คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน [คดีหมายเลขดำที่ อม. ๑๙/๒๕๖๖ คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๒๖/๒๕๖๗ ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้อง นายบุญเลิศ ต่างสี ผู้ถูกกล่าวหา]
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
(อม.๓๔)คําพิพากษา คดีหมายเลขดําที่ อม. ๑๙/๒๕๖๖คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๒๖/๒๕๖๗ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองวันที่ ๒๕ เดือน กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗คณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ ผูรองนายบุญเลิศ ตางสี ผูถูกกลาวหาเรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพยสินและหนี้สินผูรองยื่นคํารองขอใหวินิจฉัยวา ผูถูกกลาวหาเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองจงใจไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรอง และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น กรณีพนจากตําแหนงนายกเทศมนตรีตําบลสระโบสถอําเภอสระโบสถ จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ขอใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูถูกกลาวหา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑, ๑๑๔ กับลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๖๗ผูถูกกลาวหาไมมาศาลในวันนัดพิจารณาคดีครั้งแรก ถือวาผูถูกกลาวหาใหการปฏิเสธตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๓๓วรรคสาม ประกอบมาตรา ๕๙ วรรคหนึ่งระหวาง หนา ๕๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
พิเคราะหคํารอง เอกสารทายคํารอง คําเบิกความของ นางสาวณัฐพร พันชีวงษ เจาพนักงานตรวจสอบทรัพยสินของผูรอง และพยานหลักฐานจากการไตสวนแลว ขอเท็จจริงรับฟงไดวา ผูถูกกลาวหาไดรับเลือกตั้งใหดํารงตําแหนงนายกเทศมนตรีตําบลสระโบสถ อําเภอสระโบสถ จังหวัดลพบุรี ครั้งที่ ๒เมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๗ และผูถูกกลาวหาแถลงนโยบายตอที่ประชุมสภาเทศบาลตําบลสระโบสถเมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๗ ผูถูกกลาวหาจึงเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองตามประกาศคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ เรื่อง กําหนดตําแหนงผูบริหารทองถิ่นรองผูบริหารทองถิ่น ผูชวยผูบริหารทองถิ่น และสมาชิกสภาทองถิ่นขององคกรปกครองสวนทองถิ่นเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๔ มีหนาที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบกรณีเขารับตําแหนงและพนจากตําแหนงตอผูรอง ผูถูกกลาวหาถูกรองตอศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองวา เปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบกรณีเขารับตําแหนง ครั้งที่ ๑ กรณีพนจากตําแหนง ครั้งที่ ๑ และกรณีเขารับตําแหนงครั้งที่ ๒ ศาลมีคําพิพากษาเมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ ๒๕๖๓ ใหผูถูกกลาวหาพนจากตําแหนงนับแตวันที่๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ซึ่งเปนวันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองมีคําสั่งใหผูถูกกลาวหาหยุดปฏิบัติหนาที่ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๗ วรรคสอง และหามมิใหผูถูกกลาวหาดํารงตําแหนงทางการเมืองหรือดํารงตําแหนงใดในพรรคการเมืองเปนเวลาหาปนับแตวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ ๒๕๖๓ซึ่งเปนวันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองมีคําวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๓๔ วรรคหนึ่งกับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒มาตรา ๑๑๙ ฐานเปนเจาหนาที่ของรัฐจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบกรณีพนจากตําแหนง ครั้งที่ ๑ และกรณีเขารับตําแหนง ครั้งที่ ๒ การกระทําของผูถูกกลาวหาเปนความผิดหลายกรรมตางกัน ใหลงโทษทุกกรรมเปนกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑หนา ๖๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
