิประโยชนไวกอน และลงทะเบียนผูปวยที่ใชยากับหนวยงานสิทธิประโยชนหลังการรักษา1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่จะใชยา Ceftazidime/Avibactam ระบบจะอนุโลมใหผูปวยไดรับยากอนการขออนุมัติไมเกิน 7 วัน และใหแพทยผูสั่งใชยาลงทะเบียนเพื่อขออนุมัติการใชยา ระยะเวลาที่อนุมัติในการใชยาครั้งแรก 7 วัน (รวมทั้งหมดเปน 14 วัน) และครั้งตอไปทุก 7 วัน (แพทยควรสงแบบฟอรมการขออนุมัติตั้งแตวันที่เริ่มสั่งจายยา โดยจะตองใชเวลาในการขออนุมัติจากระบบ 7-14 วัน)2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลเปนสถานพยาบาลที่มีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาโรคประจำตัวของผูปวย และ ปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษา3.1 เปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในอนุสาขาอายุรศาสตรโรคติดเชื้อ หรืออนุสาขากุมารเวชศาสตรโรคติดเชื้อ ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 23.2 ในกรณีไมมีแพทยตามขอ 3.1 ใหผูอำนวยการโรงพยาบาลแตงตั้งแพทยที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาสาขาอายุรศาสตร หรือสาขากุมารเวชศาสตรที่มีความรูความชำนาญในการใชยาดังกลาวไมเกิน 2 คน4. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Ceftazidime/Avibactam ในขอบงใชการติดเชื้อ Carbapenem-resistant Enterobacteriaceae(CRE) ที่ไวตอยา Ceftazidime/Avibactam โดยมีเกณฑครบทุกขอ ดังตอไปนี้4.1 ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †††4.2 ไดรับการวินิจฉัยวามีการติดเชื้อ CRE ตามเกณฑขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้4.2.1 ตรวจพบเชื้อ CRE จากการเพาะเชื้อจากสิ่งสงตรวจที่เก็บจากตำแหนงปราศจากเชื้อ (sterilesite) เชน blood culture, CSF culture4.2.2 ตรวจพบเชื้อ CRE จากการเพาะเชื้อจากสิ่งสงตรวจจากตำแหนงที่ไมปราศจากเชื้อ (non-sterile site) รวมกับอาการแสดงที่เขาไดกับการติดเชื้อที่ตำแหนงดังกลาว† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น (irreversible)ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
1664.3 เชื้อ CRE ที่ตรวจพบมีหลักฐานวาไวตอยา Ceftazidime/Avibactam ตามเกณฑของ Clinical andlaboratory standards institute (พรอมแนบเอกสารใบรายงานผล)4.4 ใหพิจารณาใชยาอื่นที่ไวตอเชื้อกอน โดยอยูในดุลยพินิจของแพทยในกรณีดังตอไปนี้4.4.1 cystitis ที่ไวตอยาตัวอื่นใหพิจารณาใชยาเดี่ยวในกลุมนั้นกอน4.4.2 การติดเชื้อที่ตำแหนงอื่นและเชื้อดื้อตอยา Ertapenem แตยังคงไวตอ Meropenem ใหพิจารณาใช Meropenem extended infusion4.5 ผูปวยใชยา Colistin ในขนาดมาตรฐานแลวเกิดอาการไมพึงประสงค ดังนี้4.5.1 กรณีมีอาการหรือประวัติแพยา Colistin อยางรุนแรง4.5.2 กรณีเกิดพิษตอไตกรณีที่ Creatinine clearanceกอนใหยา Colistin Creatinine clearanceหลังใหยา Colistin แนวทางการใหยา1 CrCl มากกวา 30 mL/minอยูเดิม CrCl นอยกวาหรือเทากับ 30mL/min หรือตองทำ dialysis ใชCeftazidime/Avibactam2 CrCl นอยกวาหรือเทากับ 30mL/min และยังไมไดทำdialysis - ใชCeftazidime/Avibactam3 ทำ chronic dialysis อยูแลว - ใช Colistin ตอหมายเหตุ• ผูปวยควรมีคา serum creatinine กอนและหลังใหยาหางกันอยางนอย 3 วัน• คา creatinine clearance ไดจากการคำนวณ creatinine clearance ใชสูตร Cockcroft-Gault equationคือ creatinine clearance (mL/min) = (140 – age) x (Wt in kg) x (0.85 if female) / (72 x Scr : mg/dL)หรือ การวัดดวยeGFR• ในกรณีผูปวยเด็ก (อายุ < 18 ป) การพิจารณาคา creatinine clearance ใหอยูในดุลยพินิจของแพทย4.6 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่จะใชยากับผูปวย††1‡‡ ตามที่กำหนดในขอ 1.25. ขนาดยาที่แนะนำและวิธีการใหยา5.1 ขนาดยาในผูใหญที่แนะนำ คือ 2.5 กรัม ทุก 8 ชั่วโมง5.2 กรณีไตบกพรองตองมีการปรับขนาดยา ดังนี้คา creatinine clearance (ml/min) ขนาดยาCeftazidime/Avibactam31-50 1,000/250 มิลลิกรัม ทุก 8 ชั่วโมง16-30 750/187.5 มิลลิกรัม ทุก 12 ชั่วโมง6-15 750/187.5 มิลลิกรัม ทุก 24 ชั่วโมง<6 และ/หรือ end-stage renal disease (ESRD) onhemodialysis 750/187.5 มิลลิกรัม ทุก 48 ชั่วโมง†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยาโดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
1675.3 ยาทุกขนาดหยดทางหลอดเลือดดำในเวลา 2 ชั่วโมง ทั้งนี้ระยะเวลาของการรักษาขึ้นกับตำแหนงที่ติดเชื้อและการตอบสนอง โดยเฉลี่ยใชเวลา 7-14 วัน ถามีความจำเปนตองใชยาเกิน 14 วันใหระบุเหตุผลและระยะเวลาในการรักษา6. การประเมินระหวางการรักษา6.1 การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษา ใหทำการประเมินทุก 2-3 วัน6.2 การประเมินดานความปลอดภัย ใหติดตามอาการไมพึงประสงคของยา Ceftazidime/Avibactamที่พบบอย เชน การแพยา คลื่นไสอาเจียน อาการทางระบบประสาท (เชน ชัก ซึม) เปนตน กรณีผูปวยเกิดอาการไมพึงประสงคที่รุนแรง ใหแพทยพิจารณาโดยตั้งอยูบนหลักการประเมินประโยชนและความเสี่ยงกับผูปวย หากพิจารณาแลวเห็นวามีประโยชนมากกวาผลเสียที่เกิดจากยาสามารถใชยาตอไปได7. เกณฑการหยุดยา7.1 สถานะโรคเดิมของผูปวยเปลี่ยนเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)7.2 แพทยประเมินความเสี่ยงและประโยชนของการรักษาดวยยานี้ แลวเห็นวาผูปวยอาจมีความเสี่ยงมากกวาประโยชน
168แนวทางการกำกับการใชยา Linezolid ชนิดกินเงื่อนไข โรคติดเชื้อ Methicillin-Resistant Staphylococcus aureus (MRSA)และ Vancomycin-Resistant Enterococci (VRE)1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุมัติการใชยา Linezolid จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization) โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวย กอนทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่จะใชยา ระบบจะอนุโลมใหผูปวยไดรับยาLinezolid กอนการขออนุมัติไมเกิน 7 วัน และใหแพทยผูสั่งใชยาลงทะเบียนเพื่อขออนุมัติการใชยา(pre-authorization) ระยะเวลาที่อนุมัติการใชยา ครั้งแรก 14 วัน (รวมเปน 21 วัน) และครั้งตอไปทุก 4 สัปดาห (แพทยควรสงแบบฟอรมการขออนุมัติ ตั้งแตกอนการสั่งจายยา หรือวันที่เริ่มสั่งจายยาโดยจะตองใชเวลาในการขออนุมัติจากระบบไมเกิน 7 วัน)2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลสถานพยาบาลที่มีการใชยาตองเปนสถานพยาบาลที่มีความพรอมในการวินิจฉัยและรักษาโรค โดยเปนสถานพยาบาลที่มีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษา ปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษา3.1 เปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในอนุสาขาอายุรศาสตรโรคติดเชื้อหรืออนุสาขากุมารเวชศาสตรโรคติดเชื้อ ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 23.2 ในกรณีสถานพยาบาล ไมมีแพทยตามขอ 3.1 ใหผูอำนวยการโรงพยาบาลแตงตั้งแพทยที่ไดรับหนังสืออนุมัติ หรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาสาขาอายุรศาสตรหรือสาขากุมารเวชศาสตร ที่มีความรูความชำนาญในการใชยาดังกลาวไมเกิน 2 คน4. เกณฑอนุมัติการใชยา4.1 ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)†4.2 เปนผูปวยโรคติดเชื้อ MRSA โดยมีผลเพาะเชื้อจากเลือดหรือบริเวณที่ติดเชื้อ พบเชื้อ MRSA4.2.1 ใหใชในกรณีเปนผูปวยนอก โดยมีเงื่อนไขขอใดขอหนึ่ง ดังตอไปนี้• เชื้อ MRSA ดื้อตอ Vancomycin และ Fusidic acid• มีอาการไมพึงประสงคจากยา Vancomycin และ Fusidic acid ความรุนแรงระดับ 3 (grade 3)ขึ้นไป1* และไมมียาอื่นทดแทนไดนอกจาก Linezolid ตามความเห็นของผูเชี่ยวชาญ (ดูขอ 3คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษา)• เปนโรคหรือกลุมโรคที่มีระยะเวลาในการรักษานานเกิน 14 วัน และใชยากิน Fusidicacid รวมกับ Rifampicin ไมได หรือลมเหลวหลังรักษาอยางนอย 2 สัปดาห โดยประเมินจากอาการทางคลินิกไมดีขึ้น และผลเพาะเชื้อยังพบเชื้อ MRSA ตอเนื่อง† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวด และความทุกขทรมานเปนสำคัญ* การประเมินระดับความรุนแรงของอาการไมพึงประสงค ควรพิจารณาตาม Division of Aids Table for Grading the Severity of Adult andPediatric Adverse Events Version 1.0, December, 2004; Clarification August 2009
1694.2.2 กรณีผูปวยใน มีเงื่อนไขขอใดขอหนึ่ง ดังตอไปนี้• ไมตอบสนองตอการรักษาดวย Vancomycin และ/หรือยาอื่นแลวอยางนอย 3 วัน(หมายเหตุ การไมตอบสนองทางคลินิกอาจเกิดจาก เชื้อดื้อยา หรือ ระดับยาในเลือดไมพอ โดยเฉพาะใน MRSA pneumonia หรือ การที่ยังคงมี prosthetic devices อยูในรางกาย) หรือ• มีอาการไมพึงประสงคจาก Vancomycin ความรุนแรงระดับ 3 ขึ้นไปและไมมียาอื่นทดแทนไดนอกจาก Linezolid ตามความเห็นของผูเชี่ยวชาญ (ดูขอ 3 คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษา)4.3 เปนผูปวยโรคติดเชื้อ VRE โดยมีผลเพาะเชื้อจากเลือดหรือตำแหนงที่มีการติดเชื้อ พบเชื้อ VRE(หมายเหตุ การตรวจพบเชื้อ VRE จาก non-sterile site สวนใหญไมใชเชื้อกอโรค จะใหการรักษาเมื่อมีอาการทางคลินิกที่เขาไดกับการติดเชื้อ)4.4 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่จะใชยากับผูปวย††2‡5. ชนิดและขนาดยาที่แนะนำขนาดยา Linezolid ชนิดกิน คือ 600 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง6. ระยะเวลาในการรักษาและเกณฑการหยุดยา6.1 ระยะเวลาในการใช Linezolid สำหรับการติดเชื้อ MRSA6.1.1 กรณีรักษาโรคติดเชื้อ MRSA โดยทั่วไปประมาณ 2-4 สัปดาห ยกเวนการติดเชื้อในกระดูกและขอหรือการติดเชื้อจากอุปกรณทางการแพทย ใหยาประมาณ 4-12 สัปดาห6.1.2 กรณีผูปวยมีการติดเชื้อที่มีสาเหตุจากการใสอุปกรณทางการแพทย ใหพิจารณานำอุปกรณทางการแพทยออกดวย ไดแก สายสวน เสนเลือดเทียม อุปกรณเพื่อการฟอกเลือด หรือสายลางไตทางชองทอง ใหยาตอ ไมเกิน 14 วัน สวนขอเทียม ลิ้นหัวใจเทียม ใหยาตอไดนาน 6 สัปดาห ในกรณีที่ไมสามารถนำอุปกรณทางการแพทยออกได ใหยาไดนาน 12 สัปดาห6.1.3 กรณี switch จาก Vancomycin เปน Linezolid ใหนับวันรักษาตอจากเดิม เชน เปาหมายการรักษา 14 วัน ใช Vancomycin มาแลว 7 วัน เมื่อเปลี่ยนเปน Linezolid ก็จะนับเปนวันที่ 8-146.1.4 กรณีเปลี่ยนไปใช Linezolid เพื่อรักษาเชื้อดื้อยาหรือเมื่อการรักษาดวยยาอื่นไมไดผล ใหเริ่มนับวันรักษาใหม เชน เปาหมายการรักษา 12 สัปดาห ใชยา Fusidic acid + Rifampicinมาแลว 4 สัปดาห พบวาลมเหลว จึงเปลี่ยนมาใช Linezolid การให Linezolid ใหเริ่มนับเปนวันที่ 1 และใหยาตอเนื่องไปจนครบ 12 สัปดาห6.2 ระยะเวลาในการใช Linezolid สำหรับการติดเชื้อ VREกรณีรักษาโรคติดเชื้อ VRE โดยทั่วไปประมาณ 1-2 สัปดาห ยกเวนการติดเชื้อที่มีฝหนองรวมดวยอาจจำเปนตองใหยานานกวานั้นรวมกับการผาตัดฝหนองออก6.3 เกณฑการหยุดยา Linezolid6.3.1 ผูปวยตอบสนองตอการรักษาโดยสมบูรณ โดยอาการทางคลินิกหายไป และ/หรือ รอยโรคในภาพรังสีหายไปหรือเหลือนอยที่สุด โดยมีระยะเวลาการรักษาครบตามที่ระบุไวในขอ 6.1 หรือ 6.2††‡โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยาโดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
1706.3.2 ผูปวยไมตอบสนองตอการรักษาหลังใหยาไปแลวไมเกิน 14 วัน ซึ่งหมายถึงขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้• มีการดำเนินโรคตอเนื่อง (persistent) เชน ผลการเพาะเชื้อยังคงพบเชื้อ• ลักษณะทางคลินิกของการติดเชื้อรุนแรงขึ้น หรือภาพรังสีแสดงความผิดปรกติมากขึ้นโดยไมสามารถอธิบายดวยสาเหตุอื่น• ทราบวาเชื้อดื้อตอยา Linezolid จากผลการตรวจความไวของยาตอเชื้อ6.3.3 สามารถใชยาปฏิชีวนะอื่นรักษาไดผลไมแตกตางกันหรือดีกวา6.3.4 เกิดอาการไมพึงประสงคตอยา Linezolid ความรุนแรงระดับ 3 ขึ้นไป6.3.5 สถานะโรคเดิมของผูปวยเปลี่ยนเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)
171แนวทางกำกับการใชยา Liposomal amphotericin Bเงื่อนไข โรค Invasive fungal infections ในผูปวยที่ไมสามารถทนตอยา amphotericin B1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุมัติการใชยา Liposomal amphotericin B จากหนวยงานสิทธิประโยชนหลังการรักษา (post-authorization) โดยมีการลงทะเบียนแพทยสถานพยาบาล และผู ปวยเมื่ อเริ่ มทำการรักษา กับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่จะใชยา Liposomal amphotericin B ระบบจะอนุโลม ใหผูปวยไดรับยากอนการขออนุมัติไมเกิน 7 วัน และใหแพทยผูสั่งใชยาลงทะเบียนเพื่อขออนุมัติ การใชยาระยะเวลา ที่อนุมัติในการใชยาครั้งแรก 7 วัน (รวมทั้งหมดเปน 14 วัน) และครั้งตอไปทุก 14 วัน (แพทยควรสงแบบฟอรมการขออนุมัติ ตั้งแตวันที่เริ่มสั่งจายยา โดยจะตองใชเวลาในการขออนุมัติจากระบบ 7-14 วัน) ††2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลเปนสถานพยาบาลที่มีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษา ปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษา3.1 เปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติ หรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในอนุสาขาอายุรศาสตรโรคติดเชื้อ หรือ อนุสาขาอายุรศาสตรโรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤติโรคระบบการหายใจ หรืออนุสาขากุมารเวชศาสตรโรคติดเชื้อ หรืออนุสาขากุมารเวชศาสตรโรคระบบการหายใจ ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 23.2 ในกรณีสถานพยาบาลไมมีแพทยตามขอ 3.1 ใหผูอำนวยการโรงพยาบาลแตงตั้งแพทยที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาสาขาอายุรศาสตรหรือสาขากุมารเวชศาสตรที่มีความรูความชำนาญในการใชยาดังกลาวอยางนอย 2 คน4. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Liposomal amphotericin B ในโรค invasive fungal infections ผูปวยที่ไมสามารถทนตอยา amphotericin B ได โดยมีเกณฑดังนี้4.1 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) ††4.2 ไมสามารถใชยา Posaconazole, Voriconazole หรือ Micafungin ได4.3 ไดรับการวินิจฉัยแนนอน (definite) วาเปนโรค invasive fungal infections ซึ่งหมายถึงขอใดขอหนึ่งดังนี้4.3.1 ตรวจพบเชื้อรารูปสาย (hyphae) หรือยีสต (yeast) และมีการทำลายเนื้อเยื่อรวมดวยจากการ ตรวจทางพยาธิวิทยาหรือทางเซลลวิทยาของสิ่งสงตรวจที่ไดจากการตัดชิ้นเนื้อหรือการเจาะดูดจากตำแหนงที่ปราศจากเชื้อ (sterile site)4.3.2 เพาะเชื้อพบราสาย (mold) หรือยีสต จากสิ่งสงตรวจที่ไดจากการตัดชิ้นเนื้อ หรือการเจาะดูดจากตำแหนงที่ปราศจากเชื้อ และมีลักษณะทางคลินิก หรือผลเอกซเรยที่แสดงถึงการติดเชื้อ4.3.3 เพาะเชื้อจากเลือดพบราสายและมีขอบงชี้วาเปนเชื้อกอโรคติดเชื้อจริง หรือพบเชื้อยีสตจากเลือด††† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยาโดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)†† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
1724.4 ไดรับการวินิจฉัยที่เปนไปได (probable) วาเปนโรค invasive fungal infections ซึ่งหมายถึงการวินิจฉัยที่ไมใชแบบ definite และประกอบดวยองคประกอบตอไปนี้ครบทุกขอ4.4.1 มีปจจัยเสี่ยงดานผูปวยอยางนอย 1 ขอ ไดแก มี neutrophil < 500/mm3 นานกวา 10 วันในชวงที่เริ่มเกิดโรคจากเชื้อรา หรือ ไดรับการปลูกถายไขกระดูกแบบ allogeneic หรือ ไดคอรติโคสเตอรอยด (เชน prednisolone) มากกวา 0.3 มิลลิกรัมตอกิโลกรัมตอวัน ติดตอกันมานานกวา 3 สัปดาห หรือไดยากดภูมิคุมกันอื่น (เชน ciclosporin, alemtuzumab) ในชวง 90 วันที่ผานมา หรือ มีโรคภูมิคุมกันบกพรองแตกำเนิดอยางรุนแรง4.4.2 มีลักษณะทางคลินิกที่แสดงถึงการติดเชื้อรา เชนปอดอักเสบ – มีความผิดปรกติใน CT chest หรือ chest X-ray อยางนอย 1 อยาง คือ densewell circumscribed lesion หรือ air-crescent sign หรือ cavityหลอดลมอักเสบ – มี ulcer, nodule, pseudomembrane, eschar หรือ plaque ใน tracheaหรือ bronchusการติดเชื้อในโพรงไซนัสหรือจมูก – มีภาพรังสียืนยัน รวมกับอาการอยางนอย 1 อยาง คือ ปวดเฉพาะที่ แผลในจมูกแบบ eschar หรืออาการลุกลามเขากระดูกใกลเคียงรวมถึงกระบอกตาการติดเชื้อที่สมอง – มีอยางนอย 1 ใน 2 ขอ คือ มีกอนในสมอง หรือ มี enhancement ของเยื่อหุมสมองจาก MRI หรือ CT4.4.3 มีผลการตรวจทางหองปฏิบัติการที่บงถึงการติดเชื้อรา เชน พบเชื้อราสายในเสมหะ BALbronchial brush หรือ sinus aspirate จากการตรวจดวยกลองจุลทรรศน หรือการเพาะเชื้อหรื อ การตรวจ beta D glucan ให ผลบวกสำหรั บ invasive fungal infection อื่ นๆนอกเหนือจาก Cryptococcus และ Zygomycetes4.5 ผูปวยใชยา amphotericin B ในขนาดมาตรฐานแลวเกิดอาการไมพึงประสงค ดังนี้4.5.1 กรณีเกิดพิษตอไตกรณีที่ Creatinine clearanceกอนใหยา amphotericin B Creatinine clearanceหลังใหยา amphotericin B แนวทางการใหยาตานเชื้อรา1 CrCl มากกวา 30 mL/min อยูเดิม CrCl นอยกวา 30 mL/minหรือตองทำ dialysis ใช Liposomalamphotericin B2 CrCl น อยกว า 30 mL/min และยังไมไดทำ dialysis - ใช Liposomalamphotericin B3 ทำ chronic dialysis อยูแลว - ใช amphotericin B ตอหมายเหตุ● ผูปวยควรมีคา serum creatinine กอนและหลังใหยาหางกันอยางนอย 3 วัน และมีการเตรียมผูปวยดวยการให normal saline solution (NSS) กอนใหยา amphotericin B ดวย● คา creatinine clearance ไดจากการคำนวณ creatinine clearance ใชสูตร Cockcroft-Gaultequation คือ creatinine clearance (mL/min) = (140 – age) x (Wt in kg) x (0.85 if female) /(72 x Scr : mg/dL) หรือ การวัดดวย eGFR● ในกรณีผูปวยเด็ก (อายุ < 18 ป) การพิจารณาคา creatinine clearance ใหอยูในดุลยพินิจของแพทย
1734.5.2 อาการไมพึงประสงคความรุนแรงระดับ 3 ขึ้นไป*‡4.6 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่ใชยากับผูปวย††§ ตามที่กำหนดในขอ 1.2หมายเหตุ1. กรณี invasive aspergillosis ใหพิจารณาใช Voriconazole กอน2. กรณี invasive mucormycosis ใหพิจารณาใช Posaconazole ในผูปวยกอน3. กรณีติดเชื้อ invasive candida ที่ดื้อยา Fluconazole หรือไมสามารถใชยา Amphotericin B ไดพิจารณาใช Micafungin5. ขนาดยาที่แนะนำและวิธีการใหยาใหยา Liposomal amphotericin B ในขนาด 3-5 มิลลิกรัมตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมตอวัน วันละ 1 ครั้งดวยวิธี IV infusion ในเวลา 2 ชั่วโมง (ลดลงเหลือ 1 ชั่วโมงไดหากผูปวยทนยาไดดี)6. การประเมินระหวางการรักษากรณีผูปวยที่ตอบสนองตอการรักษาโดยสมบูรณ ระยะเวลาของการรักษามีเกณฑดังนี้6.1 กรณี candidemia หรือ fungemiaใหไดนานไมเกิน 14 วัน หลังผลเพาะเชื้อในเลือดเปนลบ (โดยทั่วไปผลเพาะเชื้อในเลือดมักเปนลบภายใน7 วัน หลังใหยารักษา)6.2 กรณี deep organ infectionใหยาไดจนกวาลักษณะทางคลินิกหายไปและรอยโรคในภาพรังสีหายไป หรือเหลือนอยที่สุดโดยทั่วไปประมาณ 4-12 สัปดาหหมายเหตุ ในกรณีที่สามารถเปลี่ยนเปนยาตานเชื้อราชนิดอื่นแบบกินได จะตองเปลี่ยนใหเร็วที่สุด7. เกณฑการหยุดยาใหหยุดยา Liposomal amphotericin B เมื่อ7.1 สามารถใชยาตานเชื้อราชนิดอื่นในการรักษาไดผลไมแตกตางกันหรือดีกวา เชน ดูจากผลเพาะเชื้อ7.2 ผูปวยไมตอบสนองตอการรักษาภายใน 7 วัน หลังใหยา ซึ่งหมายถึงขอใดขอหนึ่ง ดังนี้● มีการดำเนินโรคตอเนื่อง (persistent) เชน ผลเพาะเชื้อพบเชื้อราเดิมตลอด● ลักษณะทางคลินิกรุนแรงมากขึ้น หรือภาพรังสีแสดงความผิดปรกติมากขึ้นโดยไมสามารถอธิบายไดดวยสาเหตุอื่น● ทราบวาเชื้อดื้อยา amphotericin B จากผลการตรวจความไวของเชื้อ● สถานะโรคเดิมของผูปวยเปลี่ยนเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)‡* การประเมินระดับความรุนแรงของอาการไมพึงประสงค ควรพิจารณาตาม Division of Aids Table for Grading the Severity of Adult andPediatric Adverse Events Version 1.0, December, 2004; Clarification August 2009†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยาโดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
174แนวทางการกำกับการใชยา Micafunginขอบงใช: ใชเปนยารักษาโรคติดเชื้อ candida ที่ดื้อยา Fluconazoleหรือไมสามารถใชยา amphotericin B ได1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 กำหนดให ขออนุ มั ติใชยา Micafungin จากหน วยงานสิ ทธิ ประโยชน ก อนการรั ก ษา(pre-authorization) โดยมีการลงทะเบียนแพทยสถานพยาบาล และผูปวย กอนการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ในครั้งแรกที่ใชยากับผูปวย และทุก ๆ 7 วัน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลสถานพยาบาลที่มีการใชยานี้ตองเปนสถานพยาบาลที่มีความพรอมในการวินิจฉัยและรักษาโรคคือ2.1 เปนสถานพยาบาลที่มีแพทยผูรักษาตามคุณสมบัติตามขอ 3 หรือสามารถปรึกษาและสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทยดังกลาว โดยใหสถานพยาบาลนั้นแจงความประสงคตอหนวยงานสิทธิประโยชนเพื่อขออนุมัติและลงทะเบียนสถานพยาบาลแตละแหงเปนกรณีไป โดยมีการลงทะเบียนสถานพยาบาลกับหนวยงานสิทธิประโยชนหรือหนวยงานกลางที่ไดรับมอบหมาย2.2 สามารถตรวจหรือสงตรวจเพาะเชื้อรา candida และทดสอบความไวของเชื้อตอยาได3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษา3.1 เปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในอนุสาขากุมารเวชศาสตรโรคติดเชื้อ หรือ อนุสาขาอายุรศาสตรโรคติดเชื้อ ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 23.2 ในกรณีที่สถานพยาบาลในขอ 2 ไมมีแพทยตามขอที่ 3.1 ใหผูอำนวยการแตงตั้งแพทยที่มีความรูความชำนาญในการใชยาดังกลาว โดยสามารถรับคำปรึกษาจากแพทยผูเชี่ยวชาญตามขอ 3.1 หรือจากแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับอนุมัติโดยหนวยงานสิทธิประโยชน เพื่อใหการรักษาผูปวยในภาวะฉุกเฉินหรือรักษาตอเนื่องโดยมีหนังสือสงตัวจากแพทยผูเชี่ยวชาญ4. เกณฑอนุมัติการใชยา/เกณฑการวินิจฉัยโรคอนุมัติการใชยา Micafungin เปนยาทดแทนในการรักษา invasive candidiasis ดื้อยา Fluconazoleหรือ ไมสามารถใชยา Amphotericin B ไดครบทุกขอดังนี้4.1 ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)0†4.2 เปน invasive candidiasis โดยมีผลเพาะเชื้อจากเลือดหรือสิ่งสงตรวจจากตำแหนงปราศจากเชื้อ(sterile fluid, tissue) ขึ้นเชื้อ candida4.3 เขาเกณฑขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้4.3.1 ดื้อยา Fluconazole หมายถึง• มีผลทดสอบความไวของเชื้อ candida ยืนยันวาดื้อตอยา Fluconazole หรือ• มีความเสี่ยงสูงที่เชื้อจะดื้อยา Fluconazole ไดแก เปน non-albicans candida รวมกับมีประวัติใชยา กลุม Triazoles มากอนมากกวา 7 วันภายใน 3 เดือน หรือ†ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษาผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้น ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง(palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
175• ใหการรักษาดวยยา Fluconazole ไปแลวนาน 5 วัน และยังมีผลเพาะเชื้อในเลือดขึ้นเชื้อ candida อยู4.3.2 ไมสามารถใชยา Amphotericin B ได เนื่ องจากเกิดหรือเคยเกิดอาการไมพึงประสงคจากการใชยา Amphotericin B มีความรุนแรงระดับ 3 ขึ้ นไป1‡ และไมสามารถควบคุมดวยวิธีการอื่นๆ ได เชน eGFR< 60 mL/min (ทั้งนี้ตองไมใชผูปวยที่มีภาวะไตวายเรื้อรังที่ไดรับการทำ long term renal replacement therapy อยูเดิม) ผื่นแพยา4.4 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ตามที่กำหนด††5. ขนาดยาที่แนะนำ5.1 ขนาดยาที่แนะนำในผูใหญใหยา Micafungin 100 มิลลิกรัมหยดเขาเสนเลือดดำนานอยางนอย 1 ชั่วโมง ทุก 24 ชั่วโมงผูปวยตับแข็งไมจำเปนตองปรับขนาดยาในผูปวยโรคตับผูปวยโรคไตไมจำเปนตองปรับขนาดยาในผูปวยโรคไต5.2 ขนาดยาที่แนะนำในเด็กใหยา Micafungin 2 มิลลิกรัม/กิโลกรัม หยดเขาเสนเลือดดำนานอยางนอย 1 ชั่วโมงทุก 24 ชั่วโมง(ไมเกิน 100 มก.ตอวัน)หมายเหตุ: ขนาดยา Micafungin ในเด็กอาจปรับตามความเหมาะสมโดยแพทยผูเชี่ยวชาญ6. การประเมินระหวางการรักษา6.1 การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษา6.1.1 ประเมินอาการทางคลินิกโดยการตรวจรางกายเพื่อประเมินการตอบสนองตอการรักษา6.1.2 ประเมินการตอบสนองทางจุลชีววิทยา ในกรณี candidemia ควรเพาะเชื้ อจากเลือดอยางนอย 2 ครั้งตอสัปดาห จนกวาจะไดผลลบ ในกรณีติดเชื้อในอวัยวะอื่นๆ ใหเพาะเชื้อทุกครั้งที่มีการเจาะดูดสารคัดหลั่งหรือหนองจากตำแหนงที่มีการติดเชื้อ จนกวาจะไดผลลบ6.1.3 ประเมินการตอบสนองดวยภาพรังสี ถามีการติดเชื้อในอวัยวะภายในรางกาย เชน ฝหนองที่ตับ มาม ไต6.2 การประเมินดานความปลอดภัยการประเมินดานความปลอดภัย ใหใชการตรวจติดตามตามแนวทางของแตละหนวยงานสิทธิประโยชนกำหนด7. เกณฑการหยุดยา7.1 ผูปวยตอบสนองโดยสมบูรณ7.1.1 candidemia อาการทางคลินิกหายขาด และผลเพาะเชื้ อในเลือดเปนลบ โดยแนะนำใหใชยาอยางตอเนื่องเปนระยะเวลาอยางนอย 14 วันหลังผลเพาะเชื้อในเลือดเปนลบ7.1.2 กรณี deep organ infection ให ยาได จนกว าลั กษณะทางคลิ นิ กหายไป และรอยโรคในภาพรังสีหายไป หรือเหลือนอยที่สุดโดยทั่วไปประมาณ 4-12 สัปดาห‡ การประเมินระดับความรุนแรงของอาการไมพึงประสงค ควรพิจารณาตาม Division of AIDS Table for Grading the Severity of Adult andPediatric Adverse Events Version 1.0, December, 2004; Clarification August 2009†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
1767.2 ผูปวยเกิดอาการไมพึงประสงคความรุนแรงระดับ 3 ขึ้นไป3§ และไมสามารถควบคุมดวยวิธีการอื่น ๆ ได7.3 มีผลตรวจทางหองปฏิบัติการพบวาเชื้อไวตอยา Fluconazole7.4 ผูปวยเปลี่ยนสถานะเปน terminally ill§การประเมินระดับความรุนแรงของอาการไมพึงประสงค ควรพิจารณาตาม Division of AIDS Table for Grading the Severity of Adult andPediatric Adverse Events Version 1.0, December, 2004; Clarification August 2009
177แนวทางกำกับการใชยา Posaconazoleเงื่อนไข ใชสำหรับรักษา invasive mucormycosisในผูปวยที่ไมตอบสนองหรือไมทนตอยา Amphotericin B1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุ มั ติ การใช ยา Posaconazole จากหน วยงานสิ ทธิ ประโยชน หลั งการรั กษา (post-authorization) โดยใหมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล ที่สามารถสั่งใชยาไวกับหนวยงานสิทธิประโยชนไวกอน และลงทะเบียนผูปวยที่ใชยากับหนวยงานสิทธิประโยชนหลังการรักษา1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่จะใชยา Posaconazole กับผูปวย ระบบจะอนุโลมใหผูปวยไดรับยากอนการอนุมัติไดไมเกิน 14 วัน และแพทยผูสั่งใชยาควรสงแบบฟอรมการขออนุมัติ ตั้งแตวันที่เริ่มสั่งจายยา1.3 กรณีที่มีระบบการอนุมัติการใชยาของหนวยงานสิทธิประโยชน ระยะเวลาที่อนุมัติในการใชยาครั้งแรก14 วันและครั้งตอไป ทุก 14 วันสำหรับผูปวยใน และทุก 28 วันสำหรับผูปวยนอก1.4 กรณีที่ ยังไมมีระบบอนุมัติการใชยา Posaconazole ของหนวยงานสิทธิประโยชน อนุโลมใหผูอำนวยการสถานพยาบาลเปนผูอนุมัติการใชยาแทน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลเปนสถานพยาบาลที่มีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาโรคประจำตัวของผูปวย และ ปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษา3.1. เปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในอนุสาขาอายุรศาสตรโรคติดเชื้อ กุมารเวชศาสตรโรคติดเชื้อ ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 23.2. ในกรณีที่ไมมีแพทยตามขอ 3.1. ใหผูอำนวยการโรงพยาบาลแตงตั้งแพทยที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาสาขาอายุรศาสตร หรือสาขากุมารเวชศาสตร ที่มีความรูความชำนาญในการใชยาดังกลาวไมเกิน 2 คน4. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Posaconazole ในโรค invasive mucormycosis โดยมีเกณฑครบทุกขอดังนี้4.1. ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)†4.2. กรณีไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรค invasive mucormycosis ตามเกณฑขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้4.2.1. ตรวจพบเชื้อรา แบบ non-septate hyphae โดยการตรวจทางพยาธิวิทยาหรือทางเซลลวิทยาของสิ่งสงตรวจที่ไดจากการตัดชิ้นเนื้อหรือการเจาะดูดจากตำแหนงที่ปราศจากเชื้อ (sterilesite) หรือจากการเจาะดูดตำแหนงที่ติดเชื้อดวยวิธีการ aseptic technique4.2.2. เพาะเชื้อขึ้นเชื้อรา order Mucorales เชน Rhizopus spp, Mucor spp, Lichtheimia spp,Rhizomucor spp, Cunninghamella spp, Apophysomyces spp, Saksenaea spp,Cokeromyces spp, Syncephalastrum spp. จากสิ่งสงตรวจที่ไดจากการตัดชิ้นเนื้อหรือการเจาะดูดจากตำแหนงที่ปราศจากเชื้อ (sterile site) หรือจากการเจาะดูดตำแหนงที่ติดเชื้อดวยวิธีการ aseptic technique† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
1784.3. ไมตอบสนองหรือไมสามารถทนตอยา Amphotericin B ตามเกณฑขอใดขอหนึ่ง ดังนี้4.3.1. การดำเนินโรครุนแรงขึ้น ไดแก มีการลุกลามเขาเนื้อสมอง หรืออวัยวะขางเคียง หลังไดรับการรักษาดวยยา Amphotericin B ไปแลวอยางนอย 7 วัน4.3.2. กรณีเกิดพิษตอไต คือ CrCl นอยกวา 30 mL/min4.3.3. กรณีผลขางเคียงอื่นๆ ที่มีความรุนแรงระดับ 3 ขึ้นไป1* และไมสามารถควบคุมดวยการรักษาประคับประคอง4.4. มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่จะใชยากับผูปวย2††5. ขนาดยาที่แนะนำและวิธีการใหยา5.1 สำหรับการใหยาในผูใหญและเด็กอายุตั้งแต 13 ปขึ้นไป แนะนำใหใชยากิน- แบบเม็ดในขนาด 300 มิลลิกรัมวันละ 2 ครั้งวันแรก หลังจากนั้นใหในขนาด 300 มิลลิกรัมวันละครั้ง5.2 สำหรับการใหยาในเด็กอายุ 2-12 ปและน้ำหนักมากกวา 40 กก. แนะนำใหยาเม็ดในขนาดเดียวกับผูใหญ5.3 ผูปวยที่มีโรคตับทำงานผิดปกติ ในระดับ Child Pugh classes A-C ไมตองปรับขนาดยา5.4 ผูปวยที่มีการทำงานของไตผิดปกติ ไมตองปรับขนาดยาหมายเหตุ ขนาดยาอาจเปลี่ยนแปลงไดขึ้นกับการตอบสนองการรักษาและตามความเห็นของผูเชี่ยวชาญ6. การประเมินระหวางการรักษา6.1 การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษาใหประเมินผู ปวยภายใน 2 สัปดาหหลังไดรับยา เปรียบเทียบกับกอนใหยา Posaconazoleตามเกณฑขอใดขอหนึ่ง ดังนี้6.1.1 อาการทางคลินิก ขึ้นกับตำแหนงที่มีการติดเชื้อ เชน การติดเชื้อที่ปอด จะประเมินเรื่อง ไอเสมหะ การติดเชื้อที่ไซนัส จะประเมินเรื่องปวดบวมของโพรงไซนัส6.1.2 รอยโรคในภาพรังสี ขึ้นกับตำแหนงที่ติดเชื้อ (พรอมแนบหลักฐาน)6.2 การประเมินดานความปลอดภัยใหติดตามผลขางเคียงของ Posaconazole ที่พบบอย ไดแกผลขางเคียง พารามิเตอร ความรุนแรงระดับ 3 ความรุนแรงระดับ 4ตับ AST, ALT สูงกวาคาปกติตัวบน (uppernormal limit) 5-10 เทา สูงกวาคาปกติตัวบน (uppernormal limit) มากกวา 10 เทาTotalbilirubin สูงกวาคาปกติตัวบน (uppernormal limit) 2.6-5 เทา สูงกวาคาปกติตัวบน (uppernormal limit) มากกวา 5 เทาผิวหนัง ผื่นผิวหนัง มีผื่นทั่วตัว และ บริเวณใดบริเวณหนึ่งของรางกายมี (1) ตุมน้ำพองหรือ(2) แผลบริเวณเยื่อเมือก ผูปวยมีตุมน้ำพองกระจายหรือทั่วตัวหรือ Steven-Johnson syndromeหรือ toxic epidermal necrolysisเอกสารอางอิงDivision of Aids Table for Grading the Severity of Adult and Pediatric Adverse Events Version 1.0,December, 2004; Clarification August 2009* Common terminology criteria for adverse events (CTCAE) version 5.0. Myeloma Academy. (n.d.). Retrieved November 24, 2022,from https://academy.myeloma.org.uk/resources/common-terminology-criteria-for-adverse-events-ctcae-version-5-0/†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
1797. เกณฑการหยุดยาหลังจากผูปวยไดรับยาครบ 2 สัปดาหแลว สามารถขอใชยาตอเนื่องได ในกรณีที่อาการทางคลินิกดีขึ้นและ/หรือรอยโรคในภาพรังสีดีขึ้นแตยังไมสมบูรณ ตามเปาหมายใหหยุดยา Posaconazole เมื่อเปนไปตามเกณฑขอหนึ่งขอใด ดังนี้7.1 กรณีผูปวยตอบสนองตอการรักษาโดยสมบูรณ (อาการทางคลินิกหายไปและ/หรือรอยโรคหายไปหรือเหลือนอยที่สุด) โดยทั่วไปประมาณ 8-12 สัปดาห7.2 หลังใหยาไปแลว 28 วัน ผูปวยไมตอบสนองตอการรักษาซึ่งหมายถึงขอใดขอหนึ่งดังนี้7.2.1 อาการทางคลินิกรุนแรงมากขึ้น หรือภาพรังสีแสดงความผิดปกติมากขึ้นโดยไมสามารถอธิบายไดดวยสาเหตุอื่น หรือผลเพาะเชื้อสิ่งสงตรวจจากตำแหนงปราศจากเชื้อขึ้นเชื้อตอเนื่อง7.2.2 ทราบวาเชื้อดื้อตอยา Posaconazole จากผลเพาะเชื้อ7.3 สามารถใชยาตานเชื้อราชนิดอื่นในการรักษาไดผลไมแตกตางกันหรือดีกวา เชน ดูจากผลเพาะเชื้อ7.4 ไมใชโรคติดเชื้อใน order Mucorales7.5 มีผลขางเคียงจากยา Posaconazole ระดับ 3-47.6 สถานะโรคเดิมของผูปวยเปลี่ยนเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)8. ขอแนะนำเพิ่มเติม8.1 การรักษา rhinocerebral mucormycosis ผูปวยตองไดรับการผาตัดเอาเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อออกใหมากที่สุด ผูปวยตองไดรับการดูแลรักษารวมกันกับศัลยแพทยทางโสตศอ นาสิก8.2 การตรวจยอมพบสายเชื้อราใหมีการบันทึกผลวิธีการตรวจยอม ลักษณะของสายรา เปนหลักฐานในเวชระเบียนผูปวยโดยเปนรายงานจากหองปฏิบัติการของสถานพยาบาลหรือเปนการบันทึกในเวชระเบียนของแพทยที่มีคุณสมบัติในการสั่งใชยาตามขอ 38.3 ยา Posaconazole มีปฏิกิริยาตอกันระหวางยากับยาอื่นๆ ไดบอย ดังนั้นควรจะตรวจสอบขอมูลกอนการใชยา Posaconazole กับยาอื่นๆที่ผูปวยไดรับอยูหรือกำลังจะไดรับเสมอ เชนจาก https://www.drugs.com/drug_interactions.htmlตัวอยาง ยาที่มีหามใชรวม (contraindication) กับยา Posaconazole ไดแกPosaconazole เพิ่มระดับยาดังตอไปนี้ จนเกิดพิษจากยาไดSirolimus ระดับยาเพิ่มขึ้น 9 เทาเกิดพิษจากยาไดQuinidine, pimozide ระดับยาที่เพิ่มขึ้นอาจทำให QT prolongationHMG-coA reductase inhibitor ระดับยาที่เพิ่มขึ้นอาจทำใหเกิด rhabdomyolysis
180แนวทางการกำกับการใชยา Voriconazoleเงื่อนไข invasive aspergillosis และ invasive fungal infection จากเชื้อ Fusarium spp.,Scedosporium spp. (Pseudallescheria) และ Trichosporon spp.1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุมัติการใชยา Voriconazole ทั้งแบบยาฉีดและยากินจากหนวยงานสิทธิประโยชนหลังการรักษา(post-authorization) โดยใหมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาลที่สามารถสั่งใชยาไวกับหนวยงานสิทธิประโยชนไวกอน และลงทะเบียนผูปวยที่ใชยากับหนวยงานสิทธิประโยชนหลังการรักษา1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้ งที่ จะใชยา Voriconazole กับผู ปวย ระบบจะอนุโลมใหผูปวยไดรับยากอนการอนุมัติไดไมเกิน 14 วัน และแพทยผูสั่งใชยาควรสงแบบฟอรมการขออนุมัติตั้งแตวันที่เริ่มสั่งจายยากรณีที่มีระบบการอนุมัติการใชยาของหนวยงานสิทธิประโยชนระยะเวลาที่อนุมัติในการใชยาครั้งแรก 14 วันและครั้งตอไป ทุก 14 วันสำหรับผูปวยใน และทุก28 วันสำหรับผูปวยนอกทั้งยาฉีดและยากิน กรณีที่ยังไมมีระบบอนุมัติการใชยา Voriconazole ของหนวยงานสิทธิประโยชน อนุโลมใหผูอำนวยการสถานพยาบาลเปนผูอนุมัติการใชยาแทน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลเปนสถานพยาบาลที่มีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาโรคประจำตัวของผูปวย และ ปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษา3.1 เปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในอนุสาขาอายุรศาสตรโรคติดเชื้อ หรืออนุสาขาอายุรศาสตรโรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤติโรคระบบการหายใจ หรืออนุสาขากุมารเวชศาสตรโรคติดเชื้อ หรืออนุสาขากุมารเวชศาสตรโรคระบบการหายใจซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 23.2 ในกรณีที่ไมมีแพทยตามขอ 3.1 ใหผูอำนวยการโรงพยาบาลแตงตั้งแพทยที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาสาขาอายุรศาสตร หรือสาขากุมารเวชศาสตรที่มีความรูความชำนาญในการใชยาดังกลาวไมเกิน 2 คน4. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Voriconazole ในโรค invasive aspergillosis และ invasive fungal infection จากเชื้อFusarium spp., Scedosporium (Pseudallescheria) spp. หรือ Trichosporon spp. โดยมีเกณฑดังนี้4.1 ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)†4.2 กรณีไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรค invasive aspergillosis ตามเกณฑขอใดขอหนึ่ง ดังตอไปนี้4.2.1 ตรวจพบเชื้ อราแบบ dichotomous branching septate hyphae โดยการตรวจทางพยาธิวิทยาหรือทางเซลลวิทยาของสิ่งสงตรวจที่ไดจากการตัดชิ้นเนื้อหรือการเจาะดูดจากตำแหนงที่ปราศจากเชื้อ (sterile site) หรือจากการเจาะดูดตำแหนงที่ติดเชื้อดวยวิธีการaseptic technique (ดูหมายเหตุขอ 8.1)† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น (irreversible)ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
1814.2.2 เพาะเชื้อขึ้นเชื้อรา Aspergillus spp. จากสิ่งสงตรวจที่ไดจากการตัดชิ้นเนื้อหรือการเจาะดูดจากตำแหนงที่ปราศจากเชื้อ4.2.3 มีปจจัยเสี่ยงตอการเกิด invasive fungal infection (ดูหมายเหตุขอ 8.2) รวมกับอาการทางคลินิกที่เขาไดโดยความเห็นของแพทยผูเชี่ยวชาญรวมกับขอใดขอหนึ่ง ดังตอไปนี้1) ภาพ X-ray หรื อ CT scan หรื อ MRI ของปอดที่ มี ลั กษณะเข าได กั บ invasive pulmonaryaspergillosis ไดแก พบเปน cavity, wedged shaped infiltrate, tree in buds, nodule with halosign, air crescent sign รวมกับมีขอหามในการเจาะ ดูด หรือตัดชิ้นเนื้อ มาตรวจยอมและเพาะเชื้อ2) ตรวจพบ septate hyphae หรือเพาะเชื้อขึ้นเชื้อรา Aspergillus spp. จากสิ่งสงตรวจที่ เก็ บด วยวิธี aseptic technique ดั งต อไปนี้ ได แก เสมหะจาก endotrachealaspirate, น้ำ bronchoalveolar lavage (BAL), สิ่งสงตรวจจาก sinus aspirate หรือfiberoptic endoscopy (ดูหมายเหตุขอ 8.1)3) ผลตรวจ galactomannan ของเลือดใหผลบวก (> 0.5) หรือ น้ำ BAL ใหผลบวก (>0.7)4.3 กรณีไดรับการวินิจฉัยวาเปน invasive fungal infection จากเชื้อ Fusarium spp., Scedosporium(Pseudallescheria) spp. หรือ Trichosporon spp. (ดูหมายเหตุขอ 8.1) ตามเกณฑขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้4.3.1 ตรวจพบสายรา septate hyphae และมีการทำลายเนื้ อเยื่ อรวมดวยจากการตรวจทางพยาธิวิทยาหรือทางเซลลวิทยาของสิ่งสงตรวจที่ไดจากการตัดชิ้นเนื้อ หรือพบสายราจากการตรวจยอมสิ่งสงตรวจที่ไดจากการเจาะดูดจากตำแหนงที่ปราศจากเชื้อ (sterile site) หรือจากการเจาะดูดตำแหนงที่ติดเชื้อดวยวิธีการ aseptic technique และเพาะเชื้อขึ้น Fusariumspp., Scedosporium (Pseudallescheria) spp. หรือ Trichosporon spp.4.3.2 เพาะเชื้อขึ้น Fusarium spp., Scedosporium (Pseudallescheria) spp. หรือ Trichosporon spp.จากเลือด4.4 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่จะใชยากับผูปวย††1‡5. ขนาดยาที่แนะนำและวิธีการใหยา5.1 ใหใชยาฉีดเฉพาะกรณีที่ผูปวยไมสามารถกินหรือรับยาเขาทางเดินอาหารได โดยใน 24 ชั่วโมงแรกแนะนำใหใชยาในขนาด 6 มิลลิกรัมตอกิโลกรัม ทุก 12 ชั่วโมง หลังจากนั้นใหในขนาด 4 มิลลิกรัมตอกิโลกรัมทุก 12 ชั่วโมง เมื่อสามารถเปลี่ยนเปนยากินได จะตองเปลี่ยนใหเร็วที่สุด5.2 ใหยา Voriconazole ทางปากในขนาด 200 มิลลิกรัม ทุก 12 ชั่วโมง ในกรณีที่ใหยากินแตแรกโดยไมใหยาฉีดกอน แนะนำใหขนาด 400 มิลลิกรัม ทุก 12 ชั่วโมงในวันแรก แลวตามดวย 200 มิลลิกรัมทุก 12 ชั่วโมงในวันถัดไป ผูปวยที่น้ำหนักตัวนอยกวา 40 กิโลกรัม ใหลดขนาดเหลือ 100 มิลลิกรัมทุก 12 ชั่วโมง5.3 สำหรับการใหยาในเด็ก ในเด็กอายุ 2 – 11 ป แนะนำใหขนาด 9 มิลลิกรัม/กิโลกรัม (ไมเกิน 350มิลลิกรัม) ทุก 12 ชั่วโมง ในเด็กอายุตั้งแต 12 ปขึ้นไป ใหใชขนาดยาเดียวกันกับผูใหญ5.4 ผูปวยที่มีโรคตับทำงานผิดปกติ ในระดับ Child Pugh class A-B ไมตองปรับขนาดยา loading doseแตควรลดขนาดยา maintenance dose ลงครึ่งหนึ่ง ไมแนะนำใหใชยานี้ในผูปวยโรคตับ ChildPugh class C เนื่องจากไมมีขอมูล†† ‡โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
1825.5 ผูปวยที่มีการทำงานของไตผิดปกติ และคา creatinine clearance < 50 มิลลิลิตร/นาที ใหหลีกเลี่ยงการใชยา Voriconazole แบบฉีด เนื่องจากมีการสะสมของ Cyclodextrin ที่อาจมีพิษตอเซลลตับแนะนำใหใชเปนรูปกินแทน5.6 อาจมีการปรับขนาดยา Voriconazole ตามระดับยาที่วัดได ตามความเหมาะสม6. การประเมินระหวางการรักษา6.1 การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษาใหประเมินผูปวยภายใน 2 สัปดาหหลังไดรับยาเปรียบเทียบกับกอนใหยา Voriconazole ตามเกณฑขอใดขอหนึ่ง ดังนี้6.1.1 อาการทางคลินิกขึ้นกับตำแหนงที่มีการติดเชื้อ เชน การติดเชื้อที่ปอดจะประเมินเรื่อง ไอเสมหะ การติดเชื้อที่ไซนัสจะประเมินเรื่องปวดบวมของโพรงไซนัส6.1.2 รอยโรคในภาพรังสีขึ้นกับตำแหนงที่ติดเชื้อ (พรอมแนบหลักฐาน)6.2 การประเมินดานความปลอดภัยใหติดตามอาการไมพึงประสงค ของ Voriconazole ที่พบบอย ไดแกอาการไมพึงประสงค พารามิเตอร ความรุนแรงระดับ 3 ความรุนแรงระดับ 4ตับ AST, ALT สูงกวาคาปกติตัวบน(upper normal limit)5-10 เทา สูงกวาคาปกติตัวบน(upper normal limit)มากกวา 10 เทาTotalbilirubin สูงกวาคาปกติตัวบน(upper normal limit)2.6-5 เทา สูงกวาคาปกติตัวบน(upper normal limit)มากกวา 5 เทาการมองเห็น การมองเห็น การมองเห็นภาพหรือสีผิดปกติจนรบกวนการดำรงชีวิตประจำวันผิวหนัง ผื่นผิวหนัง มีผื่นทั่วตัว และ บริเวณใดบริเวณหนึ่งของรางกายมี (1) ตุ มน้ำพอง หรือ(2) แผลบริเวณเยื่อเมือก ผูปวยมีตุมน้ำพองกระจายหรือทั่วตัวห รื อ Steven-Johnson syndromeหรือ toxic epidermal necrolysisเอกสา รอ า งอิ ง Division of Aids Table for Grading the Severity of Adult and Pediatric Adverse Events Version 1.0, December,2004; Clarification August 20097. เกณฑการหยุดยาหลังจากผูปวยไดรับยาครบ 2 สัปดาหแลว สามารถขอใชยาตอเนื่องไดในกรณีที่อาการทางคลินิกดีขึ้น และ/หรือรอยโรคในภาพรังสีดีขึ้ นแตยังไมสมบูรณตามเปาหมาย ใหหยุดยา Voriconazole เมื่ อเปนไปตามเกณฑขอหนึ่งขอใด ดังนี้7.1 กรณีผูปวยตอบสนองตอการรักษาโดยสมบูรณ (อาการทางคลินิกหายไปและ/หรือรอยโรคหายไปหรือเหลือนอยที่สุด) โดยทั่วไปประมาณ 4-12 สัปดาห7.2 หลังใหยาไปแลว 14 วัน ผูปวยไมตอบสนองตอการรักษาซึ่งหมายถึงขอใดขอหนึ่ง ดังนี้7.2.1 อาการทางคลินิกรุนแรงมากขึ้น หรือภาพรังสีแสดงความผิดปกติมากขึ้นโดยไมสามารถอธิบายไดดวยสาเหตุอื่น หรือผลเพาะเชื้อในเลือดหรือสิ่งสงตรวจจากตำแหนงปราศจากเชื้อขึ้นเชื้อตอเนื่อง7.2.2 ทราบวาเชื้อดื้อตอยา Voriconazole จากผลเพาะเชื้อ และมีอาการทางคลินิกรุนแรงมากขึ้น
