คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยที่ ๑๔ - ๑๕/๒๕๖๗ เรื่อง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๒ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๗ หรือไม่ [ระหว่าง ศาลปกครองกลาง ผู้ร้อง - ผู้ถูกร้อง]
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลรัฐธรรมนูญคําวินิจฉัยที่ ๑๔ - ๑๕/๒๕๖๗ เรื่องพิจารณาที่ ๑๙/๒๕๖๗เรื่องพิจารณาที่ ๒๐/๒๕๖๗วันที่ ๑๘ เดือน มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๗ศาลปกครองกลาง ผูรอง- ผูถูกรองศาลปกครองกลาง ผูรอง- ผูถูกรองเรื่อง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๓๖มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๒ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๗ หรือไมศาลปกครองกลางสงคําโตแยงของผูฟองคดี รวม ๒ คํารอง (นางสาววิเตือน งามปลั่งในคดีหมายเลขดําที่ ๘๙๙/๒๕๖๗ และ นายฤทธิชัย ศรีเมือง ที่ ๑ นายเฉลิมชัย ผูพัฒน ที่ ๒นายสิทธิชัย ผูพัฒน ที่ ๓ นายจํานอง บุญเลิศฟา ที่ ๔ และ นายสากล พืชนุกูล ที่ ๕ในคดีหมายเลขดําที่ ๙๑๒/๒๕๖๗) เพื่อขอใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ขอเท็จจริงตามคําโตแยง คําโตแยงเพิ่มเติมของผูฟองคดีทั้งสองคํารอง และเอกสารประกอบ สรุปไดดังนี้ระหวางระหวาง หนา ๓๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗
คํารองที่หนึ่ง (เรื่องพิจารณาที่ ๑๙/๒๕๖๗)นางสาววิเตือน งามปลั่ง ผูฟองคดี ยื่นฟองคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผูถูกฟองคดีที่ ๑และประธานกรรมการการเลือกตั้ง ผูถูกฟองคดีที่ ๒ ตอศาลปกครองกลางวา ผูฟองคดีสมัครรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภา อําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี การที่ผูถูกฟองคดีทั้งสองออกระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งวาดวยการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๗ ขอ ๙๑ กําหนดใหในการลงคะแนนผูมีสิทธิเลือกสามารถลงคะแนนเลือกผูสมัครไดไมเกินสองคน โดยจะลงคะแนนใหตนเองก็ไดแตจะลงคะแนนใหบุคคลใดเกินหนึ่งคะแนนมิได เปนการเปดชองใหเกิดการสมยอมกันในขั้นตอนการเลือกกันเองในกลุมเดียวกัน การที่ผูสมัครรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภาไมลงคะแนนเลือกตนเองเปนการทําลายหลักความสุจริตใจของผูสมัครและเขาขอสันนิษฐานเปนขอพิรุธวาเปนการสมัครในฐานะผูรับจางใหลงสมัครเพื่อเลือกผูสมัครคนอื่น ไมไดเปนการลงสมัครเพื่อรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภาทําใหมีการแทรกแซง ครอบงํา ชี้นํา ชักจูง สั่งการ รองขอ หรือสมยอมในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งวาดวยการแนะนําตัวในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๗ขอ ๓ กําหนดใหมีผูชวยเหลือผูสมัครที่เปนบุคคลอื่นซึ่งมิใชผูสมัครที่ผูสมัครยินยอมใหชวยเหลือในการแนะนําตัวและขอ ๖ กําหนดใหผูสมัครสามารถใหผูชวยเหลือผูสมัคร ชวยเหลือผูสมัครในการแนะนําตัวไดโดยตองปฏิบัติใหเปนไปตามระเบียบนี้ และใหถือเปนการแนะนําตัวผูสมัครดวยนั้น ขัดตอหลักการเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่แตกตางจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่มีการกําหนดใหมีผูชวยหาเสียงไดเพราะเหตุที่การเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรมีจํานวนประชาชนผูมีสิทธิเลือกตั้งในแตละเขตจํานวนมากและมีพื้นที่ครอบคลุมหลายตําบล หรือหลายอําเภอ จําเปนตองจางบุคคลอื่นมาเปนผูชวยหาเสียงแตการเลือกสมาชิกวุฒิสภามีลักษณะเปนการเลือกกันเองระหวางผูสมัคร การที่ระเบียบดังกลาวกําหนดใหมีผูชวยเหลือผูสมัครทําใหการเลือกสมาชิกวุฒิสภาไมเปนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมเกิดการแทรกแซง ครอบงํา ชี้นํา หรือชักจูงจากบุคคลอื่นหรือกลุมบุคคลอื่นที่มิใชผูมีสิทธิเลือกผูสมัครรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภา และขอ ๘ แกไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งวาดวยการแนะนําตัวในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๗ กําหนดใหผูสมัครสามารถแนะนําตัวโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส โดยใหใชขอความตามเอกสารแนะนําตัวของผูสมัครตามขอ ๗ซึ่งประชาชนอาจเขาถึงขอมูลนั้นดวยก็ได เปนการเอื้อประโยชนใหแกผูสมัครรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภาที่มีกําลังทรัพย กําลังคน หรือเครือขายสังคมออนไลน ทําใหเกิดความไดเปรียบเสียเปรียบไมเปนธรรมระหวางผูสมัครรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภาดวยกันหนา ๔๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗
