ThaiGovData

บันทึกการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑ (สมัยวิสามัญ) วันอังคารที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๗ ณ ห้องประชุมวุฒิสภา อาคารรัฐสภา ชั้น ๒ ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

undated

Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th

The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.

ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเรื่อง การเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคและกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนา(เดิมชื่อพรรคชาติพัฒนากลา)ตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองไดมีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๗ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนากลา มีคณะกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนากลา จํานวน ๒๖ คน นั้นบัดนี้ หัวหนาพรรคชาติพัฒนาไดมีหนังสือแจงการเปลี่ยนแปลงตอนายทะเบียนพรรคการเมืองตามมาตรา ๓๘ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ กรณีที่ประชุมใหญสามัญพรรคชาติพัฒนา ประจําป ๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๗ มีมติแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคชาติพัฒนากลา พ.ศ. ๒๕๖๖ โดยยกเลิกทั้งฉบับ และใหใชขอบังคับพรรคชาติพัฒนา พ.ศ. ๒๕๖๗ แทน ดังนี้ขอบังคับพรรคชาติพัฒนา พ.ศ. ๒๕๖๗๑. ดวยที่ประชุมใหญสามัญพรรคชาติพัฒนากลา ประจําป ๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๗ไดมีมติแกไขเปลี่ยนแปลงชื่อพรรคและเครื่องหมายพรรค รวมทั้งแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคชาติพัฒนากลาพ.ศ. ๒๕๖๖ โดยยกเลิกทั้งฉบับและใหใชขอบังคับพรรคชาติพัฒนา พ.ศ. ๒๕๖๗ แทน ดังนี้ขอ ๑ ขอบังคับนี้เรียกวา “ขอบังคับพรรคชาติพัฒนา พ.ศ. ๒๕๖๗”ขอ ๒ ขอบังคับนี้ใหใชบังคับตั้งแตวันที่ไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญสามัญพรรคชาติพัฒนากลา ประจําป ๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๗ เปนตนไปขอ ๓ ใหยกเลิกขอบังคับพรรคชาติพัฒนากลา พ.ศ. ๒๕๖๖หมวด ๑หมวดทั่วไปขอ ๔ พรรคการเมืองตามขอบังคับนี้เรียกวา “พรรคชาติพัฒนา” มีชื่อยอวา “ชพน.”เขียนเปนภาษาอังกฤษวา “CHARTPATTANA PARTY” และมีชื่อยอเปนภาษาอังกฤษวา “CPN”หนา ๔๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๕ เครื่องหมายพรรคชาติพัฒนาและความหมาย(๑) พรรคชาติพัฒนาใชภาพเครื่องหมายพรรคเปน ดังนี้เปนรูปอักษรไทยตัว ช.ชาง และตัวอักษรภาษาอังกฤษตัว C สีแสดสลับกับสีน้ําเงิน(๒) ความหมายตัวอักษร ช.ชาง ยอมาจาก “ชาติพัฒนา” และตัวอักษร Cยอมาจาก “CHARTPATTANA” เปนการรวมกันของเสนโคงสองเสนที่ทรงพลัง โดยปลายหาง ช.ชางมีทิศทางชี้ขึ้นขางบน เสมือนหนึ่งเปนเสนกราฟพุงสูงขึ้น เพื่อสื่อความหมายถึงชาติไทยที่มีการพัฒนาสรางสรรคเศรษฐกิจ และเกิดความเจริญรุงเรืองในทุกมิติ อันเปนผลมาจากนโยบายทางสายกลางและความประนีประนอม ที่แสดงออกดวยเสนสีแสดและเสนสีน้ําเงินที่โอบเกี่ยวคลองกัน อีกทั้งในภาพรวมเปนเสมือนนกโผบินที่มีการเคลื่อนไหวของเสนสายลักษณะดูราเริงมีชีวิตชีวา เพื่อแสดงถึงการสรางความสุขความเจริญใหแกคนในชาติ อันเปนผลงานของพรรคชาติพัฒนา(๓) ตรายางเครื่องหมายพรรคชาติพัฒนาสําหรับใชประทับบนเอกสารของพรรคมีลักษณะเชนเดียวกันกับภาพตาม (๑) โดยใชสีเดียวกันในการประทับตราขอ ๖ ในขอบังคับพรรคนี้“รัฐธรรมนูญ” หมายความวา รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย“พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง” หมายความวาพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ และที่แกไขเพิ่มเติม“พรรค” หมายความวา พรรคชาติพัฒนา“สมาชิก” หมายความวา สมาชิกพรรคชาติพัฒนา“ขอบังคับ” หมายความวา ขอบังคับพรรคชาติพัฒนา“นโยบายพรรค” หมายความวา นโยบายพรรคชาติพัฒนาหนา ๕๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ “ประธานพรรค” หมายความวา ประธานพรรคชาติพัฒนา“ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรค” หมายความวา ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคชาติพัฒนา“คณะกรรมการยุทธศาสตรพรรค” หมายความวา คณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคชาติพัฒนา “กรรมการยุทธศาสตรพรรค” หมายความวา กรรมการยุทธศาสตรพรรคชาติพัฒนา“คณะกรรมการที่ปรึกษาพรรค” หมายความวา คณะกรรมการที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา“ประธานที่ปรึกษาพรรค” หมายความวา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา“ที่ปรึกษาพรรค” หมายความวา ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา“หัวหนาพรรค” หมายความวา หัวหนาพรรคชาติพัฒนา“รองหัวหนาพรรค” หมายความวา รองหัวหนาพรรคชาติพัฒนา“เลขาธิการพรรค” หมายความวา เลขาธิการพรรคชาติพัฒนา“รองเลขาธิการพรรค” หมายความวา รองเลขาธิการพรรคชาติพัฒนา“นายทะเบียนสมาชิกพรรค” หมายความวา นายทะเบียนสมาชิกพรรคชาติพัฒนา“เหรัญญิกพรรค” หมายความวา เหรัญญิกพรรคชาติพัฒนา“โฆษกพรรค” หมายความวา โฆษกพรรคชาติพัฒนา“รองโฆษกพรรค” หมายความวา รองโฆษกพรรคชาติพัฒนา“กรรมการบริหารพรรค” หมายความวา กรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนา“คณะกรรมการบริหารพรรค” หมายความวา คณะกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนา“หัวหนาสาขาพรรค” หมายความวา หัวหนาสาขาพรรคชาติพัฒนา“รองหัวหนาสาขาพรรค” หมายความวา รองหัวหนาสาขาพรรคชาติพัฒนา“เลขานุการสาขาพรรค” หมายความวา เลขานุการสาขาพรรคชาติพัฒนา“รองเลขานุการสาขาพรรค” หมายความวา รองเลขานุการสาขาพรรคชาติพัฒนา“นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค” หมายความวา นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรคชาติพัฒนาหนา ๕๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ “เหรัญญิกสาขาพรรค” หมายความวา เหรัญญิกสาขาพรรคชาติพัฒนา“กรรมการสาขาพรรค” หมายความวา กรรมการสาขาพรรคชาติพัฒนา“ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด” หมายความวา ตัวแทนพรรคชาติพัฒนาประจําจังหวัด “คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง” หมายความวา คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งพรรคชาติพัฒนา“มติพรรค” หมายความวา มติของคณะกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนา“คําสั่งพรรค” หมายความวา คําสั่งพรรคชาติพัฒนา“การประชุมใหญพรรค” หมายความวา การประชุมใหญพรรคชาติพัฒนา“การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค” หมายความวา การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนา “การประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎร” หมายความวาการประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนาและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรพรรคชาติพัฒนา“การประชุมใหญสาขาพรรค” หมายความวา การประชุมใหญสาขาพรรคชาติพัฒนา“การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค” หมายความวา การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคชาติพัฒนา “การประชุมตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด” หมายความวา การประชุมสมาชิกพรรคชาติพัฒนาที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๗ สํานักงานใหญพรรคตั้งอยูเลขที่ ๒๒๒๒/๒ ถนนมิตรภาพ ตําบลในเมืองอําเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ๓๐๐๐๐ขอ ๘ สาขาพรรคที่ไดรับอนุมัติใหจัดตั้งขึ้น ณ ที่ใดใหเรียกวา “สาขาพรรคชาติพัฒนา”ลําดับที่ ….. ภาค ….. จังหวัด .….ขอ ๙ ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่ไดรับอนุมัติใหจัดตั้งขึ้น ณ จังหวัดใดใหเรียกวาตัวแทนพรรคชาติพัฒนาประจําจังหวัด.... หนา ๕๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ สวนที่ ๑คําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคขอ ๑๐ คําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคชาติพัฒนา มีดังตอไปนี้“พรรคชาติพัฒนาเปนสถาบันทางการเมืองที่เลื่อมใสในอุดมการณประชาธิปไตยโดยยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ที่ใหความคุมครองสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค และความเปนธรรมแกปจเจกบุคคล ลดความเหลื่อมล้ําในสังคม สงเสริมการกระจายอํานาจสูทองถิ่นเพื่อใหทองถิ่นปกครองตนเองอยางแทจริง เปดใหมีการคาการลงทุนตามระบบเศรษฐกิจเสรีและสนับสนุนสงเสริมการนําหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาสูการปฏิบัติมุงเนนการพัฒนาอยางยั่งยืนและการรักษาสมดุลของธรรมชาติและสิ่งแวดลอม สงเสริมการวิจัยและพัฒนาดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ยกระดับรายไดและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรผูใชแรงงานและประชาชนในระดับฐานรากใหสูงขึ้น สรางหลักประกันดานสุขภาพแกประชาชนและดานการศึกษาแกเยาวชน รวมทั้งดานการจัดระบบสวัสดิการใหแกเด็ก สตรี ผูสูงอายุ ผูพิการผูยากไรและผูดอยโอกาส เพื่อใหคนในชาติดํารงชีวิตอยูกันดวยความผาสุก”สวนที่ ๒นโยบายพรรคขอ ๑๑ นโยบายของพรรค มีดังตอไปนี้๑. นโยบายดานความมั่นคง๑.๑ เสริมสรางความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ และเสริมสรางจิตสํานึกของคนในชาติใหมีความจงรักภักดีและธํารงรักษาไวซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย รวมทั้งฟนฟูและเสริมสรางความรูรักสามัคคี ความปรองดองสมานฉันท และความเปนปกแผนของคนในชาติ๑.๒ พัฒนาและเสริมสรางศักยภาพในการปองกันประเทศจากภัยคุกคามในทุกรูปแบบทั้งภัยที่เกิดขึ้นจากภายนอกและภายในประเทศ และรักษาไวซึ่งความสงบเรียบรอยภายในประเทศ ตลอดจนการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีดานการปองกันประเทศและรวมมือกับประเทศเพื่อนบานและมิตรประเทศ เพื่อธํารงรักษาไวซึ่งสันติภาพในภูมิภาคหนา ๕๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ๑.๓ พัฒนาระบบปองกันและบรรเทาสาธารณภัยอันเกิดจากภัยพิบัติธรรมชาติและภัยอันเกิดจากการกระทําของมนุษย อยางมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลทันตอสถานการณการเปลี่ยนแปลงของโลก๑.๔ พัฒนาและเสริมสรางความมั่นคงดานอาหาร ทรัพยากรน้ํา และพลังงานเพื่อใหมีทรัพยากรเหลานี้สําหรับคนในชาติและคนรุนหลังอยางพอเพียงและยั่งยืน๒. นโยบายดานการสรางความสามารถในการแขงขัน๒.๑ พัฒนาภาคการผลิตและบริการ เพื่อขับเคลื่อนไปสูการเปนฐานการผลิตและบริการดานอุตสาหกรรม การคาและการลงทุน โดยใชวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ทันสมัยทันตอการเปลี่ยนแปลงของโลก๒.๒ พัฒนาปจจัยสนับสนุนและโครงสรางพื้นฐานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแขงขัน สงเสริมการใชพลังงานทดแทน และใชทรัพยากรพลังงานที่มีประสิทธิภาพ สรางความรวมมือทางการคาและการลงทุนระหวางประเทศ ใหความสําคัญตอการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษที่เนนการมีบทบาทและสวนรวมของชุมชน และความเปนมิตรกับสิ่งแวดลอม ตลอดจนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเพื่อการสรางระบบเศรษฐกิจชุมชนทองถิ่น เพื่อใหทองถิ่นสามารถพึ่งตนเองและชวยเหลือเอื้อเฟอซึ่งกันและกันได๓. นโยบายดานการพัฒนาและเสริมสรางศักยภาพทรัพยากรมนุษย๓.๑ ปรับเปลี่ยนคานิยมและวัฒนธรรมของสังคม มุงเนนใหสถาบันทางสังคมรวมปลูกฝงคานิยมวัฒนธรรมที่พึงประสงค ในการหลอหลอมคนไทยใหมีคุณธรรมจริยธรรมในลักษณะที่เปนวิถีการดําเนินชีวิต๓.๒ พัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษยตลอดชีวิต เพื่อสรางทรัพยากรมนุษยที่มีประสิทธิภาพ มีทักษะความรู และความสามารถในการดํารงชีวิตอยางมีคุณคา๓.๓ ปฏิรูปการศึกษา พัฒนาระบบการเรียนรูใหมใหเหมาะสมทันตอสถานการณโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ที่มุงเนนผูเรียนใหมีทักษะการเรียนรูและมีใจใฝเรียนรูตลอดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการการศึกษา และการพัฒนาระบบการเรียนรูตลอดชีวิต๓.๔ พัฒนาและสงเสริมกลุมผูมีความสามารถพิเศษอยางเปนระบบที่เอื้อตอการสรางสรรคงานบนฐานเทคโนโลยีและนวัตกรรมหนา ๕๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ๓.๕ เสริมสรางใหทุกคนมีสุขภาพดี สนับสนุนสงเสริมใหทุกคนมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับสุขภาพที่ถูกตอง มีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม และมีศักยภาพในการจัดการสุขภาพที่ดีไดดวยตนเอง๔. นโยบายดานการสรางโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม๔.๑ สรางความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมใหคนทุกกลุมในสังคม เพิ่มรายไดใหกับกลุมผูมีรายไดนอยและผูดอยโอกาส และสรางความเสมอภาคและความเปนธรรมในสังคม๔.๒ สนับสนุนสงเสริมใหประชาชนมีโอกาสในการเขาถึงการบริการทางสังคมไดอยางทั่วถึงและเปนธรรม๔.๓ เสริมสรางพลังทางสังคม ใหชุมชนมีบทบาทและสวนรวมในการพัฒนาสังคมสงเสริมความเสมอภาคทางสิทธิขั้นพื้นฐานในการดํารงชีวิต และเสริมสรางใหประชาชนมีภูมิคุมกันตอผลกระทบทางสังคม๕. นโยบายดานการพัฒนาที่เปนมิตรตอสิ่งแวดลอม๕.๑ เรงรัดดําเนินการอนุรักษฟนฟูและปองกันการทําลายทรัพยากรธรรมชาติสงเสริมการปลูกปาเศรษฐกิจที่มีระบบการจัดการปาไมอยางยั่งยืน และบริหารจัดการการใชประโยชนที่ดินในพื้นที่ปาไมบนพื้นฐานของการใหคนและชุมชนสามารถอยูกับปาได ตลอดจนเสริมสรางความเขมแข็งและความรวมมือในภูมิภาคอาเซียนดานการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมอยางยั่งยืน๕.๒ พัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ําอยางบูรณาการทั้งในดานอุปสงคและอุปทาน พัฒนาคลังขอมูล และระบบพยากรณและการเตือนภัย ตลอดจนการปรับปรุงองคกรและกฎหมายและการสรางการมีสวนรวมในการบริหารจัดการน้ําของชุมชน๕.๓ พัฒนาและใชพลังงานที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม มุงเนนการเพิ่มสัดสวนการใชพลังงานหมุนเวียนในภาคการผลิตไฟฟา สงเสริมการผลิตและใชพลังงานสะอาด เพิ่มประสิทธิภาพในการใชพลังงานในภาคการคมนาคมขนสง อุตสาหกรรม และอาคาร รวมทั้งนําเทคโนโลยีมาใชในการบริหารจัดการและการอนุรักษพลังงาน๕.๔ พัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศนที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม สงเสริมการรวมกลุมของกลุมอุตสาหกรรมเพื่อบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพในการใชทรัพยากรรวมกันสนับสนุนสงเสริมการเปลี่ยนของเสียใหเปนพลังงาน ดวยเทคโนโลยีที่เหมาะสม ตลอดจนลดการปลอยกาซเรือนกระจกจากกิจกรรมการพัฒนาในเมืองหลักของประเทศหนา ๕๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ๕.๕ ดําเนินการใชเครื่องมือทางเศรษฐศาสตรและนโยบายการคลังเพื่อสิ่งแวดลอมสงเสริมใหเกิดการลงทุนและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการผลิต การบริโภค รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและวิถีชีวิตของบุคคลและองคกรใหเปนมิตรกับสิ่งแวดลอม๖. นโยบายดานการพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ๖.๑ จัดใหมีระบบบริหารงานราชการแบบบูรณาการ สงเสริมใหเกิดการประสานความรวมมือที่หลากหลาย ระหวางหนวยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคสวนอื่นในสังคมมุงเนนการจัดทํางบประมาณแบบบูรณาการที่ยึดพื้นที่และประเด็นการพัฒนาที่สําคัญเปนหลักและมีกลไกการติดตามตรวจสอบการเงินและการคลังภาครัฐ ตลอดจนติดตามและประเมินผลการบรรลุเปาหมายและการดําเนินงานตามยุทธศาสตรสําคัญของประเทศ๖.๒ ปฏิรูประบบงานบริการประชาชนและการอํานวยความสะดวกของภาครัฐสูความเปนเลิศที่ทําใหสามารถติดตอราชการไดแบบเบ็ดเสร็จครบวงจร โปรงใส ตรวจสอบไดและผูรับบริการไดรับความสะดวก สามารถเขาถึงงานบริการภาครัฐไดโดยงายและทั่วถึง ตลอดจนสามารถสนองตอความตองการของผูใชบริการดวยความพึงพอใจ๖.๓ ปฏิรูประบบราชการใหมีขนาดที่เหมาะสมที่มีความทันสมัย มีขีดสมรรถนะสูงและสามารถปฏิบัติงานไดอยางมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลตามมาตรฐานสากล รวมทั้งพัฒนาและปรับระบบวิธีการปฏิบัติราชการ ที่มุงตอผลสัมฤทธิ์ มีความโปรงใส มีความยืดหยุนและคลองตัวสูงลดความซ้ําซอน และมีหลักการบริหารกิจการบานเมืองที่ดี๖.๔ พัฒนาระบบบริหารจัดการกําลังคนและพัฒนาบุคลากรภาครัฐเพื่อใหการจัดกําลังคนภาครัฐมีความสอดคลองกับลักษณะงานของการนําเทคโนโลยีมาใชในภาครัฐปรับเปลี่ยนวิธีการสรรหาการคัดเลือก การพัฒนาทักษะและขีดความสามารถ และการรักษาไวซึ่งบุคลากรที่มีคุณภาพเพื่อจูงใจใหคนดีและเกงเขามาทํางานในภาครัฐ เสริมสรางระบบคุณธรรมและวางมาตรการที่เหมาะสมกับเสนทางความกาวหนาในอาชีพ๖.