ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคไทยภักดี
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเรื่อง การเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคไทยภักดีตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองไดมีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๗ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคไทยภักดี กรณี นายสกล มาเนียมลาออกจากสมาชิกพรรคและกรรมการบริหารพรรคไทยภักดี ตามหนังสือลาออก ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๗ซึ่งนายทะเบียนพรรคการเมืองไดรับทราบการลาออกดังกลาว ในวันเดียวกันและพรรคไทยภักดีไดรับทราบการลาออกดังกลาว เมื่อวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๗ จึงทําใหสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคไทยภักดีสิ้นสุดลง และทําใหความเปนกรรมการบริหารพรรคไทยภักดี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามขอบังคับพรรคไทยภักดี พ.ศ. ๒๕๖๔ ขอ ๖๔ วรรคหนึ่ง (๒) และขอ ๑๕ วรรคหนึ่ง (๒)และ (๓) ทําใหคณะกรรมการบริหารพรรคไทยภักดี คงเหลือ จํานวน ๙ คน นั้นบัดนี้ หัวหนาพรรคไทยภักดีไดแจงการเปลี่ยนแปลงตอนายทะเบียนพรรคการเมืองตามมาตรา ๓๘ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ กรณีที่ประชุมใหญสามัญประจําปพรรคไทยภักดี ครั้งที่ ๑/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๗มีมติ ดังนี้๑. แกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคไทยภักดี พ.ศ. ๒๕๖๔ แกไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๖๖ ขอบังคับพรรคไทยภักดี พ.ศ. ๒๕๖๗โดยที่ประชุมใหญพรรคไทยภักดี เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๗ ไดมีมติแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคไทยภักดี พ.ศ. ๒๕๖๔ แกไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๖ ดังนี้ขอ ๑ ขอบังคับพรรคนี้เรียกวา “ขอบังคับพรรคไทยภักดี พ.ศ. ๒๕๖๗”ขอ ๒ ขอบังคับพรรคนี้ใหใชบังคับตั้งแตวันที่ไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญพรรคการเมืองเปนตนไปขอ ๓ ใหยกเลิกขอบังคับพรรคไทยภักดี พ.ศ. ๒๕๖๔ และที่แกไขเพิ่มเติมทุกฉบับหมวด ๑บททั่วไปขอ ๔ พรรคการเมืองที่ใชขอบังคับนี้เรียกวา “พรรคไทยภักดี” ชื่อยอภาษาไทย “ทภด”ชื่อภาษาอังกฤษ “Thaipakdee” ชื่อยอ “TPD”หนา ๔๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
พรรคไทยภักดีใชภาพเครื่องหมายของพรรค เปนรูปหัวใจ ภายในรูปหัวใจประกอบดวย สีเขียว หมายถึง ความสงบรมเย็น และความอุดมสมบูรณที่เปนสุข สีแดง หมายถึง ชาติและหมายความรวมถึง ความนิยมในชาติ สีขาวหมายถึง ศาสนา สีน้ําเงินหมายถึง สถาบันพระมหากษัตริยเมื่อนําทั้งสี่สีมารวมกันเปนรูปหัวใจ หมายถึง การรวมใจเปนหนึ่งเดียวของคนทั้งชาติที่ยึดมั่นในหลักศาสนาและเทิดทูนไวซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย และมีคําวา ไทยภักดี ใตเครื่องหมายพรรคดังภาพเครื่องหมายพรรคไทยภักดี แสดงดานลาง ดังตอไปนี้ขอ ๕ สํานักงานใหญพรรคตั้งอยู ณ บานเลขที่ ๒๐๖ ถนนประชาราษฎร ตําบลตลาดขวัญอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ๑๑๐๐๐ หมวด ๒คําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคขอ ๖ คําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรค(๑) พรรคไทยภักดี จะปกปองสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย และมีปณิธานที่มั่นคงชัดเจนตออุดมการณประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข(๒) พรรคไทยภักดี จะสืบสานรากเหงา เอกลักษณ อัตลักษณความเปนไทยรักษาไวซึ่งขนบธรรมเนียม ประเพณีอันดีงามของไทย(๓) พรรคไทยภักดี จะดําเนินการลดอํานาจ ควบคุม ตรวจสอบทุนโกงชาติลดความเหลื่อมล้ํา สรางความเปนธรรมใหกับประชาชนทุกอาชีพ(๔) พรรคไทยภักดี เสริมสรางศักยภาพในการประกอบอาชีพของทุกชนชั้นดวยเทคโนโลยีทันสมัย เพื่อสรางความเทาเทียมของประชาชน(๕) พรรคไทยภักดี สรางรากฐานความมั่งคั่งของชาติอยางมั่นคงดวยแนวทางเศรษฐกิจที่พึ่งพาตนเอง หนา ๔๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
หมวด ๓นโยบายพรรคขอ ๗ ดานความมั่นคง(๑) การบริหารราชการแผนดิน เนนประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ผลักดันใหมีการใชทรัพยากรอยางประหยัด เกิดประสิทธิภาพ คุมคาตอการลงทุนและบังเกิดประโยชนสูงสุดตอสวนรวมทั้งนี้ ตองมีการลดขั้นตอนและระยะเวลาในการปฏิบัติงาน เพื่ออํานวยความสะดวกและลดภาระคาใชจายตลอดจนยกเลิกภารกิจที่ลาสมัยและไมมีความจําเปน(๒) การบริหารราชการแผนดินตองมาจากวิสัยทัศนเชิงยุทธศาสตร เพื่อใหเกิดประสิทธิผลตอบสนองความตองการของประชาชนและผูมีสวนไดสวนเสียทุกฝาย ปฏิบัติตามพันธกิจใหบรรลุวัตถุประสงคมีการวางเปาหมายการปฏิบัติที่ชัดเจน และอยูในระดับที่ตอบสนองตอความคาดหวังของประชาชนสรางกระบวนการปฏิบัติงานอยางเปนระบบและมีมาตรฐาน มีการจัดการความเสี่ยงและมุงเนนผลการปฏิบัติงานเปนเลิศ รวมถึงมีการติดตามประเมินผลและพัฒนาปรับปรุงการปฏิบัติงานใหดีขึ้นอยางตอเนื่อง (๓) การบริหารราชการแผนดินที่สามารถจัดการใหตอบสนองความตองการของประชาชนไดอยางมีคุณภาพ สามารถดําเนินการใหแลวเสร็จภายในระยะเวลาที่กําหนด สรางความเชื่อมั่นไววางใจรวมถึงตอบสนองตามความคาดหวังของประชาชน และผูมีสวนไดสวนเสียที่มีความหลากหลายและมีความแตกตางกันไดอยางเหมาะสม(๔) การบริหารราชการแผนดินที่สามารถตอบคําถามและชี้แจงไดทันทีเมื่อมีขอสงสัยรวมทั้งตองมีการจัดวางระบบการรายงานความกาวหนาและผลสัมฤทธิ์ตามเปาหมายที่กําหนดไวตอสาธารณะเพื่อประโยชนในการตรวจสอบและการใหคุณใหโทษ ตลอดจนมีการจัดเตรียมระบบการแกไขหรือบรรเทาปญหาและผลกระทบใด ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได(๕) สนับสนุนและเขารวมการบริหารราชการแผนดินที่มีประสิทธิภาพ เพื่อกอใหเกิดการพัฒนาทั้งทางดานสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศอยางยั่งยืน คํานึงถึงผลประโยชนของประเทศชาติและประชาชนเปนสําคัญ โดยมีหนวยงานราชการที่มีประสิทธิภาพทําหนาที่ขับเคลื่อนดวยความรวดเร็วโปรงใส มีมาตรฐาน จัดใหมีศูนยบริการประชาชนแบบครบวงจร สามารถตรวจสอบไดหนา ๔๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
โดยประชาชน พรรคไทยภักดีจะสงเสริมศักดิ์ศรี สวัสดิการ และความมั่นคงในการปฏิบัติหนาที่ของขาราชการการบริหารราชการแผนดินที่เปดเผย โปรงใส มีความซื่อสัตยสุจริต ตรงไปตรงมารวมถึงตองมีการเปดเผยขอมูลขาวสารที่จําเปนและเชื่อถือไดใหประชาชนไดรับทราบอยางสม่ําเสมอตลอดจนวางระบบใหการเขาถึงขอมูลขาวสารดังกลาวเปนไปโดยงาย(๖) มุงพิทักษรักษา และเทิดทูนไวซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริยตลอดจนยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข(๗) มุงมั่นที่จะปรับปรุงและพัฒนาบทบัญญัติแหงกฎหมายใหมีประสิทธิภาพดวยการสรางกลไกของกฎหมายใหมีความทันสมัย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองสามารถตอบสนองตอความตองการของทุกคนในสังคมไดอยางทั่วถึงและเปนธรรมและสงเสริมการบริหารกระบวนการยุติธรรมใหมีความรวดเร็ว เสมอภาคและเทาเทียมกันระหวางรัฐและเอกชนสงเสริมใหคนในสังคมเคารพซึ่งสิทธิและหนาที่ระหวางกัน และจะรักษาไวซึ่งความยุติธรรมในการบังคับใชกฎหมาย(๘) เปดโอกาสใหประชาชนมีสวนรวมทางการเมือง ใหเปนการเมืองภาคประชาชนมีความเปนประชาธิปไตยอยางแทจริง ประชาชนในระดับชุมชน หมูบาน และทองถิ่นซึ่งเปนหนวยการปกครองฐานรากของประเทศตองมีพื้นที่เขารวมในทุกขั้นตอนของกระบวนการทางการเมืองไดอยางอิสระโดยพรรคไทยภักดีจะเปนองคกรอํานวยความสะดวก สงเสริมและสนับสนุนใหทุกความคิดสรางสรรคเกิดเปนพลังบวก และมีขั้นตอนในการปฏิบัติใหเปนรูปธรรมไดจริง(๙) เนนการกระจายอํานาจการบริหาร การปกครอง และการคลังใหทองถิ่นตัดสินใจในกิจการของทองถิ่นเอง ทั้งในดานการพัฒนาเศรษฐกิจ ระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการตลอดจนสารสนเทศพื้นฐานในทองถิ่นอยางทั่วถึงและเทาเทียมกันทั่วประเทศ พรอมใหการสนับสนุนประชาชนที่รวมกันเปนกลุมหรือองคกรตาง ๆ พัฒนาจังหวัดของตนเอง(๑๐) สงเสริมใหประชาชนมีสวนรวมในการปฏิรูปการเมือง โดยเริ่มตนที่การพัฒนาพรรคการเมืองใหเปนการเมืองของประชาชน ประชาชนมีสวนรวมไดตลอดเวลาเขารวมพัฒนาพรรคการเมืองใหมีความเขมแข็ง ตอบสนองเจตนารมณของประชาชน สงเสริมเสรีภาพของประชาชนในการรวมกันเปนกลุมหมูคณะ หรือองคกรตาง ๆ เพื่อรักษาไวซึ่งผลประโยชนของกลุมโดยคํานึงถึงประโยชนของสังคมสวนรวมเปนสําคัญ หนา ๔๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
(๑๑) ยึดหลักนิติธรรมที่ตองใชอํานาจของกฎหมาย กฎระเบียบ ขอบังคับในการปฏิบัติงานอยางเครงครัด ดวยความเปนธรรมไมเลือกปฏิบัติ และคํานึงถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชนเปนสําคัญ(๑๒) สนับสนุนและตรวจสอบการปฏิบัติและการบังคับใชกฎหมายใหถูกตอง รวดเร็วเปนธรรม และทั่วถึง สงเสริมการใหความชวยเหลือและใหความรูทางกฎหมายแกประชาชน สนับสนุนการปฏิบัติทั้งปวงที่จะทําใหกระบวนการยุติธรรมมีประสิทธิภาพ โดยใหประชาชนและองคกรวิชาชีพมีสวนรวมในกระบวนการยุติธรรม และการชวยเหลือประชาชนทางกฎหมาย(๑๓) สงเสริมและสนับสนุนใหมีการเพิ่มศักยภาพหนวยงานที่มีหนาที่ใหความเห็นทางกฎหมายใหสามารถปฏิบัติงานไดอยางรวดเร็ว สามารถใหความชวยเหลือแกภาคเอกชนและประชาชนไดตามหลักเกณฑและใหบุคลากรของหนวยงานทางกฎหมายมีสวนใหความรู เพื่อเสริมศักยภาพในทางกฎหมายมหาชนการดําเนินคดีปกครอง การยกรางกฎหมาย และการตีความกฎหมายแกเจาหนาที่ของรัฐในหนวยงานตาง ๆเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเกื้อกูลการปฏิบัติราชการเพื่อการบริการประชาชน(๑๔) สงเสริมและสนับสนุนใหมีการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของหนวยงานทางกฎหมายโดยไดจัดอบรมกฎหมายมหาชนโดยบูรณาการรวมกับหนวยงานที่เกี่ยวของเนนการมีสวนรวมของประชาชนเปนสําคัญ และการจัดตั้งองคกรปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่ปราศจากการแทรกแซงของรัฐ(๑๕) สงเสริมและสนับสนุนใหมีการนําเทคโนโลยีที่ทันสมัยและความรูทางนิติวิทยาศาสตรมาใชและใหมีระบบขอมูลที่เชื่อมโยงกัน สามารถใชติดตามผลและนําไปใชในการปรับปรุงประสิทธิภาพของหนวยงานและเจาหนาที่ในกระบวนการยุติธรรมได พรอมทั้งผลักดันใหทุกภาคสวนรวมกันอํานวยความยุติธรรมเชนการตรวจพิสูจนและจัดการขอมูลดานนิติวิทยาศาสตรการตรวจพิสูจนทางนิติวิทยาศาสตรเพื่อสนับสนุนการดําเนินคดี การตรวจพิสูจนสารพันธุกรรมเพื่อคืนสิทธิสัญชาติใหกับประชาชนการตรวจพิสูจนสารพันธุกรรมผูไมมีสถานะทางทะเบียน การรับแจงบุคคลสูญหายเพื่อดําเนินการตรวจพิสูจนทางนิติวิทยาศาสตร เปนตน(๑๖) มุงเนนการคุมครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลใหพนจากการลวงละเมิดทั้งโดยเจาหนาที่ของรัฐและโดยบุคคลอื่น และตองอํานวยความยุติธรรมแกประชาชนอยางเทาเทียมกัน(๑๗) สนับสนุนใหมีการปรับปรุงระบบการชวยเหลือทางกฎหมายและคาใชจายแกประชาชนที่ไมไดรับความเปนธรรม โดยใหเขาถึงความเปนธรรมไดงาย รวดเร็ว สงเสริมกองทุนยุติธรรมเพื่อคุมครอง ชวยเหลือคนจนและผูดอยโอกาส คุมครองผูถูกลวงละเมิดสิทธิเสรีภาพ และเยียวยาผูบริสุทธิ์หรือไดรับผลกระทบจากความไมเปนธรรม โดยเนนความสุจริตและความมีประสิทธิภาพของภาครัฐหนา ๔๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
(๑๘) สนับสนุนใหใชมาตรการทางการเงิน ภาษีและการปองกันการฟอกเงินมาใชในการปองกันและปราบปรามผูมีอิทธิพลและเจาหนาที่ของรัฐที่ทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือกระทําผิดเกี่ยวกับการคามนุษยแรงงานทาส การกอการรายสากล ยาเสพติด และอาชญากรรมขามชาติ(๑๙) สงเสริมและพัฒนาระบบงานยุติธรรมทางเลือก ใหหนวยงานที่เกี่ยวของจัดตั้งศูนยยุติธรรมชุมชนในทุกระดับ เพื่อทําหนาที่ไกลเกลี่ยและระงับขอพิพาทในชุมชน รับเรื่องราวรองเรียนรองทุกข รับแจงเบาะแสจากประชาชน แกไขฟนฟูผูกระทําความผิด ปองกันพฤติกรรมและการกระทําความผิดของเด็กและเยาวชน(๒๐) สนับสนุนการจัดตั้งองคกรเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่ดําเนินการเปนอิสระเพื่อปรับปรุงและพัฒนาขั้นตอนการใหความยุติธรรมกับประชาชน รวมทั้งการปรับปรุงกฎหมายใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญโดยตองรับฟงความคิดเห็นของผูไดรับผลกระทบจากกฎหมายนั้นประกอบดวยขอ ๘ ดานเศรษฐกิจ(๑) มุงเนนการสรางนวัตกรรมมาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแขงขันเพื่อเรงฟนฟูเศรษฐกิจไทยใหกลับมาขยายตัวไดสูงขึ้นโดยเรงการลงทุนในโครงสรางพื้นฐานและระบบโลจิสติกสสรางบรรยากาศการลงทุนที่จูงใจใหภาคเอกชนขยายการลงทุน เพิ่มโอกาสการตอยอดรายไดใหสูงขึ้นโดยการใชนวัตกรรม คุณภาพคน การปรับปรุงดานกฎระเบียบ และการบริหารจัดการที่ดีเปนปจจัยในการขับเคลื่อน (๒) สงเสริมและสนับสนุนยุทธศาสตรการสรางความเขมแข็งทางเศรษฐกิจที่แขงขันไดอยางยั่งยืนใหความสําคัญกับการบริหารเศรษฐกิจมหภาคใหมีเสถียรภาพ เพิ่มประสิทธิภาพภาคการเงิน และดูแลวินัยทางการเงินการคลัง ควบคูกับการดําเนินยุทธศาสตรสรางความเขมแข็งใหกับเศรษฐกิจรายสาขาทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการที่เปนฐานรายไดเดิมและขยายสาขาการผลิตและบริการใหม ๆสําหรับอนาคต (๓) สนับสนุนการจัดหาพลังงานใหเพียงพอกับความตองการใชภายในประเทศอยางมีคุณภาพมีความมั่นคง และมีราคาที่เหมาะสม ประชาชนไดประโยชนสูงสุดโดยสงเสริมใหเกิดการแขงขันอยางเสรีในธุรกิจพลังงาน และเพิ่มบทบาทของภาคเอกชนในกิจการพลังงาน เพื่อใหมีประสิทธิภาพมากขึ้นสงผลใหประชาชนผูบริโภคมีทางเลือกไดรับบริการที่ดีมีคุณภาพ และราคาที่เปนธรรม พัฒนาเทคโนโลยีหนา ๔๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
