ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษ [จำนวน ๒๒๑ ราย ๑. พันเอก โชติ ภาคอินทรีย์ ฯลฯ]
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
(อม.๓๓)คําพิพากษา คดีหมายเลขดําที่ อม. ๒/๒๕๖๕คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๕/๒๕๖๗ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองวันที่ ๔ เดือน มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗คณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ โจทกนางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตร ที่ ๑นายนิวัฒนธํารง บุญทรงไพศาล ที่ ๒นายสุรนันทน เวชชาชีวะ ที่ ๓บริษัทมติชน จํากัด (มหาชน) ที่ ๔บริษัทสยามสปอรต ซินดิเคท จํากัด (มหาชน) ที่ ๕นายระวิ โหลทอง ที่ ๖ จําเลยเรื่อง ความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการ ความผิดตอพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต ความผิดตอพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐโจทกฟองวา ขณะเกิดเหตุจําเลยที่ ๑ ดํารงตําแหนงนายกรัฐมนตรี มีอํานาจหนาที่ในการบริหารราชการแผนดินรวมกับรัฐมนตรีอื่น กํากับทั่วไปซึ่งการบริหารราชการแผนดิน และมีอํานาจอนุมัติเห็นชอบกรณีสวนราชการขอใชเงินงบกลาง วงเงินเกิน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตามมติคณะรัฐมนตรีระหวาง หนา ๑๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๒ จําเลยที่ ๒ ดํารงตําแหนงรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชย มีอํานาจหนาที่ในการบริหารราชการแผนดินรวมกับรัฐมนตรีอื่น และมีอํานาจสั่ง อนุญาตหรืออนุมัติใหสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีหรือขาราชการหรือผูปฏิบัติงานในสวนสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการหรือดําเนินการใด ๆ ไดในฐานะผูบังคับบัญชา หรือรัฐมนตรีเจาสังกัดแทนนายกรัฐมนตรี โดยจําเลยที่ ๒ มีอํานาจอนุมัติใหสั่งจางตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุพ.ศ. ๒๕๓๕ ขอ ๖๖ จําเลยที่ ๓ ดํารงตําแหนงเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปนผูบังคับบัญชาของขาราชการในสังกัดสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบในการปฏิบัติราชการขึ้นตรงตอนายกรัฐมนตรีมีอํานาจหนาที่ในการเผยแพรและประชาสัมพันธนโยบาย ยุทธศาสตร และผลงานของรัฐบาลเสนอความเห็นเพื่อการสั่งการของนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายใหเปนอํานาจหนาที่ของสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี หรือตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย จําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ จึงมีฐานะเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองและเปนเจาหนาที่ของรัฐ กับมีฐานะเปนเจาพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา จําเลยที่ ๔ และที่ ๕เปนนิติบุคคลตามกฎหมาย และเปนคูสัญญากับสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะผูรับจางจัดโครงการ Roadshow สรางอนาคตประเทศไทย Thailand ๒๐๒๐ (โครงการ Roadshow)จําเลยที่ ๖ เปนกรรมการผูจัดการจําเลยที่ ๕ เมื่อระหวางปลายเดือนสิงหาคม ๒๕๕๖ ถึงวันที่๑๒ มีนาคม ๒๕๕๗ เวลากลางวันและกลางคืนตอเนื่องกัน จําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ รวมกันปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบ เพื่อใหเกิดความเสียหายแกสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยทุจริต โดยจําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ใชอํานาจในตําแหนงโดยทุจริตอันเปนการเสียหายแกรัฐและสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อีกทั้งละเวนการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ โดยมุงหมายมิใหมีการแขงขันราคาจัดจางโครงการ Roadshow อยางเปนธรรมเพื่อเอื้อประโยชนแกจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ ใหเปนผูมีสิทธิทําสัญญากับหนวยงานของรัฐ โดยมีจําเลยที่ ๔ถึงที่ ๖ เปนผูชวยเหลือหรือใหความสะดวกในการกระทําความผิดของจําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ กอนหรือขณะกระทําความผิดดวยการตกลงรวมกันในการเสนอราคา กลาวคือ วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔คณะรัฐมนตรีภายใตการนําของจําเลยที่ ๑ ไดแถลงนโยบายตอรัฐสภา ขอ ๓.๔ กําหนดนโยบายสําคัญเกี่ยวกับโครงสรางพื้นฐานการพัฒนาระบบรางเพื่อขนสงมวลชน และการบริหารจัดการระบบขนสงสินคาและบริการหนา ๑๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
โดยพัฒนาระบบรถไฟทางคูเชื่อมชานเมืองและหัวเมืองหลักในเสนทางสําคัญ ศึกษาพัฒนารถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพมหานครไปยังภูมิภาค ตอมาวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๖ คณะรัฐมนตรีเสนอรางพระราชบัญญัติใหอํานาจกระทรวงการคลังกูเงินเพื่อการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานคมนาคมขนสงของประเทศ พ.ศ. ....ตอสภาผูแทนราษฎร ปรากฏวาในการพิจารณาวาระที่ ๑ (ขั้นรับหลักการ) ระหวางวันที่ ๒๘ - ๒๙มีนาคม ๒๕๕๖ มีสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจากพรรคฝายคานหลายรายตางอภิปรายทักทวงวารางพระราชบัญญัติดังกลาวขัดหรือแยงรัฐธรรมนูญ และจะดําเนินการยื่นเรื่องใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยทั้งตอมาสํานักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายมีหนังสือ ลงวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ถึงจําเลยที่ ๑มีขอเสนอแนะวารางพระราชบัญญัติดังกลาวอาจขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ จําเลยที่ ๑ หาไดรับฟงไมแตกลับสั่งการใหสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีไปจัดทําโครงการจัดนิทรรศการการสัมมนา และการโฆษณาประชาสัมพันธเผยแพรขอมูลเกี่ยวกับโครงการลงทุนพัฒนาโครงสรางพื้นฐานระบบคมนาคมขนสงของประเทศใหแกสาธารณชนทราบ ภายใตชื่อโครงการ Roadshow สรางอนาคตประเทศไทย Thailand ๒๐๒๐โดยมีจําเลยที่ ๓ ในฐานะเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปนผูรับผิดชอบโครงการ กําหนดวัตถุประสงคเพื่อสรางความรูความเขาใจเกี่ยวกับโครงการลงทุนพัฒนาโครงสรางพื้นฐานระบบคมนาคมขนสงของประเทศซึ่งจะเกิดขึ้นตอไปภายใตรางพระราชบัญญัติดังกลาว จากนั้น เมื่อปลายเดือนสิงหาคม ๒๕๕๖ จําเลยที่ ๓เปนประธานประชุมเตรียมการอยางไมเปนทางการหลายครั้งที่ทําเนียบรัฐบาล ไดขอสรุปวาเปนการเกินขีดความสามารถของสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จึงพิจารณาสรรหาใหเอกชนเขามาดําเนินการตอมา นายฐากูร บุนปาน กรรมการผูจัดการจําเลยที่ ๔ และ นายสรายุทธ มหวลีรัตน ตัวแทนของจําเลยที่ ๕ ไปพบจําเลยที่ ๓ ที่ทําเนียบรัฐบาล เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการรับจัดทําโครงการ Roadshowซึ่งขณะนั้น ยังไมมีกระบวนการจัดจาง จําเลยที่ ๓ สั่งให นายฐากูร และ นายสรายุทธ ไปรวบรวมผลงานที่ผานมาเพื่อมาเสนอจําเลยที่ ๓ อีกครั้ง โดยใหประสานขอมูลและรายละเอียดโครงการกับทีมงานหนาหองของจําเลยที่ ๓ ซึ่งจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ ดําเนินการตามที่จําเลยที่ ๓ สั่งการ ตอมาจําเลยที่ ๓ซึ่งรูอยูแลววาขณะนั้น ยังไมมีการดําเนินการตามขั้นตอนเพื่อใหไดมาซึ่งการจัดจางตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ แตกลับปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบโดยจําเลยที่ ๓ ตกลงใหจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ เปนผูรับจางจัดทําโครงการ Roadshow จํานวน ๑๒ จังหวัดไดแก จังหวัดหนองคาย จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดขอนแกน จังหวัดนครสวรรคหนา ๑๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดเชียงใหม จังหวัดชลบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดเพชรบุรีจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสงขลา และใหจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ จัดทํารูปแบบงาน (Presentation)เสนอจําเลยที่ ๓ เพื่อนําไปเสนอตอที่ประชุม จําเลยที่ ๔ และที่ ๕ จึงประชุมรวมกันที่สํานักงานของจําเลยที่ ๔ อีกทั้งตกลงแบงงานระหวางกันวาแตละบริษัทจะรับจัดทําโครงการที่จังหวัดใดจากนั้น รวมกันจัดทํารูปแบบงาน (Presentation) ใหแกทีมงานหนาหองของจําเลยที่ ๓ ตรวจสอบแกไขการกระทําของจําเลยที่ ๓ จึงเปนการกําหนดตัวบุคคลใหเปนผูรับจางไวลวงหนา เมื่อระหวางตนเดือนกันยายน ๒๕๕๖ ถึงกลางเดือนกันยายน ๒๕๕๖ จําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ รวมกันประชุมเตรียมความพรอมดําเนินโครงการที่ทําเนียบรัฐบาล รวมกับจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ พรอมหนวยงานราชการตาง ๆ ซึ่งจําเลยที่ ๑ และที่ ๒ รูอยูแลววาสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรียังไมไดดําเนินการตามขั้นตอนการจัดจาง แตกลับรวมกันปฏิบัติหรือละเวนหนาที่โดยมิชอบ โดยจําเลยที่ ๔ เปนผูนําเสนอรูปแบบงาน (Presentation) ที่จําเลยที่ ๔ และที่ ๕ รวมกันจัดทําไว อันเปนพฤติการณแสดงใหปรากฏแกจําเลยที่ ๑ และที่ ๒ วาจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ เปนผูรับจางจัดโครงการนี้แลว จําเลยที่ ๑ซึ่งเปนประธานที่ประชุมไดสอบถามเกี่ยวกับรายละเอียดของโครงการจากจําเลยที่ ๔ และทักทวงถึงรูปแบบของงานที่นํามาเสนอ จากนั้น สั่งการใหจําเลยที่ ๔ ไปแกไขรูปแบบงานในหลายประเด็นโดยมิไดทักทวงถึงการรับดําเนินงานของจําเลยที่ ๔ ตอมามีการประชุมครั้งที่สองจําเลยที่ ๑ และที่ ๒เขารวมประชุมดวย อันเปนการตกลงรวมกันกับจําเลยที่ ๓ กําหนดตัวบุคคลใดใหเปนผูรับจางไวกอนลวงหนาเปนเหตุใหผูอื่นไมมีโอกาสเขาทําการเสนอราคาอยางเปนธรรม อันเปนการปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยทุจริต เพื่อเอื้อประโยชนใหแกจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ โดยหลังจากการประชุมครั้งที่สองนายกรณินทร กาญจโนมัย ทีมงานหนาหองจําเลยที่ ๓ พาเจาหนาที่ของจําเลยที่ ๔ ไปแนะนําตัวกับ นายพงษศักดิ์ ศิริวงษ ผูอํานวยการสํานักบริหารกลาง สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แลวแจงวาจําเลยที่ ๔ จะเขามาเปนผูรับจางจัดโครงการนี้ ตอมาระหวางกลางเดือนกันยายน ๒๕๕๖ ถึงวันที่๒๖ กันยายน ๒๕๕๖ จําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ รวมกันปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบเพื่อใหเกิดความเสียหายแกสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และเงินงบกลางอันเปนงบประมาณแผนดินโดยจําเลยที่ ๓ เรียก นายพงษศักดิ์ ไปพบที่หองทํางานที่ทําเนียบรัฐบาล แลวแจงวาจะใหจําเลยที่ ๔และที่ ๕ เปนผูรับจางจัดทําโครงการ Roadshow รวมทั้งสิ้น ๑๒ จังหวัด จากนั้น สั่งการให นายพงษศักดิ์หนา ๑๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
และเจาหนาที่ไปดําเนินการตั้งเรื่องเพื่อเสนอขอใชเงินงบกลาง จํานวน ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทเพื่อดําเนินโครงการที่จังหวัดหนองคายและจังหวัดนครราชสีมา ตามที่กําหนดแผนดําเนินการชวงตนเดือนถึงกลางเดือนตุลาคม ๒๕๕๖ มาใหจําเลยที่ ๓ ลงนามโดยเร็ว จําเลยที่ ๓ ลงนามในบันทึกขอความสํานักบริหารกลาง ดวนที่สุด สบก.(กผง.) ๘๓๐/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๖ เสนอจําเลยที่ ๑โดยผานจําเลยที่ ๒ ขออนุมัติใชเงินงบกลาง รายการเงินสํารองจายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปนเปนเงิน ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท จําเลยที่ ๒ พิจารณาแลว จึงลงนามผานเรื่องเสนอไปยังจําเลยที่ ๑เมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๖ ซึ่งระหวางเสนอขออนุมัติเงินงบกลางนี้ จําเลยที่ ๔ มีหนังสือลงวันที่๒๓ กันยายน ๒๕๕๖ ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย แจงวาจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ ไดรับมอบหมายจากสํานักนายกรัฐมนตรี ใหเปนผูจัดทําโครงการ โดยจะมีการจัดงาน รวมทั้งสิ้น ๑๒ จังหวัดพรอมกําหนดวันเวลาและสถานที่การจัดงานของแตละจังหวัด จึงขอความอนุเคราะหใหแตละจังหวัดอํานวยความสะดวกในเรื่องตาง ๆ ขณะเดียวกัน สํานักโฆษกจัดทําบันทึกขอความลงวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๖เสนอจําเลยที่ ๓ เพื่ออนุมัติหลักการจัดจาง ทั้งนี้ จําเลยที่ ๑ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีอํานาจอนุมัติงบกลางรายการดังกลาว ยอมตองถือปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๒ซึ่งจะตองพิจารณาวาเปนกรณีที่มีความจําเปนและเรงดวนหรือไม ทั้งยังตองพิเคราะหคํานึงดวยวาเปนกรณีที่ตองรีบดําเนินการเพื่อมิใหเกิดความเสียหายตอราชการหรือไม ซึ่งจําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓มิอาจทราบไดอยางชัดแจงเลยวา รางพระราชบัญญัติดังกลาวจะตราออกมาบังคับใชโดยสมบูรณและชอบดวยรัฐธรรมนูญหรือไม จําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ จะตองพึงตระหนักและระมัดระวังการใชจายเงินงบประมาณแผนดินเพื่อการนั้นอยางคุมคาและมีประสิทธิภาพ และบังเกิดประโยชนสูงสุดตอทางราชการและประชาชน นอกจากนี้ โครงการดังกลาวไมอยูในแผนงานหรือโครงการของสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีในปงบประมาณ ๒๕๕๖ ทั้งยังมีวัตถุประสงคโครงการและพื้นที่ดําเนินการบางสวนซ้ําซอนกับโครงการที่กระทรวงคมนาคมไดจัดทําแลว โดยจําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ทราบขอเท็จจริงดังกลาวเปนอยางดี เนื่องจากการดําเนินโครงการของกระทรวงคมนาคมเปนไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่๒๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๖ ที่มีจําเลยที่ ๑ เปนนายกรัฐมนตรี และจําเลยที่ ๒ เปนรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น อีกทั้งจําเลยที่ ๑ เปนประธานเปดงานโครงการดังกลาวโดยมีจําเลยที่ ๒ เขารวมดวย โครงการ Roadshow จึงมิใชกรณีที่มีความจําเปนหรือเรงดวน ทั้งไมปรากฏวาหนา ๑๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
หากไมดําเนินการแลวอาจจะเสียหายแกทางราชการ จึงไมเขาเงื่อนไขที่จําเลยที่ ๑ จะพิจารณาอนุมัติใหใชเงินงบกลางได แตจําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ กลับรวมกันปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบเพื่อใหเกิดความเสียหายแกสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยจําเลยที่ ๓ ลงนามในบันทึกขอความเสนอของบกลางตอจําเลยที่ ๑ โดยมีจําเลยที่ ๒ พิจารณาแลวลงนามผานเรื่องไปยังจําเลยที่ ๑ตอมาจําเลยที่ ๑ ใชดุลพินิจบิดผันสั่งอนุมัติงบกลางรายการดังกลาว จํานวน ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทเมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๖ เพื่อเปนคาใชจายในการดําเนินโครงการ Roadshow ที่จังหวัดหนองคายและจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ กระทําไปโดยมีเจตนารวมกันเพื่อใหมีการนําเงินงบกลางมาเปนคาใชจายในการดําเนินโครงการ อันเปนการปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยทุจริตเพื่อใหเกิดความเสียหายแกสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยวันแถลงขาวโครงการ Roadshowเมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๖ จําเลยที่ ๑ เปนประธานแถลงขาว มีเจาหนาที่ของจําเลยที่ ๔ และที่ ๕เปนผูประสานใหสื่อมวลชนมารวมงานแถลงขาว และยังชวยกันทําหนาที่ลงทะเบียนสื่อมวลชนซึ่งมาเสนอขาวอีกดวย อันเปนพฤติการณแสดงแจงชัดวาจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ เปนผูรับจางจัดโครงการ Roadshow เรียบรอยแลว ทั้งที่ยังไมไดดําเนินการตามขั้นตอนการจัดจางตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ตอมาเมื่อระหวางวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๖ถึงวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๖ จําเลยที่ ๒ และที่ ๓ รวมกันปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบเพื่อใหเกิดความเสียหายแกสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในการดําเนินการตามขั้นตอนการจัดจางโครงการ Roadshow จังหวัดหนองคายและจังหวัดนครราชสีมา โดยเจาหนาที่ของจําเลยที่ ๔มาพบ นายพงษศักดิ์ ที่สํานักบริหารกลาง เพื่อติดตอขอยื่นเอกสารขอเสนอดานราคาจําเลยที่ ๒ และที่ ๓ผูมีอํานาจในการสั่งจางโดยวิธีพิเศษ ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ขอ ๖๖ ยอมรูวาโดยสภาพของโครงการ Roadshow ไมเขาเงื่อนไขในลักษณะเปนงานที่ตองกระทําโดยเรงดวน หากลาชาอาจจะเสียหายแกราชการได ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุพ.ศ. ๒๕๓๕ ขอ ๒๔ (๓) อีกทั้งโครงการนี้มิไดผานการพิจารณาของคณะกรรมการบูรณาการการประชาสัมพันธโครงการการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานเพื่อสรางอนาคตประเทศ ในการกําหนดรูปแบบหรือแผนการประชาสัมพันธโครงการ ทั้งที่จําเลยที่ ๓ เปนประธานกรรมการดังกลาว แตจําเลยที่ ๓กลับลงนามบันทึกขอความ สํานักบริหารกลาง ลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๖ เสนอจําเลยที่ ๒หนา ๒๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
เพื่อขออนุมัติหลักการจัดโครงการ Roadshow ที่จังหวัดหนองคาย และจังหวัดนครราชสีมาในวงเงินไมเกิน ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยวิธีพิเศษ และวันเดียวกันจําเลยที่ ๒ ใชอํานาจอนุมัติหลักการตามบันทึกขอความฉบับดังกลาว อันเปนการคัดเลือกผูเสนอราคาโดยเจาะจงใหจําเลยที่ ๔ เปนผูไดรับการคัดเลือกในการเสนอราคา การกระทําของจําเลยที่ ๒ และที่ ๓ เปนการใชดุลพินิจและกระทําการโดยไมชอบตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ขอ ๒๔ (๓) อันเปนการปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบ เพื่อใหเกิดความเสียหายแกระบบการจัดจางของสํานักนายกรัฐมนตรี โดยอาศัยขั้นตอนของกระบวนการจัดจางใหเห็นวาโครงการ Roadshow ไดดําเนินการเปนลําดับขั้นตอนโดยเปดโอกาสใหมีการเชิญจําเลยที่ ๔ เขามาเปนผูเสนอราคาในโครงการ Roadshow ทั้งที่ไมเปนความจริงอันเปนการปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยทุจริต จากนั้น วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๖จําเลยที่ ๓ ลงนามในบันทึกขอความสํานักบริหารกลาง อนุมัติแตงตั้งคณะกรรมการกําหนดราคากลางโครงการ Roadshow ในสวนพื้นที่จังหวัดหนองคายและจังหวัดนครราชสีมา และลงนามในบันทึกขอความสํานักบริหารกลาง ลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ อนุมัติใหดําเนินการจัดจางโดยวิธีพิเศษ และแตงตั้งคณะกรรมการจัดจางโดยวิธีพิเศษ วงเงินงบประมาณ ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งจําเลยที่ ๓ ไดพูดกับนางสาวนัทรียา ทวีวงศ ผูอํานวยการสํานักโฆษก และ นางสาวปวีณา ปริวัฒนศักดิ์ ที่ตึกไทยคูฟาทําเนียบรัฐบาล วา รูแลวใชมั้ยวาจะมีงานโรดโชว จัดนิทรรศการ ใหลองพิจารณาบริษัทมติชน ดูนะวามีศักยภาพเปนผูรับจางจัดงานหรือไม หลังจากนั้น นางสาวนัทรียา และ นางสาวปวีณา ไดรับแตงตั้งเปนประธานกรรมการ และกรรมการจัดจางโดยวิธีพิเศษ ตามลําดับ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖คณะกรรมการจัดจางโดยวิธีพิเศษเชิญจําเลยที่ ๔ มาเสนอราคาที่สํานักบริหารกลาง นายพงษศักดิ์แจงให นางสาวปวีณา ทราบวา จําเลยที่ ๓ สืบหาผูรับจางแลว ใหเชิญจําเลยที่ ๔ มาเสนอราคาอันเปนพฤติการณที่จําเลยที่ ๓ ไดครอบงําสั่งการหรือจูงใจเพื่อใหคณะกรรมการจัดจางโดยวิธีพิเศษจํายอมตองยอมรับการเสนอราคาของจําเลยที่ ๔ ตามที่จําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ รวมกันกําหนดตัวผูรับจางไวลวงหนามาตั้งแตตน ทั้งนี้ จําเลยที่ ๔ ทราบเปนอยางดีวาการที่จําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓รวมกันกําหนดตัวจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ ใหเปนผูรับจางไวลวงหนากอนดําเนินกระบวนการจัดจางยอมเปนการอันมิชอบดวยกฎหมาย แตจําเลยที่ ๔ ก็เขาทําการเสนอราคาเปนเงิน ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทอันเปนการชวยเหลือสนับสนุนการกระทําผิดของจําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ เพื่อใหการจัดจางครั้งนี้เปนผลสําเร็จหนา ๒๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
