บันทึกการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑ (สมัยวิสามัญ) วันอังคารที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๗ ณ ห้องประชุมวุฒิสภา อาคารรัฐสภา ชั้น ๒ ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเรื่อง การเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคและกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนา(เดิมชื่อพรรคชาติพัฒนากลา)ตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองไดมีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๗ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนากลา มีคณะกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนากลา จํานวน ๒๖ คน นั้นบัดนี้ หัวหนาพรรคชาติพัฒนาไดมีหนังสือแจงการเปลี่ยนแปลงตอนายทะเบียนพรรคการเมืองตามมาตรา ๓๘ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ กรณีที่ประชุมใหญสามัญพรรคชาติพัฒนา ประจําป ๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๗ มีมติแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคชาติพัฒนากลา พ.ศ. ๒๕๖๖ โดยยกเลิกทั้งฉบับ และใหใชขอบังคับพรรคชาติพัฒนา พ.ศ. ๒๕๖๗ แทน ดังนี้ขอบังคับพรรคชาติพัฒนา พ.ศ. ๒๕๖๗๑. ดวยที่ประชุมใหญสามัญพรรคชาติพัฒนากลา ประจําป ๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๗ไดมีมติแกไขเปลี่ยนแปลงชื่อพรรคและเครื่องหมายพรรค รวมทั้งแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคชาติพัฒนากลาพ.ศ. ๒๕๖๖ โดยยกเลิกทั้งฉบับและใหใชขอบังคับพรรคชาติพัฒนา พ.ศ. ๒๕๖๗ แทน ดังนี้ขอ ๑ ขอบังคับนี้เรียกวา “ขอบังคับพรรคชาติพัฒนา พ.ศ. ๒๕๖๗”ขอ ๒ ขอบังคับนี้ใหใชบังคับตั้งแตวันที่ไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญสามัญพรรคชาติพัฒนากลา ประจําป ๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๗ เปนตนไปขอ ๓ ใหยกเลิกขอบังคับพรรคชาติพัฒนากลา พ.ศ. ๒๕๖๖หมวด ๑หมวดทั่วไปขอ ๔ พรรคการเมืองตามขอบังคับนี้เรียกวา “พรรคชาติพัฒนา” มีชื่อยอวา “ชพน.”เขียนเปนภาษาอังกฤษวา “CHARTPATTANA PARTY” และมีชื่อยอเปนภาษาอังกฤษวา “CPN”หนา ๔๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขอ ๕ เครื่องหมายพรรคชาติพัฒนาและความหมาย(๑) พรรคชาติพัฒนาใชภาพเครื่องหมายพรรคเปน ดังนี้เปนรูปอักษรไทยตัว ช.ชาง และตัวอักษรภาษาอังกฤษตัว C สีแสดสลับกับสีน้ําเงิน(๒) ความหมายตัวอักษร ช.ชาง ยอมาจาก “ชาติพัฒนา” และตัวอักษร Cยอมาจาก “CHARTPATTANA” เปนการรวมกันของเสนโคงสองเสนที่ทรงพลัง โดยปลายหาง ช.ชางมีทิศทางชี้ขึ้นขางบน เสมือนหนึ่งเปนเสนกราฟพุงสูงขึ้น เพื่อสื่อความหมายถึงชาติไทยที่มีการพัฒนาสรางสรรคเศรษฐกิจ และเกิดความเจริญรุงเรืองในทุกมิติ อันเปนผลมาจากนโยบายทางสายกลางและความประนีประนอม ที่แสดงออกดวยเสนสีแสดและเสนสีน้ําเงินที่โอบเกี่ยวคลองกัน อีกทั้งในภาพรวมเปนเสมือนนกโผบินที่มีการเคลื่อนไหวของเสนสายลักษณะดูราเริงมีชีวิตชีวา เพื่อแสดงถึงการสรางความสุขความเจริญใหแกคนในชาติ อันเปนผลงานของพรรคชาติพัฒนา(๓) ตรายางเครื่องหมายพรรคชาติพัฒนาสําหรับใชประทับบนเอกสารของพรรคมีลักษณะเชนเดียวกันกับภาพตาม (๑) โดยใชสีเดียวกันในการประทับตราขอ ๖ ในขอบังคับพรรคนี้“รัฐธรรมนูญ” หมายความวา รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย“พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง” หมายความวาพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ และที่แกไขเพิ่มเติม“พรรค” หมายความวา พรรคชาติพัฒนา“สมาชิก” หมายความวา สมาชิกพรรคชาติพัฒนา“ขอบังคับ” หมายความวา ขอบังคับพรรคชาติพัฒนา“นโยบายพรรค” หมายความวา นโยบายพรรคชาติพัฒนาหนา ๕๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
“ประธานพรรค” หมายความวา ประธานพรรคชาติพัฒนา“ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรค” หมายความวา ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคชาติพัฒนา“คณะกรรมการยุทธศาสตรพรรค” หมายความวา คณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคชาติพัฒนา “กรรมการยุทธศาสตรพรรค” หมายความวา กรรมการยุทธศาสตรพรรคชาติพัฒนา“คณะกรรมการที่ปรึกษาพรรค” หมายความวา คณะกรรมการที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา“ประธานที่ปรึกษาพรรค” หมายความวา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา“ที่ปรึกษาพรรค” หมายความวา ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา“หัวหนาพรรค” หมายความวา หัวหนาพรรคชาติพัฒนา“รองหัวหนาพรรค” หมายความวา รองหัวหนาพรรคชาติพัฒนา“เลขาธิการพรรค” หมายความวา เลขาธิการพรรคชาติพัฒนา“รองเลขาธิการพรรค” หมายความวา รองเลขาธิการพรรคชาติพัฒนา“นายทะเบียนสมาชิกพรรค” หมายความวา นายทะเบียนสมาชิกพรรคชาติพัฒนา“เหรัญญิกพรรค” หมายความวา เหรัญญิกพรรคชาติพัฒนา“โฆษกพรรค” หมายความวา โฆษกพรรคชาติพัฒนา“รองโฆษกพรรค” หมายความวา รองโฆษกพรรคชาติพัฒนา“กรรมการบริหารพรรค” หมายความวา กรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนา“คณะกรรมการบริหารพรรค” หมายความวา คณะกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนา“หัวหนาสาขาพรรค” หมายความวา หัวหนาสาขาพรรคชาติพัฒนา“รองหัวหนาสาขาพรรค” หมายความวา รองหัวหนาสาขาพรรคชาติพัฒนา“เลขานุการสาขาพรรค” หมายความวา เลขานุการสาขาพรรคชาติพัฒนา“รองเลขานุการสาขาพรรค” หมายความวา รองเลขานุการสาขาพรรคชาติพัฒนา“นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค” หมายความวา นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรคชาติพัฒนาหนา ๕๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
“เหรัญญิกสาขาพรรค” หมายความวา เหรัญญิกสาขาพรรคชาติพัฒนา“กรรมการสาขาพรรค” หมายความวา กรรมการสาขาพรรคชาติพัฒนา“ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด” หมายความวา ตัวแทนพรรคชาติพัฒนาประจําจังหวัด “คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง” หมายความวา คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งพรรคชาติพัฒนา“มติพรรค” หมายความวา มติของคณะกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนา“คําสั่งพรรค” หมายความวา คําสั่งพรรคชาติพัฒนา“การประชุมใหญพรรค” หมายความวา การประชุมใหญพรรคชาติพัฒนา“การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค” หมายความวา การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนา “การประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎร” หมายความวาการประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนาและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรพรรคชาติพัฒนา“การประชุมใหญสาขาพรรค” หมายความวา การประชุมใหญสาขาพรรคชาติพัฒนา“การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค” หมายความวา การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคชาติพัฒนา “การประชุมตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด” หมายความวา การประชุมสมาชิกพรรคชาติพัฒนาที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๗ สํานักงานใหญพรรคตั้งอยูเลขที่ ๒๒๒๒/๒ ถนนมิตรภาพ ตําบลในเมืองอําเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ๓๐๐๐๐ขอ ๘ สาขาพรรคที่ไดรับอนุมัติใหจัดตั้งขึ้น ณ ที่ใดใหเรียกวา “สาขาพรรคชาติพัฒนา”ลําดับที่ ….. ภาค ….. จังหวัด .….ขอ ๙ ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่ไดรับอนุมัติใหจัดตั้งขึ้น ณ จังหวัดใดใหเรียกวาตัวแทนพรรคชาติพัฒนาประจําจังหวัด.... หนา ๕๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
สวนที่ ๑คําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคขอ ๑๐ คําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคชาติพัฒนา มีดังตอไปนี้“พรรคชาติพัฒนาเปนสถาบันทางการเมืองที่เลื่อมใสในอุดมการณประชาธิปไตยโดยยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ที่ใหความคุมครองสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค และความเปนธรรมแกปจเจกบุคคล ลดความเหลื่อมล้ําในสังคม สงเสริมการกระจายอํานาจสูทองถิ่นเพื่อใหทองถิ่นปกครองตนเองอยางแทจริง เปดใหมีการคาการลงทุนตามระบบเศรษฐกิจเสรีและสนับสนุนสงเสริมการนําหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาสูการปฏิบัติมุงเนนการพัฒนาอยางยั่งยืนและการรักษาสมดุลของธรรมชาติและสิ่งแวดลอม สงเสริมการวิจัยและพัฒนาดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ยกระดับรายไดและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรผูใชแรงงานและประชาชนในระดับฐานรากใหสูงขึ้น สรางหลักประกันดานสุขภาพแกประชาชนและดานการศึกษาแกเยาวชน รวมทั้งดานการจัดระบบสวัสดิการใหแกเด็ก สตรี ผูสูงอายุ ผูพิการผูยากไรและผูดอยโอกาส เพื่อใหคนในชาติดํารงชีวิตอยูกันดวยความผาสุก”สวนที่ ๒นโยบายพรรคขอ ๑๑ นโยบายของพรรค มีดังตอไปนี้๑. นโยบายดานความมั่นคง๑.๑ เสริมสรางความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ และเสริมสรางจิตสํานึกของคนในชาติใหมีความจงรักภักดีและธํารงรักษาไวซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย รวมทั้งฟนฟูและเสริมสรางความรูรักสามัคคี ความปรองดองสมานฉันท และความเปนปกแผนของคนในชาติ๑.๒ พัฒนาและเสริมสรางศักยภาพในการปองกันประเทศจากภัยคุกคามในทุกรูปแบบทั้งภัยที่เกิดขึ้นจากภายนอกและภายในประเทศ และรักษาไวซึ่งความสงบเรียบรอยภายในประเทศ ตลอดจนการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีดานการปองกันประเทศและรวมมือกับประเทศเพื่อนบานและมิตรประเทศ เพื่อธํารงรักษาไวซึ่งสันติภาพในภูมิภาคหนา ๕๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
๑.๓ พัฒนาระบบปองกันและบรรเทาสาธารณภัยอันเกิดจากภัยพิบัติธรรมชาติและภัยอันเกิดจากการกระทําของมนุษย อยางมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลทันตอสถานการณการเปลี่ยนแปลงของโลก๑.๔ พัฒนาและเสริมสรางความมั่นคงดานอาหาร ทรัพยากรน้ํา และพลังงานเพื่อใหมีทรัพยากรเหลานี้สําหรับคนในชาติและคนรุนหลังอยางพอเพียงและยั่งยืน๒. นโยบายดานการสรางความสามารถในการแขงขัน๒.๑ พัฒนาภาคการผลิตและบริการ เพื่อขับเคลื่อนไปสูการเปนฐานการผลิตและบริการดานอุตสาหกรรม การคาและการลงทุน โดยใชวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ทันสมัยทันตอการเปลี่ยนแปลงของโลก๒.๒ พัฒนาปจจัยสนับสนุนและโครงสรางพื้นฐานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแขงขัน สงเสริมการใชพลังงานทดแทน และใชทรัพยากรพลังงานที่มีประสิทธิภาพ สรางความรวมมือทางการคาและการลงทุนระหวางประเทศ ใหความสําคัญตอการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษที่เนนการมีบทบาทและสวนรวมของชุมชน และความเปนมิตรกับสิ่งแวดลอม ตลอดจนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเพื่อการสรางระบบเศรษฐกิจชุมชนทองถิ่น เพื่อใหทองถิ่นสามารถพึ่งตนเองและชวยเหลือเอื้อเฟอซึ่งกันและกันได๓. นโยบายดานการพัฒนาและเสริมสรางศักยภาพทรัพยากรมนุษย๓.๑ ปรับเปลี่ยนคานิยมและวัฒนธรรมของสังคม มุงเนนใหสถาบันทางสังคมรวมปลูกฝงคานิยมวัฒนธรรมที่พึงประสงค ในการหลอหลอมคนไทยใหมีคุณธรรมจริยธรรมในลักษณะที่เปนวิถีการดําเนินชีวิต๓.๒ พัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษยตลอดชีวิต เพื่อสรางทรัพยากรมนุษยที่มีประสิทธิภาพ มีทักษะความรู และความสามารถในการดํารงชีวิตอยางมีคุณคา๓.๓ ปฏิรูปการศึกษา พัฒนาระบบการเรียนรูใหมใหเหมาะสมทันตอสถานการณโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ที่มุงเนนผูเรียนใหมีทักษะการเรียนรูและมีใจใฝเรียนรูตลอดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการการศึกษา และการพัฒนาระบบการเรียนรูตลอดชีวิต๓.๔ พัฒนาและสงเสริมกลุมผูมีความสามารถพิเศษอยางเปนระบบที่เอื้อตอการสรางสรรคงานบนฐานเทคโนโลยีและนวัตกรรมหนา ๕๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
๓.๕ เสริมสรางใหทุกคนมีสุขภาพดี สนับสนุนสงเสริมใหทุกคนมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับสุขภาพที่ถูกตอง มีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม และมีศักยภาพในการจัดการสุขภาพที่ดีไดดวยตนเอง๔. นโยบายดานการสรางโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม๔.๑ สรางความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมใหคนทุกกลุมในสังคม เพิ่มรายไดใหกับกลุมผูมีรายไดนอยและผูดอยโอกาส และสรางความเสมอภาคและความเปนธรรมในสังคม๔.๒ สนับสนุนสงเสริมใหประชาชนมีโอกาสในการเขาถึงการบริการทางสังคมไดอยางทั่วถึงและเปนธรรม๔.๓ เสริมสรางพลังทางสังคม ใหชุมชนมีบทบาทและสวนรวมในการพัฒนาสังคมสงเสริมความเสมอภาคทางสิทธิขั้นพื้นฐานในการดํารงชีวิต และเสริมสรางใหประชาชนมีภูมิคุมกันตอผลกระทบทางสังคม๕. นโยบายดานการพัฒนาที่เปนมิตรตอสิ่งแวดลอม๕.๑ เรงรัดดําเนินการอนุรักษฟนฟูและปองกันการทําลายทรัพยากรธรรมชาติสงเสริมการปลูกปาเศรษฐกิจที่มีระบบการจัดการปาไมอยางยั่งยืน และบริหารจัดการการใชประโยชนที่ดินในพื้นที่ปาไมบนพื้นฐานของการใหคนและชุมชนสามารถอยูกับปาได ตลอดจนเสริมสรางความเขมแข็งและความรวมมือในภูมิภาคอาเซียนดานการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมอยางยั่งยืน๕.๒ พัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ําอยางบูรณาการทั้งในดานอุปสงคและอุปทาน พัฒนาคลังขอมูล และระบบพยากรณและการเตือนภัย ตลอดจนการปรับปรุงองคกรและกฎหมายและการสรางการมีสวนรวมในการบริหารจัดการน้ําของชุมชน๕.๓ พัฒนาและใชพลังงานที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม มุงเนนการเพิ่มสัดสวนการใชพลังงานหมุนเวียนในภาคการผลิตไฟฟา สงเสริมการผลิตและใชพลังงานสะอาด เพิ่มประสิทธิภาพในการใชพลังงานในภาคการคมนาคมขนสง อุตสาหกรรม และอาคาร รวมทั้งนําเทคโนโลยีมาใชในการบริหารจัดการและการอนุรักษพลังงาน๕.๔ พัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศนที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม สงเสริมการรวมกลุมของกลุมอุตสาหกรรมเพื่อบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพในการใชทรัพยากรรวมกันสนับสนุนสงเสริมการเปลี่ยนของเสียใหเปนพลังงาน ดวยเทคโนโลยีที่เหมาะสม ตลอดจนลดการปลอยกาซเรือนกระจกจากกิจกรรมการพัฒนาในเมืองหลักของประเทศหนา ๕๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
๕.๕ ดําเนินการใชเครื่องมือทางเศรษฐศาสตรและนโยบายการคลังเพื่อสิ่งแวดลอมสงเสริมใหเกิดการลงทุนและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการผลิต การบริโภค รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและวิถีชีวิตของบุคคลและองคกรใหเปนมิตรกับสิ่งแวดลอม๖. นโยบายดานการพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ๖.๑ จัดใหมีระบบบริหารงานราชการแบบบูรณาการ สงเสริมใหเกิดการประสานความรวมมือที่หลากหลาย ระหวางหนวยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคสวนอื่นในสังคมมุงเนนการจัดทํางบประมาณแบบบูรณาการที่ยึดพื้นที่และประเด็นการพัฒนาที่สําคัญเปนหลักและมีกลไกการติดตามตรวจสอบการเงินและการคลังภาครัฐ ตลอดจนติดตามและประเมินผลการบรรลุเปาหมายและการดําเนินงานตามยุทธศาสตรสําคัญของประเทศ๖.๒ ปฏิรูประบบงานบริการประชาชนและการอํานวยความสะดวกของภาครัฐสูความเปนเลิศที่ทําใหสามารถติดตอราชการไดแบบเบ็ดเสร็จครบวงจร โปรงใส ตรวจสอบไดและผูรับบริการไดรับความสะดวก สามารถเขาถึงงานบริการภาครัฐไดโดยงายและทั่วถึง ตลอดจนสามารถสนองตอความตองการของผูใชบริการดวยความพึงพอใจ๖.๓ ปฏิรูประบบราชการใหมีขนาดที่เหมาะสมที่มีความทันสมัย มีขีดสมรรถนะสูงและสามารถปฏิบัติงานไดอยางมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลตามมาตรฐานสากล รวมทั้งพัฒนาและปรับระบบวิธีการปฏิบัติราชการ ที่มุงตอผลสัมฤทธิ์ มีความโปรงใส มีความยืดหยุนและคลองตัวสูงลดความซ้ําซอน และมีหลักการบริหารกิจการบานเมืองที่ดี๖.๔ พัฒนาระบบบริหารจัดการกําลังคนและพัฒนาบุคลากรภาครัฐเพื่อใหการจัดกําลังคนภาครัฐมีความสอดคลองกับลักษณะงานของการนําเทคโนโลยีมาใชในภาครัฐปรับเปลี่ยนวิธีการสรรหาการคัดเลือก การพัฒนาทักษะและขีดความสามารถ และการรักษาไวซึ่งบุคลากรที่มีคุณภาพเพื่อจูงใจใหคนดีและเกงเขามาทํางานในภาครัฐ เสริมสรางระบบคุณธรรมและวางมาตรการที่เหมาะสมกับเสนทางความกาวหนาในอาชีพ๖.๕ มุงเนนการตอตานการทุจริตและประพฤติมิชอบ พรอมทั้งสรางวัฒนธรรมตอตานการทุจริตและประพฤติมิชอบของบุคลากรภาครัฐใหเกิดขึ้นในสังคม และสรางจิตสํานึกและคานิยมใหทุกภาคสวนตื่นตัวและละอายตอการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ รวมทั้งสงเสริมใหการดําเนินการตามกระบวนการยุติธรรมปราศจากการแทรกแซงจากผูมีอิทธิพล ตลอดจนกําหนดกลไกการลงโทษผูกระทําผิดกรณีทุจริตและประพฤติมิชอบอยางจริงจังและรวดเร็วหนา ๕๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
