คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เรื่อง ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต [คดีหมายเลขดำที่ อม. ๑๗/๒๕๖๕ คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๒๒/๒๕๖๗ ระหว่าง อัยการสูงสุด โจทก์ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง จำเลย]
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเรื่อง การเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคประชาธิปตยตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองไดมีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๗เรื่อง การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคประชาธิปตย มีคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปตยจํานวน ๓๙ คน นั้นบัดนี้ หัวหนาพรรคประชาธิปตยไดแจงการเปลี่ยนแปลงตอนายทะเบียนพรรคการเมืองตามมาตรา ๓๘ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ กรณีที่ประชุมใหญสามัญพรรคประชาธิปตย ประจําป ๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๗ มีมติแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคการเมืองพรรคประชาธิปตย พ.ศ. ๒๕๖๖ โดยยกเลิกทั้งฉบับและใชขอบังคับพรรคประชาธิปตย พ.ศ. ๒๕๖๗ แทน ดังนี้ขอบังคับพรรคประชาธิปตย พ.ศ. ๒๕๖๗ขอบังคับพรรคประชาธิปตย พ.ศ. ๒๕๖๗ อนุมัติรับรองโดยที่ประชุมใหญสามัญพรรคประชาธิปตยประจําป ๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๗ ไดมีมติแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคประชาธิปตยพ.ศ. ๒๕๖๖ โดยยกเลิกทั้งฉบับ และใชขอบังคับพรรคประชาธิปตย พ.ศ. ๒๕๖๗ แทน ดังนี้ขอ ๑ ขอบังคับนี้เรียกวา “ขอบังคับพรรคประชาธิปตย พ.ศ. ๒๕๖๗”ขอ ๒ ใหใชขอบังคับพรรคนี้ตั้งแตวันที่ที่ประชุมใหญของพรรคใหความเห็นชอบขอ ๓ ใหยกเลิกขอบังคับพรรคประชาธิปตย พ.ศ. ๒๕๖๖ และใหใชขอบังคับพรรคประชาธิปตยพ.ศ. ๒๕๖๗ แทนขอ ๔ ในขอบังคับพรรคประชาธิปตยนี้“พรรค” หมายความวา พรรคประชาธิปตย“ขอบังคับพรรค” หมายความวา ขอบังคับพรรคประชาธิปตย“สาขาพรรค” หมายความวา สาขาพรรคประชาธิปตย“สมาชิก” หมายความวา สมาชิกพรรคประชาธิปตย“ที่ประชุมใหญ” หมายความวา ที่ประชุมใหญพรรคประชาธิปตย“คณะกรรมการบริหารพรรค” หมายความวา คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปตยหนา ๖๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
“สภาที่ปรึกษา” หมายความวา สภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปตย“สมัชชาประชาชน” หมายความวา สมัชชาประชาชนพรรคประชาธิปตย“คณะกรรมการยุทธศาสตรพรรค” หมายความวา คณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคประชาธิปตย“คณะกรรมการกฎหมาย” หมายความวา คณะกรรมการกฎหมายพรรคประชาธิปตย“คณะกรรมการสรรหา” หมายความวา คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรพรรคประชาธิปตย“คณะกรรมการประสานงานสมาชิกสภาทองถิ่นและผูบริหารทองถิ่น” หมายความวาคณะกรรมการประสานงานสมาชิกสภาทองถิ่นและผูบริหารทองถิ่นพรรคประชาธิปตย“หัวหนาพรรค” หมายความวา หัวหนาพรรคประชาธิปตย“รองหัวหนาพรรค” หมายความวา รองหัวหนาพรรคประชาธิปตย“เลขาธิการพรรค” หมายความวา เลขาธิการพรรคประชาธิปตย“รองเลขาธิการพรรค” หมายความวา รองเลขาธิการพรรคประชาธิปตย“เหรัญญิกพรรค” หมายความวา เหรัญญิกพรรคประชาธิปตย“นายทะเบียนสมาชิกพรรค” หมายความวา นายทะเบียนสมาชิกพรรคประชาธิปตย“โฆษกพรรค” หมายความวา โฆษกพรรคประชาธิปตย“กรรมการบริหารพรรค” หมายความวา กรรมการบริหารพรรคประชาธิปตย“ผูอํานวยการพรรค” หมายความวา ผูอํานวยการพรรคประชาธิปตย“คณะกรรมการสาขาพรรค” หมายความวา คณะกรรมการสาขาพรรคประชาธิปตย“หัวหนาสาขาพรรค” หมายความวา หัวหนาสาขาพรรคประชาธิปตย“กรรมการสาขาพรรค” หมายความวา กรรมการสาขาพรรคประชาธิปตย“สํานักงานสาขาพรรค” หมายความวา สํานักงานสาขาพรรคประชาธิปตย“ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด” หมายความวา ตัวแทนพรรคประชาธิปตยประจําจังหวัด“ศูนยประสานงานประจําเขตเลือกตั้ง” หมายความวา ศูนยประสานงานประจําเขตเลือกตั้งแบบแบงเขตเลือกตั้งพรรคประชาธิปตย“สมาชิกสภาผูแทนราษฎร” หมายความวา สมาชิกสภาผูแทนราษฎรพรรคประชาธิปตยหนา ๖๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
“รัฐมนตรี” หมายความวา รัฐมนตรีพรรคประชาธิปตย“สมาชิกสภาทองถิ่น” หมายความวา สมาชิกสภาทองถิ่นที่ลงสมัครในนามพรรคประชาธิปตย“ผูบริหารทองถิ่น” หมายความวา ผูบริหารทองถิ่นที่ลงสมัครในนามพรรคประชาธิปตย“เขตเลือกตั้ง” หมายความวา เขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้ง“ยุวประชาธิปตย” หมายความวา ยุวประชาธิปตยของพรรคประชาธิปตย“มติพรรค” หมายความวา มติของที่ประชุมใหญพรรคประชาธิปตย หรือมติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปตย“ศูนยยุทธศาสตร เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการสื่อสาร” หมายความวาศูนยยุทธศาสตรเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการสื่อสารพรรคประชาธิปตยหมวด ๑บททั่วไปขอ ๕ พรรคการเมืองตามขอบังคับพรรคนี้เรียกวา “พรรคประชาธิปตย” ชื่อยอ “ปชป.”เขียนเปนภาษาอังกฤษวา “DEMOCRAT PARTY” ชื่อยอ “DP”ขอ ๖ เครื่องหมายพรรคประชาธิปตย และความหมาย(๑) เครื่องหมาย(๒) ความหมายภาพพระแมธรณีบีบมวยผม รวงขาว และชอดอกไม หมายถึง ความรมเย็นความอุดมสมบูรณ การสรางสรรค สรางความสามัคคีและการกระจายความเปนธรรมสจฺจํ เว อมตา วาจา หมายถึง “คําสัตย แล เปนวาจาอันไมตาย” จึงเปนคติประจําพรรคประชาธิปตย เพราะเปนคติประจําของชาวประชาธิปตยที่พูดความจริง บูชาความจริงตลอดกาลหนา ๖๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
หมวด ๒คําประกาศอุดมการณทางการเมืองขอ ๗ คําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคประชาธิปตย ซึ่งประกาศไว เมื่อวันที่๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๙ และยังคงไวจนถึงปจจุบัน มีดังตอไปนี้(๑) พรรคจะดําเนินการเมืองโดยวิถีทางอันบริสุทธิ์(๒) พรรคจะดําเนินการเมืองดวยความซื่อสัตยสุจริตตอประชาชน(๓) พรรคจะดําเนินการเมืองโดยอาศัยหลักกฎหมายและเหตุผลเพื่อความศักดิ์สิทธิ์แหงรัฐธรรมนูญ และเพื่อเปนเยี่ยงอยางแกอนุชนรุนหลังใหมีความนับถือและนิยมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข(๔) พรรคจะไมสนับสนุนระบบและวิธีแหงเผด็จการไมวาจะเปนระบบและวิธีการของรัฐบาลใด ๆ (๕) พรรคจะกระจายอํานาจการดําเนินการในทองถิ่นใหมากที่สุดเทาที่จะทําไดเนื่องจากความใกลชิดขององคกรในทองถิ่นมีมากกวาสวนกลาง(๖) พรรคมีจุดประสงคที่จะใหคนไทยทุกคนมีที่ทํากิน ที่อยู และอาชีพ และจะเคารพกรรมสิทธิ์ในทรัพยสินสวนบุคคล แตมิไดละเลยที่จะคํานึงถึงประโยชนสวนรวม(๗) พรรคสนับสนุนระบบเศรษฐกิจเสรีแตเชื่อวาการแทรกแซงของรัฐเปนสิ่งจําเปนเพื่อประโยชนแกสวนรวม เชน ในกิจการสาธารณูปโภค หรือเพื่อสรางความเปนธรรมทางเศรษฐกิจและสังคม เปนตน(๘) พรรคจะสงเสริมการรักษาไวซึ่งการศึกษา ศาสนา สาธารณสุขและสาธารณูปการศิลปะ วรรณกรรม จารีตประเพณีธรรมเนียมอันดีของชาติ และความปลอดภัยของประชาชน(๙) พรรคเชื่อวาการปองกันประเทศนั้น ตองอาศัยการกอใหเกิดความรวมมือพรอมเพรียงของประชาชนผูเปนเจาของประเทศ และจะตองใหมีการบํารุงกําลังหลัก คือ กองทัพใหทันสมัยทั้งคุณภาพและปริมาณเทาที่จะเหมาะสมแกแผนการทางยุทธศาสตรและนโยบายทางการเมือง(๑๐) พรรคจะสงเสริมสัมพันธภาพระหวางประเทศหนา ๖๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
หมวด ๓นโยบายของพรรคประชาธิปตยขอ ๘ นโยบายของพรรคประชาธิปตย มีดังตอไปนี้ดานการเมืองการปกครอง(๑) ศรัทธาและยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขตามระบบรัฐสภา ไมสนับสนุนระบบเผด็จการและอํานาจนิยมทุกรูปแบบ(๒) มุงมั่นจะเปนสถาบันทางการเมืองที่ยั่งยืน เปนแบบอยางที่ดีในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองอยางบริสุทธิ์ ซื่อสัตยสุจริตตอประเทศและประชาชน เคารพกฎหมายและหลักนิติธรรม(๓) เรงปรับปรุงบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญใหสอดคลองกับสถานการณในโลกปจจุบันมีความเปนประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับสิทธิเสรีภาพและความหลากหลายของคนในชาติใหสามารถอยูรวมกันไดอยางสันติสุข รวมทั้งการแกไขและลดกฎหมายที่ลาสมัยและไมสอดคลองกับสภาวการณปจจุบัน(๔) สงเสริมการกระจายอํานาจใหทองถิ่น เพื่อกระจายความเจริญทุกดานสูภูมิภาคโดยผลักดันใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นทุกรูปแบบเปนหนวยการปกครองที่มีความเขมแข็ง มีธรรมาภิบาลมีอิสระทางดานการคลัง สามารถจัดทําบริการสาธารณะ และกิจการอื่นใดในพื้นที่อยางมีประสิทธิภาพ(๕) เพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพในการทํางานของหนวยงานภาครัฐ โดยนําเทคโนโลยีและนวัตกรรมในมิติตาง ๆ เขามาใช เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทํางานอยางคลองตัว รวดเร็วรวมทั้งการปรับปรุงระบบงบประมาณของประเทศ ใหมีหลักประกันดานวินัยการเงินและความยั่งยืนทางการคลังและการขจัดการทุจริตคอรรัปชันในทุกรูปแบบ(๖) เรงพัฒนากองทัพใหมีบทบาทที่เขมแข็งในการปกปองเอกราชและอธิปไตยของประเทศมีความทันสมัย และมีแผนยุทธศาสตรที่เหมาะสม เพื่อรับมือกับภัยคุกคามหลากหลายรูปแบบในโลกยุคปจจุบัน (๗) สงเสริมใหคนในชาติเคารพกฎหมาย มีความรักสามัคคี และตระหนักในบทบาทหนาที่ความเปนพลเมืองที่จะรวมกันนําพาประเทศไปสูความเจริญรุงเรืองในทุกดาน(๘) ดําเนินนโยบายดวยความเปนมิตรกับนานาประเทศ ดํารงไวซึ่งเกียรติภูมิของประเทศเคารพในกฎบัตรสหประชาชาติ ยึดมั่นในพันธกรณีกับองคการระหวางประเทศที่ไทยเปนสมาชิก รวมทั้งการสรางกลไกการเจรจาและความรวมมือที่คํานึงถึงประโยชนสูงสุดของประเทศและประชาชนไทยหนา ๖๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ดานเศรษฐกิจ(๑) สนับสนุนระบบเศรษฐกิจเสรี ขจัดการผูกขาด เอารัดเอาเปรียบทั้งในภาครัฐและเอกชน แกไขปญหาความเหลื่อมล้ํา พรอมกับการใหความสําคัญกับประชาชนในระดับฐานรากของประเทศที่ตองไดรับความชวยเหลือดูแล ใหสามารถยืนหยัดและแขงขันได(๒) เพิ่มขีดความสามารถในการแขงขันของภาครัฐและเอกชนในตลาดการคาโลกที่ประเทศจะตองเผชิญกับความซับซอนในการเขาถึงเงื่อนไข การกีดกันทางการคา และขอตกลงระหวางประเทศในรูปแบบตาง ๆ(๓) สงเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอมเนนการใชทรัพยากรธรรมชาติโดยคํานึงถึงการพัฒนาอยางยั่งยืน และการมีสวนรวม(๔) ยกระดับมาตรฐานการเกษตรของไทยใหเปนเกษตรมูลคาสูงดวยมาตรการที่ชวยใหเกษตรกรเขาถึงปจจัยหลักในการทําการเกษตร คือ ที่ดิน น้ํา ทุน และเทคโนโลยี และการเขาถึงตลาดทุกระดับ(๕) จัดใหมีการประกันรายไดของเกษตรกรผูปลูกพืชหลักตามความเหมาะสมของสถานการณเพื่อเปนหลักประกันดานรายไดและคุณภาพชีวิตในยามที่ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ํา(๖) เรงพัฒนาระบบการทองเที่ยวใหทันสมัย ดวยการบริหารจัดการ กลยุทธที่สามารถแขงขันทางการตลาด สอดคลองกับคานิยมและวิถีชีวิตของผูคนในยุคปจจุบัน ดวยศักยภาพและตนทุนที่มีอยูเพื่อเพิ่มรายไดเขาประเทศและกระจายใหเกิดประโยชนสูงสุดตอประชาชนในชาติ(๗) ใหความสําคัญกับความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ สรางสมดุลในระบบการผลิตและจําหนาย ใหประชาชนในประเทศไดใชพลังงานในชีวิตประจําวันอยางเพียงพอ ในราคาที่เหมาะสมและเปนธรรม นอกจากนี้จะวางระบบที่สนับสนุนใหประชาชนสามารถผลิตและสงขายพลังงานไฟฟาจากครัวเรือนเพื่อลดคาครองชีพและสรางรายได(๘) พัฒนาระบบคมนาคม ขนสง และโลจิสติกส ใหเกิดประสิทธิภาพสูงสุดรองรับการพัฒนาประเทศอยางยั่งยืน ทันสมัย ดวยการผลักดันการเชื่อมโยงระบบคมนาคมภายในประเทศหลายรูปแบบเขาดวยกันอยางไรรอยตอ ตอบสนองการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การคา การลงทุนการทองเที่ยวและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วทุกพื้นที่ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงประเทศไทยกับประเทศอื่นในทุกภูมิภาคทั่วโลก หนา ๖๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ดานสังคม(๑) ปลุกจิตสํานึกตอตานการทุจริตคอรรัปชันในประชาชนทุกระดับ เพื่อปลูกฝงคานิยมรังเกียจการโกง ปองกันการโกง และการมีกลไกที่เขมแข็งในการลงโทษคนโกง(๒) สงเสริมวัฒนธรรมเคารพสิทธิมนุษยชน โดยไมแบงแยกเรื่องถิ่นกําเนิด เชื้อชาติศาสนา ภาษา อายุ เพศสภาพ และสถานะทางสังคม ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไมขัดตอกฎหมาย(๓) สงเสริมใหประชาชนไดรับการศึกษาเรียนรูในทุกชวงวัย อยางทั่วถึง เทาเทียมและมีคุณภาพโดยสนับสนุนใหมีการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาอยางเปนระบบและตอเนื่องสงเสริมการใชเทคโนโลยีทันสมัยในกิจกรรมการเรียนรูทุกระดับ(๔) จัดสวัสดิการตลอดชีพสําหรับคนไทยทุกคน ใหมีหลักประกันการมีชีวิตที่ดีและเหมาะสมตามชวงวัย ตั้งแตเกิดจนสิ้นอายุขัย(๕) สงเสริมใหลูกจางและผูใชแรงงาน ไดรับสวัสดิการที่ดี คาจางเหมาะสมคุมครองความปลอดภัยในการทํางาน เพิ่มทักษะความสามารถใหมีคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อการยกระดับคุณภาพงาน และพัฒนาคุณภาพชีวิตของภาคแรงงานในทุกมิติ(๖) สนับสนุนใหมีการพัฒนาระบบสุขภาพเชิงรุกอยางครบวงจร ทั้งการปองกันและการรับมือกับโรคภัยไขเจ็บอยางมีประสิทธิภาพ ประชาชนไดรับบริการและเขาถึงระบบสาธารณสุขที่ดีอยางรวดเร็วเทาเทียมและทั่วถึง(๗) สงเสริมคุณภาพชีวิตและสุขภาพดวยกีฬา สงเสริมการออกกําลังกายในประชาชนทุกระดับพัฒนานักกีฬาสมัครเลน และนักกีฬาอาชีพสูระดับโลก ปลูกฝงวัฒนธรรมการชมกีฬาอยางสรางสรรคสรางโอกาสทางเศรษฐกิจอยางกวางขวาง(๘) มุงสรางสังคมไทยที่ปลอดยาเสพติด ดวยมาตรการที่เขมขนเด็ดขาดภายใตกฎหมายพรอมมาตรการเชิงรุกที่ปกปองประชาชนใหปลอดพนจากภัยยาเสพติดรวมถึงภัยตอชีวิตและทรัพยสินทั้งปวงดานสิ่งแวดลอม(๑) ใหความสําคัญสูงสุดกับปญหา และผลกระทบจากภาวการณเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโดยยกเปนวาระแหงชาติที่จะตองทุมเทแกไขอยางเขมขน จริงจังและตอเนื่อง โดยอาศัยกลไกความรวมมือจากกลไกรัฐทุกระดับ รวมทั้งเรงรัดผลักดันความรวมมือกับนานาประเทศตามสนธิสัญญาที่เกี่ยวของหนา ๖๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