การที่คณะกรรมการจัดจางโดยวิธีพิเศษพิจารณาอยางเรงรีบในวันเดียวตามที่จําเลยที่ ๓ สั่งการแลวเห็นควรจางจําเลยที่ ๔ ทั้งที่คณะกรรมการกําหนดราคากลางยังประชุมเพื่อพิจารณากําหนดราคากลางไมแลวเสร็จ แตเนื่องจากตามเอกสารขอบเขตงาน (TOR) และเอกสารขอเสนอดานราคาของจําเลยที่ ๔จะตองดําเนินการดวยสื่อรถแหประชาสัมพันธวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ จึงลงวันที่ยอนหลังในบันทึกรายงานคณะกรรมการกําหนดราคากลาง บันทึกรายงานผลการพิจารณาของคณะกรรมการจัดจางโดยวิธีพิเศษและบันทึกเสนอขออนุมัติจัดจางจําเลยที่ ๔ เปนผูรับจางจัดโครงการ เปนวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖เพื่อใหดูเสมือนวาเปนไปตามลําดับขั้นตอนการจัดจาง และการจัดทําราคากลาง ราคาอางอิงเกือบทั้งหมดตรงกับขอเสนอราคาของจําเลยที่ ๔ นอกจากนี้ มีการสืบราคาจากเว็บไซตขาวสด เว็บไซตมติชนออนไลนและเว็บไซตประชาชาติธุรกิจ ซึ่งเปนบริษัทเครือเดียวกับจําเลยที่ ๔ อันเปนการนําเฉพาะราคาของจําเลยที่ ๔ เพียงรายเดียวเทานั้นมาคิดคํานวณเปนราคากลาง จึงมิอาจนํามาใชเปนฐานสําหรับเปรียบเทียบราคาที่ผูเสนอราคาไดยื่นเสนอไว จําเลยที่ ๓ ไดอนุมัติยอนหลังวันเดียวกันใหใชราคากลางในวงเงิน ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท จากนั้น คณะกรรมการจัดจางโดยวิธีพิเศษจัดทําบันทึกขอความรายงานผลการพิจารณายอนหลังลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ เสนอจําเลยที่ ๓ เพื่อพิจารณานําเสนอตอจําเลยที่ ๒ อนุมัติเห็นควรจางจําเลยที่ ๔ โดยจําเลยที่ ๒ และที่ ๓ มีหนาที่ในการจัดการเงินงบประมาณแผนดินอันเปนทรัพยสินของสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กลับรวมกันใชอํานาจในตําแหนงโดยทุจริต โดยจําเลยที่ ๓ เห็นชอบและลงนามในบันทึกขอความ สํานักบริหารงานกลางลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ เสนอจําเลยที่ ๒ เพื่อขออนุมัติเห็นควรจางจําเลยที่ ๔ เปนผูจัดทําโครงการ Roadshow เปนเงินทั้งสิ้น ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท จากนั้น จําเลยที่ ๒ อนุมัติยอนหลังลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ ใหจางจําเลยที่ ๔ เปนผูจัดทําโครงการ Roadshow ในวงเงินดังกลาวตามที่ไดกําหนดไวลวงหนา โดยรูอยูแลววาเปนเหตุใหผูอื่นไมมีโอกาสเขาทําการแขงขันราคาอยางเปนธรรมแตกระทําไปเพื่อเอื้อประโยชนใหแกจําเลยที่ ๔ เขาเปนผูรับจางจัดโครงการ Roadshow กับสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จากนั้น สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีลงนามในหนังสือสั่งจาง ลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖จางจําเลยที่ ๔ ดําเนินโครงการ Roadshow ในสองจังหวัดดังกลาว รวมเปนเงินทั้งสิ้น๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท อันเปนการเสียหายแกรัฐและสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตอมาเมื่อระหวางวันที่๙ ตุลาคม ๒๕๕๖ ถึงวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๗ จําเลยที่ ๒ และที่ ๓ รวมกันปฏิบัติหรือละเวนหนา ๒๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
การปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบเพื่อใหเกิดความเสียหายแกสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยเมื่อวันที่๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ จําเลยที่ ๓ อนุมัติหลักการจัดจางโครงการ Roadshow สวนที่เหลืออีก ๑๐ จังหวัดวงเงินไมเกิน ๒๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยใหเบิกจายจากเงินงบประมาณ ซึ่งจําเลยที่ ๒ และที่ ๓รูอยูแลววา โครงการ Roadshow ไมเขาเงื่อนไขในลักษณะเปนงานที่ตองกระทําโดยเรงดวนหากลาชาอาจจะเสียหายแกราชการได ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ขอ ๒๔ (๓) แตจําเลยที่ ๓ กลับลงนามในบันทึกขอความสํานักบริหารกลาง ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖เสนอจําเลยที่ ๒ เพื่อขออนุมัติหลักการจัดโครงการดังกลาวโดยวิธีพิเศษ ซึ่งจําเลยที่ ๒ อนุมัติในหลักการในวันเดียวกัน เปนการใชดุลพินิจโดยมิชอบเพื่อใหเกิดความเสียหายแกระบบการจัดจางของสํานักนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ เพื่อเปนการเปดโอกาสใหมีการเชิญจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ เขามาเปนผูเสนอราคาในโครงการ Roadshow อันเปนการปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยทุจริตวันเดียวกันจําเลยที่ ๓ ลงนามอนุมัติใหมีการจัดจางโครงการ Roadshow โดยวิธีพิเศษ พรอมแตงตั้งคณะกรรมการจัดจางโดยวิธีพิเศษ โดยแยกการดําเนินงานออกเปน ๒ กลุม กลุมละ ๕ จังหวัดภายในวงเงินไมเกิน ๒๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งคณะกรรมการจัดจางโดยวิธีพิเศษเชิญจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ใหมาเสนอราคา ปรากฏวาจําเลยที่ ๖ มีหนังสือในนามจําเลยที่ ๕ ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ตอจําเลยที่ ๓ ขอยื่นเสนอราคาและเสนองานเพื่อรับจัดจางทําโครงการ Roadshow ซึ่งจําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๖ทราบดีวาการที่จําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ รวมกันกําหนดตัวจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ ใหเปนผูรับจางไวลวงหนากอนดําเนินกระบวนจัดจางยอมเปนการอันมิชอบดวยกฎหมาย แตจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ ตกลงรวมกันและแบงงานที่จะรับจัดทําโครงการดังกลาว บริษัทละ ๕ จังหวัด โดยจําเลยที่ ๔ จะยื่นเสนอราคาในจังหวัดกลุมสอง สวนจําเลยที่ ๕ จะยื่นเสนอราคาในจังหวัดกลุมแรก ในวงเงินบริษัทละ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท อันเปนการหลีกเลี่ยงการแขงขันราคาอยางเปนธรรม และไมเปดโอกาสใหมีการแขงขันราคาอยางเปนธรรม การกระทําของจําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๖ จึงเปนการชวยเหลือสนับสนุนการกระทําผิดของจําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ โดยคณะกรรมการจัดจางโดยวิธีพิเศษพิจารณาแลวเห็นสมควรจางจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ เปนผูดําเนินการจัดโครงการดังกลาวในวงเงินคนละ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท รวมเปนเงินทั้งสิ้น ๒๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท จึงจัดทําบันทึกขอความลงวันที่๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ เสนอจําเลยที่ ๓ เพื่อพิจารณานําเสนอตอจําเลยที่ ๒ อนุมัติเห็นควรจางจําเลยที่ ๔หนา ๒๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
และที่ ๕ โดยจําเลยที่ ๒ และที่ ๓ รวมกันใชอํานาจในตําแหนงโดยทุจริต จําเลยที่ ๓ เห็นชอบและลงนามในบันทึกขอความสํานักบริหารกลาง ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ เสนอจําเลยที่ ๒ เพื่อขออนุมัติใหใชคณะกรรมการกําหนดราคากลาง และราคากลางที่เคยอนุมัติใหใชในการจัดโครงการ Roadshowที่จังหวัดหนองคายและจังหวัดนครราชสีมา พรอมขออนุมัติใหจางจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ เปนผูจัดทําโครงการเปนเงินทั้งสิ้น ๒๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งจําเลยที่ ๒ อนุมัติตามขอเสนอในวันเดียวกัน ทั้งที่จําเลยที่ ๑ถึงที่ ๖ รูอยูแลววาการกําหนดตัวบุคคลไวลวงหนา เปนเหตุใหผูอื่นไมมีโอกาสเขาทําการแขงขันราคาอยางเปนธรรม เพื่อเอื้อประโยชนใหแกจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ ไดเขาเปนผูรับจางจัดโครงการ Roadshowโดยวันเดียวกัน สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีไดลงนามในหนังสือสั่งจางลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖จางจําเลยที่ ๔ ดําเนินโครงการในสวนจังหวัดกลุมสอง เปนเงินทั้งสิ้น ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทและลงนามหนังสือสั่งจาง ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ จางจําเลยที่ ๕ ดําเนินโครงการในสวนจังหวัดกลุมแรก เปนเงินทั้งสิ้น ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท แตเปนการกอหนี้ผูกพันกอนไดรับเงินประจํางวดในวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๖ อันเปนฝาฝนตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒มาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง จําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ จึงรวมกันดําเนินการเพื่อใหคณะรัฐมนตรีมีมติยกเวนการลงนามในสัญญาทั้งสองฉบับกอนไดรับเงินประจํางวด โดยอางเหตุวาเปนกรณีที่มีความจําเปนและเรงดวนเชนเดิมเพื่อใหเขาเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๒๓ วรรคสี่ โดยจําเลยที่ ๓ลงนามบันทึกขอความสํานักบริหารกลาง ลงวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ เสนอจําเลยที่ ๒ ลงนามในหนังสือไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอเรื่องตอคณะรัฐมนตรีเพื่อมีมติอนุมัติ จําเลยที่ ๒ ในฐานะรัฐมนตรีเจาสังกัดผูมีอํานาจเสนอเรื่องตอคณะรัฐมนตรี จึงลงนามในหนังสือถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อขอใหคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติในวันเดียวกัน โดยจําเลยที่ ๑ และที่ ๒ ลงมติอนุมัติตามเสนอทั้งที่รูวากรณีไมเขาเงื่อนไขอันจะไดรับการยกเวน เปนเหตุใหคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๗อนุมัติใหมีการลงนามในสัญญากอนไดรับเงินประจํางวด ตอมาศาลรัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉัยที่ ๓ - ๔/๒๕๕๗ลงวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๗ วารางพระราชบัญญัติใหอํานาจกระทรวงการคลังกูเงินเพื่อการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานคมนาคมขนสงของประเทศ พ.ศ. .... ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปนผลใหโครงการตาง ๆ อันจะเกิดขึ้นภายใตรางพระราชบัญญัติดังกลาวมิอาจบังเกิดขึ้นไดจริง ดังนั้น โครงการ Roadshowซึ่งใชเงินงบประมาณแผนดินสูงถึง ๒๔๐ ลานบาท เกิดความสูญเปลา ไมบรรลุผลตามวัตถุประสงคที่ตั้งไวหนา ๒๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
ซึ่งเปนผลโดยตรงอันเกิดจากการกระทําโดยมิชอบของจําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๖ โดยสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีตองจายเงินคาจัดทําโครงการใหแกจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ รวมกันเปนจํานวนเงินทั้งสิ้น๒๓๙,๗๐๐,๐๐๐ บาท การกระทําดังกลาวอาศัยอํานาจหนาที่ในตําแหนงของจําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓รวมกับจําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๖ ในลักษณะแบงหนาที่กันทํา จึงเปนการกระทําโดยมีเจตนาทุจริตเปนเหตุใหเกิดความเสียหายแกสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและแกทางราชการ จํานวนเงิน๒๓๙,๗๐๐,๐๐๐ บาท เหตุเกิดที่แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร กอนคดีนี้ จําเลยที่ ๑เปนบุคคลคนเดียวกับจําเลยในคดีหมายเลขแดงที่ อม.๒๑๑/๒๕๖๐ ของศาลนี้ ขอใหลงโทษจําเลยที่ ๑ถึงที่ ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑, ๑๕๗ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๙๒และพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒, ๑๓ลงโทษจําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๖ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑, ๑๕๗ ประกอบมาตรา ๘๖พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๑๙๒ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖ และพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๔, ๑๒, ๑๓ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖ กับนับโทษจําเลยที่ ๑ ตอจากโทษของจําเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่อม. ๒๑๑/๒๕๖๐ ของศาลนี้โจทกยื่นฟองกรณีไมปรากฏตัวจําเลยที่ ๑ ตอหนาศาล ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๗ วรรคสองจําเลยที่ ๓ ยื่นคํารองและแกคํารองวา การฟองคดีของโจทกลวงพนระยะเวลาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๗ วรรคสามโจทกไมไดบรรยายฟองวาจําเลยที่ ๓ เปนเจาพนักงานผูมีหนาที่ซื้อ ทํา จัดการ หรือรักษาทรัพยอันเปนวัตถุมีรูปรางอันใด และใชอํานาจในตําแหนงแสวงหาประโยชนที่มิควรไดโดยชอบดวยกฎหมายจากตัวทรัพยนั้นอยางไร ทั้งไมบรรยายวาจําเลยที่ ๓ มีหนาที่โดยตรงในการจัดซื้อจัดจางอยางไรหนา ๒๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
ปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่อยางไร มีเจตนาพิเศษและโครงการ Roadshow เกิดความสูญเปลาอยางไรฟองโจทกสําหรับจําเลยที่ ๓ จึงไมชอบดวยกฎหมาย ขอใหศาลสั่งไมประทับรับฟององคคณะผูพิพากษามีคําสั่งวา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๗ วรรคทาย บัญญัติวา การฟองคดีเมื่อลวงพนกําหนดระยะเวลาตามที่กําหนดในมาตรานี้ยอมกระทําไดถาไดฟองภายในอายุความ ดังนี้ เมื่อโจทกยื่นฟองคดีภายในกําหนดอายุความ ขออางของจําเลยที่ ๓ จึงหาเปนการตัดอํานาจฟองของโจทกไมฟองโจทกไมไดบรรยายองคประกอบใหเห็นวาจําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ เปนเจาพนักงานผูมีหนาที่ซื้อ ทําจัดการ หรือรักษาทรัพยอยางไร โจทกบรรยายฟองเจาะจงวาจําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ มีสวนเกี่ยวของเพียงเปนผูอนุมัติงบกลางหรืองบประมาณเทานั้น จึงไมชัดเจนวาโจทกประสงคจะเอาผิดและใหลงโทษจําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ เพราะจําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ไดเอาอํานาจในตําแหนงหนาที่ราชการนั้นไปใชหรือไมและในลักษณะใดแน กรณีถือวาฟองโจทกไมไดบรรยายโดยแจงชัดซึ่งสาระสําคัญ และถือวาเปนฟองที่ไมครบองคประกอบของความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑ จึงเปนฟองที่ไมชอบดวยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๘วรรคสาม กรณีนี้เปนกรณีที่ฟองไมครบองคประกอบความผิด ทั้งจําเลยที่ ๓ ไดยื่นคํารองขอใหศาลวินิจฉัยในปญหาดังกลาว จึงไมอาจใหโจทกแกฟองที่ขาดองคประกอบความผิดใหเปนฟองที่ครบองคประกอบความผิดไดแตโจทกบรรยายฟองในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ชอบดวยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๘วรรคสาม จึงมีคําสั่งไมประทับรับฟองขอหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑ สวนขอหาอื่นใหประทับรับฟองไวพิจารณาโจทกอุทธรณคําสั่งไมประทับรับฟองขอหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑ตอที่ประชุมใหญศาลฎีกาที่ประชุมใหญศาลฎีกาโดยองคคณะชั้นวินิจฉัยอุทธรณพิจารณาแลว พิพากษายืนหนา ๒๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
ศาลสงหมายเรียกและสําเนาคําฟองใหจําเลยที่ ๑ ทราบโดยชอบแลว จําเลยที่ ๑ ไมมาศาลและไดออกหมายจับแลวแตไมสามารถจับตัวไดภายในกําหนด จึงพิจารณาคดีโดยไมตองกระทําตอหนาจําเลยที่ ๑ และจําเลยที่ ๑ ไมมาศาลในวันนัดพิจารณาครั้งแรก ถือวาจําเลยที่ ๑ใหการปฏิเสธ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๘ วรรคหนึ่ง วรรคสอง และมาตรา ๓๓ วรรคสาม แตจําเลยที่ ๑ตั้งทนายความมาดําเนินการแทน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๘ วรรคสองจําเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ใหการปฏิเสธพิเคราะหพยานหลักฐานตามทางไตสวนของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองประกอบสํานวนการไตสวนของโจทก คําแถลงปดคดีของโจทกและจําเลยทั้งหกแลว ขอเท็จจริงรับฟงเปนยุติวา ขณะเกิดเหตุจําเลยที่ ๑ ดํารงตําแหนงนายกรัฐมนตรี มีอํานาจหนาที่ในการบริหารราชการแผนดินกํากับทั่วไปซึ่งการบริหารราชการแผนดิน มอบหมายใหรองนายกรัฐมนตรีกํากับการบริหารราชการตลอดจนดําเนินการอื่น ๆ ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผนดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๑และยังมีอํานาจอนุมัติเห็นชอบกรณีสวนราชการขอใชเงินงบกลาง ในวงเงินเกิน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๒ เรื่อง แนวทางปฏิบัติกรณีขออนุมัติใชเงินงบกลางรายการเงินสํารองจายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจําเปน จําเลยที่ ๒ ดํารงตําแหนงรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชย มีอํานาจหนาที่ในการบริหารราชการแผนดินรวมกับรัฐมนตรีอื่นมีอํานาจสั่ง อนุญาต หรืออนุมัติใหสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีหรือขาราชการหรือผูปฏิบัติงานในสวนสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการหรือดําเนินการใด ๆ ไดตามกฎหมาย และในฐานะผูบังคับบัญชาหรือรัฐมนตรีเจาสังกัดแทนนายกรัฐมนตรีตามคําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรีที่ ๑๕๑/๒๕๕๖ลงวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๖ และมีอํานาจอนุมัติใหสั่งจางตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ขอ ๖๖ จําเลยที่ ๓ ดํารงตําแหนงเลขาธิการนายกรัฐมนตรีซึ่งเปนผูบังคับบัญชาของขาราชการในสังกัดสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบในการปฏิบัติราชการขึ้นตรงตอนายกรัฐมนตรี ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผนดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๓มีอํานาจหนาที่ในการเผยแพรและประชาสัมพันธนโยบาย ยุทธศาสตร และผลงานของรัฐบาลหนา ๒๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