๖.๖ ปรับปรุงแกไขกฎหมาย ระเบียบ และขอบังคับใหมีความชัดเจน ทันสมัยเปนธรรมสอดคลองกับขอบังคับสากลหรือขอตกลงระหวางประเทศ ที่เอื้อตอการบริหารราชการแผนดินการพัฒนาประเทศการใหบริการประชาชน การประกอบธุรกิจ และการแขงขันระหวางประเทศหมวด ๒โครงสรางการบริหารพรรคและตําแหนงในพรรคสวนที่ ๑โครงสรางและตําแหนงในพรรคขอ ๑๒ โครงสรางของพรรคประกอบดวย(๑) ประธานพรรค(๒) คณะกรรมการยุทธศาสตรพรรค(๓) คณะกรรมการที่ปรึกษาพรรค(๔) คณะกรรมการบริหารพรรค(๕) คณะกรรมการสาขาพรรค(๖) ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสวนที่ ๒ประธานพรรคขอ ๑๓ ใหมีประธานพรรคคนหนึ่งมาจากการแตงตั้งของที่ประชุมใหญพรรค ผูซึ่งไดรับการเสนอชื่อโดยมติของคณะกรรมการบริหารพรรค โดยไดรับคะแนนเสียงเกินกวากึ่งหนึ่งของที่ประชุมใหญพรรคมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ป เมื่อพนจากตําแหนงตามวาระแลว อาจไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงอีกไดประธานพรรคตองเปนสมาชิกและมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามขอ ๗๑และมีอายุไมต่ํากวาสี่สิบหาปขอ ๑๔ ประธานพรรคพนจากตําแหนง เมื่อ(๑) ถึงคราวออกจากตําแหนงตามวาระ(๒) ตาย(๓) ลาออก หนา ๕๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(๔) ขาดสมาชิกภาพ(๕) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามขอ ๗๑(๖) ที่ประชุมใหญพรรคมีมติใหพนจากตําแหนงขอ ๑๕ ใหประธานพรรครวมกับคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาเสนอชื่อสมาชิกผูมีความรูความสามารถ ความซื่อสัตยสุจริต มีประสบการณ และมีคุณธรรมและจริยธรรม เสนอตอคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อใหคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาแตงตั้งเปนคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคขอ ๑๖ ใหประธานพรรคเปนประธานของคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรค และเปนผูเรียกประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรค รวมทั้งเปนประธานในการประชุมใหนําขอบังคับที่เกี่ยวกับการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๖๒ มาบังคับใชกับการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคโดยอนุโลม สวนที่ ๓คณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๑๗ ใหมีคณะกรรมการคณะหนึ่งเปนคณะกรรมการบริหารพรรค ที่เปนผูรับผิดชอบดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรค ขอบังคับ มติของที่ประชุมใหญพรรค และมติพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้งและนายทะเบียนพรรคการเมือง ซึ่งตองกระทําดวยความรอบคอบ ระมัดระวัง และซื่อสัตยสุจริตเพื่อประโยชนของประเทศชาติและประชาชนขอ ๑๘ ใหคณะกรรมการบริหารพรรคประกอบดวย หัวหนาพรรค รองหัวหนาพรรคเลขาธิการพรรค รองเลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรค นายทะเบียนสมาชิกพรรค โฆษกพรรครองโฆษกพรรค และกรรมการบริหารพรรคอื่น มีจํานวนรวมกันไมนอยกวาสิบหาคนแตไมเกินสามสิบคนและใหมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่ที่ประชุมใหญพรรคใหความเห็นชอบและกรรมการบริหารพรรคที่พนจากตําแหนงตามวาระแลวอาจไดรับเลือกตั้งใหดํารงตําแหนงอีกไดขอ ๑๙ หัวหนาพรรคและกรรมการบริหารพรรคตองเปนสมาชิกและมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามขอ ๗๑ และมีอายุไมต่ํากวายี่สิบปหนา ๕๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขอ ๒๐ การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคใหกระทําในที่ประชุมใหญพรรค โดยใหที่ประชุมใหญพรรคกําหนดจํานวนของกรรมการบริหารพรรคตามขอ ๑๘ จากนั้นใหเลือกตั้งหัวหนาพรรคคนหนึ่งกอนเปนอันดับแรก ในการเสนอชื่อสมาชิกเขารับเลือกตั้งเปนหัวหนาพรรค ผูไดรับการเสนอชื่อตองอยูในที่ประชุม ซึ่งที่ประชุมอาจกําหนดใหผูไดรับการเสนอชื่อแสดงวิสัยทัศนกอนการเลือกตั้งหัวหนาพรรคก็ไดใหผูที่ไดรับเลือกตั้งเปนหัวหนาพรรคคนใหม มีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกที่เห็นสมควรไดรับเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรคตําแหนงใด ๆ ตอที่ประชุมใหญพรรคจํานวนไมเกินหนึ่งในหกของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคตามที่ที่ประชุมใหญพรรคกําหนดในวรรคหนึ่ง กรณีที่จํานวนหนึ่งในหกของคณะกรรมการบริหารพรรคเปนจํานวนที่มีเศษ ใหผูที่ไดรับเลือกตั้งเปนหัวหนาพรรคคนใหมเสนอชื่อสมาชิกที่เห็นสมควรไดรับเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรคตอที่ประชุมใหญพรรคเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนและใหสมาชิกที่เขารวมประชุมใหญพรรคเปนผูเสนอชื่อสมาชิกที่เห็นสมควรเพื่อใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรคจนครบตามตําแหนงและจํานวนที่กําหนดในวรรคหนึ่งในการเสนอชื่อสมาชิกเพื่อรับเลือกตั้งเปนหัวหนาพรรคและกรรมการบริหารพรรคใหเสนอชื่อผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามขอ ๑๙ และใหคํานึงถึงความรู ความสามารถ ประสบการณความซื่อสัตยสุจริต ความเหมาะสม และการมีคุณธรรมจริยธรรมของผูไดรับการเสนอชื่อดวย สมาชิกผูไดรับการเสนอชื่อเปนกรรมการบริหารพรรคอาจไมอยูในที่ประชุมใหญพรรคก็ได แตตองไดรับความยินยอมจากผูไดรับการเสนอชื่อดังกลาวนั้นดวย และในการเสนอชื่อตองมีผูรับรองไมนอยกวายี่สิบคนในการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งหัวหนาพรรคและกรรมการบริหารพรรคใหกระทําโดยการลงคะแนนลับ ใหสมาชิกคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งและใหถือเอาตามคะแนนเสียงขางมากเปนประมาณกรณีมีคะแนนเสียงเทากันใหใชวิธีการจับฉลากภายหลังการประชุมเสร็จสิ้นลงแลว ใหหัวหนาพรรคแจงรายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรคใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่การประชุมสิ้นสุดลง และกรณีที่กรรมการบริหารพรรคครบวาระ ตาย ลาออก เปลี่ยนชื่อตัว เปลี่ยนชื่อสกุล หรือเปลี่ยนแปลงดวยเหตุใด ๆใหหัวหนาพรรคแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่มีเหตุดังกลาวขอ ๒๑ กรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก หนา ๕๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(๓) ขาดสมาชิกภาพ(๔) ขาดคุณสมบัติการเปนกรรมการบริหารพรรคตามที่กฎหมายกําหนด(๕) ถูกถอดถอนตามกฎหมายเมื่อตําแหนงกรรมการบริหารพรรควางลงตาม (๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) แตยังคงมีกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูรวมกันเปนจํานวนไมนอยกวาสิบหาคน ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป และใหหัวหนาพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งหรือหลายคน แลวแตกรณีปฏิบัติหนาที่ในตําแหนงกรรมการบริหารพรรคที่วางลงแทน เวนแตคณะกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูมีมติใหเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคคนใหมแทนตําแหนงที่วางลง ก็ใหหัวหนาพรรคจัดใหมีการประชุมใหญพรรค เพื่อดําเนินการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคแทนตําแหนงที่วางลงนั้น ทั้งนี้ ใหกรรมการบริหารพรรคที่ไดรับการเลือกตั้งใหมอยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระการดํารงตําแหนงของคณะกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยู เวนแตวาระการดํารงตําแหนงของคณะกรรมการบริหารพรรคเหลืออยูไมถึงหนึ่งรอยแปดสิบวันกรณีหัวหนาพรรคพนจากตําแหนงตาม (๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) ใหรองหัวหนาพรรคลําดับตนรักษาการแทนหัวหนาพรรค หากรองหัวหนาพรรคลําดับตนไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดใหรองหัวหนาพรรคลําดับถัดไปตามลําดับ แลวแตกรณี รักษาการแทนหัวหนาพรรค กรณีไมมีรองหัวหนาพรรคหรือมีแตไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ใหคณะกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูเลือกกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งเปนผูรักษาการแทนหัวหนาพรรค โดยใหผูรักษาการแทนหัวหนาพรรคมีอํานาจเรียกประชุมใหญพรรคเพื่อดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่หัวหนาพรรคพนจากตําแหนง เวนแตวาระการดํารงตําแหนงของคณะกรรมการบริหารพรรคเหลืออยูไมถึงหนึ่งรอยแปดสิบวันขอ ๒๒ คณะกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนง(๒) หัวหนาพรรคพนจากตําแหนงตามขอ ๒๑(๓) ตําแหนงกรรมการบริหารพรรควางลงและกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูมีจํานวนรวมกันไมถึงสิบหาคน หนา ๖๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
เมื่อคณะกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะตาม (๑) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคที่พนจากตําแหนงทั้งคณะตาม (๑) นั้น ยังคงอยูในตําแหนงเพื่อปฏิบัติหนาที่ตอไป จนกวาจะมีคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม และใหหัวหนาพรรคมีอํานาจเรียกประชุมใหญพรรคเพื่อดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่ไดรับแจงถึงการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคจากนายทะเบียนพรรคการเมืองเมื่อกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะตาม (๒) หรือ (๓) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคที่พนจากตําแหนงทั้งคณะตาม (๒) หรือ (๓) นั้น ยังคงอยูในตําแหนงเพื่อปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม และใหรองหัวหนาพรรคลําดับตนมีอํานาจเรียกประชุมใหญพรรคเพื่อดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายในหกสิบวัน นับแตวันที่คณะกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะขอ ๒๓ ใหคณะกรรมการบริหารพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมทางการเมืองตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรค ขอบังคับมติของที่ประชุมใหญพรรค และมติพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้งและนายทะเบียนพรรคการเมือง ซึ่งตองกระทําดวยความรอบคอบ ระมัดระวังและซื่อสัตยสุจริต เพื่อประโยชนของประเทศชาติและประชาชน อยางนอยในแตละปพรรคตองจัดใหมีกิจกรรมอยางใดอยางหนึ่งหรือหลายอยาง ดังตอไปนี้(ก) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(ข) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางพัฒนาประเทศ และการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(ค) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผลหนา ๖๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(ง) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองที่แตกตางโดยสุจริต และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธี เพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(จ) ดําเนินกิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชนทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๒) ออกระเบียบ ประกาศ และคําสั่งพรรค รวมทั้งจัดตั้งหนวยงานภายในพรรคเพื่อดําเนินการใหเปนไปตามนโยบายพรรคและขอบังคับ และใหความเห็นชอบในการแตงตั้งและถอดถอนเจาหนาที่และลูกจางของพรรค(๓) พิจารณาใหความเห็นชอบในการจัดตั้งสาขาพรรคและการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด รวมทั้งการเลิกสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ตลอดจนพิจารณาใหความเห็นชอบในการเลิกพรรค(๔) พิจารณาใหความเห็นชอบในการเสนอชื่อบุคคลตอที่ประชุมใหญพรรคเพื่อใหที่ประชุมใหญพรรคพิจารณาแตงตั้งเปนประธานพรรค และพิจารณาใหความเห็นชอบในการแตงตั้งและถอดถอนคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรค คณะกรรมการที่ปรึกษาพรรค คณะกรรมการใด ๆของพรรค คณะกรรมาธิการของพรรค คณะกรรมการรัฐสภาของพรรค คณะกรรมการประสานงานของพรรค คณะอนุกรรมการของพรรคและคณะทํางานของพรรค(๕) พิจารณาคัดเลือกสมาชิกหรือบุคคลซึ่งมีความรู ความสามารถ ความซื่อสัตยสุจริตความเหมาะสม และมีคุณธรรมจริยธรรม เสนอเปนผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อตอคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง รวมทั้งพิจารณาใหความเห็นชอบผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อจากรายชื่อผูสมัครที่คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสงมาให(๖) พิจารณาคัดเลือกสมาชิกหรือบุคคลซึ่งมีความรู ความสามารถ ความซื่อสัตยสุจริตความเหมาะสม และมีคุณธรรมจริยธรรม เสนอตอประธานพรรคเพื่อพิจารณาแตงตั้งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองหรือตําแหนงอื่น หนา ๖๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(๗) จัดหาทุนหรือรายไดของพรรครวมทั้งบริหารการเงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดของพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ตลอดจนจัดใหมีการทําบัญชีใหถูกตองตามความเปนจริง (๘) จัดสรรเงินเพื่อเปนคาใชจายเกี่ยวกับการเลือกตั้งของผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรค ดังนี้ (ก) คาใชจายเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหจัดสรรเปนจํานวนรวม โดยพิจารณาตามจํานวนผูสมัครรับเลือกตั้งที่พรรคเสนอไวในบัญชีรายชื่อที่ยื่นตอคณะกรรมการการเลือกตั้ง(ข) คาใชจายเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งใหจัดสรรใหแกผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรคเปนรายบุคคล(ค) คาใชจายที่จัดสรรตาม (ก) และ (ข) ใหเปนไปตามมติพรรค(๙) ควบคุมมิใหพรรค และผูซึ่งพรรคสงเขาสมัครรับเลือกตั้งใชเงินเกินวงเงินตามที่กฎหมายกําหนด(๑๐) ควบคุมและกํากับดูแลมิใหสมาชิกกระทําการอันเปนการฝาฝนรัฐธรรมนูญกฎหมาย ขอบังคับ รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้งและนายทะเบียนพรรคการเมือง(๑๑) ควบคุมและกํากับดูแลมิใหสมาชิกหรือผูดํารงตําแหนงในพรรคกระทําการในลักษณะที่อาจทําใหการเลือกตั้งหรือการเลือกมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ไมชอบดวยกฎหมายหรืออาจเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใดซึ่งสมัครเขารับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภา ไมวาโดยทางตรงหรือทางออม(๑๒) พิจารณาดําเนินการทางวินัยแกสมาชิก(๑๓) รับผิดชอบรวมกันในบรรดามติของคณะกรรมการบริหารพรรคและในการดําเนินการตามหนาที่และอํานาจของคณะกรรมการบริหารพรรค ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง กฎหมาย และขอบังคับ รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศและคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้งและนายทะเบียนพรรคการเมือง เวนแตจะพิสูจนไดวาตนไดคัดคานในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคโดยปรากฏหลักฐานการคัดคานนั้นในรายงานการประชุมหรือไดทําหนังสือคัดคานยื่นตอประธานในที่ประชุมภายในเจ็ดวันนับแตวันที่การประชุมนั้นสิ้นสุดลงหนา ๖๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(๑๔) มีอํานาจหนาที่อื่นที่คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นสมควรที่ไมขัดตอกฎหมายและขอบังคับขอ ๒๔ หัวหนาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) เปนผูบริหารของพรรค มีอํานาจในการพิจารณาตัดสินใจและวินิจฉัยสั่งการในการบริหารงานทั่วไปของพรรค ตลอดจนการแตงตั้งและถอดถอนและการดําเนินการทางวินัยแกเจาหนาที่และลูกจางของพรรค ทั้งนี้ ดวยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรค(๒) เปนผูลงนามในระเบียบ ประกาศ คําสั่งพรรค และมติพรรค(๓) เปนผูออกหนังสือรับรองการสงผูไดรับการสรรหาเปนผูสมัครรับเลือกตั้งแบบแบงเขตเลือกตั้งและการสงบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อใหแกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (๔) เสนองบการเงินของพรรคที่ผูสอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและรับรองแลวตอที่ประชุมใหญพรรค เพื่ออนุมัติภายในเดือนเมษายนของทุกป(๕) จัดทํารายงานการดําเนินกิจการของพรรคในรอบปปฏิทินที่ผานมาเสนอตอที่ประชุมใหญพรรคเพื่ออนุมัติภายในเดือนเมษายนของทุกป(๖) จัดทําแผนหรือโครงการที่จะดําเนินกิจกรรมในแตละป โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรค สงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในเดือนเมษายนของทุกปเพื่อใหนายทะเบียนพรรคการเมืองเผยแพรใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป(๗) กรณีที่มีความจําเปนเรงดวนหรือกรณีที่ตองพิจารณาตัดสินใจเพื่อการดําเนินการทางการเมืองที่สําคัญ ใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของพรรคไดโดยความเห็นชอบของกรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้น และใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติพรรค เวนแตกรณีที่ตองพิจารณาตัดสินใจในการอันเกี่ยวกับการเขารวมจัดตั้งรัฐบาลหรือพนจากการเปนพรรครวมรัฐบาล หรือการพิจารณาใหบุคคลดํารงตําแหนงหรือพนจากตําแหนงทางการเมือง(๘) เปนผูแทนของพรรคในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก เพื่อการนี้หัวหนาพรรคอาจมอบหมายเปนหนังสือใหรองหัวหนาพรรค เลขาธิการพรรค รองเลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรคนายทะเบียนสมาชิกพรรค โฆษกพรรค หรือกรรมการบริหารพรรคอื่นคนหนึ่งหรือหลายคนเปนผูทําการแทนก็ได(๙) มีหนาที่และอํานาจอื่นตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับหนา ๖๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