การผลิตเชื้อเพลิงใหมีประสิทธิภาพที่มีผลกระทบตอสภาวะแวดลอมนอยที่สุด และพัฒนาเทคโนโลยีระบบควบคุมมลพิษใหเปนไปตามมาตรฐานสากล ทั้งนี้ ก็เพื่อสงเสริมเศรษฐกิจในภาคประชาชนใหเขมแข็งมากขึ้น(๔) สนับสนุนและสงเสริมธุรกิจการทองเที่ยว โดยจะเรงฟนฟูระดับความสัมพันธกับประเทศที่มีนักทองเที่ยวเขามาทองเที่ยวจํานวนมาก ผลักดันใหมีการบริหารจัดการการทองเที่ยวโดยใชกลยุทธการตลาดเชิงรุกโดยสรางกิจกรรมทองเที่ยวทั้งระดับภายในประเทศและระหวางประเทศและยกระดับประเทศไทยใหเปนศูนยกลางการประชุม การสัมมนา และการแสดงสินคาของภูมิภาคเอเชียสนับสนุนและสงเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอม (SME) ผลักดันให SME มีความสามารถในการประกอบธุรกิจแบบมืออาชีพพัฒนาคนรุนใหมใหกาวเขาสูการเปนผูประกอบการที่สรางคุณคาดวยเทคโนโลยีและนวัตกรรมในเชิงพาณิชยใหมากขึ้น รวมถึงการผลักดันใหมีการลดขั้นตอนในการจดสิทธิบัตรในดานกิจการของสหกรณถือเปนเรื่องสําคัญมากในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากจึงจะผลักดันใหมีการแกกฎหมายที่เปนอุปสรรคทั้งปวง เพื่อใหกิจการของสหกรณดําเนินไปไดอยางมีประสิทธิภาพ(๕) เรงรัดพัฒนาโครงสรางพื้นฐานอยางตอเนื่อง เพื่อตอบสนองความตองการของประชาชนเชน การพัฒนาโครงขายระบบราง การพัฒนาเสนทางการขนสงหลักเพื่อเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบาน การยกระดับคุณภาพการใหบริการระบบคมนาคมขนสงการเดินทาง ใหมีความปลอดภัย เปนมิตรตอสิ่งแวดลอม และประชาชนสามารถเขาถึงระบบขนสงอยางเสมอภาคและเทาเทียม รวมทั้งยกระดับการคมนาคมขนสงใหสามารถรองรับผูใชงานไดทุกกลุมทั้งผูสูงอายุ ผูพิการ และเด็ก โดยตองคํานึงถึงการพัฒนาดานกฎหมาย การวิจัย และการพัฒนาบุคลากร(๖) สรางความมั่นคงดานน้ํา ซึ่งเปนปจจัยการผลิตทางเศรษฐกิจที่สําคัญใหมีกระบวนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําทั้งน้ําผิวดินและน้ําใตดินใหมีประสิทธิภาพบริหารจัดการน้ําในระดับลุมน้ําใหมีความสมดุลระหวางความตองการใชน้ํา ในทุกกิจกรรมกับปริมาณน้ําตนทุนเพื่อแกไขปญหาการขาดแคลนน้ําและลดจํานวนประชาชนที่ประสบปญหาจากการขาดแคลนน้ําควบคูกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใชน้ําทั้งภาคการผลิตและการบริโภค ปองกันและลดความเสียหายจากอุทกภัยและภัยแลงอยางยั่งยืนหนา ๕๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
(๗) สงเสริมบริหารจัดการเกษตรกรรมตั้งแตตนน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา ดวยเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่ทันสมัย พรอมกับสรางเสริมความรักในการประกอบอาชีพเกษตรสมัยใหม เพื่อสรางความเขมแข็งแกภาคการเกษตร(๘) สรางความเปนธรรมภายใตเกษตรพันธะสัญญาระหวางนายทุนกับเกษตรกรเพื่อไมใหเกิดความเอารัดเอาเปรียบของทุนผูกขาด(๙) สรางแนวคิดเศรษฐกิจที่พึ่งพาตนเองที่มีรากฐานจากเศรษฐกิจพอเพียงโดยเริ่มตนจากวิสาหกิจชุมชน สูวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอม มุงสูอุตสาหกรรมขนาดใหญเพื่อสรางความเขมแข็งใหกับระบบเศรษฐกิจตั้งแตฐานราก และสรางขีดความสามารถทางการแขงขันใหกับเศรษฐกิจของประเทศ(๑๐) สรางมูลคาเพิ่มของสินทรัพยของประเทศโดยการนําที่ดินในเขตปาไมเสื่อมโทรมมาพัฒนาใหเปนที่ดินที่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได เพื่อสรางหลักทรัพยในการประกอบอาชีพใหกับประชาชนลดความยากจน และเพิ่มมูลคาใหกับระบบเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมขอ ๙ ดานสังคม(๑) มุงเนนลดความเหลื่อมล้ําในสังคมและเอื้อประโยชนตอกลุมคนที่มีรายไดนอยใหมีโอกาสเขาถึงสวัสดิการตาง ๆ เพิ่มขึ้น โดยการปรับโครงสรางการจัดสรรงบประมาณรายจายภาครัฐโดยใหความสําคัญกับการจัดสรรงบประมาณเชิงบูรณาการและเชิงพื้นที่ที่มีการกําหนดเปาหมายเพื่อลดความยากจนและลดความเหลื่อมล้ําในสังคมควบคูไปกับเปาหมายทางเศรษฐกิจ สนับสนุนใหเพิ่มการจัดสวัสดิการสังคมใหกับกลุมผูมีรายไดนอยอยางเหมาะสม เชน การเพิ่มเบี้ยคนพิการและเบี้ยยังชีพผูสูงอายุที่ยากจนใหเพียงพอที่จะดํารงชีพ สนับสนุนการจัดหาที่อยูอาศัยและระบบสาธารณูปโภคแกปญหาชุมชนแออัดในเมือง ทั้งนี้ จะตองมีการเชื่อมโยงระบบฐานขอมูลกับการจัดบริการภาครัฐอยางเปนระบบ (๒) สรางโอกาสในการมีที่ดินทํากินของตนเองและยกระดับรายได สนับสนุนใหรัฐเขาไปสนับสนุนการมีที่ดินทํากินอยางยั่งยืนในรูปแบบที่ครบวงจร ตั้งแตการจัดสรรที่ดินทํากินอยางมีเงื่อนไขเพื่อปองกันการเปลี่ยนมือผูไดรับการจัดสรรที่ดินใหแกกลุมคนจนในภาคเกษตรที่ไรที่ดินทํากินการพัฒนาทักษะความชํานาญ การจัดสรรเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพอยางทั่วถึง การขยายโอกาสหนา ๕๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
ในการเขาถึงขาวสาร สารสนเทศ และองคความรูในการประกอบอาชีพและการสนับสนุนดานการตลาดตลอดจนสงเสริมทักษะการบริหารเงินเพื่อใหสามารถจัดการรายได เงินทุน และหนี้สินอยางมีประสิทธิภาพและสนับสนุนการจัดตั้งธนาคารที่ดินเพื่อเปนกลไกที่ทําใหเกิดการกระจายการถือครองที่ดินที่จะชวยใหเกษตรกรกลุมเกษตรผูยากจนไดมีที่ดินทํากินและมีที่อยูอาศัยอยางยั่งยืน(๓) เรงสงเสริมการจัดทําโครงสรางพื้นฐานที่เหมาะสมใหประชากรกลุมตาง ๆโดยเฉพาะกลุมเด็ก เยาวชน สตรี ผูพิการ ผูสูงอายุ และผูดอยโอกาสทางสังคม เพื่อใหเขาถึงบริการของรัฐและโอกาสทางสังคมไดอยางเทาเทียม รวมถึงการไดรับการพัฒนาทักษะใหสามารถประกอบอาชีพและมีรายไดตามศักยภาพและความเหมาะสมของแตละบุคคล พรอมทั้งสงเสริมบทบาทของกลุมขางตนใหมีสวนรวมในการบริหารและการตัดสินใจทั้งในระดับชาติและระดับทองถิ่นเพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศอยางเปนภาพรวม(๔) สนับสนุนการยกระดับคุณภาพการบริการทางสังคมใหทั่วถึงโดยเฉพาะอยางยิ่งดานการศึกษาและสาธารณสุข รวมทั้งการปดชองวางการคุมครองทางสังคม และมุงเนนมากขึ้นการเพิ่มทักษะแรงงานและการใชนโยบายแรงงานที่สนับสนุนการเพิ่มผลิตภาพแรงงานและเสริมสรางรายไดสูงขึ้นและการสรางโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมโดยเฉพาะอยางยิ่งการสนับสนุนในเรื่องการสรางอาชีพรายได เชน การสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลางและขนาดยอม วิสาหกิจชุมชนและวิสาหกิจเพื่อสังคม การพัฒนาองคกรการเงินฐานรากและการเขาถึงเงินทุนเพื่อสรางอาชีพ และการสนับสนุนการเขาถึงปจจัยการผลิตคุณภาพดีที่ราคาเปนธรรม เปนตน และในขณะเดียวกันก็ตองเพิ่มประสิทธิภาพการใชงบประมาณเชิงพื้นที่และบูรณาการเพื่อการลดความเหลื่อมล้ําลงใหเห็นผลไดอยางเปนรูปธรรม(๕) สงเสริมและสนับสนุนสถาบันทางสังคมใหมีความเขมแข็งและมีสวนรวมในการแกปญหาและพัฒนาประเทศโดยเฉพาะสถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา สถาบันทางศาสนา ชุมชนสื่อมวลชนและภาคเอกชน โดยมุงเนนการปรับเปลี่ยนคานิยมคนไทยใหมีคุณธรรม จริยธรรม มีวินัยจิตสาธารณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค สงเสริมการเลี้ยงดูในครอบครัวที่เนนการฝกเด็กใหรูจักการพึ่งพาตัวเองมีความซื่อสัตย มีวินัย มีศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม มีความรับผิดชอบในรูปแบบของกิจกรรมที่เปนกิจวัตรประจําวัน สนับสนุนกิจกรรมสงเสริมใหพอแมหรือผูปกครองเปนแบบอยางที่ดีใหกับเด็กเพื่อการเรียนรูแบบซึมซับและยึดถือเปนตนแบบในการดําเนินชีวิตที่ดีตอไปไดหนา ๕๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
(๖) สนับสนุนใหเด็กและเยาวชนรวมถึงประชาชนทั่วไปเขาสูระบบการศึกษาตลอดชีวิตเพราะสถานการณในปจจุบันนี้ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเกิดขึ้นอยางรวดเร็ว มีสิ่งใหม ๆที่ตองเรียนรูอยางตอเนื่อง พรรคไทยภักดีจะสงเสริมใหเกิดสถาบันการศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัยผานเทคโนโลยีสมัยใหม เพื่อใหประชาชนเขาถึงไดสะดวกและรวดเร็ว สามารถเขาศึกษาไดตลอดเวลา(๗) มุงเนนการพัฒนาคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาใหเขาถึงองคความรูใหม ๆที่ทันสมัยทั้งในและตางประเทศ มีระบบการสรางแรงจูงใจใหครูกลับถิ่นฐานบานเกิดเพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในทองถิ่นพรอมทั้งสงเสริมโอกาสในการเขาถึงความมั่นคงในวิชาชีพที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีมีเกียรติมีศักดิ์ศรีและมีอุดมการณ ทั้งนี้ พรรคไทยภักดีจะผลักดันใหวิชาชีพครู อาจารย เปนอาชีพ“สรางพลเมือง” เปนอาชีพที่ตองไดรับสวัสดิการและสิทธิพิเศษจากรัฐเปนกรณีพิเศษ(๘) สนับสนุนใหมีการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบใหเปนการศึกษาที่ผูเรียนสามารถแสวงหาความรูดวยตนเองจากสื่อการสอนทุกรูปแบบ ทั้งสื่อสิ่งพิมพและสื่อดิจิทัล โดยเนนใหผูเรียนมีทักษะในการสืบคนและใชเทคโนโลยีสารสนเทศเปนการเรียนแบบบูรณาการ สหวิชาการ เชื่อมโยงความรูกับจินตนาการเปลี่ยนแปลงไปสูรูปธรรมใหผูเรียนมีทักษะที่ตองการ เชน การทํางานรวมกันความคิดสรางสรรคและการสื่อสารที่ดีซึ่งการจัดการศึกษาตองสรางความพอใจใหผูเรียนและทาทายสูการสรางกระบวนการเรียนรูใหผูเรียนอยากเรียน เพื่อนําไปสูการคนพบตนเองไดตั้งแตเยาววัย(๙) มุงเนนการพัฒนาศักยภาพของสถานศึกษา โดยจะสงเสริมและสนับสนุนการกระจายอํานาจใหองคกรปกครองสวนทองถิ่น ชุมชน องคกรทางศาสนาและภาคเอกชนเขามามีสวนในการจัดการศึกษาทุกระดับ รวมถึงบูรณาการสถานศึกษาเพื่อใหสอดคลองกับจํานวนประชากรในปจจุบันและสงเสริมการจัดใหมีสถานศึกษาที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานเดียวกันขึ้นอยางเพียงพอดวยการเชื่อมโยงระบบการศึกษาระหวางสถานศึกษาของไทยกับตางประเทศโดยเฉพาะประเทศที่มีประสิทธิภาพในดานการจัดระบบการศึกษา เพื่อการแลกเปลี่ยน นักเรียน นักศึกษา วิทยากรทางการศึกษาขอมูลความรูทางวิชาการ วิธีการบริหารจัดการ และเทคโนโลยี ดานการศึกษาระหวางกัน และสงเสริมสนับสนุนใหประชาชนเขาถึงความรูทางดานเทคโนโลยีดานการสื่อสาร (Social Media) เพื่อการประกอบธุรกิจ(๑๐) มุงเนนสรางกระบวนการใหบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพ ใหครอบคลุมทุกพื้นที่พัฒนาระบบการสงตอผูปวยตั้งแตระดับชุมชนไปสูระดับจังหวัด ภาค และระดับประเทศใหมีประสิทธิภาพมากขึ้น ควบคูไปกับบริหารจัดการการใหบริการระบบการควบคุมโรคที่มีคุณภาพดวยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใชในการแกปญหาการขาดแคลนแพทยเฉพาะทางในพื้นที่หางไกลหนา ๕๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
(๑๑) สนับสนุนใหจัดบริการดานสุขภาพใหกับประชาชน ที่อยูในพื้นที่หางไกลโดยรัฐจัดใหดวยกลไกชวยเหลือและการสนับสนุนสวัสดิการชุมชนที่ครอบคลุมดานคาใชจายที่จําเปนเพื่อใหประชาชนเขาถึงบริการจากสถานพยาบาลของรัฐในพื้นที่ได เชน คาใชจายการเดินทางไปสถานพยาบาลรวมทั้งจัดใหมีบริการดานสุขภาพเชิงรุกทั้งในดานการใหคําปรึกษา การควบคุมและปองกันกลุมเสี่ยงที่จะเกิดปญหาเรื้อรังตอสุขภาพ(๑๒) เรงผลักดันดําเนินการยกระดับสถานีอนามัยเปนโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพประจําตําบลใหเชื่อมโยงกันทั้งภาครัฐและภาคเอกชน พัฒนาใหมีศักยภาพในการดูแลและใหบริการครอบคลุมทั้งดานการรักษาพยาบาล การสงเสริมสุขภาพ การควบคุมปองกันโรค และฟนฟูสภาพตลอดจนสรางกระบวนการมีสวนรวมและความเขมแข็งใหชุมชนในการจัดระบบสุขภาพตนเองใหไดอยางมีประสิทธิภาพ(๑๓) สนับสนุนการจัดสวัสดิการและการบรรจุใหเขารับราชการเพื่อความมั่นคงในวิชาชีพของบุคลากรทางการแพทยในระดับพนักงาน สงเสริมใหมีการตั้งศูนยปฏิบัติการทางการแพทยและสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินระดับชาติ และระดับทองถิ่น โดยตองมีระบบการสื่อสารที่ทันสมัยพรอมบุคลากรชํานาญการ ติดตามสถานการณตลอด ๒๔ ชั่วโมง สนับสนุนใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นมีศักยภาพ ประสิทธิภาพ งบประมาณ และความพรอมในการชวยเหลือประชาชนใหเขาถึงการบริการทางการแพทยไดอยางเสมอภาคเทาเทียมกัน(๑๔) สนับสนุนใหมีการบูรณาการแพทยแผนไทยและสมุนไพรเขาสูระบบบริการสุขภาพอยางครบวงจร โดยเฉพาะการนําไปใชในสถานพยาบาลที่ตองเพิ่มรายการยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแหงชาติโดยจะสงเสริมใหผูผลิตยาแผนโบราณทุกระดับที่ไดมาตรฐานดานการผลิต และผูประกอบการมีศักยภาพในการผลิตสูมาตรฐานสากล เพื่อสรางโอกาสใหยาจากสมุนไพรสามารถเขาไปแขงขันในตลาดตางประเทศไดพรอมทั้งจะสงเสริมใหเกิดสถาบันการศึกษาวิชาแพทยแผนไทยใหมากขึ้น(๑๕) สงเสริมและสนับสนุนใหสื่อภาคประชาชน ทําหนาที่รักษาไวซึ่งคลื่นความถี่และสิทธิในการเขาใชวงโคจรดาวเทียมอันเปนสมบัติของชาติ เพื่อใชใหเกิดประโยชนแกประเทศชาติและประชาชนรวมตรวจสอบการใชประโยชนจากคลื่นความถี่ ทั้งที่ใชกับวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศนและโทรคมนาคม ตองเปนไปเพื่อประโยชนสูงสุดของประชาชนความมั่นคงของรัฐ และประโยชนสาธารณะรวมตลอดทั้งการใหประชาชนมีสวนไดใชประโยชนจากคลื่นความถี่ไดอยางแทจริงหนา ๕๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