เสนอความเห็นเพื่อการสั่งการของนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายใหเปนอํานาจหนาที่ของสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี หรือตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย จําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ จึงเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมือง และเปนเจาหนาที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒มาตรา ๔ กับเปนเจาพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายตอรัฐสภา ขอ ๓.๔ นโยบายโครงสรางพื้นฐาน การพัฒนาระบบรางเพื่อขนสงมวลชน และการบริหารจัดการระบบขนสงสินคาและบริการ โดยกลาวถึงการพัฒนาระบบรถไฟทางคูเชื่อมชานเมืองและหัวเมืองหลักในเสนทางสําคัญ พัฒนารถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพมหานครไปยังภูมิภาค ตามเอกสารหมาย จ.๑๖ วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๕ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและรับทราบผลการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตรเพื่อการฟนฟูและสรางอนาคตประเทศ(กยอ.) ครั้งที่ ๕/๒๕๕๕ (กรณีเรงดวน ๔ ประเด็น) โดยมีประเด็นเกี่ยวกับการพัฒนาระบบโครงสรางพื้นฐานดานการขนสงรวมอยูดวย วันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๖ คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบและเห็นชอบกรณีกระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติสํานักงบประมาณ และหนวยงานที่เกี่ยวของ ไดประชุมหารือรวมกันเพื่อยกรางพระราชบัญญัติใหอํานาจกระทรวงการคลังกูเงินเพื่อการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานคมนาคมขนสงของประเทศ พ.ศ. ....เพื่อใหรัฐบาลสามารถจัดหาแหลงเงินทุนเพื่อใชในการลงทุนดานโครงสรางพื้นฐานของประเทศใหมีความตอเนื่องและเชื่อมโยงอยางเปนระบบ วงเงินไมเกิน ๒ ลานลานบาท วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๖คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบยุทธศาสตรการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานคมนาคมขนสงของประเทศเพื่อเปนขอมูลประกอบการจัดทํารางพระราชบัญญัติดังกลาว และเห็นชอบใหกระทรวงคมนาคมจัดนิทรรศการเรื่อง การลงทุนพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานคมนาคมขนสงของประเทศเพื่อสรางความรูความเขาใจแกประชาชนตามเอกสารหมาย จ.๑๘ และ จ.๑๙ กระทรวงคมนาคมจัดทําโครงการนิทรรศการ Thailand ๒๐๒๐กาวใหม เชื่อมไทยสูโลก นิทรรศการของประชาชน และโครงการจางสัมมนาเพื่อรับฟงความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง การลงทุนพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานคมนาคมขนสงของประเทศ ระหวางวันที่๘ - ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๖ ที่ศูนยราชการเฉลิมพระเกียรติ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร วงเงินงบประมาณ๔๑,๙๖๐,๓๘๑ บาท โดยจัดจางโดยวิธีพิเศษ มีจําเลยที่ ๑ เปนประธานเปดงาน และจําเลยที่ ๒หนา ๒๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
ซึ่งดํารงตําแหนงรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีมารวมงานดวย หลังจากนั้น กระทรวงคมนาคมดําเนินโครงการประชาสัมพันธและสํารวจความคิดเห็นของประชาชนตอแผนลงทุนพัฒนาโครงสรางพื้นฐานระบบคมนาคมขนสง พ.ศ. ๒๕๕๖ - ๒๕๖๓ ในชวงระหวางวันที่ ๑๙ - ๒๑ เมษายน ๒๕๕๖ที่จังหวัดหนองคาย ตอดวยวันที่ ๖ - ๙ มิถุนายน ๒๕๕๖ ที่จังหวัดนครราชสีมา และระหวางวันที่๑๙ - ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๖ ที่จังหวัดพิษณุโลก วงเงินงบประมาณ ๑๐,๓๗๑,๒๐๐ บาทตามเอกสารหมาย จ.๒๑ และ จ.๒๒ วันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๖ คณะรัฐมนตรีเสนอรางพระราชบัญญัติใหอํานาจกระทรวงการคลังกูเงินเพื่อการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานคมนาคมขนสงของประเทศ พ.ศ. ....ตอสภาผูแทนราษฎร ตามเอกสารหมาย จ.๒๓ และ จ.๒๔ วันที่ ๒๘ - ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๖สภาผูแทนราษฎรไดพิจารณารางพระราชบัญญัติดังกลาว วาระที่ ๑ (ขั้นรับหลักการ) มีสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจากพรรคฝายคานหลายรายอภิปรายทักทวง ตามเอกสารหมาย จ.๒๕ และ จ.๒๖ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายมีหนังสือที่ คปก.๐๑/๗๒๑ ลงวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ถึงจําเลยที่ ๑โดยเสนอแนะวา รางพระราชบัญญัติดังกลาวเปนการตราพระราชบัญญัตินอกเหนือจากวิธีการที่กําหนดไวตามรัฐธรรมนูญ จึงอาจขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ รวมทั้งประเด็นขอเสนอในดานผลกระทบตอสิ่งแวดลอมและดานอื่นตามเอกสารหมาย จ.๒๘ จําเลยที่ ๑ มอบหมายใหสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจัดทําโครงการจัดนิทรรศการ การสัมมนา และการโฆษณาประชาสัมพันธเผยแพรขอมูลเกี่ยวกับโครงการลงทุนพัฒนาโครงสรางพื้นฐานระบบคมนาคมขนสงของประเทศใหแกสาธารณชนทราบภายใตชื่อโครงการ Roadshow สรางอนาคตประเทศไทย Thailand ๒๐๒๐ (โครงการ Roadshow)มีจําเลยที่ ๓ ในฐานะเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปนผูรับผิดชอบโครงการ โดยกําหนดวัตถุประสงคเพื่อสรางความรูความเขาใจเกี่ยวกับโครงการลงทุนพัฒนาโครงสรางพื้นฐานระบบคมนาคมของประเทศซึ่งจะเกิดขึ้นตอไป ตอมาประมาณปลายเดือนสิงหาคม ๒๕๕๖ จําเลยที่ ๓ เปนประธานประชุมเตรียมการอยางไมเปนทางการรวมกับหนวยงานราชการที่เกี่ยวของ ไดแก สํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงมหาดไทย ที่ทําเนียบรัฐบาล เพื่อปรึกษาหารือแนวทางและวางกรอบในการดําเนินโครงการ Roadshow ไดขอสรุปวาเปนการเกินขีดความสามารถของสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จึงพิจารณาสรรหาใหเอกชนเขามาดําเนินการ จําเลยที่ ๑มีคําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ ๒๔๒/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๖ แตงตั้งคณะกรรมการหนา ๒๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
บูรณาการการประชาสัมพันธโครงการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานเพื่อสรางอนาคตประเทศ มีจําเลยที่ ๓เปนประธานกรรมการ ใหมีอํานาจหนาที่กําหนดรูปแบบและแผนการประชาสัมพันธโครงการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานเพื่อสรางอนาคตประเทศ เพื่อเผยแพรประชาสัมพันธ และสรางความเขาใจแกประชาชนตามเอกสารหมาย จ.๓๓ โครงการ Roadshow ไมอยูในแผนงานหรือโครงการงบประมาณป ๒๕๕๖และสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ไมไดตั้งงบประมาณเพื่อการดังกลาว จําเลยที่ ๓ จึงลงนามในหนังสือสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ดวนที่สุด ที่ นร ๐๔๐๑.๓/๑๒๒๖๙ ลงวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๖ขอความเห็นสํานักงบประมาณเพื่อประกอบการพิจารณากรณีของบกลาง ตอมาสํานักงบประมาณมีหนังสือดวนที่สุด ที่ นร ๐๗๐๕/๒๓๙๕๗ ลงวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๖ แจงความเห็นมายังจําเลยที่ ๓วาเห็นสมควรที่จําเลยที่ ๑ จะอนุมัติหลักการใหสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเบิกจายงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ ๒๕๕๖ งบกลาง รายการเงินสํารองจายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปนวงเงิน ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตามเอกสารหมาย จ.๓๖ จําเลยที่ ๓ ลงนามในบันทึกขอความสํานักบริหารกลาง ดวนที่สุด สบก. (กผง.) ๘๓๐/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๖เสนอจําเลยที่ ๑ โดยผานจําเลยที่ ๒ เพื่อขออนุมัติใชเงินงบกลาง รายการเงินสํารองจายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปน เปนเงิน ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยระบุแผนการจัดโครงการ Roadshowสรางอนาคตประเทศไทย Thailand ๒๐๒๐ ในพื้นที่จังหวัดขนาดใหญ ๑๒ จังหวัด ระหวางเดือนกันยายน ๒๕๕๖ ถึงพฤศจิกายน ๒๕๕๗ โดยระยะแรกนํารอง ๒ จังหวัด ไดแกจังหวัดหนองคาย และจังหวัดนครราชสีมา จําเลยที่ ๒ ลงนามผานเรื่องเสนอไปยังจําเลยที่ ๑เมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๖ ตามเอกสารหมาย จ.๓๗ วันที่ ๑๙ - ๒๐ กันยายน ๒๕๕๖สภาผูแทนราษฎรพิจารณาเห็นชอบรางพระราชบัญญัติใหอํานาจกระทรวงการคลังกูเงินเพื่อการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานคมนาคมขนสงของประเทศ พ.ศ. .... วาระที่ ๒ ขั้นแปรญัตติ และวาระที่ ๓ขั้นลงมติ ตามเอกสารหมาย จ.๓๘ และ จ.๓๙ จําเลยที่ ๔ โดย นายฐากูร บุนปาน มีหนังสือที่ฆณ.๑๐-๐๕๕๕/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๖ ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย ขอความอนุเคราะหประสานงานใหแตละจังหวัดอํานวยความสะดวกในเรื่องตาง ๆ เชน สถานที่จัดงาน ผูเขารวมงานการรักษาความปลอดภัย ตลอดจนสาธารณูปโภคตาง ๆ โดยระบุวาจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ไดรับมอบหมายจากสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีใหจัดนิทรรศการเสวนา โดยใชชื่องานวาหนา ๓๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
สรางอนาคตไทย ๒๐๒๐ ใน ๑๒ จังหวัดทั่วประเทศ ตามเอกสารหมาย จ.๔๐ นางนันทิกาญจนสวัสดิ์ภักดี ผูอํานวยการสํานักโฆษก สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จัดทําบันทึกขอความลงวันที่๒๔ กันยายน ๒๕๕๖ ตั้งเรื่อง ขออนุมัติหลักการโครงการ Roadshow ระบุวา นายกรัฐมนตรีไดมอบหมายใหสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีพิจารณาดําเนินการ จําเลยที่ ๓ ลงนามอนุมัติหลักการโดยเบิกจายจากเงินงบกลาง สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตามเอกสารหมาย จ.๔๑ วันที่๒๕ กันยายน ๒๕๕๖ จําเลยที่ ๑ อนุมัติเบิกงบกลางรายการเงินสํารองจายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปน วงเงิน ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท และมอบหมายใหสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีดําเนินการจัดนิทรรศการโครงการ Roadshow วันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๖ จําเลยที่ ๑ เปนประธานแถลงขาวโครงการ Roadshow สรางอนาคตไทย ๒๐๒๐ ที่จะจัดขึ้น ๑๒ จังหวัดทั่วประเทศณ ตึกสันติไมตรีหลังนอก ทําเนียบรัฐบาล ตามเอกสารหมาย จ.๔๕ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๖สํานักงบประมาณมีหนังสือแจงอนุมัติใหสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเบิกจายงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ งบกลาง รายการเงินสํารองจายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปนจํานวน ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตามเอกสารหมาย จ.๔๖ จําเลยที่ ๓ ลงนามบันทึกขอความสํานักบริหารกลาง ลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๖ เสนอจําเลยที่ ๒ เพื่อขออนุมัติจัดโครงการ Roadshowที่จังหวัดหนองคาย และจังหวัดนครราชสีมา ในวงเงินไมเกิน ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตามเอกสารหมาย จ.๔๘วันเดียวกันจําเลยที่ ๓ ลงนามในบันทึกขอความสํานักบริหารกลางที่ สบก. (กบพ.) ๒๗๘๔/๒๕๕๖อนุมัติแตงตั้งคณะกรรมการกําหนดราคากลาง โครงการ Roadshow ในสวนพื้นที่จังหวัดหนองคายและจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งคณะกรรมการกําหนดราคากลางมีบันทึกขอความลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖เสนอขออนุมัติกําหนดราคากลาง ๒ จังหวัด จังหวัดละ ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท รวมวงเงินไมเกิน๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท เสนอจําเลยที่ ๓ ตามเอกสารหมาย จ.๔๙ ตอมาจําเลยที่ ๓ อนุมัติใหดําเนินการจัดจางโดยวิธีพิเศษ ตามบันทึกขอความสํานักบริหารกลาง ที่ สบก. (กบพ.) ๒๗๙๒/๒๕๕๖ ลงวันที่๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ ซึ่งระบุวาเปนงานที่ตองกระทําโดยเรงดวนหากลาชาอาจจะเสียหายแกราชการและจําเลยที่ ๓ แตงตั้งคณะกรรมการจัดจางโดยวิธีพิเศษ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุวงเงินงบประมาณ ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตามเอกสารหมาย จ.๕๐ จําเลยที่ ๔ มีหนังสือขอเสนอราคาการประชาสัมพันธการจัดงานสรางอนาคตประเทศไทย ๒๐๒๐ ลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖หนา ๓๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
ตามเอกสารหมาย จ. ๕๑ คณะกรรมการจัดจางโดยวิธีพิเศษจัดทําบันทึกขอความรายงานผลการพิจารณาเห็นควรจางจําเลยที่ ๔ เปนผูดําเนินโครงการ ตอมาจําเลยที่ ๓ ลงนามในบันทึกขอความขออนุมัติจัดจางโครงการโดยวิธีพิเศษเสนอจําเลยที่ ๒ เห็นสมควรอนุมัติใหจางจําเลยที่ ๔ เปนผูจัดโครงการซึ่งจําเลยที่ ๒ ลงนามอนุมัติ ตามบันทึกขอความสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีที่ สบก. (กบพ.) ๒๗๙๓/๒๕๕๖และบันทึกขอความสํานักบริหารกลางที่ สบก. (กบพ.) ๒๗๙๔/๒๕๕๖ ตามเอกสารหมาย จ.๕๒และ จ.๕๓ สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดย นายพงษศักดิ์ ลงนามในหนังสือสั่งจาง ที่ ๑/๒๕๕๗ลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ จางจําเลยที่ ๔ ดําเนินโครงการใน ๒ จังหวัด เปนเงิน ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทตามเอกสารหมาย จ.๕๔ วันที่ ๗ - ๘ ตุลาคม ๒๕๕๖ วุฒิสภาประชุมเพื่อพิจารณารางพระราชบัญญัติใหอํานาจกระทรวงการคลังกูเงินเพื่อการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานคมนาคมขนสงของประเทศ พ.ศ. ....วาระที่ ๑ มีมติรับหลักการ ตามเอกสารหมาย จ.๑๕๒ วันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๖ นางนันทิกาญจนเสนอบันทึกขอความตั้งเรื่อง ขออนุมัติหลักการจัดโครงการ Roadshow จํานวน ๑๐ จังหวัด ในวงเงินไมเกิน๒๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งจําเลยที่ ๓ ลงนามอนุมัติ โดยเบิกจายจากเงินงบประมาณผลผลิตการบริหารจัดการของรัฐบาล งบรายจายอื่น คาใชจายในการขับเคลื่อนยุทธศาสตรของรัฐบาลประจําปงบประมาณ ๒๕๕๗ ตามเอกสารหมาย จ.๕๖ วันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ นายพงษศักดิ์มีบันทึกขอความเห็นควรอนุมัติหลักการจัดโครงการ Roadshow โดยจัดจางเอกชนดําเนินการโครงการตามที่สํานักโฆษกเสนอ จําเลยที่ ๓ ลงนามรับทราบ ตามเอกสารหมาย จ.๕๗ แลวจําเลยที่ ๓มีบันทึกขอความเสนอจําเลยที่ ๒ ระบุวา เสนอขออนุมัติหลักการจัดโครงการตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ขอ ๘ และขอ ๖๖ ซึ่งเปนกรณีวงเงินเกิน๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท และอยูในอํานาจของรัฐมนตรีเจาสังกัดพิจารณาอนุมัติ โดยจําเลยที่ ๒ ลงนามอนุมัติตามเอกสารหมาย จ.๕๘ นายพงษศักดิ์ เสนอบันทึกขอความ ดวนที่สุด ที่ สบก. (กบพ.) ๒๙๒๔/๒๕๕๖ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ ขออนุมัติจัดจางโครงการโดยวิธีพิเศษ และแตงตั้งคณะกรรมการจัดจางโดยวิธีพิเศษ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ โดยแยกการดําเนินงานเปน ๒ กลุม กลุมละ ๕ จังหวัดกลุมแรก จังหวัดชลบุรี ระหวางวันที่ ๑๕ - ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๖ จังหวัดฉะเชิงเทรา ระหวางวันที่๑ - ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ จังหวัดเพชรบุรี ระหวางวันที่ ๘ - ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๖จังหวัดนครศรีธรรมราช ระหวางวันที่ ๒๒ - ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ จังหวัดสงขลา ระหวางวันที่หนา ๓๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
๒๙ พฤศจิกายน - ๑ ธันวาคม ๒๕๕๖ กลุมสอง จังหวัดอุบลราชธานี ระหวางวันที่ ๑๘ - ๒๐ตุลาคม ๒๕๕๖ จังหวัดขอนแกน ระหวางวันที่ ๒๕ - ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ จังหวัดนครสวรรคระหวางวันที่ ๑ - ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระหวางวันที่ ๘ - ๑๐พฤศจิกายน ๒๕๕๖ จังหวัดเชียงใหม ระหวางวันที่ ๑๕ - ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ซึ่งจําเลยที่ ๓ลงนามอนุมัติ ตามเอกสารหมาย จ.๕๙ จําเลยที่ ๕ ยื่นเอกสารขอเสนอดานราคาและตอรองราคารับจางโครงการในจังหวัดกลุมแรก ฉบับลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ ลงนามโดยจําเลยที่ ๖ ตามเอกสารหมาย จ.๖๑จําเลยที่ ๔ ยื่นเอกสารเสนอราคาและตอรองราคารับจางโครงการในจังหวัดกลุมสอง ตามเอกสารหมาย จ.๖๐คณะกรรมการจัดจางโดยวิธีพิเศษประชุมพิจารณาแลวเห็นสมควรจางจําเลยที่ ๔ และที่ ๕เปนผูดําเนินการจัดโครงการดังกลาวในวงเงินรายละ ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท เปนเงิน ๒๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทเสนอจําเลยที่ ๓ ตามบันทึกขอความสํานักบริหารกลางที่ สบก. (กบพ.) ๒๙๒๕/๒๕๕๖ ลงวันที่๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ เอกสารหมาย จ.๖๒ จําเลยที่ ๓ ลงนามในบันทึกขอความสํานักบริหารกลางที่ สบก.(กบพ.) ๒๙๒๖/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ เสนอจําเลยที่ ๒ เรื่อง ขออนุมัติการจางโดยวิธีพิเศษ ซึ่งจําเลยที่ ๒ ลงนามอนุมัติ ตามเอกสารหมาย จ.๖๓ วันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดย นายพงษศักดิ์ ลงนามในหนังสือสั่งจาง ที่ จ.๑๗/๒๕๕๗ ลงวันที่๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ จางจําเลยที่ ๔ ดําเนินโครงการในสวนจังหวัดกลุมสอง เปนเงิน๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท และลงนามหนังสือสั่งจาง ที่ จ.๑๘/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖จางจําเลยที่ ๕ ดําเนินโครงการในสวนจังหวัดกลุมแรก เปนเงิน ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตามเอกสารหมาย จ.๖๔และ จ.๖๕ ตอมาวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๖ สํานักงบประมาณแจงใบจัดสรรเงินงบประมาณวงเงิน ๒๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ใหสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีพิจารณาดําเนินการ ตามเอกสารหมาย จ.๖๗วันที่ ๑๘ - ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณารางพระราชบัญญัติใหอํานาจกระทรวงการคลังกูเงินเพื่อการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานคมนาคมขนสงของประเทศ พ.ศ. ....แลวมีมติเห็นชอบ ตามเอกสารหมาย จ.๑๕๔ วันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๖ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคํารองที่มีผูยื่นเรื่องขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยวา รางพระราชบัญญัติใหอํานาจกระทรวงการคลังกูเงินเพื่อการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานคมนาคมขนสงของประเทศ พ.ศ. ....ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญหรือตราขึ้นโดยไมถูกตองตามรัฐธรรมนูญหรือไม ตามเอกสารหมาย จ.๗๐หนา ๓๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๖ จําเลยที่ ๓ มีหนังสือดวนที่สุด ที่ นร ๐๔๐๑.๕/๑๖๓๖๑ ลงวันที่๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๖ ถึงปลัดกระทรวงการคลัง ขออนุมัติลงนามในสัญญากอนไดรับอนุมัติเงินประจํางวดวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ นายพงษภาณุ เศวตรุนทร รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการวาดวยการพัสดุ มีหนังสือกรมบัญชีกลาง ดวนที่สุด ที่ กค (กวพ) ๐๔๒๑.๓/๔๖๕๔๗ ลงวันที่๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ ถึงจําเลยที่ ๓ แจงวา สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีไดลงนามในสัญญาสั่งจางกอนไดรับอนุมัติเงินประจํางวด เปนการไมปฏิบัติตามระเบียบฯ พ.ศ. ๒๕๓๕ อยางไรก็ดี เพื่อบรรเทาความเสียหายแกราชการ จึงอนุมัติผอนผันการไมปฏิบัติตามระเบียบฯ ใหสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเปนกรณีเฉพาะราย ทั้งนี้ เนื่องจากกรณีนี้เปนการกอหนี้ผูกพันกอนไดรับอนุมัติเงินประจํางวดที่ไมเปนไปตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง เปนอํานาจของคณะรัฐมนตรี สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจึงตองนําเสนอคณะรัฐมนตรีตอไป ตามเอกสารหมาย จ.๗๒ตอมาจําเลยที่ ๓ ลงนามในบันทึกขอความสํานักบริหารกลางที่ สบก. (กบพ.) ๓๔๖๖/๒๕๕๖ลงวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ เสนอจําเลยที่ ๒ ลงนามในหนังสือไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อเสนอเรื่องตอคณะรัฐมนตรีขออนุมัติลงนามในสัญญากอนไดรับอนุมัติเงินประจํางวดในวันที่๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๖ ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๒๓ วรรคสี่จําเลยที่ ๒ ในฐานะรัฐมนตรีเจาสังกัดผูมีอํานาจเสนอเรื่องตอคณะรัฐมนตรี ตามพระราชกฤษฎีกาวาดวยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๔๘ ลงนามในหนังสือถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อขอใหคณะรัฐมนตรีพิจารณาตามเอกสารหมาย จ.๗๓ ซึ่งตอมาคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติเมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๗ ตามเอกสารหมาย จ.๘๐ จําเลยที่ ๓ มีคําสั่งที่ ๒๕๖/๒๕๕๖ลงวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๖ แตงตั้งคณะกรรมการสอบสวนขอเท็จจริง ตอมาวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ ๒๕๕๗คณะกรรมการดังกลาวรายงานผลการสอบสวนขอเท็จจริงวา การที่สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีลงนามในหนังสือสั่งจางที่ จ.๑๗/๒๕๕๗ และ จ.๑๘/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖กอนไดรับอนุมัติเงินประจํางวด เปนการดําเนินการโครงการตามนโยบายรัฐบาลที่มีความจําเปนเรงดวนโดยเจาหนาที่ผูปฏิบัติเขาใจวาสามารถดําเนินการได เพราะทราบวาพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ ๒๕๕๗ ประกาศใชในวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ และเมื่อสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีทราบขอทักทวงจากเจาหนาที่สํานักงบประมาณ ก็เรงดําเนินการใหเปนไปตามกฎหมายหนา ๓๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