เพื่อประโยชนในการบริหารงานและการดําเนินกิจการทางการเมืองของพรรค หัวหนาพรรคอาจมอบหมายเปนหนังสือใหคณะกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งหรือหลายคนกระทําการตามหนาที่และอํานาจของตนตามวรรคหนึ่งแทนก็ได เวนแตบรรดาหนาที่และอํานาจของหัวหนาพรรคที่กฎหมายหรือขอบังคับนี้กําหนดใหเปนหนาที่และอํานาจของหัวหนาพรรคเปนการเฉพาะขอ ๒๕ รองหัวหนาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ปฏิบัติหนาที่แทนหัวหนาพรรคตามที่ไดรับมอบหมายจากหัวหนาพรรค(๒) เมื่อหัวหนาพรรคไมอยูหรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ใหรองหัวหนาพรรคลําดับตนรักษาการแทนหัวหนาพรรค หากรองหัวหนาพรรคลําดับตนไมอยูหรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดใหรองหัวหนาพรรคลําดับถัดไปตามลําดับ แลวแตกรณี รักษาการแทนหัวหนาพรรคขอ ๒๖ เลขาธิการพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ควบคุมกํากับดูแลกิจการทั้งปวงของพรรค ในดานการบริหารงาน การบริหารบุคคลและการบริหารการเงินและทรัพยสินของพรรค ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคหรือหัวหนาพรรคมอบหมายรวมทั้งเปนผูพิจารณาเสนอความเห็นตอคณะกรรมการบริหารพรรค ในการอันเกี่ยวกับการพิจารณาความดีความชอบและการดําเนินการทางวินัยแกเจาหนาที่และลูกจางของพรรค(๒) เปนผูเสนอรายงานตอคณะกรรมการบริหารพรรค ตอที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรค และตอที่ประชุมใหญพรรค(๓) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรค และที่ประชุมใหญพรรค(๔) ดําเนินการในการอันเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมระดมทุนและการหารายไดของพรรค(๕) เปนผูติดตอประสานงานกับบุคคล หนวยงาน หรือองคกรภายนอก ในการอันเกี่ยวกับการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรค(๖) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับและที่ไดรับมอบหมายจากพรรคขอ ๒๗ รองเลขาธิการพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ปฏิบัติหนาที่แทนเลขาธิการพรรคตามที่ไดรับมอบหมายจากเลขาธิการพรรค(๒) รักษาการแทนเลขาธิการพรรคกรณีเลขาธิการพรรคไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดหนา ๖๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขอ ๒๘ นายทะเบียนสมาชิกพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครเขาเปนสมาชิก(๒) จัดทําทะเบียนสมาชิกใหตรงตามความเปนจริง(๓) จัดทําประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปเพื่อประโยชนในการตรวจสอบความถูกตอง(๔) จัดใหมีการนําขอมูลสมาชิกเขาสูระบบฐานขอมูลพรรคการเมืองของสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๕) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับขอ ๒๙ เหรัญญิกพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) จัดเก็บและดูแลรักษาเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดของพรรค(๒) จัดทําบัญชีของพรรคซึ่งประกอบดวย บัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับและแสดงคาใชจายหรือรายจาย บัญชีแสดงรายรับจากการบริจาค บัญชีแยกประเภท และบัญชีแสดงทรัพยสินและหนี้สิน (๓) จัดทํางบการเงินซึ่งประกอบดวยงบแสดงฐานะทางการเงินและงบรายไดและคาใชจายของพรรค(๔) จัดทําประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปถึงจํานวนและที่มาของเงินทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดที่ไดมาจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรค(๕) จัดทําประกาศรายชื่อผูบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดที่มีมูลคาไมนอยกวาหาพันบาท ใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป พรอมทั้งวัตถุประสงคของการบริจาคและแจงนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบเปนประจําทุกเดือน(๖) ออกใบเสร็จรับเงิน หรือหลักฐานการรับทรัพยสินและประโยชนอื่นใดใหแกผูบริจาคเงินหรือผูบริจาคทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดไวเปนหลักฐาน ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด(๗) จัดทํารายงานถึงการที่ผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรคผูใดไดรับเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด ที่มีมูลคารวมกันแลวเกินกวาหนึ่งหมื่นบาทตอวัน โดยผูบริจาคประสงคจะบริจาคหนา ๖๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ใหเพื่อประโยชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของผูสมัครรับเลือกตั้งผูนั้นหรือของพรรคเพื่อใชในการเลือกตั้งในกรณีที่มีการบริจาคเกิดขึ้นภายในระยะเวลานับแตวันที่พระราชกฤษฎีกาใหมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรประกาศใชบังคับจนถึงวันเลือกตั้ง แลวแจงใหคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาค(๘) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับขอ ๓๐ โฆษกพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินการดานการประชาสัมพันธและการเผยแพรขอมูลขาวสารเกี่ยวกับการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคตอสื่อมวลชน สาธารณชน และสมาชิก โดยผานชองทางของสื่อดานตาง ๆ รวมทั้งสื่ออิเล็กทรอนิกสตามความเหมาะสม(๒) ดําเนินการใด ๆ เพื่อประโยชนในการเสริมสรางภาพลักษณและความสัมพันธที่ดีของพรรคตอสมาชิกและสาธารณชน(๓) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่ไดรับมอบหมายจากพรรคขอ ๓๑ รองโฆษกมีอํานาจและหนาที่ ดังนี้(๑) ปฏิบัติหนาที่แทนโฆษกพรรค กรณีที่โฆษกพรรคไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดหรือที่โฆษกพรรคมอบหมาย(๒) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่ไดรับมอบหมายจากพรรคขอ ๓๒ กรรมการบริหารพรรคอื่นมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ปฏิบัติหนาที่ตามที่กฎหมายและขอบังคับกําหนดใหเปนหนาที่และอํานาจของคณะกรรมการบริหารพรรค(๒) จัดทําบันทึกการรับบริจาคและแจงใหพรรคทราบถึงการที่กรรมการบริหารพรรคไดรับบริจาคเงิน หรือทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใด โดยผูบริจาคประสงคจะบริจาคใหเพื่อประโยชนในการดําเนินกิจกรรมของพรรค และจัดสงบันทึกการรับบริจาคพรอมเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรค (๓) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับหนา ๖๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
สวนที่ ๔คณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคขอ ๓๓ ใหมีคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคจํานวนสี่คณะประกอบดวยคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคดานการเมือง คณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคดานเศรษฐกิจ คณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคดานสังคม ทองถิ่น และความมั่นคง และคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคดานเทคโนโลยีในการพัฒนาประเทศโดยใหคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคแตละคณะมีจํานวนไมเกินเจ็ดคน ซึ่งมีประธานคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคหนึ่งคน และมีกรรมการยุทธศาสตรพรรคจํานวนไมเกินหกคน โดยการแตงตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค ใหมีวาระการดํารงตําแหนงเทากับระยะเวลาการดํารงตําแหนงของคณะกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูนับแตวันที่คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติใหความเห็นชอบกรรมการยุทธศาสตรพรรคที่พนจากตําแหนงตามวาระแลว อาจไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงอีกไดประธานคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคและกรรมการยุทธศาสตรพรรค ตองเปนสมาชิกและมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามขอ ๗๑ และมีอายุไมต่ํากวาสามสิบหาปขอ ๓๔ กรรมการยุทธศาสตรพรรคพนจากตําแหนงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก(๓) ขาดสมาชิกภาพ(๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามขอ ๗๑(๕) ถูกถอดถอนโดยมติของคณะกรรมการบริหารพรรคในกรณีกรรมการยุทธศาสตรพรรคคณะใดคณะหนึ่งพนจากตําแหนงตาม (๑) (๒) (๓) (๔)หรือ (๕) แตมีจํานวนประธานคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคและกรรมการยุทธศาสตรพรรคที่เหลืออยูรวมกันไมนอยกวาสามคน ใหคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคคณะนั้นยังคงปฏิบัติหนาที่ตอไปและใหถือวากรรมการยุทธศาสตรพรรคเฉพาะคณะนั้น มีจํานวนเทากับจํานวนของกรรมการยุทธศาสตรพรรคเทาที่เหลืออยูในกรณีที่มีการแตงตั้งกรรมการยุทธศาสตรพรรคเพิ่มเติม ใหกรรมการยุทธศาสตรพรรคที่ไดรับแตงตั้งเพิ่มขึ้นใหมนั้นมีวาระการดํารงตําแหนงเทากับระยะเวลาการดํารงตําแหนงของคณะกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูนับแตวันที่คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติใหความเห็นชอบแตงตั้งหนา ๖๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขอ ๓๕ คณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคคณะใดคณะหนึ่งพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงเมื่อวาระการดํารงตําแหนงของคณะกรรมการบริหารพรรคสิ้นสุดลง(๒) กรรมการยุทธศาสตรพรรคพนจากตําแหนงตามขอ ๓๔ และมีจํานวนประธานคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคและกรรมการยุทธศาสตรพรรคคณะเดียวกันรวมกันเหลืออยูไมถึงสามคน(๓) ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคพนจากตําแหนงตามขอ ๓๔ขอ ๓๖ ประธานพรรคและคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) จัดทําคําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรค นโยบายพรรคและนโยบายที่ใชในการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง และกําหนดยุทธศาสตรในการดําเนินกิจการทางการเมืองของพรรคเพื่อใหคณะกรรมการบริหารพรรคนําไปเปนแนวทางในการปฏิบัติ(๒) ใหคําปรึกษาและเสนอแนะแนวทางในการบริหารงานของคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อใหคณะกรรมการบริหารพรรคนําไปสูการปฏิบัติไดอยางมีสัมฤทธิ์ผล เพื่อประโยชนสุขของทุกคนในชาติติดตาม วิเคราะห และประเมินสถานการณดานตาง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกประเทศและจัดทําแนวทางเพื่อดําเนินมาตรการในการแกไขปญหาของประเทศ ทั้งในดานการเมือง เศรษฐกิจสังคม ทองถิ่น ความมั่นคง และเทคโนโลยีการพัฒนาประเทศ เพื่อใหคณะกรรมการบริหารพรรคสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรค และผูดํารงตําแหนงทางการเมืองของพรรค สามารถนําไปใชเปนแนวทางในการปฏิบัติหนาที่เพื่อใหเกิดประโยชนสูงสุดตอประเทศชาติและประชาชนได(๓) ในการเขารวมเพื่อการจัดตั้งรัฐบาลหรือการถอนตัวออกจากการเปนพรรครวมรัฐบาลหรือการใหบุคคลดํารงตําแหนงหรือพนจากตําแหนงทางการเมือง ใหประธานพรรคเปนผูมีอํานาจพิจารณาตัดสินใจ ทั้งนี้ ประธานพรรคอาจหารือกับหัวหนาพรรคและหรือผูบริหารพรรคอื่นดวยก็ได(๔) ในกรณีที่พรรคไดเขารวมในการจัดตั้งรัฐบาล ใหคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคเปนตัวแทนของพรรค ในการจัดทํารางนโยบายในการบริหารราชการแผนดินของรัฐบาลรวมกับพรรคการเมืองรวมรัฐบาลอื่น โดยคํานึงถึงหนาที่ของรัฐ แนวนโยบายแหงรัฐ ยุทธศาสตรชาติและนโยบายพรรคเปนสําคัญ(๕) ใหประธานคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคทุกคณะ เขารวมประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เมื่อมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค(๖) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมายหนา ๖๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
สวนที่ ๕สาขาพรรคขอ ๓๗ ใหพรรคจัดใหมีสาขาพรรคในแตละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด อยางนอยภาคละหนึ่งสาขา โดยสาขาพรรคแตละสาขาตองมีสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในพื้นที่ของจังหวัดที่รับผิดชอบของสาขานั้นตั้งแตหารอยคนขึ้นไปขอ ๓๘ ใหคณะกรรมการสาขาพรรคประกอบดวยหัวหนาสาขาพรรค รองหัวหนาสาขาพรรคเลขานุการสาขาพรรค รองเลขานุการสาขาพรรค นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค เหรัญญิกสาขาพรรคและกรรมการสาขาพรรคอื่นมีจํานวนรวมกันไมนอยกวาเจ็ดคนแตไมเกินสิบเอ็ดคนใหคณะกรรมการสาขาพรรคอยูในตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่ที่คณะกรรมการบริหารพรรคใหความเห็นชอบ เมื่อพนจากตําแหนงตามวาระแลวอาจไดรับเลือกตั้งใหดํารงตําแหนงอีกไดขอ ๓๙ คุณสมบัติของหัวหนาสาขาพรรคและกรรมการสาขาพรรค มีดังนี้(๑) ตองเปนสมาชิกและมีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคนั้น(๒) มีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามขอ ๗๑ และมีอายุไมต่ํากวายี่สิบปขอ ๔๐ ในการจัดตั้งสาขาพรรค ใหตัวแทนสาขาพรรคมีหนังสือเชิญสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคนั้นเขารวมประชุมเพื่อจัดตั้งสาขาพรรค และองคประกอบของที่ประชุมตองมีสมาชิกผูเขารวมประชุมไมนอยกวาหนึ่งรอยคน โดยใหกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งหรือตัวแทนสาขาพรรคคนหนึ่งเปนประธานการประชุม และใหที่ประชุมเลือกสมาชิกคนหนึ่งเปนเลขานุการการประชุม ใหที่ประชุมกําหนดที่ตั้งสาขาพรรคและจํานวนของคณะกรรมการสาขาพรรคตามขอ ๓๘และใหที่ประชุมเลือกหัวหนาสาขาพรรคกอนเปนอันดับแรก จากนั้นจึงใหเลือกกรรมการสาขาพรรคอื่นจนครบจํานวนตามที่ที่ประชุมกําหนดในการเสนอชื่อสมาชิกเพื่อรับเลือกตั้งเปนหัวหนาสาขาพรรคและกรรมการสาขาพรรคใหเสนอชื่อผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามขอ ๓๙ และใหคํานึงถึงความรู ความสามารถ ประสบการณความซื่อสัตยสุจริต ความเหมาะสม และการมีคุณธรรมจริยธรรมของผูไดรับการเสนอชื่อดวยสมาชิกผูเขาประชุมมีสิทธิเสนอชื่อตนเองหรือบุคคลอื่นเพื่อรับการเลือกตั้งเปนกรรมการสาขาพรรคไดทั้งนี้ ผูไดรับการเสนอชื่อตองอยูในที่ประชุม ในการเสนอชื่อตองมีผูรับรองไมนอยกวาสิบคน ในการลงคะแนนใหลงคะแนนโดยเปดเผย และในการออกเสียงลงคะแนนใหสมาชิกคนหนึ่งออกเสียงไดเสียงหนึ่งและใหถือเอาตามคะแนนเสียงขางมากเปนประมาณ กรณีที่มีคะแนนเสียงเทากันใหใชวิธีการจับฉลากหนา ๗๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้นลงแลว ใหผูที่ไดรับเลือกตั้งเปนหัวหนาสาขาพรรคสงรายการแผนผังที่ตั้งสาขาพรรค บัญชีรายชื่อคณะกรรมการสาขาพรรค พรอมสําเนาบัตรประจําตัวประชาชนและสําเนาทะเบียนบานที่เจาตัวรับรองสําเนาถูกตอง และบัญชีรายชื่อสมาชิกในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรค หนังสือยินยอมใหใชสถานที่เปนที่ทําการสาขาพรรค และรายงานการประชุมจัดตั้งสาขาพรรค ไปยังหัวหนาพรรคเพื่อขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารพรรค เมื่อไดรับความเห็นชอบแลวใหหัวหนาพรรคประกาศการจัดตั้งสาขาพรรคและมีหนังสือแจงการจัดตั้งสาขาพรรคตอนายทะเบียนพรรคการเมือง ภายในสิบหาวันนับแตวันที่คณะกรรมการบริหารพรรคใหความเห็นชอบการจัดตั้งสาขาพรรคนั้น และใหประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวยในกรณีที่กรรมการสาขาพรรคดํารงตําแหนงครบวาระ ตาย ลาออก เปลี่ยนชื่อตัว เปลี่ยนชื่อสกุลหรือเปลี่ยนแปลงดวยเหตุใด ๆ ใหหัวหนาพรรคแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่มีเหตุดังกลาว และใหประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวยขอ ๔๑ กรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก(๓) ขาดสมาชิกภาพ(๔) ขาดคุณสมบัติการเปนกรรมการสาขาพรรคตามที่กฎหมายกําหนด(๕) คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติใหพนจากตําแหนง เนื่องจากกระทําการฝาฝนกฎหมาย ขอบังคับ ระเบียบ หรือคําสั่งของพรรค หรือมีพฤติกรรมใดอันอาจกอใหเกิดความเสียหายตอพรรคอยางรายแรงกรณีตําแหนงกรรมการสาขาพรรควางลงตาม (๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) แตกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูมีจํานวนรวมกันไมนอยกวาเจ็ดคน ใหคณะกรรมการสาขาพรรคมีจํานวนเทากับจํานวนของกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยู และใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูประชุมรวมกันเพื่อเลือกกรรมการสาขาพรรคคนหนึ่งหรือหลายคน แลวแตกรณี ใหปฏิบัติหนาที่แทนตําแหนงกรรมการสาขาพรรคที่วางลงเวนแตกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูมีมติใหดําเนินการเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วางลงก็ใหดําเนินการเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วางลงนั้น ทั้งนี้ ใหดําเนินการหนา ๗๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ภายในหกสิบวันนับแตวันที่ไดรับแจงจากนายทะเบียนพรรคการเมือง และใหกรรมการสาขาพรรคที่ไดรับเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางลงดังกลาว อยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระการดํารงตําแหนงของคณะกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยู เวนแตวาระการดํารงตําแหนงของคณะกรรมการสาขาพรรคเหลืออยูไมถึงหนึ่งรอยแปดสิบวันกรณีตําแหนงหัวหนาสาขาพรรควางลงตาม (๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) ใหรองหัวหนาสาขาพรรครักษาการแทนหัวหนาสาขาพรรค หากไมมีรองหัวหนาสาขาพรรคหรือมีแตไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูประชุมรวมกัน เพื่อเลือกกรรมการสาขาพรรคคนหนึ่งเปนผูรักษาการแทนหัวหนาสาขาพรรค และใหผูรักษาการแทนหัวหนาสาขาพรรคมีอํานาจจัดใหมีการประชุมใหญสาขาพรรคเพื่อเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคชุดใหม ภายในหกสิบวันนับแตวันที่ไดรับแจงจากนายทะเบียนพรรคการเมืองเวนแตวาระการดํารงตําแหนงของคณะกรรมการสาขาพรรคเหลืออยูไมถึงหนึ่งรอยแปดสิบวันขอ ๔๒ คณะกรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนง(๒) หัวหนาสาขาพรรคพนจากตําแหนงตามขอ ๔๑(๓) ตําแหนงกรรมการสาขาพรรควางลงและกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูมีจํานวนรวมกันไมถึงเจ็ดคน (๔) สาขาพรรคสิ้นสภาพไปโดยผลของกฎหมาย(๕) คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติใหเลิกสาขาพรรคเมื่อคณะกรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะตาม (๑) หรือ (๓) ใหคณะกรรมการสาขาพรรคนั้นยังคงอยูในตําแหนงเพื่อปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวานายทะเบียนพรรคการเมืองจะรับทราบการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม โดยใหหัวหนาสาขาพรรคจัดใหมีการประชุมใหญสาขาพรรคเพื่อดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่ไดรับแจงจากนายทะเบียนพรรคการเมืองกรณีที่ไมมีกรรมการสาขาพรรคเหลืออยู หรือกรณีที่คณะกรรมการสาขาพรรคหรือคณะกรรมการสาขาพรรคที่พนจากตําแหนงทั้งคณะตาม (๑) หรือกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูตาม (๓) ไมยินยอมดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม หรือละเวนไมปฏิบัติหนาที่หรือมีพฤติการณใดหนา ๗๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ที่สอวาไมอาจปฏิบัติหนาที่ตอไปได หรือกรณีที่คณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาเห็นวามีความจําเปนเรงดวนอันมิอาจหลีกเลี่ยงไดเพื่อมิใหเกิดความเสียหายตอสาขาพรรคหรือตอพรรค คณะกรรมการบริหารพรรคอาจเขาไปดําเนินการตามหนาที่และอํานาจของคณะกรรมการสาขาพรรคแทนคณะกรรมการสาขาพรรคก็ไดโดยใหถือวาเปนการกระทําของคณะกรรมการสาขาพรรคขอ ๔๓ คณะกรรมการสาขาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมทางการเมืองตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรค ขอบังคับมติของที่ประชุมใหญพรรค และมติพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งตองกระทําดวยความรอบคอบ ระมัดระวัง และซื่อสัตยสุจริต เพื่อประโยชนของประเทศชาติและประชาชน อยางนอยในแตละปสาขาพรรคตองจัดใหมีกิจกรรมอยางใดอยางหนึ่งหรือหลายอยางในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสาขาพรรค ดังตอไปนี้(ก) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(ข) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศ และการแกไขปญหาตาง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(ค) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(ง) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองที่แตกตางโดยสุจริต และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(จ) ดําเนินกิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชนทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๒) เผยแพรอุดมการณทางการเมืองของพรรคและนโยบายพรรค รวมทั้งการจัดหาสมาชิก(๓) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับหนา ๗๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขอ ๔๔ หัวหนาสาขาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) เปนผูแทนของสาขาพรรคและเปนผูรับผิดชอบในกิจการทั้งปวงของสาขาพรรค(๒) เปนผูเรียกประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและเปนประธานการประชุม(๓) เปนผูเรียกประชุมใหญสาขาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสาขาพรรคและเปนประธานการประชุม(๔) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรคที่สาขาพรรคไดรับหรือจาย(๕) จัดใหมีบัญชีรายชื่อพรอมที่อยูของสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัดซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรคใหถูกตองตามความเปนจริง และตองใหสมาชิกตรวจดูไดโดยสะดวก รวมทั้งปดประกาศไว ณ ที่ทําการสาขาพรรค(๖) แจงการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับที่ทําการสาขาพรรคหรือการเปลี่ยนแปลงใด ๆเกี่ยวกับสาขาพรรคใหหัวหนาพรรคทราบ และปดประกาศไว ณ ที่ทําการสาขาพรรค(๗) พิจารณาเสนอรายชื่อสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัดซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรค เปนผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อตอคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสาขาพรรค(๘) กรณีที่มีความจําเปนในการดําเนินการทางการเมือง ใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของสาขาพรรคได โดยความเห็นชอบของกรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้นและใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติของสาขาพรรค(๙) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับขอ ๔๕ รองหัวหนาสาขาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ปฏิบัติหนาที่แทนหัวหนาสาขาพรรคตามที่หัวหนาสาขาพรรคมอบหมาย(๒) รักษาการแทนหัวหนาสาขาพรรคกรณีหัวหนาสาขาพรรคไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดขอ ๔๖ เลขานุการสาขาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ควบคุมและกํากับดูแลกิจการทั้งปวงของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคหรือหัวหนาสาขาพรรคมอบหมาย(๒) เสนอรายงานตอที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและที่ประชุมใหญสาขาพรรคหนา ๗๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(๓) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและที่ประชุมใหญสาขาพรรค(๔) กํากับดูแลการบริหารงานของสํานักงานสาขาพรรค(๕) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่ไดรับมอบหมายจากหัวหนาสาขาพรรคขอ ๔๗ รองเลขานุการสาขาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ปฏิบัติหนาที่แทนเลขานุการสาขาพรรคตามที่ไดรับมอบหมายจากเลขานุการสาขาพรรค (๒) รักษาการแทนเลขานุการสาขาพรรคกรณีเลขานุการสาขาพรรคไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดขอ ๔๘ เหรัญญิกสาขาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) จัดเก็บคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมืองของสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคสงมอบใหแกพรรค(๒) ควบคุมกํากับดูแลรายรับรายจายและจัดทําบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรคที่สาขาพรรคไดรับหรือจายขอ ๔๙ นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามเบื้องตนของผูสมัครเขาเปนสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรค เพื่อสงใหนายทะเบียนสมาชิกพรรคตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครเขาเปนสมาชิกนั้นตอไป(๒) จัดทําบัญชีรายชื่อพรอมที่อยูของสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัดซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรค ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด ใหตรงตามความเปนจริงและตองใหสมาชิกตรวจดูไดโดยสะดวก รวมทั้งปดประกาศไว ณ ที่ทําการสาขาพรรคขอ ๕๐ กรรมการสาขาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) จัดทําบันทึกการรับบริจาคและแจงใหพรรคทราบถึงการที่กรรมการสาขาพรรคไดรับบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใด โดยผูบริจาคประสงคจะบริจาคใหเพื่อประโยชนในการดําเนินกิจกรรมของพรรค และจัดสงบันทึกการรับบริจาคพรอมเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรค (๒) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่กําหนดไวตามกฎหมายและขอบังคับหนา ๗๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
สวนที่ ๖ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๕๑ การแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหเปนไปตามกฎหมายพรรคการเมืองและประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองจังหวัดใดที่มีการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ใหมีจํานวนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดจังหวัดละไมเกินสองคน การจัดลําดับของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหเปนไปตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติประกาศกําหนด ใหตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ป นับแตวันที่คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติใหความเห็นชอบและเมื่อพนจากตําแหนงตามวาระแลวอาจไดรับเลือกตั้งอีกไดขอ ๕๒ คุณสมบัติของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด มีดังนี้(๑) ตองเปนสมาชิกและมีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัดที่ตนเปนตัวแทน(๒) มีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามขอ ๗๑ และมีอายุไมต่ํากวายี่สิบปขอ ๕๓ ในการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในจังหวัดใด ใหตัวแทนของสมาชิกมีหนังสือเชิญสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัดนั้น เขารวมประชุมเพื่อเลือกตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด และองคประกอบของที่ประชุมตองมีสมาชิกเขาประชุมจํานวนไมนอยกวาหาสิบคนโดยใหกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งหรือตัวแทนสมาชิกคนหนึ่งเปนประธานการประชุมและใหที่ประชุมเลือกสมาชิกคนหนึ่งเปนเลขานุการการประชุม ใหสมาชิกผูเขาประชุมเสนอชื่อสมาชิกผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามขอ ๕๒ เปนผูสมัครรับเลือกตั้งเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดและใหคํานึงถึงความรู ความสามารถ ความซื่อสัตยสุจริต ความเหมาะสม และการมีคุณธรรมจริยธรรมของผูที่ไดรับการเสนอชื่อนั้นดวย ซึ่งผูที่ไดรับการเสนอชื่อตองอยูในที่ประชุมและสมาชิกอาจเสนอชื่อตนเองก็ไดในการเสนอชื่อตองมีผูรับรองไมนอยกวาสิบคน ในการออกเสียงลงคะแนนใหสมาชิกคนหนึ่งออกเสียงไดเสียงหนึ่งและใหถือเอาตามคะแนนเสียงขางมากเปนประมาณ กรณีมีคะแนนเสียงเทากันใหใชวิธีการจับฉลากภายหลังการประชุมเสร็จสิ้นลงแลว ใหผูไดรับเลือกตั้งเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสงรายการแผนผังที่ตั้งที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด บัญชีรายชื่อตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด พรอมสําเนาบัตรประจําตัวประชาชนและสําเนาทะเบียนบานที่เจาตัวรับรองสําเนาถูกตองหนา ๗๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
บัญชีรายชื่อสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัด หนังสือยินยอมใหใชสถานที่เปนที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด และรายงานการประชุมการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไปยังหัวหนาพรรคเพื่อขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารพรรค เมื่อไดรับความเห็นชอบแลวใหหัวหนาพรรคมีประกาศแตงตั้งและมีหนังสือแจงการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตอนายทะเบียนพรรคการเมืองภายในสิบหาวันนับแตวันที่ที่คณะกรรมการบริหารพรรคใหความเห็นชอบการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดนั้น และใหประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวยเมื่อตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดดํารงตําแหนงครบวาระ ตาย ลาออก เปลี่ยนชื่อตัวเปลี่ยนชื่อสกุล หรือเปลี่ยนแปลงดวยเหตุใด ๆ ใหหัวหนาพรรคแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่มีเหตุดังกลาว และใหประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวยขอ ๕๔ ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดพนจากตําแหนง เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนง(๒) ตาย(๓) ลาออก(๔) ขาดสมาชิกภาพ(๕) ขาดคุณสมบัติการเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตามที่กฎหมายกําหนด(๖) คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติใหพนจากตําแหนง เนื่องจากกระทําการฝาฝนกฎหมาย ขอบังคับ ระเบียบ หรือคําสั่งของพรรค หรือมีพฤติกรรมใดอันอาจกอใหเกิดความเสียหายตอพรรคอยางรายแรงเมื่อตําแหนงตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในจังหวัดใดวางลงไมวาดวยเหตุใด อาจมีมติพรรคแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในจังหวัดนั้นก็ไดโดยใหดําเนินการตามขอ ๕๑ขอ ๕๕ ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมทางการเมืองตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรค ขอบังคับมติของที่ประชุมใหญพรรค และมติพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้งและนายทะเบียนพรรคการเมือง ซึ่งตองกระทําดวยความรอบคอบ ระมัดระวัง และซื่อสัตยสุจริตหนา ๗๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
