ThaiGovData

คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน [คดีหมายเลขดำที่ อม. ๑๕/๒๕๖๗ คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๒๙/๒๕๖๗ ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้อง นายมนัส แพทย์จะเกร็ง ผู้ถูกกล่าวหา]

undated

Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th

The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.

(อม.๓๔)คําพิพากษา คดีหมายเลขดําที่ อม. ๑๕/๒๕๖๗คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๒๙/๒๕๖๗ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองวันที่ ๓ เดือน กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๗คณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ ผูรองนายมนัส แพทยจะเกร็ง ผูถูกกลาวหาเรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพยสินและหนี้สินผูรองยื่นคํารองขอใหวินิจฉัยวา ผูถูกกลาวหาเปนรองนายกองคการบริหารสวนตําบลคลองโคนอําเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินหรือหนี้สินดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น กรณีพนจากตําแหนง ขอใหผูถูกกลาวหาพนจากตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลคลองโคน นับแตวันหยุดปฏิบัติหนาที่ เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูถูกกลาวหา กับลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑, ๑๑๔ วรรคสอง (๑), ๑๖๗ผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพระหวาง หนา ๒๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ พิเคราะหคํารองประกอบเอกสารทายคํารองและคําใหการของผูถูกกลาวหาแลว ขอเท็จจริงรับฟงไดวาเมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ผูถูกกลาวหาไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลคลองโคน อําเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม และพนจากตําแหนงเมื่อวันที่๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ ตอมาผูถูกกลาวหาไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงดังกลาว (วาระที่สอง) เมื่อวันที่๖ มกราคม ๒๕๖๕ จนถึงปจจุบัน เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๔ ผูถูกกลาวหายื่นบัญชีรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองกรณีพนจากตําแหนงดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ โดยไมแสดงที่มาแหงรายการทรัพยสินหรือหนี้สิน ดังนี้๑. รายการเงินฝากธนาคาร ๓ บัญชี ไดแก ๑.๑ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณการเกษตรสาขาอัมพวา บัญชีออมทรัพย เลขที่บัญชี ๐๒๐๑๓๑๓๔๙๘๓๙ ชื่อบัญชี นายมนัส แพทยจะเกร็งจํานวน ๕,๕๐๐.๕๔ บาท ๑.๒ ธนาคารออมสิน สาขาสมุทรสงคราม บัญชีเงินฝากกระแสรายวันพิเศษเลขที่บัญชี ๐๐๐๐๐๐๖๕๔๖๓๒ ชื่อบัญชี นางดรุณี แพทยจะเกร็ง (คูสมรส) จํานวน ๒๐๔.๒๕ บาท๑.๓ ธนาคารออมสิน สาขาสมุทรสงคราม บัญชีเงินฝากเผื่อเรียก เลขที่บัญชี ๐๒๐๒๑๘๐๔๑๗๕๒ชื่อบัญชี นางดรุณี แพทยจะเกร็ง (คูสมรส) จํานวน ๒๘,๙๒๙.๕๓ บาท ๒. รายการที่ดิน ๙ แปลงไดแก ๒.๑ โฉนดเลขที่ ๓๗๗๒๕ ตําบลคลองโคน อําเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงครามเนื้อที่ ๑ ไร ของ นางดรุณี แพทยจะเกร็ง (คูสมรส) ราคาประเมินที่ดินจากกรมธนารักษ จํานวน๔๐๐,๐๐๐ บาท ๒.๒ โฉนดเลขที่ ๔๗๓๖๒ ตําบลคลองโคน อําเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงครามเนื้อที่ ๑ ไร ของ นางดรุณี แพทยจะเกร็ง (คูสมรส) ราคาตามสัญญาขายที่ดินที่สํานักงานที่ดินจังหวัดสมุทรสงคราม จํานวน ๔๐๐,๐๐๐ บาท ๒.