ที่เกี่ยวของ ตอมาวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ ๒๕๕๗ นางเอมปรีดิ์ วัชรางกูร รักษาราชการแทนผูอํานวยการสํานักบริหารกลางเสนอรายงานการสอบสวนประกอบความเห็นวา เห็นควรยุติเรื่องซึ่งจําเลยที่ ๓ เห็นชอบดวย ตามเอกสารหมาย จ.๗๖ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุมีบันทึกขอความเรื่อง การตรวจรับการจางจัดโครงการ ลงวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๗ (จังหวัดนครศรีธรรมราชจังหวัดชลบุรี จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดสงขลา) วันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๗(จังหวัดหนองคายและนครราชสีมา) วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๗ (จังหวัดเชียงใหม จังหวัดอุบลราชธานีจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดขอนแกน จังหวัดนครสวรรค) ตามเอกสารหมาย จ.๙๐ ถึง จ.๙๒วันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๗ นางสาวประพีร อังกินันทน รองผูวาการตรวจเงินแผนดิน รักษาราชการแทนผูวาการตรวจเงินแผนดิน มีหนังสือสํานักงานการตรวจเงินแผนดิน ดวนที่สุด ที่ ตผ.๐๐๑๙/๐๒๓๖ลงวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๗ ถึงจําเลยที่ ๓ ขอใหพิจารณาทบทวนการใชเงินเพื่อจัดโครงการวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๗ จําเลยที่ ๓ มีหนังสือ ดวนที่สุด ที่ นร ๐๔๐๕ (ลน)/๐๑๖๕ ลงวันที่๒๓ มกราคม ๒๕๕๗ ถึงผูวาการตรวจเงินแผนดินวา การดําเนินการดังกลาวเปนไปตามนโยบายของรัฐบาล ตามเอกสารหมาย จ.๘๑ ตอมา นางสาวประพีร มีหนังสือสํานักงานการตรวจเงินแผนดินดวนที่สุด ที่ ตผ ๐๐๑๙/๐๘๒๒ ลงวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๗ ถึงจําเลยที่ ๓ ขอใหทบทวนการใชจายเงินในการดําเนินการโครงการ Roadshow ตามเอกสารหมาย จ.๘๒ วันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๗ศาลรัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉัยที่ ๓ - ๔/๒๕๕๗ วารางพระราชบัญญัติใหอํานาจกระทรวงการคลังกูเงินเพื่อการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานคมนาคมขนสงของประเทศ พ.ศ. .... ขัดตอบทบัญญัติแหงรัฐธรรมนูญมีผลใหรางพระราชบัญญัติดังกลาวเปนอันตกไป ตามเอกสารหมาย จ.๘๓ วันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๗จําเลยที่ ๓ มีหนังสือ ดวนที่สุด ที่ นร ๐๔๐๑.๖/๗๐๓ ลงวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๗ถึงผูวาการตรวจเงินแผนดินวา โครงการไดมีการดําเนินการและผูรับจางไดปฏิบัติตามสัญญาเสร็จสิ้นแลวไมอาจบอกเลิกสัญญาได ใครขอหารือวาควรดําเนินการเกี่ยวกับการอนุมัติเบิกจายเงินเพื่อใหเกิดความถูกตองเปนธรรมอยางไร ตามเอกสารหมาย จ.๘๔ แผนที่ ๒๗๖๐ - ๒๗๖๑ วันที่ ๒๑ และวันที่๒๖ มีนาคม ๒๕๕๗ จําเลยที่ ๔ และที่ ๕ ตางมีหนังสือขอความเปนธรรมในกรณีรับจางทํางานใหรัฐตามเอกสารหมาย จ.๙๗ วันที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๗ จําเลยที่ ๓ มีหนังสือรายงานผลการดําเนินโครงการไปยังสํานักงานการตรวจเงินแผนดิน ตามเอกสารหมาย จ.๘๔ แผนที่ ๒๗๖๒ - ๒๗๖๗ วันที่หนา ๓๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗ สํานักงานการตรวจเงินแผนดินมีหนังสือ ดวนที่สุด ที่ ตผ ๐๐๑๙/๒๐๑๒ถึงเลขาธิการนายกรัฐมนตรี วาขอเสนอแนะของสํานักงานการตรวจเงินแผนดินมีลักษณะเปนขอเสนอแนะการตอบขอหารือไมอยูในอํานาจหนาที่ของสํานักงานการตรวจเงินแผนดิน ตามเอกสารหมาย จ.๘๕วันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๗ สํานักงานการตรวจเงินแผนดินมีหนังสือ ดวนที่สุด ที่ ตผ ๐๐๑๙/๒๕๑๑ถึงหัวหนาคณะรักษาความสงบแหงชาติขอสงเรื่องมาเพื่อประกอบการพิจารณา ตามเอกสารหมาย จ.๘๖วันที่ ๒๔ และวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๗ จําเลยที่ ๔ และที่ ๕ ตางมีหนังสือรองเรียนไปยังหัวหนาคณะรักษาความสงบแหงชาติ กรณียังไมไดรับเงินคาจางตามสัญญา ตามเอกสารหมาย จ.๙๘วันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๘ พลเอก วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีคําสั่งสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ ๓๒/๒๕๕๘ แตงตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขั้นตอนการดําเนินโครงการ Roadshowสรางอนาคตไทย ๒๐๒๐ ตามเอกสารหมาย จ.๑๐๑ ตอมาวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๘คณะกรรมการดังกลาวรายงานผลการตรวจสอบวา ขั้นตอนการดําเนินโครงการเปนไปตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ตามเอกสารหมาย จ.๑๐๓ วันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๘พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน ประธานกรรมการติดตามและตรวจสอบการใชจายงบประมาณภาครัฐมีหนังสือ ที่ คสช (คตร)/๔๓๙ ถึงเลขาธิการนายกรัฐมนตรีแจงวา หากสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีพิจารณาแลวเห็นวาการดําเนินการเปนไปตามกฎระเบียบก็สามารถพิจารณาชําระคาจางใหกับผูรับจางไดตามเอกสารหมาย จ.๑๐๔ วันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๘ นางเอมปรีดิ์ วัชรางกูร ผูอํานวยการสํานักบริหารกลาง (ในขณะนั้น) เสนอความเห็นแนบไปกับบันทึกขอความสํานักบริหารกลางกลุมบริหารงานพัสดุ ดวนที่สุด ที่ สบก.(กบพ.) ๗๗๒/๒๕๕๘ ขออนุมัติเบิกจายเงินในการจัดจางโครงการ Roadshow ตามเอกสารหมาย จ.๑๐๖ พลเอก วิลาศ ใหความเห็นชอบอนุมัติใหเบิกจายเงินคาจางจํานวน ๒๓๙,๗๐๐,๐๐๐ บาท แกจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ ตอมาวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๘มีการเบิกจายเงินใหแกจําเลยที่ ๔ วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๘ มีการเบิกจายเงินใหแกจําเลยที่ ๕ตามเอกสารหมาย จ.๑๐๗ โจทกไตสวนขอเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานทั้งปวง และแจงขอกลาวหาแกจําเลยทั้งหกกับพวกแลว ตามเอกสารหมาย จ.๑, จ.๑๑๓ ถึง จ.๑๒๑, จ.๑๒๓ ถึง จ.๑๒๕, จ.๑๒๗และ จ.๑๒๙ ถึง จ.๑๓๐ ตอมาโจทกมีมติวาการกระทําของจําเลยทั้งหกและ นายฐากูรมีมูลเปนความผิดอาญาตามฟอง จึงสงรายงาน สํานวนการไตสวน เอกสาร พยานหลักฐาน และความเห็นหนา ๓๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
ไปยังอัยการสูงสุด อัยการสูงสุดเห็นวารายงาน เอกสารและความเห็นที่โจทกสงใหยังมีขอไมสมบูรณเพียงพอที่จะดําเนินคดีได ตามเอกสารหมาย จ.๒๐๘ และมีการตั้งคณะกรรมการรวมระหวางผูแทนโจทกและผูแทนอัยการสูงสุด แตไมอาจหาขอยุติได ตามเอกสารหมาย จ.๒๐๙ ถึง จ.๒๑๑ปญหาที่ตองวินิจฉัยประการแรกมีวา ฟองโจทกสําหรับจําเลยที่ ๑ และที่ ๒ ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ ถูกตองตามกฎหมายหรือไม เห็นวาการดําเนินคดีในระบบไตสวน เปนหนาที่ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองที่จะตองตรวจคําฟองวาถูกตองตามกฎหมายหรือไมกอนที่จะมีคําสั่งใหประทับรับฟอง ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองมีคําสั่งเมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๖๕ แลววา ฟองโจทกขอหาอื่นนอกจากความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑ มีขอความตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๑๕๘แหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๘ วรรคสาม โดยมีขอความที่เปนการกลาวหาและระบุพฤติการณที่กลาวหาวาจําเลยที่ ๑ และที่ ๒ กระทําความผิดเพียงพอที่จะดําเนินกระบวนพิจารณาไตสวนขอเท็จจริงตอไปไดแลวจึงเปนคําฟองที่ถูกตองตามมาตรา ๒๖วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองพ.ศ. ๒๕๖๐ กรณีจึงไมจําตองวินิจฉัยปญหานี้ซ้ําอีกปญหาที่ตองวินิจฉัยประการตอไปมีวา การที่โจทกไตสวนขอเท็จจริงโดยไมเรียกพยานที่จําเลยที่ ๑และที่ ๒ อางมาไตสวนเพิ่มเติมเปนการชอบดวยกฎหมาย และสํานวนการไตสวนของโจทกนํามาเปนหลักในการพิจารณาไดหรือไม เห็นวา คดีนี้ จําเลยที่ ๑ ลงชื่อรับทราบขอกลาวหาเมื่อวันที่๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ตามบันทึกการแจงขอกลาวหาเอกสารหมาย จ.๑๒๓ แผนที่ ๓๐๒๗จําเลยที่ ๒ ลงชื่อรับทราบขอกลาวหาเมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๒ ตามบันทึกการแจงขอกลาวหาเอกสารหมาย จ.๑๒๔ แผนที่ ๓๐๔๖ จําเลยที่ ๑ มีหนังสือชี้แจงแกขอกลาวหาฉบับลงวันที่๓ ธันวาคม ๒๕๖๒ อางพยานบุคคล ๖ คน ตามเอกสารหมาย จ.๑๓๒ แผนที่ ๓๓๖๑ - ๓๓๘๑สวนจําเลยที่ ๒ มีหนังสือชี้แจงแกขอกลาวหาฉบับลงวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๓ อางพยานบุคคล ๑๖ คนหนา ๓๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
ตามเอกสารหมาย จ.๑๓๓ แผนที่ ๓๔๔๔ - ๓๔๘๒ ซึ่งขณะนั้น มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ ใชบังคับแลว กรณีจึงไมอาจนําระเบียบคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติวาดวยหลักเกณฑและวิธีการไตสวนขอเท็จจริงของพนักงานไตสวน พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ออกตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาใชบังคับแกคดีนี้ ดังที่จําเลยที่ ๑ และที่ ๒ อางไดเมื่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๔๖ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา ในการดําเนินการไตสวนหรือไตสวนเบื้องตน คณะกรรมการ ป.ป.ช.คณะกรรมการไตสวน หัวหนาพนักงานไตสวน หรือพนักงานไตสวน แลวแตกรณี ตองดําเนินการเพื่อใหไดขอเท็จจริงที่ถูกตองตรงตามความจริงที่เกิดขึ้น ไมวาจะเปนคุณหรือเปนโทษตอผูถูกกลาวหาและวรรคสามบัญญัติวา ในกรณีที่ผูถูกกลาวหาขอใหคณะกรรมการ ป.ป.ช. คณะกรรมการไตสวนหรือหัวหนาพนักงานไตสวนเรียกบุคคลหรือเรียกเอกสารจากบุคคลใด ใหคณะกรรมการ ป.ป.ช.หรือพนักงานไตสวนดําเนินการตามที่รองขอ แตผูถูกกลาวหาตองรองขอภายในสามสิบวัน นับแตวันที่ไดรับแจงขอกลาวหา ทั้งนี้ เวนแตคณะกรรมการ ป.ป.ช. คณะกรรมการไตสวน หรือกรรมการที่กํากับดูแลเห็นวาผูถูกกลาวหาจงใจประวิงเวลา หรือใชสิทธิโดยไมสุจริต หรือบุคคลหรือเอกสารที่ขอใหเรียกนั้นไมมีผลตอการวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. แตตองบันทึกเหตุนั้นไวในสํานวนการไตสวนหรือรายงานการไตสวนเบื้องตนดวย และระเบียบคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติวาดวยการตรวจสอบและไตสวน พ.ศ. ๒๕๖๑ ขอ ๗๗ วรรคสาม กําหนดวา ในการนําสืบแกขอกลาวหาผูถูกกลาวหาจะอางพยานบุคคลหรือนําพยานหลักฐานมาเอง หรือจะอางพยานหลักฐานโดยขอใหคณะกรรมการไตสวนหรือคณะไตสวนเบื้องตนเรียกหรือไตสวนพยานหลักฐานนั้นก็ได และวรรคสี่ กําหนดวา ในกรณีที่ผูถูกกลาวหาขอใหเรียกบุคคลใดหรือเรียกเอกสารจากบุคคลใด ใหผูไตสวนดําเนินการตามที่รองขอ แตผูถูกกลาวหาตองรองขอภายในสามสิบวัน นับแตวันที่ไดรับแจงขอกลาวหา ทั้งนี้ เวนแตคณะกรรมการ ป.ป.ช.คณะกรรมการไตสวน หรือกรรมการ ป.ป.ช. ที่ไดรับมอบหมาย ใหกํากับดูแลเห็นวาผูถูกกลาวหาจงใจประวิงเวลา หรือใชสิทธิโดยไมสุจริต หรือบุคคลหรือเอกสารที่ขอใหเรียกนั้นไมมีผลตอการวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. แตตองบันทึกเหตุนั้นไวในสํานวนการไตสวนหรือรายงานการไตสวนเบื้องตนดวย ดังนี้หากจําเลยที่ ๑ และที่ ๒ จะขอใหคณะกรรมการไตสวนเรียกบุคคลใดมาเปนพยานก็ชอบที่จะรองขอภายในสามสิบวัน นับแตวันที่ไดรับแจงขอกลาวหาตามบทบัญญัติและระเบียบดังกลาว คือ วันที่หนา ๓๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
๖ ธันวาคม ๒๕๖๒ และวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ตามลําดับ แมจําเลยที่ ๑ จะรองขออางพยานบุคคลมาในหนังสือชี้แจงแกขอกลาวหา ลงวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๖๒ แตปรากฏวาหนังสือฉบับดังกลาวไดรับการรับรองจากโนตารีปบลิกเขตบริหารพิเศษฮองกงแหงสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๖๒ ตอมาสํานักบริหารกลาง สํานักงาน ป.ป.ช. ลงรับหนังสือฉบับดังกลาวเมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๒ ตามเอกสารหมาย จ.๑๓๒ แผนที่ ๓๓๕๔ แสดงใหเห็นวาจําเลยที่ ๑เพิ่งรองขอใหเรียกพยานบุคคลเมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๒ สวนจําเลยที่ ๒ รองขออางพยานบุคคลมาในหนังสือชี้แจงแกขอกลาวหา ลงวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๓ ตามเอกสารหมาย จ.๑๓๓แผนที่ ๓๔๔๔ - ๓๔๘๒ ถือไดวาจําเลยที่ ๑ และที่ ๒ รองขอเกินกวาสามสิบวัน นับแตวันที่ไดรับแจงขอกลาวหา จึงเปนการรองขอเกินกําหนดเวลา เมื่อคณะอนุกรรมการไตสวนเห็นวาขอเท็จจริงที่ไดจากการไตสวนเพียงพอที่จะวินิจฉัยมูลความผิดของจําเลยที่ ๑ และที่ ๒ ยอมมีดุลพินิจที่จะไมไตสวนพยานเพิ่มเติมตามที่จําเลยที่ ๑ และที่ ๒ รองขอได แมตอมาอัยการสูงสุดแจงขอไมสมบูรณพอที่จะดําเนินคดีแกจําเลยที่ ๑ และที่ ๒ กับพวก โดยระบุใหดําเนินการไตสวนขอเท็จจริงโดยสอบพยาน ๘ ปากดังกลาวดวย แตโจทกเห็นวาขอเท็จจริงและพยานหลักฐานในคดีนี้สมบูรณเพียงพอที่จะฟองคดีไดแลว จึงไมจําตองรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมอีก ตามเอกสารหมาย จ.๒๐๙แผนที่ ๖๘๔๒ ก็เปนดุลพินิจของโจทกในการพิจารณาถึงความสมบูรณของพยานหลักฐานวาเพียงพอที่จะดําเนินคดีแลวหรือไม ซึ่งโจทกและอัยการสูงสุดยอมมีความเห็นแตกตางกันได และเมื่อไมอาจหาขอยุติไดโจทกจึงมีอํานาจยื่นฟองคดีเอง ตามที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๗ วรรคสาม ทั้งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองมีอํานาจไตสวนขอเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมกรณีที่จําเลยที่ ๑และที่ ๒ ถูกกลาวหานอกเหนือไปจากที่ปรากฏในสํานวนการไตสวนของโจทกได ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๖วรรคหนึ่ง โดยมิไดผูกพันศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองวาขอเท็จจริงเปนดังที่โจทกสรุปในสํานวนของโจทก ดังนั้น การสรุปสํานวนพรอมทําความเห็นของโจทกจะถูกตองหรือไม อยางไร รวมทั้งควรไตสวนพยานเพิ่มเติมหรือไม จึงไมเปนเหตุถึงกับทําใหการไตสวนของโจทกเสียไปประกอบกับจําเลยที่ ๑ และที่ ๒ ยังมีสิทธิที่จะโตแยงและนําพยานหลักฐานตาง ๆ มาใหศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองไตสวนเพื่อหักลางพยานหลักฐานในสํานวนการไตสวนหนา ๓๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
ของโจทกได ดังนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองจึงนําสํานวนการไตสวนของโจทกมาเปนหลักในการพิจารณาได ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๖ วรรคสอง นอกจากนั้นคดีนี้มีการไตสวนพยานบุคคลมากถึง ๔๒ ปาก บงชี้วามิไดเปนการไตสวนอยางเรงรีบรวบรัด แตอยางใดและเมื่อไดมีการแจงขอกลาวหาแกจําเลยที่ ๑ และที่ ๒ แลว โจทกไดเปดโอกาสใหจําเลยที่ ๑ และที่ ๒มีหนังสือชี้แจงแกขอกลาวหาไดอยางเต็มที่ ทั้งยังปรากฏวาโจทกลงมติมีความเห็นแยกเปน ๔ ฝายโดยฝายที่หนึ่งและฝายที่สี่ รวม ๕ เสียง เห็นวาจําเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีมูลความผิดทางอาญาแสดงใหเห็นวากรรมการแตละคนไดใชดุลพินิจและตัดสินใจชี้ขาดตามอํานาจหนาที่ตามกฎหมายขอเท็จจริงจึงฟงไมไดวา โจทกไตสวนขอเท็จจริงโดยไมเปนธรรมและมีลักษณะเปนการกลั่นแกลงจําเลยที่ ๑ และที่ ๒ ดังที่อาง สวนที่จําเลยที่ ๑ อางวา โจทกไมสามารถอาง นายพงษศักดิ์ ศิริวงษกับ นางปนัดดา เลี้ยวรุงโรจน เปนพยานได เพราะบุคคลทั้งสองใหถอยคําครั้งแรกโดยมิไดยืนยันวาจําเลยที่ ๑ เขารวมประชุมเพื่อรับฟงการนําเสนอ (Presentation) แตตอมาภายหลังใหถอยคําวาจําเลยที่ ๑ เขารวมประชุมดังกลาว จึงเปนพิรุธวาเปนการกลับคําใหการเพื่อใหกันตัวเปนพยานซึ่งตอมาโจทกลงมติวาบุคคลทั้งสองไมมีมูลความผิดทางอาญานั้น เห็นวา คดีนี้ ขอเท็จจริงไมปรากฏวาเจาพนักงานผูใดเปนผูจูงใจใหคํามั่นสัญญาเพื่อให นายพงษศักดิ์ และ นางปนัดดา ใหถอยคําผิดไปจากความจริงหรือตามแนวทางที่ไดกําหนดไวเปนการลวงหนาใหเปนผลรายแกจําเลยที่ ๑ขอเท็จจริงกลับไดความจากรายงานการไตสวนของโจทกวา โจทกมีมติเห็นชอบไมกัน นายพงษศักดิ์และ นางปนัดดา ไวเปนพยาน ดังนี้ กรณีจึงเปนเรื่องที่ นายพงษศักดิ์ และ นางปนัดดา สมัครใจใหถอยคําเพิ่มเติมเพื่อใหสอดคลองกับคําชี้แจงแกขอกลาวหาของตนเอง และไมอาจอนุมานไดวาเจาพนักงานจูงใจให นายพงษศักดิ์ และ นางปนัดดา ใหถอยคํา ดังที่จําเลยที่ ๑ และที่ ๒ อางจึงมิไดเปนพยานชนิดที่เกิดขึ้นจากการจูงใจหรือมีคํามั่นสัญญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๒๖ ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๘ วรรคสาม โจทกยอมอาง นายพงษศักดิ์ และ นางปนัดดาเปนพยานได สวนจะรับฟงคําพยานดังกลาวไดเพียงไรหรือไม เปนดุลพินิจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองที่จะวินิจฉัยอีกชั้นหนึ่ง การไตสวนของโจทกจึงชอบดวยกฎหมายแลวเชนกันหนา ๔๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