เพื่อประโยชนของประเทศชาติและประชาชน อยางนอยในแตละปตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตองจัดใหมีกิจกรรมอยางใดอยางหนึ่งหรือหลายอยางในเขตพื้นที่รับผิดชอบของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดของตน ดังตอไปนี้(ก) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(ข) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศ และการแกไขปญหาตาง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(ค) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(ง) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองที่แตกตาง โดยสุจริต และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(จ) ดําเนินกิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชนทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๒) เผยแพรอุดมการณทางการเมืองของพรรคและนโยบายพรรค รวมทั้งการจัดหาสมาชิก(๓) เปนผูเรียกประชุมตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดและเปนประธานการประชุม(๔) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับหรือจาย(๕) จัดเก็บคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมืองของสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของตนสงมอบใหแกพรรค(๖) ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามเบื้องตนของผูสมัครเขาเปนสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของตน เพื่อสงใหนายทะเบียนสมาชิกพรรคตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครเขาเปนสมาชิกนั้นตอไปหนา ๗๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(๗) จัดใหมีบัญชีรายชื่อพรอมที่อยูของสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัดที่ตนเปนตัวแทนตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด ใหถูกตองตรงตามความเปนจริง และตองใหสมาชิกตรวจดูไดโดยสะดวก รวมทั้งปดประกาศไว ณ ที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดกรณีเปนที่สงสัยวาสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัดที่มิไดเปนที่ตั้งของสาขาพรรคหรือของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด จะถือวาสมาชิกผูนั้นเปนสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัดที่เปนที่ตั้งของสาขาพรรคใดหรือของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใด ใหนําความในขอ ๙๕วรรคสองมาบังคับใชโดยอนุโลม(๘) แจงการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดหรือการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกี่ยวกับตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเปนหนังสือใหหัวหนาพรรคทราบและปดประกาศไว ณ ที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๙) พิจารณาเสนอรายชื่อสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัดที่ตนเปนตัวแทนเปนผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ตอคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง(๑๐) ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับกรณีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดละเวนไมปฏิบัติหนาที่หรือมีพฤติการณใดที่สอวาไมอาจปฏิบัติหนาที่ตอไปได หรือกรณีที่คณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาเห็นวามีความจําเปนเรงดวนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได เพื่อมิใหเกิดความเสียหายตอตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดหรือตอพรรคคณะกรรมการบริหารพรรคอาจเขาไปดําเนินการตามหนาที่และอํานาจของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดแทนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดก็ได โดยใหถือวาเปนการกระทําของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด หมวด ๓การประชุมสวนที่ ๑การประชุมใหญพรรคขอ ๕๖ ใหคณะกรรมการบริหารพรรคจัดใหมีการประชุมใหญพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้งการประชุมนี้ใหถือวาเปนการประชุมใหญสามัญพรรค และการประชุมใหญวิสามัญพรรคอาจมีไดเมื่อคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติใหเรียกประชุมหนา ๗๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ในการเรียกประชุมใหหัวหนาพรรคหรือเลขาธิการพรรคโดยความเห็นชอบของหัวหนาพรรคมีหนังสือเชิญประชุม หรืออาจใชวิธีการเชิญประชุมผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือสื่ออิเล็กทรอนิกสก็ไดโดยเชิญประชุมลวงหนากอนวันประชุมไมนอยกวาสามวัน เวนแตกรณีมีความจําเปนเรงดวนอาจเชิญประชุมลวงหนานอยกวาสามวันกอนวันประชุมก็ไดสมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสี่ของจํานวนสมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสามของจํานวนกรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยูของพรรคหรือไมนอยกวาสองรอยหาสิบคน แลวแตจํานวนใดจะนอยกวา มีสิทธิเขาชื่อกันยื่นคํารองขอตอหัวหนาพรรคใหจัดการประชุมใหญวิสามัญพรรคไดในกรณีมีเหตุจําเปนเรงดวนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได เพื่อประโยชนในการดําเนินการทางการเมืองของพรรคหรือเพื่อมิใหเกิดความเสียหายแกพรรค ประธานพรรคอาจเรียกประชุมใหญพรรคก็ไดขอ ๕๗ องคประชุมของการประชุมใหญพรรคตองประกอบดวยกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดที่มีอยู ผูแทนสาขาพรรคจํานวนไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสาขาพรรคที่มีอยู ซึ่งในจํานวนนี้ตองประกอบดวยผูแทนของสาขาพรรคไมนอยกวาสองสาขาซึ่งมาจากภาคที่ตางกันตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดจํานวนไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่มีอยู และสมาชิกทั้งนี้ มีจํานวนรวมกันทั้งหมดไมนอยกวาสองรอยหาสิบคนใหประธานพรรคเปนประธานการประชุม และใหหัวหนาพรรคเปนรองประธานการประชุมกรณีประธานพรรคไมมาประชุมหรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดใหหัวหนาพรรคทําหนาที่แทน หากไมมีหัวหนาพรรคหรือมีแตไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ใหรองหัวหนาพรรคทําหนาที่แทน กรณีไมมีรองหัวหนาพรรคหรือมีแตไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ใหกรรมการบริหารพรรคที่มาประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งเปนประธานการประชุม และใหเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการการประชุมหากเลขาธิการพรรคไมมาประชุมหรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ใหรองเลขาธิการพรรคทําหนาที่แทนหากไมมีรองเลขาธิการพรรคหรือมีแตไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดใหกรรมการบริหารพรรคที่มาประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งทําหนาที่เลขานุการการประชุมหนา ๘๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
การลงมติในที่ประชุมใหญใหกระทําโดยเปดเผย แตการลงมติเลือกบุคคลเปนหัวหนาพรรครองหัวหนาพรรค เลขาธิการพรรค รองเลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรค นายทะเบียนสมาชิกพรรคโฆษกพรรค รองโฆษกพรรค และกรรมการบริหารพรรคอื่น รวมทั้งการเลือกตั้งกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งใหลงคะแนนลับ โดยใหสมาชิกคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งและใหถือเอาตามคะแนนเสียงขางมากเปนประมาณกรณีมีคะแนนเสียงเทากันใหใชวิธีการจับฉลาก เวนแตกรณีมีคะแนนเสียงเทากันในการลงมติในการอื่นใหประธานการประชุมออกเสียงอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๕๘ การจัดระเบียบวาระการประชุมอาจจัดลําดับ ดังนี้(๑) เรื่องประธานแจงที่ประชุมทราบ(๒) รับรองรายงานการประชุมครั้งที่แลว(๓) เรื่องเพื่อพิจารณา(๔) เรื่องเพื่อทราบ(๕) เรื่องอื่น ๆ (ถามี)ขอ ๕๙ การดําเนินกิจการดังตอไปนี้ ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญพรรค(๑) การแกไขเปลี่ยนแปลงคําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคหรือนโยบายพรรค(๒) การแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับ(๓) การเลือกตั้งหัวหนาพรรค รองหัวหนาพรรค เลขาธิการพรรค รองเลขาธิการพรรคเหรัญญิกพรรค นายทะเบียนสมาชิกพรรค โฆษกพรรค รองโฆษกพรรค และกรรมการบริหารอื่นของพรรค(๔) การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง(๕) การใหความเห็นชอบรายงานการเงินและการดําเนินกิจการของพรรคที่ไดดําเนินการไปในรอบปที่ผานมา(๖) กิจการที่เสนอโดยคณะกรรมการบริหารพรรคหรือหัวหนาสาขาพรรค(๗) กิจการอื่นตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองกฎหมาย หรือขอบังคับ หนา ๘๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
กิจการตาม (๑) (๒) และ (๓) เมื่อไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญแลว ใหพรรคมีหนังสือแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบเพื่อแกไขเปลี่ยนแปลงการจดทะเบียนภายในสิบหาวันนับตั้งแตวันที่ไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญพรรคขอ ๖๐ ใหหัวหนาพรรคจัดทํารายงานการดําเนินกิจการของพรรคในรอบปปฏิทินที่ผานมาเสนอตอที่ประชุมใหญพรรคเพื่ออนุมัติภายในเดือนเมษายนของทุกป ทั้งนี้ รายงานดังกลาวอยางนอยตองมีรายการตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดใหหัวหนาพรรคสงรายงานการดําเนินกิจการของพรรคซึ่งที่ประชุมใหญพรรคอนุมัติแลวตามวรรคหนึ่ง ตอนายทะเบียนพรรคการเมืองภายในสิบหาวันนับแตวันที่ที่ประชุมใหญพรรคอนุมัติและใหประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวยขอ ๖๑ สมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรคนหนึ่งคนใดหรือสมาชิกจํานวนไมนอยกวาหนึ่งรอยคน หากพิจารณาเห็นวามติของพรรคขัดตอพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองหรือกฎหมายอื่น มีสิทธิรองขอตอคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อพิจารณาวินิจฉัยหากคณะกรรมการการเลือกตั้งวินิจฉัยวามติใดของพรรคขัดตอพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง หรือกฎหมายอื่น คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอํานาจสั่งเพิกถอนมติดังกลาวไดสวนที่ ๒การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๖๒ ใหหัวหนาพรรคเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคตามความจําเปน และใหองคประชุมของคณะกรรมการบริหารพรรคประกอบดวยกรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดที่มีอยู โดยใหหัวหนาพรรคเปนประธานในการประชุม และเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการการประชุมในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ใหเชิญประธานพรรค ประธานที่ปรึกษาพรรคและที่ปรึกษาพรรคเขารวมประชุมดวย กรณีที่ระเบียบวาระการประชุมมีประเด็นที่เกี่ยวของกับคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคคณะใด ใหเชิญประธานคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคคณะที่เกี่ยวของนั้นเขารวมประชุมดวย แลวแตกรณี หนา ๘๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
กรณีประธานพรรคเขารวมประชุมใหประธานพรรคเปนประธานการประชุม และใหหัวหนาพรรคเปนรองประธานการประชุมในการเรียกประชุมใหหัวหนาพรรคหรือเลขาธิการพรรคโดยความเห็นชอบของหัวหนาพรรคมีหนังสือเชิญประชุม หรืออาจใชวิธีการเชิญประชุมผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือสื่ออิเล็กทรอนิกสก็ไดโดยใหเชิญประชุมลวงหนากอนวันประชุมไมนอยกวาสามวัน เวนแตกรณีมีความจําเปนเรงดวนอาจเชิญประชุมลวงหนานอยกวาสามวันกอนวันประชุมก็ได การลงมติหากขอบังคับมิไดกําหนดไวเปนอยางอื่นใหกระทําโดยเปดเผย ใหกรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่ง และใหถือเอาตามคะแนนเสียงขางมากเปนประมาณ กรณีที่มีคะแนนเสียงเทากันใหประธานการประชุมออกเสียงอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสามของจํานวนกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูมีสิทธิเขาชื่อกันยื่นคํารองขอใหจัดการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคไดในกรณีมีความจําเปนเรงดวน เพื่อประโยชนในการดําเนินการทางการเมืองของพรรคประธานพรรคอาจเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคก็ไดสวนที่ ๓การประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรขอ ๖๓ ใหหัวหนาพรรคเรียกประชุมการประชุมรวมระหวางคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรคตามความจําเปน โดยใหองคประชุมประกอบดวยกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในหาของจํานวนกรรมการบริหารพรรคที่มีอยูและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจํานวนไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรคใหหัวหนาพรรคเปนประธานการประชุม และเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการการประชุม และใหมีหนังสือเชิญประธานพรรค ประธานที่ปรึกษาพรรค และที่ปรึกษาพรรค เขารวมประชุมดวย กรณีที่ระเบียบวาระการประชุมมีประเด็นที่เกี่ยวของกับคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคคณะใด ใหเชิญประธานคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคคณะที่เกี่ยวของนั้น เขารวมประชุมดวย แลวแตกรณีกรณีประธานพรรคเขารวมประชุม ใหประธานพรรคเปนประธานการประชุม และใหหัวหนาพรรคเปนรองประธานการประชุม หนา ๘๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ในระหวางสมัยประชุมสภาผูแทนราษฎร ใหพรรคจัดใหมีการประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรคเปนประจําตามความจําเปนและเหมาะสมโดยคํานึงถึงหนาที่ความรับผิดชอบของพรรคการเมืองและของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวของเปนสําคัญการนัดประชุมใหนัดลวงหนาไมนอยกวาสามวัน แตถาหัวหนาพรรคเห็นสมควรจะนัดเร็วกวานั้นก็ไดและการนัดประชุมใหทําเปนหนังสือหรืออาจนัดประชุมผานสื่ออิเล็กทรอนิกสก็ได เวนแตเมื่อประธานไดแจงใหทราบในที่ประชุมแลวการลงมติหากขอบังคับมิไดกําหนดไวเปนอยางอื่นใหกระทําโดยเปดเผย โดยใหผูเขาประชุมคนหนึ่งมีเสียงหนึ่ง และใหถือเอาตามคะแนนเสียงขางมากเปนประมาณ กรณีมีคะแนนเสียงเทากันใหประธานการประชุมออกเสียงอีกหนึ่งเสียงเปนเสียงชี้ขาดกรณีมีความจําเปนเรงดวน เพื่อประโยชนในการดําเนินกิจการทางการเมืองของพรรคประธานพรรคอาจเรียกประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรคก็ไดสวนที่ ๔การประชุมใหญสาขาพรรคขอ ๖๔ ใหหัวหนาสาขาพรรคจัดใหมีการประชุมใหญสาขาพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้งกอนการประชุมใหญสามัญประจําปของพรรค การประชุมนี้ใหถือวาเปนการประชุมใหญสามัญสาขาพรรคใหหัวหนาสาขาพรรคหรือเลขานุการสาขาพรรคโดยความเห็นชอบของหัวหนาสาขาพรรคมีหนังสือเชิญประชุมหรืออาจเชิญประชุมผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือสื่ออิเล็กทรอนิกสก็ไดโดยใหเชิญประชุมลวงหนาไมนอยกวาสามวันกอนวันประชุม เวนแตกรณีมีความจําเปนเรงดวนอาจเชิญประชุมลวงหนานอยกวาสามวันกอนวันประชุมก็ไดขอ ๖๕ ใหองคประชุมของการประชุมใหญสาขาพรรคประกอบดวยกรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการสาขาพรรคทั้งหมดที่มีอยู และสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัดซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรค รวมกันทั้งหมดไมนอยกวาหนึ่งรอยคนใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานการประชุม หากหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุมหรือมาแตไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดใหรองหัวหนาสาขาพรรคทําหนาที่เปนประธานการประชุมแทนหากไมมีรองหัวหนาสาขาพรรคหรือมีแตไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ใหกรรมการสาขาพรรคหนา ๘๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
เลือกกรรมการสาขาพรรคที่เขาประชุมคนหนึ่งเปนประธานการประชุม และใหเลขานุการสาขาพรรคเปนเลขานุการการประชุม หากเลขานุการสาขาพรรคไมมาประชุมหรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดใหรองเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่แทน หากไมมีรองเลขานุการสาขาพรรคหรือมีแตไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดใหกรรมการสาขาพรรคที่มาประชุมเลือกกรรมการสาขาพรรคคนหนึ่งเปนเลขานุการการประชุมการลงมติหากขอบังคับมิไดกําหนดไวเปนอยางอื่นใหกระทําโดยเปดเผย ใหสมาชิกคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งและใหถือเอาตามคะแนนเสียงขางมากเปนประมาณ กรณีมีคะแนนเสียงเทากันใหประธานการประชุมออกเสียงอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๖๖ การดําเนินกิจการดังตอไปนี้ ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญสาขาพรรค(๑) การเลือกตั้งหัวหนาสาขาพรรค รองหัวหนาสาขาพรรค เลขานุการสาขาพรรครองเลขานุการสาขาพรรค นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค เหรัญญิกสาขาพรรค และกรรมการสาขาพรรคอื่น(๒) การใหความเห็นชอบรายงานการเงินและการดําเนินกิจการของสาขาพรรคที่ไดดําเนินการไปในรอบปที่ผานมา(๓) กิจการที่เสนอโดยคณะกรรมการสาขาพรรค(๔) การลงคะแนนเลือกผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๕) กิจการอื่นตามที่กําหนดไวในกฎหมายหรือขอบังคับสวนที่ ๕การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคขอ ๖๗ ใหหัวหนาสาขาพรรคเรียกประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคตามความจําเปนและใหองคประชุมของคณะกรรมการสาขาพรรคประกอบดวยกรรมการสาขาพรรคจํานวนไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการสาขาพรรคทั้งหมดที่มีอยูใหหัวหนาสาขาพรรคหรือเลขานุการสาขาพรรคโดยความเห็นชอบของหัวหนาสาขาพรรคมีหนังสือเชิญประชุม หรืออาจเชิญประชุมผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือสื่ออิเล็กทรอนิกสก็ไดโดยใหเชิญประชุมลวงหนาไมนอยกวาสามวันกอนวันประชุม เวนแตกรณีมีความจําเปนเรงดวนอาจเชิญประชุมลวงหนานอยกวาสามวันกอนวันประชุมก็ไดใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานการประชุม และใหเลขานุการสาขาพรรคเปนเลขานุการการประชุมหนา ๘๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
การลงมติหากขอบังคับมิไดกําหนดไวเปนอยางอื่นใหกระทําโดยเปดเผย ใหกรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งและใหถือเอาตามคะแนนเสียงขางมากเปนประมาณ กรณีมีคะแนนเสียงเทากันใหประธานการประชุมออกเสียงอีกหนึ่งเสียงเปนเสียงชี้ขาดสวนที่ ๖การประชุมตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๖๘ อาจจัดใหมีการประชุมตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดอยางนอยปละหนึ่งครั้งกอนการประชุมใหญสามัญประจําปของพรรคก็ได การประชุมนี้ใหถือวาเปนการประชุมใหญสามัญตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดมีหนังสือเชิญประชุมหรืออาจเชิญประชุมผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือสื่ออิเล็กทรอนิกสก็ได โดยใหเชิญประชุมลวงหนาไมนอยกวาสามวันกอนการประชุมเวนแตกรณีมีความจําเปนเรงดวนอาจเชิญประชุมลวงหนานอยกวาสามวันกอนวันประชุมก็ไดขอ ๖๙ องคประชุมของการประชุมตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ประกอบดวยตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด และสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัดนั้น รวมกันทั้งหมดไมนอยกวาหาสิบคน ใหตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเปนประธานการประชุม และใหที่ประชุมเลือกสมาชิกคนหนึ่งเปนเลขานุการการประชุมการลงมติหากขอบังคับมิไดกําหนดไวเปนอยางอื่นใหกระทําโดยเปดเผย ใหสมาชิกคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งและใหถือเอาตามคะแนนเสียงขางมากเปนประมาณ กรณีมีคะแนนเสียงเทากันใหประธานการประชุมออกเสียงอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๗๐ การดําเนินกิจการดังตอไปนี้ ใหกระทําในที่ประชุมตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๑) การเลือกตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๒) การใหความเห็นชอบรายงานการเงินและการดําเนินกิจการของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่ไดดําเนินการไปในรอบปที่ผานมา(๓) กิจการที่เสนอโดยตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๔) การลงคะแนนเลือกผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๕) กิจการอื่นตามที่กําหนดไวในกฎหมาย หรือขอบังคับหนา ๘๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
หมวด ๔สมาชิกขอ ๗๑ สมาชิกตองเปนผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้ก. คุณสมบัติ(๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ในกรณีเปนผูมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติตองไดสัญชาติไทยมาแลวไมนอยกวาหาป(๒) มีอายุไมต่ํากวาสิบแปดปข. ลักษณะตองหาม(๑) ไมเปนบุคคลตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๙๘ (๑)(๒) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๑) (๑๔) (๑๖) (๑๗) หรือ (๑๘) ของรัฐธรรมนูญ(๒) ไมเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดใหจําคุกวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการหรือตอตําแหนงหนาที่ในการยุติธรรม หรือกระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยความผิดของพนักงานในองคการหรือหนวยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพยที่กระทําโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญาเวนแตการรอการลงโทษ(๓) ไมเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดใหจําคุกวากระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยการกูยืมเงินที่เปนการฉอโกงประชาชน กฎหมายวาดวยยาเสพติดในความผิดฐานเปนผูผลิตนําเขา สงออก หรือผูคา กฎหมายวาดวยการพนันในความผิดฐานเปนเจามือหรือเจาสํานัก กฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการคามนุษย หรือกฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน(๔) ไมเปนสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นหรือผูยื่นคําขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองอื่น ตามมาตรา ๑๑ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองพ.ศ. ๒๕๖๐ และที่แกไขเพิ่มเติม หรือผูแจงการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นตามมาตรา ๑๘ของกฎหมายฉบับเดียวกัน สวนที่ ๑การรับเขาเปนสมาชิกขอ ๗๒ ผูที่ประสงคจะสมัครเขาเปนสมาชิกใหยื่นใบสมัครเขาเปนสมาชิกตามแบบพิมพของพรรคพรอมดวยเอกสารประกอบที่ใชในการสมัครเขาเปนสมาชิกตอพรรค ณ สํานักงานใหญพรรคหรือสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด แลวแตกรณีหนา ๘๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขอ ๗๓ เอกสารและเอกสารประกอบที่ใชในการสมัครเขาเปนสมาชิกประกอบดวย(๑) ใบสมัครเขาเปนสมาชิก(๒) สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน(๓) สําเนาหนังสือสําคัญการแปลงสัญชาติ กรณีมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติมาแลวไมนอยกวาหาป หรือเอกสารอื่นใดที่ใชยืนยันแทนได(๔) สําเนาทะเบียนบาน(๕) หนังสือยืนยันการมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๒๔แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ ของผูสมัครเขาเปนสมาชิกขอ ๗๔ ใหนายทะเบียนสมาชิกพรรคมีหนาที่ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครเขาเปนสมาชิก กรณีที่นายทะเบียนสมาชิกพรรคเห็นวาใบสมัครเขาเปนสมาชิกและเอกสารประกอบที่ยื่นพรอมกับใบสมัครเขาเปนสมาชิกถูกตองครบถวนตามขอ ๗๓ ใหนายทะเบียนสมาชิกพรรคนํารายชื่อผูสมัครเขาเปนสมาชิกเสนอตอคณะกรรมการบริหารพรรค หรือหัวหนาพรรค หรือเลขาธิการพรรคแลวแตกรณีขอ ๗๕ ใหคณะกรรมการบริหารพรรคมีอํานาจรับหรือไมรับเขาเปนสมาชิกแกผูสมัครเขาเปนสมาชิกที่นายทะเบียนสมาชิกพรรคไดเสนอตามขอ ๗๔ เวนแตกรณีมีเหตุจําเปนเรงดวนหรือมีเหตุอันควรใหหัวหนาพรรคหรือเลขาธิการพรรคเปนผูพิจารณารับหรือไมรับเขาเปนสมาชิกแกผูสมัครเขาเปนสมาชิกนั้นแทนคณะกรรมการบริหารพรรคก็ได โดยใหถือวาการดําเนินการของหัวหนาพรรคหรือเลขาธิการพรรคเปนมติของคณะกรรมการบริหารพรรค และใหมติของคณะกรรมการบริหารพรรคหรือการดําเนินการของหัวหนาพรรคหรือเลขาธิการพรรค แลวแตกรณี ถือเปนที่สุดกรณีที่คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติ หรือหัวหนาพรรคหรือเลขาธิการพรรคดําเนินการแลวแตกรณี ไมรับเขาเปนสมาชิกพรรคแกผูสมัครเขาเปนสมาชิกผูใด ใหนายทะเบียนสมาชิกพรรคมีหนังสือแจงใหผูนั้นทราบขอ ๗๖ ใหนายทะเบียนสมาชิกพรรคจัดใหผูสมัครเขาเปนสมาชิกที่ผานการพิจารณารับเขาเปนสมาชิกตามขอ ๗๕ วรรคหนึ่งแลว ชําระคาบํารุงพรรคการเมืองตอเหรัญญิกพรรคตามอัตราที่กําหนดไวในขอ ๗๗ วรรคหนึ่ง และใหเหรัญญิกพรรคออกใบเสร็จรับเงินคาบํารุงพรรคการเมืองมอบใหแกผูนั้นไวเปนหลักฐาน หนา ๘๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ในการปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง และเพื่อประโยชนในการรับชําระคาบํารุงพรรคการเมืองของสมาชิกใหมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล หัวหนาพรรคอาจมอบหมายใหกรรมการบริหารพรรค หรือกรรมการสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด หรือสมาชิกผูใด แลวแตกรณี เปนผูรับชําระคาบํารุงพรรคการเมืองและออกใบเสร็จรับเงินคาบํารุงพรรคการเมือง พรอมทั้งจัดสงใบเสร็จรับเงินคาบํารุงพรรคการเมืองใหแกสมาชิกแทนเหรัญญิกพรรคก็ได โดยใหจัดสงสําเนาใบเสร็จรับเงินคาบํารุงพรรคการเมืองใหแกสํานักงานใหญพรรคเพื่อจัดเก็บไวเปนหลักฐานจํานวนหนึ่งฉบับ และใหจัดเก็บสําเนาใบเสร็จรับเงินคาบํารุงพรรคการเมืองอีกหนึ่งฉบับไวที่ที่ทําการสาขาพรรคหรือที่ที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดแลวแตกรณีสมาชิกภาพของสมาชิกเริ่มตั้งแตไดชําระคาบํารุงพรรคการเมืองตามจํานวนที่กําหนดในขอ ๗๗ แลวขอ ๗๗ ใหเรียกเก็บคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมืองจากสมาชิกแบบรายปในอัตราปละไมนอยกวาอัตราที่กฎหมายกําหนด หรือแบบตลอดชีพรายละไมนอยกวาอัตราที่กฎหมายกําหนดเพื่อประโยชนในการนับรอบระยะเวลาการชําระคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของสมาชิก ใหถือวารอบระยะเวลาการชําระคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของปที่สมาชิกไดชําระเปนครั้งแรกสิ้นสุดลงในวันสิ้นปปฏิทินของปเดียวกันนั้น และใหเริ่มตนนับรอบระยะเวลาการชําระคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของปถัดไปใหม โดยใหเริ่มตนนับตั้งแตวันที่หนึ่งมกราคมและสิ้นสุดลงในวันที่สามสิบเอ็ดธันวาคมของปเดียวกัน ทั้งนี้ สมาชิกอาจชําระคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของปถัดไปภายในกรอบระยะเวลาดังกลาวนี้เมื่อใดก็ไดขอ ๗๘ หามมิใหพรรคหรือผูใดให เสนอให หรือสัญญาวาจะใหเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดไมวาโดยทางตรงหรือโดยทางออมเพื่อจูงใจใหบุคคลหนึ่งบุคคลใดสมัครเขาเปนสมาชิก ทั้งนี้ เวนแตสิทธิหรือประโยชนซึ่งบุคคลจะพึงไดรับในฐานะที่เปนสมาชิกขอ ๗๙ หามมิใหผูใดเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดจากพรรคหรือจากผูใดเพื่อสมัครเขาเปนสมาชิก สวนที่ ๒การพนจากสมาชิกภาพขอ ๘๐ สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงเมื่อ(๑) ตาย หนา ๘๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(๒) ลาออก(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามขอ ๗๑ เวนแตกรณีเปนภิกษุสามเณร นักพรต หรือนักบวช ที่เปนการบวชตามประเพณีนิยม แตในระหวางมีลักษณะตองหามดังกลาวจะใชสิทธิในฐานะสมาชิกมิได(๔) ไมชําระคาบํารุงพรรคการเมืองเปนเวลาสองปติดตอกัน(๕) พรรคมีมติใหออกเพราะกระทําผิดวินัยหรือจรรยาบรรณอยางรายแรงหรือมีเหตุรายแรงอื่น(๖) พรรคสิ้นสภาพความเปนพรรคการเมืองหรือยุบไป(๗) เปนสมาชิกของพรรคการเมืองในขณะเดียวกันเกินกวาหนึ่งพรรคการเมืองการลาออกตาม (๒) ใหถือวาสมบูรณเมื่อไดยื่นใบลาออกตอนายทะเบียนสมาชิกพรรคหรือนายทะเบียนพรรคการเมืองแลว เมื่อนายทะเบียนสมาชิกพรรคไดรับใบลาออกหรือไดรับแจงจากนายทะเบียนพรรคการเมืองถึงการลาออกของสมาชิก ใหดําเนินการบันทึกขอมูลการลาออกแลวแจงผลการดําเนินการใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่ไดรับแจงการสิ้นสุดของสมาชิกภาพตามวรรคหนึ่ง (๕) หากสมาชิกผูนั้นดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎรมติของพรรคตองเปนมติที่มีคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่ของที่ประชุมรวมของคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรค และในการลงมติใหลงคะแนนลับสวนที่ ๓การจัดทําทะเบียนสมาชิกขอ ๘๑ ใหนายทะเบียนสมาชิกพรรคจัดทําทะเบียนสมาชิกใหตรงตามความเปนจริงพรอมทั้งจัดเก็บเอกสารและเอกสารประกอบที่ใชในการสมัครเขาเปนสมาชิกไว และตองใหสมาชิกตรวจดูไดโดยสะดวก ณ สํานักงานใหญพรรค รวมทั้งประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวยเพื่อประโยชนในการตรวจสอบความถูกตองสวนที่ ๔การนําขอมูลเขาสูระบบฐานขอมูลพรรคหนา ๙๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขอ ๘๒ ใหนายทะเบียนสมาชิกพรรคนําขอมูลสมาชิกเขาสูระบบฐานขอมูลพรรคการเมืองของสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยผานระบบอิเล็กทรอนิกส ตามที่กฎหมายกําหนดและเก็บรักษาไวพรอมดวยใบสมัครเขาเปนสมาชิกและเอกสารประกอบ ณ สํานักงานใหญพรรคสวนที่ ๕การแจงจํานวนสมาชิกขอ ๘๓ ใหหัวหนาพรรคแจงรายละเอียดเกี่ยวกับสมาชิกใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบตามรายการ หลักเกณฑ วิธีการ และระยะเวลาที่นายทะเบียนพรรคการเมืองกําหนดสวนที่ ๖สิทธิและหนาที่ของสมาชิกขอ ๘๔ สมาชิกมีสิทธิ ดังตอไปนี้(๑) เขาประชุมในที่ประชุมใหญพรรค หรือที่ประชุมใหญสาขาพรรค หรือที่ประชุมตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด แลวแตกรณี ตามที่ไดรับเชิญ(๒) เสนอความคิดเห็น หรือขอเสนอแนะ หรือใหคําปรึกษาที่เปนประโยชนแกพรรค(๓) มีสวนรวมในการเลือกสมาชิกเปนผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๔) ไดรับเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๕) ไดรับการแตงตั้งเปนที่ปรึกษาพรรค ผูดํารงตําแหนงทางการเมือง คณะกรรมการคณะทํางาน คณะอนุกรรมการ และผูปฏิบัติงานของพรรค(๖) ไดรับการคัดเลือกใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๗) มีสิทธิอื่น ๆ ตามกฎหมายและขอบังคับรวมทั้งมติพรรคขอ ๘๕ สมาชิกมีหนาที่ ดังนี้(๑) ชําระคาบํารุงพรรคการเมือง(๒) ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรค ขอบังคับ และมติพรรครวมทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้งและนายทะเบียนพรรคการเมืองที่เกี่ยวของ หนา ๙๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(๓) มีบทบาทและสวนรวมในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคเพื่อประโยชนในการสรางความเขมแข็งใหแกพรรค(๔) ดํารงรักษาไวซึ่งเกียรติยศ ชื่อเสียง และศักดิ์ศรีของพรรค รวมทั้งประพฤติตนใหอยูภายในกรอบแหงมาตรฐานทางจริยธรรมของคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกโดยเครงครัดสวนที่ ๗ความรับผิดชอบของสมาชิกตอพรรคขอ ๘๖ ความรับผิดชอบของสมาชิกตอพรรค มีดังนี้(๑) เปนผูเสียสละอุทิศตนดวยการเขามีบทบาทและสวนรวมในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรค รวมทั้งการสรรหาและเชิญชวนผูที่มีอุดมการณทางการเมืองในแนวทางเดียวกันกับอุดมการณทางการเมืองของพรรคสมัครเขาเปนสมาชิก(๒) เปนผูมีบทบาทและสวนรวมในการรณรงคหาเสียงใหแกพรรคและผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรคเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาใหมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๓) เปนผูมีบทบาทและสวนรวมในการบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคตามความพรอมของตนในโอกาสอันควรสวนที่ ๘ความรับผิดชอบของพรรคตอสมาชิกขอ ๘๗ ความรับผิดชอบของพรรคตอสมาชิก มีดังนี้(๑) พรรคจะดําเนินการทางการเมืองอยางเขมแข็งจริงจังและตอเนื่อง เพื่อกาวสูความเปนสถาบันทางการเมืองที่เขมแข็งและมั่นคง(๒) สนับสนุนสงเสริมใหสมาชิกไดมีบทบาทและสวนรวมอยางกวางขวางในการดําเนินกิจกรรมทางเมืองของพรรค(๓) สนับสนุนสงเสริมใหสมาชิกซึ่งมีความรู ความสามารถ ความซื่อสัตยสุจริตความเหมาะสมและมีคุณธรรมจริยธรรม ไดสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือไดรับการแตงตั้งใหเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมือง หรือตําแหนงอื่นของพรรคหนา ๙๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