๓ โฉนดเลขที่ ๔๖๐๕๙, ๔๗๓๖๑ และ ๔๕๗๖๐ตําบลคลองโคน อําเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม เนื้อที่รวม ๓ ไร ๙๐ ตารางวาของ นางดรุณี แพทยจะเกร็ง (คูสมรส) ราคาตามสัญญาขายที่ดินที่สํานักงานที่ดินจังหวัดสมุทรสงครามจํานวน ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท ๒.๔ โฉนดเลขที่ ๔๓๗๕๓ ตําบลคลองโคน อําเภอเมืองสมุทรสงครามจังหวัดสมุทรสงคราม เนื้อที่ ๑ ไร ของ นางดรุณี แพทยจะเกร็ง (คูสมรส) ราคาตามสัญญาขายที่ดินที่สํานักงานที่ดินจังหวัดสมุทรสงคราม จํานวน ๔๐๐,๐๐๐ บาท ๒.๕ โฉนดเลขที่ ๓๑๒๒๔ ตําบลคลองโคนอําเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม เนื้อที่ ๑ ไร ของ นางดรุณี แพทยจะเกร็ง(คูสมรส) ราคาประเมินที่ดินจากกรมธนารักษ จํานวน ๔๐๐,๐๐๐ บาท ๒.๖ โฉนดเลขที่ ๕๐๐๘๕ตําบลคลองโคน อําเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม เนื้อที่ ๕ ไร ๓ งาน ๗๕.๑ ตารางวาหนา ๒๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ของผูถูกกลาวหาและ นางดรุณี แพทยจะเกร็ง (คูสมรส) ราคาตามสัญญาขายที่ดินที่สํานักงานที่ดินจังหวัดสมุทรสงคราม จํานวน ๓๕๐,๐๐๐ บาท ๒.๗ โฉนดเลขที่ ๑๐๘๔๓ ตําบลคลองโคนอําเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม เนื้อที่ ๒ งาน ๓๑.๓ ตารางวา ของ นางดรุณี แพทยจะเกร็ง(คูสมรส) ราคาตามสัญญาขายที่ดินที่สํานักงานที่ดินจังหวัดสมุทรสงคราม จํานวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท๓. รายการโรงเรือนและสิ่งปลูกสราง ๗ หลัง ไดแก ๓.๑ บานพักนักทองเที่ยวของกิจการบานไมชายเลนรีสอรต๑ หลัง พรอมที่จอดเรือ และอาคารหองน้ํา ๔ หอง ปลูกสรางบนที่ดินมือเปลา ราคาประเมินจากองคการบริหารสวนตําบลคลองโคน จํานวน ๙๘๔,๔๐๒ บาท ๓.๒ บานพักคนงาน ๓ หลังพรอมหองน้ํา ปลูกสรางบนที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๘๖๔๕ ตําบลคลองโคน อําเภอเมืองสมุทรสงครามจังหวัดสมุทรสงคราม ราคาประเมินจากองคการบริหารสวนตําบลคลองโคน จํานวน ๙๗๐,๓๙๗.๕๐ บาท๓.๓ บานพักนักทองเที่ยวของกิจการบานไมชายเลนรีสอรต ๒ หลัง พรอมอาคารหองน้ํา ๔ หองโรงจอดรถ บานพักคนงาน พรอมอาคารหองน้ํา ๒ หอง และโรงจอดรถ ปลูกสรางบนที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๖๐๕๙ ตําบลคลองโคน อําเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม ราคาประเมินจากองคการบริหารสวนตําบลคลองโคน จํานวน ๒,๖๒๙,๓๔๓.๑๐ บาท ๓.๔ บานพักคนงาน(ไมมีเลขที่) ปลูกสรางบนที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๗๓๖๑ ตําบลคลองโคน อําเภอเมืองสมุทรสงครามจังหวัดสมุทรสงคราม ราคาประเมินจากองคการบริหารสวนตําบลคลองโคน จํานวน ๙๗๐,๓๙๗.๕๐ บาท๓.๕ บานพักอาศัย เลขที่ ๑๗๗/๔ หมูที่ ๕ ตําบลคลองโคน อําเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงครามปลูกสรางบนที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๕๗๖๐ ตําบลคลองโคน อําเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงครามราคาประเมินจากองคการบริหารสวนตําบลคลองโคน จํานวน ๑,๐๒๙,๖๐๐ บาท ๓.๖ บานพักคนงานพรอมอาคารไม เลขที่ ๑๗๗/๑๐ ตําบลคลองโคน อําเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงครามอาคารหองน้ํา ชาย-หญิง จํานวน ๒ หลัง อาคารเอนกประสงคสําหรับเก็บของและโรงจอดรถและอาคารไมสําหรับรานอาหาร พรอมรานขายกาแฟ ปลูกสรางบนที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๔๔๖๕ตําบลคลองโคน อําเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม ราคาประเมินจากองคการบริหารสวนตําบลคลองโคน จํานวน ๕,๔๒๘,๗๔๑.๕๐ บาท ๓.