ผูฟองคดีโตแยงวา การออกระเบียบของผูถูกฟองคดีทั้งสองดังกลาวทําใหการเลือกสมาชิกวุฒิสภาไมเปนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม สรางภาระแกผูฟองคดีในการสมัครรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภาเกินสมควร เปนการออกกฎที่ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๗ แตอยางไรก็ดี ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งวาดวยการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๗ ขอ ๙๑ ที่กําหนดวา“... ใหเลือกผูสมัครไดไมเกินสองคนโดยจะลงคะแนนใหตนเองก็ได แตจะลงคะแนนใหบุคคลใดเกินหนึ่งคะแนนมิได” กําหนดขึ้นตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๐ วรรคหนึ่ง (๓) มาตรา ๔๑ วรรคหนึ่ง (๓) และมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง (๓)ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งวาดวยการแนะนําตัวในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๗ ขอ ๓และขอ ๖ กําหนดขึ้นตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๓๖ วรรคสอง ที่บัญญัติวา “บุคคลอื่นซึ่งมิใชผูสมัคร จะชวยเหลือผูสมัครในการแนะนําตัว ตองปฏิบัติตามวิธีการและเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง” และขอ ๘ แกไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งวาดวยการแนะนําตัวในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๖๗ กําหนดขึ้นตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๓๖ วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติวา “ผูสมัครอาจแนะนําตัวไดตามวิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกําหนด” ดังนั้น พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๒ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๐๗ ผูฟองคดีขอใหศาลปกครองกลางสงคําโตแยงดังกลาวตอศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ และขอใหกําหนดมาตรการหรือวิธีการใด ๆ เปนการชั่วคราวกอนการวินิจฉัย โดยมีคําสั่งใหชะลอหรือระงับการดําเนินการเลือกสมาชิกวุฒิสภาไวเปนการชั่วคราวตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๑คํารองที่สอง (เรื่องพิจารณาที่ ๒๐/๒๕๖๗)นายฤทธิชัย ศรีเมือง ผูฟองคดีที่ ๑ ผูสมัครรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภา อําเภอเมืองนครศรีธรรมราชจังหวัดนครศรีธรรมราช นายเฉลิมชัย ผูพัฒน ผูฟองคดีที่ ๒ ผูสมัครรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภาอําเภอบานหมอ จังหวัดสระบุรี นายสิทธิชัย ผูพัฒน ผูฟองคดีที่ ๓ ผูสมัครรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภาอําเภอคายบางระจัน จังหวัดสิงหบุรี นายจํานอง บุญเลิศฟา ผูฟองคดีที่ ๔ ผูสมัครรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภาอําเภอบานคา จังหวัดราชบุรี และ นายสากล พืชนุกูล ผูฟองคดีที่ ๕ ผูสมัครรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภาหนา ๔๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗
อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ยื่นฟองคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ผูถูกฟองคดีที่ ๑ และประธานกรรมการการเลือกตั้ง ผูถูกฟองคดีที่ ๒ ตอศาลปกครองกลางมีเนื้อหาคําฟอง คําโตแยง และคําโตแยงเพิ่มเติมเชนเดียวกับคํารองที่หนึ่ง ผูฟองคดีทั้งหาขอใหศาลปกครองกลางสงคําโตแยงดังกลาวตอศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๑๒ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๑ศาลปกครองกลางเห็นวา ผูฟองคดีทั้งสองคํารองโตแยงวาพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๒ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๗ ซึ่งศาลปกครองกลางจะใชบทบัญญัติแหงกฎหมายดังกลาวบังคับแกคดี และยังไมมีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในสวนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินี้ จึงสงคําโตแยงดังกลาวตอศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ วรรคหนึ่งประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญตองพิจารณาเบื้องตนมีวา ศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจรับคําโตแยงและคําโตแยงเพิ่มเติมของผูฟองคดีทั้งสองคํารองไวพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒วรรคหนึ่ง หรือไม เห็นวา ศาลปกครองกลางสงคําโตแยงและคําโตแยงเพิ่มเติมของผูฟองคดีทั้งสองคํารองเพื่อขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยวา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๒ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๗ หรือไม บทบัญญัติดังกลาวเปนบทบัญญัติที่ศาลปกครองกลางจะใชบังคับแกคดีเมื่อผูฟองคดีทั้งสองคํารองโตแยงพรอมดวยเหตุผลวาบทบัญญัติดังกลาวขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญและยังไมมีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในสวนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินี้ กรณีเปนไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๑๒ วรรคหนึ่ง แตเมื่อพิจารณาเนื้อหาคําโตแยงของผูฟองคดีทั้งสองคํารองแลว เปนกรณีโตแยงวาพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๓๖มาตรา ๔๐ วรรคหนึ่ง (๓) มาตรา ๔๑ วรรคหนึ่ง (๓) และมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง (๓) ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๗ จึงมีคําสั่งรับไวพิจารณาวินิจฉัยเฉพาะประเด็นที่ขอใหวินิจฉัยวาพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๓๖มาตรา ๔๐ วรรคหนึ่ง (๓) มาตรา ๔๑ วรรคหนึ่ง (๓) และมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง (๓) ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๗ หรือไม หนา ๔๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗
สําหรับคําขอใหศาลรัฐธรรมนูญกําหนดมาตรการหรือวิธีการใด ๆ เปนการชั่วคราวกอนการวินิจฉัย นั้น เห็นวา ไมปรากฏวาจะเกิดความเสียหายอยางรายแรงที่ยากแกการแกไขเยียวยาในภายหลังอีกทั้งหาก กกต. เห็นวาจะเกิดความเสียหายดังกลาวยอมมีหนาที่และอํานาจที่จะดําเนินการไดตามรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๑จึงไมกําหนดมาตรการหรือวิธีการใด ๆ เปนการชั่วคราวกอนการวินิจฉัยคํารองทั้งสองมีประเด็นที่ตองพิจารณาเปนประเด็นเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญใหรวมการพิจารณาทั้งสองคดีเขาดวยกัน โดยใหเรื่องพิจารณาที่ ๑๙/๒๕๖๗ เปนสํานวนคดีหลักและเพื่อประโยชนแหงการพิจารณา ใหหนวยงานที่เกี่ยวของจัดทําความเห็นและจัดสงสําเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวของยื่นตอศาลรัฐธรรมนูญหนวยงานที่เกี่ยวของจัดทําความเห็นและจัดสงสําเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวของ ดังนี้๑. เลขาธิการวุฒิสภาจัดสงสําเนาบันทึกการประชุมและรายงานการประชุมสภานิติบัญญัติแหงชาติครั้งที่ ๖๘/๒๕๖๐ ครั้งที่ ๕/๒๕๖๑ เปนพิเศษ ครั้งที่ ๑๐/๒๕๖๑ และครั้งที่ ๑๓/๒๕๖๑ สําเนาเอกสารประกอบการพิจารณารางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ....(พ.ศ. ๒๕๖๑) สภานิติบัญญัติแหงชาติ สําเนาบันทึกการประชุม รายงานการประชุม และสําเนารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาพ.ศ. .... และตามมาตรา ๒๖๗ วรรคหา ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย สภานิติบัญญัติแหงชาติสรุปไดวา คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. .... เสนอแกไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๑ การเลือกระดับจังหวัด และมาตรา ๔๒การเลือกระดับประเทศ ใหมีมาตรการปองกันการสมยอมในการเลือก โดยกําหนดวาในกลุมใดมีผูไมไดรับคะแนนเลือกเลยมีจํานวนไมนอยกวารอยละสิบของจํานวนผูสมัคร และเสนอตนในกลุมนั้นแตไมนอยกวาสามคน ใหสันนิษฐานวามีการสมยอมในการเลือก ถือวาไมเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมใหผูอํานวยการการเลือกระดับอําเภอหรือจังหวัด ดําเนินการใหผูสมัครในกลุมนั้นเลือกกันเองใหมโดยใหผูไมไดรับคะแนนเลือกหมดสิทธิที่จะเลือก ตอมาสภานิติบัญญัติแหงชาติตัดรางมาตราวาดวยมาตรการในการปองกันการสมยอมดังกลาวออกไปหนา ๔๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗
๒. เลขาธิการสภาผูแทนราษฎรจัดสงสําเนาบันทึกการประชุมคณะกรรมการรางรัฐธรรมนูญครั้งที่ ๔๑๒ ครั้งที่ ๔๑๕ ครั้งที่ ๔๒๑ ครั้งที่ ๔๔๕ และครั้งที่ ๔๔๖ สรุปไดวา ประเด็นการลงคะแนนใหตนเอง ปรากฏความเห็นเปน ๒ ฝาย คือ ฝายแรก เห็นวา แมผูสมัครสามารถลงคะแนนใหผูสมัครรายอื่นโดยไมลงคะแนนใหตนเองก็ตาม แตโดยพื้นฐานของผูสมัครยอมมุงหวังใหตนเองไดรับเลือก หากไมมีการหามผูสมัครลงคะแนนใหตนเอง อยางนอยผูสมัครรายนั้นตองลงคะแนนใหตนเองหนึ่งคะแนน ดังนั้น หากผูสมัครลงคะแนนใหผูสมัครรายอื่นโดยไมลงคะแนนใหตนเอง อาจสันนิษฐานหรือตั้งขอสงสัยไดวาผูสมัครรายนั้นไมสุจริตในการเลือก ฝายที่สองเห็นวา กรณีผูสมัครลงคะแนนเลือกผูสมัครรายอื่นโดยไมลงคะแนนเลือกตนเอง มิไดหมายความวาผูนั้นไมสุจริตหรือทําใหผูสมัครรายอื่นไมไดรับความเปนธรรม ควรเปดกวางใหเปนดุลพินิจของผูสมัครวาจะลงคะแนนเลือกอยางไร เนื่องจากสิทธิการออกเสียงเลือกตั้ง