หมวด ๕มาตรฐานทางจริยธรรมของกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกขอ ๘๘ กรรมการบริหารพรรคและสมาชิกตองมีมาตรฐานทางจริยธรรม ดังนี้ก. มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนอุดมการณ(๑) ตองยึดมั่นและธํารงไวซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย(๒) ตองพิทักษรักษาไวซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย เอกราช อธิปไตยบูรณภาพแหงอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชนของชาติความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบรอยของประชาชน(๓) ตองถือผลประโยชนของประเทศชาติเหนือกวาประโยชนสวนตน(๔) ตองปฏิบัติหนาที่ดวยความซื่อสัตยสุจริต ไมแสวงหาประโยชนโดยมิชอบเพื่อตนเองหรือผูอื่นหรือมีพฤติการณที่รูเห็นหรือยินยอมใหผูอื่นใชตําแหนงหนาที่ของตนแสวงหาประโยชนโดยมิชอบ (๕) ตองไมขอ ไมเรียก ไมรับ หรือยอมจะรับทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดในประการที่อาจจะทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่(๖) ตองไมรับของขวัญของกํานัล ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด เวนแตเปนการรับจากการใหโดยธรรมจรรยา และการรับที่มีบทบัญญัติแหงกฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับใหรับไดข. มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนคานิยมหลัก(๑) ไมกระทําการอันเปนการขัดกันระหวางประโยชนสวนตนกับประโยชนสวนรวมทั้งนี้ ไมวาโดยทางตรงหรือทางออม(๒) ยึดมั่นหลักนิติธรรม และประพฤติตนอยูในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชน(๓) ปฏิบัติหนาที่ดวยความยุติธรรม เปนอิสระ เปนกลาง และปราศจากอคติโดยไมหวั่นไหวตออิทธิพล กระแสสังคม หรือแรงกดดันอันมิชอบดวยกฎหมาย โดยคํานึงถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมแหงสถานภาพหนา ๙๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(๔) รักษาไวซึ่งความลับในการประชุม การพิจารณาวินิจฉัย รวมทั้งเคารพตอมติของที่ประชุมฝายขางมาก และเหตุผลของทุกฝายอยางเครงครัด(๕) ใหขอมูลขาวสารตามขอเท็จจริงแกประชาชนหรือสื่อมวลชนอันอยูในความรับผิดชอบของตนถูกตองครบถวนและไมบิดเบือน(๖) ไมใหคําปรึกษาแกบุคคลภายนอก หรือแสดงความคิดเห็น หรือขอมูลตอสื่อสาธารณะหรือสาธารณชนในเรื่องที่อยูในระหวางการพิจารณา อันอาจกอใหเกิดความเสียหายหรือเสียความเปนธรรมแกการปฏิบัติหนาที่ เวนแตเปนการปฏิบัติหนาที่ตามกฎหมายขององคกร(๗) ไมกระทําการใดที่กอใหเกิดความเสื่อมเสียตอเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหนง(๘) ไมปลอยปละละเลยหรือยินยอมใหบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลที่อยูในกํากับดูแลหรือความรับผิดชอบของตน เรียก รับหรือยอมจะรับทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดจากคูกรณีหรือจากบุคคลอื่นใดในประการที่อาจทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่ของตน(๙) ไมคบหาสมาคมกับคูกรณี ผูประพฤติผิดกฎหมาย ผูมีอิทธิพลหรือผูมีความประพฤติหรือผูมีชื่อเสียงในทางเสื่อมเสีย อันอาจกระทบกระเทือนตอความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหนาที่(๑๐) ไมกระทําการอันมีลักษณะเปนการลวงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ จนเปนเหตุทําใหผูถูกกระทําไดรับความเดือดรอนเสียหายหรือกระทบตอการปฏิบัติหนาที่ โดยผูถูกกระทําอยูในภาวะจําตองยอมในการกระทํานั้นไมนําความสัมพันธทางเพศที่ตนมีตอบุคคลใดมาเปนเหตุหรือมีอิทธิพลครอบงําใหใชดุลพินิจในการปฏิบัติหนาที่อันเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใดค. จริยธรรมทั่วไป(๑) ปฏิบัติหนาที่อยางเต็มกําลังความสามารถ และยึดมั่นในความถูกตองชอบธรรมโปรงใสและตรวจสอบได และปฏิบัติตามกฎมาย โดยคํานึงถึงผลประโยชนของชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม (๒) ปฏิบัติตอประชาชนดวยความเต็มใจ ใหบริการดวยความรวดเร็วเสมอภาค ถูกตองโปรงใส ปราศจากอคติ และเคารพศักดิ์ศรีความเปนมนุษยหนา ๙๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(๓) ดูแลรักษาและใชทรัพยสินของพรรคอยางประหยัด คุมคา โดยระมัดระวังมิใหเสียหายหรือสิ้นเปลืองโดยไมจําเปน(๔) รักษาความลับของพรรค และระเบียบแบบแผนของพรรค(๕) ปฏิบัติ กํากับดูแลหรือบังคับบัญชาเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลการงบประมาณ และการดําเนินการอื่น ใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ และระบบคุณธรรมรวมทั้งสงเสริมและสนับสนุนใหเกิดความสามัคคี ในการปฏิบัติหนาที่เพื่อประโยชนสวนรวมง. การฝาฝนและไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม(๑) การฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนอุดมการณใหถือวามีลักษณะรายแรงการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนคานิยมหลักและจริยธรรมทั่วไปจะถือวามีลักษณะรายแรงหรือไม ใหพิจารณาถึงพฤติกรรมของการฝาฝนหรือไมปฏิบัติ เจตนาและความรายแรงของความเสียหายที่เกิดจากการฝาฝนหรือไมปฏิบัติ นั้น(๒) การดําเนินการแกกรรมการบริหารพรรคหรือสมาชิก วากระทําการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมนี้ ใหเปนไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระเบียบหรือขอบังคับวาดวยการนั้น หมวด ๖การสงผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๘๙ พรรคจะสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งในจังหวัดใด ตองมีสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในจังหวัดนั้นการสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใดใหพรรคสงผูสมัครรับเลือกตั้งจากผูซึ่งไดรับเลือกจากสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่มีเขตพื้นที่รับผิดชอบในจังหวัดนั้นเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง เวนแตกฎหมายวาดวยพรรคการเมืองหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวของจะกําหนดไวเปนอยางอื่น ก็ใหดําเนินการใหเปนไปตามกฎหมายนั้นกรณีที่เปนการสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้ง สําหรับการเลือกตั้งแทนการเลือกตั้งที่เปนโมฆะ หรือการเลือกตั้งใหมในกรณีที่ไมมีผูใดไดรับเลือกตั้ง หรือกรณีผูสมัครหนา ๙๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามที่บัญญัติไวในรัฐธรรมนูญ หรือผูสมัครปฏิเสธการลงสมัครหรือผูสมัครตายกอนปดการรับสมัครรับเลือกตั้ง ใหคณะกรรมการบริหารพรรคมีอํานาจเลือกสมาชิกผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามของการเปนผูมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรตามที่บัญญัติไวในรัฐธรรมนูญ และเปนผูมีความรู ความสามารถ ประสบการณ ความซื่อสัตยสุจริตความเหมาะสม และมีคุณธรรมจริยธรรมเปนผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๙๐ การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ใหพรรคจัดทําบัญชีรายชื่อเพื่อสงใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด โดยใหคํานึงถึงผูสมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิงดวย หรือตามอัตราสวนขั้นต่ําของผูสมัครซึ่งเปนชายและหญิงที่พรรคการเมืองจะตองสงลงสมัครรับเลือกตั้งตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด ในกรณีที่พรรคไมอาจสงผูสมัครตามอัตราสวนดังกลาวนี้ได ใหแจงเหตุผลใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปกอนวันเลือกตั้ง สวนที่ ๑คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๙๑ กรณีตองสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง ใหพรรคจัดใหมีคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งจํานวนสิบสองคนซึ่งประกอบดวยกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมเกินหกคน หัวหนาสาขาพรรคจํานวนสี่สาขาซึ่งมาจากภาคตางกัน และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดจํานวนสองคนในการเลือกกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งใหกระทําโดยที่ประชุมใหญพรรคใหหัวหนาสาขาพรรคของสาขาพรรคที่ไดรับการจัดตั้งขึ้นเปนอันดับแรกของแตละภาคเปนกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งโดยตําแหนง กรณีหัวหนาสาขาพรรคของสาขาพรรคลําดับตนของแตละภาค มีอันตองสิ้นสภาพไปไมวาดวยเหตุใด ใหหัวหนาสาขาพรรคของสาขาพรรคที่จัดตั้งขึ้นในลําดับถัดมาตามลําดับ แลวแตกรณี เปนกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งโดยตําแหนง เวนแตที่ประชุมใหญพรรคมีมติเปลี่ยนแปลงเปนอยางอื่นกรณีมีจํานวนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดหนึ่งคน ใหองคประกอบของคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งมีจํานวนสิบคน โดยประกอบดวยกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมเกินหาคนหัวหนาสาขาพรรคจํานวนสี่สาขาซึ่งมาจากภาคตางกัน และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดจํานวนหนึ่งคนหนา ๙๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
การลงมติเลือกกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง ทั้งจากกรรมการบริหารพรรค หัวหนาสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ใหกระทําโดยการลงคะแนนลับ โดยใหสมาชิกคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งและใหถือเอาตามคะแนนเสียงขางมากเปนประมาณ กรณีมีคะแนนเสียงเทากันใหใชวิธีการจับฉลากกรณีกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งผูใด มีอันตองสิ้นสภาพลงจากการเปนกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งไมวาดวยเหตุใด กอนการเลือกตั้งทั่วไป ใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งมีจํานวนเทากับจํานวนของกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งเทาที่เหลืออยูขอ ๙๒ คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ ใหไดผูซึ่งมีความรู ความสามารถ ความซื่อสัตยสุจริตความเหมาะสมและมีคุณธรรมจริยธรรมตามมาตรฐานทางจริยธรรมที่กําหนดไวในขอ ๘๘ และตามที่กําหนดไวในขอ ๙๕ (๒) ดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อของพรรค ใหเปนไปตามขอ ๙๕ขอ ๙๓ เพื่อประโยชนในการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อของพรรค พรรคจะดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งไวเปนการลวงหนากอนวันประกาศพระราชกฤษฎีกาใหมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรก็ไดสวนที่ ๒การประชุมคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๙๔ องคประชุมของคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง ประกอบดวยกรรมการสรรหาที่มาจากกรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการสรรหาที่มาจากกรรมการบริหารพรรคกรรมการสรรหาที่มาจากหัวหนาสาขาพรรคจํานวนไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการสรรหาที่มาจากหัวหนาสาขาพรรค และกรรมการสรรหาที่มาจากตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดจํานวนไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการสรรหาที่มาจากตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งเลือกกรรมการที่มาจากกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งเปนประธานคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง และเลือกกรรมการอีกคนหนึ่งเปนเลขานุการคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง หนา ๙๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ในการเรียกประชุมคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง ใหประธานมีหนังสือเชิญประชุมหรืออาจเชิญประชุมผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือสื่ออิเล็กทรอนิกสก็ได โดยเชิญประชุมลวงหนาไมนอยกวาสามวันกอนวันประชุม เวนแตกรณีมีความจําเปนเรงดวนอาจเชิญประชุมลวงหนานอยกวาสามวันกอนวันประชุมก็ได การลงมติหากขอบังคับมิไดกําหนดไวเปนอยางอื่นใหกระทําโดยเปดเผยใหกรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งและใหถือเอาตามคะแนนเสียงขางมากเปนประมาณ กรณีมีคะแนนเสียงเทากันใหประธานการประชุมออกเสียงอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดสวนที่ ๓การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๙๕ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อใหดําเนินการตามหลักเกณฑและวิธีการที่บัญญัติไวในกฎหมายวาดวยพรรคการเมืองหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวของเพื่อประโยชนในการสงเสริมการมีสวนรวมของสมาชิก ในกรณีที่สมาชิกผูใดมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดที่ยังมิไดมีการจัดตั้งสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ใหถือวาสมาชิกผูนั้นเปนสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดของสาขาพรรคหรือของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่มีเขตจังหวัดใกลเคียงตามที่พรรคประกาศกําหนดขอ ๙๖ ใหเปนหนาที่ของหัวหนาพรรคและกรรมการบริหารพรรคที่จะตองดําเนินการใหเปนไปตามขอ ๙๕กรณีที่กฎหมายวาดวยพรรคการเมืองหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวของกําหนดใหการดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อไวเปนอยางอื่นก็ใหดําเนินการใหเปนไปตามกฎหมายนั้นขอ ๙๗ ในการดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งทั้งแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อหามมิใหสมาชิกหรือผูใดกระทําการอยางหนึ่งอยางใดเพื่อจูงใจใหสมาชิกลงคะแนนใหแกตนเองหรือผูอื่นหรือใหงดเวนการลงคะแนนใหแกผูใดดวยวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ให เสนอให สัญญาวาจะให หรือจัดเตรียมเพื่อจะใหเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดอันอาจคํานวณเปนเงินไดไมวาโดยทางตรงหรือโดยทางออมแกผูใด(๒) หลอกลวง บังคับ ขูเข็ญ ใชอิทธิพลคุกคาม ใสรายดวยความเท็จ หรือจูงใจใหเขาใจผิดในคะแนนนิยมของผูใด หรือไมใหไปประชุมหรือลงคะแนนหนา ๙๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขอ ๙๘ หามมิใหพรรคหรือสมาชิกหรือผูใดเรียก รับ หรือยอมจะรับ หรือใหหรือสัญญาวาจะใหเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใด เพื่อใหสมาชิกผูใดลงสมัครหรือไมลงสมัครรับเลือกหรือเพื่อใหเสนอชื่อสมาชิกผูใดเขารับการเลือกในการสรรหาตามขอ ๙๕ขอ ๙๙ หามมิใหตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด หัวหนาสาขาพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคผูใดยินยอมใหบุคคลใดที่มิไดเปนสมาชิกของพรรค เขาแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมหรือออกเสียงลงคะแนนในการดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งตามขอ ๙๕ขอ ๑๐๐ ใหหัวหนาพรรคออกหนังสือรับรองการสงผูไดรับการสรรหาตามขอ ๙๕หรือสงบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อตามขอ ๙๕ ใหแกคณะกรรมการการเลือกตั้งกอนปดการรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งหมวด ๗การคัดเลือกบุคคลเพื่อเสนอใหไดรับการแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีขอ ๑๐๑ กรณีที่มีการเลือกตั้งทั่วไป ใหพรรคประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไปเพื่อเชิญชวนใหกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดและสมาชิก เสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรจะเสนอใหไดรับการพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีตอคณะกรรมการบริหารพรรคภายในระยะเวลาที่กําหนด แลวใหคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณามีมติคัดเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๑๖๐ แหงรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และเปนผูมีความรู ความสามารถ ประสบการณความซื่อสัตยสุจริต ความเหมาะสม และมีคุณธรรมจริยธรรมจากรายชื่อบุคคลที่กรรมการบริหารพรรคหรือกรรมการสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดหรือสมาชิกเสนอมานั้น เพื่อเสนอใหสภาผูแทนราษฎรพิจารณาใหความเห็นชอบแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีจํานวนไมเกินสามคนแลวแจงรายชื่อบุคคลดังกลาวตอคณะกรรมการการเลือกตั้งกอนปดการรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งพรรคจะไมเสนอรายชื่อบุคคลตามวรรคหนึ่งก็ไดในการคัดเลือกบุคคลดํารงตําแหนงทางการเมือง ใหนําความตามวรรคหนึ่งมาบังคับใชโดยอนุโลม หนา ๙๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