๗ อาคารไม ๓ หลัง เลขที่ ๑๗๗/๒ตําบลคลองโคน อําเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม บานพักคนงาน ๒ หลังและอาคารหองน้ํา ๔ หอง ปลูกสรางบนที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๑๒๒๔ ตําบลคลองโคน อําเภอเมืองสมุทรสงครามจังหวัดสมุทรสงคราม ราคาประเมินจากองคการบริหารสวนตําบลคลองโคน จํานวน ๑,๓๗๒,๘๐๐ บาทหนา ๒๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ๔. สิทธิและสัมปทาน ๒ รายการ ไดแก ๔.๑ ที่ดินมือเปลาที่ไมมีเอกสารหลักฐาน ตามหนังสือสัญญาซื้อขายลงวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๑ จํานวน ๒,๙๐๐,๐๐๐ บาท ๔.๒ สัญญาการจางปลูกสรางโรงเรือน(อาคารหอประชุม) จํานวน ๕,๖๐๐,๐๐๐ บาท ผูรองเห็นวามีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสนับสนุนขอกลาวหาจึงมีหนังสือแจงใหผูถูกกลาวหาไปรับทราบขอกลาวหา โดยผูถูกกลาวหามารับทราบขอกลาวหาและเขาใจขอกลาวหาโดยตลอด พรอมทั้งลงนามรับทราบขอกลาวหาและชี้แจงแกขอกลาวหาแลวตอมาผูรองมีมติวา ผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินหรือหนี้สินดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น กรณีพนจากตําแหนง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองมีคําสั่งใหผูถูกกลาวหาหยุดปฏิบัติหนาที่ตั้งแตวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๗ปญหาตองวินิจฉัยมีวา ผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินหรือหนี้สินดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สิน กรณีพนจากตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลคลองโคนอําเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม (วาระแรก) หรือไม เห็นวา ผูถูกกลาวหาดํารงตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลคลองโคน อําเภอเมืองสมุทรสงคราม จึงเปนรองผูบริหารทองถิ่นและเปนเจาหนาที่ของรัฐ มีหนาที่ยื่นบัญชีรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบของตนคูสมรส และบุตรที่ยังไมบรรลุนิติภาวะตามที่มีอยูจริงตอผูรองเมื่อพนจากตําแหนง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔ มาตรา ๑๐๒ (๙)มาตรา ๑๐๕ และประกาศคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ เรื่อง กําหนดตําแหนงของผูบริหารทองถิ่น รองผูบริหารทองถิ่น ผูชวยผูบริหารทองถิ่น และสมาชิกสภาทองถิ่นขององคกรปกครองสวนทองถิ่น ที่ตองยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินตามมาตรา ๑๐๒ (๙) พ.ศ. ๒๕๖๑ เมื่อผูถูกกลาวหายื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินตอผูรอง กรณีพนจากตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลคลองโคน(วาระแรก) โดยไมแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินหลายรายการ โดยรายการเงินฝากธนาคาร ๓ บัญชีแมผูถูกกลาวหาชี้แจงแกขอกลาวหาทํานองวา เปนบัญชีธนาคารที่ไมไดใชมาเปนระยะเวลานานและเปนบัญชีที่เปดไวสําหรับรองรับนักทองเที่ยวที่ใชจายผานบัตรเครดิต เขาใจวาเปนบัญชีที่ใชในกิจการบานไมชายเลนรีสอรตนั้น ขอเท็จจริงกลับปรากฏวา ผูถูกกลาวหาเปดบัญชีธนาคารทั้งสามบัญชีระหวางที่ผูถูกกลาวหาดํารงตําแหนง อีกทั้งบัญชีเงินฝากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณการเกษตรหนา ๒๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ สาขาอัมพวา เลขที่บัญชี ๐๒๐๑๓๑๓๔๙๘๓๙ และบัญชีเงินฝากธนาคารออมสิน สาขาสมุทรสงครามเลขที่บัญชี ๐๐๐๐๐๐๖๕๔๖๓๒ มีการเคลื่อนไหวทางบัญชีมาโดยตลอด รายการฝาก-ถอนเงินมีมูลคาสูงเปนเงินหลักแสนและหลักลานบาท สวนบัญชีเงินฝากธนาคารออมสิน สาขาสมุทรสงครามเลขที่บัญชี ๐๒๐๒๑๘๐๔๑๗๕๒ พบรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีอยางตอเนื่องจนกระทั่งวันที่ผูถูกกลาวหาพนจากตําแหนง