ThaiGovData

ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรคและกรรมการบริหารพรรคสุวรรณภูมิ (เดิมชื่อพรรคภาคีเครือข่ายไทย)

undated

Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th

The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.

ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเรื่อง การเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคและกรรมการบริหารพรรคสุวรรณภูมิ(เดิมชื่อพรรคภาคีเครือขายไทย)นายทะเบียนพรรคการเมืองไดมีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๗เรื่อง การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคภาคีเครือขายไทย มีคณะกรรมการบริหารพรรคภาคีเครือขายไทยจํานวน ๘ คน นั้นบัดนี้ หัวหนาพรรคภาคีเครือขายไทยไดแจงการเปลี่ยนแปลงตอนายทะเบียนพรรคการเมืองตามมาตรา ๓๘ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐กรณี ที่ประชุมใหญสามัญประจําป พ.ศ. ๒๕๖๗ พรรคภาคีเครือขายไทย เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายนพ.ศ. ๒๕๖๗ มีมติ ดังนี้๑. แกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคภาคีเครือขายไทย พ.ศ. ๒๕๖๑ และที่แกไขเพิ่มเติมทุกฉบับ ดังนี้ขอบังคับพรรคสุวรรณภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๗ดวยที่ประชุมใหญสามัญประจําป พ.ศ. ๒๕๖๗ พรรคภาคีเครือขายไทย เมื่อวันที่๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๗ ไดมีมติยกเลิกขอบังคับพรรคพรรคภาคีเครือขายไทย พ.ศ. ๒๕๖๑และที่แกไขเพิ่มเติมโดยยกเลิกทุกฉบับ ดังนี้ขอ ๑ ขอบังคับนี้เรียกวา ขอบังคับพรรคสุวรรณภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๗ขอ ๒ ขอบังคับพรรคนี้ใหใชบังคับตั้งแตไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญสามัญประจําปพรรคภาคีเครือขายไทย เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๗ เปนตนไปขอ ๓ ใหยกเลิกขอบังคับพรรคภาคีเครือขายไทย พ.ศ. ๒๕๖๑ และที่แกไขเพิ่มเติมทุกฉบับและใหใชความตอไปนี้แทน หมวด ๑บททั่วไปขอ ๔ พรรคการเมืองตามขอบังคับนี้เรียกวา “พรรคสุวรรณภูมิ” ชื่อยอภาษาไทย สวภ.ชื่อภาษาอังกฤษวา SUVARNABHUMI PARTY ชื่อยอภาษาอังกฤษ SVP.หนา ๒๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๕ เครื่องหมายพรรค และความหมาย(๑) พรรคสุวรรณภูมิ ใชเครื่องหมาย ตัวอักษร ส. เสือสีชมพู มีกรอบหกเหลี่ยมและหลังคาจั่วสีทอง(๒) โดยมีความหมาย ดังนี้หลังคาจั่ว หมายถึง รมโพธิ์ รมไทร การปกปอง คุมกันภัยส. เสือ หมายถึง เจาปา ที่มีหนาที่ดูแลปกปองสีทอง หมายถึง สีแหงความมั่งมี อุดมสมบูรณ และรุงเรืองสีชมพู หมายถึง สีแหง ความโดดเดน รวมสมัยรวมหมายถึง พรรคแหงความสงบ รมเย็น บนแผนดินทอง แผนดินธรรมนําพาความอุดมสมบูรณ มั่งคั่ง มั่นคง โดดเดน มาสูประชาชนชาวไทยทุกคน ดุจดั่งดินแดนสุวรรณภูมิขอ ๖ สํานักงานใหญตั้งอยู ณ บานเลขที่ ๖๙/๔๘๖ หมูที่ ๖ ตําบลบึงคําพรอย อําเภอลําลูกกาจังหวัดปทุมธานี รหัสไปรษณีย ๑๒๑๕๐ หมวด ๒คําประกาศอุดมการณทางการเมืองขอ ๗ คําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคสุวรรณภูมิ มีดังตอไปนี้(๑) พรรคจะดํารงไวซึ่ง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย โดยจะจัดการเรื่องดานเศรษฐกิจ สังคม การเมืองการปกครอง ใหมีความมั่นคงและเจริญสงบสุข โดยมีเปาหมายใหรูสึกวาเกิดบนแผนดินไทยแลวอยากอาศัยทํางานอยางมีความสุขอยูในประเทศนี้(๒) พรรคจะยกยองใหสถาบันพระมหากษัตริยเปนศูนยรวมของความสามัคคีของชนในชาติหนา ๓๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๓) พรรคจะสงเสริมใหมีการดําเนินชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดําริพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว ฯ เพื่อนําศีลธรรม คุณธรรมกลับสูประเทศไทย โดยมีปจจัย ๒ อยาง๓.๑ การผลิตจะตองมีความสัมพันธกันระหวางปริมาณผลผลิตและการบริโภค๓.๒ ชุมชนจะตองมีความสามารถในการจัดการทรัพยากรของตนเอง(๔) พรรคจะผลักดันและสงเสริมอาชีพธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรงเปนศูนยกลางอาเซียนและรณรงคตอตานการกระทําความผิดเกี่ยวกับการเงิน การฉอโกงประชาชน แชรลูกโซตาง ๆ อยางเด็ดขาด(๕) พรรคจะจัดโครงการประกันพืชผลทางการเกษตร โดยใหรัฐจัดหางบประมาณดูแลราคาผลิตผลทางการเกษตรชนิดนั้น ๆ เชน ขาว ยางพารา มันสําปะหลัง ออย ขาวโพด(๖) พรรคจะดูแลสวัสดิภาพของประชาชน คนชราและผูดอยโอกาสที่ไมสามารถดูแลตนเองได และเด็กใหมีที่พักอาศัย และอาหารพอเพียง เด็กสตรีถูกบังคับใชแรงงานและบังคับใหเปนโสเภณี เด็กชายและเด็กหญิงถูกทารุณกรรมทางเพศซึ่งปญหาเหลานี้มีใหเห็นเปนประจําแทบทุกวัน(๗) พรรคจะดูแลสวัสดิการของสมาชิกพรรคเพื่อความมั่นคงการใชชีวิตของสมาชิกพรรค(๘) พรรคจะดูแลแกไขปญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรที่ตกต่ําและปองกันเกษตรกรถูกเอารัดเอาเปรียบ พรรคตองมุงปรับโครงสรางการผลิตและการเพิ่มมูลคาผลผลิตดานเกษตรใหสอดคลองกับการปรับโครงสรางหนี้ดวยการถายทอดเทคโนโลยีลงสูชุมชน(๙) พรรคเล็งเห็นความสําคัญเรื่องปราบปรามการทุจริตฉอราษฎรบังหลวงซึ่งปจจุบันนี้เรื่องนี้เปนภัยตอสังคม รัฐตองถือเปนนโยบายเรงดวน(๑๐) พรรคจะสงเสริมและผลักดันนวัตกรรมออนไลนไซเบอรใหกาวทันโลกและเปนที่ยอมรับสูสากลในทางเดียวกัน พรรคจะตอตานปราบปรามการกระทําผิดทางออนไลนไซเบอรและอาชญากรรมทางคอมพิวเตอรอยางเด็ดขาดเชนกันหมวด ๓นโยบายพรรคขอ ๘ นโยบายดานการเมือง(๑) พรรคจะสงเสริมใหประชาชนมีความรูความเขาใจในสิทธิเสรีภาพและหนาที่ตามที่บัญญัติไวในรัฐธรรมนูญ หนา ๓๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๒) พรรคจะสงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการกําหนดนโยบายการตัดสินใจทางการเมืองในเรื่องที่สําคัญตาง ๆ การวางแผนพัฒนาทางเศรษฐกิจสังคมและการเมือง(๓) พรรคจะสงเสริมและสนับสนุนใหประชาชนมีบทบาทในการปลูกฝงความรูความเขาใจในรูปแบบและวิธีการและเนื้อหาสาระของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขเพื่อการใหกระบวนการปฏิรูปทางการเมืองดําเนินไปในแนวทางที่เปนรูปธรรมและสมบูรณยิ่งขึ้น(๔) พรรคจะสงเสริมและสนับสนุนการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐโดยวิธีการประชุมปรึกษาหารือกับกลุมบุคคลที่เกี่ยวของหรือชุมชนการทําประชาพิจารณหรือประชามติขอ ๙ นโยบายดานการบริหารราชการแผนดิน(๑) พรรคจะบริหารราชการแผนดินใหเปนไปเพื่อการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศอยางยั่งยืน โดยตองสงเสริมการดําเนินการตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและคํานึงถึงผลประโยชนของประเทศชาติในภาพรวมเปนสําคัญ(๒) พรรคจะจัดระบบบริหารราชการสวนกลาง สวนภูมิภาค และสวนทองถิ่นใหมีขอบเขตอํานาจหนาที่และความรับผิดชอบที่ชัดเจน เหมาะสมแกการพัฒนาประเทศ และสนับสนุนใหจังหวัดมีแผนและงบประมาณเพื่อพัฒนาจังหวัด เพื่อประโยชนของประชาชนในพื้นที่(๓) พรรคจะกระจายอํานาจใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นตนเอง และตัดสินใจในกิจการของทองถิ่นไดเอง สงเสริมใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นมีสวนรวมในการดําเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐพัฒนาเศรษฐกิจของทองถิ่นและระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการตลอดทั้งโครงสรางพื้นฐาน สารสนเทศในทองถิ่นใหทั่วถึงและเทาเทียมกันทั่วประเทศ รวมทั้งพัฒนาจังหวัดที่มีความพรอมใหเปนองคกรปกครองสวนทองถิ่นขนาดใหญ โดยคํานึงถึงเจตนารมณของประชาชนในจังหวัดนั้น (๔) พรรคจะพัฒนาระบบงานภาครัฐ โดยมุงเนนการพัฒนาคุณภาพคุณธรรมและจริยธรรมของเจาหนาที่ของรัฐ ควบคูไปกับการปรับปรุงรูปแบบและวิธีการทํางาน เพื่อใหการบริหารราชการแผนดินเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ และสงเสริมใหหนวยงานของรัฐใชหลักการบริหารกิจการบานเมืองที่ดีเปนแนวทางในการปฏิบัติราชการ หนา ๓๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๕) พรรคจะจัดระบบงานราชการและงานของรัฐอยางอื่น เพื่อใหการจัดทําและการใหบริการสาธารณะเปนไปอยางรวดเร็วประสิทธิภาพโปรงใสและตรวจสอบไดโดยคํานึงถึงการมีสวนรวมของประชาชน (๖) พรรคจะดําเนินการใหหนวยงานทางกฎหมายที่มีหนาที่ใหความเห็นเกี่ยวกับการดําเนินงานของรัฐตามกฎหมายและตรวจสอบการตรากฎหมายของรัฐดําเนินการอยางเปนอิสระเพื่อใหการบริหารราชการแผนดินเปนไปตามหลักนิติธรรม(๗) พรรคจะจัดใหมีแผนพัฒนาการเมือง รวมตั้งจัดใหมีสภาพัฒนาการเมืองที่มีความเปนอิสระเพื่อติดตามสอดสองใหมีการปฏิบัติตามแผนดังกลาวอยางเครงครัด(๘) พรรคจะดําเนินการใหขาราชการและเจาหนาที่ของรัฐไดรับสิทธิประโยชนอยางเหมาะสมขอ ๑๐ นโยบายดานกฎหมาย(๑) พรรคจะปรับปรุงประมวลกฎหมายที่ลาสมัย ไมเปนธรรม(๒) พรรคจะเพิ่มศักยภาพหนวยงานที่มีหนาที่ใหความเห็นทางกฎหมายและจัดทํากฎหมายใหสามารถปฏิบัติงานไดอยางรวดเร็ว สามารถใหความชวยเหลือแกภาคเอกชนและประชาชนไดตามหลักเกณฑที่จะเปดกวางขึ้น และใหบุคลากรของหนวยงานทางกฎหมายมีสวนใหความรูเสริมศักยภาพในทางกฎหมายมหาชน การดําเนินคดีปกครอง การยกรางกฎหมายและการตีความกฎหมายแกเจาหนาที่ของรัฐในหนวยงานตาง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเกื้อกูลการปฏิบัติราชการเพื่อประชาชน(๓) พรรคจะนําเทคโนโลยีที่ทันสมัยและความรูทางนิติวิทยาศาสตรมาใชและมีระบบขอมูลที่เชื่อมโยงกัน สามารถใชติดตามผลและนําไปใชในการปรับปรุงประสิทธิภาพของหนวยงานและเจาหนาที่ในกระบวนการยุติธรรมได(๔) พรรคจะปรับปรุงระบบการชวยเหลือทางกฎหมายและคาใชจายแกประชาชนที่ไมไดรับความเปนธรรม โดยใหเขาถึงความเปนธรรมไดโดยงาย(๕) พรรคจะนํามาตรการทางการเงิน ภาษี และการปองกันการฟอกเงินมาใชในการปองกันและปราบปรามผูกระทําความผิดขอ ๑๑ นโยบายดานกระบวนการยุติธรรม(๑) พรรคจะกําหนดระยะเวลาการดําเนินงานของหนวยงานในกระบวนการยุติธรรมในทุกขั้นตอนใหมีความชัดเจน ประชาชนสามารถตรวจสอบรับทราบความคืบหนาของคดี รวมถึงมีสวนรวมในการแสวงหาขอมูลเทาที่ทําไดใหมากที่สุด เพื่อใหการดําเนินคดีเปนไปดวยความรวดเร็วตอเนื่องและเปนธรรม หนา ๓๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๒) พรรคจะสรางกลไกชวยเหลือประชาชนผูขาดแคลนทุนทรัพยใหเขาถึงกระบวนการยุติธรรมไดโดยงาย เพื่อชวยเหลือประชาชนในการยื่นฟองคดีปรับปรุงสิทธิ์ในการเยียวยาชดใชคาสินไหมทดแทนคาเสียหายอื่น รวมถึงคาตอบแทนจากรัฐใหมีประสิทธิภาพ(๓) พรรคจะสรางกลไกเพื่อลดความเหลื่อมล้ําและความไมเปนธรรมในสังคมแกปญหานักโทษลนคุก รวมถึงใหมีการนําโทษอยางอื่นมาใชแทนการลงโทษจําคุกระยะสั้น(๔) พรรคจะสรางกลไกเพื่อใหมีการบังคับการตามกฎหมายอยางเครงครัด รวมถึงการสรางบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม ใหมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อใหการบังคับใชตามกฎหมายเฉพาะมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น(๕) พรรคจะปรับปรุงระบบการสอบสวนคดีอาญา โดยใหมีการตรวจสอบถวงดุลระหวางพนักงานสอบสวน