ปญหาที่ตองวินิจฉัยประการตอไปมีวา จําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ดําเนินการนํางบกลางจํานวน ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท มาจัดทําโครงการ Roadshow ชอบดวยกฎหมายหรือไม พยานหลักฐานทางไตสวนไดความวา เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ รัฐบาลภายใตการนําของจําเลยที่ ๑แถลงนโยบายตอรัฐสภา ขอ ๓.๔ กําหนดนโยบายสําคัญเกี่ยวกับโครงสรางพื้นฐาน การพัฒนาระบบรางเพื่อขนสงมวลชน และการบริหารจัดการระบบขนสงสินคาและบริการ โดยพัฒนาระบบรถไฟทางคูเชื่อมชานเมืองและหัวเมืองหลักในเสนทางสําคัญ ศึกษาพัฒนารถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพมหานครไปยังภูมิภาค ตอมาคณะกรรมการยุทธศาสตรเพื่อการฟนฟูและสรางอนาคตประเทศ (กยอ.)ประชุมจนมีผลสรุปเมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เสนอตอคณะรัฐมนตรี ๔ ประเด็น อันรวมถึงโครงการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานคมนาคมขนสงของประเทศ และคณะรัฐมนตรีใหความเห็นชอบเมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๕ จากนั้น คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๖เห็นชอบยุทธศาสตรการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานคมนาคมขนสงของประเทศ เพื่อเปนขอมูลประกอบการจัดทํารางพระราชบัญญัติใหอํานาจกระทรวงการคลังกูเงินเพื่อการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานคมนาคมขนสงของประเทศ พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ตอมา จําเลยที่ ๑ สั่งการใหสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจัดทําโครงการจัดนิทรรศการ การสัมมนา และการโฆษณาประชาสัมพันธเผยแพรขอมูลเกี่ยวกับโครงการลงทุนพัฒนาโครงสรางพื้นฐานระบบคมนาคมขนสงของประเทศใหแกสาธารณชนทราบ ภายใตชื่อโครงการ Roadshow สรางอนาคตประเทศไทย Thailand ๒๐๒๐(โครงการ Roadshow) โดยมีจําเลยที่ ๓ ในฐานะเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปนผูรับผิดชอบโครงการมีวัตถุประสงคเพื่อสรางความรูความเขาใจเกี่ยวกับโครงการลงทุนพัฒนาโครงสรางพื้นฐานระบบคมนาคมของประเทศ เห็นวา เมื่อโครงการลงทุนพัฒนาโครงสรางพื้นฐานระบบคมนาคมของประเทศและโครงการ Roadshow เปนการดําเนินการตามนโยบายที่รัฐบาลแถลงตอรัฐสภา อันเปนหนาที่ของรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ (ที่ใชบังคับขณะนั้น) มาตรา ๑๗๖ซึ่งรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ บัญญัติใหรัฐสภาเทานั้นตรวจสอบการกระทําของรัฐบาล ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองจึงไมมีอํานาจที่จะวินิจฉัยถึงดุลพินิจของฝายบริหารในการกําหนดนโยบายดังกลาว แตการใชงบประมาณเพื่อใหเปนไปตามนโยบายของรัฐบาลนั้น ยอมตองปฏิบัติใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบและมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวของสําหรับคดีนี้ มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๒ กําหนดแนวทางปฏิบัติกรณีขออนุมัติหนา ๔๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
ใชเงินงบกลาง รายการเงินสํารองจายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจําเปน ดังนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองยอมมีอํานาจตรวจสอบขั้นตอนปฏิบัติวาจําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ไดดําเนินการใดที่ไมเปนไปตามมติคณะรัฐมนตรีดังกลาว อันถือเปนการมิชอบดวยกฎหมาย โดยมีเจตนาเพื่อใหเกิดความเสียหายแกสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและทางราชการ หรือโดยทุจริตหรือไมซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๒ ตามหนังสือสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีลับ ดวนที่สุด ที่ นร ๐๕๐๖/ว ๔๓ ลงวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๒ เรื่อง แนวทางปฏิบัติกรณีการขออนุมัติใชเงินงบกลาง รายการเงินสํารองจายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปน กําหนดแนวทางปฏิบัติ ดังนี้ขอ ๑. กรณีที่สวนราชการหรือรัฐวิสาหกิจใดมีความจําเปนตองใชจายงบประมาณนอกเหนือจากที่ไดรับการจัดสรรหรือไดรับการจัดสรรงบประมาณแลวไมเพียงพอ ใหพิจารณาตรวจสอบและปรับแผนการใชจายงบประมาณที่ไดรับเปนลําดับแรกกอน หากไมสามารถดําเนินการดังกลาวไดและมีความจําเปนเรงดวนตองขอใชเงินงบกลาง รายการเงินสํารองจายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปน ใหเสนอเรื่องตอรัฐมนตรีเจาสังกัดพิจารณากอน เวนแตเปนกรณีที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีไดอนุมัติในหลักการแลว โดยใหพิจารณาเฉพาะกรณีที่มีความจําเปนและเรงดวนที่จะตองรีบดําเนินการเพื่อมิใหเกิดความเสียหายแกทางราชการเทานั้นหากเปนกรณีที่มีความจําเปนตองใชจายจํานวนมากหรือไมเรงดวนใหพิจารณาเสนอขอตั้งงบประมาณรายจายประจําปโดยเตรียมการลวงหนาแตเนิ่น ๆ หรือเสนอขอแปรญัตติงบประมาณเพิ่มเติมในกรณีที่ไมสามารถเสนอขอตั้งงบประมาณรายจายประจําปไดทันเวลา ทั้งนี้ ในการนําเสนอคณะรัฐมนตรีใหยืนยันผลการตรวจสอบดังกลาวใหชัดเจนในหนังสือเสนอเรื่องดวย ขอ ๒. การขอใชเงินงบกลาง รายการเงินสํารองจายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปน ใหสวนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจเจาของเรื่องทําความตกลงกับสํานักงบประมาณโดยกําหนดใหผูอํานวยการสํานักงบประมาณเปนผูพิจารณาอนุมัติภายในวงเงิน ๑๐ ลานบาทกรณีที่มีวงเงินเกิน ๑๐ ลานบาท ใหสํานักงบประมาณพิจารณานําเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาใหความเห็นชอบกอน โดยหากนายกรัฐมนตรีเห็นสมควรจะเสนอใหคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติหลักการกอนก็ได ตามเอกสารหมาย จ.๑๒ แผนที่ ๑๓๑ - ๑๓๔ ดังนี้ การที่จําเลยที่ ๑จะอนุมัติใหใชเงินงบกลางยอมตองอยูภายใตกรอบของมติคณะรัฐมนตรีดังกลาว พยานหลักฐานทางไตสวนไดความจาก นายกิตติรัตน ณ ระนอง ซึ่งขณะเกิดเหตุดํารงตําแหนงรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลัง และ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ ซึ่งขณะเกิดเหตุดํารงตําแหนงรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคม พยานจําเลยที่ ๑ เบิกความสอดคลองกันวา คณะรัฐมนตรีหนา ๔๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
มีมติใหดําเนินการเพื่อจัดทําการประชาสัมพันธในระดับที่กวางขวางกวาที่เคยมีมติเมื่อวันที่๒๘ กุมภาพันธ ๒๕๕๖ การมอบหมายใหสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเปนผูรับผิดชอบทําใหกํากับดูแลหนวยงานที่เกี่ยวของที่ครอบคลุมไดมากกวากระทรวงคมนาคม ตอมามีการหารือของสวนราชการที่เกี่ยวของนายพงษศักดิ์ พยานโจทกซึ่งขณะเกิดเหตุดํารงตําแหนงผูอํานวยการสํานักบริหารกลาง สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เบิกความวา จําเลยที่ ๓ สั่งการใหพยานไปดําเนินการจัดจางโครงการ Roadshowโดยใชจายจากงบประมาณรายจายประจําป พ.ศ. ๒๕๕๗ งบรายจายอื่น คาใชจายในการขับเคลื่อนยุทธศาสตรของรัฐบาล โดยจําเลยที่ ๓ มอบเอกสารเกี่ยวกับรายละเอียดโครงการตามที่ไดประชุมรวมกับหนวยงานที่เกี่ยวของใหพยาน เอกสารดังกลาวมีการกําหนดวัน เวลา สถานที่ และกิจกรรมที่จะดําเนินการ รวม ๑๒ จังหวัด เริ่มที่จังหวัดหนองคายในระหวางวันที่ ๔ - ๖ ตุลาคม ๒๕๕๖และจังหวัดนครราชสีมาในระหวางวันที่ ๑๑ - ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๖ แสดงใหเห็นวากําหนดเวลาเริ่มดําเนินโครงการ Roadshow เกิดขึ้นจากการพิจารณารวมกันของหนวยงานตาง ๆ ซึ่งมิใชเปนการตัดสินใจของจําเลยที่ ๑ เอง อีกทั้งไดความจาก นายกรณินทร กาญจโนมัย พยานโจทกซึ่งขณะเกิดเหตุดํารงตําแหนงที่ปรึกษาสํานักงบประมาณ เบิกความวา โครงการ Roadshowมีวัตถุประสงคเพื่อสรางความเขาใจใหประชาชนไดรับทราบขอมูลและมีความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการออกรางพระราชบัญญัติใหอํานาจกระทรวงการคลังกูเงินเพื่อการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานการคมนาคมขนสงของประเทศ พ.ศ. .... ดวย แสดงวาการวางแผนดําเนินงานโครงการ Roadshow นั้นมีความมุงหมายเพื่อดําเนินการรณรงคประชาสัมพันธและจัดใหประชาชนรวมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการที่จะเกิดขึ้นภายใตรางพระราชบัญญัติฉบับดังกลาว ซึ่งอยูระหวางพิจารณาของสภาผูแทนราษฎรในวาระที่ ๒ และวาระที่ ๓ เมื่อวันที่ ๑๙ - ๒๐ กันยายน ๒๕๕๖ กรณีจึงมิไดเปนการกําหนดเวลาดําเนินโครงการ Roadshow อยางเรงดวนหรือกระชั้นชิด เพียงเพื่อใหเปนเหตุอางใชงบกลางขอเท็จจริงทางไตสวนฟงไดวา สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมีภารกิจที่จะตองดําเนินการโครงการ Roadshowตามกําหนดเวลาที่หนวยงานราชการที่เกี่ยวของพิจารณารวมกัน นอกจากนั้น ไดความจาก นายกรณินทรนายพงษศักดิ์ และ นางปนัดดา เลี้ยวรุงโรจน ซึ่งขณะเกิดเหตุไดรับมอบหมายใหปฏิบัติงานหัวหนาฝายพัสดุสํานักบริหารกลาง สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พยานโจทกที่เบิกความสอดคลองกันวาเมื่อประมาณเดือนสิงหาคม ๒๕๕๖ จําเลยที่ ๑ มอบหมายใหสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเปนหนวยงานดําเนินจัดทําโครงการ Roadshow จึงยังไมไดมีการตั้งงบประมาณสําหรับโครงการดังกลาวไวหนา ๔๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
ทั้งไมอยูในหลักเกณฑการใชงบประมาณรายจายประจําปของปงบประมาณกอนไปพลางกอนไดโดยโครงการลงทุนโครงสรางพื้นฐานดานระบบคมนาคมขนสงของประเทศ เปนหนึ่งในยุทธศาสตรของประเทศ(Country Strategy) ไดบรรจุไวในงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ หมวดงบรายจายอื่นคาใชจายในการขับเคลื่อนยุทธศาสตรของรัฐบาล จํานวน ๕๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อจะนํามาใชเปนงบประมาณในการดําเนินงาน อันรวมถึงโครงการ Roadshow แตปรากฏวาพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ประกาศใชไมทันวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ จึงมิอาจใชงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ได จึงเห็นไดวา กรณีไมอาจใชทั้งงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณพ.ศ. ๒๕๕๖ และงบประมาณรายจายปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ มาดําเนินโครงการ Roadshow ไดตามที่ไดกําหนดเวลาไว ถือไดวาสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมีเหตุที่จะตองใชจายงบประมาณนอกเหนือจากที่ไดรับการจัดสรร หรือไดรับงบประมาณแลวไมเพียงพอ และไมอาจปรับแผนดําเนินการหรือใชเงินงบประมาณอื่นได ยอมเปนการกระทําในกรณีมีความจําเปนและเรงดวนตองใชจายงบประมาณดังนั้น การที่จําเลยที่ ๑ อนุมัติใหใชงบกลาง จึงเปนการดําเนินการไปตามมติคณะรัฐมนตรีลงวันที่๑๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๒ สวนที่โจทกกลาวหาวา ผูนําฝายคานและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรอภิปรายวารางพระราชบัญญัติฉบับดังกลาวอาจขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ และจะสงเรื่องใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาทั้งสํานักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเสนอแนะวารางพระราชบัญญัติฉบับดังกลาวอาจขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีผลใหรางพระราชบัญญัติฉบับดังกลาวตกไป ทําใหโครงการไมมีความแนนอนวาจะเกิดเปนรูปธรรมได ตามเอกสารหมาย จ.๒๘ แผนที่ ๑๑๒๙ - ๑๑๔๔ ซึ่งสอดคลองกับที่เวลาตอมาศาลรัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉัยวา การออกพระราชบัญญัติฉบับดังกลาวมิใชกรณีจําเปนเรงดวนนั้นเห็นวา ขณะที่จําเลยที่ ๑ มีคําสั่งอนุมัติงบกลางเมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๖ ยังไมมีขอสรุปที่ชัดเจนเปนยุติวารางพระราชบัญญัติใหอํานาจกระทรวงการคลังกูเงินเพื่อการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานคมนาคมขนสงของประเทศ พ.ศ. .... ขัดตอรัฐธรรมนูญ โดยยังมิไดมีผูใดยื่นคํารองตอศาลรัฐธรรมนูญเพื่อใหพิจารณาวินิจฉัย ขอเท็จจริงกลับปรากฏวาโครงการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานการคมนาคมขนสงของประเทศไดผานการพิจารณาจากหนวยงานฝายบริหารที่เกี่ยวของและผานมติคณะรัฐมนตรีมาแลวโดยไมมีขอทักทวง ประกอบกับผูอํานวยการสํานักงบประมาณมีความเห็นวารัฐบาลมีโครงการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานคมนาคมขนสงของประเทศ จึงจําเปนตองดําเนินโครงการประชาสัมพันธแตสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีไมไดขอตั้งงบประมาณรองรับไวเพื่อการดังกลาว สํานักงบประมาณพิจารณาแลวหนา ๔๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
จึงเห็นสมควรที่นายกรัฐมนตรีจะอนุมัติงบกลางนี้ไดในกรอบวงเงิน ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตามหนังสือดวนที่สุด ที่ นร ๐๗๐๕/๒๓๙๕๗ ลงวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๖ ตามเอกสารหมาย จ.๓๖แผนที่ ๑๒๐๘ - ๑๒๐๙ กรณียอมมีเหตุผลเพียงพอใหจําเลยที่ ๑ เชื่อวาสามารถอนุมัติไดตามกรอบของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๒ จึงฟงไดวา จําเลยที่ ๑ ไดใชดุลพินิจกระทําไปบนพื้นฐานของขอมูลและขอเท็จจริงเทาที่มีอยูในขณะนั้น แมตอมาวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๗ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคําวินิจฉัยที่ ๓ - ๔/๒๕๕๗ วา รางพระราชบัญญัติใหอํานาจกระทรวงการคลังกูเงินเพื่อการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานคมนาคมขนสงของประเทศ พ.ศ. .... ตราขึ้นโดยไมใชกรณีจําเปนเรงดวนก็ตาม แตคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญฉบับดังกลาวเปนการวินิจฉัยภายหลังเกิดเหตุแลวทั้งศาลรัฐธรรมนูญคงวินิจฉัยเพียงวา รางพระราชบัญญัติฉบับนี้อนุญาตใหจายเงินแผนดินโดยไมไดกระทําตามที่อนุญาตไวในกฎหมายวาดวยงบประมาณรายจาย กฎหมายวาดวยวิธีการงบประมาณกฎหมายที่เกี่ยวดวยการโอนงบประมาณ หรือกฎหมายวาดวยเงินคงคลัง อีกทั้งมิใชกรณีจําเปนเรงดวนรางพระราชบัญญัตินี้จึงขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ วรรคหนึ่ง และเมื่อการใชจายเงินกูตามรางพระราชบัญญัติฉบับนี้ไมไดดําเนินการตามกรอบวินัยการเงินการคลังตามรัฐธรรมนูญ หมวด ๘รางพระราชบัญญัตินี้จึงขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ วรรคสอง ซึ่งขอความดังกลาวเปนสาระสําคัญมีผลใหรางพระราชบัญญัตินี้เปนอันตกไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๔ วรรคสามคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญฉบับดังกลาวจึงมิไดมีประเด็นวินิจฉัยโดยตรงวา โครงการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานคมนาคมขนสงของประเทศ และโครงการ Roadshow เปนโครงการจําเปนเรงดวนหรือไมและไมไดวินิจฉัยความรับผิดทางอาญาของบุคคลใด ดังนั้น การที่บุคคลใดจะรับผิดทางอาญาหรือไมตองพิจารณาจากการกระทําและเจตนาของบุคคลจากพยานหลักฐานในคดีนี้ เมื่อจําเลยที่ ๑ไมอาจรูลวงหนาไดวาศาลรัฐธรรมนูญจะมีคําวินิจฉัยเปนประการใด ยอมถือไมไดวาจําเลยที่ ๑มีเจตนาเล็งเห็นผลวาโครงการ Roadshow ไมอาจเกิดขึ้นไดอยางแนนอน ที่โจทกกลาวหาวาวัตถุประสงคและพื้นที่จัดโครงการ Roadshow บางสวนซ้ําซอนกับโครงการที่กระทรวงคมนาคมจัดทําแลวเมื่อระหวางวันที่ ๘ - ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๖ โดยจําเลยที่ ๑ เขารวมพิธีเปดนิทรรศการดังกลาวจึงตองรูถึงขอเท็จจริงนั้น พยานหลักฐานทางไตสวนไดความวา เดิมกระทรวงคมนาคมดําเนินการจัดทําโครงการนิทรรศการ Thailand ๒๐๒๐ กาวใหม เชื่อมไทยสูโลก นิทรรศการของประชาชนและโครงการจางสัมมนาเพื่อรับฟงความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง การลงทุนพัฒนาโครงสรางพื้นฐานหนา ๔๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
ดานคมนาคมขนสงของประเทศ ระหวางวันที่ ๘ - ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๖ ณ ศูนยราชการเฉลิมพระเกียรติ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร วงเงินงบประมาณ รวมทั้งสิ้น๔๑,๙๖๐,๓๘๑ บาท นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังดําเนินโครงการประชาสัมพันธและสํารวจความคิดเห็นของประชาชนตอแผนลงทุนพัฒนาโครงสรางพื้นฐานระบบคมนาคมขนสง พ.ศ. ๒๕๕๖ - ๒๕๖๓ในสวนภูมิภาค ชวงเดือนเมษายน - มิถุนายน ๒๕๕๖ ที่จังหวัดหนองคาย จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดพิษณุโลก วงเงินรวมทั้งสิ้น ๑๐,๓๗๑,๒๐๐ บาท ระหวางนั้น เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๖คณะรัฐมนตรีเสนอรางพระราชบัญญัติใหอํานาจกระทรวงการคลังกูเงินเพื่อการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานคมนาคมขนสงของประเทศ พ.ศ. .... ตอสภาผูแทนราษฎร ซึ่งสภาผูแทนราษฎรพิจารณารางพระราชบัญญัติดังกลาว วาระที่หนึ่ง (ขั้นรับหลักการ) วันที่ ๒๘ - ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๖ตอมามีการริเริ่มโครงการ Roadshow โดยมีวัตถุประสงคครอบคลุมโครงการสําคัญ ๆ ของกระทรวงและหนวยงานตาง ๆ จํานวน ๑๒ จังหวัด ไดแก จังหวัดหนองคาย จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดอุบลราชธานีจังหวัดขอนแกน จังหวัดนครสวรรค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดเชียงใหม จังหวัดชลบุรีจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสงขลา เห็นวา แมโครงการ Roadshowจะดําเนินการในพื้นที่เดียวกันกับโครงการกระทรวงคมนาคม แตก็เปนเพียงพื้นที่ ๒ จังหวัดแรกคือ จังหวัดหนองคาย และจังหวัดนครราชสีมา ทั้งยังปรากฏวาโครงการ Roadshow มีภารกิจครอบคลุมมากกวาเดิม เชน การกระจายความเจริญ สรางเมืองใหม ผังเมือง ทองเที่ยว อุตสาหกรรมเกษตร พาณิชย บริหารจัดการน้ําและอุทกภัย ซึ่งไดความจากคําเบิกความของ นางสาวดุจดาว เจริญผลผูตรวจราชการกระทรวงคมนาคม และ นายชัชชาติ วา เนื้องานและรูปแบบการจัดโครงการ Roadshowในพื้นที่จังหวัดหนองคายและจังหวัดนครราชสีมามีขนาดใหญกวาและงบประมาณมากกวาที่กระทรวงคมนาคมจัดขึ้นทําใหโครงการ Roadshow มีหนวยงานอื่นเขามาเกี่ยวของจํานวนมากนอกเหนือจากกระทรวงคมนาคมเพราะการทําโครงสรางพื้นฐานมีผลกระทบตอหลากหลายภาคสวน และยังปรากฏอีกวาโครงการของกระทรวงคมนาคมที่จัดในสวนภูมิภาคที่จังหวัดหนองคายใชงบประมาณ ๔,๕๐๕,๔๙๐ บาทและที่จังหวัดนครราชสีมาใชงบประมาณ ๒,๙๙๙,๘๒๕ บาท สวนโครงการ Roadshowใชงบประมาณจังหวัดละประมาณ ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ยอมถือไมไดวาทั้งสองโครงการดําเนินการซ้ําซอนกัน กรณีจึงมีเหตุผลเพียงพอที่จะดําเนินโครงการ Roadshow ที่จังหวัดหนองคายและจังหวัดนครราชสีมาตามนโยบายรัฐบาลและตามการบริหารราชการแผนดินตอไปไดหนา ๔๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