และรายไดบางสวนยังรับผานบัญชีธนาคารในนามของคูสมรส ยอมแสดงวาผูถูกกลาวหาทราบถึงความมีอยูของรายการเงินฝากธนาคารดังกลาวเปนอยางดีกอนที่จะยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินกรณีพนจากตําแหนง สําหรับรายการที่ดิน ๙ แปลง ผูถูกกลาวหาชี้แจงวาที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๗๗๒๕, ๔๗๓๖๒, ๔๖๐๕๙ และ ๔๗๓๖๑ จํานวน ๔ แปลง ไดแจงไวในนามกิจการบานไมชายเลนรีสอรต ซึ่งมีมูลคา ๒๐ ลานบาท ตามบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินเอกสารทายคํารองหมายเลข ๙ และเขาใจวาครอบคลุมจํานวนที่ดินทุกแปลงที่เปนที่ตั้งของกิจการสวนที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๕๗๖๐ และ ๔๓๗๕๓ ไดยกใหบุตรชายและบุตรสาวตามลําดับเพื่อปลูกสรางบานอยูอาศัยแตยังไมไดโอนกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนใหเปนชื่อของบุตรชายและบุตรสาว สําหรับที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๑๒๒๔ใชสําหรับเก็บไม ที่ดินอีก ๒ แปลงที่เหลือคือ ที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๐๐๘๕ และ ๑๐๘๔๓ จํานวน ๒ แปลงมีพื้นที่ไมมาก เปนบอดินเพื่อใชเพาะเลี้ยงหอยแครง แตขอเท็จจริงปรากฏตามสํานวนของผูรองวาที่ดินดังกลาวมีทั้งที่ไดมากอนเขารับตําแหนง ๒ แปลง และไดมาระหวางดํารงตําแหนงอีก ๗ แปลงทั้งยังมีการใชประโยชนในที่ดินเรื่อยมา โดยที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๕๗๖๐ และ ๔๓๗๕๓ ที่อางวายกใหบุตรชายและบุตรสาวนั้น เมื่อยังมิไดการจดทะเบียนโอนใหแกบุตรชายและบุตรสาวจึงยังคงเปนกรรมสิทธิ์ของคูสมรสของผูถูกกลาวหา สําหรับรายการโรงเรือนและสิ่งปลูกสราง ๗ หลัง ซึ่งผูถูกกลาวหาชี้แจงวาเปนบานพักนักทองเที่ยวของกิจการบานไมชายเลนรีสอรตและบานพักคนงานนั้น ผูถูกกลาวหาไดแสดงสิ่งปลูกสรางของกิจการตามใบอนุญาตกอสราง และเขาใจวาครอบคลุมโรงเรือนทุกหลังของกิจการ สวนบานพักอาศัยเลขที่ ๑๗๗/๔ หมูที่ ๕ ตําบลคลองโคน อําเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม ที่กลาวอางวาเปนของบุตรชายนั้น ขอเท็จจริงปรากฏวา ที่ดินและสิ่งปลูกสรางทั้งหมดมีมูลคาสูง สิ่งปลูกสรางบนที่ดินมือเปลาและบนที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๔๖๔๕, ๔๖๐๕๙ และ ๔๗๓๖๑ ซึ่งมิไดมีผูยื่นขออนุญาตกอสรางและไมไดตั้งอยูในที่ดินแปลงเดียวกับที่ระบุไวในใบอนุญาตกอสราง ทั้งไมมีการเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสรางสวนสิ่งปลูกสรางบนโฉนดที่ดินเลขที่ ๓๓๔๖๕ และ ๓๑๒๒๔ แมมีการยื่นขอใบอนุญาตกอสรางแตไมไดตั้งอยูในที่ดินแปลงเดียวกับที่ระบุไวในใบอนุญาตกอสราง ทั้งไมมีการเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสรางเชนกันนอกจากนี้ บานพักอาศัย เลขที่ ๑๗๗/๔ คูสมรสของผูถูกกลาวหาเปนผูยื่นคําขออนุญาตกอสรางหนา ๒๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ และเปนผูขอเลขที่บาน อันเปนขอพิรุธแสดงถึงเจตนาที่จะหลบเลี่ยงปกปดแหลงที่มาของรายการทรัพยสินดังกลาวเพื่อไมใหสามารถตรวจสอบได สวนรายงานสิทธิและสัมปทาน จํานวน ๒ รายการผูถูกกลาวหาชี้แจงวา ไดแสดงที่ดินและโรงเรือนของกิจการบานไมชายเลนรีสอรต และเขาใจวาครอบคลุมที่ดินทุกแปลงและโรงเรือนทุกหลังที่ใชในกิจการ ก็ปรากฏวาคูสมรสของผูถูกกลาวหาไดซื้อที่ดินมือเปลาแปลงดังกลาวมาในระหวางที่ผูถูกกลาวหาดํารงตําแหนง สวนสัญญาการจางปลูกสรางอาคาร(หอประชุม) คูสมรสของผูถูกกลาวหาเปนผูยื่นขออนุญาตกอสราง ทั้งทรัพยสินทั้งสองรายการลวนมีมูลคาสูงและยังใชในกิจการของผูถูกกลาวหาเองอีกดวย ขอชี้แจงของผูถูกกลาวหาดังกลาวกลับยิ่งแสดงใหเห็นวาผูถูกกลาวหาทราบถึงการมีอยูของรายการทรัพยสินดังกลาวมาแตแรกแลว