ThaiGovData

กระทู้ถามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระทู้ถามที่ ๒๙๐ ร. เรื่อง โครงการต่อเชื่อมถนนพุทธมณฑล สาย ๓ กรุงเทพมหานคร ถึงทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๔ (ทล.๓๐๔) จังหวัดปทุมธานี และระบบขนส่งสาธารณะ ในพื้นที่อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี [ของ นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล]

undated

Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th

The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.

กระทู้ถามที่ 282 ร. สภาผู้แทนราษฎร31 มกราคม ๒๕67เรื่อง ข้อร้องเรียนจากผู้ประกอบการที่ใช้แรงงานต่างด้าวและแรงงานต่างด้าว กรณีบริษัทประกันภัยและการบริหารราชการของกระทรวงแรงงานกราบเรียน ประธานสภาผู้แทนราษฎรข้าพเจ้าขอตั้งกระทู้ถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ดังต่อไปนี้ตามที่ได้มีข้อร้องเรียนจากผู้ประกอบการที่ใช้แรงงานต่างด้าวและแรงงานต่างด้าว กรณีบริษัทประกันภัยและการบริหารราชการของกระทรวงแรงงาน จึงขอเรียนถามว่า1. กระทรวงแรงงานมีหลักเกณฑ์ กระบวนการ การคัดเลือกบริษัทที่สามารถจ าหน่ายประกันแก่แรงงานต่างด้าวและปัจจุบันมีกี่บริษัทหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด2. กรณีร้องเรียนแรงงานต่างด้าวซื้อผลิตภัณฑ์ประกันจากรายชื่อบริษัทของกระทรวงแรงงานแต่ไม่สามารถใช้ประกันได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งได้รับการปฏิเสธจากโรงพยาบาล นอกจากนี้กระทรวงแรงงานได้รับเรื่องร้องเรียนจ านวนเท่าใด และได้ดาเนินการสอบสวนแล้วหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด3. มีบริษัทเอกชนบางแห่งใช้บริการ “ผู้รับเหมาช่วง” เรียกอีกชื่อ “ซับคอนแทรค”โดยมีการร้องเรียนจากแรงงานต่างด้าวที่เข้าทางานว่าไม่ได้รับค่าจ้างตามที่ตกลง ทางกระทรวงแรงงานมีแนวทางการแก้ปัญหากรณีที่เอกชนใช้บริการ “ผู้รับเหมาช่วง” โดยเป็นแรงงานต่างด้าวปฏิบัติตามกฎหมายหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดขอให้ตอบในราชกิจจานุเบกษา ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่งธัญธร ธนินวัฒนาธรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกลกรุงเทพมหานครหนา ๓๖เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๑๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๗ ค าตอบกระทู้ถามที่ 282 ร.ของ นายธัญธร ธนินวัฒนาธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล กรุงเทพมหานครเรื่อง ข้อร้องเรียนจากผู้ประกอบการที่ใช้แรงงานต่างด้าวและแรงงานต่างด้าวกรณีบริษัทประกันภัยและการบริหารราชการของกระทรวงแรงงานข้าพเจ้า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ขอตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดังนี้1. กระทรวงแรงงานมีหลักเกณฑ์และกระบวนการในการคัดเลือกบริษัทประกันภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัยที่มีความประสงค์จะเข้าร่วมดาเนินการเกี่ยวกับการประกันสุขภาพของคนต่างด้าวตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๖ ดังนี้1.1 มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๖ ผ่อนผันให้คนต่างด้าวซึ่งนายจ้างได้ยื่นบัญชีรายชื่อความต้องการจ้างแรงงานต่างด้าวตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๖อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษและทางานได้ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๖ ถึงวันที่๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ เพื่อไปดาเนินการตามที่กรมการจัดหางานกาหนด โดยในส่วนของการตรวจสุขภาพและการประกันสุขภาพ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ดาเนินการ ดังนี้ ๑) การตรวจสุขภาพคนต่างด้าวสามารถตรวจสุขภาพกับสถานพยาบาลทุกแห่งที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล ๒) การประกันสุขภาพ กรณีคนต่างด้าวท างานกับนายจ้างในกิจการซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ต้องเข้าประกันสังคมให้ทาประกันสุขภาพตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการตรวจสุขภาพและประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าว หรือทาประกันสุขภาพกับบริษัทประกันภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย กรณีคนต่างด้าวทางานกับนายจ้างในกิจการประกันสังคม ต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตน โดยในระหว่างที่ยังไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม ให้คนต่างด้าวทาประกันสุขภาพตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการตรวจสุขภาพและประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าว หรือทาประกันสุขภาพกับบริษัทประกันภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย ทั้งนี้ การทาประกันสุขภาพกับบริษัทประกันภัยต้องได้รับสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลไม่น้อยกว่าสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากการทาประกันสุขภาพกับกระทรวงสาธารณสุข1.2 กระทรวงแรงงานมีค าสั่งแต่งตั้งคณะทางานพิจารณาหลักเกณฑ์การประกันสุขภาพคนต่างด้าว มีอานาจหน้าที่ในการพิจารณาหลักเกณฑ์การประกันสุขภาพของบริษัทประกันภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย ที่ประสงค์จะเข้าร่วมดาเนินการเกี่ยวกับการประกันสุขภาพของคนต่างด้าวตามแนวทางการบริหารจัดการการทางานของคนต่างด้าวที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ และประสานงานกับบริษัทประกันภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย เพื่อเข้ามาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทาประกันสุขภาพและสิทธิประโยชน์ที่คนต่างด้าวดังกล่าวจะได้รับ ซึ่งคณะทางานฯ พิจารณาแล้วหนา ๓๗เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๑๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๗ มีมติเห็นชอบร่วมกันในหลักเกณฑ์การประกันสุขภาพของบริษัทประกันภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัยที่ประสงค์จะเข้าร่วมดาเนินการเกี่ยวกับการประกันสุขภาพของคนต่างด้าว ดังนี้1) ต้องเป็นบริษัทที่สามารถตรวจสอบรายชื่อ และที่ตั้งของบริษัทประกันวินาศภัย ได้จากสานักงานคณะกรรมการกากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย 2) อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนต้องไม่ต่ากว่าอัตราร้อยละหนึ่งร้อยสี่สิบ ซึ่งเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง ก าหนดประเภทและชนิดของเงินกองทุน รวมทั้งหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการคานวณเงินกองทุนของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2562 โดยสามารถตรวจสอบได้จากส านักงานคณะกรรมการก ากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย 3) มีประสบการณ์ด้านประกันสุขภาพ 4) มีช่องทางการซื้อประกัน และติดต่อได้สะดวกรวดเร็ว 5) สิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลไม่น้อยกว่าสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากการท าประกันสุขภาพกับกระทรวงสาธารณสุข6) สามารถตรวจสอบการปลอมแปลงกรมธรรม์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ1.3 กระทรวงแรงงานได้ก าหนดให้บริษัทประกันภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัยที่มีความประสงค์จะเข้าร่วมดาเนินการเกี่ยวกับการประกันสุขภาพของคนต่างด้าวตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว ยื่นความประสงค์เข้าร่วมดาเนินการฯ มาที่กรมการจัดหางาน โดยจะมีการตรวจสอบคุณสมบัติของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ฯ ที่คณะท างานฯ กาหนด และประชาสัมพันธ์รายชื่อบริษัทประกันภัยที่เชื่อมโยงข้อมูลการทาประกันสุขภาพของคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมาและเวียดนาม ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้คนต่างด้าว นายจ้าง ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบข้อมูล รวมทั้งสามารถพิจารณาเลือกทาประกันสุขภาพกับบริษัทประกันภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย ทั้งนี้ กรมการจัดหางานได้มีประกาศ เรื่อง การประชาสัมพันธ์รายชื่อบริษัทประกันภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัยที่เชื่อมโยงข้อมูลการทาประกันสุขภาพของคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (https://e-workpermit.doe.go.th)จ านวน 5 ฉบับ รวมทั้งสิ้น 17 บริษัท2. กรณีมีข้อร้องเรียนจากแรงงานต่างด้าวที่ซื้อผลิตภัณฑ์ประกันจากรายชื่อบริษัทของกระทรวงแรงงานแต่ไม่สามารถใช้ได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งได้รับการปฏิเสธจากโรงพยาบาล นั้นกระทรวงแรงงานโดยกรมการจัดหางานยังไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีไม่ได้รับประโยชน์ทดแทนจากการซื้อประกันสุขภาพแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม กรมการจัดหางานได้ประสานสานักงานคณะกรรมการกากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยมีหนังสือแจ้งขอความร่วมมือให้ตรวจสอบบริษัทฯ ทั้ง 17 ราย ที่ได้เชื่อมโยงข้อมูลการท าประกันฯ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมการจัดหางาน หากตรวจพบว่าปรากฏพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ขัดกฎหมาย หรือไม่สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัยหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ขอได้โปรดพิจารณาดาเนินการตามกฎหมาย และแจ้งกรมการจัดหางานทราบเพื่อยกเลิกการเชื่อมโยงข้อมูลและประชาสัมพันธ์แจ้งนายจ้าง ผู้ประกอบการ และแรงงานต่างด้าวได้รับทราบพฤติกรรมดังกล่าวต่อไปหนา ๓๘เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๑๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๗ 3. สาหรับกรณีแรงงานต่างด้าวซึ่งเป็นลูกจ้างของบริษัทเอกชนที่ใช้บริการผู้รับเหมาช่วงไม่ได้รับค่าจ้างตามที่ตกลง นั้น กระทรวงแรงงานโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ซึ่งมีอานาจและหน้าที่ในการดาเนินการกรณีนายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานพ.ศ. ๒๕๔1 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยลูกจ้างสามารถร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากพนักงานตรวจแรงงาน ตามช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ ทางจดหมาย โทรศัพท์สายด่วน ๑๕๔๖ และเว็บไซต์www.labour.go.th หรือมาพบด้วยตนเอง ณ สานักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดหรือสานักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานคร โดยลูกจ้างสามารถใช้สิทธิได้ ๒ กรณีดังนี้ กรณีที่ ๑ ละเมิดสิทธิที่เป็นตัวเงินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑เช่น ค่าจ้างค้างจ่าย ค่าล่วงเวลา ค่าทางานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย เป็นต้น ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคาร้องตามแบบที่อธิบดีกาหนด(คร. ๗) ต่อพนักงานตรวจแรงงาน ตามมาตรา ๑๒๓ เพื่อให้ดาเนินการวินิจฉัยค าร้องและออกค าสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินตามสิทธิที่พึงจะได้รับพร้อมดอกเบี้ยภายใน ๖0 วัน ตามมาตรา ๑๒๔กรณีที่ ๒ ละเมิดสิทธิซึ่งไม่เป็นตัวเงินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑เช่น นายจ้างไม่จัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจาสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี วันหยุดพักผ่อนประจาปีไม่จัดให้ลูกจ้างมีวันลาต่าง ๆ เช่น ลากิจ ลาคลอดบุตร ลาป่วย ลารับราชการทหาร ลาเพื่อฝึกอบรมไม่จัดท าข้อบังคับเกี่ยวกับการท างาน ทะเบียนลูกจ้าง เอกสารเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้าง เป็นต้น ลูกจ้างมีสิทธิแจ้งข้อร้องเรียนเพื่อให้พนักงานตรวจแรงงานเข้าตรวจสอบสภาพการจ้าง สภาพการทางานของนายจ้าง และมีคาสั่งตามมาตรา ๑๓๙ (๓) ให้นายจ้างปฏิบัติให้ถูกต้องในเรื่องที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องทั้งนี้ กรณีบริษัทที่มีการจ้างลูกจ้างประเภทรับเหมาค่าแรง (ซับคอนแทรค) ซึ่งเป็นการจ้างงานตามตรา 11/1 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติมกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมีการใช้มาตรการอย่างเคร่งครัดให้สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างรับเหมาค่าแรงปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑/๑ โดย1) จัดทาแนวปฏิบัติของพนักงานตรวจแรงงานในการดาเนินการตามมาตรา ๑๑/๑ ไว้เป็นการเฉพาะเพื่อให้หน่วยปฏิบัติเข้าใจถึงเจตนารมณ์ของบทบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2) หนังสือกาชับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่และตรวจสถานประกอบกิจการที่มีการจ้างลูกจ้างรับเหมาค่าแรงในช่วงที่เกิดภาวะทางเศรษฐกิจ อันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ให้มีการตรวจสภาพการจ้าง สภาพการทางานในสถานประกอบกิจการที่มีการจ้างลูกจ้างรับเหมาค่าแรง และเฝ้าระวังอย่างเคร่งครัด 3) จัดกิจกรรมการตรวจเยี่ยมสถานประกอบกิจการขนาดใหญ่ที่มีการจ้างลูกจ้างรับเหมาค่าแรงตามมาตรา 11/1 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านแรงงานจากผลกระทบการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่า สภาวะเศรษฐกิจและการหนา ๓๙เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๑๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๗ เปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี จนอาจทาให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างไปจนถึงการเลิกจ้างเพื่อลดปัญหาการเลิกจ้าง 4) แต่งตั้งชุดปฏิบัติการตรวจสอบการใช้แรงงานของลูกจ้างรับเหมาค่าแรงตามมาตรา 11/1 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ เพื่อดาเนินการตรวจสอบสภาพการจ้าง สภาพการทางานของลูกจ้างสัญชาติไทยและลูกจ้างสัญชาติอื่นในสถานประกอบกิจการทั่วราชอาณาจักร และ 5) ตรวจสถานประกอบกิจการที่มีการจ้างลูกจ้างตาม 11/1 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ โดยหน่วยปฏิบัติของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานทั่วประเทศหนา ๔๐เลม ๑๔๑ ตอนพิเศษ ๑๑๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๗Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)