ThaiGovData

ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคไทยศรีวิไลย์

undated

Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th

The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.

ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเรื่อง การเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคประชาอาสาชาติตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองไดมีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๗เรื่อง การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคประชาอาสาชาติ มีคณะกรรมการบริหารพรรคประชาอาสาชาติจํานวน ๑๙ คน นั้นบัดนี้ พรรคประชาอาสาชาติไดแจงการเปลี่ยนแปลงตอนายทะเบียนพรรคการเมืองตามมาตรา ๓๘ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ กรณีที่ประชุมใหญสามัญพรรคประชาอาสาชาติ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๗มีมติแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคประชาอาสาชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยยกเลิกทั้งฉบับ และใชขอบังคับพรรคประชาอาสาชาติ พ.ศ. ๒๕๖๗ แทน ดังนี้ขอบังคับพรรคประชาอาสาชาติ พ.ศ. ๒๕๖๗โดยที่ประชุมใหญพรรคประชาอาสาชาติ เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๗ ไดมีมติแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคประชาอาสาชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยยกเลิกทั้งฉบับ ดังนี้ขอ ๑ ขอบังคับนี้เรียก “ขอบังคับพรรคประชาอาสาชาติ พ.ศ. ๒๕๖๗”ขอ ๒ ขอบังคับพรรคนี้ใหใชบังคับตั้งแตวันที่ไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญพรรคการเมืองเปนตนไปขอ ๓ ใหยกเลิกขอบังคับพรรคประชาอาสาชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยยกเลิกทั้งฉบับหมวด ๑บททั่วไปขอ ๔ พรรคการเมืองตามขอบังคับนี้เรียกวา “พรรคประชาอาสาชาติ” ชื่อยอภาษาไทย ปอช.ชื่อภาษาอังกฤษวา THE NATION THAI’ S PEOPLE VOLUNTEER PARTY ชื่อยอภาษาอังกฤษ NT.PP.ขอ ๕ เครื่องหมายพรรค และความหมาย๕.๑ พรรคประชาอาสาชาติ ใชเครื่องหมายแถบสีธงไตรรงคเปนวงกลมลอมรอบแผนที่ประเทศไทยสีทอง มีอักษรยอชื่อพรรค ปอช. ในวงกลมหนา ๗๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ๕.๒ โดยมีความหมาย ดังนี้ประชาชนไทยมารวมกันอาสาสรางพรรคการเมืองเพื่อประชาชนขอ ๖ สํานักงานใหญตั้งอยู ณ บานเลขที่ ๔๓ หมูที่ ๒ ตําบลมีชัย อําเภอเมืองหนองคายจังหวัดหนองคาย รหัสไปรษณีย ๔๓๐๐๐ หมวด ๒คําประกาศอุดมการณทางการเมือง และนโยบายพรรคขอ ๗ อุดมการณทางการเมืองของพรรค มีดังนี้๗.๑ ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขยึดถือวาอํานาจอธิปไตยเปนของปวงชนชาวไทยทุกคน๗.๒ ยึดถือวาประชาชนเปนเจาของอํานาจอธิปไตย ประชาชนและสมาชิกทุกคนเปนเจาของพรรค ๗.๓ ทุกคนมีสิทธิเสรีโดยเทาเทียมกันทั้งในดานการเมือง สังคม ศาสนา และวัฒนธรรมยึดมั่นระบบเศรษฐกิจแบบเสรี เปนธรรม และเปนประโยชนตอคนสวนใหญขจัดการผูกขาด สรางความรุงเรืองและความมั่นคงทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศและตางประเทศ เพิ่มพูนความสามารถในการแขงขันของประเทศ ๗.๔ ทุกคนมีความเสมอภาค ภราดรภาพ ทําดานสังคม ศาสนา การเมืองเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนใหหลุดพนจากความยากจน๗.๕ มุงพัฒนาพรรคใหเปนสถาบันการเมืองของประชาชนอยางแทจริง๗.๖ มุงมั่นสรางระบบตอตานคอรรัปชันของขาราชการและนักการเมืองใหประชาชนรวมตรวจสอบได หนา ๗๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ๗.๗ ยึดมั่นในการดําเนินนโยบายการเมืองดวยความซื่อสัตยสุจริต มีธรรมาภิบาลปองกันการทุจริต ประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ๗.๘ มุงสรางความสามัคคีปรองดอง เคารพศักดิ์ความเปนมนุษย สิทธิเสรีภาพความเสมอภาคบุคคลตามหลักสิทธิมนุษยชน และหลักนิติธรรม๗.๙ กระจายอํานาจการปกครองจากสวนกลางไปสูสวนภูมิภาค สวนทองถิ่นโดยไมมีการแบงแยกเชื้อชาติ ศาสนา จัดใหมีการเลือกตั้งผูวาราชการจังหวัดทั้งประเทศ๗.๑๐ จัดสวัสดิการของรัฐใหประชาชนไดรับอยางเทาเทียมกันในดานการศึกษาการรักษาพยาบาล ที่อยูอาศัย ที่ดินทํากิน ทรัพยากรธรรมชาติ และมีสิ่งแวดลอมที่ดีหมวด ๓นโยบายพรรคขอ ๘ นโยบายดานการเมือง๘.๑ ยึดมั่นในหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขใหปวงชนชาวไทยซึ่งเปนเจาของของอํานาจอธิปไตย มีสวนรวมในทางการเมือง รวมทั้งรวมกําหนดนโยบายในการบริหารประเทศ การตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการพัฒนาประเทศอยางแทจริงภายใตบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย๘.๒ สงเสริม สนับสนุนใหไดมาซึ่งรัฐธรรมนูญที่มีความเปนประชาธิปไตย๘.๓ สรางจิตสํานึกของการอยูรวมกันอยางสันติของคนในสังคม และระงับความขัดแยงทางการเมืองตามวิถีทางประชาธิปไตยสันติวิธี และภายใตรัฐธรรมนูญ๘.๔ สรางกลไกทางกฎหมายและการบริหารมิใหฝายทหารเขามาแทรกแซงทางการเมืองในทุกรูปแบบ ๘.๕ คุมครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชน๘.๖ ใหมีการปฏิรูประบบการเมืองการปกครอง ทั้งการเมืองระดับชาติและระดับทองถิ่นเพื่อใหสอดคลองกับหลักการประชาธิปไตยขอ ๙ นโยบายดานการบริหารราชการแผนดิน๙.๑ การใชจายเงินแผนดินเปนไปอยางคุมคาระบบราชการมีขนาดที่เหมาะสมสอดคลองกับภารกิจ หนา ๗๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ๙.๒ สงเสริมใหประชาชนมีสวนรวมในการตรวจสอบการปฏิบัติหนาที่ของเจาหนาที่รัฐ๙.๓ การบริหารงานภาครัฐและระบบราชการตองเปนไปอยาง มีประสิทธิภาพประสิทธิผลและมีธรรมาภิบาล สามารถตอบสนองความตองการของประชาชนได๙.๔ สรางคานิยมในระบบราชการ โดยใหถือวาขาราชการคือผูรับใชประชาชนการแตงตั้งโยกยายในระบบราชการตองเปนไปตามระบบคุณธรรม๙.๕ สรางกลไกและมาตรการเพื่อปองกันและปราบปรามการทุจริตในระบบราชการ๙.๖ รัฐบาลจะไมแทรกแซงองคกรอิสระ และกระบวนการยุติธรรมขอ ๑๐ นโยบายดานกฎหมาย๑๐.๑ ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบใหทันสมัยเทาทันตอการเปลี่ยนแปลงยกเลิกและปรับปรุงกฎหมายที่เปนอุปสรรคตอการประกอบอาชีพและประกอบธุรกิจเอกชนการเกษตรการคาและการลงทุน ๑๐.๒ ปฏิรูปกระบวนการบังคับใชกฎหมายและระบบอํานวยความยุติธรรมทางอาญาใหหนวยงานภาครัฐทั้งหลายบังคับใชกฎหมายอยางยุติธรรม โดยใหประชาชนเขามามีสวนรวมอยางกวางขวางในการตรวจสอบการบังคับใชกฎหมายและในการปองกันและปราบปรามอาชญากรรมขอ ๑๑ กระบวนการยุติธรรม๑๑.๑ ปฏิรูประบบบริหารงานขององคกรในกระบวนการยุติธรรมใหมีประสิทธิภาพประชาชนเขาถึงกระบวนการยุติธรรมโดยสะดวกรวดเร็วและไมเสียคาใชจายสูงเกินควร๑๑.๒ ปฏิรูประบบการสรรหากรรมการในองคกรอิสระ เพื่อใหไดบุคคลที่มีความเปนอิสระและความเปนกลางทางการเมืองและมีความเชื่อมโยงกับอํานาจของประชาชน๑๑.๓ ใหมีกฎหมายคุมครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ยกเลิกการนําพลเรือนขึ้นพิจารณาในศาลทหารทุกกรณี แกไขปรับปรุงกฎหมายที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนขอ ๑๒ นโยบายดานการศึกษา๑๒.๑ เรงพัฒนาคุณภาพการศึกษาในทุกระดับ ปฏิรูปหลักสูตรการศึกษา พัฒนาครูพัฒนานักเรียนการสอน การทดสอบวัดผล การประเมินผลรวมทั้งสื่อและเทคโนโลยีการสนเทศทางการศึกษายกระดับคุณภาพทางการศึกษาของสถาบันการศึกษาภาครัฐและเอกชน ใหการศึกษาเปนปจจัยสําคัญในการสงเสริมการพัฒนาประเทศใหกาวหนาทันการเปลี่ยนแปลงของโลกเนนการปฏิบัติวิชาชีพหนา ๗๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ๑๒.๒ พัฒนาคนใหเปนพลเมืองที่มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๕ มีจิตสาธารณะคุณธรรมและจริยธรรม พัฒนาการอาชีพศึกษาใหสอดคลองกับความตองการของตลาดแรงงาน๑๒.๓ ลดความเหลื่อมล้ํา สรางความเสมอภาคและโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพใหทั่วถึงประชากรทุกชวงวัย ยกระดับการศึกษาของโรงเรียนเมืองและในชนบทใหเทาเทียมกัน๑๒.๔ ผลิตบุคลากรใหมีความรูสมรรถนะและทักษะฝมือรวมทั้งคุณภาพและปริมาณสอดคลองกับความตองการของประเทศ และการเปลี่ยนแปลงของโลก พัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาใหมีคุณภาพสูงระดับโลกและสรางบัณฑิตนักวิจัยที่มีความรูความสามารถ๑๒.๕ สงเสริมการวิจัยและพัฒนาเพื่อสรางทุนปญญาของชาติ และการนําผลการวิจัยและพัฒนาไปใชในดานตาง ๆ ซึ่งกอใหเกิดประโยชนเปนรูปธรรม ใชการบริหารจากขางลางสูขางบน(Bottom-up) อยางมีประสิทธิภาพ๑๒.๖ ใหทุนการศึกษาผูที่เรียนดีและขาดแคลนทุนทรัพย เรียนจบฟรีปริญญาตรีขอ ๑๓ นโยบายดานเศรษฐกิจ๑๓.๑ มุงสรางความเติบโตทางเศรษฐกิจอยางยั่งยืน๑๓.๒ ปรับโครงสรางเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแขงขัน ยกเลิกปรับปรุงกฎหมาย และระเบียบและมาตรการตาง ๆ อันเปนอุปสรรคตอการประกอบธุรกิจ ภาคเอกชนและสรางสภาวะที่เหมาะสมในการเกิดขึ้นของธุรกิจที่สรางมูลคาใหแกประเทศ๑๓.๓ สรางเสถียรภาพทางเศรษฐกิจใหมีความมั่นคงยั่งยืน๑๓.๔ ปรับโครงสรางเศรษฐกิจใหม ใหอัตราสวนเศรษฐกิจภายในประเทศและการสงออกที่เหมาะสม๑๓.๕ มุงขจัดความยากจนของประชาชน สรางรายไดและลดรายจาย ทําใหประชาชนมีความอยูดีกินดี มีโอกาสจะมีงานทําและมีรายไดเพียงพอแกการยังชีพ และเหลือเผื่อการออม๑๓.๖ สงเสริมใหกับลงทุนตาง ๆ ประเทศเขามาลงทุนในประเทศใหมากขึ้นและสงเสริมใหผูประกอบการเอกชนที่มีความพรอมไปลงทุนในตางประเทศดวย๑๓.๗ สงเสริมใหประชาชนและภาคเอกชนไดเขาถึงแหลงเงินทุนไดอยางทั่วถึงและเปนธรรม ๑๓.๘ ปรับปรุงโครงสรางของรัฐวิสาหกิจใหมีประสิทธิภาพในการใหบริการและการบริหารทรัพยสินใหเกิดประโยชนสูงสุด หนา ๗๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ๑๓.๙ ขยายบทบาทใหธุรกิจการเกษตรและอาหารใหเปนศูนยกลางการผลิตและการคาอาหารคุณภาพสูง๑๓.๑๐ เสริมสรางกระบวนการสรางอาชีพ สรางงานที่มีคุณภาพและมีรายไดสูงใหแกประชาชนอยางทั่วถึง๑๓.๑๑ ยกระดับความสามารถในการแขงขัน และขยายชองทางการตลาดของธุรกิจอุตสาหกรรม ธุรกิจบริการ ธุรกิจวิสาหกิจชุมชนใหเขาสูระบบเศรษฐกิจสรางสรรคและเศรษฐกิจดิจิทัลในการผลิตสินคาและบริการที่มีคุณภาพสูง๑๓.๑๒ สงเสริมการทองเที่ยวจากทั้งภายนอกและภายในประเทศ พัฒนาการบริการจัดการการทองเที่ยวและแหลงทองเที่ยวใหหลากหลายและมีคุณภาพ รวมทั้งความปลอดภัยของนักทองเที่ยวพัฒนาโครงสรางพื้นฐานที่สนับสนุนการทองเที่ยว ยกระดับมาตรฐานบริการดานการทองเที่ยว๑๓.๑๓ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของอุตสาหกรรม สรางความเขมแข็งใหรัฐวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอม พัฒนาอุตสาหกรรมใหเปนมิตรกับสิ่งแวดลอม๑๓.๑๔ พัฒนาธุรกิจบริการที่มีศักยภาพเพื่อเพิ่มความหลากหลาย มูลคาและความสามารถในการแขงขัน ทั้งนี้ เพื่อสรางรายไดใหประเทศและทองถิ่น๑๓.๑๕ สงเสริมใหประเทศไทยเปนศูนยกลางกีฬาของภูมิภาคและของโลกพัฒนาโครงสรางพื้นฐานและบุคลากรดานการกีฬาใหเพียงพอ พัฒนากีฬาเพื่อสุขภาพและเพื่อความเปนเลิศ๑๓.๑๖ สรางเศรษฐกิจฐานราก เศรษฐกิจเกษตรของเกษตรกร สรางเศรษฐกิจชุมชนใหเขมแข็งสามารถพึ่งพาตัวเองได๑๓.๑๗ สรางเศรษฐกิจภายในใหเขมแข็ง ลดการพึ่งพาการสงออกและการทองเที่ยวจากภายนอกประเทศ๑๓.๑๘ สงเสริมการประยุกตปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เปนแนวทางในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศขอ ๑๔ นโยบายดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม๑๔.