หมวด ๘การบริหารการเงินและทรัพยสินและการจัดทําบัญชีของพรรค สาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสวนที่ ๑การบริหารการเงินและทรัพยสินและการจัดทําบัญชีของพรรคขอ ๑๐๒ ใหพรรคจัดใหมีบัญชีของพรรคประกอบดวย(๑) บัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับและแสดงคาใชจายหรือรายจาย(๒) บัญชีแสดงรายรับจากการบริจาค(๓) บัญชีแยกประเภท(๔) บัญชีแสดงสินทรัพยและหนี้สินการลงรายการบัญชีตามวรรคหนึ่งตองมีรายการและเอกสารประกอบการลงบัญชีที่ถูกตองครบถวนและตองจัดทําภายในระยะเวลา ดังนี้(ก) การลงบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับและแสดงคาใชจายหรือรายจายและบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาค ตองลงรายการใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตรายการนั้นเกิดขึ้น(ข) บัญชีแยกประเภทและบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินตองลงรายการใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันสิ้นเดือนของเดือนที่รายการนั้นเกิดขึ้นขอ ๑๐๓ พรรคตองปดบัญชีครั้งแรกภายในวันสิ้นปปฏิทินที่ไดรับการจดทะเบียนจัดตั้งและครั้งตอไปเปนประจําทุกปในวันสิ้นปปฏิทินการปดบัญชีใหจัดทํางบการเงินซึ่งอยางนอยตองประกอบดวยงบแสดงฐานะทางการเงินและงบรายไดและคาใชจายของพรรคการเมืองงบแสดงฐานะทางการเงินตองแสดงรายการสินทรัพย หนี้สิน และทุนของพรรคทั้งตองแสดงที่มาของรายได ตามขอ ๑๐๗ และคาใชจายในการดําเนินการของพรรคไวโดยชัดเจน โดยเฉพาะคาใชจายในการเลือกตั้ง และรายการอื่นตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดงบการเงินของพรรคตองจัดใหมีผูสอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและรับรองการสอบบัญชีหนา ๑๐๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขอ ๑๐๔ ใหหัวหนาพรรคเสนองบการเงินที่ผูสอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและรับรองแลวตอที่ประชุมใหญพรรคเพื่ออนุมัติภายในเดือนเมษายนของทุกปงบการเงินซึ่งที่ประชุมใหญพรรคอนุมัติแลวใหหัวหนาพรรครับรองความถูกตองรวมกับเหรัญญิกพรรคและสงใหแกนายทะเบียนพรรคการเมืองภายในสามสิบวันนับแตวันที่ที่ประชุมใหญพรรคอนุมัติพรอมทั้งบัญชีตามขอ ๑๐๒ สวนที่ ๒การบริหารการเงินและทรัพยสินและการจัดทําบัญชีของสาขาพรรคขอ ๑๐๕ ใหหัวหนาสาขาพรรคจัดใหมีบัญชีรายรับรายจายเงินของสาขาพรรคที่สาขาพรรคไดรับหรือจาย โดยบันทึกบัญชีใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันที่รายการนั้นเกิดขึ้น การลงรายการบัญชีตองมีเอกสารประกอบการลงบัญชีที่ถูกตองครบถวน และสรุปรายงานใหพรรคทราบเปนประจําทุกสิ้นเดือนและปดประกาศไว ณ ที่ทําการสาขาพรรค ใหสมาชิกตรวจสอบไดโดยสะดวกสวนที่ ๓การบริหารการเงินและทรัพยสินและการจัดทําบัญชีของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๑๐๖ ใหตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดจัดใหมีบัญชีรายรับรายจายเงินที่ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับหรือจาย โดยบันทึกบัญชีใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันที่รายการนั้นเกิดขึ้น การลงรายการบัญชีตองมีเอกสารประกอบการลงบัญชีที่ถูกตองครบถวนและสรุปรายงานใหพรรคทราบเปนประจําทุกสิ้นเดือน และปดประกาศไว ณ ที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ใหสมาชิกตรวจสอบไดโดยสะดวกหมวด ๙รายไดของพรรคขอ ๑๐๗ พรรคอาจมีรายได ดังตอไปนี้(๑) เงินทุนประเดิมของพรรค(๒) เงินคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมืองตามที่กําหนดไวในขอบังคับขอ ๗๗(๓) เงินที่ไดจากการจําหนายสินคาหรือบริการของพรรค(๔) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดที่ไดจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคหนา ๑๐๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(๕) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดที่ไดจากการรับบริจาค(๖) เงินอุดหนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง(๗) ดอกผลและรายไดที่เกิดจากเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดของพรรคการไดมาซึ่งรายไดตาม (๒) (๓) (๔) และ (๕) ตองมีใบเสร็จรับเงิน หรือหลักฐานการไดมาซึ่งรายไดนั้นเปนหนังสือ ทั้งนี้ ตามแบบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดการจําหนายสินคาหรือบริการตาม (๓) และการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคตาม (๔)ตองเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดรายไดของพรรคจะนําไปใชเพื่อการอื่นใด นอกจากการดําเนินงานของพรรคมิไดสวนที่ ๑การจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคขอ ๑๐๘ การหารายไดจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคตองกระทําโดยเปดเผยและแสดงวัตถุประสงควาเปนการระดมทุนของพรรคอยางชัดเจนขอ ๑๐๙ ภายในสามสิบวันนับแตวันที่จัดกิจกรรมระดมทุนสิ้นสุดลง ใหหัวหนาพรรคจัดทํารายละเอียดเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมระดมทุน และประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปถึงจํานวนและที่มาของเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดที่ไดรับจากการจัดกิจกรรมระดมทุน พรอมทั้งมีหนังสือแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบดวยประกาศและหนังสือแจงนายทะเบียนพรรคการเมืองตามวรรคหนึ่ง ใหระบุชื่อบุคคลผูสนับสนุนเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดที่มีมูลคาหนึ่งแสนบาทขึ้นไปดวยเมื่อพรรคดําเนินการจัดกิจกรรมระดมทุนใหออกใบเสร็จรับเงินใหแกผูสนับสนุนเงิน รวมทั้งใหบันทึกบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับและนําไปแสดงในงบการเงินประจําปของพรรคใหครบถวนและถูกตองตามที่กฎหมายกําหนด สวนที่ ๒การรับบริจาคของพรรคขอ ๑๑๐ ใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรค เปดบัญชีกับธนาคารพาณิชยโดยระบุชื่อเจาของบัญชีในนามของพรรค และใหหัวหนาพรรคแจงหมายเลขบัญชีของบัญชีเงินฝากและจํานวนเงินที่เปดบัญชีของทุกบัญชีใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในเจ็ดวันนับแตวันที่เปดบัญชีดังกลาวหนา ๑๐๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
กรณีการรับบริจาคเปนเงินสดใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคนําเงินฝากไวในบัญชีธนาคารพาณิชยตามวรรคหนึ่งภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาค หากการรับบริจาคเปนตั๋วแลกเงินหรือเช็คจะตองไมถูกปฏิเสธการจายเงิน จึงจะถือไดวาเปนการบริจาคแกพรรคขอ ๑๑๑ หามมิใหพรรครับบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดจากบุคคลใดที่มีมูลคาเกินสิบลานบาทตอบุคคลตอป และในกรณีที่บุคคลนั้นเปนนิติบุคคล การบริจาคเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคเพียงพรรคเดียวหรือพรรคการเมืองอื่นดวยที่มีมูลคารวมกันเกินปละหาลานบาทตองแจงใหที่ประชุมใหญผูถือหุนทราบในการประชุมใหญคราวตอไปหลังจากบริจาคแลวขอ ๑๑๒ หัวหนาพรรค กรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด หรือสมาชิกผูใดไดรับบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดโดยผูบริจาคประสงคจะบริจาคใหเพื่อประโยชนในการดําเนินกิจกรรมของพรรค ใหผูรับบริจาคจัดทําบันทึกการรับบริจาคใหแลวเสร็จภายในสามวันนับแตวันที่ไดรับบริจาค และใหจัดสงบันทึกการรับบริจาคพรอมเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาค เวนแตทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดที่ไดรับบริจาคนั้นมิอาจนําสงแกพรรคได ใหผูรับบริจาคแจงรายละเอียดเกี่ยวกับการรับบริจาคนั้นใหพรรคทราบเมื่อพรรคไดรับหลักฐานตามวรรคหนึ่งแลวใหออกใบเสร็จรับเงิน หรือหลักฐานการรับบริจาคทรัพยสินและประโยชนอื่นใด แลวแตกรณี ภายในวันที่ไดรับบริจาค แลวจัดสงใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการรับบริจาคทรัพยสินและประโยชนอื่นใดใหแกผูบริจาคภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ออกหลักฐานนั้นรวมทั้งใหพรรคบันทึกการรับบริจาคไวในบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาคของพรรคใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันที่เกิดรายการ โดยอยางนอยตองมีรายการตามที่กําหนดไวในขอ ๔๖ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๓กิจกรรมของพรรคตามวรรคหนึ่ง หมายความรวมถึงการดําเนินงานทางการเมืองของพรรคสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด สมาชิก หรือผูสมัครรับเลือกตั้งดวยขอ ๑๑๓ ภายใตบังคับมาตรา ๖๖ และมาตรา ๖๘ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ นับแตวันที่พระราชกฤษฎีกาใหมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรประกาศใชบังคับแลวจนถึงวันเลือกตั้ง ผูสมัครรับเลือกตั้งผูใดไดรับบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดหนา ๑๐๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ที่มีมูลคารวมกันแลวเกินหนึ่งหมื่นบาทตอวัน โดยผูบริจาคประสงคจะบริจาคใหเพื่อประโยชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของผูสมัครรับเลือกตั้งผูนั้นหรือของพรรคหรือเพื่อใชในการเลือกตั้งผูสมัครรับเลือกตั้งผูนั้นตองจัดทําบันทึกการรับบริจาค และใหจัดสงบันทึกการรับบริจาคพรอมเงินทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคภายในสามวันนับแตวันที่ไดรับบริจาค และใหหัวหนาพรรคแจงใหคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาคถาสิ่งของที่ไดรับบริจาคตามวรรคหนึ่งไมอาจนําสงพรรคไดหรือเปนของสดเสียไดใหผูสมัครรับเลือกตั้งผูนั้นแจงใหพรรคทราบเพื่อบันทึกมูลคาของสิ่งนั้นไวเปนคาใชจายในการหาเสียงเลือกตั้งของผูสมัครนั้นในกรณีที่ผูสมัครรับเลือกตั้งผูใดมีเหตุสงสัยวาเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดที่ตนไดรับเปนไปเพื่อประโยชนในการดําเนินกิจกรรมของพรรคหรือเพื่อใชในการเลือกตั้งตามวรรคหนึ่งหรือเปนสิ่งของตามวรรคสองหรือไม ใหสงเรื่องใหคณะกรรมการการเลือกตั้งวินิจฉัยขอ ๑๑๔ ใหพรรคประกาศรายชื่อผูบริจาคเงิน รายการทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดที่ไดรับบริจาคที่มีมูลคาไมนอยกวาหาพันบาท ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด พรอมทั้งวัตถุประสงคของการบริจาค เพื่อใหประชาชนทราบเปนประจําทุกสิ้นเดือน แลวแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่ประกาศการตีราคาทรัพยสิน หรือการประเมินมูลคาประโยชนอื่นใดที่ไดรับบริจาคใหคํานวณราคาทรัพยสินอัตราคาเชา คาตอบแทนหรือคาของสิทธิที่รับตามปกติทางการคาในทองถิ่นนั้นขอ ๑๑๕ หามมิใหพรรคและผูดํารงตําแหนงในพรรครับบริจาคเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดโดยรูหรือควรจะรูวาไดมาโดยไมชอบดวยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยวามีแหลงที่มาโดยไมชอบดวยกฎหมายขอ ๑๑๖ หามมิใหขาราชการการเมืองของพรรคใชสถานะหรือตําแหนงหนาที่เรี่ยไรหรือชักชวนใหมีการบริจาคใหพรรคหรือผูสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร แตไมรวมถึงการที่ขาราชการการเมืองผูนั้นเขารวมกิจกรรมตามขอ ๑๐๘ โดยมิไดกระทําหรือมีสวนกระทําการอันเปนการตองหามนั้นขอ ๑๑๗ หามมิใหพรรคหรือสมาชิกรับบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดจาก(๑) บุคคลผูไมมีสัญชาติไทย(๒) นิติบุคคลตามกฎหมายตางประเทศที่ประกอบธุรกิจหรือกิจการหรือจดทะเบียนสาขาอยูในหรือนอกราชอาณาจักร หนา ๑๐๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(๓) นิติบุคคลที่จดทะเบียนในราชอาณาจักรโดยมีบุคคลผูไมมีสัญชาติไทยมีทุนหรือเปนผูถือหุนเกินกวารอยละสี่สิบเกา ในกรณีที่เปนบริษัทมหาชนจํากัดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย ใหพิจารณาตามที่ปรากฏในทะเบียนผูถือหุนของบริษัทดังกลาว หุนที่ไมปรากฏชื่อผูถือหรือถือโดยตัวแทนของบุคคลที่ไมเปดเผยชื่อ ใหถือวาเปนหุนที่ถือโดยผูไมมีสัญชาติไทย(๔) คณะบุคคลหรือนิติบุคคลที่ไดรับทุนหรือไดรับเงินอุดหนุนจากตางประเทศซึ่งมีวัตถุประสงคดําเนินกิจการเพื่อประโยชนของบุคคลผูไมมีสัญชาติไทย หรือซึ่งมีผูจัดการหรือกรรมการเปนบุคคลผูไมมีสัญชาติไทย(๕) บุคคล คณะบุคคล หรือนิติบุคคลที่ไดรับบริจาคเพื่อดําเนินกิจการของพรรคการเมืองหรือเพื่อดําเนินกิจกรรมทางการเมืองจากบุคคล คณะบุคคล หรือนิติบุคคลตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔)(๖) บุคคล คณะบุคคล หรือนิติบุคคลที่มีลักษณะทํานองเดียวกันกับ (๑) (๒)(๓) (๔) หรือ (๕) ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดความในวรรคหนึ่งไมใชบังคับกับกรณีสมาชิกรับบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดดังกลาวที่มิใชเพื่อดําเนินกิจกรรมทางการเมืองขอ ๑๑๘ หามมิใหพรรครับบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดจากหนวยงานของรัฐรัฐวิสาหกิจ และหนวยงานอื่นใดของรัฐหรือกิจการที่รัฐถือหุนใหญ หรือยินยอมใหเขารวมกิจกรรมกับพรรคตามขอ ๑๐๘กิจการที่รัฐถือหุนใหญตามวรรคหนึ่งใหหมายถึงกิจการที่รัฐเปนหุนสวนหรือถือหุนอยูเปนจํานวนมากที่สุดในบรรดาผูถือหุนสวนหรือผูถือหุนรายอื่น ๆ หรือมีจํานวนถึงหนึ่งในสามของหุนสวนหรือหุนทั้งหมดของนิติบุคคลนั้น หมวด ๑๐การดําเนินการทางวินัยแกสมาชิกขอ ๑๑๙ กรณีมีการกลาวหาสมาชิกผูใดวาไดกระทําหรือละเวนการกระทําในลักษณะที่เปนการกอใหเกิดความเสียหายตอพรรคที่ควรแกการไดรับโทษ ตองทําเปนหนังสือถึงหัวหนาพรรคโดยมีสมาชิกไมนอยกวายี่สิบคนลงลายมือชื่อ หนา ๑๐๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ขอ ๑๒๐ เมื่อไดรับหนังสือตามขอ ๑๒๐ แลว ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรคและหรือสมาชิกจํานวนไมนอยกวาสามคนแตไมเกินหาคนเปนคณะกรรมการสอบสวน เพื่อใหมีอํานาจหนาที่ในการสืบสวนสอบสวนขอเท็จจริงเกี่ยวกับขอกลาวหานั้น หากสอบสวนแลวเห็นวาการกลาวหาไมมีมูลใหหัวหนาพรรคมีอํานาจยกขอกลาวหานั้นเสียได แตหากสอบสวนแลวเห็นวามีมูลก็ใหเสนอขอกลาวหานั้นพรอมทั้งรายงานการสอบสวนตอหัวหนาพรรคเพื่อ(๑) พิจารณาชี้ขาด หรือ(๒) แตงตั้งกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมนอยกวาสามคนแตไมเกินหาคนเปนคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยแกผูถูกกลาวหาตอไป ภายในระยะเวลาที่กําหนดขอ ๑๒๑ ในการพิจารณาขอกลาวหาของสมาชิกตองใหผูถูกกลาวหามีโอกาสแกขอกลาวหาตลอดจนแสดงหลักฐานฝายตนภายในสิบหาวันนับแตวันที่ไดรับแจงขอกลาวหาดวยขอ ๑๒๒ เมื่อการดําเนินการของคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยสิ้นสุดลงใหเสนอรายงานการสอบสวนนั้นพรอมทั้งทําความเห็นเสนอตอหัวหนาพรรค และใหหัวหนาพรรคมีอํานาจสั่งการอยางหนึ่งอยางใด ดังตอไปนี้(๑) ใหระงับเรื่องกลาวหา(๒) ยกขอกลาวหา(๓) ตําหนิสมาชิกผูถูกกลาวหา(๔) ภาคทัณฑสมาชิกผูถูกกลาวหาในกรณีที่หัวหนาพรรคพิจารณาเห็นวาสมควรลงโทษโดยการใหสมาชิกผูถูกกลาวหาพนจากสมาชิกภาพใหหัวหนาพรรคเสนอตอคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณาวินิจฉัยสั่งการ และใหมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคถือเปนที่สุดขอ ๑๒๓ การใหสมาชิกพนจากสมาชิกภาพตามขอ ๑๒๓ วรรคสอง หากสมาชิกผูนั้นดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ใหหัวหนาพรรคเสนอตอคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อใหความเห็นชอบในเบื้องตนแลวดําเนินการตอไปตามขั้นตอนที่กําหนดไวในขอ ๘๐ วรรคสามหมวด ๑๑การเลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๑๒๔ การเลิกพรรค การเลิกสาขาพรรค และการเลิกตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหเปนไปตามมติพรรค หนา ๑๐๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
กรณีตําแหนงตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในจังหวัดใดวางลง แตมิไดมีมติพรรคแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในจังหวัดนั้น ใหถือวาเปนการเลิกตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในจังหวัดนั้นตามวรรคหนึ่งโดยปริยายขอ ๑๒๕ เมื่อมีการเลิกพรรคใหหัวหนาพรรคมีหนังสือแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติใหเลิกพรรค และใหหัวหนาพรรคสงบัญชีและงบแสดงฐานะทางการเงินรวมทั้งเอกสารเกี่ยวกับการเงินของพรรคใหแกสํานักงานตรวจเงินแผนดินภายในสามสิบวันนับแตวันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองประกาศคําสั่งการเลิกพรรคในราชกิจจานุเบกษาโดยใหหัวหนาพรรคและกรรมการบริหารพรรคยังคงตองปฏิบัติหนาที่อยูตอไป จนกวาการชําระบัญชีจะแลวเสร็จแตจะดําเนินกิจกรรมทางการเมืองในนามของพรรคมิไดในการชําระบัญชีเมื่อไดหักหนี้สินและคาใชจายแลวยังมีทรัพยสินเหลืออยูเทาใดใหทรัพยสินที่เหลืออยูนั้นตกเปนของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง๒. เลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนาแทนตําแหนงที่วาง จํานวน ๒ คน ไดแก๒.๑ นายอรัญ พันธุมจินดา รองหัวหนาพรรค๒.๒ นายวุฒิพงศ ทองเหลา รองหัวหนาพรรคดังนั้น จึงทําใหมีคณะกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนา จํานวน ๒๘ คน ไดแก๑. นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหนาพรรค๒. นายวัชรพล โตมรศักดิ์ รองหัวหนาพรรค๓. นายสมศักดิ์ กาญจนวัฒนา รองหัวหนาพรรค๔. นายปกครอง ผาสุขยืด รองหัวหนาพรรค๕. นายสุเมธ ศรีพงษ รองหัวหนาพรรค๖. พันตํารวจเอก พณาเจือเพ็ชร กฤษณะราช รองหัวหนาพรรค๗. นายยุทธนา วิริยะกิตติ รองหัวหนาพรรค๘. นายอรัญ พันธุมจินดา รองหัวหนาพรรค๙. นายวุฒิพงศ ทองเหลา รองหัวหนาพรรค๑๐. นายประสาท ตันประเสริฐ เลขาธิการพรรคหนา ๑๐๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
๑๑. นายสมบัติ กาญจนวัฒนา รองเลขาธิการพรรค๑๒. นางสาวอัครวรรณ เจริญผล รองเลขาธิการพรรค๑๓. นางสาวอรทัย เกิดทรัพย รองเลขาธิการพรรค๑๔. พลตรี ธชา จินตวร รองเลขาธิการพรรค๑๕. นายองอาจ พฤกษพนาเวศ รองเลขาธิการพรรค๑๖. นายนนทรัฐ ขจีกุล นายทะเบียนสมาชิกพรรค๑๗. นางอัญชลี บุสสุวัณโณ เหรัญญิกพรรค๑๘. นางสาวเยาวภา บุรพลชัย โฆษกพรรค๑๙. นายศุภรัศมิ์ ตัณฑเศรณีวัฒน รองโฆษกพรรค๒๐. นางสาวมสารัศมิ์ อื้อศรีวงศ รองโฆษกพรรค๒๑. นายวุฒิศักดิ์ ภาวะศิลป กรรมการบริหารพรรค๒๒. นางวันเพ็ญ สุวัฒโนดม กรรมการบริหารพรรค๒๓. นายอนุชา ศิริโภคานนท กรรมการบริหารพรรค๒๔. นางสาวแวววรรณ กองไตรภพ กรรมการบริหารพรรค๒๕. นายพุทธิพงษ ธีรธรรมรัตน กรรมการบริหารพรรค๒๖. นายประสิทธิ์ ชวยสงฆ กรรมการบริหารพรรค๒๗. นายสิทธิภัท ธนะโสภณ กรรมการบริหารพรรค๒๘. นายเกรียงไกร เพิ่มทวี กรรมการบริหารพรรคจึงประกาศใหทราบโดยทั่วกันประกาศ ณ วันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๗แสวง บุญมีเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งนายทะเบียนพรรคการเมืองหนา ๑๐๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)