ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรคและกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเรื่อง การเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคและกรรมการบริหารพรรคกลาธรรมตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองไดมีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่๑๑ กันยายน ๒๕๖๖ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคกลาธรรม กรณี นางชวาลี เดือนดาวลาออกจากสมาชิกพรรคกลาธรรม และเหรัญญิกพรรคกลาธรรม ทําใหสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคกลาธรรมสิ้นสุดลง และทําใหความเปนกรรมการบริหารพรรคกลาธรรมสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามขอบังคับพรรคกลาธรรม พ.ศ. ๒๕๖๖ ขอ ๕๔ วรรคหนึ่ง (๒) และขอ ๑๕ วรรคหนึ่ง (๒)และ (๓) ทําใหมีคณะกรรมการบริหารพรรคกลาธรรมคงเหลือ จํานวน ๑๐ คน นั้นบัดนี้ หัวหนาพรรคกลาธรรมไดแจงการเปลี่ยนแปลงตอนายทะเบียนพรรคการเมืองตามมาตรา ๓๘ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ กรณีที่ประชุมใหญสามัญพรรคกลาธรรม ครั้งที่ ๑/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๗ มีมติดังนี้๑. แกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคกลาธรรม พ.ศ. ๒๕๖๖ โดยยกเลิกทั้งฉบับ และใหใชขอบังคับพรรคกลาธรรม พ.ศ. ๒๕๖๗ แทนขอบังคับพรรคกลาธรรม พ.ศ. ๒๕๖๗ดวยที่ประชุมใหญสามัญพรรคกลาธรรม ครั้งที่ ๑/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๗มีมติแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคกลาธรรม พ.ศ. ๒๕๖๖ โดยยกเลิกทั้งฉบับ และใหใชขอบังคับพรรคกลาธรรม พ.ศ. ๒๕๖๗ แทน ดังนี้ขอ ๑ ขอบังคับพรรคนี้เรียกวา “ขอบังคับพรรคกลาธรรม พ.ศ. ๒๕๖๗”ขอ ๒ ขอบังคับนี้ใหใชบังคับตั้งแตวันที่ไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญสามัญพรรคกลาธรรมประจําป พ.ศ. ๒๕๖๗ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ เปนตนไปขอ ๓ ใหยกเลิกขอบังคับพรรคกลาธรรม พ.ศ. ๒๕๖๖ ทั้งฉบับ และใหใชขอบังคับพรรคกลาธรรม พ.ศ. ๒๕๖๗ นี้แทน หมวด ๑บททั่วไปขอ ๔ พรรคที่ใชขอบังคับพรรคนี้ใหเรียกวา “พรรคกลาธรรม” ชื่อยอภาษาไทย “กธ”ชื่อภาษาอังกฤษ “KLATHAM PARTY” ชื่อยอภาษาอังกฤษ “KT”หนา ๕๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
ขอ ๕ เครื่องหมายพรรคและความหมาย(๑) พรรคกลาธรรม ใชเครื่องหมายมีลักษณะ ดังนี้มีลักษณะเปนภาพ ๖ เหลี่ยม มีเสนทึบสีน้ําเงินระหวางเหลี่ยม ๓ เสนเสนบางสีน้ําเงิน ๒ เสน ภายในภาพ ๖ เหลี่ยม แถวแรกเปนอักษรภาษาไทยสีเขียวคําวา “กธ”อยูบนกลีบดอกบัวสีทอง แถวที่สองเปนอักษรภาษาไทยสีแดงคําวา “กลาธรรม” อยูภายใตกลีบดอกบัวสีทองแถวที่สามเปนอักษรภาษาอังกฤษสีแดงคําวา “KLATHAM” อยูภายใตชื่อพรรค ตามรูป(๒) มีความหมาย ดังนี้หมายถึง การยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย อาศัยหลักนิติธรรมและหลักธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผนดินขอ ๖ สํานักงานใหญพรรคกลาธรรม ตั้งอยู ณ เลขที่ ๒๖๙ หมูที่ ๔ ถนนดอกคําใต - เชียงคําตําบลดอนศรีชุม อําเภอดอกคําใต จังหวัดพะเยา รหัสไปรษณีย ๕๖๑๒๐ขอ ๗ ในขอบังคับนี้“พรรค” หมายความวา พรรคกลาธรรม“สมาชิกพรรค” หมายความวา สมาชิกพรรคกลาธรรม“ขอบังคับพรรค” หมายความวา ขอบังคับพรรคกลาธรรมตามขอ ๓“สํานักงานใหญพรรค” หมายความวา สํานักงานใหญพรรคกลาธรรมตามขอ ๖“คณะกรรมการบริหารพรรค” หมายความวา คณะกรรมการบริหารพรรคกลาธรรม“สาขาพรรค” หมายความวา สาขาพรรคกลาธรรม“สํานักงานสาขาพรรค” หมายความวา สํานักงานสาขาพรรคกลาธรรม“คณะกรรมการสาขาพรรค” หมายความวา คณะกรรมการสาขาพรรคกลาธรรมหนา ๖๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
“ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด” หมายความวา ตัวแทนพรรคกลาธรรมประจําจังหวัด“สถานที่ทําการตัวแทนพรรคประจําจังหวัด” หมายความวา สถานที่ทําการตัวแทนพรรคกลาธรรมประจําจังหวัด“คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง” หมายความวา คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรพรรคกลาธรรม”“นายทะเบียนพรรคการเมือง” หมายความวา นายทะเบียนพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง”“นายทะเบียนสมาชิกพรรค” หมายความวา ผูดํารงตําแหนงนายทะเบียนสมาชิกพรรคกลาธรรม “จังหวัด” ใหหมายความรวมถึงกรุงเทพมหานครดวย“ประชุมใหญพรรค” หมายความวา ประชุมใหญสามัญพรรคกลาธรรมตามขอ ๓๘หรือประชุมใหญวิสามัญพรรคกลาธรรมตามขอ ๓๙ แลวแตกรณีหมวด ๒คําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคขอ ๘ คําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรค มีดังตอไปนี้(๑) พรรคจะยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย(๒) พรรคจะอาศัยหลักนิติธรรม และหลักธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผนดิน(๓) พรรคจะดําเนินกิจกรรมทางการเมืองดวยความซื่อสัตยสุจริต สรางสรรคและสงเสริมใหประชาชนมีสวนรวม(๔) พรรคจะสงเสริมใหคนไทยมีที่ทํากิน มีที่อยู และมีอาชีพรองรับ และพัฒนาเศรษฐกิจใหอยูดี กินดี และมีความสุข(๕) พรรคจะสงเสริมและรักษาไวซึ่งจารีต ประเพณี ธรรมเนียมอันดีงามของชาติศิลปวัฒนธรรม การศึกษา ศาสนา และความปลอดภัยของประชาชน(๖) พรรคจะสงเสริมและรักษาไวซึ่งความสัมพันธระหวางประเทศหนา ๖๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
หมวด ๓นโยบายของพรรคขอ ๙ นโยบายของพรรค มีดังตอไปนี้ดานการเมืองและความมั่นคง(๑) สงเสริมและสนับสนุนการปฏิรูปประเทศดานการเมืองและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข(๒) เสริมสรางความเปนธรรม ลดความเหลื่อมล้ํา และสรางความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมตามหลักนิติธรรม(๓) สงเสริมการกระจายอํานาจทางการปกครองและการบริหารไปสูทองถิ่นโดยการลดอํานาจรัฐสวนกลาง สวนภูมิภาค และเพิ่มอํานาจใหประชาชนในทองถิ่นไดจัดการตนเองใหสอดคลองกับความตองการของประชาชนในทองถิ่น(๔) เปนตัวแทนของปวงชนชาวไทยในกิจกรรมทางการเมือง และจะบริหารราชการแผนดินดวยหลักธรรมาภิบาลและความซื่อสัตยสุจริต(๕) รักษาและคุมครองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมดานเศรษฐกิจและสังคม(๑) สงเสริมความอยูดีกินดีของประชาชนทุกระดับ ลดความเหลื่อมล้ําการเขาถึงบริการของรัฐ และจะสงเสริมและพัฒนาใหเศรษฐกิจของประเทศเจริญรุงเรือง(๒) สงเสริมการพัฒนาดานการเกษตร เกษตรอุตสาหกรรม โดยสงเสริมระบบเกษตรพันธสัญญา(Contract Farming) “การตลาดนําการผลิต” สงเสริมการผลิตสินคาเกษตรที่มีศักยภาพ(๓) สงเสริมการวิจัยและพัฒนา ดานวิทยาศาสตร เทคโนโลยี รวมทั้งนวัตกรรมที่จําเปนตอการผลิตทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม เพื่อสรางมูลคาเพิ่มของสินคาและบริการ(๔) สงเสริมและสนับสนุนการวิจัย และพัฒนาดานสุขภาพของประชาชน อาทิยารักษาโรค วัคซีน เวชภัณฑ และเทคโนโลยีทางการแพทยที่ทันสมัย และสรางความมั่นคงทางดานสุขภาพของประชาชน(๕) สงเสริมการศึกษา การผลิตบุคลากรเขาสูตลาดแรงงานดานวิชาชีพที่ตลาดตองการใหเปนแรงงานฝมือและเปนที่ตองการของตลาดหนา ๖๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
(๖) สงเสริมใหระบบสาธารณสุขมูลฐาน ระบบหลักประกันสุขภาพ ใหประชาชนเขาถึงบริการที่มีคุณภาพ และมีความสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง และมีหลักประกันสุขภาพถวนหนา(๗) สงเสริมสิทธิและเสรีภาพของสื่อมวลชนตามจรรยาบรรณขององคกรวิชาชีพสื่อสารมวลชน (๘) สงเสริมและพัฒนาการลงทุนภาคอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการทองเที่ยวภายในประเทศอาทิ การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบตาง ๆ การสรางอัตลักษณของอุตสาหกรรมการทองเที่ยว(๙) มุงเนนการปฏิรูปกฎหมายที่ซ้ําซอน เปนอุปสรรคและขอจํากัดในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศ(๑๐) สงเสริมใหประชาชนสามารถเขาถึงการจัดที่ดินทํากินจากภาครัฐอยางทั่วถึงและเปนธรรม (๑๑) สงเสริมใหมีกองทุนสํารองเลี้ยงชีพทุกสาขาอาชีพหมวด ๔โครงสรางการบริหารพรรคและตําแหนงตาง ๆ ในพรรคสวนที่ ๑โครงสรางการบริหารพรรคขอ ๑๐ โครงสรางการบริหารของพรรค ประกอบดวย(๑) คณะกรรมการบริหารพรรค(๒) คณะกรรมการสาขาพรรค(๓) ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดสวนที่ ๒คณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๑๑ ใหมีคณะกรรมการคณะหนึ่งเปนคณะกรรมการบริหารพรรค มีจํานวนไมนอยกวาเกาคนแตไมเกินสามสิบหาคน ประกอบดวย(๑) หัวหนาพรรค(๒) เลขาธิการพรรค หนา ๖๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
(๓) เหรัญญิกพรรค(๔) นายทะเบียนสมาชิกพรรค(๕) กรรมการบริหารพรรค ไมนอยกวา ๕ คนขอ ๑๒ การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคใหดําเนินการในที่ประชุมใหญพรรคโดยการลงคะแนนลับ ตามลําดับ ดังนี้(๑) ใหที่ประชุมใหญพรรคกําหนดจํานวนของคณะกรรมการบริหารพรรคตามขอ ๑๑(๒) การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคใหดําเนินการในที่ประชุมใหญพรรคโดยการลงคะแนนลับตามลําดับจนครบจํานวนตามที่กําหนดไวใน (๑) ซึ่งในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนง ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวาสิบคน(๓) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคที่ไดรับเลือกตั้งปฏิบัติหนาที่ตั้งแตไดรับการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญพรรคเปนตนไปขอ ๑๓ กรรมการบริหารพรรคตองเปนสมาชิกพรรค มีอายุไมต่ํากวายี่สิบปบริบูรณ มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่ที่ประชุมใหญพรรคเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมในกรณีที่ประชุมใหญพรรคกําหนดใหมีจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติมจากที่ไดกําหนดไวตามขอ ๑๒ (๑) ใหนําความในขอ ๑๒ (๒) และ (๓) มาใชบังคับเกี่ยวกับการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติมโดยอนุโลม และใหกรรมการบริหารพรรคตําแหนงที่ไดรับเลือกตั้งเพิ่มเติมนั้นอยูในตําแหนงเพียงเทาที่วาระที่เหลืออยูของคณะกรรมการบริหารพรรคที่ตนไดรับเลือกตั้งเขาไปเพิ่มเติมกรรมการบริหารพรรคตองไมเปนกรรมการสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในขณะเดียวกันขอ ๑๔ ในระหวางการดํารงตําแหนงประธานสภาผูแทนราษฎรและรองประธานสภาผูแทนราษฎรจะเปนกรรมการบริหารพรรค หรือดํารงตําแหนงใดในพรรคในขณะเดียวกันมิไดขอ ๑๕ ความเปนกรรมการบริหารพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก โดยใหถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคไดรับหนังสือลาออก(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดหนา ๖๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
เมื่อตําแหนงกรรมการบริหารพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเปนผูรักษาการในตําแหนงจนกวาจะมีการเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางลงในการประชุมใหญพรรค ซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงการรักษาการในตําแหนงตามวรรคสอง ใหผูรักษาการในตําแหนงมีอํานาจ หนาที่ และความรับผิดชอบเชนเดียวกับตําแหนงที่ตนรักษาการในตําแหนงทุกประการ และในกรณีที่มีกฎหมาย กฎ ระเบียบขอบังคับ หรือคําสั่งใดแตงตั้งใหกรรมการบริหารพรรคตําแหนงใดเปนกรรมการหรือใหมีอํานาจหนาที่และความรับผิดชอบอยางใด ก็ใหผูรักษาการในตําแหนงนั้นมีอํานาจหนาที่เปนกรรมการ หรือมีอํานาจหนาที่และความรับผิดชอบเชนเดียวกับตําแหนงที่ตนรักษาการในตําแหนงทุกประการในระหวางการรักษาการในตําแหนงดวยขอ ๑๖ ในกรณีกรรมการบริหารพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามขอ ๑๕ วรรคหนึ่ง แลวตอมามีการประชุมใหญพรรคเพื่อเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคแทนตําแหนงที่วางลง ในกรณีดังกลาวใหนําความในขอ ๑๒ (๒) และ (๓) มาใชบังคับเกี่ยวกับการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคแทนตําแหนงที่วางลงโดยอนุโลม และใหกรรมการบริหารพรรคที่ไดรับเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางลงนั้นอยูในตําแหนงเพียงเทาที่วาระที่เหลืออยูของกรรมการบริหารพรรคซึ่งตนไดรับเลือกตั้งเขาไปแทนขอ ๑๗ กรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ความเปนกรรมการบริหารพรรคของหัวหนาพรรคสิ้นสุดลงตามขอ ๑๕(๓) กรรมการบริหารพรรควางลงเกินกวากึ่งหนึ่งของกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดในกรณีกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะตาม (๑) ใหกรรมการบริหารพรรคที่พนจากตําแหนงยังคงอยูรักษาการในตําแหนงเพื่อปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม ในกรณีที่หัวหนาพรรคไมอยูหรือไมอาจรักษาการในตําแหนงหัวหนาพรรคในขณะนั้นไดใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งเปนผูรักษาการในตําแหนงหัวหนาพรรคและใหเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมในการประชุมใหญพรรคซึ่งตองกระทําภายในหกสิบวันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงในกรณีกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะตาม (๒) ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูรักษาการในตําแหนงเพื่อปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมหนา ๖๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
และใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งเปนผูรักษาการในตําแหนงหัวหนาพรรค และใหเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมในการประชุมใหญพรรคซึ่งตองกระทําภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะในกรณีกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะตาม (๓) ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูรักษาการในตําแหนงเพื่อปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมในกรณีที่หัวหนาพรรคไมอยูหรือไมอาจรักษาการในตําแหนงหัวหนาพรรคในขณะนั้นได ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งเปนผูรักษาการในตําแหนงหัวหนาพรรคและใหเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมในการประชุมใหญพรรค ซึ่งตองกระทําภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะใหผูรักษาการในตําแหนงหัวหนาพรรคตามวรรคสาม หรือผูรักษาการในตําแหนงหัวหนาพรรคเพราะเหตุหัวหนาพรรคไมอยูหรือไมอาจรักษาการในตําแหนงตามวรรคสองหรือวรรคสี่ แลวแตกรณีมีอํานาจ หนาที่ และความรับผิดชอบเชนเดียวกับตําแหนงหัวหนาพรรคทุกประการ และในกรณีที่มีกฎหมายกฎ ระเบียบ ขอบังคับ หรือคําสั่งใดแตงตั้งใหหัวหนาพรรคเปนกรรมการหรือใหมีอํานาจหนาที่และความรับผิดชอบอยางใด ก็ใหผูรักษาการในตําแหนงหัวหนาพรรคนั้นมีอํานาจหนาที่เปนกรรมการหรือมีอํานาจ หนาที่ และความรับผิดชอบเชนเดียวกับตําแหนงหัวหนาพรรคที่ตนรักษาการในตําแหนงหัวหนาพรรคทุกประการในระหวางการรักษาการในตําแหนงหัวหนาพรรคดวยในกรณีกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพนจากความเปนสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคทั้งหมดใหถือวาเปนเหตุใหเลิกพรรคขอ ๑๘ คณะกรรมการบริหารพรรคมีอํานาจ หนาที่ และความรับผิดชอบ ดังตอไปนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรค และมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๒) ควบคุมและกํากับดูแล มิใหสมาชิกพรรคหรือผูดํารงตําแหนงในพรรคกระทําในลักษณะที่อาจทําใหการเลือกตั้งหรือการเลือกมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ไมชอบดวยกฎหมายหรืออาจเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใดซึ่งสมัครเขารับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภา ไมวาโดยทางตรงหรือทางออม หนา ๖๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
(๓) ใหความเห็นชอบในการจัดทําแผนหรือโครงการที่จะดําเนินกิจกรรมตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง(๔) ดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรคใหเปนไปตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง(๕) บริหารการเงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดของพรรคและสาขาพรรคตลอดจนจัดทําบัญชีตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองใหถูกตองตามความเปนจริง(๖) ตรวจสอบและควบคุมมิใหมีการนําเงินหรือทรัพยสินของพรรคไปใชจายเพื่อการอื่นใดนอกจากที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง(๗) กรณีพรรคสิ้นสภาพความเปนพรรคการเมือง หรือถูกยุบ พรรคยังคงตองปฏิบัติหนาที่อยูจนกวาการชําระบัญชีจะแลวเสร็จ แตจะดําเนินกิจกรรมทางการเมืองในนามพรรคที่สิ้นสภาพความเปนพรรคการเมืองหรือถูกยุบพรรคมิได(๘) ออกกฎระเบียบและจัดตั้งหนวยงานตาง ๆ เพื่อปฏิบัติงานใหเปนไปตามนโยบายพรรคและขอบังคับพรรค (๙) ควบคุมมิใหพรรค และผูซึ่งพรรคสงเขาสมัครรับเลือกตั้งใชจายเงินเกินวงเงินตามที่กฎหมายกําหนด(๑๐) เลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๑๑) กําหนดใหมีการประชุมใหญพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้ง และรายงานกิจการดานตาง ๆ ตอที่ประชุมใหญพรรค(๑๒) แตงตั้งและถอดถอนผูปฏิบัติงานของพรรคในกิจการตาง ๆ ของพรรคและคณะทํางานเฉพาะกิจทั้งในสวนกลางและสวนภูมิภาค(๑๓) อํานาจอื่น ๆ ตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับพรรคขอ ๑๙ กรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนงมีอํานาจ หนาที่ และความรับผิดชอบดังตอไปนี้ (๑) หัวหนาพรรค มีอํานาจ หนาที่ และความรับผิดชอบ ดังนี้(ก) เปนประธานของคณะกรรมการบริหารพรรคและเปนผูเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ตลอดจนดําเนินการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคหนา ๖๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
(ข) เปนผูเรียกประชุมใหญพรรคตามความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคและเปนประธานของที่ประชุมใหญพรรค ตลอดจนดําเนินการประชุมใหญพรรค(ค) เปนผูเรียกประชุมรวมระหวางคณะกรรมการบริหารพรรคกับสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรค และเปนประธานของที่ประชุม ตลอดจนเปนผูดําเนินการประชุมดังกลาว(ง) เปนผูลงนามประกาศ กฎระเบียบ มติของพรรคและคําสั่งพรรค(จ) ในกรณีที่มีความจําเปนในการดําเนินการทางการเมืองใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของพรรคไดโดยความเห็นชอบของกรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้น และใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติของพรรค(ฉ) แตงตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทํางาน หรือตําแหนงอื่น ๆเพื่อประโยชนของกิจการพรรค มีอํานาจหนาที่ตามที่หัวหนาพรรคมอบหมาย(ช) มีคําสั่งใหตัวแทนพรรคประจําจังหวัดออกจากตําแหนงตามขอ ๓๕ (๕)(ซ) อํานาจอื่น ๆ ตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับพรรค(๒) เลขาธิการพรรค มีอํานาจ หนาที่ และความรับผิดชอบ ดังนี้(ก) เปนผูตรวจสอบและกํากับดูแลกิจการทั้งปวงของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมายและใหรับผิดชอบโดยตรงจากหัวหนาพรรคในกิจการที่หัวหนาพรรคมอบหมายใหปฏิบัติ(ข) เปนผูเสนอรายงานตอคณะกรรมการบริหารพรรค ที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรค และตอที่ประชุมใหญพรรค(ค) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรค คณะที่ปรึกษาพรรค และสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรค และที่ประชุมใหญพรรค(ง) เปนผูกํากับดูแลการบริหารงานของสํานักงานใหญพรรค(๓) เหรัญญิกพรรค มีอํานาจ หนาที่ และความรับผิดชอบในการควบคุมรายรับ -รายจายเงิน บัญชีทรัพยสินหนี้สิน และงบการเงินของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด(๔) นายทะเบียนสมาชิกพรรค มีอํานาจ หนาที่ และความรับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครเขาเปนสมาชิกพรรค และจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคใหตรงตามความเปนจริงและตองใหสมาชิกพรรคตรวจดูไดโดยสะดวก ณ สํานักงานใหญพรรครวมทั้งประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวย เพื่อประโยชนในการตรวจสอบความถูกตอง หนา ๖๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
(๕) กรรมการบริหารพรรค มีอํานาจ หนาที่และความรับผิดชอบตามที่หัวหนาพรรคแตงตั้งตามขอ ๑๙ (๑) (ฉ) หรือตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมายสวนที่ ๓สาขาพรรคขอ ๒๐ ภายในหนึ่งปนับแตวันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคตองดําเนินการใหมีสาขาพรรคในแตละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดอยางนอยภาคละหนึ่งสาขา โดยสาขาพรรคแตละสาขาตองมีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดตั้งแตหารอยคนขึ้นไปในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรค ตองไมมีตัวแทนพรรคประจําจังหวัดอยูในจังหวัดนั้นขอ ๒๑ การจัดตั้งสาขาพรรค เมื่อจังหวัดใดที่มีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นตั้งแตหารอยคนขึ้นไป สมาชิกพรรคไมนอยกวาหนึ่งรอยคนอาจจัดประชุมเพื่อดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรค กําหนดสถานที่ตั้งสาขาพรรค และเมื่อหัวหนาพรรคใหความเห็นชอบใหจัดตั้งสาขาพรรค ใหหัวหนาพรรคแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่หัวหนาพรรคมีประกาศจัดตั้งสาขาพรรคขอ ๒๒ คณะกรรมการสาขาพรรคใหมีจํานวนไมนอยกวาเจ็ดคน ประกอบดวย(๑) หัวหนาสาขาพรรค(๒) รองหัวหนาสาขาพรรค(๓) เลขานุการสาขาพรรค(๔) เหรัญญิกสาขาพรรค(๕) นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค(๖) โฆษกสาขาพรรค(๗) กรรมการสาขาพรรคขอ ๒๓ การเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคใหดําเนินการในที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคหรือที่ประชุมใหญสาขาพรรค แลวแตกรณี ดังนี้(๑) ใหที่ประชุมกําหนดจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคตามขอ ๒๒หนา ๖๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
(๒) เลือกหัวหนาสาขาพรรคเปนลําดับแรกแลวเลือกตําแหนงอื่น ๆ จนครบตาม (๑)(๓) ใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่ไดรับเลือกตั้งปฏิบัติหนาที่ตั้งแตไดรับการเลือกตั้งจากที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคหรือที่ประชุมใหญสาขาพรรค แลวแตกรณี เปนตนไปขอ ๒๔ กรรมการสาขาพรรคตองเปนสมาชิกพรรค มีอายุไมต่ํากวายี่สิบปบริบูรณ มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่หัวหนาพรรคประกาศจัดตั้งสาขาพรรค หรือประกาศแตงตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม แลวแตกรณีในกรณีที่ประชุมใหญสาขาพรรคกําหนดใหมีจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคเพิ่มเติมจากที่ไดกําหนดไวตามขอ ๒๓ (๑) ใหนําความในขอ ๒๓ (๒) และ (๓) มาใชบังคับเกี่ยวกับการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคเพิ่มเติมโดยอนุโลม และใหกรรมการสาขาพรรคตําแหนงที่ไดรับเลือกตั้งเพิ่มเติมนั้นอยูในตําแหนงเพียงเทาที่วาระที่เหลืออยูของคณะกรรมการสาขาพรรคที่ตนไดรับเลือกตั้งเขาไปเพิ่มเติมกรรมการสาขาพรรคตองไมเปนกรรมการบริหารพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในขณะเดียวกันขอ ๒๕ คณะกรรมการสาขาพรรคมีอํานาจ หนาที่ และความรับผิดชอบ ดังตอไปนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรค และมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๒) สงเสริมใหสมาชิกพรรคและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(๓) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศ และการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๔) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผลหนา ๗๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
