ThaiGovData

คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เรื่อง ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต [คดีหมายเลขดำที่ อม. ๑๗/๒๕๖๕ คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๒๒/๒๕๖๗ ระหว่าง อัยการสูงสุด โจทก์ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง จำเลย]

undated

Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th

The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.

(อม.๓๓)คําพิพากษา คดีหมายเลขดําที่ อม. ๑๗/๒๕๖๕คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๒๒/๒๕๖๗ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองวันที่ ๑๑ เดือน กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗อัยการสูงสุด โจทกนายกิตติรัตน ณ ระนอง จําเลยเรื่อง ความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการ ความผิดตอพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตโจทกฟองวา ขณะเกิดเหตุ จําเลยไดรับการโปรดเกลาฯ ใหดํารงตําแหนงรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชย ตั้งแตวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๔ ตามประกาศแตงตั้งรัฐมนตรีลงวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๔ จําเลยมีอํานาจหนาที่รับผิดชอบควบคุมกํากับดูแลและบริหารราชการกระทรวงพาณิชย เปนผูบังคับบัญชาขาราชการกระทรวงพาณิชย รับผิดชอบในการกําหนดนโยบายเปาหมาย และผลสัมฤทธิ์ของงานในกระทรวงใหสอดคลองกับที่คณะรัฐมนตรีกําหนดหรืออนุมัติตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผนดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ รวมทั้งกํากับดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการขององคการคลังสินคา เพื่อการนี้ มีอํานาจเรียกประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ กรรมการระหวาง หนา ๒๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ผูอํานวยการ ตัวแทนขององคการคลังสินคา หรือบุคคลใดในองคการคลังสินคา มาชี้แจงขอเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็น หรือใหทํารายงานยื่นก็ได ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองคการคลังสินคาพ.ศ. ๒๔๙๘ ตอมาจําเลยพนจากตําแหนงรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชยเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๕ ตามประกาศใหรัฐมนตรีพนจากความเปนรัฐมนตรีและแตงตั้งรัฐมนตรีลงวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๕ จําเลยจึงมีฐานะเปนเจาพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาและเปนเจาหนาที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๔๒ และฉบับแกไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ และเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมือง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๔ องคการคลังสินคาไดตกลงทําสัญญาซื้อขาย (Sale andPurchase Contract) เลขที่ PK/TP-๐๐๒/DO๒๐๐/๐๘/๒๐๑๑ กับองคการสํารองอาหารแหงประเทศอินโดนีเซีย หรือ BULOG โดยตกลงซื้อขาวขาวหักสูงสุดรอยละ ๑๕ (ขาวขาว ๑๕%)ปริมาณ ๓๐๐,๐๐๐ เมตริกตัน (ตัน) ในราคาตันละ ๕๕๙ เหรียญสหรัฐ เงื่อนไขเทอมการคา CFR(Cost & Freight) FO กําหนดระยะเวลาการสงมอบขาวขาวหักสูงสุดรอยละ ๑๕ เดือนกันยายน ๒๕๕๔ถึงเดือนธันวาคม ๒๕๕๔ ชําระเงินโดยเลตเตอรออฟเครดิต (L/C)เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๔ นายสุรศักดิ์ ศรีประภา ในฐานะประธานกรรมการองคการคลังสินคาและในฐานะผูอํานวยการองคการคลังสินคาพรอมคณะ ไดเขารวมการประชุมระหวาง BULOGของรัฐบาลอินโดนีเซียกับองคการคลังสินคา เพื่อหารือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามสัญญาซื้อขาย(Sale and Purchase Contract) เลขที่ PK/TP-๐๐๒/DO๒๐๐/๐๘/๒๐๑๑ ลงวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๔โดยทั้งสองฝายมีมติเห็นชอบที่จะแกไขสัญญาดังกลาวบางสวน และไดมีการจัดทําเอกสารแกไขสัญญาAMENDMENT No.๑ Incorporated to the Contract No. PK/TP-๐๐๒/DO๒๐๐/๐๘/๒๐๑๑dated ๑๘ August ๒๐๑๑ ลงวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๔ โดย นายสุรศักดิ์ ไดลงนามใหมีผลผูกพันตามกฎหมาย ซึ่งมีสาระสําคัญใหขยายระยะเวลาสงมอบขาวขาวดังกลาวออกไปจนถึงวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ ๒๕๕๕ตอมาเมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๔ นายสุรศักดิ์ ไดออกคําสั่งองคการคลังสินคา ที่ ๒๒๗/๒๕๕๔เรื่อง แตงตั้งคณะกรรมการพิจารณาการเสนอราคาขายขาวขาว ๑๕% เพื่อสงมอบ BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซียหนา ๒๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ลงวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๔ โดยแตงตั้งให นายสมศักดิ์ วงศวัฒนศานต ในฐานะผูชวยผูอํานวยการองคการคลังสินคา เปนประธานกรรมการในคณะกรรมการพิจารณาการเสนอราคาขายขาวขาวดังกลาวเพื่อสงมอบใหแก BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย โดยมีอํานาจหนาที่จัดทําสรุปผลการรับซองตรวจสอบคุณสมบัติของผูเสนอราคาขาย เปดซอง รวมทั้งเจรจาตอรองกับผูเสนอราคาขายเพื่อใหไดราคาที่ดีที่สุดและจัดสรรปริมาณขายขาวใหแกผูเสนอราคาต่ําสุด พรอมนําเสนอผลการเจรจาตอรองตอ นายสุรศักดิ์พิจารณาใหความเห็นชอบ ทั้งนี้ ในการออกเลขคําสั่งดังกลาว นายพิทีรต ตั้งพสสวัสดิ์ หรือ นายพิพรรธารยมาตธินินทร ซึ่งเปนรองผูอํานวยการองคการคลังสินคา ไดสั่งการใหเจาหนาที่ที่เกี่ยวของนําคําสั่งดังกลาวไปดําเนินการออกเลขคําสั่งโดยแจงแกเจาหนาที่ที่เกี่ยวของวาเปนเอกสารลับและไมสามารถสงไปออกเลขคําสั่งผานระบบงานสารบรรณตามปกติไดเมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๔ นายพิทีรต สงรางสัญญาซึ่งยังไมไดระบุชื่อคูสัญญากับองคการคลังสินคา แตระบุเงื่อนไขตาง ๆ ไวในสัญญาแลวใหผูอํานวยการสวนงานนิติกรรมและสัญญาสํานักกฎหมาย ตรวจสอบวาไดระบุเงื่อนไขขอกําหนดถูกตองหรือไม โดยมิไดใหเอกสารขอบเขตและรายละเอียดของการดําเนินการดังกลาว (TOR) แตอยางใด ผูอํานวยการสวนงานนิติกรรมและสัญญาสํานักกฎหมาย จึงแจงวาไมสามารถตรวจสอบเงื่อนไขใหไดและในวันเดียวกัน นายสุรศักดิ์ ไดลงนามในหนังสือองคการคลังสินคา ที่ อคส. ๑๐๑๑๐/๓๗๙๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๔ เรื่อง การเสนอขายขาวขาว ๑๕% เพื่อสงมอบใหแก BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย โดยวิธียื่นซองเสนอราคาถึงผูสนใจเสนอราคาโดยแจงวาใหผูสนใจยื่นซองเสนอราคาขายขาวในวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๔ระหวางเวลา ๙ ถึง ๑๒ นาฬิกา และกําหนดใหคณะกรรมการพิจารณาการเสนอราคาขายขาวขาว ๑๕%เพื่อสงมอบ BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซียทําการเจรจาตอรองกับผูเสนอราคาขายในวันที่๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๔ ตั้งแตเวลา ๑๔ นาฬิกา เปนตนไป ซึ่งหนังสือดังกลาวมิไดมีการประกาศเชิญชวนใหผูประกอบการคาขาวไดรับทราบเปนการทั่วไป โดยมีเจาหนาที่ผูใตบังคับบัญชาของ นายพิทีรตเปนผูนําหนังสือดังกลาวไปขอออกเลขหนังสือ โดยใหระบุตนเรื่องมาจากสํานักธุรกิจบริการ และจากนั้นไดนําหนังสือฉบับดังกลาวไปมอบให นายพิทีรต และใหมีผูประทับตรารอง ผอก. (รองผูอํานวยการ)แลวสงหนังสือฉบับดังกลาวใหสํานักธุรกิจบริการตอไปหนา ๓๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ตอมาเมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๔ นายพิทีรต ไดเรียกผูอํานวยการสวนงานนิติกรรมและสัญญา สํานักกฎหมาย เขาพบและขอใหชวยตรวจสอบรางสัญญาซื้อขายขาวขาว ๑๕% ดังกลาวโดยกลาวอางวาเปนรางสัญญาที่ นายสุรศักดิ์ ไดตรวจสอบแกไขแลว โดยใหตรวจสอบเปรียบเทียบวารางสัญญาของ นายสุรศักดิ์ ตรงกับรางสัญญาของ นายพิทีรต หรือไม ซึ่งผูอํานวยการสวนงานนิติกรรมและสัญญา สํานักกฎหมาย ไดดําเนินการตรวจสอบโดยใชรางสัญญาของ นายพิทีรต เปนหลักในการพิจารณาปรากฏวามีขอความไมตรงกัน โดยรางสัญญาของ นายสุรศักดิ์ ซึ่งไมปรากฏขอความในสัญญาขอ ๑๕ตามรางสัญญาของ นายพิทีรต ที่กําหนดวา “ผูซื้อจะเปดโอกาสใหผูขายสงมอบขาวเพิ่มเติมเพื่อใหครบปริมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ตามที่ผูซื้อไดขายใหแก BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย ในกรณีที่ผูขายแจงความประสงคที่จะสามารถดําเนินการสงมอบไดบนเงื่อนไขราคาขายและคาใชจาย/คาบริหารจัดการในอัตราเดิมที่เสนอไวภายใน ๑ เดือน หลังจากเซ็นสัญญาตามปริมาณที่ผูซื้อเห็นสมควร” และในวันเดียวกันนายพิทีรต ไดนําหนังสือองคการคลังสินคา ที่ อคส.๑๐๑๑๐/๓๗๙๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๔ดังกลาวมาใหผูอํานวยการสํานักธุรกิจบริการ ทั้งที่ผูอํานวยการสํานักธุรกิจบริการไมทราบเรื่องมากอนโดยในประกาศแนบทายหนังสือดังกลาวกําหนดใหผูสนใจยื่นซองเสนอราคามายื่นซองเสนอราคาในวันที่๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๔ เวลา ๙ ถึง ๑๒ นาฬิกา ณ องคการคลังสินคา กระทรวงพาณิชย แตเนื่องจากยังไมมีการสั่งการเปนลายลักษณอักษรในหนังสือฉบับดังกลาว ผูอํานวยการสํานักธุรกิจบริการจึงยังไมยอมรับหนังสือและแจงแก นายพิทีรต วา หากไมสั่งการเปนลายลักษณอักษรจะไมดําเนินการใหและในระหวางที่รอการสั่งการดังกลาวนั้น เจาหนาที่สวนงานปฏิบัติธุรกิจ สังกัดสํานักธุรกิจบริการไดดําเนินการรอรับซองเสนอราคาที่หองประชุมชั้น ๕ ขององคการคลังสินคา ตอมาเวลา ๑๑.๑๕ นาฬิกามีผูเขามายื่นซองเอกสารเสนอราคา จํานวน ๒ ราย คือ (๑) บริษัทสยามอินดิกา จํากัด โดยนางสาววทัญญตา บุญมาประเสริฐ เปนผูรับมอบอํานาจใหมายื่นซอง ซึ่งบริษัทสยามอินดิกา จํากัดมี นางสาวรัตนา แซเฮง เปนกรรมการผูมีอํานาจ และมี นายอภิชาติ หรือเสี่ยเปยง จันทรสกุลพรเปนเจาของกิจการบริษัทและเปนผูมีอํานาจตัดสินใจแตผูเดียวในการดําเนินกิจการของบริษัทสยามอินดิกา จํากัดและ (๒) บริษัทนครสวรรคคาขาว จํากัด โดย นายสุธี เชื่อมไธสง เปนผูรับมอบอํานาจใหมายื่นซองซึ่ง นายสุธี เปนหรือเคยเปนพนักงานของบริษัทสยามอินดิกา จํากัด และตอมาเจาหนาที่ไดตรวจสอบเอกสารที่ยื่นแลวเห็นวา มีเอกสารครบถวนจึงไดรับซองของทั้งสองบริษัทไว เมื่อถึงเวลา ๑๒ นาฬิกาหนา ๓๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ เจาหนาที่ปดรับซองเสนอราคา แตตอมาเวลา ๑๒.๑๐ นาฬิกา มีบริษัทเชียงใหมอินเตอรไรซ จํากัดไดโทรสารเอกสารการเสนอราคามาที่องคการคลังสินคา โดยระบุในเอกสารวา “ไมเสนอราคา”และในวันเดียวกันในชวงระหวางที่มีผูเขายื่นซองเสนอราคา สํานักธุรกิจบริการ ไดรับหนังสือองคการคลังสินคาที่ อคส.๑๐๑๑๐/๓๗๙๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๔ อีกครั้ง ซึ่งเปนการสงมาตามระบบสารบรรณโดยมีขอความปรากฏวา นายสุรศักดิ์ ไดให นายพิทีรต เปนผูดําเนินการ จากนั้น ไดสั่งการใหดําเนินการรับซองเสนอราคา เมื่อดําเนินการรับซองเสนอราคาเรียบรอยแลว เจาหนาที่ไดทําบันทึกสวนงานปฏิบัติธุรกิจสํานักธุรกิจบริการ ที่ สงปธ.๑๑๑๐๐/๕๕๒ ลงวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๔ รายงานผลการรับซองเสนอราคาเสนอตอผูอํานวยการสํานักธุรกิจบริการ โดยเสนอผานผูอํานวยการสวนงานปฏิบัติธุรกิจ และผูอํานวยการสํานักธุรกิจบริการไดเสนอบันทึกดังกลาวพรอมดวยเอกสารการเสนอราคาตอ นายสมศักดิ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาการเสนอราคาขายขาวขาว ๑๕% จากนั้น ในชวงบายของวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๔นายสมศักดิ์ จัดใหมีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการเสนอราคาขายขาวขาว ๑๕% ดังกลาวโดยที่ประชุมไดใชหลักเกณฑตามหนังสือ ที่ อคส.๑๐๑๑๐/๓๗๙๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๔ซึ่งปรากฏโดยชัดแจงแลววาหนังสือดังกลาวไมไดมีการประกาศใหผูประกอบการคาขาว หรือองคกรที่เกี่ยวของยื่นซองเสนอราคาขายขาวใหทราบลวงหนาอยางนอยสามวันทําการตามระเบียบองคการคลังสินคาวาดวยการจัดซื้อสินคาเพื่อการคาปกติ พ.ศ. ๒๕๔๑ อันเปนการฝาฝนตอระเบียบดังกลาว จากนั้นที่ประชุมคณะกรรมการไดเปดซองเสนอราคา ปรากฏวามีผูเสนอราคา จํานวน ๒ ราย คือบริษัทสยามอินดิกา จํากัด กับบริษัทนครสวรรคคาขาว จํากัด และจากการตรวจสอบคุณสมบัติทั้งสองบริษัทคณะกรรมการไดประชุมรวมกันลงมติวาบริษัทสยามอินดิกา จํากัด มีคุณสมบัติครบถวนตามประกาศขององคการคลังสินคา สวนบริษัทนครสวรรคคาขาว จํากัด ยื่นสําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลซึ่งออกใหกอนวันยื่นซองเสนอราคาเกิน ๑ เดือน จึงไมผานการพิจารณาคุณสมบัติ ซึ่งในสวนของบริษัทสยามอินดิกา จํากัด ไดเสนอราคาขายขาวขาว ๑๕% ปริมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ตัน ในราคาตันละ๕๕๙ เหรียญสหรัฐ และเสนอคาใชจายในการบริหารสัญญาขององคการคลังสินคาตันละ ๗ บาทกอนมีการเจรจาตอรองราคา นายสมศักดิ์ ไดแจงใหที่ประชุมทราบวา องคการคลังสินคากับ BULOGของรัฐบาลอินโดนีเซีย ทําสัญญาซื้อขายขาวกันที่ราคาตันละ ๕๕๙ เหรียญสหรัฐ ดังนั้น คณะกรรมการดังกลาวจึงกําหนดใหราคาที่ซื้อขายดังกลาวเปนเกณฑในการตอรอง โดย นายสมศักดิ์ เปนผูโทรศัพทไปยังหนา ๓๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ นางสาวรัตนา กรรมการบริษัทสยามอินดิกา จํากัด ผลการเจรจาตอรองปรากฏวาบริษัทสยามอินดิกา จํากัดยืนยันราคาตันละ ๕๕๙ เหรียญสหรัฐ คณะกรรมการไดพิจารณาแลวเห็นวา เปนราคาที่ไมต่ํากวาราคาที่องคการคลังสินคาทําสัญญากับ BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย และองคการคลังสินคาไดรับประโยชนจากคาบริหารสัญญา จึงตกลงรับราคาที่บริษัทสยามอินดิกา จํากัด เสนอ คณะกรรมการจึงจัดทําเปนบันทึกเสนอผลการตรวจคุณสมบัติเปดซองและผลการเจรจาตอรองราคา และไดสงบันทึกดังกลาวพรอมเอกสารประกอบไปยัง นายพิทีรต ซึ่งตอมา นายสุรศักดิ์ ไดอนุมัติผลการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาการเสนอราคาขายขาวขาว ๑๕% เพื่อสงมอบ BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซียตามเสนอและในชวงเวลาเดียวกันสมาคมผูสงออกขาวไทยไดมีหนังสือที่ ๖๙๓/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๔เรื่อง การขายขาวใหรัฐบาลอินโดนีเซีย ถึงจําเลยในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชย แจงวา สมาคมผูสงออกขาวไทยไมทราบเรื่องที่องคการคลังสินคาไดจัดใหมีการยื่นซองเสนอราคาขายขาวเพื่อสงมอบใหแก BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย พรอมกับขอทราบขอเท็จจริงและความคืบหนา แตก็ไมไดรับคําชี้แจงจากจําเลย แตอยางใดตอมาเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ เวลากลางวัน พันตํารวจตรี ศราวุฒิ สกุลมีฤทธิ์ซึ่งไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงผูอํานวยการองคการคลังสินคาลงนามในสัญญาซื้อขายขาวขาว ๑๕%ในเทอม CFR (Cost & Freight) FO เพื่อสงมอบใหแก BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย เลขที่ ๔๒๒/๒๕๕๔ลงวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ โดยเปนการตกลงซื้อขายขาวขาว ๑๕% ปการผลิต ๒๕๕๔ ปริมาณ๑๐๐,๐๐๐ ตัน ในราคาตันละ ๕๕๙ เหรียญสหรัฐ มูลคารวมทั้งสิ้น ๕๕,๙๐๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐกําหนดสงมอบใหเสร็จสิ้นไมเกินวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๕ ชําระคาขาวที่ซื้อขายโดยการโอนสิทธิการรับเงินตามเลตเตอรออฟเครดิต (L/C) ที่องคการคลังสินคาไดรับจาก BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซียเพื่อใหบริษัทสยามอินดิกา จํากัด นําไปเรียกเก็บเงินจาก BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซียและบริษัทสยามอินดิกา จํากัด จะชําระคาใชจายในการบริหารจัดการสัญญาในอัตราตันละ ๗ บาทของปริมาณขาวสารที่สงมอบใหแกองคการคลังสินคาตามสัญญาซื้อขายขาวขาวดังกลาวเมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ สมาคมผูสงออกขาวไทย ไดมีหนังสือที่ ๗๐๐/๒๕๕๔ลงวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ เรื่อง ขอความเปนธรรมเรื่องการประมูลเพื่อการสงมอบขาวใหรัฐบาลอินโดนีเซียจํานวน ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ถึงจําเลยในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชยอีกฉบับหนา ๓๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ เพื่อขอใหพิจารณาใหหนวยงานที่เกี่ยวของไดจัดการประมูลสงมอบขาวขาว ๑๕% ใหแก BULOGของรัฐบาลอินโดนีเซียขึ้นใหม โดยใหถือปฏิบัติตามระเบียบที่เคยปฏิบัติอยางเครงครัด แตสมาคมผูสงออกขาวไทยก็ไมไดรับการชี้แจงขอเท็จจริงตามหนังสือขอความเปนธรรมดังกลาวจากจําเลย แตอยางใด จากนั้นสมาคมผูสงออกขาวไทยกับพวกจึงไดเขาพบจําเลยเพื่อทวงถามกรณีที่บริษัทสยามอินดิกา จํากัดไดรับมอบใหดําเนินการสงมอบขาวใหแก BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย ซึ่งจําเลยไดแจงวาการขายขาวนี้ทางฝายประเทศอินโดนีเซียเปนผูระบุใหบริษัทสยามอินดิกา จํากัด เปนผูสงมอบขาว นอกจากนี้จําเลยยังไดใหขาวตอสื่อมวลชนวา จะไมมีการทบทวนกรณีที่บริษัทสยามอินดิกา จํากัด ไดรับมอบใหดําเนินการสงมอบขาวใหแก BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย เนื่องจากกระบวนการเสนอราคาเปนไปตามขั้นตอนปกติโดยทางประเทศอินโดนีเซียสงรายชื่อผูสงออกที่ประเทศอินโดนีเซียใหความเชื่อถือมาใหองคการคลังสินคาและองคการคลังสินคาไดมีการเจรจากับผูที่มีรายชื่อทั้งหมด ทั้งที่ความจริงแลว BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซียไมเคยใหขอเสนอแนะหรือแนะนํารายชื่อผูสงออกขาวใหแกองคการคลังสินคา แตอยางใดเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๔ คณะกรรมการองคการคลังสินคาไดมีการประชุมครั้งที่ ๑๔/๒๕๕๔นายสุรศักดิ์ ในฐานะประธานกรรมการองคการคลังสินคา และฝายบริหารขององคการคลังสินคาไดแจงในที่ประชุมวาจะมีการพิจารณาเรื่องลับ และแจกเอกสารประกอบการประชุม ในขณะนั้นเปนเอกสารวาระเสนอเฉพาะกรรมการองคการคลังสินคา จํานวน ๒ แผน และไดเชิญเจาหนาที่ที่ไมเกี่ยวของออกจากที่ประชุมคงเหลือไวแตเพียง คณะกรรมการองคการคลังสินคา พันตํารวจตรี ศราวุฒิในฐานะผูอํานวยการองคการคลังสินคา นายพิทีรต และ นายสมศักดิ์ โดยการพิจารณาเรื่องลับดังกลาวเปนการพิจารณาในวาระที่ ๔ เรื่องเพื่อพิจารณา ๔.๖ เรื่องการจัดซื้อขาวสารเพื่อสงมอบหนวยงานPerum Bulog of Indonesia และในการพิจารณาวาระที่ ๔ เรื่องเพื่อพิจารณา ๔.๖ ดังกลาวนายพิทีรต และ นายสมศักดิ์ เปนผูรายงานใหที่ประชุมทราบ ตามขอมูลประกอบการพิจารณาที่ระบุในวาระการประชุมโดยไมมีเอกสารประกอบการประชุม กรรมการองคการคลังสินคาจึงขอเอกสารที่เกี่ยวของเพื่อนํามาประกอบการพิจารณา เจาหนาที่จึงไดนําเอกสารเปนสัญญาภาษาอังกฤษที่ไดลงนามไวกับ BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซียมาใหพิจารณา นอกจากนั้น กรรมการองคการคลังสินคาไดสอบถามเจาหนาที่วาไดดําเนินการถูกตองตามกฎหมายแลวหรือไม อยางไร ซึ่งไดรับการรายงานจากนายพิทีรต วาดําเนินการถูกตองตามกฎหมายทุกขั้นตอน และเมื่อประชุมแลวเสร็จเจาหนาที่ฝายบริหารหนา ๓๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ไดเก็บเอกสารประกอบการประชุมที่แจกกลับไป และไมแจกใหกรรมการองคการคลังสินคาพิจารณากอนที่จะมีการรับรองรายงานการประชุมในครั้งถัดไป แตอยางใด โดยผลการพิจารณาในวาระที่ ๔เรื่องเพื่อพิจารณา ๔.