เจาของสิทธิยอมมีความเปนอิสระที่จะออกเสียงลงคะแนนเลือกผูสมัครรายใดก็ได สวนประเด็นเกี่ยวกับการแนะนําตัว เห็นวาการที่ผูสมัครหาเสียงกับประชาชนทั่วไปจะไมเกิดประโยชนตอการเลือก เพราะผูสมัครเทานั้นที่จะมีสิทธิเลือกแตจะเกิดปญหาหากเปนการหาเสียงระหวางผูสมัครดวยกันหลังจากที่มีการประกาศรายชื่อผูสมัครในระดับอําเภอ ดังนั้น หากไมประสงคใหผูสมัครหาเสียง อาจกําหนดใหผูสมัครแนะนําตัวเองโดยการจัดทําเอกสารหรือขอมูลแนะนําตัวตามหลักเกณฑและวิธีการที่ กกต. กําหนด และหามมิใหมีการใสราย กลั่นแกลง หรือหลอกลวงผูสมัครคนอื่น กรณีที่ผูสมัครแนะนําตัวเองไมดําเนินการตามหลักเกณฑและวิธีการที่ กกต. กําหนด จะตองเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกของผูสมัครรายนั้นและอาจแกไขเพิ่มเติมใหผูสมัครหรือผูชวยผูสมัครหาเสียงไดตามหลักเกณฑและวิธีการที่ กกต. กําหนดดวยทั้งนี้ มีขอสังเกตวา ผูสมัครบางรายอาจใชวิธีการแนะนําตัวผานเทคโนโลยีสมัยใหม ซึ่งจะทําใหเกิดความเหลื่อมล้ําระหวางผูสมัคร กกต. อาจตองกําหนดหลักเกณฑและวิธีการ รวมทั้งจํากัดคาใชจายในการดําเนินการเพื่อควบคุมไมใหเกิดการไดเปรียบเสียเปรียบระหวางผูสมัครดวย๓. เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งจัดทําความเห็นสรุปไดวา ประเด็นความเห็นกรณีการใหผูสมัครหรือผูไดรับเลือกจะลงคะแนนเลือกตนเองก็ได แตจะลงคะแนนใหบุคคลใดเกินหนึ่งคะแนนมิได เมื่อ กกต. เสนอความเห็นตอสภานิติบัญญัติแหงชาติแลว ขั้นตอนหลังจากนั้นเปนอํานาจของสภานิติบัญญัติแหงชาติที่จะแกไขหรือเพิ่มเติมรางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญหนา ๔๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗
วาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. .... กกต. และสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งไมทราบเจตนารมณในการยกรางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับดังกลาว กรณีการแนะนําตัวตามขอ ๘ แกไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งวาดวยการแนะนําตัวในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๗ ยังคงหลักการคํานิยามวา “การแนะนําตัว” ตามขอ ๓ ของระเบียบดังกลาวและยังเปดโอกาสใหประชาชนทั่วไปที่มิไดเปนผูสมัครรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภาอยูในฐานะที่จะตรวจสอบผูสมัครรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภาตามความมุงหมายของรัฐธรรมนูญ สวนกรณีการใหบุคคลอื่นซึ่งมิใชผูสมัครชวยเหลือผูสมัครในการแนะนําตัวตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๓๖ วรรคสอง จะมีผลทําใหเกิดความไดเปรียบเสียเปรียบระหวางผูสมัครรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภา หรือไม เห็นวา การเลือกระดับอําเภอระดับจังหวัด และระดับประเทศ ผูสมัครที่มีความหลากหลายของกลุมบุคคลที่มีความรู ความเชี่ยวชาญประสบการณ และผูสมัครรับเลือกแตละบุคคลในการเลือกแตละระดับ โดยเฉพาะการเลือกระดับจังหวัดและระดับประเทศมีภูมิลําเนาอยูในพื้นที่แตกตางกัน ทําใหการเขาถึงขอมูลของผูสมัครแตละบุคคลเปนไปดวยความยากลําบาก กกต. จึงกําหนดวิธีการและเงื่อนไขในการกําหนดใหบุคคลอื่นซึ่งมิใชผูสมัครชวยเหลือผูสมัครในการแนะนําตัวได ซึ่งเปนบุคคลที่ผูสมัครยินยอมใหชวยเหลือในการแนะนําตัวและมีความไววางใจใหแนะนําตัวแทนผูสมัครรับเลือกได หากผูชวยเหลือผูสมัครกระทําการแนะนําตัวฝาฝนบทบัญญัติที่เปนขอหาม ผูสมัครรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภาและผูชวยเหลือผูสมัครจะตองรวมกันรับผิดเปนการกําหนดมาตรการควบคุมผูชวยเหลือผูสมัคร เพื่อใหผูสมัครรับเลือกทุกคนไดรับการปฏิบัติอยางเทาเทียมกันการที่ กกต. กําหนดวิธีการหรือขั้นตอนเกี่ยวกับการแนะนําตัวตามระเบียบดังกลาว เปนไปตามเงื่อนไขของการแนะนําตัวตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๓๖ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคําโตแยง คําโตแยงเพิ่มเติมของผูฟองคดีทั้งสองคํารอง ความเห็นและขอมูลของหนวยงานที่เกี่ยวของ และเอกสารประกอบแลวเห็นวา คดีเปนปญหาขอกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได จึงยุติการไตสวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๕๘ วรรคหนึ่งหนา ๔๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗
กําหนดประเด็นที่ตองพิจารณาวินิจฉัยวา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๐ วรรคหนึ่ง (๓) มาตรา ๔๑ วรรคหนึ่ง (๓)และมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง (๓) ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๗ หรือไมพิจารณาแลวเห็นวา รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๗ เปนบทบัญญัติในหมวด ๗ รัฐสภา สวนที่ ๓วุฒิสภา วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “วุฒิสภาประกอบดวยสมาชิกจํานวนสองรอยคน ซึ่งมาจากการเลือกกันเองของบุคคลซึ่งมีความรู ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ อาชีพ ลักษณะ หรือประโยชนรวมกันหรือทํางานหรือเคยทํางานดานตาง ๆ ที่หลากหลายของสังคม โดยในการแบงกลุมตองแบงในลักษณะที่ทําใหประชาชนซึ่งมีสิทธิสมัครรับเลือกทุกคนสามารถอยูในกลุมใดกลุมหนึ่งได” วรรคสอง บัญญัติวา“การแบงกลุม จํานวนกลุม และคุณสมบัติของบุคคลในแตละกลุม การสมัครและรับสมัคร หลักเกณฑและวิธีการเลือกกันเอง การไดรับเลือก จํานวนสมาชิกวุฒิสภาที่จะพึงมีจากแตละกลุม การขึ้นบัญชีสํารองการเลื่อนบุคคลจากบัญชีสํารองขึ้นดํารงตําแหนงแทน และมาตรการอื่นใดที่จําเปนเพื่อใหการเลือกกันเองเปนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ใหเปนไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา และเพื่อประโยชนในการดําเนินการใหการเลือกดังกลาวเปนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมจะกําหนดมิใหผูสมัครในแตละกลุมเลือกบุคคลในกลุมเดียวกัน หรือจะกําหนดใหมีการคัดกรองผูสมัครรับเลือกดวยวิธีการอื่นใดที่ผูสมัครรับเลือกมีสวนรวมในการคัดกรองก็ได” วรรคสาม บัญญัติวา“การดําเนินการตามวรรคสอง ใหดําเนินการตั้งแตระดับอําเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศเพื่อใหสมาชิกวุฒิสภาเปนผูแทนปวงชนชาวไทยในระดับประเทศ” วรรคสี่ บัญญัติวา “ในกรณีที่ตําแหนงสมาชิกวุฒิสภามีจํานวนไมครบตามวรรคหนึ่ง ไมวาเพราะเหตุตําแหนงวางลงหรือดวยเหตุอื่นใดอันมิใชเพราะเหตุถึงคราวออกตามอายุของวุฒิสภา และไมมีรายชื่อบุคคลที่สํารองไวเหลืออยูใหวุฒิสภาประกอบดวยสมาชิกวุฒิสภาเทาที่มีอยู แตในกรณีที่มีสมาชิกวุฒิสภาเหลืออยูไมถึงกึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมดและอายุของวุฒิสภาเหลืออยูเกินหนึ่งป ใหดําเนินการเลือกสมาชิกวุฒิสภาขึ้นแทนภายในหกสิบวันนับแตวันที่วุฒิสภามีสมาชิกเหลืออยูไมถึงกึ่งหนึ่ง ในกรณีเชนวานี้ใหผูไดรับเลือกดังกลาวอยูในตําแหนงไดเพียงเทาอายุของวุฒิสภาที่เหลืออยู” และวรรคหา บัญญัติวา“การเลือกสมาชิกวุฒิสภาใหตราเปนพระราชกฤษฎีกา และภายในหาวันนับแตวันที่พระราชกฤษฎีกามีผลใชบังคับ ใหคณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดวันเริ่มดําเนินการเพื่อเลือกไมชากวาสามสิบวันหนา ๔๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗
นับแตวันที่พระราชกฤษฎีกาดังกลาวมีผลใชบังคับ การกําหนดดังกลาวใหประกาศในราชกิจจานุเบกษาและใหนําความในมาตรา ๑๐๔ มาใชบังคับโดยอนุโลม” รัฐธรรมนูญฉบับนี้กําหนดที่มาของสมาชิกวุฒิสภาตางจากในอดีตที่มุงเนนความหลากหลายของอาชีพเพื่อจะนําความรู ความเชี่ยวชาญในดานตาง ๆมาปฏิบัติหนาที่ แนวคิดนี้ทําใหประชาชนทั่วไปไมมีสิทธิเลือกสมาชิกวุฒิสภาเหมือนการเลือกสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ผูสมัครตองแสดงตนยื่นใบสมัครดวยตนเองพรอมเลือกกลุมอาชีพที่มีความรูความเชี่ยวชาญ และชําระคาธรรมเนียม สะทอนใหเห็นถึงเจตจํานงในการสมัครเขารับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภาดวยตนเอง มิไดยึดโยงกับกลุมการเมืองใด ๆ เมื่อพิจารณาการแบงกลุมอาชีพของการเลือกสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมด ๒๐ กลุม ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กําหนดวันเลือกและวันรับสมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภา ลงวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ถือเปนกลุมอาชีพที่มีความแตกตางหลากหลายและครอบคลุมใหประชาชนทุกกลุมอาชีพสามารถเขามามีสวนรวมและมีสิทธิสมัครรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภา เพื่อใหไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาที่มีความรู ความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติหนาที่อยางเต็มประสิทธิภาพในฐานะตัวแทนของปวงชนชาวไทย โดยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๗วรรคหนึ่ง บัญญัติใหประชาชนที่มีคุณสมบัติสามารถสมัครและเลือกกันเองตามกลุมที่หลากหลายในลักษณะที่ผูมีคุณสมบัติทุกคนจะสามารถสมัครในกลุมใดกลุมหนึ่งได เพื่อเปดโอกาสใหผูประสงคจะสมัครเขารับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภาสามารถสมัครในกลุมที่ตนมีความรู ความสามารถ ประสบการณหรือมีลักษณะที่เหมือนหรือใกลเคียงกับตนมากที่สุด และเพื่อเปนหลักประกันวาประชาชนที่มีคุณสมบัติทุกคนจะมีสิทธิสมัครเขารับเลือกได โดยใหเลือกกันเองโดยตรง