(๕) สงเสริมใหสมาชิกพรรคและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตาง และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(๖) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคการเมืองใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๗) จัดประชุมสมาชิกพรรคเพื่อรับฟงความคิดเห็นการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๘) ใหความเห็นเกี่ยวกับการกําหนดนโยบายของพรรคที่ใชในการประกาศโฆษณาหาเสียง(๙) รับฟงความคิดเห็นจากสมาชิกพรรค เพื่อเสนอใหพรรคไปดําเนินการในสวนที่เกี่ยวของขอ ๒๖ กรรมการสาขาพรรคแตละตําแหนงมีอํานาจ หนาที่ และความรับผิดชอบ ดังตอไปนี้(๑) หัวหนาสาขาพรรค มีอํานาจ หนาที่ และความรับผิดชอบ ดังนี้(ก) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรค(ข) จัดทําบัญชีรายชื่อพรอมที่อยูของสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาในเขตจังหวัดซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรค(ค) เปนผูแทนของสาขาพรรคและเปนผูรับผิดชอบในกิจกรรมทั้งปวงของสาขาพรรค(ง) เปนประธานของคณะกรรมการสาขาพรรค เรียกประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและเปนประธานการประชุม(จ) เรียกประชุมใหญสาขาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสาขาพรรค และเปนประธานของที่ประชุม ตลอดจนดําเนินการประชุม(ฉ) มีสิทธิยับยั้งมติคณะกรรมการสาขาพรรค หรือคณะกรรมการอื่น ๆที่คณะกรรมการสาขาพรรคจัดตั้งขึ้น เพื่อขอใหมีการทบทวนมติในกรณีที่มีความจําเปน แตทั้งนี้ ตองไมเกินสามวันซึ่งหากพนกําหนดดังกลาวใหถือวามติของที่ประชุมนั้นมีผลใชบังคับ(ช) ในกรณีที่มีความจําเปนในการดําเนินการทางการเมือง ใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของสาขาพรรคได โดยความเห็นชอบของกรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้น และใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติของสาขาพรรคหนา ๗๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
(ซ) อํานาจอื่น ๆ ตามที่กําหนดไวในกฎหมาย ขอบังคับพรรค และตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด(๒) รองหัวหนาสาขาพรรค มีอํานาจ หนาที่ และความรับผิดชอบตามที่หัวหนาสาขาพรรคมอบหมาย และตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับพรรค(๓) เลขานุการสาขาพรรค มีอํานาจ หนาที่ และความรับผิดชอบ ดังนี้(ก) ตรวจสอบและกํากับดูแลกิจการทั้งปวงของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย และใหรับผิดชอบโดยตรงจากหัวหนาสาขาพรรคในกิจการที่หัวหนาสาขาพรรคมอบหมายใหปฏิบัติ (ข) เสนอรายงานตอที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและที่ประชุมใหญสาขาพรรค(ค) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและที่ประชุมใหญสาขาพรรค(ง) กํากับดูแลการบริหารงานของสํานักงานสาขาพรรค(๔) เหรัญญิกสาขาพรรค มีอํานาจ หนาที่ และความรับผิดชอบในการควบคุมรายรับ - รายจายเงิน บัญชีทรัพยสินหนี้สินและงบการเงินของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคกําหนด (๕) นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค มีอํานาจ หนาที่ และความรับผิดชอบทะเบียนสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรค(๖) โฆษกสาขาพรรค มีอํานาจ หนาที่ และความรับผิดชอบ ดังนี้(ก) แถลงมติที่ประชุมและกิจการตาง ๆ ของสาขาพรรค(ข) ประชาสัมพันธงานของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย(๗) กรรมการสาขาพรรค มีอํานาจ หนาที่และความรับผิดชอบตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมายขอ ๒๗ ความเปนกรรมการสาขาพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก โดยใหถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคไดรับหนังสือลาออก(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดหนา ๗๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
เมื่อตําแหนงกรรมการสาขาพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาสาขาพรรคแตงตั้งกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งเปนผูรักษาการในตําแหนง จนกวาจะมีการเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลง ในกรณีที่ตําแหนงหัวหนาสาขาพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหรองหัวหนาสาขาพรรคลําดับตนเปนผูรักษาการในตําแหนงหัวหนาสาขาพรรคถาไมมีรองหัวหนาสาขาพรรค ใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งเปนผูรักษาการในตําแหนงหัวหนาสาขาพรรค และใหมีอํานาจเรียกประชุมใหญสาขาพรรคเพื่อเลือกตั้งหัวหนาสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วาง ซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงการรักษาการในตําแหนงตามวรรคสอง ใหผูรักษาการในตําแหนงมีอํานาจ หนาที่ และความรับผิดชอบเชนเดียวกับตําแหนงที่ตนรักษาการในตําแหนงทุกประการ และในกรณีที่มีกฎหมาย กฎ ระเบียบขอบังคับ หรือคําสั่งใดแตงตั้งใหกรรมการสาขาพรรคตําแหนงใดเปนกรรมการหรือใหมีอํานาจหนาที่และความรับผิดชอบอยางใด ก็ใหผูรักษาการในตําแหนงมีอํานาจหนาที่เปนกรรมการ หรือมีอํานาจหนาที่ และความรับผิดชอบเชนเดียวกับตําแหนงที่ตนรักษาการในตําแหนงทุกประการในระหวางการรักษาการในตําแหนงดวยขอ ๒๘ ในกรณีกรรมการสาขาพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามขอ ๒๗ วรรคหนึ่ง แลวตอมามีการประชุมใหญสาขาพรรคเพื่อเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วางลง ในกรณีดังกลาวใหนําความในขอ ๒๓ (๒) และ (๓) มาใชบังคับเกี่ยวกับการเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วางลงโดยอนุโลม และใหกรรมการสาขาพรรคที่ไดรับเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางลงนั้นอยูในตําแหนงเพียงเทาที่วาระที่เหลืออยูของกรรมการสาขาพรรคซึ่งตนไดรับเลือกตั้งเขาไปแทนขอ ๒๙ กรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) กรรมการสาขาพรรควางลงเกินกวากึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมดเมื่อคณะกรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ ใหหัวหนาสาขาพรรคหรือผูรักษาการในตําแหนงหัวหนาสาขาพรรคตามขอ ๒๗ วรรคสอง มีอํานาจในการเรียกประชุมใหญสาขาพรรคเพื่อดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่พนจากตําแหนงทั้งคณะในกรณีที่มีเหตุใหคณะกรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะตาม (๑) ใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่พนจากตําแหนงยังคงอยูในตําแหนงเพื่อปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม หนา ๗๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
ในกรณีที่มีเหตุใหคณะกรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะตาม (๒) ใหคณะกรรมการสาขาพรรคเทาที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมในกรณีที่ไมมีกรรมการสาขาพรรคเหลืออยู หรือมีแตไมยินยอมดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม คณะกรรมการบริหารพรรคจะดําเนินการเองหรือจะมอบหมายใหสมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคจํานวนหนึ่งดําเนินการแทนก็ไดขอ ๓๐ เมื่อดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคครบตามที่กําหนดในมาตรา ๓๓ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ แลว หากตอมาภายหลังมีสาขาพรรคไมครบตามมาตรา ๓๓ ใหดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคใหครบตามมาตรา ๓๓ ภายในหนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวันที่สาขาพรรคมีจํานวนไมครบตามมาตรา ๓๓สวนที่ ๔ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๓๑ ในจังหวัดที่มิไดเปนที่ตั้งสาขาพรรค ถามีสมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นเกินหนึ่งรอยคน พรรคอาจแตงตั้งสมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นซึ่งมาจากการเลือกของสมาชิกพรรคใหเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัดไดตามจํานวนที่เห็นสมควรเพื่อดําเนินกิจกรรมของพรรคในจังหวัดนั้นขอ ๓๒ การแตงตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัด เมื่อจังหวัดใดที่มีสมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นเกินหนึ่งรอยคน ใหสมาชิกพรรคจํานวนไมนอยกวาหาสิบคนจัดประชุมเพื่อดําเนินการเลือกตัวแทนพรรคประจําจังหวัดอยางนอยหนึ่งคน ลงคะแนนโดยการยกมือ ใหสมาชิกพรรคมีสิทธิลงคะแนนเลือกไดหนึ่งเสียงตอหนึ่งคน และเมื่อลงคะแนนเลือกเสร็จสิ้นแลว ใหนับคะแนนและประกาศผลการนับคะแนนแลวรายงานชื่อสมาชิกพรรคซึ่งไดรับคะแนนสูงสุดเรียงตามลําดับใหหัวหนาพรรคทราบโดยเร็ว และใหหัวหนาพรรคแตงตั้งสมาชิกพรรคที่ไดรับคะแนนสูงสุดเรียงตามลําดับเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ในกรณีที่คะแนนเทากัน ใหเปนอํานาจของหัวหนาพรรคในการพิจารณาแตงตั้ง และใหหัวหนาพรรคแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่แตงตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใหตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่ไดรับเลือกและแตงตั้งตามวรรคหนึ่ง ปฏิบัติหนาที่ตั้งแตไดรับการเลือกจากที่ประชุมสมาชิกพรรคเปนตนไป หนา ๗๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
ในกรณีที่มีตัวแทนพรรคประจําจังหวัดหลายคน ถาตัวแทนพรรคประจําจังหวัดลําดับแรกไมอยูหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได หรือความเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัดสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามขอ ๓๕วรรคหนึ่ง (๒) (๓) (๔) (๕) หรือ (๖) ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่ไดรับเลือกในลําดับถัดไปเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัด เพื่อดําเนินกิจกรรมของพรรคในจังหวัดนั้นตอไปขอ ๓๓ ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตองเปนสมาชิกพรรค มีอายุไมต่ํากวายี่สิบปบริบูรณมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่หัวหนาพรรคประกาศแตงตั้งเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในกรณีที่มีการแตงตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเพิ่มเติม ใหนําความในขอ ๓๒ วรรคหนึ่งและวรรคสอง มาใชบังคับเกี่ยวกับการดําเนินการเลือกและการแตงตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเพิ่มเติมโดยอนุโลม และใหตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่ไดรับแตงตั้งเพิ่มเติมนั้นอยูในตําแหนงเพียงเทาที่วาระที่เหลืออยูของตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่ตนไดรับแตงตั้งเขาไปเพิ่มเติมตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตองไมเปนกรรมการบริหารพรรค หรือกรรมการสาขาพรรคในขณะเดียวกันขอ ๓๔ ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด มีอํานาจ หนาที่ และความรับผิดชอบ ดังตอไปนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรค และมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๒) สงเสริมใหสมาชิกพรรคและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(๓) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศ และการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๔) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๕) สงเสริมใหสมาชิกพรรคและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตาง และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชนหนา ๗๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