(๑๖) สนับสนุนใหองคกรภาคประชาชนเขาไปมีสวนรวมกับองคกรของรัฐที่มีความเปนอิสระในการปฏิบัติหนาที่ดําเนินการเกี่ยวกับคลื่นความถี่ใหเปนไปเพื่อประโยชนของประชาชน ปองกันมิใหมีการแสวงหาประโยชนจากผูบริโภคโดยไมเปนธรรมหรือสรางภาระแกผูบริโภคเกินความจําเปนปองกันการกระทําที่มีผลเปนการขัดขวางเสรีภาพในการรับรูหรือปดกั้นการรับรูขอมูลหรือขาวสารที่ถูกตองตามความเปนจริงของประชาชน และปองกันมิใหบุคคล หรือกลุมบุคคลใดใชประโยชนจากคลื่นความถี่โดยไมคํานึงถึงสิทธิของประชาชนทั่วไป(๑๗) สงเสริมสิทธิเสรีภาพในการรับรูขอมูลขาวสาร ที่เปนขาวสารสาธารณะในครอบครองของหนวยราชการ หนวยงานของรัฐวิสาหกิจ หรือราชการสวนทองถิ่น รวมถึงการไดรับขอมูลคําชี้แจงและเหตุผลในการดําเนินโครงการหรือกิจกรรมใดที่อาจมีผลตอคุณภาพสิ่งแวดลอม สุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิตหรือสวนไดเสียสําคัญอื่นใดที่เกี่ยวกับประชาชนหรือชุมชนทองถิ่น และสิทธิในการแสดงความคิดเห็นตามที่กฎหมายบัญญัติ(๑๘) เรงเพิ่มขีดความสามารถในการใชเทคโนโลยีใหเปนเครื่องมือพัฒนาประเทศ เชนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติใหเปนสินคาหรือบริการ การควบคุมสิ่งแวดลอม การจัดการความเปลี่ยนแปลงทางสังคม การจัดการปจจัยที่มีผลกระทบตอการพัฒนา โดยเฉพาะอยางยิ่งเทคโนโลยีทางการเกษตรในขณะเดียวกันตองคํานึงถึงพิษภัยจากการใชเทคโนโลยีนําเขา เชน สารเคมีปองกันกําจัดศัตรูพืชวัคซีนปองกันโรคตาง ๆ อุตสาหกรรมเหล็ก เคมี การพัฒนายาใหมและอวัยวะเทียม จึงจะสงเสริมใหภาคประชาชนจัดตั้งองคกรเพื่อตรวจสอบผลกระทบเหลานี้ดวย(๑๙) สงเสริมสิทธิเสรีภาพของผูประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชน โดยสื่อสารมวลชนตองสามารถนําเสนอขอเท็จจริงใหกับสังคม การใหการศึกษา การประชาสัมพันธไดอยางอิสระปราศจากการครอบงํา ภารกิจในการนําเสนอขอมูลขาวสาร ขอมูลที่เปนประโยชนตอประชาชนของสื่อมวลชนหรือการแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรมแหงวิชาชีพ ตองมีสิทธิเสรีภาพและไดรับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย(๒๐) สงเสริมการมีสวนรวมในการปรับปรุงกฎหมายและระเบียบขอบังคับในการใชทรัพยากรธรรมชาติอยางมีประสิทธิภาพ และเปนธรรม เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยการกระจายอํานาจการบริหารและการจัดการสูสวนภูมิภาคและทองถิ่นสงเสริมใหเกิดความรวมมือจากทุกภาคสวนโดยเฉพาะภาคประชาชนหนา ๕๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
(๒๑) สงเสริมและสนับสนุนการสรางคุณภาพสิ่งแวดลอมที่ดี ลดมลพิษ และลดผลกระทบตอสุขภาพของประชาชนและระบบนิเวศ โดยใหความสําคัญเปนลําดับแรกกับการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย ฟนฟูคุณภาพแหลงน้ําสําคัญของประเทศ และแกไขปญหาวิกฤตหมอกควันสัดสวนของขยะมูลฝอยชุมชนใหไดรับการจัดการอยางถูกตองและนําไปใชประโยชน(๒๒) สนับสนุนมาตรการลดกาซเรือนกระจกและเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวตอการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จัดใหมีกลไกจัดการเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในดานตาง ๆ ปริมาณการปลอยกาซเรือนกระจกในภาคพลังงานและคมนาคมขนสงรวมสรางจิตสํานึกดานการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมใหกับเยาวชน และประชาชนโดยทั่วไปสงเสริมการรวมตัวกันของชุมชนและองคกรเอกชนในการทํากิจกรรมและรณรงคเพื่อการอนุรักษการประชาสัมพันธเชิงรุกเพื่อเสริมสรางความรูความเขาใจในความสําคัญของสิ่งแวดลอมและทรัพยากรธรรมชาติใหกวางขวาง(๒๓) สนับสนุนมาตรการรักษาและฟนฟูทรัพยากรธรรมชาติ สรางสมดุลของการอนุรักษและใชประโยชนอยางยั่งยืนและเปนธรรม ใชประโยชนจากทุนธรรมชาติ โดยคํานึงถึงขีดจํากัดและศักยภาพในการฟนตัว รักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากร สรางสมดุลระหวางการอนุรักษและการใชประโยชนอยางยั่งยืนและเปนธรรม รวมทั้งผลักดันแนวทางการประเมินมูลคาของระบบนิเวศและการสรางรายไดจากการอนุรักษเพื่อใชในการเปนแนวทางในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ(๒๔) สนับสนุนสงเสริม และคุมครองกิจการเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา และศาสนาอื่นทุก ๆ ศาสนาใหเปนไปตามหลักธรรมคําสอนของพระศาสดาในศาสนานั้น ๆหมวด ๔โครงสรางการบริหารพรรคและตําแหนงตาง ๆ ในพรรคสวนที่ ๑โครงสรางการบริหารพรรคการเมืองขอ ๑๐ โครงสรางของพรรคไทยภักดี ประกอบดวย(๑) คณะกรรมการบริหารพรรค(๒) คณะกรรมการสาขาพรรค(๓) ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดหนา ๕๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
สวนที่ ๒คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองขอ ๑๑ ใหมีกรรมการคณะหนึ่งเปนคณะกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมนอยกวาหาคนไมเกินสิบเกาคน ประกอบดวย(๑) หัวหนาพรรค(๒) เลขาธิการพรรค(๓) เหรัญญิกพรรค(๔) นายทะเบียนสมาชิกพรรค(๕) กรรมการบริหารพรรคขอ ๑๒ การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคใหดําเนินการในที่ประชุมใหญของพรรคโดยการลงคะแนนลับ ดังนี้(๑) ใหที่ประชุมใหญกําหนดจํานวนของคณะกรรมการบริหารพรรคตามขอ ๑๑(๒) ใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคจนครบจํานวนตามที่กําหนดใน (๑) ซึ่งในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนงตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวาสองคน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อ ผูรับรอง และผูใชสิทธิเลือกตั้ง ตองเปนสมาชิกพรรคและอยูในที่ประชุม (๓) การลงมติ ใหถือเสียงขางมากของสมาชิกที่มาประชุมในวันนั้น และในกรณีที่มีผูเสนอชื่อเกินหนึ่งคน และมีคะแนนเสียงเทากัน เพื่อความบริสุทธิ์ยุติธรรมใหใชวิธีการจับสลากถือเปนการชี้ขาดขอ ๑๓ กรรมการบริหารพรรคตองเปนสมาชิกพรรค อายุไมต่ํากวายี่สิบป มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่ที่ประชุมใหญพรรคเลือกตั้ง คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม เมื่อครบวาระแลวอาจไดรับเลือกตั้งใหดํารงตําแหนงอีกก็ไดกรรมการบริหารพรรคตองไมเปนกรรมการสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในขณะเดียวกันขอ ๑๔ ประธานสภาผูแทนราษฎรและรองประธานสภาผูแทนราษฎรจะเปนกรรมการบริหารพรรคมิไดหนา ๕๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
ขอ ๑๕ ความเปนกรรมการบริหารพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก ใหถือวามีผลสมบูรณนับแตวันที่พรรคไดรับหนังสือลาออก(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดเมื่อตําแหนงกรรมการบริหารพรรควางลงตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเขาทําหนาที่แทน จนกวาจะมีการเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วาง ซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ไดรับแจงการรับทราบการเปลี่ยนแปลงจากนายทะเบียนพรรคการเมืองขอ ๑๖ กรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนง เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ความเปนกรรมการบริหารพรรคของหัวหนาพรรคสิ้นสุดลงตามขอ ๑๕(๓) กรรมการบริหารพรรควางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดในกรณีกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๒) ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทน พรอมทั้งแจงนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวัน โดยใหผูทําหนาที่แทนหัวหนาพรรคมีอํานาจเรียกประชุมใหญเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ไดรับแจงการรับทราบการเปลี่ยนแปลงจากนายทะเบียนพรรคการเมืองในกรณีกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะยกเวนตาม (๒) ใหหัวหนาพรรคมีอํานาจในการเรียกประชุมใหญ เพื่อดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่ไดรับแจงการรับทราบการเปลี่ยนแปลงจากนายทะเบียนพรรคการเมืองในกรณีที่มีเหตุใหกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูอยูในตําแหนงเพื่อปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมขอ ๑๗ ความเปนกรรมการบริหารพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามขอบังคับพรรคในกรณี ดังนี้(๑) โดยมติของคณะกรรมการบริหารพรรคลงความเห็นวาประพฤติผิดจริยธรรมอยางรายแรงหนา ๕๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
(๒) ไมเขารวมการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเกินกวาสามครั้งในหนึ่งปโดยไมแจงเหตุอันสมควร โดยการแจงเหตุไมเขารวมประชุมในแตละครั้งจะตองมีหนังสือหรือขอความเปนลายลักษณอักษรสงไปยังหัวหนาพรรคลวงหนาไมนอยกวาหนึ่งวันกอนวันประชุม(๓) ประพฤติผิดขอบังคับพรรคหรือกระทําการหรือไมกระทําการใด ๆ อันเปนการขัดตอมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค(๔) ไมปฏิบัติหนาที่ตามที่ไดรับมอบหมายจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและมีผลทําใหเกิดความเสียหายตอพรรคหรือสวนรวม(๕) โดยมติของคณะกรรมการบริหารพรรคลงความเห็นวากระทําการอื่นใดอันอาจกอใหเกิดความเสียหายตอพรรคหรือบุคคลภายนอกขอ ๑๘ คณะกรรมการบริหารพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรคและมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๒) ควบคุมและกํากับดูแลมิใหสมาชิกพรรค หรือผูดํารงตําแหนงในพรรคกระทําการในลักษณะที่อาจทําใหการเลือกตั้งหรือการเลือกมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ไมชอบดวยกฎหมายหรืออาจเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใดซึ่งสมัครเขารับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภา ไมวาโดยทางตรงหรือทางออม(๓) ใหความเห็นชอบในการจัดทําแผน หรือโครงการที่จะดําเนินกิจกรรมตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมือง(๔) ดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรคใหเปนไปตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมือง(๕) บริหารการเงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดของพรรค และสาขาพรรคตลอดจนจัดทําบัญชีตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมืองใหถูกตองตามความเปนจริง(๖) ตรวจสอบและควบคุมมิใหมีการนําเงินหรือทรัพยสินของพรรคการเมืองไปใชจายเพื่อการอื่นใดนอกจากที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมือง(๗) กรณีพรรคสิ้นสภาพความเปนพรรค หรือยุบพรรคยังคงตองปฏิบัติหนาที่อยูจนกวาการชําระบัญชีจะแลวเสร็จแตจะดําเนินกิจกรรมทางการเมืองในนามพรรคที่สิ้นสภาพความเปนพรรคหรือยุบพรรคมิได หนา ๕๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
(๘) ออกกฎระเบียบและจัดตั้งหนวยงานตาง ๆ เพื่อปฏิบัติงานใหเปนไปตามนโยบายพรรคและขอบังคับพรรค(๙) ควบคุมไมใหพรรคและผูซึ่งพรรคสงเขาสมัครรับเลือกตั้งใชเกินวงเงินตามที่กฎหมายกําหนด(๑๐) เลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๑๑) กําหนดใหมีการประชุมใหญพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้งและรายงานกิจการดานตาง ๆตอที่ประชุมใหญพรรค(๑๒) แตงตั้งและถอดถอนผูดํารงตําแหนงในพรรค ผูปฏิบัติงานของพรรคในกิจการตาง ๆของพรรคและคณะทํางานเฉพาะกิจทั้งในสวนกลางและสวนภูมิภาค(๑๓) พิจารณาลงโทษสมาชิกพรรคที่กระทําการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามขอกําหนดระเบียบ คําสั่ง ประกาศ มติที่ประชุมใหญและขอบังคับพรรคใหเปนไปตามบทกําหนดโทษที่ไดบัญญัติไว(๑๔) กําหนดอํานาจหนาที่ใหกรรมการบริหารพรรคและผูปฏิบัติงานของพรรคยึดถือปฏิบัติโดยเครงครัด(๑๕) อํานาจหนาที่อื่นที่คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นสมควร ซึ่งไมขัดหรือแยงกับกฎหมายระเบียบ คําสั่ง หรือขอบังคับพรรคขอ ๑๙ กรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนงมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) หัวหนาพรรค(ก) อํานวยการและบริหารจัดการพรรคใหเปนไปตามวัตถุประสงคของพรรค(ข) เปนประธานของคณะกรรมการบริหารพรรคและเปนผูเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคตลอดจนดําเนินการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค(ค) เปนผูเรียกประชุมใหญของพรรคตามความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคและเปนประธานของที่ประชุมใหญพรรคตลอดจนดําเนินการประชุมใหญพรรค(ง) เปนผูเรียกประชุมรวมระหวางคณะกรรมการบริหารพรรคกับสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรคและเปนประธานของที่ประชุมตลอดจนเปนผูดําเนินการประชุมดังกลาว(จ) เปนผูลงนามประกาศ กฎ ระเบียบ มติของพรรค และคําสั่งพรรคหนา ๖๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