1837.3 ในกรณีวินิจฉัยโดยภาพรังสีปอดอยางเดียวและผลการตรวจ galactomannan เปนลบ7.3.1 ถาไมมีผลการตรวจ CT scan หรือ MRI ของปอด อนุญาตใหยาไดไมเกิน 2 สัปดาห7.3.2 ถามีผลการตรวจ CT หรือ MRI ของปอดที่มีลักษณะเขาไดกับ invasive aspergillosis (ไดแกพบเปน cavity, wedged shaped infiltrate, tree in buds, nodule with halo sign, aircrescent sign) อนุญาตใหยาไดตอเนื่อง7.4 สามารถใชยาตานเชื้อราชนิดอื่นในการรักษาไดผลไมแตกตางกันหรือดีกวา เชน ดูจากผลเพาะเชื้อ7.5 ไมใชโรคติดเชื้อจาก Aspergillus spp., Fusarium spp., Scedosporium (Pseudallescheria) spp.หรือ Trichosporon spp.7.6 มีอาการไมพึงประสงค จากยา Voriconazole ความรุนแรงระดับ 3-47.7 สถานะโรคเดิมของผูปวยเปลี่ยนเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)8. ขอแนะนำเพิ่มเติม8.1 การตรวจยอมพบสายเชื้อราใหมีการบันทึกผลวิธีการตรวจยอมลักษณะของสายราเปนหลักฐานในเวชระเบียนผูปวยโดยเปนรายงานจากหองปฏิบัติการของสถานพยาบาล หรือเปนการบันทึกในเวชระเบียนของแพทยที่มีคุณสมบัติในการสั่งใชยาตามขอ 38.2 ปจจัยเสี่ยงตอการเกิด invasive aspergillosis ไดแก• มี absolute neutrophil count < 500/mm3 นานกวา 10 วัน นับจนถึงวันที่เริ่มเกิดโรคจากเชื้อรานั้น หรือ• ไดรับการปลูกถายไขกระดูกแบบ allogeneic หรือ• ได Prednisolone มากกวา 0.3 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน หรือยาสเตียรอยดอื่น ๆ ในขนาดเทียบเทา (equivalent dose) ติดตอกันมานานกวา 3 สัปดาห หรือ• ไดยากดภูมิคุมกันอื่น (เชน Cyclosporine, Alemtuzumab) ในชวง 90 วันที่ผานมา หรือ• มีโรคภูมิคุมกันบกพรองแตกำเนิดอยางรุนแรง8.3 ในผูปวยมะเร็งที่ยังตองไดยาเคมีบำบัดเปนระยะ และหยุดยา Voriconazole เมื่อหมดขอบงชี้ไปแลวไมใหใช Voriconazole เปน secondary prophylaxis จนกวาจะมีขอบงชี้ในการรักษา8.4 ปฏิกิริยาตอกันของยา Voriconazole ตอยาอื่นที่สำคัญไดแก8.4.1 ยาตอไปนี้หามใช (contraindicated) รวมกับ Voriconazole:Terfenadine Pimozide Rifampin Long-acting barbituratesAstemizole Quinidine Rifabutin Ergot alkaloidsCisapride Sirolimus Carbamazepine8.4.2 Phenytoin จะเร งการทำลายยา Voriconazole ที่ ตั บ แนะนำให เพิ่ มขนาดยาฉีดVoriconazole เปน 5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ทุก 12 ชั่วโมง และขนาดยากินเปน 400 มิลลิกรัมทุก 12 ชั่วโมง และวัดระดับยา Phenytoin8.4.3 Voriconazole ยับยั้งการเผาผลาญยาดังตอไปนี้ จึงแนะนำใหลดขนาดยาดังกลาวลงยาTacrolimusCyclosporineOmeprazole*Lansoprazole* คำแนะนำลดขนาดยา Tacrolimus ลงหนึ่งในสามและติดตามวัดระดับยาลดขนาดยา Cyclosporine ลงครึ่งหนึ่งและติดตามวัดระดับยาลดขนาดยา Omeprazole ลงครึ่งหนึ่งและติดตามวัดระดับยายังไมมีขอมูลการปรับขนาดยา
1848.4.4 ยาตอไปนี้ อาจตองลดขนาดยาเมื่ อใชรวมกับ Voriconazole เนื่ องจากมีความเสี่ ยงตอการเกิดปฏิกิริยาตอกัน ตัวอยางเชน• Warfarin*• Statins**• Benzodiazepines• Calcium Channel Blockers **• HIV protease inhibitors บางชนิด **หมายเหตุ * หมายถึง มีการศึกษาทางคลินิก** หมายถึง ผลในหองทดลองบงชี้นาจะมีปฏิกิริยาตอกัน
185แนวทางกำกับการใชยา Sofosbuvir + Velpatasvir และ ribavirinเงื่อนไขโรคไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังทุกสายพันธุ ทั้งในผูปวยที่มีหรือไมมีการติดเชื้อ HIV รวมดวย1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุมัติการใชยา Sofosbuvir + Velpatasvir และ/หรือ Ribavirin จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization) ทุกครั้ง โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษา กับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ในครั้งแรกที่ใชยากับผูปวย0†2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลสถานพยาบาลที่มีการใชยานี้ตองเปนสถานพยาบาลที่มีความพรอมในการวินิจฉัยและรักษาโรค คือ2.1 เปนสถานพยาบาลที่มีแพทยผูรักษาตามคุณสมบัติตามขอ 3 หรือสามารถปรึกษาและสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย ดั งกล าว โดยให สถานพยาบาลนั้ นแจ งความประสงค ต อหน วยงานสิทธิประโยชนเพื่อขออนุมัติและลงทะเบียนสถานพยาบาลแตละแหงเปนกรณีไป โดยมีการลงทะเบียนสถานพยาบาลกับหนวยงานสิทธิประโยชนหรือหนวยงานกลางที่ไดรับมอบหมาย2.2 สามารถตรวจหรือสงตรวจ HCV qualitative เชน HCV PCR, HCV core antigen หรือ HCV quantitativeเชน HCV RNA เปนตนได2.3 สามารถตรวจเลื อดเพื่ อนำไปคำนวณในระบบต าง ๆ ได แก FIB-4 score หรื อ APRI scoreที่ใชประเมินความรุนแรงของพังผืดตับ2.4 ในกรณีผูปวยติดเชื้อ HIV ตองสามารถตรวจหรือสงตรวจ HIV RNA และ CD4 ไดโดยมีแพทยรวมดูแลรักษาโรคติดเชื้อ HIV3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษา3.1 เปนอายุรแพทยที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาระบบทางเดินอาหาร หรือ3.2 เปนอายุรแพทยทั่วไปที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภา โดยไดรับการรับรองจากผูอำนวยการโรงพยาบาล หรือ3.3 แพทยที่ ไดรับการอบรมการรักษาโรคติดเชื้ อไวรัสตับอักเสบซีเรื้ อรังโดยหนวยงานของรัฐ/ราชวิทยาลัย/สมาคม/ชมรมทางวิชาชีพที่เกี่ยวของ ในกรณีที่ผูปวยเปนตับแข็งควรสงตอแพทยตามขอ3.1 และ 3.24. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Sofosbuvir + Velpatasvir ในขอบงใชรักษาโรคไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังทุก genotypeและใชรวมกับ Ribavirin ในผูปวยตับแข็ง ที่มีคา Model For End-Stage Liver Disease (MELD) scoreไมเกิน 18 ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง ทั้งในผูปวยที่มีหรือไมมีการติดเชื้อ HIV รวมดวยโดยมีเกณฑครบทุกขอตามขอกำหนดดังตอไปนี้4.1 ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)1‡† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)‡ปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษาผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้น ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง(palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
1864.2 มี Eastern Co-operation Oncology Group (ECOG) performance status ตั้งแต 0 ถึง 14.3 ผูปวยโรคไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังที่สมควรไดรับการรักษา ตองมีคุณสมบัติทุกขอตอไปนี้4.3.1 ผูปวยเปนโรคไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังที่ไมเคยไดรับการรักษา หรือเคยไดรับการรักษาดวยpeginterferon alfa (ชนิด 2a หรือ 2b) รวมกับ Ribavirin แตไมตอบสนองตอการรักษาหรือไมสามารถทนผลขางเคียงของยาได หรือเคยไดรับการรักษาแลวกลับมาติดเชื้อใหม4.3.2 มีความเขาใจและพรอมที่จะรับการรักษา4.3.3 มีอายุตั้งแต 18 ป ขึ้นไป4.3.4 ตรวจพบ HCV RNA ในเลือดดวยวิธี HCV qualitative เชน HCV PCR, HCV core antigenหรือ HCV quantitative เชน HCV RNA เปนตน4.3.5 ผูปวยมีคา eGFR มากกวาหรือเทากับ 30 มิลลิลิตรตอนาที4.4 กรณีผูปวยตับแข็ง มีคา MELD score ไมเกิน 184.5 ในกรณีที่ผูปวยมีโรครวม สามารถใชยารักษาไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังได ดังกรณีตอไปนี้4.5.1 ผูปวยติดเชื้อ HIV ที่ไมมีโรคติดเชื้อฉวยโอกาสในขณะนั้น4.5.2 ผูปวยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง (HBV infection) ตองไดรับการรักษา HBV infectionควบคูกันดวย4.5.3 ผูปวยโรคมะเร็ง โดยผูปวยตองผานการรักษาและพบวาหายขาด และมีระยะเวลาปลอดโรคเกินกวา 6 เดือน2§4.6 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ตามที่กำหนด††3**5. ขอหามในการรักษา5.1 ตั้งครรภหรือไมเต็มใจที่จะยินยอมในการคุมกำเนิด5.2 มีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมรักษาไมไดดี เชน ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันถุงลมโปงพอง โรคไทรอยดเปนพิษ และ HIV ที่ยังมีการติดเชื้อฉวยโอกาสอยู5.3 ผูปวยที่อยูระหวางการใหยาเคมีบำบัด6. สูตรการรักษาและขนาดยาที่แนะนำ ทั้งในผูปวยที่มีหรือไมมีการติดเชื้อ HIV รวมดวยระยะเวลาการรักษาใหนาน 12 สัปดาห6.1 กรณีไมมีตับแข็งSofosbuvir 400 มิลลิกรัม + Velpatasvir 100 มิลลิกรัม รับประทานยาวันละ 1 เม็ด6.2 กรณีมีตับแข็ง รวมกับ MELD score ไมเกิน 18Sofosbuvir 400 มิลลิกรัม + Velpatasvir 100 มิลลิกรัม รับประทานยาวันละ 1 เม็ด รวมกับRibavirin วันละ 2 ครั้งหมายเหตุ1) แนะนำขนาดยารับประทาน Ribavirin ดังนี้- ไมเกิน 1,000 มิลลิกรัม ตอวัน แบงใหวันละ 2 ครั้ง สำหรับผูปวยที่มีน้ำหนักนอยกวา 75 กิโลกรัม- 1,200 มิลลิกรัม ตอวัน แบงใหวันละ 2 ครั้ง สำหรับผูปวยที่มีน้ำหนักตั้งแต 75 กิโลกรัมขึ้นไป§ ปลอดโรค หรือ complete remission เกินกวา 6 เดือน คือ ตองตรวจไมพบรอยโรคเดิม รอยโรคใหมและการกระจายของโรคไปยังตำแหนงอื่นโดยชัดแจง และไมมีขอสงสัยในการวินิจฉัย††**โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
1872) เนื่องจากยาในกลุ ม direct acting antivirals (DAAs) อาจเกิดอันตรกิริยากับยาในกลุ มอื่น ๆ ไดควรตรวจสอบขอมูลกอนการใชยา โดยเฉพาะกลุมผูปวยติดเชื้อHIV-HCV coinfection ทั้งนี้ หากตรวจสอบแลวพบวายาตานไวรัสของผูปวยติดเชื้อเอชไอวีที่ใชอยูเดิมอาจเกิดอันตรกิริยากับยานี้ ใหปรึกษาแพทยผูเชี่ยวชาญสาขาโรคติดเชื้อกอนเริ่มการรักษาอยางนอย 1 เดือน7. เกณฑการหยุดยา7.1 ระยะเวลาของการรักษาไดรับการรักษาครบ 12 สัปดาห7.2 โรครวมเดิมที่เปนอยูกำเริบมากขึ้นจนไมสามารถควบคุมไดหมายเหตุ1) ผู ปวยที่ ไดรับการวินิจฉัยวาเปนตับแข็ง ควรแนะนำใหสงตอเพื่ อพบอายุรแพทยโรคระบบทางเดินอาหารเพื่อติดตามการรักษาและเฝาระวังการเกิดมะเร็งตับหลังการรักษาไวรัสตับอักเสบซี2) ก อนเริ่ มการรั กษาตองตรวจสอบอั นตรกิ ริ ยากั บยาที่ ผู ป วยใช ร วมอยู (สามารถตรวจสอบผานแอปพลิเคชัน เชน liverpool HEP iChart เปนตน)8. การประเมินผลการรักษาใหประเมินผลการรักษาดวยการตรวจ HCV RNA ดวยวิธี quantitative HCV ที่ 12 สัปดาหหลังหยุดการรักษา
188แนวทางกำกับการใชยา Octreotide ชนิดออกฤทธิ์นานเงื่อนไข โรคเนื้องอกตอมใตสมองที่ผลิตไทโรโทรปน(Thyrotropin (TSH) secreting pituitary adenoma)1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุมัติการใชยา Octreotide ชนิดออกฤทธิ์ นาน จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา(pre-authorization) โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ในครั้งแรกที่ใชยา และทุก ๆ 3 เดือน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล2.1 เปนสถานพยาบาลที่มีคุณสมบัติในการดูแลผูปวย ดังนี้• สามารถตรวจหรือสงตรวจฮอรโมนของตอมใตสมอง• สามารถตรวจหรือสงตรวจเอ็กซเรยดวยระบบคอมพิวเตอร (CT scan) หรือ เอ็มอารไอตอมใตสมอง (MRI pituitary)รวมทั้งมีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3.2.2 มีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภา ในสาขาอายุรศาสตรตอมไรทอและเมตะบอลิสม หรือสาขากุมารเวชศาสตรตอมไรทอและเมตะบอลิสม4. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Octreotide ชนิดออกฤทธิ์นาน ในผูปวย TSH secreting pituitary adenoma โดยมีเกณฑครบทั้ง 6 ขอ (4.1 - 4.6) ดังนี้4.1 ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) 0†4.2 ผูปวยไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรค TSH secreting pituitary adenoma โดยมีผลการตรวจครบ 3 ขอดังตอไปนี้4.2.1 มีอาการทางคลินิกที่เขากันไดกับโรค TSH secreting pituitary adenoma เชน เหนื่อยงายใจสั่น น้ำหนักลด ปวดศีรษะ หรือแพทยผูทำการรักษาสงสัยวาจะเปนโรค TSH secretingpituitary adenoma4.2.2 มีระดับ TSH และ free T4 หรือ free T3/Total T3 สูงกวาปกติ โดยที่มีการยืนยันโดยแพทยผู เชี่ ยวชาญวาไมมีภาวะ thyroid hormone resistance และ thyroid hormone / TSHantibody interference4.2.3 พบเนื้องอกตอมใตสมอง จากการตรวจทางรังสีดวยวิธี magnetic resonance imaging (MRI)หรือ เอกซเรยดวยระบบคอมพิวเตอร (CT scan)† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
1894.3 ผูปวยยินยอมเขารับการผาตัด4.4 ผูปวยมีอาการของโรค TSH secreting pituitary adenoma โดยมีขอบงชี้ที่ตองใชยาดังนี้4.4.1 การใหยากอนการผาตัดเพื่อใหฮอรโมนไทรอยดเขาสูภาวะปกติกอนการผาตัด รวมกับกรณีที่กอนไมสามารถผาออกไดหมด เชน มีการลามเขา cavernous sinus โดยมีระยะการใหยาจนกวาจะไดรับการผาตัด (ผูปวยตองเขารับการผาตัดเมื่อควบคุมอาการได และไดรับยาเปนระยะเวลาไมเกิน 3 เดือน) หรือ4.4.2 การใหยาระหวางรอการตอบสนองตอการรักษาดวยการฉายแสงหลังผาตัดในกรณีที่กอนไมสามารถผาตัดออกไดหมด หรือ ผูปวยไดรับการฉายแสงเพียงอยางเดียวเนื่องจากไมสามารถผาตัดได (โดยไดรับยาเปนระยะเวลาไมเกิน 18 เดือน)4.5 ผูปวยมีผลการตรวจระดับฮอรโมนขอใดขอหนึ่ง ดังตอไปนี้4.5.1 กรณีกอนผาตัด มีระดับ TSH และ free T4 หรือ free T3/Total T3 สูงกวาปกติ4.5.2 กรณีหลังผาตัด มีระดับ TSH และ free T4 หรือ free T3/Total T3 สูงกวาปกติที่ 4 สัปดาหหลังผาตัด4.6 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ตามที่กำหนด1†5. ขนาดยาและวิธีการใหยา5.1 แนะนำใหเริ่มการรักษาดวย Octreotide ชนิดออกฤทธิ์นาน ในขนาด 20 มิลลิกรัม ฉีดเขากลามเนื้อสะโพก (deep IM injection) ทุก 4 สัปดาห5.2 การปรับขนาดยาควรประเมินจากอาการทางคลินิกและระดับ TSH และ free T4 และ free T3/totalT3 ในกรณีผูปวยไมสามารถควบคุมอาการทางคลินิกและมีคาฮอรโมนผิดปกติ หลังเริ่มใชยา Octreotideชนิดออกฤทธิ์นาน ไปแลว 4 สัปดาห อาจพิจารณาเพิ่มขนาดยาเปน 30-40 มิลลิกรัม ทุก 4 สัปดาห(ขนาดยาสูงสุดคือ 40 มิลลิกรัม ทุก 4 สัปดาห)6. การประเมินระหวางการรักษา6.1 การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษา6.1.1 ประเมินอาการทางคลินิก เชน เหนื่อยงาย ใจสั่น น้ำหนักลด ปวดศีรษะ6.1.2 ตรวจวัดระดับ TSH และ free T4 และ free T3/total T3 ทุก 1 เดือน6.1.3 ตรวจ MRI pituitary ที่ 3 - 6 เดือน หลังการผาตัด6.2 การประเมินดานความปลอดภัย6.2.1 ติดตามอาการแพยาที่อาจเกิดขึ้นในผูปวย6.2.2 ติดตามอาการไมพึงประสงคจากการใชยา Octreotide ชนิดออกฤทธิ์นาน เชน ระดับน้ำตาลในเลือด และนิ่วในถุงน้ำดี พิจารณาสงตรวจอัลตราซาวดถุงน้ำดี เมื่อผูปวยมีอาการทางคลินิก7. เกณฑการหยุดยาใหหยุดยาเมื่อตรวจพบขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้7.1 กรณีที่ใหยากอนการผาตัดเพื่อควบคุมอาการของฮอรโมนไทรอยดที่สูงกวาปกติ และ/หรือ เพื่อลดขนาดของเนื้องอก พิจารณาหยุดยาเมื่อตรวจพบ ระดับ TSH, free T4, free T3/total T3 อยูในเกณฑปกติ หรือใหยาครบ 3 เดือน (เวนแตการนัดผาตัดนั้นไมสามารถกระทำได ใหใชยาตอจนถึงวันผาตัด แตทั้งนี้ตองไมเกิน 6 เดือน นับแตเริ่มใชยา)†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
1907.2 กรณีที่ใหยาหลังการผาตัดและรอผลการรักษาดวยการฉายแสง พิจารณาหยุดยาเมื่อตรวจพบ ระดับTSH, free T4, free T3/total T3 อยูในเกณฑปกติ และสามารถกลับมาเริ่มการรักษาใหมไดถาระดับฮอรโมนเริ่มมีความผิดปกติอีกครั้งหลังหยุดยา ระยะเวลาการใชยาในกรณีนี้คือ ไมเกิน 18 เดือน7.3 สถานะของผูปวยเปลี่ยนเปน terminally ill7.4 ผู ปวยเกิดอาการขางเคียงจากการใชยาOctreotide ชนิดออกฤทธิ์ นานจนไมสามารถใชยาOctreotide ชนิดออกฤทธิ์นานตอได7.5 ผูปวยปฏิเสธการผาตัด
191แนวทางการกำกับการใชยา Octreotide ชนิดออกฤทธิ์นานขอบงใชโรคอะโครเมกาลี (acromegaly)1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุมัติการใชยา Octreotide ชนิดออกฤทธิ์นาน จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา(pre-authorization) โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ในครั้งแรกที่ใชยา และทุกๆ 12 เดือน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล2.1 เปนสถานพยาบาลที่มีคุณสมบัติในการดูแลผูปวย acromegaly ที่สำคัญ ไดแก สามารถตรวจหรือสงตรวจระดับ IGF-1, ทำการทดสอบความทนกลูโคส (75 g oral glucose tolerance test: 75 gOGTT), สามารถตรวจหรือสงตรวจฮอรโมนของตอมใตสมองอื่น ๆ และสามารถตรวจหรือสงตรวจเอ็กซเรยดวยระบบคอมพิวเตอร (CT scan) หรือ เอ็มอารไอตอมใตสมอง (MRI pituitary) รวมทั้งมีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 32.2 มีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของบุคลากรทางการแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภา ในสาขาอายุรศาสตรตอมไรทอและเมตะบอลิสม4. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Octreotide ชนิดออกฤทธิ์นาน ในผูปวย acromegaly โดยมีเกณฑครบทั้ง 4 ขอ (4.1 - 4.4)ดังนี้4.1 ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †4.2 ผูปวยไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรค acromegaly โดยมีผลการตรวจครบ 4 ขอดังตอไปนี้4.2.1 มีอาการทางคลินิกที่เขากันไดกับโรค acromegaly4.2.2 มีระดับ IGF -1 สูงกวาคาปกติเมื่อเทียบกับอายุและเพศเดียวกัน4.2.3 มีระดับต่ำสุดของ growth hormone (GH) มากกวาหรือเทากับ 1 นาโนกรัมตอมิลลิลิ ตรในขณะทำ 75 g OGTT4.2.4 พบเนื้องอกตอมใตสมอง จากการตรวจทางรังสีดวยวิธี magnetic resonance imaging (MRI)หรือ เอ็กซเรยดวยระบบคอมพิวเตอร (CT scan)4.3 ผูปวยไดรับการรักษาดวยวิธีใดวิธีหนึ่งดังตอไปนี้4.3.1 ผูปวยไดรับการผาตัดและไดรับการฉายแสง หรือ4.3.2 ผูปวยไดรับการผาตัดแตมีขอหามในการฉายแสง หรือ4.3.3 ผูปวยไดรับการฉายแสงเพียงอยางเดียวเนื่องจากไมสามารถผาตัดได† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
1924.4 ผูปวยมีผลการตรวจระดับฮอรโมนขอใดขอหนึ่ง ดังตอไปนี้4.4.1 ที่ 12 สัปดาหหลังรักษาตามขอ 4.3 พบระดับฮอรโมน IGF-1 สูงกวาคาปกติเมื่อเทียบกับอายุและเพศเดียวกัน และมีระดับต่ำสุดของ GH มากกวาหรือเทากับ 1 นาโนกรัมตอมิลลิลิตรในขณะทำ 75 gOGTT4.4.2 ที่ 12 สัปดาหหลังรักษาตามขอ 4.3 พบระดับฮอรโมน IGF-1 สูงกวาคาปกติ แตระดับต่ำสุดของ GH นอยกวา 1 นาโนกรัมตอมิลลิลิตรในขณะทำ 75 g OGTT ใหตรวจ IGF-1 ซ้ำที่ 24 สัปดาหหลังการผาตัด ถาระดับของ IGF-1 เมื่อตรวจซ้ำแลว มีคามากกวาหรือเทากับ2 เทาของคาปกติเมื่อเทียบกับอายุและเพศเดียวกัน สามารถพิจารณาใหยาได4.5 มีขอหามทางคลินิกที่ทำใหไมสามารถทำการผาตัดซ้ำได5. ขนาดยาที่แนะนำและวิธีการใหยา5.1 แนะนำใหเริ่มการรักษาดวย Octreotide ชนิดออกฤทธิ์นาน ในขนาด 20 มิลลิกรัม ฉีดเขากลามเนื้อสะโพก (deep IM injection) ทุก 4 สัปดาห5.2 การปรับขนาดยาควรประเมินจากอาการทางคลินิกและระดับ GH และ IGF-1 ในกรณีผู ปวยไม สามารถควบคุมอาการทางคลินิกและมี คา random GH และ IGF-1 ผิ ดปกติ หลั งเริ่ มใชยา Octreotide ชนิดออกฤทธิ์นาน ไปแลว 3 เดือน อาจพิจารณาเพิ่มขนาดยาเปน 30-40 มิลลิกรัมทุก 4 สัปดาห (ขนาดยาสูงสุดคือ 40 มิลลิกรัม ทุก 4 สัปดาห)6. การประเมินระหวางการรักษา6.1 การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษา6.1.1 ประเมินอาการทางคลินิก6.1.2 ตรวจวัดระดับ IGF-1 ทุก 3-6 เดือน6.1.3 ตรวจระดับ random GH ทุก 3-6 เดือน6.1.4 ตรวจ MRI pituitary ทุก 6 เดือน ถึง 1 ป ตามอาการทางคลินิก6.2 การประเมินดานความปลอดภัย6.2.1 ติดตามอาการแพยาที่อาจเกิดขึ้นในผูปวย6.2.2 ติดตามอาการไมพึงประสงคจากการใชยา Octreotide ชนิดออกฤทธิ์นาน เชน ระดับน้ำตาลในเลือด และนิ่วในถุงน้ำดี พิจารณาสงตรวจอัลตราซาวดถุงน้ำดี เมื่อผูปวยมีอาการทางคลินิก7. เกณฑการหยุดยา7.1 กรณีที่สามารถควบคุมโรคได พิจารณาหยุดยาเมื่อตรวจพบ ระดับ IGF-1 อยูในเกณฑปกติเมื่อเทียบกับอายุและเพศเดียวกัน และระดับ random GH นอยกวา 1 นาโนกรัมตอมิลลิลิตร หลังการใชยาตอเนื่องเปนระยะเวลาอยางนอย 6 -12 เดือน7.2 กรณีที่ไมตอบสนองตอการรักษา พิจารณาหยุดยาเมื่อติดตามการรักษาที่ 1 ป แพทยผูรักษาพิจารณาแลววาอาการทางคลินิกไมดีขึ้น และระดับ IGF-1 ลดลงนอยกวารอยละ 20 เมื่อเทียบกับระดับกอนการรักษา7.3 สถานะของผูปวยเปลี่ยนเปน terminally ill7.4 ผู ป วยเกิ ดอาการข างเคี ยงจากการใช ยาOctreotide ชนิ ดออกฤทธิ์ นานจนไม สามารถใชยา Octreotide ชนิดออกฤทธิ์นานตอได
193แนวทางกำกับการใชยา Somatropin หรือ Growth Hormone (GH)ขอบงใช growth hormone deficiency ในทารกแรกเกิดหรือเด็กเล็กอายุนอยกวา 2 ปรวมกับมีภาวะน้ำตาลต่ำในเลือด1. ระบบอนุมัติการใชยาขออนุมัติการใชยา recombinant human Growth Hormone (Somatropin) จากหนวยงานสิทธิประโยชนตามแนวทางการอนุมัติที่แตละหนวยงานกำหนดไวกอนการรักษา (pre-authorization) การอนุมัติแตละครั้งมีระยะเวลา 12 เดือน เมื่อครบกำหนดใหขออนุมัติใหมทุกครั้ง โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษา กับหนวยงานสิทธิประโยชน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลเปนสถานพยาบาลที่มีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในอนุสาขากุมารเวชศาสตรโรคตอมไรทอและเมตะบอลิสม ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Somatropin หรือ Growth Hormone ในภาวะ growth hormone deficiency ในทารกรวมกับมีภาวะน้ำตาลต่ำในเลือด โดยตองมีเกณฑตอไปนี้ครบทุกขอ4.1 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)†014.2 ทารกและเด็ กเล็ กที่ มี ภาวะ growth hormone deficiency ร วมกั บมี ภาวะน้ ำตาลต่ำในเลือดมีเกณฑดังตอไปนี้ทุกขอ4.2.1 ทารกหรือเด็กเล็กที่มีภาวะน้ำตาลต่ำในเลือด (blood glucose <50 mg/dL) และในเวลาเดียวกันมี ระดั บ growth hormone <7 ng/mL ทารกอาจมี ภาวะ congenital hypopituitarismรวมดวย4.2.2 ทารกตองไมมีภาวะน้ำตาลต่ำในเลือดจากสาเหตุอื่น ๆ เชน hyperinsulinemic hypoglycemia,inborn error of metabolism เปนตน4.3 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่ขออนุมัติใชยากับผูปวย †††1ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น (irreversible)ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวด และความทุกขทรมานเปนสำคัญ†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
1945. ขนาดยาที่แนะนำและวิธีการใหยาขนาดเริ่มตน 20 (15-30) ไมโครกรัมตอนาหนักตัวตอวัน (mcg/kg/day) ผูปวยที่ตอบสนองดีจะไมพบภาวะน้ำตาลต่ำในเลือดอีก โดยการตรวจเลือดกอนอาหารเปนระยะ และปรับขนาดยาตามการตอบสนองเพื่อควบคุมน้ำตาลในเลือดใหปกติและในการเพิ่มความสูงที่เหมาะสมตามเกณฑอายุ และ pubertal stage และระดับ IGF-1 ในเลือดไมเกิน +2.5 SDS สำหรับเพศและอายุนั้น ๆ โดยขนาดสูงสุดไมเกิน 40 ไมโครกรัมตอนาหนักตัวตอวัน(mcg/kg/day) สำหรับเด็กอวน ใหคำนวณขนาดยาตาม body surface area โดยใหขนาดเริ่มตน 0.5-0.7มิลลิกรัม/พื้นที่ผิวหนวยเปนตารางเมตร/วัน และขนาดสูงสุดไมเกิน 1 มิลลิกรัม/พื้นที่ผิวหนวยเปนตารางเมตร/วันหมายเหตุ เด็กอวน หมายถึง BMI SDS > +2 หรือ weight for height >P97 ตามเกณฑมาตรฐานของเด็กไทย6. ระยะเวลาในการรักษาเริ่มใหยาเมื่อวินิจฉัยไดตามเกณฑ ผูปวยแตละรายใชระยะเวลาการรักษาจนผูปวยอายุครบ 2 ป โดยใหขออนุมัติการใชยาจากหนวยงานกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2) ทุก 1 ป
195แนวทางการกำกับการใชยา Thyrotropin alfaขอบงใช differentiated thyroid cancer (papillary and/or follicular thyroid carcinoma)1. ระบบอนุมัติการใชยาขออนุมัติการใชยา Thyrotropin alfa จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization)ทุกครั้ง โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษา กับหนวยงานสิทธิประโยชน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลเปนสถานพยาบาลที่มีความพรอมในการวินิจฉัยและรักษาโรค โดยการใหเภสัชรังสีเพื่อทำ radio ablationและมีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาเวชศาสตรนิวเคลียร หรืออนุสาขาอายุรศาสตรตอมไรทอและเมตะบอลิสม ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Thyrotropin alfa ในโรค differentiated thyroid cancer (papillary and/or follicular thyroidcarcinoma) เพื่อเพิ่มระดับ TSH ในเลือดหลังผาตัดตอมไทรอยดกอนการให I-131 เพื่อการทำลายเนื้อตอมไทรอยดที่เหลืออยูหรือใชในการรักษามะเร็งไทรอยด (thyroid remnant ablation or treatment) โดยมีเกณฑดังนี้4.1 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)†4.2 ไดรับการวินิจฉัยแนนอนวาเปน differentiated thyroid cancer (papillary and/or follicularthyroid carcinoma) โดยการตรวจทางพยาธิวิทยา4.3 ไดรับการผาตัดตอมไทรอยดแบบ near total thyroidectomy เปนอยางนอย4.4 มีลักษณะตามเกณฑตอไปนี้อยางนอย 1 ขอ4.4.1 มี ภาวะต อมใต สมอง (pituitary gland) ไม สามารถหลั่ ง TSH ให มี ระดั บในเลื อดสู งกว า 25มิลลิยูนิตตอลิตรได ระดับ TSH ดังกลาวใหวัดเมื่อหยุดยาฮอรโมนไทรอยดแลวอยางนอย 3 สัปดาห4.4.2 เปนผูปวยจิตเวชที่มีประวัติอาการกำเริบเมื่อมีภาวะขาดไทรอยด (hypothyroidism) โดยมีลายลักษณอักษรยืนยัน ซึ่งผูปวยดังกลาวไดรับการวินิจฉัยโดยจิตแพทยตามมาตรฐานทางการแพทย และไดรับการรักษาดวยยาทางจิตเวช เชน โรคซึมเศรา โรคจิตเภท4.4.3 ผูปวยที่มีภาวะขาดไทรอยด (hypothyroidism) แลวเกิดความผิดปรกติขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้จนตองเขารับการรักษาในโรงพยาบาล• มีอาการและอาการแสดงของภาวะหัวใจลมเหลว และมี ejection fraction นอยกวา50% หรือ ejection fraction ลดลง 10%• ความดันเลือดต่ำผิดปรกติ เชน Systolic blood pressure นอยกวา 90 mmHg รวมกับมีอาการและอาการแสดงของภาวะเลือดไปเลี้ยงอวัยวะตางๆ ไมเพียงพอ เชน หนามืดเวียนศีรษะ เปนตน† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
196• ระดับอิเลคโตรไลทผิดปรกติ เชน hyponatremia (serum Na+ นอยกวา 125 mmol/L),hyperkalaemia (serum K+ มากกวา 5 mmol/L)4.4.4 ผูปวยมีอาการหรืออาการแสดงของภาวะขาดฮอรโมนไทรอยดรุนแรง (Zulewski score มากกวาหรือเทากับ 10 คะแนน) ระหวางรอการรักษาดวย I-131 และมีระดับ TSH ในเลือดนอยกวา 25มิลลิยูนิตตอลิตร4.4.5 ผูปวยอายุนอยกวา 18 ป ที่มีโรคมะเร็งลุกลามหรือกระจายออกนอกตอมไทรอยด4.5 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่ใชยากับผูปวย††5. ขนาดยาที่แนะนำใหฉีด Thyrotropin alfa 0.9 มิลลิกรัม เขากลามเนื้อบริเวณสะโพก 2 ครั้ง หางกัน 24 ชั่วโมง6. ระยะเวลาในการรักษาและเกณฑการหยุดยา6.1 ใหทำการประเมินหลังไดรับยาครั้งแรกภายใน 6 - 12 เดือน หากพบวายังมี thyroid remnantเหลืออยู สามารถใหยาซ้ำไดไมเกิน 1 ครั้ง6.2 ใหหยุดใชยาเมื่อเกิดผลขางเคียงหรืออาการไมพึงประสงครายแรงที่แพทยผูรักษาพิจารณาแลวเห็นวาเกิ ดผลเสี ยมากกว าประโยชน ที่ จะได รั บ เช น ภาวะหั วใจเต นผิ ดจั งหวะ อาเจี ยนรุ นแรงhypersensitivity เปนตน†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
197แนวทางกำกับการใชยา Gonadotrophin-releasing hormone (GnRH) analoguesขอบงใชภาวะ central (gonadotrophin dependent) precocious puberty1. ระบบอนุมัติการใชยาขออนุมัติการใชยา GnRH analogues จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization)การอนุมัติแตละครั้ งมีระยะเวลา 12 เดือน เมื่ อครบกำหนดใหขออนุมัติใหมทุกครั้ ง โดยขออนุมัติในกำหนดเวลาไมเกิน 60 วัน หลังจากวันครบกำหนด เนื่องจากมีผลกระทบตอสุขภาพของผูปวย โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษา กับหนวยงานสิทธิประโยชน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลเปนสถานพยาบาลที่มีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในอนุสาขากุมารเวชศาสตรโรคตอมไรทอและเมตะบอลิสม ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุ มั ติ การใช ยา GnRH analogues ในภาวะ central (gonadotrophin dependent) precociouspuberty โดยมีเกณฑตอไปนี้ครบทุกขอ4.1 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)†4.2 ผูปวยไดรับการตรวจวินิจฉัยวาเปน central precocious puberty ที่มีการพัฒนาทางเพศทุติยภูมิ(secondary sex characteristics) กอนอายุ 8 ปในเด็กหญิง หรือกอนอายุ 9 ปในเด็กชาย4.3 มีผลการตรวจทางหองปฏิบัติการครบทุกขอ ดังตอไปนี้4.3.1 ระดับ luteinizing hormone (LH) มีระดับสูงเหมือนเด็กเริ่มเขาสูวัยหนุมสาว (pubertal LHlevel) กลาวคือ- มี basal LH มากกวา 0.3-0.5 IU/L หรือ- peak LH หลั งกระตุ นด วย Gonadotrophin-releasing hormone (GnRH) มากกวา6 IU/L (ICMA) หรือมากกวา 10 IU/L (RIA) หรือ- ระดับ LH/FSH หลังกระตุนดวย GnRH มากกวา 0.6 (ICMA) หรือมากกวา 1.0 (RIA)4.3.2 อายุกระดูกล้ำหนามากกวาอายุจริง (advanced bone age) กลาวคือ มีอายุกระดูกมากกวา1.0 SD ของอายุตามปฏิทิน4.3.3 ผลการทำ MRI ของสมองและตอมใตสมอง โดยพิจารณาทำ MRI ในเด็กชายทุกรายและเด็กหญิงที่เริ่มมีอาการเมื่ออายุต่ำกวา 7 ป หรือเด็กหญิงที่เริ่มมีอาการเมื่ออายุมากกวา 7 ปและตรวจรางกายพบสิ่งผิดปกติทางระบบประสาทหมายเหตุ อาจเพิ่มผลการตรวจอื่นไดตามความจำเปนเชน ultrasound pelvis ในเพศหญิง† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น (irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวด และความทุกขทรมานเปนสำคัญ
1984.4 อายุที่เริ่มใชยา GnRH analogues ในเด็กหญิงไมมากกวา 11 ป หรือเด็กชายไมมากกวา 12 ป4.5 ไมเปนผูปวยที่มารับการรักษาชามาก กลาวคือ อายุกระดูกมากกวา 12.5 ป ในเด็กหญิง หรือมากกวา14 ป ในเด็กชาย เนื่องจากยังไมมีหลักฐานยืนยันวาการใชยาในขณะที่อายุกระดูกเจริญมากแลวจะชวยใหความสูงสุดทายเพิ่มขึ้น4.6 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ (2) ที่ขออนุมัติใชยากับผูปวยตามที่ระบุไวในขอ 11††5. ขนาดยาที่แนะนำและวิธีการใหยา5.1 ขนาดยาที่แนะนำใหใชLeuprorelin acetate 11.25 มิลลิกรัม IM ทุก 12 สัปดาห หรือTriptorelin pamoate 11.25 มิลลิกรัม IM ทุก 12 สัปดาห5.2 หลังจากใชยาไปแลว 3-6 เดือน หากขนาดยาดังกลาวไมสามารถลดระดับฮอรโมนลงได (peak LHหลังฉีดยา 1-2 ชั่ วโมง ควรนอยกวา 3-4 IU/L) ใหปรับขนาดยาตามความเหมาะสมโดยแพทยผูเชี่ยวชาญ6. การประเมินผลการรักษา6.1 การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษาใหประเมินจากการตรวจทางคลินิกในทุกครั้งที่มารับยา (ทุก 12 สัปดาห) ดังนี้6.1.1 เด็กหญิง ประเมินจากการตรวจทางคลินิกแลวไมมีการขยายตัวของเตานม ไมมีตกขาวไมมี growth spurt หรือไมมีอัตราความสูงเพิ่มขึ้นเร็วเหมือนเด็กวัยรุน6.1.2 เด็กชาย ประเมินจากการตรวจทางคลินิกแลวไมมีการขยายตัวของอัณฑะเพิ่มขึ้น ไมมี growthspurt หรือไมมีอัตราความสูงเพิ่มขึ้นเร็วเหมือนเด็กวัยรุน6.1.3 หากมีลักษณะของ puberty คือ ในเด็กหญิงพบการขยายตัวของเตานม มีตกขาว หรือในเด็กชายพบอัณฑะขยายตัว หรือมีความสูงเพิ่มขึ้นเร็วเหมือนเด็กวัยรุน (ทั้งในเด็กหญิงและเด็กชาย) ตองมีการเจาะระดับฮอรโมน LH, FSH, Estradiol (ในเด็กหญิง) หรือ testosterone(ในเด็กชาย) หากผลการตรวจ peak LH หลังฉีดยา 1-2 ชั่วโมง สูงกวา 3-4 IU/L ใหปรับขนาดยาตามความเหมาะสมโดยแพทยผูเชี่ยวชาญ6.2 การประเมินดานความปลอดภัย6.2.1 ติดตามผื่นแพยาที่อาจเกิดขึ้น หากพบใหเปลี่ยนตัวยา6.2.2 ติดตามการเกิด sterile abscess บริเวณที่ฉีดยา หากพบใหเปลี่ยนตัวยา7. เกณฑการหยุดยาการหยุดยาใหพิจารณาอายุกระดูกเปนหลัก คือใหหยุดยาเมื่ ออายุกระดูก (bone age) 12-13 ปในเด็กหญิง หรือ 13.5-14.5 ป ในเด็กชาย (อาจหยุดยาเมื่ออายุกระดูกนอยกวานี้ หากความสูงสุดทายจากการคำนวณใกลเคียงปกติตามศักยภาพของพันธุกรรม) โดยอายุจริง (chronological age) ควรมากกวา 9 ปขึ้นไปในเด็กหญิง และมากกวา 10 ปขึ้นไปในเด็กชาย (เนื่องจากตองพิจารณาในดานความพรอมของรางกาย จิตใจหรือ maturity ของเด็กดวย)†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
199แนวทางกำกับการใชยา Bortezomibขอบงใช multiple myeloma สำหรับผูปวย transplant candidateโดยใชเปน first-line treatment1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุมัติการใชยาจากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization) โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษา กับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ (2) ในครั้งแรก (อนุมัติใหใชเปนเวลา 120 วัน) และครั้งตอไปทุก 90 วันจนกวาจะครบ 6 รอบหมายเหตุ กรณีผูปวยมีเหตุผลความจำเปนที่ไมสามารถมารับยาไดตามกำหนด สามารถชะลอการมารับยาได ทั้งนี้ ผูปวยจะไดรับยาทั้งหมดไมเกิน 6 รอบ2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล2.1 เปนสถานพยาบาลที่มีความพรอมในการวินิจฉัยและรักษาโรคโดยมีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นซึ่งพรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา2.2 เปนสถานพยาบาลที่สามารถตรวจหรือสงตรวจ• Complete blood count• Serum blood urea nitrogen/creatinine, electrolytes• Serum calcium• Serum albumin, globulin• Liver function test (AST, ALT, alkaline phosphatase, total bilirubin, direct bilirubin)• Bone marrow aspiration/biopsy• Qualitative and quantitative M-proteins level (serum protein electrophoresis andimmunoglobulin level)• Serum free light chain (FLC) assay (light chain disease).• Skeletal bone X-ray (lateral and antero-posterior cervical, thoracic and lumbarspines, skull, chest, pelvis, humerus, femur)• Serum β2-microglobulin• Serum lactate dehydrogenase (LDH)3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาโลหิตวิทยา หรือ อายุรศาสตรโรคเลือด ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลที่ไดรับการอนุมัติในขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Bortezomib ขอบงใช multiple myeloma โดยใชเปน first-line treatment ตามเกณฑครบทุกขอ ดังนี้
2004.1 ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)0†4.2 ผูปวยยินยอมที่จะทำ hematopoietic cell transplantation ในอนาคต4.3 ผูปวยอายุไมเกิน 70 ป4.4 ไมพบโรครวมที่มีผลตอสุขภาพและทำใหเกิดความเสี่ยงมากขึ้นจากวิธีการรักษา multiple myelomaเชน ไตวายเรื้อรัง ตับแข็ง โรคหัวใจที่รุนแรง สมองเสื่อมหรือโรคทางสมองที่รุนแรง โรคปอดที่รุนแรงโรคมะเร็งชนิดอื่น ๆ ติดเชื้อไวรัสภูมิคุมกันบกพรอง เชื้อไวรัสเอชไอวี โรคทางจิตใจที่รุนแรง4.5 มี hematopoietic cell transplantation specific comorbidity index (HCT-CI) นอยกวา 4(ตารางที่ 1) ณ วันที่มีแผนการเริ่มใหยา Bortezomib4.6 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ตามที่กำหนด††หมายเหตุ กรณี first-line treatment ไมหมายรวมถึงการใชยากลุม corticosteroids monotherapy5. ขนาดยาและวิธีการใหยา5.1 ขนาดยา Bortezomib 1.3 มิลลิกรัม/พื้นที่ผิวหนวยเปนตารางเมตร/ครั้ง จำนวน 4 ครั้งใน 1 รอบ ในวันที่ 1, 4, 8, 11 หรือใหเปนสัปดาหละครั้ง ใหยาทุก 3-4 สัปดาห เปนจำนวน 4-6 รอบ5.2 สูตรยาที่แนะนำไดแก Bortezomib-Cyclophosphamide-Dexamethasone หรือ Bortezomib-Dexamethasone6. การติดตามและการประเมินผลการรักษา6.1 ให ประเมิ นผลการรั กษาหลั งรอบที่ 3-4 หากได ผลอย างน อย partial response (>50%)ใหประสานงานติดตอเพื่อทำ autologous stem cell transplantation6.2 หากไดผลอยางนอย VGPR (>90%) แลว สามารถทำ autologous stem cell transplantation (ถาสามารถทำได) โดยไมจำเปนตองไดรับยาครบ 6 รอบ6.3 หลังไดรับการรักษาครบ 6 รอบ ใหทำการประเมินผลการรักษาอีกครั้ง7. เกณฑการหยุดยาใหหยุดยาเมื่อตรวจพบขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้7.1 ผูปวยมีภาวะแทรกซอนจากยาซึ่งอาจเปนอันตรายถึงแกชีวิต7.2 ผูปวยเกิดปฏิกิริยาการแพยา Bortezomib ชนิดรุนแรง7.3 ผูปวยไมใหความรวมมือในการรับยาตามกำหนดการรักษาหรือไมยินยอมที่จะใชยา Bortezomib7.4 ผูปวยขาดการติดตามผลการรักษา อยางนอย 3 เดือน โดยไมมีเหตุผลอันสมควร7.5 สถานะโรคเดิมของผูปวยเปลี่ยนเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)7.6 ผลการรักษาหลังรอบที่ 3 หรือ 4 ไดนอยกวา partial response7.7 กรณีที่มีเหตุใหผูปวยไมสามารถทำ hematopoietic cell transplantation ได ใหพิจารณาหยุดยา† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ††โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
201คำอธิบายแนบทายแนวทางกำกับการใชยา Bortezomib ขอบงใช multiple myelomaสำหรับผูปวย transplant candidate โดยใชเปน first-line treatmentตารางที่ 1 Hematopoietic cell transplantation (HCT) – specific comorbidity indexComorbidity Definitions of comorbidities included in the new HCT-CI HCT-CIArrhythmia Atrial fibrillation or flutter, sick sinus syndrome, orventricular arrhythmias 1Cardiac Coronary artery disease, congestive heart failure,myocardial infarction, or EF <50% 1Inflammatory bowel disease Crohn disease or ulcerative colitis 1Diabetes Requiring treatment with insulin or oral hypoglycemics butnot diet alone 1Cerebrovascular disease Transient ischemic attack or cerebrovascular accident 1Psychiatric disturbance Depression or anxiety requiring psychiatric consult or treatment 1Hepatic, mild Chronic hepatitis, bilirubin >ULN to 1.5 # ULN, or AST/ALT >ULNto 2.5 # ULN 1Obesity Patients with a body mass index >35 kg/m2 1Infection Requiring continuation of antimicrobial treatment after day 0 1Rheumatologic SLE, RA, polymyositis, mixed CTD, or polymyalgia rheumatica 2Peptic ulcer Requiring treatment 2Moderate/severe renal Serum creatinine >2 mg/dL, on dialysis, or prior renaltransplantation 2Moderate pulmonary DLCO and/or FEV1 66% - 80% or dyspnea on slight activity 2Prior solid tumor Treated at any time point in the patient’s past history,excluding nonmelanoma skin cancer 3Heart valve disease Except mitral valve prolapse 3Severe pulmonary DLCO and/or FEV1 < 65% or dyspnea at rest or requiring oxygen 3Moderate/severe hepatic Liver cirrhosis, bilirubin >1.5 # ULN, or AST/ALT > 2.5 # ULN 3อางอิง: Sorror ML, Maris MB, Storb R, Baron F, Sandmaier BM, Maloney DG, Storer B. Hematopoietic celltransplantation (HCT)-specific comorbidity index: a new tool for risk assessment before allogeneic HCT.Blood. 2005 Oct 15;106(8):2912-9. doi: 10.1182/blood-2005-05-2004. Epub 2005 Jun 30
202แนวทางกำกับการใชยา Erlotinibขอบงใชสำหรับโรคมะเร็งปอด ชนิด non-small-cell lung carcinoma (NSCLC) ระยะลุกลามถึงแพรกระจายที่มีผลตรวจการกลายพันธุของยีน epidermal growth factor receptor (EGFR) เปนบวก1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุมัติการใชยา Erlotinib จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (Pre-authorization)ทุกครั้ง โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษา กับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 การเบิกจายคายาในรายการนี้ เปนไปตามที่หนวยงานสิทธิประโยชนกำหนด1.3 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ในครั้ งแรก (อนุมัติใหใชเปนเวลา 90 วัน) และกอนการประเมินการตอบสนองในทุกครั้ง2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล2.1 เปนสถานพยาบาลที่มีความพรอมในการวินิจฉัยและรักษาโรคดังนี้2.1.1 สามารถตรวจหรือสงตรวจหา การกลายพันธุของยีน epidermal growth factor receptor(EGFR) ที่มีมาตรฐานได2.1.2 สามารถตรวจหรือสงตรวจ computerized tomography (CT) หรือ magnetic resonanceimaging (MRI) เพื่อประเมินผลการรักษาได2.2 มีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษา3.1 เปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาอายุรศาสตรมะเร็งวิทยาหรือสาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลที่ไดรับการอนุมัติในขอ 23.2 ในกรณีที่ไมมีแพทยตามขอ 3.1. ใหผูอำนวยการโรงพยาบาลแตงตั้งแพทยที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาอนุสาขาอายุรศาสตรโรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤติโรคระบบการหายใจที่มีความรูความชำนาญในการใชยาดังกลาว4. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Erlotinib ในโรคมะเร็งปอด ชนิด non-small-cell lung carcinoma (NSCLC) ระยะลุกลามถึงแพรกระจาย ตามเกณฑครบทุกขอ ดังนี้4.1 ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †4.2 ผูปวยตองอยูในสภาพรางกายดีพอสมควรคือมี Eastern Co-operation Oncology Group (ECOG)performance status ตั้งแต 0 ถึง 2 (หรือมี ECOG 0-2) ในกรณีที่ ECOG performance status3-4 นั้น ตองเปนผลจากโรค NSCLC เอง (ที่ไมไดเกิดจาก co-morbidity อื่น)† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
2034.3 ผูปวยไดรับการตรวจวินิจฉัยวาเปน non-small-cell lung carcinoma (NSCLC) ที่มีผลตรวจการกลายพันธุของยีน EGFR ในเนื้อเยื่อหรือเซลลมะเร็งหรือ DNA ในพลาสมาของผูปวย ชนิดที่มีความไวตอการตอบสนองตอยากลุมนี้ เชน EGFR exon19 deletion, exon 21 [L858R] substitutionmutations, L861Q หรือ G719X เปนตน ไมควรใชในกรณีที่ความผิดปกติของยีน EGFR เปนชนิดที่ไมตอบสนองตอยา เชน exon 20 insertion หรือ พบ T790M อยางเดียว เปนตนหมายเหตุ: ในกรณีที่ตรวจพบทั้งการกลายพันธุของยีนที่ตอบสนองตอยาและไมตอบสนองตอยากลุมดังกลาวสามารถพิจารณาใหยาได4.4 เปนโรคระยะลุกลามเฉพาะที่ ที่มีโรคลุกลามเพิ่มขึ้นหลังไดรับการรักษาดวยการฉายรังสี หรือมีการกระจายของโรค โดยมีรอยโรคที่สามารถประเมินการตอบสนองทางคลินิกดวยการตรวจรางกาย การตรวจทางห องปฏิ บั ติ การภาพรั งสี ด วย computerized tomography (CT) หรื อ magneticresonance imaging (MRI) ตามความเหมาะสม4.5 อนุมัติใหใชยา Erlotinib เปนยาขนานแรก (first-line drug)หมายเหตุ: First-line drug หมายถึง การรักษาสำหรับผูปวยที่ไดรับการวินิจฉัยใหมและไมเคยไดรับการรักษาดวยยาอื่นมากอน)4.6 มีการกรอกแบบฟอรมที่กำกับการใชยาบัญชี จ(2) ตามที่กำหนด1††5. ขนาดยาที่แนะนำและวิธีการใหยา5.1 ขนาดยา Erlotinib ที่แนะนำคือ 150 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง5.2 ไมอนุมัติใหมีการใชยา Erlotinib เกินกวาขนาด 150 มิลลิกรัมตอวัน แมวาการใหยาไมไดผลหรือโรคลุกลามขึ้นขณะใหยาหมายเหตุ:• หามหัก เคี้ยว หรือบดเม็ดยา• รับประทานยาในชวงเวลาเดียวกันของทุกๆ วัน6. การประเมินระหวางการรักษา6.1 ประเมินผลการรักษาทุก 8-12 สัปดาห ดวยรังสีวินิจฉัยที่สามารถวัดขนาดของเนื้องอกได เชนcomputerized tomography (CT) หรือ magnetic resonance imaging (MRI)6.2 ในกรณีที่ผลการตรวจทางรังสีวิทยาพบวามีรอยโรคขนาดใหญขึ้นบางตำแหนง ในขณะที่ตำแหนงอื่นเล็กลง หรือคงที่ แพทยผูรักษาสามารถพิจารณาหยุดยา หรือใหยาตออีก 1 เดือนและทำการตรวจซ้ำเพื่อความชัดเจนวาเปน stable disease หรือ progressive disease7. เกณฑการหยุดยาใหหยุดยา Erlotinib เมื่อตรวจพบขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้7.1 ผูปวยมี progressive disease อยางชัดเจน7.2 ผูปวยอยูในภาวะ terminally ill7.3 ผูปวยไมสามารถทนตออาการไมพึงประสงคจากการใชยาได†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