๖ ดังกลาว คณะกรรมการองคการคลังสินคามีมติ ดังนี้(๑) ใหสัตยาบันในการดําเนินการทําสัญญาซื้อขายขาวสารระหวางองคการคลังสินคากับผูประกอบการสงออกขาว เพื่อใหองคการคลังสินคาสามารถสงมอบขาวใหแก BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซียไดครบตามปริมาณที่ตกลงไว โดยมอบอํานาจใหผูอํานวยการองคการคลังสินคาพิจารณาดําเนินการตามความเหมาะสมตอไป(๒) อนุมัติในหลักการ การดําเนินการจัดหา/จัดซื้อขาวสารขององคการคลังสินคา เพิ่มเติมเพื่อใหครบตามปริมาณที่องคการคลังสินคากับ BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย ไดตกลงกันไวตามสัญญาเลขที่PK/TP๐๐๒/DO๒๐๐/๐๘/๒๐๑๑ ขอตกลงวาดวยการแกไขสัญญาซื้อขายขาวสารดังกลาวรวมปริมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ถึง ๔๐๐,๐๐๐ ตัน ซึ่งมีวงเงินการซื้อขายประมาณ ๓.๕ ถึง ๗.๐ พันลานบาททั้งนี้ การดําเนินการจัดหาซื้อขาวสารขององคการคลังสินคาดังกลาวจะตองอยูบนเงื่อนไขที่องคการคลังสินคาไดรับประโยชนไมต่ํากวาการดําเนินการที่ผานมาตามมติขอ (๑)ตอมาวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕ องคการคลังสินคา โดย พันตํารวจตรี ศราวุฒิผูอํานวยการองคการคลังสินคา และบริษัทสยามอินดิกา จํากัด โดย นางสาวรัตนา ในฐานะกรรมการของบริษัทและในฐานะสวนตัว ไดตกลงทําบันทึกตอทายสัญญาซื้อขายขาว ๑๕% ในเทอม CFR (Cost & Freight) FOเพื่อสงมอบใหแก BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย เลขที่ ๔๒๒/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๔(ครั้งที่ ๑) โดยเปนการตกลงเพิ่มปริมาณขาวขาว ๑๕% ที่ตกลงซื้อตามสัญญาเดิมอีก จํานวน๒๐๐,๐๐๐ ตัน คิดรวมเปนปริมาณขาวขาว ๑๕% ที่ตกลงซื้อขายตามสัญญาทั้งสิ้น ๓๐๐,๐๐๐ ตันในราคาตันละ ๕๕๙ เหรียญสหรัฐ และองคการคลังสินคาไดรับคาใชจายดําเนินการตันละ ๗ บาทซึ่งเปนการอาศัยสัญญาเดิมในขอ ๑๕ ในการตกลงซื้อขายขาวเพิ่มเติม โดยไมมีการออกประกาศเชิญชวนเปนการทั่วไปใหผูประกอบการคาขาวเสนอราคาขายขาวแกองคการคลังสินคา แตอยางใดอันเปนการฝาฝนตอกฎหมายและระเบียบขององคการคลังสินคาวาดวยการจัดซื้อสินคาเพื่อการคาปกติพ.ศ. ๒๕๔๑ ภายหลังการกระทําความผิดของ นายสุรศักดิ์ กับพวกในการจัดใหมีการเสนอราคาขายขาวขาว ๑๕% ที่ไมชอบดวยกฎหมายดังกลาวหนา ๓๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ เมื่อระหวางวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๔ เวลากลางวัน ถึงวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๕ เวลากลางวันวันใดไมปรากฏชัด จําเลยซึ่งดํารงตําแหนงรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชยเปนเจาพนักงานและเจาพนักงานของรัฐตามกฎหมาย มีอํานาจหนาที่ในการควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการองคการคลังสินคา และมีอํานาจเรียกประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ กรรมการผูอํานวยการ ตัวแทนขององคการคลังสินคา หรือบุคคลใด ๆ ในองคการคลังสินคา มาชี้แจงขอเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็น หรือใหทํารายงานยื่นก็ได ตามมาตรา ๑๓ แหงพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองคการคลังสินคาพ.ศ. ๒๔๙๘ ซึ่งรวมถึงมีหนาที่ยับยั้งหรือแกไขปญหาเกี่ยวกับการดําเนินการที่ไมชอบดวยกฎหมายขององคการคลังสินคา เมื่อจําเลยทราบเรื่องที่สมาคมผูสงออกขาวไทยไดทําหนังสือถึงจําเลยในวันที่๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๔ และวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ และยังไดมีการเขาพบจําเลยเพื่อขอใหจําเลยทําการตรวจสอบวา การประมูลใหเอกชนดําเนินการปรับปรุงขาวเพื่อสงมอบใหแก BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซียโดยบริษัทสยามอินดิกา จํากัด เปนผูไดรับคัดเลือกการเสนอราคาและเขาทําสัญญาซื้อขายขาวขาวกับองคการคลังสินคาเปนไปโดยไมชอบดวยกฎหมาย แตจําเลยไดบังอาจปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบ หรือละเวนการปฏิบัติอยางใดในตําแหนงหรือหนาที่หรือใชอํานาจในตําแหนงหรือหนาที่โดยมิชอบโดยไมไดดําเนินการตรวจสอบกระบวนการขององคการคลังสินคาที่ใหเอกชนผูสนใจเสนอราคาขายขาวดังกลาวและไมทําหนาที่ควบคุมดูแล ไมสั่งการใด ๆ หรือเรียกใหมีการชี้แจงขอเท็จจริง หรือใหทํารายงานแสดงความคิดเห็นกรณีมีการรองเรียนวาองคการคลังสินคาคัดเลือกบริษัทสยามอินดิกา จํากัด ใหเปนผูสงมอบขาวขาว ๑๕%ใหแก BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย โดยไมชอบดวยกฎหมาย ทั้งที่ขอเท็จจริงปรากฏวามีการเอื้อประโยชนใหแกบริษัทสยามอินดิกา จํากัด ไดเปนผูสงมอบขาวใหแก BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซียแตเพียงผูเดียวโดยไมจัดใหมีการแขงขันราคากับผูเสนอราคารายอื่น ไมมีการประกาศหรือมีหนังสือเชิญชวนผูที่สนใจเปนการทั่วไป อันเปนการหลีกเลี่ยงการแขงขันราคาอยางเปนธรรม ขัดตอกฎหมายและระเบียบขององคการคลังสินคาวาดวยการจัดซื้อสินคาเพื่อการคาปกติ พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งจําเลยมีอํานาจดําเนินการตรวจสอบหรือสั่งการใหองคการคลังสินคาทบทวนกระบวนการเสนอราคาที่มิชอบดังกลาวหรือยกเลิกสัญญาที่ทํากับบริษัทสยามอินดิกา จํากัด ได อีกทั้งจําเลยยังไดชี้แจงยืนยันวา BULOGของรัฐบาลอินโดนีเซีย ไดสงรายชื่อผูสงออกที่ประเทศอินโดนีเซียเชื่อถือซึ่งมีชื่อของบริษัทสยามอินดิกา จํากัด ดวยมาใหองคการคลังสินคาพิจารณา ซึ่งไมเปนความจริง แตอยางใด และตอมาบริษัทสยามอินดิกา จํากัดหนา ๓๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ก็ไมไดปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายขาวกับองคการคลังสินคาโดยจัดสงมอบขาวใหแก BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซียไมครบถวนตามสัญญาอันเปนผลใหประเทศอินโดนีเซียไมทําการคาขายขาวกับองคการคลังสินคาอีกและเสียหายตอความสัมพันธในทางการคาขายขาวระหวางประเทศไทยกับประเทศอินโดนีเซียอยางรายแรงการปฏิบัติหนาที่ของจําเลยดังกลาวจึงเปนการปฏิบัติ หรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบเพื่อใหเกิดความเสียหายแกผูหนึ่งผูใด หรือปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยทุจริต และเปนการปฏิบัติหนาที่หรือละเวนการปฏิบัติอยางใดในตําแหนงหรือหนาที่ หรือใชอํานาจในตําแหนงหรือหนาที่โดยมิชอบเพื่อใหเกิดความเสียหายแกองคการคลังสินคา ประชาชนผูหนึ่งผูใด และประเทศชาติอยางรายแรงหรือปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยทุจริตเหตุเกิดที่กระทรวงพาณิชย ตําบลบางกระสอ อําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรีและทําเนียบรัฐบาล แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ตอเนื่องเกี่ยวพันกันอนึ่ง ในการประชุมครั้งที่ ๘๘/๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๔ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ไดมีมติวาการกระทําของ นายสุรศักดิ์ นายพิทีรต และ นายสมศักดิ์ มีมูลเปนความผิดทางอาญาตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒มาตรา ๔, ๑๐, ๑๒ พระราชบัญญัติวาดวยความผิดของพนักงานในองคการหรือหนวยงานของรัฐพ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๘, ๑๑ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๔๒ แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔ มาตรา ๑๒๓/๑ ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๙๒ สวนการกระทําของบริษัทสยามอินดิกา จํากัด นางสาวรัตนา บริษัทนครสวรรคคาขาว จํากัด นายสุธี และ นายอภิชาติมีมูลเปนความผิดทางอาญาตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐพ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๔, ๑๐, ๑๒ พระราชบัญญัติวาดวยความผิดของพนักงานในองคการหรือหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๘, ๑๑ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔ มาตรา ๑๒๓/๑ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๑๙๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖หนา ๓๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ในการนี้ ไดมีการแยกดําเนินคดีแก นายสุรศักดิ์ นายพิทีรต นายสมศักดิ์ บริษัทสยามอินดิกา จํากัดนางสาวรัตนา บริษัทนครสวรรคคาขาว จํากัด นายสุธี และ นายอภิชาติ เปนความผิดอาญาดังกลาวตอศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๑ แลวขอใหลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๗๒ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗จําเลยใหการปฏิเสธพิเคราะหขอเท็จจริงที่ไดจากทางไตสวนและพยานหลักฐานของคูความแลว ขอเท็จจริงเบื้องตนรับฟงไดวา จําเลยไดรับการโปรดเกลาฯ ใหดํารงตําแหนงรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชย ตั้งแตวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๔ รัฐบาลไดแถลงนโยบายตอรัฐสภาเมื่อวันที่๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ หลังจากนั้น นางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบหมายใหจําเลยดูแลรับผิดชอบกระทรวงพาณิชย ตามคําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ ๑๔๑/๒๕๕๔ ลงวันที่๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๔ และจําเลยในฐานะรัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชยไดมอบหมายให นายภูมิ สาระผลรัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงพาณิชย กํากับดูแลองคการคลังสินคา เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๔องคการคลังสินคาไดตกลงทําสัญญาซื้อขาย (Sale and Purchase Contract) เลขที่ PK/TP-๐๐๒/DO๒๐๐/๐๘/๒๐๑๑ กับองคการสํารองอาหารแหงประเทศอินโดนีเซีย หรือ BULOG โดยตกลงซื้อขาวขาวหักสูงสุดรอยละ ๑๕ (ขาวขาว ๑๕%) ปริมาณ ๓๐๐,๐๐๐ เมตริกตัน (ตัน) ในราคาตันละ๕๕๙ เหรียญสหรัฐ เงื่อนไขเทอมการคา CFR (Cost & Freight) FO กําหนดระยะเวลาการสงมอบขาวขาวหักสูงสุดรอยละ ๑๕ เดือนกันยายน ๒๕๕๔ ถึงเดือนธันวาคม ๒๕๕๔ ชําระเงินโดยเลตเตอรออฟเครดิต(L/C) เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๔ นายสุรศักดิ์ ศรีประภา ในฐานะประธานกรรมการองคการคลังสินคาและในฐานะรักษาการผูอํานวยการองคการคลังสินคา พรอมคณะ ไดเขารวมการประชุมระหวาง BULOGของรัฐบาลอินโดนีเซียกับองคการคลังสินคา เพื่อหารือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามสัญญาซื้อขาย(Sale and Purchase Contract) เลขที่ PK/TP-๐๐๒/DO๒๐๐/๐๘/๒๐๑๑ ลงวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๔โดยทั้งสองฝายมีมติเห็นชอบที่จะแกไขสัญญาดังกลาวบางสวน และไดมีการจัดทําเอกสารแกไขสัญญาAMENDMENT No.๑ Incorporated to the Contract No. PK/TP-๐๐๒/DO๒๐๐/๐๘/๒๐๑๑หนา ๓๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ dated ๑๘ August ๒๐๑๑ ลงวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๔ โดย นายสุรศักดิ์ ไดลงนามใหมีผลผูกพันตามกฎหมาย ซึ่งมีสาระสําคัญใหขยายระยะเวลาสงมอบขาวขาวดังกลาวออกไปจนถึงวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ ๒๕๕๕ตอมาเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ เวลากลางวัน พันตํารวจตรี ศราวุฒิ สกุลมีฤทธิ์ ซึ่งไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงผูอํานวยการองคการคลังสินคาไดลงนามในสัญญาซื้อขายขาวขาว ๑๕% ในเทอม CFR(Cost & Freight) FO เพื่อสงมอบใหแก BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย เลขที่ ๔๒๒/๒๕๕๔ลงวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ โดยเปนการตกลงซื้อขายขาวขาว ๑๕% ปการผลิต ๒๕๕๔ ปริมาณ๑๐๐,๐๐๐ ตัน ในราคาตันละ ๕๕๙ เหรียญสหรัฐ มูลคารวมทั้งสิ้น ๕๕,๙๐๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐกําหนดสงมอบใหเสร็จสิ้นไมเกินวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๕ ชําระคาขาวที่ซื้อขายโดยการโอนสิทธิการรับเงินตามเลตเตอรออฟเครดิต (L/C) ที่องคการคลังสินคาไดรับจาก BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซียเพื่อใหบริษัทสยามอินดิกา จํากัด นําไปเรียกเก็บเงินจาก BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซียและบริษัทสยามอินดิกา จํากัด จะชําระคาใชจายในการบริหารจัดการสัญญาในอัตราตันละ ๗ บาทของปริมาณขาวสารที่สงมอบใหแกองคการคลังสินคาตามสัญญาซื้อขายขาวขาว ตอมาวันที่๑๒ มกราคม ๒๕๕๕ องคการคลังสินคาโดย พันตํารวจตรี ศราวุฒิ ผูอํานวยการองคการคลังสินคาและบริษัทสยามอินดิกา จํากัด โดย นางสาวรัตนา แซเฮง ในฐานะกรรมการของบริษัทสยามอินดิกา จํากัดและในฐานะสวนตัว ไดตกลงทําบันทึกตอทายสัญญาซื้อขายขาว ๑๕% ในเทอม CFR (Cost & Freight) FOเพื่อสงมอบใหแก BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย เลขที่ ๔๒๒/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๔(ครั้งที่ ๑) โดยเปนการตกลงเพิ่มปริมาณขาวขาว ๑๕% ที่ตกลงซื้อตามสัญญาเดิมอีก จํานวน๒๐๐,๐๐๐ ตัน คิดรวมเปนปริมาณขาวขาว ๑๕% ที่ตกลงซื้อขายตามสัญญาทั้งสิ้น จํานวน ๓๐๐,๐๐๐ ตันในราคาตันละ ๕๕๙ เหรียญสหรัฐ และองคการคลังสินคาไดรับคาใชจายดําเนินการตันละ ๗ บาทซึ่งเปนการอาศัยสัญญาเดิมในขอ ๑๕ ในการตกลงซื้อขายขาวเพิ่มเติม โดยไมมีการออกประกาศเชิญชวนเปนการทั่วไปใหผูประกอบการคาขาวเสนอราคาขายขาวแกองคการคลังสินคา แตอยางใดปญหาที่ตองวินิจฉัยประการแรกมีวา จําเลยเปนเจาพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาเปนเจาหนาที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๔๒ และฉบับแกไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ เปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองและเปนเจาพนักงานของรัฐหนา ๓๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ตามกฎหมายหรือไม เห็นวา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑ (๑๖) เจาพนักงาน หมายความวาบุคคลซึ่งกฎหมายบัญญัติวาเปนเจาพนักงานหรือไดรับแตงตั้งตามกฎหมายใหปฏิบัติหนาที่ราชการไมวาเปนการประจําหรือครั้งคราว และไมวาจะไดรับคาตอบแทนหรือไม เจาพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาวาดวยความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการ หมายถึง ผูปฏิบัติหนาที่ราชการโดยไดรับการแตงตั้งตามกฎหมายจําเลยไดรับพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ใหดํารงตําแหนงรัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชยถือไดวาเปนการแตงตั้งโดยกฎหมาย จําเลยจึงเปนเจาพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา นอกจากนี้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๔เจาหนาที่ของรัฐ หมายความวา ผูดํารงตําแหนงทางการเมือง ... และผูดํารงตําแหนงทางการเมืองหมายความวา (๒) รัฐมนตรี จําเลยจึงเปนเจาหนาที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๔ และฉบับแกไขเพิ่มเติมสวนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๔ ผูดํารงตําแหนงทางการเมือง หมายความวา (๒) รัฐมนตรี จําเลยจึงเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๔ แมตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔ เจาพนักงานของรัฐ หมายความวา เจาหนาที่ของรัฐ ผูดํารงตําแหนงทางการเมือง...และเจาหนาที่ของรัฐ หมายความวา ขาราชการ... แตไมรวมถึงผูดํารงตําแหนงทางการเมือง อยางไรก็ดีมาตรา ๑๙๘ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๖๑ บัญญัติวา บรรดาบทบัญญัติแหงกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ ประกาศ คําสั่งหรือมติคณะรัฐมนตรีใดที่อางถึงเจาหนาที่ของรัฐตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตที่ใชบังคับอยูในวันกอนวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใชบังคับใหถือวาอางถึงเจาพนักงานของรัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ ดังนั้น จําเลยจึงเปนเจาพนักงานของรัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๔, ๑๙๘ ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๔ หนา ๔๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ปญหาที่ตองวินิจฉัยตอไปมีวา จําเลยเปนเจาพนักงานปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบเพื่อใหเกิดความเสียหายแกผูหนึ่งผูใด หรือปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยทุจริต หรือเปนเจาหนาที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติอยางใดในตําแหนงหรือหนาที่ หรือใชอํานาจในตําแหนงหรือหนาที่โดยมิชอบเพื่อใหเกิดความเสียหายแกผูหนึ่งผูใด หรือปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยทุจริต หรือเปนเจาพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติอยางใดในตําแหนงหรือหนาที่ หรือใชอํานาจในตําแหนงหรือหนาที่โดยมิชอบเพื่อใหเกิดความเสียหายแกผูหนึ่งผูใด หรือปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยทุจริตตามฟองหรือไมที่โจทกกลาวอางวาจําเลยทราบเรื่องที่สมาคมผูสงออกขาวไทยทําหนังสือถึงจําเลยฉบับลงวันที่๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๔ และวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ นั้น องคคณะผูพิพากษาโดยมติเสียงขางมากเห็นวา นายจัตุรงค พาณิชเจริญ เจาพนักงานปราบปรามการทุจริตปฏิบัติการ ตําแหนงพนักงานไตสวนระดับสูงพยานโจทกเบิกความตอศาลวา ที่สมาคมผูสงออกขาวไทยทําหนังสือถึงจําเลยในวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๔คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแลวไดความตามคําใหการของ นางพนิตา กิตติโรจนวาณิชนางธัญวรัตน เลิศศิลป และ นางอมรทิพย ทิพยพิชัย วาหนังสือที่ ๖๙๓/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๔ของสมาคมผูสงออกขาวไทยมาถึงสํานักงานรัฐมนตรี กระทรวงพาณิชย เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๔โดย นางพนิตา เปนผูลงรับหนังสือแลวไดเสนอหนังสือไปยังหัวหนาสํานักงานรัฐมนตรี จากนั้นเจาหนาที่สํานักงานรัฐมนตรีไดสงหนังสือไปยังหองทํางานรัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชย นางธัญวรัตนจึงไดเสนอหนังสือไปยัง นายจิรวุฒิ สิงหโตทอง เลขานุการรัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชย นายจิรวุฒิไดลงนามเสนอไปยัง นายภูมิ รัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงพาณิชย เพื่อพิจารณา นางธัญวรัตนจึงนําหนังสือไปสงให นางอมรทิพย เจาหนาที่ธุรการประจําหองของ นายภูมิ เมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๔นางอมรทิพย บันทึกลงในระบบสารบรรณวาไดรับหนังสือจากหองรัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชยจากนั้น เสนอหนังสือไปยังทีมงานหนาหองของ นายภูมิ ขอเท็จจริงดังกลาวสอดคลองกับคําชี้แจงขอกลาวหาของจําเลย โดยจําเลยชี้แจงขอกลาวหาและสงเอกสารประกอบคําชี้แจงวา จําเลยไดเดินทางไปปฏิบัติราชการในตางประเทศตั้งแตวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๔และตั้งแตวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๔ และที่สมาคมผูสงออกขาวไทยไดมีหนังสือที่ ๗๐๐/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ ถึงจําเลย คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแลว ไดความตามคําใหการของ นางพนิตา นางอมรทิพย และ นางสาวฐิตินันท เจริญวิจิตรวงศหนา ๔๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ วาหนังสือดังกลาวมาถึงสํานักงานรัฐมนตรี กระทรวงพาณิชย เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๔โดย นางพนิตา เปนผูลงรับหนังสือแลวไดเสนอหนังสือไปยังหัวหนาสํานักงานรัฐมนตรี จากนั้นไดสงหนังสือไปยังหองทํางานรัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชย ตอมามีการสงหนังสือกลับมายังสํานักงานรัฐมนตรีโดย นางสาวฐิตินันท เปนผูรับหนังสือ หนังสือดังกลาวมีขอเสนอจากเลขานุการรัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชยวา เรียน รมช.