(ฉ) ในกรณีที่มีความจําเปนในการดําเนินการทางการเมืองใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของพรรคไดโดยความเห็นชอบของกรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้นและใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติพรรค(ช) อํานาจอื่น ๆ ตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับพรรค(๒) เลขาธิการพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(ก) เปนผูตรวจสอบและกํากับดูแลกิจการทั้งปวงของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมายและใหรับผิดชอบโดยตรงจากหัวหนาพรรค หรือรองหัวหนาพรรคในกิจการที่หัวหนาพรรคมอบหมายใหปฏิบัติ(ข) เปนผูเสนอรายงานตอคณะกรรมการบริหารพรรค ที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรคและตอที่ประชุมใหญพรรค(ค) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรค คณะที่ปรึกษาพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรคและที่ประชุมใหญพรรค(ง) เปนผูกํากับดูแลการบริหารงานของสํานักงานใหญพรรค(๓) เหรัญญิกพรรคมีหนาที่ในการควบคุมรายรับรายจายเงินบัญชีทรัพยสินหนี้สินและงบการเงินของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด(๔) นายทะเบียนสมาชิกพรรคมีหนาที่และอํานาจเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครเขาเปนสมาชิกพรรค และจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคใหตรงตามความเปนจริงและตองใหสมาชิกพรรคตรวจดูไดโดยสะดวก ณ สํานักงานใหญของพรรค รวมทั้งประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวย เพื่อประโยชนในการตรวจสอบความถูกตอง(๕) กรรมการบริหารพรรคอื่น ๆ มีหนาที่รับผิดชอบตามที่หัวหนาพรรคหรือคณะกรรมการบริหารพรรคไดมอบหมายใหปฏิบัติสวนที่ ๓สาขาพรรคการเมืองขอ ๒๐ ภายในหนึ่งปนับแตวันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคตองดําเนินการใหมีสาขาพรรคในแตละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดอยางนอยภาคละหนึ่งสาขา โดยสาขาพรรคแตละสาขาตองมีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นตั้งแตหารอยคนขึ้นไป หนา ๖๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
ขอ ๒๑ การจัดตั้งสาขาพรรค เมื่อจังหวัดที่มีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นตั้งแตหารอยคนขึ้นไป สมาชิกพรรคไมนอยกวาหนึ่งรอยคน อาจจัดประชุมเพื่อดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรค กําหนดสถานที่ตั้งสาขาพรรค และอื่น ๆ และเมื่อหัวหนาพรรคไดมีประกาศจัดตั้งสาขาพรรคแลว ใหหัวหนาพรรคแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่ประกาศจัดตั้งสาขาพรรคขอ ๒๒ กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงตามที่กฎหมายกําหนด ใหหัวหนาพรรคมีหนังสือแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่มีการเปลี่ยนแปลงนั้น และประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปขอ ๒๓ คณะกรรมการสาขาพรรคใหมีจํานวนไมนอยกวาเจ็ดคน ประกอบดวย(๑) หัวหนาสาขาพรรค(๒) เลขานุการสาขาพรรค(๓) เหรัญญิกสาขาพรรค(๔) นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค(๕) กรรมการสาขาพรรคขอ ๒๔ กรรมการสาขาพรรคตองเปนสมาชิกพรรค มีอายุไมต่ํากวายี่สิบปมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่ประกาศจัดตั้งสาขาพรรคหรือวันที่ประกาศเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคเมื่อพนตําแหนงตามวาระแลวมีสิทธิไดรับเลือกตั้งเปนกรรมการสาขาพรรคไดอีกขอ ๒๕ การเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคใหดําเนินการในที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคหรือที่ประชุมใหญสาขาพรรค แลวแตกรณี ดังนี้(๑) ใหที่ประชุมกําหนดจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคตามขอ ๒๓(๒) ใหเลือกหัวหนาสาขาพรรคเปนลําดับแรกแลวเลือกตําแหนงอื่น ๆ จนครบตามขอ (๑)(๓) การเสนอชื่อบุคคลที่จะไดรับเลือกตั้งเปนคณะกรรมการสาขาพรรคจะตองมีผูรับรองไมนอยกวาสองคนผูรับรองและผูใชสิทธิเลือกตั้งตองอยูในที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรค หรือที่ประชุมใหญสาขาพรรคแลวแตกรณี(๔) การลงมติ ใหถือเสียงขางมากของสมาชิกที่มาประชุมในวันนั้น และในกรณีที่มีผูเสนอชื่อเกินหนึ่งคน และมีคะแนนเสียงเทากัน เพื่อความบริสุทธิ์ยุติธรรมใหใชวิธีการจับสลากถือเปนการชี้ขาดหนา ๖๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
ขอ ๒๖ คณะกรรมการสาขาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรค และมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๒) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบตอสังคมและความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(๓) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศและการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๔) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๕) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตาง และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(๖) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคการเมืองใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๗) จัดทําแผนงาน โครงการและกิจกรรมแตละป ใหรายงานผลการบริหารการปฏิบัติงานของสาขาพรรคเสนอตอคณะกรรมการบริหารพรรคทุกรอบไตรมาสภายในสิบหาวันนับแตสิ้นรอบไตรมาสขอ ๒๗ กรรมการสาขาพรรคแตละตําแหนงมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) หัวหนาสาขาพรรค(ก) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรค(ข) จัดทําบัญชีรายชื่อพรอมที่อยูของสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาในเขตจังหวัดซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรค หนา ๖๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
(ค) เปนผูแทนของสาขาพรรคและเปนผูรับผิดชอบในกิจกรรมทั้งปวงของสาขาพรรค(ง) เปนประธานของคณะกรรมการสาขาพรรคเรียกประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและเปนประธานการประชุม(จ) เรียกประชุมใหญสาขาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสาขาพรรคและเปนประธานของที่ประชุมตลอดจนดําเนินการประชุม(ฉ) มีสิทธิยับยั้งมติคณะกรรมการสาขาพรรค หรือคณะกรรมการอื่น ๆที่คณะกรรมการสาขาพรรคจัดตั้งขึ้นเพื่อขอใหมีการทบทวนมติในกรณีที่มีความจําเปน แตทั้งนี้ ตองไมเกินสามวันซึ่งหากพนกําหนดดังกลาวใหถือวามติของที่ประชุมนั้นมีผลใชบังคับ(ช) ในกรณีที่มีความจําเปนในการดําเนินการทางการเมืองใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของสาขาพรรคไดโดยความเห็นชอบของกรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้นและใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติของสาขาพรรค(ซ) มอบอํานาจใหเลขานุการสาขาพรรค หรือกรรมการสาขาพรรคปฏิบัติกิจการแทน(ฌ) อํานาจอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด(๒) เลขานุการสาขาพรรคมีอํานาจหนาที่รับผิดชอบ(ก) ตรวจสอบและกํากับดูแลกิจการทั้งปวงของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย และใหรับผิดชอบโดยตรงจากหัวหนาสาขาพรรคในกิจการที่หัวหนาสาขาพรรคมอบหมายใหปฏิบัติ (ข) เสนอรายงานตอที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและที่ประชุมใหญสาขาพรรค(ค) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและที่ประชุมใหญสาขาพรรค (ง) กํากับดูแลการบริหารงานของสํานักงานสาขาพรรค(๓) เหรัญญิกสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบในการควบคุมรายรับ - รายจายบัญชีทรัพยสินหนี้สิน และงบการเงินของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคกําหนด(๔) นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค มีอํานาจรับผิดชอบทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค(๕) กรรมการสาขาพรรค มีอํานาจรับผิดชอบในการสนับสนุนการดําเนินงานของสาขาพรรค หนา ๖๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
ขอ ๒๘ ความเปนกรรมการสาขาพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ตาย(๓) ลาออก ใหถือวามีผลสมบูรณนับแตวันที่พรรคไดรับหนังสือลาออก(๔) ขาดจากสมาชิกภาพ(๕) ตามเหตุที่กฎหมายกําหนด(๖) ตามเหตุที่กําหนดไวในขอบังคับพรรคเมื่อตําแหนงกรรมการสาขาพรรควางลงตาม (๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) ใหหัวหนาสาขาพรรคแตงตั้งกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเขาทําหนาที่แทนจนกวาจะมีการเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วาง ซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ไดรับแจงการรับทราบการเปลี่ยนแปลงจากนายทะเบียนพรรคการเมือง หากตําแหนงหัวหนาสาขาพรรควางลงตาม (๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๕)ใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทน และใหมีอํานาจเรียกประชุมใหญเพื่อเลือกตั้งหัวหนาสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วางภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ไดรับแจงการรับทราบการเปลี่ยนแปลงจากนายทะเบียนพรรคการเมืองสําหรับผูที่ไดรับเลือกตั้งเขามาแทนตําแหนงที่วางใหดํารงตําแหนงตามวาระเทาที่เหลืออยูขอ ๒๙ กรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) กรรมการสาขาพรรควางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมดเมื่อคณะกรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะใหหัวหนาสาขาพรรคมีอํานาจในการเรียกประชุมใหญเพื่อดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมภายในสี่สิบหาวันนับแตวันที่ไดรับแจงการรับทราบการเปลี่ยนแปลงจากนายทะเบียนพรรคการเมืองในกรณีที่มีเหตุใหคณะกรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ ใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูอยูในตําแหนงเพื่อปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวานายทะเบียนพรรคการเมืองจะรับทราบการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมหนา ๖๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
ในกรณีที่ไมมีกรรมการสาขาพรรคเหลืออยู หรือมีแตไมยินยอมดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม คณะกรรมการบริหารพรรคจะดําเนินการเองหรือจะมอบหมายใหสมาชิกสาขาพรรคจํานวนหนึ่งดําเนินการแทนก็ไดขอ ๓๐ ความเปนกรรมการสาขาพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามขอบังคับพรรคในกรณี ดังนี้(๑) โดยมติของคณะกรรมการบริหารพรรคหรือคณะกรรมการสาขาพรรคลงความเห็นวาประพฤติผิดจริยธรรมอยางรายแรง(๒) ไมเขารวมการประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคเกินกวาสามครั้งในหนึ่งปโดยไมแจงเหตุอันสมควร โดยการแจงเหตุไมเขารวมประชุมในแตละครั้งจะตองมีหนังสือ หรือขอความเปนลายลักษณอักษรสงไปยังหัวหนาสาขาพรรคลวงหนาไมนอยกวาหนึ่งวันกอนวันประชุม(๓) ประพฤติผิดขอบังคับพรรค กระทําการหรือไมกระทําการใด ๆ อันเปนการขัดตอมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค หรือขัดตอมติที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค(๔) ไมปฏิบัติหนาที่ตามที่ไดรับมอบหมายจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคหรือที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค และมีผลทําใหเกิดความเสียหายตอพรรคหรือสวนรวม(๕) โดยมติของคณะกรรมการบริหารพรรค หรือคณะกรรมการสาขาพรรคลงความเห็นวากระทําการอื่นใดอันอาจกอใหเกิดความเสียหายตอพรรคหรือบุคคลภายนอกขอ ๓๑ เมื่อดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคครบตามที่กําหนดในมาตรา ๓๓ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ แลว หากตอมาภายหลังมีสาขาพรรคไมครบตามมาตรา ๓๓ ใหดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคใหครบตามมาตรา ๓๓สวนที่ ๔ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๓๒ หลักเกณฑใหมีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ซึ่งเลือกตั้งจากสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาตามหลักฐานทะเบียนราษฎรในจังหวัดนั้น ๆ จํานวนไมเกินสามคนขอ ๓๓ ในจังหวัดใดที่มิไดเปนที่ตั้งสาขาพรรคการเมือง ถาพรรคมีสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นเกินหนึ่งรอยคน พรรคอาจแตงตั้งสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้น ซึ่งมาจากการเลือกของสมาชิกเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดจํานวนไมเกินสามคน เพื่อดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคในจังหวัดนั้น หนา ๖๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