204แนวทางกำกับการใชยาในกลุม Tyrosine Kinase Inhibitors(TKIs: Imatinib, Nilotinib และ Dasatinib)ขอบงใช chronic myeloid leukemia (CML)1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุมัติการใชยากลุม TKIs จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (Pre-authorization) โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษา กับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ในครั้งแรก (อนุมัติใหใชเปนเวลา 90 วัน) และครั้งตอไปทุก ๆ 180 วัน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล2.1 เปนสถานพยาบาลที่มีความพรอมในการวินิจฉัยและรักษาโรคดังนี้2.1.1 สามารถตรวจหรื อส งตรวจหา Philadelphia chromosome ( t( 9;22)( q34;q11))(Ph chromosome) โดยวิธี quantitative chromosome study ได2.1.2 สามารถตรวจหรือสงตรวจหา BCR-ABL fusion gene ดวยวิธี Polymerase chain reaction(PCR) หรือ Fluorescence in situ hybridization (FISH) ที่มีมาตรฐานได2.1.3 สามารถตรวจหรือสงตรวจหาจำนวนของ BCR-ABL mRNA โดยวิธี real-time quantitativePCR (RQ-PCR) และรายงานผลอัตราสวนของ BCR-ABL ตอ ABL เปน International Scale2.2 มีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นซึ่งพรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผู เชี่ ยวชาญที่ ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาโลหิตวิทยา หรืออายุรศาสตรโรคเลือด หรือ กุมารเวชศาสตรโรคเลือด หรือ สาขาโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลที่ไดรับการอนุมัติในขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยากลุม TKIs ใน chronic myeloid leukemia (CML) ตามเกณฑครบทุกขอ ดังนี้4.1 ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)0†4.2 ผูปวยตองอยูในสภาพรางกายดีพอสมควรคือมี Eastern Co-operation Oncology Group (ECOG)performance status ตั้งแต 0 ถึง 2 (หรือมี ECOG 0-2) ในกรณีที่ ECOG performance status 3-4 นั้น ตองเปนผลจากโรค CML เอง (ที่ไมไดเกิดจาก co-morbidity อื่น)4.3 ผูปวยไดรับการตรวจวินิจฉัยวาเปน CML โดยตองตรวจพบขอหนึ่งขอใด ดังตอไปนี้4.3.1 มี Philadelphia chromosome positive ( Ph+) โ ดยการตรวจด วยวิ ธี quantitativechromosome study หรือ4.3.2 มี BCR-ABL gene positive โดยการตรวจดวยวิธี polymerase chain reaction (PCR) หรือfluorescence in situ hybridization (FISH)† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษาผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้น ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง(palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
2054.4 อนุมัติใหใชยาในกลุม TKIs ตามลำดับ ดังนี้4.4.1 กรณี chronic phase ใหใช Imatinib เปนลำดับแรก Nilotinib เปนลำดับที่ 2 และ Dasatinibเปนลำดับที่ 34.4.2 กรณี accelerated phase ใหใช Imatinib เปนลำดับแรก Nilotinib เปนลำดับที่ 2 และDasatinib เปนลำดับที่ 34.4.3 กรณี blastic phase ใหใช Imatinib เปนลำดับแรก และ Dasatinib เปนลำดับที่ 2หมายเหตุ: ในกรณีที่ผูปวยไมตอบสนองตอการใชยาที่ใชอยูในปจจุบันตามเกณฑ กอนเปลี่ยนไปใชยาเปนลำดับถัดไป ตองสงตรวจ BCR-ABL mutation กอน4.5 อนุมัติใหใชยาลำดับถัดไป เมื่อผูปวยเขาเกณฑขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้4.5.1 ผูปวยดื้อตอยาลำดับแรก (maximum dose) ตามเกณฑขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้1) ตรวจพบยีน mutation ที่ดื้อตอยา2) ใชยาติดตอกัน 3 เดือน แลว ยังไมพบ complete hematologic response (CHR) หรือPh+ >95%3) ใชยาติดตอกัน 6 เดือน แลว BCR-ABL gene >10% หรือ Ph+ >35%4) ใชยาติดตอกัน 12 เดือน แลว ไมเกิด complete cytogenetic response (Ph+ >0%หรือ BCR-ABL gene >1%)5) เกิดสูญเสียภาวะ complete hematologic response6) หลังจากได complete cytogenetic response แลว เกิดภาวะ cytogenetic relapseหรือ BCR-ABL gene > 1% สองครั้งตอเนื่องกัน โดยหางประมาณ 2 เดือน7) เกิดโครโมโซมผิดปกติอื่นขึ้นในเซลลที่มี Philadelphia chromosome positive8) โรคกำเริบจากระยะ chronic ไปสูระยะ accelerated หรือ blast crisis4.5.2 ผูปวยที่ดื้อยาลำดับที่ 2 ตามเกณฑขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้1) ตรวจพบยีน mutation ที่ดื้อตอยา2) ใชยาติดตอกัน 3 เดือน แลว ยังไมพบ complete hematologic response (CHR) หรือPh+ >95%3) ใชยาติดตอกัน 6 เดือน แลว BCR-ABL gene >10% หรือ Ph+ >65%4) ใชยาติดตอกัน 12 เดือน แลว BCR-ABL gene >10% หรือ Ph+ >35%5) เกิดสูญเสียภาวะ complete hematologic response6) หลังจากได complete cytogenetic response แลว เกิดภาวะ cytogenetic relapseหรือ BCR-ABL gene > 1% สองครั้งตอเนื่องกัน โดยหางประมาณ 2 เดือน7) เกิดโครโมโซมผิดปกติอื่นขึ้นในเซลลที่มี Philadelphia chromosome positiveหมายเหตุ : กรณีผูปวยที่ไดรับการวินิจฉัยครั้งแรกจากการตรวจพบเฉพาะ BCR-ABL gene โดยที่ตรวจไมพบ Philadelphia chromosome ใหประเมินการตอบสนองตอการรักษาดวยวิธี RQ-PCRfor BCR-ABL gene เทานั้น
2064.5.3 ผูปวยไมสามารถทนตอยาที่กำลังใชอยู ตามเกณฑขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้1) แมวาปรับขนาดยาตามแนวทางการใชยาแลว ยังเกิดอาการไมพึงประสงคตอระบบเลือดที่มีความรุนแรงระดับ 4 ติดตอกันนาน อยางนอย 7 วัน หรือ2) แมวาปรับขนาดยาตามแนวทางการใชยาแลว ยังเกิดอาการไมพึงประสงคที่ไมใชตอระบบเลือดโดยมีความรุนแรงระดับ 3 ขึ้นไป นาน 1 เดือน หรือ เกิดอาการไมพึงประสงคเดียวกันที่มีความรุนแรงระดับ 3 ขึ้นไปซ้ำมากกวา 3 ครั้ง4.6 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ตามที่กำหนด††5. ขนาดยาและวิธีการใหยาขนาดยาในกลุม TKIs ในผูปวย CML ระยะตางๆ มีรายละเอียดการใหยา ดังตารางที่ 2ตารางที่ 2 ขนาดยาในกลุม TKIs ที่แนะนำในผูปวย CML ระยะตางๆNo. CML phase ขนาดยาตอวัน (มิลลิกรัม)Imatinib Nilotinib Dasatinib1 Chronic 400 (up to 800) 800 70-1002 Accelerated 600 (up to 800) 800 140 (up to 180)3 Blast crisis 600 (up to 800) - 140 (up to 180)หมายเหตุ:• หามหัก เคี้ยว หรือบดเม็ดยา• รับประทานยาในชวงเวลาเดียวกันของทุกๆ วัน• กรณี Imatinib 400 - 600 มิลลิกรัม และ Dasatinib 70-140 มิลลิกรัม ใหยาวันละครั้ง• กรณีผูปวยใชยา Imatinib วันละ 400 มิลลิกรัม แลวเกิดอาการไมพึงประสงคที่ผูปวยไมสามารถทนได สามารถปรับลดขนาดยาลงเหลือวันละ 300 มิลลิกรัม แตไมแนะนำใหใชยาต่ำกวาวันละ 300 มิลลิกรัม• กรณี Nilotinib ขนาด 800 มิลลิกรัม แบงใหครั้งละ 400 มิลลิกรัม ทุก 12 ชั่วโมง• กรณีผูปวยใชยา Nilotinib วันละ 800 มิลลิกรัม แลวเกิดอาการไมพึงประสงคที่ผูปวยไมสามารถทนได สามารถปรับลดขนาดยาลงเหลือวันละ 600 มิลลิกรัม โดยทางปฏิบัติสามารถบริหารยาแบบ เชา 400 มิลลิกรัม และเย็น 200 มิลลิกรัมได• ขนาดยาในเด็กอาจเปลี่ยนแปลงไดตามความเหมาะสม6. การประเมินระหวางการรักษา6.1 การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษา6.1.1 ตรวจ CBC ทุก 1 เดือน ใน 3 เดือนแรก จนกวาจะได complete hematologic responseหลังจากนั้นทุก 3-6 เดือน6.1.2 ตรวจ cytogenetic และ/หรือ BCR-ABL gene โดย RQ-PCR1) ตรวจ chromosomal cytogenetic เพื่อประเมิน cytogenetic response ทุก 6 เดือนจนกวาจะได complete cytogenetic response หลังจากนั้นตรวจประเมินทุก 1 ป และตรวจเมื่อสงสัยวาสูญเสียการตอบสนองตอการรักษา (hematologic หรือ cytogenetic relapse)2) ตรวจ BCR-ABL gene โดย RQ-PCR ทุก 6 เดือน†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
2076.2 การประเมินดานความปลอดภัย6.2.1 ใหมีการตรวจเพื่อติดตามความปลอดภัยตามรายการดังตอไปนี้ทุกครั้งที่มีการเริ่มใชยาชนิดใหม1) ตรวจ BUN/Cr , electrolyte , LFT, calcium, phosphate , magnesium ทุก 1เดือนเปนเวลา 3 เดือน หลังจากนั้นใหตรวจทุก 3 เดือน2) ตรวจ FBS ทุก 1 เดือนเปนเวลา 3 เดือน หากปกติหลังจากนั้นใหตรวจปละครั้ง3) ตรวจ Lipid panel ทุก 6 เดือนเปนเวลา 1 ป หากปกติหลังจากนั้นใหตรวจปละครั้ง4) ตรวจ EKG และ serum TSH ปละ ครั้ง5) ผูปวยที่ไดรับยา Nilotinib ใหตรวจ serum amylase ทุก 1 เดือนเปนเวลา 3 เดือนหลังจากนั้นใหตรวจทุก 3-6 เดือน6.2.2 กรณีมีภาวะ neutropenia หรือ thrombocytopenia หรือ ผลการตรวจตามขอ 6.2.1ผิดปกติ ใหทำการปรับขนาดยาที่ใช หรือหยุดยาชั่วคราวตามแนวทางการปรับขนาดยาตามเอกสารกำกับยา7. เกณฑการหยุดยาใหหยุดยาลำดับสุดทายในกลุม TKIs เมื่อตรวจพบขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้7.1 ผูปวยอยูในภาวะ terminally ill7.2 ตรวจพบยีน mutation ที่ดื้อตอยาที่ใชอยู (กรณีตรวจพบ T315I mutation ใหหยุดการใชยาทั้ง Imatinib, Nilotinib และ Dasatinib ไมวาในขณะนั้นใชยาชนิดใดอยู)7.3 ใชยาติดตอกัน 3 เดือน แลว ยังไมพบ complete hematologic response (CHR) หรือ Ph+ >95%7.4 ใชยาติดตอกัน 6 เดือน แลว BCR-ABL gene >10% หรือ Ph+ >65%7.5 ใชยาติดตอกัน 12 เดือน แลว BCR-ABL gene >10% หรือ Ph+ >35%7.6 เกิดสูญเสียภาวะ complete hematologic response7.7 หลังจากได complete cytogenetic response แลว เกิดภาวะ cytogenetic relapse หรือBCR-ABL gene > 1% สองครั้งตอเนื่องกัน โดยหางประมาณ 2 เดือน7.8 เกิดโครโมโซมผิดปกติอื่นขึ้นในเซลลที่มี Philadelphia chromosome positive7.9 โรคกำเริบจากระยะ chronic ไปสูระยะ accelerated หรือ blast crisis7.10 ผูปวยไมสามารถทนตออาการไมพึงประสงคจากการใชยาได โดยยึดตามเกณฑเดียวกับขอ 4.5.3
208แนวทางกำกับการใชยา Imatinib mesilateขอบงใช gastrointestinal stromal tumors (GISTs) ระยะลุกลามหรือมีการกระจายของโรค1. ระบบอนุมัติการใชยาขออนุมัติการใชยา Imatinib mesilate จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization)ทุกครั้ง โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษา กับหนวยงานสิทธิประโยชน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลเปนสถานพยาบาลที่มีความพรอมในการวินิจฉัยและรักษาโรค โดยสามารถวัดขนาดของเนื้องอกไดดวยรังสีวินิจฉัยที่แมนยำ เชน computerized tomography (CT) หรือ magnetic resonance imaging(MRI) รวมทั้งมีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาอายุรศาสตรมะเร็งวิทยาหรืออนุสาขาศัลยศาสตรมะเร็งวิทยาซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลที่ไดรับการอนุมัติในขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยา อนุมัติการใชยา Imatinib mesilate ในโรค GISTs โดยมีเกณฑดังนี้4.1 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †4.2 ผูปวยไดรับการตรวจวินิจฉัยวาเปน GISTs (gastrointestinal stromal tumors) ที่มี Kit (CD117)ใหผลบวก4.3 เปนโรคระยะลุกลามที่ผาตัดไมได หรือมีการกระจายของโรค4.4 ไมอนุมัติใหมีการใชยา Imatinib mesilate ตอไป และใหพิจารณาการรักษาในแนวทางอื่น เมื่อมีprogressive disease อยางชัดเจน4.5 มีการกรอกแบบฟอรมที่กำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่ใชยากับผูปวย1††5. ขนาดยาที่แนะนำและวิธีการใหยา5.1 400 มิลลิกรัมตอวัน5.2 ไมอนุมัติใหมีการใชยา Imatinib mesilate เกินกวาขนาดที่แนะนำ (400 มิลลิกรัมตอวัน) แมวาการใหยา ไมไดผลหรือโรคลุกลามขึ้นขณะใหยาที่ 400 มิลลิกรัมตอวัน6. การประเมินผลการรักษา6.1 ประเมินผลการรักษาทุก 12 สัปดาห ดวยรังสีวินิจฉัยที่ สามารถวัดขนาดของเนื้ องอกได เชนcomputerized tomography (CT) หรือ magnetic resonance imaging (MRI)6.2 ควรระบุผลการตอบสนองดวย SWOG (south west oncology group) หรือ RECIST (responseevaluation criteria in solid tumor) criteria วาเปน† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น (irreversible)ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
2096.2.1 โรคหายไปหมด (complete) หรือ6.2.2 รักษาหายไปบางสวน (partially response) หรือ6.2.3 คงที่ (stable) ตาม SWOG (Southwest Oncology Group) หรือ RECIST criteria6.3 ในกรณีที่ผลการตรวจทางรังสีวิทยาพบวามีรอยโรคขนาดใหญขึ้นเพียงตำแหนงเดียว (ไมเกิน 25%)ในขณะที่ตำแหนงอื่นเล็กลง หรือคงที่ แพทยผูรักษาสามารถพิจารณาหยุดยา หรือใหยาตออีก 2 เดือนและทำการตรวจซ้ำเพื่อความชัดเจนวาเปน stable disease หรือ progressive disease
210แนวทางกำกับการใชยา Imatinib และ Dasatinibสำหรับ acute lymphoblastic leukemia (ALL) ที่มี Ph+ (ผูปวยอายุ 15 ปขึ้นไป)1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุ มั ติ การใช ยา Imatinib และ Dasatinib จากหน วยงานสิ ทธิ ประโยชน ก อนการรั กษา(pre-authorization) โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ในครั้งแรก (อนุมัติใหใชเปนเวลา 90 วัน) และครั้งตอไปทุก ๆ 180 วัน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล2.1 เปนสถานพยาบาลที่มีความพรอมในการวินิจฉัยและรักษาโรคดังนี้2.1.1 ส า ม า ร ถ ต ร ว จ ห รื อส ง ต ร ว จ ห า Philadelphia chromosome ( t( 9;22) ( q34;q11) )(Ph chromosome) โดยวิธี quantitative chromosome study ได2.1.2 สามารถตรวจหรื อส งตรวจหา BCR-ABL fusion gene ของ P190 ด วยวิ ธี Reversetranscriptase polymerase chain reaction (RT-PCR) ได2.1.3 สามารถตรวจหรือสงตรวจหาจำนวนของ BCR-ABL mRNA ของ P190 โดยวิธี real-timequantitative PCR (RQ-PCR)2.2 มีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นซึ่งพรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา2.3 มีธนาคารเลือด หรือ สามารถหาและจัดเตรียมเลือดและสวนประกอบของเลือดที่เหมาะสมสำหรับผูปวยไดแก ระบบการเตรียม Leukocyte-depleted Pack red cell และ platelets concentration และirradiated blood product ได2.4 มีสถานที่ และระบบบริหารจัดการและปองกันการติดเชื้อเพื่อรองรับผูปวยภูมิตานทานต่ำ3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผู เชี่ ยวชาญที่ ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาโลหิตวิทยา หรืออายุรศาสตรโรคเลือด หรือ กุมารเวชศาสตรโรคเลือด หรือ สาขาโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลที่ไดรับการอนุมัติในขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Imatinib และ Dasatinib สำหรับ acute lymphoblastic leukemia (ALL) ที่มี Ph+ตามเกณฑครบทุกขอ ดังนี้4.1 ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)†14.2 ผูปวยตองอยูในสภาพรางกายดีพอสมควรคือมี Eastern Co-operation Oncology Group (ECOG)performance status ตั้งแต 0 ถึง 2 (หรือมี ECOG 0-2) ในกรณีที่ ECOG performance status3-4 นั้น ตองเปนผลจากโรค ALL Ph+ เอง (ที่ไมไดเกิดจาก co-morbidity อื่น)† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษาผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้น ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง(palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
2114.3 ผูปวยไดรับการตรวจวินิจฉัยวาเปน ALL Ph+ โดยตองตรวจพบขอหนึ่งขอใด ดังตอไปนี้4.3.1 มี Philadelphia chromosome positive (Ph+) โ ด ย ก า ร ต ร ว จ ด ว ย วิ ธี quantitativechromosome study หรือ4.3.2 มี BCR-ABL gene ของ P190 positive โดยการตรวจดวยวิธี RT-PCR หรือ RQ-PCR4.4 อนุมัติใหใชยา Imatinib เปนลำดับแรก และ Dasatinib เปนลำดับที่ 24.4.1 กรณีผู ปวยอายุไมเกิน 60 ปใหการรักษาดวยยาImatinib เปนลำดับแรก และ Dasatinibเปนลำดับที่ 2 โดยใหรวมกับเคมีบำบัดสูตรใดสูตรหนึ่งดังนี้ GMALL หรือ hyperCVAD หรือThaiPOG protocol4.4.2 กรณี ผู ป วยอายุ มากกว า 60 ป ให การรั กษาด วยยาImatinib เป นลำดั บแรก และDasatinib เปนลำดับที่ 2 โดยใหรวมกับ steroid4.5 อนุมัติใหใชยา Dasatinib เปนลำดับถัดไป เมื่อผูปวยเขาเกณฑขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้4.5.1 ผูปวยไมตอบสนองตอยา Imatinib ซึ่งเปนยาลำดับแรก ตามเกณฑขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้1) ตรวจพบยีน mutation ที่ดื้อตอยา2) ใชยา Imatinib ติดตอกัน 1 เดือนแลว ยังไมพบ complete hematologic response(CHR) หรือ Ph+ >95%3) เกิดสูญเสียภาวะ complete hematologic response4) หลังจากได complete cytogenetic response แลว เกิดภาวะ cytogenetic relapseหรือพบ RT-PCR positive หรือพบ BCR-ABL gene ของ P1905) เกิดโครโมโซมผิดปกติอื่นขึ้นในเซลลที่มี Philadelphia chromosome positive4.5.2 ผูปวยไมสามารถทนตอการรักษาดวยยา Imatinib ที่กำลังใชอยู ตามเกณฑขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้1) แมวาปรับขนาดยา Imatinib ตามแนวทางการใชยาแลว ยังเกิดอาการไมพึงประสงคตอระบบเลือดที่มีความรุนแรงระดับ 4 ติดตอกัน นานอยางนอย 7 วัน หรือ2) แมวาปรับขนาดยา Imatinib ตามแนวทางการใชยาแลว ยังเกิดอาการไมพึงประสงคที่ไมใชตอระบบเลือดโดยมีความรุนแรงระดับ 3 ขึ้นไป นาน 1 เดือน หรือ เกิดอาการไมพึงประสงคเดียวกันที่มีความรุนแรงระดับ 3 ขึ้นไปซ้ำมากกวา 3 ครั้ง4.6 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ตามที่กำหนด†1†5. ขนาดยาและวิธีการใหยาขนาดยา Imatinib และ Dasatinib ในผูปวย ALL Ph+ มีรายละเอียดการใหยาดังนี้5.1 Imatinib5.1.1 ผูปวยอายุไมเกิน 60 ป ใหใชยาขนาด 600 มิลลิกรัมตอวัน สูงสุดไมเกิน 800 มิลลิกรัมตอวันรวมกับเคมีบำบัดอยางนอย 3 รอบ ๆ ละ 14-28 วัน กอนทำ allogeneic stem celltransplantation และใหยา Imatinib maintenance ตอไมเกิน 2 ป5.1.2 ผูปวยอายุมากกวา 60 ป ใหใชยาขนาด 600 มิลลิกรัมตอวัน สูงสุดไมเกิน 800 มิลลิกรัมตอวันรวมกับ steroid อยางนอย 3 รอบจนได complete remission และให maintenanceดวยยาเคมีบำบัด†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
2125.2 Dasatinib5.2.1 ผูปวยอายุไมเกิน 60 ป ใหใชยาขนาด 100 มิลลิกรัมตอวัน สูงสุดไมเกิน 140 มิลลิกรัมตอวันร วมกั บเคมี บำบัดอยางนอย 3 รอบ ๆ ละ 14-28 วั นก อนทำ allogeneic stem celltransplantation และใหยา Dasatinib maintenance ตอไมเกิน 2 ป5.2.2 ผูปวยอายุมากกวา 60 ป ใหใชยาขนาด 100 มิลลิกรัมตอวัน สูงสุดไมเกิน 140 มิลลิกรัมตอวันรวมกับ steroid อยางนอย 3 รอบจนได complete remission และให maintenance ดวยยาเคมีบำบัด6. การประเมินระหวางการรักษา6.1 การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษา6.1.1 ตรวจ CBC ไมนอยกวา 1 ครั้งใน 1 เดือน6.1.2 ตรวจ cytogenetic และ/หรือ BCR-ABL gene ของ P190 โดย RT-PCR หรือ RQ-PCR1) ตรวจ chromosomal cytogenetic เพื่อประเมิน cytogenetic response ในเดือนที่ 1 เดือนที่ 3 เดือนที่ 6 จนกวาจะได complete cytogenetic response หลังจากนั้นตรวจประเมินทุก 6 เดือน จนจบการรักษาตาม protocol และตรวจเมื่อสงสัยวาสูญเสียการตอบสนองตอการรักษา (hematologic หรือ cytogenetic relapse)2) ตรวจ BCR-ABL gene ของ P190 โดย RT-PCR หรือ RQ-PCR ทุก 6 เดือน6.2 การประเมินดานความปลอดภัย6.2.1 ใหมีการตรวจเพื่อติดตามความปลอดภัยตามรายการดังตอไปนี้ทุกครั้งที่มีการเริ่มใชยาชนิดใหม1) ตรวจ BUN/Cr, electrolyte, LFT, calcium, phosphate, magnesium ทุก 1 เดือนเปนเวลา 3 เดือน หลังจากนั้นใหตรวจทุก 3 เดือน2) ตรวจ FBS ทุก 1 เดือนเปนเวลา 3 เดือน หากปกติหลังจากนั้นใหตรวจปละครั้ง3) ตรวจ Lipid panel ทุก 6 เดือนเปนเวลา 1 ป หากปกติหลังจากนั้นใหตรวจปละครั้ง4) ตรวจ EKG และ serum TSH ปละครั้ง6.2.2 กรณีมีภาวะ neutropenia หรือ thrombocytopenia หรือ ผลการตรวจตามขอ 6.2.1 ผิดปกติ ใหทำการปรับขนาดยาที่ใช หรือหยุดยาชั่วคราวตามแนวทางการปรับขนาดยาตามเอกสารกำกับยา7. เกณฑการหยุดยาใหหยุดยา Imatinib หรือ Dasatinib เมื่อตรวจพบขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้7.1 ผูปวยไดยาครบตาม protocol ไดแก GMALL หรือ hyperCVAD หรือ ThaiPOG protocol7.2 หลังผูปวยไดรับการปลูกถายเซลลตนกำเนิดเม็ดเลือดแลวครบ 2 ป7.3 ผูปวยอยูในภาวะ terminally ill7.4 ตรวจพบยีน mutation ที่ดื้อตอยาที่ใชอยู7.5 ไมพบ complete hematologic response (CHR) 1 เดือน สำหรับ Imatinib หรือ 3 เดือน สำหรับ Dasatinib7.6 ตรวจพบ Ph+ >95% เมื่อใชยาครบ 3 เดือน7.7 RT-PCR positive หรือ RQ-PCR detected หลังใชยา Imatinib หรือ Dasatinib ติดตอกัน 3 เดือน7.8 เกิดสูญเสียภาวะ complete hematologic response7.9 หลังจากได complete cytogenetic response แลว เกิดภาวะ cytogenetic relapse หรือ BCR-ABL ของP190 โดย RT-PCR positive หรือ RQ-PCR detected สองครั้งตอเนื่องกัน โดยหางประมาณ 2 เดือน7.10 เกิดโครโมโซมผิดปกติอื่นขึ้นในเซลลที่มี Philadelphia chromosome positive7.11 ผูปวยไมสามารถทนตออาการไมพึงประสงคจากการใชยาได
213แนวทางกำกับการใชยา Imatinibเงื่อนไข สำหรับ acute lymphoblastic leukemia (ALL) ที่มี Ph+ (ผูปวยอายุ 1-15 ป)1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุมัติการใชยา Imatinib จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization)โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ในครั้งแรก (อนุมัติใหใชเปนเวลา 90 วัน) และครั้งตอไปทุก ๆ 180 วัน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล2.1 เปนสถานพยาบาลที่มีความพรอมในการวินิจฉัยและรักษาโรคดังนี้2.1.1 ส า ม า ร ถ ต ร ว จ ห รื อส ง ต ร ว จ ห า Philadelphia chromosome ( t( 9;22) ( q34;q11) )(Ph chromosome) โดยวิธี quantitative chromosome study ได2.1.2 สามารถตรวจหรื อส งตรวจหา BCR-ABL fusion gene ของ P190 ด วยวิ ธี Reversetranscriptase polymerase chain reaction (RT-PCR) ได2.1.3 สามารถตรวจหรือสงตรวจหาจำนวนของ BCR-ABL mRNA ของ P190 โดยวิธี real-timequantitative PCR (RQ-PCR)2.2 มีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นซึ่งพรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา2.3 มีธนาคารเลือด หรือ สามารถหาและจัดเตรียมเลือดและสวนประกอบของเลือดที่เหมาะสมสำหรับผูปวยได แก ระบบการเตรี ยม Leukocyte-depleted Pack red cell และ platelets concentration และirradiated blood product ได2.4 มีสถานที่ และระบบบริหารจัดการและปองกันการติดเชื้อ เพื่อรองรับผูปวยภูมิตานทานต่ำ3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขากุมารเวชศาสตรโรคเลือดหรือ สาขาโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก หรือ อายุรศาสตรโรคเลือด ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลที่ไดรับการอนุมัติในขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Imatinib สำหรับ acute lymphoblastic leukemia (ALL) ที่มี Ph+ ตามเกณฑครบทุกขอ ดังนี้4.1 ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †24.2 ผูปวยตองอยูในสภาพรางกายดีพอสมควร คือ มี Lansky score 50-100 ในกรณีที่ Lansky score10-40 นั้น ตองเปนผลจากโรค ALL Ph+ เอง (ที่ไมไดเกิดจาก co-morbidity อื่น)4.3 ผูปวยไดรับการตรวจวินิจฉัยวาเปน ALL Ph+ โดยตองตรวจพบขอหนึ่งขอใด ดังตอไปนี้4.3.1 มี Philadelphia chromosome positive (Ph+) โ ด ย ก า ร ต ร ว จ ด ว ย วิ ธี quantitativechromosome study หรือ2 † ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษาผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้น ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง(palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
2144.3.2 มี BCR-ABL gene ของ P190 positive โดยการตรวจดวยวิธี RT-PCR หรือ RQ-PCR4.4 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ตามที่กำหนด†3†5. ขนาดยาและวิธีการใหยาใชยาขนาด 340 มิลลิกรัม/ตารางเมตร/วัน รับประทานวันละครั้งเดียว ขนาดสูงสุด 600 มิลลิกรัม/วันดังตาราง Doses of Imatinib (340 mg/m2/day)BSA (m2) Daily dosage< 0.37 100 mg/day0.37-0.51 150 mg/day0.52-0.66 200 mg/day0.67-0.80 250 mg/day0.81-1.02 300 mg/day1.03-1.32 400 mg/day1.33-1.61 500 mg/day1.62-1.91 600 mg/day6. การประเมินระหวางการรักษา6.1 การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษา6.1.1 ตรวจ CBC ไมนอยกวา 1 ครั้งใน 1 เดือน6.1.2 ตรวจ cytogenetic และ/หรือ BCR-ABL gene ของ P190 โดย RT-PCR หรือ RQ-PCR1) ตรวจ chromosomal cytogenetic เพื่อประเมิน cytogenetic response ในเดือนที่ 1 เดือนที่ 3 เดือนที่ 6 จนกวาจะได complete cytogenetic response หลังจากนั้นตรวจประเมินทุก6 เดือนจนจบการรักษาตาม protocol และตรวจเมื่อสงสัยวาสูญเสียการตอบสนองตอการรักษา (hematologic หรือ cytogenetic relapse)2) ตรวจ BCR-ABL gene ของ P190 โดย RT-PCR หรือ RQ-PCR ทุก 6 เดือน6.2 การประเมินดานความปลอดภัย6.2.1 ตรวจ BUN/Cr, electrolyte, LFT, calcium, phosphate, magnesium ทุก 1 เดือน จนจบPhase VII: Interim-Maintenance-II หลังจากนั้นเมื่อเริ่มขึ้น Phase VIII: PH-Maintenanceใหตรวจทุก 3 เดือน6.2.2 ตรวจ FBS ทุก 1 เดือนเปนเวลา 3 เดือน หากปกติหลังจากนั้นใหตรวจทุก course ที่มีL-asparaginase และ/หรือ steroid6.2.3 ตรวจ Lipid panel ทุก 6 เดือนเปนเวลา 1 ป หากปกติหลังจากนั้นใหตรวจปละครั้ง6.2.4 ตรวจ EKG และ serum TSH ปละครั้ง†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
2157. เกณฑการหยุดยาใหหยุดยา Imatinib เมื่อเขาเกณฑขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้7.1 ผูปวยไดยาครบตาม protocol ThaiPOG ALL-13047.2 ผูปวยไดรับการปลูกถายเซลลตนกำเนิดเม็ดเลือด7.3 ผูปวยอยูในภาวะ terminally ill7.4 ตรวจพบยีน mutation ที่ดื้อตอยาที่ใชอยู7.5 ใช ยาติ ดต อกั น 3 เดื อนจนจบ Phase III: PH-consolidation-II แล ว ยั งไม พบ completehematologic response (CHR) หรือ Ph+ >95% หรือ BCR-ABL ของ P190 โดย RT-PCR positiveหรือ RQ-PCR detected7.6 เกิดสูญเสียภาวะ complete hematologic response7.7 หลังจากได complete cytogenetic response แลว เกิดภาวะ cytogenetic relapse หรือ BCR-ABLของ P190 โดย RT-PCR หรือ RQ-PCR positive สองครั้งตอเนื่องกัน โดยหางประมาณ 2 เดือน7.8 เกิดโครโมโซมผิดปกติอื่นขึ้นในเซลลที่มี Philadelphia chromosome positive7.9 ผูปวยไมสามารถทนตออาการไมพึงประสงคจากการใชยาได
216แนวทางกำกับการใชยา Rituximabขอบงใชสำหรับ non-Hodgkin lymphoma ในผูใหญ ชนิด diffuse large B-cell (DLBCL)1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุมัติการใชยากลุม Rituximab จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization)โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 การเบิกจายคายาในรายการนี้ เปนไปตามที่หนวยงานสิทธิประโยชนกำหนด1.3 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ในครั้งแรกที่ใชยากับผูปวย และกอนการประเมินการตอบสนองในทุกครั้ง2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล2.1 เปนสถานพยาบาลที่มีความพรอมในการวินิจฉัยและรักษา non-Hodgkin lymphoma ชนิด diffuselarge B-cell (DLBCL) ได2.2 มีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นซึ่งพรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผู เชี่ ยวชาญที่ ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาโลหิตวิทยา หรืออายุรศาสตรโรคเลือด หรือ กุมารเวชศาสตรโรคเลือด หรือ สาขาโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลที่ไดรับการอนุมัติในขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Rituximab ใน non-Hodgkin lymphoma ชนิด DLBCL โดยมีเกณฑครบทุกขอดังนี้4.1 ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)0†4.2 ผูปวยตองมีอายุไมเกิน 80 ป4.3 ผูปวยตองอยูในสภาพรางกายดีพอสมควรคือมี Eastern Co-operation Oncology Group (ECOG)performance status ตั้งแต 0 ถึง 2 (หรือมี ECOG 0-2) ในกรณีที่ ECOG performance status3-4 นั้น ตองเปนผลจากโรค DLBCL เอง (ไมไดเกิดจาก co-morbidity อื่น)4.4 ผู ปวยไดรับการตรวจวินิจฉัยวาเปนDLBCL โดยผลการตรวจทางพยาธิวิทยาและตรวจพบCD-20 positive โดยวิธี Immunohistochemistry4.5 ผู ปวย DLBCL ตองอยู ในระยะของโรค (staging) ระดับ II-IV โดยยืนยันดวยการตรวจรางกายทางคลินิก การตรวจทางหองปฏิบัติการภาพรังสีชองอก (chest X-ray หรือ CT scan) ภาพรังสีชองทอง (ultrasound หรือ CT scan) และการตรวจไขกระดูก (bone marrow aspiration/ biopsy)4.6 อนุมัติใหใชยา Rituximab ในผูปวยดังตอไปนี้4.6.1 ผูปวยที่ไมเคยไดรับ first-line therapy มากอน† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษาผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้น ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง(palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
2174.6.2 ผู ป วยที่วางแผนจะให R-CHOP เป น first-line therapy แต ไม สามารถรอการอนุ มั ติRituximab ไดและมีความจำเปนตองให CHOP ไปกอนหมายเหตุ: First-line therapy หมายถึง การรักษาสำหรับผู ปวยที่ ไดรับการวินิจฉัยใหมและไมเคยไดรับการรักษามากอน4.7 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ตามที่กำหนด††5. ขนาดยาและวิธีการใหยาขนาดยา Rituximab ที่แนะนำคือ 375 มิลลิกรัม/พื้นที่ผิวหนวยเปนตารางเมตร ใหโดยการหยดทางหลอดเลือดดำ (intravenous infusion) ไมเกิน 8 รอบ โดยหางกันรอบละประมาณ 3 สัปดาหหมายเหตุ:• การใชยาในครั้งแรกใหเริ่มดวยอัตราเร็ว 50 มิลลิกรัมตอชั่วโมง หากไมเกิดอาการแพยาสามารถเพิ่มอัตราเร็วในการใหยาขึ้นอีก 50 มิลลิกรัมตอชั่วโมง ทุก 30 นาที (อัตราเร็วในการใหยาสูงสุดไมเกิน 400มิลลิกรัมตอชั่วโมง)• ใหสอบถามอาการของ infusion reaction จากยา Rituximab ทุกครั้งกอนการใหยา กรณีที่มีภาวะinfusion reaction จากยา Rituximab ใหทำการปรับอัตราเร็วในการใหยาหรือหยุดการใหยาชั่วคราวตามเอกสารกำกับยา6. การประเมินระหวางการรักษา6.1 การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษา6.1.1 ตรวจประเมินการตอบสนองดวยการตรวจรางกายและผลการตรวจทางหองปฏิบัติการตามมาตรฐาน ในทุกรอบของการใหยา6.1.2 ตรวจติดตามดวยภาพรังสี (radiologic imaging) ซ้ำ ในบริเวณที่ เคยตรวจพบรอยโรคหลังไดรับยาไปแลว 3-4 รอบของการรักษา และเมื่อสิ้นสุดการรักษา6.1.3 กรณีตรวจพบรอยโรคในไขกระดูกตั้งแตเริ่มตน ใหตรวจ bone marrow aspiration/ biopsyซ้ำหลังไดรับยาไปแลว 3-4 รอบของการรักษา และเมื่อสิ้นสุดการรักษา6.2 การประเมินดานความปลอดภัย6.2.1 ใหมีการตรวจเพื่อติดตามความปลอดภัยตามมาตรฐาน ตามรายการดังตอไปนี้• ตรวจ CBC กอนการใหยาครั้งแรกและทุกครั้งกอนการใหยาในรอบถัดไป• ตรวจหาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี (HBsAg,anti-HBcIgG และ anti-HBs) กอนการใหยาครั้งแรกหากตรวจพบการติดเชื้อo กรณี HBsAg positive ใหสง HBV viral load แลวเริ่มยาตานไวรัสo กรณี anti-HBcIgG positive ใหสง HBV viral load แลวเริ่มยาตานไวรัสo ใหใชยาปองกันการกำเริบของไวรัสตับอักเสบบีอยางนอย 1 ปหลังจากหยุดยาRituximab แลวและติดตาม liver function ทุก 3 เดือน• ตรวจการทำงานของหัวใจ (cardiac function) กอนใหการรักษา• ตรวจ BUN/Cr, electrolyte, uric acid, LDH กอนการใหยาครั้งแรกหมายเหตุ: หากผูปวยมีหรือมีความเสี่ยงตอการเกิด tumor lysis syndrome ใหรักษาหรือปองกันกอนการใหยา Rituximab††โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
2187. เกณฑการหยุดยาใหหยุดยา Rituximab เมื่อตรวจพบขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้7.1 ผูปวยที่มีผลการประเมินเปน no response (stable disease หรือ progressive disease) หลังจากไดยาไปแลว 4 รอบ7.2 ใชยา Rituximab จนครบ 6-8 รอบ7.3 ผูปวยไมสามารถทนตออาการไมพึงประสงคจากการใชยา
219แนวทางกำกับการใชยา Rituximabขอบงใชสำหรับ non-Hodgkin lymphoma ในเด็ก ชนิด diffuse large B-cell (DLBCL)1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุมัติการใชยากลุม Rituximab จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization)โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 การเบิกจายคายาในรายการนี้ เปนไปตามที่หนวยงานสิทธิประโยชนกำหนด1.3 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ในครั้งแรกที่ใชยากับผูปวย และกอนการประเมินการตอบสนองในทุกครั้ง2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล2.1 เป นสถานพยาบาลที่ มี ความพร อมในการวิ นิ จฉั ยและรั กษาโรค non-Hodgkin lymphomaชนิด diffuse large B-cell (DLBCL) ได2.2 มีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3. และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นซึ่งพรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผู เชี่ ยวชาญที่ ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขากุมารเวชศาสตรโรคเลือด หรือ สาขาโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็กหรือ สาขาอายุรศาสตรโรคเลือด หรือ สาขาโลหิตวิทยาซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลที่ไดรับการอนุมัติในขอ 2.4. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Rituximab ใน non-Hodgkin lymphoma ชนิด diffuse large B-cell (DLBCL) ในเด็กโดยมีเกณฑครบทุกขอดังนี้4.1 ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)†4.2 ผูปวยตองมีอายุไมเกิน 18 ป เมื่อเริ่มตนใหการรักษา4.3 ผูปวยไดรับการตรวจวินิจฉัยวาเปน DLBCL โดยผลการตรวจทางพยาธิวิทยาและตรวจพบ CD-20positive โดยวิธี Immunohistochemistry4.4 เปนผูปวย DLBCL ที่จัดเปน standard หรือ high risk โดยยืนยันดวยการตรวจรางกายทางคลินิกการตรวจทางห องปฏิบั ติการภาพรั งสีชองอก (chest X-ray หรือ CT scan) ภาพรังสีช องท อง(ultrasound หรือ CT scan) และการตรวจไขกระดูก (bone marrow aspiration/biopsy) หรือการตรวจน้ำไขสันหลัง†ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษาผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้น ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง(palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
220Risk stratificationLow Risk Complete resected Murphy stage I or completely resected abdominal Murphy stage IIlesion.StandardRisk All cases not eligible for low or high risk. (Murphy stage III and non-CNS Murphy stage IV)High Risk Any CNS involvement and/or bone marrow involvement, including Burkitt leukemia CNSinvolvement is defined by one or more of the following:(1) Any L3 blasts in CSF(2) Cranial nerve palsy (if not explained by extracranial tumor)(3) Clinical spinal cord compression(4) Isolated intracerebral mass(5) Parameningeal extension: cranial and/or spinalMurphy stageStage I A single tumor (extranodal) or single anatomic area (nodal) with the exclusion of mediastinumor abdomenStage II A single tumor (extranodal) with regional lymph node involvement.Two or more nodal areas on the same side of the diaphragm.Two single (extranodal) tumors with or without regional LN involvement on the same side ofthe diaphragm.A primary GI tract tumor, usually in the ileocecal area, with or without involvement ofassociated mesenteric nodes only, grossly completely resected.Stage III Two single tumors (extranodal) on the opposite sides of (above and below) the diaphragm.All primary intrathoracic (mediastinal, pleural, thymic) tumorsAll extensive primary intra-abdominal disease, unresectable.All paraspinal or epidural tumors, regardless of other tumor site(s)Stage IV Any of the above with initial involvement of CNS or BM (<25% replacement of marrowelements without circulating blast cells)4.5 อนุมัติใหใชยา Rituximab ในผูปวยดังตอไปนี้4.5.1 ผูปวยรายใหมที่ไมเคยไดรับการรักษาดวยยาเคมีบำบัดมากอน4.5.2 ผูปวยที่วางแผนจะให ThaiPOG protocol‡ ที่มี Rituximab รวมดวยเปน first-line therapyแตไมสามารถรอการอนุมัติ Rituximab ไดและมีความจำเปนตองให ThaiPOG protocolไปกอน4.6 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ตามที่กำหนด††‡ThaiPOG protocol หมายถึง แนวทางการรักษาโรคมะเร็งเด็ก พ.ศ. 2559 โดยชมรมโรคมะเร็งเด็กแหงประเทศไทย††โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
2215. ขนาดยาและวิธีการใหยาขนาดยา Rituximab ที่แนะนำคือ 375 มิลลิกรัม/พื้นที่ผิวหนวยเปนตารางเมตร ใหโดยการหยดทางหลอดเลือดดำ (intravenous infusion) ไมเกิน 6 รอบ โดยหางกันรอบละประมาณ 3 สัปดาห โดยใหรวมกับยาเคมีบำบัด ตาม Protocol ThaiPOG Mature B cell lymphoma6. การประเมินระหวางการรักษา6.1 การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษา6.1.1 ตรวจประเมินการตอบสนองดวยการตรวจรางกายและผลการตรวจทางหองปฏิบัติการตามมาตรฐาน ในทุกรอบของการใหยา6.1.2 ตรวจติดตามดวยภาพรังสี (radiologic imaging) ซ้ำ ในบริเวณที่ เคยตรวจพบรอยโรคหลังไดรับยาไปแลว 3-4 รอบของการรักษา และเมื่อสิ้นสุดการรักษา6.1.3 กรณีตรวจพบรอยโรคในไขกระดูกตั้ งแตเริ่ มตน ใหตรวจ bone marrow aspiration/biopsy ซ้ำหลังไดรับยาไปแลว 3-4 รอบของการรักษา และเมื่อสิ้นสุดการรักษา6.1.4 กรณีตรวจพบรอยโรคในน้ำไขสันหลัง ใหตรวจน้ำไขสันหลังในทุกครั้งที่ใหยา intrathecalchemotherapy6.2 การประเมินดานความปลอดภัยใหมีการตรวจเพื่อติดตามความปลอดภัยตามมาตรฐาน ตามรายการดังตอไปนี้6.2.1 ตรวจ CBC กอนการใหยาครั้งแรกและทุกครั้งกอนการใหยาในรอบถัดไป6.2.2 ตรวจหาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี (HBsAg, anti-HBcIgG) หากตรวจพบ HBsAg หรือanti-HBcIgG เปนบวก ใหเริ่มยาตานไวรัสกอนใหยา Rituximab อยางนอย 7 วัน และติดตามliver function ทุก 3 เดือน โดยใหใชยาปองกันการกำเริบของไวรัสตับอักเสบบีอยางนอย 1 ปหลังจากหยุดยา Rituximab แลว6.2.3 ตรวจคลื่นไฟฟาหัวใจ หรือตรวจการทำงานของหัวใจ (cardiac function) กอนใหการรักษา6.2.4 ตรวจ BUN/Cr, electrolyte, uric acid, LDH กอนการใหยาครั้งแรกหมายเหตุ: หากผูปวยมีหรือมีความเสี่ยงตอการเกิด tumor lysis syndrome ใหรักษาหรือปองกันกอนการใหยา Rituximab7. เกณฑการหยุดยาใหหยุดยา Rituximab เมื่อตรวจพบขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้7.1 ผูปวยที่มีผลการประเมินเปน no response (stable disease หรือ progressive disease)หลังจากไดยาไปแลว 4 รอบ7.2 ใชยา Rituximab จนครบ 6 รอบ7.3 ผูปวยไมสามารถทนตออาการไมพึงประสงคจากการใชยา
222แนวทางการกำกับการใชยา Trastuzumabขอบงใชมะเร็งเตานมระยะเริ่มตน1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุมัติการใชยา Trastuzumab จากหนวยงานสิทธิประโยชนตามแนวทางการอนุมัติที่แตละหนวยงานกำหนดไวกอนการรักษา (pre-authorization) โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาลและผูปวยกอนทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ในครั้งแรกที่จะใชยากับผูปวย และครั้งตอไป (ในเดือนที่ 6 และเดือนที่ 12)2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล2.1 เปนสถานพยาบาลที่มีความพรอมในการเตรียมยาและใหยาเคมีบำบัดจนครบสูตรมาตรฐานแกผูปวยหลังการผาตัดมะเร็งเตานม2.2 เปนสถานพยาบาลที่สามารถสงชิ้นเนื้อไปยังหองปฏิบัติการทางพยาธิวิทยา (ใหรีบสงภายใน 48 ชั่วโมงหลังการผาตัด) และมีการตรวจพยาธิวิทยาโดยการยอม immunohistochemistry ในขั้นตอนแรก และมีผลการตรวจชิ้นเนื้อจาก paraffin block ดวยวิธี in situ hybridization เชน Fluorescence in situhybridization (FISH) หรือ Dual-color in-situ hybridization (DISH) เพื่อสนับสนุนผล HER2/neuเปนบวกจริง2.3 เปนสถานพยาบาลที่สามารถตรวจ หรือ สงตรวจการทำงานของหัวใจโดย echocardiogram หรือmultigated acquisition scan (MUGA)2.4 เปนสถานพยาบาลที่มีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวม ดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาอายุรศาสตรมะเร็งวิทยา หรือสาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา หรืออนุสาขาศัลยศาสตรมะเร็งวิทยา ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Trastuzumab ในโรคมะเร็งเตานมระยะเริ่มตน โดยมีเกณฑดังนี้4.1 ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)0†4.2 ผูปวยตองอยูในสภาพรางกายดีคือมี Eastern Co-operation Oncology Group (ECOG) performancestatus ตั้งแต 0 ถึง 1† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
223ECOG PERFORMANCE STATUS SCALESCALE DESCRIPTION OF SCALE0 ASYMPTOMATICNORMAL ACTIVITY.1 SYMPTOMATIC ; AMBULATORYABLE TO CARRY OUT ACTIVITY OF DAILY LIVING.2 SYMPTOMATIC; IN BED LESS THAN 50% OF THE DAY ;OCCASIONALLY NEED NURSING CARE.3 SYMPTOMATIC ; IN BED MORE THAN 50% OF THE DAY ;NEED NURSING CARE.4 BED RIDDENMAY NEED HOSPITALISATION.4.3 ใช Trastuzumab เปน adjuvant therapy ตองมีคุณสมบัติครบทุกขอดังตอไปนี้4.3.1 ผูปวยเปนมะเร็งเตานมที่ไดรับการผาตัดกอนมะเร็งออกไดหมดดวยวิธี curative breastsurgery4.3.2 มีผลการตรวจทางพยาธิวิทยา พบวาโรคมีการกระจายไปที่ตอมน้ำเหลืองรักแร (pN1-3 ยกเวนsupraclavicular node positive) หรือยังไมมีการกระจายไปที่ตอมน้ำเหลืองรักแร (pN0) แตมีขนาดของกอนมะเร็งที่เตานมมากกวา 2 เซนติเมตร4.3.3 มีการประเมินระยะของโรควาไมมีการแพรกระจายไปที่อวัยวะอื่น (M0) อยางนอยดวยเอ็กซเรยปอด อัลตราซาวดตับ และสแกนกระดูก4.3.4 มีผลการตรวจทางพยาธิวิทยาโดยการยอม immunohistochemistry ใหผล HER-2 เปน 2+และยืนยันโดยวิธี in situ hybridization เชน FISH หรือ DISH เปนผลบวก หรือผล HER-2เปน 3+ by IHC และการตรวจ hormone receptor status เปนดังนี้1) ผูปวยที่โรคมีการกระจายไปที่ตอมน้ำเหลืองรักแร (node positive) โดยมีผล hormonereceptor status (ER/PR) เปนแบบใดก็ได2) ผูปวยที่ยังไมมีการกระจายไปที่ตอมน้ำเหลืองรักแร (node negative) แตมีขนาดของกอนมะเร็งที่เตานมมากกวา 2 ซม. มีผลการตรวจ hormone receptor status (ER/PR)เปน ER/PR negative4.3.5 มี ผลการตรวจการทำงานของหั วใจโดย echocardiogram หรื อ MUGA ได ผล leftventricular ejection fraction (LVEF) มากกวาหรือเทากับ 50%4.3.6 ในกรณีที่เปนมะเร็งเตานมระยะลุกลามชนิด locally advanced breast cancer ระยะ T4a,T4b หรือ T4c (ไมรวมผูปวยที่เปน inflammatory breast cancer) ที่ไดรับ neo-adjuvantchemotherapy มากอนการทำ curative breast surgery โดยตองผาตัดกอนมะเร็งออกไดหมดและได free margin4.3.7 มีกำหนดนัดผูปวยเพื่อฉายแสงจากแพทยรังสีรักษาหลังการผาตัด ประกอบการขออนุมัติการใชยา