(๖) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคการเมืองใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๗) จัดประชุมสมาชิกพรรคเพื่อรับฟงความคิดเห็นการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๘) ใหความเห็นเกี่ยวกับการกําหนดนโยบายของพรรคที่ใชในการประกาศโฆษณาหาเสียง(๙) รับฟงความคิดเห็นจากสมาชิกพรรค เพื่อเสนอใหพรรคไปดําเนินการในสวนที่เกี่ยวของขอ ๓๕ ความเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัดสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ตาย(๓) ลาออก โดยใหถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคไดรับหนังสือลาออก(๔) ขาดจากสมาชิกภาพ(๕) หัวหนาพรรค มีคําสั่งใหออกจากการเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๖) คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติไมนอยกวากึ่งหนึ่งเห็นชอบใหออกจากการเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในกรณีความเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัดสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามวรรคหนึ่ง (๑) ใหตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่พนจากตําแหนงยังคงอยูรักษาการในตําแหนงเพื่อปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการจัดประชุมสมาชิกพรรคเพื่อดําเนินการแตงตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัดชุดใหมในกรณีความเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัดสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามวรรคหนึ่ง (๒) (๓) (๔) (๕)หรือ (๖) และเปนเหตุใหตําแหนงตัวแทนพรรคประจําจังหวัดวางลง หัวหนาพรรคอาจเรียกประชุมสมาชิกพรรคเพื่อดําเนินการแตงตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัดแทนตําแหนงที่วางลงก็ได ทั้งนี้ใหนําความในขอ ๓๒ วรรคหนึ่งและวรรคสอง มาใชบังคับเกี่ยวกับการดําเนินการเลือกและการแตงตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัดแทนตําแหนงที่วางลงโดยอนุโลม และใหตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่ไดรับแตงตั้งแทนตําแหนงที่วางลงนั้น อยูในตําแหนงเพียงเทาที่วาระที่เหลืออยูของตัวแทนพรรคประจําจังหวัดซึ่งไดรับแตงตั้งเขาไปแทน หนา ๗๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
หมวด ๕การบริหารจัดการสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๓๖ การบริหารจัดการสาขาพรรค(๑) ใหมีการรับสมัครสมาชิกพรรค(๒) ใหมีการจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรค(๓) ประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป(๔) ใหมีการจัดทําบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรคขอ ๓๗ การบริหารจัดการตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๑) ใหมีการรับสมัครสมาชิกพรรค(๒) ใหมีการจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของตัวแทนพรรคประจําจังหวัด (๓) ประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป(๔) ใหมีการจัดทําบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรคหมวด ๖การประชุมสวนที่ ๑การประชุมใหญพรรคขอ ๓๘ คณะกรรมการบริหารพรรคตองจัดใหมีการประชุมใหญสามัญของพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้งขอ ๓๙ สมาชิกพรรคซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสี่ของจํานวนสมาชิกพรรคซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสามของจํานวนกรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกพรรคจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกพรรคทั้งหมดที่มีอยูของพรรคหรือไมนอยกวาสองรอยหาสิบคน แลวแตจํานวนใดจะนอยกวา มีสิทธิเขาชื่อกันยื่นคํารองขอตอหัวหนาพรรคเพื่อจัดใหมีการประชุมใหญวิสามัญของพรรคไดหนา ๗๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
ขอ ๔๐ องคประชุมของที่ประชุมใหญพรรค ประกอบดวย(๑) กรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด(๒) ผูแทนของสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสาขาพรรค ซึ่งในจํานวนนี้จะตองประกอบดวยผูแทนของสาขาพรรคไมนอยกวาสองสาขาซึ่งมาจากตางภาคกัน(๓) ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดไมนอยกวากึ่งหนึ่งของตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๔) สมาชิกพรรคขอ ๔๑ องคประชุมใหญพรรคตามขอ ๔๐ ตองรวมกันทั้งหมดไมนอยกวาสองรอยหาสิบคนการลงมติใหถือเสียงขางมากของที่ประชุมใหญพรรค ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมใหญพรรคออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๔๒ ใหหัวหนาพรรคเปนประธานในที่ประชุมใหญพรรค ถาหัวหนาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดหรือตําแหนงหัวหนาพรรควางลง ใหรองหัวหนาพรรคคนใดคนหนึ่งปฏิบัติหนาที่เปนประธานในที่ประชุมใหญพรรคแทน ถารองหัวหนาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดหรือไมมีรองหัวหนาพรรคเพื่อปฏิบัติหนาที่แทนหรือตําแหนงรองหัวหนาพรรควางลง ใหที่ประชุมใหญพรรคเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งปฏิบัติหนาที่เปนประธานในที่ประชุมใหญพรรคแทนและใหเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการในที่ประชุมใหญพรรค แตถาเลขาธิการพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดหรือตําแหนงเลขาธิการพรรควางลง ใหที่ประชุมใหญพรรคเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งปฏิบัติหนาที่เปนเลขานุการในที่ประชุมใหญพรรคแทนในกรณีที่กรรมการบริหารพรรคเหลือเพียงหนึ่งคน ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูหนึ่งคนนั้นเปนประธานในที่ประชุมใหญพรรค และใหเลือกสมาชิกพรรคที่เขารวมประชุมเปนเลขานุการในที่ประชุมใหญพรรคขอ ๔๓ การดําเนินกิจการดังตอไปนี้ ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญพรรค(๑) การแกไขเปลี่ยนแปลงคําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคหรือนโยบายของพรรค(๒) การแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรค(๓) การเลือกตั้งหัวหนาพรรค เลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรค นายทะเบียนสมาชิกพรรค และกรรมการบริหารพรรค หนา ๗๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
(๔) การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง(๕) ใหความเห็นชอบรายงานการเงินและการดําเนินกิจการของพรรคที่ไดดําเนินการไปในรอบปที่ผานมา (๖) กิจการที่เสนอโดยคณะกรรมการบริหารพรรคหรือหัวหนาสาขาพรรค(๗) กิจการอื่นตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองกฎหมายหรือขอบังคับพรรคการลงมติในที่ประชุมใหญพรรคใหกระทําโดยเปดเผย แตการลงมติเลือกบุคคลตามวรรคหนึ่ง(๓) และ (๔) ใหลงคะแนนลับขอ ๔๔ การเรียกประชุมใหญพรรคทุกครั้ง ใหหัวหนาพรรคแจงกําหนดการประชุมใหกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด และสมาชิกพรรคทราบลวงหนาไมนอยกวาเจ็ดวัน โดยระบุวัน เวลา สถานที่ประชุม และระเบียบวาระการประชุมดวยสวนที่ ๒การประชุมใหญสาขาพรรคขอ ๔๕ องคประชุมของที่ประชุมใหญสาขาพรรค ประกอบดวย(๑) กรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมด(๒) สมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคขอ ๔๖ องคประชุมใหญสาขาพรรคตามขอ ๔๕ ตองมีรวมกันทั้งหมดไมนอยกวาหนึ่งรอยคนการลงมติใหถือเสียงขางมากของที่ประชุมใหญสาขาพรรค กรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมใหญสาขาพรรคออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๔๗ ใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานในที่ประชุมใหญสาขาพรรค ถาหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดหรือตําแหนงหัวหนาสาขาพรรควางลง ใหรองหัวหนาสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งปฏิบัติหนาที่เปนประธานในที่ประชุมใหญสาขาพรรคแทน ถารองหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดหรือตําแหนงรองหัวหนาสาขาพรรควางลง ใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่มาประชุมเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งปฏิบัติหนาที่เปนประธานในที่ประชุมใหญสาขาพรรคแทน และใหเลขานุการสาขาพรรคเปนเลขานุการในที่ประชุมใหญสาขาพรรค แตถาเลขานุการหนา ๗๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
สาขาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดหรือตําแหนงเลขานุการสาขาพรรควางลง ใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่มาประชุมเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งปฏิบัติหนาที่เปนเลขานุการในที่ประชุมใหญสาขาพรรคแทนในกรณีที่กรรมการสาขาพรรคเหลือเพียงหนึ่งคน ใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูหนึ่งคนนั้นเปนประธานในที่ประชุมใหญสาขาพรรค และใหเลือกสมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคที่เขารวมประชุมเปนเลขานุการในที่ประชุมใหญสาขาพรรคขอ ๔๘ กิจการดังตอไปนี้ ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญสาขาพรรค(๑) กิจการตามที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองหรือกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ หรือระเบียบ หรือประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือประกาศของนายทะเบียนพรรคการเมือง หรือตามขอบังคับพรรค(๒) เลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคหรือกรรมการสาขาพรรคขอ ๔๙ การเรียกประชุมใหญสาขาพรรคทุกครั้ง ใหหัวหนาสาขาพรรคแจงกําหนดการประชุมใหกรรมการสาขาพรรคและสมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคทราบลวงหนาไมนอยกวาเจ็ดวัน โดยระบุวัน เวลา สถานที่ประชุม และระเบียบวาระการประชุมดวยในกรณีที่ไมมีคณะกรรมการสาขาพรรค ใหกรรมการบริหารพรรคหรือสมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมายแจงกําหนดการประชุมใหสมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคนั้นทราบตามวรรคหนึ่ง สวนที่ ๓การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๕๐ การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคตองมีกรรมการบริหารพรรคมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคที่มีอยูในขณะนั้นจึงจะเปนองคประชุมใหหัวหนาพรรคเปนประธานในที่ประชุม และใหเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการในที่ประชุมกรณีตามวรรคหนึ่ง ถาหัวหนาพรรคหรือเลขาธิการพรรค ไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดหรือตําแหนงหัวหนาพรรคหรือเลขาธิการพรรควางลง ใหคณะกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูในที่ประชุมขณะนั้นเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งเพื่อปฏิบัติหนาที่เปนประธานในที่ประชุมแทนหรือเลขานุการในที่ประชุมแทน แลวแตกรณี หนา ๘๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
การเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาพรรคมีหนังสือแจงกําหนดการประชุมใหคณะกรรมการบริหารพรรคทราบ โดยระบุวัน เวลา สถานที่ประชุมและระเบียบวาระการประชุมดวยขอ ๕๑ มติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคใหถือเสียงขางมาก ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดสวนที่ ๔การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคขอ ๕๒ การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคตองมีกรรมการสาขาพรรคมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคที่มีอยูในขณะนั้นจึงจะเปนองคประชุม ใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานในที่ประชุม ถาหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดหรือตําแหนงหัวหนาสาขาพรรควางลง ใหรองหัวหนาสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งเปนผูปฏิบัติหนาที่เปนประธานในที่ประชุมแทนและใหเลขานุการสาขาพรรคเปนเลขานุการในที่ประชุมกรณีตามวรรคหนึ่ง ถารองหัวหนาสาขาพรรค หรือเลขานุการสาขาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได หรือตําแหนงรองหัวหนาสาขาพรรคหรือเลขานุการสาขาพรรควางลงใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูในที่ประชุมขณะนั้นเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งเพื่อปฏิบัติหนาที่เปนประธานในที่ประชุมแทนหรือเลขานุการในที่ประชุมแทน แลวแตกรณีการเรียกประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาสาขาพรรคมีหนังสือแจงกําหนดการประชุมใหคณะกรรมการสาขาพรรคทราบ โดยระบุวัน เวลา สถานที่ประชุมและระเบียบวาระการประชุมดวยขอ ๕๓ มติของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคใหถือเสียงขางมาก ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดหมวด ๗สมาชิกพรรคขอ ๕๔ สมาชิกพรรคตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหาม ซึ่งอยางนอยตองมีอายุไมต่ํากวาสิบแปดปบริบูรณ และมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้หนา ๘๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
(๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ในกรณีเปนผูมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติตองไดสัญชาติไทยมาแลวไมนอยกวาหาป(๒) ไมเปนบุคคลตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๙๘ (๑) (๒)(๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๑) (๑๔) (๑๖) (๑๗) หรือ (๑๘) ของรัฐธรรมนูญ(๓) ไมเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดใหจําคุกวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการหรือตอตําแหนงหนาที่ในการยุติธรรม หรือกระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยความผิดของพนักงานในองคการหรือหนวยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพยที่กระทําโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญาเวนแตเปนการรอการลงโทษ(๔) ไมเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดใหจําคุกวากระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยการกูยืมเงินที่เปนการฉอโกงประชาชน กฎหมายวาดวยยาเสพติดในความผิดฐานเปนผูผลิต นําเขาสงออกหรือผูคา กฎหมายวาดวยการพนันในความผิดฐานเปนเจามือหรือเจาสํานัก กฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการคามนุษย หรือกฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน(๕) ไมเปนสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นหรือผูยื่นคําขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นหรือผูแจงการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นขอ ๕๕ การสมัครเปนสมาชิกพรรคใหยื่นใบสมัครตามแบบพิมพของพรรคดวยตนเองพรอมดวยเอกสารประกอบตามที่พรรคกําหนด หรือวิธีการสมัครทางอิเล็กทรอนิกส และใหออกใบเสร็จรับเงินตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคเริ่มตั้งแตไดชําระคาบํารุงพรรคขอ ๕๖ สมาชิกภาพของสมาชิกพรรคสิ้นสุดลง เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามขอ ๕๔ เวนแตเปนกรณีมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๙๖ (๑) ของรัฐธรรมนูญ และเปนการบวชตามประเพณีนิยม แตในระหวางมีลักษณะตองหามดังกลาวจะใชสิทธิในฐานะสมาชิกพรรคมิไดหนา ๘๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
(๔) ไมชําระคาบํารุงพรรคเปนเวลาสองปติดตอกัน(๕) พรรคมีมติใหออกเพราะกระทําผิดวินัยหรือจรรยาบรรณอยางรายแรงหรือมีเหตุรายแรงอื่น(๖) พรรคสิ้นสภาพความเปนพรรคการเมือง หรือถูกยุบพรรคการลาออกจากสมาชิกพรรคตามวรรคหนึ่ง (๒) ใหถือวาสมบูรณเมื่อไดยื่นใบลาออกตอนายทะเบียนสมาชิกพรรคหรือนายทะเบียนพรรคการเมืองการสิ้นสุดของสมาชิกภาพตามวรรคหนึ่ง (๕) หากสมาชิกพรรคผูนั้นดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎร มติของพรรคตองมีคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่ของที่ประชุมรวมของคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรคขอ ๕๗ สมาชิกพรรคมีสิทธิตาง ๆ ดังตอไปนี้(๑) เสนอขอคิดเห็นอันเปนประโยชนตอพรรค(๒) ไดรับการคัดเลือกใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรค(๓) ไดรับเลือกตั้งใหเปนคณะกรรมการบริหารพรรค คณะกรรมการสาขาพรรคหรือไดรับการคัดเลือกใหเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัด หรือไดรับการแตงตั้งใหเปนผูปฏิบัติงานคณะทํางาน หรืออนุกรรมการในคณะตาง ๆ ตลอดจนเปนที่ปรึกษาของพรรค(๔) อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณาเปนแตละกรณีไปขอ ๕๘ สมาชิกพรรคมีหนาที่และความรับผิดชอบตอพรรค ดังตอไปนี้(๑) รวมรับผิดชอบตอเสถียรภาพของพรรค และใหความรวมมือในกิจกรรมของพรรคดวยจิตสํานึกในอุดมคติของพรรคในฐานะเปนเจาของพรรครวมกัน(๒) สนับสนุนสมาชิกพรรค ผูซึ่งพรรคไดพิจารณาสงลงสมัครรับเลือกตั้งในทุกระดับและใหความรวมมือในการดําเนินงานของพรรคดวยความเต็มใจและบริสุทธิ์ใจเพื่อความกาวหนาของพรรค(๓) ปฏิบัติตามกฎระเบียบขอบังคับพรรคอยางเครงครัด ใหการสนับสนุนนโยบายและมติของพรรคอยางจริงจัง(๔) รวมกิจกรรมทางการเมืองของพรรคดวยความเต็มใจและเต็มความสามารถขอ ๕๙ พรรคมีหนาที่และความรับผิดชอบตอสมาชิกพรรค ดังตอไปนี้(๑) ดําเนินการทางการเมืองอยางจริงจังและตอเนื่อง เพื่อใหพรรคไดกาวไปสูการมีบทบาททางการเมืองและเขาสูการบริหารประเทศตามนโยบายของพรรคเพื่อบรรลุเปาหมายตามอุดมการณหนา ๘๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
(๒) สงเสริมสถานภาพของสมาชิกพรรค ใหมีสมรรถภาพตอการดํารงชีวิตของตนเองและครอบครัว และจัดกิจกรรมที่เปนประโยชนเพื่อสมานสามัคคีระหวางมวลสมาชิกพรรคทั่วประเทศ(๓) ใหสวัสดิการคุมครองจากอิทธิพล อํานาจมืด และสงเสริมอาชีพใหกับมวลสมาชิกพรรค(๔) ใหความสําคัญแกมวลสมาชิกพรรคทุกทานอยางเต็มรูปแบบ โดยใหถือวาสมาชิกพรรคเปนบุคคลสําคัญและเปนองคกรหลักของพรรคหมวด ๘มาตรฐานทางจริยธรรมของสมาชิกพรรคและกรรมการบริหารพรรคสวนที่ ๑มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนอุดมการณขอ ๖๐ ตองยึดมั่นและธํารงไวซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยขอ ๖๑ ตองพิทักษรักษาไวซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแหงอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชนของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบรอยของประชาชนขอ ๖๒ ตองถือผลประโยชนของประเทศชาติเหนือกวาประโยชนสวนตนขอ ๖๓ ตองปฏิบัติหนาที่ดวยความซื่อสัตยสุจริต ไมแสวงหาผลประโยชนโดยมิชอบเพื่อตนเองหรือผูอื่น หรือมีพฤติการณที่รูเห็นหรือยินยอมใหผูอื่นใชตําแหนงหนาที่ของตนแสวงหาประโยชนโดยมิชอบขอ ๖๔ ตองไมขอ ไมเรียก ไมรับ หรือยอมจะรับทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดในประการที่อาจทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่ขอ ๖๕ ตองไมรับของขวัญ ของกํานัล ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด เวนแตเปนการรับจากการใหโดยธรรมจรรยา และการรับที่มีบทบัญญัติแหงกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ หรือขอบังคับใหรับไดสวนที่ ๒มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนคานิยมหลักขอ ๖๖ ไมกระทําการอันเปนการขัดกันระหวางประโยชนสวนตนกับประโยชนสวนรวมทั้งนี้ ไมวาโดยทางตรงหรือทางออม หนา ๘๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
ขอ ๖๗ ยึดมั่นหลักนิติธรรม และประพฤติตนอยูในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชนขอ ๖๘ ปฏิบัติหนาที่ดวยความยุติธรรม เปนอิสระ เปนกลาง และปราศจากอคติโดยไมหวั่นไหวตออิทธิพล กระแสสังคม หรือแรงกดดันอันมิชอบดวยกฎหมาย โดยคํานึงถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมแหงสถานภาพขอ ๖๙ รักษาไวซึ่งความลับในการประชุม การพิจารณาวินิจฉัย รวมทั้งเคารพตอมติของที่ประชุมฝายขางมาก และเหตุผลของทุกฝายอยางเครงครัดขอ ๗๐ ใหขอมูลขาวสารตามขอเท็จจริงแกประชาชนหรือสื่อมวลชนอันอยูในความรับผิดชอบของตนถูกตองครบถวนและไมบิดเบือนขอ ๗๑ ไมใหคําปรึกษาแกบุคคลภายนอก หรือแสดงความคิดเห็น หรือขอมูลตอสื่อสาธารณะหรือสาธารณชนในเรื่องที่อยูในระหวางการพิจารณา อันอาจกอใหเกิดความเสียหายหรือเสียความเปนธรรมแกการปฏิบัติหนาที่ เวนแตเปนการปฏิบัติหนาที่ตามกฎหมายขององคกรขอ ๗๒ ไมกระทําการใดที่กอใหเกิดความเสื่อมเสียตอเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหนงขอ ๗๓ ไมปลอยปละละเลยหรือยินยอมใหบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลที่อยูในกํากับดูแลหรือความรับผิดชอบของตน เรียก รับหรือยอมจะรับทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดจากคูกรณีหรือจากบุคคลอื่นใดในประการที่อาจทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่ของตนขอ ๗๔ ไมคบหาสมาคมกับคูกรณี ผูประพฤติผิดกฎหมาย ผูมีอิทธิพล หรือผูมีความประพฤติหรือผูมีชื่อเสียงในทางเสื่อมเสีย อันอาจกระทบกระเทือนตอความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหนาที่ขอ ๗๕ ไมกระทําการอันมีลักษณะเปนการลวงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ จนเปนเหตุทําใหผูถูกกระทําไดรับความเดือดรอนเสียหายหรือกระทบตอการปฏิบัติหนาที่ โดยผูถูกกระทําอยูในภาวะจําตองยอมรับในการกระทํานั้น และไมนําความสัมพันธทางเพศที่ตนมีตอบุคคลใดมาเปนเหตุหรือมีอิทธิพลครอบงําใหใชดุลพินิจในการปฏิบัติหนาที่อันเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใดสวนที่ ๓จริยธรรมทั่วไปขอ ๗๖ ปฏิบัติหนาที่อยางเต็มกําลังความสามารถ และยึดมั่นในความถูกตองชอบธรรม โปรงใสและตรวจสอบได และปฏิบัติตามกฎหมาย โดยคํานึงถึงผลประโยชนของชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม หนา ๘๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
ขอ ๗๗ ดูแลรักษาและใชทรัพยสินของพรรคอยางประหยัด คุมคา โดยระมัดระวังมิใหเสียหายหรือสิ้นเปลืองโดยไมจําเปนขอ ๗๘ รักษาความลับของพรรค และระเบียบแบบแผนของพรรคขอ ๗๙ ดําเนินการอื่นใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ และระบบคุณธรรม รวมทั้งสงเสริมและสนับสนุนใหเกิดความสามัคคี ในการปฏิบัติหนาที่เพื่อประโยชนสวนรวมสวนที่ ๔การฝาฝนและไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมขอ ๘๐ การฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในสวนที่ ๑ ใหถือวามีลักษณะรายแรงการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในสวนที่ ๒ และสวนที่ ๓ จะถือวามีลักษณะรายแรงหรือไม ใหพิจารณาถึงพฤติกรรมของการฝาฝนหรือไมปฏิบัติ เจตนาและความรายแรงของความเสียหายที่เกิดจากการฝาฝนหรือไมปฏิบัตินั้นขอ ๘๑ การดําเนินการแกบุคคลใดวากระทําการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมนี้ใหเปนไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับวาดวยการนั้นหมวด ๙หลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกสมาชิกพรรคเพื่อสงเขาสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ และการคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีสวนที่ ๑คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๘๒ เมื่อมีกรณีที่ตองสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง พรรคตองจัดใหมีคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๘๓ ใหมีคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งคณะหนึ่งมีจํานวนไมนอยกวาสิบสองคนประกอบดวย (๑) กรรมการบริหารพรรคจํานวนไมเกินกึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง หนา ๘๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