นอกจากนี้มีกลไกเฝาระวังผลกระทบจากภาวะโลกรอน เพื่อปองกันและบรรเทาปญหาตอสุขภาพอาชีพ ความเปนอยูชีวิตและทรัพยสินของประชาชน รวมทั้งผลกระทบตอเนื่องตอเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ (๒) ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวของ เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเพื่อแกไขปญหามลพิษทุกดาน โดยเฉพาะ อากาศ น้ํา ขยะ นําประเทศไปสูเปาหมายสังคมที่ปลอดพนจากมลพิษทั้งปวง(๓) ใชอํานาจทางปกครองควบคูกับกฎหมาย เพื่อสนับสนุนและสงเสริมมาตรการคุมครองสิ่งแวดลอมอยางมีประสิทธิภาพ ทันตอเหตุการณ ปองกันความเสียหาย เกิดประโยชนสูงสุดกับประชาชนและสังคมสวนรวม(๔) สนับสนุนการมีสวนรวมของภาคเอกชนและประชาชน โดยการใชมาตรการจูงใจเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผูประกอบการและผูบริโภค ใหตระหนักและรวมมือกับรัฐในการลดผลกระทบตอสิ่งแวดลอมจากการดําเนินธุรกิจหรือกิจกรรมในการใชชีวิต(๕) สงเสริมการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจในโลกยุคใหมที่คํานึงถึงความยั่งยืนและการมีสวนรวมของผูเกี่ยวของ ภายใตโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว(๖) สรางสํานึกในเด็ก เยาวชน รวมถึงประชาชนทุกเพศ วัย ใหตระหนักถึงปญหาและผลกระทบจากมลพิษตอชีวิตและสิ่งแวดลอม โดยรณรงคใหขอมูลขาวสารอยางตอเนื่องผานชองทางสื่อสารตาง ๆ เพื่อรวมกันกําหนดวาระทางสังคมนําไปสูในการแกไขปญหาอยางยั่งยืน(๗) สนับสนุนใหมีแผนการบริหารจัดการแหลงทรัพยากรธรรมชาติ ฟนฟูปาไมที่เสื่อมโทรมทั่วประเทศ สงเสริมการเพิ่มพื้นที่ปา และดูแลคุมครองสัตวปา ดวยความรวมมือขององคกรปกครองสวนทองถิ่นราชการสวนภูมิภาค ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่(๘) พัฒนาระบบขอมูลและการบริหารจัดการดานทรัพยากรน้ําที่มีประสิทธิภาพโดยครอบคลุมการใชน้ําที่สมดุล ยั่งยืน และการรับมือกับภาวะวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นและสงผลกระทบตอประชาชน หมวด ๔ที่ตั้งสํานักงานใหญของพรรคขอ ๙ สํานักงานใหญพรรคประชาธิปตย ตั้งอยู ณ บานเลขที่ ๖๗ ถนนเศรษฐศิริ แขวงพญาไทเขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ๑๐๔๐๐ หนา ๖๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
หมวด ๕สมาชิกขอ ๑๐ สมาชิกตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้(๑) มีอายุไมต่ํากวาสิบแปดป(๒) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ในกรณีเปนผูมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติตองไดสัญชาติไทยมาแลวไมนอยกวาหาป(๓) ไมเปนบุคคลตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๙๘ (๑) (๒) (๔)(๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๑) (๑๔) (๑๖) (๑๗) หรือ (๑๘) ของรัฐธรรมนูญ(๔) ไมเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดใหจําคุกวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการหรือตอตําแหนงหนาที่ในการยุติธรรม หรือกระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยความผิดของพนักงานในองคการหรือหนวยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพยที่กระทําโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญาเวนแตเปนการรอการลงโทษ(๕) ไมเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดใหจําคุกวากระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยการกูยืมเงินที่เปนการฉอโกงประชาชน กฎหมายวาดวยยาเสพติดในความผิดฐานเปนผูผลิต นําเขา สงออกหรือผูคา กฎหมายวาดวยการพนันในความผิดฐานเปนเจามือหรือเจาสํานัก กฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการคามนุษย หรือกฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน(๖) ไมเปนสมาชิกพรรคการเมืองอื่นหรือผูยื่นคําขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นหรือผูแจงการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองอื่น(๗) เคยกระทําความผิด ในความผิดทางเพศรวมถึงการกระทําความรุนแรงตอบุคคลในครอบครัว เด็ก สตรี รวมทั้งการคามนุษย คาประเวณี และมีคําพิพากษาถึงที่สุดขอ ๑๑ การสมัครเปนสมาชิกและการตออายุสมาชิกใหเปนไปตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนดเมื่อนายทะเบียนสมาชิกพรรคไดรับใบสมัครแลว ถาตรวจสอบแลวเห็นวามีคุณสมบัติครบถวนใหนายทะเบียนสมาชิกพรรคประกาศรายชื่อผูสมัครสมาชิกหนา ๖๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ในกรณีมีผูคัดคานการสมัครเปนสมาชิกและการตออายุสมาชิก ผูคัดคานกระทําได โดยทําเปนหนังสือถึงหัวหนาพรรคและหนังสือตองมีสมาชิกรับรองไมนอยกวาหาคน พรอมทั้งตองชี้แจงเหตุผลในการคัดคานดวยใหหัวหนาพรรคจัดใหมีการสอบสวนคําคัดคานนั้นโดยเร็ว ถาเห็นดวยกับคําคัดคานใหรายงานตอคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณาวินิจฉัย คําวินิจฉัยของคณะกรรมการบริหารพรรคเปนอันสิ้นสุด และใหนายทะเบียนสมาชิกพรรคมีหนังสือแจงใหผูคัดคานทราบโดยไมชักชาถาสอบสวนแลวไมเห็นดวยกับคําคัดคานใหรายงานใหคณะกรรมการบริหารพรรคทราบพรอมดวยเหตุผลการไมรับคําคัดคานขอ ๑๒ ถาคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาไมรับผูใดเปนสมาชิก โดยจะมีคําคัดคานหรือไมก็ตาม ใหนายทะเบียนสมาชิกพรรคมีหนังสือแจงใหผูนั้นทราบโดยไมชักชา แลวรายงานคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อทราบขอ ๑๓ สมาชิกภาพของสมาชิกเริ่มตั้งแตไดชําระคาบํารุงพรรคตามขอ ๑๕ และการตออายุสมาชิกแบบรายปใหใชปปฏิทินเปนเกณฑในการชําระเงินคาบํารุงพรรคใหนายทะเบียนสมาชิกพรรคมีหนาที่ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครเขาเปนสมาชิก และจัดทําทะเบียนสมาชิกใหตรงตามความเปนจริงและตองใหสมาชิกตรวจสอบไดโดยสะดวกณ สํานักงานใหญของพรรค รวมทั้งประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปเพื่อประโยชนในการตรวจสอบความถูกตองใหหัวหนาพรรคแจงรายละเอียดเกี่ยวกับสมาชิกใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบตามรายการหลักเกณฑ วิธีการ และระยะเวลาที่นายทะเบียนพรรคการเมืองกําหนดขอ ๑๔ สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลง เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามขอ ๑๐ เวนแตเปนกรณีมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๙๖ (๑) ของรัฐธรรมนูญ และเปนการบวชตามประเพณีนิยม แตในระหวางมีลักษณะตองหามดังกลาวจะใชสิทธิในฐานะสมาชิกพรรคมิได(๔) ไมชําระคาบํารุงพรรคเปนเวลาสองปติดตอกัน(๕) คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติใหพนจากสมาชิกภาพ(๖) เมื่อพรรคสิ้นสภาพความเปนพรรคการเมืองหรือยุบไปหนา ๖๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
การลาออกตาม (๒) ใหถือวาสมบูรณเมื่อไดยื่นใบลาออกตอนายทะเบียนสมาชิกพรรคณ สํานักงานใหญของพรรค หรือไดยื่นใบลาออกตอนายทะเบียนพรรคการเมือง พรอมดวยเอกสารตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรค หรือนายทะเบียนพรรคการเมืองกําหนด แลวแตกรณีขอ ๑๕ สมาชิกพรรคตองชําระคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคแบบรายป ปละยี่สิบบาทและแบบตลอดชีพสองรอยบาท หมวด ๖สิทธิและหนาที่ของสมาชิกขอ ๑๖ สมาชิกมีสิทธิตาง ๆ ดังตอไปนี้(๑) มีสิทธิเขาประชุมในที่ประชุมใหญของพรรค(๒) มีสิทธิไดรับเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัด (๓) มีสิทธิขอสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรคในการเลือกตั้งทั้งปวงที่ราษฎรเปนผูใชสิทธิเลือกตั้งตามที่กําหนดไวในขอบังคับพรรค(๔) มีสิทธิเขารวมประชุมเพื่อรับฟงความเห็น และใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อตามที่คณะกรรมการสรรหาสงมาเพื่อรับฟงความเห็น(๕) มีสิทธิใหขอเสนอแนะตอพรรค(๖) มีสิทธิไดรับการแตงตั้งใหดํารงตําแหนงทางการเมือง คณะกรรมการ คณะทํางานหรือคณะอนุกรรมการตาง ๆ ของพรรค(๗) มีสิทธิใหความเห็นในการคัดเลือกผูดํารงตําแหนงทางการเมืองของพรรค(๘) มีสิทธิเขาชื่อรองขอใหถอดถอนหัวหนาพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคออกจากตําแหนงขอ ๑๗ สมาชิกมีหนาที่และความรับผิดชอบตอพรรค ดังตอไปนี้(๑) ปฏิบัติตามกฎหมาย ขอบังคับพรรค และมติพรรค(๒) รักษาชื่อเสียงของพรรคโดยไมปฏิบัติไปในทางที่จะนําความเสื่อมเสียมาสูพรรค(๓) สนับสนุน สงเสริม เผยแพรอุดมการณ และนโยบาย ตลอดจนกิจกรรมของพรรค(๔) สนับสนุนผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรคในการเลือกตั้งทุกระดับหนา ๗๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขอ ๑๘ พรรคมีความรับผิดชอบตอสมาชิก ดังตอไปนี้(๑) ควบคุมและกํากับดูแลมิใหสมาชิกกระทําการอันเปนการฝาฝนรัฐธรรมนูญกฎหมาย ระเบียบ ประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอบังคับพรรค และประกาศของพรรค(๒) เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาหรือประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งใหมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือใหมีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น แลวแตกรณี ใหหัวหนาพรรคออกประกาศ หรือสั่งการใหหัวหนาสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ศูนยประสานงานประจําเขตเลือกตั้ง เพื่อแจงขาวสมาชิกตามเอกสารที่หัวหนาพรรคสั่งการ เพื่อมิใหสมาชิกหรือผูดํารงตําแหนงในพรรคกระทําการในลักษณะที่อาจทําใหการเลือกตั้งหรือการเลือกมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรืออาจเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใด ซึ่งสมัครเขารับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นไมวาโดยทางตรงหรือทางออม ทั้งนี้ หัวหนาสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดหรือผูอํานวยการศูนยประสานงานประจําเขตเลือกตั้ง อาจจะดําเนินการแจงใหสมาชิกภายในพื้นที่ที่รับผิดชอบทราบไปกอนก็สามารถทําได(๓) เมื่อกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดหรือสมาชิก ทราบวามีสมาชิกคนหนึ่งคนใดหรือกลุมหนึ่งกลุมใด กระทําการฝาฝนตาม (๑) หรือ (๒)ใหรีบแจงเลขาธิการพรรคทราบโดยไมชักชา แลวใหเลขาธิการพรรครีบดําเนินการสอบสวน และแจงใหสมาชิกผูนั้นหยุดการกระทําดังกลาวทันที ถายังกระทําการตอไปใหเสนอคณะกรรมการบริหารพรรคสั่งใหพนจากสมาชิกและรายงานใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบ(๔) สงเสริมใหสมาชิกมีความรู ความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(๕) สงเสริมใหสมาชิกรวมกับประชาชนในการหาแนวทางพัฒนาประเทศและการแกไขปญหาตาง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผล โดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจ และความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๖) สงเสริมใหสมาชิกมีสวนรวมกับประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผลหนา ๗๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(๗) สงเสริมใหสมาชิกมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตางและแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธี เพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน (๘) สงเสริมใหสมาชิกดําเนินกิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคการเมืองใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชนขอ ๑๙ หามมิใหพรรคยินยอมหรือกระทําการอันใดอันทําใหบุคคลอื่นซึ่งมิใชสมาชิกกระทําการอันเปนการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคในลักษณะที่ทําใหพรรคหรือสมาชิกขาดความอิสระทั้งนี้ ไมวาโดยทางตรงหรือโดยทางออมหามมิใหผูใดซึ่งมิใชสมาชิกกระทําการอันใดเปนการควบคุม ครอบงําหรือชี้นํากิจกรรมของพรรคในลักษณะที่ทําใหพรรคหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไมวาโดยทางตรงหรือโดยทางออมขอ ๒๐ หามมิใหพรรคหรือผูใดให เสนอให หรือสัญญาวาจะใหเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดไมวาโดยทางตรงหรือโดยทางออม เพื่อจูงใจใหบุคคลหนึ่งบุคคลใด สมัครเขาเปนสมาชิกทั้งนี้ เวนแตสิทธิหรือประโยชนซึ่งบุคคลจะพึงไดรับในฐานะที่เปนสมาชิกหามมิใหผูใดเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดจากพรรคหรือจากผูใดเพื่อสมัครเขาเปนสมาชิกขอ ๒๑ หามมิใหพรรค ผูดํารงตําแหนงในพรรค หรือสมาชิก ดําเนินการ ดังตอไปนี้(๑) รับบริจาคจากผูใดเพื่อกระทําการหรือสนับสนุนการกระทําอันเปนการบอนทําลายหรือสนับสนุนการกระทําอันเปนการบอนทําลายความมั่นคงของราชอาณาจักร ราชบัลลังก เศรษฐกิจของประเทศหรือราชการแผนดิน(๒) กระทําการหรือสงเสริม สนับสนุนใหผูใดกระทําการอันเปนการกอกวนหรือคุกคามความสงบเรียบรอย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือกระทําการอันเปนการทําลายทรัพยากรธรรมชาติของประเทศขอ ๒๒ หามมิใหพรรค สมาชิกหรือผูใดเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดจากผูใด เพื่อใหผูนั้นหรือบุคคลอื่นไดรับแตงตั้ง หรือสัญญาวาจะใหไดรับแตงตั้งหนา ๗๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