ภูมิ เพื่อโปรดพิจารณา นางสาวฐิตินันท จึงลงรับหนังสือในระบบสารบรรณโดยบันทึกวา ลงรับภายหลัง ซึ่งหมายความวา หนังสือดังกลาวไดผานมาจากหองรัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชยแลวและไดสงไปยังหอง นายภูมิ เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๔ นางอมรทิพยไดรับหนังสือจึงบันทึกลงในระบบสารบรรณวาไดรับหนังสือจากธุรการสํานักงานรัฐมนตรี จากนั้นเสนอหนังสือไปยังทีมงานหนาหองของ นายภูมิ ขอเท็จจริงดังกลาวสอดคลองกับคําชี้แจงขอกลาวหาของจําเลย และเมื่อพิจารณาประกอบขอเท็จจริงวา จําเลยในฐานะรัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชยไดมีคําสั่งมอบหมายอํานาจหนาที่ที่เกี่ยวกับองคการคลังสินคาให นายภูมิ เปนผูปฏิบัติราชการแทนเมื่อสมาคมผูสงออกขาวไทยมีหนังสือดังกลาวซึ่งเปนกรณีที่เกี่ยวกับการดําเนินการขององคการคลังสินคาจึงมีการเสนอเรื่องให นายภูมิ ในฐานะรัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงพาณิชยที่รับผิดชอบเปนผูพิจารณาตามอํานาจหนาที่ที่ไดรับมอบหมาย ดังนี้ ขอเท็จจริงจึงรับฟงไดวา ไมมีการเสนอหนังสือทั้งสองฉบับดังกลาวใหจําเลยพิจารณา แตอยางใด ที่โจทกอางวาผูแทนสมาคมผูสงออกขาวไทยเขาพบจําเลยเพื่อขอใหจําเลยตรวจสอบวา การประมูลใหเอกชนดําเนินการปรับปรุงขาวเพื่อสงมอบใหแก BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซียโดยบริษัทสยามอินดิกา จํากัด เปนผูไดรับคัดเลือกการเสนอราคาและเขาทําสัญญาซื้อขายขาวขาวกับองคการคลังสินคาเปนไปโดยไมชอบดวยกฎหมาย แตจําเลยปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบหรือละเวนการปฏิบัติอยางใดในตําแหนงหรือหนาที่หรือใชอํานาจในตําแหนงหรือหนาที่โดยมิชอบโดยไมไดดําเนินการตรวจสอบกระบวนการขององคการคลังสินคาที่ใหเอกชนผูสนใจเสนอราคาขายขาวดังกลาวและไมทําหนาที่ควบคุมดูแล ไมสั่งการใด ๆ หรือเรียกใหมีการชี้แจงขอเท็จจริง หรือใหทํารายงานแสดงความคิดเห็นอีกทั้งจําเลยยังไดชี้แจงยืนยันวา BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย ไดสงรายชื่อผูสงออกที่ประเทศอินโดนีเซียเชื่อถือซึ่งมีชื่อของบริษัทสยามอินดิกา จํากัด ดวยมาใหองคการคลังสินคาพิจารณา ซึ่งไมเปนความจริงแตอยางใด และตอมาบริษัทสยามอินดิกา จํากัด ก็ไมปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายขาวกับองคการคลังสินคาโดยจัดสงมอบขาวใหแก BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย ไมครบถวนตามสัญญาอันเปนผลใหประเทศอินโดนีเซียหนา ๔๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ไมทําการคาขายขาวกับองคการคลังสินคาอีกและเสียหายตอความสัมพันธในทางการคาขายขาวระหวางประเทศไทยกับประเทศอินโดนีเซียอยางรายแรงนั้น องคคณะผูพิพากษาโดยมติเสียงขางมากเห็นวา นางสาวกอบสุข เอี่ยมสุรีย และ นายชูเกียรติ โอภาสวงศ ใหถอยคําตอคณะกรรมการ ป.ป.ช.และเบิกความตอศาลทํานองเดียวกันวา ขณะขอเขาพบจําเลย จําเลยพูดตัดบทและแจงวาเรื่องดังกลาวเปนเรื่องที่ทางฝายประเทศอินโดนีเซียไดระบุตัวผูทําการสงออกดวยตนเอง ทางฝายรัฐบาลไทยหรือกระทรวงพาณิชยไมไดเปนผูคัดเลือก โดยจําเลยแจงวามีการระบุใหบริษัทสยามอินดิกา จํากัดเปนผูสงมอบขาว สวนจําเลยใหถอยคําตอคณะกรรมการ ป.ป.ช. และเบิกความตอศาลวา ผูแทนสมาคมผูสงออกขาวไทยไดนัดหมายเขาพบที่ทําเนียบรัฐบาล จําเลยทราบวาจะมีการสอบถามเกี่ยวกับประเด็นการคัดเลือกผูสงมอบขาวให BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย จําเลยจึงไปขอเอกสารรายงานการประชุมคณะกรรมการองคการคลังสินคา ครั้งที่ ๑๔/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๔ เพื่อประกอบกับขอมูลที่เคยไดรับจากการสอบถามขอเท็จจริงจาก นายภูมิ วาองคการคลังสินคาไดพิจารณาเรื่องดังกลาวแลวและเห็นวาเปนไปโดยถูกตองตามกฎหมาย จําเลยจึงชี้แจงเรื่องดังกลาวใหผูแทนสมาคมผูสงออกขาวไทยทราบตามที่ไดรับแจงจาก นายภูมิ จําเลยไมทราบขั้นตอนการดําเนินการขององคการคลังสินคาจําเลยไมเคยพูดวา BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย เปนผูเลือกบริษัทสยามอินดิกา จํากัด เพียงแตไดขอมูลวาทาง BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซียมีรายชื่อเสนอมายังองคการคลังสินคา และองคการคลังสินคาดําเนินการประสานงานตามรายชื่อที่สงมานั้นจนไดคูสัญญา ทั้งรายงานการประชุมคณะกรรมการองคการคลังสินคา ครั้งที่ ๑๔/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๔ วาระที่ ๔ เรื่องเพื่อพิจารณา ๔.๖เรื่อง การจัดซื้อขาวสารเพื่อสงมอบหนวยงาน Perum Bulog of Indonesia ๓) ระบุวา BULOGของรัฐบาลอินโดนีเซีย...ไดแจงขอมูลรายชื่อผูสงออกที่รัฐบาลอินโดนีเซียสนใจเพื่อใหองคการคลังสินคาประสานงานและบริหารจัดการใหเปนไปตามเงื่อนไขของสัญญา ๔) ระบุวาองคการคลังสินคาไดมีหนังสือเชิญชวนแจงผูประกอบการตามรายชื่อที่ไดรับการประสานงานจาก BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซียนอกจากนี้ หนังสือพิมพโพสตทูเดย ฉบับวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๔ ลงขาววา นายกิตติรัตน ณ ระนองรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชย เปดเผยวา จะไมเขาไปทบทวนกรณีที่สมาคมผูสงออกขาวไทยทําหนังสือรองเรียนองคการคลังสินคา เปดประมูลขาวขาว ๑๕% จํานวน ๓๐๐,๐๐๐ ตันเพื่อสงมอบใหรัฐบาลอินโดนีเซียไมโปรงใส... ขณะที่วิธีหาขาวสงมอบใหอินโดนีเซีย องคการคลังสินคาหนา ๔๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ไดเปดประมูลขาวล็อตดังกลาวตามขั้นตอนปกติ โดยมีการเจรจากับเอกชนหลายราย ไมใชแค ๒ รายตามที่เปนขาว ทางอินโดนีเซียไดจัดสงรายชื่อที่อินโดนีเซียเชื่อถือมาใหองคการคลังสินคา และองคการคลังสินคาไดมีการติดตอเจรจาไปทั้งหมด...และหนังสือพิมพไทยรัฐ ฉบับวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๔ ลงขาววาเมื่อรัฐบาลใหมเขามา... นายกิตติรัตน...ไดพบกับรัฐมนตรีอินโดนีเซีย... สวนเอกชนที่ชนะการประมูลคือบริษัทสยามอินดิกา จํากัด... เห็นไดวา เนื้อขาวในหนังสือพิมพทั้งสองฉบับก็ดี รายงานการประชุมคณะกรรมการองคการคลังสินคา ครั้งที่ ๑๔/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๔ วาระที่ ๔เรื่องเพื่อพิจารณา ๔.๖ เรื่อง การจัดซื้อขาวสารเพื่อสงมอบหนวยงาน Perum Bulog of Indonesia ๓)และ ๔) ก็ดี ตางลงขาวตรงกับที่จําเลยใหถอยคําตอคณะกรรมการ ป.ป.ช. และเบิกความตอศาลไมมีขอความใดระบุวาจําเลยพูดวา BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซียเปนผูเลือกบริษัทสยามอินดิกา จํากัดใหเปนผูสงออกขาวตามที่โจทกกลาวหา สวนที่ นายภูมิ ใหถอยคําตอคณะกรรมการ ป.ป.ช.