แตกลับไมแสดงรายละเอียดเพื่อใหผูรองสามารถตรวจสอบทรัพยสินได ซึ่งการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินเปนหนาที่ตามกฎหมายที่ตองปฏิบัติอยางเครงครัด และเปนมาตรการในการตรวจสอบทรัพยสินและหนี้สินเพื่อปองปรามผูใชอํานาจรัฐโดยมิชอบ การที่ผูถูกกลาวหาไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินหรือหนี้สินตามคํารอง เปนการละเลยตอหนาที่ที่ผูถูกกลาวหาตองปฏิบัติตามกฎหมาย ขอกลาวอางตามคําชี้แจงของผูถูกกลาวหาดังกลาวไมอาจรับฟงได พฤติการณแหงคดีมีเหตุอันควรเชื่อไดวา ผูถูกกลาวหามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สิน ประกอบกับผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพ ขอเท็จจริงจึงรับฟงไดวาผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินหรือหนี้สินดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินกรณีพนจากตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลคลองโคน (วาระแรก) ผูถูกกลาวหาจึงมีความผิดตามคํารอง มีผลใหผูถูกกลาวหาตองพนจากตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลคลองโคนที่ดํารงตําแหนงอยูในปจจุบันนับแตวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๗ อันเปนวันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองมีคําสั่งใหผูถูกกลาวหาหยุดปฏิบัติหนาที่ และตองถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑ ประกอบมาตรา ๑๑๔ วรรคสาม และการกระทําของผูถูกกลาวหายังเปนความผิดฐานเปนเจาหนาที่ของรัฐจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินหรือหนี้สินดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินกรณีพนจากตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลคลองโคน (วาระแรก)ตามมาตรา ๑๖๗ ดวย หนา ๒๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ พิพากษาวา นายมนัส แพทยจะเกร็ง ผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินหรือหนี้สินดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินกรณีพนจากตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลคลองโคนอําเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม (วาระแรก) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๑๔ วรรคสอง (๑) ใหผูถูกกลาวหาพนจากตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลคลองโคน นับแตวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๗อันเปนวันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองมีคําสั่งใหผูถูกกลาวหาหยุดปฏิบัติหนาที่และใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูถูกกลาวหาตลอดไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑ ประกอบมาตรา ๑๑๔ วรรคสามกับมีความผิดตามมาตรา ๑๖๗ จําคุก ๔ เดือน และปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท ผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพเปนประโยชนแกการพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษใหกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ คงจําคุก ๒ เดือน และปรับ ๕,๐๐๐ บาท ไมปรากฏวาผูถูกกลาวหาเคยไดรับโทษจําคุกมากอนโทษจําคุกจึงใหรอการลงโทษไวมีกําหนด ๑ ป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไมชําระคาปรับใหจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐.นางมัณทรี อุชชินนายพงษธร จันทรอุดม นายวีระพงศ สุดาวงศนางมาลิน ภูพงศ จุลมนต นายอดุลย อุดมผลนายจักรกฤษณ เจนเจษฎา นายสัญญา ภูริภักดีนายรังสรรค กุลาเลิศ นายสุภัทร สุทธิมนัสหนา ๒๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)