ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคประชาไทย
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเรื่อง การเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคไทยสมารทตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองไดมีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๖เรื่อง การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคไทยสมารท มีคณะกรรมการบริหารพรรคไทยสมารทจํานวน ๙ คน นั้นบัดนี้ หัวหนาพรรคไทยสมารทไดแจงการเปลี่ยนแปลงตอนายทะเบียนพรรคการเมือง ตามมาตรา ๓๘แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ กรณี ที่ประชุมใหญสามัญพรรคไทยสมารทประจําป ๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๗ มีมติแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคไทยสมารท พ.ศ. ๒๕๖๓ แกไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๖ ดังนี้ขอบังคับพรรคไทยสมารท (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๖๗โดยที่ประชุมใหญสามัญประจําป ๒๕๖๗ พรรคไทยสมารท ครั้งที่ ๓/๒๕๖๗ เมื่อวันที่๒๑ เมษายน ๒๕๖๗ มีมติแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคไทยสมารท พ.ศ. ๒๕๖๓ แกไขเพิ่มเติมถึง(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ ดังนี้ขอ ๑ ขอบังคับนี้เรียกวา “ขอบังคับพรรคไทยสมารท (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๗”ขอ ๒ ขอบังคับพรรคนี้ใหใชบังคับนับตั้งแตวันที่ไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญสามัญประจําป ๒๕๖๗ พรรคไทยสมารท ครั้งที่ ๓/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๗ เปนตนไปขอ ๓ ใหยกเลิกความในขอ ๖ ของขอบังคับพรรคไทยสมารท พ.ศ. ๒๕๖๓ และใหใชความตอไปนี้แทน“ขอ ๖ สํานักงานใหญตั้งอยู ณ บานเลขที่ ๘๘/๘๘ ซอยจันทน ๒๗ แขวงทุงวัดดอนเขตสาทร กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๒๐”ขอ ๔ ใหยกเลิกความในขอ ๑๐ ของขอบังคับพรรคไทยสมารท พ.ศ. ๒๕๖๓ และใหใชความตอไปนี้แทน หนา ๖๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ มกราคม ๒๕๖๘
“ขอ ๑๐ ใหมีกรรมการคณะหนึ่งเปนกรรมการบริหารพรรคมีจํานวนไมนอยกวาสิบคนประกอบดวย (๑) หัวหนาพรรค(๒) รองหัวหนาพรรค(๓) เลขาธิการพรรค(๔) รองเลขาธิการพรรค(๕) เหรัญญิกพรรค(๖) ผูชวยเหรัญญิกพรรค(๗) นายทะเบียนสมาชิกพรรค(๘) ผูชวยนายทะเบียนสมาชิกพรรค(๙) โฆษกพรรค(๑๐) ผูอํานวยการพรรค”ขอ ๕ ใหยกเลิกความในขอ ๒๘ ของขอบังคับพรรคไทยสมารท พ.ศ. ๒๕๖๓ และใหใชความตอไปนี้แทน“ขอ ๒๘ ในจังหวัดที่มิไดเปนที่ตั้งสาขาพรรค ถามีสมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นเกินหนึ่งรอยคน พรรคอาจแตงตั้งสมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้น โดยมาจากการเลือกของสมาชิกพรรคเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเพื่อดําเนินกิจกรรมของพรรคตามที่พรรคมอบหมาย”ขอ ๖ ใหยกเลิกความในขอ ๓๐ ของขอบังคับพรรคไทยสมารท พ.ศ. ๒๕๖๓ และใหใชความตอไปนี้แทน“ขอ ๓๐ การแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ใหมีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดจํานวนไมนอยกวาหนึ่งคน เมื่อพรรคเห็นควรแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ในเขตจังหวัดใดที่มีสมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนาในเขตจังหวัดนั้นเกินหนึ่งรอยคน ใหสมาชิกพรรคไมนอยกวาหาสิบคนจัดประชุมเพื่อดําเนินการเลือกตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด แลวรายงานรายชื่อสมาชิกพรรคซึ่งไดรับคะแนนสูงสุดเรียงตามลําดับใหครบจํานวนตามที่พรรคกําหนดใหหัวหนาพรรคทราบโดยเร็วเมื่อหัวหนาพรรคประกาศแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดดังกลาวแลวใหแจงนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่ประกาศแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด”หนา ๖๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ มกราคม ๒๕๖๘
ขอ ๗ ใหยกเลิกความในขอ ๘๒ ของขอบังคับพรรคไทยสมารท พ.ศ. ๒๕๖๓ และใหใชความตอไปนี้แทน“ขอ ๘๒ พรรคซึ่งประสงคจะสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใด ตองมีสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในจังหวัดนั้นในกรณีที่จังหวัดใดมีสาขาพรรคมากกวาหนึ่งสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดมากกวาหนึ่งตัวแทนในจังหวัดใด ใหพรรคกําหนดวาจะใหสาขาพรรคใดหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้น เปนสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการตามขอ ๘๓”ขอ ๘ ใหยกเลิกความในขอ ๘๓ ของขอบังคับพรรคไทยสมารท พ.