และเบิกความตอศาลวา นายภูมิ ทราบวา นางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเยือนประเทศอินโดนีเซียมีจําเลยรวมเดินทางไปดวย ซึ่งประเทศอินโดนีเซียทวงถามเรื่องการสงมอบขาวตามสัญญาซื้อขายขาวระหวางองคการคลังสินคากับ BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย พันตรี วีระวุฒิ วัจนะพุกกะผูชวยเลขานุการรัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชย ปฏิบัติหนาที่เลขานุการรัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงพาณิชยแจงวาจําเลยจะเปนผูพิจารณาเอง... หลังจากนั้น พันตรี วีระวุฒิ รายงานวาผูใหญฝายไทยจะดําเนินการสงมอบขาว...หลังจากเหตุการณดังกลาวไมมีการเสนอเรื่องเกี่ยวกับซื้อขายขาวให นายภูมิพิจารณาอีกเลย ตอมา พันตรี วีระวุฒิ นําหนังสือฉบับภาษาอังกฤษรับรองวา องคการคลังสินคาเปนรัฐวิสาหกิจของไทย มาให นายภูมิ ลงนาม สวนเรื่อง การสงมอบขาวตามสัญญาซื้อขายระหวางองคการคลังสินคากับ BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย นายภูมิ ก็ไมเคยทราบขอเท็จจริง และจําเลยไมเคยสอบถามเรื่ององคการคลังสินคาจัดหาผูสงออกขาวให BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซียและไมเคยสอบถามเกี่ยวกับกรณีที่สมาคมผูสงออกขาวไทยมีหนังสือทักทวงเรื่องที่องคการคลังสินคาจัดหาผูสงออกขาวให BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซียโดยไมชอบนั้น จําเลยใหถอยคําตอคณะกรรมการ ป.ป.ช.และเบิกความตอศาลวา ในวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๔ ไดมีสื่อมวลชนขอสัมภาษณจําเลยเกี่ยวกับกรณีการดําเนินการสงมอบขาวให BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย จําเลยจึงไปสอบถามเรื่องดังกลาวจาก นายภูมิ ซึ่ง นายภูมิ ไดแจงวาทาง BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซียและองคการคลังสินคาหนา ๔๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ไดมีการตกลงแกไขสัญญาระหวางกันโดยตกลงวาไมตองออกหนังสือรับรองแลว นอกจากนี้ จําเลยไดสอบถามเกี่ยวกับการจัดหาขาวมาสงมอบ นายภูมิ แจงวา องคการคลังสินคาจัดหาขาวมาสงมอบไดซึ่งมีกําไรจําเลยจึงใหสัมภาษณสื่อมวลชนไป โดยมี นายจักรพงษ แสงมณี ที่ปรึกษารัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชยใหถอยคําตอคณะกรรมการ ป.ป.ช. และเบิกความตอศาลวา นายกิตติรัตน ไดชี้แจงตอสมาคมวาไดสอบถามไปยัง นายภูมิ รัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงพาณิชยแลวไดรับแจงจาก นายภูมิวาไดสอบถามองคการคลังสินคาแลว องคการคลังสินคาแจงวาไดดําเนินการโดยปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายโดยชอบแลว นอกจากพยานบุคคลแลวรายงานการประชุมคณะกรรมการองคการคลังสินคาครั้งที่ ๑๔/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๔ วาระที่ ๔ เรื่องเพื่อพิจารณา ๔.๖ เรื่อง การจัดซื้อขาวสารเพื่อสงมอบหนวยงาน Perum Bulog of Indonesia ๒) ระบุวา...องคการคลังสินคาไดเสนอเรื่อง การขายขาวตามขอตกลงระหวางองคการคลังสินคากับ BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซียตอรัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงพาณิชย (นายภูมิ สาระผล) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการระบายขาว ซึ่งไดรับมอบอํานาจจากคณะรัฐมนตรีใหเปนผูพิจารณาใหความเห็นชอบการเจรจาเพื่อขายขาว พิจารณามอบหมายใหองคการคลังสินคาแกไขบางประเด็นกับฝายอินโดนีเซียบนพื้นฐานสัญญาเดิม เพื่อใหเปนประโยชนตอการปฏิบัติของฝายไทยมากขึ้นซึ่ง นายภูมิ รัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงพาณิชยไดใหความเห็นชอบในการดําเนินการดังกลาวอีกทั้งหนังสือพิมพไทยรัฐ ฉบับวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๔ ลงขาววา นายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชยเปดเผยถึงกรณีที่องคการคลังสินคาเปดประมูลจัดหาเอกชนเพื่อปรับปรุงสภาพขาวและสงมอบขาวขาว ๑๕%ใหรัฐบาลอินโดนีเซีย ๓๐๐,๐๐๐ ตัน วา เปนการทําตามขั้นตอนปกติ...นอกจากรายงานการประชุมคณะกรรมการองคการคลังสินคา ครั้งที่ ๑๔/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๔ หนังสือพิมพไทยรัฐฉบับวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๔ แลว บันทึกสํานักบริหารกลาง ที่ อคส.๑๐๒๐/๑๑๑๕ ลงวันที่๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๔ เรื่อง การซื้อขายขาวระหวางองคการคลังสินคากับ BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย...ระบุวา รัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงพาณิชย (นายภูมิ สาระผล) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายขาว ซึ่งไดรับมอบอํานาจจากคณะรัฐมนตรีใหเปนผูพิจารณาใหความเห็นชอบการเจรจาซื้อขายขาว...กับ BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย ไดใหความเห็นชอบมอบหมายใหองคการคลังสินคาเปนผูดําเนินการเจรจาซื้อขายขาวกับ BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย...เชนนี้ พยานหลักฐานตามทางไตสวนจึงฟงไดวา เรื่องเกี่ยวกับการซื้อขายขาว เรื่อง การสงมอบขาวตามสัญญาซื้อขายระหวางองคการคลังสินคาหนา ๔๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ กับ BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย เรื่อง การซื้อขายขาวระหวางองคการคลังสินคากับบริษัทสยามอินดิกา จํากัดนายภูมิ ทราบขอเท็จจริงเปนอยางดี และจําเลยไดดําเนินการตรวจสอบควบคุมดูแลโดยผาน นายภูมิรัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงพาณิชยผูที่ไดรับมอบหมายใหดูแลองคการคลังสินคาโดยชอบแลวจําเลยจึงไมมีความผิดฐานเปนเจาพนักงานปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยทุจริต หรือเปนเจาหนาที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติอยางใดในตําแหนงหรือหนาที่ หรือใชอํานาจในตําแหนงหรือหนาที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยทุจริต หรือเปนเจาพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติอยางใดในตําแหนงหรือหนาที่หรือใชอํานาจในตําแหนงหรือหนาที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยทุจริตตามฟองสวนปญหาวาเกิดความเสียหายตอองคการคลังสินคาและประเทศชาติเสียหายอยางรายแรงหรือไมไมจําตองวินิจฉัยเพราะไมทําใหผลของคําพิพากษาเปลี่ยนแปลงไปพิพากษายกฟอง. นายประทีป อาววิจิตรกุลนายกิตติพงษ ศิริโรจน นายกษิดิศ มงคลศิริภัทรานายธนิต รัตนะผล นายรักเกียรติ วัฒนพงษนายชาญณรงค ปราณีจิตต นายพิชัย เพ็งผองนางวยุรี วัฒนวรลักษณ นายสันติชัย วัฒนวิกยกรรมหนา ๔๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)