๕ มุงเนนการตอตานการทุจริตและประพฤติมิชอบ พรอมทั้งสรางวัฒนธรรมตอตานการทุจริตและประพฤติมิชอบของบุคลากรภาครัฐใหเกิดขึ้นในสังคม และสรางจิตสํานึกและคานิยมใหทุกภาคสวนตื่นตัวและละอายตอการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ รวมทั้งสงเสริมใหการดําเนินการตามกระบวนการยุติธรรมปราศจากการแทรกแซงจากผูมีอิทธิพล ตลอดจนกําหนดกลไกการลงโทษผูกระทําผิดกรณีทุจริตและประพฤติมิชอบอยางจริงจังและรวดเร็วหนา ๕๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ๖.๖ ปรับปรุงแกไขกฎหมาย ระเบียบ และขอบังคับใหมีความชัดเจน ทันสมัยเปนธรรมสอดคลองกับขอบังคับสากลหรือขอตกลงระหวางประเทศ ที่เอื้อตอการบริหารราชการแผนดินการพัฒนาประเทศการใหบริการประชาชน การประกอบธุรกิจ และการแขงขันระหวางประเทศหมวด ๒โครงสรางการบริหารพรรคและตําแหนงในพรรคสวนที่ ๑โครงสรางและตําแหนงในพรรคขอ ๑๒ โครงสรางของพรรคประกอบดวย(๑) ประธานพรรค(๒) คณะกรรมการยุทธศาสตรพรรค(๓) คณะกรรมการที่ปรึกษาพรรค(๔) คณะกรรมการบริหารพรรค(๕) คณะกรรมการสาขาพรรค(๖) ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสวนที่ ๒ประธานพรรคขอ ๑๓ ใหมีประธานพรรคคนหนึ่งมาจากการแตงตั้งของที่ประชุมใหญพรรค ผูซึ่งไดรับการเสนอชื่อโดยมติของคณะกรรมการบริหารพรรค โดยไดรับคะแนนเสียงเกินกวากึ่งหนึ่งของที่ประชุมใหญพรรคมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ป เมื่อพนจากตําแหนงตามวาระแลว อาจไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงอีกไดประธานพรรคตองเปนสมาชิกและมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามขอ ๗๑และมีอายุไมต่ํากวาสี่สิบหาปขอ ๑๔ ประธานพรรคพนจากตําแหนง เมื่อ(๑) ถึงคราวออกจากตําแหนงตามวาระ(๒) ตาย(๓) ลาออก หนา ๕๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๔) ขาดสมาชิกภาพ(๕) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามขอ ๗๑(๖) ที่ประชุมใหญพรรคมีมติใหพนจากตําแหนงขอ ๑๕ ใหประธานพรรครวมกับคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาเสนอชื่อสมาชิกผูมีความรูความสามารถ ความซื่อสัตยสุจริต มีประสบการณ และมีคุณธรรมและจริยธรรม เสนอตอคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อใหคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาแตงตั้งเปนคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคขอ ๑๖ ใหประธานพรรคเปนประธานของคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรค และเปนผูเรียกประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรค รวมทั้งเปนประธานในการประชุมใหนําขอบังคับที่เกี่ยวกับการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๖๒ มาบังคับใชกับการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคโดยอนุโลม สวนที่ ๓คณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๑๗ ใหมีคณะกรรมการคณะหนึ่งเปนคณะกรรมการบริหารพรรค ที่เปนผูรับผิดชอบดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรค ขอบังคับ มติของที่ประชุมใหญพรรค และมติพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้งและนายทะเบียนพรรคการเมือง ซึ่งตองกระทําดวยความรอบคอบ ระมัดระวัง และซื่อสัตยสุจริตเพื่อประโยชนของประเทศชาติและประชาชนขอ ๑๘ ใหคณะกรรมการบริหารพรรคประกอบดวย หัวหนาพรรค รองหัวหนาพรรคเลขาธิการพรรค รองเลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรค นายทะเบียนสมาชิกพรรค โฆษกพรรครองโฆษกพรรค และกรรมการบริหารพรรคอื่น มีจํานวนรวมกันไมนอยกวาสิบหาคนแตไมเกินสามสิบคนและใหมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่ที่ประชุมใหญพรรคใหความเห็นชอบและกรรมการบริหารพรรคที่พนจากตําแหนงตามวาระแลวอาจไดรับเลือกตั้งใหดํารงตําแหนงอีกไดขอ ๑๙ หัวหนาพรรคและกรรมการบริหารพรรคตองเปนสมาชิกและมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามขอ ๗๑ และมีอายุไมต่ํากวายี่สิบปหนา ๕๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๒๐ การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคใหกระทําในที่ประชุมใหญพรรค โดยใหที่ประชุมใหญพรรคกําหนดจํานวนของกรรมการบริหารพรรคตามขอ ๑๘ จากนั้นใหเลือกตั้งหัวหนาพรรคคนหนึ่งกอนเปนอันดับแรก ในการเสนอชื่อสมาชิกเขารับเลือกตั้งเปนหัวหนาพรรค ผูไดรับการเสนอชื่อตองอยูในที่ประชุม ซึ่งที่ประชุมอาจกําหนดใหผูไดรับการเสนอชื่อแสดงวิสัยทัศนกอนการเลือกตั้งหัวหนาพรรคก็ไดใหผูที่ไดรับเลือกตั้งเปนหัวหนาพรรคคนใหม มีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกที่เห็นสมควรไดรับเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรคตําแหนงใด ๆ ตอที่ประชุมใหญพรรคจํานวนไมเกินหนึ่งในหกของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคตามที่ที่ประชุมใหญพรรคกําหนดในวรรคหนึ่ง กรณีที่จํานวนหนึ่งในหกของคณะกรรมการบริหารพรรคเปนจํานวนที่มีเศษ ใหผูที่ไดรับเลือกตั้งเปนหัวหนาพรรคคนใหมเสนอชื่อสมาชิกที่เห็นสมควรไดรับเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรคตอที่ประชุมใหญพรรคเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนและใหสมาชิกที่เขารวมประชุมใหญพรรคเปนผูเสนอชื่อสมาชิกที่เห็นสมควรเพื่อใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรคจนครบตามตําแหนงและจํานวนที่กําหนดในวรรคหนึ่งในการเสนอชื่อสมาชิกเพื่อรับเลือกตั้งเปนหัวหนาพรรคและกรรมการบริหารพรรคใหเสนอชื่อผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามขอ ๑๙ และใหคํานึงถึงความรู ความสามารถ ประสบการณความซื่อสัตยสุจริต ความเหมาะสม และการมีคุณธรรมจริยธรรมของผูไดรับการเสนอชื่อดวย สมาชิกผูไดรับการเสนอชื่อเปนกรรมการบริหารพรรคอาจไมอยูในที่ประชุมใหญพรรคก็ได แตตองไดรับความยินยอมจากผูไดรับการเสนอชื่อดังกลาวนั้นดวย และในการเสนอชื่อตองมีผูรับรองไมนอยกวายี่สิบคนในการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งหัวหนาพรรคและกรรมการบริหารพรรคใหกระทําโดยการลงคะแนนลับ ใหสมาชิกคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งและใหถือเอาตามคะแนนเสียงขางมากเปนประมาณกรณีมีคะแนนเสียงเทากันใหใชวิธีการจับฉลากภายหลังการประชุมเสร็จสิ้นลงแลว ใหหัวหนาพรรคแจงรายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรคใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่การประชุมสิ้นสุดลง และกรณีที่กรรมการบริหารพรรคครบวาระ ตาย ลาออก เปลี่ยนชื่อตัว เปลี่ยนชื่อสกุล หรือเปลี่ยนแปลงดวยเหตุใด ๆใหหัวหนาพรรคแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่มีเหตุดังกลาวขอ ๒๑ กรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก หนา ๕๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๓) ขาดสมาชิกภาพ(๔) ขาดคุณสมบัติการเปนกรรมการบริหารพรรคตามที่กฎหมายกําหนด(๕) ถูกถอดถอนตามกฎหมายเมื่อตําแหนงกรรมการบริหารพรรควางลงตาม (๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) แตยังคงมีกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูรวมกันเปนจํานวนไมนอยกวาสิบหาคน ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป และใหหัวหนาพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งหรือหลายคน แลวแตกรณีปฏิบัติหนาที่ในตําแหนงกรรมการบริหารพรรคที่วางลงแทน เวนแตคณะกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูมีมติใหเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคคนใหมแทนตําแหนงที่วางลง ก็ใหหัวหนาพรรคจัดใหมีการประชุมใหญพรรค เพื่อดําเนินการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคแทนตําแหนงที่วางลงนั้น ทั้งนี้ ใหกรรมการบริหารพรรคที่ไดรับการเลือกตั้งใหมอยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระการดํารงตําแหนงของคณะกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยู เวนแตวาระการดํารงตําแหนงของคณะกรรมการบริหารพรรคเหลืออยูไมถึงหนึ่งรอยแปดสิบวันกรณีหัวหนาพรรคพนจากตําแหนงตาม (๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) ใหรองหัวหนาพรรคลําดับตนรักษาการแทนหัวหนาพรรค หากรองหัวหนาพรรคลําดับตนไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดใหรองหัวหนาพรรคลําดับถัดไปตามลําดับ แลวแตกรณี รักษาการแทนหัวหนาพรรค กรณีไมมีรองหัวหนาพรรคหรือมีแตไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ใหคณะกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูเลือกกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งเปนผูรักษาการแทนหัวหนาพรรค โดยใหผูรักษาการแทนหัวหนาพรรคมีอํานาจเรียกประชุมใหญพรรคเพื่อดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่หัวหนาพรรคพนจากตําแหนง เวนแตวาระการดํารงตําแหนงของคณะกรรมการบริหารพรรคเหลืออยูไมถึงหนึ่งรอยแปดสิบวันขอ ๒๒ คณะกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนง(๒) หัวหนาพรรคพนจากตําแหนงตามขอ ๒๑(๓) ตําแหนงกรรมการบริหารพรรควางลงและกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูมีจํานวนรวมกันไมถึงสิบหาคน หนา ๖๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ เมื่อคณะกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะตาม (๑) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคที่พนจากตําแหนงทั้งคณะตาม (๑) นั้น ยังคงอยูในตําแหนงเพื่อปฏิบัติหนาที่ตอไป จนกวาจะมีคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม และใหหัวหนาพรรคมีอํานาจเรียกประชุมใหญพรรคเพื่อดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่ไดรับแจงถึงการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคจากนายทะเบียนพรรคการเมืองเมื่อกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะตาม (๒) หรือ (๓) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคที่พนจากตําแหนงทั้งคณะตาม (๒) หรือ (๓) นั้น ยังคงอยูในตําแหนงเพื่อปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม และใหรองหัวหนาพรรคลําดับตนมีอํานาจเรียกประชุมใหญพรรคเพื่อดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายในหกสิบวัน นับแตวันที่คณะกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะขอ ๒๓ ใหคณะกรรมการบริหารพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมทางการเมืองตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรค ขอบังคับมติของที่ประชุมใหญพรรค และมติพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้งและนายทะเบียนพรรคการเมือง ซึ่งตองกระทําดวยความรอบคอบ ระมัดระวังและซื่อสัตยสุจริต เพื่อประโยชนของประเทศชาติและประชาชน อยางนอยในแตละปพรรคตองจัดใหมีกิจกรรมอยางใดอยางหนึ่งหรือหลายอยาง ดังตอไปนี้(ก) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(ข) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางพัฒนาประเทศ และการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(ค) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผลหนา ๖๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (ง) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองที่แตกตางโดยสุจริต และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธี เพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(จ) ดําเนินกิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชนทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๒) ออกระเบียบ ประกาศ และคําสั่งพรรค รวมทั้งจัดตั้งหนวยงานภายในพรรคเพื่อดําเนินการใหเปนไปตามนโยบายพรรคและขอบังคับ และใหความเห็นชอบในการแตงตั้งและถอดถอนเจาหนาที่และลูกจางของพรรค(๓) พิจารณาใหความเห็นชอบในการจัดตั้งสาขาพรรคและการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด รวมทั้งการเลิกสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ตลอดจนพิจารณาใหความเห็นชอบในการเลิกพรรค(๔) พิจารณาใหความเห็นชอบในการเสนอชื่อบุคคลตอที่ประชุมใหญพรรคเพื่อใหที่ประชุมใหญพรรคพิจารณาแตงตั้งเปนประธานพรรค และพิจารณาใหความเห็นชอบในการแตงตั้งและถอดถอนคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรค คณะกรรมการที่ปรึกษาพรรค คณะกรรมการใด ๆของพรรค คณะกรรมาธิการของพรรค คณะกรรมการรัฐสภาของพรรค คณะกรรมการประสานงานของพรรค คณะอนุกรรมการของพรรคและคณะทํางานของพรรค(๕) พิจารณาคัดเลือกสมาชิกหรือบุคคลซึ่งมีความรู ความสามารถ ความซื่อสัตยสุจริตความเหมาะสม และมีคุณธรรมจริยธรรม เสนอเปนผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อตอคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง รวมทั้งพิจารณาใหความเห็นชอบผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อจากรายชื่อผูสมัครที่คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสงมาให(๖) พิจารณาคัดเลือกสมาชิกหรือบุคคลซึ่งมีความรู ความสามารถ ความซื่อสัตยสุจริตความเหมาะสม และมีคุณธรรมจริยธรรม เสนอตอประธานพรรคเพื่อพิจารณาแตงตั้งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองหรือตําแหนงอื่น หนา ๖๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๗) จัดหาทุนหรือรายไดของพรรครวมทั้งบริหารการเงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดของพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ตลอดจนจัดใหมีการทําบัญชีใหถูกตองตามความเปนจริง (๘) จัดสรรเงินเพื่อเปนคาใชจายเกี่ยวกับการเลือกตั้งของผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรค ดังนี้ (ก) คาใชจายเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหจัดสรรเปนจํานวนรวม โดยพิจารณาตามจํานวนผูสมัครรับเลือกตั้งที่พรรคเสนอไวในบัญชีรายชื่อที่ยื่นตอคณะกรรมการการเลือกตั้ง(ข) คาใชจายเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งใหจัดสรรใหแกผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรคเปนรายบุคคล(ค) คาใชจายที่จัดสรรตาม (ก) และ (ข) ใหเปนไปตามมติพรรค(๙) ควบคุมมิใหพรรค และผูซึ่งพรรคสงเขาสมัครรับเลือกตั้งใชเงินเกินวงเงินตามที่กฎหมายกําหนด(๑๐) ควบคุมและกํากับดูแลมิใหสมาชิกกระทําการอันเปนการฝาฝนรัฐธรรมนูญกฎหมาย ขอบังคับ รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้งและนายทะเบียนพรรคการเมือง(๑๑) ควบคุมและกํากับดูแลมิใหสมาชิกหรือผูดํารงตําแหนงในพรรคกระทําการในลักษณะที่อาจทําใหการเลือกตั้งหรือการเลือกมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ไมชอบดวยกฎหมายหรืออาจเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใดซึ่งสมัครเขารับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภา ไมวาโดยทางตรงหรือทางออม(๑๒) พิจารณาดําเนินการทางวินัยแกสมาชิก(๑๓) รับผิดชอบรวมกันในบรรดามติของคณะกรรมการบริหารพรรคและในการดําเนินการตามหนาที่และอํานาจของคณะกรรมการบริหารพรรค ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง กฎหมาย และขอบังคับ รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศและคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้งและนายทะเบียนพรรคการเมือง เวนแตจะพิสูจนไดวาตนไดคัดคานในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคโดยปรากฏหลักฐานการคัดคานนั้นในรายงานการประชุมหรือไดทําหนังสือคัดคานยื่นตอประธานในที่ประชุมภายในเจ็ดวันนับแตวันที่การประชุมนั้นสิ้นสุดลงหนา ๖๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๑๔) มีอํานาจหนาที่อื่นที่คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นสมควรที่ไมขัดตอกฎหมายและขอบังคับขอ ๒๔ หัวหนาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) เปนผูบริหารของพรรค มีอํานาจในการพิจารณาตัดสินใจและวินิจฉัยสั่งการในการบริหารงานทั่วไปของพรรค ตลอดจนการแตงตั้งและถอดถอนและการดําเนินการทางวินัยแกเจาหนาที่และลูกจางของพรรค ทั้งนี้ ดวยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรค(๒) เปนผูลงนามในระเบียบ ประกาศ คําสั่งพรรค และมติพรรค(๓) เปนผูออกหนังสือรับรองการสงผูไดรับการสรรหาเปนผูสมัครรับเลือกตั้งแบบแบงเขตเลือกตั้งและการสงบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อใหแกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (๔) เสนองบการเงินของพรรคที่ผูสอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและรับรองแลวตอที่ประชุมใหญพรรค เพื่ออนุมัติภายในเดือนเมษายนของทุกป(๕) จัดทํารายงานการดําเนินกิจการของพรรคในรอบปปฏิทินที่ผานมาเสนอตอที่ประชุมใหญพรรคเพื่ออนุมัติภายในเดือนเมษายนของทุกป(๖) จัดทําแผนหรือโครงการที่จะดําเนินกิจกรรมในแตละป โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรค สงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในเดือนเมษายนของทุกปเพื่อใหนายทะเบียนพรรคการเมืองเผยแพรใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป(๗) กรณีที่มีความจําเปนเรงดวนหรือกรณีที่ตองพิจารณาตัดสินใจเพื่อการดําเนินการทางการเมืองที่สําคัญ ใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของพรรคไดโดยความเห็นชอบของกรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้น และใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติพรรค เวนแตกรณีที่ตองพิจารณาตัดสินใจในการอันเกี่ยวกับการเขารวมจัดตั้งรัฐบาลหรือพนจากการเปนพรรครวมรัฐบาล หรือการพิจารณาใหบุคคลดํารงตําแหนงหรือพนจากตําแหนงทางการเมือง(๘) เปนผูแทนของพรรคในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก เพื่อการนี้หัวหนาพรรคอาจมอบหมายเปนหนังสือใหรองหัวหนาพรรค เลขาธิการพรรค รองเลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรคนายทะเบียนสมาชิกพรรค โฆษกพรรค หรือกรรมการบริหารพรรคอื่นคนหนึ่งหรือหลายคนเปนผูทําการแทนก็ได(๙) มีหนาที่และอํานาจอื่นตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับหนา ๖๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ เพื่อประโยชนในการบริหารงานและการดําเนินกิจการทางการเมืองของพรรค หัวหนาพรรคอาจมอบหมายเปนหนังสือใหคณะกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งหรือหลายคนกระทําการตามหนาที่และอํานาจของตนตามวรรคหนึ่งแทนก็ได เวนแตบรรดาหนาที่และอํานาจของหัวหนาพรรคที่กฎหมายหรือขอบังคับนี้กําหนดใหเปนหนาที่และอํานาจของหัวหนาพรรคเปนการเฉพาะขอ ๒๕ รองหัวหนาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ปฏิบัติหนาที่แทนหัวหนาพรรคตามที่ไดรับมอบหมายจากหัวหนาพรรค(๒) เมื่อหัวหนาพรรคไมอยูหรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ใหรองหัวหนาพรรคลําดับตนรักษาการแทนหัวหนาพรรค หากรองหัวหนาพรรคลําดับตนไมอยูหรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดใหรองหัวหนาพรรคลําดับถัดไปตามลําดับ แลวแตกรณี รักษาการแทนหัวหนาพรรคขอ ๒๖ เลขาธิการพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ควบคุมกํากับดูแลกิจการทั้งปวงของพรรค ในดานการบริหารงาน การบริหารบุคคลและการบริหารการเงินและทรัพยสินของพรรค ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคหรือหัวหนาพรรคมอบหมายรวมทั้งเปนผูพิจารณาเสนอความเห็นตอคณะกรรมการบริหารพรรค ในการอันเกี่ยวกับการพิจารณาความดีความชอบและการดําเนินการทางวินัยแกเจาหนาที่และลูกจางของพรรค(๒) เปนผูเสนอรายงานตอคณะกรรมการบริหารพรรค ตอที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรค และตอที่ประชุมใหญพรรค(๓) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรค และที่ประชุมใหญพรรค(๔) ดําเนินการในการอันเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมระดมทุนและการหารายไดของพรรค(๕) เปนผูติดตอประสานงานกับบุคคล หนวยงาน หรือองคกรภายนอก ในการอันเกี่ยวกับการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรค(๖) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับและที่ไดรับมอบหมายจากพรรคขอ ๒๗ รองเลขาธิการพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ปฏิบัติหนาที่แทนเลขาธิการพรรคตามที่ไดรับมอบหมายจากเลขาธิการพรรค(๒) รักษาการแทนเลขาธิการพรรคกรณีเลขาธิการพรรคไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดหนา ๖๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๒๘ นายทะเบียนสมาชิกพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครเขาเปนสมาชิก(๒) จัดทําทะเบียนสมาชิกใหตรงตามความเปนจริง(๓) จัดทําประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปเพื่อประโยชนในการตรวจสอบความถูกตอง(๔) จัดใหมีการนําขอมูลสมาชิกเขาสูระบบฐานขอมูลพรรคการเมืองของสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๕) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับขอ ๒๙ เหรัญญิกพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) จัดเก็บและดูแลรักษาเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดของพรรค(๒) จัดทําบัญชีของพรรคซึ่งประกอบดวย บัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับและแสดงคาใชจายหรือรายจาย บัญชีแสดงรายรับจากการบริจาค บัญชีแยกประเภท และบัญชีแสดงทรัพยสินและหนี้สิน (๓) จัดทํางบการเงินซึ่งประกอบดวยงบแสดงฐานะทางการเงินและงบรายไดและคาใชจายของพรรค(๔) จัดทําประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปถึงจํานวนและที่มาของเงินทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดที่ไดมาจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรค(๕) จัดทําประกาศรายชื่อผูบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดที่มีมูลคาไมนอยกวาหาพันบาท ใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป พรอมทั้งวัตถุประสงคของการบริจาคและแจงนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบเปนประจําทุกเดือน(๖) ออกใบเสร็จรับเงิน หรือหลักฐานการรับทรัพยสินและประโยชนอื่นใดใหแกผูบริจาคเงินหรือผูบริจาคทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดไวเปนหลักฐาน ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด(๗) จัดทํารายงานถึงการที่ผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรคผูใดไดรับเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด ที่มีมูลคารวมกันแลวเกินกวาหนึ่งหมื่นบาทตอวัน โดยผูบริจาคประสงคจะบริจาคหนา ๖๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ใหเพื่อประโยชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของผูสมัครรับเลือกตั้งผูนั้นหรือของพรรคเพื่อใชในการเลือกตั้งในกรณีที่มีการบริจาคเกิดขึ้นภายในระยะเวลานับแตวันที่พระราชกฤษฎีกาใหมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรประกาศใชบังคับจนถึงวันเลือกตั้ง แลวแจงใหคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาค(๘) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับขอ ๓๐ โฆษกพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินการดานการประชาสัมพันธและการเผยแพรขอมูลขาวสารเกี่ยวกับการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคตอสื่อมวลชน สาธารณชน และสมาชิก โดยผานชองทางของสื่อดานตาง ๆ รวมทั้งสื่ออิเล็กทรอนิกสตามความเหมาะสม(๒) ดําเนินการใด ๆ เพื่อประโยชนในการเสริมสรางภาพลักษณและความสัมพันธที่ดีของพรรคตอสมาชิกและสาธารณชน(๓) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่ไดรับมอบหมายจากพรรคขอ ๓๑ รองโฆษกมีอํานาจและหนาที่ ดังนี้(๑) ปฏิบัติหนาที่แทนโฆษกพรรค กรณีที่โฆษกพรรคไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดหรือที่โฆษกพรรคมอบหมาย(๒) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่ไดรับมอบหมายจากพรรคขอ ๓๒ กรรมการบริหารพรรคอื่นมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ปฏิบัติหนาที่ตามที่กฎหมายและขอบังคับกําหนดใหเปนหนาที่และอํานาจของคณะกรรมการบริหารพรรค(๒) จัดทําบันทึกการรับบริจาคและแจงใหพรรคทราบถึงการที่กรรมการบริหารพรรคไดรับบริจาคเงิน หรือทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใด โดยผูบริจาคประสงคจะบริจาคใหเพื่อประโยชนในการดําเนินกิจกรรมของพรรค และจัดสงบันทึกการรับบริจาคพรอมเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรค (๓) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับหนา ๖๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ สวนที่ ๔คณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคขอ ๓๓ ใหมีคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคจํานวนสี่คณะประกอบดวยคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคดานการเมือง คณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคดานเศรษฐกิจ คณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคดานสังคม ทองถิ่น และความมั่นคง และคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคดานเทคโนโลยีในการพัฒนาประเทศโดยใหคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคแตละคณะมีจํานวนไมเกินเจ็ดคน ซึ่งมีประธานคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคหนึ่งคน และมีกรรมการยุทธศาสตรพรรคจํานวนไมเกินหกคน โดยการแตงตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค ใหมีวาระการดํารงตําแหนงเทากับระยะเวลาการดํารงตําแหนงของคณะกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูนับแตวันที่คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติใหความเห็นชอบกรรมการยุทธศาสตรพรรคที่พนจากตําแหนงตามวาระแลว อาจไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงอีกไดประธานคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคและกรรมการยุทธศาสตรพรรค ตองเปนสมาชิกและมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามขอ ๗๑ และมีอายุไมต่ํากวาสามสิบหาปขอ ๓๔ กรรมการยุทธศาสตรพรรคพนจากตําแหนงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก(๓) ขาดสมาชิกภาพ(๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามขอ ๗๑(๕) ถูกถอดถอนโดยมติของคณะกรรมการบริหารพรรคในกรณีกรรมการยุทธศาสตรพรรคคณะใดคณะหนึ่งพนจากตําแหนงตาม (๑) (๒) (๓) (๔)หรือ (๕) แตมีจํานวนประธานคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคและกรรมการยุทธศาสตรพรรคที่เหลืออยูรวมกันไมนอยกวาสามคน ใหคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคคณะนั้นยังคงปฏิบัติหนาที่ตอไปและใหถือวากรรมการยุทธศาสตรพรรคเฉพาะคณะนั้น มีจํานวนเทากับจํานวนของกรรมการยุทธศาสตรพรรคเทาที่เหลืออยูในกรณีที่มีการแตงตั้งกรรมการยุทธศาสตรพรรคเพิ่มเติม ใหกรรมการยุทธศาสตรพรรคที่ไดรับแตงตั้งเพิ่มขึ้นใหมนั้นมีวาระการดํารงตําแหนงเทากับระยะเวลาการดํารงตําแหนงของคณะกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูนับแตวันที่คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติใหความเห็นชอบแตงตั้งหนา ๖๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๓๕ คณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคคณะใดคณะหนึ่งพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงเมื่อวาระการดํารงตําแหนงของคณะกรรมการบริหารพรรคสิ้นสุดลง(๒) กรรมการยุทธศาสตรพรรคพนจากตําแหนงตามขอ ๓๔ และมีจํานวนประธานคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคและกรรมการยุทธศาสตรพรรคคณะเดียวกันรวมกันเหลืออยูไมถึงสามคน(๓) ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคพนจากตําแหนงตามขอ ๓๔ขอ ๓๖ ประธานพรรคและคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) จัดทําคําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรค นโยบายพรรคและนโยบายที่ใชในการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง และกําหนดยุทธศาสตรในการดําเนินกิจการทางการเมืองของพรรคเพื่อใหคณะกรรมการบริหารพรรคนําไปเปนแนวทางในการปฏิบัติ(๒) ใหคําปรึกษาและเสนอแนะแนวทางในการบริหารงานของคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อใหคณะกรรมการบริหารพรรคนําไปสูการปฏิบัติไดอยางมีสัมฤทธิ์ผล เพื่อประโยชนสุขของทุกคนในชาติติดตาม วิเคราะห และประเมินสถานการณดานตาง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกประเทศและจัดทําแนวทางเพื่อดําเนินมาตรการในการแกไขปญหาของประเทศ ทั้งในดานการเมือง เศรษฐกิจสังคม ทองถิ่น ความมั่นคง และเทคโนโลยีการพัฒนาประเทศ เพื่อใหคณะกรรมการบริหารพรรคสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรค และผูดํารงตําแหนงทางการเมืองของพรรค สามารถนําไปใชเปนแนวทางในการปฏิบัติหนาที่เพื่อใหเกิดประโยชนสูงสุดตอประเทศชาติและประชาชนได(๓) ในการเขารวมเพื่อการจัดตั้งรัฐบาลหรือการถอนตัวออกจากการเปนพรรครวมรัฐบาลหรือการใหบุคคลดํารงตําแหนงหรือพนจากตําแหนงทางการเมือง ใหประธานพรรคเปนผูมีอํานาจพิจารณาตัดสินใจ ทั้งนี้ ประธานพรรคอาจหารือกับหัวหนาพรรคและหรือผูบริหารพรรคอื่นดวยก็ได(๔) ในกรณีที่พรรคไดเขารวมในการจัดตั้งรัฐบาล ใหคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคเปนตัวแทนของพรรค ในการจัดทํารางนโยบายในการบริหารราชการแผนดินของรัฐบาลรวมกับพรรคการเมืองรวมรัฐบาลอื่น โดยคํานึงถึงหนาที่ของรัฐ แนวนโยบายแหงรัฐ ยุทธศาสตรชาติและนโยบายพรรคเปนสําคัญ(๕) ใหประธานคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคทุกคณะ เขารวมประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เมื่อมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค(๖) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมายหนา ๖๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ สวนที่ ๕สาขาพรรคขอ ๓๗ ใหพรรคจัดใหมีสาขาพรรคในแตละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด อยางนอยภาคละหนึ่งสาขา โดยสาขาพรรคแตละสาขาตองมีสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในพื้นที่ของจังหวัดที่รับผิดชอบของสาขานั้นตั้งแตหารอยคนขึ้นไปขอ ๓๘ ใหคณะกรรมการสาขาพรรคประกอบดวยหัวหนาสาขาพรรค รองหัวหนาสาขาพรรคเลขานุการสาขาพรรค รองเลขานุการสาขาพรรค นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค เหรัญญิกสาขาพรรคและกรรมการสาขาพรรคอื่นมีจํานวนรวมกันไมนอยกวาเจ็ดคนแตไมเกินสิบเอ็ดคนใหคณะกรรมการสาขาพรรคอยูในตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่ที่คณะกรรมการบริหารพรรคใหความเห็นชอบ เมื่อพนจากตําแหนงตามวาระแลวอาจไดรับเลือกตั้งใหดํารงตําแหนงอีกไดขอ ๓๙ คุณสมบัติของหัวหนาสาขาพรรคและกรรมการสาขาพรรค มีดังนี้(๑) ตองเปนสมาชิกและมีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคนั้น(๒) มีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามขอ ๗๑ และมีอายุไมต่ํากวายี่สิบปขอ ๔๐ ในการจัดตั้งสาขาพรรค ใหตัวแทนสาขาพรรคมีหนังสือเชิญสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคนั้นเขารวมประชุมเพื่อจัดตั้งสาขาพรรค และองคประกอบของที่ประชุมตองมีสมาชิกผูเขารวมประชุมไมนอยกวาหนึ่งรอยคน โดยใหกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งหรือตัวแทนสาขาพรรคคนหนึ่งเปนประธานการประชุม และใหที่ประชุมเลือกสมาชิกคนหนึ่งเปนเลขานุการการประชุม ใหที่ประชุมกําหนดที่ตั้งสาขาพรรคและจํานวนของคณะกรรมการสาขาพรรคตามขอ ๓๘และใหที่ประชุมเลือกหัวหนาสาขาพรรคกอนเปนอันดับแรก จากนั้นจึงใหเลือกกรรมการสาขาพรรคอื่นจนครบจํานวนตามที่ที่ประชุมกําหนดในการเสนอชื่อสมาชิกเพื่อรับเลือกตั้งเปนหัวหนาสาขาพรรคและกรรมการสาขาพรรคใหเสนอชื่อผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามขอ ๓๙ และใหคํานึงถึงความรู ความสามารถ ประสบการณความซื่อสัตยสุจริต ความเหมาะสม และการมีคุณธรรมจริยธรรมของผูไดรับการเสนอชื่อดวยสมาชิกผูเขาประชุมมีสิทธิเสนอชื่อตนเองหรือบุคคลอื่นเพื่อรับการเลือกตั้งเปนกรรมการสาขาพรรคไดทั้งนี้ ผูไดรับการเสนอชื่อตองอยูในที่ประชุม ในการเสนอชื่อตองมีผูรับรองไมนอยกวาสิบคน ในการลงคะแนนใหลงคะแนนโดยเปดเผย และในการออกเสียงลงคะแนนใหสมาชิกคนหนึ่งออกเสียงไดเสียงหนึ่งและใหถือเอาตามคะแนนเสียงขางมากเปนประมาณ กรณีที่มีคะแนนเสียงเทากันใหใชวิธีการจับฉลากหนา ๗๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้นลงแลว ใหผูที่ไดรับเลือกตั้งเปนหัวหนาสาขาพรรคสงรายการแผนผังที่ตั้งสาขาพรรค บัญชีรายชื่อคณะกรรมการสาขาพรรค พรอมสําเนาบัตรประจําตัวประชาชนและสําเนาทะเบียนบานที่เจาตัวรับรองสําเนาถูกตอง และบัญชีรายชื่อสมาชิกในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรค หนังสือยินยอมใหใชสถานที่เปนที่ทําการสาขาพรรค และรายงานการประชุมจัดตั้งสาขาพรรค ไปยังหัวหนาพรรคเพื่อขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารพรรค เมื่อไดรับความเห็นชอบแลวใหหัวหนาพรรคประกาศการจัดตั้งสาขาพรรคและมีหนังสือแจงการจัดตั้งสาขาพรรคตอนายทะเบียนพรรคการเมือง ภายในสิบหาวันนับแตวันที่คณะกรรมการบริหารพรรคใหความเห็นชอบการจัดตั้งสาขาพรรคนั้น และใหประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวยในกรณีที่กรรมการสาขาพรรคดํารงตําแหนงครบวาระ ตาย ลาออก เปลี่ยนชื่อตัว เปลี่ยนชื่อสกุลหรือเปลี่ยนแปลงดวยเหตุใด ๆ ใหหัวหนาพรรคแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่มีเหตุดังกลาว และใหประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวยขอ ๔๑ กรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก(๓) ขาดสมาชิกภาพ(๔) ขาดคุณสมบัติการเปนกรรมการสาขาพรรคตามที่กฎหมายกําหนด(๕) คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติใหพนจากตําแหนง เนื่องจากกระทําการฝาฝนกฎหมาย ขอบังคับ ระเบียบ หรือคําสั่งของพรรค หรือมีพฤติกรรมใดอันอาจกอใหเกิดความเสียหายตอพรรคอยางรายแรงกรณีตําแหนงกรรมการสาขาพรรควางลงตาม (๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) แตกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูมีจํานวนรวมกันไมนอยกวาเจ็ดคน ใหคณะกรรมการสาขาพรรคมีจํานวนเทากับจํานวนของกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยู และใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูประชุมรวมกันเพื่อเลือกกรรมการสาขาพรรคคนหนึ่งหรือหลายคน แลวแตกรณี ใหปฏิบัติหนาที่แทนตําแหนงกรรมการสาขาพรรคที่วางลงเวนแตกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูมีมติใหดําเนินการเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วางลงก็ใหดําเนินการเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วางลงนั้น ทั้งนี้ ใหดําเนินการหนา ๗๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ภายในหกสิบวันนับแตวันที่ไดรับแจงจากนายทะเบียนพรรคการเมือง และใหกรรมการสาขาพรรคที่ไดรับเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางลงดังกลาว อยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระการดํารงตําแหนงของคณะกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยู เวนแตวาระการดํารงตําแหนงของคณะกรรมการสาขาพรรคเหลืออยูไมถึงหนึ่งรอยแปดสิบวันกรณีตําแหนงหัวหนาสาขาพรรควางลงตาม (๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) ใหรองหัวหนาสาขาพรรครักษาการแทนหัวหนาสาขาพรรค หากไมมีรองหัวหนาสาขาพรรคหรือมีแตไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูประชุมรวมกัน เพื่อเลือกกรรมการสาขาพรรคคนหนึ่งเปนผูรักษาการแทนหัวหนาสาขาพรรค และใหผูรักษาการแทนหัวหนาสาขาพรรคมีอํานาจจัดใหมีการประชุมใหญสาขาพรรคเพื่อเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคชุดใหม ภายในหกสิบวันนับแตวันที่ไดรับแจงจากนายทะเบียนพรรคการเมืองเวนแตวาระการดํารงตําแหนงของคณะกรรมการสาขาพรรคเหลืออยูไมถึงหนึ่งรอยแปดสิบวันขอ ๔๒ คณะกรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนง(๒) หัวหนาสาขาพรรคพนจากตําแหนงตามขอ ๔๑(๓) ตําแหนงกรรมการสาขาพรรควางลงและกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูมีจํานวนรวมกันไมถึงเจ็ดคน (๔) สาขาพรรคสิ้นสภาพไปโดยผลของกฎหมาย(๕) คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติใหเลิกสาขาพรรคเมื่อคณะกรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะตาม (๑) หรือ (๓) ใหคณะกรรมการสาขาพรรคนั้นยังคงอยูในตําแหนงเพื่อปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวานายทะเบียนพรรคการเมืองจะรับทราบการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม โดยใหหัวหนาสาขาพรรคจัดใหมีการประชุมใหญสาขาพรรคเพื่อดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่ไดรับแจงจากนายทะเบียนพรรคการเมืองกรณีที่ไมมีกรรมการสาขาพรรคเหลืออยู หรือกรณีที่คณะกรรมการสาขาพรรคหรือคณะกรรมการสาขาพรรคที่พนจากตําแหนงทั้งคณะตาม (๑) หรือกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูตาม (๓) ไมยินยอมดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม หรือละเวนไมปฏิบัติหนาที่หรือมีพฤติการณใดหนา ๗๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ที่สอวาไมอาจปฏิบัติหนาที่ตอไปได หรือกรณีที่คณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาเห็นวามีความจําเปนเรงดวนอันมิอาจหลีกเลี่ยงไดเพื่อมิใหเกิดความเสียหายตอสาขาพรรคหรือตอพรรค คณะกรรมการบริหารพรรคอาจเขาไปดําเนินการตามหนาที่และอํานาจของคณะกรรมการสาขาพรรคแทนคณะกรรมการสาขาพรรคก็ไดโดยใหถือวาเปนการกระทําของคณะกรรมการสาขาพรรคขอ ๔๓ คณะกรรมการสาขาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมทางการเมืองตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรค ขอบังคับมติของที่ประชุมใหญพรรค และมติพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งตองกระทําดวยความรอบคอบ ระมัดระวัง และซื่อสัตยสุจริต เพื่อประโยชนของประเทศชาติและประชาชน อยางนอยในแตละปสาขาพรรคตองจัดใหมีกิจกรรมอยางใดอยางหนึ่งหรือหลายอยางในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสาขาพรรค ดังตอไปนี้(ก) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(ข) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศ และการแกไขปญหาตาง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(ค) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(ง) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองที่แตกตางโดยสุจริต และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(จ) ดําเนินกิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชนทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๒) เผยแพรอุดมการณทางการเมืองของพรรคและนโยบายพรรค รวมทั้งการจัดหาสมาชิก(๓) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับหนา ๗๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๔๔ หัวหนาสาขาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) เปนผูแทนของสาขาพรรคและเปนผูรับผิดชอบในกิจการทั้งปวงของสาขาพรรค(๒) เปนผูเรียกประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและเปนประธานการประชุม(๓) เปนผูเรียกประชุมใหญสาขาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสาขาพรรคและเปนประธานการประชุม(๔) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรคที่สาขาพรรคไดรับหรือจาย(๕) จัดใหมีบัญชีรายชื่อพรอมที่อยูของสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัดซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรคใหถูกตองตามความเปนจริง และตองใหสมาชิกตรวจดูไดโดยสะดวก รวมทั้งปดประกาศไว ณ ที่ทําการสาขาพรรค(๖) แจงการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับที่ทําการสาขาพรรคหรือการเปลี่ยนแปลงใด ๆเกี่ยวกับสาขาพรรคใหหัวหนาพรรคทราบ และปดประกาศไว ณ ที่ทําการสาขาพรรค(๗) พิจารณาเสนอรายชื่อสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัดซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรค เปนผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อตอคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสาขาพรรค(๘) กรณีที่มีความจําเปนในการดําเนินการทางการเมือง ใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของสาขาพรรคได โดยความเห็นชอบของกรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้นและใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติของสาขาพรรค(๙) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับขอ ๔๕ รองหัวหนาสาขาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ปฏิบัติหนาที่แทนหัวหนาสาขาพรรคตามที่หัวหนาสาขาพรรคมอบหมาย(๒) รักษาการแทนหัวหนาสาขาพรรคกรณีหัวหนาสาขาพรรคไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดขอ ๔๖ เลขานุการสาขาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ควบคุมและกํากับดูแลกิจการทั้งปวงของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคหรือหัวหนาสาขาพรรคมอบหมาย(๒) เสนอรายงานตอที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและที่ประชุมใหญสาขาพรรคหนา ๗๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๓) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและที่ประชุมใหญสาขาพรรค(๔) กํากับดูแลการบริหารงานของสํานักงานสาขาพรรค(๕) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่ไดรับมอบหมายจากหัวหนาสาขาพรรคขอ ๔๗ รองเลขานุการสาขาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ปฏิบัติหนาที่แทนเลขานุการสาขาพรรคตามที่ไดรับมอบหมายจากเลขานุการสาขาพรรค (๒) รักษาการแทนเลขานุการสาขาพรรคกรณีเลขานุการสาขาพรรคไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดขอ ๔๘ เหรัญญิกสาขาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) จัดเก็บคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมืองของสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคสงมอบใหแกพรรค(๒) ควบคุมกํากับดูแลรายรับรายจายและจัดทําบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรคที่สาขาพรรคไดรับหรือจายขอ ๔๙ นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามเบื้องตนของผูสมัครเขาเปนสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรค เพื่อสงใหนายทะเบียนสมาชิกพรรคตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครเขาเปนสมาชิกนั้นตอไป(๒) จัดทําบัญชีรายชื่อพรอมที่อยูของสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัดซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรค ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด ใหตรงตามความเปนจริงและตองใหสมาชิกตรวจดูไดโดยสะดวก รวมทั้งปดประกาศไว ณ ที่ทําการสาขาพรรคขอ ๕๐ กรรมการสาขาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) จัดทําบันทึกการรับบริจาคและแจงใหพรรคทราบถึงการที่กรรมการสาขาพรรคไดรับบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใด โดยผูบริจาคประสงคจะบริจาคใหเพื่อประโยชนในการดําเนินกิจกรรมของพรรค และจัดสงบันทึกการรับบริจาคพรอมเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรค (๒) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่กําหนดไวตามกฎหมายและขอบังคับหนา ๗๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ สวนที่ ๖ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๕๑ การแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหเปนไปตามกฎหมายพรรคการเมืองและประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองจังหวัดใดที่มีการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ใหมีจํานวนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดจังหวัดละไมเกินสองคน การจัดลําดับของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหเปนไปตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติประกาศกําหนด ใหตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ป นับแตวันที่คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติใหความเห็นชอบและเมื่อพนจากตําแหนงตามวาระแลวอาจไดรับเลือกตั้งอีกไดขอ ๕๒ คุณสมบัติของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด มีดังนี้(๑) ตองเปนสมาชิกและมีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัดที่ตนเปนตัวแทน(๒) มีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามขอ ๗๑ และมีอายุไมต่ํากวายี่สิบปขอ ๕๓ ในการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในจังหวัดใด ใหตัวแทนของสมาชิกมีหนังสือเชิญสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัดนั้น เขารวมประชุมเพื่อเลือกตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด และองคประกอบของที่ประชุมตองมีสมาชิกเขาประชุมจํานวนไมนอยกวาหาสิบคนโดยใหกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งหรือตัวแทนสมาชิกคนหนึ่งเปนประธานการประชุมและใหที่ประชุมเลือกสมาชิกคนหนึ่งเปนเลขานุการการประชุม ใหสมาชิกผูเขาประชุมเสนอชื่อสมาชิกผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามขอ ๕๒ เปนผูสมัครรับเลือกตั้งเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดและใหคํานึงถึงความรู ความสามารถ ความซื่อสัตยสุจริต ความเหมาะสม และการมีคุณธรรมจริยธรรมของผูที่ไดรับการเสนอชื่อนั้นดวย ซึ่งผูที่ไดรับการเสนอชื่อตองอยูในที่ประชุมและสมาชิกอาจเสนอชื่อตนเองก็ไดในการเสนอชื่อตองมีผูรับรองไมนอยกวาสิบคน ในการออกเสียงลงคะแนนใหสมาชิกคนหนึ่งออกเสียงไดเสียงหนึ่งและใหถือเอาตามคะแนนเสียงขางมากเปนประมาณ กรณีมีคะแนนเสียงเทากันใหใชวิธีการจับฉลากภายหลังการประชุมเสร็จสิ้นลงแลว ใหผูไดรับเลือกตั้งเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสงรายการแผนผังที่ตั้งที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด บัญชีรายชื่อตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด พรอมสําเนาบัตรประจําตัวประชาชนและสําเนาทะเบียนบานที่เจาตัวรับรองสําเนาถูกตองหนา ๗๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ บัญชีรายชื่อสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัด หนังสือยินยอมใหใชสถานที่เปนที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด และรายงานการประชุมการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไปยังหัวหนาพรรคเพื่อขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารพรรค เมื่อไดรับความเห็นชอบแลวใหหัวหนาพรรคมีประกาศแตงตั้งและมีหนังสือแจงการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตอนายทะเบียนพรรคการเมืองภายในสิบหาวันนับแตวันที่ที่คณะกรรมการบริหารพรรคใหความเห็นชอบการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดนั้น และใหประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวยเมื่อตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดดํารงตําแหนงครบวาระ ตาย ลาออก เปลี่ยนชื่อตัวเปลี่ยนชื่อสกุล หรือเปลี่ยนแปลงดวยเหตุใด ๆ ใหหัวหนาพรรคแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่มีเหตุดังกลาว และใหประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวยขอ ๕๔ ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดพนจากตําแหนง เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนง(๒) ตาย(๓) ลาออก(๔) ขาดสมาชิกภาพ(๕) ขาดคุณสมบัติการเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตามที่กฎหมายกําหนด(๖) คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติใหพนจากตําแหนง เนื่องจากกระทําการฝาฝนกฎหมาย ขอบังคับ ระเบียบ หรือคําสั่งของพรรค หรือมีพฤติกรรมใดอันอาจกอใหเกิดความเสียหายตอพรรคอยางรายแรงเมื่อตําแหนงตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในจังหวัดใดวางลงไมวาดวยเหตุใด อาจมีมติพรรคแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในจังหวัดนั้นก็ไดโดยใหดําเนินการตามขอ ๕๑ขอ ๕๕ ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมทางการเมืองตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรค ขอบังคับมติของที่ประชุมใหญพรรค และมติพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้งและนายทะเบียนพรรคการเมือง ซึ่งตองกระทําดวยความรอบคอบ ระมัดระวัง และซื่อสัตยสุจริตหนา ๗๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ เพื่อประโยชนของประเทศชาติและประชาชน อยางนอยในแตละปตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตองจัดใหมีกิจกรรมอยางใดอยางหนึ่งหรือหลายอยางในเขตพื้นที่รับผิดชอบของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดของตน ดังตอไปนี้(ก) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(ข) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศ และการแกไขปญหาตาง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(ค) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(ง) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองที่แตกตาง โดยสุจริต และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(จ) ดําเนินกิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชนทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๒) เผยแพรอุดมการณทางการเมืองของพรรคและนโยบายพรรค รวมทั้งการจัดหาสมาชิก(๓) เปนผูเรียกประชุมตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดและเปนประธานการประชุม(๔) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับหรือจาย(๕) จัดเก็บคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมืองของสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของตนสงมอบใหแกพรรค(๖) ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามเบื้องตนของผูสมัครเขาเปนสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของตน เพื่อสงใหนายทะเบียนสมาชิกพรรคตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครเขาเปนสมาชิกนั้นตอไปหนา ๗๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๗) จัดใหมีบัญชีรายชื่อพรอมที่อยูของสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัดที่ตนเปนตัวแทนตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด ใหถูกตองตรงตามความเปนจริง และตองใหสมาชิกตรวจดูไดโดยสะดวก รวมทั้งปดประกาศไว ณ ที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดกรณีเปนที่สงสัยวาสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัดที่มิไดเปนที่ตั้งของสาขาพรรคหรือของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด จะถือวาสมาชิกผูนั้นเปนสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัดที่เปนที่ตั้งของสาขาพรรคใดหรือของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใด ใหนําความในขอ ๙๕วรรคสองมาบังคับใชโดยอนุโลม(๘) แจงการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดหรือการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกี่ยวกับตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเปนหนังสือใหหัวหนาพรรคทราบและปดประกาศไว ณ ที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๙) พิจารณาเสนอรายชื่อสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัดที่ตนเปนตัวแทนเปนผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ตอคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง(๑๐) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับกรณีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดละเวนไมปฏิบัติหนาที่หรือมีพฤติการณใดที่สอวาไมอาจปฏิบัติหนาที่ตอไปได หรือกรณีที่คณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาเห็นวามีความจําเปนเรงดวนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได เพื่อมิใหเกิดความเสียหายตอตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดหรือตอพรรคคณะกรรมการบริหารพรรคอาจเขาไปดําเนินการตามหนาที่และอํานาจของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดแทนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดก็ได โดยใหถือวาเปนการกระทําของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด หมวด ๓การประชุมสวนที่ ๑การประชุมใหญพรรคขอ ๕๖ ใหคณะกรรมการบริหารพรรคจัดใหมีการประชุมใหญพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้งการประชุมนี้ใหถือวาเปนการประชุมใหญสามัญพรรค และการประชุมใหญวิสามัญพรรคอาจมีไดเมื่อคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติใหเรียกประชุมหนา ๗๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ในการเรียกประชุมใหหัวหนาพรรคหรือเลขาธิการพรรคโดยความเห็นชอบของหัวหนาพรรคมีหนังสือเชิญประชุม หรืออาจใชวิธีการเชิญประชุมผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือสื่ออิเล็กทรอนิกสก็ไดโดยเชิญประชุมลวงหนากอนวันประชุมไมนอยกวาสามวัน เวนแตกรณีมีความจําเปนเรงดวนอาจเชิญประชุมลวงหนานอยกวาสามวันกอนวันประชุมก็ไดสมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสี่ของจํานวนสมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสามของจํานวนกรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยูของพรรคหรือไมนอยกวาสองรอยหาสิบคน แลวแตจํานวนใดจะนอยกวา มีสิทธิเขาชื่อกันยื่นคํารองขอตอหัวหนาพรรคใหจัดการประชุมใหญวิสามัญพรรคไดในกรณีมีเหตุจําเปนเรงดวนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได เพื่อประโยชนในการดําเนินการทางการเมืองของพรรคหรือเพื่อมิใหเกิดความเสียหายแกพรรค ประธานพรรคอาจเรียกประชุมใหญพรรคก็ไดขอ ๕๗ องคประชุมของการประชุมใหญพรรคตองประกอบดวยกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดที่มีอยู ผูแทนสาขาพรรคจํานวนไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสาขาพรรคที่มีอยู ซึ่งในจํานวนนี้ตองประกอบดวยผูแทนของสาขาพรรคไมนอยกวาสองสาขาซึ่งมาจากภาคที่ตางกันตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดจํานวนไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่มีอยู และสมาชิกทั้งนี้ มีจํานวนรวมกันทั้งหมดไมนอยกวาสองรอยหาสิบคนใหประธานพรรคเปนประธานการประชุม และใหหัวหนาพรรคเปนรองประธานการประชุมกรณีประธานพรรคไมมาประชุมหรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดใหหัวหนาพรรคทําหนาที่แทน หากไมมีหัวหนาพรรคหรือมีแตไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ใหรองหัวหนาพรรคทําหนาที่แทน กรณีไมมีรองหัวหนาพรรคหรือมีแตไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ใหกรรมการบริหารพรรคที่มาประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งเปนประธานการประชุม และใหเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการการประชุมหากเลขาธิการพรรคไมมาประชุมหรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ใหรองเลขาธิการพรรคทําหนาที่แทนหากไมมีรองเลขาธิการพรรคหรือมีแตไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดใหกรรมการบริหารพรรคที่มาประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งทําหนาที่เลขานุการการประชุมหนา ๘๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ การลงมติในที่ประชุมใหญใหกระทําโดยเปดเผย แตการลงมติเลือกบุคคลเปนหัวหนาพรรครองหัวหนาพรรค เลขาธิการพรรค รองเลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรค นายทะเบียนสมาชิกพรรคโฆษกพรรค รองโฆษกพรรค และกรรมการบริหารพรรคอื่น รวมทั้งการเลือกตั้งกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งใหลงคะแนนลับ โดยใหสมาชิกคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งและใหถือเอาตามคะแนนเสียงขางมากเปนประมาณกรณีมีคะแนนเสียงเทากันใหใชวิธีการจับฉลาก เวนแตกรณีมีคะแนนเสียงเทากันในการลงมติในการอื่นใหประธานการประชุมออกเสียงอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๕๘ การจัดระเบียบวาระการประชุมอาจจัดลําดับ ดังนี้(๑) เรื่องประธานแจงที่ประชุมทราบ(๒) รับรองรายงานการประชุมครั้งที่แลว(๓) เรื่องเพื่อพิจารณา(๔) เรื่องเพื่อทราบ(๕) เรื่องอื่น ๆ (ถามี)ขอ ๕๙ การดําเนินกิจการดังตอไปนี้ ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญพรรค(๑) การแกไขเปลี่ยนแปลงคําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคหรือนโยบายพรรค(๒) การแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับ(๓) การเลือกตั้งหัวหนาพรรค รองหัวหนาพรรค เลขาธิการพรรค รองเลขาธิการพรรคเหรัญญิกพรรค นายทะเบียนสมาชิกพรรค โฆษกพรรค รองโฆษกพรรค และกรรมการบริหารอื่นของพรรค(๔) การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง(๕) การใหความเห็นชอบรายงานการเงินและการดําเนินกิจการของพรรคที่ไดดําเนินการไปในรอบปที่ผานมา(๖) กิจการที่เสนอโดยคณะกรรมการบริหารพรรคหรือหัวหนาสาขาพรรค(๗) กิจการอื่นตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองกฎหมาย หรือขอบังคับ หนา ๘๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ กิจการตาม (๑) (๒) และ (๓) เมื่อไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญแลว ใหพรรคมีหนังสือแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบเพื่อแกไขเปลี่ยนแปลงการจดทะเบียนภายในสิบหาวันนับตั้งแตวันที่ไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญพรรคขอ ๖๐ ใหหัวหนาพรรคจัดทํารายงานการดําเนินกิจการของพรรคในรอบปปฏิทินที่ผานมาเสนอตอที่ประชุมใหญพรรคเพื่ออนุมัติภายในเดือนเมษายนของทุกป ทั้งนี้ รายงานดังกลาวอยางนอยตองมีรายการตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดใหหัวหนาพรรคสงรายงานการดําเนินกิจการของพรรคซึ่งที่ประชุมใหญพรรคอนุมัติแลวตามวรรคหนึ่ง ตอนายทะเบียนพรรคการเมืองภายในสิบหาวันนับแตวันที่ที่ประชุมใหญพรรคอนุมัติและใหประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวยขอ ๖๑ สมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรคนหนึ่งคนใดหรือสมาชิกจํานวนไมนอยกวาหนึ่งรอยคน หากพิจารณาเห็นวามติของพรรคขัดตอพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองหรือกฎหมายอื่น มีสิทธิรองขอตอคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อพิจารณาวินิจฉัยหากคณะกรรมการการเลือกตั้งวินิจฉัยวามติใดของพรรคขัดตอพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง หรือกฎหมายอื่น คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอํานาจสั่งเพิกถอนมติดังกลาวไดสวนที่ ๒การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๖๒ ใหหัวหนาพรรคเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคตามความจําเปน และใหองคประชุมของคณะกรรมการบริหารพรรคประกอบดวยกรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดที่มีอยู โดยใหหัวหนาพรรคเปนประธานในการประชุม และเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการการประชุมในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ใหเชิญประธานพรรค ประธานที่ปรึกษาพรรคและที่ปรึกษาพรรคเขารวมประชุมดวย กรณีที่ระเบียบวาระการประชุมมีประเด็นที่เกี่ยวของกับคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคคณะใด ใหเชิญประธานคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคคณะที่เกี่ยวของนั้นเขารวมประชุมดวย แลวแตกรณี หนา ๘๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ กรณีประธานพรรคเขารวมประชุมใหประธานพรรคเปนประธานการประชุม และใหหัวหนาพรรคเปนรองประธานการประชุมในการเรียกประชุมใหหัวหนาพรรคหรือเลขาธิการพรรคโดยความเห็นชอบของหัวหนาพรรคมีหนังสือเชิญประชุม หรืออาจใชวิธีการเชิญประชุมผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือสื่ออิเล็กทรอนิกสก็ไดโดยใหเชิญประชุมลวงหนากอนวันประชุมไมนอยกวาสามวัน เวนแตกรณีมีความจําเปนเรงดวนอาจเชิญประชุมลวงหนานอยกวาสามวันกอนวันประชุมก็ได การลงมติหากขอบังคับมิไดกําหนดไวเปนอยางอื่นใหกระทําโดยเปดเผย ใหกรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่ง และใหถือเอาตามคะแนนเสียงขางมากเปนประมาณ กรณีที่มีคะแนนเสียงเทากันใหประธานการประชุมออกเสียงอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสามของจํานวนกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูมีสิทธิเขาชื่อกันยื่นคํารองขอใหจัดการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคไดในกรณีมีความจําเปนเรงดวน เพื่อประโยชนในการดําเนินการทางการเมืองของพรรคประธานพรรคอาจเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคก็ไดสวนที่ ๓การประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรขอ ๖๓ ใหหัวหนาพรรคเรียกประชุมการประชุมรวมระหวางคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรคตามความจําเปน โดยใหองคประชุมประกอบดวยกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในหาของจํานวนกรรมการบริหารพรรคที่มีอยูและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจํานวนไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรคใหหัวหนาพรรคเปนประธานการประชุม และเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการการประชุม และใหมีหนังสือเชิญประธานพรรค ประธานที่ปรึกษาพรรค และที่ปรึกษาพรรค เขารวมประชุมดวย กรณีที่ระเบียบวาระการประชุมมีประเด็นที่เกี่ยวของกับคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคคณะใด ใหเชิญประธานคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคคณะที่เกี่ยวของนั้น เขารวมประชุมดวย แลวแตกรณีกรณีประธานพรรคเขารวมประชุม ใหประธานพรรคเปนประธานการประชุม และใหหัวหนาพรรคเปนรองประธานการประชุม หนา ๘๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ในระหวางสมัยประชุมสภาผูแทนราษฎร ใหพรรคจัดใหมีการประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรคเปนประจําตามความจําเปนและเหมาะสมโดยคํานึงถึงหนาที่ความรับผิดชอบของพรรคการเมืองและของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวของเปนสําคัญการนัดประชุมใหนัดลวงหนาไมนอยกวาสามวัน แตถาหัวหนาพรรคเห็นสมควรจะนัดเร็วกวานั้นก็ไดและการนัดประชุมใหทําเปนหนังสือหรืออาจนัดประชุมผานสื่ออิเล็กทรอนิกสก็ได เวนแตเมื่อประธานไดแจงใหทราบในที่ประชุมแลวการลงมติหากขอบังคับมิไดกําหนดไวเปนอยางอื่นใหกระทําโดยเปดเผย โดยใหผูเขาประชุมคนหนึ่งมีเสียงหนึ่ง และใหถือเอาตามคะแนนเสียงขางมากเปนประมาณ กรณีมีคะแนนเสียงเทากันใหประธานการประชุมออกเสียงอีกหนึ่งเสียงเปนเสียงชี้ขาดกรณีมีความจําเปนเรงดวน เพื่อประโยชนในการดําเนินกิจการทางการเมืองของพรรคประธานพรรคอาจเรียกประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรคก็ไดสวนที่ ๔การประชุมใหญสาขาพรรคขอ ๖๔ ใหหัวหนาสาขาพรรคจัดใหมีการประชุมใหญสาขาพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้งกอนการประชุมใหญสามัญประจําปของพรรค การประชุมนี้ใหถือวาเปนการประชุมใหญสามัญสาขาพรรคใหหัวหนาสาขาพรรคหรือเลขานุการสาขาพรรคโดยความเห็นชอบของหัวหนาสาขาพรรคมีหนังสือเชิญประชุมหรืออาจเชิญประชุมผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือสื่ออิเล็กทรอนิกสก็ไดโดยใหเชิญประชุมลวงหนาไมนอยกวาสามวันกอนวันประชุม เวนแตกรณีมีความจําเปนเรงดวนอาจเชิญประชุมลวงหนานอยกวาสามวันกอนวันประชุมก็ไดขอ ๖๕ ใหองคประชุมของการประชุมใหญสาขาพรรคประกอบดวยกรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการสาขาพรรคทั้งหมดที่มีอยู และสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัดซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรค รวมกันทั้งหมดไมนอยกวาหนึ่งรอยคนใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานการประชุม หากหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุมหรือมาแตไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดใหรองหัวหนาสาขาพรรคทําหนาที่เปนประธานการประชุมแทนหากไมมีรองหัวหนาสาขาพรรคหรือมีแตไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ใหกรรมการสาขาพรรคหนา ๘๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ เลือกกรรมการสาขาพรรคที่เขาประชุมคนหนึ่งเปนประธานการประชุม และใหเลขานุการสาขาพรรคเปนเลขานุการการประชุม หากเลขานุการสาขาพรรคไมมาประชุมหรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดใหรองเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่แทน หากไมมีรองเลขานุการสาขาพรรคหรือมีแตไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดใหกรรมการสาขาพรรคที่มาประชุมเลือกกรรมการสาขาพรรคคนหนึ่งเปนเลขานุการการประชุมการลงมติหากขอบังคับมิไดกําหนดไวเปนอยางอื่นใหกระทําโดยเปดเผย ใหสมาชิกคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งและใหถือเอาตามคะแนนเสียงขางมากเปนประมาณ กรณีมีคะแนนเสียงเทากันใหประธานการประชุมออกเสียงอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๖๖ การดําเนินกิจการดังตอไปนี้ ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญสาขาพรรค(๑) การเลือกตั้งหัวหนาสาขาพรรค รองหัวหนาสาขาพรรค เลขานุการสาขาพรรครองเลขานุการสาขาพรรค นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค เหรัญญิกสาขาพรรค และกรรมการสาขาพรรคอื่น(๒) การใหความเห็นชอบรายงานการเงินและการดําเนินกิจการของสาขาพรรคที่ไดดําเนินการไปในรอบปที่ผานมา(๓) กิจการที่เสนอโดยคณะกรรมการสาขาพรรค(๔) การลงคะแนนเลือกผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๕) กิจการอื่นตามที่กําหนดไวในกฎหมายหรือขอบังคับสวนที่ ๕การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคขอ ๖๗ ใหหัวหนาสาขาพรรคเรียกประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคตามความจําเปนและใหองคประชุมของคณะกรรมการสาขาพรรคประกอบดวยกรรมการสาขาพรรคจํานวนไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการสาขาพรรคทั้งหมดที่มีอยูใหหัวหนาสาขาพรรคหรือเลขานุการสาขาพรรคโดยความเห็นชอบของหัวหนาสาขาพรรคมีหนังสือเชิญประชุม หรืออาจเชิญประชุมผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือสื่ออิเล็กทรอนิกสก็ไดโดยใหเชิญประชุมลวงหนาไมนอยกวาสามวันกอนวันประชุม