หรือเพราะเหตุที่ไดรับการแตงตั้งใหดํารงตําแหนงทางการเมือง หรือตําแหนงใดในการบริหารราชการแผนดินหรือในหนวยงานของรัฐ หามมิใหผูใดให ขอให หรือรับวาจะใหเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใด แกพรรค สมาชิกหรือผูใด เพื่อจูงใจใหตนหรือบุคคลอื่นไดรับการแตงตั้งใหดํารงตําแหนงทางการเมือง หรือตําแหนงใดในการบริหารราชการแผนดินหรือในหนวยงานของรัฐหมวด ๗มาตรฐานทางจริยธรรมของกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกขอ ๒๓ กรรมการบริหารพรรคและสมาชิกตองมีความจงรักภักดีตอชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย และเปนแบบอยางที่ดีในการเคารพและพิทักษรักษาไวซึ่งสถาบันชาติ ศาสนาพระมหากษัตริยและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขขอ ๒๔ กรรมการบริหารพรรคและสมาชิกตองเปนแบบอยางที่ดีในการรักษาไว และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย รวมถึงยืนหยัดทําในสิ่งที่ถูกตองเปนธรรม การปฏิบัติตามกฎหมายขอบังคับพรรค ระเบียบพรรค และประกาศพรรค โดยเครงครัดขอ ๒๕ กรรมการบริหารพรรคและสมาชิกตองปฏิบัติตนอยูในกรอบจริยธรรม คุณธรรมศีลธรรม และวางตนเปนที่เชื่อถือศรัทธาของประชาชน เคารพสิทธิ เสรีภาพสวนบุคคลของผูอื่นไมแสดงกริยาหรือใชวาจาอันไมสุภาพ อาฆาตมาดรายหรือเสียดสีบุคคลใด และเปนแบบอยางที่ดีในการรูรักสามัคคี และเปนแบบอยางที่ดีในการเสริมสรางสถาบันครอบครัว มีแนวทางวาดวยการตอตานการละเมิดและหรือคุกคามทางเพศ ซึ่งครอบคลุมความรุนแรงที่เกิดจากอคติทางเพศ ความผิดเกี่ยวกับเพศความผิดเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ การตอตานความรุนแรงในครอบครัวและการแสวงหาประโยชนทางเพศกรณีกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกกระทําความผิดกรณีใดตามวรรคแรก ใหคณะกรรมการบริหารพรรคมีแนวปฏิบัติ ดังนี้(๑) มีกลไกรับทราบขอมูลพฤติกรรมที่เกี่ยวของกับการละเมิดหรือคุกคามทางเพศของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง และกรรมการบริหารพรรค(๒) มีคณะกรรมการตรวจสอบขอเท็จจริง ทั้งนี้ การตรวจสอบตองไดรับความยินยอมจากผูเสียหายดําเนินการเปนความลับและเคารพขอมูลสวนบุคคลของทั้งสองฝายหากพบวามีการกระทําความผิดจริง ใหดําเนินการตามขอบังคับพรรค หมวด ๒๒ วาดวยการลงโทษสมาชิก หนา ๗๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขอ ๒๖ กรรมการบริหารพรรคและสมาชิกตองมีอุดมการณในการทํางานดวยความรับผิดชอบซื่อสัตยสุจริต และเสียสละ โดยยึดถือและปกปองผลประโยชนของประเทศชาติและประชาชนเปนสําคัญไมวางตนอยูภายใตอิทธิพลทางการเงิน ผลประโยชน หรือขอตอรองใด ๆ เพื่อบุคคล หรือองคกรใดขอ ๒๗ กรรมการบริหารพรรคและสมาชิกตองพึงพบปะเยี่ยมเยียนประชาชน อยางสม่ําเสมอเอาใจใสทุกขสุขและรับฟงเรื่องราวรองทุกขของประชาชน เพื่อแกไขหรือรายงานสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดหรือสํานักงานใหญพรรคคณะกรรมการบริหารพรรคอาจออกประกาศวาดวยมาตรฐานทางจริยธรรมและแนวปฏิบัติของสมาชิกเพิ่มเติมจากที่กําหนดไวในหมวดนี้ก็ไดทั้งนี้ ใหนํามาตรฐานทางจริยธรรมที่ใชบังคับแกสมาชิกสภาผูแทนราษฎรมาบังคับใชกับกรรมการบริหารพรรคโดยอนุโลม หมวด ๘โครงสรางการบริหารงานพรรค และตําแหนงตาง ๆ ในพรรคขอ ๒๘ โครงสรางของพรรค ประกอบดวย๑. ที่ประชุมใหญ๒. คณะกรรมการบริหารพรรค๓. สภาที่ปรึกษา๔. คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง๕. ที่ประชุมรวมระหวางคณะกรรมการบริหารพรรคกับสมาชิกสภาผูแทนราษฎร๖. ที่ประชุมสมาชิกสภาผูแทนราษฎร๗. ที่ประชุมรัฐมนตรี๘. คณะผูประสานงานสภาผูแทนราษฎรและรัฐสภา๙. ศูนยยุทธศาสตร เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการสื่อสาร๑๐. คณะกรรมการประสานงานองคกรปกครองสวนทองถิ่น๑๑. สาขาพรรค๑๒. ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด๑๓. ศูนยประสานงานประจําเขตเลือกตั้งหนา ๗๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
๑๔. กลุมสตรีประชาธิปตย๑๕. ยุวประชาธิปตย๑๖. กลุมอื่น ๆ ที่ไดรับอนุมัติการจัดตั้งจากคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๒๙ ใหมีคณะกรรมการบริหารพรรคคณะหนึ่ง ซึ่งที่ประชุมใหญเลือกตั้งโดยการลงคะแนนลับจากสมาชิกจํานวนสี่สิบเอ็ดคน ประกอบดวย(๑) หัวหนาพรรค(๒) รองหัวหนาพรรคสิบสามคน ไดแก(๒.๑) รองหัวหนาพรรคตามภารกิจที่หัวหนาพรรคมอบหมายแปดคน(๒.๒) รองหัวหนาพรรคภาค(๒.๒.๑) รองหัวหนาพรรคภาคเหนือ(๒.๒.๒) รองหัวหนาพรรคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(๒.๒.๓) รองหัวหนาพรรคภาคกลาง(๒.๒.๔) รองหัวหนาพรรคภาคใต(๒.๒.๕) รองหัวหนาพรรคกรุงเทพมหานคร(๓) เลขาธิการพรรค(๔) รองเลขาธิการพรรคหกคน(๕) เหรัญญิกพรรค(๖) นายทะเบียนสมาชิกพรรค(๗) โฆษกพรรค(๘) หัวหนาสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดหาคนจากภาคที่ตางกัน(๙) ผูแทนสมาชิกสภาทองถิ่นสองคน(๑๐) ผูแทนผูบริหารทองถิ่นสองคน(๑๑) กรรมการบริหารพรรคอื่น ๆ แปดคนในกรณีที่ไมมีกรรมการบริหารพรรคตาม (๘) (๙) และ (๑๐) หรือมีแตไมครบจํานวนใหองคประกอบของคณะกรรมการบริหารพรรคมีเทาที่มีอยูการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคจะตองคํานึงถึงสตรี เพศสภาพ และเพศวิถีดวยหนา ๗๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขอ ๓๐ สมาชิกผูมีคุณสมบัติที่จะไดรับเลือกตั้งเปนคณะกรรมการบริหารพรรค ตองมีอายุไมต่ํากวายี่สิบปบริบูรณและเปนสมาชิกติดตอกันไมนอยกวาสองปนับถึงวันเลือกตั้ง เวนแตสมาชิกที่มีคุณสมบัติขอใดขอหนึ่งดังตอไปนี้ (๑) เปนหรือเคยเปนกรรมการบริหารพรรค(๒) เปนหรือเคยเปนคณะกรรมการสาขาพรรค(๓) เปนหรือเคยเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรในนามพรรค(๔) เปนหรือเคยเปนรัฐมนตรีในนามพรรค(๕) เปนหรือเคยเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นที่พรรคสงลงสมัครรับเลือกตั้ง(๖) สมาชิกที่ที่ประชุมใหญมีมติดวยคะแนนเสียงไมนอยกวากึ่งหนึ่งของผูที่อยูในที่ประชุมมีมติใหลงสมัครรับเลือกตั้งเปนคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๓๑ ในการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคใหดําเนินการตามลําดับ ดังนี้(๑) สมาชิกซึ่งเปนองคประชุมของที่ประชุมใหญ เสนอชื่อหัวหนาพรรค เพื่อใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งเปนหัวหนาพรรค การเสนอชื่อตองมีผูรับรองไมนอยกวากึ่งหนึ่งของผูที่อยูในที่ประชุม หัวหนาพรรคตองมีคุณสมบัติตามขอ ๓๐ (๓) เวนแตไดรับการยกเวนตามขอ ๓๐ (๖)(๒) หัวหนาพรรคหรือผูที่ไดรับเลือกตั้งเปนหัวหนาพรรค เสนอชื่อรองหัวหนาพรรคตามภารกิจ เลขาธิการพรรค รองเลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรค นายทะเบียนสมาชิกพรรคโฆษกพรรคเพื่อใหที่ประชุมใหญเลือกตั้ง(๓) สมาชิกซึ่งเปนองคประชุมของที่ประชุมใหญ เสนอชื่อสมาชิกตามภาคเพื่อใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งเปนรองหัวหนาพรรคของภาคนั้น ๆ อยางนอยภาคละหนึ่งคน เพื่อใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งภาคละหนึ่งคน(๔) หัวหนาสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ซึ่งเปนองคประชุมของที่ประชุมใหญเสนอชื่อหัวหนาสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดภาคละอยางนอยหนึ่งคน เพื่อใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งภาคละหนึ่งคน(๕) สมาชิกซึ่งเปนองคประชุมของที่ประชุมใหญ เสนอชื่อสมาชิกสภาทองถิ่นเพื่อใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งอยางนอยสองคน หนา ๗๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(๖) สมาชิกซึ่งเปนองคประชุมของที่ประชุมใหญ เสนอชื่อผูบริหารทองถิ่นเพื่อใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งอยางนอยสองคน(๗) สมาชิกซึ่งเปนองคประชุมของที่ประชุมใหญ เสนอชื่อสมาชิก เพื่อใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรคแปดคน และใหสมาชิกที่ไดคะแนนเสียงเรียงตามลําดับจากลําดับที่เกาเปนตนไปเปนกรรมการสํารองขอ ๓๒ การเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรคตามขอ ๓๑ ผูเสนอชื่อตองอยูในที่ประชุม และการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรคตามขอ ๓๑ (๒)(๓) (๔) (๕) (๖) และ (๗) ตองมีสมาชิกในที่ประชุมรับรองไมนอยกวายี่สิบคนในกรณีที่ผูไดรับการเสนอชื่อใหเปนกรรมการบริหารพรรคไมอยูในที่ประชุม ตองมีหนังสือยินยอมจากผูนั้นประกอบการเสนอชื่อดวยขอ ๓๓ คณะกรรมการบริหารพรรคมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันเลือกตั้งขอ ๓๔ กรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนง เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) ขาดการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคสามครั้งติดตอกันโดยไมมีเหตุอันสมควรทั้งนี้ ใหหัวหนาพรรคเปนผูวินิจฉัย(๕) ที่ประชุมใหญมีมติใหถอดถอนดวยคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในหาของผูที่อยูในที่ประชุม ในกรณีที่ตําแหนงกรรมการบริหารพรรคตามขอ ๒๙ (๔) และ (๑๑) วางลง หรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ใหหัวหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคแตงตั้งสมาชิกที่ที่ประชุมใหญเลือกสํารองไวตามลําดับคะแนนตามขอ ๒๙ (๑๑) ใหดํารงตําแหนงแทนจนครบวาระของผูที่พนจากตําแหนง แตถาตําแหนงที่วางหรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดนั้นเปนตําแหนงตามขอ ๒๙(๑) (๓) (๕) และ (๖) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่เปนการชั่วคราว และใหมีการประชุมใหญเลือกตั้งใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่วางลงทั้งนี้ เวนแตอายุของคณะกรรมการบริหารพรรคยังเหลืออยูไมถึงหกเดือนหนา ๗๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ถาตําแหนงตามขอ ๒๙ (๑) ไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ใหกรรมการบริหารพรรคที่หัวหนาพรรคแตงตั้งหรือมอบหมาย ปฏิบัติหนาที่แทนหัวหนาพรรคเปนการชั่วคราว กรณีไมไดแตงตั้งไวใหคณะกรรมการบริหารพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่รักษาการแทนเปนการชั่วคราวถาตําแหนงตามขอ ๒๙ (๒) วางลง หรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ใหหัวหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมายใหกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งคนใดปฏิบัติหนาที่แทน ทั้งนี้ จะจัดใหมีการเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางหรือไมก็ไดถาตําแหนงตามขอ ๒๙ (๗) วางลง หรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ใหหัวหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมายใหกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งคนใดปฏิบัติหนาที่แทน ทั้งนี้ จะจัดใหมีการเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางหรือไมก็ไดในระหวางที่ยังไมไดเลือกตั้งรองหัวหนาพรรค หรือรองเลขาธิการพรรค แทนตําแหนงที่วางใหรองหัวหนาพรรค หรือรองเลขาธิการพรรคที่ยังมีอยูทําหนาที่แทนในกรณีที่ตําแหนงกรรมการบริหารพรรควางลงและยังมิไดมีการเลือกตั้ง หรือแตงตั้งแทนตําแหนงที่วาง ใหคณะกรรมการบริหารพรรคประกอบดวยกรรมการบริหารพรรคเทาที่มีอยูแตถากรรมการบริหารพรรควางลงเกินกวากึ่งหนึ่งของกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดใหดําเนินการเลือกตั้งใหมทั้งคณะภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการวางเกินกวากึ่งหนึ่งขอ ๓๕ กรรมการบริหารพรรคพนตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) หัวหนาพรรคลาออกจากตําแหนง(๒) ครบวาระสี่ป(๓) ตําแหนงกรรมการบริหารพรรควางลงเกินกวากึ่งหนึ่งของจํานวนทั้งหมด(๔) ที่ประชุมใหญมีมติใหกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ ดวยคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่ของผูที่อยูในที่ประชุมในกรณีที่มีเหตุใหกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ ใหกรรมการบริหารพรรคเทาที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวานายทะเบียนพรรคการเมืองจะรับทราบการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม เวนแตกรณีกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะตามวรรคหนึ่ง (๑)หัวหนาพรรคไมสามารถรักษาการไดขอ ๓๖ การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ตองมีกรรมการมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเปนองคประชุมหนา ๗๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ใหหัวหนาพรรคเปนประธานที่ประชุม กรณีหัวหนาพรรคไมสามารถมาประชุมได ใหเลขาธิการพรรคทําหนาที่แทนและมอบหมายใหกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งคนใดเปนเลขานุการในที่ประชุมการลงมติของคณะกรรมการบริหารพรรคใหถือเสียงขางมากของกรรมการที่อยูในที่ประชุมถาคะแนนเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงชี้ขาดใหประธานที่ประชุมสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ประธานคณะผูประสานงานรัฐสภา ประธานคณะกรรมการประสานงานสมาชิกสภาทองถิ่นและผูบริหารทองถิ่น ประธานคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งและประธานคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรค หรือผูที่หัวหนาพรรคอนุญาต เขารวมประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคแตไมมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนขอ ๓๗ คณะกรรมการบริหารพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(๑) ออกระเบียบ คําสั่ง หรือประกาศของพรรคตามที่กําหนดไวในขอบังคับพรรคหรือที่คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นสมควร เพื่อประโยชนในการบริหารงานพรรค(๒) ดําเนินกิจการของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย อุดมการณนโยบาย ขอบังคับพรรค ประกาศพรรค ระเบียบพรรค และมติของที่ประชุมใหญ(๓) ควบคุมและกํากับดูแลมิใหสมาชิกกระทําการอันเปนการฝาฝนรัฐธรรมนูญกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ คําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และขอบังคับพรรค(๔) รับผิดชอบกิจการทั้งปวงของพรรค(๕) ควบคุม ดูแล และใหคําปรึกษาแกรัฐมนตรี สมาชิกสภาผูแทนราษฎรสมาชิกสภาทองถิ่น และผูบริหารทองถิ่น(๖) ประสานงานกับองคกรตาง ๆ ของพรรค(๗) เมื่อมีประกาศพระราชกฤษฎีกาใหมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือใหมีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งใหมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น แลวแตกรณี คณะกรรมการบริหารพรรค และกรรมการบริหารพรรคมีหนาที่ควบคุมและกํากับดูแลมิใหสมาชิกหรือผูดํารงตําแหนงในพรรค กระทําการในลักษณะที่อาจทําใหการเลือกตั้งหรือการเลือกมิไดเปนไปโดยสุจริต หรือเที่ยงธรรม ไมชอบดวยกฎหมาย หรืออาจเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใดซึ่งสมัครเขารับเลือกวุฒิสภา ไมวาโดยทางตรงหรือทางออม(๘) เลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๙) เรื่องอื่น ๆ ที่กําหนดใหเปนหนาที่และอํานาจของคณะกรรมการบริหารพรรคหนา ๗๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขอ ๓๘ กรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนงมีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้หัวหนาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(๑) เปนหัวหนารับผิดชอบการบริหารงานของพรรคตามกฎหมายและขอบังคับพรรค(๒) เปนผูแทนของพรรคในการดําเนินกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก ในการนี้หัวหนาพรรคจะมอบหมายเปนหนังสือใหกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งคนใดทําการแทนก็ได(๓) แตงตั้งผูอํานวยการพรรคและรองผูอํานวยการพรรค โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรค(๔) แตงตั้งคณะกรรมการหรือบุคคล ใหดําเนินการอยางหนึ่งอยางใดแลวรายงานใหคณะกรรมการบริหารพรรคทราบ(๕) มอบอํานาจในการอนุมัติหรืออนุญาตใหกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งคนใดหรือคณะหนึ่งคณะใดทําการแทนก็ได(๖) หนาที่และอํานาจอื่น ๆ ตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง กฎหมายอื่น ๆ หรือในขอบังคับพรรค(๗) จัดทําแผนหรือโครงการที่จะดําเนินกิจกรรมในแตละปสงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในเดือนเมษายนของทุกป(๘) จัดทํารายงานการดําเนินกิจการของพรรคในรอบปปฏิทินที่ผานมา และเมื่อไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารพรรคแลว ใหเสนอที่ประชุมใหญเพื่ออนุมัติภายในเดือนเมษายนของทุกปแลวสงรายงานดังกลาวตอนายทะเบียนพรรคการเมืองภายในสิบหาวันนับแตวันที่ที่ประชุมใหญของพรรคอนุมัติใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบ ทั้งนี้ รายงานดังกลาวอยางนอยตองมีรายการตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด(๙) ออกประกาศ ระเบียบ คําสั่งที่เกี่ยวของกับกิจการของพรรครองหัวหนาพรรคตามภารกิจ มีหนาที่และอํานาจตามที่หัวหนาพรรคมอบหมายรองหัวหนาพรรคภาค มีหนาที่และอํานาจในการกํากับ ดูแล การดําเนินงานทางการเมืองทุกภารกิจภายในภาคนั้น หรือตามที่หัวหนาพรรคมอบหมายหนา ๘๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
เลขาธิการพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(๑) บริหารงานในหนวยงานตาง ๆ ของสํานักงานเลขาธิการพรรค(๒) ปฏิบัติหนาที่ตามที่กําหนดไวในขอบังคับพรรค(๓) ตรวจสอบและกํากับดูแลกิจการของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคหรือหัวหนาพรรคมอบหมาย(๔) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค การประชุมใหญและการประชุมอื่น ๆ(๕) อาจแตงตั้งผูชวยเลขาธิการพรรค โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมเกินหาคนรองเลขาธิการพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่เลขาธิการพรรคมอบหมายเหรัญญิกพรรค มีหนาที่และอํานาจในการควบคุมการรับ - จายเงิน การบัญชีและงบดุลของพรรคตามกฎหมายหรือระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนดนายทะเบียนสมาชิกพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(๑) รับผิดชอบในการจัดทําทะเบียนรายชื่อสมาชิก สาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตามที่กฎหมาย ขอบังคับ และระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด(๒) ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครเปนสมาชิก จัดทําทะเบียนสมาชิกใหตรงตามความเปนจริง และตองใหสมาชิกตรวจสอบไดโดยสะดวก ณ สํานักงานใหญของพรรครวมทั้งประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป เพื่อประโยชนในการตรวจสอบความถูกตองโฆษกพรรค มีหนาที่และอํานาจในการประชาสัมพันธงานของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคหรือหัวหนาพรรคกําหนดกรรมการบริหารพรรคอื่น มีหนาที่และอํานาจตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมายขอ ๓๙ การแบงหนวยงานบริหารของสํานักงานเลขาธิการพรรคใหเปนไปตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนดใหเลขาธิการพรรค หรือรองเลขาธิการพรรคที่เลขาธิการพรรคมอบหมายมีหนาที่รับผิดชอบในการบริหารงานสํานักงานเลขาธิการพรรคใหเปนไปดวยความเรียบรอยหนา ๘๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ใหผูอํานวยการพรรคเปนผูบังคับบัญชาเจาหนาที่ของพรรค การกําหนดตําแหนงอัตราเงินเดือนการแตงตั้ง การใหความชอบ การลงโทษ การถอดถอน เงินคาตอบแทน และอื่น ๆ ใหเปนไปตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนดขอ ๔๐ สมัชชาประชาชน ประกอบดวยสมาชิกตามขอ ๒๘ (๒) (๓) (๔) (๖) (๗) (๘)(๙) (๑๐) (๑๑) (๑๒) (๑๓) และ (๑๔) และผูแทนประชาชนกลุมตาง ๆ จากทุกภาคสวน ตามจํานวนที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด และใหหัวหนาพรรคแตงตั้งโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคใหมีคณะทํางานเพื่อดําเนินการจัดกระบวนการสมัชชาประชาชน เพื่อสรางการเมืองแบบมีสวนรวมใหครอบคลุมทุกภาคสวน ทุกพื้นที่อยางตอเนื่อง และจัดใหมีการประชุมสมัชชาประชาชนตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนดขอ ๔๑ ที่ประชุมรวมระหวางคณะกรรมการบริหารพรรคกับสมาชิกสภาผูแทนราษฎรมีหนาที่และอํานาจตามที่กําหนดไวในกฎหมายหรือขอบังคับพรรคหัวหนาพรรคอาจเรียกใหมีการประชุมรวมระหวางคณะกรรมการบริหารพรรค และสมาชิกสภาผูแทนราษฎร เพื่อปรึกษาหารือในเรื่องการกําหนดนโยบายพรรค หรือนโยบายที่ใชในการหาเสียงเลือกตั้งรวมทั้งเรื่องสําคัญอื่น ๆ ไดตามที่เห็นสมควร โดยใหหัวหนาพรรคเปนประธานที่ประชุม และเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการที่ประชุม กรณีหัวหนาพรรคไมสามารถมาประชุมได ใหเลขาธิการพรรค ทําหนาที่แทนและมอบหมายใหกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งเปนเลขานุการที่ประชุมขอ ๔๒ ที่ประชุมรวมระหวางรัฐมนตรีกับคณะกรรมการบริหารพรรค ในกรณีที่พรรคเปนรัฐบาลใหมีการประชุมรวมระหวางรัฐมนตรีกับคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อปรึกษาหารือเรื่องที่รัฐมนตรีเห็นสมควรปรึกษาหารือโดยหัวหนาพรรคเปนประธาน และเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการที่ประชุมกรณีหัวหนาพรรคไมสามารถมาประชุมได ใหเลขาธิการพรรคทําหนาที่แทน และมอบหมายใหกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งเปนเลขานุการที่ประชุมขอ ๔๓ ที่ประชุมสมาชิกสภาผูแทนราษฎรมีหนาที่และอํานาจในการพิจารณาระเบียบวาระการประชุมสภาผูแทนราษฎร การประชุมรัฐสภา และกิจการที่เกี่ยวกับรัฐสภา รวมทั้งเรื่องสําคัญอื่น ๆที่หัวหนาพรรค หรือเลขาธิการพรรคเห็นสมควรปรึกษาหารือหนา ๘๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ใหสมาชิกสภาผูแทนราษฎรเลือกประธาน รองประธาน เลขานุการ และผูชวยเลขานุการที่ประชุมตามจํานวนที่เห็นสมควรวาระการดํารงตําแหนงของประธาน รองประธาน เลขานุการ หรือผูชวยเลขานุการที่ประชุมสภาผูแทนราษฎรใหเปนไปตามมติที่ประชุมของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรขอ ๔๔ ใหที่ประชุมสมาชิกสภาผูแทนราษฎรเลือกคณะผูประสานงานรัฐสภา ประกอบดวยประธาน รองประธาน เลขานุการ และกรรมการอื่น ๆ ตามจํานวนที่ที่ประชุมสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรคกําหนดเพื่อทําหนาที่ประสานงานกับสมาชิกสภาผูแทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา คณะรัฐมนตรีพรรคการเมืองอื่น ๆ ในกิจการดานนิติบัญญัติขอ ๔๕ ใหมียุวประชาธิปตยเพื่อชวยดําเนินงานของพรรค ตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนดสมาชิกยุวประชาธิปตย ไดแก บุคคลผูมีอายุตั้งแตสิบหาปบริบูรณแตไมเกินยี่สิบหาปมารวมกันจัดตั้งเพื่อดําเนินกิจการบางประการใหพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย การรับสมัครการจัดองคกรการบริหารและการดําเนินงานของยุวประชาธิปตยใหเปนไปตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนดขอ ๔๖ ใหมีกลุมสตรีและกลุมพิเศษอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นสมควรหมวด ๙สาขาพรรคขอ ๔๗ พรรคตองจัดใหมีสาขาพรรคในแตละภาคตามบัญชีรายชื่อภาค และจังหวัดที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด อยางนอยภาคละหนึ่งสาขา โดยสาขาพรรคแตละสาขาตองมีสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตเลือกตั้งใด หรือจังหวัดใดตั้งแตหารอยคนขึ้นไป และใหคณะกรรมการบริหารพรรคกําหนดเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคที่จัดตั้งขึ้นนั้นสาขาพรรคที่ไดรับอนุมัติใหจัดตั้ง ณ ที่ใด ใหเรียกชื่อวา “สาขาพรรคประชาธิปตย ลําดับที่........เขตเลือกตั้งที่........... จังหวัด........................”ขอ ๔๘ ใหมีคณะกรรมการสาขาพรรคคณะหนึ่งซึ่งที่ประชุมใหญสาขาพรรคเลือกตั้งตามจํานวนที่ที่ประชุมกําหนด ทั้งนี้ ตองมีจํานวนไมนอยกวาเจ็ดคนแตไมเกินสิบเอ็ดคน ประกอบดวยหนา ๘๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(๑) หัวหนาสาขาพรรค(๒) รองหัวหนาสาขาพรรคหนึ่งคน(๓) เลขานุการสาขาพรรค(๔) รองเลขานุการสาขาพรรคหนึ่งคน(๕) เหรัญญิกสาขาพรรค(๖) นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค(๗) กรรมการอื่น อยางนอยหนึ่งคน แตไมเกินหาคนการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคนั้นใหคํานึงถึงสตรี เพศสภาพ และเพศวิถีดวยและตองมีคณะกรรมการสาขาพรรคที่มีอายุไมเกินสามสิบหาปบริบูรณนับแตวันเลือกตั้งอยางนอยหนึ่งคนถาไดสมาชิกเปนคณะกรรมการสาขาพรรคไมครบตามนี้ ใหแสดงเหตุผลในรายงานการประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ป นับตั้งแตวันที่หัวหนาพรรคประกาศตามขอ ๕๒ในกรณีที่ตําแหนงกรรมการสาขาพรรควางลงไมวาดวยเหตุใดและยังมิไดมีการเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วาง ใหกรรมการสาขาพรรคประกอบดวยกรรมการสาขาพรรคเทาที่มีอยู แตทั้งนี้จะตองมีไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการทั้งหมดเมื่อกรรมการสาขาพรรควางลงเกินกวากึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมด ใหดําเนินการเลือกตั้งใหมทั้งคณะภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการวางเกินกวากึ่งหนึ่งและใหนับวาระใหมขอ ๔๙ การประชุมจัดตั้งสาขาพรรคใหดําเนินการ ดังนี้(๑) สมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในพื้นที่เขตเลือกตั้งใด หรือจังหวัดใดมีจํานวนตั้งแตหารอยคนขึ้นไป มีหนังสือถึงเลขาธิการพรรคเพื่อขออนุมัติจัดประชุมสมาชิกและเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคจํานวนไมนอยกวาเจ็ดคนแตไมเกินสิบเอ็ดคน(๒) การประชุมตาม (๑) จะตองมีสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบมารวมประชุมไมนอยกวาหนึ่งรอยคนขอ ๕๐ การเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรค ใหเลือกหัวหนาสาขาพรรคเปนลําดับแรกแลวเลือกกรรมการสาขาพรรคอื่น ๆ อีกจนครบตามจํานวนที่คณะกรรมการสาขาพรรคกําหนดหนา ๘๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
การเสนอชื่อสมาชิกเปนกรรมการสาขาพรรคจะตองมีผูรับรองไมนอยกวาหาคน ผูรับรองและผูใชสิทธิเลือกตั้งตองอยูในที่ประชุม ใหสมาชิกที่ไดคะแนนถัดจากผูไดรับเลือกตั้งเปนกรรมการอื่นตามขอ ๔๘ (๗) ตามลําดับเปนกรรมการสํารองหาคนวิธีการลงมติเลือกหัวหนาสาขาพรรคและกรรมการสาขาพรรคใหเปนไปตามที่ประชุมใหญสาขาพรรคกําหนดกรรมการสาขาพรรคตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามเชนเดียวกับกรรมการบริหารพรรคตามขอ ๓๐ โดยอนุโลมขอ ๕๑ ภายหลังการประชุมเพื่อจัดตั้งสาขาพรรคเสร็จสิ้นแลว ใหผูที่ไดรับเลือกเปนหัวหนาสาขาพรรคแจงผลการประชุมจัดตั้งสาขาพรรค ใหหัวหนาพรรคทราบ ซึ่งอยางนอยตองมีแผนผังแสดงที่ตั้งสาขาพรรค ชื่อ ที่อยู และเลขประจําตัวประชาชนของคณะกรรมการสาขาพรรคและเอกสารอื่น ๆตามระเบียบที่นายทะเบียนพรรคการเมืองกําหนด เพื่อขออนุมัติจากคณะกรรมการบริหารพรรคและเมื่อไดรับอนุมัติแลว ใหหัวหนาพรรคมีประกาศจัดตั้งสาขาพรรคตามประกาศที่นายทะเบียนพรรคการเมืองกําหนด และมีหนังสือแจงการจัดตั้งสาขาพรรคตอนายทะเบียนพรรคการเมืองภายในสิบหาวันนับแตวันที่ประกาศจัดตั้งสาขาพรรคนั้น แลวประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปขอ ๕๒ ใหถือวาการจัดตั้งสาขาพรรคมีผลสมบูรณตั้งแตวันที่หัวหนาพรรคมีประกาศจัดตั้งสาขาพรรคตามประกาศที่นายทะเบียนพรรคการเมืองกําหนดขอ ๕๓ หัวหนาสาขาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสาขาพรรค มีอํานาจแตงตั้งกรรมการตามขอ ๔๘ (๗) ใหดํารงตําแหนงอื่นไดในกรณีที่ตําแหนงกรรมการสาขาพรรคตามขอ ๔๘ (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) วางลงใหหัวหนาสาขาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสาขาพรรคแตงตั้งกรรมการสาขาพรรคคนหนึ่งคนใดทําหนาที่แทนเปนการชั่วคราวกรณีตําแหนงกรรมการสาขาพรรคตามขอ ๔๘ (๗) วางลง ใหเลื่อนลําดับกรรมการสํารองที่เลือกไวตามขอ ๕๐ วรรคสอง ขึ้นมาทําหนาที่แทนถาตําแหนงหัวหนาสาขาพรรควางลง ใหที่ประชุมใหญสาขาพรรคเลือกตั้งใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวาง และในระหวางที่ตําแหนงนี้วางใหรองหัวหนาสาขาพรรคทําหนาที่แทน ในกรณีที่ไมมีรองหัวหนาสาขาพรรค หรือมีแตไมอาจทําหนาที่ได ใหคณะกรรมการสาขาพรรคเลือกกรรมการคนหนึ่งคนใดทําหนาที่แทน หนา ๘๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขอ ๕๔ กรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนง เมื่อ(๑) ตาย(๒) ขาดสมาชิกภาพ(๓) ลาออก(๔) คณะกรรมการบริหารพรรค มีมติใหพนจากตําแหนง(๕) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดเมื่อตําแหนงกรรมการสาขาพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาสาขาพรรคแตงตั้งกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเขารักษาการแทน จนกวาจะมีการประชุมเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงหากตําแหนงหัวหนาสาขาพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหรองหัวหนาสาขาพรรครักษาการแทนถาไมมีรองหัวหนาสาขาพรรค ใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งรักษาการแทน และใหมีอํานาจเรียกประชุมใหญสาขาเพื่อเลือกตั้งหัวหนาสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วางภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงกรณี การเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วางหรือการเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคเพิ่มเติมใหผูไดรับเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกตั้งเพิ่มเติมนั้น อยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของคณะกรรมการสาขาพรรคขอ ๕๕ กรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระสี่ป(๒) ตําแหนงกรรมการสาขาพรรควางลงเกินกวากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด(๓) คณะกรรมการบริหารพรรค มีมติใหพนจากตําแหนงเพราะไมปฏิบัติตามขอบังคับพรรคหรือมติพรรคจนเกิดความเสียหายอยางรายแรงในกรณีคณะกรรมการสาขาพรรคที่พนจากตําแหนงทั้งคณะตาม (๑) (๒) ใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป และใหจัดประชุมใหญสาขาพรรคเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงหนา ๘๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ในกรณีตาม (๓) ใหคณะกรรมการบริหารพรรค กําหนดแนวทางการบริหารจัดการสาขาพรรคพรอมทั้งกําหนดวันเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมตอไปขอ ๕๖ การดําเนินการประชุม องคประชุม การลงคะแนนเสียงในที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค ใหนําขอบังคับพรรค ขอ ๓๖ มาใชบังคับโดยอนุโลมขอ ๕๗ คณะกรรมการสาขาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(๑) ดําเนินกิจการใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย อุดมการณ นโยบายขอบังคับพรรคและมติของคณะกรรมการบริหารพรรค(๒) เผยแพรนโยบายและกิจกรรมของพรรค(๓) การใหความรูทางการเมืองแกสมาชิกในเขตพื้นที่สาขาพรรคและบุคคลทั่วไป(๔) จัดประชุมเพื่อรับฟงความเห็นการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรคในพื้นที่ที่รับผิดชอบในจังหวัดและเขตเลือกตั้งนั้น ๆ(๕) ควบคุมและกํากับดูแลไมใหสมาชิกกระทําการอันเปนการฝาฝนรัฐธรรมนูญกฎหมาย ขอบังคับพรรค ประกาศพรรค ระเบียบพรรค มติของคณะกรรมการบริหารพรรคและมติของที่ประชุมใหญ ถามีกรณีดังกลาวเกิดขึ้นจะตองรีบรายงานเลขาธิการพรรคโดยทันที(๖) สนับสนุนและหาเสียงเลือกตั้งใหแกบุคคลที่พรรคสงลงสมัครรับเลือกตั้งทุกตําแหนงในเขตพื้นที่ของสาขาพรรคหรือในเขตเลือกตั้งใกลเคียงที่หัวหนาพรรคมอบหมาย(๗) รับเรื่องราวรองทุกขของราษฎรและหาทางชวยเหลือใหถึงที่สุด(๘) ควบคุมใหการดําเนินการตาม (๔) เปนไปดวยความเรียบรอยบริสุทธิ์ ยุติธรรมและโปรงใส (๙) ใหความเห็นประกอบการคัดเลือกผูสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๑๐) เสนอแนะและใหขอคิดเห็นในเรื่องตาง ๆ ตอคณะกรรมการบริหารพรรค(๑๑) จัดหาสมาชิกเพิ่มเติม(๑๒) จัดทําบัญชีรายชื่อพรอมที่อยูของสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคนั้น หนา ๘๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(๑๓) จัดกิจกรรมของสาขาพรรคตามที่เห็นสมควร(๑๔) จัดหารายไดเพื่อเปนคาใชจายในการบริหารสาขาพรรค(๑๕) จัดทําบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรคที่ไดรับหรือจาย แลวแตกรณีและสรุปรายงานใหพรรคทราบเปนประจําทุกสิ้นเดือน(๑๖) ดําเนินการดานประชาสังคมและการสรางเครือขายประชาชนในเขตพื้นที่ของสาขาพรรครวมทั้งเชื่อมโยงกับองคกรเครือขายอื่น ๆ ตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด(๑๗) ปฏิบัติหนาที่อื่น ๆ ตามที่กฎหมาย ขอบังคับพรรค ระเบียบพรรค ประกาศพรรคหรือหัวหนาพรรค รองหัวหนาพรรคที่กํากับดูแลจังหวัดนั้น หรือที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมายขอ ๕๘ หัวหนาสาขาพรรคดวยความเห็นชอบของคณะกรรมการสาขาพรรค อาจแตงตั้งสมาชิกยุวประชาธิปตย สมาชิกกลุมพิเศษ หรือบุคคลภายนอกเปนที่ปรึกษา หรืออาจแตงตั้งคณะกรรมการหรือบุคคลใด เพื่อดําเนินการกิจการอยางใดอยางหนึ่งก็ไดขอ ๕๙ การแบงหนวยงานบริหารสาขาพรรคใหเปนไปตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนดขอ ๖๐ การปฏิบัติการเกี่ยวกับการรับ - จาย การเงิน การคลัง การทรัพยสินตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง และใหเปนไปตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนดขอ ๖๑ ใหมีการจัดประชุมใหญสามัญสาขาพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้ง ตามระเบียบวาระการประชุมตามขอ ๖๓ แลวรายงานเลขาธิการพรรคภายในสิบหาวันนับแตวันประชุมใหญสาขาพรรคขอ ๖๒ องคประชุมของที่ประชุมใหญสาขาพรรค ประกอบดวยกรรมการสาขาพรรคและสมาชิกในสาขาพรรคนั้น ๆ ไมนอยกวาหนึ่งรอยคน ทั้งนี้ กรรมการสาขาพรรคจะตองเขาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมดใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานที่ประชุมใหญสาขาพรรค กรณีหัวหนาสาขาพรรคไมสามารถทําหนาที่ไดใหรองหัวหนาสาขาพรรคทําหนาที่แทน กรณีที่รองหัวหนาสาขาพรรคไมสามารถทําหนาที่ได ใหคณะกรรมการสาขาพรรคเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทน และใหเลขานุการสาขาพรรคเปนเลขานุการที่ประชุมใหญสาขาพรรค กรณีเลขานุการไมสามารถทําหนาที่ไดใหคณะกรรมการสาขาพรรคเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนหนา ๘๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
การประชุมใหญวิสามัญสาขาพรรคอาจจะกระทําไดโดยมติของคณะกรรมการสาขาพรรคหรือสมาชิกของสาขานั้นจํานวนไมนอยกวาหาสิบคนลงชื่อรองขอกรณีที่สมาชิกจํานวนไมนอยกวาหาสิบคนรองขอใหมีการประชุมใหญวิสามัญใหคณะกรรมการสาขาพรรคจัดประชุมภายในสี่สิบหาวันนับแตวันที่รองขอ และใหจัดวาระการประชุมตามญัตติที่รองขอในการจัดประชุมใหญสาขาพรรคแตละครั้ง ใหหัวหนาสาขาพรรคหรือผูทําหนาที่แทนแจงกําหนดวันเวลาและสถานที่ประชุม ใหเลขาธิการพรรคทราบกอนลวงหนาไมนอยกวาสิบหาวัน เวนแตมีความจําเปนเรงดวนอาจมีหนังสือแจงเร็วกวานั้นก็ไดแตตองไมนอยกวาหาวัน และแจงใหสมาชิกทราบเปนการลวงหนาโดยทั่วกันใหเลขาธิการพรรคมอบหมายใหกรรมการบริหารพรรคหรือสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรคคนหนึ่งคนใดเปนผูแทนไปกํากับดูแลการประชุมใหญสาขาพรรคใหเปนไปตามขอบังคับพรรคและระเบียบของพรรค หากการประชุมใหญสาขาพรรคมิไดเปนไปตามขอบังคับพรรคและระเบียบของพรรคกรรมการบริหารพรรคหรือสมาชิกสภาผูแทนราษฎรผูที่ไดรับมอบหมาย อาจสั่งแกไขเปลี่ยนแปลงหรือเลื่อนการประชุมใหญสาขาพรรคออกไปกอน เพื่อใหมีการปฏิบัติที่ถูกตองเสียกอนก็ไดขอ ๖๓ ใหจัดระเบียบวาระการประชุมใหญสามัญสาขาพรรค ดังตอไปนี้(๑) เรื่องที่ประธานแจงใหที่ประชุมทราบ(๒) รับรองรายงานการประชุมใหญครั้งที่แลว (ถามี)(๓) รายงานผลการดําเนินงานของสาขาพรรค(๔) รับรองรายงานงบการเงิน(๕) เรื่องอื่น ๆ (ถามี)ในกรณีที่คณะกรรมการสาขาพรรคเรียกประชุมใหญวิสามัญ ถามีสมาชิกมาประชุมไมครบองคประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคจะเรียกประชุมใหมหรือไมก็ได แตถาเปนการประชุมใหญวิสามัญที่สมาชิกรองขอใหเรียกประชุมตามขอ ๖๒ วรรคสาม ไมตองเรียกประชุมเมื่อการประชุมใหญสิ้นสุดแลว ใหรายงานผลการประชุมตอเลขาธิการพรรค เพื่อรายงานคณะกรรมการบริหารพรรคภายในสิบหาวันนับแตวันประชุมใหญขอ ๖๔ ถาไมมีขอบังคับกําหนดแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารงานของสาขาพรรคไวเปนการเฉพาะใหนําขอบังคับพรรคในขอที่ใกลเคียงกันมาใชบังคับโดยอนุโลมหนา ๘๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขอ ๖๕ สาขาพรรคเลิกดวยเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังตอไปนี้(๑) มีสมาชิกในพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคนั้นไมครบหารอยคน(๒) คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติใหเลิกโดยสาเหตุหนึ่งสาเหตุใดที่สาขาพรรคมีพฤติกรรมกระทําความผิดกอใหเกิดความเสียหายตอพรรคอยางรายแรง หรือกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง หรือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือฝาฝนขอบังคับพรรค หรือมติพรรค(๓) ในกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศเปลี่ยนแปลงเขตเลือกตั้งแบบแบงเขตเลือกตั้งและเปนเหตุใหมีผลกระทบเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคใด คณะกรรมการบริหารพรรคอาจพิจารณากําหนดพื้นที่รับผิดชอบของสาขาพรรคขึ้นใหมหรือยุบเลิกสาขาพรรคนั้นก็ไดขอ ๖๖ ในกรณีมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่ตั้งสาขาพรรค หรือคณะกรรมการสาขาพรรคครบวาระกรรมการสาขาพรรคตาย ลาออก เปลี่ยนชื่อตัว เปลี่ยนชื่อสกุล หรือเปลี่ยนแปลงดวยเหตุใด ๆใหหัวหนาพรรคมีหนังสือแจงการเปลี่ยนแปลงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่มีการเปลี่ยนแปลงนั้น หมวด ๑๐ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๖๗ ในจังหวัดที่มิไดเปนที่ตั้งสาขาพรรค ถาพรรคมีสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นเกินหนึ่งรอยคน ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้น ซึ่งมาจากการเลือกของสมาชิกดังกลาวใหเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัดจํานวนไมนอยกวาสามคนแตไมเกินหาคนเพื่อดําเนินกิจกรรมของพรรคในจังหวัด ตามวิธีการที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนดตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่มีประกาศแตงตั้ง ใหเรียกชื่อวา “ตัวแทนพรรคประชาธิปตยประจําจังหวัด.........................”การแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหเปนไปตามประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเรื่อง การจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด พ.ศ. ๒๕๖๖ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามขอ ๓๐ โดยอนุโลมตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใหอยูในตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่ประกาศแตงตั้งเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด หนา ๙๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ภายหลังการประชุมเพื่อเลือกตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเสร็จสิ้นแลว ใหผูที่ไดรับเลือกเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัดคนใดคนหนึ่งแจงผลการประชุมใหหัวหนาพรรคทราบพรอมดวยเอกสารตามแบบในประกาศที่นายทะเบียนพรรคการเมืองกําหนด เมื่อหัวหนาพรรคไดรับแจงและตรวจสอบแลวเห็นวาการประชุมจัดตั้งตัวแทนประจําจังหวัดถูกตองครบถวน ใหหัวหนาพรรคมีประกาศแตงตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตามแบบในประกาศที่นายทะเบียนพรรคการเมืองกําหนดและมีหนังสือแจงตอนายทะเบียนพรรคการเมืองภายในสิบหาวันนับแตวันที่มีการประกาศแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดภายหลังนายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจสอบความถูกตองแลวใหหัวหนาพรรคประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสถานที่ทําการตัวแทนพรรคประจําจังหวัด หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด กรณีครบวาระ ตาย ลาออก เปลี่ยนชื่อตัว เปลี่ยนชื่อสกุล หรือเปลี่ยนแปลงดวยเหตุใด ๆใหหัวหนาพรรคมีหนังสือแจงนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่มีการเปลี่ยนแปลงนั้นขอ ๖๘ ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดพนจากตําแหนง เมื่อ(๑) ตาย(๒) ครบวาระสี่ป(๓) ลาออกและใหมีผลตั้งแตวันที่ยื่นใบลาออกตอเลขาธิการพรรค(๔) ขาดสมาชิกภาพ(๕) หัวหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคสั่งใหพนจากการเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๖) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดในกรณีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดพนจากตําแหนงตาม (๒) ใหตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดนั้นอยูปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขึ้นใหมและใหจัดประชุมสมาชิกเพื่อดําเนินการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดภายในหกสิบวันนับแตวันที่ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดครบวาระการดํารงตําแหนงหากตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดวางลงตาม (๑) (๓) (๔) (๕) และ (๖)โดยมีจํานวนไมนอยกวาสามคน ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่เหลืออยู อาจเรียกประชุมสมาชิกหนา ๙๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