ขอ ๓๔ การแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด เมื่อจังหวัดใดที่มีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาเกินหนึ่งรอยคน ใหสมาชิกพรรคไมนอยกวาหาสิบคนจัดประชุมเพื่อดําเนินการเลือกตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด โดยในการลงคะแนนใหสมาชิกพรรคมีสิทธิลงคะแนนเลือกไดหนึ่งคนและเมื่อลงคะแนนเลือกเสร็จสิ้นแลวใหนับคะแนนและประกาศผลการนับคะแนนแลวรายงานชื่อสมาชิกพรรคซึ่งไดรับคะแนนลําดับสูงสุดตามลําดับใหหัวหนาพรรคโดยเร็ว และเมื่อหัวหนาพรรคประกาศแตงตั้งสมาชิกดังกลาวเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดแลว ใหหัวหนาพรรคแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่ประกาศแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๓๕ ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตองเปนสมาชิกพรรคมีอายุไมต่ํากวายี่สิบปมีวาระในตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่มีประกาศแตงตั้งเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดและเมื่อพนตําแหนงตามวาระแลวมีสิทธิรับเลือกตั้งเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดอีกขอ ๓๖ ในกรณีที่ยังไมมีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด การไดมาซึ่งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหดําเนินการ ดังนี้(๑) ใหพรรคมอบหมายแตละสาขาพรรคไปดําเนินการเชิญสมาชิกในแตละจังหวัดในเขตพื้นที่รับผิดชอบจํานวนไมนอยกวาหาสิบคนมาประชุมเพื่อเลือกตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดโดยใหหัวหนาสาขาพรรค หรือผูแทนเปนประธานในที่ประชุม(๒) ในกรณีมีผูเสนอชื่อบุคคลที่จะไดรับเลือกตั้งเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเกินหนึ่งคนจะตองมีผูรับรองไมนอยกวาหาคน ผูเสนอชื่อผูรับรองและผูใชสิทธิเลือกตั้งตองเปนสมาชิกพรรคและตองอยูในที่ประชุมนั้นดวย(๓) การลงมติใหถือเสียงขางมากของสมาชิกที่มาประชุมโดยเปดเผยหรือโดยการลงคะแนนลับก็ได ในกรณีที่มีผูเขาเสนอชื่อเกินหนึ่งคนและมีคะแนนเสียงเทากันเพื่อความบริสุทธิ์ยุติธรรมใหใชวิธีการจับสลากถือวาเปนการชี้ขาดขอ ๓๗ ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรค และมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หนา ๖๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
(๒) สงเสริมใหสมาชิก และประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(๓) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศและการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๔) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๕) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตาง และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(๖) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคการเมืองใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งขอ ๓๘ การปฏิบัติหนาที่ของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดนอกเหนือจากที่ไดระบุไวในขอบังคับก็ใหเปนไปตามมาตรา ๒๓ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองพ.ศ. ๒๕๖๐ขอ ๓๙ ความเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสิ้นสุดลง เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ตาย(๓) ลาออก ใหถือวามีผลสมบูรณนับแตวันที่พรรคไดรับหนังสือลาออก(๔) ขาดจากสมาชิกภาพ(๕) หัวหนาพรรค โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคสั่งใหออกจากการเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด หนา ๖๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
หมวด ๕การบริหารจัดการสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๔๐ การบริหารจัดการสาขาพรรค(๑) ใหมีการรับสมัครสมาชิกพรรค(๒) ใหมีการจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคในพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรค(๓) ประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคการเมืองใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปขอ ๔๑ การบริหารจัดการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๑) ใหมีการรับสมัครสมาชิกพรรค(๒) ใหมีการจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคในพื้นที่ที่รับผิดชอบของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด หมวด ๖การประชุมสวนที่ ๑การประชุมใหญพรรคการเมืองขอ ๔๒ คณะกรรมการบริหารพรรคตองจัดใหมีการประชุมใหญสามัญของพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้งขอ ๔๓ การประชุมใหญวิสามัญอาจมีขึ้นได ดังนี้(๑) เมื่อมีสมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสี่ของจํานวนสมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ใหจัดการประชุมใหญวิสามัญของพรรคได(๒) หัวหนาพรรค หรือกรรมการบริหารพรรค จํานวนรวมกันไมนอยกวาหนึ่งในสามของจํานวนกรรมการบริหารพรรค ใหจัดการประชุมใหญวิสามัญของพรรคได(๓) สมาชิกพรรคไมนอยกวาหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยูหรือไมนอยกวาสองรอยหาสิบคนแลวแตจํานวนใดจะนอยกวากัน มีสิทธิเขาชื่อกันยื่นคํารองขอใหจัดการประชุมใหญวิสามัญของพรรคได หนา ๖๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
ขอ ๔๔ องคประชุมของที่ประชุมใหญพรรค ประกอบดวย(๑) กรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด(๒) ผูแทนของสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสาขาพรรคซึ่งในจํานวนนี้จะตองประกอบดวยผูแทนของสาขาพรรคไมนอยกวาสองสาขาซึ่งมาจากตางภาคกัน(๓) ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไมนอยกวากึ่งหนึ่งของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด (๔) สมาชิกพรรคขอ ๔๕ องคประชุมใหญของพรรค ตองมีรวมกันทั้งหมดไมนอยกวาสองรอยหาสิบคนการลงมติใหถือเสียงขางมากของที่ประชุม ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๔๖ ใหหัวหนาพรรคเปนประธานในที่ประชุมใหญถาหัวหนาพรรคไมมาประชุมใหเลขาธิการพรรคทําหนาที่แทน ถาเลขาธิการพรรคไมมาประชุมใหที่ประชุมใหญเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งเปนประธานและใหเลือกกรรมการบริหารพรรคเปนเลขานุการที่ประชุมแทนขอ ๔๗ การดําเนินกิจการดังตอไปนี้ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญของพรรค(๑) การแกไขเปลี่ยนแปลงคําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคหรือนโยบายของพรรค (๒) การแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรค(๓) การเลือกตั้งหัวหนาพรรค เลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรค นายทะเบียนสมาชิกพรรคและกรรมการบริหารพรรค(๔) การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรค(๕) ใหความเห็นชอบรายงานการเงิน และการดําเนินกิจการของพรรคที่ไดดําเนินการไปในรอบปที่ผานมา (๖) กิจการที่เสนอโดยคณะกรรมการบริหารพรรค หรือหัวหนาสาขาพรรค(๗) กิจการอื่นตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองกฎหมาย หรือขอบังคับพรรค หนา ๗๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
การลงมติในที่ประชุมใหญใหกระทําโดยเปดเผย แตการลงมติเลือกบุคคลตาม (๓) และ (๔)ใหลงคะแนนลับขอ ๔๘ คําบอกกลาวเรียกประชุมใหญทุกคราวใหหัวหนาพรรคแจงกําหนดการประชุมใหทราบลวงหนาไมนอยกวาเจ็ดวันโดยใหระบุวัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมดวยสวนที่ ๒การประชุมใหญสาขาพรรคการเมืองขอ ๔๙ คณะกรรมการสาขาพรรคตองจัดใหมีการประชุมใหญสามัญสาขาพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้งขอ ๕๐ องคประชุมของที่ประชุมใหญสาขาพรรค ประกอบดวย(๑) กรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมด(๒) สมาชิกสาขาพรรคขอ ๕๑ องคประชุมของที่ประชุมใหญสาขาพรรคตามขอ ๕๐ ตองมีรวมกันทั้งหมดไมนอยกวาหนึ่งรอยคนการลงมติใหถือเสียงขางมากของสมาชิกที่มารวมประชุม กรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๕๒ ใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานในที่ประชุมใหญสาขาพรรค ถาหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุม ใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่มาประชุมเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งเปนประธานที่ประชุมและใหเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่เปนเลขานุการในที่ประชุม การทําหนาที่แทนกันดังกลาวอาจใหผูอาวุโสสูงกวาหรือตามที่ตกลงกันเองก็ไดขอ ๕๓ กิจการดังตอไปนี้ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญสาขาพรรค(๑) กิจการตามที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองพ.ศ. ๒๕๖๐ กฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ ขอบังคับพรรค หรือกิจการที่เสนอโดยหัวหนาสาขาพรรค(๒) เลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรค หรือกรรมการสาขาพรรคทุกตําแหนง(๓) ใหความเห็นชอบรายงานการเงินและการดําเนินกิจการของสาขาพรรคในรอบปที่ผานมาขอ ๕๔ คําบอกกลาวเรียกประชุมใหญสาขาพรรคทุกคราวใหหัวหนาสาขาพรรคแจงกําหนดการประชุมใหสมาชิกพรรคทราบลวงหนาไมนอยกวาสามวันโดยใหระบุวัน เวลา และสถานที่ประชุมและระเบียบวาระการประชุมดวย หนา ๗๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
สวนที่ ๓การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองขอ ๕๕ ใหมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคอยางนอยสองเดือนตอครั้ง หรือตามที่หัวหนาพรรคเห็นสมควร และหัวหนาพรรคเปนผูกําหนดวัน เวลา สถานที่ประชุมหรือเรียกประชุมเปนพิเศษอีกก็ไดตามความจําเปนหรือตามคําขอของกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสี่ของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด ลงชื่อรวมกันรองขอตอหัวหนาพรรคใหเปดประชุมเปนพิเศษและจะตองมีวาระหรือประเด็นที่จะประชุมเพื่อขอมติอยางชัดเจนขอ ๕๖ การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคตองมีกรรมการบริหารพรรคมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคที่มีอยูในขณะนั้นจึงจะเปนองคประชุมใหหัวหนาพรรคเปนประธานที่ประชุมถาหัวหนาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหเลขาธิการพรรคทําหนาที่เปนประธานที่ประชุมแทน แตถาเลขาธิการพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหคณะกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูขณะนั้น เลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนประธานในที่ประชุม และใหคณะกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูขณะนั้น เลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนเลขานุการในที่ประชุมขอ ๕๗ มติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคใหถือเสียงขางมาก หากมีเสียงเทากันใหประธานเปนผูออกเสียงชี้ขาด สวนที่ ๔การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคการเมืองขอ ๕๘ การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค ตองมีกรรมการสาขาพรรคมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคที่มีอยูในขณะนั้นจึงจะเปนองคประชุมโดยใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานในที่ประชุมหากหัวหนาสาขาพรรคไมอาจปฏิบัติหนาที่หัวหนาสาขาพรรคไดใหเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่แทน แตถาเลขานุการพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูขณะนั้น เลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนประธานในที่ประชุมและใหกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งเปนเลขานุการในที่ประชุมขอ ๕๙ มติของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคใหถือเสียงขางมาก หากมีเสียงเทากันใหประธานเปนผูออกเสียงชี้ขาด หนา ๗๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