๑ อนุรักษและพัฒนาทรัพยากรทางธรรมชาติทั้งดานปาไมโดยเฉพาะปาตนน้ําสัตวปา ทรัพยากรน้ํา ทรัพยากรทางทะเลและดิน ใหคงสภาพความสมบูรณรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและเหมาะสมตอการใชประโยชน และดําเนินมาตรการปองกันและปราบปรามการทําลายทรัพยากรธรรมชาติอยางจริงจังรวมทั้งควบคุมใหมีการทําประมงอยางยั่งยืนหนา ๗๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ๑๔.๒ รักษาคุณภาพสิ่งแวดลอม สงเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน และการใชเทคโนโลยีและนวัตกรรมอยางพลิกผันใหประโยชนตอการรักษาสิ่งแวดลอม๑๔.๓ ลดการทําลายปาและการผลิตที่อาศัยทําลายปาไม เพิ่มพื้นที่ปาไมใหประชาชนมีสวนรวมในการรักษาและสรางความอุดมสมบูรณใหแกปาไม สงเสริมใหมีการปลูกปาไมในพื้นที่ปาเสื่อมโทรมของรัฐและสงเสริมใหประชาชนไดปลูกปาไมเศรษฐกิจในที่ดินของตนเอง หรือในที่ดินของรัฐ๑๔.๔ สงเสริมการทํานา ที่ดินของเอกชนที่ปลอยทิ้งรางใหประชาชนที่มีรายไดนอยไดเชาทํากินโดยเจาของที่ดินไดคาตอบแทนตามสมควร๑๔.๕ จัดหาที่ดินเพื่อสรางเปนแหลงเก็บน้ําเพื่อใชในการเกษตรและเพื่อปองกันปญหาน้ําทวมโดยเจาของที่ดินไดรับคาชดเชยที่เหมาะสมจากรัฐ๑๔.๖ สงเสริมใหมีการรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอม๑๔.๗ สงเสริมใหมีมาตรการทางกฎหมายในการเรียกเก็บคาชดเชยจากผูที่กอใหเกิดผลกระทบตอสิ่งแวดลอมอยางเหมาะสม๑๔.๘ จัดระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ําอยางเหมาะสม เพื่อปองกันปญหาน้ําทวมและภัยแลง ๑๔.๙ สงเสริมการวางแผนการใชประโยชนของที่ดินใหเหมาะสมกับสภาพของพื้นที่จัดใหมีการวางผังเมืองทุกระดับ สรางทางน้ํา (Water way) เพื่อสรางระบบนิเวศใหมเก็บกักน้ําลดภาวะภัยแลงปองกันน้ําทวม และสรางทางเบี่ยงของธรรมชาติ๑๔.๑๐ ลดการใชพลังงานที่กอใหเกิดผลกระทบตอสิ่งแวดลอม สงเสริมใหประชาชนไดปลูกพืชทางการเกษตร เพื่อใชเปนพลังงานทดแทนมากขึ้น และสงเสริมใหมีการใชพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก อนุรักษระบบนิเวศความหลากหลายทางชีวภาพ และทรัพยากรทางทะเลใหสมบูรณและสมดุล๑๔.๑๑ สรางองคความรูและการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพในการจัดการปญหาเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศและสิ่งแวดลอม รักษาคุณภาพสิ่งแวดลอม ดิน น้ํา อากาศ ขยะ เสียงและทัศนะทางสายตาใหอยูในระดับที่เหมาะสม หนา ๗๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๑๕ นโยบายดานสาธารณสุข๑๕.๑ ปรับปรุงระบบสาธารณสุขโดยการพัฒนาโครงการประกันสุขภาพถวนหนายุคใหมใหมีประสิทธิภาพในดานตาง ๆ เพื่อใหการบริการที่ดียิ่งขึ้นแกประชาชน รวมทั้งพัฒนาคุณภาพการรักษาพยาบาลใหประชาชนเขาถึงบริการไดสะดวกรวดเร็วรอไมนานและทันการณ ในกรณีฉุกเฉินทั่วถึงและเทาเทียม ๑๕.๒ สงเสริมใหคนไทยทุกคนมีคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีทั้ง กาย จิตใจ วุฒิปญญา๑๕.๓ สงเสริมใหประชาชนสามารถดูแลสุขภาพตนเอง มีความรู และมีสวนรวมในการสงเสริมสุขภาพ ปองกันโรค การออกกําลังกาย อาหารปลอดภัย ลดพฤติกรรมเสี่ยงที่จะทําใหเกิดโรคตาง ๆ๑๕.๔ ใหคนไทยทุกคนมีหลักประกันสุขภาพที่ดีขึ้น มุงลดความเหลื่อมล้ําในการรักษาพยาบาลระหวางประชาชน ขาราชการและลูกจาง๑๕.๕ ดําเนินการรองรับการเขาสูสังคมผูสูงอายุ ควบคุม เฝาระวังโรคทุกชนิดใหความสําคัญในการดูแลกลุมเสี่ยง เชน เด็ก ผูสูงอายุผูหญิง และคนพิการ๑๕.๖ ปฏิรูปกลไกการเงินการคลัง ดานสุขภาพ ผลิตและการกระจายบุคลากรทางการแพทย และสาธารณสุขใหเพียงพอและทั่วถึง ดูแลสวัสดิภาพและคุมครองบุคลากรทางการแพทยและสาธารณสุขอยางเหมาะสม๑๕.๗ สงเสริมใหประเทศไทยเปนศูนยกลางการทองเที่ยวเชิงสุขภาพของโลกโดยคํานึงถึงความเพียงพอของบุคลากรทางการแพทยและสาธารณสุขในประเทศ๑๕.๘ มีมาตรการปองกัน และคุมครองผูบริโภคจากการใชยา อาหารและผลิตภัณฑที่อาจเปนอันตรายตอสุขภาพขอ ๑๖ นโยบายดานสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ๑๖.๑ เรงพัฒนาใหประเทศไทยเปนสังคมที่อยูพื้นฐานขององคความรู๑๖.๒ พัฒนาบุคลากรดานวิทยาศาสตร และเทคโนโลยีใหมีคุณภาพและเพียงพอ๑๖.๓ สนับสนุนใหมีการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร และเทคโนโลยีทั้งโดยภาคเอกชนและภาครัฐเพื่อประโยชนตอการพัฒนาประเทศใหนําระบบไฟฟามาแทนเครื่องจักรกล๑๖.๔ แสวงหาความรวมมือกับตางประเทศในการวิจัยและพัฒนาดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวของเพื่อเอื้อตอการดําเนินการดังกลาวหนา ๘๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ๑๖.๕ สนับสนุนเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม โดยเฉพาะการใชเทคโนโลยีดิจิทัลขอมูลและเทคโนโลยีปญญาประดิษฐมาใชในภาคการผลิต ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการใหมากขึ้นเพื่อเพิ่มศักยภาพและความสามารถในขณะที่เศรษฐกิจและเทคโนโลยีกําลังพลิกผันเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็ว๑๖.๖ ใหความคุมครองตอกฎหมายทรัพยสินทางปญญาอยางมีประสิทธิภาพ๑๖.๗ สนับสนุนใหมีการใชเทคโนโลยีที่สะอาด ปลอดภัยตอสุขภาพอนามัยของประชาชนและที่เปนมิตรตอสิ่งแวดลอมขอ ๑๗ นโยบายการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย๑๗.๑ เสริมสรางความเขมแข็งของสถาบันครอบครัว ลดความรุนแรงภายในครอบครัว๑๗.๒ สงเสริมใหประชาชนมีศักยภาพในการจัดการปญหาของตนเอง มีความคิดริเริ่มสรางสรรคในการสรางและพัฒนาชุมชนและสังคมใหเขมแข็งและมีความสุข๑๗.๓ สงเสริมและพัฒนาบทบาทสตรีในการมีสวนรวมพัฒนาประเทศอยางเสมอภาค๑๗.๔ มุงลดความเลื่อมล้ําในสังคม จัดใหประชาชนไดมีที่อยูอาศัยอยางเหมาะสมใหเปนสังคมที่นาอยูมีสันติสุข๑๗.๕ สงเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนใหเติบโตเปนพลเมืองที่มีคุณภาพตั้งแตอยูในครรภมารดาจนถึงเยาวชน สนับสนุนใหมีศูนยเลี้ยงเด็กกอนวัยเรียนที่มีคุณภาพขจัดการละเมิดสิทธิเด็กและเยาวชนในทุกรูปแบบ สงเสริมการเรียนรูตลอดชีวิตใหรูเทาทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมใหสามารถดํารงชีวิตอยูไดดวยความผาสุก ใหการสงเคราะหการศึกษา จัดสวัสดิการรวมถึงหาอาชีพใหแกผูดอยโอกาส ผูพิการปองกันและปราบปรามยาเสพติด แหลงอบายมุขที่เปนตนเหตุของความไมสงบสุขในสังคม๑๗.๖ สงเสริมใหผูสูงอายุ คนพิการ และผูดอยโอกาสมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นดวยการจัดสิ่งอํานวยความสะดวก ใหการสงเคราะห จัดการศึกษา จัดสวัสดิการ รวมถึงหาอาชีพใหแกผูดอยโอกาส ผูพิการ๑๗.๗ สรางความพรอมการเปนสังคมผูสูงอายุสงเสริมบทบาทผูสูงอายุใหมีสวนรวมในการพัฒนาบานเมือง๑๗.๘ มุงขจัดการเลือกปฏิบัติและความไมเทาเทียมที่เกิดจากเพศ อายุ ความพิการสภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล หนา ๘๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๑๘ นโยบายดานคมนาคม๑๘.๑ พัฒนาระบบคมนาคมขนสงทางบก ทางน้ํา และทางอากาศเพื่อขนสงสินคาและคนใหเขาถึงทุกพื้นที่ของประเทศใหเกิดความสะดวกรวดเร็ว ปลอดภัย และคุมคาโดยใชประโยชนจากเทคโนโลยีและนวัตกรรม๑๘.๒ พัฒนาระบบคมนาคมขนสงทางรางใหครอบคลุมโดยเชื่อมโยงโครงขายและการบริหารจัดการขนสงผูโดยสารและสินคาและบริการที่สะดวกและปลอดภัยทั้งในพื้นที่ชนบทพื้นที่เมือง และระหวางประเทศใหครบทุกจังหวัดใหมีรถไฟความเร็วสูงเชื่อมระหวางประเทศ๑๘.๓ พัฒนาระบบขนสงทางอากาศและพัฒนาศักยภาพของทาอากาศยานใหไดมาตรฐานสามารถรองรับตอความตองการของนักทองเที่ยวและการขนถายสินคาไดอยางมีประสิทธิภาพสงเสริมการสรางถนนที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงทั้งในเมืองและชนบทเพื่อลดอุบัติเหตุความเสียหายในชีวิตและทรัพยสิน ๑๘.๔ พัฒนาระบบโลจิสติกสใหมีประสิทธิภาพและเชื่อมตอเครือขายการขนสงตอเนื่องหลายรูปแบบอยางเปนระบบ ขุดคลองไทยเพื่อใหเปนศูนยกลางการขนสงจากมหาสมุทรอินเดียสูทะเลจีนใตและเปนศูนยกลางการคาขายของโลก๑๘.๕ พัฒนาทาอากาศยานในประเทศเพื่อใหประเทศไทยเปนศูนยกลางการบินการทองเที่ยวและการขนสงทางอากาศ๑๘.๖ สงเสริมการใชพาหนะพลังงานไฟฟา โดยใชมาตรการลดหยอนภาษีเพื่อสรางแรงกระตุน จูงใจใหตางประเทศมาลงทุนขอ ๑๙ นโยบายการปองกันประเทศและความมั่นคงของชาติ๑๙.๑ ปฏิรูปกองทัพใหเปนกองทัพที่อยูภายใตรัฐบาลตามหลักการสากลมีประสิทธิภาพ มีการใชเทคโนโลยีทางทหารที่ทันสมัย มีการปฏิบัติงานที่โปรงใสตรวจสอบได๑๙.๒ จัดใหกองทัพมีโครงสราง อัตราและกําลังพลที่เหมาะสมกับการปองกันประเทศพัฒนาระบบการบรรจุผูเขารับราชการทหารเพื่อใหมีประสิทธิผลในการไดมาซึ่งบุคลากรที่สมัครใจและตั้งใจปฏิบัติหนาที่๑๙.๓ ปลูกฝงและพัฒนาใหบุคลากรในกองทัพมีความเปนทหารอาชีพและมีจิตสํานึกประชาธิปไตย หนา ๘๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ๑๙.๔ สงเสริมอุตสาหกรรมปองกันประเทศใหสามารถบูรณาการขีดความสามารถของภาครัฐและเอกชน เพื่อนําไปสูการพึ่งพาตนในการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ๑๙.๕ สงเสริมความสัมพันธ และสรางความเชื่อมั่นระหวางกันกับกองทัพในกลุมสมาชิกอาเซียนเพื่อลดความหวาดระแวงและสรางความเขาใจระหวางกัน๑๙.๖ ดูแลสวัสดิภาพของกําลังพลในกองทัพ มิใหถูกละเมิดสิทธิหรือศักดิ์ศรีความเปนมนุษย ๑๙.๗ เจาหนาที่ตํารวจและฝายพลเรือนเปนผูมีความรับผิดชอบหลักในการรักษาความสงบเรียบรอยภายในประเทศ ถาจําเปนใหทหารเปนเพียงผูชวยพนักงานเทานั้น๑๙.๘ เสริมสรางกองทัพใหเขมแข็ง พัฒนากําลังพลใหมีประสิทธิภาพทันสมัยในการปองกันประเทศ สรางเสริมกําลังพลสํารอง (รด.) ใหสามารถใชงานไดจริงทดแทนกําลังพลทหารหลักไดโดยใหเรียนรด. ฟรี พรอมแจกอุปกรณการเรียนเครื่องแบบชุดฝกใหนักเรียนนักศึกษา ชั้นเตรียมอุดมตองเรียนทุกคน และเมื่อกําลังสํารองพรอมทุกดานแลวใหยกเลิกการเกณฑทหาร แตทุกคนตองเรียนวิชาทหารเตรียมตัวเปนกําลังสํารองเมื่อชาติตองการขอ ๒๐ นโยบายดานกีฬาและนันทนาการ๒๐.๑ สงเสริมกีฬาระดับชุมชนสถาบันการศึกษาและองคการใหเปนกิจกรรมหรือสื่อสงเสริมการออกกําลังกายใหพลานามัยสมบูรณ๒๐.๒ สงเสริมกิจกรรมนันทนาการใหประชาชนไดผอนคลาย มีความสนุกและความสุข๒๐.๓ สงเสริมการกีฬาใหเปนอาชีพและสงเสริมการทองเที่ยวเชิงกีฬา๒๐.๔ สงเสริมและพัฒนาบุคลากรดานกีฬาและสันทนาการใหมีความรูความสามารถทัดเทียมกับตางประเทศขอ ๒๑ นโยบายดานแรงงานและสวัสดิการสังคม๒๑.๑ วางระบบการศึกษาเพื่อผลิตใหมีแรงงานที่มีคุณภาพเพียงพอและยั่งยืนตามความตองการของประเทศ และสอดคลองเหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและนวัตกรรมมีมาตรการรองรับ ๒๑.๒ สงเสริมการจางงานและลดปญหาการวางงานของประชาชน ดวยการจัดหาแหลงงานทั้งในประเทศและตางประเทศมารองรับ หนา ๘๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ๒๑.๓ สงเสริมการพัฒนาฝมือแรงงานเพื่อเพิ่มทักษะและศักยภาพในการทํางานเพื่อใหการขับเคลื่อนดานการผลิตเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ และแรงงานมีรายไดสูงขึ้น๒๑.๔ ปรับปรุงคาแรงงานใหอยูในระดับที่เหมาะสมสอดคลองกับคาครองชีพในทองถิ่นและขนาดกิจการของผูประกอบการ๒๑.๕ คุมครองแรงงานตามกฎหมาย ปรับปรุงสวัสดิการและความปลอดภัยในการทํางานใหมากขึ้นศาลแรงงานไมตองมีทนายความ ใหทําเชนเดียวกับศาลปกครอง ปรับปรุงกฎหมายแรงงานที่ลาหลังที่ทําใหนายจางเอาเปรียบลูกจาง๒๑.๖ พัฒนาระบบประกันสังคมใหเกิดความเปนธรรมแกผูประกันตนและสรางหลักประกันการวางงานใหเกิดประสิทธิภาพ แรงงานที่เกษียณตองมีบํานาญที่สามารถเลี้ยงชีพตนเองไดจริงเดือนละไมต่ํากวา ๖,๐๐๐ บาท๒๑.