ศ. ๒๕๖๓ และใหใชความตอไปนี้แทน“ขอ ๘๓ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้ง ใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหากําหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสมัครเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง และประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไป(๒) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครตาม (๑) ใหคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้ง แลวสงรายชื่อผูสมัครใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๓) เมื่อสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับรายชื่อผูสมัครจากคณะกรรมการสรรหาแลว ใหหัวหนาสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดจัดประชุมสมาชิกเพื่อรับฟงความคิดเห็นและใหสมาชิกใหความเห็นชอบหรือไมเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสงมาโดยใชวิธีการตามมติที่ประชุม(๔) ใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสงรายชื่อผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้งทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็นตาม (๓) ใหคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาเสนอความคิดเห็น(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงรายชื่อผูสมัครของแตละเขตเลือกตั้งพรอมความคิดเห็นตาม (๓) และ (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่จะเสนอใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง” หนา ๗๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ มกราคม ๒๕๖๘
ขอ ๙ ใหยกเลิกความในขอ ๘๔ ของขอบังคับพรรคไทยสมารท พ.ศ. ๒๕๖๓ และใหใชความตอไปนี้แทน“ขอ ๘๔ การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ใหคณะกรรมการสรรหาจัดทําบัญชีรายชื่อเพื่อสงใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด โดยตองคํานึงถึงผูสมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิงดวย ในกรณีที่พรรคมีสาขาพรรคมากกวาหนึ่งสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดมากกวาหนึ่งตัวแทนในจังหวัดใด ใหพรรคกําหนดวาจะใหสาขาพรรคสาขาใดหรือตัวแทนพรรคการเมือง ประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้น เปนสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการตามขอ ๘๕”ขอ ๑๐ ใหยกเลิกความในขอ ๘๕ ของขอบังคับพรรคไทยสมารท พ.ศ. ๒๕๖๓ และใหใชความตอไปนี้แทน“ขอ ๘๕ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหากําหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสมัคร และการเสนอรายชื่อบุคคลเปนผูสมัครรับเลือกตั้งและมีหนังสือแจงไปยังคณะกรรมการบริหารพรรค หัวหนาสาขาพรรคตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด และประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไป(๒) ใหกรรมการบริหารพรรค หัวหนาสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเสนอรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหคณะกรรมการสรรหา(๓) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครและเสนอรายชื่อตาม (๑) แลว ใหคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามและจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งไมเกินหนึ่งรอยรายชื่อโดยใหปฏิบัติตามขอ ๘๖(๔) เมื่อสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งตาม (๓) จากคณะกรรมการสรรหาแลว ใหหัวหนาสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดจัดประชุมสมาชิกเพื่อรับฟงความคิดเห็นและใหสมาชิกใหความเห็นชอบหรือไมเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสงมา โดยใชวิธีการตามมติที่ประชุม แลวสงบัญชีรายชื่อดังกลาวทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็นใหคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งพรอมเสนอความคิดเห็นหนา ๗๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ มกราคม ๒๕๖๘
(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงบัญชีรายชื่อผูสมัครเลือกตั้งพรอมความคิดเห็นตาม (๔)ใหคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่เหมาะสมเปนผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อแลวจัดลําดับตามที่เห็นวาเหมาะสมเพื่อใหไดบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อในกรณีที่สมาชิกผูใดมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดที่ยังไมไดมีการจัดตั้งสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ใหสามารถใชสิทธิการเปนสมาชิกในจังหวัดใกลเคียงที่มีสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด โดยพรรคกําหนดใหสมาชิกในจังหวัดที่วานั้นใหไปใชสิทธิที่สาขาพรรคใดหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใด”ขอ ๑๑ ใหยกเลิกความในขอ ๑๑๐ ของขอบังคับพรรคไทยสมารท พ.ศ. ๒๕๖๓ และใหใชความตอไปนี้แทน“ขอ ๑๑๐ สมาชิกพรรคตองชําระคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมืองแบบรายปไมนอยกวายี่สิบบาท แบบตลอดชีพไมนอยกวาสองรอยบาทเพื่อประโยชนในการนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของสมาชิกใหถือวารอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของปที่สมาชิกไดชําระคาบํารุงพรรคการเมืองเปนครั้งแรกสิ้นสุดลงในวันสิ้นปปฏิทินของปเดียวกันนั้น และใหเริ่มตนนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของปถัดไปใหม โดยใหเริ่มตนนับตั้งแตวันที่ ๑ มกราคมและสิ้นสุดลงในวันที่๓๑ ธันวาคมของปเดียวกัน ทั้งนี้ สมาชิกอาจชําระคาบํารุง พรรคการเมืองประจําปของปถัดไปภายในกรอบระยะเวลาดังกลาวเมื่อใดก็ได ”จึงประกาศใหทราบโดยทั่วกัน ประกาศ ณ วันที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๗แสวง บุญมีเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งนายทะเบียนพรรคการเมืองหนา ๗๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ มกราคม ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)