สวนที่ ๕การดําเนินกิจกรรมของพรรคขอ ๖๐ การดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข อยางนอยในแตละปพรรคตองมีกิจกรรมอยางใดอยางหนึ่งหรือหลายอยาง ดังตอไปนี้(๑) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิเสรีภาพอยางมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(๒) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศและการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๓) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดถึงการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๔) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตางและแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(๕) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคการเมืองใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชนตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการใหหัวหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคจัดทําแผนหรือโครงการที่จะดําเนินกิจกรรมตามวรรคหนึ่งในแตละปสงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในเดือนเมษายนของทุกปเพื่อนายทะเบียนพรรคการเมืองจะไดนําไปเผยแพรใหประชาชนทราบตอไปหมวด ๗สมาชิกพรรคการเมืองขอ ๖๑ สมาชิกพรรคตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้(๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ในกรณีเปนผูมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติตองไดสัญชาติไทยมาแลวไมนอยกวาหาป หนา ๗๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
(๒) มีอายุไมต่ํากวาสิบแปดป(๓) ไมเปนบุคคลตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๙๘ (๑) (๒) (๔)(๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๔) (๑๖) (๑๗) หรือ (๑๘) ของรัฐธรรมนูญ(๔) ไมเปนสมาชิกของพรรคการเมืองอื่น หรือผูยื่นคําขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นหรือผูแจงการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองขอ ๖๒ การสมัครเปนสมาชิกพรรคใหยื่นใบสมัครตามแบบพิมพของพรรคตามที่ระบุไวในขอ ๖๓พรอมเอกสารประกอบตามที่กําหนด โดยยื่นดวยตนเองหรือยื่นสมัครผานทางเว็บไซต หรือโซเชียลมีเดียของพรรคสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคเริ่มตั้งแตไดชําระคาบํารุงพรรคขอ ๖๓ รูปแบบใบสมัครสมาชิกพรรคของพรรคไทยภักดีมีลักษณะ ดังตอไปนี้(๑) เปนกระดาษเปลาขนาด A๔ ที่มีภาพถายสําเนาบัตรประชาชนของผูที่สมัครเปนสมาชิกพรรคการเมือง(๒) มีขอความเปนตัวเขียนหรือพิมพระบุไววา “เอกสารสําคัญฉบับนี้ใชสําหรับสมัครเปนสมาชิกพรรคไทยภักดีเทานั้น”(๓) มีขอความ “รับรองสําเนาถูกตอง” และลงลายมือชื่อผูที่สมัครเปนสมาชิกพรรคและลงวัน เดือน ปที่สมัคร พรอมเบอรโทรศัพทของผูสมัคร (ถามี)(๔) มีภาพเครื่องหมายของพรรคไทยภักดี ประทับอยูดานบนของใบสมัครสมาชิกพรรค(๕) กรณีสมัครเปนสมาชิกพรรคผานทางเว็บไซตของพรรค ผูสมัครพิมพขอมูลสวนตัวพรอมแนบสําเนาบัตรประชาชน โดยไมตองลงลายมือชื่อในใบสมัครขอ ๖๔ สมาชิกภาพของสมาชิกพรรคสิ้นสุดลง เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก(๓) ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะตองหามตามขอ ๖๑ เวนแตเปนกรณีมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๙๖ (๑) แหงรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ และเปนการบวชตามประเพณีนิยมแตในระหวางมีลักษณะตองหามดังกลาวจะใชสิทธิในฐานะสมาชิกพรรคมิไดหนา ๗๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
(๔) ไมชําระคาบํารุงพรรคเปนเวลาสองปติดตอกัน(๕) พรรคมีมติใหออกเพราะกระทําผิดวินัยหรือจรรยาบรรณอยางรายแรงหรือมีเหตุรายแรงอื่นหรือกระทําการอยางใดอยางหนึ่งที่ขัดตอกฎ ระเบียบ คําสั่ง ขอบังคับ รวมตลอดถึงประกาศตาง ๆของพรรค (๖) พรรคสิ้นสภาพความเปนพรรคหรือยุบพรรคการลาออกจากสมาชิกพรรคตาม (๒) ใหถือวาสมบูรณเมื่อไดยื่นใบลาออกตอนายทะเบียนสมาชิกพรรคหรือนายทะเบียนพรรคการเมืองการสิ้นสุดของสมาชิกภาพตาม (๕) หากสมาชิกผูนั้นดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎรมติของพรรคตองมีคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่ของที่ประชุมรวมของคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรคการสิ้นสุดของสมาชิกภาพตาม (๓) (๔) และ (๕) ใหพรรคแจงสมาชิกพรรคผูนั้นทราบโดยเร็วขอ ๖๕ สมาชิกพรรคมีสิทธิตาง ๆ ดังตอไปนี้(๑) เสนอขอคิดเห็นอันเปนประโยชนตอพรรค(๒) ไดรับการคัดเลือกใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรค(๓) ไดรับเลือกตั้งหรือแตงตั้งเปนผูปฏิบัติงานคณะทํางาน หรือคณะกรรมการสาขาพรรคตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด หรืออนุกรรมการในคณะตาง ๆ หรือกรรมการบริหารพรรคตลอดจนที่ปรึกษาพรรค(๔) เขารวมประชุมใหญสามัญประจําป และมีสิทธิลงคะแนนหรือแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมใหญ (๕) อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณาเปนแตละกรณีไปขอ ๖๖ สมาชิกพรรคมีหนาที่และความรับผิดชอบตอพรรค ดังตอไปนี้(๑) สนับสนุนสมาชิกพรรคผูที่พรรคไดพิจารณาสงลงสมัครรับเลือกตั้งในทุกระดับและใหความรวมมือในการดําเนินงานของพรรคดวยความเต็มใจและบริสุทธิ์ใจ เพื่อการเจริญกาวหนาของพรรค (๒) สนับสนุนการรวมกิจกรรมทางการเมืองของพรรคอยางเต็มความสามารถหนา ๗๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
(๓) ใหการสนับสนุนนโยบายและมติของพรรคอีกทั้งตองปฏิบัติตามกฎระเบียบขอบังคับของพรรคโดยเครงครัด(๔) ไมกระทําการใหราย หรือบอนทําลายตอพรรค สมาชิกพรรคหรือคณะกรรมการบริหารพรรคหรือสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด หรือผูที่พรรคสงลงสมัครรับเลือกตั้งในทุกระดับ (๕) สงเสริมสนับสนุน และชักจูงใหผูอื่นเลือกผูสมัครของพรรคและชักจูงใหผูที่มีอุดมการณเดียวกันที่สนใจมาเขารวมงานทางการเมืองกับพรรค(๖) รวมรับผิดชอบตอเสถียรภาพของพรรค ใหความรวมมือในกิจกรรมของพรรคดวยจิตใตสํานึกในอุดมคติในฐานะเจาของพรรครวมกัน(๗) เปนผูที่พรอมจะเสียสละ พากเพียรในการทํางาน เพื่อพรรคตามประกาศอุดมการณของพรรคใหประสบผลสําเร็จตามความมุงหมาย(๘) เปนผูที่ใฝหาความรู มีอุดมการณอยางแรงกลา ยึดมั่นศึกษาแนวทางใหเกิดความเขาใจถองแทเพื่อการขยายอุดมการณแนวทางสูสาธารณชนตอไป(๙) ชวยขยายความศรัทธาตอพรรคใหแพรหลายในหมูประชาชน รวมผลักดันเพื่อใหพรรคหรือผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรคไดรับชัยชนะในการเลือกตั้ง(๑๐) รวมระดมทุน รวมรณรงคทางการเมืองใหประชาชนมีความมั่นใจ มีความรูสึกที่ดีตอพรรคอยางกวางขวางเพื่อรวมสนับสนุนพรรค(๑๑) ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ขอบังคับพรรคอยางเครงครัด ใหการสนับสนุนนโยบายและมติของพรรคอยางจริงจังขอ ๖๗ พรรคมีหนาที่ความรับผิดชอบตอสมาชิกพรรค ดังตอไปนี้(๑) ดําเนินการทางการเมืองอยางจริงจังและตอเนื่องเพื่อใหพรรคไดกาวไปสูการมีบทบาททางการเมืองและเขาสูการบริหารประเทศตามนโยบายของพรรคเพื่อบรรลุเปาหมายตามอุดมการณ(๒) สงเสริมสถานภาพของสมาชิกใหมีสมรรถนะตอการดํารงชีวิตของตนเองและครอบครัวและจัดกิจกรรมที่เปนประโยชนเพื่อสมานสามัคคีระหวางมวลสมาชิกทั่วประเทศ(๓) ใหสวัสดิการคุมครองและสงเสริมอาชีพใหกับมวลสมาชิก(๔) ใหความสําคัญแกมวลสมาชิกพรรคทุกทานอยางเต็มรูปแบบโดยใหถือวาสมาชิกพรรคเปนบุคคลสําคัญและเปนองคกรหลักของพรรค หนา ๗๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
หมวด ๘มาตรฐานทางจริยธรรมของสมาชิกพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมืองขอ ๖๘ มาตรฐานทางจริยธรรมของสมาชิกพรรค มีดังตอไปนี้(๑) ตองมีความจงรักภักดีตอชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย และเปนแบบอยางที่ดีในการรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข(๒) ตองยึดมั่นตออุดมการณการทํางานเพื่อประเทศชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริยอยางเต็มความสามารถดวยความรับผิดชอบ และยึดถือประโยชนของประเทศชาติ ประชาชนเหนือกวาประโยชนสวนตน(๓) ตองปฏิบัติตนอยูในกรอบศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม(๔) ตองใหเกียรติเคารพสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของสมาชิกดวยกันพึงกลาวดวยถอยคําสุภาพ ไมพูดสอเสียด เสียดสี หรือใสความผูอื่น และตองประพฤติปฏิบัติตามหลักการอุดมการณของพรรค(๕) ตองไมกระทําการใด ๆ อันกอใหเกิดความเสียหายตอภาพลักษณและเกียรติภูมิของพรรคที่จะกอใหเกิดการเสื่อมเสียไมวาทั้งทางตรงหรือทางออม(๖) ตองยึดถือและปฏิบัติตามกฎระเบียบขอบังคับพรรค และมติที่ประชุมพรรคโดยเครงครัด(๗) ตองไมเรียกหรือรับทรัพยสิน หรือผลประโยชนอื่นใดโดยมิชอบ เพื่อกระทําการหรือไมกระทําการใด ๆ ในการปฏิบัติหนาที่หรือเพราะไดปฏิบัติหนาที่ และจะดูแลใหบุคคลในครอบครัวยึดถือปฏิบัติเชนเดียวกัน(๘) ตองใหขอมูลขาวสารแกประชาชนอยางถูกตองและทันการณโดยไมบิดเบือนขอเท็จจริงเพื่อใหผูอื่นและประชาชนเขาใจผิดตอพรรคหรือเพื่อประโยชนสวนตัวหรือบุคคลอื่นขอ ๖๙ มาตรฐานทางจริยธรรมของกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด และสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรค มีดังตอไปนี้(๑) ตองไมอยูในขอผูกมัด อาณัติมอบหมายดวยประการใด ๆ ปฏิบัติหนาที่ดวยความซื่อสัตยสุจริต เพื่อประโยชนสวนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวมเพื่อใหเกิดสันติสุขโดยปราศจากการขัดกันแหงผลประโยชนหนา ๗๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
(๒) ตองไมดํารงตําแหนงหรือหนาที่ใด ๆ ในหนวยราชการ หนวยงานของรัฐรัฐวิสาหกิจหรือตําแหนงสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น(๓) ตองไมรับหรือแทรกแซง หรือกาวกายการเขารับสัมปทานของหนวยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจหรือเขาไปเปนคูสัญญากับรัฐอันมีลักษณะเปนการผูกขาด ตัดตอนในลักษณะดังกลาวโดยทางตรงหรือทางออม(๔) ตองไมรับเงินหรือผลประโยชนอื่นใด ไมกระทําการใด ๆ ไมวาโดยทางตรงหรือทางออมอันเปนการขัดขวางหรือแทรกแซงการใชสิทธิหรือเสรีภาพของหนังสือพิมพหรือของสื่อมวลชนโดยมิชอบ(๕) ตองประพฤติตนและดํารงชีพอยางมีคุณธรรมและอยูในกรอบของกฎหมาย(๖) ตองศึกษาและทําความเขาใจในเนื้อหานโยบายพรรคและขอบังคับพรรคอยางถองแทในการเผยแพรขอมูล(๗) ตองมีจิตสํานึกในศักดิ์ศรีเกียรติยศชื่อเสียง มีความรับผิดชอบตอหนาที่การงานตามที่ไดรับมอบหมายจากพรรคอยางจริงจัง มีความรักชาติเปนอันหนึ่งอันเดียวกันเพื่อสรางความมั่นคงทางเศรษฐกิจสังคมและการเมืองของประเทศ(๘) ตองยึดมั่นตออุดมการณในการทํางานเพื่อประเทศชาติ ประชาชน และชุมชนอยางเต็มความสามารถดวยความรับผิดชอบ ยึดถือประโยชนของประเทศชาติ ประชาชน เหนือกวาประโยชนอื่นใด(๙) ตองทําในสิ่งที่ถูกตอง มีจิตสํานึกสาธารณะ ซื่อสัตยสุจริต ยึดมั่นการปฏิบัติหนาที่โดยสันติวิธีมีความชอบธรรมปราศจากอคติหรือถูกครอบงําจากอิทธิพลใด ๆ มีความโปรงใสและสามารถตรวจสอบได(๑๐) ตองใหเกียรติและเคารพสิทธิเสรีภาพแสดงความคิดเห็นดวยถอยคําสุภาพไมพูดสอเสียดใสรายหรือใสความผูอื่น ปฏิบัติตามหลักการในการประชุม อภิปรายอยางมีประสิทธิภาพมีประเด็นไมวกวนซ้ําซากอันอาจทําใหเกิดความสูญเสียตอภาพลักษณและพฤติกรรมของตนเองและพรรค(๑๑) ตองไมเรียก รับทรัพยสินหรือผลประโยชนอื่นใดโดยมิชอบ เพื่อกระทําการหรือไมกระทําการใด ๆ ในการปฏิบัติหนาที่หรือเพราะไดปฏิบัติหนาที่ และจะดูแลใหบุคคลในครอบครัวปฏิบัติเชนเดียวกัน หนา ๗๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
(๑๒) ตองใหขอมูลขาวสารแกประชาชน และชุมชนอยางถูกตอง และทันการณโดยไมบิดเบือนขอเท็จจริง เพื่อใหผูอื่น ประชาชนและชุมชนเขาใจผิดตอพรรค หรือเพื่อประโยชนสวนตัวหรือบุคคลอื่นใด (๑๓) ตองไมนํา ความลับของพรรคที่ไดมีมติไวไปเปดเผยตอบุคคลอื่น ๆ หากไดรับทราบขอมูลที่กอใหเกิดความเสื่อมเสียตอพรรคตองรีบแจงใหทางพรรคไดรับทราบโดยเร็วเพื่อหาทางแกไขตอไปหมวด ๙หลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกสมาชิกพรรคการเมืองเพื่อสงเขาสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อและการคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคการเมืองเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีสวนที่ ๑คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๗๐ เมื่อมีกรณีตองสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งพรรคตองจัดใหมีคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๗๑ ใหมีกรรมการคณะหนึ่งเปนคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งมีจํานวนไมเกินสิบเอ็ดคนประกอบดวย (๑) กรรมการบริหารพรรค จํานวนสี่คน(๒) หัวหนาสาขาพรรคไมนอยกวาสี่สาขาซึ่งมาจากภาคตางกัน จํานวนสี่คน(๓) ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดซึ่งไมมีสาขาพรรคตั้งอยูจํานวนสามคนขอ ๗๒ การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง ใหดําเนินการในที่ประชุมใหญพรรคโดยการลงคะแนนลับ สวนที่ ๒หลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกสมาชิกพรรคการเมืองเพื่อสงเขาสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งขอ ๗๓ พรรคซึ่งประสงคจะสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใดตองมีสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่มีเขตพื้นที่รับผิดชอบหนา ๗๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