เวนแตกรณีมีความจําเปนเรงดวนอาจเชิญประชุมลวงหนานอยกวาสามวันกอนวันประชุมก็ไดใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานการประชุม และใหเลขานุการสาขาพรรคเปนเลขานุการการประชุมหนา ๘๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ การลงมติหากขอบังคับมิไดกําหนดไวเปนอยางอื่นใหกระทําโดยเปดเผย ใหกรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งและใหถือเอาตามคะแนนเสียงขางมากเปนประมาณ กรณีมีคะแนนเสียงเทากันใหประธานการประชุมออกเสียงอีกหนึ่งเสียงเปนเสียงชี้ขาดสวนที่ ๖การประชุมตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๖๘ อาจจัดใหมีการประชุมตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดอยางนอยปละหนึ่งครั้งกอนการประชุมใหญสามัญประจําปของพรรคก็ได การประชุมนี้ใหถือวาเปนการประชุมใหญสามัญตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดมีหนังสือเชิญประชุมหรืออาจเชิญประชุมผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือสื่ออิเล็กทรอนิกสก็ได โดยใหเชิญประชุมลวงหนาไมนอยกวาสามวันกอนการประชุมเวนแตกรณีมีความจําเปนเรงดวนอาจเชิญประชุมลวงหนานอยกวาสามวันกอนวันประชุมก็ไดขอ ๖๙ องคประชุมของการประชุมตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ประกอบดวยตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด และสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัดนั้น รวมกันทั้งหมดไมนอยกวาหาสิบคน ใหตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเปนประธานการประชุม และใหที่ประชุมเลือกสมาชิกคนหนึ่งเปนเลขานุการการประชุมการลงมติหากขอบังคับมิไดกําหนดไวเปนอยางอื่นใหกระทําโดยเปดเผย ใหสมาชิกคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งและใหถือเอาตามคะแนนเสียงขางมากเปนประมาณ กรณีมีคะแนนเสียงเทากันใหประธานการประชุมออกเสียงอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๗๐ การดําเนินกิจการดังตอไปนี้ ใหกระทําในที่ประชุมตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๑) การเลือกตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๒) การใหความเห็นชอบรายงานการเงินและการดําเนินกิจการของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่ไดดําเนินการไปในรอบปที่ผานมา(๓) กิจการที่เสนอโดยตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๔) การลงคะแนนเลือกผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๕) กิจการอื่นตามที่กําหนดไวในกฎหมาย หรือขอบังคับหนา ๘๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ หมวด ๔สมาชิกขอ ๗๑ สมาชิกตองเปนผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้ก. คุณสมบัติ(๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ในกรณีเปนผูมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติตองไดสัญชาติไทยมาแลวไมนอยกวาหาป(๒) มีอายุไมต่ํากวาสิบแปดปข. ลักษณะตองหาม(๑) ไมเปนบุคคลตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๙๘ (๑)(๒) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๑) (๑๔) (๑๖) (๑๗) หรือ (๑๘) ของรัฐธรรมนูญ(๒) ไมเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดใหจําคุกวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการหรือตอตําแหนงหนาที่ในการยุติธรรม หรือกระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยความผิดของพนักงานในองคการหรือหนวยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพยที่กระทําโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญาเวนแตการรอการลงโทษ(๓) ไมเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดใหจําคุกวากระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยการกูยืมเงินที่เปนการฉอโกงประชาชน กฎหมายวาดวยยาเสพติดในความผิดฐานเปนผูผลิตนําเขา สงออก หรือผูคา กฎหมายวาดวยการพนันในความผิดฐานเปนเจามือหรือเจาสํานัก กฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการคามนุษย หรือกฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน(๔) ไมเปนสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นหรือผูยื่นคําขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองอื่น ตามมาตรา ๑๑ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองพ.ศ. ๒๕๖๐ และที่แกไขเพิ่มเติม หรือผูแจงการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นตามมาตรา ๑๘ของกฎหมายฉบับเดียวกัน สวนที่ ๑การรับเขาเปนสมาชิกขอ ๗๒ ผูที่ประสงคจะสมัครเขาเปนสมาชิกใหยื่นใบสมัครเขาเปนสมาชิกตามแบบพิมพของพรรคพรอมดวยเอกสารประกอบที่ใชในการสมัครเขาเปนสมาชิกตอพรรค ณ สํานักงานใหญพรรคหรือสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด แลวแตกรณีหนา ๘๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๗๓ เอกสารและเอกสารประกอบที่ใชในการสมัครเขาเปนสมาชิกประกอบดวย(๑) ใบสมัครเขาเปนสมาชิก(๒) สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน(๓) สําเนาหนังสือสําคัญการแปลงสัญชาติ กรณีมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติมาแลวไมนอยกวาหาป หรือเอกสารอื่นใดที่ใชยืนยันแทนได(๔) สําเนาทะเบียนบาน(๕) หนังสือยืนยันการมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๒๔แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ ของผูสมัครเขาเปนสมาชิกขอ ๗๔ ใหนายทะเบียนสมาชิกพรรคมีหนาที่ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครเขาเปนสมาชิก กรณีที่นายทะเบียนสมาชิกพรรคเห็นวาใบสมัครเขาเปนสมาชิกและเอกสารประกอบที่ยื่นพรอมกับใบสมัครเขาเปนสมาชิกถูกตองครบถวนตามขอ ๗๓ ใหนายทะเบียนสมาชิกพรรคนํารายชื่อผูสมัครเขาเปนสมาชิกเสนอตอคณะกรรมการบริหารพรรค หรือหัวหนาพรรค หรือเลขาธิการพรรคแลวแตกรณีขอ ๗๕ ใหคณะกรรมการบริหารพรรคมีอํานาจรับหรือไมรับเขาเปนสมาชิกแกผูสมัครเขาเปนสมาชิกที่นายทะเบียนสมาชิกพรรคไดเสนอตามขอ ๗๔ เวนแตกรณีมีเหตุจําเปนเรงดวนหรือมีเหตุอันควรใหหัวหนาพรรคหรือเลขาธิการพรรคเปนผูพิจารณารับหรือไมรับเขาเปนสมาชิกแกผูสมัครเขาเปนสมาชิกนั้นแทนคณะกรรมการบริหารพรรคก็ได โดยใหถือวาการดําเนินการของหัวหนาพรรคหรือเลขาธิการพรรคเปนมติของคณะกรรมการบริหารพรรค และใหมติของคณะกรรมการบริหารพรรคหรือการดําเนินการของหัวหนาพรรคหรือเลขาธิการพรรค แลวแตกรณี ถือเปนที่สุดกรณีที่คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติ หรือหัวหนาพรรคหรือเลขาธิการพรรคดําเนินการแลวแตกรณี ไมรับเขาเปนสมาชิกพรรคแกผูสมัครเขาเปนสมาชิกผูใด ใหนายทะเบียนสมาชิกพรรคมีหนังสือแจงใหผูนั้นทราบขอ ๗๖ ใหนายทะเบียนสมาชิกพรรคจัดใหผูสมัครเขาเปนสมาชิกที่ผานการพิจารณารับเขาเปนสมาชิกตามขอ ๗๕ วรรคหนึ่งแลว ชําระคาบํารุงพรรคการเมืองตอเหรัญญิกพรรคตามอัตราที่กําหนดไวในขอ ๗๗ วรรคหนึ่ง และใหเหรัญญิกพรรคออกใบเสร็จรับเงินคาบํารุงพรรคการเมืองมอบใหแกผูนั้นไวเปนหลักฐาน หนา ๘๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ในการปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง และเพื่อประโยชนในการรับชําระคาบํารุงพรรคการเมืองของสมาชิกใหมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล หัวหนาพรรคอาจมอบหมายใหกรรมการบริหารพรรค หรือกรรมการสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด หรือสมาชิกผูใด แลวแตกรณี เปนผูรับชําระคาบํารุงพรรคการเมืองและออกใบเสร็จรับเงินคาบํารุงพรรคการเมือง พรอมทั้งจัดสงใบเสร็จรับเงินคาบํารุงพรรคการเมืองใหแกสมาชิกแทนเหรัญญิกพรรคก็ได โดยใหจัดสงสําเนาใบเสร็จรับเงินคาบํารุงพรรคการเมืองใหแกสํานักงานใหญพรรคเพื่อจัดเก็บไวเปนหลักฐานจํานวนหนึ่งฉบับ และใหจัดเก็บสําเนาใบเสร็จรับเงินคาบํารุงพรรคการเมืองอีกหนึ่งฉบับไวที่ที่ทําการสาขาพรรคหรือที่ที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดแลวแตกรณีสมาชิกภาพของสมาชิกเริ่มตั้งแตไดชําระคาบํารุงพรรคการเมืองตามจํานวนที่กําหนดในขอ ๗๗ แลวขอ ๗๗ ใหเรียกเก็บคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมืองจากสมาชิกแบบรายปในอัตราปละไมนอยกวาอัตราที่กฎหมายกําหนด หรือแบบตลอดชีพรายละไมนอยกวาอัตราที่กฎหมายกําหนดเพื่อประโยชนในการนับรอบระยะเวลาการชําระคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของสมาชิก ใหถือวารอบระยะเวลาการชําระคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของปที่สมาชิกไดชําระเปนครั้งแรกสิ้นสุดลงในวันสิ้นปปฏิทินของปเดียวกันนั้น และใหเริ่มตนนับรอบระยะเวลาการชําระคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของปถัดไปใหม โดยใหเริ่มตนนับตั้งแตวันที่หนึ่งมกราคมและสิ้นสุดลงในวันที่สามสิบเอ็ดธันวาคมของปเดียวกัน ทั้งนี้ สมาชิกอาจชําระคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของปถัดไปภายในกรอบระยะเวลาดังกลาวนี้เมื่อใดก็ไดขอ ๗๘ หามมิใหพรรคหรือผูใดให เสนอให หรือสัญญาวาจะใหเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดไมวาโดยทางตรงหรือโดยทางออมเพื่อจูงใจใหบุคคลหนึ่งบุคคลใดสมัครเขาเปนสมาชิก ทั้งนี้ เวนแตสิทธิหรือประโยชนซึ่งบุคคลจะพึงไดรับในฐานะที่เปนสมาชิกขอ ๗๙ หามมิใหผูใดเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดจากพรรคหรือจากผูใดเพื่อสมัครเขาเปนสมาชิก สวนที่ ๒การพนจากสมาชิกภาพขอ ๘๐ สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงเมื่อ(๑) ตาย หนา ๘๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๒) ลาออก(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามขอ ๗๑ เวนแตกรณีเปนภิกษุสามเณร นักพรต หรือนักบวช ที่เปนการบวชตามประเพณีนิยม แตในระหวางมีลักษณะตองหามดังกลาวจะใชสิทธิในฐานะสมาชิกมิได(๔) ไมชําระคาบํารุงพรรคการเมืองเปนเวลาสองปติดตอกัน(๕) พรรคมีมติใหออกเพราะกระทําผิดวินัยหรือจรรยาบรรณอยางรายแรงหรือมีเหตุรายแรงอื่น(๖) พรรคสิ้นสภาพความเปนพรรคการเมืองหรือยุบไป(๗) เปนสมาชิกของพรรคการเมืองในขณะเดียวกันเกินกวาหนึ่งพรรคการเมืองการลาออกตาม (๒) ใหถือวาสมบูรณเมื่อไดยื่นใบลาออกตอนายทะเบียนสมาชิกพรรคหรือนายทะเบียนพรรคการเมืองแลว เมื่อนายทะเบียนสมาชิกพรรคไดรับใบลาออกหรือไดรับแจงจากนายทะเบียนพรรคการเมืองถึงการลาออกของสมาชิก ใหดําเนินการบันทึกขอมูลการลาออกแลวแจงผลการดําเนินการใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่ไดรับแจงการสิ้นสุดของสมาชิกภาพตามวรรคหนึ่ง (๕) หากสมาชิกผูนั้นดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎรมติของพรรคตองเปนมติที่มีคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่ของที่ประชุมรวมของคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรค และในการลงมติใหลงคะแนนลับสวนที่ ๓การจัดทําทะเบียนสมาชิกขอ ๘๑ ใหนายทะเบียนสมาชิกพรรคจัดทําทะเบียนสมาชิกใหตรงตามความเปนจริงพรอมทั้งจัดเก็บเอกสารและเอกสารประกอบที่ใชในการสมัครเขาเปนสมาชิกไว และตองใหสมาชิกตรวจดูไดโดยสะดวก ณ สํานักงานใหญพรรค รวมทั้งประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวยเพื่อประโยชนในการตรวจสอบความถูกตองสวนที่ ๔การนําขอมูลเขาสูระบบฐานขอมูลพรรคหนา ๙๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๘๒ ใหนายทะเบียนสมาชิกพรรคนําขอมูลสมาชิกเขาสูระบบฐานขอมูลพรรคการเมืองของสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยผานระบบอิเล็กทรอนิกส ตามที่กฎหมายกําหนดและเก็บรักษาไวพรอมดวยใบสมัครเขาเปนสมาชิกและเอกสารประกอบ ณ สํานักงานใหญพรรคสวนที่ ๕การแจงจํานวนสมาชิกขอ ๘๓ ใหหัวหนาพรรคแจงรายละเอียดเกี่ยวกับสมาชิกใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบตามรายการ หลักเกณฑ วิธีการ และระยะเวลาที่นายทะเบียนพรรคการเมืองกําหนดสวนที่ ๖สิทธิและหนาที่ของสมาชิกขอ ๘๔ สมาชิกมีสิทธิ ดังตอไปนี้(๑) เขาประชุมในที่ประชุมใหญพรรค หรือที่ประชุมใหญสาขาพรรค หรือที่ประชุมตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด แลวแตกรณี ตามที่ไดรับเชิญ(๒) เสนอความคิดเห็น หรือขอเสนอแนะ หรือใหคําปรึกษาที่เปนประโยชนแกพรรค(๓) มีสวนรวมในการเลือกสมาชิกเปนผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๔) ไดรับเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๕) ไดรับการแตงตั้งเปนที่ปรึกษาพรรค ผูดํารงตําแหนงทางการเมือง คณะกรรมการคณะทํางาน คณะอนุกรรมการ และผูปฏิบัติงานของพรรค(๖) ไดรับการคัดเลือกใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๗) มีสิทธิอื่น ๆ ตามกฎหมายและขอบังคับรวมทั้งมติพรรคขอ ๘๕ สมาชิกมีหนาที่ ดังนี้(๑) ชําระคาบํารุงพรรคการเมือง(๒) ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรค ขอบังคับ และมติพรรครวมทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้งและนายทะเบียนพรรคการเมืองที่เกี่ยวของ หนา ๙๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๓) มีบทบาทและสวนรวมในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคเพื่อประโยชนในการสรางความเขมแข็งใหแกพรรค(๔) ดํารงรักษาไวซึ่งเกียรติยศ ชื่อเสียง และศักดิ์ศรีของพรรค รวมทั้งประพฤติตนใหอยูภายในกรอบแหงมาตรฐานทางจริยธรรมของคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกโดยเครงครัดสวนที่ ๗ความรับผิดชอบของสมาชิกตอพรรคขอ ๘๖ ความรับผิดชอบของสมาชิกตอพรรค มีดังนี้(๑) เปนผูเสียสละอุทิศตนดวยการเขามีบทบาทและสวนรวมในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรค รวมทั้งการสรรหาและเชิญชวนผูที่มีอุดมการณทางการเมืองในแนวทางเดียวกันกับอุดมการณทางการเมืองของพรรคสมัครเขาเปนสมาชิก(๒) เปนผูมีบทบาทและสวนรวมในการรณรงคหาเสียงใหแกพรรคและผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรคเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาใหมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๓) เปนผูมีบทบาทและสวนรวมในการบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคตามความพรอมของตนในโอกาสอันควรสวนที่ ๘ความรับผิดชอบของพรรคตอสมาชิกขอ ๘๗ ความรับผิดชอบของพรรคตอสมาชิก มีดังนี้(๑) พรรคจะดําเนินการทางการเมืองอยางเขมแข็งจริงจังและตอเนื่อง เพื่อกาวสูความเปนสถาบันทางการเมืองที่เขมแข็งและมั่นคง(๒) สนับสนุนสงเสริมใหสมาชิกไดมีบทบาทและสวนรวมอยางกวางขวางในการดําเนินกิจกรรมทางเมืองของพรรค(๓) สนับสนุนสงเสริมใหสมาชิกซึ่งมีความรู ความสามารถ ความซื่อสัตยสุจริตความเหมาะสมและมีคุณธรรมจริยธรรม ไดสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือไดรับการแตงตั้งใหเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมือง หรือตําแหนงอื่นของพรรคหนา ๙๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ หมวด ๕มาตรฐานทางจริยธรรมของกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกขอ ๘๘ กรรมการบริหารพรรคและสมาชิกตองมีมาตรฐานทางจริยธรรม ดังนี้ก. มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนอุดมการณ(๑) ตองยึดมั่นและธํารงไวซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย(๒) ตองพิทักษรักษาไวซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย เอกราช อธิปไตยบูรณภาพแหงอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชนของชาติความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบรอยของประชาชน(๓) ตองถือผลประโยชนของประเทศชาติเหนือกวาประโยชนสวนตน(๔) ตองปฏิบัติหนาที่ดวยความซื่อสัตยสุจริต ไมแสวงหาประโยชนโดยมิชอบเพื่อตนเองหรือผูอื่นหรือมีพฤติการณที่รูเห็นหรือยินยอมใหผูอื่นใชตําแหนงหนาที่ของตนแสวงหาประโยชนโดยมิชอบ (๕) ตองไมขอ ไมเรียก ไมรับ หรือยอมจะรับทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดในประการที่อาจจะทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่(๖) ตองไมรับของขวัญของกํานัล ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด เวนแตเปนการรับจากการใหโดยธรรมจรรยา และการรับที่มีบทบัญญัติแหงกฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับใหรับไดข. มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนคานิยมหลัก(๑) ไมกระทําการอันเปนการขัดกันระหวางประโยชนสวนตนกับประโยชนสวนรวมทั้งนี้ ไมวาโดยทางตรงหรือทางออม(๒) ยึดมั่นหลักนิติธรรม และประพฤติตนอยูในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชน(๓) ปฏิบัติหนาที่ดวยความยุติธรรม เปนอิสระ เปนกลาง และปราศจากอคติโดยไมหวั่นไหวตออิทธิพล กระแสสังคม หรือแรงกดดันอันมิชอบดวยกฎหมาย โดยคํานึงถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมแหงสถานภาพหนา ๙๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๔) รักษาไวซึ่งความลับในการประชุม การพิจารณาวินิจฉัย รวมทั้งเคารพตอมติของที่ประชุมฝายขางมาก และเหตุผลของทุกฝายอยางเครงครัด(๕) ใหขอมูลขาวสารตามขอเท็จจริงแกประชาชนหรือสื่อมวลชนอันอยูในความรับผิดชอบของตนถูกตองครบถวนและไมบิดเบือน(๖) ไมใหคําปรึกษาแกบุคคลภายนอก หรือแสดงความคิดเห็น หรือขอมูลตอสื่อสาธารณะหรือสาธารณชนในเรื่องที่อยูในระหวางการพิจารณา อันอาจกอใหเกิดความเสียหายหรือเสียความเปนธรรมแกการปฏิบัติหนาที่ เวนแตเปนการปฏิบัติหนาที่ตามกฎหมายขององคกร(๗) ไมกระทําการใดที่กอใหเกิดความเสื่อมเสียตอเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหนง(๘) ไมปลอยปละละเลยหรือยินยอมใหบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลที่อยูในกํากับดูแลหรือความรับผิดชอบของตน เรียก รับหรือยอมจะรับทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดจากคูกรณีหรือจากบุคคลอื่นใดในประการที่อาจทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่ของตน(๙) ไมคบหาสมาคมกับคูกรณี ผูประพฤติผิดกฎหมาย ผูมีอิทธิพลหรือผูมีความประพฤติหรือผูมีชื่อเสียงในทางเสื่อมเสีย อันอาจกระทบกระเทือนตอความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหนาที่(๑๐) ไมกระทําการอันมีลักษณะเปนการลวงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ จนเปนเหตุทําใหผูถูกกระทําไดรับความเดือดรอนเสียหายหรือกระทบตอการปฏิบัติหนาที่ โดยผูถูกกระทําอยูในภาวะจําตองยอมในการกระทํานั้นไมนําความสัมพันธทางเพศที่ตนมีตอบุคคลใดมาเปนเหตุหรือมีอิทธิพลครอบงําใหใชดุลพินิจในการปฏิบัติหนาที่อันเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใดค. จริยธรรมทั่วไป(๑) ปฏิบัติหนาที่อยางเต็มกําลังความสามารถ และยึดมั่นในความถูกตองชอบธรรมโปรงใสและตรวจสอบได และปฏิบัติตามกฎมาย โดยคํานึงถึงผลประโยชนของชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม (๒) ปฏิบัติตอประชาชนดวยความเต็มใจ ใหบริการดวยความรวดเร็วเสมอภาค ถูกตองโปรงใส ปราศจากอคติ และเคารพศักดิ์ศรีความเปนมนุษยหนา ๙๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๓) ดูแลรักษาและใชทรัพยสินของพรรคอยางประหยัด คุมคา โดยระมัดระวังมิใหเสียหายหรือสิ้นเปลืองโดยไมจําเปน(๔) รักษาความลับของพรรค และระเบียบแบบแผนของพรรค(๕) ปฏิบัติ กํากับดูแลหรือบังคับบัญชาเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลการงบประมาณ และการดําเนินการอื่น ใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ และระบบคุณธรรมรวมทั้งสงเสริมและสนับสนุนใหเกิดความสามัคคี ในการปฏิบัติหนาที่เพื่อประโยชนสวนรวมง. การฝาฝนและไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม(๑) การฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนอุดมการณใหถือวามีลักษณะรายแรงการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนคานิยมหลักและจริยธรรมทั่วไปจะถือวามีลักษณะรายแรงหรือไม ใหพิจารณาถึงพฤติกรรมของการฝาฝนหรือไมปฏิบัติ เจตนาและความรายแรงของความเสียหายที่เกิดจากการฝาฝนหรือไมปฏิบัติ นั้น(๒) การดําเนินการแกกรรมการบริหารพรรคหรือสมาชิก วากระทําการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมนี้ ใหเปนไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระเบียบหรือขอบังคับวาดวยการนั้น หมวด ๖การสงผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๘๙ พรรคจะสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งในจังหวัดใด ตองมีสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในจังหวัดนั้นการสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใดใหพรรคสงผูสมัครรับเลือกตั้งจากผูซึ่งไดรับเลือกจากสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่มีเขตพื้นที่รับผิดชอบในจังหวัดนั้นเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง เวนแตกฎหมายวาดวยพรรคการเมืองหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวของจะกําหนดไวเปนอยางอื่น ก็ใหดําเนินการใหเปนไปตามกฎหมายนั้นกรณีที่เปนการสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้ง สําหรับการเลือกตั้งแทนการเลือกตั้งที่เปนโมฆะ หรือการเลือกตั้งใหมในกรณีที่ไมมีผูใดไดรับเลือกตั้ง หรือกรณีผูสมัครหนา ๙๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามที่บัญญัติไวในรัฐธรรมนูญ หรือผูสมัครปฏิเสธการลงสมัครหรือผูสมัครตายกอนปดการรับสมัครรับเลือกตั้ง ใหคณะกรรมการบริหารพรรคมีอํานาจเลือกสมาชิกผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามของการเปนผูมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรตามที่บัญญัติไวในรัฐธรรมนูญ และเปนผูมีความรู ความสามารถ ประสบการณ ความซื่อสัตยสุจริตความเหมาะสม และมีคุณธรรมจริยธรรมเปนผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๙๐ การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ใหพรรคจัดทําบัญชีรายชื่อเพื่อสงใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด โดยใหคํานึงถึงผูสมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิงดวย หรือตามอัตราสวนขั้นต่ําของผูสมัครซึ่งเปนชายและหญิงที่พรรคการเมืองจะตองสงลงสมัครรับเลือกตั้งตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด ในกรณีที่พรรคไมอาจสงผูสมัครตามอัตราสวนดังกลาวนี้ได ใหแจงเหตุผลใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปกอนวันเลือกตั้ง สวนที่ ๑คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๙๑ กรณีตองสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง ใหพรรคจัดใหมีคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งจํานวนสิบสองคนซึ่งประกอบดวยกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมเกินหกคน หัวหนาสาขาพรรคจํานวนสี่สาขาซึ่งมาจากภาคตางกัน และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดจํานวนสองคนในการเลือกกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งใหกระทําโดยที่ประชุมใหญพรรคใหหัวหนาสาขาพรรคของสาขาพรรคที่ไดรับการจัดตั้งขึ้นเปนอันดับแรกของแตละภาคเปนกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งโดยตําแหนง กรณีหัวหนาสาขาพรรคของสาขาพรรคลําดับตนของแตละภาค มีอันตองสิ้นสภาพไปไมวาดวยเหตุใด ใหหัวหนาสาขาพรรคของสาขาพรรคที่จัดตั้งขึ้นในลําดับถัดมาตามลําดับ แลวแตกรณี เปนกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งโดยตําแหนง เวนแตที่ประชุมใหญพรรคมีมติเปลี่ยนแปลงเปนอยางอื่นกรณีมีจํานวนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดหนึ่งคน ใหองคประกอบของคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งมีจํานวนสิบคน โดยประกอบดวยกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมเกินหาคนหัวหนาสาขาพรรคจํานวนสี่สาขาซึ่งมาจากภาคตางกัน และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดจํานวนหนึ่งคนหนา ๙๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ การลงมติเลือกกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง ทั้งจากกรรมการบริหารพรรค หัวหนาสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ใหกระทําโดยการลงคะแนนลับ โดยใหสมาชิกคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งและใหถือเอาตามคะแนนเสียงขางมากเปนประมาณ กรณีมีคะแนนเสียงเทากันใหใชวิธีการจับฉลากกรณีกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งผูใด มีอันตองสิ้นสภาพลงจากการเปนกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งไมวาดวยเหตุใด กอนการเลือกตั้งทั่วไป ใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งมีจํานวนเทากับจํานวนของกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งเทาที่เหลืออยูขอ ๙๒ คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ ใหไดผูซึ่งมีความรู ความสามารถ ความซื่อสัตยสุจริตความเหมาะสมและมีคุณธรรมจริยธรรมตามมาตรฐานทางจริยธรรมที่กําหนดไวในขอ ๘๘ และตามที่กําหนดไวในขอ ๙๕ (๒) ดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อของพรรค ใหเปนไปตามขอ ๙๕ขอ ๙๓ เพื่อประโยชนในการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อของพรรค พรรคจะดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งไวเปนการลวงหนากอนวันประกาศพระราชกฤษฎีกาใหมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรก็ไดสวนที่ ๒การประชุมคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๙๔ องคประชุมของคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง ประกอบดวยกรรมการสรรหาที่มาจากกรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการสรรหาที่มาจากกรรมการบริหารพรรคกรรมการสรรหาที่มาจากหัวหนาสาขาพรรคจํานวนไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการสรรหาที่มาจากหัวหนาสาขาพรรค และกรรมการสรรหาที่มาจากตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดจํานวนไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการสรรหาที่มาจากตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งเลือกกรรมการที่มาจากกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งเปนประธานคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง และเลือกกรรมการอีกคนหนึ่งเปนเลขานุการคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง หนา ๙๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ในการเรียกประชุมคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง ใหประธานมีหนังสือเชิญประชุมหรืออาจเชิญประชุมผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือสื่ออิเล็กทรอนิกสก็ได โดยเชิญประชุมลวงหนาไมนอยกวาสามวันกอนวันประชุม เวนแตกรณีมีความจําเปนเรงดวนอาจเชิญประชุมลวงหนานอยกวาสามวันกอนวันประชุมก็ได การลงมติหากขอบังคับมิไดกําหนดไวเปนอยางอื่นใหกระทําโดยเปดเผยใหกรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งและใหถือเอาตามคะแนนเสียงขางมากเปนประมาณ กรณีมีคะแนนเสียงเทากันใหประธานการประชุมออกเสียงอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดสวนที่ ๓การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๙๕ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อใหดําเนินการตามหลักเกณฑและวิธีการที่บัญญัติไวในกฎหมายวาดวยพรรคการเมืองหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวของเพื่อประโยชนในการสงเสริมการมีสวนรวมของสมาชิก ในกรณีที่สมาชิกผูใดมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดที่ยังมิไดมีการจัดตั้งสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ใหถือวาสมาชิกผูนั้นเปนสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดของสาขาพรรคหรือของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่มีเขตจังหวัดใกลเคียงตามที่พรรคประกาศกําหนดขอ ๙๖ ใหเปนหนาที่ของหัวหนาพรรคและกรรมการบริหารพรรคที่จะตองดําเนินการใหเปนไปตามขอ ๙๕กรณีที่กฎหมายวาดวยพรรคการเมืองหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวของกําหนดใหการดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อไวเปนอยางอื่นก็ใหดําเนินการใหเปนไปตามกฎหมายนั้นขอ ๙๗ ในการดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งทั้งแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อหามมิใหสมาชิกหรือผูใดกระทําการอยางหนึ่งอยางใดเพื่อจูงใจใหสมาชิกลงคะแนนใหแกตนเองหรือผูอื่นหรือใหงดเวนการลงคะแนนใหแกผูใดดวยวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ให เสนอให สัญญาวาจะให หรือจัดเตรียมเพื่อจะใหเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดอันอาจคํานวณเปนเงินไดไมวาโดยทางตรงหรือโดยทางออมแกผูใด(๒) หลอกลวง บังคับ ขูเข็ญ ใชอิทธิพลคุกคาม ใสรายดวยความเท็จ หรือจูงใจใหเขาใจผิดในคะแนนนิยมของผูใด หรือไมใหไปประชุมหรือลงคะแนนหนา ๙๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๙๘ หามมิใหพรรคหรือสมาชิกหรือผูใดเรียก รับ หรือยอมจะรับ หรือใหหรือสัญญาวาจะใหเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใด เพื่อใหสมาชิกผูใดลงสมัครหรือไมลงสมัครรับเลือกหรือเพื่อใหเสนอชื่อสมาชิกผูใดเขารับการเลือกในการสรรหาตามขอ ๙๕ขอ ๙๙ หามมิใหตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด หัวหนาสาขาพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคผูใดยินยอมใหบุคคลใดที่มิไดเปนสมาชิกของพรรค เขาแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมหรือออกเสียงลงคะแนนในการดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งตามขอ ๙๕ขอ ๑๐๐ ใหหัวหนาพรรคออกหนังสือรับรองการสงผูไดรับการสรรหาตามขอ ๙๕หรือสงบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อตามขอ ๙๕ ใหแกคณะกรรมการการเลือกตั้งกอนปดการรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งหมวด ๗การคัดเลือกบุคคลเพื่อเสนอใหไดรับการแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีขอ ๑๐๑ กรณีที่มีการเลือกตั้งทั่วไป ใหพรรคประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไปเพื่อเชิญชวนใหกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดและสมาชิก เสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรจะเสนอใหไดรับการพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีตอคณะกรรมการบริหารพรรคภายในระยะเวลาที่กําหนด แลวใหคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณามีมติคัดเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๑๖๐ แหงรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และเปนผูมีความรู ความสามารถ ประสบการณความซื่อสัตยสุจริต ความเหมาะสม และมีคุณธรรมจริยธรรมจากรายชื่อบุคคลที่กรรมการบริหารพรรคหรือกรรมการสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดหรือสมาชิกเสนอมานั้น เพื่อเสนอใหสภาผูแทนราษฎรพิจารณาใหความเห็นชอบแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีจํานวนไมเกินสามคนแลวแจงรายชื่อบุคคลดังกลาวตอคณะกรรมการการเลือกตั้งกอนปดการรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งพรรคจะไมเสนอรายชื่อบุคคลตามวรรคหนึ่งก็ไดในการคัดเลือกบุคคลดํารงตําแหนงทางการเมือง ใหนําความตามวรรคหนึ่งมาบังคับใชโดยอนุโลม หนา ๙๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ หมวด ๘การบริหารการเงินและทรัพยสินและการจัดทําบัญชีของพรรค สาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสวนที่ ๑การบริหารการเงินและทรัพยสินและการจัดทําบัญชีของพรรคขอ ๑๐๒ ใหพรรคจัดใหมีบัญชีของพรรคประกอบดวย(๑) บัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับและแสดงคาใชจายหรือรายจาย(๒) บัญชีแสดงรายรับจากการบริจาค(๓) บัญชีแยกประเภท(๔) บัญชีแสดงสินทรัพยและหนี้สินการลงรายการบัญชีตามวรรคหนึ่งตองมีรายการและเอกสารประกอบการลงบัญชีที่ถูกตองครบถวนและตองจัดทําภายในระยะเวลา ดังนี้(ก) การลงบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับและแสดงคาใชจายหรือรายจายและบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาค ตองลงรายการใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตรายการนั้นเกิดขึ้น(ข) บัญชีแยกประเภทและบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินตองลงรายการใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันสิ้นเดือนของเดือนที่รายการนั้นเกิดขึ้นขอ ๑๐๓ พรรคตองปดบัญชีครั้งแรกภายในวันสิ้นปปฏิทินที่ไดรับการจดทะเบียนจัดตั้งและครั้งตอไปเปนประจําทุกปในวันสิ้นปปฏิทินการปดบัญชีใหจัดทํางบการเงินซึ่งอยางนอยตองประกอบดวยงบแสดงฐานะทางการเงินและงบรายไดและคาใชจายของพรรคการเมืองงบแสดงฐานะทางการเงินตองแสดงรายการสินทรัพย หนี้สิน และทุนของพรรคทั้งตองแสดงที่มาของรายได ตามขอ ๑๐๗ และคาใชจายในการดําเนินการของพรรคไวโดยชัดเจน โดยเฉพาะคาใชจายในการเลือกตั้ง และรายการอื่นตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดงบการเงินของพรรคตองจัดใหมีผูสอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและรับรองการสอบบัญชีหนา ๑๐๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๑๐๔ ใหหัวหนาพรรคเสนองบการเงินที่ผูสอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและรับรองแลวตอที่ประชุมใหญพรรคเพื่ออนุมัติภายในเดือนเมษายนของทุกปงบการเงินซึ่งที่ประชุมใหญพรรคอนุมัติแลวใหหัวหนาพรรครับรองความถูกตองรวมกับเหรัญญิกพรรคและสงใหแกนายทะเบียนพรรคการเมืองภายในสามสิบวันนับแตวันที่ที่ประชุมใหญพรรคอนุมัติพรอมทั้งบัญชีตามขอ ๑๐๒ สวนที่ ๒การบริหารการเงินและทรัพยสินและการจัดทําบัญชีของสาขาพรรคขอ ๑๐๕ ใหหัวหนาสาขาพรรคจัดใหมีบัญชีรายรับรายจายเงินของสาขาพรรคที่สาขาพรรคไดรับหรือจาย โดยบันทึกบัญชีใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันที่รายการนั้นเกิดขึ้น การลงรายการบัญชีตองมีเอกสารประกอบการลงบัญชีที่ถูกตองครบถวน และสรุปรายงานใหพรรคทราบเปนประจําทุกสิ้นเดือนและปดประกาศไว ณ ที่ทําการสาขาพรรค ใหสมาชิกตรวจสอบไดโดยสะดวกสวนที่ ๓การบริหารการเงินและทรัพยสินและการจัดทําบัญชีของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๑๐๖ ใหตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดจัดใหมีบัญชีรายรับรายจายเงินที่ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับหรือจาย โดยบันทึกบัญชีใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันที่รายการนั้นเกิดขึ้น การลงรายการบัญชีตองมีเอกสารประกอบการลงบัญชีที่ถูกตองครบถวนและสรุปรายงานใหพรรคทราบเปนประจําทุกสิ้นเดือน และปดประกาศไว ณ ที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ใหสมาชิกตรวจสอบไดโดยสะดวกหมวด ๙รายไดของพรรคขอ ๑๐๗ พรรคอาจมีรายได ดังตอไปนี้(๑) เงินทุนประเดิมของพรรค(๒) เงินคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมืองตามที่กําหนดไวในขอบังคับขอ ๗๗(๓) เงินที่ไดจากการจําหนายสินคาหรือบริการของพรรค(๔) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดที่ไดจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคหนา ๑๐๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๕) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดที่ไดจากการรับบริจาค(๖) เงินอุดหนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง(๗) ดอกผลและรายไดที่เกิดจากเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดของพรรคการไดมาซึ่งรายไดตาม (๒) (๓) (๔) และ (๕) ตองมีใบเสร็จรับเงิน หรือหลักฐานการไดมาซึ่งรายไดนั้นเปนหนังสือ ทั้งนี้ ตามแบบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดการจําหนายสินคาหรือบริการตาม (๓) และการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคตาม (๔)ตองเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดรายไดของพรรคจะนําไปใชเพื่อการอื่นใด นอกจากการดําเนินงานของพรรคมิไดสวนที่ ๑การจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคขอ ๑๐๘ การหารายไดจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคตองกระทําโดยเปดเผยและแสดงวัตถุประสงควาเปนการระดมทุนของพรรคอยางชัดเจนขอ ๑๐๙ ภายในสามสิบวันนับแตวันที่จัดกิจกรรมระดมทุนสิ้นสุดลง ใหหัวหนาพรรคจัดทํารายละเอียดเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมระดมทุน และประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปถึงจํานวนและที่มาของเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดที่ไดรับจากการจัดกิจกรรมระดมทุน พรอมทั้งมีหนังสือแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบดวยประกาศและหนังสือแจงนายทะเบียนพรรคการเมืองตามวรรคหนึ่ง ใหระบุชื่อบุคคลผูสนับสนุนเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดที่มีมูลคาหนึ่งแสนบาทขึ้นไปดวยเมื่อพรรคดําเนินการจัดกิจกรรมระดมทุนใหออกใบเสร็จรับเงินใหแกผูสนับสนุนเงิน รวมทั้งใหบันทึกบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับและนําไปแสดงในงบการเงินประจําปของพรรคใหครบถวนและถูกตองตามที่กฎหมายกําหนด สวนที่ ๒การรับบริจาคของพรรคขอ ๑๑๐ ใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรค เปดบัญชีกับธนาคารพาณิชยโดยระบุชื่อเจาของบัญชีในนามของพรรค และใหหัวหนาพรรคแจงหมายเลขบัญชีของบัญชีเงินฝากและจํานวนเงินที่เปดบัญชีของทุกบัญชีใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในเจ็ดวันนับแตวันที่เปดบัญชีดังกลาวหนา ๑๐๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ กรณีการรับบริจาคเปนเงินสดใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคนําเงินฝากไวในบัญชีธนาคารพาณิชยตามวรรคหนึ่งภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาค หากการรับบริจาคเปนตั๋วแลกเงินหรือเช็คจะตองไมถูกปฏิเสธการจายเงิน จึงจะถือไดวาเปนการบริจาคแกพรรคขอ ๑๑๑ หามมิใหพรรครับบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดจากบุคคลใดที่มีมูลคาเกินสิบลานบาทตอบุคคลตอป และในกรณีที่บุคคลนั้นเปนนิติบุคคล การบริจาคเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคเพียงพรรคเดียวหรือพรรคการเมืองอื่นดวยที่มีมูลคารวมกันเกินปละหาลานบาทตองแจงใหที่ประชุมใหญผูถือหุนทราบในการประชุมใหญคราวตอไปหลังจากบริจาคแลวขอ ๑๑๒ หัวหนาพรรค กรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด หรือสมาชิกผูใดไดรับบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดโดยผูบริจาคประสงคจะบริจาคใหเพื่อประโยชนในการดําเนินกิจกรรมของพรรค ใหผูรับบริจาคจัดทําบันทึกการรับบริจาคใหแลวเสร็จภายในสามวันนับแตวันที่ไดรับบริจาค และใหจัดสงบันทึกการรับบริจาคพรอมเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาค เวนแตทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดที่ไดรับบริจาคนั้นมิอาจนําสงแกพรรคได ใหผูรับบริจาคแจงรายละเอียดเกี่ยวกับการรับบริจาคนั้นใหพรรคทราบเมื่อพรรคไดรับหลักฐานตามวรรคหนึ่งแลวใหออกใบเสร็จรับเงิน หรือหลักฐานการรับบริจาคทรัพยสินและประโยชนอื่นใด แลวแตกรณี ภายในวันที่ไดรับบริจาค แลวจัดสงใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการรับบริจาคทรัพยสินและประโยชนอื่นใดใหแกผูบริจาคภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ออกหลักฐานนั้นรวมทั้งใหพรรคบันทึกการรับบริจาคไวในบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาคของพรรคใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันที่เกิดรายการ โดยอยางนอยตองมีรายการตามที่กําหนดไวในขอ ๔๖ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๓กิจกรรมของพรรคตามวรรคหนึ่ง หมายความรวมถึงการดําเนินงานทางการเมืองของพรรคสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด สมาชิก หรือผูสมัครรับเลือกตั้งดวยขอ ๑๑๓ ภายใตบังคับมาตรา ๖๖ และมาตรา ๖๘ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ นับแตวันที่พระราชกฤษฎีกาใหมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรประกาศใชบังคับแลวจนถึงวันเลือกตั้ง ผูสมัครรับเลือกตั้งผูใดไดรับบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดหนา ๑๐๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ที่มีมูลคารวมกันแลวเกินหนึ่งหมื่นบาทตอวัน โดยผูบริจาคประสงคจะบริจาคใหเพื่อประโยชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของผูสมัครรับเลือกตั้งผูนั้นหรือของพรรคหรือเพื่อใชในการเลือกตั้งผูสมัครรับเลือกตั้งผูนั้นตองจัดทําบันทึกการรับบริจาค และใหจัดสงบันทึกการรับบริจาคพรอมเงินทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคภายในสามวันนับแตวันที่ไดรับบริจาค และใหหัวหนาพรรคแจงใหคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาคถาสิ่งของที่ไดรับบริจาคตามวรรคหนึ่งไมอาจนําสงพรรคไดหรือเปนของสดเสียไดใหผูสมัครรับเลือกตั้งผูนั้นแจงใหพรรคทราบเพื่อบันทึกมูลคาของสิ่งนั้นไวเปนคาใชจายในการหาเสียงเลือกตั้งของผูสมัครนั้นในกรณีที่ผูสมัครรับเลือกตั้งผูใดมีเหตุสงสัยวาเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดที่ตนไดรับเปนไปเพื่อประโยชนในการดําเนินกิจกรรมของพรรคหรือเพื่อใชในการเลือกตั้งตามวรรคหนึ่งหรือเปนสิ่งของตามวรรคสองหรือไม ใหสงเรื่องใหคณะกรรมการการเลือกตั้งวินิจฉัยขอ ๑๑๔ ใหพรรคประกาศรายชื่อผูบริจาคเงิน รายการทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดที่ไดรับบริจาคที่มีมูลคาไมนอยกวาหาพันบาท ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด พรอมทั้งวัตถุประสงคของการบริจาค เพื่อใหประชาชนทราบเปนประจําทุกสิ้นเดือน แลวแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่ประกาศการตีราคาทรัพยสิน หรือการประเมินมูลคาประโยชนอื่นใดที่ไดรับบริจาคใหคํานวณราคาทรัพยสินอัตราคาเชา คาตอบแทนหรือคาของสิทธิที่รับตามปกติทางการคาในทองถิ่นนั้นขอ ๑๑๕ หามมิใหพรรคและผูดํารงตําแหนงในพรรครับบริจาคเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดโดยรูหรือควรจะรูวาไดมาโดยไมชอบดวยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยวามีแหลงที่มาโดยไมชอบดวยกฎหมายขอ ๑๑๖ หามมิใหขาราชการการเมืองของพรรคใชสถานะหรือตําแหนงหนาที่เรี่ยไรหรือชักชวนใหมีการบริจาคใหพรรคหรือผูสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร แตไมรวมถึงการที่ขาราชการการเมืองผูนั้นเขารวมกิจกรรมตามขอ ๑๐๘ โดยมิไดกระทําหรือมีสวนกระทําการอันเปนการตองหามนั้นขอ ๑๑๗ หามมิใหพรรคหรือสมาชิกรับบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดจาก(๑) บุคคลผูไมมีสัญชาติไทย(๒) นิติบุคคลตามกฎหมายตางประเทศที่ประกอบธุรกิจหรือกิจการหรือจดทะเบียนสาขาอยูในหรือนอกราชอาณาจักร หนา ๑๐๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๓) นิติบุคคลที่จดทะเบียนในราชอาณาจักรโดยมีบุคคลผูไมมีสัญชาติไทยมีทุนหรือเปนผูถือหุนเกินกวารอยละสี่สิบเกา ในกรณีที่เปนบริษัทมหาชนจํากัดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย ใหพิจารณาตามที่ปรากฏในทะเบียนผูถือหุนของบริษัทดังกลาว หุนที่ไมปรากฏชื่อผูถือหรือถือโดยตัวแทนของบุคคลที่ไมเปดเผยชื่อ ใหถือวาเปนหุนที่ถือโดยผูไมมีสัญชาติไทย(๔) คณะบุคคลหรือนิติบุคคลที่ไดรับทุนหรือไดรับเงินอุดหนุนจากตางประเทศซึ่งมีวัตถุประสงคดําเนินกิจการเพื่อประโยชนของบุคคลผูไมมีสัญชาติไทย หรือซึ่งมีผูจัดการหรือกรรมการเปนบุคคลผูไมมีสัญชาติไทย(๕) บุคคล คณะบุคคล หรือนิติบุคคลที่ไดรับบริจาคเพื่อดําเนินกิจการของพรรคการเมืองหรือเพื่อดําเนินกิจกรรมทางการเมืองจากบุคคล คณะบุคคล หรือนิติบุคคลตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔)(๖) บุคคล คณะบุคคล หรือนิติบุคคลที่มีลักษณะทํานองเดียวกันกับ (๑) (๒)(๓) (๔) หรือ (๕) ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดความในวรรคหนึ่งไมใชบังคับกับกรณีสมาชิกรับบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดดังกลาวที่มิใชเพื่อดําเนินกิจกรรมทางการเมืองขอ ๑๑๘ หามมิใหพรรครับบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดจากหนวยงานของรัฐรัฐวิสาหกิจ และหนวยงานอื่นใดของรัฐหรือกิจการที่รัฐถือหุนใหญ หรือยินยอมใหเขารวมกิจกรรมกับพรรคตามขอ ๑๐๘กิจการที่รัฐถือหุนใหญตามวรรคหนึ่งใหหมายถึงกิจการที่รัฐเปนหุนสวนหรือถือหุนอยูเปนจํานวนมากที่สุดในบรรดาผูถือหุนสวนหรือผูถือหุนรายอื่น ๆ หรือมีจํานวนถึงหนึ่งในสามของหุนสวนหรือหุนทั้งหมดของนิติบุคคลนั้น หมวด ๑๐การดําเนินการทางวินัยแกสมาชิกขอ ๑๑๙ กรณีมีการกลาวหาสมาชิกผูใดวาไดกระทําหรือละเวนการกระทําในลักษณะที่เปนการกอใหเกิดความเสียหายตอพรรคที่ควรแกการไดรับโทษ ตองทําเปนหนังสือถึงหัวหนาพรรคโดยมีสมาชิกไมนอยกวายี่สิบคนลงลายมือชื่อ หนา ๑๐๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๑๒๐ เมื่อไดรับหนังสือตามขอ ๑๒๐ แลว ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรคและหรือสมาชิกจํานวนไมนอยกวาสามคนแตไมเกินหาคนเปนคณะกรรมการสอบสวน เพื่อใหมีอํานาจหนาที่ในการสืบสวนสอบสวนขอเท็จจริงเกี่ยวกับขอกลาวหานั้น หากสอบสวนแลวเห็นวาการกลาวหาไมมีมูลใหหัวหนาพรรคมีอํานาจยกขอกลาวหานั้นเสียได แตหากสอบสวนแลวเห็นวามีมูลก็ใหเสนอขอกลาวหานั้นพรอมทั้งรายงานการสอบสวนตอหัวหนาพรรคเพื่อ(๑) พิจารณาชี้ขาด หรือ(๒) แตงตั้งกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมนอยกวาสามคนแตไมเกินหาคนเปนคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยแกผูถูกกลาวหาตอไป ภายในระยะเวลาที่กําหนดขอ ๑๒๑ ในการพิจารณาขอกลาวหาของสมาชิกตองใหผูถูกกลาวหามีโอกาสแกขอกลาวหาตลอดจนแสดงหลักฐานฝายตนภายในสิบหาวันนับแตวันที่ไดรับแจงขอกลาวหาดวยขอ ๑๒๒ เมื่อการดําเนินการของคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยสิ้นสุดลงใหเสนอรายงานการสอบสวนนั้นพรอมทั้งทําความเห็นเสนอตอหัวหนาพรรค และใหหัวหนาพรรคมีอํานาจสั่งการอยางหนึ่งอยางใด ดังตอไปนี้(๑) ใหระงับเรื่องกลาวหา(๒) ยกขอกลาวหา(๓) ตําหนิสมาชิกผูถูกกลาวหา(๔) ภาคทัณฑสมาชิกผูถูกกลาวหาในกรณีที่หัวหนาพรรคพิจารณาเห็นวาสมควรลงโทษโดยการใหสมาชิกผูถูกกลาวหาพนจากสมาชิกภาพใหหัวหนาพรรคเสนอตอคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณาวินิจฉัยสั่งการ และใหมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคถือเปนที่สุดขอ ๑๒๓ การใหสมาชิกพนจากสมาชิกภาพตามขอ ๑๒๓ วรรคสอง หากสมาชิกผูนั้นดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ใหหัวหนาพรรคเสนอตอคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อใหความเห็นชอบในเบื้องตนแลวดําเนินการตอไปตามขั้นตอนที่กําหนดไวในขอ ๘๐ วรรคสามหมวด ๑๑การเลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๑๒๔ การเลิกพรรค การเลิกสาขาพรรค และการเลิกตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหเปนไปตามมติพรรค หนา ๑๐๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ กรณีตําแหนงตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในจังหวัดใดวางลง แตมิไดมีมติพรรคแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในจังหวัดนั้น ใหถือวาเปนการเลิกตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในจังหวัดนั้นตามวรรคหนึ่งโดยปริยายขอ ๑๒๕ เมื่อมีการเลิกพรรคใหหัวหนาพรรคมีหนังสือแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติใหเลิกพรรค และใหหัวหนาพรรคสงบัญชีและงบแสดงฐานะทางการเงินรวมทั้งเอกสารเกี่ยวกับการเงินของพรรคใหแกสํานักงานตรวจเงินแผนดินภายในสามสิบวันนับแตวันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองประกาศคําสั่งการเลิกพรรคในราชกิจจานุเบกษาโดยใหหัวหนาพรรคและกรรมการบริหารพรรคยังคงตองปฏิบัติหนาที่อยูตอไป จนกวาการชําระบัญชีจะแลวเสร็จแตจะดําเนินกิจกรรมทางการเมืองในนามของพรรคมิไดในการชําระบัญชีเมื่อไดหักหนี้สินและคาใชจายแลวยังมีทรัพยสินเหลืออยูเทาใดใหทรัพยสินที่เหลืออยูนั้นตกเปนของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง๒. เลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนาแทนตําแหนงที่วาง จํานวน ๒ คน ไดแก๒.๑ นายอรัญ พันธุมจินดา รองหัวหนาพรรค๒.๒ นายวุฒิพงศ ทองเหลา รองหัวหนาพรรคดังนั้น จึงทําใหมีคณะกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนา จํานวน ๒๘ คน ไดแก๑. นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหนาพรรค๒. นายวัชรพล โตมรศักดิ์ รองหัวหนาพรรค๓. นายสมศักดิ์ กาญจนวัฒนา รองหัวหนาพรรค๔. นายปกครอง ผาสุขยืด รองหัวหนาพรรค๕. นายสุเมธ ศรีพงษ รองหัวหนาพรรค๖. พันตํารวจเอก พณาเจือเพ็ชร กฤษณะราช รองหัวหนาพรรค๗. นายยุทธนา วิริยะกิตติ รองหัวหนาพรรค๘. นายอรัญ พันธุมจินดา รองหัวหนาพรรค๙. นายวุฒิพงศ ทองเหลา รองหัวหนาพรรค๑๐. นายประสาท ตันประเสริฐ เลขาธิการพรรคหนา ๑๐๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ๑๑. นายสมบัติ กาญจนวัฒนา รองเลขาธิการพรรค๑๒. นางสาวอัครวรรณ เจริญผล รองเลขาธิการพรรค๑๓. นางสาวอรทัย เกิดทรัพย รองเลขาธิการพรรค๑๔. พลตรี ธชา จินตวร รองเลขาธิการพรรค๑๕. นายองอาจ พฤกษพนาเวศ รองเลขาธิการพรรค๑๖. นายนนทรัฐ ขจีกุล นายทะเบียนสมาชิกพรรค๑๗. นางอัญชลี บุสสุวัณโณ เหรัญญิกพรรค๑๘. นางสาวเยาวภา บุรพลชัย โฆษกพรรค๑๙. นายศุภรัศมิ์ ตัณฑเศรณีวัฒน รองโฆษกพรรค๒๐. นางสาวมสารัศมิ์ อื้อศรีวงศ รองโฆษกพรรค๒๑. นายวุฒิศักดิ์ ภาวะศิลป กรรมการบริหารพรรค๒๒. นางวันเพ็ญ สุวัฒโนดม กรรมการบริหารพรรค๒๓. นายอนุชา ศิริโภคานนท กรรมการบริหารพรรค๒๔. นางสาวแวววรรณ กองไตรภพ กรรมการบริหารพรรค๒๕. นายพุทธิพงษ ธีรธรรมรัตน กรรมการบริหารพรรค๒๖. นายประสิทธิ์ ชวยสงฆ กรรมการบริหารพรรค๒๗. นายสิทธิภัท ธนะโสภณ กรรมการบริหารพรรค๒๘. นายเกรียงไกร เพิ่มทวี กรรมการบริหารพรรคจึงประกาศใหทราบโดยทั่วกันประกาศ ณ วันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๗แสวง บุญมีเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งนายทะเบียนพรรคการเมืองหนา ๑๐๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)