สวนที่โจทกกลาวหาวา โครงการลงทุนพัฒนาโครงสรางพื้นฐานระบบคมนาคมขนสงของประเทศมิไดบรรลุผลสําเร็จ ทําใหการใชงบประมาณโครงการ Roadshow เกิดความสูญเปลา นั้น เห็นวากรณีจะฟงวาจําเลยที่ ๑ มีเจตนาเพื่อใหเกิดความเสียหายแกสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและทางราชการหรือไม จะตองพิจารณาจากกฎหมายและระเบียบแบบแผนโดยเฉพาะมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวของ ฉะนั้น หากขอเท็จจริงปรากฏวาผูกระทําไดปฏิบัติหนาที่ไปตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนทางราชการ รวมทั้งมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวของอยางครบถวน ดวยความเชื่อโดยสุจริตและมีเหตุผลสอดคลองกับสภาวการณและขอมูลเทาที่มีอยูในขณะนั้นแลว กรณียอมไมอาจถือวาผูนั้นกระทําโดยมีเจตนาเพื่อใหเกิดความเสียหายแกทางราชการ อันมีผลใหตองรับผิดทางอาญา แตอยางใดเมื่อขอเท็จจริงยังไมพอฟงวาจําเลยที่ ๑ ฝนดําเนินการเพื่อใหไดเงินมาใชจายโครงการ Roadshowไปโดยไมคํานึงวาจะเกิดความเสียหาย จึงถือไมไดวาจําเลยที่ ๑ มีเจตนาพิเศษเพื่อใหเกิดความเสียหายแกสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและทางราชการ นอกจากนั้น ไมมีพยานหลักฐานวา จําเลยที่ ๑กับจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ มีความเกี่ยวพันเปนพิเศษอยางใด อันจะทําใหเห็นวาการอนุมัติงบกลางเปนการแสวงหาประโยชนอันมิชอบดวยกฎหมายเพื่อเปนประโยชนสวนตัวหรือแกจําเลยที่ ๔ และที่ ๕พยานหลักฐานทางไตสวนรับฟงไมไดวา จําเลยที่ ๑ ปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่ในเรื่องการอนุมัติใหใชงบกลาง โดยมีเจตนาเพื่อใหเกิดความเสียหายแกสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและทางราชการหรือโดยเจตนาทุจริตเพื่อแสวงหาประโยชนที่มิควรไดโดยชอบใหแกจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ ตามที่โจทกฟองสําหรับจําเลยที่ ๒ ขอเท็จจริงไดความเพียงวา ขณะจําเลยที่ ๒ ดํารงตําแหนงรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีเคยเขารวมการเปดงานโครงการนิทรรศการ Thailand ๒๐๒๐ กาวใหม เชื่อมไทยสูโลกที่กระทรวงคมนาคมจัดขึ้นณ ศูนยราชการเฉลิมพระเกียรติ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ตอมาจําเลยที่ ๒ ดํารงตําแหนงรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชยแลว ไมปรากฏวาจําเลยที่ ๒ มีสวนรวมหรือแนะนําโดยมิชอบเพื่อใหจําเลยที่ ๑ อนุมัติงบกลางสําหรับใชในการดําเนินโครงการ Roadshowอยางไร ดังนี้ จําเลยที่ ๒ จึงเปนแตเพียงผูทําหนาที่พิจารณาแลวผานเรื่องเสนอไปยังจําเลยที่ ๑เมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๖ ตามบันทึกขอความ ที่ สบก (กผง.) ๘๓๐/๒๕๕๖ ลงวันที่๑๘ กันยายน ๒๕๕๖ เอกสารหมาย จ.๓๗ แผนที่ ๑๒๑๐ - ๑๒๑๒ ตามลําดับชั้นเทานั้นพยานหลักฐานทางไตสวนยังรับฟงไมไดวา จําเลยที่ ๒ ปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่ในเรื่องการใชงบกลางเพื่อใหเกิดความเสียหายแกสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและแกทางราชการ หรือโดยทุจริตตามที่โจทกฟองหนา ๔๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
สวนจําเลยที่ ๓ แมจะดํารงตําแหนงเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และเปนผูรับผิดชอบโครงการ Roadshowกับเปนผูเสนอเรื่องขออนุมัติใชงบกลาง โดยสั่งการให นายพงษศักดิ์ จัดทําบันทึกเสนอขอใชงบกลางใหจําเลยที่ ๓ ลงนามตามเอกสารหมาย จ.๔๑ ก็ตาม แตมูลเหตุที่ทําใหตองเสนอขอใชงบกลางจํานวน ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท เปนผลมาจากการไมสามารถใชงบประมาณของสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีไดทัน โดยจําเลยที่ ๓ เพิ่งทราบวาตองขอใชงบกลางจาก นายพงษศักดิ์ ภายหลังจากที่หนวยงานที่เกี่ยวของรวมกันกําหนดเวลาดําเนินโครงการ Roadshow ไวแลว ดังนั้น การที่จําเลยที่ ๓เสนอขออนุมัติใชงบกลาง จึงเปนเพียงการดําเนินการตามหนาที่ของตน เพื่อจะใหโครงการ Roadshowสําเร็จลุลวงไปไดเทานั้น พฤติการณดังกลาวยังถือมิไดวาเปนการกระทําเพื่อใหเกิดความเสียหายแกสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีหรือมีเจตนาทุจริตในการขออนุมัติใชงบกลาง พยานหลักฐานทางไตสวนจึงรับฟงไมไดวา จําเลยที่ ๓ ปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบเพื่อใหเกิดความเสียหายแกสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและทางราชการ หรือโดยทุจริตตามที่โจทกฟอง ดังนี้ การที่จําเลยที่ ๒ และที่ ๓เสนอใหจําเลยที่ ๑ อนุมัติใชงบกลาง และจําเลยที่ ๑ อนุมัติใชงบกลาง จํานวน ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทมาดําเนินการโครงการ Roadshow จึงไมมีการกระทําใดอันเปนการฝาฝนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่๑๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๒ เรื่อง แนวทางปฏิบัติกรณีขออนุมัติใชเงินงบกลาง รายการเงินสํารองจายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจําเปน เพื่อใหเกิดความเสียหายแกสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและทางราชการหรือโดยทุจริต อันจะเปนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ปญหาที่ตองวินิจฉัยประการตอไปมีวา การที่จําเลยที่ ๔ และที่ ๕ เปนผูรับจางจัดทําโครงการ Roadshow ๑๒ จังหวัด เปนผลมาจากการที่จําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ รวมกันกําหนดตัวบุคคลใหเปนผูรับจางไวลวงหนา โดยมุงหมายมิใหมีการแขงขันราคาอยางเปนธรรม เพื่อเอื้อประโยชนแกจําเลยที่ ๔และที่ ๕ และจําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ดําเนินการนํางบประมาณ จํานวน ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทและ ๒๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท มาใชจายในโครงการ Roadshow โดยมิชอบ เพื่อใหเกิดความเสียหายแกสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและทางราชการ หรือโดยทุจริต ตามฟองหรือไมกอนอื่นจะพิเคราะหปญหาที่วา จําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ รวมกันตกลงใหจําเลยที่ ๔ และที่ ๕เปนผูรับจางจัดทําโครงการ Roadshow ไวลวงหนาตั้งแตกอนเริ่มการจัดจางหรือไม สําหรับจําเลยที่ ๑ นั้นไดความจาก นายพงษศักดิ์ นางปนัดดา นายสรายุทธ มหวลีรัตน ซึ่งเปนอดีตกรรมการผูจัดการหนา ๔๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
บริษัทสยามสปอรตมีเดีย แมเนจเมนท จํากัด นางสาวคัทริน สุวรัตน ซึ่งเปนอดีตรองกรรมการผูจัดการบริษัทดังกลาว พยานโจทกเบิกความยืนยันวา จําเลยที่ ๑ เปนประธานในที่ประชุมและสอบถามรายละเอียดโครงการ รวมถึงทักทวงใหแกไขรูปแบบของงานที่นําเสนอ (Presentation)ที่จําเลยที่ ๔ นํามาเสนอ หลังจากนั้น จําเลยที่ ๑ เขาประชุมอีกครั้งดวย ขอเท็จจริงจึงฟงไดวาจําเลยที่ ๑ เขารวมประชุมการนําเสนอรูปแบบของงานโครงการ Roadshow จริง แตเมื่อคํานึงถึงวาจําเลยที่ ๑ เปนผูสั่งการมอบหมายใหสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจัดทําโครงการ Roadshowจึงเปนเรื่องปกติที่จําเลยที่ ๑ จะสั่งใหแกไขรูปแบบของงานที่นํามาเสนอได ขอเท็จจริงไดความจากคําเบิกความของ นายสรายุทธ วา จําเลยที่ ๑ สอบถามวานิทรรศการที่นําเสนอประชาชนจะรับรูและเขาใจโครงการไดใชหรือไม และการประชาสัมพันธโครงการนี้จะสรางการรับรูใหแกประชาชนไดทั่วถึงใชหรือไม นางปนัดดา เบิกความวา จําเลยที่ ๑ ซักถามเกี่ยวกับการจัดงานตามที่นําเสนอผูนําเสนอก็ตอบเกี่ยวกับรูปแบบการจัดงาน นายพงษศักดิ์ เบิกความวา จําเลยที่ ๑ ติติงเรื่องทางเขาออกและกิจกรรมที่จัดภายในงาน ดังนี้ พฤติการณของจําเลยที่ ๑ ดังกลาว จึงมิไดผิดปกติหรือนอกเหนือไปจากการติดตามงานที่ดําเนินการไปตามนโยบายของรัฐบาล สําหรับมูลเหตุที่จําเลยที่ ๔ ซึ่งเปนเอกชนเขามานําเสนอรูปแบบและขั้นตอนการจัดงานโครงการระหวางการประชุมเตรียมความพรอมดําเนินโครงการที่ทําเนียบรัฐบาลเพียงรายเดียวนั้น สืบเนื่องมาจากจําเลยที่ ๓ ประชุมเตรียมการอยางไมเปนทางการรวมกับหนวยงานราชการที่เกี่ยวของแลว ไดขอสรุปวาเปนการเกินขีดความสามารถของสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จึงพิจารณาสรรหาใหเอกชนเขามาดําเนินการ แสดงวาจําเลยที่ ๑ มิไดเปนผูริเริ่มใหจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ เขามานําเสนองานตอที่ประชุม อีกทั้งการนําเสนองานในชั้นนี้อยูในขั้นตอนของการพิจารณากําหนดรูปแบบของงาน ซึ่งไมปรากฏวารูปแบบงานที่จําเลยที่ ๔ นําเสนอไดกําหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะอยางใดที่เปนการเอื้อประโยชนแกจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ โดยเฉพาะเจาะจงหรือมีเงื่อนไขพิเศษที่เปนการกีดกันผูเสนอราคารายอื่นไมใหเขาเสนอราคาอยางเปนธรรม ทั้ง นายสรายุทธเบิกความวา รูปแบบของงานที่นําเสนอ (Presentation) เปนการใชโปรแกรมพาวเวอรพอยนต(Powerpoint) นําเสนอวาจะตองทําอะไรบางเพื่อประชาสัมพันธโครงการ และ นางสาวคัทรินพยานโจทกเบิกความวา งานที่นําเสนอเปนการนําเสนอในภาพรวมของโครงการเทานั้น พยานหลักฐานทางไตสวนรับฟงไมไดวาระหวางการประชุมจําเลยที่ ๑ กระทําการอันเปนการกําหนดตัวผูรับจางไวลวงหนาสวนขอเท็จจริงที่ปรากฏวา ในระหวางขั้นตอนขออนุมัติใชงบกลาง จําเลยที่ ๔ มีหนังสือที่ ฆณ.๑๐-๐๕๕๕/๒๕๕๖หนา ๔๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
ลงวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๖ ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยแจงวาจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ไดรับมอบหมายจากสํานักนายกรัฐมนตรี ใหเปนผูจัดทําโครงการ ซึ่งจะมีการจัดงาน รวมทั้งสิ้น ๑๒ จังหวัดพรอมกําหนดวัน เวลาและสถานที่การจัดงานของแตละจังหวัด จึงขอความอนุเคราะหใหแตละจังหวัดอํานวยความสะดวกในเรื่องตาง ๆ ตามเอกสารหมาย จ.๔๐ แผนที่ ๑๘๗๗ - ๑๘๗๘ ตอมาเมื่อวันที่๒๖ กันยายน ๒๕๕๖ จําเลยที่ ๑ เปนประธานแถลงขาวงานโครงการ Roadshow โดยมีพนักงานของจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ ชวยประสานงานกับสื่อมวลชนใหมารวมงานและลงทะเบียนสื่อมวลชนที่มาทําขาวในงาน รวมทั้งจําเลยที่ ๔ เปนผูออกแบบรูปแบบในการจัดงานแถลงขาวและโลโกสรางอนาคตไทย ๒๐๒๐ นั้น การดําเนินการดังกลาวมิใชเปนการกระทําของจําเลยที่ ๑และไมปรากฏพฤติการณใดที่แสดงใหเห็นวาจําเลยที่ ๑ มีสวนรวมรูเห็นเปนใจหรือใหการรับรองการดําเนินการเชนวานั้นดวย อีกทั้งการดําเนินการนั้นลวนเปนรายละเอียดในขั้นตอนการปฏิบัติงานของเจาหนาที่ผูรับผิดชอบแตละสวน กรณีจึงไมอยูในวิสัยที่จําเลยที่ ๑ ซึ่งเปนผูบริหารสูงสุดจะทราบขอเท็จจริงไดทั้งหมด พยานหลักฐานทางไตสวน นอกจากนี้ ไมปรากฏขอเท็จจริงวาจําเลยที่ ๑มีสวนเกี่ยวของสั่งการหรือใชอํานาจครอบงําหรือสมคบกับผูมีหนาที่ในขั้นตอนการเสนอราคาและจัดซื้อจัดจางโครงการ Roadshow ดวยประการอื่นใด ดังนั้น ขอเท็จจริงรับฟงไมไดวา จําเลยที่ ๑ตกลงใหจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ เปนผูรับจางโครงการ Roadshow ไวลวงหนาสําหรับจําเลยที่ ๒ แมมีหนาที่และอํานาจกํากับดูแลสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีตามคําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ ๑๕๑/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ตามเอกสารหมาย จ.๑๑แผนที่ ๑๒๒ - ๑๓๐ และมีอํานาจอนุมัติใหสั่งจางตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุพ.ศ. ๒๕๓๕ ขอ ๖๖ แตก็เปนหนาที่ทั่วไป โดยจําเลยที่ ๒ มิไดรับมอบหมายใหเปนผูรับผิดชอบโครงการ Roadshow โดยตรง ทั้งจําเลยที่ ๑ มีคําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ ๒๔๒/๒๕๕๖ ลงวันที่๓ กันยายน ๒๕๕๖ แตงตั้งคณะกรรมการบูรณาการการประชาสัมพันธโครงการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานเพื่อสรางอนาคตประเทศ มีจําเลยที่ ๓ เปนประธานกรรมการ สวนจําเลยที่ ๒ จะไดเขารวมประชุมเกี่ยวกับรูปแบบของงานที่นําเสนอ (Presentation) ดังที่ นายพงษศักดิ์ เบิกความหรือไมก็มิใชเปนการสั่งการหรือใชอํานาจอยางผิดปกติ เพียงแตเปนการรวมประชุมเชนเดียวกับบุคคลอื่นเทานั้นประกอบกับจําเลยที่ ๒ ไมมีสวนเกี่ยวของกับการแตงตั้งคณะกรรมการกําหนดราคากลางหนา ๕๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
คณะกรรมการจัดจางโดยวิธีพิเศษ และคณะกรรมการตรวจการจางโครงการ Roadshow โดยจําเลยที่ ๒เพียงแตอนุมัติหลักการจัดโครงการ ตามบันทึกขอความสํานักบริหารกลาง ลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๖เอกสารหมาย จ.๔๘ แผนที่ ๑๙๐๑ - ๑๙๐๒ และ จ.๕๘ แผนที่ ๒๑๔๔ - ๒๑๔๕ อนุมัติใหจางจําเลยที่ ๔เปนผูจัดทําโครงการ ตามบันทึกขอความสํานักบริหารกลาง ดวนที่สุด สบก.(กบพ) ๒๗๙๔/๒๕๕๖ลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ ตามเอกสารหมาย จ.๕๓ แผนที่ ๒๑๑๘ - ๒๑๒๑ และอนุมัติใหจางจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ จัดทําโครงการ ตามบันทึกขอความสํานักบริหารกลาง ดวนที่สุด สบก.(กบพ)๒๙๒๕/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ เอกสารหมาย จ.๖๒ แผนที่ ๒๖๒๐ - ๒๖๒๔และบันทึกขอความสํานักบริหารกลาง ดวนที่สุด สบก.(กบพ) ๒๙๒๖/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖จ.๖๓ แผนที่ ๒๖๒๕ - ๒๖๓๐ เทานั้น สวนขั้นตอนตาง ๆ ของการดําเนินโครงการเปนเรื่องที่จําเลยที่ ๓ผูรับผิดชอบโครงการตองตรวจสอบและพิจารณาดําเนินการตามหนาที่ตอไป พยานหลักฐานทางไตสวนจึงรับฟงไมไดวาจําเลยที่ ๒ ตกลงกําหนดจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ ใหเปนผูรับจางจัดโครงการ Roadshowสวนจําเลยที่ ๓ นั้น พยานหลักฐานทางไตสวนไดความวา เมื่อประมาณปลายเดือนสิงหาคม ๒๕๕๖จําเลยที่ ๓ เปนประธานการประชุมเตรียมการอยางไมเปนทางการรวมกับหนวยงานราชการที่เกี่ยวของหลายครั้งที่ทําเนียบรัฐบาล เพื่อหารือและวางกรอบการดําเนินโครงการ Roadshow จนนําไปสูการใหเอกชนเขามาดําเนินการ ซึ่ง นายพงษศักดิ์ พยานโจทกเบิกความวา จําเลยที่ ๓ ประชุมรวมกับหนวยงานที่เกี่ยวของ เชน ทีมงานสภาพัฒน ทีมงานกระทรวงคมนาคม โดยมี นายชัชชาติ รัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคม เปนหัวเรือหลัก และกระทรวงมหาดไทย เปนตน แสดงใหเห็นวาแนวทางการสรรหาเอกชนมาดําเนินการมิใชขอสั่งการของจําเลยที่ ๓ โดยลําพังแตผูเดียว แตเปนขอสรุปรวมกันของหนวยงานตาง ๆในที่ประชุมวาเปนการเกินขีดความสามารถของสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สอดคลองกับที่ นางปนัดดาและ นายอิทธิพงศ งามแดน ซึ่งขณะเกิดเหตุดํารงตําแหนงผูอํานวยการกลุมผลิตสื่อและเทคโนโลยีสํานักโฆษก สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พยานโจทกเบิกความทํานองเดียวกันวา สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีไมเคยจัดงานลักษณะนี้ นอกจากนั้น โครงการของกระทรวงคมนาคมที่จัดทําแลวซึ่งมีขอบเขตของงานนอยกวาโครงการ Roadshow เปนอันมาก ก็ยังไดใชวิธีการจางเอกชนมาดําเนินโครงการดังนั้น ลําพังการที่จําเลยที่ ๓ มีสวนรวมพิจารณาใหเอกชนเขามาดําเนินการ จึงไมใชเรื่องที่ผิดปกติสวนขอเท็จจริงที่ นายสรายุทธ พยานโจทกเบิกความวา พยานไดรับแจงจากนักขาวของจําเลยที่ ๕หนา ๕๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
วาสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมีงานจางดําเนินโครงการ Roadshow พยานโทรศัพทติดตอไปยังนายฐากูร บุนปาน กรรมการผูจัดการจําเลยที่ ๔ เพื่อนัดหมายไปสอบถามรายละเอียดโครงการดวยกันเมื่อไปพบจําเลยที่ ๓ ที่ทําเนียบรัฐบาล จําเลยที่ ๓ บอกวา ถาสนใจงานนี้ใหกลับไปรวบรวมผลงานในอดีตมาเสนอกับหนวยงานที่เกี่ยวของอีกครั้ง โดยใหประสานกับทีมงานจําเลยที่ ๓ ขณะนั้นมีเจาหนาที่สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีอยูรวมดวย ๔ ถึง ๕ คน พยานสงผลงานในอดีตใหเจาหนาที่สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีหลายครั้ง ตอมาไดรับแจงจาก นายฐากูร วาขอมูลผลงานที่สงไปอยูในขายมีสิทธินําเสนองาน โดยใหจัดทํารูปแบบของงานมาเสนอ (Presentation) นั้นเห็นไดวา การที่จําเลยที่ ๓ แจงใหจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ ไปรวบรวมผลงานในอดีตมาเสนอเปนเรื่องที่จําเลยที่ ๓ ในฐานะผูรับผิดชอบโครงการ Roadshow ตรวจสอบกอนเสนอตอที่ประชุมไดที่ นายสรายุทธ เบิกความอีกวา พยานและ นายฐากูร เรงประชุมเพื่อจัดทํารูปแบบงานใหตรงกับขอกําหนดของโครงการที่สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีกําหนด เมื่อแลวเสร็จไดนําสงรูปแบบของงานใหแกเจาหนาที่สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีตรวจสอบ และแกไขงานใหตรงกับรายละเอียดโครงการขณะนั้น พยานทราบรายละเอียดโครงการวาจะจัดขึ้นที่ใด จังหวัดใด โดยพยานและ นายฐากูรชวยกันแบงจังหวัดเพื่อจัดทํารูปแบบของงานที่จะนําเสนอ (Presentation) ตอมาวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๖พยานไปรวมประชุมเพื่อนําเสนอรูปแบบของงาน นางสาวคัทริน พยานโจทกเบิกความวา พยานรวมประชุมกับจําเลยที่ ๔ ที่สํานักงานจําเลยที่ ๔ ถนนประชาชื่น เพื่อตกลงถึงรูปแบบการจัดงานนิทรรศการโดยมี นายฐากูร เปนแมงานหลัก เนื่องจากตองจัดงานใหเปนไปตามรูปแบบงานเดียวกัน วันดังกลาวจําเลยที่ ๔ และบริษัทสยามสปอรตมีเดีย แมเนจเมนท จํากัด แบงจังหวัดเพื่อจัดทํารูปแบบของงานที่นําเสนอ (Presentation) การประชุมทุกครั้งมีหนวยงานตาง ๆ เขารวมประชุมเปนจํานวนมาก นั้นเห็นไดวา การที่จําเลยที่ ๔ และที่ ๕ จัดทํารูปแบบของงานมาเสนอตอที่ประชุมดังกลาวเปนการกระทําโดยเปดเผยแกบุคคลอื่นเปนจํานวนมาก โดยเฉพาะจําเลยที่ ๓ เอง จะตองเปนผูอนุมัติจางจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ ในภายหลัง จึงตองระมัดระวังเปนอยางยิ่ง กรณีจึงมีเหตุผลเชื่อไดตามที่ นายสรายุทธเบิกความตอบทนายจําเลยที่ ๓ วา จําเลยที่ ๔ และที่ ๕ จัดทํารูปแบบของงาน (Presentation)มาเสนองานในฐานะของผูมาเสนองานรายหนึ่ง ดังนั้น แมที่ประชุมจะเห็นชอบงานที่จําเลยที่ ๔นําเสนอก็มิไดเปนการผูกมัดใหตองเลือกจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ เปนผูรับจางไปดวย ขั้นตอนนี้หนา ๕๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