๗ กําหนดมาตรการที่เหมาะสมในการบริหารจัดการแรงงานตางดาวใหสอดคลองกับมาตรการกําหนด จํากัดการใชแรงงานตางดาวของประเทศ ทั้งนี้ ควรคํานึงถึงแรงงานไทยเปนสําคัญ๒๑.๘ สงเสริมใหมีระบบสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมกับฐานะการเงินการคลังของประเทศ๒๑.๙ สงเสริมใหมีสหภาพแรงงานทุกบริษัทที่มีลูกจางจํานวน ๑๐๐ คนขึ้นไปเพื่อปองกันไมใหนายจางเอาเปรียบลูกจางขอ ๒๒ นโยบายตางประเทศ๒๒.๑ ดําเนินนโยบายตางประเทศเชิงรุกเพื่อเสริมความเขมแข็งใหประเทศไทยเพื่อใหมีบทบาทที่สรางสรรคโดดเดนและสําคัญในเวทีโลกเพิ่มพูนศักยภาพของประเทศในดานการคาและการลงทุนระหวางประเทศ๒๒.๒ มุงเนนนโยบายตางประเทศที่เปนมิตรกับนานาประเทศโดยถือหลักความเสมอภาคในการปฏิบัติตอกันและไมแทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน๒๒.๓ สงเสริมความรวมมือกับนานาประเทศในดานการเมือง เศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม สิ่งแวดลอม๒๒.๔ ยึดมั่นตอพันธกรณีระหวางประเทศตามกฎหมายระหวางประเทศกฎแหงสหประชาชาติและกติการะหวางประเทศที่ประเทศไทยเปนภาคีสมาชิกหนา ๘๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ๒๒.๕ มุงแกปญหาความขัดแยงระหวางประเทศดวยหลักสันติวิธี๒๒.๖ สงเสริมและคุมครองสิทธิมนุษยชนภายใตหลักการของรัฐธรรมนูญและกติการะหวางประเทศ ๒๒.๗ สงเสริมความสัมพันธอันดีกับประเทศเพื่อนบานและนานาประเทศทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก๒๒.๘ คุมครองและรักษาผลประโยชนของคนไทยในตางประเทศ๒๒.๙ มุงขจัดการเลือกปฏิบัติและความไมเทาเทียมที่เกิดจากเพศ ความพิการสภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล หมวด ๔โครงสรางการบริหารพรรคการเมืองและตําแหนงตาง ๆ ในพรรคการเมืองสวนที่ ๑โครงสรางการบริหารพรรคขอ ๒๓ โครงสรางของพรรคประชาอาสาชาติ ประกอบดวย(๑) คณะกรรมการบริหารพรรค(๒) คณะกรรมการสาขาพรรค(๓) ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสวนที่ ๒คณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๒๔ คณะกรรมการบริหารพรรค มีจํานวนไมนอยกวา ๑๔ คน ประกอบดวย(๑) หัวหนาพรรค(๒) รองหัวหนาพรรค จํานวน ๔ คน(๓) เลขาธิการพรรค(๔) รองเลขาธิการพรรค จํานวน ๑ คน(๕) เหรัญญิกพรรค(๖) ผูชวยเหรัญญิกพรรค จํานวน ๑ คนหนา ๘๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๗) นายทะเบียนสมาชิกพรรค(๘) ผูชวยนายทะเบียนสมาชิกพรรค จํานวน ๑ คน(๙) โฆษกพรรค(๑๐) รองโฆษกพรรค(๑๑) กรรมการบริหารพรรคขอ ๒๕ การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคใหดําเนินการในที่ประชุมใหญของพรรคโดยการลงคะแนนลับใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งตําแหนงคณะกรรมการบริหารพรรคจนครบ และมีจํานวนไมนอยกวาตามที่กําหนดในขอ ๒๔ในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนง ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวา ๒ คน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อควรอยูในที่ประชุมในกรณีบุคคลตามวรรคสามไดรับการเสนอชื่อเปนกรรมการบริหารพรรคตองไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้น และหากผูไดรับการเสนอชื่อไมอยูในที่ประชุมใหมีหนังสือยินยอมการดํารงตําแหนงขอ ๒๖ กรรมการบริหารพรรคตองเปนสมาชิกพรรค อายุไมต่ํากวา ๒๐ป มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่ไดรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรค หรือนับแตวันที่ที่ประชุมใหญพรรคเลือกตั้งคณะกรรมการการบริหารพรรคชุดใหม แลวแตกรณีกรรมการบริหารพรรคตองไมเปนกรรมการสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในขณะเดียวกันขอ ๒๗ ในระหวางการดํารงตําแหนงประธานสภาผูแทนราษฎร และรองประธานสภาผูแทนราษฎรจะเปนกรรมการบริหารพรรค หรือดํารงตําแหนงในพรรคขณะเดียวกันมิไดขอ ๒๘ ความเปนกรรมการบริหารพรรคการเมืองสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก โดยถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคหรือหัวหนาพรรคไดรับหนังสือ(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดหนา ๘๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ เมื่อตําแหนงกรรมการบริหารพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเขารักษาการแทน จนกวาจะมีการประชุมใหญเพื่อเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางซึ่งตองกระทําภายใน ๙๐ วัน นับแตวันที่ตําแหนงวางลงกรณี การเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคแทนตําแหนงที่วางหรือการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติมใหผูไดรับเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกตั้งเพิ่มเติมนั้น อยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๒๙ กรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ความเปนกรรมการบริหารพรรคของหัวหนาพรรคสิ้นสุดลงตามขอ ๒๘(๓) กรรมการบริหารพรรควางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดตามขอ ๒๔ในกรณีกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป และใหเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายใน ๖๐ วันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงในกรณีกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๒) และ (๓) ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป โดยใหรองหัวหนาพรรคตามลําดับรักษาการแทนหัวหนาพรรคถาไมมีรองหัวหนาพรรคใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งรักษาการแทน และใหเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายใน ๖๐ วันนับแตวันที่กรรมการบริหารพรรคการเมืองพนจากตําแหนงทั้งคณะในกรณีกรรมการบริหารพรรคพนจากสมาชิกพรรคทั้งหมดใหถือวาเปนเหตุใหเลิกพรรคขอ ๓๐ คณะกรรมการบริหารพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรคและมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการเลือกตั้ง(๒) ควบคุมและกํากับดูแลมิใหสมาชิกพรรคหรือผูดํารงตําแหนงในพรรค กระทําการในลักษณะที่อาจทําใหการเลือกตั้งหรือการเลือกมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ไมชอบดวยกฎหมายหรืออาจเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใดซึ่งสมัครเขารับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภา ไมวาโดยทางตรงหรือทางออม(๓) ใหความเห็นชอบในการจัดทําแผนหรือโครงการที่จะดําเนินกิจกรรมตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมือง หนา ๘๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๔) ดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรคใหเปนไปตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมือง (๕) การบริหารการเงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดของพรรคและสาขาพรรคตลอดจนจัดทําบัญชีตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมืองใหถูกตองตามความเปนจริง(๖) ตรวจสอบและควบคุมมิใหมีการนําเงินหรือทรัพยสินของพรรคไปใชจายเพื่อการอื่นใดนอกจากที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมือง(๗) กรณีพรรคสิ้นสภาพความเปนพรรคการเมือง หรือยุบพรรคยังคงตองปฏิบัติหนาที่อยูจนกวาการชําระบัญชีจะแลวเสร็จ แตจะดําเนินกิจกรรมทางการเมืองในนามพรรคที่สิ้นสภาพความเปนพรรคการเมืองหรือยุบพรรคมิได(๘) ออกระเบียบและจัดตั้งหนวยงานตาง ๆ เพื่อปฏิบัติงานใหเปนไปตามนโยบายพรรคและขอบังคับพรรค (๙) ควบคุมไมใหพรรค และผูซึ่งพรรคสงเขาสมัครรับเลือกตั้งใชเกินวงเงินตามที่กฎหมายกําหนด(๑๐) เลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๑๑) กําหนดใหมีการประชุมใหญพรรคอยางนอยปละ ๑ ครั้ง และรายงานกิจการดานตาง ๆตอประชุมใหญพรรค(๑๒) แตงตั้งและถอดถอนผูปฏิบัติงานในกิจการตาง ๆ ของพรรคและคณะทํางานเฉพาะกิจทั้งในสวนกลางและสวนภูมิภาค(๑๓) อื่น ๆขอ ๓๑ กรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนงมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) หัวหนาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(ก) เปนประธานของคณะกรรมการบริหารพรรค และเปนผูเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคตลอดจนดําเนินการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค(ข) เปนผูเรียกประชุมใหญของพรรคตามความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคและเปนประธานของที่ประชุมใหญพรรคตลอดจนดําเนินการประชุมใหญพรรค(ค) เปนผูเรียกประชุมรวมระหวางคณะกรรมการบริหารพรรคกับสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรค และเปนประธานของที่ประชุมตลอดจนเปนผูดําเนินการประชุมดังกลาวหนา ๘๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (ง) เปนผูลงนามประกาศ กฎระเบียบ มติของพรรค และคําสั่งพรรค(จ) ในกรณีที่มีความจําเปนในการดําเนินการทางการเมืองใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของพรรคไดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริการพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้น และใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติพรรค(ฉ) อํานาจอื่น ๆ ตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับพรรค(๒) รองหัวหนาพรรค มีหนาที่และอํานาจตามหนาที่หัวหนาพรรคหรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๓) เลขาธิการพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(ก) เปนผูตรวจสอบและกํากับดูแลกิจการทั้งปวงของพรรคตามที่คณะกรรมการพรรคมอบหมายและใหรับผิดชอบโดยตรงจากหัวหนาพรรค หรือรองหัวหนาพรรค ในกิจการที่หัวหนาพรรคมอบหมายใหปฏิบัติ (ข) เปนผูเสนอรายงานตอคณะกรรมการบริหารพรรค ที่เปนประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรค และตอที่ประชุมใหญพรรค(ค) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรค คณะที่ปรึกษาพรรค และสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรค และที่ประชุมใหญพรรค(ง) เปนผูกํากับดูแลการบริหารงานของสํานักงานใหญพรรค(๔) รองเลขาธิการของพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่เลขาธิการพรรค หรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๕) เหรัญญิกพรรค มีหนาที่ในการควบคุมรายรับ-รายจาย บัญชีทรัพยสินหนี้สินและงบการเงินของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด(๖) ผูชวยเหรัญญิกพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่เหรัญญิกพรรคหรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๗) นายทะเบียนสมาชิกพรรค มีหนาที่และอํานาจเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครเขาเปนสมาชิกพรรค และจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคใหตรงตามความเปนจริงและตองใหสมาชิกพรรคตรวจดูไดโดยสะดวก ณ สํานักงานใหญของพรรค รวมทั้งประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวยเพื่อประโยชนในการตรวจสอบความถูกตองหนา ๘๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๘) ผูชวยนายทะเบียนสมาชิกพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่นายทะเบียนสมาชิกพรรคหรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๙) โฆษกพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(ก) แถลงมติที่ประชุมของพรรค และแถลงกิจการตาง ๆ ของพรรค(ข) ประชาสัมพันธงานของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๑๐) รองโฆษกพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่โฆษกพรรคหรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๑๑) กรรมการบริหารพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมายสวนที่ ๓สาขาพรรคการเมืองขอ ๓๒ ภายในหนึ่งปนับตั้งแตวันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคตองดําเนินการใหมีสาขาพรรคในแตละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่คณะกรรมการเลือกตั้งกําหนดอยางนอยภาคละหนึ่งสาขา โดยสาขาพรรคแตละสาขาตองมีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาในเขตการเลือกตั้งหรือจังหวัดตั้งแตหารอยคนขึ้นไปขอ ๓๓ เขตเลือกตั้งใดหรือจังหวัดใดที่มีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตเลือกตั้งหรือจังหวัดนั้นตั้งแตหารอยคนขึ้นไป สมาชิกพรรคอาจจัดประชุมเพื่อดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองตามประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเกี่ยวกับการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคการเมืองตองไมมีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดอยูในจังหวัดนั้นขอ ๓๔ คณะกรรมการสาขาพรรคใหมีจํานวนไมนอยกวาแปดคน ประกอบดวย(๑) หัวหนาสาขาพรรค(๒) รองหัวหนาสาขาพรรค(๓) เลขานุการสาขาพรรค(๔) รองเลขานุการสาขาพรรค(๕) เหรัญญิกสาขาพรรค หนา ๙๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๖) นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค(๗) โฆษกสาขาพรรค(๘) กรรมการสาขาพรรคขอ ๓๕ กรรมการสาขาพรรคตองเปนสมาชิกพรรค มีอายุไมต่ํากวายี่สิบป มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับตั้งแตวันที่หัวหนาพรรคประกาศจัดตั้งสาขาพรรค หรือประกาศแตงตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม แลวแตกรณีกรรมการสาขาพรรคตองไมเปนกรรมการบริหารพรรคในขณะเดียวกันขอ ๓๖ การเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคใหดําเนินการในที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคหรือที่ประชุมใหญสาขาพรรค แลวแตกรณีใหที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคหรือที่ประชุมใหญสาขาพรรคเลือกตั้งตําแหนงคณะกรรมการสาขาพรรคจนครบ และมีจํานวนไมนอยกวาตามที่กําหนดในขอ ๓๔ในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการสาขาพรรคแตละตําแหนง ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวา ๒ คน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อควรอยูในที่ประชุมในกรณีบุคคลตามวรรคสามไดรับการเสนอชื่อเปนกรรมการสาขาพรรคตองไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้น และหากผูไดรับการเสนอชื่อไมอยูในที่ประชุมใหมีหนังสือยินยอมการดํารงตําแหนงขอ ๓๗ คณะกรรมการสาขาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรคและมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๒) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(๓) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศ และการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกันหนา ๙๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๔) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๕) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตาง และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(๖) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๗) การจัดประชุมสมาชิกพรรคการเมืองเพื่อรับฟงความคิดเห็นการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๘) การใหความเห็นเกี่ยวกับการกําหนดนโยบายของพรรคการเมืองที่ใชในการประกาศโฆษณาหาเสียง (๙) รับฟงความคิดเห็นจากสมาชิกพรรคการเมือง เพื่อเสนอใหพรรคการเมืองไปดําเนินการในสวนที่เกี่ยวของขอ ๓๘ กรรมการสาขาพรรคแตละตําแหนงมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) หัวหนาสาขาพรรคมีอํานาจและหนาที่ ดังนี้(ก) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรค(ข) จัดทําบัญชีรายชื่อพรอมที่อยูของสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาในเขตจังหวัดซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรค(ค) เปนผูแทนของสาขาพรรคและเปนผูรับผิดชอบในกิจกรรมทั้งปวงของสาขาพรรค(ง) เปนประธานของคณะกรรมการสาขาพรรค เรียกประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและเปนประธานการประชุม(จ) เรียกประชุมสาขาพรรค และเปนประธานของที่ประชุมตลอดจนดําเนินการประชุม(ฉ) มีสิทธิยับยั้งมติคณะกรรมการสาขาพรรค หรือคณะกรรมการอื่น ๆ ที่คณะกรรมการสาขาพรรคจัดตั้งขึ้น เพื่อขอใหมีการทบทวนมติในกรณีที่มีความจําเปน แต ทั้งนี้ ตองไมเกินสามวันซึ่งหากพนกําหนดดังกลาวใหถือวามติของที่ประชุมนั้นมีผลใชบังคับหนา ๙๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (ช) ในกรณีที่มีความจําเปนในการดําเนินการทางการเมืองใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของสาขาพรรคได โดยความเห็นชอบของกรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้น และใหถือวาการดําเนินการทางการเมืองเปนมติของสาขาพรรค (ซ) อํานาจอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด(๒) รองหัวหนาสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่ความรับผิดชอบตามที่หัวหนาสาขาพรรคมอบหมาย (๓) เลขานุการสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบ(ก) ตรวจสอบและกํากับการดูแลกิจการทั้งปวงของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย และใหรับผิดชอบโดยตรงจากหัวหนาสาขาพรรคในกิจการที่หัวหนาสาขาพรรคมอบหมายใหปฏิบัติ (ข) เสนอรายงานตอที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค และที่ประชุมใหญสาขาพรรค (ค) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค และที่ประชุมใหญสาขาพรรค (ง) กํากับดูแลการบริหารงานของสํานักงานสาขาพรรค(๔) รองเลขานุการสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบตามที่เลขานุการสาขาพรรคหรือคณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย(๕) เหรัญญิกสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบในการควบคุมรายรับ - รายจายบัญชีทรัพยสินหนี้สิน และงบการเงินของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคกําหนด(๖) นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค มีอํานาจรับผิดชอบทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค(๗) โฆษกสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบ(ก) แถลงมติที่ประชุมและกิจการตาง ๆ ของสาขาพรรค(ข) ประชาสัมพันธงานของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย(๘) กรรมการสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบโดยรับผิดชอบตามที่หัวหนาสาขาพรรคหรือคณะกรรมการสาขาพรรคมอบมายหนา ๙๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๓๙ ความเปนกรรมการสาขาพรรคสิ้นสุดเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก โดยใหถือวาผลสมบูรณเมื่อพรรคหรือหัวหนาพรรคไดรับหนังสือ(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดเมื่อตําแหนงกรรมการสาขาพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาสาขาพรรคแตงตั้งกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเขารักษาการแทน จนกวาจะมีการประชุมเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงหากตําแหนงหัวหนาสาขาพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหรองหัวหนาสาขาพรรคลําดับตนรักษาการแทนถาไมมีรองหัวหนาสาขาพรรค ใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งรักษาการแทน และใหมีอํานาจเรียกประชุมใหญสาขาเพื่อเลือกตั้งหัวหนาสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วางภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงกรณี การเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วางหรือการเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคเพิ่มเติมใหผูไดรับเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกตั้งเพิ่มเติมนั้น อยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของคณะกรรมการสาขาพรรคขอ ๔๐ กรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) กรรมการสาขาพรรควางลงกึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมดตามขอ ๓๔ในกรณีกรรมการสาขาพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป และใหประชุมใหญสาขาพรรคเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงในกรณีกรรมการสาขาพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนง (๒) ใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป และใหดําเนินการจัดประชุมใหญสาขาพรรคเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการสาขาพรรควางลงทั้งคณะหนา ๙๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ในกรณีที่ไมมีกรรมการสาขาพรรคเหลืออยู หรือมีแตไมยินยอมดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม คณะกรรมการบริหารพรรคจะดําเนินการเองหรือจะมอบหมายใหสมาชิกสาขาพรรคจํานวนหนึ่งดําเนินการแทนไดขอ ๔๑ เมื่อดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคครบในมาตรา ๓๓ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ แลว หากตอมาภายหลังมีสาขาพรรคไมครบตามมาตรา ๓๓ใหดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคใหครบตามมาตรา ๓๓ ภายในหกสิบวันนับแตวันที่สาขาพรรคมีจํานวนไมครบตามมาตรา ๓๓ สวนที่ ๔ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๔๒ ในจังหวัดที่มิไดเปนที่ตั้งสาขาพรรคการเมือง ถาพรรคการเมืองนั้นมีสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นเกินหนึ่งรอยคน พรรคการเมืองนั้นอาจแตงตั้งสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นซึ่งมาจากการเลือกของสมาชิกดังกลาวใหเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดตามจํานวนที่เห็นสมควรเพื่อดําเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองในจังหวัดนั้นการแตงตั้งตัวแทนของพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหเปนไปตามประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเกี่ยวกับการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๔๓ ใหตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด มีจํานวน ๓ คน ขึ้นไปขอ ๔๔ ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตองเปนสมาชิกพรรค มีอายุไมต่ํากวายี่สิบปมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่มีประกาศแตงตั้งเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ตองไมเปนกรรมการบริหารพรรคในขณะเดียวกันขอ ๔๕ การแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหดําเนินการในที่ประชุมของสมาชิกพรรคในจังหวัดนั้นไมนอยกวาหาสิบคนในการเสนอชื่อผูเขารับการเสนอชื่อเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวา ๒ คน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อควรอยูในที่ประชุมบุคคลตามวรรคหนึ่งไดรับการเสนอชื่อเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตองไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้น