ตั้งแตระดับอําเภอ ระดับจังหวัดและระดับประเทศ ทั้งนี้ เพื่อใหไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาที่มีฐานะเปนผูแทนปวงชนชาวไทย มิใชผูแทนของแตละกลุมหรือแตละจังหวัด เปนการสงเสริมใหประชาชนมีสวนรวมในการตัดสินใจทางการเมืองและเปดโอกาสใหประชาชนเขามามีสวนรวมเปนฝายนิติบัญญัติ สวนรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๗วรรคสอง ตอนทาย ที่บัญญัติใหพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภากําหนดมิใหผูสมัครในแตละกลุมเลือกบุคคลในกลุมเดียวกัน หรือกําหนดใหมีการคัดกรองผูสมัครรับเลือกดวยวิธีการอื่นใดที่ผูสมัครรับเลือกมีสวนรวมในการคัดกรองก็ไดนั้น เพื่อใหสามารถกําหนดวิธีการปองกันการสมยอมกันและเปนการกําหนดทางเลือกของวิธีการคัดกรองผูสมัครดวยวิธีการอื่นใด เปนการเพิ่มชองทางเพื่อใหการเลือกสมาชิกวุฒิสภามีความสุจริตและเที่ยงธรรมมากขึ้น มิใชบทบัญญัติที่เปนบทบังคับโดยเด็ดขาด เพียงแตกําหนดหลักการไวกวาง ๆ วาจะใชวิธีการดังกลาวหนา ๔๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗
สําหรับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๑เปนกฎหมายที่ตราขึ้นโดยมีเหตุผลเนื่องจากรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยบัญญัติใหมีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา เพื่อใหการเลือกสมาชิกวุฒิสภาเปนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม โดยมาตรา ๓๖ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “ผูสมัครอาจแนะนําตัวไดตามวิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกําหนด” วรรคสอง บัญญัติวา “บุคคลอื่นซึ่งมิใชผูสมัคร จะชวยเหลือผูสมัครในการแนะนําตัว ตองปฏิบัติตามวิธีการและเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง” มาตรา ๔๐ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา“การเลือกระดับอําเภอ ใหดําเนินการ ดังตอไปนี้ ... (๓) ใหผูสมัครแตละกลุมลงคะแนนเลือกบุคคลในกลุมเดียวกันไดไมเกินสองคน โดยจะลงคะแนนเลือกตนเองก็ได แตจะลงคะแนนใหบุคคลใดเกินหนึ่งคะแนนมิได ...” มาตรา ๔๑ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “การเลือกระดับจังหวัด ใหดําเนินการดังตอไปนี้ ... (๓) ใหผูไดรับเลือกระดับอําเภอแตละกลุมลงคะแนนเลือกบุคคลในกลุมเดียวกันไดไมเกินสองคนโดยจะลงคะแนนเลือกตนเองก็ได แตจะลงคะแนนใหบุคคลใดเกินหนึ่งคะแนนมิได ...”และมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “การเลือกระดับประเทศ ใหดําเนินการ ดังตอไปนี้ ...(๓) ใหผูไดรับเลือกระดับจังหวัดแตละกลุมลงคะแนนเลือกบุคคลในกลุมเดียวกันไดไมเกินสิบคนโดยจะลงคะแนนเลือกตนเองก็ได แตจะลงคะแนนใหบุคคลใดเกินหนึ่งคะแนนมิได ...”ขอโตแยงของผูฟองคดีที่วา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๐ วรรคหนึ่ง (๓) มาตรา ๔๑ วรรคหนึ่ง (๓) และมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง(๓) ซึ่งเปนกระบวนการเลือกในระดับอําเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ โดยบัญญัติใหผูสมัครหรือผูไดรับเลือกลงคะแนนเลือกบุคคลในกลุมเดียวกัน โดยจะลงคะแนนเลือกตนเองก็ไดแตจะลงคะแนนใหบุคคลใดเกินหนึ่งคะแนนมิได เปนการเปดชองใหเกิดการสมยอมกันในขั้นตอนการเลือกกันเองในกลุมเดียวกัน การที่ผูสมัครรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภาไมลงคะแนนเลือกตนเองนั้นเปนการทําลายหลักความสุจริตใจของผูสมัครรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภา เขาขอสันนิษฐานเปนขอพิรุธวาเปนการสมัครเขามาในฐานะผูรับจางใหลงสมัครเพื่อเลือกผูสมัครคนอื่น ไมไดเปนการลงสมัครเพื่อรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภา ทําใหมีการแทรกแซง ครอบงํา ชี้นํา ชักจูง สั่งการ รองขอหรือสมยอมในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๗ นั้น เห็นวาพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๑ กําหนดวิธีการหนา ๔๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗
ปองกันการสมยอมกันและปองกันการแทรกแซงจากกลุมการเมือง โดยมาตรา ๔๐ วรรคหนึ่ง (๓)การเลือกระดับอําเภอ และมาตรา ๔๑ วรรคหนึ่ง (๓) การเลือกระดับจังหวัด กําหนดใหผูสมัครหรือผูไดรับเลือกลงคะแนนเลือกกันเองในกลุมเดียวกันไดไมเกินสองคน และมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง (๓)การเลือกระดับประเทศ กําหนดใหผูไดรับเลือกลงคะแนนเลือกกันเองในกลุมเดียวกันไดไมเกินสิบคนการเลือกทั้งสามระดับดังกลาว ผูสมัครหรือผูไดรับเลือกจะลงคะแนนเลือกตนเองก็ได แตจะลงคะแนนใหบุคคลใดเกินหนึ่งคะแนนมิได บทบัญญัติดังกลาวแมมิไดเปนบทบัญญัติบังคับใหผูสมัครรับเลือกตองเลือกตนเองก็ตาม แตการที่ผูสมัครรับเลือกไมลงคะแนนเลือกตนเอง มิไดหมายความวาผูสมัครรับเลือกรายนั้นไมสุจริตจนทําใหการเลือกดังกลาวไมสุจริตและเที่ยงธรรมเสียทีเดียว ประกอบกับเมื่อมีการเลือกกันเองในกลุมเดียวกันในรอบแรกแลว ในรอบที่สองการเลือกทั้งสามระดับยังกําหนดใหใชวิธีการเลือกไขวโดยการจับสลากแบงสายเลือกกลุมอื่นแตละกลุมในสายเดียวกัน ผูไดรับเลือกในกลุมเดียวกันจะเลือกกันเองหรือเลือกตนเองมิได ดังที่กําหนดไวในมาตรา ๔๐ วรรคหนึ่ง (๑๑) มาตรา ๔๑ วรรคหนึ่ง (๑๑)และมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง (๙) ทั้งวิธีการจับสลากแบงสายและการเลือกไขวดังกลาว ทําใหผูสมัครหรือผูไดรับเลือกไมอาจทราบลวงหนาในการเลือกผูสมัครหรือผูไดรับเลือกรายใดเปนการปองกันการสมยอมหรือชวยเหลือกันอยูแลว ดังนั้น การที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๐ วรรคหนึ่ง (๓) มาตรา ๔๑ วรรคหนึ่ง (๓)และมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง (๓) กําหนดใหผูสมัครหรือผูไดรับเลือกลงคะแนนเลือกบุคคลในกลุมเดียวกันโดยจะลงคะแนนเลือกตนเองก็ได เปนไปตามเจตนารมณรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๗ ที่มุงหมายใหการเลือกสมาชิกวุฒิสภาเปนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมแลว ไมขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๗สําหรับขอโตแยงของผูฟองคดีที่วา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๓๖ วรรคสอง เกี่ยวกับการกําหนดใหมีบุคคลอื่นซึ่งมิใชผูสมัคร จะชวยเหลือผูสมัครในการแนะนําตัวในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ทําใหเกิดการแทรกแซงครอบงํา ชี้นําหรือชักจูงจากบุคคลอื่นหรือกลุมบุคคลอื่นที่มิใชผูมีสิทธิเลือกผูสมัครรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภาทําใหเกิดความไดเปรียบเสียเปรียบไมเปนธรรมระหวางผูสมัครรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภา และทําใหการเลือกสมาชิกวุฒิสภาไมเปนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๗ นั้นเห็นวา รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๒๔ วรรคหนึ่ง (๑) และ (๒) บัญญัติให กกต. มีหนาที่และอํานาจหนา ๔๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗
ในการจัดหรือดําเนินการใหมีการจัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภา และควบคุมดูแลการเลือกสมาชิกวุฒิสภาใหเปนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม การกําหนดวิธีการและเงื่อนไขในการแนะนําตัวของผูสมัครสมาชิกวุฒิสภาและการใหมีบุคคลอื่นซึ่งมิใชผูสมัครเพื่อทําหนาที่ชวยเหลือผูสมัครในการแนะนําตัวในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาถือเปนหนาที่และอํานาจของ กกต. ที่ตองดําเนินการใหเปนไปตามเจตนารมณของรัฐธรรมนูญเพื่อไมใหการเลือกสมาชิกวุฒิสภาเกิดความไดเปรียบเสียเปรียบระหวางผูสมัครดวยกัน เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๐๗ บัญญัติใหวุฒิสภามาจากการเลือกกันเองของบุคคลซึ่งมีความรู ความเชี่ยวชาญประสบการณ อาชีพ ลักษณะ หรือประโยชนรวมกัน หรือทํางานหรือเคยทํางานดานตาง ๆที่หลากหลายของสังคมหรือหลายกลุมสาขาอาชีพที่อยูในพื้นที่แตกตางกัน สวนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑และมาตรา ๔๒ บัญญัติการเลือกสมาชิกวุฒิสภาไวถึงสามระดับ ตั้งแตระดับอําเภอ ระดับจังหวัดและระดับประเทศ ในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาแตละระดับ กฎหมายกําหนดวิธีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาทั้งการเลือกโดยตรง คือ ใหผูไดรับเลือกลงคะแนนเลือกกันเองในกลุมเดียวกันได และการเลือกไขวคือ ใหผูไดรับเลือกในกลุมเดียวกันจะเลือกกันเองหรือเลือกตนเองมิได พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๓๖ จึงกําหนดหลักการแนะนําตัวของผูสมัครสมาชิกวุฒิสภาและใหมีบุคคลอื่นซึ่งมิใชผูสมัครเพื่อทําหนาที่ชวยเหลือผูสมัครในการแนะนําตัวโดยผูสมัครทุกคนสามารถมีผูชวยเหลือผูสมัครในการแนะนําตัวอยางเทาเทียมกัน เพื่อใหผูสมัครสมาชิกวุฒิสภารายอื่นไดทราบและใชเปนขอมูลในการเลือกระหวางผูสมัครสมาชิกวุฒิสภาดวยกันเทานั้นทั้งยังเปนชองทางในการเผยแพรใหประชาชนไดรับรูรับทราบผูสมัครสมาชิกวุฒิสภาเปนการทั่วไปในการรวมกันตรวจสอบผูที่จะมาเปนผูแทนของปวงชนชาวไทยที่ใชอํานาจอธิปไตยในฐานะฝายนิติบัญญัติซึ่งประชาชนที่มิไดสมัครยอมไมมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกสมาชิกวุฒิสภาทั้งสามระดับ แตอยางใดอีกทั้งบุคคลอื่นซึ่งมิใชผูสมัครเพื่อทําหนาที่ชวยเหลือผูสมัครในการแนะนําตัวในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาจะตองปฏิบัติตามวิธีการและเงื่อนไขที่ กกต. กําหนดตามมาตรา ๓๖ วรรคหนึ่ง นอกจากนี้การกําหนดใหมีบุคคลอื่นซึ่งมิใชผูสมัครเพื่อทําหนาที่ชวยเหลือผูสมัครในการแนะนําตัวในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาตามมาตรา ๓๖ วรรคสอง ยังมีหลักประกันทางกฎหมายวา หากผูชวยเหลือผูสมัครกระทําการแนะนําตัวเปนการฝาฝนบทบัญญัติที่เปนขอหาม ผูชวยเหลือผูสมัครจะตองรับผิดเชนเดียวกับหนา ๕๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗
ผูสมัครตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๗๐ วรรคสอง ดังนั้น การกําหนดใหมีบุคคลอื่นซึ่งมิใชผูสมัครเพื่อทําหนาที่ชวยเหลือผูสมัครในการแนะนําตัวในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๓๖ วรรคสอง มิไดทําใหการเลือกสมาชิกวุฒิสภาไมเปนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ไมขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๗สวนขอโตแยงของผูฟองคดีที่วา ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งวาดวยการแนะนําตัวในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๗ ขอ ๘ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งวาดวยการแนะนําตัวในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๗ เปนระเบียบที่ออกตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๓๖ วรรคหนึ่งกําหนดใหผูสมัครอาจแนะนําตัวโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส เปนการเอื้อประโยชนใหแกผูสมัครรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภาที่มีกําลังทรัพย กําลังคน หรือเครือขายสังคมออนไลน สามารถเอาเปรียบผูสมัครรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภาทั่วไปที่ไมมีความพรอมดังกลาว โดยไมเปนธรรมระหวางผูสมัครดวยกันเกิดความไดเปรียบเสียเปรียบไมเปนธรรมระหวางผูสมัครรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภา ทําใหพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๓๖ วรรคหนึ่ง ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๗ นั้น เห็นวา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๓๖ วรรคหนึ่ง บัญญัติหลักการไวแตเพียงวา ผูสมัครอาจแนะนําตัวไดตามวิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกําหนด เปนกรณีที่กฎหมายแมบทมอบอํานาจให กกต.ซึ่งเปนผูบังคับใชกฎหมาย เปนผูกําหนดรายละเอียดในวิธีการและเงื่อนไขตาง ๆ ในการแนะนําตัวผูสมัครเพื่อใหเกิดความเหมาะสมและสอดคลองกับสภาพของสังคม กกต. ยอมกระทําไดภายในขอบเขตของรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๑สวนระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งวาดวยการแนะนําตัวในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๗ขอ ๘ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งวาดวยการแนะนําตัวในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๗ ที่กําหนดใหผูสมัครสามารถแนะนําตัวโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสชอบดวยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๗ หรือไม ยอมอยูภายใตการควบคุมตรวจสอบความชอบดวยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายของกฎโดยศาลปกครอง ดังนั้น การกําหนดใหมีการแนะนําตัวในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาหนา ๕๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗
ตามวิธีการและเงื่อนไขที่ กกต. กําหนด ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๓๖ วรรคหนึ่ง มิไดทําใหการเลือกสมาชิกวุฒิสภาไมเปนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ไมขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๗อาศัยเหตุผลดังกลาวขางตน จึงวินิจฉัยวา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๐ วรรคหนึ่ง (๓) มาตรา ๔๑วรรคหนึ่ง (๓) และมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง (๓) ไมขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๗นายนครินทร เมฆไตรรัตนประธานศาลรัฐธรรมนูญนายปญญา อุดชาชน นายอุดม สิทธิวิรัชธรรมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายวิรุฬห แสงเทียน นายจิรนิติ หะวานนทตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายนภดล เทพพิทักษ นายบรรจงศักดิ์ วงศปราชญตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายอุดม รัฐอมฤต นายสุเมธ รอยกุลเจริญตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหนา ๕๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)