(๒) หัวหนาสาขาพรรคไมนอยกวาสี่สาขาซึ่งมาจากภาคตางกัน(๓) ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๘๔ การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งใหดําเนินการในที่ประชุมใหญพรรคโดยการลงคะแนนลับ ตามลําดับ ดังนี้(๑) ใหที่ประชุมใหญพรรคกําหนดจํานวนของคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งตามขอ ๘๓ (๒) การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งใหดําเนินการในที่ประชุมใหญพรรคโดยการลงคะแนนลับตามลําดับจนครบจํานวนตามที่กําหนดไวใน (๑) ซึ่งในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งแตละตําแหนง ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวาสิบคน(๓) ใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งที่ไดรับเลือกตั้งปฏิบัติหนาที่ตั้งแตไดรับการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญพรรคเปนตนไปขอ ๘๕ กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่ที่ประชุมใหญพรรคเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งในกรณีที่ประชุมใหญพรรคกําหนดใหมีจํานวนคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งเพิ่มเติมจากที่ไดกําหนดไวตามขอ ๘๔ (๑) ใหนําความในขอ ๘๔ (๒) และ (๓) มาใชบังคับเกี่ยวกับการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งเพิ่มเติมโดยอนุโลม และใหกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งตําแหนงที่ไดรับเลือกตั้งเพิ่มเติมนั้น อยูในตําแหนงเพียงเทาที่วาระที่เหลืออยูของคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งที่ตนไดรับเลือกตั้งเขาไปเพิ่มเติมขอ ๘๖ อํานาจ หนาที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งใหเปนไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง รวมถึงกฎหมาย ระเบียบ คําสั่งประกาศ หรือขอบังคับพรรคที่เกี่ยวของขอ ๘๗ ความเปนกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก โดยใหถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคไดรับหนังสือลาออก(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ หนา ๘๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
(๔) พนจากความเปนกรรมการบริหารพรรค หัวหนาสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด (๕) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดเมื่อตําแหนงกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งวางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรค หรือกรรมการสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด แลวแตกรณีเปนผูรักษาการในตําแหนงจนกวาจะมีการเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางลงในการประชุมใหญพรรคซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงการรักษาการในตําแหนงตามวรรคสอง ใหผูรักษาการในตําแหนงมีอํานาจ หนาที่ และความรับผิดชอบเชนเดียวกับตําแหนงที่ตนรักษาการในตําแหนงทุกประการ และในกรณีที่มีกฎหมาย กฎ ระเบียบ ขอบังคับหรือคําสั่งใดแตงตั้งใหกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งตําแหนงใดเปนกรรมการหรือใหมีอํานาจ หนาที่และความรับผิดชอบอยางใด ก็ใหผูรักษาการในตําแหนงนั้นมีอํานาจหนาที่เปนกรรมการ หรือมีอํานาจ หนาที่และความรับผิดชอบเชนเดียวกับตําแหนงที่ตนรักษาการในตําแหนงทุกประการในระหวางการรักษาการในตําแหนงดวยขอ ๘๘ ในกรณีกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามขอ ๘๗ วรรคหนึ่งแลวตอมามีการประชุมใหญพรรคเพื่อเลือกตั้งกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางลงในกรณีดังกลาวใหนําความในขอ ๘๔ (๒) และ (๓) มาใชบังคับเกี่ยวกับการเลือกตั้งกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางลงโดยอนุโลม และใหกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งที่ไดรับเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางลงนั้น อยูในตําแหนงเพียงเทาที่วาระที่เหลืออยูของกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งซึ่งตนไดรับเลือกตั้งเขาไปแทนขอ ๘๙ กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งวางลงเกินกวากึ่งหนึ่งของกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งทั้งหมดในกรณีที่มีเหตุใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งพนจากตําแหนงทั้งคณะตาม (๑)ใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งที่พนจากตําแหนงยังคงอยูรักษาการในตําแหนงเพื่อปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งชุดใหมในการประชุมใหญพรรคซึ่งตองกระทําภายในหกสิบวันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงหนา ๘๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
ในกรณีที่มีเหตุใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งพนจากตําแหนงทั้งคณะตาม (๒)ใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งเทาที่เหลืออยูรักษาการในตําแหนงเพื่อปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งชุดใหมในการประชุมใหญพรรคซึ่งตองกระทําภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งพนจากตําแหนงทั้งคณะสวนที่ ๒หลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกสมาชิกพรรคเพื่อสงเขาสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งขอ ๙๐ พรรคซึ่งประสงคจะสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งในจังหวัดใด ตองมีสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในจังหวัดนั้น ในกรณีที่พรรคมีสาขาพรรคมากกวาหนึ่งสาขาหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดมากกวาหนึ่งตัวแทนในจังหวัดใดใหพรรคกําหนดวาจะใหสาขาพรรคสาขาใดหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้น เปนสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการตามขอ ๙๑ขอ ๙๑ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งกําหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสมัครเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง และประกาศใหสมาชิกพรรคทราบเปนการทั่วไป(๒) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครตาม (๑) ใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้ง แลวสงรายชื่อผูสมัครใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๓) เมื่อสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดไดรับรายชื่อผูสมัครจากคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งแลว ใหหัวหนาสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดจัดการประชุมสมาชิกพรรคเพื่อรับฟงความคิดเห็นและใหสมาชิกพรรคใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสงมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด(๔) ใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดสงรายชื่อผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้งทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็นตาม (๓) ใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งเพื่อพิจารณาเสนอความคิดเห็นหนา ๘๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสงรายชื่อผูสมัครของแตละเขตเลือกตั้งพรอมความคิดเห็นตาม (๓) และ (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่จะเสนอใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๙๒ หามมิใหตัวแทนพรรคประจําจังหวัด หัวหนาสาขาพรรค หรือกรรมการบริหารพรรคผูใดยินยอมใหบุคคลใดที่มิไดเปนสมาชิกพรรคเขาแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมหรือใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบในการดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งตามขอ ๙๑ขอ ๙๓ ถาจังหวัดใดที่พรรคมีสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดดวย ใหพรรคกําหนดวาจะใหสาขาพรรคสาขาใดหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้นเปนสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการตามขอ ๙๑ แลวใหพรรคแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบสวนที่ ๓หลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกสมาชิกพรรคเพื่อสงเขาสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อขอ ๙๔ การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ใหพรรคจัดทําบัญชีรายชื่อเพื่อสงใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด โดยตองคํานึงถึงผูสมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิงดวย ในกรณีที่พรรคมีสาขาพรรคมากกวาหนึ่งสาขาหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดมากกวาหนึ่งตัวแทนในจังหวัดใด ใหพรรคกําหนดวาจะใหสาขาพรรคสาขาใดหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้น เปนสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการตามขอ ๙๕ขอ ๙๕ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งกําหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสมัครและการเสนอรายชื่อบุคคลเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง และมีหนังสือแจงไปยังคณะกรรมการบริหารพรรคหัวหนาสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด และประกาศใหสมาชิกพรรคทราบเปนการทั่วไป(๒) ใหกรรมการบริหารพรรค หัวหนาสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเสนอรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง หนา ๙๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