และหากผูไดรับการเสนอชื่อไมอยูในที่ประชุมมีหนังสือยินยอมการดํารงตําแหนงหนา ๙๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๔๖ ความเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสิ้นสุดลง เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ตาย(๓) ลาออก โดยใหถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคหรือหัวหนาพรรคไดรับหนังสือ(๔) ขาดจากสมาชิกภาพ(๕) หัวหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคสั่งใหพนจากการเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๖) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดในกรณีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขึ้นใหมและใหจัดประชุมสมาชิกเพื่อดําเนินการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดภายในหกสิบวันนับแตวันที่ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดครบวาระการดํารงตําแหนงหากตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดวางลงตาม (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่เหลืออยู อาจเรียกประชุมสมาชิกเพื่อดําเนินการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกเพิ่มเติมก็ได ที่นี้ใหอยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่แตงตั้งขึ้นกอนการเลือกแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกเพิ่มเติมในกรณีที่ไมมีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตาม (๒) (๓) (๔) (๕)และ ๖ ใหถือวาตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดดังกลาวสิ้นสภาพไป และแจงใหนายทะเบียนพรรคภายในสิบหาวันนับแตวันที่ไมเปนไปตาม ๔๓ขอ ๔๗ ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรค ขอบังคับและมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการเลือกตั้ง(๒) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทยหนา ๙๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๓) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศ และการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความเปนอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๔) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินการกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินการขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๕) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตาง และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(๖) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการเลือกตั้ง(๗) การจัดประชุมสมาชิกพรรคการเมืองเพื่อรับฟงความคิดเห็นการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกผูแทนราษฎร(๘) การใหความเห็นเกี่ยวกับการกําหนดนโยบายของพรรคการเมืองที่ใชในการประกาศโฆษณาหาเสียง (๙) รับฟงความคิดเห็นจากสมาชิกพรรคการเมือง เพื่อเสนอใหพรรคการเมืองไปดําเนินการในสวนที่เกี่ยวของ หมวด ๕การบริหารจัดการสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๔๘ การบริหารจัดการสาขาพรรค(๑) ใหมีการรับสมัครสมาชิกพรรค(๒) ใหมีการจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคในพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรค(๒) ประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป(๓) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรคหนา ๙๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๔๙ การบริหารจัดการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๑) ใหมีการรับสมัครสมาชิกพรรค(๒) ใหมีการจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคในพื้นที่ที่รับผิดชอบของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด (๓) ประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป(๔) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดหมวด ๖การประชุมสวนที่ ๑การประชุมใหญพรรคขอ ๕๐ พรรคการเมืองตองจัดใหมีการประชุมใหญสามัญของพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้งขอ ๕๑ สมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสี่ของจํานวนสมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสามของจํานวนกรรมการบริหาร หรือสมาชิกจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยูของพรรคหรือไมนอยกวาสองรอยหาสิบคน แลวแตจํานวนใดจะนอยกวา มีสิทธิเขาชื่อกันยื่นคํารองขอตอหัวหนาพรรคใหจัดการประชุมใหญวิสามัญของพรรคไดในกรณีตามวรรคหนึ่งคณะกรรมการบริหารพรรคตองจัดใหมีการประชุมใหญวิสามัญของพรรคภายในหกสิบวันนับแตวันที่ไดรับหนังสือจากสมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือกรรมการบริหารพรรคหรือสมาชิกพรรค แลวแตกรณีขอ ๕๒ องคประชุมของที่ประชุมใหญของพรรค ประกอบดวย(๑) กรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด(๒) ผูแทนของสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสาขาพรรค ซึ่งในจํานวนนี้จะตองประกอบดวยผูแทนของสาขาพรรคไมนอยกวาสองสาขาซึ่งมาจากตางภาคกัน(๓) ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไมนอยกวากึ่งหนึ่งของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๔) สมาชิกพรรค หนา ๙๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๕๓ องคประชุมใหญของพรรคตามขอ ๕๒ ตองมีรวมกันทั้งหมดไมนอยกวาสองรอยหาสิบคนการลงมติถือเสียงขางมากของที่ประชุม ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๕๔ ใหหัวหนาพรรคเปนประธานในที่ประชุมใหญพรรค ถาหัวหนาพรรคไมมาประชุมใหรองหัวหนาพรรคลําดับตนทําหนาที่แทน ถารองหัวหนาพรรคไมมาประชุมใหที่ประชุมใหญเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งเปนประธาน และใหเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการที่ประชุมแตถาเลขาธิการพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหที่ประชุมใหญเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนในกรณีกรรมการบริหารพรรคเหลือเพียงหนึ่งคนใหประธานในที่ประชุมใหญและใหเลือกสมาชิกพรรคที่เขารวมประชุมเปนเลขานุการที่ประชุมขอ ๕๕ การดําเนินกิจการดังตอไปนี้ ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญของพรรค(๑) การแกไขเปลี่ยนแปลงคําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรค หรือนโยบายของพรรค(๒) การแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรค(๓) การเลือกตั้งหัวหนาพรรค เลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรค นายทะเบียนสมาชิกพรรคและกรรมการบริหารอื่นของพรรค(๔) การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรค(๕) ใหความเห็นชอบรายงานการเงินและการดําเนินกิจการของพรรคที่ไดดําเนินการไปในรอบปที่ผาน (๖) กิจการที่เสนอโดยคณะกรรมการบริหารพรรคหรือหัวหนาสาขาพรรค(๗) กิจการอื่นตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองกฎหมายหรือขอบังคับพรรคการลงมติในที่ประชุมใหญใหกระทําโดยเปดเผย แตการลงมติเลือกบุคคลตาม (๓) และ (๔)ใหลงคะแนนลับขอ ๕๖ คําบอกกลาวเรียกประชุมใหญทุกคราวใหหัวหนาพรรคแจงกําหนดการประชุมใหกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด สมาชิกพรรคทราบลวงหนาไมนอยกวาเจ็ดวัน โดยใหระบุ วันเวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมดวยหนา ๙๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ สวนที่ ๒การประชุมใหญสาขาพรรคขอ ๕๗ หัวหนาสาขาพรรคตองจัดใหมีการประชุมใหญสามัญสาขาพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้งขอ ๕๘ องคประชุมของที่ประชุมใหญสาขาพรรคประกอบดวย(๑) กรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมด(๒) สมาชิกสาขาพรรคขอ ๕๙ องคประชุมใหญของสาขาพรรคตามขอ ๕๘ ตองมีรวมกันทั้งหมดไมนอยกวาหนึ่งรอยคนการลงมติใหถือเสียงขางมากของสมาชิกพรรคที่มารวมประชุม กรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๖๐ ใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานในที่ประชุมใหญสาขาพรรค ถาหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุม ใหรองหัวหนาสาขาพรรคทําหนาที่แทน ถารองหัวหนาสาขาพรรคไมมาหรือไมอยูในที่ประชุมใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่มาประชุมเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งเปนประธานที่ประชุมและใหเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่เปนเลขานุการในที่ประชุมในกรณีที่กรรมการสาขาพรรคเหลือเพียงหนึ่งคนใหเปนประธานในที่ประชุมใหญสาขาพรรคและใหเลือกสมาชิกสาขาพรรคที่เขารวมประชุมเปนเลขานุการในที่ประชุมขอ ๖๑ กิจการดังตอไปนี้ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญสาขาพรรค(๑) กิจการตามที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองหรือกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ หรือระเบียบ หรือประกาศของคณะกรรมการเลือกตั้ง หรือประกาศของนายทะเบียน (๒) เลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคหรือกรรมการสาขาพรรคขอ ๖๒ คําบอกกลาวเรียกประชุมใหญสาขาพรรคใหหัวหนาสาขาพรรค แจงกําหนดการประชุมใหกรรมการสาขาพรรค สมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนา อยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคนั้นทราบลวงหนาไมนอยกวาเจ็ดวัน โดยใหระบุ วัน เวลาและสถานที่ประชุมและระเบียบวาระการประชุมกรณีที่ไมมีคณะกรรมการสาขาพรรค ใหกรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกสาขาพรรคที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย แจงกําหนดการประชุมใหสมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคนั้นทราบตามวรรคหนึ่งหนา ๑๐๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ สวนที่ ๓การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๖๓ การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ใหหัวหนาพรรคเปนผูมีหนังสือเชิญประชุมและตองมีกรรมการบริหารพรรคมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคที่มีอยูในขณะนั้นจึงจะเปนองคประชุม ใหหัวหนาพรรคเปนประธานที่ประชุม ถาหัวหนาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองหัวหนาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่เปนประธานที่ประชุมแทนและใหเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการในที่ประชุม แตถาเลขาธิการพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดก็ใหรองเลขาธิการพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนกรณีรองหัวหนาพรรค หรือรองเลขาธิการพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหคณะกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูในขณะนั้น เลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนขอ ๖๔ มติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคใหถือเสียงขางมาก ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนชี้ขาดสวนที่ ๔การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคขอ ๖๕ การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค ใหหัวหนาสาขาพรรคเปนผูมีหนังสือเชิญประชุมและตองมีกรรมการสาขาพรรคมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคที่มีอยูในขณะนั้นจึงจะเปนองคประชุม โดยใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานในที่ประชุม หากหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหรองหัวหนาสาขาพรรคทําหนาที่แทน และใหเลขานุการสาขาพรรคเปนเลขานุการในที่ประชุม ถาเลขานุการสาขาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหรองเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่แทนกรณีรองหัวหนาสาขาพรรค หรือรองเลขานุการสาขาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูในขณะนั้น เลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนขอ ๖๖ มติของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคใหถือเสียงขางมาก ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดหนา ๑๐๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ หมวด ๗สมาชิกพรรคขอ ๖๗ สมาชิกพรรคตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้(๑) มีอายุไมต่ํากวาสิบแปดป(๒) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ในกรณีเปนผูมีสัญชาติไทยการเปลี่ยนแปลงสัญชาติตองไดสัญชาติไทยมาแลวไมนอยกวาหาป(๓) ไมเปนบุคคลตองหาม มิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๙๘ (๑) (๒)(๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๑) (๑๔) (๑๖) (๑๗) หรือ (๑๘) ของรัฐธรรมนูญ(๔) ไมเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดใหจําคุกวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการหรือตอตําแหนงหนาที่ในการยุติธรรมหรือกระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยความผิดของพนักงานในองคการหรือหนวยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพยที่กระทําโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญาเวนแตเปนการรอการลงโทษ(๕) ไมเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดใหจําคุกวากระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยการกูยืมเงินที่เปนการฉอโกงประชาชน กฎหมายวาดวยยาเสพติดในความผิดฐานเปนผูผลิต นําเขาสงออก หรือผูคากฎหมายวาดวยการพนันในความผิดฐานเปนเจามือหรือเจาสํานัก กฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการคามนุษย หรือกฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน(๖) ไมเปนสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นหรือผูยื่นคําขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นหรือผูแจงการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นขอ ๖๘ การสมัครเปนสมาชิกพรรคใหยื่นใบสมัครตามแบบพิมพของพรรคดวยตนเองพรอมดวยเอกสารประกอบตามที่พรรคกําหนด และใหออกใบเสร็จรับเงินตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคเริ่มตั้งแตไดชําระคาบํารุงพรรคการเมืองขอ ๖๙ สมาชิกภาพของสมาชิกพรรคสิ้นสุดลง เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามขอ ๖๗ เวนแตเปนกรณีมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๙๖ (๑) ของรัฐธรรมนูญ และเปนการบวชตามประเพณีนิยม แตในระหวางมีลักษณะตองหามดังกลาวจะใชสิทธิในฐานะสมาชิกพรรคมิไดหนา ๑๐๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๔) ไมชําระคาบํารุงพรรคการเมืองเปนเวลาสองปติดตอกัน(๕) พรรคมีมติใหออกเพราะกระทําผิดวินัยหรือจรรยาบรรณอยางรุนแรง หรือมีเหตุรายแรงอื่น(๖) พรรคสิ้นสภาพความเปนพรรคการเมือง หรือยุบพรรคการเมืองการลาออกจากสมาชิกพรรคตามวรรคหนึ่ง (๒) ใหถือวาสมบูรณเมื่อไดยื่นใบลาออกตอนายทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง หรือนายทะเบียนพรรคการเมืองการสิ้นสุดสมาชิกพรรคตามวรรคหนึ่ง (๕) หากสมาชิกผูนั้นดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎรมติของพรรคตองมีคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่ของที่ประชุมรวมของคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรคการสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกตามวรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ (๕) ใหพรรคแจงสมาชิกผูนั้นทราบโดยเร็วขอ ๗๐ สมาชิกพรรคมีสิทธิตาง ๆ ดังตอไปนี้(๑) เสนอขอคิดเห็นอันเปนประโยชนตอพรรค(๒) ไดรับการเลือกตั้งใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรค(๓) ไดรับการเลือกตั้งหรือแตงตั้งเปนผูปฏิบัติงาน คณะทํางาน หรือคณะกรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด หรืออนุกรรมการในคณะตาง ๆ หรือกรรมการบริหารพรรคตลอดจนที่ปรึกษาพรรค(๔) อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณาเปนแตละกรณีขอ ๗๑ สมาชิกพรรคมีหนาที่และความรับผิดชอบตอพรรค ดังตอไปนี้(๑) รวมรับผิดชอบตอเสถียรภาพของพรรค และใหความรวมมือในกิจกรรมของพรรคดวยจิตสํานึกในอุดมคติของพรรคในฐานะเปนเจาของพรรครวมกัน(๒) สนับสนุนสมาชิกพรรคผูที่พรรคไดพิจารณาสงลงสมัครรับเลือกตั้งในทุกระดับและใหความรวมมือในการดําเนินงานของพรรคดวยความเต็มใจ และบริสุทธิ์ใจเพื่อความกาวหนาของพรรค(๓) ปฏิบัติตามกฎระเบียบขอบังคับของพรรคอยางเครงครัด ใหการสนับสนุนนโยบายและมติของพรรคอยางจริงจัง(๔) รวมกิจกรรมทางการเมืองของพรรคดวยความเต็มใจและเต็มความสามารถหนา ๑๐๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๗๒ ความรับผิดชอบของพรรคตอสมาชิกพรรค ดังตอไปนี้(๑) ดําเนินการทางการเมืองอยางจริงจังและตอเนื่อง เพื่อใหพรรคไดกาวไปสูการมีบทบาททางการเมืองและเขาสูการบริหารประเทศตามนโยบายของพรรค เพื่อบรรลุเปาหมายตามอุดมการณ(๒) สงเสริมสถานภาพของสมาชิกพรรค ใหมีสมรรถภาพตอการดํารงชีวิตของตนเองและครอบครัว และจัดกิจกรรมที่เปนประโยชนเพื่อสมานสามัคคีระหวางมวลสมาชิกทั่วประเทศ(๓) ใหสวัสดิการคุมครองจากอิทธิพล อํานาจมืด และสงเสริมอาชีพใหกับมวลสมาชิก(๔) ใหความสําคัญแกมวลสมาชิกพรรคทุกทานอยางเต็มรูปแบบ โดยใหถือวาสมาชิกพรรคเปนบุคคลสําคัญและเปนองคกรหลักของพรรคหมวด ๘มาตรฐานทางจริยธรรมของสมาชิกพรรคและกรรมการบริหารพรรคสวนที่ ๑มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนอุดมการณขอ ๗๓ ตองยึดมั่นและธํารงไวซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยขอ ๗๔ ตองพิทักษรักษาไวซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแหงอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชนของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบรอยของประชาชนขอ ๗๕ ตองถือผลประโยชนของประเทศชาติเหนือกวาประโยชนสวนตนขอ ๗๖ ตองปฏิบัติหนาที่ดวยความซื่อสัตยสุจริต ไมแสวงหาประโยชนโดยมิชอบ เพื่อตนเองหรือผูอื่นหรือมีพฤติการณที่รูเห็นหรือยินยอมใหผูอื่นใชตําแหนงหนาที่ของตนแสวงหาประโยชนโดยมิชอบขอ ๗๗ ตองไมขอ ไมเรียก ไมรับ หรือยอมจะรับทรัพยสิน หรือพฤติกรรมอื่นใดในการที่อาจทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่ขอ ๗๘ ตองไมรับของขวัญหรือของกํานัล ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด เวนแตเปนการรับจากการใหโดยธรรมจรรยา และการรับที่มีบทบัญญัติแหงกฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับใหรับไดหนา ๑๐๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ สวนที่ ๒มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนคานิยมหลักขอ ๗๙ ไมกระทําการอันเปนการขัดกันระหวางประโยชนสวนตนกับประโยชนสวนรวมทั้งนี้ ไมวาโดยทางตรงหรือทางออมขอ ๘๐ ยึดมั่นหลักนิติธรรม และประพฤติตนอยูในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชนขอ ๘๑ ปฏิบัติหนาที่ดวยความยุติธรรม เปนอิสระ เปนกลาง และปราศจากอคติโดยไมหวั่นไหวตออิทธิพล กระแสสังคม หรือแรงกดดันอันมิชอบดวยกฎหมาย โดยคํานึงถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมแหงสถานภาพขอ ๘๒ รักษาไวซึ่งความลับในการประชุม การพิจารณาวินิจฉัย รวมทั้งเคารพตอมติของที่ประชุมฝายขางมาก และเหตุผลของทุกฝายอยางเครงครัดขอ ๘๓ ใหขอมูลขาวสารตามขอเท็จจริงแกประชาชนหรือสื่อมวลชนอันอยูในความรับผิดชอบของตนถูกตองครบถวนและไมบิดเบือนขอ ๘๔ ไมใหปรึกษาแกบุคคลภายนอก หรือแสดงความคิดเห็น หรือขอมูลตอสื่อสาธารณะหรือสาธารณชนในเรื่องที่อยูในระหวางการพิจารณา อันอาจกอใหเกิดความเสียหายหรือเสียความเปนธรรมแกการปฏิบัติหนาที่ เวนแตเปนการปฏิบัติหนาที่ตามกฎหมายขององคกรขอ ๘๕ ไมกระทําการใดที่กอใหเกิดความเสื่อมเสียตอเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหนงขอ ๘๖ ไมปลอยปละละเลยหรือยินยอมใหบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลที่อยูในกํากับดูแลหรือความรับผิดชอบของตน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดจากคูกรณีหรือจากบุคคลอื่นใดในประการที่อาจทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่ของตนขอ ๘๗ ไมคบหาสมาคมกับคูกรณี ผูประพฤติผิดกฎหมาย ผูมีอิทธิพล หรือผูมีความประพฤติหรือผูมีชื่อเสียงในทางเสื่อมเสีย อันอาจกระทบกระเทือนตอความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหนาที่ขอ ๘๘ ไมกระทําการอันมีลักษณะเปนการลวงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ จนเปนเหตุทําใหผูถูกกระทําไดรับความเดือดรอนเสียหายหรือกระทบตอการปฏิบัติหนาที่ โดยผูถูกกระทําอยูในภาวะจําตองยอมรับในการกระทํานั้น ไมนําความสัมพันธทางเพศที่ตนมีตอบุคคลใดมาเปนเหตุหรือมีอิทธิพลครอบงําใหใชดุลพินิจในการปฏิบัติหนาที่อันเปนคุณหรือโทษแกบุคคลหนา ๑๐๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ สวนที่ ๓จริยธรรมทั่วไปขอ ๘๙ ปฏิบัติหนาที่อยางเต็มกําลังความสามารถ และยึดมั่นในความถูกตองชอบธรรมโปรงใสและตรวจสอบได และปฏิบัติตามกฎหมาย โดยคํานึงถึงผลประโยชนของชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวมขอ ๙๐ ดูแลรักษาและใชทรัพยสินของพรรคอยางประหยัดคุมคา โดยระมัดระวังมิใหเสียหายหรือสิ้นเปลืองโดยไมจําเปนขอ ๙๑ รักษาความลับของพรรค และระเบียบแบบแผนของพรรคขอ ๙๒ ดําเนินการอื่นใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ และระบบคุณธรรม รวมทั้งสงเสริมและสนับสนุนใหเกิดความสามัคคี ในการปฏิบัติหนาที่เพื่อประโยชนสวนรวมสวนที่ ๔การฝาฝนและไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมขอ ๙๓ การฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในสวนที่ ๑ ใหถือวามีลักษณะรายแรงการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในสวนที่ ๒ และสวนที่ ๓ จะถือวามีลักษณะรายแรงหรือไม ใหพิจารณาถึงพฤติกรรมของการฝาฝนหรือไมปฏิบัติ เจตนาและความรายแรงของความเสียหายที่เกิดจากการฝาฝนหรือไมปฏิบัตินั้นขอ ๙๔ การดําเนินการแกบุคคลใดวากระทําการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมนี้ใหเปนไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับวาดวยการนั้นหมวด ๙การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ และการคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีสวนที่ ๑คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๙๕ เมื่อมีกรณีตองสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง พรรคตองจัดใหมีคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง หนา ๑๐๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๙๖ ใหมีคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งมีจํานวน ๑๕ คน ประกอบดวย(๑) กรรมการบริหารพรรคจํานวน ๗ คน(๒) หัวหนาสาขาพรรคไมนอยกวาสี่สาขาซึ่งมาจากตางภาคกัน