เพื่อดําเนินการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกเพิ่มเติมก็ไดทั้งนี้ ใหอยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่แตงตั้งขึ้นกอนการเลือกแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกเพิ่มเติมกรณีที่ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเหลือนอยกวาสามคน ใหเรียกประชุมสมาชิกเพื่อดําเนินการเลือกตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดแทนตําแหนงที่วางภายในหกสิบวันนับแตวันที่วางลง ทั้งนี้ ใหอยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่แตงตั้งขึ้นกอนการเลือกแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกเพิ่มเติมในกรณีที่ไมมีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเหลืออยูปฏิบัติหนาที่ ตาม (๑) (๓) (๔) (๕)และ (๖) ใหถือวาตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดดังกลาวสิ้นสภาพไป และแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่ไมมีตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเหลืออยูขอ ๖๙ ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเลิกดวยเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังตอไปนี้(๑) มีสมาชิกในจังหวัดนั้นไมถึงหนึ่งรอยหนึ่งคน(๒) มีสาขาพรรคในเขตเลือกตั้งหรือจังหวัดนั้น(๓) คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติใหเลิก โดยสาเหตุใดที่ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดมีพฤติกรรมกระทําความผิดกอใหเกิดความเสียหายตอพรรคอยางรายแรง หรือกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง หรือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือขอบังคับพรรค หรือมติพรรคขอ ๗๐ ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดมีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(๑) ปฏิบัติหนาที่ในฐานะสมาชิก(๒) ปฏิบัติหนาที่ในฐานะตัวแทนพรรคในจังหวัดนั้น ๆ(๓) ประสานงานกับสมาชิกในเขตพื้นที่รับผิดชอบ(๔) จัดทําบัญชีรายชื่อพรอมที่อยูของสมาชิกที่มีภูมิลําเนาในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบซึ่งเปนที่ตั้งของตัวแทนพรรคประจําจังหวัดนั้น(๕) จัดทําบัญชีรับและจายเงินของตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่ไดรับหรือจายแลวแตกรณี และสรุปรายงานใหพรรคทราบเปนประจําทุกสิ้นเดือนหนา ๙๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(๖) จัดประชุมใหญตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด(๗) หนาที่อื่น ๆ ตามที่กฎหมาย ขอบังคับพรรค ระเบียบพรรค ประกาศพรรคหรือที่หัวหนาพรรค รองหัวหนาพรรคที่กํากับดูแลในจังหวัดนั้นมอบหมายใหนําขอบังคับพรรค ขอ ๕๖ ขอ ๕๘ ขอ ๕๙ ขอ ๖๐ และขอ ๖๔ มาใชบังคับโดยอนุโลมขอ ๗๑ องคประชุมของที่ประชุมใหญตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ประกอบดวยตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่หัวหนาพรรคแตงตั้งตามขอ ๖๗ และสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของตัวแทนพรรคประจําจังหวัดนั้นเขารวมประชุมไมนอยกวาหาสิบคนใหตัวแทนพรรคประจําจังหวัดคนใดคนหนึ่งทําหนาที่เปนประธานที่ประชุม และใหสมาชิกคนใดคนหนึ่งเปนเลขานุการที่ประชุม หมวด ๑๑ศูนยประสานงานประจําเขตเลือกตั้งขอ ๗๒ คณะกรรมการบริหารพรรคอาจอนุมัติใหจัดตั้งศูนยประสานงานประจําเขตเลือกตั้งตามที่สมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรในเขตเลือกตั้งนั้นเสนอหรือที่คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นสมควรจัดตั้งขอ ๗๓ การยุบเลิกศูนยประสานงานประจําเขตเลือกตั้งใหเปนไปตามมติของคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๗๔ ศูนยประสานงานประจําเขตเลือกตั้ง มีหนาที่ปฏิบัติตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคหัวหนาพรรค รองหัวหนาพรรคที่กํากับดูแลภาคนั้น เลขาธิการพรรคหรือที่ผูขอจัดตั้งมอบหมายหมวด ๑๒การประชุมใหญขอ ๗๕ การประชุมใหญของพรรคมีสองกรณี คือ(๑) การประชุมใหญสามัญ หมายถึง การประชุมที่คณะกรรมการบริหารพรรคจะตองจัดใหมีขึ้นอยางนอยปละหนึ่งครั้งภายในเดือนเมษายนของทุกป(๒) การประชุมใหญวิสามัญ หมายถึง การที่สมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสี่ของจํานวนสมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือกรรมการบริหารพรรคหนา ๙๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
จํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสามของจํานวนกรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยูของพรรคหรือไมนอยกวาสองรอยหาสิบคน แลวแตจํานวนใดจะนอยกวามีสิทธิเขาชื่อกันยื่นคํารองตอหัวหนาพรรคใหจัดการประชุมใหญวิสามัญของพรรคไดในกรณีตามวรรคหนึ่งคณะกรรมการบริหารพรรคตองจัดใหมีการประชุมใหญวิสามัญของพรรคภายในหกสิบวันนับแตวันที่ไดรับหนังสือจากสมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือกรรมการบริหารพรรคหรือสมาชิกพรรค แลวแตกรณีคณะกรรมการบริหารพรรคเปนผูกําหนดวัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมใหญแตการประชุมใหญวิสามัญตามวรรคหนึ่งตองกําหนดระเบียบวาระการประชุมใหเปนไปตามญัตติที่ขอใหเรียกประชุมขอ ๗๖ ระเบียบวาระในการประชุมใหญสามัญอยางนอยจะตองบรรจุรายงานการดําเนินกิจการของพรรคในรอบปปฏิทินที่ผานมา และงบการเงินที่ผูตรวจสอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและรับรองแลวใหหัวหนาพรรคสงรายงานการดําเนินกิจการของพรรคตามวรรคหนึ่งที่ไดรับอนุมัติจากที่ประชุมใหญตอนายทะเบียนพรรคการเมืองภายในสิบหาวันนับแตวันที่ที่ประชุมใหญอนุมัติงบการเงินซึ่งที่ประชุมใหญของพรรคอนุมัติแลวใหหัวหนาพรรครับรองความถูกตองรวมกับเหรัญญิกพรรคและสงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองภายในสามสิบวันนับแตวันที่ที่ประชุมใหญอนุมัติขอ ๗๗ การนัดประชุมใหญทุกครั้ง เลขาธิการพรรคจะตองมีหนังสือแจงใหสมาชิกซึ่งเปนองคประชุมใหญทราบเปนการลวงหนาอยางนอยสิบหาวันพรอมดวยระเบียบวาระการประชุมเวนแตมีความจําเปนเรงดวน อาจจะมีหนังสือแจงใหสมาชิกทราบในระยะเวลาที่เร็วกวานั้นก็ไดแตตองไมนอยกวาหาวันขอ ๗๘ องคประชุมของที่ประชุมใหญ ประกอบดวย(๑) กรรมการบริหารพรรค(๒) สมาชิกที่เคยเปนหัวหนาพรรคหรือเคยเปนเลขาธิการพรรค(๓) สมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรคในขณะนั้น ในกรณีที่ไมมีสมาชิกสภาผูแทนราษฎรใหสมาชิกสภาผูแทนราษฎรชุดสุดทายกอนมีการประชุมใหญซึ่งยังคงเปนสมาชิกอยูเปนองคประชุม(๔) สมาชิกที่เปนอดีตสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหนา ๙๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(๕) สมาชิกที่เปนรัฐมนตรีของพรรคในขณะนั้น(๖) สมาชิกที่เปนอดีตรัฐมนตรี(๗) สมาชิกที่เปนผูวาราชการกรุงเทพมหานครที่พรรคสงลงสมัครและดํารงตําแหนงอยูในขณะนั้น (๘) สมาชิกที่เปนนายกองคการบริหารสวนจังหวัดที่พรรคสงลงสมัครและดํารงตําแหนงอยูในขณะนั้น หรือที่เปนสมาชิกและที่คณะกรรมการบริหารพรรครับรอง(๙) สมาชิกที่เปนสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดที่พรรคสงลงสมัครและดํารงตําแหนงอยูในขณะนั้น หรือที่เปนสมาชิกและที่คณะกรรมการบริหารพรรครับรองจังหวัดละหนึ่งคนจังหวัดใดมีสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดเกินกวาหนึ่งคนใหใชวิธีการตกลงกันเอง ถาตกลงกันไมไดใหใชวิธีจับสลาก (๑๐) สมาชิกที่เปนนายกเทศมนตรีที่พรรคสงลงสมัครและดํารงตําแหนงอยูในขณะนั้นหรือที่เปนสมาชิกและที่คณะกรรมการบริหารพรรครับรองทุกคน(๑๑) สมาชิกที่เปนสมาชิกสภาเทศบาลที่พรรคสงลงสมัครและดํารงตําแหนงอยูในขณะนั้นหรือที่เปนสมาชิกและที่คณะกรรมการบริหารพรรครับรองจังหวัดละหนึ่งคน จังหวัดใดมีสมาชิกสภาเทศบาลเกินกวาหนึ่งคนใหใชวิธีการตกลงกันเอง ถาตกลงกันไมไดใหใชวิธีจับสลาก(๑๒) สมาชิกที่เปนนายกองคการบริหารสวนตําบลที่พรรคสงลงสมัครและดํารงตําแหนงอยูในขณะนั้น หรือที่เปนสมาชิกและที่คณะกรรมการบริหารพรรครับรองจังหวัดละหนึ่งคน จังหวัดใดมีนายกองคการบริหารสวนตําบลเกินกวาหนึ่งคนใหใชวิธีการตกลงกันเอง ถาตกลงกันไมไดใหใชวิธีจับสลาก(๑๓) สมาชิกที่เปนสมาชิกองคการบริหารสวนตําบลที่พรรคสงลงสมัครและดํารงตําแหนงอยูในขณะนั้น หรือที่เปนสมาชิกและที่คณะกรรมการบริหารพรรครับรองจังหวัดละหนึ่งคน จังหวัดใดมีสมาชิกสภาองคการบริหารสวนตําบลเกินกวาหนึ่งคนใหใชวิธีการตกลงกันเอง ถาตกลงกันไมไดใหใชวิธีจับสลาก(๑๔) สมาชิกที่เปนสมาชิกสภากรุงเทพมหานครที่พรรคสงลงสมัครและดํารงตําแหนงอยูในขณะนั้นสองคน โดยใชวิธีตกลงกันเอง ถาตกลงกันไมไดใหใชวิธีจับสลาก(๑๕) สมาชิกที่เปนสมาชิกขององคกรปกครองสวนทองถิ่นรูปแบบพิเศษหรือผูบริหารที่พรรคสงลงสมัครและดํารงตําแหนงอยูในขณะนั้น ฝายละสองคนทุกองคกรหนา ๙๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(๑๖) หัวหนาสาขาพรรค ในกรณีที่หัวหนาสาขาพรรคมาประชุมไมได ใหสาขาพรรคประชุมแตงตั้งกรรมการคนใดคนหนึ่งมาประชุมแทน หากไมสามารถดําเนินการตามกรณีดังกลาวไดใหกรรมการบริหารพรรคกําหนดกรรมการของสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งเขารวมประชุมแทน(๑๗) ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด จังหวัดละหนึ่งคน ถาจังหวัดใดมีตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเกินกวาหนึ่งคนใหใชวิธีการตกลงกันเอง ถาตกลงกันไมไดใหใชวิธีจับสลาก(๑๘) ตัวแทนสมาชิกตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนดในการประชุมใหญแตละครั้ง คณะกรรมการบริหารพรรคอาจมีมติตั้งตัวแทนตาม (๑๘) หรือไมก็ไดเมื่อไดตัวแทนตาม (๙) (๑๑) (๑๒) (๑๓) และ (๑๔) ใหรายงานโดยหนังสือถึงเลขาธิการพรรคทราบกอนวันประชุมใหญไมนอยกวาหาวันผูมีสิทธิลงคะแนนเสียงที่ดํารงตําแหนงหลายฐานะในคราวเดียวกันใหมีสิทธิลงคะแนนเสียงไดเพียงเสียงเดียว โดยใหแสดงความจํานงวาจะลงคะแนนเสียงในฐานะใดและใหลงคะแนนเสียงในฐานะนั้นตลอดการประชุมนั้นถาหากองคประชุมของที่ประชุมใหญตามวรรคหนึ่ง ไมวาขอหนึ่งขอใด ไมมี หรือมีแตไมครบจํานวนตามที่กําหนด หรือไมมาประชุมก็สามารถมาประชุมได แตทั้งนี้ องคประชุมตองเปนไปตามขอ ๗๙และขอ ๘๐ ดวยขอ ๗๙ องคประชุมของที่ประชุมใหญตามขอ ๗๘ (๑) (๑๖) และ (๑๗) ตองมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนที่มีอยู โดยองคประชุมตามขอ ๗๘ (๑๖) จะตองมาไมนอยกวาสองสาขาซึ่งมาจากภาคตางกันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดขอ ๘๐ องคประชุมของที่ประชุมใหญเมื่อรวมกันทุกองคประชุมแลวจะตองเปนจํานวนไมนอยกวาสองรอยหาสิบคนขอ ๘๑ ญัตติของสมาชิกที่ขอใหบรรจุในระเบียบวาระการประชุม เพื่อการพิจารณาของที่ประชุมใหญตองเสนอตอคณะกรรมการบริหารพรรค กอนวันประชุมใหญไมนอยกวาสี่สิบหาวัน และตองไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารพรรคใหนําเสนอตอที่ประชุมใหญหนา ๙๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขอ ๘๒ ในกรณีผูมาประชุมไมครบองคประชุม ถาเปนการประชุมใหญสามัญ ใหนัดประชุมใหมภายในสามสิบวัน ถาเปนการประชุมใหญวิสามัญตามขอ ๗๕ (๒) คณะกรรมการบริหารพรรคอาจจะเรียกประชุมใหมหรือไมก็ไดขอ ๘๓ ในการประชุมใหญใหหัวหนาพรรคเปนประธาน และเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการที่ประชุมกรณีหัวหนาพรรคไมสามารถมาประชุมไดใหเลขาธิการพรรคทําหนาที่เปนประธานที่ประชุมแทนและมอบหมายใหกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งเปนเลขานุการที่ประชุมการลงมติในที่ประชุมใหญใหกระทําโดยเปดเผย แตการลงมติเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคและการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาใหลงคะแนนลับขอ ๘๔ ในการลงมติของที่ประชุมใหญตามขอ ๗๘ ใหถือเกณฑคํานวณคะแนนเสียงในการเลือกตั้งสมาชิกเปนคณะกรรมการบริหารพรรค หรือเปนคณะกรรมการสรรหาเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรเปนสัดสวน ดังนี้ (๑) คะแนนเสียงเลือกตั้งขององคประชุมของที่ประชุมใหญตามขอ ๗๘ (๑)ใหถือเปนสัดสวนรอยละยี่สิบของคะแนนเสียงของที่ประชุมใหญ(๒) คะแนนเสียงเลือกตั้งขององคประชุมของที่ประชุมใหญตามขอ ๗๘ (๓)ใหถือเปนสัดสวนรอยละสี่สิบของคะแนนเสียงของที่ประชุมใหญ(๓) คะแนนเสียงเลือกตั้งขององคประชุมของที่ประชุมใหญตามขอ ๗๘ (๒) (๔)(๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๒) (๑๓) (๑๔) (๑๕) (๑๖) (๑๗) และ (๑๘) ใหถือเปนสัดสวนรอยละสี่สิบของคะแนนเสียงของที่ประชุมใหญในกรณีการลงมติของที่ประชุมใหญนอกจากวรรคแรก ใหใชเสียงขางมากของผูลงคะแนนเสียงหมวด ๑๓หลักเกณฑ และวิธีการคัดเลือกสมาชิกเพื่อสงลงสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรขอ ๘๕ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อใหเปนไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองและประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่เกี่ยวของ หนา ๙๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ในการเลือกตั้งทั่วไป การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ ใหดําเนินการสรรหาตามวิธีการที่กําหนดไวในวรรคหนึ่ง เวนแตกรณีที่เปนการสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้ง สําหรับการเลือกตั้งแทนการเลือกตั้งที่เปนโมฆะหรือการเลือกตั้งใหมในกรณีที่ไมมีผูใดไดรับเลือกตั้ง หรือกรณีผูสมัครตายกอนปดการรับสมัครรับเลือกตั้งใหคณะกรรมการสรรหาและคณะกรรมการบริหารพรรคเปนผูพิจารณารวมกันขอ ๘๖ ใหมีคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรคณะหนึ่งซึ่งที่ประชุมใหญเลือกจํานวนสิบเอ็ดคน ประกอบดวย(๑) เปนกรรมการบริหารพรรค จํานวนหาคน(๒) เปนหัวหนาสาขาพรรคเลือกจากภาคตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศกําหนดภาคละหนึ่งคน จํานวนสี่คน(๓) เปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัด จํานวนหนึ่งคน(๔) สมาชิกที่เคยเปนกรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกที่เคยเปนรัฐมนตรีหรือสมาชิกที่เคยเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร จํานวนหนึ่งคนใหเลือกตั้งกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรสํารองตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔) ไวประเภทละมากกวา ๑ คนขอ ๘๗ ในการเสนอชื่อคณะกรรมการสรรหาตามขอ ๘๖ ใหมีวิธีการเลือกตั้งตามบัญชีของผูเสนอดังนี้ (๑) เลขาธิการพรรคเสนอบัญชีรายชื่อสมาชิกตามจํานวนตามขอ ๘๖ ตอที่ประชุมใหญ(๒) สมาชิกที่เปนองคประชุมของที่ประชุมใหญและอยูในที่ประชุมอาจจะเสนอบัญชีรายชื่อสมาชิกตามจํานวนตามขอ ๘๖ ตอที่ประชุมใหญ โดยมีผูรับรองไมนอยกวายี่สิบคนขอ ๘๘ การเสนอรายชื่อของผูเสนอตามขอ ๘๗ ตองเสนอใหครบทั้งสิบเอ็ดคน พรอมทั้งบัญชีรายชื่อคณะกรรมการสรรหาสํารองตามที่กําหนดในขอ ๘๖ วรรคสองขอ ๘๙ ในกรณีที่มีการเสนอชื่อแตเพียงบัญชีเดียวหรือมีการถอนชื่อจนเหลือบัญชีเดียวใหที่ประชุมใหญลงคะแนนเสียงเลือกตั้งและคะแนนเสียงที่ไดรับเลือกตั้งตองเกินกวาหนึ่งในสามของผูที่อยูในที่ประชุมคณะกรรมการสรรหามีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่ไดรับการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ หนา ๙๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขอ ๙๐ กรรมการสรรหาสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดขอ ๙๑ กรรมการสรรหาพนตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) กรรมการสรรหาวางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการสรรหาทั้งหมดในกรณีกรรมการสรรหาพนจากตําแหนงตาม (๑) (๒) ใหกรรมการสรรหาที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีคณะกรรมการสรรหาชุดใหมขอ ๙๒ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ซึ่งเปนการเลือกตั้งทั่วไป ใหดําเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนดเพื่อใหสมาชิกมีสวนรวมอยางกวางขวางขอ ๙๓ การดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง หามมิใหผูใดกระทําการอยางหนึ่งอยางใดเพื่อจูงใจใหสมาชิกลงคะแนนใหแกตนเองหรือผูอื่น หรือใหงดเวนการลงคะแนนใหแกผูใดดวยวิธีการดังตอไปนี้ (๑) ให เสนอให สัญญาวาจะให หรือจัดเตรียมเพื่อจะใหเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดอันอาจคํานวณเปนเงินได ไมวาโดยทางตรงหรือทางออมแกผูใด(๒) หลอกลวง บังคับ ขูเข็ญ ใชอิทธิพลคุกคาม ใสรายดวยความเท็จ หรือจูงใจใหเขาใจผิดในคะแนนนิยมของผูใด หรือไมใหไปประชุมหรือลงคะแนน(๓) หามมิใหพรรคหรือผูใดเรียก รับ หรือยอมจะรับ หรือใหทรัพยสิน หรือสัญญาวาจะใหเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใด เพื่อใหสมาชิกผูใดลงสมัครหรือไมลงสมัครรับเลือกหรือเพื่อใหเสนอชื่อสมาชิกผูใดเขารับการเลือกในการสรรหา(๔) หามมิใหกรรมการบริหารพรรค หัวหนาสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดผูใดยินยอมใหบุคคลที่มิไดเปนสมาชิกเขาแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม หรือออกเสียงลงคะแนนในการดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง หนา ๙๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
หมวด ๑๔การจัดตั้งรัฐบาลขอ ๙๔ ใหที่ประชุมรวมระหวางคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรในขณะนั้นเปนผูลงมติวาจะจัดตั้งรัฐบาล หรือรวมรัฐบาล หรือถอนตัวจากการรวมรัฐบาลหรือไมหมวด ๑๕หลักเกณฑ และวิธีการคัดเลือกบุคคลใหดํารงตําแหนงทางการเมืองขอ ๙๕ การคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับการแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๘๘ ใหมีคุณสมบัติ หลักเกณฑ และวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ตองเลือกบุคคลที่เปนสมาชิก หรือเคยเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรคหรือเคยเปนรัฐมนตรีของพรรคมากอน(๒) มีคุณสมบัติอื่น ๆ ประกอบ เชน มีลักษณะความเปนผูนํา มีความเปนประชาธิปไตยในพฤติกรรมที่ปฏิบัติ มีความรู ความสามารถ มีความซื่อสัตยและสุจริตเปนที่ประจักษ การเสียสละใหพรรคเปนตน และมีมาตรฐานทางจริยธรรมตามขอบังคับพรรค หมวด ๗(๓) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคเสนอที่ประชุมรวมระหวางคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรคในขณะนั้นเปนผูพิจารณาคัดเลือก ในกรณีที่ไมมีสมาชิกสภาผูแทนราษฎรใหสมาชิกสภาผูแทนราษฎรชุดสุดทายที่ยังเปนสมาชิก ประชุมรวมกับคณะกรรมการบริหารพรรคมติเลือกผูใดตาม (๓) เปนอันสิ้นสุดขอ ๙๖ การคัดเลือกบุคคลใหดํารงตําแหนงรัฐมนตรี มีคุณสมบัติ หลักเกณฑ และวิธีการดังตอไปนี้ (๑) ตองคัดเลือกผูมีคุณสมบัติตามขอ ๙๕ (๒)(๒) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคเสนอที่ประชุมรวมระหวางคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรในขณะนั้นเปนผูคัดเลือกบุคคลตามขอ ๙๕ (๓)มติเลือกผูใดตาม (๒) เปนอันสิ้นสุดการสรรหาบุคคลใหดํารงตําแหนงตามขอนี้ใหพึงคํานึงถึงตัวแทนภาค สตรี เพศสภาพและเพศวิถีดวยขอ ๙๗ การคัดเลือกบุคคลใหดํารงตําแหนงทางการเมืองอื่น ๆ ใหนําขอบังคับพรรคขอ ๙๖มาใชบังคับโดยอนุโลม หนา ๑๐๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขอ ๙๘ การคัดเลือกสมาชิกสภาผูแทนราษฎรใหดํารงตําแหนงประธานสภาผูแทนราษฎรหรือรองประธานสภาผูแทนราษฎรมีคุณสมบัติ หลักเกณฑ และวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) มีความอาวุโสทางการเมืองพอสมควร หรือผูที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการรวมระหวางกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๒) มีคุณสมบัติตามขอ ๙๕ (๒)(๓) ใหนําขอบังคับพรรค ขอ ๙๕ (๓) มาใชบังคับโดยอนุโลมขอ ๙๙ การคัดเลือกผูดํารงตําแหนงทางการเมืองฝายรัฐสภาตําแหนงอื่นมีหลักเกณฑ และวิธีการดังตอไปนี้ (๑) ใหผูดํารงตําแหนงประธานสภาผูแทนราษฎรหรือรองประธานสภาผูแทนราษฎรหรือผูนําฝายคานในสภาผูแทนราษฎร เสนอรายชื่อ เพื่อใหที่ประชุมรวมระหวางคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรใหความเห็นชอบตามขอ ๙๕ (๓)(๒) เมื่อไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมรวมระหวางคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแลว ใหเสนอชื่อไปยังประธานสภาผูแทนราษฎรเพื่อแตงตั้งขอ ๑๐๐ คณะกรรมการบริหารพรรคอาจแตงตั้งคณะกรรมการหรือบุคคลใด เพื่อตรวจสอบการบริหารงานประจํากระทรวงและกรรมการอื่น ๆ เพื่อรายงานคณะกรรมการบริหารพรรคก็ไดขอ ๑๐๑ ใหรัฐมนตรีในรัฐบาลนํานโยบายพรรคไปปฏิบัติและจะตองประสานงานกับพรรคในการบริหารงาน รวมทั้งการรายงานผลการบริหารงานตอคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรทุกหกเดือน เวนแตมีเรื่องสําคัญที่ตองการใหคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรทราบเปนกรณีพิเศษก็ใหสามารถรายงานไดโดยไมตองครบหกเดือนขอ ๑๐๒ หามมิใหพรรค สมาชิก หรือผูใดเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดเพื่อใหผูนั้นหรือบุคคลอื่นไดรับแตงตั้ง หรือสัญญาจะใหไดแตงตั้ง หรือเพราะเหตุที่ไดรับการแตงตั้งใหดํารงตําแหนงทางการเมือง หรือตําแหนงใดในการบริหารราชการแผนดินหรือหนวยงานของรัฐขอ ๑๐๓ หามมิใหผูใดให ขอให หรือรับวาจะใหเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดแกพรรค สมาชิก หรือผูใดซึ่งจูงใจใหตนหรือบุคคลอื่นไดรับการแตงตั้งใหดํารงตําแหนงทางการเมืองหรือตําแหนงใดในการบริหารราชการแผนดิน หรือหนวยงานของรัฐหนา ๑๐๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขอ ๑๐๔ เมื่อมีกรณีสมาชิกหรือผูใดกระทําความผิดตามขอ ๙๓ ขอ ๑๐๒ หรือขอ ๑๐๓ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งสมาชิกจํานวนหาคน เปนคณะกรรมการสอบสวนเพื่อดําเนินการสอบสวนหาขอเท็จจริงใหแลวเสร็จภายในสามสิบวันนับแตวันแตงตั้ง แลวเสนอหัวหนาพรรคเพื่อนําเสนอคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณา หากคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาแลวเห็นวาผูถูกกลาวหากระทําความผิดจริงใหดําเนินการแจงความตอพนักงานสอบสวนในพื้นที่ที่เกิดเหตุวามีการกระทําความผิดเพื่อดําเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมการแตงตั้งคณะกรรมการดังกลาว ใหระบุผูเปนประธานคณะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการไวดวย หมวด ๑๖องคกรปกครองสวนทองถิ่นขอ ๑๐๕ ใหมีคณะกรรมการประสานงานสมาชิกสภาทองถิ่นและผูบริหารทองถิ่น ประกอบดวยประธาน รองประธาน เลขานุการ ผูชวยเลขานุการ และกรรมการอื่น ๆ ซึ่งคณะกรรมการบริหารพรรคแตงตั้งจํานวนทั้งหมดไมเกินสิบเกาคนคณะกรรมการประสานงานสมาชิกสภาทองถิ่นและผูบริหารทองถิ่นตามวรรคหนึ่ง มีหนาที่และอํานาจในการประสานงาน ใหคําปรึกษาหรือใหคําแนะนําและติดตามการปฏิบัติงานของสมาชิกสภาทองถิ่นและผูบริหารทองถิ่นแลวรายงานคณะกรรมการบริหารพรรคทราบขอ ๑๐๖ ใหคณะกรรมการบริหารพรรคมีอํานาจพิจารณารับรองสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นที่เปนสมาชิก แตมิไดลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคใหมีสิทธิและหนาที่เชนเดียวกับผูลงสมัครในนามพรรค หมวด ๑๗การปฏิบัติหนาที่ของสมาชิกรัฐสภาและสภาทองถิ่นขอ ๑๐๗ ภายหลังจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ซึ่งเปนการเลือกตั้งทั่วไปใหหัวหนาพรรคเรียกประชุมบรรดาสมาชิกสภาผูแทนราษฎรในโอกาสแรกที่สามารถกระทําไดกอนวันเปดสมัยประชุมรัฐสภาครั้งแรก หนา ๑๐๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขอ ๑๐๘ การเสนอหรือรับรองญัตติหรือเรื่องใด ๆ ที่ไมขัดกับรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายหรือนโยบายของพรรค ตลอดจนการอภิปรายในที่ประชุมสภาผูแทนราษฎรหรือรัฐสภาใหเปนไปตามขอตกลงที่สมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรคไดวางไวการเสนอรางพระราชบัญญัติของสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ใหเสนอผานคณะกรรมการกฎหมายพรรคกอน และคณะกรรมการกฎหมายพรรคจะตองพิจารณาใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันไดรับรางพระราชบัญญัติขอ ๑๐๙ ที่ประชุมสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรคอาจออกระเบียบวาดวยการประชุมโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคก็ไดขอ ๑๑๐ ในการปฏิบัติหนาที่ของสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นใหนําความในขอบังคับพรรคขอ ๑๐๗ มาใชบังคับโดยอนุโลมขอ ๑๑๑ เพื่อประโยชนในการประสานงานหรือนํานโยบายแนวทางของพรรคไปปฏิบัติในองคกรปกครองสวนทองถิ่น กอนมีการประชุมใหญสามัญประจําปของพรรค ใหสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นที่พรรคสงลงสมัครรับเลือกตั้ง ประชุมรวมกันในองคกรปกครองสวนทองถิ่นนั้น ๆเพื่อสรุปผลงานในรอบปที่ผานมา และนําเสนอตอที่ประชุมใหญตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนดซึ่งตองไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารพรรคใหนําเสนอตอที่ประชุมใหญขอ ๑๑๒ ใหสมาชิกสภาผูแทนราษฎร รัฐมนตรี และผูบริหารทองถิ่นแสดงลักษณะ และประเภทของการประกอบธุรกิจ และที่มาของรายไดของตนเอง ภรรยาและบุตรที่ยังไมบรรลุนิติภาวะตอหัวหนาพรรคและปดประกาศไวโดยเปดเผย ณ สํานักงานใหญของพรรคตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนดหมวด ๑๘มาตรฐานทางจริยธรรมและวินัยของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองของพรรคประชาธิปตยขอ ๑๑๓ นอกเหนือไปจากการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและขอบังคับพรรคตามหมวด ๗วาดวยมาตรฐานทางจริยธรรมของสมาชิกแลว ใหผูดํารงตําแหนงทางการเมืองตองปฏิบัติตามวินัย ดังตอไปนี้(๑) ตองปฏิบัติหนาที่ดวยความซื่อสัตย สุจริตอยางเครงครัด(๒) ไมใชตําแหนงหนาที่แสวงหาผลประโยชนในทางมิชอบเพื่อตนเองหรือผูอื่น(๓) ไมยินยอม รูเห็นเปนใจ หรือสั่งการใหผูใดแสวงหาผลประโยชนใด ๆ โดยมิชอบ(๔) หามรับเงินหรือประโยชนอันมิชอบจากผูใด(๕) หามดําเนินการใดอันอาจจะนําความเสื่อมเสียมาสูพรรคทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารพรรคอาจออกระเบียบกําหนดแนวปฏิบัติเพิ่มเติมตามหลักธรรมาภิบาลไดหนา ๑๐๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