จึงเปนเพียงการเชิญบุคคลมารวมประชุมใหขอมูลและแสดงความคิดเห็น เพื่อกําหนดรูปแบบและแผนการประชาสัมพันธโครงการ อันอยูในขอบเขตอํานาจหนาที่ของคณะกรรมการบูรณาการการประชาสัมพันธโครงการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานเพื่อสรางอนาคตประเทศ ตามคําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรีที่ ๒๔๒/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๖ ตามเอกสารหมาย จ.๓๓ แผนที่ ๑๑๙๙ - ๑๒๐๐โดยเฉพาะระหวางประชุมจําเลยที่ ๓ มิไดพูดหรือกระทําการอันใดในลักษณะที่เปนการชี้นําหรือจูงใจหรือใหการสนับสนุนเปนพิเศษ เพื่อใหที่ประชุมเห็นชอบงานของจําเลยที่ ๔ แมจําเลยที่ ๔ จะนําเสนองานแตเพียงรายเดียว แตไมปรากฏวามีผูมีอาชีพรายอื่นสนใจมาเสนองานแลวถูกกีดกันมิใหแขงขันกับจําเลยที่ ๔แตอยางใด สวนขอที่วา จําเลยที่ ๔ และที่ ๕ ตกลงแบงจังหวัดกัน ก็เปนแคการแบงงานกันเองในขั้นตอนการจัดทํางานนําเสนอ (Presentation) เทานั้น จึงหาใชเปนการตกลงรวมกันเสนอราคาวาแตละบริษัทจะรับจางทําโครงการที่จังหวัดใด อันจะถือเปนการหลีกเลี่ยงการแขงขันราคาอยางเปนธรรมและไมเปดโอกาสใหมีการแขงขันราคาอยางเปนธรรม นอกจากนั้น ยังปรากฏวา ภายหลังจากจําเลยที่ ๔และที่ ๕ นําเสนอรูปแบบของงาน (Presentation) เมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๖ แลวมีการกําหนดงานแถลงขาวโครงการ Roadshow ในวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๖ อันเปนระยะเวลากระชั้นชิดการที่จําเลยที่ ๓ มิไดรอใหมีผูอื่นเขามาแขงขันเสนองานกอน จึงฟงไมไดวาเปนการกระทําเพื่อเอื้อประโยชนแกจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ สวนที่ นายพงษศักดิ์ เบิกความวา จําเลยที่ ๔ นําเสนองานตอจําเลยที่ ๑และรัฐมนตรีที่เกี่ยวของ ตอมาการประชุมครั้งที่ ๒ นายกรณินทร หนาหองจําเลยที่ ๓ พาเจาหนาที่จําเลยที่ ๔ ไปแนะนํากับ นายพงษศักดิ์ วาจําเลยที่ ๔ จะเขามาเปนผูดําเนินงานในโครงการ นั้นคงเปนการเบิกความไปตามความเขาใจของพยานเองที่เห็นจําเลยที่ ๔ นําเสนอรูปแบบของงานแลวเขาใจวาจําเลยที่ ๓ กําหนดตัวผูรับจางดังที่ไดเบิกความตอนแรก ซึ่ง นายสรายุทธ เบิกความวาพยานนํางานไปนําเสนอ (Presentation) เมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๖ แตทางไตสวนไดความวานายกรณินทร ชวยปฏิบัติราชการที่สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจนถึงวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๕๖ตามเอกสารหมาย จ.๑๘๙ แผนที่ ๖๖๗๙ แสดงวา นายกรณินทร ยายไปกอนที่จะมีการเสนองานของจําเลยที่ ๔ แลว ดังนั้น ที่ นายกรณินทร เบิกความยืนยันวาไมเคยเขาประชุมและพาเจาหนาที่จําเลยที่ ๔ ไปแนะนํากับ นายพงษศักดิ์ จึงรับฟงได สวนที่ นายพงษศักดิ์ ใหถอยคําในชั้นไตสวนของคณะอนุกรรมการไตสวนเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๓ และวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ ๒๕๖๓หนา ๕๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
อางวา จําเลยที่ ๓ เรียกไปพบที่หองทํางานเรื่องเงินที่จะนําไปใชจายในโครงการ แลวจําเลยที่ ๓บอกพยานวาจะใหจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ เปนผูจัดโครงการ โดยมี นายกรณินทร อยูดวยตามเอกสารหมาย จ.๑๗๐ แผนที่ ๖๔๗๔ และ ๖๔๗๗ นั้น ถอยคํานี้เพิ่งปรากฏภายหลังจากที่นายพงษศักดิ์ ยื่นคําชี้แจงแกขอกลาวหาของตนแลว ทั้งไมมีพยานหลักฐานอื่นสนับสนุน จึงสงสัยวาจะเปนการอางขอเท็จจริงขึ้นใหม แม นายพงษศักดิ์ เบิกความตอนหลังยืนยันวา จําเลยที่ ๓บอกพยานเชนนั้น แต นายกรณินทร เบิกความวาไมเปนความจริง อันเปนลักษณะพยานเบิกความยันกันซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองตองพิเคราะหดวยความระมัดระวัง คําเบิกความของ นายพงษศักดิ์ จึงมีน้ําหนักลดนอยลง ที่ นางสาวนัทรียา เบิกความวา หลังการประชุมของนายกรัฐมนตรี จําเลยที่ ๓ เดินมาที่โตะดานหลังหองประชุมที่ผูอํานวยการสํานักโฆษก(นางนันทิกาญจน สวัสดิ์ภักดี) พยาน และ นางสาวปวีณา ปริวัฒนศักดิ์ นั่งอยูเปนกลุม และพูดวารูแลวใชมั้ยวาจะมีงานโรดโชวจัดนิทรรศการ ใหลองพิจารณาบริษัทมติชน ดูนะ วามีศักยภาพเปนผูรับจางจัดงานหรือไม นั้น นางนันทิกาญจน และ นางสาวปวีณา ซึ่งรูเห็นเหตุการณรวมกันแตกลับมิไดเบิกความยืนยันขอเท็จจริงดังกลาว คําเบิกความของ นางสาวนัทรียา จึงมีน้ําหนักนอยทั้งคําพูดของจําเลยที่ ๓ เปนเพียงใหพิจารณาศักยภาพของจําเลยที่ ๔ เทานั้น มิไดพูดเจาะจงใหนางสาวนัทรียา ตองเลือกจําเลยที่ ๔ เปนผูรับจาง พฤติการณดังกลาวจึงรับฟงไมไดวาจําเลยที่ ๓ครอบงําสั่งการหรือจูงใจให นางสาวนัทรียา ยอมรับการเสนอราคาของจําเลยที่ ๔ เพื่อใหเปนผูรับจางดังที่โจทกอาง สวนที่จําเลยที่ ๔ มีหนังสือที่ ฆณ.๑๐-๐๕๕๕/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๖ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยแจงวาจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ ไดรับมอบหมายจากสํานักนายกรัฐมนตรีใหเปนผูจัดทําโครงการ จึงขอความอนุเคราะหใหแตละจังหวัดอํานวยความสะดวกในเรื่องตาง ๆตามเอกสารหมาย จ.๔๐ นั้น เห็นวา เมื่อที่ประชุมเห็นชอบรูปแบบของงานที่จําเลยที่ ๔ นําเสนอและกําหนดงานแถลงขาวโครงการ Roadshow แลว ยอมทําใหจําเลยที่ ๔ เขาใจวาจะไดรับเลือกเปนผูรับจางดําเนินโครงการ ประกอบกับโครงการ Roadshow จะเริ่มดําเนินการวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๖จําเลยที่ ๔ จึงเรงรีบมีหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยดังกลาว โดยทางไตสวนไมปรากฏขอเท็จจริงวาจําเลยที่ ๓ รูเห็นหรือสนับสนุนการกระทําของจําเลยที่ ๔ ดังกลาว และจําเลยที่ ๓ เบิกความวาเพิ่งทราบเรื่องดังกลาวหลังจากที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. แจงขอกลาวหาคดีนี้แลว ดังนั้น จึงฟงไดวาหนา ๕๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
เปนการกระทําของจําเลยที่ ๔ โดยพลการเองฝายเดียว จะถือเอาเปนเจตนารวมของจําเลยที่ ๓ดวยไมได ทั้งเมื่อพิจารณาขอความในหนังสือของจําเลยที่ ๔ แลว เปนเพียงการขอความอนุเคราะหใหแตละจังหวัดอํานวยความสะดวกในเรื่องตาง ๆ โดยมิไดระบุวาจําเลยที่ ๔ จะปฏิบัติหนาที่ตามสัญญาของผูรับจางโดยตรงอันเปนการเขาทําการงานแลวตั้งแตกอนทําสัญญาจาง ฉะนั้นขอความที่วาจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ ไดรับมอบหมายจากสํานักนายกรัฐมนตรีใหเปนผูจัดทําโครงการนั้นคงมุงหมายเพียงวาจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ ไดรับมอบหมายใหจัดทํารูปแบบของงานโครงการเทานั้นสวนกรณีวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๖ มีพนักงานของจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ ชวยประสานงานสื่อมวลชนใหมารวมงานนั้น ขอเท็จจริงทางไตสวนไดความเพียงวาเจาหนาที่ของสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีขอใหชวยดําเนินการ โดยไมปรากฏวาเปนขอสั่งการของจําเลยที่ ๓ สําหรับกรณีที่จําเลยที่ ๔เปนผูออกแบบรูปแบบในการจัดงานแถลงขาวและโลโกสรางอนาคตไทย ๒๐๒๐ นั้น เปนผลมาจากการที่ที่ประชุมไดเห็นชอบรูปแบบของงานที่นําเสนอ (Presentation) ตามที่จําเลยที่ ๔ นําเสนอซึ่งจําเลยที่ ๔ มีสิทธิที่จะใหใชโลโกนั้นได และการยอมใหใชผลงานที่นําเสนอก็หาใชวาจะกระทําไดตอเมื่อไดตกลงจางเสียกอนเสมอไป พฤติการณดังกลาวจึงฟงไมไดวาจําเลยที่ ๓ กําหนดตัวจําเลยที่ ๔และที่ ๕ เปนผูรับจางไวลวงหนา และที่ นางปนัดดา เบิกความวา กอนคดีนี้ เมื่อมีการใชวิธีพิเศษในการจัดซื้อจัดจางจะมีการกําหนดตัวผูรับจางไวแลวทุกโครงการนั้น ก็เปนการจัดซื้อจัดจางในครั้งอื่นซึ่งไมเกี่ยวของกับโครงการ Roadshow ทั้งสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีก็ไมเคยจัดโครงการใหญในลักษณะนี้มากอน กรณีจึงไมอาจนําขอเท็จจริงดังกลาวมาเปรียบเทียบเพื่อใชพิจารณาถึงการกระทําของจําเลยที่ ๓ ได นอกจากนั้น เมื่อคํานึงถึงวาการใหจําเลยที่ ๔ นําเสนองานตอที่ประชุมนั้นมีวัตถุประสงคเพื่อจะพิจารณาเฉพาะเรื่องรูปแบบของงาน ซึ่งมิใชเปนขั้นตอนการกําหนดตัวผูรับจางแมที่ประชุมเห็นชอบกับงานของจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ อันอาจเปนขอแสดงใหเห็นอยูในตัววาจําเลยที่ ๔และที่ ๕ มีความพรอมดําเนินโครงการ Roadshow ก็ตาม แตเปนเพียงผลที่เกิดขึ้นจากการพิจารณารวมกันของที่ประชุม หาใชเปนเจตนาโดยตรงของจําเลยที่ ๓ ไม ทั้งการจะไดรับการวาจางหรือไมยังตองดําเนินการจัดซื้อจัดจางตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ กอน หากจําเลยที่ ๓มีเจตนามาแตแรกที่จะกําหนดตัวผูรับจางลวงหนา จําเลยที่ ๓ ตองเขาไปเกี่ยวของกับขั้นตอนของการจัดซื้อจัดจางดวยเพื่อใหสมดังเจตนา แตขอเท็จจริงไดความจาก นายกัลยาณะ วิภัติภูมิประเทศหนา ๕๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
ประธานกรรมการจัดจางโดยวิธีพิเศษ และ นางสาวปวีณา ปริวัฒนศักดิ์ กรรมการจัดจางโดยวิธีพิเศษตางเบิกความยืนยันวา ไมมีบุคคลใดสั่งการใหเลือกจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ เปนผูรับจาง ดังนี้พยานหลักฐานทางไตสวนจึงรับฟงไมไดวา จําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ รวมกันตกลงใหจําเลยที่ ๔ และที่ ๕เปนผูรับจางจัดทําโครงการ Roadshow อันเปนการกําหนดตัวบุคคลใหเปนผูรับจางไวลวงหนาตั้งแตกอนดําเนินการขั้นตอนการจัดจาง โดยเปนการหลีกเลี่ยงการแขงขันราคาอยางเปนธรรมและไมเปดโอกาสใหมีการแขงขันราคาอยางเปนธรรมตามฟอง โดยมีเจตนาเพื่อใหเกิดความเสียหายแกสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและทางราชการ หรือโดยทุจริตปญหาที่ตองพิเคราะหตอไปมีวา จําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ปฏิบัติหนาที่หรือละเวนการปฏิบัติหนาที่เกี่ยวกับการอนุมัติจัดจางโครงการ Roadshow โดยวิธีพิเศษตามฟองหรือไม เห็นวา ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ขอ ๒๔ ระบุวา การจางโดยวิธีพิเศษ ไดแกการจางครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ใหกระทําไดเฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใด ดังตอไปนี้(๑) เปนงานที่ตองจางชางผูมีฝมือโดยเฉพาะ หรือผูมีความชํานาญเปนพิเศษ (๒) เปนงานจางซอมพัสดุที่จําเปนตองถอดตรวจ ใหทราบความชํารุดเสียหายเสียกอนจึงจะประมาณคาซอมได เชน งานจางซอมเครื่องจักรเครื่องมือกล เครื่องยนต เครื่องไฟฟา หรือเครื่องอิเล็กทรอนิกส เปนตน (๓) เปนงานที่ตองกระทําโดยเรงดวน หากลาชาอาจจะเสียหายแกราชการ (๔) เปนงานที่ตองปกปดเปนความลับของทางราชการ(๕) เปนงานที่จําเปนตองการจางเพิ่มในสถานการณที่จําเปน หรือเรงดวน หรือเพื่อประโยชนของสวนราชการและจําเปนตองจางเพิ่ม (Repeat Order) (๖) เปนงานที่ไดดําเนินการจางโดยวิธีอื่นแลวไมไดผลดีเห็นสมควรวินิจฉัยวงเงิน ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท กอน สําหรับจําเลยที่ ๑ นั้น พยานหลักฐานทางไตสวนไมปรากฏวาจําเลยที่ ๑ เขาไปมีสวนเกี่ยวของขั้นตอนการจัดซื้อจัดจางโครงการ Roadshow แตอยางใดสวนจําเลยที่ ๒ นั้น พยานหลักฐานทางไตสวนไดความจาก นางปนัดดา พยานโจทก เบิกความวาเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๖ สํานักงบประมาณแจงวา จําเลยที่ ๑ อนุมัติงบกลาง และจําเลยที่ ๓อนุมัติหลักการโครงการ พยานจึงตั้งเรื่องที่จะดําเนินการในสวนของการพัสดุตอไป พยานเห็นวาโครงการจะจัดขึ้นใน ๒ จังหวัด คือ จังหวัดหนองคาย ระหวางวันที่ ๔ - ๖ ตุลาคม ๒๕๕๖และจังหวัดนครราชสีมา ระหวางวันที่ ๑๑ - ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๖ ซึ่งเปนระยะเวลากระชั้นชิดจึงตองเสนอบันทึกจัดจางดําเนินโครงการโดยวิธีพิเศษ เพราะจะสอบราคาหรือประกวดราคาไมทันแนนอนหนา ๕๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
โดยเริ่มจากการจัดทําบันทึกสํานักบริหารกลาง ดวนที่สุด ที่ - ลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๖ขออนุมัติหลักการดําเนินการในวงเงิน ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท เสนอจําเลยที่ ๓ ลงนามเพื่อเสนอไปยังจําเลยที่ ๒ ซึ่งจําเลยที่ ๒ อนุมัติในวันเดียวกัน และ นายพงษศักดิ์ เบิกความวา เมื่อพิจารณาจากลําดับการดําเนินงานและเอกสารขอบเขตของงาน (TOR) อีกทั้งเงื่อนเวลาดําเนินการ เห็นไดวาระยะเวลาเรงดวนและกระชั้นชิดเปนอยางมาก จําเปนตองเลือกใชวิธีการจัดจางโดยวิธีพิเศษสํานักบริหารกลางจึงเสนอบันทึกขอความขออนุมัติจางจัดโครงการ Roadshow ตอจําเลยที่ ๓โดยระบุวาจะดําเนินการจางโดยวิธีพิเศษตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ขอ ๒๔ (๓) ตามบันทึกขอความ ดวนที่สุด ที่ สบก.(กบพ) ๒๗๙๒/๒๕๖๖ ลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖เอกสารหมาย จ.๕๐ แผนที่ ๑๙๐๙ - ๑๙๑๑ ตอมาจําเลยที่ ๓ เสนอตอจําเลยที่ ๒ ซึ่งจําเลยที่ ๒ลงนามอนุมัติในวันเดียวกัน เห็นวา ขอเท็จจริงตามคําเบิกความดังกลาวไมปรากฏวาจําเลยที่ ๒เปนผูริเริ่มหรือใชใหผูใตบังคับบัญชาดําเนินการจัดจางโดยวิธีพิเศษ แตขอเท็จจริงกลับปรากฏวาเปนการพิจารณาและเสนอของเจาหนาที่สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมาตามลําดับชั้น แมจําเลยที่ ๒เปนผูอนุมัติ ซึ่งมีหนาที่ตองตรวจสอบใหละเอียดรอบคอบ ไมใชเพียงแตลงนามอนุมัติผานไปตามความเห็นของผูใตบังคับบัญชาเทานั้นก็ตาม แตเมื่อขอเท็จจริงปรากฏวาโครงการ Roadshow กําหนดเริ่มดําเนินงานตั้งแตวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๖ และจําเลยที่ ๓ เสนอเรื่องตอจําเลยที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖จึงไมอาจใชวิธีการประกวดราคาตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ไดกรณีมีเหตุเพียงพอใหจําเลยที่ ๒ พิจารณาไดวาการจัดจางโครงการ Roadshow เขาเงื่อนไขวาเปนงานที่ตองกระทําโดยเรงดวน หากลาชาอาจจะเสียหายแกราชการ ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ขอ ๒๔ (๓) พยานหลักฐานทางไตสวนฟงไมไดวาจําเลยที่ ๒รูอยูแลววาไมเปนงานเรงดวน และเมื่อกรณีเปนงานที่ตองกระทําโดยเรงดวน หากลาชาอาจจะเสียหายแกราชการ เชนนี้ แมจําเลยที่ ๒ สั่งอนุมัติภายในวันเดียวก็ไมถือวาเปนการใชดุลพินิจโดยมิชอบสวนที่ นางปนัดดา เบิกความวา คณะกรรมการจัดจางโดยวิธีพิเศษพิจารณาเสนอจางจําเลยที่ ๔ทั้งที่คณะกรรมการกําหนดราคากลางยังประชุมไมแลวเสร็จ และบันทึกรายงานผลการพิจารณาของคณะกรรมการจัดซื้อจัดจางโดยวิธีพิเศษสงมาถึงพยานเมื่อชวงเย็นวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖จึงตองเสนอวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๖ โดยลงวันที่ยอนหลังเปนวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ นั้นหนา ๕๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
เมื่อ นางปนัดดา เปนหัวหนาฝายพัสดุ มีหนาที่ตรวจสอบโดยตรงตามสายงาน ไดเกษียนขอความวาตรวจแลว ถูกตองตามระเบียบพัสดุ กรณีจึงมีเหตุที่จะทําใหจําเลยที่ ๒ เชื่อโดยสุจริตวาสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีในฐานะสวนราชการเจาของโครงการไดศึกษาดวยความรอบคอบมาเปนอยางดีแลว ประกอบกับจําเลยที่ ๒ เบิกความยืนยันวา การสงหนังสือมาใหอนุมัติจะไมใสวันที่มาใหกอน จําเลยที่ ๒ จึงลงนามโดยไมไดลงวันที่เอง ถือไมไดวาจําเลยที่ ๒ ไมตรวจสอบหรือไมสนใจความถูกตองของเอกสาร จึงขาดเจตนาพิเศษเพื่อใหเกิดความเสียหายแกสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พยานหลักฐานทางไตสวนไมอาจรับฟงวา จําเลยที่ ๒ ปฏิบัติหนาที่หรือละเวนการปฏิบัติหนาที่เกี่ยวกับการอนุมัติใหจัดจางโครงการ Roadshow โดยวิธีพิเศษ วงเงิน ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทเพื่อใหเกิดความเสียหายแกสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี หรือโดยทุจริตตามฟองสําหรับจําเลยที่ ๓ นั้น เห็นวา แมจําเลยที่ ๓ ไมไดเสนอเรื่องการจัดซื้อจัดจางตอคณะกรรมการบูรณาการการประชาสัมพันธโครงการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานเพื่อสรางอนาคตประเทศไทยตามคําสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๒๔๒/๒๕๕๖ แตคณะกรรมการดังกลาวมีหนาที่พิจารณาเฉพาะเรื่องการพิจารณารูปแบบงานโครงการและรับทราบผลการดําเนินงาน ตามเอกสารหมาย จ.๓๓ แผนที่ ๑๑๙๙ - ๑๒๐๐ซึ่งเปนคนละขั้นตอนกันกับการจัดซื้อจัดจาง โดยขั้นตอนการจัดซื้อจัดจางเปนหนาที่และอํานาจของจําเลยที่ ๓ ในฐานะหัวหนาสวนราชการที่ตองดําเนินการ และเนื่องจากเปนกรณีการจัดซื้อจัดจางในวงเงินเกินอํานาจอนุมัติของจําเลยที่ ๓ ซึ่งเปนหัวหนาสวนราชการ ตามคําสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๑๕๑/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๖ จึงตองเสนอจําเลยที่ ๒ พิจารณา ดังที่ นายลิขิต อุไรรางกูลพยานโจทกซึ่งขณะเกิดเหตุรักษาการในตําแหนงนักวิชาการชํานาญการพิเศษ กองการพัสดุภาครัฐกรมบัญชีกลาง เบิกความวา เรื่องใดที่ไมไดกําหนดในแผนงานไวในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปถือเปนดุลพินิจของหัวหนาสวนราชการที่พิจารณาสั่งการใหดําเนินการโครงการตาง ๆ วามีความจําเปนเรงดวนมีความเหมาะสมที่จะใชวิธีพิเศษได จึงไมเคยมีหนวยงานใดขอหารือกรณีตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ขอ ๒๔ (๓) มายังกรมบัญชีกลาง ดังนี้ การที่จําเลยที่ ๓ ไมไดเสนอเรื่อง การจัดซื้อจัดจางตอคณะกรรมการบูรณาการการประชาสัมพันธโครงการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานเพื่อสรางอนาคตประเทศไทย จึงมิใชเปนการใชดุลพินิจโดยมิชอบ สวนที่คณะกรรมการกําหนดราคากลางนําขอเสนอราคาของจําเลยที่ ๔ มาใชในการกําหนดราคากลางนั้น ก็เปนการพิจารณาตามอํานาจหนาที่หนา ๕๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
ของคณะกรรมการกําหนดราคากลางเอง เมื่อกรณีนี้เปนการจัดจางโดยวิธีพิเศษ ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ขอ ๒๔ (๓) จึงยอมเชิญผูมีอาชีพรับจางโดยตรงนั้นมาเสนอราคาตามระเบียบฉบับดังกลาว ขอ ๕๘ (๑) ได และแมจําเลยที่ ๔ จะเสนอราคาเพียงรายเดียวแตกรณีไมปรากฏวามีการคบคิดกันฉอฉลหรือไมสุจริตในระหวางผูที่เกี่ยวของในขั้นตอนนี้ แตอยางใดขอเท็จจริงกลับไดความจาก นายพิไชย โอบายะวาทย อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝายขาราชการประจําดานสังคม ซึ่งไดรับแตงตั้งเปนประธานกรรมการกําหนดราคากลาง กับ นางโศภิษฐ ทองคําชูเจาพนักงานพัสดุชํานาญงาน กลุมแผนงานและงบประมาณ สํานักงานเลขาธิการ สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ นายอิทธิพล งามแดน นักประชาสัมพันธชํานาญการพิเศษ สํานักโฆษกสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งไดรับแตงตั้งเปนกรรมการกําหนดราคากลาง เบิกความสอดคลองกันวาไมมีผูใดสั่งการหรือแทรกแซงการกําหนดราคากลาง แสดงใหเห็นวาจําเลยที่ ๓ ไมมีสวนเกี่ยวของในเรื่องการพิจารณากําหนดราคากลางดวย ที่ นางปนัดดา เบิกความวา ขณะเสนอจําเลยที่ ๓ นั้นคณะกรรมการกําหนดราคากลางยังประชุมยังไมเสร็จ แตเมื่อกระบวนการจัดจางตองเสร็จกอนวันที่๔ ตุลาคม ๒๕๕๖ พยานจึงเสนอบันทึกรายงานการขอซื้อขอจาง โดยไมไดระบุราคากลางแตระบุวงเงิน ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ทําใหรายงานคณะกรรมการกําหนดราคากลางไมไดระบุเลขที่สวนที่ตองลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ เพื่อใหเปนไปตามลําดับที่จะตองมีราคากลางกอนการจัดจางนั้นจําเลยที่ ๓ เบิกความวา จําเลยที่ ๓ ลงนามไปเนื่องจากผานการกรองโดย นางสาวเรณู ตังคจิวางกูรรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝายบริหารซึ่งทํางานมานานและจําเลยที่ ๓ ไววางใจ ภายหลัง นางสาวเรณูแจงวามีขอผิดพลาด จําเลยที่ ๓ เขาใจวาเปนเรื่องขอผิดพลาดตามปกติ เห็นไดวา การลงวันที่ยอนหลังเปนการกระทําของ นางปนัดดา เอง แมจําเลยที่ ๓ เปนผูรับผิดชอบโครงการ Roadshowและเปนหัวหนาสวนราชการที่มีอํานาจพิจารณาวามีความจําเปนเรงดวนเหมาะสมที่จะใชวิธีพิเศษตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ขอ ๒๔ (๓) หรือไม จึงมีหนาที่ตองควบคุมดูแลมิใหเกิดความเสียหายตอทางราชการก็ตาม แตเมื่อ นางปนัดดา ระบุในเอกสารวาตรวจแลว ถูกตองตามระเบียบพัสดุ และ นางสาวเรณู ตรวจสอบไมพบความผิดพลาด ทั้งจําเลยที่ ๓ตองเรงพิจารณาเพราะเปนกรณีเรงดวน จึงมีเหตุใหจําเลยที่ ๓ เขาใจวาดําเนินการตอไปไดสวนที่ นางปนัดดา เบิกความวา บันทึกรายงานผลการพิจารณาของคณะกรรมการจัดจางโดยวิธีพิเศษหนา ๕๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