และพนักงานอัยการกําหนดระยะเวลาการปฏิบัติเพื่อไมใหคดีขาดอายุความและสรางความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหนาที่ของพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ และใหมีความเปนอิสระในการดําเนินคดีอยางแทจริง(๖) พรรคจะกําหนดใหนํานิติวิทยาศาสตรมาใชในการสอบสวนคดีอาญา รวมทั้งจัดใหมีการบริการดานนิติวิทยาศาสตรมากกวาหนึ่งหนวยงานและมีอิสระจากกัน เพื่อใหประชาชนไดรับบริการในการพิสูจนขอเท็จจริงอยางมีทางเลือก และตองสามารถใหบริการไดครอบคลุมทั่วประเทศอยางทั่วถึงโดยมีมาตรฐานเดียวกัน เพื่อไมใหเกิดการรวมศูนยไวที่จุดเดียวดังเชนปจจุบัน(๗) พรรคจะเสริมสรางและพัฒนาวัฒนธรรมองคกรของหนวยงานตาง ๆในกระบวนการยุติธรรมใหมุงอํานวยความยุติธรรมแกประชาชนโดยสะดวกและรวดเร็วเปนสําคัญรวมถึงการพัฒนาปรับปรุงดานรายได สิทธิประโยชน และสวัสดิการใหกับบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมใหมีรายไดอยางเพียงพอที่จะปฏิบัติหนาที่ของตนไดอยางมีเกียรติและศักดิ์ศรี เพื่อไมใหเกิดการแสวงหาผลประโยชนโดยมิชอบขอ ๑๒ นโยบายดานการศึกษา(๑) พรรคจะสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและขยายโอกาสใหทั่วถึงคนทุกกลุมเพื่อใหการศึกษาเปนกระบวนการพัฒนาคนใหมีขีดความสามารถและเปนแรงผลักดันที่สําคัญตอการพัฒนาประเทศ(๒) พรรคจะสนับสนุนการจัดการศึกษาชั้นอนุบาลหรือกอนประถมศึกษาเพื่อใหเด็กไดเขาเรียนอยางทั่วถึง หนา ๓๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๓) พรรคจะสนับสนุนใหความรูแกพอแมและครอบครัวในการวางแผนเบื้องตนของชีวิตและเตรียมความพรอมใหแกเด็กกอนเขาเรียน(๔) พรรคจะสงเสริมการจัดการศึกษาโดยเนนการมีความรูคูคุณธรรมโดยเฉพาะอยางยิ่งการจัดการศึกษาอบรมวิชาชีพและการจัดการศึกษาแกผูดอยโอกาส(๕) พรรคจะสงเสริมการศึกษาขั้นพื้นฐานภาคบังคับและสนับสนุนการกระจายโอกาสทางการอุดมศึกษาไปยังสวนภูมิภาค(๖) พรรคจะสนับสนุนและสงเสริมการจัดการศึกษานอกระบบทั้งสายสามัญและสายอาชีพอยางกวางขวางเพื่อใหผูที่อยูในวัยแรงงานไดรับการศึกษา(๗) พรรคจะพัฒนาการศึกษาและเสริมสรางความรู และปลูกฝงจิตสํานึกเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข(๘) พรรคจะสงเสริมพัฒนาวิชาชีพที่ไดรับยกยองในการพัฒนาครู เนนการผลิตครูในสาขาที่ขาดแคลน(๙) พรรคจะขยายโอกาสทางการศึกษาดวยการเรียนฟรีถึงปริญญาตรีสูชุมชนอยางทั่วถึงโดยเนนการศึกษาเฉพาะอาชีพโดยเฉพาะชุมชนที่อยูไกลความเจริญหรือผูดอยโอกาสประกอบอาชีพเฉพาะพื้นที่ขอ ๑๓ นโยบายดานเศรษฐกิจ(๑) พลังเครือขายอาชีพ (Happy Community and Welfare) สังคมดีมีความมั่งคั่งในอาชีพ เพราะทุกอาชีพคือการสรางสัมพันธเครือขายของตนใหเปนหนึ่งเดียวและเปนการรวมกําลังเพื่อสรางสรรคและแกไขเพื่อพัฒนาในสิ่งที่อาชีพตนเองตองการอยางตรงเปา ทําทั้งระบบ(๒) พรรคจะดําเนินการเรงรัดเสริมสรางเสถียรภาพทางเศรษฐกิจไมวาจะเปนดานการเงินการคา การลงทุนและคาครองชีพที่กําลังอยูในสภาวะชะลอตัวอยางรุนแรงของปญหาทางสังคมที่มีผลกระทบตอความเปนอยูของประชาชน(๓) พรรคจะสรางสรรคความเจริญรุงเรืองทางเศรษฐกิจของประเทศอยางมีเสถียรภาพลดชองวางและขจัดความยากจนในประเทศใหลดนอยลงยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน(๔) พรรคจะสนับสนุนฟนฟูการแกไขภาคเศรษฐกิจของประเทศที่มีปญหาโดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่ดอยประสิทธิภาพการแขงขันการเกษตรที่มีผลผลิตต่ําหนา ๓๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๕) พรรคจะสนับสนุนธุรกิจและอุตสาหกรรมสงออกเพื่อเพิ่มรายได(๖) พรรคจะมุงเนนขยายการลงทุนสูรายยอยเพื่อการสงออกกลุมรายยอยไดแกกลุมอุตสาหกรรมขนาดยอมเล็กเพื่อเพิ่มฐานการผลิตไปสูกลุมผูมีประสบการณแตไมมีทุนมาดําเนินการขอ ๑๔ นโยบายดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม(๑) พรรคจะสนับสนุนการอนุรักษและฟนฟูทรัพยากรปาไมทั้งปาบกและปาชายเลน(๒) พรรคจะสงเสริมการอนุรักษควบคุมดูแลแหลงน้ํามีใหเกิดปญหาสิ่งแวดลอม(๓) พรรคจะสนับสนุนใหมีการใชทรัพยากรธรรมชาติอยางมีประสิทธิภาพตามหลักอนุรักษ(๔) พรรคจะสนับสนุนปลูกฝงใหเด็กเยาวชนและประชาชนตระหนักในความสําคัญของการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ(๕) พรรคจะสนับสนุนปองกันและปราบปรามการบุกรุกและตัดไมทําลายปาขอ ๑๕ นโยบายดานสาธารณสุข(๑) พรรคจะสงเสริมสุขภาพและการรักษาพยาบาลและสงเสริมสุขภาพในภูมิภาคพัฒนาบุคลากรในดานการรักษาพยาบาล(๒) พรรคจะสนับสนุนองคกรประชาชนสถาบันครอบครัวอาสาสมัครสาธารณสุขใหเขามามีบทบาทในดานการรักษาสุขภาพอนามัย(๓) พรรคจะสนับสนุนใหความรูการควบคุมปองกันการแพรระบาดของโรคเอดสแกครอบครัวและชุมชนใหรูจักการปองกันและแกไขปญหาดวยตนเอง(๔) พรรคจะสนับสนุนการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดลอมที่อาจเปนอันตรายตอสุขภาพอนามัยของประชาชนใหอยูระดับมาตรฐานความปลอดภัย(๕) พรรคจะสนับสนุนมาตรฐานการคุมครองผูบริโภคใหไดรับความปลอดภัยจากการบริโภคอาหาร ยา สินคาและผลิตภัณฑ(๖) พรรคจะเนนการประกันสุขภาพและบริการรักษาฟรีผูมีรายไดนอยรวมถึงผูใชแรงงานโดยเฉพาะกลุมอาชีพเกษตรกรที่อยูหางไกลโรงพยาบาลจะตองไดรับการดูแลดานสาธารณสุขโดยถวนหนาดวยการเปดสถานีอนามัยทุกแหงบริการตลอด ๒๔ ชั่วโมง ใหครบทุกตําบลทั่วประเทศหนา ๓๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๑๖ นโยบายดานการสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ(๑) พรรคจะนําเอาบริการสาธารณะเขาไปใกลชิดประชาชน และสะดวกในการเขาถึงสื่อผสมคุณภาพสูงเพื่อเปนสื่อการเรียนการสอน เชน การเรียนรูทางไกล การพบปะกันระหวางนักเรียนที่อยูตางพื้นที่การติดตอกับประชาชนตางวัฒนธรรม(๒) พรรคจะสงเสริมใหหนวยงานของรัฐทุกหนวยงานเปนศูนยบริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ(one stop service center)(๓) พรรคจะเพิ่มกิจกรรมภายในครัวเรือน เชน พัฒนาอินเทอรเน็ตความเร็วสูงระบบความบันเทิงสวนตัว การซื้อขายอิเล็กทรอนิกส ธนาคารออนไลน ระบบสารสนเทศอิเล็กทรอนิกสขอ ๑๗ นโยบายดานสังคม(๑) พรรคจะสนับสนุนการพัฒนาและสงเสริมศักยภาพของคนใหเปนคนดีมีคุณธรรมมีระเบียบวินัยมีจิตสํานึกการรับผิดชอบตอตนเองและสวนรวม(๒) พรรคจะสนับสนุนสืบทอดเอกลักษณของความเปนไทยและการสรางสรรคศิลปวัฒนธรรมและโบราณสถาน(๓) พรรคจะสงเสริมใหมีสื่อคุณภาพเพื่อถายทอดและปลูกฝงคานิยมที่ดีงามเสริมสรางความเสมอภาคระหวางชายหญิง(๔) พรรคจะสงเสริมและสนับสนุนความรวมมือระหวางรัฐทองถิ่นองคกรเอกชนประชาชนและสถาบันการศึกษาในการทํานุบํารุงพัฒนาและอนุรักษศิลปวัฒนธรรมและโบราณสถาน(๕) พรรคจะสนับสนุนโครงการสรางจริยธรรมคุณธรรมและวินัยของคนในชาติขอ ๑๘ นโยบายดานการตางประเทศ(๑) พรรคจะสงเสริมมิตรภาพสมานฉันทและความรวมมือกับประเทศเพื่อนบาน(๒) พรรคจะเพิ่มบทบาทภายในองคการระหวางประเทศ(๓) พรรคจะสงเสริมความสัมพันธและการรวมมือทางเศรษฐกิจกับตางประเทศตลอดจนสงเสริมสิทธิและผลประโยชนของคนไทยและแรงงานไทยในตางประเทศ(๔) พรรคจะสงเสริมสันติภาพเสถียรภาพและความมั่นคงในเอเชียและสนับสนุนในการสรางสันติภาพโลก หนา ๓๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๕) พรรคจะสนับสนุนใหความรวมมือกับนานาประเทศและองคกรระหวางประเทศในการแกปญหาซึ่งจะมีผลกระทบตอมนุษยชาติ(๖) พรรคจะสงเสริมและพัฒนาความสัมพันธและรวมมือกับประเทศสมาชิกในกลุมอาเซียนทั้งทางดานการเมืองเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรมขอ ๑๙ นโยบายดานการเกษตรมรดกพอ (The King’s Heritage)(๑) พรรคจะสนับสนุนการเกษตร เพื่อปากทองของคนทั้งโลกกับเกษตรปลอดภัยผนึกรวมการทองเที่ยว เพื่อการขยายรายไดใหเกษตรกรและอุตสาหกรรมการทองเที่ยวสูครัวโลกสรางมาตรฐานสินคาเกษตรปลอดภัยใหนักทองเที่ยวเขาถึงขอมูลอันเปนที่ยอมรับในระดับโลกพัฒนาและยกระดับการทําเกษตรกรไทยเชื่อมกระบวนการแบบครบวงจรใหเกิดประสิทธิภาพ และประโยชนสูงสุดทุกฝาย (๒) พรรคจะสนับสนุนการปฏิรูปที่ดินใหแกเกษตรกรผูยากจนและไมมีที่ทํากินใหเพียงพอตามเจตนารมณของกฎหมายวาดวยการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร(๓) พรรคจะสงเสริมเกษตรกรในกิจกรรมหลังการเก็บเกี่ยวสงเสริมใหเกิดอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและการแปรรูปพืชผลเกษตร(๔) พรรคจะสนับสนุนและสงเสริมการเพิ่มขีดความสามารถใหแกเกษตรกรโดยสนับสนุนกระบวนการถายทอดความรูวิชาการขอมูลสําคัญแกเกษตรกร(๕) พรรคจะสงเสริมดานการวิจัยพัฒนาพันธุพืชพันธุสัตวและการประมงเพื่อปรับปรุงคุณภาพเพิ่มผลผลิตและลดตนทุนการผลิต(๖) พรรคจะสงเสริมและฟนฟูระบบการผลิตการเกษตรเนนการใชทรัพยากรธรรมชาติอยางยั่งยืนและมีผลกระทบตอระบบนิเวศและสิ่งแวดลอมนอยที่สุด(๗) พรรคจะสนับสนุนและสงเสริมใหเกษตรกรมีรายไดสูงขึ้นดวยการปลูกพืชเศรษฐกิจตามความตองการของตลาด(๘) พรรคจะดูแลแกไขปญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรที่ตกต่ําและปองกันเกษตรกรถูกเอารัดเอาเปรียบ(๙) พรรคจะมุงปรับโครงสรางการผลิตและการเพิ่มมูลคาผลผลิตดานเกษตรใหสอดคลองกับการปรับโครงสรางหนี้ดวยการถายทอดเทคโนโลยีลงสูชุมชนหนา ๓๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๒๐ นโยบายดานแรงงานและสวัสดิการสังคม(๑) พรรคจะแกปญหาดานแรงงานและสนับสนุนปรับปรุงกฎหมายแรงงานเพื่อคุมครองผูใชแรงงานเด็กและแรงงานหญิง(๒) พรรคจะสงเสริมการฝกอบรมและพัฒนาฝมือแรงงานเพื่อใหสามารถเขาสูภาคแรงงานฝมือได (๓) พรรคจะสนับสนุนและสงเสริมการขยายการผลิตกําลังคนในสาขาที่ขาดแคลน(๔) พรรคจะสนับสนุนปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวของกับแรงงานใหเหมาะสมกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและสงเสริมใหมีแรงงานสัมพันธการคุมครองแรงงานและการปลอดภัยในการทํางานทั้งระบบขอ ๒๑ นโยบายดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี(๑) พรรคจะสนับสนุนการผลิตและพัฒนากําลังคนทางดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีใหมีปริมาณและคุณภาพเพียงพอกับความตองการ(๒) พรรคจะสนับสนุนและสงเสริมวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศ(๓) พรรคจะสนับสนุนความรวมมือทางเทคโนโลยีกับตางประเทศสงเสริมใหบริษัทตางชาติลงทุนดานการผลิตที่ใชเทคโนโลยีขั้นสูงและการจัดตั้งสถาบันฝกอบรมเพื่อถายทอดแกคนไทย(๔) พรรคจะสนับสนุนและสงเสริมใหหนวยงานภาครัฐและเอกชนรวมมือการวิจัยพัฒนาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีรวมทั้งเชื่อมโยงเครือขายการวิจัยทั้งในและตางประเทศ(๕) พรรคจะสนับสนุนใหมีการพัฒนาและใชเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาคนและการใชประโยชนทางเศรษฐกิจ(๖) พรรคจะสนับสนุนนวัตกรรมออนไลนไซเบอร (IT Digital Innovation) สนับสนุนภาครัฐสูการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม เปลี่ยนแปลงยุคของตลาดออนไลน พัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลใหผูประกอบการไดมีชองทางการสรางบุคลากรและซอฟแวรเขาสูตลาดโลก (Start Up Project)โดยการถายทอดผานวัฒนธรรม กีฬาและการทองเที่ยว สรางเทคโนโลยีนําสมัย ควบคูกับจริยธรรมและมีหนวยงานรับผิดชอบ สรางคุณคากับมูลคาทางเศรษฐกิจ สนับสนุนเกมใหเปนกีฬาอีสปอรต(E-sport) พรอมกับสรางความสัมพันธในครอบครัวและสังคมหนา ๓๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๒๒ นโยบายดานการอุตสาหกรรม(๑) พรรคจะสงเสริมและสนับสนุนใหมีการตั้งนิคมอุตสาหกรรมและเขตอุตสาหกรรมสงออกในชนบท (๒) พรรคจะสนับสนุนและพัฒนาอุตสาหกรรมสงออกหลักของประเทศ(๓) พรรคจะสงเสริมและพัฒนาคุณภาพสินคาอุตสาหกรรม(๔) พรรคจะสงเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมภายในครัวเรือนขอ ๒๓ นโยบายดานอื่น ๆ(๑) พรรคจะสนับสนุนการปองกันและแกไขปญหายาเสพติดและสารเสพติดพรอมทั้งจะเรงรัดการปราบปรามผูกระทําทั้งผูเสพผูคาและผูผลิต(๒) พรรคจะสนับสนุนสถาบันครอบครัวสถาบันศาสนาสื่อสารมวลชนและองคกรเอกชนใหมีสวนรวมในการแกปญหาเด็กจรจัดแรงงานเด็กและโสเภณี(๓) พรรคจะสนับสนุนปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการกระทําผิดทางเพศตอเด็กและสตรีตลอดจนรณรงคแกไขปญหาความรุนแรงในครอบครัว(๔) พรรคจะสงเสริมปลูกฝงคานิยมพื้นฐานแกเด็กและเยาวชนในเรื่องความมีเหตุผลการยอมรับฟงความคิดเห็นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข(๕) พรรคจะสนับสนุนบทบาทสตรีใหมีสวนรวมในการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมการเมืองและการบริหารทั้งในภาครัฐและเอกชน(๖) พรรคจะสงเสริมใหมีการชวยเหลือและดูแลผูสูงอายุผูพิการผูดอยโอกาสและผูถูกทอดทิ้ง(๗) พรรคจะสงเสริมใหมีการสงขอและฟนฟูสมรรถภาพผูดอยโอกาสใหสามารถพึ่งตนเองไดและมีชีวิตอยูในสังคมอยางมีความสุขหมวด ๔โครงสรางการบริหารพรรคและตําแหนงตาง ๆ ในพรรคสวนที่ ๑โครงสรางการบริหารพรรคขอ ๒๔ โครงสรางของพรรคสุวรรณภูมิประกอบดวย(๑) คณะกรรมการบริหารพรรค(๒) คณะกรรมการสาขาพรรค(๓) ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดหนา ๔๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ สวนที่ ๒คณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๒๕ คณะกรรมการบริหารพรรค มีจํานวนไมนอยกวา ๘ คน ประกอบดวย(๑) หัวหนาพรรค(๒) รองหัวหนาพรรค(๓) เลขาธิการพรรค(๔) รองเลขาธิการพรรค(๕) เหรัญญิกพรรค(๖) นายทะเบียนสมาชิกพรรค(๗) โฆษกพรรค(๘) กรรมการบริหารพรรคขอ ๒๖ การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคใหดําเนินการในที่ประชุมใหญของพรรคโดยการลงคะแนนลับใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งตําแหนงคณะกรรมการบริหารพรรคจนครบ และมีจํานวนไมนอยกวาตามที่กําหนดในขอ ๒๕ในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนง ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวาสิบคน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อควรอยูในที่ประชุมในกรณีบุคคลตามวรรคสามไดรับการเสนอชื่อเปนกรรมการบริหารพรรคตองไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้น และหากผูไดรับการเสนอชื่อไมอยูในที่ประชุมใหมีหนังสือยินยอมการดํารงตําแหนงขอ ๒๗ กรรมการบริหารพรรคตองเปนสมาชิกพรรค อายุไมต่ํากวายี่สิบป มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ป หรือนับแตวันที่ที่ประชุมใหญพรรคเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม แลวแตกรณีกรรมการบริหารพรรคตองไมเปนกรรมการสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในขณะเดียวกันขอ ๒๘ ในระหวางการดํารงตําแหนงประธานสภาผูแทนราษฎร และรองประธานสภาผูแทนราษฎรจะเปนกรรมการบริหารพรรค หรือดํารงตําแหนงใดในพรรคขณะเดียวกันมิไดหนา ๔๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๒๙ ความเปนกรรมการบริหารพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก โดยถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคหรือหัวหนาพรรคไดรับหนังสือ(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติใหออกเมื่อตําแหนงกรรมการบริหารพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเขารักษาการแทน จนกวาจะมีการประชุมใหญเพื่อเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วาง ซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงกรณี การเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคแทนตําแหนงที่วางหรือการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติม ใหผูไดรับเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกตั้งเพิ่มเติมนั้นอยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๓๐ กรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ความเปนกรรมการบริหารพรรคของหัวหนาพรรคสิ้นสุดลง ตามขอ ๒๙(๓) กรรมการบริหารพรรควางลงเกินกวากึ่งหนึ่งของกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดในกรณีกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป และใหเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงในกรณีกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๒) และ (๓) ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป หากไมมีหัวหนาพรรค ใหรองหัวหนาพรรคตามลําดับรักษาการแทนหัวหนาพรรคถาไมมีรองหัวหนาพรรคใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งรักษาการแทน และใหเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการบริหารพรรคการเมืองพนจากตําแหนงทั้งคณะขอ ๓๑ คณะกรรมการบริหารพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรค และมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หนา ๔๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๒) ควบคุมและกํากับดูแลมิใหสมาชิกพรรคหรือผูดํารงตําแหนงในพรรค กระทําการในลักษณะที่อาจทําใหการเลือกตั้งหรือการเลือกมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ไมชอบดวยกฎหมายหรืออาจเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใดซึ่งสมัครเขารับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภาไมวาโดยทางตรงหรือทางออม(๓) ใหความเห็นชอบในการจัดทําแผนหรือโครงการที่จะดําเนินกิจกรรมตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรค (๔) ดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรคใหเปนไปตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรค (๕) บริหารการเงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดของพรรคและสาขาพรรคตลอดจนจัดทําบัญชีตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคใหถูกตองตามความเปนจริง(๖) ตรวจสอบและควบคุมมิใหมีการนําเงินหรือทรัพยสินของพรรคไปใชจายเพื่อการอื่นใดนอกจากที่กําหนดไวในกฎหมายพรรค(๗) กรณีพรรคสิ้นสภาพความเปนพรรคหรือยุบพรรคยังคงตองปฏิบัติหนาที่อยูจนกวาการชําระบัญชีจะแลวเสร็จ แตจะดําเนินกิจกรรมทางการเมืองในนามพรรคที่สิ้นสภาพความเปนพรรคหรือยุบพรรคมิได(๘) ออกกฎระเบียบและจัดตั้งหนวยงานตาง ๆ เพื่อปฏิบัติงานใหเปนไปตามนโยบายพรรคและขอบังคับพรรค (๙) ควบคุมไมใหพรรค และผูซึ่งพรรคสงเขาสมัครรับเลือกตั้งใชเกินวงเงินตามที่กฎหมายกําหนด(๑๐) เลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๑๑) กําหนดใหมีการประชุมใหญพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้ง และรายงานกิจการดานตาง ๆตอที่ประชุมใหญพรรค(๑๒) แตงตั้งและถอดถอนผูปฏิบัติงานของพรรคในกิจการตาง ๆ ของพรรคและคณะทํางานเฉพาะกิจ ทั้งในสวนกลางและสวนภูมิภาคขอ ๓๒ กรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนงมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) หัวหนาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้หนา ๔๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (ก) เปนประธานของคณะกรรมการบริหารพรรคและเปนผูเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ตลอดจนดําเนินการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค(ข) เปนผูเรียกประชุมใหญของพรรคตามความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคและเปนประธานของที่ประชุมใหญพรรคตลอดจนดําเนินการประชุมใหญพรรค(ค) เปนผูเรียกประชุมรวมระหวางคณะกรรมการบริหารพรรคกับสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรค และเปนประธานของที่ประชุมตลอดจนเปนผูดําเนินการประชุมดังกลาว(ง) เปนผูลงนามประกาศ กฎระเบียบ มติของพรรคและคําสั่งพรรค(จ) ในกรณีที่มีความจําเปนในการดําเนินการทางการเมืองใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของพรรคไดโดยความเห็นชอบของกรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะบริหารพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้น และใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติพรรค(ฉ) อํานาจอื่น ๆ ตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับพรรค(๒) รองหัวหนาพรรคมีหนาที่และอํานาจตามที่หัวหนาพรรคหรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๓) เลขาธิการพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(ก) เปนผูตรวจสอบและกํากับดูแลกิจการทั้งปวงของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมายและใหรับผิดชอบโดยตรงจากหัวหนาพรรคหรือผูที่ทําหนาที่แทนหัวหนาพรรคในกิจการที่หัวหนาพรรคมอบหมายใหปฏิบัติ(ข) เปนผูเสนอรายงานตอคณะกรรมการบริหารพรรคที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรคและตอที่ประชุมใหญพรรค(ค) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรค คณะที่ปรึกษาพรรค และสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรคและที่ประชุมใหญพรรค (ง) เปนผูกํากับดูแลการบริหารงานของสํานักงานใหญพรรค(๔) รองเลขาธิการพรรคมีอํานาจหนาที่รับผิดชอบตามที่เลขาธิการพรรคหรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย หนา ๔๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๕) เหรัญญิกพรรคมีหนาที่ในการควบคุมรายรับ รายจายเงิน บัญชีทรัพยสินหนี้สินและงบการเงินของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด(๖) นายทะเบียนสมาชิกพรรคมีหนาที่และอํานาจเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครเขาเปนสมาชิกพรรค และจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคใหตรงตามความเปนจริงและตองใหสมาชิกพรรคตรวจดูไดโดยสะดวก ณ สํานักงานใหญของพรรค รวมทั้งประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวย เพื่อประโยชนในการตรวจสอบความถูกตอง (๗) โฆษกพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(ก) แถลงมติที่ประชุมของพรรค และแถลงกิจการตาง ๆ ของพรรค(ข) ประชาสัมพันธงานของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๘) กรรมการบริหารพรรคมีหนาที่และอํานาจตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมายสวนที่ ๓สาขาพรรคขอ ๓๓ ภายในหนึ่งปนับแตวันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคตองดําเนินการใหมีสาขาพรรคในแตละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดอยางนอยภาคละหนึ่งสาขา โดยสาขาพรรคแตละสาขาตองมีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาในจังหวัดตั้งแตหารอยคนขึ้นไปขอ ๓๔ จังหวัดใดที่มีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นตั้งแตหารอยคนขึ้นไปสมาชิกพรรคอาจจัดประชุมเพื่อดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองตามประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเกี่ยวกับการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคการเมืองตองไมมีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดอยูในจังหวัดนั้นขอ ๓๕ คณะกรรมการสาขาพรรคใหมีจํานวนไมนอยกวาเจ็ดคน ประกอบดวย(๑) หัวหนาสาขาพรรค(๒) รองหัวหนาสาขาพรรค หนา ๔๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๓) เลขานุการสาขาพรรค(๔) เหรัญญิกสาขาพรรค(๕) นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค(๖) โฆษกสาขาพรรค(๗) กรรมการสาขาพรรคขอ ๓๖ กรรมการสาขาพรรคตองเปนสมาชิกพรรค มีอายุไมต่ํากวายี่สิบป มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่หัวหนาพรรคประกาศจัดตั้งสาขาพรรค หรือประกาศแตงตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม แลวแตกรณีกรรมการสาขาพรรคตองไมเปนกรรมการบริหารพรรคในขณะเดียวกันขอ ๓๗ การเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคใหดําเนินการในที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคหรือที่ประชุมใหญสาขาพรรค แลวแตกรณีใหที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคหรือที่ประชุมใหญสาขาพรรคเลือกตั้งตําแหนงคณะกรรมการสาขาพรรคจนครบ และมีจํานวนไมนอยกวาตามที่กําหนดในขอ ๓๕ในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการสาขาพรรคแตละตําแหนง ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวาสิบคน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อควรอยูในที่ประชุมในกรณีบุคคลตามวรรคสามไดรับการเสนอชื่อเปนกรรมการสาขาพรรคตองไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้น และหากผูไดรับการเสนอชื่อไมอยูในที่ประชุมใหมีหนังสือยินยอมการดํารงตําแหนงขอ ๓๘ คณะกรรมการสาขาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรคและมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๒) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทยหนา ๔๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๓) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศ และการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๔) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๕) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมือง โดยสุจริตที่แตกตาง และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(๖) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๗) การจัดประชุมสมาชิกพรรคการเมืองเพื่อรับฟงความคิดเห็นการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๘) การใหความเห็นเกี่ยวกับการกําหนดนโยบายของพรรคการเมืองที่ใชในการประกาศโฆษณาหาเสียง(๙) รับฟงความคิดเห็นจากสมาชิกพรรคการเมือง เพื่อเสนอใหพรรคการเมืองไปดําเนินการในสวนที่เกี่ยวของขอ ๓๙ กรรมการสาขาพรรคแตละตําแหนงมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) หัวหนาสาขาพรรค(ก) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรค(ข) จัดทําบัญชีรายชื่อพรอมที่อยูของสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาในเขตจังหวัดซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรค(ค) เปนผูแทนของสาขาพรรคและเปนผูรับผิดชอบในกิจกรรมทั้งปวงของสาขาพรรค(ง) เปนประธานของคณะกรรมการสาขาพรรค เรียกประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค และเปนประธานการประชุม หนา ๔๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (จ) เรียกประชุมใหญสาขาพรรค และเปนประธานของที่ประชุม ตลอดจนดําเนินการประชุม (ฉ) มีสิทธิยับยั้งมติคณะกรรมการสาขาพรรค หรือคณะกรรมการอื่น ๆที่คณะกรรมการสาขาพรรคจัดตั้งขึ้น เพื่อขอใหมีการทบทวนมติในกรณีที่มีความจําเปน แตทั้งนี้ ตองไมเกินสามวันซึ่งหากพนกําหนดดังกลาวใหถือวามติของที่ประชุมนั้นมีผลใชบังคับ(ช) ในกรณีที่มีความจําเปนในการดําเนินการทางการเมืองใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของสาขาพรรคได โดยความเห็นชอบของกรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้น และใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติของสาขาพรรค(ซ) อํานาจอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด(๒) รองหัวหนาสาขาพรรคมีอํานาจหนาที่ความรับผิดชอบตามที่หัวหนาสาขาพรรคมอบหมาย(๓) เลขานุการสาขาพรรคมีอํานาจหนาที่รับผิดชอบ(ก) ตรวจสอบและกํากับดูแลกิจการทั้งปวงของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย และใหรับผิดชอบโดยตรงจากหัวหนาสาขาพรรคในกิจการที่หัวหนาสาขาพรรคมอบหมายใหปฏิบัติ (ข) เสนอรายงานตอที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและที่ประชุมใหญสาขาพรรค (ค) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและที่ประชุมใหญสาขาพรรค (ง) กํากับดูแลการบริหารงานของสํานักงานสาขาพรรค(๔) เหรัญญิกสาขาพรรคมีอํานาจหนาที่รับผิดชอบในการควบคุมรายรับ - รายจายบัญชี หนี้สินและงบการเงินของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคกําหนด(๕) นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรคมีอํานาจรับผิดชอบทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค(๖) โฆษกสาขาพรรคมีอํานาจหนาที่รับผิดชอบ(ก) แถลงมติที่ประชุมและกิจการตาง ๆ ของสาขาพรรค(ข) ประชาสัมพันธงานของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมายหนา ๔๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๗) กรรมการสาขาพรรคมีอํานาจหนาที่รับผิดชอบตามที่หัวหนาสาขาพรรคหรือคณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมายขอ ๔๐ ความเปนกรรมการสาขาพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก โดยใหถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคหรือหัวหนาพรรคไดรับหนังสือ(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) ที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคมีมติใหออก(๕) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดเมื่อตําแหนงกรรมการสาขาพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาสาขาพรรคแตงตั้งกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเขารักษาการแทน จนกวาจะมีการประชุมเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงหากตําแหนงหัวหนาสาขาพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหรองหัวหนาสาขาพรรคลําดับตนรักษาการแทน ถาไมมีรองหัวหนาสาขาพรรค ใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งรักษาการแทน และใหมีอํานาจเรียกประชุมใหญสาขาเพื่อเลือกตั้งหัวหนาสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วางภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงกรณี การเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วางหรือการเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคเพิ่มเติมใหผูไดรับเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกตั้งเพิ่มเติมนั้น อยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของคณะกรรมการสาขาพรรคขอ ๔๑ กรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) กรรมการสาขาพรรควางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมดในกรณีกรรมการสาขาพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป และใหประชุมใหญสาขาพรรคเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงหนา ๔๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ในกรณีกรรมการสาขาพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๒) ใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป และใหดําเนินการจัดประชุมใหญสาขาพรรคเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมภายในเกาสิบวันนับแตวันที่กรรมการสาขาพรรควางลงทั้งคณะในกรณีที่ไมมีกรรมการสาขาพรรคเหลืออยู หรือมีแตไมยินยอมดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม คณะกรรมการบริหารพรรคจะดําเนินการเองหรือจะมอบหมายใหสมาชิกสาขาพรรคจํานวนหนึ่งดําเนินการแทนก็ไดขอ ๔๒ เมื่อดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคครบตามที่กําหนดในมาตรา ๓๓ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรค พ.ศ. ๒๕๖๐ แลว หากตอมาภายหลังมีสาขาพรรคไมครบตามมาตรา ๓๓ ใหดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคใหครบตามมาตรา ๓๓ ภายในเกาสิบวันนับแตวันที่สาขาพรรคมีจํานวนไมครบตามมาตรา ๓๓ สวนที่ ๔ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๔๓ ในจังหวัดที่มิไดเปนที่ตั้งสาขาพรรคการเมือง ถาพรรคการเมืองนั้นมีสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นเกินหนึ่งรอยคน อาจแตงตั้งสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นซึ่งมาจากการเลือกของสมาชิกดังกลาวใหเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดตามจํานวนที่เห็นสมควรเพื่อดําเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองในจังหวัดนั้นการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหเปนไปตามประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเกี่ยวกับการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๔๔ ใหตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด มีจํานวนไมนอยกวาหนึ่งคนขอ ๔๕ ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตองเปนสมาชิกพรรค มีอายุไมต่ํากวายี่สิบป มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่มีประกาศแตงตั้งเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในกรณี ตัวแทนที่ครบวาระ ใหอยูในตําแหนงเพื่อปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการเลือกตั้งตัวแทนใหมตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ตองไมเปนกรรมการบริหารพรรคในขณะเดียวกันขอ ๔๖ การแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหดําเนินการในที่ประชุมของสมาชิกพรรคในจังหวัดนั้นไมนอยกวาหาสิบคน หนา ๕๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ในการเสนอชื่อผูเขารับการเสนอชื่อเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวาสิบคน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อควรอยูในที่ประชุมบุคคลตามวรรคสองไดรับการเสนอชื่อเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตองไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้น และหากผูไดรับการเสนอชื่อไมอยูในที่ประชุมใหมีหนังสือยินยอมการดํารงตําแหนงขอ ๔๗ ความเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสิ้นสุดลง เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ตาย(๓) ลาออก โดยใหถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคหรือหัวหนาพรรคไดรับหนังสือ(๔) ขาดจากสมาชิกภาพ(๕) หัวหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคสั่งใหพนจากการเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๖) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดในกรณีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขึ้นใหมและใหจัดประชุมสมาชิกเพื่อดําเนินการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดครบวาระการดํารงตําแหนงหากตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดวางลงตาม (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่เหลืออยู อาจเรียกประชุมสมาชิกเพื่อดําเนินการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกเพิ่มเติมก็ได ทั้งนี้ ใหอยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ที่แตงตั้งขึ้นกอนการเลือกแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกเพิ่มเติมในกรณีที่ไมมีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตาม (๒) (๓) (๔) (๕)และ (๖) ใหถือวาตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดดังกลาวสิ้นสภาพไป และแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่ไมเปนไปตามขอ ๔๔หนา ๕๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๔๘ ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรค และมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๒) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(๓) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศ และการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๔) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๕) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตาง และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(๖) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๗) การจัดประชุมสมาชิกพรรคการเมืองเพื่อรับฟงความคิดเห็นการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๘) การใหความเห็นเกี่ยวกับการกําหนดนโยบายของพรรคการเมืองที่ใชในการประกาศโฆษณาหาเสียง (๙) รับฟงความคิดเห็นจากสมาชิกพรรคการเมือง เพื่อเสนอใหพรรคการเมืองไปดําเนินการในสวนที่เกี่ยวของ หนา ๕๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ หมวด ๕การบริหารจัดการสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๔๙ การบริหารจัดการสาขาพรรค(๑) ใหมีการรับสมัครสมาชิกพรรค(๒) ใหมีการจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคในพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรค(๓) ประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป(๔) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรคขอ ๕๐ การบริหารจัดการตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๑) ใหมีการรับสมัครสมาชิกพรรค(๒) ใหมีการจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคในพื้นที่ที่รับผิดชอบของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด (๓) ประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป(๔) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดหมวด ๖การประชุมสวนที่ ๑การประชุมใหญพรรคขอ ๕๑ คณะกรรมการบริหารพรรคตองจัดใหมีการประชุมใหญสามัญของพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้งขอ ๕๒ สมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสี่ของจํานวนสมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสามของจํานวนกรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยูของพรรคหรือไมนอยกวาสองรอยหาสิบคนแลว แตจํานวนใดจะนอยกวามีสิทธิเขาชื่อกันยื่นคํารองขอตอหัวหนาพรรคใหจัดการประชุมใหญวิสามัญของพรรคได หนา ๕๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ในกรณีตามวรรคหนึ่งคณะกรรมการบริหารพรรคตองจัดใหมีการประชุมใหญวิสามัญของพรรคภายในหกสิบวันนับแตวันที่ไดรับหนังสือจากสมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือกรรมการบริหารพรรคหรือสมาชิกพรรค แลวแตกรณีขอ ๕๓ องคประชุมของที่ประชุมใหญพรรค ประกอบดวย(๑) กรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด(๒) ผูแทนของสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสาขาพรรคซึ่งในจํานวนนี้จะตองประกอบดวยผูแทนของสาขาพรรคไมนอยกวาสองสาขาซึ่งมาจากตางภาคกัน(๓) ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดไมนอยกวากึ่งหนึ่งของตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๔) สมาชิกพรรคขอ ๕๔ องคประชุมใหญของพรรคตามขอ ๕๓ ตองมีรวมกันทั้งหมดไมนอยกวาสองรอยหาสิบคนการลงมติใหถือเสียงขางมากของที่ประชุม ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๕๕ ใหหัวหนาพรรคเปนประธานในที่ประชุมใหญ ถาหัวหนาพรรคไมมาประชุมใหรองหัวหนาพรรคลําดับตนทําหนาที่แทน ถารองหัวหนาพรรคไมมาประชุม ใหที่ประชุมใหญเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งเปนประธาน และใหเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการที่ประชุมแตถาเลขาธิการพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหที่ประชุมใหญเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนขอ ๕๖ การดําเนินกิจการดังตอไปนี้ ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญของพรรค(๑) การแกไขเปลี่ยนแปลงคําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคหรือนโยบายของพรรค(๒) การแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรค(๓) การเลือกตั้งหัวหนาพรรค เลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรค นายทะเบียนสมาชิกพรรค และกรรมการบริหารอื่นของพรรค(๔) การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรค(๕) ใหความเห็นชอบรายงานการเงินและการดําเนินกิจการของพรรคการเมืองที่ไดดําเนินการไปในรอบปที่ผานมา หนา ๕๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๖) กิจการที่เสนอโดยคณะกรรมการบริหารพรรคหรือหัวหนาสาขาพรรค(๗) กิจการอื่นตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ กฎหมายหรือขอบังคับพรรคการลงมติในที่ประชุมใหญใหกระทําโดยเปดเผย แตการลงมติเลือกบุคคลตาม (๓) และ (๔)ใหลงคะแนนลับขอ ๕๗ คําบอกกลาวเรียกประชุมใหญทุกคราวใหหัวหนาพรรคแจงกําหนดการประชุมใหทราบลวงหนาไมนอยกวา ๗ วัน โดยใหระบุวัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมดวยสวนที่ ๒การประชุมใหญสาขาพรรคขอ ๕๘ คณะกรรมการสาขาพรรคตองจัดใหมีการประชุมใหญสามัญสาขาพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้งขอ ๕๙ องคประชุมของที่ประชุมใหญสาขาพรรค ประกอบดวย(๑) กรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมด(๒) สมาชิกสาขาพรรคขอ ๖๐ องคประชุมใหญของสาขาพรรคตามขอ ๕๙ ตองมีรวมกันทั้งหมดไมนอยกวาหนึ่งรอยคนการลงมติใหถือเสียงขางมากของสมาชิกที่มารวมประชุม กรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๖๑ ใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานในที่ประชุมใหญสาขาพรรค ถาหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุม ใหรองหัวหนาสาขาพรรคทําหนาที่แทน ถารองหัวหนาสาขาพรรคไมมาหรือไมอยูในที่ประชุมใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่มาประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเปนประธานที่ประชุมและใหเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่เปนเลขานุการในที่ประชุมขอ ๖๒ กิจการดังตอไปนี้ ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญสาขาพรรค(๑) กิจการตามที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองหรือกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ หรือระเบียบ หรือประกาศของคณะกรรมการเลือกตั้ง หรือประกาศของนายทะเบียนพรรคการเมือง(๒) เลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคหรือกรรมการสาขาพรรคหนา ๕๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๖๓ คําบอกกลาวเรียกประชุมใหญสาขาพรรคใหหัวหนาสาขาพรรคแจงกําหนดการประชุมใหกรรมการสาขาพรรค สมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคนั้นทราบลวงหนาไมนอยกวาเจ็ดวัน โดยใหระบุ วัน เวลา และสถานที่ประชุมและระเบียบวาระการประชุมกรณีที่ไมมีคณะกรรมการสาขาพรรค ใหกรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกสาขาพรรคที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย แจงกําหนดการประชุมใหสมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคนั้นทราบตามวรรคหนึ่งสวนที่ ๓การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๖๔ การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคตองมีกรรมการบริหารพรรคมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคที่มีอยูในขณะนั้นจึงจะเปนองคประชุมใหหัวหนาพรรคเปนประธานที่ประชุมถาหัวหนาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหรองหัวหนาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่เปนประธานในที่ประชุมแทน และใหเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการในที่ประชุม แตถาเลขาธิการพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดก็ใหรองเลขาธิการพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนขอ ๖๕ มติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคใหถือเสียงขางมาก ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดสวนที่ ๔การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคขอ ๖๖ การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค ตองมีกรรมการสาขาพรรคมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคที่มีอยูในขณะนั้น จึงจะเปนองคประชุมโดยใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานในที่ประชุม หากหัวหนาสาขาพรรคไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดหัวหนาสาขาพรรคใหรองหัวหนาสาขาพรรคทําหนาที่แทนและใหเลขานุการสาขาพรรคเปนเลขานุการในที่ประชุม ถาเลขานุการสาขาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหที่ประชุมใหญสาขาพรรคเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนขอ ๖๗ มติของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคใหถือเสียงขางมาก ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดหนา ๕๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ หมวด ๗สมาชิกพรรคขอ ๖๘ สมาชิกพรรคตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้(๑) มีอายุไมต่ํากวาสิบแปดป(๒) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ในกรณีเปนผูมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติตองไดสัญชาติไทย มาแลวไมนอยกวาหาป(๓) ไมเปนบุคคลตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๙๘ (๑) (๒) (๔)(๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๑) (๑๔) (๑๖) (๑๗) หรือ (๑๘) ของรัฐธรรมนูญ(๔) ไมเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดใหจําคุกวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการหรือตอตําแหนงหนาที่ในการยุติธรรม หรือกระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยความผิดของพนักงานในองคการหรือหนวยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพยที่กระทําโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญาเวนแตเปนการรอการลงโทษ(๕) ไมเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดใหจําคุกวากระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยการกูยืมเงินที่เปนการฉอโกงประชาชน กฎหมายวาดวยยาเสพติดในความผิดฐานเปนผูผลิต นําเขา สงออกหรือผูคา กฎหมายวาดวยการพนันในความผิดฐานเปนเจามือหรือเจาสํานัก กฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการคามนุษย หรือกฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน (๖) ไมเปนสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นหรือผูยื่นคําขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นหรือผูแจงการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นขอ ๖๙ การสมัครเปนสมาชิกพรรคใหยื่นใบสมัครตามแบบพิมพของพรรคดวยตนเองพรอมดวยเอกสารประกอบ หรือวิธีการสมัครทางอิเล็กทรอนิกส และใหออกใบเสร็จรับเงินตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคเริ่มตั้งแตไดชําระคาบํารุงพรรคขอ ๗๐ สมาชิกภาพของสมาชิกพรรคสิ้นสุดลง เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก หนา ๕๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามขอ ๖๘ เวนแตเปนกรณีมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๙๖ (๑) ของรัฐธรรมนูญ และเปนการบวชตามประเพณีนิยม แตในระหวางมีลักษณะตองหามดังกลาวจะใชสิทธิในฐานะสมาชิกพรรคมิได(๔) ไมชําระคาบํารุงพรรคเปนเวลาสองปติดตอกัน(๕) พรรคมีมติใหออกเพราะกระทําผิดวินัยหรือจรรยาบรรณอยางรายแรงหรือมีเหตุรายแรงอื่น(๖) พรรคสิ้นสภาพความเปนพรรคการเมือง หรือยุบพรรคการเมืองการลาออกจากสมาชิกพรรคพรรคตามวรรคหนึ่ง (๒) ใหถือวาสมบูรณเมื่อไดยื่นใบลาออกตอนายทะเบียนสมาชิกพรรค หรือนายทะเบียนพรรคการเมืองการสิ้นสุดของสมาชิกภาพตามวรรคหนึ่ง (๕) หากสมาชิกผูนั้นดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎรมติของพรรคตองมีคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่ของที่ประชุมรวมของคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรคขอ ๗๑ สมาชิกพรรคมีสิทธิตาง ๆ ดังตอไปนี้(๑) เสนอขอคิดเห็นอันเปนประโยชนตอพรรค(๒) ไดรับการคัดเลือกใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรค(๓) ไดรับเลือกตั้งหรือแตงตั้งเปนผูปฏิบัติงาน คณะทํางานหรือคณะกรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด หรืออนุกรรมการในคณะตาง ๆ หรือกรรมการบริหารพรรคตลอดจนที่ปรึกษาพรรค(๔) อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณาเปนแตละกรณีไปขอ ๗๒ สมาชิกพรรคมีหนาที่และความรับผิดชอบตอพรรค ดังตอไปนี้(๑) รวมรับผิดชอบตอเสถียรภาพของพรรค และใหความรวมมือในกิจกรรมของพรรคดวยจิตสํานึก ในอุดมคติของพรรคในฐานะเปนเจาของพรรครวมกัน(๒) สนับสนุนสมาชิกพรรคผูที่พรรคไดพิจารณาสงลงสมัครรับเลือกตั้งในทุกระดับและใหความรวมมือในการดําเนินงานของพรรคดวยความเต็มใจ และบริสุทธิ์ใจเพื่อความกาวหนาของพรรค(๓) ปฏิบัติตามกฎระเบียบขอบังคับของพรรคอยางเครงครัด ใหการสนับสนุนนโยบายและมติของพรรคอยางจริงจัง(๔) รวมกิจกรรมทางการเมืองของพรรคดวยความเต็มใจและเต็มความสามารถหนา ๕๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๗๓ ความรับผิดชอบของพรรคตอสมาชิกพรรค ดังตอไปนี้(๑) ดําเนินการทางการเมืองอยางจริงจังและตอเนื่อง เพื่อใหพรรคไดกาวไปสูการมีบทบาททางการเมืองและเขาสูการบริหารประเทศตามนโยบายของพรรคเพื่อบรรลุเปาหมายตามอุดมการณ(๒) สงเสริมสถานภาพของสมาชิก ใหมีสมรรถภาพตอการดํารงชีวิตของตนเองและครอบครัว และจัดกิจกรรมที่เปนประโยชนเพื่อสมานสามัคคีระหวางมวลสมาชิกทั่วประเทศ(๓) ใหสวัสดิการคุมครองจากอิทธิพล อํานาจมืด และสงเสริมอาชีพใหกับมวลสมาชิก(๔) ใหความสําคัญแกมวลสมาชิกพรรคทุกทานอยางเต็มรูปแบบ โดยใหถือวาสมาชิกพรรคเปนบุคคลสําคัญและเปนองคกรหลักของพรรคหมวด ๘มาตรฐานทางจริยธรรมของสมาชิกพรรคและกรรมการบริหารพรรคสวนที่ ๑มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนอุดมการณขอ ๗๔ ตองยึดมั่นและธํารงไวซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยขอ ๗๕ ตองพิทักษรักษาไวซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแหงอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชนของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบรอยของประชาชนขอ ๗๖ ตองถือผลประโยชนของประเทศชาติเหนือกวาประโยชนสวนตนขอ ๗๗ ตองปฏิบัติหนาที่ดวยความซื่อสัตยสุจริต ไมแสวงหาประโยชนโดยมิชอบเพื่อตนเองหรือผูอื่น หรือมีพฤติการณที่รูเห็นหรือยินยอมใหผูอื่นใชตําแหนงหนาที่ของตนแสวงหาประโยชนโดยมิชอบขอ ๗๘ ตองไมขอ ไมเรียก ไมรับ หรือยอมจะรับทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดในประการที่อาจทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่ขอ ๗๙ ตองไมรับของขวัญของกํานัล ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด เวนแตเปนการรับจากการใหโดยธรรมจรรยา และการรับที่มีบทบัญญัติแหงกฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับใหรับไดหนา ๕๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ สวนที่ ๒มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนคานิยมหลักขอ ๘๐ ไมกระทําการอันเปนการขัดกันระหวางประโยชนสวนตนกับประโยชนสวนรวมทั้งนี้ ไมวาโดยทางตรงหรือทางออมขอ ๘๑ ยึดมั่นหลักนิติธรรม และประพฤติตนอยูในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชนขอ ๘๒ ปฏิบัติหนาที่ดวยความยุติธรรม เปนอิสระ เปนกลาง และปราศจากอคติโดยไมหวั่นไหวตออิทธิพล กระแสสังคม หรือแรงกดดันอันมิชอบดวยกฎหมาย โดยคํานึงถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชนทั้งนี้ ตามความเหมาะสมแหงสถานภาพขอ ๘๓ รักษาไวซึ่งความลับในการประชุม การพิจารณาวินิจฉัย รวมทั้งเคารพตอมติของที่ประชุมฝายขางมาก และเหตุผลของทุกฝายอยางเครงครัดขอ ๘๔ ใหขอมูลขาวสารตามขอเท็จจริงแกประชาชนหรือสื่อมวลชนอันอยูในความรับผิดชอบของตนถูกตองครบถวนและไมบิดเบือนขอ ๘๕ ไมใหคําปรึกษาแกบุคคลภายนอก หรือแสดงความคิดเห็น หรือขอมูลตอสื่อสาธารณะหรือสาธารณชนในเรื่องที่อยูในระหวางการพิจารณา อันอาจกอใหเกิดความเสียหายหรือเสียความเปนธรรมแกการปฏิบัติหนาที่ เวนแตเปนการปฏิบัติหนาที่ตามกฎหมายขององคกรขอ ๘๖ ไมกระทําการใดที่กอใหเกิดความเสื่อมเสียตอเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหนงขอ ๘๗ ไมปลอยปละละเลยหรือยินยอมใหบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลที่อยูในกํากับดูแลหรือความรับผิดชอบของตน เรียก รับหรือยอมจะรับทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดจากคูกรณี หรือจากบุคคลอื่นใดในประการที่อาจทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่ของตนขอ ๘๘ ไมคบหาสมาคมกับคูกรณี ผูประพฤติผิดกฎหมาย ผูมีอิทธิพล หรือผูมีความประพฤติหรือผูมีชื่อเสียงในทางเสื่อมเสีย อันอาจกระทบกระเทือนตอความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหนาที่ขอ ๘๙ ไมกระทําการอันมีลักษณะเปนการลวงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ จนเปนเหตุทําใหผูถูกกระทําไดรับความเดือดรอนเสียหายหรือกระทบตอการปฏิบัติหนาที่ โดยผูถูกกระทําอยูในภาวะจําตองยอมรับในการกระทํานั้นไมนําความสัมพันธทางเพศที่ตนมีตอบุคคลใดมาเปนเหตุหรือมีอิทธิพลครอบงําใหใชดุลพินิจในการปฏิบัติหนาที่อันเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใดหนา ๖๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ สวนที่ ๓จริยธรรมทั่วไปขอ ๙๐ ปฏิบัติหนาที่อยางเต็มกําลังความสามารถ และยึดมั่นในความถูกตองชอบธรรม โปรงใสและตรวจสอบได และปฏิบัติตามกฎหมาย โดยคํานึงถึงผลประโยชนของชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวมขอ ๙๑ ดูแลรักษาและใชทรัพยสินของพรรคอยางประหยัด คุมคา โดยระมัดระวังมิใหเสียหายหรือสิ้นเปลืองโดยไมจําเปนขอ ๙๒ รักษาความลับของพรรคและระเบียบแบบแผนของพรรคขอ ๙๓ ดําเนินการอื่นใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ และระบบคุณธรรม รวมทั้งสงเสริมและสนับสนุนใหเกิดความสามัคคี ในการปฏิบัติหนาที่เพื่อประโยชนสวนรวมสวนที่ ๔การฝาฝนและไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมขอ ๙๔ การฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในสวนที่ ๑ ใหถือวามีลักษณะรายแรงการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในสวนที่ ๒ และสวนที่ ๓ จะถือวามีลักษณะรายแรงหรือไม ใหพิจารณาถึงพฤติกรรมของการฝาฝนหรือไมปฏิบัติ เจตนาและความรายแรงของความเสียหายที่เกิดจากการฝาฝนหรือไมปฏิบัตินั้นขอ ๙๕ การดําเนินการแกบุคคลใดวากระทําการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมนี้ใหเปนไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับวาดวยการนั้นหมวด ๙หลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกสมาชิกพรรคเพื่อสงเขาสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อและการคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีสวนที่ ๑คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๙๖ เมื่อมีกรณีตองสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง พรรคตองจัดใหมีคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง หนา ๖๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๙๗ ใหมีคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งมีจํานวนสิบคน ประกอบดวย(๑) กรรมการบริหารพรรคจํานวนหาคน(๒) หัวหนาสาขาพรรคไมนอยกวาสี่สาขาซึ่งมาจากตางภาคกันจํานวนสี่คน(๓) ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดจํานวนหนึ่งคนขอ ๙๘ การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งใหดําเนินการในที่ประชุมใหญพรรคโดยการลงคะแนนลับ ตามลําดับ ดังนี้(๑) ใหที่ประชุมใหญกําหนดจํานวนของคณะกรรมการสรรหาตามขอ ๙๗(๒) ใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาจนครบจํานวนตามที่กําหนดใน (๑) ซึ่งในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการสรรหา ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวาสิบคนขอ ๙๙ กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่ที่ประชุมใหญพรรคใหความเห็นชอบขอ ๑๐๐ ความเปนกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก โดยใหถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคไดรับหนังสือลาออก(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) พนจากความเปนกรรมการบริหารพรรค หัวหนาสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด (๕) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดเมื่อตําแหนงกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งวางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรค หรือกรรมการสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด แลวแตกรณีเขาทําหนาที่แทนจนกวาจะมีการเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วาง ซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงขอ ๑๐๑ กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งทั้งคณะพนจากตําแหนง เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรคหนา ๖๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๒) กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งวางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งทั้งหมดในกรณีกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งชุดใหม ซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงในกรณีกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งทั้งพนจากตําแหนงตาม (๒) ใหกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป จนกวาจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งชุดใหม ซึ่งตองกระทําภายในเกาวันนับแตวันที่กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งพนจากตําแหนงทั้งคณะ สวนที่ ๒การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งขอ ๑๐๒ พรรคการเมืองซึ่งประสงคจะสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งในจังหวัดใด ตองมีสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในจังหวัดนั้น ในกรณีที่พรรคการเมืองใดมีสาขาพรรคการเมืองมากกวาหนึ่งสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดมากกวาหนึ่งตัวแทนในจังหวัดใด ใหพรรคการเมืองนั้นกําหนดวาจะใหสาขาพรรคการเมืองสาขาใดหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้นเปนสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งขอ ๑๐๓ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหากําหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสมัครเปนผูสมัครรับเลือกตั้งและประกาศใหสมาชิกพรรคทราบเปนการทั่วไป(๒) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครตาม (๑) ใหคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้ง แลวสงรายชื่อผูสมัครใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด หนา ๖๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๓) เมื่อสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับรายชื่อผูสมัครจากคณะกรรมการสรรหาแลว ใหหัวหนาสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดจัดการประชุมสมาชิกพรรคเพื่อรับฟงความคิดเห็นและใหสมาชิกใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสงมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด(๔) ใหสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสงรายชื่อผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้งทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็นตาม (๓)ใหคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาเสนอความคิดเห็น(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงรายชื่อผูสมัครของแตละเขตเลือกตั้งพรอมความคิดเห็นตาม (๓) และ (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่จะเสนอใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง สวนที่ ๓การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อขอ ๑๐๔ การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหพรรคการเมืองจัดทําบัญชีรายชื่อเพื่อสงใหสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด โดยตองคํานึงถึงผูสมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิงดวย ในกรณีที่พรรคการเมืองใดมีสาขาพรรคการเมืองมากกวาหนึ่งสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดมากกวาหนึ่งตัวแทนในจังหวัดใด ใหพรรคการเมืองนั้นกําหนดวาจะใหสาขาพรรคการเมืองสาขาใดหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้น เปนสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อขอ ๑๐๕ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหากําหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสมัครและการเสนอรายชื่อบุคคลเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง และมีหนังสือแจงไปยังคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองหัวหนาสาขาพรรคการเมือง ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด และประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไปหนา ๖๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๒) ใหกรรมการบริหารพรรคการเมือง หัวหนาสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด เสนอรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหคณะกรรมการสรรหา(๓) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครและเสนอรายชื่อตาม (๑) แลว ใหคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามและจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งไมเกินหนึ่งรอยรายชื่อโดยตองคํานึงถึงผูสมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิงแลวสงบัญชีรายชื่อดังกลาวใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๔) เมื่อสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งตาม (๓) จากคณะกรรมการสรรหาแลว ใหหัวหนาสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดจัดการประชุมสมาชิกเพื่อรับฟงความคิดเห็นและใหสมาชิกใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสงมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด และสงบัญชีรายชื่อดังกลาวทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็นใหคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งพรอมเสนอความคิดเห็น(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งพรอมความคิดเห็นตาม (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่เหมาะสมเปนผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อแลวจัดลําดับตามที่เห็นวาเหมาะสมเพื่อใหไดบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเพื่อประโยชนในการสงเสริมการมีสวนรวมของสมาชิก ในกรณีที่สมาชิกผูใดมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดที่ยังมิไดมีการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหสามารถใชสิทธิการเปนสมาชิกในจังหวัดใกลเคียงที่มีสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองกําหนดสวนที่ ๔ขอยกเวนในการสงผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๑๐๖ ในการเลือกตั้งทั่วไป การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ ใหดําเนินการสรรหาตามวิธีการที่กําหนดในขอ ๑๐๓ และขอ ๑๐๕ เวนแตกรณีที่เปนการสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งสําหรับการเลือกตั้งหนา ๖๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ แทนการเลือกตั้งที่เปนโมฆะ หรือการเลือกตั้งใหมในกรณีที่ไมมีผูใดไดรับเลือกตั้งหรือกรณีผูสมัครตายกอนปดการรับสมัครรับเลือกตั้งใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งและคณะกรรมการบริหารพรรคเปนผูพิจารณารวมกัน สวนที่ ๕การคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีขอ ๑๐๗ ในการเลือกตั้งทั่วไป ใหพรรคที่สงผูสมัครรับเลือกตั้งแจงรายชื่อบุคคลซึ่งพรรคนั้นมีมติวาจะเสนอใหสภาผูแทนราษฎรเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีไมเกินสามรายชื่อตอคณะกรรมการการเลือกตั้งกอนปดการรับสมัครเลือกตั้งพรรคจะไมเสนอรายชื่อบุคคลตามวรรคหนึ่งก็ไดขอ ๑๐๘ การเสนอชื่อบุคคลตามขอ ๑๐๓ ตองเปนไปตามหลักเกณฑ ดังตอไปนี้(๑) ตองมีหนังสือยินยอมของบุคคลซึ่งไดรับการเสนอชื่อ โดยมีรายละเอียดตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด(๒) ผูไดรับการเสนอชื่อตองเปนผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามที่จะเปนรัฐมนตรีตามที่รัฐธรรมนูญกําหนด และไมเคยทําหนังสือยินยอมตาม (๑) ใหพรรคอื่นในการเลือกตั้งคราวนั้นการเสนอชื่อบุคคลใดที่มิไดเปนไปตามวรรคหนึ่ง ใหถือวาไมมีการเสนอชื่อบุคคลนั้นหมวด ๑๐หลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกบุคคลดํารงตําแหนงทางการเมืองขอ ๑๐๙ กรณีที่จะมีการแตงตั้งบุคคลเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองใหพรรคประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไปเพื่อเชิญชวน ใหกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดและสมาชิกพรรค เสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรจะเสนอใหไดรับการพิจารณาแตงตั้งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองตอคณะกรรมการบริหารพรรคภายในระยะเวลาที่กําหนด และใหคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาคัดเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามที่กฎหมายกําหนด และเปนบุคคลที่มีความรูความสามารถ ซื่อสัตยสุจริต มีคุณธรรมจริยธรรมจากรายชื่อบุคคลที่กรรมการบริหารพรรคกรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด หรือสมาชิกพรรคเสนอมาเพื่อแตงตั้งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมือง หนา ๖๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ หมวด ๑๑การบริหารการเงินและทรัพยสิน และการจัดทําบัญชีของพรรคสาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๑๑๐ ใหคณะกรรมการบริหารพรรคมีหนาที่บริหารการเงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดของพรรคและสาขาพรรค ตลอดจนจัดใหมีการทําบัญชีใหถูกตองตามความเปนจริงใหหัวหนาสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดจัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรคหรือที่ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับหรือจาย โดยบันทึกบัญชีใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันที่รายการนั้นเกิดขึ้น และสรุปรายงานใหพรรคทราบเปนประจําทุกสิ้นเดือนและปดประกาศไว ณ สํานักงานสาขาพรรคหรือที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหหัวหนาสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดจัดใหมีการทําบัญชีรายชื่อ พรอมที่อยูของสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัด ซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรคหรือในเขตจังหวัดที่ตนเปนตัวแทนและปดประกาศไว ณ สํานักงานสาขาพรรคหรือที่ทําการตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๑๑๑ การลงรายการบัญชีของพรรคตองมีเอกสารประกอบการลงบัญชีที่ถูกตองครบถวนโดยตองจัดทําภายในระยะเวลา ดังนี้(๑) การลงบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับ และแสดงคาใชจายหรือรายจายและบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาค ตองลงรายการใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตรายการนั้นเกิดขึ้น(๒) การลงบัญชีแยกประเภท บัญชีแสดงรายการทรัพยสิน และบัญชีแสดงหนี้สินตองลงรายการใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันสิ้นเดือนของเดือนที่รายการนั้นเกิดขึ้นหมวด ๑๒รายไดของพรรค และอัตราคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคขอ ๑๑๒ พรรคอาจมีรายได ดังตอไปนี้(๑) เงินทุนประเดิมของพรรค(๒) เงินคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมือง(๓) เงินที่ไดจากการจําหนายสินคาหรือบริการของพรรค(๔) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดที่ไดจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคหนา ๖๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๕) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดที่ไดจากการรับบริจาค(๖) เงินอุดหนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง(๗) ดอกผลและรายไดที่เกิดจากเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดของพรรคสวนที่ ๑การหารายไดจากการจําหนายสินคาขอ ๑๑๓ การจําหนายสินคาหรือบริการตองไมมุงแสวงหาผลกําไรมาแบงปนกันในทางธุรกิจโดยราคาหรือคาตอบแทนจากการจําหนายสินคาหรือการใหบริการจะตองคํานึงถึงราคาตามปกติในทองที่นั้นขอ ๑๑๔ สถานที่จําหนายสินคาหรือบริการ ไดแก ที่ตั้งสํานักงานใหญพรรค ที่ตั้งสํานักงานสาขาพรรค สถานที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด บริเวณสถานที่จัดกิจกรรมระดมทุนหรือบริเวณสถานที่จัดประชุมใหญของพรรคหรือสาขาพรรคขอ ๑๑๕ เมื่อพรรค สาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดดําเนินการจําหนายสินคาหรือบริการ ใหหัวหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคจัดทําทะเบียนสินคาหรือบริการ ซึ่งประกอบดวย รายการ จํานวนเงิน หรือมูลคาของสินคาหรืออัตราคาบริการแตละประเภทใหครบถวนถูกตองขอ ๑๑๖ การจําหนายสินคาหรือบริการใหบันทึกบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับและใหแสดงในงบการเงินประจําปของพรรคใหครบถวนถูกตองสวนที่ ๒การจัดกิจกรรมระดมทุนขอ ๑๑๗ การจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคตองกระทําโดยเปดเผยและแสดงวัตถุประสงควาเปนการระดมทุนของพรรคอยางชัดเจนการใหเงิน ทรัพยสินแกพรรค รวมถึงการใหประโยชนอื่นใดแกพรรคที่ไดจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรค ใหอยูภายใตบังคับบทบัญญัติเรื่องการรับบริจาคขอ ๑๑๘ สถานที่จัดกิจกรรมระดมทุน ไดแก ที่ตั้งสํานักงานใหญพรรค ที่ตั้งสํานักงานสาขาพรรคสถานที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด บริเวณสถานที่จัดประชุมใหญของพรรคสาขาพรรค หรือสถานที่ที่พรรคเห็นสมควร หนา ๖๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๑๑๙ ภายในสามสิบวันนับแตวันที่จัดกิจกรรมระดมทุนสิ้นสุดลง ใหหัวหนาพรรคจัดทํารายละเอียดเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมระดมทุน คาใชจายในการจัดกิจกรรมและจํานวนเงินที่ไดรับจากการจัดกิจกรรมระดมทุน และใหหัวหนาพรรคประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป พรอมทั้งแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบดวยขอ ๑๒๐ การจัดกิจกรรมระดมทุน ใหบันทึกบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับ และบัญชีรายวันแสดงคาใชจายหรือรายจาย และใหแสดงในงบการเงินประจําปของพรรคใหครบถวนถูกตองสวนที่ ๓การรับบริจาคของพรรคขอ ๑๒๑ ใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคเปดบัญชีเงินฝากกับธนาคารพาณิชยโดยระบุชื่อเจาของบัญชี “พรรคสุวรรณภูมิ”ในการรับบริจาคของพรรคใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคเปดบัญชีเงินฝากกับธนาคารพาณิชยโดยระบุชื่อเจาของบัญชี “พรรคสุวรรณภูมิ (เพื่อการบริจาค)”ใหหัวหนาพรรคแจงหมายเลขบัญชีของบัญชีเงินฝากและจํานวนเงินที่เปดบัญชีของทุกบัญชีใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในเจ็ดวันนับแตวันที่เปดบัญชีขอ ๑๒๒ การรับบริจาคเปนเงินสดใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคนําเงินฝากไวในบัญชีธนาคารพาณิชยตามขอ ๑๑๕ ภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาค กรณีรับบริจาคเปนตั๋วแลกเงินหรือเช็คจะตองไมถูกปฏิเสธการจายเงิน จึงถือไดวาเปนการบริจาคแกพรรคขอ ๑๒๓ เมื่อมีการบริจาคใหผูรับบริจาคจัดทําบันทึกการรับบริจาคใหแลวเสร็จภายในสามวันนับแตวันที่ไดรับบริจาคและใหจัดสงบันทึกการรับบริจาคพรอมเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาคถาหากทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดมิอาจนําสงแกพรรคได ใหผูรับบริจาคแจงรายละเอียดเกี่ยวกับการรับบริจาคนั้นใหพรรคทราบขอ ๑๒๔ เมื่อพรรคไดรับหลักฐานตามขอ ๑๑๗ ใหออกใบเสร็จรับเงิน (เงินบริจาค)หรือหลักฐานการรับบริจาคทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด ภายในวันที่ไดรับบริจาคแลวจัดสงใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการรับบริจาคใหแกผูบริจาคภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ออกหลักฐานนั้นหนา ๖๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๑๒๕ ใหพรรคบันทึกการรับบริจาคไวในบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาคของพรรคใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันที่เกิดรายการ โดยอยางนอยตองมีรายการ ดังนี้(๑) ชื่อ ที่อยูของพรรค(๒) ชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยูของผูบริจาค(๓) ชื่อตัว ชื่อสกุล และตําแหนงผูรับบริจาค(๔) วัน เดือน ปที่รับบริจาค(๕) รายละเอียดการรับบริจาค(๖) จํานวนเงินหรือมูลคาทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด(๗) เอกสารอางอิง(๘) ลายมือชื่อหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคขอ ๑๒๖ ใหหัวหนาพรรคประกาศบัญชีรายชื่อผูบริจาค จํานวนเงิน รายการทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดที่ไดรับบริจาคที่มีมูลคาไมนอยกวาหาพันบาท พรอมทั้งวัตถุประสงคของการบริจาคเพื่อใหประชาชนทราบเปนประจําทุกวันที่ ๑ ของเดือนถัดไปการตีราคาทรัพยสิน หรือการประเมินมูลคาประโยชนอื่นใดที่ไดรับบริจาคใหคํานวณราคาทรัพยสินอัตราคาเชา คาตอบแทน หรือคาของสิทธิที่รับตามปกติทางการคาในทองที่นั้นขอ ๑๒๗ เมื่อหัวหนาพรรคดําเนินการตามขอ ๑๒๖ แลว ใหแจงนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่ประกาศขอ ๑๒๘ บุคคลใดจะบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคมีมูลคาเกินสิบลานบาทตอพรรคตอปมิได และในกรณีที่บุคคลนั้นเปนนิติบุคคล การบริจาคเงินทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคไมวาพรรคเดียวหรือหลายพรรคเกินปละหาลานบาท ตองแจงใหที่ประชุมใหญผูถือหุนทราบในการประชุมใหญคราวตอไปหลังจากบริจาคแลวพรรคจะรับบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดซึ่งมีมูลคาเกินวรรคหนึ่งมิไดสวนที่ ๔อัตราคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคขอ ๑๒๙ ผูสมัครเปนสมาชิกพรรคตองชําระคาบํารุงพรรคปละยี่สิบบาท หรือแบบตลอดชีพสองรอยบาท หนา ๗๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ เพื่อประโยชนในการนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของสมาชิกใหถือวารอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของปที่สมาชิกไดชําระคาบํารุงพรรคการเมืองเปนครั้งแรกสิ้นสุดลงในวันสิ้นปปฏิทินของปเดียวกันนั้น และใหเริ่มตนนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของปถัดไปใหม โดยใหเริ่มตนนับตั้งแตวันที่ ๑ มกราคมและสิ้นสุดลงในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ของปเดียวกัน ทั้งนี้ สมาชิกพรรคอาจชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของปถัดไปภายในกรอบระยะเวลาดังกลาวเมื่อใดก็ไดหมวด ๑๓การใชจายของพรรคขอ ๑๓๐ เงินและทรัพยสินของพรรคตองนําไปใชจายเพื่อดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคคาใชจายเกี่ยวกับการเลือกตั้งของพรรคและสมาชิกและคาใชจายในการบริหารพรรคพรรคตองเปดเผยคาใชจายในการโฆษณาหรือประชาสัมพันธการดําเนินกิจกรรมของพรรคทุกประเภทเพื่อใหสมาชิกและประชาชนทราบเปนการทั่วไป โดยปดประกาศ ณ ที่ทําการของพรรค หรือเผยแพรผานในระบบฐานขอมูลพรรคการเมือง หรือวิธีการอื่นใดที่เขาถึงไดโดยสะดวกภายในระยะเวลาสามสิบวันนับแตไดดําเนินการเสร็จสิ้นแลวขอ ๑๓๑ ในกรณีที่พรรค ผูบริหารพรรค หรือบุคคลใดใหเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดแกสมาชิกซึ่งดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ไมวาโดยทางตรงหรือทางออม และไมวาจะใหเปนประจําหรือเปนครั้งคราว ถาการใหหรือรับเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดนั้นไมเปนความผิดตามมาตรา ๑๔๔หรือมาตรา ๑๔๙ แหงประมวลกฎหมายอาญา ใหพรรค ผูบริหารพรรค หรือบุคคลนั้น แลวแตกรณีแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบถึงการใหเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดนั้น และประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวยหามมิใหสมาชิกซึ่งดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎร รับเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดจากบุคคลใดโดยไมมีมูลอันจะอางไดตามกฎหมาย เวนแตเงินที่ไดมีการแจงไวตามวรรคหนึ่งขอ ๑๓๒ ใหเปนหนาที่ของคณะกรรมการบริหารพรรค ที่จะตองตรวจสอบและควบคุมมิใหมีการนําเงินหรือทรัพยสินของพรรคไปใชจายเพื่อการอื่นใดนอกจากที่กําหนดไวในขอ ๑๒๗ และขอ ๑๒๘หมวด ๑๔การเลิกพรรค สาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๑๓๓ การเลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใหเปนไปตามมติคณะกรรมการบริหารพรรคโดยคํานึงถึงการมีสวนรวมของสมาชิกพรรคหนา ๗๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ในกรณีกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะดวยเหตุพนจากสมาชิกพรรคใหถือวาเปนเหตุใหเลิกพรรค๒. เลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคสุวรรณภูมิแทนตําแหนงที่วาง จํานวน ๑ คน ไดแกนางสาวภคพร ธัมมากาศ เหรัญญิกพรรคดังนั้น จึงทําใหมีคณะกรรมการบริหารพรรคสุวรรณภูมิ จํานวนทั้งสิ้น ๙ คน๑. นางสาวกฤษอนงค สุวรรณวงศ หัวหนาพรรค๒. นายกฤษณ เหลืองอราม รองหัวหนาพรรค๓. นายเตชสิทธิ์ สีแดง เลขาธิการพรรค๔. นายวรวุฒิ เจริญศรีพรพงศ รองเลขาธิการพรรค๕. นางสาวภคพร ธัมมากาศ เหรัญญิกพรรค๖. นายนันทกร แกวประเสริฐ นายทะเบียนสมาชิกพรรค๗. นายธิติพัทธ สุนทรจิรวัฒน โฆษกพรรค๘. นายธีระวุธฒิ์ เทียบเศียร กรรมการบริหารพรรค๙. นายเดนธนากร พชรปญโญภาส กรรมการบริหารพรรคจึงประกาศใหทราบโดยทั่วกันประกาศ ณ วันที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๗แสวง บุญมีเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งนายทะเบียนพรรคการเมืองหนา ๗๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)