2244.3.8 สูตรยาเคมีบำบัดที่ใชในการรักษาเสริม ตองมี taxane รวมดวย โดยสูตรที่แนะนำ คือ1) Doxorubicin (Adriamycin) + Cyclophosphamide จนครบ 4 cycle จากนั้นให Paclitaxelสัปดาหละ 1 ครั้ง จนครบ 12 cycle (AC x 4 cycles – Paclitaxel weekly x 12 cycles) หรือ2) Doxorubicin (Adriamycin) + Cyclophosphamide จนครบ 4 cycle จากนั้นให Paclitaxelทุก 3 สัปดาห จนครบ 4 cycle (AC x 4 cycles – Paclitaxel every 3 weeks x 4 cycles)ยกเวนในกรณีที่มีขอหามใช Paclitaxel (เชน แพยาความรุนแรงระดับ 3 (grade 3) ขึ้นไปหรือมี peripheral neuropathy มากกวาหรือเทากับระดับ 2 (grade 2)) สามารถใชยาสูตรอื่นได4.3.9 กรณีที่ไดยาเคมีบำบัดเสริมครบมาแลว ตองเริ่มยา Trastuzumab ภายใน 3 เดือนหลังไดยาเคมีบำบัดครบ และใหยา Trastuzumab ทุก 3 สัปดาห จำนวน 18 ครั้ง หรือ 1 ป4.4 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ตามที่กำหนด††5. ขนาดยาที่แนะนำ5.1 กรณีใหยา Trastuzumab รวมกับ Paclitaxel ทุก 3 สัปดาหมีขนาดยา Trastuzumab ที่แนะนำ ตาม actual body weight ดังนี้1. ใหยา Trastuzumab ในขนาดเริ่มตน 8 มิลลิกรัมตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โดยใหยาในระยะเวลานาน 90 นาที2. หลังจากนั้นใหยา Trastuzumab ครั้งละ 6 มิลลิกรัมตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 3 สัปดาห โดยใหยาในระยะเวลานาน 30-60 นาที3. กรณีที่ หยุดยา Trastuzumab นานเกินกวา 4 สัปดาห นับจากครั้ งสุดทาย ตอง reload8 มิลลิกรัมตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แลวตามดวยขนาดยาปกติ4. ใหยา Trastuzumab ไดไมเกิน 18 ครั้ง ภายใน 1 ป หากมีกรณีจำเปนอนุโลมไดไมเกิน 14 เดือน5.2 กรณีใหยา Trastuzumab รวมกับ Paclitaxel ทุก 1 สัปดาหมีขนาดยา Trastuzumab ที่แนะนำ ตาม actual body weight ดังนี้1. ใหยา Trastuzumab ในขนาดเริ่มตน 4 มิลลิกรัมตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โดยใหยาในระยะเวลานาน 90 นาที2. หลังจากนั้ นใหยา Trastuzumab ครั้ งละ 2 มิลลิกรัมตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 1 สัปดาหโดยใหยาในระยะเวลานาน 30 นาที จนครบ 12 สัปดาห (นับรวมตั้งแตเริ่มใหยาในขนาดเริ่มตน)ในกรณีที่เลื่อนการใหยาเกิน 2 สัปดาหนับจากครั้งสุดทายให reload 4 มิลลิกรัมตอน้ำหนักตัว 1กิโลกรัม3. หลังจากนั้นใหยา Trastuzumab ครั้งละ 6 มิลลิกรัมตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 3 สัปดาห ตั้งแตสัปดาหที่ 13 จนครบ 1 ป (เฉพาะการใหแบบทุก 3 สัปดาหรวมไมเกิน 13 ครั้ง)4. การใหยา Trastuzumab ทั้งหมด ควรเสร็จสิ้นภายในระยะเวลาประมาณ 1 ป แตไมเกิน 14 เดือนหมายเหตุ1. สามารถใชยา Trastuzumab พรอมกับ Paclitaxel ได2. หามใชยา Trastuzumab พรอมกับยา Doxorubicin เนื่องจากมีผลขางเคียงตอหัวใจ††โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)*AC = Doxorubicin hydrochloride (Adriamycin) และ Cyclophosphamide
2256. การประเมินระหวางการรักษาตรวจประเมินการทำงานของหัวใจระหวางการใหยาโดย echocardiogram หรือ MUGA เปนระยะ ๆ ทุก 3-6เดือน โดยมี LVEF มากกวาหรือเทากับ 50%7. เกณฑการหยุดยา7.1 กรณีผูปวยที่โรคมีการกระจายไปที่ตอมน้ำเหลืองรักแร (node positive) ไดรับยา Trastuzumabครบ 18 ครั้งภายในเวลาไมเกิน 14 เดือน7.2 กรณีผูปวยที่ยังไมมีการกระจายไปที่ตอมน้ำเหลืองรักแร (node negative) ไดรับยา Trastuzumabครบ 9 ครั้งภายในเวลาไมเกิน 7 เดือน7.3 มีอาการแสดงของภาวะ congestive heart failure7.4 มีความผิดปกติของการทำงานของหัวใจ (LVEF นอยกวา 50%) โดยไมมีอาการของโรคหัวใจ ใหหยุดยาและจะกลับมาใชใหมไดเมื่อ LVEF ตั้งแต 50% ภายในเวลา 8 สัปดาห7.5 พบการกลับเปนซ้ำของโรค (relapse) ระหวางไดรับยา7.6 หยุดยา Trastuzumab นานเกิน 8 สัปดาห
226แนวทางกำกับการใชยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG)ขอบงใช โรคคาวาซากิระยะเฉียบพลัน (acute phase of Kawasaki disease)1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 กรณีโรคคาวาซากิระยะเฉียบพลัน ขออนุมัติการใชยา IVIG จากหนวยงานสิทธิประโยชน ภายหลังการรักษา (post-authorization) เนื่องจากผูปวยสวนใหญเปนเด็กเล็ก มักมาดวยอาการฉุกเฉิน และจำเปนตองไดรับยาอยางทันทวงทีมิฉะนั้นอาจทำใหผูปวยเสียชีวิตได โดยมีการลงทะเบียนแพทยสถานพยาบาล และผูปวยหลังทำการรักษา กับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรณีโรคคาวาซากิระยะเฉียบพลันที่ดื้อตอการรักษาดวย IVIG ในครั้งแรก ใหขออนุมัติจากหนวยงานสิทธิประโยชน กอนการใหยา IVIG ซ้ำอีก 1 ครั้ง (pre-authorization) โดยมีการลงทะเบียนแพทยสถานพยาบาล และผูปวยหลังทำการรักษา กับหนวยงานสิทธิประโยชน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลเปนสถานพยาบาลที่สามารถทำการตรวจ echocardiogram ได หรือสามารถสงตอเพื่อรับการตรวจechocardiogram ไดในโรงพยาบาลเครือขายภายในเวลาไมเกิน 2 สัปดาห นับจากวันที่ใหการวินิจฉัยโรครวมทั้งมีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษา3.1 เปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขากุมารเวชศาสตรซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 23.2 ในกรณีสถานพยาบาล ไมมีแพทยตามขอ 3.1 ใหผูอำนวยการโรงพยาบาลแตงตั้งแพทยที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาสาขากุมารเวชศาสตร ที่มีความรูความชำนาญในการใชยาดังกลาวอยางนอย 2 คน4. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา IVIG ในโรคคาวาซากิระยะเฉียบพลัน ในกรณีดังตอไปนี้4.1 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †4.2 สามารถวินิจฉัยโรคไดครบถวนตามเกณฑของคาวาซากิ โดยมีอาการและอาการแสดงดังตอไปนี้4.2.1 มีไขติดตอกันอยางนอย 5 วัน4.2.2 มีอาการแสดงอยางนอย 4 ใน 5 อยาง ดังนี้• เยื่อตาสวนลูกตา (bulbar) แดงที่ตาทั้งสองขางโดยไมมีขี้ตา• มีการเปลี่ยนแปลงของริมฝปากและเยื่อบุชองปากโดยมีริมฝปากแดง มีรอยแยกที่ริมฝปาก ลิ้นเปนตุมและมีสีแดงคลายผลสตรอเบอรี่ หรือมีคอหอยแดงอยางชัดเจน• มีการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังบริเวณมือและเทาโดยมีฝามือหรือฝาเทาแดงมือหรือเทาบวม (ในระยะเฉียบพลัน) ซึ่งตอมาจะมีการลอกของผิวหนังบริเวณรอบๆ เล็บมือหรือเล็บเทา (ในระยะพักฟนหรือระยะกึ่งเฉียบพลันที่สัปดาหที่ 2 และ 3 ของโรค)† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น (irreversible)ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
227• มีผื่นผิวหนังลักษณะหลายรูปแบบ (polymorphous rash)• คลำพบตอมน้ำเหลืองบริเวณลำคอ โดยมีขนาดโตกวา 1.5 เซนติเมตร และมักคลำพบเพียงดานใดดานหนึ่งของลำคอ4.2.3 ไดรับการวินิจฉัยแยกโรคที่มีอาการคลายกันออกแลว ไดแก โรคติดเชื้อไวรัส (เชน measles,adenovirus, enterovirus, Epstein-Barr virus), scarlet fever, staphylococcal scaldedskin syndrome, toxic shock syndrome, bacterial cervical lymphadenitis, drughypersensitivity reactions, Stevens-Johnson syndrome, juvenile rheumatoidarthritis, Rocky mountain spotted fever, leptospirosis, mercury hypersensitivityreaction (acrodynia)4.3 วินิจฉัยโรคไดไมครบถวนตามเกณฑของคาวาซากิ (incomplete Kawasaki disease) แตมีการตรวจทางหองปฏิบัติการที่เขาไดกับโรค ตามเกณฑของ American Heart Association และ AmericanAcademy of Pediatrics (AHA/AAP guidelines) ไดแกขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้4.3.1 มี ค า ESR > 40 mm/hour แ ล ะ/ห รื อ CRP > 3 mg/dL ร ว ม กั บ ผ ล ก า ร ต ร ว จ ท า งหองปฏิบัติการอื่นพบความผิดปกติตั้งแต 3 ขอขึ้นไป ไดแก• ALT สูงกวา2.5 เทาของคาปกติ• WBC count > 15,000/mm3• มีภาวะโลหิตจาง (เมื่อเทียบกับอายุของผูปวย)• platelet count > 450,000/mm3 (ไขมากกวา 7 วัน)• การตรวจปสสาวะพบเม็ดเลือดขาว > 10/HPF• serum albumin < 3g/dL4.3.2 ตรวจพบความผิดปกติของ echocardiogram4.4 กรณีโรคคาวาซากิระยะเฉียบพลันที่ดื้อตอการรักษาดวย IVIG ในครั้งแรก พิจารณาให IVIG ซ้ำไดอีก 1 ครั้งเทานั้น (ใชขนาดยาและวิธีการใหยาตามขอ 5) โดยมีเกณฑการวินิจฉัยดังตอไปนี้• ลักษณะทางคลินิกและผลการตรวจทางหองปฏิบัติการยังคงเขาไดกับโรคคาวาซากิ• ยังตรวจไมพบสาเหตุอื่นๆ ของไข• หลังจากการให IVIG dose แรกเสร็จสิ้นไปแลวนานกวา 36 - 48 ชั่วโมงผูปวยยังคงมีไขอยู4.5 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่ใชยากับผูปวย1††5. ขนาดยาที่แนะนำและวิธีการใหยาใหยาในขนาด 2 กรัมตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมตอครั้ง โดยการใหยาเพียงครั้งเดียว (single dose) ภายในระยะ10 วันหลังจากที่เริ่มมีไข เนื่องจากมีหลักฐานวาการใหยาเกินกวาระยะเวลาดังกลาวไมใหประโยชนในการรักษาใหยาดวยวิธี continuous drip โดยเริ่มใหยาในขนาด 0.6 มิลลิลิตรตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมตอชั่วโมง และเพิ่มอัตราครั้งละเทาตัวทุก 30 นาที (ขนาดสูงสุดไมเกิน 4.8 มิลลิลิตรตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมตอชั่วโมง) จนไดอัตราที่ให IVIG ไดหมดใน 12 ชั่วโมง6. การติดตามผลการรักษา6.1 ขณะใหยาควรบันทึกสัญญาณชีพ ทุก 15 นาที ใน 2 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นถาไมพบความผิดปกติใหบันทึกทุก 1 ชั่วโมง†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
2286.2 ใหสังเกตการเกิดผื่น และการหายใจ ถามีอาการผิดปกติใหหยุดการใหยา และรักษาอาการแพ6.3 ผูปวยโรคคาวาซากิทุกรายที่ยังไมไดรับการตรวจechocardiogram ณ วันที่วินิจฉัยโรคตองไดรับการตรวจ echocardiogram ภายในเวลาไมเกิน 2 สัปดาห6.4 ควรทำ echocardiogram ซ้ำที่ 2 เดือน หลังเริ่มปวย
229แนวทางกำกับการใชยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG)ขอบงใช โรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิ (primary immunodeficiency diseases)1. ระบบอนุมัติการใชยาขออนุมัติการใชยา IVIG จากหนวยงานสิทธิประโยชนดังนี้1.1 กรณี Post- Authorizationกรณีเมื่อผูปวยมาดวยภาวะฉุกเฉินและจำเปนตองไดรับยาในทันที มิเชนนั้นผูปวยอาจถึงแกชีวิตได(life-threatening) ใหขออนุมัติการใชยา IVIG จากหนวยงานสิทธิประโยชนภายหลังการรักษา พรอมแนบรายงานการใช IVIG โดยเร็วที่สุด โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยหลังทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรณี Pre-Authorizationสำหรับในกรณีที่ไมใชภาวะฉุกเฉิน เชน การใหเพื่อการรักษาตามปกติ (Replacement Therapy)จะตองมีการลงทะเบียนผูปวยไวลวงหนากับหนวยงานสิทธิประโยชน และกอนไดรับยาในครั้ง (course) ตอไปใหขออนุมัติการใชยา IVIG จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา เนื่องจากผูปวยไมจำเปนตองไดรับยาในทันที ยกเวนในรายที่มีอาการรุนแรง และฉุกเฉินควรทำตามแบบ post-authorization แลวจึงแจงใหหนวยงานสิทธิประโยชนทราบภายหลังการรักษา2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลเปนสถานพยาบาลที่มีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาสถานพยาบาลจำเปนตองใชยาโดยแพทยผูมีความพรอมในการใชยานี้ทั้งในแงความสามารถในการวินิจฉัยโรค การใชยาใหตรงตามขอบงใช การระมัดระวังอันตรายจากยา และการติดตามผลการรักษา ไดแก3.1 เปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในอนุสาขากุมารเวชศาสตรโรคติดเชื้อ หรืออนุสาขากุมารเวชศาสตรโรคภูมิแพและภูมิคุมกัน หรืออนุสาขาอายุรศาสตรโรคติดเชื้อหรืออนุสาขาอายุรศาสตรโรคภูมิแพและภูมิคุมกันทางคลินิก ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 2หมายเหตุ ผูปวยควรพบแพทยผูเชี่ยวชาญผูใหการวินิจฉัย ทุก 3-6 เดือน3.2 ในกรณีสถานพยาบาล ไมมีแพทยตามขอ 3.1 ใหผูอำนวยการโรงพยาบาลแตงตั้งแพทยที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาสาขาอายุรศาสตร หรือสาขากุมารเวชศาสตร ที่ มีความรูความชำนาญในการใชยาดังกลาวอยางนอย 2 คน ซึ่งสามารถรับคำปรึกษาจากแพทยผูเชี่ยวชาญเพื่อใหการรักษาผูปวยในภาวะฉุกเฉิน หรือเปนการรักษาตามปกติแบบตอเนื่องโดยมีหนังสือสงตัวจากแพทยผูเชี่ยวชาญ4. เกณฑการวินิจฉัยโรคผูปวยโรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิอาจมีอาการทางคลินิกที่หลากหลาย การวินิจฉัยโรคอาจคลาดเคลื่อนไดหากไมไดรับการยืนยันดวยผลการตรวจทางหองปฏิบัติการที่เหมาะสม รวมกับการตรวจพบลักษณะทางคลินิกบางประการที่ชวยใหวินิจฉัยแยกโรคไดอยางแมนยำ เกณฑการวินิจฉัยโรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิประกอบดวย
2304.1 อาการแสดงทางคลินิก (clinical presentation)4.1.1 มีภาวะติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ และระบบอื่นๆ ไดบอย เชน ปอดอักเสบ หูอักเสบไซนัสอักเสบ การติดเชื้อในทางเดินอาหาร สมองติดเชื้อ การติดเชื้อบริเวณผิวหนัง การติดเชื้อของระบบกระดูกและกลามเนื้อ ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นติดเชื้อในกระแสเลือด โดยมี spectrumของเชื้อดังแสดงไวในตารางที่ 14.1.2 การตรวจรางกายที่ ชวยในการวินิจฉัยโรค คืออาจพบน้ำหนักตัวนอย อาจตรวจไมพบตอมน้ำเหลืองหรือตอมทอนซิล4.1.3 มีผลการตรวจทางหองปฏิบัติการที่สนับสนุนการวินิจฉัยโรค ดังแสดงไวในตารางที่ 2ตารางที่ 1 spectrum ของเชื้อที่มักเปนสาเหตุของการติดเชื้อในผูปวยโรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิA. Bacterial respiratory tract and gastrointestinal infections• Haemophilus influenzae• Streptococcus pneumoniae• Staphylococcus aureus• Neisseria meningitidis• Pseudomonas aeruginosa• เชื้ออื่นๆ ที่อาจพบได คือ Mycoplasma, Campylobacter, Ureaplasma urealyticumB. Enterovirus• Echovirus เปน virus สำคัญที่พบบอย• Coxsackie virus A และ B• PoliovirusC. Opportunistic organism เชน Pneumocystis jirovecii (Pneumocystic carinii)ตารางที่ 2 ผลการตรวจทางหองปฏิบัติการที่สนับสนุนการวินิจฉัยโรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิA. ผลการตรวจทางหองปฏิบัติการที่จำเปนในการวินิจฉัยครั้งแรก• Complete blood count (CBC)• Quantitative serum immunoglobulin (IgG, IgA, IgM) levelsB. ผลการตรวจทางหองปฏิบัติการที่ควรพิจารณาในการวินิจฉัยครั้งแรก เชน• CD marker เชน CD3, CD4, CD8 (T cells), CD19 or CD20 (B cells), CD16/56 (NK cells)• Serum IgE level• IgG subclasses• T cell function• Antigen specific antibody response
2314.2 เกณฑการวินิจฉัยโรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิแตละชนิด4.2.1 Common Variable Immunodeficiency (CVID)Male or female, one of major isotypes (IgM, IgG, and IgA) < 2 SD mean for age and all ofthe following criteria1. Onset > 2 years of age2. Absent isohemagglutinin and/or poor response to vaccine3. Defined causes of hypogammaglobulinemia have been excluded4.2.2 Severe Combined Immunodeficiency (SCID)Male or female < 2 years of age with either1. < 20% CD3+T cells, an absolute lymphocyte count < 3,000/mm3 andproliferative responses to mitogen less than 10% of control or2. The presence of maternal lymphocytes in the circulation4.2.3 DiGeorge anomalyMale or female with CD3+T cells < 1,500/mm3 and at least one of the following:1. Cardiac defect2. Hypocalcemia of greater than 3 weeks duration that requires therapy3. Dysmorphic facies or palatal abnormalities4.2.4 X-linked agammaglobulinemia (XLA or Bruton's agammaglobulinemia)Male patients with less than 2% CD19+ B cells in whom other causes ofhypogammaglobulinemia have been excluded and at least one of the following criteria:1. Onset of recurrent bacterial infections in the first 5 years of life2. Serum IgG, IgM, and IgA more than 2 SD below normal for age3. Absence of isohemagglutinins4.2.5 Autosomal recessive agammaglobulinemiaMale or female patients with less than 2% CD19+ B cells in whom other causes ofhypogamma-globulinemia have been excluded and at least one of the following criteria:1. Onset of recurrent bacterial infections in the first 5 years of life2. Serum IgG, IgM, and IgA more than 2 SD below normal for age3. Absence of isohemagglutinins4.2.6 X-linked hyper-IgM syndromeMale patient with serum IgG concentration < 2 SD below normal for age, normalnumber of T cells and B cells and one or more of the following:1. Serum IgM concentration at least 2 SD above normal for age2. Pneumocystis jiroveci in the first year of life3. Parvovirus-induced aplastic anemia4. Cryptosporidium-related diarrhea5. Severe liver disease (sclerosing cholangitis)
2324.2.7 Autosomal recessive hyper-IgM syndromeMale or female patient with serum IgG and IgA concentration < 2 SD below normal forage, serum IgM concentration at least 2 SD above normal for age, normal number of Tcells and B cells, and lymphadenopathy4.2.8 Ataxia telangiectasiaMale or female with progressive cerebellar ataxia and at least one of the following1. Ocular or facial telangiectasia2. Serum IgA < 2 SD normal for age3. Alpha fetoprotein > 2 SD4. Increased chromosomal breakage after exposure to irradiation4.2.9 Wiskott-Aldrich syndromeMale patient with congenital thrombocytopenia (less than 70,000/mm3), small platelets,or male patient splenectomized for thrombocytopenia, and at least one of the following1. Eczema2. Abnormal antibody response to polysaccharide antigens3. Recurrent bacterial or viral infections4. Autoimmune diseases5. Lymphoma, leukemia, or brain tumors4.2.10 X-linked lymphoproliferative syndrome (XLP)Male patient experiencing death, lymphoma/Hodgkin disease, immunodeficiency, aplasticanemia or lymphohistiocytic disorder following acute EBV infection4.2.11 Isolated IgG subclass deficiencyAll of the following1. Reduction in one or more of IgG subclass (value below 2 SD for ageappropriate level)2. No other cause of other primary immunodeficiency can be identified4.2.12 IgA with IgG subclass deficiencyAll of the following1. Reduced IgA (value below 2 SD for age appropriate level)2. Reduction in one or more of IgG subclass (value below 2 SD for ageappropriate level)3. No other cause of other primary immunodeficiency can be identified4.2.13 Specific antibody deficiency with normal Ig concentrations and numbers of B cellsAll of the following1. Abnormal antibody response to vaccine2. No other cause of other primary immunodeficiency can be identified
2334.2.14 Reticular dysgenesisAll of the following without other cause such as malignancy or drug1. Markedly decreased T cells2. Decreased or normal B cells3. Decreased serum Immunoglobulin4. Granulocytopenia5. Thrombocytopenia4.2.15 Omenn syndromeAll of the following1. Normal or decreased B cells2. Decreased serum immunoglobulin3. Elevated serum IgE4. Erythroderma5. Eosinophilia6. Adenopathy7. Hepatosplenomegaly4.2.16 Thymoma with immunodeficiency (Good syndrome)All of the following1. Thymoma2. Decreased numbers of B cells3. Decreased serum immunoglobulin4.2.17 Transient hypogammaglobulinemia of infancyAt least criteria number 1-4 at the initial diagnosis1. Age < 2 years old2. Decreased serum IgG and IgA3. Normal numbers of B cells4. No other cause of other primary immunodeficiency can be identified5. Recovery after 2 years of age4.2.18 Cartilage hair hypoplasiaAll of the following1. Normal or decreased numbers of T cells2. Normal or decreased numbers of B cells3. Short-limbed dwarfism with metaphyseal dysostosis4. Sparse hair5. Anemia6. Neutropenia
2344.2.19 Hyper-IgE syndrome (sporadic or autosomal dominant form)At least criteria number 1-41. serum IgE > 2,000 IU/mL or more than 2 SD normal for age2. Staphylococcal skin abscess3. Pneumonia and pneumatocoele4. Disorders of bone, joint, and teeth such as osteoporosis, hyperextensiblejoint, scoliosis, retain primary teeth5. Candidiasis6. Facial features such as broad nasal bridge, and facial asymmetry4.2.20 WHIM syndromeAll of the following1. Hypogammaglobulinemia2. Decreased B cells3. Severe neutropenia4. Warts or human papilloma virus infectionหมายเหตุ เกณฑการวินิจฉัยโรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิแตละชนิดตามขอ 4.2 ดัดแปลงจาก1. Diagnostic criteria for primary immunodeficiencies by Pan-American Groupfor Immunodeficiency (PAGID) and European Society forImmunodeficiencies (ESID) Clin Immunol 1999;93:190-97.2. Classification of primary immunodeficiency by Primary ImmunodeficiencyDiseases Classification Committee, The International Union ofImmunological Societies. J Allergy Clin Immunol 2006;117:883-96.โปรดใหความสนใจ การใชยาโดยขาดการวินิจฉัยโรคที่แมนยำจัดเปนการใชยาอยางไมสมเหตุผลสถานพยาบาลอาจไมไดรับการชดเชยยาหากไมระบุการวินิจฉัยโรคตามขอ 4.2 ขอใดขอหนึ่งใหกับผูปวย5. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใช IVIG ในโรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิ (primary immunodeficiency diseases) ดวยเกณฑดังนี้5.1 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †5.2 ผู ปวยไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรคภูมิคุ มกันบกพรองปฐมภูมิ(primary immunodeficiencydiseases) ประเภทใดประเภทหนึ่งดังนี้ โดยมีการระบุชื่อโรคอยางชัดเจนตามตารางที่ 35.2.1 ผูปวยโรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิประเภทที่ขาดB cell เชน X-linked agammaglobulinemia,severe combined immunodeficiency5.2.2 ผูปวยโรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิประเภทที่มีปริมาณ immunoglobulin ต่ำ และมีความผิ ดปกติ ในการสร าง specific antibody เช น common variable immunodeficiency,hyper-IgM syndrome† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น (irreversible)ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
2355.2.3 ผูปวยโรคภูมิคุ มกันบกพรองปฐมภูมิประเภทที่ มีปริมาณ immunoglobulin ปกติ แตมีความผิดปกติในการสราง specific antibody เชน Wiskott-Aldrich syndrome, hyper-IgEsyndrome, specific antibody deficiency5.2.4 ผูปวยโรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิประเภทที่มีปริมาณ immunoglobulin subclass ผิดปกติรวมกับมีการติดเชื้อบอยๆ หรือมีความผิดปกติในการสราง specific antibody5.3 ไมใชผูปวยที่มีภาวะ selective IgA deficiency เนื่องจากไมมีขอบงชี้ และอาจเปนอันตรายตอผูปวยเนื่องจากเกิดภาวะแอนาฟแล็กซิสไดงายจากการใช IVIG5.4 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่ใชยากับผูปวย3††ตารางที่ 3 รายชื่อโรคภูมิคุมกันบกพรองปฐมภูมิแตละชนิด ที่ตองไดรับการระบุในแบบฟอรมขออนุมัติการใชยา01 Common variable immunodeficiency02 Severe combined immunodeficiency (SCID)03 DiGeorge anomaly04 X-linked agammaglobulinemia (XLA or Bruton'sagammaglobulinemia)05 Autosomal recessive agammaglobulinemia06 X-linked hyper-IgM syndrome07 Autosomal recessive hyper-IgM syndrome08 Ataxia-telangiectasia and diseases of DNA repair defects09 Wiskott-Aldrich syndrome10 X-linked lymphoproliferative syndrome (XLP)11 Isolated IgG subclass deficiency12 IgA with IgG subclass deficiency13 Specific antibody deficiency with normal Ig concentrations and numbersof B cells14 Reticular dysgenesis15 Omenn syndrome16 Thymoma with immunodeficiency (Good syndrome)17 Transient hypogammaglobulinemia of infancy18 Cartilage hair hypoplasia19 Hyper- IgE syndrome20 WHIM syndrome6. ขนาดยาที่แนะนำและวิธีการใหยาเริ่มดวย 400-600 มิลลิกรัมตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมตอครั้ง ทุก 2-4 สัปดาห จากนั้นปรับระดับใหไดIgG trough level มากกวา 500 มิลลิกรัมตอเดซิลิตร หรือ มากกวา 800 มิลลิกรัมตอเดซิลิตร กรณีที่มีbronchiectasis หรือการติดเชื้อที่รุนแรง†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
236หมายเหตุ ยาแตละบริษัทอาจมีวิธีการใหยาที่แตกตางกัน โปรดอานวิธีใหยาจากเอกสารกำกับยากอนใหยา7. ระยะเวลาในการรักษาขึ้นอยูกับชนิดของโรคและดุลยพินิจของแพทยผูวินิจฉัย โดยประเมินวาผูปวยมีความจำเปนตองใช IVIGตอเนื่องหรือไม เชนกรณี IgG subclass deficiency อาจพิจารณาหยุดการให IVIG หลังการรักษา 6 เดือนถึง 1 ป สำหรับผูปวยภูมิคุมกันบกพรองที่ไดรับการรักษาดวยการปลูกถายไขกระดูก ควรใหแพทยผูวินิจฉัยหรือแพทยผูทำการรักษาเปนผูพิจารณาใหความเห็นในการหยุดการให IVIG ตามมาตรฐานการรักษา
237แนวทางกำกับการใชยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG)ขอบงใช โรค immune thrombocytopenia ชนิดรุนแรง1. ระบบอนุมัติการใชยาขออนุมัติการใชยา IVIG จากหนวยงานสิทธิประโยชน ภายหลังการรักษา (post-authorization) เนื่องจากผูปวยสวนใหญมักมาดวยอาการฉุกเฉิน และจำเปนตองไดรับยาอยางทันทวงทีมิฉะนั้นอาจทำใหผูปวยเสียชีวิตได โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยหลังทำการรักษา กับหนวยงานสิทธิประโยชน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลเปนสถานพยาบาลที่มีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาอายุรศาสตรโรคเลือด หรืออนุสาขาโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา IVIG ในโรค immune thrombocytopenia ชนิดรุนแรง โดยมีเกณฑดังนี้4.1 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †4.2 ผูปวยแตละรายอนุมัติใหใชยา IVIG ไดไมเกิน 2 กรัมตอกิโลกรัม ตอการรับไวในโรงพยาบาล 1 ครั้งและไมใหยาซ้ำในการรักษาคราวเดียวกัน4.3 เปนผูปวยที่ไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรค immune thrombocytopenia ที่มีอาการรุนแรง โดยมีเกณฑครบถวนทุกขอดังนี้4.3.1 มีเลือดออกผิดปกติที่เกิดจากจำนวนเกล็ดเลือดต่ำ4.3.2 มี isolated thrombocytopenia รวมกับมีจำนวน megakaryocyte ในไขกระดูกปกติ4.3.3 ไมมีสาเหตุอื่น ๆ ของจำนวนเกล็ดเลือดต่ำ เชน ติดเชื้อ ยา เปนตน4.3.4 เปนไปตามเกณฑในขอ 4.3 absolute indication หรือในขอ 4.4 relative indication ขอใดขอหนึ่ง4.4 กรณีมี absolute indication โดยผูปวยโรค immune thrombocytopenia มีอาการรุนแรง เปนไปตามเกณฑครบถวนทุกขอดังนี้4.4.1 ไมใช IVIG เปนยาขนานแรก และไมใช IVIG เปนยาเดี่ยวในการรักษา โดยให IVIG รวมกับเกล็ดเลือด และคอรติโคสเตอรอยด4.4.2 มีจำนวนเกล็ดเลือดนอยกวา 20,000/mm34.4.3 มีภาวะเลือดออกรุนแรงที่คุกคามตอชีวิต ไดแก ภาวะเลือดออกในอวัยวะสำคัญ เชน สมองปอด ชองทอง ชองอก และทางเดินอาหาร4.4.4 ใชยา IVIG ภายหลังการใหการรักษามาตรฐาน แลวไมตอบสนองตอการรักษา เชน anti-Rho (D)immune globulin, คอรติโคสเตรอยด หรือเกล็ดเลือดรวมกับคอรติโคสเตรอยดนาน 3-7 วันยังคงมีจำนวนเกล็ดเลือดต่ำมากหรือมีจำนวนลดลง† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
2384.5 กรณีมี relative indication โดยผูปวยโรค immune thrombocytopenia ที่จำเปนตองไดรับการตัดมาม โดยมีเกณฑครบถวนทุกขอดังนี้4.5.1 มีจำนวนเกล็ดเลือดนอยกวา 50,000/mm3 กอนการผาตัด4.5.2 ได รั บ คอร ติ โคสเตรอยด และ anti-Rho (D) immune globulin แล ว แต ไม สามารถเพิ่มจำนวนเกล็ดเลือดใหมากกวา 50,000/mm3 ได4.6 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่ใชยากับผูปวย5††5. ขนาดยาที่แนะนำและวิธีการใหยาเด็กและผูใหญ ใหยาในขนาด 400 มิลลิกรัมตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมตอวัน เปนเวลา 2-5 วัน หรือ ใหยาในขนาด 1 กรัมตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมตอวัน เปนเวลา 2 วัน โดยเริ่มใหยาในขนาด 0.6 มิลลิลิตรตอน้ำหนักตัว1 กิโลกรัมตอชั่วโมง และเพิ่มอัตราครั้งละเทาตัวทุก 30 นาที (ขนาดสูงสุดไมเกิน 4.8 มิลลิลิตรตอน้ำหนักตัว1 กิโลกรัมตอชั่วโมง) จนไดอัตราที่ให IVIG ไดหมดใน 8-12 ชั่วโมง ใหยาซ้ำครั้งที่สอง 24 ชั่วโมงหลังการใหยาครั้งแรกหมายเหตุ ผูปวยหลังการตัดมาม ไมจัดอยูในเกณฑการอนุมัติการใชยา IVIG†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
239แนวทางกำกับการใชยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG)ขอบงใช autoimmune hemolytic anemia (AIHA) ที่ไมตอบสนองตอการรักษาตามขั้นตอนของมาตรฐานการรักษาและมีอาการรุนแรงที่อาจเปนอันตรายถึงแกชีวิต1. ระบบอนุมัติการใชยาขออนุมัติการใชยา IVIG จากหนวยงานสิทธิประโยชน ภายหลังการรักษา (post-authorization) เนื่องจากผูปวยสวนใหญมักมาดวยอาการฉุกเฉิน และจำเปนตองไดรับยาอยางทันทวงทีมิฉะนั้นอาจทำใหผูปวยเสียชีวิตได โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยหลังทำการรักษา กับหนวยงานสิทธิประโยชน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลเปนสถานพยาบาลที่มีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผู เชี่ยวชาญที่ ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาอายุรศาสตร หรืออายุรศาสตรโรคเลือด ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใช IVIG ในโรค autoimmune hemolytic anemia (AIHA) เมื่อครบตามเงื่อนไขดังตอไปนี้4.1 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †4.2 ไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรค AIHA ตามเกณฑครบทุกขอตอไปนี้4.2.1 เปนภาวะโลหิตจางชนิด acquired hemolytic anemia4.2.2 ตรวจรางกายพบอาการแสดงของโลหิตจาง ดีซาน อาจมีตับและมามโต4.2.3 ตรวจสเมียรเลือด พบ spherocyte, polychromasia และ nucleated red blood cell4.2.4 ตรวจ direct Coombs’ test ใหผลบวก รวมกับการเพิ่มขึ้นของ reticulocyte count และการตรวจพบ bilirubin ในปสสาวะ (indirect bilirubin เพิ่มสูงขึ้นในเลือด)4.3 ไมตอบสนองตอการรักษาตามขั้นตอนของมาตรฐานการรักษา ไดแก ไมตอบสนองตอ corticosteroidและการใหเลือด4.4 มีอาการรุนแรงที่อาจเปนอันตรายถึงแกชีวิต ไดแก unstable angina กลามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือด (myocardial infarction) หัวใจวาย และ stroke4.5 ไมเปนผูปวยเด็ก เนื่องจากไมมีหลักฐานสนับสนุน และเด็กสวนใหญไมตอบสนองตอการรักษาดวยIVIG แมใหยาในขนาดสูงมาก (เชน 1 กรัมตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เปนเวลา 5 วัน) แลวก็ตาม4.6 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่ใชยากับผูปวย7††† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น (irreversible)ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
2405. ขนาดยาที่แนะนำ และวิธีการใหยา400 – 500 มิลลิกรัมตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมตอวัน เปนเวลา 4-5 วัน หรือ 1 กรัมตอน้ำหนักตัว1 กิโลกรัมตอวัน เปนเวลา 2 วัน ขนาดรวมไมเกิน 2 กรัมตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม และไมอนุมัติใหใชยาซ้ำในการรักษาคราวเดียวกันใหยาดวยวิธีหยดเขาหลอดเลือดดำอยางตอเนื่อง โดยเริ่มใหยาในขนาด 0.6 มิลลิลิตรตอน้ำหนักตัว1 กิโลกรัมตอชั่วโมง (30 มิลลิกรัมตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมตอชั่วโมง) และเพิ่มอัตราครั้งละเทาตัวทุก 30 นาทีขนาดสูงสุดไมเกิน 4.8 มิลลิลิตรตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมตอชั่ วโมง (240 มิลลิกรัมตอน้ำหนั กตัว1 กิโลกรัมตอชั่วโมง) และหยดเขาหลอดเลือดดำอยางตอเนื่องจนยาหมดหากใหยาดวยวิธีขางตนโดยใชยาในขนาดสูงสุดคือ 1 กรัมตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ยาจะหมดในเวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมงหมายเหตุ ยาแตละบริษัทอาจมีวิธีการใหยาที่แตกตางกัน โปรดอานวิธีใหยาจากเอกสารกำกับยากอนใหยา6. การติดตามผลการรักษา6.1 ขณะใหยาควรวัดชีพจร และความดันโลหิต ทุก 15 นาที ใน 2 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นถาไมพบความผิดปกติใหบันทึกทุก 1 ชั่วโมง จนสิ้นสุดการให IVIG แลว 60 นาที6.2 ใหสังเกตการเกิดผื่น และการหายใจ ถามีอาการผิดปกติใหหยุดการใหยา และรักษาอาการแพ6.3 หากเกิดอาการขางเคียง เชน มีอาการเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ หรือคลื่นไสอาเจียน ใหแกไขโดยการลดอัตราการใหยาลงรอยละ 25-50
241แนวทางกำกับการใชยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG)ขอบงใช โรค Guillain–Barré syndrome ที่มีอาการรุนแรง1. ระบบอนุมัติการใชยาเนื่ องจากการใช IVIG ใหใชเฉพาะเมื่ อผู ปวยมาดวยภาวะฉุกเฉิน เชนsevere type, progressiveweakness หรือมี acute respiratory failure จำเปนตองไดรับยาในทันที (ไมนานเกิน 1-2 วัน) มิเชนนั้นผูปวยอาจถึงแกชีวิตได (Life-threatening) จึงควรกำหนดใหขออนุมัติการใชยา IVIG จากหนวยงานสิทธิประโยชนภายหลังการรักษา (post-authorization) โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยหลังทำการรักษา กับหนวยงานสิทธิประโยชนหมายเหตุ ควรมีระบบการอนุมัติการใชยาภายในโรงพยาบาล (pre-authorization) เนื่องจากไมไดเปนโรคที่เปนภาวะฉุกเฉินที่ตองใหในทันที อาจรอปรึกษาใน 24-48 ชั่วโมงกอนได2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลเปนสถานพยาบาลที่มีคุณสมบัติในการดูแลผูปวย Guillain – Barré syndrome ที่สำคัญ ไดแก ICU ที่มีrespiration care ยาที่จำเปน รวมทั้งมีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาประสาทวิทยา หรืออนุสาขากุมารเวชศาสตรประสาทวิทยา ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 24. เกณฑการวินิจฉัยโรคผูปวยไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรค Guillain–Barré syndrome โดยมีลักษณะทางคลินิกครบถวนดังตอไปนี้4.1 อาการ อาการแสดงและผลการตรวจทางหองปฏิบัติการที่ตองมี ไดแก4.1.1 แขน และขาออนแรงทั้งสองขาง4.1.2 ไมมี deep tendon reflexes (areflexia) หรือมีการตอบสนองที่ลดลงของขอเขาหรือ biceps4.1.3 มีการดำเนินโรคในชวงเวลาหลายวัน โดยมีอาการตั้ งแตเริ่ มตนจนถึงรุนแรงที่ สุดไมเกิน4 สัปดาห4.1.4 cerebrospinal fluid (CSF) analysis พบปริมาณของโปรตีนเพิ่ มขึ้ น โดยพบเซลลนอยกวา10 เซลลตอมิลลิลิตร (บางครั้งการเพิ่มขึ้นของโปรตีนอาจตรวจไมพบจนเขาปลายสัปดาหที่สองของโรค)4.2 อาการ อาการแสดงและผลการตรวจทางหองปฏิบัติการที่สนับสนุนการวินิจฉัย ไดแก4.2.1 อาการออนแรงมีลักษณะคอนขาง symmetry4.2.2 มี sensory symptoms หรือ signs เล็กนอย4.2.3 มีการออนแรงของอวัยวะที่ควบคุมโดยเสนประสาทสมอง โดยเฉพาะอยางยิ่งการออนแรงของกลามเนื้อใบหนาทั้งสองซีก ซึ่งเปนชนิด LMN4.2.4 หลังการดำเนินโรคสิ้นสุดลงแลว 2-4 สัปดาห ผูปวยจะมีอาการเริ่มดีขึ้น4.2.5 มี autonomic dysfunction4.2.6 ไมมีไขขณะเริ่มมีอาการ
2424.2.7 กลามเนื้อสวนปลายอาจออนแรงมากกวา หรือเทากับสวนตน4.2.8 พบลักษณะ electrodiagnostic features ที่ตรงแบบ (typical) ดังตอไปนี้• slow nerve conduction velocity หรือ conduction block• พบ normal หรือ small compound muscle action potentials• absent or prolonged F-waves• acute denervation หรือ decreased recruitment / interference patternหมายเหตุ ผลการตรวจขึ้นกับชวงเวลาที่ทำการตรวจ electrodiagnostic test5. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใช IVIG ในโรค Guillain–Barré syndrome ที่มีอาการรุนแรง ดวยเกณฑดังนี้5.1 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †5.2 ผูปวยไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรค Guillain–Barré syndrome ตามเกณฑการวินิจฉัยโรคในขอ 45.3 ผูปวยตองมีอาการรุนแรง ซึ่งหมายถึงอาการหายใจลมเหลวหรือมีอาการกลามเนื้อออนแรงขั้นรุนแรงรวมดวย (เชน ตองใชอุปกรณชวยในการเดิน) หรือมีอาการเลวลงอยางรวดเร็ว5.4 อนุมัติใหใช IVIG ไดไมเกิน 2 กรัมตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมตอการรับไวในโรงพยาบาล 1 ครั้งโดยอนุมัติในรายที่สามารถให IVIG ภายใน 2 สัปดาห หลังจากผูปวยเริ่มมีอาการทางคลินิก5.5 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่ใชยากับผูปวย9††6. ขนาดยาที่แนะนำ และวิธีการใหยาขนาดยาที่แนะนำ คือ 2 กรัมตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมตอการรับไวในโรงพยาบาล 1 ครั้ง แบงให 2-5 วัน(เชน 0.4 กรัมตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมตอวัน นาน 5 วัน) ใหยาดวยวิธี continuous drip และตองไดรับ IVIGภายใน 2 สัปดาหหลังจากเริ่มมีอาการทางคลินิก7. ขอสังเกต7.1 ประสิทธิผลของ IVIG เทียบเทากับ plasma exchange7.2 การใหสเตียรอยด รวมกับ IVIG หรือ plasma exchange พบวาไมมีประโยชน7.3 การให IVIG รวมกับ plasma exchange พบวาไมมีประโยชนมากกวาอยางใดอยางหนึ่งเพียงอยางเดียว† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
243แนวทางกำกับการใชยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG)ขอบงใช โรคกลามเนื้อออนแรงชนิดรายระยะวิกฤต(myasthenia gravis, acute exacerbation หรือ myasthenic crisis)1. ระบบอนุมัติการใชยาขออนุมัติการใชยา IVIG จากหนวยงานสิทธิประโยชนภายหลังการรักษา (post-authorization) เนื่องจากเปนโรคฉุกเฉินและจำเปนตองใหยาในทันทีมิฉะนั้นผูปวยอาจถึงแกชีวิตได โดยมีการลงทะเบียนแพทยสถานพยาบาล และผูปวยหลังทำการรักษา กับหนวยงานสิทธิประโยชน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลเปนสถานพยาบาลที่มีศักยภาพในการดูแลผูปวยที่ใชเครื่องชวยหายใจ รวมทั้งมีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาประสาทวิทยา หรืออนุสาขากุมารเวชศาสตรประสาทวิทยา ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใช IVIG ในโรคกลามเนื้อออนแรงชนิดรายระยะวิกฤตเทานั้น (ไมอนุมัติใหใชในโรคกลามเนื้อออนแรงชนิดรายในระยะอื่น) โดยมีเกณฑดังนี้4.1 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †4.2 ผู ปวยไดรับการตรวจวินิจฉัยวาเปนโรคกลามเนื้ อออนแรงชนิดรายระยะวิกฤต อยางชัดเจนโดยมีประวัติ อาการและอาการแสดงดังตอไปนี้4.2.1 มีการหายใจลมเหลวซึ่งมีสาเหตุจากกะบังลมหรือกลามเนื้อระหวางซี่โครงออนแรง4.2.2 มีอาการแสดงทางคลินิกขอใดขอหนึ่งดังนี้4.2.2.1 มีหนังตาตก เห็นภาพซอน หรือการกลอกตาผิดปกติ (oculomotor disturbance)4.2.2.2 มีอาการที่เกี่ยวเนื่องกับเสนประสาทสมอง เชน อัมพาตใบหนาครึ่งซีก (facial palsy)หรือ bulbar weakness4.2.2.3 มี generalized weakness หรือ proximal muscle weakness4.1.2.4 มี fluctuation of weakness4.2.3 มีประวัติหรือมีผลทางหองปฏิบัติการขอใดขอหนึ่งดังนี้4.2.3.1 มีบันทึกในประวัติวาเปนโรคกลามเนื้อออนแรงชนิดราย (MG)4.2.3.2 repetition nerve stimulation (RNS) test ใหผลบวก4.2.3.3 prostigmine test ใหผลบวก4.2.3.4 single-fiber electromyography (SFEMG) ใหผลบวก† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น (irreversible)ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
2444.3 อนุมัติใหใชยา IVIG ไดไมเกิน 2 กรัมตอกิโลกรัม ตอการรับไวในโรงพยาบาล 1 ครั้ง โดยอาจใหยา1 หรือ 1.2 กรัมตอ กิโลกรัมกอนในวันแรก ถาไมไดผลจึงใหตอจนครบ 2 กรัมตอกิโลกรัม หลังการรักษาภาวะฉุกเฉิน แพทยควรใหการรักษาโรคดวยวิธีการอื่นที่เหมาะสมตอไป4.4 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่ใชยากับผูปวย11††5. ขนาดยาที่แนะนำใหยา IVIG ในขนาด 1-1.2 กรัมตอกิโลกรัม เปนเวลา 1 วัน แลวประเมินผลการรักษา หากไมไดผล จึงใหตออีกจนครบ 2 กรัมตอกิโลกรัม โดยมีวิธีการบริหารยาดังนี้5.1 ใหยา IVIG 0.4 กรัมตอกิโลกรัมตอวัน เปนเวลา 3 วัน หากไมไดผลจึงพิจารณาใหตออีก 2 วันจนครบ 2 กรัมตอกิโลกรัม (ขนาดยารวม 1.2 กรัมตอกิโลกรัม มีประสิทธิผลเทากับ 2 กรัมตอกิโลกรัม)5.2 1 กรัมตอกิโลกรัมตอวัน เปนเวลา 1 วัน หากไมไดผลจึงพิจารณาใหตออีก 1 วัน จนครบ2 กรัมตอกิโลกรัม (ขนาดยารวม 1 กรัมตอกิโลกรัม มีประสิทธิผลเทากับ 2 กรัมตอกิโลกรัม)†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
245แนวทางกำกับการใชยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG)ขอบงใช โรค pemphigus vulgaris ที่มีอาการรุนแรง และไมตอบสนองตอการรักษาดวยยามาตรฐาน1. ระบบอนุมัติการใชยาขออนุมัติการใชยา IVIG จากหนวยงานสิทธิประโยชนภายหลังการรักษา (post-authorization) เนื่องจากผูปวยสวนใหญเปนผูปวยหนัก อาการฉุกเฉินเรงดวน และจำเปนตองไดรับยาในทันทีมิเชนนั้นผูปวยอาจถึงแกชีวิตได โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยหลังทำการรักษา กับหนวยงานสิทธิประโยชน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลเปนสถานพยาบาลที่มีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษา3.1 เปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาสาขาตจวิทยาซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 23.2 ในกรณีสถานพยาบาล ไมมีแพทยตามขอ 3.1 ใหผู อำนวยการโรงพยาบาลแตงตั้ งแพทยที่ ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาสาขาอายุรศาสตร หรือสาขากุมารเวชศาสตร ที่มีความรูความชำนาญในการใชยาดังกลาวอยางนอย 2 คน4. เกณฑการวินิจฉัยโรคผูปวยไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรค pemphigus vulgaris โดยมีลักษณะทางคลินิกครบถวนดังตอไปนี้4.1 อาการ และอาการแสดงเขาไดกับโรค pemphigus vulgaris4.2 มีผลการตรวจทางหองปฏิบัติการที่สนับสนุนการวินิจฉัย ขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้4.2.1 histopathology พบลักษณะทางพยาธิวิทยาเขาไดกับโรค pemphigus vulgaris4.2.2 direct immunofluorescence study ใหผลบวกวามี IgG หรือ C3 ติดอยูที่ชองวางระหวางเซลลkeratinocyte (Intercellular space)4.2.3 indirect immunofluorescence study ใหผลบวก anti-intercellular antibody4.2.4 enzyme link immunosorbent assay (ELISA) สำหรับ desmoglein 1 และ 3 ใหผลบวกชนิดหนึ่งชนิดใด หรือทั้งสองชนิด5. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใช IVIG ในโรค pemphigus vulgaris ที่มีอาการรุนแรง ดวยเกณฑดังนี้5.1 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †5.2 ผูปวยไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรค pemphigus vulgaris ตามเกณฑการวินิจฉัยโรคในขอ 45.3 ผูปวยตองมีอาการรุนแรง ซึ่งหมายถึงมีพื้นที่รอยโรค (body surface area involvement) > 30%ของพื้นที่ผิวกาย† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น (irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