ในเขตเลือกตั้งนั้น การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใดใหพรรคสงผูสมัครรับเลือกตั้งจากผูซึ่งไดรับเลือกจากสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่มีเขตพื้นที่รับผิดชอบในเขตเลือกตั้งนั้นเปนผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๗๔ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหากําหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสมัครเปนผูสมัครรับเลือกตั้งและประกาศใหสมาชิกพรรคทราบเปนการทั่วไป(๒) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครตาม (๑) ใหคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้ง แลวสงรายชื่อผูสมัครใหสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๓) เมื่อสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับรายชื่อผูสมัครจากคณะกรรมการสรรหาแลว ใหหัวหนาสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดจัดการประชุมสมาชิกเพื่อรับฟงความคิดเห็นและใหสมาชิกใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสงมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการกําหนด(๔) ใหสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสงรายชื่อผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้งทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็นตาม (๓)ใหคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาเสนอความคิดเห็น(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงรายชื่อผูสมัครของแตละเขตเลือกตั้งพรอมความคิดเห็นตาม (๓) และ (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่จะเสนอใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง สวนที่ ๓หลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกสมาชิกพรรคการเมืองเพื่อสงเขาสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อหนา ๘๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
ขอ ๗๕ การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ใหพรรคการเมืองจัดทําบัญชีรายชื่อเพื่อสงใหสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดโดยใหคํานึงถึงผูสมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิงดวยขอ ๗๖ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหากําหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสมัครและการเสนอรายชื่อบุคคลเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง และมีหนังสือแจงไปยังคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง หัวหนาสาขาพรรคการเมืองตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด และประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไป(๒) ใหกรรมการบริหารพรรคการเมือง หัวหนาสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด เสนอรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหคณะกรรมการสรรหา(๓) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครและเสนอรายชื่อตาม (๑) แลว ใหคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามและจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งไมเกินหนึ่งรอยรายชื่อโดยตองคํานึงถึงผูสมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมระหวางชายและหญิงแลวสงบัญชีรายชื่อดังกลาวใหสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๔) เมื่อสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งตาม (๓) จากคณะกรรมการสรรหาแลว ใหหัวหนาสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด จัดการประชุมสมาชิกเพื่อรับฟงความคิดเห็นและใหสมาชิกใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสงมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการกําหนด แลวสงบัญชีรายชื่อดังกลาวทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็นใหคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งพรอมเสนอความคิดเห็น (๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งตาม (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่เหมาะสมเปนผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อแลวจัดลําดับตามที่เห็นวาเหมาะสมเพื่อใหไดบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อหนา ๘๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
เพื่อประโยชนในการสงเสริมการมีสวนรวมของสมาชิก ในกรณีที่สมาชิกผูใดมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดที่ยังมิไดมีการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหสามารถใชสิทธิการเปนสมาชิกในจังหวัดใกลเตียงที่มีสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตามที่กําหนดในขอบังคับ สวนที่ ๔ขอยกเวนในการสงผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๗๗ ในการเลือกตั้งทั่วไป การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ ใหดําเนินการสรรหาตามวิธีการที่กําหนดในขอ ๗๔ และขอ ๗๖ เวนแตกรณีที่เปนการสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งสําหรับการเลือกตั้งแทนเลือกตั้งที่เปนโมฆะ หรือการเลือกตั้งใหมในกรณีที่ไมมีผูใดไดรับเลือกตั้งหรือกรณีผูสมัครตายกอนปดการรับสมัครรับเลือกตั้งใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งและคณะกรรมการบริหารพรรคเปนผูพิจารณารวมกัน สวนที่ ๕การคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคการเมืองเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีขอ ๗๘ กรณีที่มีการเลือกตั้งทั่วไปใหพรรคประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไปเพื่อเชิญชวนใหกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด และสมาชิกพรรคเสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรจะเสนอใหไดรับการพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีตอคณะกรรมการบริหารพรรคภายในระยะเวลาที่กําหนด และใหคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาคัดเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามที่กฎหมายกําหนด และเปนบุคคลที่มีความรู ความสามารถซื่อสัตยสุจริตมีคุณธรรมจริยธรรมจากรายชื่อบุคคลที่กรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรคตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด หรือสมาชิกพรรคเสนอมา เพื่อเสนอใหสภาผูแทนราษฎรพิจารณาใหความเห็นชอบแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีไมเกินสามรายชื่อ และแจงใหคณะกรรมการการเลือกตั้งกอนปดการรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรพรรคจะไมเสนอรายชื่อบุคคลตามวรรคหนึ่งก็ไดขอ ๗๙ การเสนอชื่อบุคคลตามขอ ๗๘ ตองเปนไปตามหลักเกณฑ ดังตอไปนี้(๑) ตองมีหนังสือยินยอมของบุคคลซึ่งไดรับการเสนอชื่อโดยมีรายละเอียดตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด หนา ๘๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
(๒) ผูไดรับการเสนอชื่อตองเปนผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามที่จะเปนรัฐมนตรีตามที่รัฐธรรมนูญกําหนดและไมเคยทําหนังสือยินยอมตาม (๑) ใหพรรคการเมืองอื่นในการเลือกตั้งคราวนั้นการเสนอชื่อบุคคลใดที่มิไดเปนไปตาม (๑) ใหถือวาไมมีการเสนอชื่อบุคคลนั้นหมวด ๑๐หลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกบุคคลดํารงตําแหนงทางการเมืองขอ ๘๐ กรณีที่จะมีการแตงตั้งบุคคลเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองใหพรรคประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไปเพื่อเชิญชวน ใหกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด และสมาชิกพรรค เสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรจะเสนอใหไดรับการพิจารณาแตงตั้งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองตอคณะกรรมการบริหารพรรคภายในระยะเวลาที่กําหนดและใหคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาคัดเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติ และไมมีลักษณะตองหามตามที่กฎหมายกําหนด และเปนบุคคลที่มีความรู ความสามารถ ซื่อสัตยสุจริต มีคุณธรรมจริยธรรมจากรายชื่อบุคคลที่กรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดหรือสมาชิกพรรคเสนอมาเพื่อแตงตั้งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองขอ ๘๑ ใหคณะกรรมการบริหารพรรคคัดเลือกบุคคลดํารงตําแหนงทางการเมืองของพรรคกําหนดคุณสมบัติและคุณลักษณะใหสอดคลองกับคุณสมบัติ และคุณลักษณะของสํานักงานเลขาธิการรัฐสภาหรือสํานักกิจการสภาหรือสภาผูแทนราษฎร หรือตามกฎหมายกําหนดเพื่อประโยชนในการทํางานทางการเมืองของพรรคในรัฐสภาขอ ๘๒ หามมิใหคณะกรรมการชุดดังกลาวพิจารณาใหบุคคลที่มิไดเปนสมาชิกของพรรคเขารับการดํารงตําแหนงทางการเมืองขอ ๘๓ หลักเกณฑและวิธีคัดเลือกบุคคลดํารงตําแหนงทางการเมืองของพรรคดังกลาวหามมิใหนําไปใชกับผูที่ดํารงตําแหนงผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อของพรรคขอ ๘๔ การพิจารณาคัดเลือกบุคคลใหดํารงตําแหนงทางการเมือง คณะกรรมการบริหารพรรคคัดเลือกตองพิจารณาถึงความรู ความสามารถ ประสบการณทางการทํางาน หรือทางการเมือง หรือผลสําเร็จของงานหรืออาชีพในอดีต สามารถที่จะปฏิบัติหนาที่ไดโดยไมบกพรองและมีความเสียสละตองานที่ไดรับมอบหมายหากภายหลังปรากฏวาผูที่ไดรับการคัดเลือกใหดํารงตําแหนงทางการเมืองของพรรคไมสามารถปฏิบัติงานหนา ๘๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
ในหนาที่ไดอยางสม่ําเสมอหรืออาจกระทําการใด ๆ หรือยินยอมใหผูใดกระทําการแทน อันเปนการฝาฝนหรือขัดตอระเบียบ คําสั่ง ขอบังคับพรรค หรือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองพ.ศ. ๒๕๖๐ หรือรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ใหคณะกรรมการบริหารพรรคประชุมพิจารณาถอดถอนได หมวด ๑๑การใหความรูทางการเมืองแกสมาชิกพรรค และประชาชนทั่วไปขอ ๘๕ เพื่อเปนการสงเสริมความรูความเขาใจทางการเมืองแกสมาชิกและประชาชนโดยทั่วไปอันจะสงผลใหการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขตามวิถีทางระบบรัฐสภาเปนที่ศรัทธาและเชื่อมั่นของปวงชนชาวไทย พรรคจึงไดกําหนดแนวทางการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองใหความรูทางการเมืองแกสมาชิกและประชาชนทั่วไป ดังตอไปนี้(๑) จัดเตรียมบุคลากรที่มีความรูความสามารถ มีความเชี่ยวชาญในแตละสาขาอาชีพเพื่อฝกอบรมแกสมาชิกพรรคและประชาชนทั่วไป(๒) รวบรวมและเผยแพรขอมูลขาวสารทางดานการเมือง เศรษฐกิจและสังคมเพื่อกระตุนเตือนใหสมาชิกพรรค และประชาชนทั่วไปเขามามีสวนรวมทางการเมือง(๓) สงเสริมและสนับสนุนการรวมตัวกันในรูปขององคกรชุมชนทองถิ่นเพื่อใหความรูเกี่ยวกับสิทธิ การจัดการ การดูแลรักษาทรัพยากรของทองถิ่นตลอดจนปลูกฝงสิทธิทางการเมืองที่พึงมี(๔) สงเสริมใหมีการรวมกลุมกันของสมาชิกพรรคในแตละสาขาอาชีพเพื่อแลกเปลี่ยนความรูความเขาใจทางการเมืองรวมกับบุคลากรของพรรคอยางสม่ําเสมอ(๕) เผยแพรความรูทางการเมืองหรือการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองอยางตอเนื่อง(๖) สงเสริมใหสมาชิกพรรคและประชาชนทั่วไปไดเขาชม หรือเขาฟงการอภิปรายหรือบรรยายทางการเมืองอยางทั่วถึง(๗) สงเสริมใหสมาชิกพรรคและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิเสรีภาพอยางมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(๘) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศและการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกันหนา ๘๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
(๙) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๑๐) สงเสริมใหประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตาง และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธี เพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(๑๑) สําหรับกิจกรรมอื่นใดอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชนตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการขอ ๘๖ เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งใหความเห็นชอบแลว ใหหัวหนาพรรคจัดทําแผนหรือโครงการที่จะดําเนินกิจกรรมตามมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่งแหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ และเมื่อพรรคดําเนินการแลวสงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในเดือนเมษายนของทุกป หมวด ๑๒การลงโทษสมาชิกพรรคขอ ๘๗ การกลาวหาสมาชิกของพรรควาไดกระทําหรือละเวนการกระทําอันควรแกการลงโทษตองทําเปนหนังสือถึงหัวหนาพรรค โดยมีสมาชิกไมนอยกวายี่สิบคนลงลายมือชื่อขอ ๘๘ เมื่อไดรับหนังสือแลวใหหัวหนาพรรคมอบอํานาจใหกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งหรือหลายคนทําการตรวจสอบมูลความผิดตามขอกลาวหานั้น ถาตรวจสอบแลวเห็นวาไมมีมูลหัวหนาพรรคมีอํานาจสั่งยกเลิกขอกลาวหานั้นเสียได แตหากเห็นวามีมูลใหเสนอขอกลาวหานั้นพรอมทั้งรายงานผลการตรวจสอบตอหัวหนาพรรคเพื่อ(๑) พิจารณาชี้ขาด หรือ(๒) แตงตั้งสมาชิกไมเกินกวาหาคน เปนกรรมการสอบสวนความผิดนั้นแลวเสนอความเห็นตอหัวหนาพรรคพิจารณาตอไปก็ไดขอ ๘๙ ในการสอบสวนความผิดสมาชิกตามขอกลาวหา ตองใหโอกาสแกผูถูกกลาวหาแกขอกลาวหาตลอดจนแสดงหลักฐานฝายตนภายในสิบหาวันนับแตวันที่ไดรับแจงขอกลาวหาหนา ๘๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