หมวด ๑๙คณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคขอ ๑๑๔ ใหหัวหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคแตงตั้งประธานและคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคคณะหนึ่ง โดยในคําสั่งแตงตั้งดังกลาวใหกําหนดหนาที่ และอํานาจระยะเวลาการดํารงตําแหนง การพนจากตําแหนงหรือเรื่องอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นสมควรเมื่อคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคไดดําเนินการเรื่องที่ไดรับมอบหมาย หรือเรื่องอื่นใดที่คณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคเห็นสมควรเสร็จเรียบรอยแลว ใหเสนอคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาใหความเห็นชอบขอ ๑๑๕ คณะกรรมการบริหารพรรคอาจมอบหมายใหคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคพิจารณานโยบายของพรรคที่จะใชในการประกาศโฆษณาในเบื้องตนก็ได ทั้งนี้ การเสนอนโยบายดังกลาวใหเปดโอกาสใหหัวหนาสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดมีความเห็น หรือมีขอเสนอแนะไดดวยตามความเหมาะสม และในกรณีนโยบายใดที่ตองใชจายเงิน การประกาศโฆษณานโยบายดังกลาวอยางนอยตองมีรายการ ดังตอไปนี้(๑) วงเงินที่ตองใชและที่มาของเงินที่จะใชในการดําเนินการ(๒) ความคุมคาและประโยชนในการดําเนินนโยบาย(๓) ผลกระทบและความเสี่ยงในการดําเนินนโยบายทั้งนี้ อํานาจในการกําหนดนโยบายที่ใชในการประกาศโฆษณาเปนของคณะกรรมการบริหารพรรคหมวด ๒๐คณะกรรมการกฎหมายพรรคขอ ๑๑๖ ใหหัวหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคแตงตั้งคณะกรรมการกฎหมายพรรคคณะหนึ่ง โดยในคําสั่งแตงตั้งดังกลาวใหกําหนดหนาที่และอํานาจระยะเวลาการดํารงตําแหนงการพนจากตําแหนง หรือเรื่องอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นสมควรหมวด ๒๑การดําเนินกิจกรรมทางการเมืองตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขขอ ๑๑๗ ใหคณะกรรมการบริหารพรรค คณะกรรมการสาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัดมีหนาที่สงเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ดังตอไปนี้หนา ๑๐๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(๑) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรู ความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(๒) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางในการพัฒนาประเทศ และการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผล โดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจ และความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๓) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๔) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคี ปรองดอง รูจักยอมรับความเห็นทางการเมืองที่แตกตางโดยสุจริต และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(๕) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชนหมวด ๒๒การลงโทษสมาชิกขอ ๑๑๘ การกลาวหาสมาชิกคนหนึ่งคนใดวาไดกระทํา หรือละเวนการกระทําที่ผิดขอบังคับพรรคหรือมติพรรค หรือกระทําการอันควรแกการลงโทษ ใหกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งคนใด หรือสมาชิกไมนอยกวายี่สิบคนลงลายมือชื่อทําเปนหนังสือถึงหัวหนาพรรคขอ ๑๑๙ เมื่อไดรับหนังสือแจงขอกลาวหาของกรรมการบริหารพรรคหรือสมาชิกวาสมาชิกกระทําความผิดตามขอ ๑๑๘ หัวหนาพรรคอาจทําการสอบสวนดวยตนเอง หรือแตงตั้งกรรมการไมนอยกวาสามคนดําเนินการสอบสวนก็ได และเมื่อสอบสวนแลวเห็นวาไมมีมูล หัวหนาพรรคมีอํานาจสั่งระงับขอกลาวหานั้นไดในกรณีที่มีการสอบสวน ผูสอบสวนตองใหโอกาสแกสมาชิกผูถูกกลาวหาแกขอกลาวหาขอ ๑๒๐ เมื่อมีการสอบสวนแลวใหผูไดรับมอบหมายเสนอรายงานการสอบสวนพรอมพยานหลักฐานตอหัวหนาพรรคภายในสิบหาวันนับแตวันที่สอบสวนเสร็จสิ้น และใหหัวหนาพรรคมีคําสั่งภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับผลการสอบสวน ทั้งนี้ คําสั่งของหัวหนาพรรคใหเปนอันที่สุดหนา ๑๐๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขอ ๑๒๑ เมื่อการพิจารณาสิ้นสุดลง หัวหนาพรรคมีอํานาจสั่งการอยางหนึ่งอยางใด ดังตอไปนี้(๑) มีคําสั่งใหคณะกรรมการสอบสวนตามขอ ๑๑๙ ดําเนินการสอบสวนตอไปหรือจะแตงตั้งคณะกรรมการคณะใหมเพื่อสอบสวนก็ได(๒) ยกขอกลาวหา(๓) ตําหนิสมาชิกผูถูกกลาวหา(๔) ภาคทัณฑสมาชิกผูถูกกลาวหาและหามดํารงตําแหนงทางการเมืองหกเดือนและถายังปฏิบัติในครั้งตอไปก็ใหเสนอคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติลงโทษอยางหนึ่งอยางใดขอ ๑๒๒ การลงโทษสมาชิกผูถูกกลาวหาใหพนจากสมาชิกภาพ เปนอํานาจการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรคและจะกระทําไดตอเมื่อปรากฏวาสมาชิกผูนั้นกระทํา หรือละเวนการกระทําที่ผิดขอบังคับพรรค หรือมติพรรค อันทําใหพรรคเสียหายอยางรายแรง หรือทําใหเกิดการแตกแยกสามัคคีภายในพรรคมติของคณะกรรมการบริหารพรรคในกรณีดังกลาวตามวรรคหนึ่งที่มีมติใหพนจากสมาชิกภาพจะตองมีคะแนนเสียงไมนอยกวากึ่งหนึ่งของผูที่อยูในที่ประชุม การวินิจฉัยของคณะกรรมการบริหารพรรคใหเปนอันสิ้นสุดกรณีที่สมาชิกผูเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรถูกกลาวหาวาไดกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งเมื่อไดดําเนินการตามขอบังคับพรรคแลว เห็นวามีความผิดจริงสมควรลงโทษใหพนจากสมาชิกภาพใหเสนอที่ประชุมรวมระหวางคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรลงมติ และมติดังกลาวตองมีคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่ของผูที่อยูในที่ประชุมหมวด ๒๓การบริหารการเงิน ทรัพยสิน รายได การบริจาค การใชจายและการจัดทําบัญชีขอ ๑๒๓ การบริหารการเงิน ทรัพยสิน รายได การบริจาค เงินบํารุง การใชจายและการจัดทําบัญชีใหเปนไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง กฎหมายอื่น ประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอบังคับพรรค และระเบียบที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนดขอ ๑๒๔ เงินคาบํารุงพรรค นอกจากคาบํารุงพรรคตามขอ ๑๕ แลวผูดํารงตําแหนงทางการเมืองของพรรค หรือสมาชิกอาจจายเงินคาบํารุงพรรคเปนรายเดือน รายหกเดือน รายปหรือระยะเวลาอื่นตามความประสงคของสมาชิก หรือตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนดก็ไดหนา ๑๐๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขอ ๑๒๕ หัวหนาพรรค กรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดหรือสมาชิกผูใดไดรับบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใด โดยผูบริจาคประสงคจะบริจาคใหเพื่อประโยชนในการดําเนินกิจกรรมของพรรค ตองแจงใหพรรคทราบภายในเจ็ดวัน นับแตวันไดรับบริจาค และใหพรรคออกใบเสร็จรับเงิน หรือหลักฐานการรับเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดเปนหนังสือใหแกผูบริจาคเปนหลักฐาน ทั้งนี้ ตามแบบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดขอ ๑๒๖ ใหหัวหนาสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรค หรือที่ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดไดรับหรือจาย แลวแตกรณี เพื่อประโยชนของพรรคขอ ๑๒๗ เงินและทรัพยสินของพรรคตองนําไปใชจายเพื่อดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคหรือใชจายเกี่ยวกับการเลือกตั้งของพรรคและสมาชิก รวมถึงคาใชจายในการบริหารพรรคดวยพรรคตองเปดเผยคาใชจายในการโฆษณาหรือประชาสัมพันธการดําเนินกิจกรรมของพรรคไมวาในรูปแบบใด ใหสมาชิกและประชาชนทราบเปนการทั่วไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และระยะเวลาที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนดขอ ๑๒๘ ในกรณีที่พรรค ผูบริหารพรรค หรือบุคคลใดใหเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดแกสมาชิกซึ่งดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ไมวาโดยทางตรงหรือทางออม และไมวาจะใหเปนประจําหรือเปนครั้งคราว ถาการให หรือรับเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดนั้นไมเปนความผิดตามมาตรา ๑๔๓หรือมาตรา ๑๔๘ แหงประมวลกฎหมายอาญา ใหพรรค ผูบริหารพรรค หรือบุคคลนั้น แลวแตกรณีแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบถึงการใหเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดนั้น ตามหลักเกณฑวิธีการ และระยะเวลาที่นายทะเบียนพรรคการเมืองกําหนด และใหประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวยหามมิใหสมาชิกซึ่งดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎร รับเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดจากบุคคลใดโดยไมมีมูลอันจะอางไดตามกฎหมาย เวนแตเงินที่ไดมีการแจงไวตามวรรคหนึ่งขอ ๑๒๙ ใหเปนหนาที่ของคณะกรรมการบริหารพรรคที่จะตองตรวจสอบและควบคุมมิใหมีการนําเงินหรือทรัพยสินของพรรคไปใชจายเพื่อการอื่นใดนอกจากที่กําหนดไวในมาตรา ๘๓ มาตรา ๘๖และมาตรา ๘๗ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐หนา ๑๐๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
หมวด ๒๔การควบรวมพรรคหรือการยุบพรรคขอ ๑๓๐ การรวมพรรคกับพรรคอื่นใหกระทําไดภายใตเงื่อนไข ดังตอไปนี้(๑) ใหคงใชชื่อ “พรรคประชาธิปตย” ตอไป(๒) ตองไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารพรรค และที่ประชุมใหญขอ ๑๓๑ การยุบเลิกพรรคจะกระทําไดภายใตเงื่อนไข ดังตอไปนี้(๑) ตองไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารพรรคดวยคะแนนเสียงเปนเอกฉันทและไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญดวยคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่ของผูที่อยูในที่ประชุม(๒) ใหทรัพยสินของพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเปนของมูลนิธิควง อภัยวงศ หมวด ๒๕การแกไขเพิ่มเติมขอบังคับพรรคและนโยบายของพรรคขอ ๑๓๒ การแกไขเพิ่มเติมขอบังคับพรรคและนโยบายของพรรคจะทําไดก็แตดวยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรค และไดรับอนุมัติจากที่ประชุมใหญขอ ๑๓๓ การแกไขเพิ่มเติมขอบังคับพรรคหรือนโยบายของพรรคใหดําเนินการ ดังนี้(๑) ญัตติเสนอจากคณะกรรมการบริหารพรรค หรือคณะกรรมการสาขาพรรคจํานวนหนึ่งในสามของจํานวนสาขาพรรคทั้งหมด และกรรมการบริหารพรรคจํานวนหนึ่งในสามของจํานวนทั้งหมดใหการรับรองหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดจํานวนไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนเขตเลือกตั้งที่มีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด และกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสามของจํานวนทั้งหมดใหการรับรอง (๒) ที่ประชุมใหญใหความเห็นชอบโดยคะแนนเสียงเกินกวากึ่งหนึ่งขององคประชุมของที่ประชุมใหญเทาที่มีอยูและอยูในที่ประชุมเมื่อไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญแลวใหหัวหนาพรรคมีหนังสือแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบ เพื่อแกไขเปลี่ยนแปลงการจดทะเบียนภายในสิบหาวันนับแตวันที่ไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ หนา ๑๐๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
หมวด ๒๖หมวดเบ็ดเตล็ดขอ ๑๓๔ หากมีปญหาเกี่ยวกับการตีความหรือการงดเวนการใชขอบังคับพรรคขอหนึ่งขอใดหรือหลายขอ หรือขอความใดขอความหนึ่ง ใหเปนอํานาจของคณะกรรมการบริหารพรรค หรือที่ประชุมใหญแลวแตกรณี มติใหยกเวนการใชขอบังคับพรรคตองมีคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในหาของคณะกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดของผูที่อยูในที่ประชุม หรือขององคประชุมของที่ประชุมใหญของผูที่อยูในที่ประชุมแลวแตกรณี บทเฉพาะกาลขอ ๑๓๕ ใหสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่ดํารงตําแหนงอยูในวันกอนที่ขอบังคับพรรคนี้ประกาศใชบังคับยังคงเปนสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดนั้นตอไป ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารพรรคอาจกําหนดเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของตัวแทนพรรคประจําจังหวัดนั้นก็ไดขอ ๑๓๖ ขอบังคับพรรคและบรรดาระเบียบ ประกาศ หรือคําสั่งที่ออกตามขอบังคับพรรคใหยังคงปฏิบัติตอไปไดเทาที่ไมขัดหรือแยงกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๖ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองพ.ศ. ๒๕๖๐ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๖และหรือไมขัดหรือแยงกับกฎหมายที่มีการแกไขในภายหลังจึงประกาศใหทราบโดยทั่วกันประกาศ ณ วันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๗แสวง บุญมีเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งนายทะเบียนพรรคการเมืองหนา ๑๐๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)