(๓) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครและเสนอรายชื่อตาม (๑) แลว ใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามและจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งไมเกินหนึ่งรอยรายชื่อ โดยตองคํานึงถึงผูสมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิงแลวสงบัญชีรายชื่อดังกลาวใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๔) เมื่อสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดไดรับบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งตาม (๓) จากคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งแลว ใหหัวหนาสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด จัดการประชุมสมาชิกพรรคเพื่อรับฟงความคิดเห็นและใหสมาชิกพรรคใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสงมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด แลวสงบัญชีรายชื่อดังกลาวทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็นใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งเพื่อพิจารณาจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งพรอมเสนอความคิดเห็น(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสงบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งพรอมความคิดเห็นตาม (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่เหมาะสมเปนผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อแลวจัดลําดับตามที่เห็นวาเหมาะสมเพื่อใหไดบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเพื่อประโยชนในการสงเสริมการมีสวนรวมของสมาชิกพรรค ในกรณีที่สมาชิกพรรคผูใดมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดที่ยังมิไดมีการจัดตั้งสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ใหสามารถใชสิทธิการเปนสมาชิกพรรคในจังหวัดใกลเคียงที่มีสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนดขอ ๙๖ หามมิใหตัวแทนพรรคประจําจังหวัด หัวหนาสาขาพรรค หรือกรรมการบริหารพรรคผูใดยินยอมใหบุคคลใดที่มิไดเปนสมาชิกพรรคเขาแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมหรือใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบในการดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งตามขอ ๙๕ขอ ๙๗ ถาจังหวัดใดที่พรรคมีสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดดวยใหพรรคกําหนดวาจะใหสาขาพรรคสาขาใดหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้นเปนสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการตามขอ ๙๕ แลวใหพรรคแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบหนา ๙๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
สวนที่ ๔ขอยกเวนในการสงผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๙๘ ในการเลือกตั้งทั่วไป การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ ใหดําเนินการสรรหาตามวิธีการที่กําหนดในขอ ๙๑ และขอ ๙๕ เวนแตกรณีที่เปนการสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งสําหรับการเลือกตั้งแทนการเลือกตั้งที่เปนโมฆะ หรือการเลือกตั้งใหมในกรณีที่ไมมีผูใดไดรับเลือกตั้ง หรือกรณีผูสมัครตายกอนปดการรับสมัครรับเลือกตั้ง ใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งและคณะกรรมการบริหารพรรคเปนผูพิจารณารวมกัน สวนที่ ๕การคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีขอ ๙๙ กรณีที่มีการเลือกตั้งทั่วไป ใหพรรคประกาศใหสมาชิกพรรคทราบเปนการทั่วไปเพื่อเชิญชวนใหกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด และสมาชิกพรรคเสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรจะเสนอใหไดรับการพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีตอคณะกรรมการบริหารพรรคภายในระยะเวลาที่กําหนด และใหคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาคัดเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามที่กฎหมายกําหนด และเปนบุคคลที่มีความรูความสามารถซื่อสัตยสุจริต มีคุณธรรมจริยธรรม จากรายชื่อบุคคลที่กรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรคตัวแทนพรรคประจําจังหวัด หรือสมาชิกพรรคเสนอมา เพื่อเสนอใหสภาผูแทนราษฎรพิจารณาใหความเห็นชอบแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีไมเกินสามรายชื่อ และแจงใหคณะกรรมการการเลือกตั้งกอนปดการรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรพรรคจะไมเสนอรายชื่อบุคคลซึ่งพรรคเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีก็ไดขอ ๑๐๐ การเสนอชื่อบุคคลตามขอ ๙๙ ตองเปนไปตามหลักเกณฑ ดังตอไปนี้(๑) ตองมีหนังสือยินยอมของบุคคลซึ่งไดรับการเสนอชื่อ โดยมีรายละเอียดตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด หนา ๙๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
(๒) ผูไดรับการเสนอชื่อตองเปนผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามที่จะเปนรัฐมนตรีตามที่รัฐธรรมนูญกําหนด และไมเคยทําหนังสือยินยอมตาม (๑) ใหพรรคการเมืองอื่นในการเลือกตั้งคราวนั้นการเสนอชื่อบุคคลใดที่มิไดเปนไปตามวรรคหนึ่ง ใหถือวาไมมีการเสนอชื่อบุคคลนั้นหมวด ๑๐หลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกบุคคลดํารงตําแหนงทางการเมืองขอ ๑๐๑ กรณีที่จะมีการแตงตั้งบุคคลเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมือง ใหพรรคประกาศใหสมาชิกพรรคทราบเปนการทั่วไปเพื่อเชิญชวนใหกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรคตัวแทนพรรคประจําจังหวัด และสมาชิกพรรค เสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรจะเสนอใหไดรับการพิจารณาแตงตั้งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองตอคณะกรรมการบริหารพรรคภายในระยะเวลาที่กําหนดและใหคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาคัดเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามที่กฎหมายกําหนด และเปนบุคคลที่มีความรูความสามารถ ซื่อสัตยสุจริต มีคุณธรรมจริยธรรมจากรายชื่อบุคคลที่กรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดหรือสมาชิกพรรคเสนอมา เพื่อแตงตั้งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองหมวด ๑๑การบริหารการเงินและทรัพยสิน และการจัดทําบัญชีของพรรคสาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๑๐๒ ใหคณะกรรมการบริหารพรรคมีหนาที่บริหารการเงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดของพรรคและสาขาพรรค ตลอดจนจัดใหมีการทําบัญชีใหถูกตองตามความเปนจริงใหหัวหนาสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัด จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรคหรือที่ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดไดรับหรือจาย โดยบันทึกบัญชีใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันที่รายการนั้นเกิดขึ้น และสรุปรายงานใหพรรคทราบเปนประจําทุกสิ้นเดือนและปดประกาศไวณ สํานักงานสาขาพรรคหรือสถานที่ทําการตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใหหัวหนาสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัด จัดใหมีการทําบัญชีรายชื่อพรอมที่อยูของสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรคหรือในจังหวัดที่มีตัวแทนพรรคประจําจังหวัด และปดประกาศไว ณ สํานักงานสาขาพรรคหรือสถานที่ทําการตัวแทนพรรคประจําจังหวัดหนา ๙๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
ขอ ๑๐๓ การลงรายการบัญชีของพรรคตองมีรายการและเอกสารประกอบการลงบัญชีที่ถูกตองครบถวน โดยตองจัดทําภายในระยะเวลา ดังนี้(๑) การลงบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับและแสดงคาใชจายหรือรายจายและบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาค ตองลงรายการใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตรายการนั้นเกิดขึ้น(๒) การลงบัญชีแยกประเภท บัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สิน ตองลงรายการใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันสิ้นเดือนของเดือนที่รายการนั้นเกิดขึ้นหมวด ๑๒รายไดของพรรคและอัตราคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคขอ ๑๐๔ พรรคอาจมีรายได ดังตอไปนี้(๑) เงินทุนประเดิมของพรรค(๒) เงินคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรค(๓) เงินที่ไดจากการจําหนายสินคาหรือบริการของพรรค(๔) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดที่ไดจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรค(๕) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดที่ไดจากการรับบริจาค(๖) เงินอุดหนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง(๗) ดอกผลของเงินและรายไดที่เกิดจากเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดของพรรคสวนที่ ๑การหารายไดจากการจําหนายสินคาขอ ๑๐๕ การจําหนายสินคาหรือบริการตองไมมุงแสวงหาผลกําไรมาแบงปนกันในทางธุรกิจโดยราคาหรือคาตอบแทนจากการจําหนายสินคาหรือการใหบริการจะตองคํานึงถึงราคาตามปกติในทองที่นั้นขอ ๑๐๖ สถานที่จําหนายสินคาหรือบริการ ไดแก ที่ตั้งสํานักงานใหญพรรค ที่ตั้งสํานักงานสาขาพรรค สถานที่ทําการตัวแทนพรรคประจําจังหวัด บริเวณสถานที่จัดกิจกรรมระดมทุนหรือบริเวณสถานที่จัดประชุมใหญพรรค สาขาพรรคขอ ๑๐๗ เมื่อพรรคดําเนินการจําหนายสินคาหรือบริการ ใหหัวหนาพรรคจัดทําทะเบียนสินคาหรือบริการ ซึ่งประกอบดวย รายการ จํานวนเงิน หรือมูลคาของสินคา หรืออัตราคาบริการแตละประเภทใหครบถวนและถูกตอง หนา ๙๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
ขอ ๑๐๘ การจําหนายสินคาหรือบริการ ใหบันทึกบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับและใหแสดงในงบการเงินประจําปของพรรคใหครบถวนและถูกตองตามที่กฎหมายกําหนดขอ ๑๐๙ การจําหนายสินคาหรือบริการตองไมกระทําในชวงเกาสิบวันกอนวันครบอายุของสภาผูแทนราษฎรจนถึงวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ในกรณีที่เปนการเลือกตั้งทั่วไปอันเนื่องมาจากครบอายุของสภาผูแทนราษฎร และตองไมกระทําในชวงที่มีพระราชกฤษฎีกาใหมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจนถึงวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ในกรณีที่เปนการเลือกตั้งอันเนื่องมาจากเหตุอื่นนอกจากการครบอายุของสภาผูแทนราษฎรสวนที่ ๒การจัดกิจกรรมระดมทุนขอ ๑๑๐ การจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคตองกระทําโดยเปดเผยและแสดงวัตถุประสงควาเปนการระดมทุนของพรรคอยางชัดเจนการใหเงิน ทรัพยสิน รวมถึงการใหประโยชนอื่นใดแกพรรคที่ไดจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคใหอยูภายใตบังคับบทบัญญัติเรื่องการรับบริจาคขอ ๑๑๑ สถานที่จัดกิจกรรมระดมทุน ไดแก ที่ตั้งสํานักงานใหญพรรค ที่ตั้งสํานักงานสาขาพรรคสถานที่ทําการตัวแทนพรรคประจําจังหวัด บริเวณสถานที่จัดประชุมใหญพรรค สาขาพรรคหรือสถานที่ที่พรรคเห็นสมควรขอ ๑๑๒ ภายในสามสิบวันนับแตวันที่จัดกิจกรรมระดมทุนสิ้นสุดลง ใหหัวหนาพรรคจัดทํารายละเอียดเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมระดมทุน คาใชจายในการจัดกิจกรรมระดมทุนและจํานวนเงินที่ไดรับจากการจัดกิจกรรมระดมทุน และใหหัวหนาพรรคประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป พรอมทั้งแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบดวยขอ ๑๑๓ การจัดกิจกรรมระดมทุน ใหบันทึกบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับ และบัญชีรายวันแสดงคาใชจายหรือรายจาย และใหแสดงในงบการเงินประจําปของพรรคใหครบถวนและถูกตองตามที่กฎหมายกําหนดขอ ๑๑๔ การจัดกิจกรรมระดมทุนตองไมกระทําในชวงเกาสิบวันกอนวันครบอายุของสภาผูแทนราษฎรจนถึงวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ในกรณีที่เปนการเลือกตั้งทั่วไปอันเนื่องมาจากหนา ๙๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