ลงสารบบอิเล็กทรอนิกสไมทันวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ พยานเสนอตอจําเลยที่ ๓ จากนั้น จําเลยที่ ๓พิจารณาอนุมัติและเสนอไปยังจําเลยที่ ๒ ซึ่งจําเลยที่ ๒ อนุมัติเห็นควรจางจําเลยที่ ๔ โดยเหตุการณทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในวันเดียวกันคือ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ อันแสดงวาจําเลยที่ ๓ มิไดลงนามยอนหลังแต นางปนัดดา กลับเบิกความใหมวา เอกสารบันทึกรายงานผลการพิจารณาของคณะกรรมการจัดซื้อจัดจางโดยวิธีพิเศษสงมาถึงพยานเมื่อชวงเย็นวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ จึงตองเสนอวันที่๒ ตุลาคม ๒๕๕๖ คําเบิกความของ นางปนัดดา จึงไมอยูกับรองกับรอยไมอาจรับฟงได ประกอบกับการที่เจาหนาที่สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีตางปฏิบัติงานอยางเรงรีบภายในวันเดียวนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะปฏิบัติงานเพื่อใหทันเวลาที่ผูบริหารกําหนดไว ดังเห็นไดจากที่ นางปนัดดา เบิกความวาสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเคยดําเนินการรวดเร็วลักษณะแบบนี้มาบางแตวงเงินไมมาก ตรงกันขามขอเท็จจริงกลับไดความจาก นางสาวนัทรียา เบิกความวา ไมมีผูใดแทรกแซงคณะกรรมการจัดจางโดยวิธีพิเศษใหตองเลือกจําเลยที่ ๔ เปนผูรับจาง การดําเนินการดังกลาวจึงหาใชเกิดขึ้นจากการสั่งการของจําเลยที่ ๓ ไม นอกจากนี้ ยังปรากฏวา ตอมา นางสาวประพีร อังกินันทน มีหนังสือสํานักงานการตรวจเงินแผนดิน ดวนที่สุด ที่ ตผ ๐๐๑๙/๐๘๒๒ ลงวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๗ ขอใหทบทวนการดําเนินการใชจายเงินโครงการดังกลาว ตามเอกสารหมาย จ.๘๒ แผนที่ ๒๗๓๕ - ๒๗๓๖จําเลยที่ ๓ มีหนังสือ ดวนที่สุด ที่ นร ๐๔๐๑.๖/๐๙๘๔ ลงวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๗แจงสํานักงานการตรวจเงินแผนดินวา สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีประสงคที่จะใหเกิดความชัดเจนในทางปฏิบัติตามขอสังเกตดังกลาวเสียกอน จึงยังไมไดดําเนินการอนุมัติเบิกจายเงินออกไปจนกวาขอทักทวงและขอสังเกตของสํานักงานการตรวจเงินแผนดินจะหมดไป และไดขอหารือเกี่ยวกับแนวปฏิบัติในการอนุมัติเบิกจายเงินของโครงการนี้กับสํานักงานการตรวจเงินแผนดินดวยแลว ตามเอกสารหมาย จ.๘๔แผนที่ ๒๗๖๒ - ๒๗๖๗ โดยมีการชะลอการจายเงินคาจางแกจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ ไวกอนพฤติการณดังกลาวยังฟงไมไดวาจําเลยที่ ๓ ละเวนการปฏิบัติหนาที่ในการกํากับดูแลตามที่ควรจะเปนอันจะแสดงวามีเจตนาเพื่อใหเกิดความเสียหาย ประการสําคัญที่สุดหลังเกิดเหตุมีรัฐประหารเมื่อวันที่๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ตอมา พลเอก วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีคําสั่งแตงตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขั้นตอนการดําเนินการโครงการ Roadshow ตามคําสั่งสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ ๓๒/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๘ ตามเอกสารหมาย จ.๑๐๑หนา ๖๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
แผนที่ ๒๘๙๙ - ๒๙๐๐ คณะกรรมการดังกลาวเห็นวาขั้นตอนการดําเนินโครงการ Roadshowเปนไปตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ พลเอก วิลาศ จึงลงนามอนุมัติเบิกจายเงินแกจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ ผูรับจาง ตามบันทึกขอความ ดวนที่สุด ที่ สบก.(กบพ.) ๗๗๒/๒๕๕๘ลงวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๘ เอกสารหมาย จ.๑๐๖ แผนที่ ๒๙๔๐ - ๒๙๔๖ ซึ่งสอดคลองกับที่คณะกรรมการสอบสวนขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดไดตรวจสอบแลวพบวาไมมีเจาหนาที่กระทําละเมิดตอหนวยงานของรัฐ ตามรายงานผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด เอกสารหมาย ล.๑/๓๑ จึงฟงไมไดวาจําเลยที่ ๓ มีเจตนาพิเศษโดยทุจริตเพื่อแสวงหาประโยชนอันมิชอบดวยกฎหมายใหแกจําเลยที่ ๔ พยานหลักฐานทางไตสวนฟงไมไดวาจําเลยที่ ๓ ปฏิบัติหนาที่หรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเกี่ยวกับการขออนุมัติจัดจางโครงการ Roadshow โดยวิธีพิเศษ วงเงิน ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทสวนโครงการ Roadshow อีก ๑๐ จังหวัด วงเงิน ๒๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท นั้น พยานหลักฐานทางไตสวนไดความวา เมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๖ นางนันทิกาญจน เสนอบันทึกขอความสํานักโฆษกขออนุมัติหลักการจัดโครงการ Roadshow ระบุวา เพื่อสรางความเขาใจเกี่ยวกับโครงการอยางเรงดวนและตอเนื่อง เห็นควรจัดจางเอกชนดําเนินการจัดโครงการทุกภาคทั่วประเทศ จํานวน ๑๐ จังหวัดในวงเงินไมเกิน ๒๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งจําเลยที่ ๓ ลงนามอนุมัติโดยเบิกจายจากเงินงบประมาณผลผลิตการบริหารจัดการของรัฐบาล งบรายจายอื่น คาใชจายในการขับเคลื่อนยุทธศาสตรของรัฐบาลประจําปงบประมาณ ๒๕๕๗ ตามหนังสือ ดวนที่สุด ที่ สนฆ.๑๒๘๑/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๖เอกสารหมาย จ.๕๖ แผนที่ ๒๑๓๔ - ๒๑๔๑ วันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ นายพงษศักดิ์มีบันทึกขอความผาน นางสาวเรณู ตังคจิวางกูร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝายบริหาร ระบุวาสํานักบริหารกลางพิจารณาแลว เพื่อเปนการเตรียมการจัดซื้อจัดจางตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ประกอบกับเปนนโยบายเรงดวนของรัฐบาลเห็นควรอนุมัติหลักการจัดโครงการ Roadshow สรางอนาคตประเทศไทย Thailand ๒๐๒๐ เพื่อสื่อสารเผยแพรขอมูลสรางความเขาใจเกี่ยวกับโครงการ โดยจัดจางเอกชนดําเนินการโครงการตามที่สํานักโฆษกเสนอซึ่งจําเลยที่ ๓ ลงนามรับทราบ ตามบันทึกขอความ ดวนที่สุด ที่ สบก.(กผง.) ๐๙๐๓/๒๕๕๖ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ เอกสารหมาย จ.๕๗ แผนที่ ๒๑๔๒ - ๒๑๔๔ แลวจําเลยที่ ๓หนา ๖๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
มีบันทึกเสนอจําเลยที่ ๒ ระบุวา เสนอขออนุมัติหลักการจัดโครงการโดยวิธีพิเศษ ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และอยูในอํานาจของรัฐมนตรีเจาสังกัดพิจารณาอนุมัติโดยจําเลยที่ ๒ ลงนามอนุมัติ ตามบันทึกขอความ ดวนที่สุด ที่ - ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖เอกสารหมาย จ.๕๘ แผนที่ ๒๑๔๔ - ๒๑๔๕ เห็นวา เมื่อโครงการ Roadshow ในสวน ๒จังหวัดแรก เขาเงื่อนไขเปนงานที่ตองกระทําโดยเรงดวน หากลาชาอาจจะเสียหายแกราชการตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ขอ ๒๔ (๓) ดังวินิจฉัยมาแลวทั้งโครงการ Roadshow อีก ๑๐ จังหวัด มีกําหนดเริ่มดําเนินงานกลุมแรก จังหวัดชลบุรี ระหวางวันที่๑๕ - ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๖ จังหวัดอุบลราชธานี ระหวางวันที่ ๑๘ - ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๖ โดยจําเลยที่ ๓เสนอเรื่องตอจําเลยที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ ยอมไมมีเวลาพอใหใชวิธีการประกวดราคาไดกรณีจึงมีเหตุผลเพียงพอใหจําเลยที่ ๒ เขาใจไดวาการจัดจางโครงการ Roadshow อีก ๑๐ จังหวัดเขาเงื่อนไขเปนงานที่ตองกระทําโดยเรงดวน หากลาชาอาจจะเสียหายแกราชการ ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ขอ ๒๔ (๓) เชนกัน ขอเท็จจริงรับฟงไมไดวาจําเลยที่ ๒ และที่ ๓ รูอยูแลววาโครงการ Roadshow อีก ๑๐ จังหวัด ไมใชงานที่ตองกระทําโดยเรงดวนและเมื่อกรณีเปนงานที่ตองกระทําโดยเรงดวนเชนนี้ แมจําเลยที่ ๒ จะสั่งอนุมัติภายในวันเดียว ก็ไมถือวาเปนการใชดุลพินิจโดยมิชอบ สวนเรื่อง การกําหนดตัวผูรับจางลวงหนา รวมถึงเรื่อง การใชราคากลางเดิมนั้นโจทกคงอางขอเท็จจริงอันเดียวกันกับกรณีโครงการ Roadshow ในสวน ๒ จังหวัดแรก ซึ่งไดวินิจฉัยอยางละเอียดแลว จึงไมจําตองวินิจฉัยซ้ําอีก ทั้งไดความจาก นายพงษศักดิ์ เบิกความวา คณะกรรมการบูรณาการการประชาสัมพันธโครงการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานเพื่อสรางอนาคตประเทศไดประชุมติดตามประเมินผลการจัดงานครั้งแรกที่จังหวัดหนองคายแลวเห็นวา ประสบผลสําเร็จเปนอยางดีจึงไดนําราคากลางที่ใชใน ๒ จังหวัดแรกมาเปนราคากลางในการดําเนินโครงการอีก ๑๐ จังหวัด ดังนี้พยานหลักฐานทางไตสวนรับฟงไมไดวา จําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ปฏิบัติหนาที่หรือละเวนการปฏิบัติหนาที่เกี่ยวกับการอนุมัติใหจัดจางโครงการโดยวิธีพิเศษวงเงิน ๒๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อใหเกิดความเสียหายแกสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีหรือโดยทุจริตปญหาที่ตองพิเคราะหตอไปมีวา จําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ รวมกันดําเนินการใหมีการอนุมัติลงนามในสัญญาจางกอนไดรับเงินประจํางวด โดยไมชอบดวยพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒หนา ๖๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
(ที่ใชบังคับขณะเกิดเหตุ) อันเปนความผิดตามฟองหรือไม พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒มาตรา ๒๓ วรรคสี่ บัญญัติวา ในกรณีที่มีความจําเปนและเรงดวนและมิใชกรณีตามวรรคสองหรือวรรคสาม คณะรัฐมนตรีมีอํานาจอนุมัติใหสวนราชการหรือรัฐวิสาหกิจจายเงินหรือกอหนี้ผูกพันตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปหรือพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายเพิ่มเติมกอนไดรับเงินประจํางวด หรืออนุมัติใหสวนราชการหรือรัฐวิสาหกิจกอหนี้ผูกพันเกินกวาหรือนอกเหนือไปจากที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปหรือพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายเพิ่มเติมได ขอเท็จจริงทางไตสวนไดความวา สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีลงนามในหนังสือสั่งจาง ที่ จ.๑๗/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ จางจําเลยที่ ๔ ดําเนินโครงการในสวนจังหวัดกลุมสอง เปนเงินทั้งสิ้น ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท และลงนามหนังสือสั่งจาง ที่ จ.๑๘/๒๕๕๗ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ จางจําเลยที่ ๕ ดําเนินโครงการในสวนจังหวัดกลุมแรก เปนเงินทั้งสิ้น๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท วันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๖ สํานักงบประมาณแจงใบจัดสรรเงินงบประมาณวงเงิน ๒๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ใหสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีพิจารณาดําเนินการ ตามเอกสารหมาย จ.๖๗แผนที่ ๒๖๔๔ ตอมา นายพงษภาณุ เศวตรุนทร รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการวาดวยการพัสดุ มีหนังสือกรมบัญชีกลาง ดวนที่สุด ที่ กค (กวพ) ๐๔๒๑.๓/๔๖๕๔๗ ลงวันที่๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ ถึงจําเลยที่ ๓ แจงวา สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีไดลงนามในสัญญาสั่งจางกอนไดรับอนุมัติเงินประจํางวด เปนการไมปฏิบัติตามระเบียบฯ พ.ศ. ๒๕๓๕ อยางไรก็ดี เพื่อบรรเทาความเสียหายแกราชการ จึงอนุมัติผอนผันการไมปฏิบัติตามระเบียบฯ ใหสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเปนกรณีเฉพาะราย ทั้งนี้ เนื่องจากกรณีนี้เปนการกอหนี้ผูกพันกอนไดรับอนุมัติเงินประจํางวดที่ไมเปนไปตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง เปนอํานาจของคณะรัฐมนตรี สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจึงตองนําเสนอคณะรัฐมนตรีตอไป ตามเอกสารหมาย จ.๗๒แผนที่ ๒๖๘๐ - ๒๖๘๒ ตอมาจําเลยที่ ๓ ลงนามในบันทึกขอความสํานักบริหารกลางที่สบก. (กบพ.) ๓๔๖๖/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ เสนอจําเลยที่ ๒ ลงนามในหนังสือไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอเรื่องตอคณะรัฐมนตรีขออนุมัติลงนามในสัญญากอนไดรับอนุมัติเงินประจํางวดในวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๖ ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒มาตรา ๒๓ วรรคสี่ ตามเอกสารหมาย จ.๗๓ แผนที่ ๒๖๘๓ - ๒๖๘๕ จําเลยที่ ๒ ในฐานะหนา ๖๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
รัฐมนตรีเจาสังกัดผูมีอํานาจเสนอเรื่องตอคณะรัฐมนตรีลงนามในหนังสือถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อขอใหคณะรัฐมนตรีพิจารณา ตามหนังสือ ดวนที่สุด ที่ นร ๐๔๐๑.๕/๑๖๔๐๙ ลงวันที่๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ เอกสารหมาย จ.๗๓ แผนที่ ๒๖๘๖ คณะรัฐมนตรีซึ่งมีจําเลยที่ ๑ และที่ ๒รวมประชุมดวยไดมีมติเมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๗ อนุมัติตามเสนอ ตามเอกสารหมาย จ.๘๐จําเลยที่ ๓ มีคําสั่งสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ ๒๕๖/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๖แตงตั้งคณะกรรมการสอบสวนขอเท็จจริง ซึ่งคณะกรรมการดังกลาวเห็นวาการลงนามในหนังสือสั่งจางกอนไดรับอนุมัติเงินประจํางวด เปนการดําเนินการโครงการตามนโยบายรัฐบาลที่มีความจําเปนเรงดวนโดยเจาหนาที่ผูปฏิบัติเขาใจวาสามารถดําเนินการไดเพราะทราบวาพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ประกาศใชในวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ และเมื่อทราบขอทักทวงจากสํานักงบประมาณก็เรงดําเนินการใหเปนไปตามกฎหมาย วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ ๒๕๕๗นางเอมปรีดิ์ รักษาราชการแทนผูอํานวยการสํานักบริหารกลาง เสนอรายงานการสอบสวนดังกลาวพรอมความเห็นประกอบวาเห็นควรยุติเรื่อง ซึ่งจําเลยที่ ๓ เห็นชอบดวย และเกษียนสั่งกําชับใหถือปฏิบัติตามระเบียบโดยเครงครัด นายพงษศักดิ์ ซึ่งเปนผูลงนามในหนังสือสั่งจางทั้งสองฉบับเบิกความวา การลงนามในหนังสือสั่งจางกอนที่จะไดรับใบงวดจากสํานักงบประมาณเกิดจากเจาหนาที่ทราบวาพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ประกาศใชในวันที่๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ ซึ่งโดยปกติเมื่อพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณประกาศใชก็จะไดรับการอนุมัติงวดเงินในวันนั้น ซึ่งในกรณีนี้คือ วันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ แตปรากฏวาสํานักงบประมาณไดอนุมัติเงินงบประมาณประจํางวดใหในวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๖ ตามเอกสารหมาย จ.๖๗แผนที่ ๒๖๔๔ เห็นวา ที่มาของการดําเนินการดังกลาวมิใชเกิดจากการกระทําเพื่อแกไขความผิดพลาดของจําเลยที่ ๓ เอง แตการที่จําเลยที่ ๓ ตองเสนอจําเลยที่ ๒ ลงนามในหนังสือไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอเรื่องตอคณะรัฐมนตรีนั้น เกิดจากความจําเปนตองปฏิบัติไปตามที่คณะกรรมการวาดวยการพัสดุ กรมบัญชีกลาง มีหนังสือแจงใหจําเลยที่ ๓ ทราบวา สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีตองนําเสนอคณะรัฐมนตรีตอไป ตามเอกสารหมาย จ.๗๒ และดวยเหตุนี้ ยอมเปนเหตุผลใหจําเลยที่ ๒จําเปนตองมีหนังสือไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอเรื่องตอคณะรัฐมนตรีตอไปดวย การกระทําของจําเลยที่ ๒ และที่ ๓ ในขั้นตอนนี้ จึงมิไดเปนการกระทําโดยมิชอบ แตอยางใด สวนที่จําเลยที่ ๑หนา ๖๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
และที่ ๒ รวมประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๗ นั้น แมการประชุมคณะรัฐมนตรีเปนการปฏิบัติหนาที่ของขาราชการการเมืองในฐานะเจาพนักงานตามกฎหมาย แตการอนุมัติใหแกการกอหนี้ผูกพันกอนไดรับอนุมัติเงินประจํางวดที่ไมเปนไปตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒มาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง เปนดุลพินิจและอํานาจของคณะรัฐมนตรีโดยเฉพาะตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณพ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๒๓ วรรคสี่ โดยบทบัญญัติดังกลาวมิไดกําหนดวาคณะรัฐมนตรีจะตองอนุมัติกอนมีการกอหนี้ผูกพัน แมจําเลยที่ ๑ จะเปนผูสั่งการใหจัดทําโครงการ Roadshow และจําเลยที่ ๒มีหนาที่กํากับดูแลสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีซึ่งเปนผูเสนอเรื่องขออนุมัติตอคณะรัฐมนตรีแตไมปรากฏวาการใชดุลพินิจของจําเลยที่ ๑ และที่ ๒ ผิดกฎหมายหรือระเบียบ ยอมฟงไมไดวาจําเลยที่ ๑ และที่ ๒ ใชดุลพินิจโดยมิชอบดวยกฎหมาย จึงขาดเจตนาพิเศษในการกระทําความผิดจากเหตุผลที่วินิจฉัยมาแลวขางตน ขอเท็จจริงทางไตสวนรับฟงไดวา การที่จําเลยที่ ๔ และที่ ๕เปนผูรับจางจัดทําโครงการ Roadshow ๑๒ จังหวัด มิใชเปนผลมาจากการที่จําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓รวมกันกําหนดตัวบุคคลใหเปนผูรับจางไวลวงหนา โดยมุงหมายมิใหมีการแขงขันราคาอยางเปนธรรมเพื่อเอื้อประโยชนแกจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ และจําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ มิไดนํางบประมาณ จํานวน๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท และ ๒๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท มาใชจายในโครงการ Roadshow โดยมิชอบเพื่อใหเกิดความเสียหายแกสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและแกทางราชการ หรือโดยทุจริตอันเปนการกระทําความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ และพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ปญหาที่ตองวินิจฉัยประการสุดทายมีวา จําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๖ รวมกันสนับสนุนจําเลยที่ ๑ถึงที่ ๓ ในการกระทําความผิดตามฟองหรือไม เห็นวา การสนับสนุนการกระทําความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖ นั้น จะตองมีผูอื่นเปนตัวการในการกระทําผิด หากเปนกรณีที่ไมมีตัวการกระทําผิดในความผิดดังกลาว ผูชวยเหลือหรือใหความสะดวกในความผิดนั้นก็ยอมไมอาจมีความผิดในฐานเปนผูสนับสนุนได เมื่อขอเท็จจริงทางไตสวนรับฟงไมไดวา จําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ กระทําความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ และพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับหนา ๖๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗
การเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ ดังที่ไดวินิจฉัยมาแลวกรณีจึงรับฟงไมไดวาจําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๖ เปนผูสนับสนุนในการกระทําความผิดดังกลาวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖ สวนที่จําเลยที่ ๔ และที่ ๕ แบงจังหวัดเพื่อจัดทํางานนําเสนอ(Presentation) เปนขั้นตอนกอนกระบวนการจัดซื้อจัดจาง จึงไมถือวาเปนการตกลงรวมกันเสนอราคาตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๔ดังนั้น จําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๖ จึงไมมีความผิดตามฟองพิพากษายกฟอง นายวรงคพร จิระภาคนายอาคม รุงแจง นายทรงพล สงวนพงศนายชัยเจริญ ดุษฎีพร นายเทพ อิงคสิทธิ์นายภพพิสิษฐ สุขะพิสิษฐ นายเอกศักดิ์ ยันตรปกรณนายภัทรศักดิ์ วรรณแสง นายเธียรดนัย ธรรมดุษฎีหนา ๖๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๗Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)