2465.4 มีความจำเปนตองใช IVIG เนื่องจากไมสามารถใชยาอื่นได ซึ่งหมายถึงขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้5.4.1 ไมสามารถควบคุมโรคไดดวยยา prednisolone 1 มิลลิกรัมตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมตอวันรวมกับยากดภูมิคุมกันเชน cyclophosphamide หรือ azathioprine ในขนาด 100 มิลลิกรัมตอวัน เมื่อใหยาติดตอกันนาน 6 สัปดาห5.4.2 ไมสามารถใชการรักษาที่ใชอยูได เนื่องจากผลขางเคียงของยาหรือพิษของยาที่ใชอยูเชนโรคติดเชื้อที่รุนแรงเบาหวานที่ควบคุมไดไมดี โรคกระดูกพรุนจนยุบตัวลง การกดไขกระดูก5.4.3 มีขอหามใชยากลุม immunosuppressive drugs5.5 หากควบคุมโรคไดอนุมัติใหใช IVIG ไดไมเกิน 6 cycle แตถาใหยาครบ 3 cycle แลวยังควบคุมโรคไมไดใหพิจารณาหยุดยา5.6 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่ใชยากับผูปวย13††6. ขนาดยาที่แนะนำ และวิธีการใหยาขนาดยาที่แนะนำ คือ 2 กรัมตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมตอ cycle แบงใหในเวลา 3 วัน โดย 1 cycleมีระยะเวลา 3-4 สัปดาห ถาให 3 cycle แลวยังควบคุมโรคไมไดใหพิจารณาหยุดยา หากควบคุมโรคไดและไมมีรอยโรคใหมนาน 3 สัปดาหแลว ใหคอย ๆ ลดขนาดยาลง หรือใหยาในระยะเวลาที่หางออกไป รวมทั้งหมดไมเกิน 6 cycle แลวพิจารณาเปลี่ยนไปใชยาอื่น†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
247แนวทางกำกับการใชยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG)ขอบงใช hemophagocytic lymphohistiocytosis (HLH)1. ระบบอนุมัติการใชยาขออนุมัติการใชยา IVIG จากหนวยงานสิทธิประโยชนภายหลังการรักษา (post-authorization) เนื่องจากผูปวยสวนใหญมักจะมาดวยอาการฉุกเฉิน และจำเปนตองไดรับยาในทันทีมิเชนนั้นผูปวยอาจถึงแกชีวิตไดโดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยหลังทำการรักษา กับหนวยงานสิทธิประโยชน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลเปนสถานพยาบาลที่มีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในอนุสาขาโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก หรืออนุสาขากุมารเวชศาสตรโรคติดเชื้อ ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยาการใช IVIG ในโรค hemophagocytic lymphohistiocytosis (HLH) ชนิดรุนแรงที่อาจเปนอันตรายถึงชีวิตมีขอกำหนดดังนี้4.1 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †4.2 ผูปวยเด็กที่ไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรค HLH โดยตองมีการตรวจพบครบถวนทั้ง 4 ขอตอไปนี้4.2.1 มีไข4.2.2 มามโต4.2.3 Cytopenia มากกวา หรือ เทากับ 2 cell lines (โดยมีอยางนอย 2 ใน 3 ขอตอไปนี้)• Hemoglobin < 9 g/dL (อายุนอยกวา 4 สัปดาห Hb < 12 g/dL)• Absolute neutrophil <1,000/ μL• Platelet < 100,000/ μL4.2.4 มีการตรวจพบ Hemophagocytosis ในไขกระดูก ตอมน้ำเหลืองนอกจากนี้อาจมีผลการตรวจอื่น ๆ ที่สนับสนุนการวินิจฉัยโรค HLH ไดแก4.2.5 Hypertriglyceridemia และ/หรือ hypofibrinogenemia• Fasting triglyceride > 2 mmol/L• Fibrinogen < 1.5 g/L4.2.6 Serum ferritin > 500 μg/L4.2.7 Soluble interleukin-2 receptor (sCD25) > 2,400 U/mL4.2.8 Natural killer cell activity ต่ำ หรือ ไมมี4.3 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่ใชยากับผูปวย††† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น (irreversible)ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยาโดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
248แนวทางกำกับการใชยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG)ขอบงใช โรค Dermatomyositis ที่มีอาการรุนแรง1. ระบบอนุมัติการใชยาขออนุ มั ติ การใช ยา Intravenous human normal immunoglobulin (IVIG) จากหน วยงานสิ ทธิประโยชนหลังการรักษา (post-authorization) โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล2.1 เปนสถานพยาบาลที่มีคุณสมบัติในการดูแลผูปวย dermatomyositis ที่สำคัญ ไดแก มีหอผูปวยวิกฤต(intensive care unit) ที่มี respiration care ยาที่จำเปน รวมทั้งมีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 32.2 มีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษา3.1 เปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาอายุรศาสตรโรคขอและรูมาติสซั่ม หรืออนุสาขากุมารเวชศาสตรโรคขอและรูมาติสซั่ม หรืออายุรศาสตรสาขาประสาทวิทยาหรืออนุสาขากุมารเวชศาสตรประสาทวิทยา ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 23.2 ในกรณีสถานพยาบาล ไมมีแพทยตามขอ 3.1 ใหผูอำนวยการโรงพยาบาลแตงตั้งแพทยที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาสาขาอายุรศาสตร หรือกุมารเวชศาสตร ที่มีความรูความชำนาญในการใชยาดังกลาวอยางนอย 1 คน4. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใช IVIG ในโรค dermatomyositis ที่มีอาการรุนแรง ดวยเกณฑทุกขอ ดังนี้4.1 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)†4.2 ตองไมเปนผูปวยที่ไดรับการวินิจฉัยวาเปน dermatomyositis associated with malignancy4.3 ผูปวยไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรค dermatomyositis โดยมีผื่นที่เปนลักษณะจำเพาะสำหรับโรคนี้ไดแก Heliotrope หรือ Gottron’s papule หรือ Gottron’s sign หรือ V-sign หรือ Shawl’s signหรือ Mechanic’s hands รวมกับ มีลักษณะทางคลินิกอยางนอย 2 ใน 4 ขอ ดังตอไปนี้4.3.1 มีกลามเนื้อสวนตนแขนและตนขาออนแรงแบบสมมาตร (symmetrical proximal muscle weakness)4.3.2 มีระดับเอนไซมของกลามเนื้อชนิดใดชนิดหนึ่งสูงขึ้น ไดแก creatinine kinase (CK) หรือ aspartatetransaminase (AST) หรือ alanine transaminase (ALT) หรือ lactate dehydrogenase (LDH)4.3.3 ผลตรวจทางพยาธิวิทยาของกลามเนื้อเขาไดกับภาวะกลามเนื้ออักเสบ (inflammatory myopathy)4.3.4 ผลการตรวจคลื่นไฟฟากลามเนื้อเขาไดกับภาวะกลามเนื้ออักเสบ (inflammatory myopathy)4.4 ผูปวยตองมีอาการรุนแรงจนอาจถึงแกชีวิต (life-threatening condition) ซึ่งหมายถึง กลามเนื้อที่เกี่ ยวข องกั บการหายใจ (respiratory muscle) หรื อการกลื น (esophageal involvement)ออนแรงขั้นรุนแรง ไดแก มีภาวะการหายใจลมเหลวชนิดเฉียบพลัน (acute respiratory failure)หรือมีประวัติสำลักอาหารจนเกิดปอดอักเสบเฉียบพลัน (aspiration pneumonia)† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่ งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible)ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
2494.5 ผูปวยไมตอบสนองตอการรักษาดวยยากลุมสเตียรอยด (steroids) ในขนาดสูงหรือยากดภูมิคุมกัน(immunosuppressive agents) หรือเกิดผลขางเคียงอยางรุนแรงจากการรักษาดังกลาว หรือไมสามารถใหยากลุมสเตียรอยดหรือยากดภูมิคุมกันในการรักษาเบื้องตนไดตามคำจำกัดความขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้4.5.1 ไมตอบสนองตอการรักษาดวยยากลุมสเตียรอยดในขนาดสูงหรือยากดภูมิคุมกัน หมายถึงไดรับยาดังกลาวมาแลวอยางนอย 2-4 สัปดาห แลวอาการไมดีขึ้น หรือ4.5.2 เกิ ดผลข างเคี ยงอย างรุ นแรงจากการรั กษาด วยยากลุ มสเตี ยรอยด ในขนาดสู งหรือยากดภูมิคุมกันหมายถึง การเกิดผลขางเคียงจนอาจเปนอันตรายถึงแกชีวิต เชน เม็ดเลือดขาวต่ำอยางรุนแรง (agranulocytosis) เปนตน หรือ4.5.3 ไมสามารถใหการรักษาดวยยากลุมสเตียรอยดหรือหรือยากดภูมิคุมกัน เชน มีการติดเชื้ออยางรุนแรงและยังไมสามารถควบคุมไดดวยยาปฏิชีวนะ (antibiotics) เปนตน4.6 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่ใชยากับผูปวย16††5. ขนาดยาและวิธีการใหยาขนาดยาที่ใช คือ 2 กรัมตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แบงให 2-5 วัน (เชน 0.4 กรัมตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมตอวันนาน 5 วั น หรื อ 1 กรั มต อน้ ำหนั กตั ว 1 กิ โลกรั มต อวั น นาน 2 วั น) ให ยาด วยวิธี continuous infusionถาผูปวยอาการยังไมดีขึ้น สามารถให IVIG ซ้ำไดอีกทุก 4 สัปดาห แตรวมทั้งหมดไมเกิน 3 รอบตอการกำเริบ 1 ครั้ง6. การประเมินระหวางการรักษา6.1 การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษาใหประเมินผูปวยภายใน 4 สัปดาหหลังไดรับยา ดังนี้6.1.1 กำลั งกล ามเนื้ อที่ ใช ในการหายใจ (respiratory muscle) ได แก peak negativeinspiratory pressure และ peak positive expiratory pressure หรือ การกลืนอาหาร6.1.2 ระดับเอนไซมของกลามเนื้ อชนิดใดชนิดหนึ่ ง ไดแก creatinine kinase (CK), aspartatetransaminase (AST), alanine transaminase (ALT) หรือ lactate dehydrogenase (LDH)6.2 การประเมินดานความปลอดภัยใหติดตามผลขางเคียงชนิดเฉียบพลันที่อาจเกิดขึ้นจากการไดรับยา IVIG6.2.1 ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นขณะใหยาทางหลอดเลือดดำ (infusion reaction) ไดแก คลื่นไส อาเจียน ไขหนาวสั่น ปวดกลามเนื้อ ปวดหลัง ใจสั่น ความดันต่ำ แนนหนาอก หายใจไมอิ่ม6.2.2 อาการแพชนิดรุนแรง (fatal anaphylactoid reaction) ขณะใหยา ใหระวังในผูที่มีภาวะขาดอิมมูโนโกลบูลินเอ (Immunoglobulin A deficiency)6.2.3 Autoimmune hemolytic anemia (AIHA)6.2.4 Thrombotic event ไดแก ischemic stroke จากการที่มีเกร็ดเลือดสูงขึ้นหลังได IVIG6.2.5 ไตวายเฉียบพลัน††โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
2507. เกณฑการหยุดยา7.1 กรณีที่ใหการรักษาดวย IVIG เนื่องจากไมตอบสนองตอการรักษาหรือเกิดผลขางเคียงตอยากลุมสเตียรอยดในขนาดสูงหรือยากดภูมิคุมกันใหพิจารณาหยุดยาเมื่อ7.1.1 ตอบสนองตอการรักษาดีมากภายหลังการรักษา 1-3 ครั้ง กลาวคือ ไมมีอาการสำลักอาหารห รื อ peak negative inspiratory pressure แ ล ะ peak positive expiratory pressureดีขึ้นจนอยูในระดับที่จะสามารถหายใจเองได หรือ มีระดับเอนไซมของกลามเนื้อชนิดใดชนิดหนึ่งกลับมาเปนปกติหรือลดลงมากกวารอยละ 507.1.2 ไมตอบสนองตอการรักษากลาวคือ ยังมีการสำลักอาหารหรือไมสามารถหายใจเองไดเนื่องจากกลามเนื้อที่ใชในการหายใจยังออนแรงหรือเอนไซมของกลามเนื้อลดลงไมถึงรอยละ 50ภายใน 4 สัปดาหหลังไดรับยาครั้งที่ 27.2 กรณีที่ใหการรักษาดวย IVIG เนื่องจากมีการติดเชื้อรุนแรง ทำใหไมสามารถใหการรักษาดวยยากลุมสเตียรอยดในขนาดสูงหรือยากดภูมิคุมกันในเบื้องตนใหพิจารณาหยุด IVIG เมื่อผูปวยหายจากการติดเชื้อและสามารถรับการรักษาภาวะโรคกำเริบดังกลาวดวยยากลุมสเตียรอยดในขนาดสูงหรือยากดภูมิคุมกันไดอยางปลอดภัย
251แนวทางกำกับการใชยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG)ขอบงใช โรค Chronic Inflammatory Demyelinating Polyradiculoneuropathy (CIDP)1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุ มั ติ การใช ยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG) จากหน วยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization) โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ในครั้งแรกที่ใชยากับผูปวย และทุก ๆ 6 เดือน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล2.1 เป นสถานพยาบาลที่ มี คุ ณสมบั ติ ในการวิ นิ จฉั ยและดู แลผู ป วยchronic inflammatorydemyelinating polyradiculoneuropathy (CIDP) ที่สำคัญ ไดแก สามารถตรวจหรือสงตรวจ nerveconduction study และ electromyography รวมทั้งมีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 32.2 มีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาประสาทวิทยาหรือกุมารเวชศาสตรสาขาประสาทวิทยา ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใช IVIG ในโรค CIDP ดวยเกณฑครบทุกขอ ดังนี้4.1 ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †4.2 ตองไมเปนผูปวยที่ไดรับการวินิจฉัยวาเปน CIDP associated with malignancy4.3 ผูปวยไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรค CIDP โดยมีลักษณะครบทุกขอดังตอไปนี้18‡4.3.1 มีอาการออนแรงหรือสูญเสียความรูสึกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในเวลามากกวา 2 เดือน มักมีอาการกำเริบเปนระยะซ้ำ ๆ อาการออนแรงเปนทั้งที่กลามเนื้อสวนโคนและสวนปลาย4.3.2 Tendon reflexes มีคา 0 ถึง 1+4.3.3 พบลักษณะตาม electrodiagnostic criteria อยางนอย 1 ขอ• Motor distal latency ย า ว ขึ้ น ≥ 50% ข อ ง upper normal limits (ULN) ใ นเสนประสาทอยางนอย 2 เสน• Motor conduction velocity ช าลง ≥ 30% ของ lower normal limits (LLN) ในเสนประสาทอยางนอย 2 เสน• F-wave latency ยาวขึ้น ≥ 30% ของ ULN ในเสนประสาทอยางนอย 2 เสน• ไมพบ F-wave ในขณะที่ amplitude ≥ 20% ของ LLN ในเสนประสาทอยางนอย 2 เสน† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่ งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ‡อ างอิ งจาก European Federation of Neurological Societies/Peripheral Nerve Society Guideline on management of chronicinflammatory demyelinating polyradiculoneuropathy ป 2010; European Journal of Neurology 2010, 17: 356–363
252• Partial motor conduction block: ≥ 50% amplitude reduction ในเสนประสาทอยางนอย 2 เสน• Abnormal temporal dispersion ในเสนประสาทอยางนอย 2 เสน• Distal CMAP duration เพิ่ มขึ้ นในเสนประสาทอย างนอย 1 เส นและมี ลักษณะdemyelination อยางนอยอีกเสน4.3.4 พบลักษณะทางคลินิกที่สนับสนุนการวินิจฉัย (supportive criteria) อยางนอย 1 ขอ ไดแก• Cerebrospinal fluid (CSF) analysis พบปริ มาณของโปรตี นเพิ่ มขึ้ น โดยพบleukocyte count นอยกวา 10 cells/mm3• ตรวจ MRI พบ enhancement ของ cauda equine หรือรากประสาท• พบความผิดปกติของเสนประสาทรับความรูสึกที่เขาไดกับโรคอยางนอย 1 เสนo เสนประสาท sural ปกติโดยที่เสนประสาท median หรือ radial ผิดปกติo Conduction velocity <80% ของคาปกติo การตรวจ somatosensory evoked potentials ผิดปกติ โดยที่ไมไดเกิดจากโรคระบบประสาทสวนกลาง• พบการตอบสนองที่ดีตอการใชยาปรับภูมิคุมกัน (immunomodulatory treatment)19§• ผลการตรวจ nerve biopsy พบหลักฐานชัดเจนของภาวะ demyelination และ/หรือremyelination โดยการใชกลองจุลทรรศนอิเล็กตรอน หรือ การตรวจวิเคราะหเสนใยประสาท (teased fibre analysis)4.4 ผูปวยไดรับ corticosteroid หรือ corticosteroid รวมกับยากดภูมิคุมกัน และมีลักษณะทางคลินิกขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้‡4.4.1 ไดรับยาเปนเวลา 1 เดือน และมี Inflammatory Neuropathy Cause and Treatment(INCAT) score ≥ 6 (รายละเอียดตามแนบทาย) หรือ4.4.2 ไดรับยาเปนเวลา 3 เดือน และมี INCAT score ≥ 2 หรือ4.4.3 มี ผลข างเคี ยงที่ รุ นแรงในระดั บ grade 3 หรื อ 4 จากการใช corticosteroid หรือcorticosteroidรวมกับยากดภูมิคุมกัน5. ขนาดยาที่แนะนำ และวิธีการใหยา5.1 ขนาดยา IVIG ที่แนะนำ คือ 2 กรัมตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แบงให 2-5 วัน และตามดวยขนาด0.5-1 กรัมตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แบงให 1-2 วัน ใหยาดวยวิธี continuous infusion สามารถใหIVIG ซ้ำไดหางกันอยางนอย 4 สัปดาห ในกรณีดังตอไปนี้5.1.1 ผูปวยอาการยังไมดีขึ้นหรืออาการเลวลง (INCAT score เทาเดิมหรือเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับbaseline) ภายใน 6 เดือนหลังใหยา IVIG ครั้งแรก หรือ5.1.2 ผูปวยอาการดีขึ้นโดยมีคา INCAT score ลดลงอยางนอย 1 คะแนนเมื่อเทียบกับ baselineโดยใชยาติดตอกันไมเกิน 1 ป5.2 สามารถใชรวมกับยากดภูมิคุมกันอื่นได§ กรณีที่เขาเกณฑการวินิจฉัยในขอนี้ ผูปวยตองมีการกลับเปนใหมหรือกำเริบของโรคและเขาไดกับเกณฑขอ 4.4 จึงจะอนุมัติใชยา IVIG ได
2536. การประเมินระหวางการรักษา6.1 การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษาใหประเมินผูปวยที่ 4 สัปดาหหลังไดรับยาครั้งแรก หลังจากนั้นอยางนอยทุก 3 เดือน โดยประเมินจากINCAT score ลดลงอยางนอย 1 คะแนนเมื่อเทียบกับ baseline ภายใน 6 เดือน6.2 การประเมินดานความปลอดภัยใหติดตามผลขางเคียงชนิดเฉียบพลันที่อาจเกิดขึ้นจากการไดรับยา IVIG6.2.1 ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นขณะใหยาทางหลอดเลือดดำ (infusion reaction) ไดแก คลื่นไส อาเจียน ไขหนาวสั่น ปวดกลามเนื้อ ปวดหลัง ใจสั่น ความดันต่ำ แนนหนาอก หายใจไมอิ่ม6.2.2 อาการแพชนิดรุนแรง (fatal anaphylactoid reaction) ขณะใหยา ใหระวังในผูที่มีภาวะขาดอิมมูโนโกลบูลินเอ (Immunoglobulin A deficiency)6.2.3 Autoimmune hemolytic anemia (AIHA)6.2.4 Thrombotic event ไดแก ischemic stroke จากการที่มีเกร็ดเลือดสูงขึ้นหลังได IVIG6.2.5 ไตวายเฉียบพลัน7. เกณฑการหยุดยา7.1 ตอบสนองตอการรักษา กลาวคือ INCAT score ลดลงอยางนอย 1 คะแนนเมื่อเทียบกับ baselineโดยใหยาตอเนื่องจนครบ 1 ป หลังจากเริ่มรักษา7.2 ไมตอบสนองตอการรักษา กลาวคือ INCAT score เทาเดิมหรือเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ baselineหลังจากไดรับยาไปแลว 6 เดือน7.3 สถานะของผูปวยเปลี่ยนเปน terminally ill7.4 ผูปวยเกิดอาการขางเคียงจากการใชยา IVIG จนไมสามารถใชยา IVIG ตอได
254คำอธิบายแนบทายแนวทางกำกับการใชยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG)ขอบงใช โรค Chronic Inflammatory Demyelinating Polyradiculoneuropathy (CIDP)INCAT Disability ScaleArm disability0 No upper limb problems1 Symptoms, in one or both arms, not affecting the ability to perform any of thefollowing functions: doing all zips and buttons; washing or brushing hair; using a knife andfork together; handing small coins2 Symptoms, in one arm or both arms, affecting but not preventing any of the abovementioned functions3 Symptoms, in one arm or both arms, preventing one or two of the above mentioned functions4 Symptoms, in one arm or both arms, preventing three or all of the functions listed,but some purposeful movements still possible5 Inability to use either arm for any purposeful movementLeg disability0 Walking not affected1 Walking affected, but walks independently outdoors2 Usually uses unilateral support (stick, single crutch, one arm) to walk outdoors3 Usually uses bilateral support (sticks, crutches, frame, two arms) to walk outdoors4 Usually uses wheelchair to travel outdoors, but able to stand and walk a few steps with help5 Restricted to wheelchair, unable to stand and walk a few steps with helpOverall disability results from sum of arm and leg disability scoresอางอิง: Hughes R, Bensa S, Willison H, et al. Randomized controlled trial of intravenousimmunoglobulin versus oral prednisolone in chronic inflammatory demyelinatingpolyradiculoneuropathy. Ann Neurol 2001;50:195-201.
255แนวทางกำกับการใชยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG)ขอบงใช โรค Multifocal motor neuropathy with conduction block (MMN)1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุ มั ติ การใช ยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG) จากหน วยงานสิทธิประโยชนตามแนวทางการอนุมัติที่แตละหนวยงานกำหนดกอนการรักษา (pre-authorization)โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ในครั้งแรกที่ใชยากับผูปวย และขออนุมัติครั้งตอไปทุก ๆ3 เดือน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล2.1 เปนสถานพยาบาลที่มีคุณสมบัติในการวินิจฉัยและดูแลผูปวย Multifocal motor neuropathy withconduction block (MMN) ที่สำคัญ ไดแก สามารถตรวจหรือสงตรวจ nerve conduction studyและ electromyography รวมทั้งมีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 32.2 มีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษา3.1 ในการวินิจฉัยครั้งแรกและการประเมินผลการรักษาทุก 3 เดือนในชวง induction phase และทุก6 เดือน ในชวง maintenance phase ตองเปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาประสาทวิทยา ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 23.2 ในการรักษาตอเนื่ อง กรณีไมมีแพทยเฉพาะทางขางตน ผูอำนวยการโรงพยาบาลสามารถแตงตั้งอายุรแพทยหรือกุมารแพทยที่มีประสบการณในการดูแลผูปวยในโรคทางดานประสาทวิทยาใหเปนผูรักษาแทนได4. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใช IVIG ในโรค Multifocal motor neuropathy with conduction block (MMN) ดวยเกณฑครบทุกขอ ดังนี้4.1 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) 20†4.2 ผูปวยไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรค Multifocal motor neuropathy with conduction block(MMN) โดยมีเกณฑการวินิจฉัยดังตอไปนี้4.2.1 ลักษณะทางคลินิกหลัก (ตองมีทั้ง 3 ขอ)A. อาการออนแรงของแขนหรือขาแบบไมสมมาตร (asymmetric limb weakness) โดยมีความผิดปกติของ motor nerve อยางนอย 2 เสนB. ไมมีอาการสูญเสียความรูสึก (no sensory loss) ยกเวนเสียความรูสึกตอการสั่น แบบไมรุนแรงที่เทา (minor vibration sense abnormalities)C. อาการออนแรงเปนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ (progressive) ในเวลาอยางนอย 1 เดือน† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
2564.2.2 Exclusion criteria (ตองไมมีทั้ง 3 ขอ)A. Upper motor neuron signsB. Marked bulbar involvementC. Diffuse symmetric weakness during the initial weeks4.2.3 ผลการตรวจ Electrodiagnostic features เขาไดกับ Definite motor conduction blockโดยเปน Definite motor CB หรือ Probable motor CB หรือ Probable motor CB withsupportive criteria ตามเกณฑในรายละเอียดตามแนบทาย4.3 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ตามที่กำหนด††§§5. ขนาดยาที่แนะนำและวิธีการใหยาการให ยา Intravenous immunoglobulin (IVIG) แบ งการรั กษาเป น 2 ช วง คื อ induction และmaintenance5.1 การให IVIG ในชวง induction phaseขนาดที่แนะนำ คือ IVIG ขนาด 2 g/kg แบงให 2-5 วัน ดวยวิธี continuous infusion ทุก 4 สัปดาหตอเนื่อง 3 รอบการรักษา แลวติดตามผลการรักษาในสัปดาหที่ 12 โดยพิจารณาจาก muscle strengthตามเกณฑ IVIG responder (ขอ 6.1) และติดตามอาการอยางตอเนื่องเปนระยะการประเมินผลการรักษาในสัปดาหที่ 12 ใหแพทยพิจารณาสถานะการตอบสนองตอ IVIG และมีแนวทางการปรับยา IVIG ตามแนวทางการดูแลผูปวยดังนี้5.1.1 ในกรณีที่ผูปวยเปน IVIG responder ใหการรักษาตามแนวทางใน maintenance phase ตอไป5.1.2 ในกรณีที่ผูปวยมีอาการแยลง (muscle strength ลดลง) จัดวาผูปวยเปน IVIG non-responder ใหแพทยหยุดการใหยา IVIG และทบทวนการวินิจฉัยอีกครั้ง5.2 การให IVIG ในชวง maintenance phaseแนะนำให IVIG ขนาด 1-2 g/kg แบงให 2-5 วัน ดวยวิธี continuous infusion ทุก 4 – 12 สัปดาหโดยสามารถปรับขนาดและความถี่ ของการให IVIG ตามการตอบสนอง muscle strength เพื่ อลดผลขางเคียงและภาวะแทรกซอนที่เกิดจากการรักษาดวย IVIG โดยการประเมินผลการรักษาในชวงmaintenance phase ใหประเมินผลการรักษาทุก 3 เดือนในกรณีที่อาการแยลงหลังปรับลดขนาดและความถี่ของการให IVIG แนะนำใหแพทยปรับเพิ่มขนาดและความถี่ของการให IVIG เปนขนาดและความถี่เดิมที่ผูปวยตอบสนองตอการรักษาหมายเหตุ แพทยสามารถพิจารณาใช IVIG รวมกับยากดภูมิคุมกันอื่นเปน adjunctive therapyได เพื่อลดจำนวนการใชยา IVIG6. การประเมินระหวางการรักษา6.1 ประเมินอาการกลามเนื้อออนแรงของผูปวย (muscle strength)หลังผูปวยไดรับการรักษาดวยยา IVIG แนะนำใหแพทยผูทำการรักษาติดตามและประเมินอาการกลามเนื้อออนแรงของผูปวย (muscle strength) โดยทำการประเมินทุก 3 เดือน โดยเปรียบเทียบผลการตรวจรางกาย muscle strength ดวย MRC จำแนกตามกลุมกลามเนื้อ ดังแสดงในตารางในรายละเอียดตามแนบทาย†† §§โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
2576.1.1 IVIG responder หมายถึง ผูปวยที่มี motor strength เทาเดิมหรือดีขึ้น (MRC scale เทาเดิมหรือดีขึ้น) เมื่อเทียบกับกอนไดรับการรักษาดวย IVIG โดยที่ไมมี motor strength แยลงใน musclegroups อื่นๆ6.2.2 IVIG non-responder หมายถึง ผูปวยที่มี motor strength แยลง อยางนอย 2 MRC scaleใน 2 muscle groups หรือมากกวา เมื่อเทียบกับกอนไดรับการรักษาดวย IVIG โดยในขณะที่ประเมินผูปวยตองไดรับการรักษาดวย IVIG ขนาด 2 g/kg แบงให 2-5 วัน ทุก 4 สัปดาห ตอเนื่อง 3 รอบการรักษา(12 สัปดาห)6.2 การประเมินดานความปลอดภัยใหติดตามผลขางเคียงชนิดเฉียบพลันที่อาจเกิดขึ้นจากการไดรับยา IVIG ไดแก6.2.1 ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นขณะใหยาทางหลอดเลือดดำ (infusion reaction) ไดแก คลื่นไส อาเจียน ไขหนาวสั่น ปวดกลามเนื้อ ปวดหลัง ใจสั่น ความดันต่ำ แนนหนาอก หายใจไมอิ่ม6.2.2 อาการแพชนิดรุนแรง (fatal anaphylactoid reaction) ขณะใหยาใหระมัดระวังในผูปวยที่ไดรับการวินิจฉัยแลววามีภาวะขาดอิมมูโนโกลบูลินเอ (Immunoglobulin A deficiency)6.2.3 Autoimmune hemolytic anemia (AIHA) หลังได IVIG6.2.4 Thrombotic event หลังได IVIG6.2.5 ไตวายเฉียบพลัน7. เกณฑการหยุดยา7.1 ผูปวยไมตอบสนองตอการรักษา (IVIG non-responder)7.2 สถานะของผูปวยเปลี่ยนเปน terminally ill7.3 ผูปวยเกิดอาการขางเคียงจากการใชยา IVIG จนไมสามารถใชยา IVIG ตอได
258คำอธิบายแนบทายแนวทางกำกับการใชยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG)ขอบงใช โรค Multifocal motor neuropathy with conduction block (MMN)ผลการตรวจ Electrodiagnostic features เขาไดกับ Definite motor conduction block ตรงตามนิยามขอใดขอหนึ่ง ดังตอไปนี้1. Definite motor CB (ตองมีครบทั้ง 4 ขอ ในเสนประสาทอยางนอย 1 เสน)A. Proximal CMAP amplitude ลดลงเมื่อเทียบกับ CMAP amplitude มากกวา 50% (median,ulnar, peroneal)B. Distal CMAP amplitude ตองมากกวา >20% ของคาปกติ และอยางนอย ตองมากกวา 1 mVC. Duration ของ proximal CMAP ตองเพิ่มขึ้นไมเกิน 30% เมื่อเทียบกับ Distal CMAPD. Normal sensory nerve conduction in upper limb segments2. Probable motor CB (ตองมี A และ C หรือ B และ C ในเสนประสาทอยางนอย 2 เสน)A. Proximal CMAP amplitude ลดลงเมื่อเทียบกับ CMAP amplitude มากกวา 30% (median,ulnar) และ Duration ของ proximal CMAP ตองเพิ่มขึ้นไมเกิน 30% เมื่อเทียบกับ Distal CMAPB. Proximal CMAP amplitude ลดลงเมื่อเทียบกับ CMAP amplitude มากกวา 50% (median,ulnar, peroneal) แต Duration ของ proximal CMAP ตองเพิ่มขึ้น มากกวา 30% เมื่อเทียบกับDistal CMAPC. Normal sensory nerve conduction in upper limb segments3. Probable motor CB with supportive criteria (ตองมี A และ C หรือ B และ C ในเสนประสาทอยางนอย1 เสน รวมกับมี supportive criteria [D, E, F, G] อยางนอย 1 ขอ )A. Proximal CMAP amplitude ลดลงเมื่อเทียบกับ CMAP amplitude มากกวา 30% (median,ulnar) และ Duration ของ proximal CMAP ตองเพิ่มขึ้นไมเกิน 30% เมื่อเทียบกับ DistalCMAPB. Proximal CMAP amplitude ลดลงเมื่อเทียบกับ CMAP amplitude มากกวา 50% (median,ulnar, peroneal) แต Duration ของ proximal CMAP ตองเพิ่มขึ้น มากกวา 30% เมื่อเทียบกับDistal CMAPC. Normal sensory nerve conduction in upper limb segmentsD. Elevated IgM anti-ganglioside GM1 antibodies จำเปนตองมีหรือไมE. Increased CSF protein (<1 g/l)F. MRI - increased signal intensity on T2-weighted imaging และ diffuse nerve swellingของ brachial plexusG. Objective clinical improvement following IVIG treatment
259ตารางประเมินการตอบสนองตอการรักษาMedical Research Council (MRC) scoreMuscle grading0 paralysis1 only a trace or flicker of muscle contraction is seen or felt2 muscle movement is possible with gravity eliminated3 muscle movement is possible against gravity4 muscle strength is reduced, but movement against resistance is possible5 normal strengthตัวอยางแบบประเมินการตอบสนองตอการรักษา (การตรวจรางกาย muscle strength จำแนกตามกลุมกลามเนื้อ)Date of examination……………………. □ Pre-treatment □ Post treatment ………weeksDate of the last IVIG…………………….Current medication □ other drug ………………………………. Dose…………………………Muscle group MRC score NoteRt LtShoulder Abduction □ improved □ stable □ worseningElbow flexion □ improved □ stable □ worseningElbow extension □ improved □ stable □ worseningBrachioradialis □ improved □ stable □ worseningWrist flexion □ improved □ stable □ worseningWrist extension □ improved □ stable □ worseningFinger extension □ improved □ stable □ worseningFinger flexion □ improved □ stable □ worseningFDI □ improved □ stable □ worseningADM □ improved □ stable □ worseningAPB □ improved □ stable □ worseningFPL □ improved □ stable □ worseningHip flexion □ improved □ stable □ worseningHip extension □ improved □ stable □ worseningKnee flexion □ improved □ stable □ worseningKnee extension □ improved □ stable □ worseningAnkle dorsiflexion □ improved □ stable □ worseningAnkle plantar flexion □ improved □ stable □ worseningAnkle inversion □ improved □ stable □ worsening
260Muscle group MRC score NoteRt LtAnkle eversion □ improved □ stable □ worseningGreat toe dorsiflexion □ improved □ stable □ worseningGreat toe plantarflexion □ improved □ stable □ worseningDeep tendon reflexBiceps □ improved □ stable □ worseningTriceps □ improved □ stable □ worseningBrachioradialis □ improved □ stable □ worseningKnee □ improved □ stable □ worseningAnkle □ improved □ stable □ worsening
261แนวทางกำกับการใชยา Rituximabขอบงใช โรคนิวโรมัยอิลัยติสออฟติกาที่ไมตอบสนองตอการรักษาดวยยาพื้นฐาน(neuromyelitis optica spectrum disorder)1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุมัติการใชยา Rituximab จากหนวยงานสิทธิประโยชนตามแนวทางการอนุมัติที่แตละหนวยงานกำหนดไวกอนการรักษา (pre-authorization) โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ในครั้งแรกที่ใชยากับผูปวย และครั้งตอไปในทุก 6 เดือนหรือทุกครั้งที่มีการสั่งจายยา2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล2.1 เปนสถานพยาบาลที่สามารถดูแลผูปวยโรคนิวโรมัยอิลัยติสออฟติกา ทั้งการวินิจฉัย บำบัดรักษา และฟนฟูสภาพ โดยมีแพทยตามที่ระบุในขอ 32.2 สามารถตรวจหรือสงตรวจภาพถายคลื่นแมเหล็กสมองหรือไขสันหลังได2.3 เปนสถานพยาบาลที่มีบุคลากรทางการแพทยที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา ไดแก ประสาทแพทย กุมารประสาทแพทย และจักษุแพทย3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาประสาทวิทยา หรือกุมารประสาทวิทยาซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใช Rituximab โดยมีเกณฑครบทุกขอ ดังนี้4.1 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)†0*4.2 อาการของผูปวยไมไดเกิดภาวะกำเริบปลอม (pseudorelapse)4.3 ผูปวยไดรับการตรวจวินิจฉัยวาเปนโรคนิวโรมัยอิลัยติสออฟติกาดวยเกณฑ IPND 2015 (รายละเอียดตามแนบทาย)4.4 ผูปวยไมตอบสนองตอการรักษาหรือมีผลขางเคียงจากยาที่ใชในการรักษา ขอใดขอหนึ่ง ไดแก4.4.1 เปนผูปวยที่เคยไดรับยาสูตรใดสูตรหนึ่ง ไดแก Prednisolone based regimen (โดยมีการใชPrednisolone ขนาด 10-20 มิลลิกรัมตอวัน) หรือ Azathioprine based regimen (โดยมีการใช Azathioprine ขนาด 2-3 มิลลิกรัมตอกิโลกรัมตอวัน) หรือ Mycophenolate mofetilbased regimen (โดยมีการใช Mycophenolate mofetil ขนาด 2,000 มิลลิกรัมตอวัน)ในระยะเวลาที่เหมาะสม (6 เดือนขึ้นไป) และยังมีการกำเริบกลับเปนซ้ำของโรค*† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
2624.4.2 มีผลขางเคียงจากยา แพยา รายการใดรายการหนึ่งในขอ 4.4.1 จนกระทั่งไมสามารถใชยารวมกันในการควบคุมโรคได เชน มีขอหามสำหรับการใชยา prednisolone ไดแก มีภาวะน้ำตาลสูงที่ ไมสามารถควบคุมได หรือ กระดูกพรุนอยางรุนแรง หรือ ภาวะ avascularnecrosis หรือ ภาวะตอหินจากยา หรือ ความผิดปกติทางเมตาบอลิซึมอื่นที่สงผลตอภาวะทุพพลภาพ มีขอหามสำหรับการใชยา azathioprine ไดแก เกิดมีภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ(agranulocytosis) เกิดมีภาวะพิษตอตับ (liver toxicity) หรือตรวจพบภาวะขาด thiopurineS-methyltransferase อยางสมบูรณ4.5 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ตามที่กำหนด ††1*5. ขนาดยาและวิธีการใหยา5.1 ใหเริ่มตนดวย Induction ที่ขนาด 1,000 mg ในวันที่ 1 และอีก 1,000 mg ในวันที่ 15 หลังจากนั้นให Rituximab ครั้งละ 500-1,000 mg ทุก 6 เดือน หรือ ถาสามารถตรวจระดับ CD19 ได หากนอยกวา 1% สามารถใหยาหางขึ้นมากกวา 6 เดือนได5.2 ในกรณีที่ผูปวยมีอาการเปนซ้ำกอนรอบยา 6 เดือน หากจำเปนตองใหยา Rituximab ซ้ำ จำเปนตองเจาะระดับ CD19 ถาระดับมากกวารอยละ 1 หรือ ระดับ CD19/CD27 มากกวารอยละ 0.05 ใน 2 ปแรก และมากกวารอยละ 0.1 ในปถัดไป ของ mononuclear cell สามารถใหยา Rituximab ในขนาด375 mg/m2 เพิ่มได 1 ครั้ง แตในชวงระยะเวลา 12 เดือนนั้นจะตองใหยาไมเกิน 3 ครั้ง (ไมนับรวมinduction)5.3 ไมใชยามากกวา 3 ครั้งตอป (ไมนับรวมชวง induction period)หมายเหตุ ใหสอบถามอาการของ infusion reaction จากยา Rituximab ทุกครั้งกอนการใหยา กรณีที่มีภาวะ infusion reaction จากยา Rituximab ใหทำการปรับอัตราเร็วในการใหยาหรือหยุดการใหยาชั่วคราวตามเอกสารกำกับยา6. การประเมินระหวางการรักษา6.1 การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษาประเมินผูปวยหลังไดรับยาในขนาดที่เหมาะสมแลวเปนระยะเวลา 12 เดือน โดยวัดจากอัตราการเปนซ้ำเทียบกับกอนไดยา อัตราการเปนซ้ำควรลดลงมากกวารอยละ 506.2 การประเมินดานความปลอดภัยระหวางการใหยา ใหเฝาระวังสัญญาณชีพ เนื่องจากผูปวยบางรายอาจมีอาการแพยาได7. เกณฑการหยุดยาใหหยุดยาเมื่อตรวจพบขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้7.1 ผูปวยไมตอบสนองตอการรักษาหลังไดรับยาในขนาดที่เหมาะสมแลวเปนระยะเวลา 12 เดือน โดยมีการเปนซ้ำหลังใหยามากกวา 2 ครั้งตอป7.2 ไมใชยาตอเนื่องนานเกินกวาระยะเวลา 5 ป นับตั้งแตผูปวยไดรับ induction therapy7.3 สถานะโรคเดิมของผูปวยเปลี่ยนเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)*††โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
263คำอธิบายแนบทายแนวทางกำกับการใชยา Rituximab ขอบงใช โรคนิวโรมัยอิลัยติสออฟติกาที่ไมตอบสนองตอการรักษาดวยยาพื้นฐาน (refractory neuromyelitis optica spectrum disorder)เกณฑการวินิจฉัย ของ International consensus diagnostic criteria for neuromyelitis opticaspectrum disorders (IPND) ค.ศ. 2015การวินิจฉัยโรค NMOSD ที่พบ AQP4 IgG (NMOSD with AQP4 IgG )1. อาการทางคลินิกตองมีลักษณะจำเพาะตามที่กำหนด (Core Clinical Characteristics) อยางนอย 1 ขอดังตอไปนี้1.1 เสนประสาทตาอักเสบ1.2 ไขสันหลังอักเสบ1.3 กลุมอาการ Area postrema โดยมีอาการสะอึกหรือคลื่นไสอาเจียนมากกวา 48 ชั่วโมง ที่หาสาเหตุอื่นไมพบ1.4 กลุมอาการทางกานสมอง1.5 Symptomatic Narcolepsy หรือกลุมอาการ Diencephalon เฉียบพลัน1.6 Symptomatic Cerebral Syndrome2. ตรวจพบ AQP4 IgG โดยใชวิธีการตรวจดวยเทคนิค cell-based assay3. ไมพบสาเหตุอื่นที่อธิบายอาการไดการวินิจฉัยโรค NMOSD ที่ไมพบ AQP4 IgG หรือไมทราบผล AQP4 IgG status1. อาการกำเริบทางคลินิกที่มีลักษณะจำเพาะ ตามที่กำหนด (Core clinical characteristics) อยางนอย 2อาการและเขาไดกับ ภาวะดังตอไปนี้1.1 ตองมีอยางนอย 1 อาการกำเริบที่เขาไดกับ- เสนประสาทตาอักเสบ หรือ- ไขสันหลังอักเสบและลักษณะเปน Long Extensive Transverse Myelitis (LETM) หมายถึง รอยโรคที่มีความยาวมากกวา 3 ขอตอกระดูกสันหลัง- กลุมอาการ Area postrema1.2 อย างน อย 2 อาการกำเริ บทางคลิ นิ กที่ มี ลั กษณะจำเพาะตามที่ กำหนด (Core clinicalcharacteristics) ในตำแหนงที่แตกตางกัน (Dissemination in space)1.3 เขาไดกับขอกำหนดเพิ่มเติมในภาพเอ็มอารไอ*2. ตรวจไมพบ AQP4 IgG โดยใชวิธี cell-based assay หรือไมสามารถสงตรวจได3. ไมพบสาเหตุอื่นที่อธิบายอาการได*ขอกำหนดเพิ่มเติมทางภาพเอ็มอารไอสำหรับการวินิจฉัยโรค NMOSD ที่ไมพบ AQP4 IgG หรือไมทราบผล AQP4 IgG1. ภาวะเสนประสาทตาอักเสบจำเปนตองมีรอยโรคในเอ็มอารไอดังตอไปนี้1.1 เอ็มอารไอสมองไมพบความผิดปกติหรือมีเพียงรอยโรค nonspecific white matter หรือ1.2 เอ็มอารไอเสนประสาทตา (Optic nerve) ตรวจพบรอยโรคสัญญาณสูงผิดปกติใน T2W หรือ มีรอยโรค gadolinium enhancement ใน T1W ยาวมากกวาครึ่งหนึ่งของความยาวเสนประสาทตาหรือมีรอยโรคที่ optic chiasm
2642. ภาวะไขสันหลังอักเสบจำเปนตองมีรอยโรคที่มีความยาวตอเนื่องกันมากกวาหรือเทากับ 3 ขอตอกระดูกสันหลัง หรือมีรอยไขสันหลังฝอตอเนื่องความยาวมากกวาหรือเทากับ 3 ขอตอกระดูกสันหลังในกรณีที่ผูปวยเคยมีประวัติเขาไดกับภาวะไขสันหลังอักเสบ3. กลุ มอาการ Area Postrema จำเป นต อง มี รอยโรคในภาพเอ็ มอารไอที่ สัมพั นธกั บ dorsalmedulla/area postrema4. กลุมอาการกานสมอง (Brainstem syndrome) จำเปนตองมีรอยโรคในภาพเอ็มอารไอที่สัมพันธกับperiependymal brainstem lesions
265แนวทางกำกับการใชยา Rituximabขอบงใช โรคเสนประสาทอักเสบเรื้อรังที่ไมตอบสนองตอยาสเตียรอยด(Refractory chronic inflammatory demyelinating polyneuropathy)1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุมัติการใชยา Rituximab จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization)โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ (2) ในครั้งแรกที่ใชยากับผูปวย และครั้งตอไปในทุก 6 เดือน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล2.1. เป นสถานพยาบาลที่ มี คุ ณสมบั ติ ในการวิ นิ จฉั ยและดู แลผู ป วย chronic inflammatorydemyelinating polyneuropathy (CIDP) ที่ สำคั ญ ได แก สามารถตรวจหรือสงตรวจ nerveconduction study และ electromyography รวมทั้งมีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 32.2. มีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาประสาทวิทยา หรือกุมารประสาทวิทยาซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลไดรับการอนุมัติในขอ 2.4. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Rituximab ในโรค CIDP โดยมีเกณฑครบทุกขอ ดังนี้4.1 ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) 0†4.2 ผูปวยไมสามารถใชยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG) ได ตามกรณีใดกรณีหนึ่งดังตอไปนี้4.2.1 การใชในกรณีสถานการณขาดแคลนยา IVIG ตามเงื่อนไขที่ทางสมาคมประสาทวิทยาเสนอและอนุกรรมการเห็นชอบแลว หรือ4.2.2 ผูปวยไมสามารถใชยา IVIG ตามแนวทางกำกับการใชยาที่กำหนดได หรือ4.2.3 แพทยผูทำการรักษาและผูอำนวยการสถานพยาบาลเห็นสมควรใชยา Rituximab4.3 ตองไมเปนผูปวยที่ไดรับการวินิจฉัยวาเปน CIDP associated with malignancy4.4 ผูปวยไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรค CIDP โดยมีลักษณะครบทุกขอดังตอไปนี้4.4.1 มีอาการกลามเนื้อออนแรงและ/หรือสูญเสียความรูสึกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หรือมีอาการกำเริบเปนครั้งคราว ในระยะเวลามากกวา 2 เดือน4.4.2 Tendon reflexes มีคา 0 ถึง 1+4.4.3 พบลักษณะตาม electrodiagnostic criteria อยางนอย 1 ขอ† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
2661) Motor distal latency ยาวขึ้น ≥ 50% ของ upper normal limits (ULN) ในเสนประสาทอยางนอย 2 เสน2) Motor conduction velocity ช าลง ≥ 30% ของ lower normal limits ( LLN) ในเสนประสาทอยางนอย 2 เสน3) F-wave latency ยาวขึ้น ≥ 30% ของ ULN (distal CMAP amplitude มากกวา 80%ของ LLN) ในเสนประสาทอยางนอย 2 เสน หรือ F-wave latency ยาวขึ้น ≥ 50% (distalCMAP amplitude นอยกวา 80% ของ LLN) ในเสนประสาทอยางนอย 2 เสน4) ไมพบ F-wave ในขณะที่ amplitude ≥ 20% ของ LLN ในเสนประสาทอยางนอย 2 เสน5) Partial motor conduction block: ≥ 50% amplitude reduction ในเสนประสาทอยางนอย2 เสน6) Abnormal temporal dispersion ในเสนประสาทอยางนอย 2 เสน7) Distal CMAP duration เพิ่ มขึ้ นในเส นประสาทอย างน อย 1 เส นและมี ลั กษณะdemyelination อยางนอยอีกเสน4.4.4 พบลักษณะทางคลินิกที่สนับสนุนการวินิจฉัย (supportive criteria) อยางนอย 1 ขอ ไดแก1) Cerebrospinal fluid (CSF) analysis พบปริมาณของโปรตีนเพิ่มขึ้น โดยพบ leukocytecount นอยกวา 10 cells/mm32) ตรวจ MRI พบ enhancement ของ cauda equine หรือรากประสาท3) พบความผิดปกติของเสนประสาทรับความรูสึกที่เขาไดกับโรคอยางนอย 1 เสน- เสนประสาท sural ปกติโดยที่เสนประสาท median หรือ radial ผิดปกติ- Conduction velocity <80% ของคาปกติ- การตรวจ somatosensory evoked potentials ผิดปกติ โดยที่ไมไดเกิดจากโรคระบบประสาทสวนกลาง4) พบการตอบสนองที่ดีตอการใชยาปรับภูมิคุมกัน (immunomodulatory treatment)*15) ผลการตรวจ nerve biopsy พบหลักฐานชัดเจนของภาวะ demyelination และ/หรือremyelination โดยการใชกลองจุลทรรศนอิเล็กตรอน หรือ การตรวจวิเคราะหเสนใยประสาท (teased fibre analysis)4.5 ผูปวยไดรับการรักษาดวย steroid ตามมาตรฐานแลวไมสามารถทำใหเกิดภาวะโรคสงบ (remission) หรือยั งคงมี อาการกำเริ บของโรค (relapse / recurrent) หรื อมี อาการของโรคมากขึ้ น (progression)ตามเกณฑขอใดขอหนึ่งอยางนอย 1 ขอ ดังตอไปนี้4.5.1 ไดรับยาเปนเวลา 1 เดือน และมี Inflammatory Neuropathy Cause and Treatment(INCAT) score ≥ 6 (รายละเอียดตามแนบทาย) หรือ4.5.2 ไดรับยาเปนเวลา 3 เดือน และมี INCAT score ≥ 24.5.3 ผูปวยมีขอหาม หรือผลขางเคียงจากการใชยาในกลุม steroids หรือยากดภูมิชนิดอื่น4.4 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ตามที่กำหนด †2†*1 กรณีที่เขาเกณฑการวินิจฉัยในขอนี้ ผูปวยตองมีการกลับเปนใหมหรือกำเริบของโรคและเขาไดกับเกณฑขอ 4.4 จึงจะอนุมัติใชยา IVIG ได†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
267หมายเหตุ1). การรักษาดวย Steroid ตามมาตรฐาน หมายถึง1.1) ไดรับยา Oral Prednisolone (1 มิลลิกรัมตอกิโลกรัมตอวัน หรืออยางนอย 60 มิลลิกรัมตอวัน) หรือ1.2) ไดรับยา Intravenous pulse-methylprednisone (IVMP) 1 กรัม ตอวัน เปนเวลา 3-5 วัน แลวให Intravenous pulse-methylprednisone (IVMP) 1 กรัม สัปดาหละครั้ง โดยอาจมีการใชรวมกับการไดรับยากดภูมิชนิดอื่น (immunosuppressive drugs)2). สำหรับขนาดยาในเด็ก ใหปรึกษาผูเชี่ยวชาญทางดานกุมารประสาทวิทยา3). ผูปวยมีขอหามหรือมีอาการขางเคียงจากการใชยากลุม steroid หรือ ยากดภูมิชนิดอื่นจนเปนเหตุใหไมสามารถใชยาดังกลาวได ไดแก “มีผลขางเคียงที่รุนแรงในระดับ grade 3 หรือ 4 จากการใช corticosteroidหรือ corticosteroid รวมกับยากดภูมิคุมกัน5. ขนาดยาและวิธีการใหยาแนะนำการใหยา Rituximab ใน induction therapy โดยมีขนาดยาและวิธีการใหยาตามขอใดขอหนึ่ง ดังนี้5.1. ใหยา Rituximab ใน induction therapy ที่ขนาด 1,000 มิลลิกรัม เปนจำนวน 2 ครั้ง หางกัน 2 สัปดาหหลังจากนั้น ให maintenance therapy ที่ขนาด 500-1,000 มิลลิกรัม ทางหลอดเลือดดำทุก 6 เดือน5.2. ใหยา Rituximab ใน induction therapy ที่ ขนาด 375 มิลลิกรัม/พื้ นที่ ผิวของรางกายหนวยเปนตารางเมตร สัปดาหละครั้ง เปนจำนวน 4 ครั้ง ติดตอกันเปนระยะเวลา 4 สัปดาห หลังจากนั้นให maintenance therapy ที่ขนาด 500-1,000 มิลลิกรัม ทางหลอดเลือดดำทุก 6 เดือนคำแนะนำเพิ่มเติม• การใชยาในครั้งแรกใหเริ่มดวยอัตราเร็ว 50 มิลลิกรัมตอชั่วโมง หากไมเกิดอาการแพยาสามารถเพิ่มอัตราเร็วในการใหยาขึ้นอีก 50 มิลลิกรัมตอชั่วโมง ทุก 30 นาที (อัตราเร็วในการใหยาสูงสุดไมเกิน400 มิลลิกรัมตอชั่วโมง)• สอบถามอาการของ infusion reaction จากยา Rituximab ทุกครั้งกอนการใหยา กรณีที่มีภาวะinfusion reaction จากยา Rituximab ใหทำการปรับอัตราเร็วในการใหยาหรือหยุดการใหยาชั่วคราวตามตามเอกสารกำกับยา6. การประเมินระหวางการรักษา6.1 การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษาใหประเมินผูปวยที่ 4 สัปดาหหลังไดรับยาครั้งแรก หลังจากนั้นอยางนอยทุก 3 เดือน โดยประเมินจาก INCAT score คงที่ หรือ ลดลงอยางนอย 1 คะแนน เมื่อเทียบกับ baseline ภายใน 6 เดือน6.2 การประเมินดานความปลอดภัย6.2.1 กอนการใหยา ตองไมมีภาวะติดเชื้อที่ไมสามารถควบคุมได6.2.2 ตรวจ CBC และ LFT กอนการใหยาครั้งแรกและทุกครั้งกอนการใหยาในรอบถัดไป6.2.3 ตรวจ HBsAg, Anti-HBc, Anti-Hepatitis C, CXR, stool exam for parasite กอนการใหยาหากตรวจพบการติดเชื้อเหลานี้จำเปนตองใหการรักษาการติดเชื้อหรือใหยาปองกันกอนเริ่มการรักษาดวยยา Rituximab6.2.4 ระหวางการใหยา Rituximab ใหเฝาระวังสัญญาณชีพ เนื่องจากผูปวยบางรายอาจมีอาการแพยาได
2687. เกณฑการหยุดยาใหหยุดยา Rituximab เมื่อตรวจพบขอใดขอหนึ่ง ดังตอไปนี้7.1 สถานะของผูปวยเปลี่ยนเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)7.2 ผูปวยเกิดอาการขางเคียงจากการใชยา Rituximab จนไมสามารถใชยา Rituximab ตอได7.3 ผูปวยปฏิเสธการใชยา7.4 ตั้งครรภ (ใหผูปวยหยุดยาหรือถอนตัวชั่วคราวจนกวาจะคลอด)7.5 การติดเชื้อรุนแรง (ใหผูปวยหยุดยาหรือถอนตัวชั่วคราวจนกวาพนระยะไมปลอดภัยหรือหายจากการติดเชื้อรุนแรง)7.6 ผูปวยขาดการติดตามผลการรักษา โดยไมมีเหตุผลอันสมควร ใหอยูในดุลยพินิจของแพทย
269คำอธิบายแนบทายแนวทางกำกับการใชยา Rituximabขอบงใช โรคเสนประสาทอักเสบเรื้อรังที่ไมตอบสนองตอยาสเตียรอยด(Refractory chronic inflammatory demyelinating polyneuropathy)Inflammatory Neuropathy Cause and Treatment (INCAT) Disability ScaleArm disability0 No upper limb problems1 Symptoms, in one or both arms, not affecting the ability to perform any of thefollowing functions: doing all zips and buttons; washing or brushing hair; using a knife andfork together; handing small coins2 Symptoms, in one arm or both arms, affecting but not preventing any of theabove mentioned functions3 Symptoms, in one arm or both arms, preventing one or two of the abovementioned functions4 Symptoms, in one arm or both arms, preventing three or all of the functionslisted, but some purposeful movements still possible5 Inability to use either arm for any purposeful movementLeg disability0 Walking not affected1 Walking affected, but walks independently outdoors2 Usually uses unilateral support (stick, single crutch, one arm) to walk outdoors3 Usually uses bilateral support (sticks, crutches, frame, two arms) to walk outdoors4 Usually uses wheelchair to travel outdoors, but able to stand and walk a fewsteps with help5 Restricted to wheelchair, unable to stand and walk a few steps with help***Overall disability results from sum of arm and leg disability scores***
270แนวทางกำกับการใชยา Rituximabขอบงใช โรคมัยแอสติเนียเกรวิสที่รุนแรงและไมตอบสนองตอยาสเตียรอยด(severe myasthenia gravis)1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุมัติการใชยา Rituximab จากหนวยงานสิทธิประโยชน หลังการรักษา (post-authorization)โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยหลังทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ (2) ในครั้งแรกที่ใชยากับผูปวย และครั้งตอไปในทุก 6 เดือน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล2.1 เปนสถานพยาบาลที่มีคุณสมบัติในการวินิจฉัยและดูแลผูปวยโรค myasthenia gravis (MG) ไดแกสามารถตรวจหรือสงตรวจ tensilon test หรือ neostigmine test , การนำกระแสไฟฟาระหวางรอยตอเส นประสาทและกล ามเนื้ อ (repetitive nerve stimulation (RNS) และ/หรื อ single fiberelectromyography (SFEMG) และการตรวจหา acetylcholine receptor antibody (AChR-Ab) หรือmuscle specific receptor tyrosine kinase antibody (MuSK antibody) รวมทั้งมีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 32.2 มีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาประสาทวิทยา หรือกุมารประสาทวิทยา ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลไดรับการอนุมัติในขอ 2.4. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Rituximab ในโรค myasthenia gravis (MG) โดยมีเกณฑครบทุกขอ ดังนี้4.1 ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †4.2 ผูปวยไมสามารถใชยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG) ได ตามกรณีใดกรณีหนึ่งดังตอไปนี้4.2.1 การใชในกรณีสถานการณขาดแคลนยา IVIG ตามเงื่อนไขที่ทางสมาคมประสาทวิทยาเสนอและอนุกรรมการเห็นชอบแลว หรือ4.2.2 ผูปวยไมสามารถใชยา IVIG ตามแนวทางกำกับการใชยาที่กำหนดได หรือ4.2.3 แพทยผูทำการรักษาและผูอำนวยการสถานพยาบาลเห็นสมควรใชยา Rituximab4.3 ผูปวยเปน generalized myasthenia gravis หรือ bulbar myasthenia gravis หมายถึง ผูปวยที่ มีอาการออนแรงของกลามเนื้อทั่วรางกาย และ/หรือ กลามเนื้อที่ใชในการพูด การกลืน และการหายใจที่ไมตอบสนองตอการรักษามาตรฐาน คือ ไมสามารถทำใหโรคสงบ (remission) หรือไมสามารถลดการกำเริบของโรค (exacerbation) หรือไมสามารถปองกันการดำเนินโรคไปสูภาวะวิกฤติ (myastheniacrisis) ของโรคได โดยมีการยืนยันการวินิจฉัยเพิ่มเติมที่ผิดปกติอยางนอย 1 อยาง ดังตอไปนี้† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
2714.3.1 Abnormal tensilon test หรือ neostigmine test ที่ จะตองมี objective differences กอนและหลัง4.3.2 Abnormal repetitive nerve stimulation (RNS) และ/หรือ Abnormal single fiberelectromyography (SFEMG)4.3.3 Positive acetylcholine receptor antibody (AChR-Ab) หรือ muscle specific receptortyrosine kinase antibody (MuSK antibody)4.4 ผูปวยไมตอบสนองตอการรักษามาตรฐาน หรือมีขอหามใชอยางสมบูรณ ตามเกณฑขอใดขอหนึ่งอยางนอย 1 ขอ ดังตอไปนี้4.4.1 รักษาดวยยา Prednisolone (อยางนอย 10-20 มิลลิกรัมตอวัน) รวมกับยากดภูมิชนิดอื่น(immunosuppressive drugs) เชน Azathioprine (2-3 มิลลิกรัมตอกิโลกรัมตอวัน) และ/หรือ thymectomy (เฉพาะกรณีที่ AChR-Ab positive) แลวยังไมสามารถควบคุมโรคได*2หลังจากไดรับยาเปนเวลาอยางนอย 6 เดือน4.4.2 ผู ป วยมีขอหามหรือผลข างเคี ยงจากการใชยา Prednisolone หรื อยากดภูมิชนิดอื่น(immunosuppressive drugs) และผูปวยมีความเสี่ยงที่โรคจะดำเนินไปถึงจุดวิกฤติ และมีความเสี่ยงถึงชีวิตในภาวะวิกฤติ เชน มีภาวะ ตับอักเสบคาเอนไชมของตับเพิ่มมากกวา 5 เทา มีภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำกวา 3000 cells/ul หรือ มีปริมาณนิวโทรฟลนอยกวา 1000cells/ul มีอาการแพยา เชน ผื่ นแพยา จากยา Azathioprine หรือมีภาวะอื่ นที่ ไมสามารถใชPrednisolone เชน มีภาวะน้ำตาลสูงที่ไมสามารถควบคุมได หรือ กระดูกพรุนอยางรุนแรงหรื อภาวะ avascular necrosis หรื อ ภาวะต อหิ นจากยา หรื อ ความผิ ดปกติ ทางเมตาบอลิซึมอื่นที่สงผลตอภาวะทุพพลภาพ4.4.3 ผู ปวยไมสามารถรับการรักษาดวยวิธี thymectomy ได ซึ่ งตองไดรับการักษาดวยยาPrednisolone รวมกับยากดภูมิชนิดอื่น (immunosuppressive drugs) แลวยังไมสามารถควบคุมของโรคได โดยทั้งนี้ไดมีการพิจารณาเรื่อง thymectomy อยางเต็มทีกอนแลว4.5 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ตามที่กำหนด ††5. ขนาดยาและวิธีการใหยาแนะนำการใหยา Rituximab โดยมีขนาดยาและวิธีการใหยาตามขอใดขอหนึ่ง ดังนี้5.1 ใหยา Rituximab ใน induction therapy ที่ขนาด 375 มิลลิกรัม/พื้นที่ผิวของรางกายหนวยเปนตารางเมตร สัปดาหละครั้งติดตอกันเปนระยะเวลา 4 สัปดาห หลังจากนั้นให maintenance therapy ที่ขนาด1,000 มิลลิกรัม ทางหลอดเลือดดำ 1 ครั้ง ทุก 6 เดือน5.2 ใหยา Rituximab ใน induction therapy ที่ขนาด 1,000 มิลลิกรัมทางหลอดเลือดดำ 2 ครั้ง โดยบริหารยาหางกัน 2 สัปดาห หลังจากนั้นให maintenance therapy ที่ขนาด 1,000 มิลลิกรัมทางหลอดเลือดดำ 1 ครั้งตอทุก 6 เดือน*2ยังคงมีอาการออนแรงของแขนขา หรือการออนแรงของกลามเนื้อการหายใจ หรือการออนแรงของกลามชวยการพูดการกลืน††โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
272คำแนะนำเพิ่มเติม การใชยาในครั้งแรกใหเริ่มดวยอัตราเร็ว 50 มิลลิกรัมตอชั่วโมง หากไมเกิดอาการแพยาสามารถเพิ่มอัตราเร็วในการใหยาขึ้นอีก 50 มิลลิกรัมตอชั่วโมง ทุก 30 นาที (อัตราเร็วในการใหยาสูงสุดไมเกิน400 มิลลิกรัมตอชั่วโมง) สอบถามอาการของ infusion reaction จากยา Rituximab ทุกครั้งกอนการใหยา กรณีที่มีภาวะinfusion reaction จากยา Rituximab ใหทำการปรับอัตราเร็วในการใหยาหรือหยุดการใหยาชั่วคราวตามเอกสารกำกับยา6. การประเมินระหวางการรักษา6.1 การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษาประเมิน clinical status โดยใช The Myasthenia Gravis Foundation of America (MGFA)clinical classification เปรียบเทียบกอนและหลังใชยา (รายละเอียดตามแนบทาย) หรือประเมินโดยใช The myasthenic muscle score (MMS) ทุก 6 เดือน6.2 การประเมินดานความปลอดภัย6.2.1 กอนการใหยา ตองไมมีภาวะติดเชื้อที่ไมสามารถควบคุมได6.2.2 ตรวจ CBC และ LFT กอนการใหยาครั้งแรกและทุกครั้งกอนการใหยาในรอบถัดไป6.2.3 ตรวจ HBsAg, Anti-HBc, Anti-Hepatitis C, CXR, stool exam for parasite กอนการใหยาหากตรวจพบการติดเชื้อเหลานี้จำเปนตองใหการรักษาการติดเชื้อหรือใหยาปองกันกอนเริ่มการรักษาดวยยา Rituximab6.2.4 ระหวางการใหยา Rituximab ใหเฝาระวังสัญญาณชีพ เนื่องจากผูปวยบางรายอาจมีอาการแพยาได7. เกณฑการหยุดยาใหหยุดยา Rituximab เมื่อตรวจพบขอใดขอหนึ่ง ดังตอไปนี้7.1 สถานะของผูปวยเปลี่ยนเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)7.2 ผูปวยเกิดอาการขางเคียงจากการใชยา Rituximab จนไมสามารถใชยา Rituximab ตอได7.3 ผูปวยปฏิเสธการใชยา7.4 ตั้งครรภ (ใหผูปวยหยุดยาหรือถอนตัวชั่วคราวจนกวาจะคลอด)7.5 การติดเชื้อรุนแรง (ใหผูปวยหยุดยาหรือถอนตัวชั่วคราวจนกวาพนระยะไมปลอดภัยหรือหายจากการติดเชื้อรุนแรง)7.6 ผูปวยขาดการติดตามผลการรักษา โดยไมมีเหตุผลอันสมควร ใหอยูในดุลยพินิจของแพทย
273คำอธิบายแนบทายแนวทางกำกับการใชยา Rituximab ขอบงใช โรคมัยแอสติเนียเกรวิสที่รุนแรงและไมตอบสนองตอยาสเตียรอยด (severe myasthenia gravis)Myasthenia Gravis foundation of America clinical classificationอางอิง: Jaretzki A 3rd, Barohn RJ, Ernstoff RM, et al. Myasthenia gravis: recommendations for clinical researchstandards. Task Force of the Medical Scientific Advisory Board of the Myasthenia Gravis Foundation ofAmerica. Neurology. 2000;55(1):16-23. doi:10.1212/wnl.55.1.16
274The myasthenic muscle score (MMS)
275แนวทางกำกับการใชยา Rituximabขอบงใช โรคสมองอักเสบจากภูมิคุมกันผิดปกติ (autoimmune encephalitis)1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1. ขออนุมัติการใชยา Rituximab จากหนวยงานสิทธิประโยชน หลังการรักษา (post-authorization)โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยหลังทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2. กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ (2) ในครั้งแรกที่ใชยากับผูปวย และขออนุมัติครั้งตอไปพรอมบันทึกผลการตรวจรางกาย modified Rankin Scale (mRS) score ที่ 6 เดือน และ 12 เดือนกอนการใชยา หากจำเปนตองใหตอมากกวา 12 เดือน ใหกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาใหม2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล2.1. เปนสถานพยาบาลที่มีคุณสมบัติในการวินิจฉัยและดูแลผูปวยโรคสมองอักเสบจากภูมิคุมกันผิดปกติ(autoimmune encephalitis) ไดแก สามารถตรวจหรือสงตรวจทางหองปฏิบัติการเพื่อยืนยันโรคไดแก การตรวจหาแอนติบอดี้โรคสมองอักเสบจากภูมิคุมกันจากเลือดหรือน้ำไขสันหลัง หรือการตรวจเซลลในน้ำไขสันหลัง หรือระดับโปรตีนในน้ำไขสันหลัง หรือการตรวจภาพถายสมอง ไดแก ภาพถายคลื่นแมเหล็กไฟฟา (MRI) หรือ การตรวจคลื่นไฟฟาสมอง รวมทั้งมีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 32.2. มีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาประสาทวิทยา หรือกุมารประสาทวิทยาซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลไดรับการอนุมัติในขอ 2.4. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Rituximab ในโรคสมองอักเสบจากภูมิคุมกันผิดปกติ (autoimmune encephalitis)โดยมีเกณฑครบทุกขอ ดังนี้4.1 ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †4.2 ผูปวยไมสามารถใชยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG) ได ตามกรณีใดกรณีหนึ่งดังตอไปนี้4.2.1 การใชในกรณีสถานการณขาดแคลนยา IVIG ตามเงื่อนไขที่ทางสมาคมประสาทวิทยาเสนอและอนุกรรมการเห็นชอบแลว หรือ4.2.2 ผูปวยไมสามารถใชยา IVIG ตามแนวทางกำกับการใชยาที่กำหนดได หรือ4.2.3 แพทยผูทำการรักษาและผูอำนวยการสถานพยาบาลเห็นสมควรใชยา Rituximab4.3 ผูปวยไดรับการตรวจวินิจฉัยวาเปนโรค autoimmune encephalitis โดยมีเกณฑครบทั้ง 2 ขอดังนี้† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
2764.3.1 มีอาการทางระบบประสาทนอยกวา 3 เดือน (ความผิดปกติดานความจำ ชัก อาการทางจิตหรือพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง การเคลื่อนไหวของใบหนาหรือแขนขาผิดปกติ) และมี modifiedRankin Scale (mRS) score ตั้งแต 3 ขึ้นไป4.3.2 ตองไมเกิดจากสาเหตุดังตอไปนี้4.3.2.1 มีภาวะติดเชื้อ4.3.2.2 ไดรับยาหรือสารเคมีหรือสารพิษที่ทำใหเกิดอาการทางระบบประสาท4.4 มีการตรวจทางหองปฏิบัติการที่ยืนยันโรคสมองอักเสบจากภูมิคุมกันอยางใดอยางหนึ่ง ไดแก4.4.1 การตรวจเลือดหรือน้ำไขสันหลังเปนผลบวกตอแอนติบอดี้โรคสมองอักเสบจากภูมิคุมกัน4.4.2 การตรวจภาพถายสมองไดแก ภาพถายคลื่นแมเหล็กไฟฟา (MRI) เขาไดกับสมองอักเสบ หรือการตรวจคลื่นไฟฟาสมองที่พบคลื่นชักหรือคลื่นสมองแบบชา (slow wave) ที่สมองสวน temporal lobe4.4.3 ตรวจพบเซลลในน้ำไขสันหลังมากกวา 5 เซลลตอลูกบาศกมิลลิเมตร หรือมีระดับโปรตีนในน้ำไขสันหลังมากกวา 45 มิลลิกรัมตอเดซิลิตร4.5 ไมตอบสนองตอการรักษามาตรฐาน (ขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้) ไดแก4.5.1 การใหยาในกลุม steroid ปริมาณสูง คือ methylprednisone ขนาด 30 มิลลิกรัมตอกิโลกรัมตอวัน หรือ 1000 mg ตอวัน เปนระยะเวลาติดตอกัน 3-5 วัน หรือมีขอหามในการใชยา4.5.2 การไดรับยา IVIG ขนาด 2 กรัมตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมตอการรับไวในโรงพยาบาล 1 ครั้งแบงให 5 วัน4.5.3 การเปลี่ยนถายเลือดและน้ำเหลือง (plasma exchange) 5 รอบการรักษา4.5.4 ไมตอบสนองตอยากดภูมิชนิดอื่น (immunosuppressive drugs) ตามระยะเวลาการรักษาที่กำหนดอยางนอย 1 ชนิด หรือมีขอหามในการใชยา เชน• Azathioprine ขนาด 1-3 มิลลิกรัมตอกิโลกรัมตอวัน (6 เดือน)• Mycophenolate ขนาด 1,000-3,000 มิลลิกรัมตอวัน (3 เดือน)• Cyclophosphamide ขนาด 750 มิลลิกรัมตอพื้ นที่ ผิวของรางกายหนวยหนวยเปนตารางเมตร (1 ครั้ง)4.6 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ตามที่กำหนด ††5. ขนาดยาและวิธีการใหยาแนะนำการใหยา Rituximab ใน induction therapy ที่ขนาด 375 มิลลิกรัม/พื้นที่ผิวของรางกายหนวยเปนตารางเมตร สัปดาหละครั้ง เปนจำนวน 4 ครั้ง หรือ 1,000 มิลลิกรัม เปนจำนวน 2 ครั้ง หางกัน 2 สัปดาห และหากจำเปนสามารถใหยาในเดือนที่ 6 จำนวน 1 ครั้งและ/หรือเดือนที่ 12 เพิ่มอีก 1 ครั้ง ในขนาด 1000 มิลลิกรัมสำหรับขนาดยาในผูปวยเด็กใหเปนไปตามความเห็นของผูเชี่ยวชาญทางดานกุมารประสาทวิทยาหมายเหตุ ผูปวยที่จำเปนตองใหอีกครั้ง หมายถึง มีผลการตรวจรางกาย mRS score ตั้งแต 3 ขึ้นไปคำแนะนำเพิ่มเติม การใชยาในครั้งแรกใหเริ่มดวยอัตราเร็ว 50 มิลลิกรัมตอชั่วโมง หากไมเกิดอาการแพยาสามารถเพิ่มอัตราเร็วในการใหยาขึ้นอีก 50 มิลลิกรัมตอชั่วโมง ทุก 30 นาที (อัตราเร็วในการใหยาสูงสุดไมเกิน 400มิลลิกรัมตอชั่วโมง)††โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
277 สอบถามอาการของ infusion reaction จากยา Rituximab ทุกครั้งกอนการใหยา กรณีที่มีภาวะinfusion reaction จากยา Rituximab ใหทำการปรับอัตราเร็วในการใหยาหรือหยุดการใหยาชั่วคราวตามเอกสารกำกับยา6. การประเมินระหวางการรักษา6.1. การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษาประเมิน modified Rankin Scale (mRS) (รายละเอียดตามแนบทาย) ที่ 6 และ 12 เดือน กอนใชยาครั้งถัดไป6.2. การประเมินดานความปลอดภัย6.2.1 กอนการใหยา ตองไมมีภาวะติดเชื้อที่ไมสามารถควบคุมได6.2.2 ตรวจ CBC และ LFT กอนการใหยาครั้งแรกและทุกครั้งกอนการใหยาในรอบถัดไป6.2.3 ตรวจ HBsAg, Anti-HBc, Anti-Hepatitis C, CXR, stool exam for parasite กอนการใหยาหากตรวจพบการติดเชื้อเหลานี้จำเปนตองใหการรักษาการติดเชื้อหรือใหยาปองกันกอนเริ่มการรักษาดวยยา Rituximab6.2.4 ระหวางการใหยา Rituximab ใหเฝาระวังสัญญาณชีพ เนื่องจากผูปวยบางรายอาจมีอาการแพยาได7. เกณฑการหยุดยาใหหยุดยา Rituximab เมื่อตรวจพบขอใดขอหนึ่ง ดังตอไปนี้7.1 สถานะของผูปวยเปลี่ยนเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)7.2 ผูปวยเกิดอาการขางเคียงจากการใชยา Rituximab จนไมสามารถใชยา Rituximab ตอได7.3 ผูปวยปฏิเสธการใชยา7.4 การติดเชื้อรุนแรง (ใหผูปวยหยุดยาหรือถอนตัวชั่วคราวจนกวาพนระยะไมปลอดภัยหรือหายจากการติดเชื้อรุนแรง)7.5 ผูปวยขาดการติดตามผลการรักษา โดยไมมีเหตุผลอันสมควร ใหอยูในดุลยพินิจของแพทย
278คำอธิบายแนบทายแนวทางกำกับการใชยา Rituximabขอบงใช โรคสมองอักเสบจากภูมิคุมกันผิดปกติ (autoimmune encephalitis)modified Rankin Scale (mRS)อางอิง: van Swieten JC, Koudstaal PJ, Visser MC, Schouten HJ, van Gijn J. Interobserver agreement for theassessment of handicap in stroke patients. Stroke. 1988;19(5):604-607. doi:10.1161/01.str.19.5.604
279แนวทางกำกับการใชยา Rituximabขอบงใช โรค autoimmune myositis ชนิด necrotizing autoimmune myopathy (NAM)1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 กรณีผูปวยอาการรุนแรงมากที่มีภาวะทางเดินหายใจลมเหลว ซึ่งพิจารณาจากการตองการชวยหายใจรวมถึงการมีภาวะแทรกซอนอื่ น ๆ ที่ อาจนำไปสู การเสียชีวิต ขออนุมัติการใชยา Rituximabจากหนวยงานสิทธิประโยชนหลังการรักษา (post-authorization) โดยมีการลงทะเบียนแพทยสถานพยาบาล และผูปวยหลังทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรณีผูปวยอาการรุนแรงปานกลาง ขออนุมัติการใชยา Rituximab จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization) โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.3 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ (2) ในครั้งแรกที่ใชยากับผูปวย และครั้งตอไปในทุก 6 เดือน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล2.1. เปนสถานพยาบาลที่มีคุณสมบัติในการวินิจฉัยและดูแลผูปวยโรคกลามเนื้ออักเสบ necrotizingautoimmune myopathy เชน สามารถตรวจหรือสงตรวจทางพยาธิวิทยาของกลามเนื้อ (musclebiopsy) ตรวจการทำงานของกลามเนื้อดวยไฟฟา (Electromyography หรือ EMG) ตรวจวัดระดับเอมไซมกลามเนื้อ creatinine kinase (CK) การตรวจหรือสงตรวจแอนติบอดี้ของโรคกลามเนื้ออักเสบ(Myositis related antibody) รวมทั้งมีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 32.2. มีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาประสาทวิทยา หรือกุมารประสาทวิทยาซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลไดรับการอนุมัติในขอ 2.4. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Rituximab ในโรคกลามเนื้ ออักเสบ necrotizing autoimmune myopathy โดยมีเกณฑครบทุกขอ ดังนี้4.1 ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †4.2 ผูปวยไมสามารถใชยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG) ได ตามกรณีใดกรณีหนึ่งดังตอไปนี้4.2.1 การใชในกรณีสถานการณขาดแคลนยา IVIG ตามเงื่อนไขที่ทางสมาคมประสาทวิทยาเสนอและอนุกรรมการเห็นชอบแลว หรือ4.2.2 ผูปวยไมสามารถใชยา IVIG ตามแนวทางกำกับการใชยาที่กำหนดได หรือ4.2.3 แพทยผูทำการรักษาและผูอำนวยการสถานพยาบาลเห็นสมควรใชยา Rituximab† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
2804.3 ผูปวยไดรับการตรวจวินิจฉัยวาเปนโรคกลามเนื้ออักเสบ necrotizing autoimmune myopathyโดยมีอาการเขาไดกับตัวโรค มีระดับ serum CK สูงกวาปกติ และมีผลตรวจทางพยาธิวิทยาของกลามเนื้อหรือผลการตรวจแอนติบอดีที่เขาไดกับโรค4.4 ผู ป วยไม ตอบสนองหรื อมี ข อห ามในการให high dose steroid และ/หรื อยากดภู มิ ชนิ ดอื่น(immunosuppressive drugs) โดยเปนไปตามเกณฑขอ 4.5.1 หรือ 4.5.2 ขอใดขอหนึ่ง ดังตอไปนี้4.4.1 กรณีผูปวยอาการรุนแรงมากที่มีภาวะทางเดินหายใจลมเหลว โดยเปนไปตามเกณฑขอใดขอหนึ่ง อยางนอย 1 ขอa) กรณีมีอาการรุนแรงมากซึ่งพิจารณาจากการที่ผูปวยมีกลามเนื้อชวยหายใจออนแรงตองใชเครื่องชวยหายใจ (ทั้งชนิด invasive หรือ non-invasive) และไมตอบสนองตอการรักษาเมื่อไดรับยา high dose steroid หรือ IVIG แลวไมสามารถหยาเครื่องชวยหายใจหรือหยุดการใชเครื่องชวยหายใจได ภายใน 2 สัปดาหหลังเริ่มยาb) ผูปวยมีขอหามในการใชยา Prednisolone ไดแก มีภาวะน้ำตาลสูงที่ไมสามารถควบคุมไดหรือ กระดูกพรุนอยางรุนแรง หรือภาวะ avascular necrosis หรือ ภาวะตอหินจากยา หรือความผิดปกติทางเมตาบอลิซึมอื่นที่สงผลตอภาวะทุพพลภาพ หรือขอหามในการใชยากดภูมิชนิดอื่น(immunosuppressive drugs) เชน Azathioprine ไดแก มีภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ(agranulocytosis) หรื อเกิ ดมี ภาวะพิ ษต อตั บ (liver toxicity) หรื อตรวจพบภาวะขาดthiopurine S-methyltransferase อยางสมบูรณ หรือ มีอาการแพยา4.4.2 กรณีผูปวยอาการรุนแรงปานกลาง โดยเปนไปตามเกณฑขอใดขอหนึ่ง อยางนอย 1 ขอa) กรณีผูปวยอาการรุนแรงปานกลาง กลาวคือ มีปญหาเรื่องการกลืนลำบากตองใสสายยางใหอาหาร หรือมีอาการออนแรงของแขนหรือขา โดยมี mRC grade นอยกวาหรือเทากับ4 และไม ตอบสนองต อการรั กษาเมื่ อได รั บยา Prednisolone ขนาดที่ เหมาะสม(0.50-1 มิ ลลิ กรั มต อกิ โลกรั มต อวั น) และ/หรื อ ยา Immunosuppressive เชนAzathioprine (2-3 มิลลิกรัมตอกิโลกรัมตอวัน) หรือ Methotrexate (7.5-25 มิลลิกรัมตอสัปดาห) เปนเวลาอยางนอย 3 เดือน แลวอาการกลามเนื้อออนแรงไมดีขึ้นb) ผูปวยมีขอหามในการใชยา Prednisolone ไดแก มีภาวะน้ำตาลสูงที่ไมสามารถควบคุมไดหรือ กระดูกพรุนอยางรุนแรง หรือภาวะ avascular necrosis หรือ ภาวะตอหินจากยา หรือความผิดปกติทางเมตาบอลิซึมอื่นที่สงผลตอภาวะทุพพลภาพ หรือขอหามในการใชยากดภูมิชนิดอื่น (Immunosuppressive drugs) เชน Azathioprine ไดแก มีภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ (agranulocytosis) หรือเกิดมีภาวะพิษตอตับ (liver toxicity) หรือตรวจพบภาวะขาดthiopurine S-methyltransferase อยางสมบูรณ หรือมีอาการแพยา4.5 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ (2) ตามที่กำหนด ††5. ขนาดยาและวิธีการใหยาแนะนำการใหยา Rituximab โดยมีขนาดยาและวิธีการใหยา ดังนี้5.1. กรณีการใชสำหรับ induction therapy ตามขอใดขอหนึ่ง5.1.1. ใหยา Rituximab ในขนาด 750 มิลลิกรัม/พื้ นที่ ผิวของรางกายหนวยเปนตารางเมตรแตไมเกิน 1,000 มิลลิกรัม หางกัน 2 สัปดาห หรือ††โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
2815.1.2. ใหยา Rituximab ในขนาด 375 มิลลิกรัม/พื้ นที่ ผิวของรางกายหนวยเปนตารางเมตรสัปดาหละครั้ง ติดตอกันเปน ระยะเวลา 4 สัปดาห5.2. กรณีการใชสำหรับ maintenance therapyใหยา Rituximab ในขนาด 500-1,000 มิลลิกรัม/ครั้ง ทางหลอดเลือดดำทุก 6 เดือนคำแนะนำเพิ่มเติม การใชยาในครั้งแรกใหเริ่มดวยอัตราเร็ว 50 มิลลิกรัมตอชั่วโมง หากไมเกิดอาการแพยาสามารถเพิ่มอัตราเร็วในการใหยาขึ้นอีก 50 มิลลิกรัมตอชั่วโมง ทุก 30 นาที (อัตราเร็วในการใหยาสูงสุดไมเกิน400 มิลลิกรัมตอชั่วโมง) สอบถามอาการของ infusion reaction จากยา Rituximab ทุกครั้งกอนการใหยา กรณีที่มีภาวะinfusion reaction จากยา Rituximab ใหทำการปรับอัตราเร็วในการใหยาหรือหยุดการใหยาชั่วคราวตามตามเอกสารกำกับยา6. การประเมินระหวางการรักษา6.1. การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษาประเมินจากอาการทางคลินิกของผู ปวยแตละราย รวมกับการประเมินโดยใช MedicalResearch Council (mRC) grade for Muscle Strength (รายละเอียดตามแนบทาย) และการตรวจวัดระดับ serum CK6.2 การประเมินดานความปลอดภัย6.2.1 กอนการใหยา ตองไมมีภาวะติดเชื้อที่ไมสามารถควบคุมได6.2.2 ตรวจ CBC และ LFT กอนการใหยาครั้งแรกและทุกครั้งกอนการใหยาในรอบถัดไป6.2.5 ตรวจ HBsAg, Anti-HBc, Anti-Hepatitis C, CXR, stool exam for parasite กอนการใหยาหากตรวจพบการติดเชื้อเหลานี้จำเปนตองใหการรักษาการติดเชื้อหรือใหยาปองกันกอนเริ่มการรักษาดวยยา Rituximab6.2.3 ระหวางการใหยา Rituximab ใหเฝาระวังสัญญาณชีพ เนื่องจากผูปวยบางรายอาจมีอาการแพยาได7. เกณฑการหยุดยาใหหยุดยา Rituximab เมื่อตรวจพบขอใดขอหนึ่ง ดังตอไปนี้7.1 สถานะของผูปวยเปลี่ยนเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)7.2 ผูปวยเกิดอาการขางเคียงจากการใชยา Rituximab จนไมสามารถใชยา Rituximab ตอได7.3 ผูปวยปฏิเสธการใชยา7.4 ตั้งครรภ (ใหผูปวยหยุดยาหรือถอนตัวชั่วคราวจนกวาจะคลอด)7.5 การติดเชื้อรุนแรง (ใหผูปวยหยุดยาหรือถอนตัวชั่วคราวจนกวาพนระยะไมปลอดภัยหรือหายจากการติดเชื้อรุนแรง)7.6 ผูปวยขาดการติดตามผลการรักษา โดยไมมีเหตุผลอันสมควร ใหอยูในดุลยพินิจของแพทย7.7 พิจารณาไมใหยาตอเนื่อง (maintenance dose) ในกรณีดังตอไปนี้7.7.1 ผูปวยไมมีอาการออนแรงแลวและคา serum CK กลับมาเปนปกติ7.7.2 ผู ปวยไมไดประโยชนจากการใชยาไดแก อาการออนแรงไมดีขึ้ นหลังไดรับยาในชวงmaintenance dose อยางตอเนื่อง 2 รอบการรักษา
282คำอธิบายแนบทายแนวทางกำกับการใชยา Rituximabขอบงใช โรค autoimmune myositis ชนิด necrotizing autoimmune myopathy (NAM)medical Research Council (mRC) grade for Muscle Strength
283แนวทางกำกับการใชยา Antithymocyte globulin ชนิด rabbitขอบงใชภาวะเลือดจางเหตุไขกระดูกฝอ ชนิดรุนแรง (severe aplastic anaemia)1. ระบบอนุมัติการใชยาในการใหยาครั้งแรก ใหขออนุมัติการใชยา Antithymocyte globulin ชนิด rabbit (ATG) จากหนวยงานสิทธิประโยชนหลังการรักษา (post-authorization) โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยหลังทำการรักษา กับหนวยงานสิทธิประโยชน กรณีประสงคจะใหยาซ้ำอีก 1 ครั้ง ใหขออนุมัติการใชยาและลงทะเบียนกอนการรักษา (pre-authorization)2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลสถานพยาบาลที่มีการใชยาตองเปนสถานพยาบาลที่มีความพรอมในการวินิจฉัยและรักษาโรค โดย2.1 มีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางที่พรอมจะดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา2.2 สามารถใหเลือดและเกล็ดเลือด3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาอายุรศาสตรโรคเลือด หรือสาขากุมารเวชศาสตรโรคเลือด หรืออนุสาขาโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา ATG ในภาวะเลือดจางเหตุไขกระดูกฝอ ชนิดรุนแรง (severe aplastic anaemia) โดยมีเกณฑนี้4.1 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)†4.2 ผูปวยไมมีภาวะ active infection4.3 ไดรับการวินิจฉัยวาเปนภาวะเลือดจางเหตุไขกระดูกฝอ ชนิดรุนแรง โดยมีเกณฑการวินิจฉัยครบทุกขอดังตอไปนี้4.3.1 ตรวจชิ้นเนื้อไขกระดูก (bone marrow biopsy) พบ1) Cellularity นอยกวารอยละ 25 ของคาปรกติ หรือ2) Cellularity นอยกวารอยละ 50 ของคาปรกติ โดยมีเซลลสรางเม็ดเลือด (hematopoieticcells) นอยกวารอยละ 30 รวมกับมีผลการตรวจเปนไปตามเกณฑตอไปนี้อยางนอย 2 ขอ2.1) Absolute reticulocyte count น อ ย ก ว า 4 0 ,000 /μL ห รื อ correctedreticulocyte count นอยกวา 1%2.2) Absolute neutrophil count นอยกวา 500 /μL2.3) จำนวนเกล็ดเลือด (platelet count) นอยกวา 20,000 /μL4.3.2 ไมพบสาเหตุอื่นที่ทำใหเกิดภาวะพรองเม็ดเลือดทุกชนิด (pancytopenia) เชน มะเร็งเม็ ดเลื อดขาวชนิ ดเฉี ยบพลั น (acute leukemia), myelodysplastic syndromes, โรคhemophagocytic syndromes ที่ เกิดจากเชื้ อไวรัส (virus-associated hemophagocyticsyndrome: VAHS) เปนตน† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
2844.4 อาจพิจารณาใหยา ATG ซ้ำไดอีกไมเกิน 1 ครั้ง โดยตองประเมินหลังใหยาครั้งแรกอยางนอย12 สัปดาห และมีผลเปนไปตามเกณฑขอใดขอหนึ่งดังนี้4.4.1 ผูปวยไมตอบสนองตอการรักษา4.4.2 ผูปวยกลับเปนซ้ำ4.5 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่ใชยากับผูปวย1††5. ขนาดยาที่แนะนำ*ขนาดยาที่แนะนำ ATG ชนิด rabbit แตกตางตามชื่อการคา ในที่นี้ระบุเฉพาะที่มีจำหนาย ดังนี้5.1 Thymoglobuline® ขนาดยาวั นละ 2.5 – 3.5 มิ ลลิ กรั มต อน้ ำหนั กตั ว 1 กิ โลกรั ม ด วยวิ ธีIV infusion เปนเวลา 12 – 18 ชั่วโมง ติดตอกัน 5 วัน ทั้งนี้กอนใหยาควรทดสอบการแพหรือแอนาฟแล็กซิส โดยใหยาประมาณ 2.5 mg ใน normal saline 100 ml ดวยวิธี IV infusionเปนเวลา 1 ชั่วโมง หากแพยารุนแรงหรือเกิดแอนาฟแล็กซิสใหหยุดยา5.2 ATG-Fresenius® ขนาดยาวันละ 5.0 – 7.5 มิลลิกรัมตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ดวยวิธี IV infusionเปนเวลาอยางนอย 4 ชั่วโมง ติดตอกัน 5-7 วัน ทั้งนี้ การใหยา 30 นาทีแรก ใหหยดยาชา ๆ แลวปรับเปนปรกติถาไมพบอาการผิดปรกติ (เชน ปฏิกิริยาแอนาฟแล็กซิส) และติดตามผูปวยอยางใกลชิดใน 3 วันแรกของการใหยา5.3 ใหใช ATG รวมกับ cyclosporine ในการรักษา severe aplastic anaemia เนื่องจากใหผลการรักษาเหนือกวาใหยาเดี่ยว ยกเวนมีเงื่อนไขทางการแพทยที่ไมสามารถใชยา cyclosporine ได*ทั้งนี้ ไดพิจารณาขนาดยาดังกลาวตามหลักฐานการวิจัยทางคลินิกที่เชื่อถือไดของแตละผลิตภัณฑแลว6. ระยะเวลาในการรักษาและเกณฑการหยุดยาเกณฑการหยุดยา มีดังนี้6.1 โดยทั่ วไปหยุ ดยาเมื่ อให ยาครบ 1 ครั้ ง กล าวคื อ Thymoglobuline® 5 วั น หรื อ ATG-Fresenius® 5-7 วัน6.2 ผูปวยแพยารุนแรงหรือเกิดแอนาฟแล็กซิส6.3 ผูปวยที่ไดรับการรักษาดวย ATG ตามเกณฑขอ 4 แลว 2 ครั้ง แลวยังไมตอบสนอง ใหพิจารณาการรักษาดวยวิธีการอื่นแทน†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
285แนวทางกำกับการใชยา Deferasiroxขอบงใช ธาลัสซีเมีย (transfusion dependence)1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุมัติการใชยา Deferasirox จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization)โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล กอนทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ในครั้งแรกที่ใชยากับผูปวย และทุกๆ 12 เดือน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล2.1 เปนสถานพยาบาลที่สามารถดูแลผูปวยธาลัสซีเมียแบบองครวมอยางตอเนื่องทั้งการสงเสริม ปองกันวินิจฉัย บำบัดรักษา และฟนฟูสภาพ2.2 สามารถวินิจฉัย และ ตรวจหรือสงตรวจทางหองปฏิบัติการตางๆ ที่เกี่ยวของกับภาวะเหล็กเกิน2.3 เปนสถานพยาบาลที่มีบุคลากรทางการแพทยที่พรอมจะรวมดูแลรักษาตามที่ระบุไวในขอ 33. คุณสมบัติของบุคลากรทางการแพทยผูทำการรักษาแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภา ในสาขาโลหิตวิทยา หรือ สาขาอายุรศาสตรโรคเลือดหรือ สาขากุมารเวชศาสตรโรคเลือด หรือ อนุสาขาโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็กกรณีไมมีแพทยเฉพาะทางขางตน ผูอำนวยการสามารถแตงตั้งอายุรแพทยหรือกุมารแพทยที่มีประสบการณในการดูแลผูปวยธาลัสซีเมียอยางนอย 1 ป ใหเปนผูรักษาแทนได4. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Deferasirox ในโรคธาลัสซีเมีย โดยมีคุณสมบัติครบตามเกณฑครบทุกขอ ดังนี้4.1 เปนผูปวยที่ไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรคธาลัสซีเมีย และอยูในระบบทะเบียนตามขอ 1.1 หรือใหดำเนินการลงทะเบียนสำหรับการใชยาตอเนื่อง4.2 มีการตรวจการมองเห็น การไดยิน การทำงานของไต และการทำงานของตับ เพื่อเปนคาพื้นฐานในการติดตามความปลอดภัยจากการใชยา Deferasirox4.3 ใหการรักษาโรคธาลัสซีเมียดวย Deferasirox ในกรณีดังตอไปนี้4.3.1 กรณีผูปวยอายุ 2-6 ป1) ใชเปนยาลำดับแรกในผูปวยธาลัสซีเมียชนิดพึ่งพาเลือด* ที่มีขอใดขอหนึ่งตอไปนี้1.1) serum ferritin มากกวา 1000 ng/mL ติดตอกันอยางนอย 2 ครั้ง โดยวัดหางกันอยางนอย1 เดือน หรือ1.2) Liver Iron Concentration (LIC) จากการผาตัดชิ้นเนื้อ (biopsy) หรือ MRI เกิน 7 mg ตอกรัมของน้ำหนักเนื้อตับแหง* การพึ่งพาเลือด (transfusion dependence) หมายถึง ขอใดขอหนึ่งตอไปนี้ก) ไดรับ hypertransfusion มามากกวา 1 ป หรือข) ไดรับเลือด (transfusion) มาแลวมากกวา 10 ครั้ง2) เมื่อผูปวยที่ไดรับยา Deferasirox มีอายุครบ 6 ป ใหเปลี่ยนไปใชยา deferiprone แทน
2864.3.2 กรณีอายุมากกวา 6 ปใชเปนยาลำดับถัดไปในผูปวยธาลัสซีเมียชนิดพึ่งพาเลือด ที่ไมสามารถใชยา deferiprone ไดเนื่องจาก สาเหตุขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้1) ผูปวยเกิดอาการไมพึงประสงคจาก deferiprone ตามขอใดขอหนึ่งดังนี้1.1) มีอาการแพยาที่แสดงดวย systemic allergic reaction รุนแรงที่ไดรับการยืนยันแลว1.2) มีการเพิ่มขึ้นของ ALT และ/หรือ AST มากกวา 2.5 เทาของ upper limit ของคาปกติ1.3) มีภาวะ neutropenia (absolute neutrophil count < 1,000/μL) และเกิดซ้ำอีกหลังจากไดรับ การ rechallenge1.4) มีภาวะ severe neutropenia (absolute neutrophil count < 500/μL)1.5) มี severe arthropathy ไดแก ยังคงมีอาการปวดรุนแรงหลังจากไดยาแกปวดอยางเต็มที่แลวหรือรบกวนการทำกิจวัตรประจำวันอยางชัดเจน (disturbance of daily life activity and/ordysfunction) จนตองหยุดยา และเกิดซ้ำอีกหลังจากไดรับการ rechallenge1.6) มี ภาวะ intolerance ตอการให ยา deferiprone โดยมี ผลข างเคี ยงจากการใชยา deferiprone ที่มีความรุนแรง grade 2 ตาม CTCAE เชน คลื่นไส อาเจียน ทองเสียเปนตน และเกิดซ้ำอีกหลังจากไดรับการ rechallenge ยกเวน ความรุนแรงตั้งแตgrade 3 ขึ้นไปไมตอง rechallengeหมายเหตุ: ทุกขอขางตนตองผานการประเมินและยืนยันโดยระบบ Adverse DrugReactions ของสถานพยาบาลแลว(CTCAE = Common Terminology Criteria for Adverse Events)2) ผูปวยที่ลมเหลวจากการใช deferiprone ตามเกณฑทุกขอดังตอไปนี้2.1) มีการใชยา deferiprone ในขนาดสูงสุดที่ผูปวยสามารถทนได หรือถึงระดับ 100mg/kg/day2.2) มีระดับ serum ferritin > 2500 ng/mL โดย2.2.1) ระดับ serum ferritin ไมลดลงหรือเพิ่มขึ้นหลังรับยาไปแลวเปนเวลา 1 ป หรือ2.2.2) ระดับ serum ferritin ลดลงไมถึง 15% จากคาเริ่ มตนหลังรับยาไปแลวเปนเวลา 2 ปหมายเหตุ: ผูปวยที่ถือวาลมเหลวจากการใช deferiprone จะตองผานการประเมินวาใหความรวมมือในการใชยาแลว4.4 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ตามที่กำหนด0†5. ขนาดยาที่แนะนำใหยา Deferasirox รูปแบบรับประทาน ตามขนาดที่แนะนำ ดังนี้ขนาดยาเริ่มตน 20 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน สามารถปรับขนาดยาเพิ่มขึ้นครั้งละ 5-10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน ทุก 3-6 เดือนขนาดยาสูงสุด 40 mg/kg/day† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
2876. การประเมินผลการรักษา6.1 การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษาพิจารณาปริมาณธาตุเหล็กในรางกายจาก serum ferritin ทุก 3 เดือน6.2 การประเมินดานความปลอดภัย6.2.1 ติดตามอาการแพที่อาจเกิดขึ้นในผูปวย6.2.2 ติดตามการทำงานของตับและไตในสัปดาหที่ 1 และ 3 หลังจากไดรับยาหรือเพิ่ มขนาดยาจากนั้นตรวจทุก 3 เดือน6.2.3 ตรวจการมองเห็นของผูปวยที่คาเริ่มตน (baseline) และจากนั้นทุก 12 เดือน6.2.4 ตรวจการไดยินของผูปวยที่คาเริ่มตน (baseline) และจากนั้นทุก 12 เดือน7. เกณฑการหยุดยา7.1 ระดับ serum ferritin ลดเหลือต่ำกวา 500 ng/ml ใหพิจารณาลดขนาดยา และหยุดยาหากระดับ serum ferritinลดเหลือต่ำกวา 300 ng/mL และสามารถเริ่มใชยา Deferasirox ไดใหมหาก serum ferritin มากกวา 500 ng/mL7.2 เกิดอาการไมพึงประสงคจากยาขอใดขอหนึ่ง ดังนี้7.2.1 การทำงานของไตผิดปกติ (คา Cr > 2 mg/dL)7.2.2 มีปญหาการมองเห็นซึ่งเกิดจากยา7.2.3 มีปญหาการไดยินซึ่งเกิดจากยา7.3 ไมตอบสนองตอการรักษาโดยเปนไปตามเกณฑทุกขอ ดังนี้7.3.1 มีการใชยา Deferasirox ในขนาดสูงสุดที่ผูปวยสามารถทนได หรือถึงระดับ 40 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน7.3.2 มีระดับ serum ferritin > 2500 ng/mL โดย1) ระดับ serum ferritin ไมลดลงหรือเพิ่มขึ้นหลังรับยาไปแลวเปนเวลา 1 ป หรือ2) ระดับ serum ferritin ลดลงไมถึง 15% จากคาเริ่มตนหลังรับยาไปแลวเปนเวลา 2 ปหมายเหตุ: ผูปวยที่ถือวาลมเหลวจากการใช Deferasirox จะตองผานการประเมินวาใหความรวมมือในการใชยาแลว
288แนวทางกำกับการใชยา Epoetin alfa/beta (Epoetin alpha/beta: EPO)ขอบงใช ภาวะเลือดจางจากโรคไตเรื้อรังที่ไมพบสาเหตุอื่นที่รักษาได1. ระบบอนุมัติการใชยาระบบการอนุมัติการใชยา Epoetin (EPO) ดำเนินการเปน 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรก เปน pre-authorization หากหนวยงานสิทธิประโยชนนั้นมีระบบควบคุมอยูแลวใหดำเนินงานตามขั้นตอนของหนวยงานสิทธิประโยชน หากยังไมมีระบบควบคุมใหดำเนินการอนุมัติไดภายในโรงพยาบาล โดยใหโรงพยาบาลนั้นตั้งคณะกรรมการตรวจสอบความถูกตองของแนวทางการใชยาและอนุมัติการใชยา แลวเขาสูขั้นตอนที่ 2 เปน post-authorization ในระบบสวนกลาง(หมายถึงมีคณะกรรมการตรวจสอบจากหนวยงานสิทธิประโยชนติดตามการใชยา) ภายหลังจากมีการใชยาแลวสำหรับสถานพยาบาลอื่นที่ไมใชโรงพยาบาล ใหอนุมัติดวยระบบ pre-authorization ดวยหนวยงานสิทธิประโยชนเทานั้น2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล2.1 เปนโรงพยาบาลที่มีแพทยและพยาบาลที่ไดรับการฝกอบรมการดูแลผูปวยโรคไตเรื้อรัง สำหรับกรณีที่โรงพยาบาลมีหนวยไตเทียม หนวยไตเทียมของโรงพยาบาลนั้นตองไดรับการรับรองจากแพทยสภา2.2 เปนสถานพยาบาลที่ มีเครื่องฟอกเลือดดวยเครื่ องไตเทียม โดยสถานพยาบาลนั้ นจะตองผานการรับรองจากแพทยสภา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษา3.1 เปนแพทยผูเชี่ยวชาญไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในอนุสาขากุมารเวชศาสตรโรคไต หรืออนุสาขาอายุรศาสตรโรคไต ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 23.2 เปนแพทยผูเชี่ยวชาญไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขากุมารเวชศาสตร หรืออายุรศาสตรที่ไดรับมอบหมายจากแพทยผูเชี่ยวชาญทางดานโรคไต หรือที่ผูอำนวยการโรงพยาบาลมอบหมาย ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลที่ไดรับการอนุมัติในขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยาการใช Epoetin ในภาวะเลือดจางจากโรคไตเรื้อรังที่ไมพบสาเหตุอื่นที่รักษาได มีขอกำหนดดังนี้4.1 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) †4.2 เกณฑการวินิจฉัยภาวะเลือดจางจากโรคไตเรื้อรังที่ไมพบสาเหตุอื่นที่รักษาไดผูปวยไดรับการวินิจฉัยวามีภาวะเลือดจากโรคไตเรื้อรังที่ไมพบสาเหตุอื่นที่รักษาได ตามเกณฑดังตอไปนี้กรณีที่ 1 ผูปวยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 5 (Chronic kidney disease stage 5) ไดแก1). ระยะเริ่มใหยา (Initial Phase)ผูปวยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 5 ที่ไมเคยไดรับยา EPO มากอน ตองมีคุณสมบัติ ครบถวนทั้งสามขอดังนี้1.1). ตองตรวจพบสิ่งเหลานี้ทุกขอในผูปวยกอนการรักษาดวยยา EPO• มีคา Hb ที่ตรวจไดนอยกวา 10 g/dL หรือมีคา Hct นอยกวา 30 %• ผูปวยเปนโรคไตเรื้อรังระยะที่ 5 (มีคา GFR นอยกวา 15 ml/min/1.73 m2 หรือend-stage renal disease)‡† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น (irreversible)ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวด และความทุกขทรมานเปนสำคัญ‡ KDOQI Clinical Practice Guidelines and Clinical Practice Recommendations for Anemia in Chronic Kidney Disease 2006.
289• มีคา Serum ferritin มากกวา 100 ng/mL• มีคา TSAT มากกวาหรือเทากับ 20%1.2). ตองตรวจไมพบสิ่งเหลานี้ทุกขอในผูปวยกอนการรักษาดวยยา EPO• ผูปวยกำลังมีภาวะเลือดออก (active bleeding)• ผูปวยมีลักษณะทางคลินิก หรือ ผลการตรวจทางปฏิบัติการโลหิตวิทยาพื้นฐาน ที่เขาไดกับกลุมโรค• EPO- resistant bone marrow disease ได แก aplastic anemia, myelodysplasticsyndrome, myelofibrosis, myelopthisic anemia หรือ ผูที่ไดรับการวินิจฉัยแลววามีภาวะ pure red cell aplasia (PRCA)• ผูปวยมีภาวะ megaloblastic anemia ซึ่งมีหลักฐานนาเชื่อไดวาเกิดจากการขาดโฟเลต หรือ วิตามินบี 121.3). ถามีโรครวม (co-morbid disease) ที่ทำใหเกิดภาวะเลือดจาง (anemia) ก็ตองไดรับการรักษาโรคนั้นรวมไปดวย เชน ถาตรวจพบ Stool occult blood ใหผลบวก (Positive)ตองมีการดำเนินการรักษา2). ระยะการรักษาตอเนื่องเพื่อควบคุมภาวะเลือดจางจากโรคไตเรื้อรัง (Maintenance phase)การพิจารณาสั่งใช EPO ตอเนื่องแกผูปวยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 5 เพื่อควบคุมภาวะเลือดจางจากโรคไตเรื้อรัง(maintenance phase) ผูปวยตองมีคุณสมบัติครบถวนทั้งสามขอดังนี้2.1). ตองตรวจพบสิ่งเหลานี้ทุกขอในผูปวยกอนการขอเบิกยา EPO คราวตอไป• ผูปวยเคยไดรับการอนุมัติใหใชยา EPO แลว• ในกรณีที่มีการทำ dialysis แลว ตองมีการแสดงคา Kt/V ภายในชวงเวลาไมเกิน 3เดือน (กอนวันยื่นขอเบิกยา) โดยคา Kt/V ที่ไดควรเปนดังนี้- ควรมีคา Kt/V ไมนอยกวา 1.8/ครั้ง สำหรับผูที่ทำ Hemodialysis 2 ครั้ง/สัปดาห หรือ- ควรมีคา Kt/V ไมนอยกวา 1.2/ครั้ง สำหรับผูที่ทำ Hemodialysis 3 ครั้ง/สัปดาห หรือ- ควรมีคา Kt/V ไมนอยกวา 1.7/สัปดาห สำหรับผูที่ทำ Continuous AmbulatoryPeritoneal Dialysis (CAPD)• ตองมีการแสดงคา Serum ferritin ภายในชวงเวลาไมเกิน 6 เดือน โดยคา Serumferritin ควรมากกวา 100 ng/mL• ตองมีการแสดงคา TSAT ภายในชวงเวลาไมเกิน 6 เดือน โดยคา TSAT ควรมากกวาหรือเทากับ 20%2.2). ตองตรวจไมพบสิ่งเหลานี้ในผูปวยกอนการขอเบิกยา EPO คราวตอไป• ผูปวยมีลักษณะทางคลินิก หรือ ผลการตรวจทางปฏิบัติการโลหิตวิทยาพื้นฐาน ที่เขาไดกับกลุมโรค EPO-resistant bone marrow disease ไดแก aplastic anemia,myelodysplastic syndrome,myelofibrosis, myelopthisic anemia หรือ ผู ที่ไดรับการวินิจฉัยแลววามีภาวะ PRCA2.3). ถามีโรครวม (co-morbid disease) ที่ทำใหเกิดภาวะเลือดจาง (anemia) ก็ตองไดรับการรักษาโรคนั้นรวมไปดวย
290กรณีที่ 2 ผูปวยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 4 (Chronic kidney disease stage 4) ไดแก1). ระยะเริ่มใหยา (Initial Phase)ผูปวยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 4 ที่ไมเคยไดรับยา EPO มากอน ตองมีคุณสมบัติครบถวนทั้งสามขอดังนี้1.1). ตองตรวจพบสิ่งเหลานี้ทุกขอในผูปวยกอนการรักษาดวยยา EPO• มีคา Hemoglobin (Hb) ที่ตรวจไดนอยกวา 10 g/dL หรือมีคา Hematocrit (Hct)นอยกวา 30 %• ผูปวยเปนโรคไตเรื้อรังระยะที่ 4 (มีคา GFR เทากับ 15-30 mL/min/1.73 m2)• มีคา Serum ferritin มากกวา 100 ng/mL• มีคา TSAT มากกวาหรือเทากับ 20%1.2). ตองตรวจไมพบสิ่งเหลานี้ทุกขอในผูปวยกอนการรักษาดวยยา EPO• ผูปวยกำลังมีภาวะเลือดออก (active bleeding)• ผูปวยมีลักษณะทางคลินิก หรือ ผลการตรวจทางปฏิบัติการโลหิตวิทยาพื้นฐาน ที่เขาไดกับกลุมโรค• EPO-resistant bone marrow disease ได แก aplastic anemia, myelodysplasticsyndrome, myelofibrosis, myelopthisic anemia หรือ ผูที่ไดรับการวินิจฉัยแลววามีภาวะ PRCA• ผูปวยมีภาวะ megaloblastic anemia ซึ่งมีหลักฐานนาเชื่อไดวาเกิดจากการขาดโฟเลต หรือวิตามินบี 121.3). ถามีโรครวม (co-morbid disease) ที่ทำใหเกิดภาวะเลือดจาง (anemia) ก็ตองไดรับการรั กษาโรคนั้ นร วมไปด วย เช น ถ าตรวจพบ Stool occult blood ให ผลบวก(Positive) ตองมีการดำเนินการรักษา2). ระยะการรักษาตอเนื่องเพื่อควบคุมภาวะเลือดจางจากโรคไตเรื้อรัง (Maintenance phase)การพิจารณาสั่งใชยา EPO ตอเนื่องแกผูปวยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 4 เพื่อควบคุมภาวะเลือดจางจากโรคไตเรื้อรัง (maintenance phase) ผูปวยตองมีคุณสมบัติครบถวนทั้งสามขอดังนี้2.1). ตองตรวจพบสิ่งเหลานี้ทุกขอในผูปวยกอนการขอเบิกยา EPO คราวตอไป• ผูปวยเคยไดรับการอนุมัติใหใชยา EPO แลว• ตองมีการแสดงคา Serum ferritin ภายในชวงเวลาไมเกิน 6 เดือน โดยคา Serumferritin ควรมากกวา 100 ng/mL• ตองมีการแสดงคา TSAT ภายในชวงเวลาไมเกิน 6 เดือน โดยคา TSAT ควรมากกวาหรือเทากับ 20%2.2). ตองตรวจไมพบสิ่งเหลานี้ในผูปวยกอนการขอเบิกยา EPO คราวตอไป• ผูปวยมีลักษณะทางคลินิก หรือผลการตรวจทางปฏิบัติการโลหิตวิทยาพื้นฐาน ที่เขาไดกับกลุมโรค EPO-resistant bone marrow disease ไดแก aplastic anemia,myelodysplastic syndrome, myelofibrosis, myelopthisic anemia หรือผู ที่ไดรับการวินิจฉัยแลววามีภาวะ PRCA2.3). ถามีโรครวม (co-morbid disease) ที่ทำใหเกิดภาวะเลือดจาง (anemia) ก็ตองไดรับการรักษาโรคนั้นรวมไปดวย
2914.3 ใหหยุดใชยา EPO ในผูปวยที่เกิดภาวะ PRCA หลังไดรับยา EPO4.4 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่ใชยากับผูปวย†2§†§โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
292แนวทางกำกับการใชยา Carglumic acidเงื่อนไข 1. ใชสำหรับผูปวย N-acetylglutamate synthase (NAGS) deficiency ที่มีภาวะ hyperammonemiaทั้งใน acute hyperammonemia และ maintenance for chronic hyperammonemia2. ใชสำหรับผูปวยที่มีภาวะ acute hyperammonemia crisis ที่สงสัยวาเปน organic acidemiaชนิด propionic acidemia (PA) และ methylmalonic acidemia (MMA)1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1. กรณีเงื่อนไข N-acetylglutamate synthase (NAGS) deficiency ที่มีภาวะ acute hyperammonemiaและกรณี เงื่ อนไขภาวะ acute hyperammonemia crisis ที่ สงสั ยว าเป น organic acidemia ชนิดpropionic acidemia (PA) และ methylmalonic acidemia (MMA)1.1.1 ขออนุมัติการใชยา Carglumic acid จากหนวยงานสิทธิประโยชนหลังการรักษา (post-authorization) โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยหลังทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ (2) ทุกครั้งที่ใชยากับผูปวย (อนุมัติใหใชเปนเวลาตอเนื่องกันไมเกิน 7 วัน/ครั้งที่มีการขออนุมัติใชยา)1.2. กรณีเงื่อนไข NAGS deficiency ที่มีภาวะ chronic hyperammonemia และจำเปนตองใชยาในระยะตอเนื่อง (maintenance for chronic hyperammonemia)1.2.1 ขออนุมัติการใชยา Carglumic acid จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization) โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ (2) ในครั้งแรก และขออนุมัติครั้งตอไปทุก ๆ 6-12 เดือน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล2.1. สถานพยาบาลหลัก หมายถึง สถานพยาบาลที่มีการใชยาตองเปนสถานพยาบาลที่มีความพรอมในการวินิจฉัยและรักษาโรค คือ2.1.1 เปนสถานพยาบาลที่มีแพทยที่ระบุไวในขอที่ 3.1 โดยใหสถานพยาบาลนั้นแจงความประสงคตอหนวยงานสิทธิประโยชนเพื่อขออนุมัติและลงทะเบียนสถานพยาบาลแตละแหงเปนกรณีไป โดยมีการลงทะเบียนสถานพยาบาลกับหนวยงานสิทธิประโยชนหรือหนวยงานกลางที่ไดรับมอบหมาย2.1.2 เปนสถานพยาบาลที่สามารถตรวจ plasma/serum ammonia level ไดในหองปฏิบัติการของสถานพยาบาลได2.1.3 มีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา2.1.4 มีหอผูปวยทารกแรกเกิดวิกฤต และ/หรือ หอผูปวยเด็กวิกฤต2.2. สถานพยาบาลสมทบ หมายถึง สถานพยาบาลที่รับสงตอ หรือดูแลผูปวยรวมกับสถานพยาบาลหลัก คือ2.2.1 เปนสถานพยาบาลที่มีแพทยที่ระบุไวในขอที่ 3.2 โดยใหสถานพยาบาลนั้นแจงความประสงคตอหนวยงานสิทธิประโยชนเพื่อขออนุมัติและลงทะเบียนสถานพยาบาลแตละแหงเปนกรณีไป โดยมีการลงทะเบียนสถานพยาบาลกับหนวยงานสิทธิประโยชนหรือหนวยงานกลางที่ไดรับมอบหมาย2.2.2 เปนสถานพยาบาลที่สามารถตรวจ plasma/serum ammonia level ไดในหองปฏิบัติการของสถานพยาบาล2.2.3 มีหอผูปวยทารกแรกเกิดวิกฤต และ/หรือหอผูปวยเด็กวิกฤต
2933. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษา3.1. แพทยผูทำการรักษาหลัก เปนกุมารแพทยหรืออายุรแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาหรือราชวิทยาลัยในอนุสาขาเวชพันธุศาสตร ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 2.13.2. แพทยผูทำการรักษาสมทบ ไดแก กุมารแพทย ในสถานพยาบาลสมทบที่ไดรับการแตงตั้งจากผูอำนวยการโรงพยาบาลใหเปนผูดูแลผูปวย ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 2.24. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา โดยตองมีครบทุกขอดังตอไปนี้4.1. ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)0†4.2. ผูปวยตองเขาไดกับเกณฑขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้4.2.1 กรณีเงื่อนไข NAGS deficiency4.2.1.1 ภาวะ acute hyperammonemia ตามเกณฑดังตอไปนี้ครบทุกขอ(1) ผูปวยที่สงสัยกลุมโรค urea cycle disorders และยังมีโอกาสเปนโรค NAGSdeficiency(2) ผล plasma/serum ammonia level >250 μmol/l4.2.1.2 ภาวะ maintenance for chronic hyperammonemia ตามเกณฑดังตอไปนี้ครบทุกขอ(1) ไดรับการตรวจยืนยันการวินิจฉัยโรค NAGS deficiency ดวยการตรวจหาการกลายพันธุของยีน NAGS หรือตรวจวัดระดับ liver NAGS enzyme activity(2) ไดรับการรักษาดวย ammonia scavenger agents แลวระดับ plasma/serumammonia level ยังคง >80 μmol/l4.2.2 กรณีเงื่อนไขภาวะ acute hyperammonemia crisis ที่สงสัยวาเปน organic acidemia ชนิดPA และ MMA ตามเกณฑดังตอไปนี้ครบทุกขอ(1) ผูปวยที่สงสัยกลุมโรค organic acidemia ชนิด PA และ MMA(2) ผล plasma/serum ammonia level >250 μmol/l4.3 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ตามที่กำหนด1††5. ขนาดยาและวิธีการใชยา5.1. กรณีเงื่อนไข NAGS deficiency ที่มีภาวะ acute hyperammonemia และ กรณีเงื่อนไขภาวะacute hyperammonemia crisis ที่สงสัยวาเปน organic acidemia ชนิด PA และ MMA• ใชยา Carglumic acid ขนาด 100-250 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน แบงรับประทาน 2-4 ครั้งตอวัน5.2. กรณีเงื่อนไข NAGS deficiency ที่มีภาวะ maintenance for chronic hyperammonemia• ใชยา Carglumic acid ขนาด 10-100 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน แบงรับประทาน 2-4 ครั้งตอวัน† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวด และความทุกขทรมานเปนสำคัญ†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ (2)
2946. การติดตามและประเมินผลการรักษา6.1. การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษา ผูที่ตอบสนองตอการรักษา (responder) หมายถึงตามเกณฑดังนี้6.1.1 กรณีเงื่อนไข NAGS deficiency ที่มีภาวะ acute hyperammonemia และกรณีเงื่อนไขภาวะacute hyperammonemia crisis ที่สงสัยวาเปน organic acidemia ชนิด PA และ MMA• ระดับ plasma ammonia level ลดลงอยูในเกณฑปกติตามชวงอายุหมายเหตุ หากไมตอบสนอง ใหพิจารณาการรักษาวิธีอื่นรวมดวย เชน การทำ dialysis6.1.2 กรณีเงื่อนไข NAGS deficiency ที่มีภาวะ maintenance for chronic hyperammonemia• ระดับ plasma/serum ammonia level ลดลงอยูในเกณฑปกติตามชวงอายุ6.2. การประเมินดานความปลอดภัยกรณีเงื่อนไข NAGS deficiency ที่มีภาวะ maintenance for chronic hyperammonemia• ตรวจ/ติดตาม CBC ทุก 3-6 เดือน6.3. ใหทำการประเมินผลการรักษาทุก 6-12 เดือน6.4. การเริ่ มใหยาครั้ งแรก ตองสั่ งโดยแพทยผู ทำการรักษาหลักที่ ลงทะเบียนใหผู ปวย และในสถานพยาบาลของแพทยผูทำการรักษาหลัก และสำหรับการสั่งยาครั้งถัดไปสามารถทำการสั่งยาโดยแพทยผูทำการรักษาสมทบได6.5. ผูปวยทุกรายตองไดรับการตรวจประเมินโดยแพทยผูทำการรักษาหลักเพื่อติดตามอาการอยางนอยทุก6 เดือน กอนที่จะสั่งยารอบตอไป7. เกณฑการหยุดยาใหพิจารณาหยุดยาเมื่อผูปวยมีลักษณะที่เขาไดกับเกณฑขอใดขอหนึ่ง ดังตอไปนี้7.1. ผูปวยมีภาวะแทรกซอนจากยาซึ่งอาจเปนอันตรายถึงแกชีวิต7.2. ผูปวยเกิดอาการไมพึงประสงครุนแรงจนไมสามารถใชยาตอได7.3. ผูปวยไมใหความรวมมือในการรับยาตามกำหนดการรักษาหรือไมยินยอมที่จะใชยา Carglumic acid7.4. ผูปวยขาดการติดตามผลการรักษา โดยไมมีเหตุผลอันสมควร (ใหอยูในดุลยพินิจของแพทย)7.5. สถานะโรคเดิมของผูปวยเปลี่ยนเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)7.6. ผูปวยไมตอบสนองตอการรักษา (ใหอยูในดุลยพินิจของแพทย)
295แนวทางการกำกับการใชยา Imigluceraseในขอบงใช Gaucher’s disease type 11. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 กำหนดใหขออนุมัติการใชยา Imiglucerase ชนิดฉีดจากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา(pre-authorization) โดยมี การลงทะเบี ยนก อนทำการรักษากั บหนวยงานสิทธิประโยชน ไดแกสถานพยาบาล แพทยผูเชี่ยวชาญดานโลหิตวิทยาและเวชพันธุศาสตรและลงทะเบียนผูปวยโดยมีแพทยสองสาขาวิชาดังกลาวตอผูปวย 1 ราย1.2 แพทยผูทำการรักษาตอเนื่องกรอกแบบฟอรมที่คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแหงชาติกำหนดทุก 3 เดือน0†2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล2.1 มีความพรอมในการวินิจฉัยโรคสามารถตรวจและ/หรือ แปลผลการทำงานของเอนไซม glucocerebrosidase ไดหรือ สามารถตรวจและ/หรือ แปลผลการกลายพันธุของยีน GBA12.2 มีความพรอมในการรักษาโดยการบริหารยา Imiglucerase และ บริหารจัดการในการรักษาตอด วยการปลูกถายไขกระดูก3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนอายุรแพทยหรือกุมารแพทยที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภา และมีความเชี่ยวชาญในอนุสาขาโลหิตวิทยา หรือ เวชพันธุศาสตรซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Imiglucerase ในโรค Gaucher’s disease type 1 โดยมีเกณฑดังนี้4.1 ไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรค Gaucher’s disease type 1 โดยมีเกณฑการวินิจฉัยครบทุกขอดังนี้4.1.1 ไดรับการตรวจยืนยันทางหองปฏิบัติการดวยวิธีใดวิธีหนึ่งตอไปนี้1). Enzyme analysis แลวพบวาเอนไซม glucocerebrosidase มีการทำงานที่ลดลงในระดับที่เขาขายการเปนโรค หรือ2). ตรวจพบการกลายพันธุกอโรคของยีน GBA14.1.2 ผูปวยเปนไปตามเกณฑอยางนอย 2 ขอ ดังตอไปนี้1) มีภาวะเลือดจางโดย Hb นอยกวา 85% ของ lower limit ของคาปกติ2) เกล็ดเลือดต่ำกวา 50,000/mm3 อยางนอย 2 ครั้งตอเนื่องกันเปนเวลา หางกัน 1 เดือนโดยไมมีสาเหตุอื่นที่สามารถแกไขได หรือ มี spontaneous bleeding จากเกล็ดเลือดต่ำ3) แสดงอาการรุนแรงที่เกิดจาก splenic infarct† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
2964) ตรวจมามพบ huge splenomegaly (หมายถึง ขอบลางของมามลงมาถึงขอบบนของ iliaccrest หรือ ขอบดานในขาม midline)5) มีอาการทางกระดูก ไดแก อาการวิกฤติฉับพลัน (acute bone crisis) ไดแก ปวดกระดูกรุนแรงรวมกับมีไขและเม็ดเลือดขาวเพิ่มสูงขึ้น โดยไมพบเชื้อจาก blood culture หรือ avascularnecrosis หรือ กระดูกหักเอง6) มีอาการทางปอดที่รุนแรง เชน ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดผิดปกติ (เชน SpO2 ต่ำกวา 95%ที่ room air) ความดั นเลื อดในปอดสู ง (pulmonary hypertension ตรวจโดยการสวนหัวใจ หรือ echocardiogram) หรือมีภาวะแทรกซอน hepatopulmonary syndrome7) การเจริญเติบโตของรางกายชามาก (failure to thrive) คือมีน้ำหนักหรือสวนสูงต่ำกวา 3rdpercentile เมื่อเทียบกับอายุทั้งนี้โดยไมเกิดจากสาเหตุอื่น4.1.3 ตรวจไมพบอาการรุนแรงทางระบบประสาทซึ่งเปนลักษณะของ Gaucher’s disease type 2 และ 3ดังนี้1) พัฒนาการชาในเด็ก2) พัฒนาการหรือสติปญญาถดถอยในเด็กและสมองเสื่อมในผูใหญ (dementia)3) การกลอกตาผิดปกติ (oculomotor apraxia)4) กลืนลำบาก5) อาปากไมขึ้น (trismus)6) แขนขาเกร็ง7) มีการเคลื่อนไหวผิดปกติ เชน เกร็งหลังแอน (opisthotonos) เดินเซ ชัก4.1.4 ผูปวยและผูปกครองลงนามรับทราบวาตองมารักษาอยางตอเนื่องดวยยาและการปลูกถายไขกระดูก หากไมมาติดตามตามนัดหรือปฏิเสธการปลูกถายไขกระดูกเมื่อสามารถทำได อาจมีผลตอการไดรับยาตอ4.2 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)‡4.3 หนวยงานสิทธิประโยชนจัดตั้งคณะทำงานฯ (Clinical Review Committee) เพื่อทำการทบทวนขอมูลผูปวย Gaucher’s disease ทุก 6 เดือน5. ขนาดยาที่แนะนำขนาดยา Imiglucerase ที่แนะนำ ในที่นี้ระบุเฉพาะที่มีจำหนาย (Cerezyme®) คือ ขนาดยาเริ่มตน 30-60 U/kgโดยใหหยดทางหลอดเลือดดำอยางชาๆ ภายใน 1-2 ชั่วโมง ทุก 2 สัปดาห กรณีผลการตอบสนองเปนไปอยางเหมาะสม ใหพิจารณาลดขนาดยาลง 10-15 U/kg โดยขนาดยาสูงสุดของผูปวย ไมเกิน 60 U/kg ทุก 2 สัปดาห6. ระยะเวลาในการรักษาและเกณฑการหยุดยา‡ ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น (irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
2976.1 ใหทำการประเมินผลการรักษาทุก 6 เดือน เพื่อพิจารณาปรับขนาดยาตามเกณฑในขอที่ 56.2 ใหพิจารณาหยุดยาเมื่อผูปวยมีเกณฑเขากันไดกับเกณฑขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้6.2.1 ไมตอบสนองตอการรักษาแมจะใหยาในขนาดสูงสุดเปนเวลา 6 เดือนแลว โดยประเมินจากเกณฑบงชี้การรักษาที่เริ่มใหยา ตามตารางที่ 16.2.2 มีการกำเริบของระบบอื่น6.2.3 เกิดปฏิกิริยาการแพยา Imiglucerase แบบรุนแรง6.2.4 ผูปวยไมมารับการฉีดยาเกิน 3 ครั้ง ในระยะเวลา 3 เดือน อยางไมสมเหตุผล6.2.5 ไดรับการรักษาดวยการปลูกถายไขกระดูกเปนผลสำเร็จ ดวยการตรวจเอนไซม glucocerebrosidaseในเม็ดเลือดขาว มีการทำงานไมต่ำกวาครึ่งหนึ่งของคาปกติ6.2.6 ผูปวยหรือผูปกครองปฏิเสธการปลูกถายไขกระดูก เมื่อสามารถหา donor ไดแลว6.3 ใหมีคณะกรรมการที่หนวยงานสิทธิประโยชนแตงตั้ง (Clinical Review Committee) พิจารณาเปนรายบุคคลในกรณีอื่นๆตารางที่ 1 เกณฑบงชี้การรักษาและดัชนีวัดผลการรักษา Gaucher’s disease type 1 ดวยยา Imigluceraseอวัยวะ/ระบบรางกาย (Domain) เกณฑบงชี้การรักษา(Indication for therapy) Therapeutic goalsระบบโลหิต 1. เลือดจาง Hb นอยกวา 85% ของlower limit ของคาปกติ ผูชาย ตั้งแต 12 g/dLผูหญิง ตั้งแต 11 g/dL;เด็ก ตั้งแต 10 g/dL2. เกล็ดเลือดต่ำกวา 50,000 /mm3โดยไมมีสาเหตุอื่นที่สามารถแกไขไดหรือ มีspontaneous bleeding ปริ มาณเกล็ ดเลื อดเพิ่ มขึ้ นจนถึ งระดั บที่ ไม เกิดเลือดออกเองปริมาณเกล็ดเลือดเปนปกติในผูปวยที่ตัดมามแลวปริมาณเกล็ดเลือดเพิ่มขึ้น 1.5 เทา เทียบกับกอนไดรับการรักษาในผูปวยที่ไมไดตัดมามตับและมาม 3.แสดงอาการรุ นแรงที่ เกิ ดจากsplenic infarct มามมีขนาดยุบลงอยางนอย 50%ไมมีอาการจากมามขาดเลือดอีก4.Huge splenomegalyขอบลางของมามลงมาถึงขอบบนของiliac crest หรื อ ขอบด านในข ามmidlineซึ่งวัดขนาดโดยการตรวจรางกาย มามมีขนาดยุบลง 50% เทียบกับกอนไดรับการรักษาหรือมามมีขนาดยุบลงและใหญไมเกิน 8 เทาของคนปกติ ซึ่งตรวจหรือวัดโดยวิธี ultrasonography หรือ MRIตับมีขนาดยุบลง 30% เทียบกับกอนไดรับการรักษาหรือตับมีขนาดยุบลงและใหญไมเกิน 1.25 เทาของคนปกติ ซึ่งตรวจหรือวัดโดยวิธี ultrasonography หรือ MRIหนาที่ตับทีผิดปกติมีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้นกระดูก 5. อาการวิกฤติฉับพลัน (acute bonecrisis) โดยปวดกระดูกรุนแรงรวมกับมีไขและเม็ดเลือดขาวเพิ่ มสูงขึ้ น โดยเพาะเชื้อจากเลือดไมขึ้น ไมมีอาการวิกฤติฉับพลันเกิดขึ้นอีกอาการปวดลดลงเอกซเรยหรือ MRI กระดูกมีการเปลี่ ยนแปลงดีขึ้น(either MRI, QCSI2, or BMD)
298อวัยวะ/ระบบรางกาย (Domain) เกณฑบงชี้การรักษา(Indication for therapy) Therapeutic goalsหรือ มี avascular necrosis หรือกระดูกหักเอง ไมมีกระดูกหักเองเพิ่มใหมอีกเพื่อใหผลรักษาดวยการผาตัดโรคทางกระดูกดีขึ้นปอด 6.มีอาการทางปอดที่รุนแรง เชน ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดต่ำผิดปกติ(SpO2 less than 95%, room air) ความดั นเลื อดในปอดสู ง (pulmonaryhypertension) หรือมีภาวะแทรกซอนhepatopulmonary syndrome ความดันเลือดในปอดสูงมีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้นความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดไมต่ำภาวะ hepatopulmonary syndromeกลับมาดีขึ้นหรือหายไปการเจริญเติบโต 7. การเจริญเติบโตของรางกายชามากคือ มีน้ำหนักหรือสวนสูงต่ำกวา 3rdpercentile เมื่อเทียบกับอายุ น้ำหนักสวนสูงคอย ๆ กลับมาดีขึ้นเขาสูเกณฑปกติห ม า ย เ ห ตุ ป รั บ ป รุ ง จ า ก Modified from Ontario Guidelines for Treatment of Gaucher Disease by EnzymeReplacement with Imiglucerase of Velaglucerase or Substrate Reduction Therapy with Miglustat (Version 9;August 2011) (which is based on Responses are based on those shown for ERT as presented by Pastores et al.Therapeutic Goals in the treatment of Gaucher Disease, Seminars in Hematology, 2004)
299แนวทางกำกับการใชยา Mercaptamine (Cysteamine bitartrate)เงื่อนไข nephropathic cystinosis1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุมัติการใชยา Mercaptamine (Cysteamine bitartrate) จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization) โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาลและผูปวยกอนทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ในครั้งแรก และขออนุมัติครั้งตอไปทุก ๆ 6-12 เดือน1.3 การขออนุมัติการใชยาเริ่มตน การใชยาตอเนื่อง และการหยุดยาของผูปวยแตละรายนั้น แพทยผูทำการรักษาทั้งหลักและสมทบควรมีการนำผลการรักษา ขอมูลผูปวย และแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2)เสนอตอหนวยงานสิทธิประโยชนโดยใชแนวทางตามที่หนวยงานกำหนดไวหรือคณะทำงานที่เกี่ยวของกำหนด และเมื่อมีการแตงตั้งหนวยงานกลางเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ใหเปนหนาที่ของหนวยงานนั้นแทน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล2.1 สถานพยาบาลหลัก หมายถึง สถานพยาบาลที่มีการใชยาตองเปนสถานพยาบาลที่มีความพรอมในการวินิจฉัยและรักษาโรค คือ2.1.1 เปนสถานที่มีแพทยที่ระบุไวในขอที่ 3 โดยใหสถานพยาบาลนั้นแจงความประสงคตอหนวยงานสิทธิประโยชนเพื่อขออนุมัติและลงทะเบียนสถานพยาบาลแตละแหงเปนกรณีไป โดยมีการลงทะเบียนสถานพยาบาลกับหนวยงานสิทธิประโยชนหรือหนวยงานกลางที่ไดรับมอบหมาย2.1.2 มีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา2.2 สถานพยาบาลสมทบ หมายถึง สถานพยาบาลที่รับสงตอ หรือดูแลผูปวยรวมกับสถานพยาบาลหลัก3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษา3.1 แพทยผูทำการรักษาหลัก เปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในอนุสาขาเวชพันธุศาสตร ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 2.13.2 แพทยผูทำการรักษาสมทบ ไดแก กุมารแพทย หรือ อายุรแพทย ในสถานพยาบาลสมทบที่ไดรับการแตงตั้งจากผูอำนวยการโรงพยาบาลใหเปนผูดูแลผูปวย4. เกณฑอนุมัติการใชยา4.1 ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)†4.2 ไดรับการตรวจยืนยันการวินิจฉัย nephropathic cystinosis ดวยอาการทางคลินิกรวมกับผลทางหองปฏิบัติการดวยวิธีขอใดขอหนึ่งตอไปนี้4.2.1 การวัดระดับ cystine ในเม็ดเลือดขาวที่สูงกวาปกติ4.2.2 การตรวจพบ cystine crystal ที่กระจกตาดวยการตรวจพิเศษ (slit lamp) โดยจักษุแพทย4.2.3 การตรวจทางพันธุกรรมพบการกลายพันธุที่กอโรคของสองแอลลีลของยีน CTNS4.3 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่จะใชยากับผูปวย1††† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น (irreversible)ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวด และความทุกขทรมานเปนสำคัญ†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
3005. ขนาดยาและวิธีการใชยาMercaptamine (Cysteamine bitartrate) ชนิด immediate-release cap5.1 กรณีผู ปวยเด็ก: ใหยาขนาด 60-90 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน แบงใหทุก 6 ชั่ วโมง (1.3-1.95 กรัม/ตารางเมตร/วัน)5.2 กรณีผูปวยผูใหญ: ใหยาขนาด 500 มิลลิกรัม ทุก 6 ชั่วโมงหมายเหตุ ขนาดยาสูงสุดไมเกิน 2 กรัม/วัน6. การติดตามและประเมินผลการรักษา6.1 ใหทำการประเมินผลการรักษาทุก 6-12 เดือน6.2 การเริ่มใหยาครั้งแรก ตองสั่งโดยแพทยผูทำการรักษาหลักที่ลงทะเบียนใหผูปวย และในสถานพยาบาลของแพทยผูทำการรักษาหลัก และสำหรับการสั่งยาครั้งถัดไปสามารถทำการสั่งยาโดยแพทยผูทำการรักษาสมทบได6.3 ผูปวยทุกรายตองไดรับการตรวจประเมินโดยแพทยผูทำการรักษาหลักเพื่อติดตามอาการอยางนอยทุก6-12 เดือน กอนที่จะสั่งยารอบตอไป6.4 แพทยผูทำการรักษาหลักตองสงรายงานการประเมินติดตามอาการและผลการตอบสนองตอการรักษาหลังการรักษา ไดแก คาการทำงานของไต (BUN/Cr) อาการทางระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ และอาการไมพึงประสงคจากการรักษาดวยยา Mercaptamine (Cysteamine bitartrate) ใหแกหนวยงานสิทธิประโยชนโดยใชแนวทางตามที่หนวยงานกำหนดไวหรือคณะทำงานที่เกี่ยวของกำหนด และเมื่อมีการแตงตั้งหนวยงานกลางเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ใหเปนหนาที่ของหนวยงานนั้นแทน ทุก 6-12 เดือน7. เกณฑการหยุดยาใหพิจารณาหยุดยาเมื่อผูปวยมีลักษณะที่เขาไดกับเกณฑขอใดขอหนึ่ง ดังตอไปนี้7.1 ผูปวยมีภาวะแทรกซอนจากยาซึ่งอาจเปนอันตรายถึงแกชีวิต7.2 ผูปวยเกิดปฏิกิริยาการแพยา Mercaptamine (Cysteamine bitartrate) ชนิดรุนแรง7.3 ผูปวยไมใหความรวมมือในการรับยาตามกำหนดการรักษาหรือไมยินยอมที่จะใชยา Mercaptamine(Cysteamine bitartrate)7.4 ผูปวยขาดการติดตามผลการรักษา โดยไมมีเหตุผลอันสมควร7.5 สถานะโรคเดิมของผูปวยเปลี่ยนเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)
301แนวทางกำกับการใชยา Nitisinoneเงื่อนไขใชสำหรับรักษา โรคไทโรซีนีเมียชนิดที่ 1 (hereditary tyrosinemia type 1)โดยใชเฉพาะการรักษาผูปวยกอนไดรับการปลูกถายตับ (liver transplant)1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุมัติการใชยา Nitisinone จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization) โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาลและผูปวยกอนทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ในครั้งแรก และขออนุมัติครั้งตอไปทุก ๆ 6-12 เดือน1.3 การขออนุมัติการใชยาเริ่มตน การใชยาตอเนื่อง และการหยุดยาของผูปวยแตละรายนั้น แพทยผูทำการรักษาหลักและสมทบควรมีการนำผลการรักษา ขอมูลผูปวย และแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) เสนอตอหนวยงานสิทธิประโยชนโดยใชแนวทางตามที่หนวยงานกำหนดไว หรือคณะทำงานที่เกี่ยวของกำหนดและเมื่อมีการแตงตั้งหนวยงานกลางเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ใหเปนหนาที่ของหนวยงานนั้นแทน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาล2.1 สถานพยาบาลหลัก หมายถึง สถานพยาบาลที่มีการใชยาตองเปนสถานพยาบาลที่มีความพรอมในการวินิจฉัยและรักษาโรค คือ2.1.1 เปนสถานที่มีแพทยที่ระบุไวในขอที่ 3 โดยใหสถานพยาบาลนั้นแจงความประสงคตอหนวยงานสิทธิประโยชนเพื่อขออนุมัติและลงทะเบียนสถานพยาบาลแตละแหงเปนกรณีไป โดยมีการลงทะเบียนสถานพยาบาลกับหนวยงานสิทธิประโยชนหรือหนวยงานกลางที่ไดรับมอบหมาย2.1.2 มีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา2.2 สถานพยาบาลสมทบ หมายถึง สถานพยาบาลที่รับสงตอ หรือดูแลผูปวยรวมกับสถานพยาบาลหลัก3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษา3.1 เปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในอนุสาขาเวชพันธุศาสตรซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 2.13.2 ในกรณีที่ ไมมีแพทยผู ทำการรักษาหลักในอนุสาขาเวชพันธุศาสตรที่ กำหนดไว (ตามขอ 3.1)ใหผูอำนวยการโรงพยาบาลแตงตั้งแพทยที่มีความรูความชำนาญในการใชยาดังกลาวซึ่งไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาดังตอไปนี้3.2.1 กรณีผูปวยเด็ก- อนุสาขากุมารเวชศาสตรโรคระบบทางเดินอาหารและโรคตับ3.2.1 กรณีผูปวยผูใหญ- อนุสาขาโรคระบบทางเดินอาหาร4. เกณฑอนุมัติการใชยาโดยตองมีครบทุกขอดังตอไปนี้4.1 ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)†† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น (irreversible)ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวด และความทุกขทรมานเปนสำคัญ
3024.2 ผูปวยมีขอสงสัยตามขอใดขอหนึ่ง กรณีดังตอไปนี้4.2.1 ผูปวยเด็กที่มีประวัติครอบครัวเปน tyrosinemia type I4.2.2 มีอาการทางตับ/อาการที่เขากับ tyrosinemia type I4.2.3 Newborn screening แลวมีผลเปนบวก (positive)4.3 การไดรับการตรวจยืนยันการวินิจฉัย โรคไทโรซีนีเมียชนิดที่ 1 (Hereditary Tyrosinemia type 1) โดยขอใดขอหนึ่งตอไปนี้4.3.1 ไดรับการตรวจยืนยันดวยการตรวจหาการกลายพันธุของยีน fumarylacetoacetate hydrolase(FAH)4.3.2 ตรวจพบสารซั คซิ นิ ลอะซิ โทน (succinylacetone) ในเลื อด (ด วยวิ ธี Tandem massspectrometry (MS/MS))4.3.3 ตรวจพบสารซัคซินิลอะซิโทน (succinylacetone) ในปสสาวะ (ดวยวิธี Gas chromatographymass spectrometry (GCMS))4.4 ผูปวยยังไมไดทำการปลูกถายตับ (liver transplant)4.5 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่จะใชยากับผูปวย1††5. ขนาดยาและวิธีการใชยากรณีการรักษากอนปลูกถายตับ ขนาดยาเริ่มตน 1 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน แบงใหวันละ 2 ครั้งหลังจากไดยานาน 4 สัปดาหหากยังพบ succinylacetone ปริมาณมาก สามารถเพิ่มขนาดยาเปน1.5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน แบงใหวันละ 2 ครั้ง และหากจำเปนอาจเพิ่มยาไปจนถึง มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วันแบงใหวันละ2 ครั้ง (ขนาดยาสูงสุด คือ 2 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน)ในกรณีที่อาการควบคุมไดเปนปกติเปนระยะเวลาหนึ่ง แพทยอาจพิจารณาปรับการบริหารยาใหเหลือวันละครั้ง โดยคงขนาดยาตอวันเทาเดิมหมายเหตุ หามปรับขนาดยาตามระดับ tyrosine ในเลือด แตใหปรับอาหารและจำกัดปริมาณtyrosine และ phenylalanine6. การติดตามและประเมินผลการรักษา6.1 ใหทำการประเมินผลการรักษาทุก 6-12 เดือน6.2 การเริ่มใหยาครั้งแรกตองสั่งโดยแพทยผูทำการรักษาหลักที่ลงทะเบียนใหผูปวย และในสถานพยาบาลของแพทยผูทำการรักษาหลัก และสำหรับการสั่งยาครั้งถัดไปสามารถทำการสั่งโดยแพทยผูทำการรักษาสมทบ6.3 ผูปวยทุกรายตองไดรับการตรวจประเมินโดยแพทยผูทำการรักษาหลักเพื่อติดตามอาการอยางนอยทุก 6-12เดือนกอนที่จะสั่งยารอบตอไป6.4 แพทยผูทำการรักษาหลักตองสงรายงานการประเมินติดตามอาการและผลการตอบสนองตอการรักษาหลังการรักษาตามตารางที่ 1 ใหแก หนวยงานสิทธิประโยชนโดยใชแนวทางตามที่หนวยงานกำหนดไวหรือคณะทำงานที่เกี่ยวของกำหนด และเมื่อมีการแตงตั้งหนวยงานกลางเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ใหเปนหนาที่ของหนวยงานนั้นแทน ทุก 6-12 เดือน†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
303ตารางที่ 1 การติดตามผลการรักษา อายุนอยกวา 1 ป อายุ 1-5 ป อายุ 5 ปขึ้นไปและผูใหญ หมายเหตุ1. Succinylacetone (พลาสมาหรือเลือดบนกระดาษกรอง/ปสสาวะ-quantitative) ทุก 1-3 เดือน ทุก 3-6 เดือน ทุก 6-12 เดือน2. Plasma amino acids ทุก 1-3 เดือน ทุก 3-6 เดือน ทุก 6-12 เดือน3. CBC ทุก 3 เดือน ทุก 12 เดือน ทุก 12 เดือน4. Liver function test และCoagulogram ทุก 1-3 เดือนจนกวาจะเปนปกติ ทุก 6 เดือน ทุก 12 เดือน5. Alpha-fetoprotein (AFP) ทุก 1-3 เดือน ทุก 6-12 เดือน ทุก 6-12 เดือน6. Abdominal imaging(ultrasound/ CT or MRI) ทุก 12 เดือน* ทุก 12 เดือน* ทุก 12 เดือน* *หรื อเมื่ อมีขอบงชี้หรือจำเปน7. Electrolytes, BUN, Cr, Ca, P - ทุก 12 เดือน ทุก 12 เดือน8. Developmental evaluation - กอนวัยเขาโรงเรียน กอนวัยเขาโรงเรียน9. Ophthalmology เมื่อมีอาการหรือมีขอบงชี้ทางคลินิก เมื่อมีอาการหรือมีขอบงชี้ทางคลินิก เมื่อมีอาการหรือมีขอบงชี้ทางคลินิก7. เกณฑการหยุดยาใหพิจารณาหยุดยาเมื่อผูปวยมีลักษณะที่เขาไดกับเกณฑขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้7.1 ผูปวยมีภาวะแทรกซอนจากยาซึ่งอาจเปนอันตรายถึงแกชีวิต7.2 ผูปวยเกิดปฏิกิริยาการแพยา Nitisinone ชนิดรุนแรง7.3 ผูปวยไมใหความรวมมือในการรับยาตามกำหนดการรักษาหรือไมยินยอมที่จะใชยา Nitisinone7.4 ผูปวยขาดการติดตามผลการรักษาโดยไมมีเหตุผลอันสมควร7.5 ผูปวยไดรับการปลูกถายตับ (liver transplant) เปนผลสำเร็จ7.6 สถานะโรคเดิมของผูปวยเปลี่ยนเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)
304แนวทางกำกับการใชยา Sapropterin (BH4)เงื่อนไขใชสำหรับโรค tetrahydrobiopterin (BH4) deficiencies1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุ มั ติ การใช ยา Sapropterin (BH4) จากหน วยงานสิ ทธิ ประโยชน ก อนการรั กษา (pre-authorization) โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ในครั้งแรก และขออนุมัติครั้งตอไปทุก ๆ 6-12 เดือน1.3 การขออนุมัติการใชยาเริ่มตน การใชยาตอเนื่อง และการหยุดยาของผูปวยแตละรายนั้น แพทยผูทำการรักษาควรมีการนำผลการรักษา ขอมูลผูปวย และแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) เสนอตอหนวยงานสิทธิประโยชนโดยใชแนวทางตามที่หนวยงานกำหนดไว หรือคณะทำงานที่เกี่ยวของกำหนดและเมื่อมีการแตงตั้งหนวยงานกลางเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ใหเปนหนาที่ของหนวยงานนั้นแทน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลสถานพยาบาลที่มีการใชยาตองเปนสถานพยาบาลที่มีความพรอมในการวินิจฉัยและรักษาโรค คือ2.1 เปนสถานพยาบาลที่มีแพทยที่ระบุไวในขอที่ 3 โดยใหสถานพยาบาลนั้นแจงความประสงคตอหนวยงานสิทธิประโยชนเพื่อขออนุมัติและลงทะเบียนสถานพยาบาลแตละแหงเปนกรณีไป โดยมีการลงทะเบียนสถานพยาบาลกับหนวยงานสิทธิประโยชนหรือหนวยงานกลางที่ไดรับมอบหมาย2.2 สามารถตรวจหรือสงตรวจ และแปลผลการกลายพันธุของยีนกอโรคกลุม tetrahydrobiopterin(BH4) deficiencies ที่รักษาไดดวยยา Sapropterin ไดแก Guanosine triphosphate cyclohydrolaseI (GCH1), 6-pyruvoyl-tetrahydropterin synthase (PTS) และ Pterin-4-alpha-carbinolaminedehydratase 1 (PCBD1) ได รวมถึงสามารถทำและแปลผล BH4 loading test ได3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในอนุสาขาเวชพันธุศาสตรซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลที่ไดรับการอนุมัติในขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Sapropterin ในผูปวย BH4 deficiencies โดยตองมีครบทุกขอ ดังตอไปนี้4.1 ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)†4.2 ตรวจ plasma amino acids พบระดับ phenylalanine ในเลือดสูงกวาปกติ4.3 ผูปวยที่มีอาการหรือตรวจพบ ขอใดขอหนึ่ง ดังตอไปนี้4.3.1 มีอาการทางคลินิกแสดง เชน ลำตัวออนแตแขนขาเกร็ง ชัก oculogyric crisis การเคลื่อนไหวผิดปกติ (dystonia, hypokinetic rigid syndrome, bradykinesia, resting tremor, cogwheelrigidity) สติปญญาบกพรอง รอบศีรษะเล็ก พูดไมชัด พัฒนาการลาชา4.3.2 มีประวัติครอบครัว (พี่นองรวมบิดามารดา) เปนโรค BH4 deficiencies4.3.3 ตรวจพบความผิดปกติจาก newborn screening โดยพบ phenylalanine สูง† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น (irreversible)ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
3054.4 ไดรับการตรวจยืนยันดวยขอใดขอหนึ่ง ดังตอไปนี้4.4.1 ตรวจยีนและพบตำแหนงกลายพันธุ กอโรคในยีน GCH1, PTS, และ/หรือ PCBD1 ยืนยันการวินิจฉัยโรค BH4 deficiencies ที่ควรไดรับการรักษาดวย Sapropterin (หากยังไมมีผลการตรวจยีนในการยื่นขออนุมัติครั้งแรก ควรยื่นผลการตรวจยีนตามหลังการขออนุมัติครั้งแรกภายใน 4 เดือน)4.4.2 ผลการทดสอบ BH4 loading test พบวามีการตอบสนองไดดีเขาไดกับ BH4 deficiencies(การแปลผลการตอบสนองดูในหมายเหตุขอ 2)หมายเหตุ1) การเบิกจายการทดสอบ BH4 loading test ใหเปนไปตามที่แตละกองทุนประกาศกำหนด2) ขนาดยาที่ใชสำหรับประเมินการตอบสนองตอยา Sapropterin (ทดสอบ BH4 loading test) คือ20 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน และประเมินการตอบสนองที่ 8 และที่ 24-48 ชั่วโมง โดยผูที่เขาเกณฑการตอบสนองตอการรักษาตอยาไดดี คือ ระดับ plasma/blood phenylalanine ที่ 8 ชั่วโมงหลังไดSapropterin ลดลงมากกวา 80% ของ baseline กอนเริ่มยา4.5 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่จะใชยากับผูปวย1††5. ขนาดยาและวิธีการใชยากรณีใชเพื่อการรักษาผูปวย BH4 deficiencies ขนาดยาที่ใช คือ 2-4 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน (ปรับตามน้ำหนักตัว อาการและผลทางหองปฏิบัติการ)6. การติดตามและการประเมินผลการรักษา6.1 ใหทำการประเมินผลการรักษาทุก 3-6 เดือน6.2 การเริ่มใหยาครั้งแรก ตองสั่งโดยแพทยผูทำการรักษาที่ลงทะเบียนใหผูปวย และในสถานพยาบาลของแพทยผูทำการรักษา6.3 ผูปวยทุกรายตองไดรับการตรวจประเมินโดยแพทยผูทำการรักษาเพื่อติดตามอาการอยางนอยทุก6 เดือน กอนที่จะสั่งยารอบตอไป6.4 แพทยผูทำการรักษาตองสงรายงานการประเมินติดตามอาการและผลการตอบสนองตอการรักษาหลังการรักษาตามตารางที่ 1 ใหแกหนวยงานสิทธิประโยชนโดยใชแนวทางตามที่หนวยงานกำหนดไวหรือคณะทำงานที่เกี่ยวของกำหนด และเมื่อมีการแตงตั้งหนวยงานกลางเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ใหเปนหนาที่ของหนวยงานนั้นแทน ทุก 6-12 เดือนตารางที่ 1 ตารางแสดงการติดตามผลการรักษาชวงอายุ ติดตามทางคลินิก ประเมินอาการทางระบบประสาท ประเมินพัฒนาการและ/หรือระดับเชาวนปญญา ติดตามระดับphenylalanine ในเลือด0-12เดือน ทุก 1-3 เดือน ทุก 1-3 เดือน ทุก 3 เดือน ทุก 1-3 เดือน1-6 ป ทุก 3-6 เดือน ทุก 3-6 เดือน ทุก 6 เดือน ทุก 3-6 เดือน6-12 ป ทุก 4-6 เดือน ทุก 4-6 เดือน ทุก 6-12 เดือน ทุก 6-12 เดือน>12 ป ทุก 6 เดือน ทุก 6-12 เดือน ทุก 12 เดือน ทุก 6-12 เดือน†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
3067. เกณฑการหยุดยาพิจารณาหยุดยาเมื่อผูปวยมีลักษณะที่เขาไดกับเกณฑขอใดขอหนึ่ง ดังตอไปนี้7.1 ผูปวยมีภาวะแทรกซอนซึ่งอาจเปนอันตรายถึงแกชีวิต7.2 ผูปวยไมสามารถใหยาในรูปแบบรับประทานได7.3 ผูปวยเกิดปฏิกิริยาการแพยา Sapropterin ชนิดรุนแรง7.4 ผูปวยไมใหความรวมมือในการรับยาตามกำหนดการรักษาหรือไมยินยอมที่จะใชยา Sapropterin7.5 ผูปวยมีอาการทางระบบประสาทแยลง หรือเปนมากขึ้น (severe or advanced disease) หลังจากใหยาขนาดสูงสุดตอเนื่องมาแลวอยางนอย 1 ป7.6 สถานะโรคเดิมของผูปวยเปลี่ยนเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)
307แนวทางกำกับการใชยา Sapropterin (BH4)เงื่อนไขใชสำหรับโรค phenylketonuria (PKU)1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุมัติการใชยา Sapropterin (BH4) จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization) โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ในครั้งแรก และขออนุมัติครั้งตอไปทุก ๆ 6-12 เดือน1.3 การขออนุมัติการใชยาเริ่มตน การใชยาตอเนื่อง และการหยุดยาของผูปวยแตละรายนั้น แพทยผูทำการรักษาควรมีการนำผลการรักษา ขอมูลผูปวย และแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) เสนอตอหนวยงานสิทธิประโยชนโดยใชแนวทางตามที่หนวยงานกำหนดไว หรือคณะทำงานที่เกี่ยวของกำหนดและเมื่อมีการแตงตั้งหนวยงานกลางเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ใหเปนหนาที่ของหนวยงานนั้นแทน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลสถานพยาบาลที่มีการใชยาตองเปนสถานพยาบาลที่มีความพรอมในการวินิจฉัยและรักษาโรค คือ2.1 เปนสถานพยาบาลที่มีแพทยที่ระบุไวในขอที่ 3 โดยใหสถานพยาบาลนั้นแจงความประสงคตอหนวยงานสิทธิประโยชนเพื่อขออนุมัติและลงทะเบียนสถานพยาบาลแตละแหงเปนกรณีไป โดยมีการลงทะเบียนสถานพยาบาลกับหนวยงานสิทธิประโยชนหรือหนวยงานกลางที่ไดรับมอบหมาย2.2 สามารถตรวจหรือสงตรวจ และแปลผล plasma amino acids หรือ blood phenylalanine (Phe)levels ได รวมถึงสามารถทำและแปลผล BH4 loading test ได เพื่อประเมินการตอบสนองตอการรักษาดวยยา Sapropterin ในผูปวย phenylketonuria (PKU)3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในอนุสาขาเวชพันธุศาสตรซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลที่ไดรับการอนุมัติในขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Sapropterin ในผูปวย PKU โดยตองมีครบทุกขอดังตอไปนี้4.1 ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)2†4.2 ผูปวยมีอายุ 1 เดือนขึ้นไป4.3 ผล plasma amino acids มีระดับ phenylalanine ในเลือดกอนการรักษา >360 μmol/L4.4 ไดรับการตรวจยืนยันการวินิจฉัยโรค PKU ทางหองปฏิบัติการดวยวิธีการในขอใดขอหนึ่ง ดังตอไปนี้(เพื่อแยกผูปวยโรค BH4 deficiencies ออกจาก PKU)4.4.1 ผลการตรวจวิเคราะหสาร pterins ในปสสาวะและ DHPR activity ในเลือดปกติ4.4.2 ผลการตรวจ mutation analysis พบการกลายพันธุของยีน phenylalanine hydroxylase (PAH)† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น (irreversible)ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