ขอ ๙๐ เมื่อการสอบสวนสิ้นสุดลงหัวหนาพรรคมีอํานาจสั่งการอยางใดอยางหนึ่ง ดังตอไปนี้(๑) ใหระงับเรื่อง(๒) ยกขอกลาวหา(๓) ตําหนิดวยวาจาหรือเปนลายลักษณอักษรแลวแตกรณี(๔) ภาคทัณฑในกรณีที่หัวหนาพรรคเห็นวาควรไดรับการลงโทษ โดยการใหพนจากการเปนสมาชิกพรรคใหหัวหนาพรรคเสนอตอคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาและลงมติ และมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคถือเปนที่สุด และสมาชิกผูนั้นขาดจากความเปนสมาชิกโดยทันที นับตั้งแตวันที่คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติ และมีหนังสือแจงสมาชิกผูนั้นทราบโดยเร็วขอ ๙๑ การพนจากสมาชิกพรรคกรณีเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ใหหัวหนาพรรคเสนอตอคณะกรรมการบริหารพรรคใหความเห็นชอบในเบื้องตน แลวดําเนินการตอไปตามขั้นตอนที่กําหนดไวในขอบังคับนี้หรือตามหลักเกณฑและวิธีการที่ไดบัญญัติไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ หรือตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ตามที่ไดบัญญัติไวแทนก็ได หมวด ๑๓การบริหารการเงินและทรัพยสิน และการจัดทําบัญชีของพรรคการเมืองสาขาพรรคการเมือง และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๙๒ ใหคณะกรรมการบริหารพรรคมีหนาที่บริหารการเงินทรัพยสินและประโยชนอื่นใดของพรรคและสาขาพรรคตลอดจนจัดใหมีการทําบัญชีใหถูกตองตามความเปนจริงใหหัวหนาสาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดจัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรค หรือที่ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับหรือจายโดยบันทึกบัญชีใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันที่รายการนั้นเกิดขึ้นและสรุปรายงานใหพรรคทราบเปนประจําทุกสิ้นเดือนและปดประกาศไว ณ ที่ตั้งสํานักงานสาขาพรรค หรือสถานที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหหัวหนาสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด จัดใหมีการทําบัญชีรายชื่อพรอมที่อยูของสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรคการเมืองหรือในเขตเลือกตั้งที่ตนเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด และปดประกาศไว ณ สํานักงานสาขาพรรคหรือสถานที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดหนา ๘๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
ขอ ๙๓ การลงรายการบัญชีของพรรคตองมีรายการและเอกสารประกอบการลงบัญชีที่ถูกตองครบถวนโดยตองจัดทําภายในระยะเวลา ดังนี้(๑) การลงบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับและแสดงคาใชจายหรือรายจายและบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาคตองลงรายการใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตรายการนั้นเกิดขึ้น(๒) การลงบัญชีแยกประเภทและบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินตองลงรายการใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันสิ้นเดือนของเดือนที่รายการนั้นเกิดขึ้นหมวด ๑๔รายไดของพรรคการเมืองและอัตราคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมืองขอ ๙๔ พรรคอาจมีรายได ดังตอไปนี้(๑) เงินทุนประเดิมของพรรค(๒) เงินคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรค(๓) เงินที่ไดจากการจําหนายสินคาหรือบริการของพรรค(๔) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดที่ไดจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรค(๕) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดที่ไดจากการรับบริจาค(๖) เงินอุดหนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง(๗) ดอกผลของเงินและรายไดจากเงินทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดของพรรคสวนที่ ๑การหารายไดจากการจําหนายสินคาหรือบริการขอ ๙๕ การจําหนายสินคาหรือบริการตองไมมุงแสวงหาผลกําไรมาแบงปนกันในทางธุรกิจโดยราคาหรือคาตอบแทนจากการจําหนายสินคาหรือการใหบริการจะตองคํานึงถึงราคาตามปกติในทองที่นั้นขอ ๙๖ สถานที่จําหนายสินคาหรือบริการ ไดแก ที่ตั้งสํานักงานใหญพรรค ที่ตั้งสํานักงานสาขาพรรคบริเวณสถานที่จัดกิจกรรมระดมทุนบริเวณสถานที่จัดประชุมใหญประจําปของพรรคสาขาพรรคหรือสถานที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด หรือสถานที่ที่พรรคเห็นสมควรขอ ๙๗ เมื่อพรรคดําเนินการจําหนายสินคาหรือบริการ ใหหัวหนาพรรค โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรค จัดทําทะเบียนสินคาหรือบริการซึ่งประกอบดวยรายการ จํานวนเงินหรือมูลคาของสินคา หรืออัตราคาบริการแตละประเภทใหครบถวนและถูกตองหนา ๘๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
ขอ ๙๘ การจําหนายสินคาหรือบริการใหบันทึกบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับและใหแสดงในงบการเงินประจําปของพรรคใหครบถวนและถูกตองตามที่กฎหมายกําหนดขอ ๙๙ การจําหนายสินคาหรือบริการตองไมกระทําในชวงเกาสิบวันกอนวันครบอายุของสภาผูแทนราษฎรจนถึงวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรในกรณีการเลือกตั้งทั่วไปอันเนื่องมาจากครบอายุของสภาผูแทนราษฎร และตองไมกระทําในชวงที่มีพระราชกฤษฎีกาใหมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจนถึงวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร และในกรณีที่เปนการเลือกตั้งอันเนื่องมาจากเหตุอื่นนอกจากการครบอายุของสภาผูแทนราษฎร สวนที่ ๒การจัดกิจกรรมระดมทุนขอ ๑๐๐ การจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคตองกระทําโดยเปดเผย และแสดงวัตถุประสงควาเปนการระดมทุนของพรรคอยางชัดเจนการใหเงิน ทรัพยสินแกพรรค รวมถึงการใหประโยชนอื่นใดแกพรรคที่ไดจากการจัดกิจกรรมระดมทุนใหอยูภายใตบังคับบทบัญญัติเรื่องการรับบริจาคขอ ๑๐๑ สถานที่จัดกิจกรรมระดมทุนไดแก ที่ตั้งสํานักงานใหญพรรค ที่ตั้งสํานักงานสาขาพรรคบริเวณสถานที่จัดประชุมใหญประจําปของพรรค สาขาพรรค สถานที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดหรือสถานที่ที่พรรคเห็นสมควรขอ ๑๐๒ ภายในสามสิบวันนับแตวันที่จัดกิจกรรมระดมทุนสิ้นสุดลงใหหัวหนาพรรคจัดทํารายละเอียดเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมระดมทุนคาใชจาย และจํานวนเงินที่ไดรับจากการจัดกิจกรรมระดมทุนและใหหัวหนาพรรคประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปพรอมทั้งแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบดวยขอ ๑๐๓ การจัดกิจกรรมระดมทุนใหบันทึกบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับและนําไปแสดงในงบการเงินประจําปของพรรคใหครบถวนและถูกตองตามที่กฎหมายกําหนดขอ ๑๐๔ การจัดกิจกรรมระดมทุนตองไมกระทําในชวงเกาสิบวันกอนวันครบอายุของสภาผูแทนราษฎรจนถึงวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรในกรณีการเลือกตั้งทั่วไปอันเนื่องมาจากครบอายุของสภาผูแทนราษฎรและตองไมกระทําในชวงที่มีพระราชกฤษฎีกาใหมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจนถึงวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร และในกรณีที่เปนการเลือกตั้งอันเนื่องมาจากเหตุอื่นนอกจากการครบอายุของสภาผูแทนราษฎร หนา ๘๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
สวนที่ ๓การรับบริจาคของพรรคขอ ๑๐๕ ใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคเปดบัญชีเงินฝากกับธนาคารพาณิชยโดยระบุชื่อเจาของบัญชีในนามของพรรคนั้น และใหหัวหนาพรรคแจงหมายเลขบัญชีของบัญชีเงินฝากและจํานวนเงินที่เปดบัญชีของทุกบัญชีใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในเจ็ดวันนับแตวันที่เปดบัญชีดังกลาวขอ ๑๐๖ กรณีรับบริจาคเปนเงินสดใหหัวหนาพรรค และเหรัญญิกพรรคนําเงินฝากไวในบัญชีธนาคารพาณิชยตามขอ ๑๐๕ ภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาคหากการรับบริจาคเปนตั๋วแลกเงินหรือเช็คจะตองไมถูกปฏิเสธการจายเงินจึงถือไดวาเปนการบริจาคแกพรรคขอ ๑๐๗ เมื่อมีการบริจาคใหผูรับบริจาคจัดทําบันทึกการรับบริจาคใหแลวเสร็จภายในสามวันนับแตวันที่ไดรับบริจาคและใหจัดสงบันทึกการรับบริจาคพรอมเงินทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาคถาหากทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดมิอาจนําสงแกพรรคไดใหผูรับบริจาคแจงรายละเอียดเกี่ยวกับการรับบริจาคนั้นใหพรรคทราบขอ ๑๐๘ เมื่อพรรคไดรับหลักฐานตามขอ ๑๐๗ ใหออกใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการรับบริจาคทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดภายในวันที่ที่ไดรับบริจาคแลวจัดสงใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการรับบริจาคใหแกผูบริจาคภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ออกหลักฐานนั้นขอ ๑๐๙ ใหพรรคบันทึกการรับบริจาคไวในบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาคของพรรคใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันที่เกิดรายการโดยอยางนอยตองมีรายการ ดังนี้(๑) ชื่อ ที่อยูของพรรค(๒) ชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยูของผูบริจาค(๓) ชื่อตัว ชื่อสกุล และตําแหนงผูรับบริจาค(๔) วัน เดือน ปที่รับบริจาค(๕) รายละเอียดการรับบริจาค(๖) จํานวนเงินหรือมูลคาทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด(๗) เอกสารอางอิง(๘) ลายมือชื่อหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคหนา ๘๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
ขอ ๑๑๐ ใหหัวหนาพรรคประกาศบัญชีรายชื่อผูบริจาค จํานวนเงิน รายการทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดที่ไดรับบริจาคที่มีมูลคาไมนอยกวาหาพันบาท พรอมทั้งวัตถุประสงคของการบริจาคเพื่อใหประชาชนทราบเปนประจําทุกสิ้นเดือนแลวแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่ประกาศการตีราคาทรัพยสินหรือการประเมินมูลคาประโยชนอื่นใดที่ไดรับบริจาคใหคํานวณราคาทรัพยสินอัตราคาเชาคาตอบแทนหรือคาของสิทธิที่รับตามปกติทางการคาในทองที่นั้นขอ ๑๑๑ บุคคลใดจะบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคมีมูลคาเกินสิบลานบาทตอพรรคตอปมิได และในกรณีที่บุคคลนั้นเปนนิติบุคคลการบริจาคเงินทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคไมวาพรรคเดียวหรือหลายพรรคเกินปละหาลานบาท ตองแจงใหที่ประชุมใหญผูถือหุนทราบในการประชุมใหญคราวตอไปหลังจากบริจาคแลวพรรคจะรับบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดซึ่งมีมูลคาเกินวรรคหนึ่งมิไดสวนที่ ๔อัตราคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคขอ ๑๑๒ สมาชิกพรรคตองชําระคาธรรมเนียม และคาบํารุงพรรคปละยี่สิบบาท แบบตลอดชีพสองรอยบาทเพื่อประโยชนในการนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคประจําปของสมาชิกใหถือวารอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคประจําปของปที่สมาชิกไดชําระคาบํารุงพรรคเปนครั้งแรกสิ้นสุดลงในวันสิ้นปปฏิทินของปเดียวกันนั้น และใหเริ่มตนนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคประจําปของปถัดไปใหม โดยใหเริ่มตนนับตั้งแตวันที่ ๑ มกราคมและสิ้นสุดลงในวันที่ ๓๑ ธันวาคมของปเดียวกันทั้งนี้ สมาชิกอาจชําระคาบํารุงพรรคประจําปของปถัดไปภายในกรอบระยะเวลาดังกลาวเมื่อใดก็ไดหมวด ๑๕การเลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๑๑๓ การเลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหเปนไปตามมติของคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๑๑๔ ในกรณีที่พรรคตองสิ้นสภาพความเปนพรรค หรือยุบพรรคใหทรัพยสินของพรรคที่เหลือภายหลังจากการชําระบัญชีแลวตกเปนของมูลนิธิราชประชานุเคราะห ในพระบรมราชูปถัมภหนา ๙๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘
๒. เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคไทยภักดีชุดใหม จํานวน ๙ คน ไดแก๒.๑ นางสาวกรรญดา ณ หนองคาย หัวหนาพรรค๒.๒ นายทศพล พรหมเกตุ เลขาธิการพรรค๒.๓ นายจักรพงศ ฉัตรพศิน เหรัญญิกพรรค๒.๔ นายขจรรัฐ หมั่นเพียร นายทะเบียนสมาชิกพรรค๒.๕ วาที่รอยตรี สานนท บุญมี กรรมการบริหารพรรค๒.๖ นายปฏิยุทธ ทองประจง กรรมการบริหารพรรค๒.๗ นาวาโท ไชยยุทธ ศรีเปารยะ กรรมการบริหารพรรค๒.๘ นายกลารบ สิงหกมลศึก กรรมการบริหารพรรค๒.๙ นางสาวสุวรรณี วองชล กรรมการบริหารพรรคจึงประกาศใหทราบโดยทั่วกันประกาศ ณ วันที่ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๗แสวง บุญมีเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งนายทะเบียนพรรคการเมืองหนา ๙๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ มกราคม ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)