จํานวน ๔ คน(๓) ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด จํานวน ๔ คนขอ ๙๗ การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งใหดําเนินการในที่ประชุมใหญพรรคโดยการลงคะแนนลับตามลําดับ ดังนี้(๑) ใหที่ประชุมใหญกําหนดจํานวนของคณะกรรมการสรรหาตามขอ ๙๖(๒) ใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาจนครบจํานวนตามที่กําหนดใน (๑)ซึ่งในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการสรรหา ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวาสิบคนและผูที่ไดรับการเสนอชื่อไดรับการเสนอตองอยูในที่ประชุมขอ ๙๘ กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่ประชุมใหญพรรคใหความเห็นชอบขอ ๙๙ ความเปนกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก โดยใหถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคไดรับหนังสือลาออก(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) พนจากความเปนกรรมการบริหารพรรค หัวหนาสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๕) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดเมื่อตําแหนงกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งวางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรค หรือกรรมการสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด แลวแตกรณีเขาทําหนาที่แทน จนกวาจะมีการเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วาง ซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงขอ ๑๐๐ กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งทั้งคณะพนจากตําแหนง เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งวางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งทั้งหมด หนา ๑๐๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ในกรณีกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งชุดใหม ซึ่งตองกระทําภายในหกสิบวันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงในกรณีการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งทั้งพนจากตําแหนงตาม (๒) ใหกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป จนกวาจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งชุดใหมซึ่งตองกระทําภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งพนจากตําแหนงทั้งคณะ สวนที่ ๒การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตการเลือกตั้งขอ ๑๐๑ พรรคการเมืองซึ่งประสงคจะสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งในจังหวัดใด ตองมีสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในจังหวัดนั้น ในกรณีที่พรรคการเมืองใดมีสาขาพรรคการเมืองมากกวาหนึ่งสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดมากกวาหนึ่งตัวแทนในจังหวัดใด ใหพรรคการเมืองนั้นกําหนดวาจะใหสาขาพรรคการเมืองสาขาใดหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้นเปนสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งขอ ๑๐๒ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหากําหนด วัน เวลา และสถานที่ในการสมัครเปนผูสมัครรับเลือกตั้งและประกาศใหสมาชิกพรรคทราบเปนการทั่วไป(๒) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครตาม (๑) ใหคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้ง แลวสงรายชื่อผูสมัครใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๓) เมื่อสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับรายชื่อผูสมัครจากคณะกรรมการสรรหาแลว ใหหัวหนาสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดการประชุมสมาชิกพรรคเพื่อรับฟงความคิดเห็นและใหสมาชิกใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสงมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดหนา ๑๐๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๔) ใหสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสงรายชื่อผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้งทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็นตาม (๓)ใหคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาเสนอความคิดเห็น(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงรายชื่อผูสมัครของแตละเขตเลือกตั้งพรอมความคิดเห็นตาม (๓) และ (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่จะเสนอใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง สวนที่ ๓การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อขอ ๑๐๓ การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ใหพรรคการเมืองจัดทําบัญชีรายชื่อเพื่อสงใหสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด โดยตองคํานึงถึงผูสมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิงดวย ในกรณีที่พรรคการเมืองใดมีสาขาพรรคการเมืองมากกวาหนึ่งสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดมากกวาหนึ่งตัวแทน ในจังหวัดใดใหพรรคการเมืองนั้นกําหนดวาจะใหสาขาพรรคการเมืองสาขาใดหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้น เปนสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อขอ ๑๐๔ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหากําหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสมัครและการเสนอรายชื่อบุคคลเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง และมีหนังสือแจงไปยังคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองหัวหนาสาขาพรรคการเมือง ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด และประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไป(๒) ใหกรรมการบริหารพรรคการเมือง หัวหนาสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด เสนอรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหคณะกรรมการสรรหา(๓) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครและเสนอรายชื่อตาม (๑) แลว ใหคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามและจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งไมเกินหนึ่งรอยรายชื่อโดยตองคํานึงถึงผูสมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิงแลวสงบัญชีรายชื่อดังกลาวใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดหนา ๑๐๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๔) เมื่อสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งตาม (๓) จากคณะกรรมการสรรหาแลวใหหัวหนาสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด จัดการประชุมสมาชิกเพื่อรับฟงความคิดเห็นและใหสมาชิกใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสงมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการเลือกตั้งกําหนดและสงบัญชีรายชื่อดังกลาวทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็นใหคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งพรอมเสนอความคิดเห็น(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งพรอมความคิดเห็นตาม (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่เหมาะสมเปนผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อแลวจัดลําดับตามที่เห็นวาเหมาะสมเพื่อใหไดบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเพื่อประโยชนในการสงเสริมการมีสวนรวมของสมาชิก ในกรณีที่สมาชิกผูใดมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดที่ยังมิไดมีการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหสามารถใชสิทธิการเปนสมาชิกในจังหวัดใกลเคียงที่มีสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองกําหนดสวนที่ ๔ขอยกเวนในการสงผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๑๐๕ ในการเลือกตั้งทั่วไป การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ ใหดําเนินการสรรหาตามวิธีการกําหนดในขอ ๑๐๒ และขอ ๑๐๔ เวนแตกรณีที่เปนการสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งสําหรับการเลือกตั้งแทนการเลือกตั้งที่เปนโมฆะหรือการเลือกตั้งใหมในกรณีที่ไมมีผูใดไดรับเลือกตั้งหรือกรณีผูสมัครตายกอนปดการรับสมัครรับเลือกตั้งใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งและคณะกรรมการบริหารพรรคเปนผูพิจารณารวมกันสวนที่ ๕การคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีขอ ๑๐๖ ในการเลือกตั้งทั่วไป ใหพรรคที่สงผูสมัครรับเลือกตั้งแจงรายชื่อบุคคลซึ่งพรรคนั้นมีมติวาจะเสนอใหสภาผูแทนราษฎรเพื่อพิจารณาใหเห็นชอบแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีไมเกินสามรายชื่อตอคณะกรรมการเลือกตั้งกอนปดการรับสมัครเลือกตั้งพรรคจะไมเสนอรายชื่อบุคคลตามวรรคหนึ่งก็ไดหนา ๑๑๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๑๐๗ การเสนอชื่อบุคคลตามขอ ๑๐๕ ตองเปนไปตามหลักเกณฑ ดังตอไปนี้(๑) ตองมีหนังสือยินยอมของบุคคลซึ่งไดรับการเสนอชื่อ โดยมีรายละเอียดตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด(๒) ผูไดรับการเสนอชื่อตองเปนผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามที่จะเปนรัฐมนตรีตามที่รัฐธรรมนูญกําหนด และไมเคยทําหนังสือยินยอมตาม (๑) ใหพรรคการเมืองอื่นในการเลือกตั้งคราวนั้นการเสนอชื่อบุคคลใดที่มิไดเปนไปตามวรรคหนึ่ง ใหถือวาไมมีการเสนอชื่อบุคคลนั้นหมวด ๑๐หลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกบุคคลดํารงตําแหนงทางการเมืองขอ ๑๐๘ กรณีที่จะมีการแตงตั้งบุคคลเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมือง ใหพรรคประกาศใหสมาชิกที่ทราบเปนการทั่วไปเพื่อเชิญชวน ใหกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรคตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด และสมาชิกพรรค เสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรจะเสนอใหไดรับการพิจารณาแตงตั้งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองตอคณะกรรมการบริหารพรรคภายในระยะเวลาที่กําหนดและใหคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาคัดเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามที่กฎหมายกําหนด และเปนบุคคลที่มีความรู ความสามารถ ซื่อสัตยสุจริต มีคุณธรรมจริยธรรมจากรายชื่อบุคคลที่กรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดหรือสมาชิกพรรคเสนอมาเพื่อแตงตั้งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองหมวด ๑๑การบริหารการเงินและทรัพยสิน และการจัดทําบัญชีของพรรคสาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๑๐๙ ใหคณะกรรมการบริหารพรรคมีหนาที่บริหารการเงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดของพรรคและสาขาพรรคตลอดจนจัดใหมีการทําบัญชีใหถูกตองตามความเปนจริงใหหัวหนาสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรคหรือที่ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับหรือจาย โดยบันทึกบัญชีใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันที่รายการนั้นเกิดขึ้น และสรุปรายงานใหพรรคทราบเปนประจําทุกสิ้นเดือนและปดประกาศไว ณ สํานักงานสาขาพรรคหรือที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดหนา ๑๑๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ใหหัวหนาสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด จัดใหมีการทําบัญชีรายชื่อพรอมที่อยูของสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัด ซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรคหรือในเขตจังหวัดที่ตนเปนตัวแทน และปดประกาศไว ณ สํานักงานสาขาพรรคหรือที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๑๑๐ การลงรายการบัญชีพรรคตองมีรายการและเอกสารประกอบการลงบัญชีที่ถูกตองครบถวนโดยตองจัดทําภายในระยะเวลา ดังนี้(๑) การลงบัญชีรายชื่อรายวันแสดงรายไดหรือรายรับ และแสดงคาใชจายหรือรายจาย และบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาค ตองลงรายการใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตรายการนั้นเกิดขึ้น(๒) การลงบัญชีแยกประเภท บัญชีแสดงรายการทรัพยสิน และบัญชีแสดงหนี้สินตองลงรายการใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันสิ้นเดือนของเดือนที่รายการนั้นเกิดขึ้นหมวด ๑๒รายไดของพรรคและอัตราคาธรรมเนียม และคาบํารุงพรรคการเมืองขอ ๑๑๑ พรรคอาจมีรายได ดังตอไปนี้(๑) เงินทุนประเดิมของพรรค(๒) เงินคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมือง(๓) เงินที่ไดจากการจําหนายสินคาหรือบริการของพรรค(๔) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดที่ไดจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรค(๕) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดที่ไดจากการบริจาค(๖) เงินอุดหนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง(๗) ดอกผลและรายไดที่เกิดจากเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดของพรรคสวนที่ ๑การหารายไดจากการจําหนายสินคาขอ ๑๑๒ การจําหนายสินคาหรือบริการตองไมมุงแสวงหาผลกําไรมาแบงปนกันในทางธุรกิจโดยราคาหรือคาตอบแทนจากการจําหนายสินคาหรือการใหบริการจะตองคํานึงราคาตามปกติในทองที่นั้นหนา ๑๑๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๑๑๓ สถานที่จําหนายสินคาหรือบริการ ไดแก ที่ตั้งสํานักงานใหญพรรค ที่ตั้งสํานักงานสาขาพรรค สถานที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด บริเวณสถานที่จัดกิจกรรมระดมทุนหรือบริเวณสถานที่จัดประชุมใหญของพรรค สาขาพรรคขอ ๑๑๔ เมื่อพรรค สาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดดําเนินการจําหนายสินคาหรือบริการ ใหหัวหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการพรรคจัดทําทะเบียนสินคาหรือบริการ ซึ่งประกอบดวย รายการ จํานวนเงิน หรือมูลคาของสินคา หรืออัตราคาบริการแตละประเภทใหครบถวนถูกตองขอ ๑๑๕ การจําหนายสินคาหรือบริการ ใหบันทึกบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับและใหแสดงในงบการเงินประจําปของพรรคใหครบถวนถูกตองสวนที่ ๒การจัดกิจกรรมระดมทุนขอ ๑๑๖ การจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคตองกระทําโดยเปดเผยและแสดงวัตถุประสงควาเปนการระดมทุนของพรรคอยางชัดเจนการใหเงิน ทรัพยสินแกพรรค รวมถึงการใหประโยชนอื่นใดแกพรรคที่ไดจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคใหอยูภายใตบังคับบทบัญญัติเรื่องการรับบริจาคขอ ๑๑๗ สถานที่จัดกิจกรรมระดมทุน ไดแก ที่ตั้งสํานักงานใหญพรรค ที่ตั้งสํานักงานสาขาพรรค สถานที่ที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด บริเวณสถานที่จัดประชุมของพรรคสาขาพรรค หรือสถานที่พรรคเห็นสมควรขอ ๑๑๘ ภายในสามสิบวันนับแตวันที่จัดกิจกรรมระดมทุนสิ้นสุดลง ใหหัวหนาพรรคจัดทํารายละเอียดเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมระดมทุน คาใชจายในการจัดกิจกรรมและจํานวนเงินที่ไดรับจากการจัดกิจกรรมระดมทุน และใหหัวหนาพรรคประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป พรอมทั้งแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบดวยขอ ๑๑๙ การจัดกิจกรรมระดมทุน ใหบันทึกบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับ และบัญชีรายวันแสดงคาใชจายหรือรายจาย และใหแสดงในงบการเงินประจําปของพรรคใหครบถวนถูกตองหนา ๑๑๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ สวนที่ ๓การรับบริจาคของพรรคขอ ๑๒๐ ใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคเปดบัญชีเงินฝากกับธนาคารพาณิชยโดยระบุชื่อเจาของบัญชี “พรรคประชาอาสาชาติ”ในการรับบริจาคของพรรคใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคเปดบัญชีเงินฝากกับธนาคารพาณิชยโดยระบุชื่อเจาของบัญชี “พรรคประชาอาสาชาติ” (เพื่อการบริจาค)ใหหัวหนาพรรคแจงหมายเลขบัญชีของบัญชีเงินฝากและจํานวนเงินที่เปดบัญชีของทุกบัญชีใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในเจ็ดวันนับแตวันที่เปดบัญชีขอ ๑๒๑ การบริจาคเปนเงินสดใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคนําเงินฝากไวในบัญชีธนาคารพาณิชยตามขอ ๑๒๐ ภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาค กรณีรับบริจาคเปนตั๋วแลกเงินหรือเช็คจะตองไมถูกปฏิเสธการจายเงิน จึงถือไดวาเปนการบริจาคแกพรรคขอ ๑๒๒ เมื่อมีการบริจาคใหผูรับบริจาคจัดทําบันทึกการรับบริจาคใหแลวเสร็จภายในสามวันนับแตวันที่ไดรับบริจาคและใหจัดสงบันทึกการรับบริจาคพรอมเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาคถาหากทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดมิอาจนําสงแกพรรคได ใหผูรับบริจาคแจงรายละเอียดเกี่ยวกับการรับบริจาคนั้นใหพรรคทราบขอ ๑๒๓ เมื่อพรรคไดรับหลักฐานตามขอ ๑๒๒ ใหออกใบเสร็จรับเงิน (เงินบริจาค)หรือหลักฐานการรับบริจาคทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด ภายในวันที่รับบริจาคแลวจัดสงใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการรับเงินบริจาคใหแกผูบริจาคภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ออกหลักฐานนั้นขอ ๑๒๔ ใหพรรคบันทึกการรับบริจาคไวในบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาคของพรรคใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันที่เกิดรายการ โดยอยางนอยตองมีรายการ ดังนี้(๑) ชื่อ ที่อยูของพรรค(๒) ชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยูของผูบริจาค(๓) ชื่อตัว ชื่อสกุล และตําแหนงผูรับบริจาค(๔) วัน เดือน ปที่รับบริจาคหนา ๑๑๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ (๕) รายละเอียดการรับบริจาค(๖) จํานวนเงินหรือมูลคาทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด(๗) เอกสารอางอิง(๘) ลายมือชื่อหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคขอ ๑๒๕ ใหหัวหนาพรรคประกาศบัญชีรายชื่อผูบริจาค จํานวนเงิน รายการทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดที่ไดรับบริจาคที่มีมูลคาไมนอยกวาหาพันบาท พรอมทั้งวัตถุประสงคของการบริจาคเพื่อใหประชาชนเปนประจําทุกวันที่ ๑ ของเดือนถัดไปการตีราคาทรัพยสิน หรือการประเมินมูลคาประโยชนอื่นใดที่ไดรับบริจาคใหคํานวณราคาทรัพยสิน อัตราคาเชา คาตอบแทน หรือคาของสิทธิที่รับตามปกติทางการคาในทองที่นั้นขอ ๑๒๖ เมื่อหัวหนาพรรคดําเนินการตามขอ ๑๒๕ แลว ใหแจงนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่ประกาศขอ ๑๒๗ บุคคลใดจะบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดแกพรรคมีมูลคาเกินสิบลานบาทตอพรรคตอปมิได และในกรณีที่บุคคลนั้นเปนนิติบุคคล การบริจาคเงินทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคไมวาพรรคเดียวหรือหลายพรรคเกินปละหาลานบาท ตองแจงใหที่ประชุมใหญผูถือหุนทราบในการประชุมใหญคราวตอไปหลังจากบริจาคแลวพรรคจะรับบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดซึ่งมีมูลคาเกินวรรคหนึ่งไดสวนที่ ๔อัตราคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมืองขอ ๑๒๘ สมาชิกพรรคตองชําระคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมืองปละไมนอยกวายี่สิบบาทและแบบตลอดชีพไมนอยกวาสองรอยบาทเพื่อประโยชนในการนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของสมาชิกใหถือวารอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของปที่สมาชิกไดชําระคาบํารุงพรรคการเมืองเปนครั้งแรกสิ้นสุดในวันสิ้นปปฏิทินของปเดียวกันนั้น และใหเริ่มตนนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของปถัดไปใหม โดยใหเริ่มตนนับแตวันที่ ๑ มกราคม และสิ้นสุดในวันที่ ๓๑ ธันวาคมของปเดียวกัน ทั้งนี้ สมาชิกพรรคอาจชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของปถัดไปภายในกรอบระยะเวลาดังกลาวเมื่อใดก็ได หนา ๑๑๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ หมวด ๑๓การใชจายของพรรคขอ ๑๒๙ เงินและทรัพยสินของพรรคตองนําไปใชจายเพื่อดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคคาใชจายเกี่ยวกับการเลือกตั้งของพรรคและสมาชิกและคาใชจายในการบริหารพรรคพรรคตองเปดเผยคาใชจายในการโฆษณาหรือประชาสัมพันธการดําเนินกิจกรรมของพรรคทุกประเภท เพื่อใหสมาชิกและประชาชนทราบเปนการทั่วไป โดยปดประกาศ ณ ที่ทําการของพรรคหรือเผยแพรผานในระบบฐานขอมูลพรรคการเมือง หรือวิธีการอื่นใดที่เขาไดโดยสะดวกภายในระยะเวลาสามสิบวันนับแตดําเนินการเสร็จสิ้นแลวขอ ๑๓๐ ในกรณีที่พรรค ผูบริหารพรรค หรือบุคคลใดใหเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดแกสมาชิกซึ่งดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ไมวาโดยทางตรงหรือออม และไมวาจะใหเปนประจําหรือเปนครั้งคราว ถาการใหหรือรับเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดนั้นไมควรเปนความผิดตามมาตรา ๑๔๔ หรือมาตรา ๑๔๙ แหงประมวลกฎหมายอาญา ใหพรรค ผูบริหารพรรคหรือบุคคลนั้น แลวแตกรณีแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบถึงการใหเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดนั้น และประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวยหามมิใหสมาชิกซึ่งดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎรรับเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดจากบุคคลใดโดยไมมีมูลอันจะอางไดตามกฎหมาย เวนแตเงินที่ไดมีการแจงไวตามวรรคหนึ่งขอ ๑๓๑ ใหเปนหนาที่ของคณะกรรมการบริหารพรรคที่จะตองตรวจสอบและควบคุมมิใหมีการนําเงินหรือทรัพยสินของพรรคไปใชจายเพื่อการอื่นใดนอกจากที่กําหนดไวในขอ ๑๒๖ และขอ ๑๒๗หมวด ๑๔การเลิกพรรค สาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๑๓๒ การเลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหเปนไปตามมติคณะกรรมการบริหารพรรคในกรณีกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะดวยเหตุพนจากสมาชิกพรรคใหถือวาเปนเหตุใหเลิกพรรค หนา ๑๑๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ขอ ๑๓๓ ในกรณีพรรคตองสิ้นสภาพความเปนพรรคการเมือง หรือยุบพรรค ใหทรัพยสินของพรรคที่เหลือภายหลังจากการชําระบัญชีแลวตกเปนของมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชอําเภอทาบอ จังหวัดหนองคายจึงประกาศใหทราบโดยทั่วกันประกาศ ณ วันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๗แสวง บุญมีเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งนายทะเบียนพรรคการเมืองหนา ๑๑๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๑๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๗Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)