3084.4.3 การทำการทดสอบการตอบสนองตอการใหยา Sapropterin 20 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน (24-48ชั่วโมง) แลวมีการตอบสนองที่เปนลักษณะของโรค PKU คือ ระดับ phenylalanine ในเลือดที่8 ชั่วโมง หลังไดรับยาลดลงมานอยกวา 80% ของ baseline และ ระดับ phenylalanineในเลือดที่ 24-48 ชั่วโมง ยังสูงกวาคาปกติ4.5 ผูปวยตองเปนไปตามเกณฑทั้ง 2 ขอ คือ4.5.1 ไดรับการรักษาดวยการควบคุมอาหารแลวยังมีระดับ phenylalanine ในเลือดเกินกวา 360μmol/L และ4.5.2 ผล BH4 loading test พบวามีการตอบสนองตอยา Sapropterin โดยระดับ phenylalanineในเลือดลดลงมา ≥30% จากระดับ baselineหมายเหตุ การเบิกจายการทดสอบ BH4 loading test ใหเปนไปตามที่แตละกองทุนประกาศกำหนด4.6 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ตามที่กำหนด3††5. ขนาดยาและวิธีการใชยาใหยา Sapropterin รูปแบบรับประทานที่อนุมัติ ตามขนาดที่แนะนำ ดังนี้ขนาดยาที่ใชในการรักษา คือ 5-20 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน (ขนาดยาสูงสุด คือ 1,400 มิลลิกรัม/วัน) โดยเริ่มตนที่ 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน วันละครั้ง หลังจากนั้นสามารถปรับขนาดยาใหระดับ phenylalanine ในเลือดผูปวยอยูในชวง 120-360 μmol/Lหมายเหตุ การใหยา Sapropterin ตองใหควบคูกับการจำกัด phenylalanine ในอาหารและ/หรือนมพิเศษ6. การติดตามและการประเมินผลการรักษา6.1 ใหทำการประเมินผลการรักษาทุก 6 เดือน6.2 การเริ่มใหยาครั้งแรก ตองสั่งโดยแพทยผูทำการรักษาที่ลงทะเบียนใหผูปวย และในสถานพยาบาลของแพทยผูทำการรักษา6.3 ผูปวยทุกรายตองไดรับการตรวจประเมินโดยแพทยผูทำการรักษาเพื่อติดตามอาการอยางนอยทุก6 เดือน กอนที่จะสั่งยารอบตอไป6.4 แพทยผูทำการรักษาตองสงรายงานการประเมินติดตามอาการและผลการตอบสนองตอการรักษาหลังการรักษาตามตารางที่ 1 ใหแกหนวยงานสิทธิประโยชนโดยใชแนวทางตามที่หนวยงานกำหนดไวหรือคณะทำงานที่เกี่ยวของกำหนด และเมื่อมีการแตงตั้งหนวยงานกลางเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ใหเปนหนาที่ของหนวยงานนั้นแทน ทุก 6-12 เดือนตารางที่ 1 ตารางแสดงการติดตามผลการรักษาชวงอายุ ติดตามทางคลินิก ติดตามระดับphenylalanine ในเลือด ประเมินพัฒนาการหรือระดับเชาวนปญญา0-12 เดือน ทุก 1-3 เดือน ทุก 2-12 สัปดาห1-3 ป ทุก 3-4 เดือน ทุก 1-4 เดือน3-6 ป ทุก 3-6 เดือน ทุก 1-6 เดือน 1 ครั้ง6-12 ป ทุก 3-6 เดือน ทุก 2-6 เดือน 1 ครั้ง12 ป ขึ้นไป ทุก 6-12 เดือน ทุก 3-12 เดือน†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
3097. เกณฑการหยุดยาพิจารณาหยุดยาเมื่อผูปวยมีลักษณะที่เขาไดกับเกณฑขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้7.1 ผูปวยเปลี่ยนสถานะเปนระยะสุดทาย (terminally ill)7.2 ผูปวยมีภาวะแทรกซอนซึ่งอาจเปนอันตรายถึงแกชีวิต7.3 ผูปวยไมสามารถใหยาในรูปแบบรับประทานได7.4 ผูปวยเกิดปฏิกิริยาการแพยา Sapropterin ชนิดรุนแรง7.5 ผูปวยไมใหความรวมมือในการรับยาตามกำหนดการรักษาหรือไมยินยอมที่จะใชยา Sapropterin7.6 ผูปวยอาการรุนแรง (severe disease) หรือเปนมากขึ้น (advanced disease)(มีclinical progression of disease เมื่อเทียบกับ baseline โดยไมไดเกิดจาก co-morbidity)7.7 ผูปวยไมสามารถรักษาระดับ phenylalanine ในเลือด ใหนอยกวา 600 μmol/L ตอเนื่องกัน 2 ครั้ง(หางกันไมเกิน 6 เดือน)
310แนวทางกำกับการใชยา Adalimumabเงื่อนไขใชสำหรับรักษาโรคขออักเสบสะเก็ดเงิน (psoriatic arthritis)1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุมัติการใชยา Adalimumab จากหนวยงานสิทธิประโยชนตามแนวทางการอนุมัติที่แตละหนวยงานกำหนดไวกอนการรักษา (pre-authorization) โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาลและผูปวยกอนทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ในครั้งแรก (อนุมัติใหใชเปนเวลา 180 วัน) และครั้งตอไปทุก ๆ 180 วัน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลสถานพยาบาลที่มีการใชยาตองเปนสถานพยาบาลที่มีความพรอมในการวินิจฉัยและรักษาโรค โดยมีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางที่พรอมจะดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาอายุรศาสตรโรคขอและรูมาติสซั่มซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 2.4. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Adalimumab ในโรคขออักเสบสะเก็ดเงิน (psoriatic arthritis) โดยมีเกณฑครบทุกขอดังนี้4.1 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)†4.2 ไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรคขออักเสบสะเก็ดเงิน ตามเกณฑ CLASsification criteria of PsoriaticARthritis (CASPAR criteria) 20064.3 มีดัชนีชี้วัดภาวะการอักเสบที่รุนแรง (active disease) อยางใดอยางหนึ่ง ดังนี้4.3.1 สำหรับ axial involvement (spine หรือ sacroiliac joint) ตองมี BASDAI ≥ 4 หรือ ASDAS ≥ 2.14.3.2 สำหรับ peripheral joint involvement ตองมีขอบวม (swollen joint) ≥ 4 ขอ อนึ่ง dactylitis และenthesitis 1 ตำแหนงนับเปน 1 ขอ4.4 ไมตอบสนองตอการรักษาดวยยาตานการอักเสบที่ไมใชสเตียรอยด (non-steroidal anti-inflammatorydrug หรือ NSAIDs) และ ยาตานรูมาติกที่ปรับเปลี่ยนการดำเนินโรคมาตรฐาน (conventional diseasemodifying anti-rheumatic drugs หรือ csDMARDs) (*รายละเอียดอางอิงตามหมายเหตุ) โดย4.4.1 กรณีมี axial involvement ตองไมตอบสนองตอ NSAIDs ≥ 2 ชนิดใน 3 เดือน และ csDMARDขนาดเปาหมายมาตรฐาน (standard target doses) ≥ 1 ชนิด นาน 3 เดือน4.4.2 กรณีมี peripheral joint ตองไมตอบสนองตอ NSAIDs ≥ 2 ชนิดใน 3 เดือน และ csDMARDsขนาดเปาหมายมาตรฐาน (standard target doses) ≥ 2 ชนิดรวมกัน นาน 3 เดือน† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
3114.4.3 ผูปวยไมสามารถทนยา NSAIDs หรือ csDMARDs ในขอ 4.4.1 หรือ 4.4.2 เนื่องจากเกิดผลขางเคียงอยางมีนัยสำคัญ ที่ สงผลตอคุณภาพชีวิตของผู ปวย หรือไมสามารถควบคุมดวยการรักษาประคับประคอง4.4.4 มีขอหามในการใชยา NSAIDs หรือ csDMARDs ในขอ 4.4.1 หรือ 4.4.2 อยางมีนัยสําคัญ4.5 ตองไมเคยแพยา Adalimumab รุนแรง4.6 ตองไมมีการติดเชื้อ รวมทั้งการติดเชื้อซ้ำซาก (recurrent) ที่ไมไดรับการรักษาหรือควบคุมอยางเหมาะสม4.7 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่ใชยากับผูปวย1††5. ขนาดยาที่แนะนำการใชยา Adalimumab ควรใชควบคูกับ csDMARD ที่ไดรับอยูเดิม โดยมีขนาดและวิธีการใชยา คือAdalimumab ขนาด 40 มิลลิกรัม ฉีดเขาชั้นใตผิวหนัง ทุก 2 สัปดาหคำแนะนำเพิ่มเติม เมื่อผูปวยตอบสนองตอการรักษา ติดตอกันนานมากกวา 24 สัปดาห ควรเพิ่มระยะหางของการใชยา Adalimumab กอนปรับลดขนาดยา csDMARDs6. การประเมินระหวางการรักษา6.1 การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษา ประเมินทุกครั้งที่กรอกแบบฟอรมขออนุมัติใชยาตอเนื่องผูที่ตอบสนองตอการรักษา (responder) หมายถึงตามเกณฑดังนี้ผูปวยมีอาการทางคลินิกดีขึ้น โดยมีการลดลงของคา BASDAI ≥ 2 หรือ ASDAS ≥ 1 สำหรับกรณี axial involvement หรือมีการลดลงของคา DAS28-ESR > 0.6 สำหรับกรณี peripheralinvolvement6.2 การประเมินดานความปลอดภัยติดตามสัญญาณและอาการไมพึงประสงคจากการใชยา7. เกณฑการหยุดยาใหหยุดยา Adalimumab เมื่อตรวจพบขอใดขอหนึ่ง ดังตอไปนี้7.1 ผูที่ไมตอบสนองตอการรักษา (non-responder) หลังจากใชยานาน 24 สัปดาห7.2 เปนผูปวยที่โรคเขาสูระยะสงบ โดยดุลยพินิจของแพทย และสามารถกลับมาใชยาใหมไดหากผูปวยมีอาการกำเริบ7.3 เปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)7.4 ผูปวยปฏิเสธการใชยา7.5 เกิดอาการไมพึงประสงครายแรงจนไมสามารถใชยาตอได7.6 ตั้งครรภ (ใหผูปวยหยุดยาหรือถอนตัวชั่วคราวจนกวาจะคลอด)7.7 การติดเชื้อรุนแรง (ใหผูปวยหยุดยาหรือถอนตัวชั่วคราวจนกวาพนระยะไมปลอดภัยหรือหายจากการติดเชื้อรุนแรง)7.8 ผูปวยขาดการติดตามผลการรักษา โดยไมมีเหตุผลอันสมควร ใหอยูในดุลยพินิจของแพทย†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
312*หมายเหตุขนาดเปาหมายมาตรฐาน (standard target doses) ของ DMARDs สำหรับผูปวยโรคขออักเสบสะเก็ดเงินไดแก- Methotrexate 0.3 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/สัปดาห (15-25 มิลลิกรัม/สัปดาห)- Sulfasalazine 40 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน- Leflunomide 20 มิลลิกรัม/วัน- Azathioprine 2 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน- Cyclosporine 2-5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน
313แนวทางกำกับการใชยา Adalimumabเงื่อนไข ใชสำหรับรักษาโรคขออักเสบรูมาตอยด (rheumatoid arthritis)1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุมัติการใชยา Adalimumab จากหนวยงานสิทธิประโยชนตามแนวทางการอนุมัติที่แตละหนวยงานกำหนดไวกอนการรักษา (pre-authorization) โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ในครั้งแรก (อนุมัติใหใชเปนเวลา 180 วัน) และครั้งตอไปทุก ๆ180 วัน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลสถานพยาบาลที่มีการใชยาตองเปนสถานพยาบาลที่มีความพรอมในการวินิจฉัยและรักษาโรค โดยมีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางที่พรอมจะดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาอายุรศาสตรโรคขอและรูมาติสซั่มซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Adalimumab ในโรคขออักเสบรูมาตอยด (rheumatoid arthritis) โดยมีเกณฑครบทุกขอดังนี้4.1 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)2†4.2 ไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรคขออักเสบรูมาตอยดตามเกณฑ American College of Rheumatology(ACR) 1987 หรือ ACR /European League Against Rheumatism (EULAR) 20104.3 มีดัชนีชี้วัดภาวะการอักเสบ disease activity score DAS28-ESR ≥ 5.14.4 ผูปวยเปนไปตามเกณฑขอใดขอหนึ่ง ดังนี้4.4.1 ไม ตอบสนองต อการรักษาดวยยาต านรูมาติ กที่ ปรับเปลี่ ยนการดำเนินโรคมาตรฐาน(conventional disease modifying anti-rheumatic drugs หรื อ csDMARDs) กล าวคือผานการรักษาดวย csDMARDs แบบผสม ≥ 3 ขนาน โดยอยางนอย 1 ขนานตองเปนยาmethotrexate และจะตองไดรับยาแตละตัวในขนาดเปาหมายมาตรฐาน (standard targetdose) (*รายละเอียดอางอิงตามหมายเหตุ) ติดตอกันอยางนอย 3 เดือน ยกเวนมีขอหามหรือมีผลขางเคียงจากการใชยาอยางมีนัยสำคัญ4.4.2 ผูปวยไมสามารถทนยา csDMARDs ในขอ 4.4.1 เนื่องจากเกิดผลขางเคียงอยางมีนัยสำคัญ ที่สงผลตอคุณภาพชีวิตของผูปวย หรือไมสามารถควบคุมดวยการรักษาประคับประคอง4.4.3 มีขอหามในการใชยา csDMARDs ในขอ 4.4.1 อยางมีนัยสําคัญ† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
3144.4.4 ผูปวยเคยไดรับยา Adalimumab จนเขาสูสถานะโรคสงบ (remission) และสามารถหยุดยาAdalimumab ได แตผูปวยเกิดมีการกำเริบของโรคอยางนอยเทากับ low disease activity(DAS28-ESR ≥ 2.6) หลังหยุดยา4.5 ตองไมเคยแพยา Adalimumab รุนแรง4.6 ตองไมมีการติดเชื้อ รวมทั้งการติดเชื้อซ้ำซาก (recurrent) ที่ไมไดรับการรักษาหรือควบคุมอยางเหมาะสม4.7 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่ใชยากับผูปวย3††5. ขนาดยาที่แนะนำการใชยา Adalimumab ควรใชควบคูกับ csDMARD ที่ไดรับอยูเดิม โดยมีขนาดและวิธีการใชยา คือAdalimumab ขนาด 40 มิลลิกรัม ฉีดเขาชั้นใตผิวหนัง ทุก 2 สัปดาหคำแนะนำเพิ่มเติม เมื่อผูปวยตอบสนองตอการรักษา ควรเพิ่มระยะหางของการใชยา Adalimumabตามลำดับ เมื่อผูปวยมีดัชนีชี้วัดภาวะการอักเสบเหลืออยูนอย (DAS28-ESR < 3.2) จนเมื่อโรคเขาสูระยะสงบ(DAS28-ESR < 2.6) ใหพิจารณาหยุดยาชั่วคราว6. การประเมินระหวางการรักษา6.1 การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษา ประเมินทุกครั้งที่กรอกแบบฟอรมขออนุมัติใชยาตอเนื่องผูที่ตอบสนองตอการรักษา (responder) หมายถึงตามเกณฑดังนี้ผูปวยมีอาการทางคลินิกดีขึ้น โดยมีการลดลงจากคา DAS28-ESR ขณะเริ่มยา Adalimumab ≥ 1.2หรือ ดัชนีชี้วัดภาวะการอักเสบเหลืออยูนอย (DAS28-ESR < 3.2) หรือ โรคเขาสูระยะสงบ (DAS28-ESR< 2.6)6.2 การประเมินดานความปลอดภัยติดตามสัญญาณและอาการไมพึงประสงคจากการใชยา7. เกณฑการหยุดยาใหหยุดยา Adalimumab เมื่อตรวจพบขอใดขอหนึ่ง ดังตอไปนี้7.1 ผูที่ไมตอบสนองตอการรักษา (non-responder) หลังจากใชยานาน 24 สัปดาห7.2 เปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)7.3 ผูปวยปฏิเสธการใชยา7.4 เกิดอาการไมพึงประสงครายแรงจนไมสามารถใชยาตอได7.5 ตั้งครรภ (ใหผูปวยหยุดยาหรือถอนตัวชั่วคราวจนกวาจะคลอด)7.6 การติดเชื้อรุนแรง (ใหผูปวยหยุดยาหรือถอนตัวชั่วคราวจนกวาพนระยะไมปลอดภัยหรือหายจากการติดเชื้อรุนแรง)7.7 ผูปวยขาดการติดตามผลการรักษา โดยไมมีเหตุผลอันสมควร ใหอยูในดุลยพินิจของแพทย†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
315*หมายเหตุขนาดเปาหมายมาตรฐาน (standard target doses) ของ csDMARD สำหรับผู ปวยโรคขออักเสบรูมาตอยด ไดแก- Methotrexate 0.3 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/สัปดาห (15-25 มิลลิกรัม/สัปดาห)- Sulfasalazine 40 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน- Leflunomide 20 มิลลิกรัม/วัน- Chloroquine 4 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน- Hydroxychloroquine 6.5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน- Azathioprine 2 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน- Cyclosporin 2-5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน
316แนวทางกำกับการใชยา Infliximabเงื่อนไข ใชสำหรับรักษาโรคขอกระดูกสันหลังอักเสบชนิดติดยึด (ankylosing spondylitis)1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุมัติการใชยา Infliximab จากหนวยงานสิทธิประโยชนตามแนวทางการอนุมัติที่แตละหนวยงานกำหนดไวกอนการรักษา (pre-authorization) โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ในครั้งแรก (อนุมัติใหใชเปนเวลา 180 วัน) และครั้งตอไปทุก ๆ180 วัน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลสถานพยาบาลที่มีการใชยาตองเปนสถานพยาบาลที่มีความพรอมในการวินิจฉัยและรักษาโรค โดยมีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางที่พรอมจะดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษาเปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาอายุรศาสตรโรคขอและรูมาติสซั่มซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Infliximab ในโรคขอกระดูกสันหลังอักเสบชนิดติดยึด (ankylosing spondylitis) โดยมีเกณฑครบทุกขอดังนี้4.1 ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)†4.2 ไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรคขอกระดูกสันหลังอักเสบชนิดติดยึดตามเกณฑ modified New Yorkcriteria 19844.3 มีดัชนีชี้วัดภาวะการอักเสบที่รุนแรง (active disease) กลาวคือ axial involvement (spine หรือ sacroiliacjoint) ตองมี BASDAI ≥ 4 หรือ ASDAS ≥ 2.14.4 ไมตอบสนองตอการรักษาดวยยาตานการอักเสบที่ไมใชสเตียรอยด (non-steroidal antiinflammatorydrug หรือ NSAIDs) และยาตานรูมาติกที่ปรับเปลี่ยนการดำเนินโรคมาตรฐาน (csDMARDs) (*รายละเอียดขนาดเปาหมายมาตรฐานอางอิงตามหมายเหตุ) โดยเปนตามเกณฑขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้4.4.1 ตองไมตอบสนองตอ NSAIDs ≥ 2 ชนิดใน 3 เดือน และ csDMARD ขนาดเปาหมายมาตรฐาน(standard target doses) ≥ 1 ชนิด นาน 3 เดือน4.4.2 ผูปวยไมสามารถทนยา NSAIDs หรือ csDMARDs ในขอ 4.4.1 เนื่องจากเกิดผลขางเคียงอยางมีนัยสำคัญ ที่สงผลตอคุณภาพชีวิตของผูปวย หรือไมสามารถควบคุมดวยการรักษาประคับประคอง4.4.3 มีขอหามในการใชยา NSAIDs หรือ csDMARDs ในขอ 4.4.1 อยางมีนัยสําคัญ4.5 ตองไมเคยแพยา Infliximab รุนแรง หรือแพสวนประกอบที่เปน murine protein4.6 ตองไมมีการติดเชื้อ รวมทั้งการติดเชื้อซ้ำซาก (recurrent) ที่ไมไดรับการรักษาหรือควบคุมอยางเหมาะสม4.7 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ทุกครั้งที่ใชยากับผูปวย1††† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable)และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ†† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
3175. ขนาดยาที่แนะนำการใชยาชีววัตถุควรใชควบคูกับ NSAIDs หรือ csDMARD ที่ไดรับอยูเดิม โดยมีขนาดและวิธีการใชยา คือInfliximab ขนาด 3-5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม หยดเขาหลอดเลือดดำ เริ่มตนที่สัปดาหที่ 0, 2, 6, และตอดวยทุก8 สัปดาหคำแนะนำเพิ่มเติม เมื่อผูปวยตอบสนองตอการรักษา ติดตอกันนานมากกวา 24 สัปดาห ควรปรับลดขนาดยาหรือเพิ่มระยะหางของการใชยา Infliximab กอนปรับลดขนาดยา csDMARDs6. การประเมินระหวางการรักษา6.1 การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษา ประเมินทุกครั้งที่กรอกแบบฟอรมขออนุมัติใชยาตอเนื่องผูที่ตอบสนองตอการรักษา (responder) หมายถึงตามเกณฑดังนี้ผูปวยมีอาการทางคลินิกดีขึ้น โดยมีการลดลงของคา BASDAI ≥ 2 หรือ ASDAS ≥ 16.2 การประเมินดานความปลอดภัยติดตามสัญญาณและอาการไมพึงประสงคจากการใชยา7. เกณฑการหยุดยาใหหยุดยา Infliximab เมื่อตรวจพบขอใดขอหนึ่ง ดังตอไปนี้7.1 ผูที่ไมตอบสนองตอการรักษา (non-responder) หลังจากใชยานาน 24 สัปดาห7.2 เปนผูปวยที่โรคเขาสูระยะสงบ โดยดุลยพินิจของแพทย และสามารถกลับมาใชยาใหมไดหากผูปวยมีอาการกำเริบ7.3 เปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)7.4 ผูปวยปฏิเสธการใชยา7.5 เกิดอาการไมพึงประสงครายแรงจนไมสามารถใชยาตอได7.6 ตั้งครรภ (ใหผูปวยหยุดยาหรือถอนตัวชั่วคราวจนกวาจะคลอด)7.7 การติดเชื้อรุนแรง (ใหผูปวยหยุดยาหรือถอนตัวชั่วคราวจนกวาพนระยะไมปลอดภัยหรือหายจากการติดเชื้อรุนแรง)7.8 ผูปวยขาดการติดตามผลการรักษา โดยไมมีเหตุผลอันสมควร ใหอยูในดุลยพินิจของแพทย*หมายเหตุขนาดเปาหมายมาตรฐาน (standard target doses) ของ DMARDs สำหรับผูปวยโรคขอกระดูกสันหลังอักเสบชนิดติดยึด ไดแก- Methotrexate 0.3 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/สัปดาห (15-25 มิลลิกรัม/สัปดาห)- Sulfasalazine 40 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน- Leflunomide 20 มิลลิกรัม/วัน- Azathioprine 2 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน- Cyclosporine 2-5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน
318แนวทางการกำกับการใชยา Tocilizumabเงื่อนไข สำหรับผูปวยโรคขออักเสบไมทราบสาเหตุ ชนิดซิสเต็มมิก(Systemic Juvenile Idiopathic Arthritis: SJIA)1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1 ขออนุมัติการใชยา tocilizumab จากหนวยงานสิทธิประโยชนกอนการรักษา (pre-authorization)โดยมีการลงทะเบียนแพทย สถานพยาบาล และผูปวยกอนทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2 กรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ในครั้งแรก (อนุมัติใหใชเปนเวลา 180 วัน) และครั้งตอไปทุก ๆ 180 วัน2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลเปนสถานพยาบาลที่มีการใชยาตองเปนสถานพยาบาลที่มีความพรอมในการวินิจฉัยและรักษาโรค โดยมีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางที่พรอมจะดูแลรักษาปญหาแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษา3.1 แพทยผู ทำการวินิจฉัย เปนกุมารแพทยโรคขอและรูมาติสซั่ มที่ ไดรับใบประกาศนียบัตรจากราชวิทยาลัยกุมารเวชศาสตรแหงประเทศไทย (อนุสาขา) หรือ ผานการฝกอบรมอนุสาขาโรคขอและรูมาติสซั่มจากตางประเทศ และ/หรือ3.2 แพทยผูทำการรักษารวม คือ แพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขากุมารเวชศาสตร หรือ อายุรศาสตรโรคขอและรูมาติสซั่ม ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลที่ไดรับการอนุมัติในขอ 2โดยแพทยตามขอ 3.2 อาจอยูในสถานพยาบาลเดียวกันหรือสถานพยาบาลอื่นได4. เกณฑอนุมัติการใชยาผู ป วยต องได รั บการวิ นิ จฉั ยจากแพทย ตามข อ 3.1 และได รั บการสนั บสนุ นให รั กษาด วยยาTocilizumab โดยมีเกณฑอนุมัติการใชยา Tocilizumab ในโรคขออักเสบไมทราบสาเหตุในเด็กชนิดซิสเต็มมิก (Systemic Juvenile Idiopathic Arthritis: SJIA) ครบทุกขอดังนี้4.1 ไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)†4.2 อายุตั้งแต 2 ปขึ้นไป4.3 ไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรคขออักเสบไมทราบสาเหตุในเด็ก ชนิดซิสเต็มมิก (Systemic Juvenile IdiopathicArthritis: SJIA) ตามเกณฑ International League of Associations for Rheumatology classification 2004(รายละเอียดตามแนบทาย)4.4 โรคอยูในภาวะกำเริบ (active disease) ตามเกณฑขอใดขอหนึ่ง ดังตอไปนี้4.4.1 SJIA without systemic features หมายถึง ผูปวยมีการอักเสบของขอ (arthritis) โดยอาจมีelevated erythrocyte sedimentation rate (ESR) > 20 mm/h หรือไมก็ได หรือ† ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable)และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ
3194.4.2 SJIA with systemic features หมายถึง ผูปวยที่ตรวจพบขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้ ไขสูง หรือevanescent rash (salmon rash) ห รื อ serositis ห รื อ hepatosplenomegaly ห รื อlymphadenopathy ทั้ งนี้ อาจมี หรื อไม มี การอั กเสบของข อ (arthritis) ร วมด วยก็ไดโดยอาการทั้งหมดนี้ตองไมไดเกิดจากสาเหตุอื่น4.5 ไมตอบสนองตอการรักษาดวยยามาตรฐาน หรือ ไมสามารถทนตออาการไมพึงประสงคของยามาตรฐาน ตามเกณฑครบทุกขอ ดังตอไปนี้4.5.1 ไมตอบสนองตอการรักษาดวยยาตานการอักเสบที่ไมใชสเตียรอยด (NSAIDs) ขนาดเต็มที่ โดยใหยาตอเนื่องกันเปนเวลา ≥1 เดือน หรือ ไมสามารถทนตออาการไมพึงประสงคที่รุนแรง จนไมสามารถใชยาในกลุม NSAIDs ตอได เชน• แพยา• เลือดออกในทางเดินอาหาร• มีอาการปวดทองอยางรุนแรง ทั้งๆ ที่ไดรับยาในกลุม proton pump inhibitor• เกิดภาวะ acute interstitial nephritis หรือ acute kidney injury ตามเกณฑของKidney Disease Improving Global Outcomes (KDIGO) จากการไดรับยาในกลุมNSAIDs เปนตนและ4.5.2 ไมตอบสนองตอการรักษาดวยยาในกลุม disease-modifying antirheumatic drugs (DMARDs)ในขนาดมาตรฐานอยางนอย 1 ชนิด ในกรณีที่ผูปวยเปน SJIA with systemic features หรือไมตอบสนองตอการรักษาดวย DMARDs ในขนาดมาตรฐานอยางนอย 2 ชนิด ในกรณีที่ผูปวยเปนSJIA without systemic features (ซึ่ งอาจให DMARDs ที ละชนิ ดหรื อให พร อมกั น) เปนระยะเวลาอยางนอย 6 เดือน หรือ ไมสามารถทนอาการไมพึงประสงคที่รุนแรง จนไมสามารถใชยาในกลุม DMARDs ในขนาดมาตรฐานได เชน• แพยา• คลื่นไสอาเจียนที่ไมสามารถบรรเทาดวยยาลดอาการคลื่นไสอาเจียน เชน ondansetron• คา ALT หรือ AST มีระดับผิดปกติมากกวา 1-3 เทาของคาปกติและยังคงมีระดับสูงอยางตอเนื่องหรือกลับเปนซ้ำภายหลังลดยา DMARDs• เกิดภาวะ acute kidney injury ตามเกณฑของ KDIGO จากการไดรับยาในกลุม DMARDs• เกิดภาวะ maculopathy• เกิดภาวะ leukopenia (white blood cell count < 3,000/mm3)• เกิดภาวะ neutropenia (absolute neutrophil count < 1,500/mm3)• เกิดภาวะ thrombocytopenia (platelet < 100,000/mm3)• เกิดภาวะ pancytopeniaทั้งนี้ ตองไมไดเกิดจากภาวะแทรกซอน หรือสาเหตุอื่น เชน macrophage activationsyndrome โดยมีขนาดยา DMARDs มาตรฐาน ดังนี้
320ยาที่อยูในกลุม DMARDs ไดแกSulfasalazine 30-50 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วันMethotrexate 10 -250.3-1 มิลลิกรัมตอพื้นที่ผิวตอสัปดาห หรือมิลลิกรัม/กิโลกรัม/สัปดาห (ขนาดสูงสุด 25 มิลลิกรัม/สัปดาห)Hydroxychloroquine 4-6 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วันCyclosporin 3 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วันLeflunomide 10-20 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วันAzathioprine 3 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วันและ4.5.3 ไมสามารถหยุดยาหรือลดขนาดยาในกลุมสเตียรอยด (Steroids) ใหต่ำกวาหรือเทากับยา Prednisolone 0.5 มิ ลลิ กรั ม/กิ โลกรั ม/วั น ภายในระยะเวลา 6 เดื อน หรือไมสามารถทนอาการไมพึงประสงคจากยาในกลุม Steroids เชน• การติดเชื้อที่รุนแรง• การเจริญเติบโตชากวาปกติ• ตอหิน• vertebral fracture• avascular necrosis4.6 ตองไมเคยแพยา Tocilizumab รุนแรง4.7 ตองไมมีการติดเชื้อรวมทั้งการติดเชื้อซ้ำซาก (recurrent) ที่ไมไดรับการรักษา หรือควบคุมอยางเหมาะสม4.8 มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ (2) ทุกครั้งที่ใชยากับผูปวย †† 115. ขนาดยาและวิธีการบริหารยา Tocilizumab แบงเปน 2 กรณีดังนี้น้ำหนักของผูปวย ขนาดยา Tocilizumab (มิลลิกรัม/กิโลกรัม)กรณีที่ 1 นอยกวา 30 กิโลกรัม 12กรณีที่ 2 ตั้งแต 30 กิโลกรัม 8วิธีการบริหารยา เจือจางใน NSS 100 มิลลิลิตร. หยดเขาหลอดเลือดดำชา ๆ ใน 1 ชั่วโมง ทุก 2สัปดาห6. การประเมินระหวางการรักษา6.1 การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษา ประเมินทุกครั้งที่กรอกแบบฟอรมขออนุมัติใชยาตอเนื่องผูที่ตอบสนองตอการรักษา (responder) หมายถึง ตามเกณฑขอใดขอหนึ่งดังนี้6.1.1 ผูปวยที่มีอาการดีขึ้นตามเกณฑ ACR pediatric score 30*6.1.2 ผูปวยที่สามารถหยุดยา Prednisolone หรือลดขนาดยา Prednisolone ลงไดต่ำกวาหรือเทากับ 0.2 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน1 †† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
3216.2 การประเมินดานความปลอดภัย6.2.1 ตรวจความสมบูรณของเม็ดเลือด (complete blood count: CBC) เพื่อวัดคา absoluteneutrophil และ platelet counts ทุก 2-4 สัปดาห เปนเวลา 3 เดือน หลังจากนั้นใหตรวจทุก 2-3 เดือน• กรณีคา neutrophils ที่วัดจากจำนวนหนวยสมบูรณ (absolute neutrophil count :ANC) มีคา < 1,000 เซลล/ลูกบาศกมิลลิเมตร ใหหยุดยาที่ใหชั่วคราวจนกวาระดับneutrophils ≥ 1,000 เซลล/ลูกบาศกมิลลิเมตร• หาก ANC < 500 เซลล/ลูกบาศกมิลลิเมตร ใหหยุด Tocilizumab ทันทีหรือ• กรณี platelets < 100,000 เซลล/ลูกบาศกมิลลิเมตร ใหหยุดยาที่ใหชั่วคราวจนกวาระดับ platelets ≥ 100,000 เซลล/ลูกบาศกมิลลิเมตร• หาก platelets < 50,000 เซลล/ลูกบาศกมิลลิเมตร ใหหยุด Tocilizumab ทันที ทั้งนี้การใหยา Tocilizumab กลับไปหลังจากที่หยุดยา จะตองใหในขนาดครึ่งหนึ่งของขนาดยาเดิมกอน และคอย ๆ ปรับขึ้นจนถึงขนาดยาปกติตามความเหมาะสม(หมายเหตุ หาก neutrophils และ platelets ที่มีระดับต่ำเกิดจากภาวะ macrophageactivation syndrome ไมไดเกิดจากยา Tocilizumab แพทยผูรักษาสามารถพิจารณาใหยาไดตามความเหมาะสม)6.2.2 ตรวจวัดระดับ ALT และ AST ทุก 2-4 สัปดาห เปนเวลา 3 เดือน หลังจากนั้นใหตรวจทุก 2-3 เดือนหากมีระดับผิดปกติมากกวา 1-3 เทาของคาปกติ ใหพิจารณาปรับลดยา DMARDs โดยเฉพาะMethotrexate ตามความเหมาะสม หากยังคงมีระดับสูงอยางตอเนื่องใหลดขนาดยา Tocilizumabโดยใหยาหางขึ้น หรือ หยุดยาชั่วคราวจนกวาคา ALT และ AST กลับมาปกติ6.2.3 ตรวจวัดระดับ lipid profiles 3 เดือนหลังจากไดรับ Tocilizumab ครั้งแรก หลังจากนั้นทุก6 เดือน หรือ ตามความเหมาะสม7. เกณฑการหยุดยาใหหยุดยา Tocilizumab เมื่อตรวจพบขอใดขอหนึ่ง ดังตอไปนี้7.1 ไดรับยาครบ 21 เดือน7.2 ผูที่ไมตอบสนองตอการรักษา (non-responder) หมายถึง ขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้7.2.1 อาการทางคลินิกดีขึ้น แตไมถึงเกณฑ ACR pediatric 30* หลังจากใชยานาน 24 สัปดาห7.2.2 ไมสามารถลดขนาดยา Prednisolone ไดต่ำกวาหรือเทากับ 0.2 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วันหลังจากไดรับยานาน 24 สัปดาห7.3 เกิดผลขางเคียงจากใชยาที่มีความรุนแรงระดับ 4††† 27.4 ตั้งครรภ (ใหผูปวยหยุดยาหรือถอนตัวชั่วคราวจนกวาจะคลอด)7.5 การติดเชื้อรุนแรง (ใหผูปวยหยุดยาหรือถอนตัวชั่วคราวจนกวาพนระยะไมปลอดภัยหรือหายจากการติดเชื้อรุนแรง)7.6 การผาตัด (ใหผูปวยหยุดยาหรือถอนตัวชั่วคราวจนกวาการผาตัดเสร็จสิ้น)2 ††† อางอิงตาม Common Terminology Criteria for Adverse Events (CTCAE)
322หมายเหตุ*An ACR Pedi 30 response is defined as at least a 30 % improvement from baseline in threeof six variables, with no more than one remaining variable worsening by >30 %.• physician global assessment of disease activity (10-cm VAS)• parent/patient assessment of overall well-being (10-cm VAS)• functional ability by Childhood Health Assessment Questionnaire• number of joints with active arthritis (defined as joint effusion or limitation of motionaccompanied by heat, pain, or tenderness)• number of joints with limited ROM• ESRหากเปนการหยุดยาหรือถอนตัวชั่วคราว เมื่อผูปวยกลับเขารับการรักษาดวยยา Tocilizumab ใหนับระยะเวลาการรักษาตอเนื่อง
323คำอธิบายแนบทายแนวทางกำกับการใชยา Tocilizumabเงื่อนไข สำหรับผูปวยโรคขออักเสบไมทราบสาเหตุ ชนิดซิสเต็มมิก(Systemic Juvenile Idiopathic Arthritis: SJIA)เกณฑ International League of Associations for Rheumatology classification 2004อางอิง:International League of Associations for Rheumatology Classification of Juvenile Idiopathic Arthritis:Second Revision, Edmonton, 2001
324แนวทางกำกับการใชยา Bevacizumab ในขอบงใช1. โรคจุดภาพชัดจอตาเสื่อมเหตุสูงวัยแบบเปยกที่มีเสนเลือดงอกใหมใตรอยบุมจอตา(wet form of subfoveal, juxtafoveal choroidal neovascularization (CNV) due-to aged related macular degeneration)0*2. โรคจุดภาพชัดจอตาบวมจากเบาหวาน1† (diabetic macular edema: DME)3. โรคหลอดเลือดดำที่จอตาอุดตันที่มีศูนยกลางจอตาบวม (retinal vein occlusionwith macular edema)4. โรคจอตาผิดปกติในทารกคลอดกอนกำหนด (retinopathy of prematurity, ROP)1. ระบบอนุมัติการใชยา1.1. ขออนุมัติการใชยา Bevacizumab แบบลงทะเบียนหลังการรักษา (post-authorization) ตามแนวทางที่แตละสถานพยาบาลกำหนดไว โดยมีการลงทะเบียนสถานพยาบาลและแพทยหลังทำการรักษากับหนวยงานสิทธิประโยชน1.2. ลงทะเบียนผูปวยกอนการอนุมัติการใชยาครั้งที่ 21.3. กรอกแบบขออนุมัติสำหรับการใชยาในครั้งตอ ๆ ไป2‡2. คุณสมบัติของสถานพยาบาลกรณีขอบงใช 1-3 (โรคจุดภาพชัดจอตาเสื่อมเหตุสูงวัยแบบเปยกที่มีเสนเลือดงอกใหมใตรอยบุมจอตา,โรคจุดภาพชัดจอตาบวมจากเบาหวาน และโรคหลอดเลือดดำที่จอตาอุดตันที่มีศูนยกลางจอตาบวม)สถานพยาบาลที่มีการใชยาตองเปนสถานพยาบาลที่มีความพรอมในการวินิจฉัยและรักษาโรค มีเครื่องมืออุปกรณ ที่ จำเป นในการรั กษา/วิ นิ จฉั ยโรค เช น Fundus fluorescein angiography (FFA), OpticalCoherence Tomography (OCT) เปนตน รวมทั้งมีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาของผูปวยรวมทั้งภาวะแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษากรณีขอบงใช 4 (โรคจอตาผิดปกติในทารกคลอดกอนกำหนด)สถานพยาบาลที่มีการใชยาตองเปนสถานพยาบาลที่มีความพรอมในการวินิจฉัยและรักษาโรค และมีความพรอมในการดูแลทารกคลอดกอนกำหนด รวมทั้งมีแพทยเฉพาะทางตามที่ระบุไวในขอ 3 และมีแพทยเฉพาะทางสาขาอื่นที่พรอมจะรวมดูแลรักษาปญหาของผูปวยรวมทั้งภาวะแทรกซอนที่อาจจะเกิดจากโรคและ/หรือการรักษา3. คุณสมบัติของแพทยผูทำการรักษา3.1. กรณีขอบงใชที่ 1-3 (โรคจุดภาพชัดจอตาเสื่อมเหตุสูงวัยแบบเปยกที่มีเสนเลือดงอกใหมใตรอยบุมจอตา,โรคจุดภาพชัดจอตาบวมจากเบาหวาน และโรคหลอดเลือดดำที่จอตาอุดตันที่มีศูนยกลางจอตาบวม)3.1.1. เปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาจักษุวิทยา และเปนผูเชี่ยวชาญในดานโรคจอตาและวุนตา (ตามที่ราชวิทยาลัยจักษุแพทยแหงประเทศไทยรับรอง) หรือจักษุแพทยที่มีความรูความชำนาญในการใชยาดังกลาวที่ไดรับการแตงตั้งจากผูอำนวยการโรงพยาบาล ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 2* polypoidal choroidal vasculopathy (PCV) จัดเปน wet form of AMD subtype† ราชวิทยาลัยจักษุแพทยแหงประเทศไทย แกไขชื่อโรคจากเดิม คือ โรคศูนยกลางจอตาบวมจากเบาหวาน‡ โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
3253.2. กรณีขอบงใชที่ 4 (โรคจอตาผิดปกติในทารกคลอดกอนกำหนด)3.2.1. เปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาจักษุวิทยา และเปนผูเชี่ยวชาญในดานโรคจอตาและวุนตา (ตามที่ราชวิทยาลัยจักษุแพทยแหงประเทศไทยรับรอง) หรือจักษุแพทยที่มีความรูความชำนาญในการใชยาดังกลาวที่ไดรับการแตงตั้งจากผูอำนวยการโรงพยาบาล ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 23.2.2. เปนแพทยผูเชี่ยวชาญที่ไดรับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรจากแพทยสภาในสาขาจักษุวิทยา และเปนผูเชี่ยวชาญในดานโรคตาเด็ก (ตามที่ราชวิทยาลัยจักษุแพทยแหงประเทศไทยรับรอง) หรือจักษุแพทยที่มีความรูความชำนาญในการใชยาดังกลาวที่ไดรับการแตงตั้งจากผูอำนวยการโรงพยาบาล ซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาลตามขอ 24. เกณฑอนุมัติการใชยาอนุมัติการใชยา Bevacizumab ในโรคจุดภาพชัดจอตาเสื่อมเหตุสูงวัยแบบเปยกที่มีเสนเลือดงอกใหมใตรอยบุมจอตา โรคจุดภาพชัดจอตาบวมจากเบาหวาน โรคหลอดเลือดดำที่จอตาอุดตันที่มีศูนยกลางจอตาบวมหรือ โรคจอตาผิดปกติในทารกคลอดกอนกำหนด โดยมีเกณฑอนุมัติตามขอ 4.1 ถึง 4.4 ดังนี้4.1. ตองไมเปนผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill)3*4.2. ผูปวยไดรับการวินิจฉัยวาเปนโรค4.2.1. ผูปวยไดรับการตรวจวินิจฉัยจากอาการทางคลินิกวาเปนโรคจุดภาพชัดจอตาเสื่อมเหตุสูงวัยแบบเปยกที่มีเสนเลือดงอกใหมใตรอยบุมจอตา โรคจุดภาพชัดจอตาบวมจากเบาหวาน หรือ โรคหลอดเลือดดำที่ จอตาอุดตันที่ มีศูนยกลางจอตาบวม โดยอาจยืนยันดวยเครื่ อง Opticalcoherence tomography (OCT) หรือ Fundus fluorescein angiography (FFA) ตามความเหมาะสม และตองมีผลการถายภาพจอประสาทตามาแสดง โดยมีระดับความสามารถในการมองเห็น (visual acuity) ต่ำกวา ตั้งแต 20/40 หรือต่ำกวา และยังคงมี light perceptionหรือ4.2.2. ผูปวยไดรับการตรวจวินิจฉัยจากอาการทางคลินิกวาเปนโรคจอตาผิดปกติในทารกคลอดกอนกำหนด ที่มีลักษณะขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้4.2.2.1. ตำแหนงของโรค อยูที่ Zone I หรือ posterior zone II และความรุนแรงที่ระยะที่ 3หรือมากกวา โดยจะมีอาการแสดงของภาวะ plus disease รวมดวยหรือไมก็ได4.2.2.2. ผูปวยที่ไดรับการวินิจฉัยวาเปน high risk ROP ซึ่งสมควรไดรับการรักษาดวยเลเซอรแตมีขอจำกัดที่ไมสามารถเลเซอรได หรือใหการรักษาดวยเลเซอรแลวผลลัพธไมเปนไปตามประสงค4.3. ประเมินสุขภาพรางกายโดยรวม สามารถทนตอการฉีดยาเขาในวุนตาได4.4. มีการกรอกแบบฟอรมกำกับการใชยาบัญชี จ(2) ที่ขออนุมัติใชยากับผูปวยตามที่ระบุไวในขอ 1†5. ขนาดยาที่แนะนำ5.1. ขนาดยาที่แนะนำ* ผูปวยระยะสุดทาย (terminally ill) หมายถึง ผูปวยโรคทางกายซึ่งไมสามารถรักษาได (incurable) และไมสามารถชวยใหชีวิตยืนยาวขึ้น(irreversible) ซึ่งในความเห็นของแพทยผูรักษา ผูปวยจะเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นหมายเหตุ ผูปวยดังกลาวควรไดรับการรักษาแบบประคับประคอง (palliative care) โดยมุงหวังใหลดความเจ็บปวดและความทุกขทรมานเปนสำคัญ† โปรดเก็บรักษาขอมูลไวเพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบการใชยา โดยหนวยงานการกำกับดูแลการสั่งใชยาบัญชี จ(2)
326สำหรับขอบงชี้ที่ 1-3 (โรคจุดภาพชัดจอตาเสื่อมเหตุสูงวัยแบบเปยกที่มีเสนเลือดงอกใหมใตรอยบุมจอตา, โรคจุดภาพชัดจอตาบวมจากเบาหวาน และโรคหลอดเลือดดำที่จอตาอุดตันที่มีศูนยกลางจอตาบวม)คือ 1.25 มิลลิกรัม ฉีดเขาวุนตา ทำการประเมินผลการรักษา และพิจารณาฉีดยาซ้ำในระยะเวลาไมเร็วไปกวา 4 สัปดาห โดยมีขอพิจารณาดังตอไปนี้1) กรณีโรคสงบหรือควบคุมไดแลว อาจยืดระยะระหวางการฉีดยาใหยาวนานขึ้น (treat and extend)หรือพิจารณาหยุดยา2) พิจารณาหยุดยาเมื่อสามารถยืดระยะเวลาระหวางการฉีดยาไปไดถึง 16 สัปดาห ติดตอกันสองครั้งและพบวาโรคสงบ หรือแพทยประเมินวาศูนยกลางจอตาเกิดพยาธิสภาพ ซึ่งไมสามารถกูคืนการมองเห็นกลับมาไดแลว3) กรณีเกิดการกลับเปนซ้ำของโรค (recurrence) พิจารณาเริ่มใหการรักษาใหมสำหรับขอบงชี้ที่ 4 (โรคจอตาผิดปกติในทารกคลอดกอนกำหนด) ใชยา Bevacizumab 0.625มิลลิกรัม ฉีดเขาในวุนตา 1 ครั้ง กรณีเกิดการกลับเปนซ้ำของโรค (recurrence) พิจารณาเริ่มใหการรักษาใหมหมายเหตุ ยา Bevacizumab 1 ขวด (ขนาด 100 มิลลิกรัม) ใหแบงใชไมนอยกวา 30 ครั้ง5.2. ระยะเวลาการรักษา5.2.1.age-related macular degeneration (AMD) ใหยาไดสูงสุดไมเกิน 12 ครั้งตอปของการรักษารอยโรคเดิมตอตา 1 ขาง5.2.2.diabetic macular edema (DME) และ retinal vein occlusion with macular edema ใหยาไดสูงสุดไมเกิน 6 ครั้งตอป ของการรักษารอยโรคเดิมตอตา 1 ขาง5.2.3.retinopathy of prematurity (ROP) ใหยาได 1 ครั้งจนกวาจะมีการกลับเปนซ้ำของโรค6. การประเมินระหวางการรักษา6.1. การประเมินดานประสิทธิผลของการรักษากรณีขอบงใช 1-3 (โรคจุดภาพชัดจอตาเสื่อมเหตุสูงวัยแบบเปยกที่มีเสนเลือดงอกใหมใตรอยบุมจอตา, โรคจุดภาพชัดจอตาบวมจากเบาหวาน และโรคหลอดเลือดดำที่จอตาอุดตันที่มีศูนยกลางจอตาบวม)ใหประเมินผูปวยหลังไดรับยา ดังนี้6.1.1.ระดับความสามารถในการมองเห็น (visual acuity)6.1.2.สภาวะของจอตา ไดแกการบวมของจอตาโดยผลการตรวจหลักที่บงชี้วาควบคุมโรคได คือ การมองเห็นเปลี่ยนแปลงไมเกินหนึ่งแถวหรือหนึ่งระดับและตรวจ OCT พบความหนาของศูนยกลางจอตาเปลี่ยนแปลงไมเกิน 10% โดยประเมินในชวงการฉีดยาสามครั้งลาสุดกรณีขอบงใชที่ 4 (โรคจอตาผิดปกติในทารกคลอดกอนกำหนด) ใหประเมินสภาวะของจอตา ไดแกการบวมของจอตา หลังไดรับยาไปแลว 1 สัปดาห6.2. การประเมินดานความปลอดภัย6.2.1.ความปลอดภัยและภาวะแทรกซอนในดวงตา ไดแก ภาวะการติดเชื้อภายในลูกตา(endophthalmitis) เลือดออกในน้ำวุนตา (vitreous hemorrhage) ตอกระจก (cataract)จอประสาทตาหลุดลอก (retinal detachment)6.2.2.ความปลอดภัยและภาวะแทรกซอนทางรางกาย ควรประเมินสภาวะทั่วไปของรางกายเปนระยะ
3277. เกณฑการหยุดยาการพิจารณาหยุดยาจะพิจารณา ในกรณีดังนี้Age-related MacularDegeneration Diabetic Macular Edema Retinal vein occlusionwith Macular Edema7.1 ตอบสนองตอการรักษาอย างเต็มที่โดยความหนาของจอตาบริเวณจุดภาพชัดเทาปกติ หรือ ไมพบการรั่วของสี fluorescein 7.1 ตอบสนองตอการรักษาอยางเต็ มที่ โดยระดั บการมองเห็น20/ 20 แ ล ะต ร ว จ OCT พ บศูนยกลางจอตาเปนปกติ 7.1 ตอบสนองตอการรักษาอยางเต็ มที่ โดยระดั บการมองเห็น20/ 20 แ ล ะต ร ว จ OCT พ บศูนยกลางจอตาเปนปกติ7.2 ควบคุมโรคได คือ การมองเห็นเปลี่ยนแปลงไมเกินหนึ่งแถวหรือหนึ่งระดับ และตรวจ OCT พบความหนาของศูนยกลางจอตาเปลี่ยนแปลงไมเกิน 10% โดยประเมินในชวงการฉีดยาสามครั้งลาสุด7.3 ไมตอบสนองตอการรักษาโดยประเมินในชวงการฉีดยาสามครั้งลาสุด พิจารณาจาก1) ระดับของสายตาแยลง และ ความหนาของจอตาบริเวณจุดภาพมากขึ้น หรือ2) มีการรั่วของสี fluorescein เทาเดิมหรือเพิ่มขึ้นPowered by TCPDF (www.tcpdf.org)