ครบอายุของสภาผูแทนราษฎร และตองไมกระทําในชวงที่มีพระราชกฤษฎีกาใหมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจนถึงวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ในกรณีที่เปนการเลือกตั้งอันเนื่องมาจากเหตุอื่นนอกจากการครบอายุของสภาผูแทนราษฎรสวนที่ ๓การรับบริจาคของพรรคขอ ๑๑๕ ใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคเปดบัญชีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย โดยระบุชื่อเจาของบัญชี “พรรค (ชื่อพรรค)”ในการรับบริจาคของพรรค ใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคเปดบัญชีเงินฝากกับธนาคารพาณิชยโดยระบุชื่อเจาของบัญชี “พรรค (ชื่อพรรค) (เพื่อการบริจาค)”ใหหัวหนาพรรคแจงหมายเลขบัญชีของบัญชีเงินฝากและจํานวนเงินที่เปดบัญชีของทุกบัญชีใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในเจ็ดวันนับแตวันที่เปดบัญชีขอ ๑๑๖ กรณีการรับบริจาคเปนเงินสด ใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคนําเงินฝากไวในบัญชีธนาคารพาณิชยตามขอ ๑๑๕ ภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาค กรณีการรับบริจาคเปนตั๋วแลกเงินหรือเช็คจะตองไมถูกปฏิเสธการจายเงิน จึงถือไดวาเปนการบริจาคแกพรรคขอ ๑๑๗ เมื่อมีการบริจาค ใหผูรับบริจาคจัดทําบันทึกการรับบริจาคใหแลวเสร็จภายในสามวันนับแตวันที่ไดรับบริจาคและใหจัดสงบันทึกการรับบริจาคพรอมเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาคถาหากทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดมิอาจนําสงแกพรรคได ใหผูรับบริจาคแจงรายละเอียดเกี่ยวกับการรับบริจาคนั้นใหพรรคทราบขอ ๑๑๘ เมื่อพรรคไดรับหลักฐานตามขอ ๑๑๗ ใหออกใบเสร็จรับเงิน (เงินบริจาค)หรือหลักฐานการรับบริจาคทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดภายในวันที่ที่ไดรับบริจาคแลวจัดสงใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการรับบริจาคใหแกผูบริจาคภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ออกหลักฐานนั้นขอ ๑๑๙ ใหพรรคบันทึกการรับบริจาคไวในบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาคของพรรคใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันที่เกิดรายการ โดยอยางนอยตองมีรายการ ดังนี้(๑) ชื่อ ที่อยูของพรรค(๒) ชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยูของผูบริจาคหนา ๙๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
(๓) ชื่อตัว ชื่อสกุล และตําแหนงของผูรับบริจาค(๔) วัน เดือน ปที่รับบริจาค(๕) รายละเอียดการรับบริจาค(๖) จํานวนเงินหรือมูลคาทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด(๗) เอกสารอางอิง(๘) ลายมือชื่อหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคขอ ๑๒๐ ใหหัวหนาพรรคประกาศบัญชีรายชื่อผูบริจาค จํานวนเงิน รายการทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดที่ไดรับบริจาคที่มีมูลคาไมนอยกวาหาพันบาท พรอมทั้งวัตถุประสงคของการบริจาคเพื่อใหประชาชนทราบเปนประจําทุกวันที่ ๑ ของเดือนถัดไปการตีราคาทรัพยสิน หรือการประเมินมูลคาประโยชนอื่นใดที่ไดรับบริจาคใหคํานวณราคาทรัพยสินอัตราคาเชา คาตอบแทนหรือคาของสิทธิที่รับตามปกติทางการคาในทองที่นั้นขอ ๑๒๑ เมื่อหัวหนาพรรคดําเนินการตามขอ ๑๒๐ แลว ใหแจงนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่ประกาศ พรอมกับจัดสงบันทึกการรับบริจาคและเอกสารที่เกี่ยวของตามแบบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดขอ ๑๒๒ บุคคลใดจะบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคการเมืองมีมูลคาเกินสิบลานบาทตอพรรคการเมืองตอปมิได และในกรณีที่บุคคลนั้นเปนนิติบุคคล การบริจาคเงินทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคการเมืองไมวาพรรคการเมืองเดียวหรือหลายพรรคการเมืองเกินปละหาลานบาท ตองแจงใหที่ประชุมใหญผูถือหุนทราบในการประชุมใหญคราวตอไปหลังจากบริจาคแลวพรรคจะรับบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดซึ่งมีมูลคาเกินวรรคหนึ่งมิไดสวนที่ ๔อัตราคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคขอ ๑๒๓ สมาชิกพรรคตองชําระคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคแบบรายป (ประจําป)ปละยี่สิบบาท หรือแบบตลอดชีพสองรอยบาทเพื่อประโยชนในการนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคประจําปของสมาชิกพรรคใหถือวารอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคประจําปของปที่สมาชิกพรรคไดชําระคาบํารุงพรรคเปนครั้งแรกหนา ๙๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
สิ้นสุดลงในวันสิ้นปปฏิทินของปเดียวกันนั้น และใหเริ่มตนนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคประจําปของปถัดไปใหม โดยใหเริ่มตนนับตั้งแตวันที่ ๑ มกราคม และสิ้นสุดลงในวันที่ ๓๑ ธันวาคมของปเดียวกัน ทั้งนี้ สมาชิกพรรคอาจชําระคาบํารุงพรรคประจําปของปถัดไปภายในกรอบระยะเวลาดังกลาวเมื่อใดก็ได หมวด ๑๓การใชจายของพรรคขอ ๑๒๔ เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดของพรรคตองนําไปใชจายเพื่อดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรค คาใชจายเกี่ยวกับการเลือกตั้งของพรรคและสมาชิกพรรค คาใชจายในการบริหารพรรค รวมถึงคาใชจายอื่น ๆ ที่เกี่ยวของกับพรรคดวยพรรคตองเปดเผยคาใชจายในการโฆษณาหรือประชาสัมพันธการดําเนินกิจกรรมของพรรคทุกประเภทเพื่อใหสมาชิกพรรคและประชาชนทราบเปนการทั่วไป โดยปดประกาศ ณ สํานักงานใหญพรรคหรือเผยแพรผานในระบบฐานขอมูลพรรคการเมือง หรือวิธีการอื่นใดที่เขาถึงไดโดยสะดวกภายในระยะเวลาสามสิบวันนับแตไดดําเนินการเสร็จสิ้นแลวขอ ๑๒๕ ในกรณีที่พรรค ผูบริหารพรรค หรือบุคคลใดใหเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดแกสมาชิกพรรคซึ่งดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ไมวาโดยทางตรงหรือทางออม และไมวาจะใหเปนประจําหรือเปนครั้งคราว ถาการใหหรือรับเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดนั้นไมเปนความผิดตามมาตรา ๑๔๔ หรือมาตรา ๑๔๙ แหงประมวลกฎหมายอาญา ใหพรรค ผูบริหารพรรคหรือบุคคลนั้น แลวแตกรณี แจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบถึงการใหเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดนั้น และประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวยหามมิใหสมาชิกพรรคซึ่งดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎรรับเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดจากบุคคลใดโดยปราศจากมูลอันจะอางตามกฎหมายได เวนแตเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดที่ไดมีการแจงไวตามวรรคหนึ่งขอ ๑๒๖ ใหเปนหนาที่ของคณะกรรมการบริหารพรรคที่จะตองตรวจสอบและควบคุมมิใหมีการนําเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดของพรรคไปใชจายเพื่อการอื่นใดนอกจากที่กําหนดไวในขอ ๑๒๔ และขอ ๑๒๕ หนา ๙๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
หมวด ๑๔การเลิกพรรค สาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๑๒๗ การเลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ใหเปนไปตามมติของคณะกรรมการบริหารพรรคในกรณีกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพนจากความเปนสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคทั้งหมดใหถือวาเปนเหตุใหเลิกพรรคขอ ๑๒๘ ในกรณีที่พรรคตองสิ้นสภาพความเปนพรรคการเมือง หรือถูกยุบพรรคใหทรัพยสินของพรรคที่เหลือภายหลังจากการชําระบัญชีแลวตกเปนของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองหมวด ๑๕หมวดเบ็ดเตล็ดขอ ๑๒๙ หากมีปญหาเกี่ยวกับการตีความหรือการงดเวนการใชขอบังคับพรรคขอหนึ่งขอใดหรือหลายขอ ใหเปนอํานาจของคณะกรรมการบริหารพรรค หรือที่ประชุมใหญพรรค แลวแตกรณีพิจารณาใหความเห็นชอบตามความเหมาะสมเปนแตละกรณีไปมติการตีความหรือการงดเวนการใชขอบังคับพรรคตามวรรคหนึ่ง ตองมีคะแนนเสียงไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้น หรือของที่ประชุมใหญพรรคแลวแตกรณี และใหถือวามติดังกลาวเปนมติของพรรคบทเฉพาะกาลขอ ๑๓๐ ใหคณะกรรมการบริหารพรรคกลาธรรมที่มีอยูกอนวันที่ขอบังคับฉบับนี้ประกาศใชบังคับทั้งที่ดํารงตําแหนงอยูและตําแหนงที่วางลง เปนคณะกรรมการบริหารพรรคกลาธรรมตอไปจนครบวาระหรือพนจากตําแหนงทั้งคณะ แลวแตกรณีขอ ๑๓๑ ใหคณะกรรมการสาขาพรรคกลาธรรมที่มีอยูกอนวันที่ขอบังคับฉบับนี้ประกาศใชบังคับทั้งที่ดํารงตําแหนงอยูและตําแหนงที่วางลง เปนคณะกรรมการสาขาพรรคกลาธรรมตอไปจนครบวาระหรือพนจากตําแหนงทั้งคณะ แลวแตกรณีขอ ๑๓๒ ใหตัวแทนพรรคกลาธรรมประจําจังหวัดที่มีอยูกอนวันที่ขอบังคับฉบับนี้ประกาศใชบังคับทั้งที่ดํารงตําแหนงอยูและตําแหนงที่วางลง เปนตัวแทนพรรคกลาธรรมประจําจังหวัดตอไปจนครบวาระหรือพนจากตําแหนงทั้งหมด แลวแตกรณี หนา ๙๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
การประชุมเลือกและแตงตั้งตัวแทนพรรคกลาธรรมประจําจังหวัดที่ไดดําเนินการตามขอบังคับพรรคกลาธรรม พ.ศ. ๒๕๖๖ แตยังมิไดแจงการแตงตั้งตอนายทะเบียนพรรคการเมืองตามกฎหมายหรือแจงการแตงตั้งตอนายทะเบียนพรรคการเมืองแลว แตยังมิไดรับการรับรองจากนายทะเบียนพรรคการเมืองตามกฎหมายกอนวันที่ขอบังคับฉบับนี้ประกาศใชบังคับ ใหถือเปนการประชุมเลือกและแตงตั้งตัวแทนพรรคกลาธรรมประจําจังหวัดตามขอบังคับฉบับนี้ดวยขอ ๑๓๓ สมาชิกพรรคกลาธรรมทั้งหมดที่มีอยูกอนวันที่ขอบังคับฉบับนี้ประกาศใชบังคับใหถือเปนสมาชิกพรรคกลาธรรมตอไปจนกวาความเปนสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคกลาธรรมจะสิ้นสุดลงตามขอบังคับฉบับนี้ดวยการสิ้นสุดความเปนสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคกลาธรรมที่เกิดขึ้นกอนวันที่ขอบังคับฉบับนี้ประกาศใชบังคับ ใหถือเปนการสิ้นสุดจากสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคกลาธรรมตามขอบังคับฉบับนี้ดวยขอ ๑๓๔ ใบสมัครสมาชิกพรรค ใบเสร็จรับเงิน ใบลาออกจากสมาชิกพรรค หนังสือสัญญานิติกรรมตาง ๆ ตลอดจนบรรดาเอกสารที่เกี่ยวของกับการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคกลาธรรมกอนวันที่ขอบังคับฉบับนี้ประกาศใชบังคับ ใหถือเปนใบสมัครสมาชิกพรรค ใบเสร็จรับเงิน ใบลาออกจากสมาชิกพรรค หนังสือ สัญญา นิติกรรมตาง ๆ ตลอดจนบรรดาเอกสารที่เกี่ยวของกับการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคกลาธรรม ตามขอบังคับฉบับนี้ดวยทั้งสิ้นขอ ๑๓๕ การดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคกลาธรรมทั้งหมดที่มีอยูกอนวันที่ขอบังคับฉบับนี้ประกาศใชบังคับ ที่ไดดําเนินกิจกรรมไปเรียบรอยแลว หรืออยูระหวางการดําเนินกิจกรรมใหถือเปนการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคกลาธรรมตามขอบังคับฉบับนี้ดวยขอ ๑๓๖ บรรดาระเบียบ ประกาศ หรือคําสั่งที่ออกตามขอบังคับพรรคกลาธรรม พ.ศ. ๒๕๖๖ใหยังคงปฏิบัติตอไปไดเทาที่ไมขัดหรือแยงกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๖ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองพ.ศ. ๒๕๖๐ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๖และขอบังคับฉบับนี้ หนา ๑๐๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗
ขอ ๑๓๗ หลักเกณฑ วิธีการ และขอปฏิบัติขอใดซึ่งขอบังคับฉบับนี้มิไดกําหนดไวโดยเฉพาะใหนําบทบัญญัติแหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ และที่แกไขเพิ่มเติมรวมทั้งกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ บรรดาหนังสือสั่งการที่เกี่ยวของมาใชบังคับเทาที่พอจะใชบังคับได๒. เลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคกลาธรรมแทนตําแหนงที่วาง จํานวน ๑ คน คือนายอลงกรต พรมขัตแกว เหรัญญิกพรรค ทําใหมีคณะกรรมการบริหารพรรคกลาธรรม จํานวน ๑๑ คนไดแก ๒.๑ นายเชวงศักดิ์ ใจคํา หัวหนาพรรค๒.๒ นายสัจจวิทย ลีลาวณิชย เลขาธิการพรรค๒.๓ นายอลงกรต พรมขัตแกว เหรัญญิกพรรค๒.๔ นายศุภกิต ปญญา นายทะเบียนสมาชิกพรรค๒.๕ นายประสิทธิ์ หนักตื้อ กรรมการบริหารพรรค๒.๖ นางพนัฐดา กันทา กรรมการบริหารพรรค๒.๗ นายวิชัย เปนพนัสสัก กรรมการบริหารพรรค๒.๘ นายกิจภพ กัณฑมิตร กรรมการบริหารพรรค๒.๙ นายธีระศักดิ์ สิทธิชัยธนะกิจ กรรมการบริหารพรรค๒.๑๐ นางสาวธัศชล บุญแสนไชย กรรมการบริหารพรรค๒.๑๑ นางคําแปง ทํานา กรรมการบริหารพรรคจึงประกาศใหทราบโดยทั่วกันประกาศ ณ วันที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๗แสวง บุญมีเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งนายทะเบียนพรรคการเมืองหนา ๑๐๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๒๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)