จําคุกกระทงละ ๒ เดือน และปรับกระทงละ ๘,๐๐๐ บาท รวม ๒ กระทง เปนจําคุก ๔ เดือนและปรับ ๑๖,๐๐๐ บาท ไมปรากฏวาผูถูกกลาวหาเคยไดรับโทษจําคุกมากอน โทษจําคุกจึงใหรอการลงโทษไว ๑ ป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไมชําระคาปรับใหจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ขอหาและคําขออื่นนอกจากนี้ใหยก ตามสําเนาคําพิพากษาคดีหมายเลขดําที่ อม. ๒๗/๒๕๖๒ หมายเลขแดงที่ อม. ๓/๒๕๖๓ เอกสารทายคํารองหมายเลข ๗หลังวันพนจากตําแหนงตามคําพิพากษาผูถูกกลาวหาไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินพรอมเอกสารประกอบตอผูรองภายในหกสิบวัน ผูรองมีหนังสือแจงใหผูถูกกลาวหาทราบวายังไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินตอผูรอง ๒ ครั้ง ตามหนังสือ ลงวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๓ และวันที่๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๓ แตละครั้งกําหนดระยะเวลาใหดําเนินการยื่นภายใน ๓๐ วัน นับแตไดรับหนังสือโดยสงหนังสือทั้งสองฉบับไปที่บานเลขที่ ๑๐๗/๑ หมูที่ ๕ ตําบลสระโบสถ อําเภอสระโบสถ จังหวัดลพบุรีภูมิลําเนาของผูถูกกลาวหาตามแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎร แตไมสามารถสงได ตามใบตอบรับไปรษณียแจงวาผูถูกกลาวหาไมยอมรับหนังสือ ผูรองมีหนังสือ ลงวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๕แจงใหผูถูกกลาวหาไปรับทราบขอกลาวหาภายในวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๕ ตามใบตอบรับไปรษณียแจงวาผูถูกกลาวหายายที่อยูไมสามารถสงหนังสือได หลังจากนั้น ผูรองมีหนังสือ ลงวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๕แจงขอกลาวหาแกผูถูกกลาวหา โดยกําหนดใหชี้แจงแกขอกลาวหาภายในสิบหาวันนับแตวันที่ไดรับหนังสือตามใบตอบรับไปรษณียแจงวาผูถูกกลาวหายายที่อยูไมสามารถสงหนังสือได และผูถูกกลาวหาไมไดชี้แจงแกขอกลาวหา เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๖ ผูถูกกลาวหาถูกยายชื่อเขาอยูทะเบียนบานกลางเลขที่ ๑๓๕ ตําบลสระโบสถ อําเภอสระโบสถ จังหวัดลพบุรีปญหาตองวินิจฉัยมีวา ผูถูกกลาวหาจงใจไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินพรอมเอกสารประกอบตอผูรอง และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินกรณีพนจากตําแหนงนายกเทศมนตรีตําบลสระโบสถตามคํารองหรือไม องคคณะผูพิพากษาโดยมติเสียงขางมากเห็นวา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๐๒ (๙) ประกอบประกาศคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติหนา ๖๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
เรื่อง กําหนดตําแหนงของผูบริหารทองถิ่น รองผูบริหารทองถิ่น ผูชวยผูบริหารทองถิ่น และสมาชิกสภาทองถิ่นขององคกรปกครองสวนทองถิ่น ที่ตองยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินตามมาตรา ๑๐๒ (๙)พ.ศ. ๒๕๖๑ ลงวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๑ ซึ่งประกาศฉบับดังกลาวไดยกเลิกประกาศคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ เรื่อง กําหนดตําแหนงผูบริหารทองถิ่น รองผูบริหารทองถิ่นผูชวยผูบริหารทองถิ่น และสมาชิกสภาทองถิ่นขององคกรปกครองสวนทองถิ่น เปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองพ.ศ. ๒๕๕๔ และยังคงกําหนดใหผูบริหารทองถิ่นตองยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินผูถูกกลาวหาดํารงตําแหนงนายกเทศมนตรีตําบลสระโบสถ จึงเปนผูบริหารทองถิ่นมีหนาที่ตองยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินพรอมเอกสารประกอบของตนเอง คูสมรส และบุตรที่ยังไมบรรลุนิติภาวะตามกฎหมายและประกาศของผูรองภายในหกสิบวัน นับแตวันพนจากตําแหนงตามประกาศของผูรองเรื่อง หลักเกณฑและวิธีการยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินของเจาพนักงานของรัฐตอคณะกรรมการ ป.ป.ช.พ.ศ. ๒๕๖๑ ขอ ๑๑ (๒) เมื่อขอเท็จจริงปรากฏวาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองมีคําพิพากษาเมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ ๒๕๖๓ ใหผูถูกกลาวหาพนจากตําแหนงเมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๒ซึ่งเปนวันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองมีคําสั่งใหผูถูกกลาวหาหยุดปฏิบัติหนาที่การที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองมีคําพิพากษาเมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ ๒๕๖๓โดยถือไดวาผูถูกกลาวหาไดฟงคําพิพากษาและทราบวาตนพนจากตําแหนงแลวตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๔๐ประกอบมาตรา ๕๙ วรรคหนึ่ง ซึ่งภายหลังที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองมีคําพิพากษาแลว ผูรองมีหนังสือ ๒ ฉบับ ตามเอกสารทายคํารองหมายเลข ๙ และ ๑๐ สงไปที่บานเลขที่ ๑๐๗/๑ หมูที่ ๕ ตําบลสระโบสถ อําเภอสระโบสถ จังหวัดลพบุรี ภูมิลําเนาผูถูกกลาวหาตามแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎร แจงใหผูถูกกลาวหาทราบวายังไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินพรอมเอกสารประกอบ และใหโอกาสผูถูกกลาวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินพรอมเอกสารประกอบตอผูรองภายใน ๓๐ วัน นับแตไดรับหนังสือ อันเปนการปฏิบัติตามระเบียบของผูรองวาดวยการตรวจสอบทรัพยสินและหนี้สินของเจาพนักงานของรัฐและการดําเนินคดีที่เกี่ยวของหนา ๖๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
กับการยื่นบัญชีทรัพยสิน พ.ศ. ๒๕๖๑ ขอ ๑๓ และขอ ๓๔ แตผูถูกกลาวหาไมรับหนังสือดังกลาวพฤติการณถือเปนการประวิงที่จะไมยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินและไมใสใจตอหนาที่ที่จะตองยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สิน อีกทั้งผูรองยังมีหนังสือแจงใหผูถูกกลาวหาไปรับทราบขอกลาวหาและแจงขอกลาวหาถึงผูถูกกลาวหา โดยสงทางไปรษณียลงทะเบียนตอบรับตามขอ ๓๗ และขอ ๓๘ของระเบียบดังกลาว แตปรากฏวาหนังสือทั้งสองฉบับถูกตีกลับ และไมปรากฏวาผูถูกกลาวหาไดชี้แจงแกขอกลาวหาตอผูรองเพื่อพิสูจนขอเท็จจริงและเจตนาของตน แตอยางใด นอกจากนี้ ยังปรากฏอีกวาผูถูกกลาวหาถูกยายชื่อเขามาที่ทะเบียนบานกลางเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๖ หลังจากนั้นไมปรากฏวาไดมีการยายชื่อเขาไปอยูทะเบียนบานอื่นใดอีก ทําใหไมสามารถยืนยันที่อยูได ยิ่งบงชี้วาผูถูกกลาวหามีพฤติการณหลบเลี่ยงไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินพรอมเอกสารประกอบตอผูรองผูถูกกลาวหาเปนผูบริหารทองถิ่นตามประกาศของผูรองซึ่งมีหนาที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินพรอมเอกสารประกอบตอผูรองภายหลังพนจากตําแหนงแลว ซึ่งการยื่นบัญชีทรัพยสินเปนมาตรการสําคัญเพื่อที่จะปองปรามมิใหผูใชอํานาจรัฐใชอํานาจแสวงหาประโยชนสําหรับตนเองหรือผูอื่นโดยมิชอบแตผูถูกกลาวหากลับเพิกเฉยไมดําเนินการใด ๆ ทั้งเมื่อเขารับตําแหนง ครั้งที่ ๑ พนจากตําแหนง ครั้งที่ ๑และเขารับตําแหนง ครั้งที่ ๒ ผูถูกกลาวหาเคยยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินพรอมเอกสารประกอบตอผูรองไวแลว แสดงวาผูถูกกลาวหารูวาตนมีหนาที่ตองปฏิบัติดังนี้แลว แมตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๓๓วรรคสาม จะถือวาผูถูกกลาวหาใหการปฏิเสธ แตก็ไมมีรายละเอียดแหงการปฏิเสธใดที่จะนํามาหักลางขอเท็จจริงตามคํารอง คําเบิกความของ นางสาวณัฐพร และเอกสารที่ผูรองอางประกอบการไตสวนขอเท็จจริงฟงไดวา ผูถูกกลาวหาจงใจไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบและมีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินตอผูรอง กรณีพนจากตําแหนงนายกเทศมนตรีตําบลสระโบสถอันเปนความผิดตามคํารอง และมีผลใหผูถูกกลาวหาตองถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑ วรรคหนึ่งและวรรคสอง ประกอบมาตรา ๑๑๔ วรรคสาม ดวยหนา ๖๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
พิพากษาวา นายบุญเลิศ ตางสี ผูถูกกลาวหาจงใจไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินพรอมเอกสารประกอบตอผูรอง และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินกรณีพนจากตําแหนงนายกเทศมนตรีตําบลสระโบสถ อําเภอสระโบสถ จังหวัดลพบุรี ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๑๔ วรรคสอง (๑)ใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูถูกกลาวหาตลอดไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑ วรรคหนึ่ง และวรรคสองประกอบมาตรา ๑๑๔ วรรคสาม กับมีความผิดตามมาตรา ๑๖๗ จําคุก ๒ เดือน และปรับ ๘,๐๐๐ บาทไมปรากฏวาผูถูกกลาวหาเคยไดรับโทษจําคุกมากอน โทษจําคุกจึงใหรอการลงโทษไวมีกําหนด ๑ ปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ หากผูถูกกลาวหาไมชําระคาปรับ ใหจัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙, ๓๐. นางสาวสิริกานต มีจุลนายเผด็จ ชมพานิชย นายสมเจริญ พุทธิประเสริฐนายบดินทร ตรีรานุรัตน นายวิทยา พรหมประสิทธิ์นางสาวนัยนาวุธ จันทรจําเริญ นายสิงหชัย ฤาชุตานันทนายจักษชัย เยพิทักษ นายแรงรณ ปริพนธพจนพิสุทธิ์หนา ๖๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๖๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)