ThaiGovData

คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน [คดีหมายเลขดำที่ อม. ๒๐/๒๕๖๗ คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๓๒/๒๕๖๗ ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้อง นายศิริชัย กุลาศรี ผู้ถูกกล่าวหา]

undated

Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th

The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.

(อม.๓๔)คําพิพากษา คดีหมายเลขดําที่ อม. ๑๓/๒๕๖๗คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๓๐/๒๕๖๗ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองวันที่ ๔ เดือน กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๗คณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ ผูรองนายไพร พัฒโน ผูถูกกลาวหาเรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพยสินและหนี้สินผูรองยื่นคํารองและแกไขคํารองขอใหวินิจฉัยวา ผูถูกกลาวหาดํารงตําแหนงนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ อําเภอหาดใหญ จังหวัดสงขลา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบและมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินกรณีพนจากตําแหนง(วาระที่ ๒) ขอใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูถูกกลาวหา และลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑, ๑๑๔วรรคสอง (๑), ๑๖๗ กับขอใหนับโทษของผูถูกกลาวหาคดีนี้ตอจากโทษของจําเลยในคดีอาญาหมายเลขดําที่ อท ๒/๒๕๖๓ คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท ๕๘/๒๕๖๓ ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๙ระหวาง หนา ๒๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพ และรับวาเปนบุคคลคนเดียวกับจําเลยในคดีที่ผูรองขอใหนับโทษตอพิเคราะหคํารองประกอบเอกสารทายคํารอง คําใหการรับสารภาพของผูถูกกลาวหาและสํานวนการไตสวนของผูรองแลว ขอเท็จจริงรับฟงไดวา ผูถูกกลาวหาไดรับเลือกตั้งใหดํารงตําแหนงนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ อําเภอหาดใหญ จังหวัดสงขลา (วาระที่ ๒) และพนจากตําแหนงเมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ ๒๕๖๒ ตอมาวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๒ ผูถูกกลาวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองกรณีพนจากตําแหนง โดยไมแสดงบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย จํากัด (มหาชน) สาขาหาดใหญใน บัญชีเลขที่ ๕๙๐-๒๖๗๘๒๒-๖ ชื่อบัญชีนางทิพวรรณ พัฒโน ซึ่งอยูกินฉันสามีภริยากับผูถูกกลาวหา ยอดเงินคงเหลือ ณ วันที่มีหนาที่ยื่นบัญชี ๘,๔๑๑.๕๔ บาท และไมแสดงหุนในบริษัท สกูลมาสเตอร (กรุงเทพ ๒๐๐๒) จํากัดของผูถูกกลาวหา จํานวน ๑๘,๐๐๐ หุน มูลคาหุนละ ๕๐ บาท รวมมูลคา ๙๐๐,๐๐๐ บาทผูรองแจงขอกลาวหาใหผูถูกกลาวหาทราบแลว ผูถูกกลาวหามีหนังสือชี้แจงขอกลาวหาตอผูรองมีปญหาตองวินิจฉัยวา ผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบและมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินกรณีพนจากตําแหนงนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ อําเภอหาดใหญ จังหวัดสงขลา หรือไม เห็นวา ผูถูกกลาวหาดํารงตําแหนงนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ จึงเปนเจาหนาที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔ มีหนาที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบของตนเอง คูสมรส และบุตรที่ยังไมบรรลุนิติภาวะตามที่มีอยูจริงตอผูรองเมื่อพนจากตําแหนง ทั้งนี้ คูสมรสนั้นใหหมายความรวมถึงผูซึ่งอยูกินกันฉันสามีภริยาโดยมิไดจดทะเบียนสมรสดวย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๐๒ วรรคหนึ่ง (๙) และวรรคสอง กับมาตรา ๑๐๕ วรรคสาม (๑)ประกอบประกาศคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ เรื่อง กําหนดตําแหนงของผูบริหารทองถิ่น รองผูบริหารทองถิ่น ผูชวยผูบริหารทองถิ่น และสมาชิกสภาทองถิ่นขององคกรปกครองสวนทองถิ่น ที่ตองยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินตามมาตรา ๑๐๒ (๙) พ.ศ. ๒๕๖๑ แตผูถูกกลาวหาไมแสดงบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย จํากัด (มหาชน) สาขาหาดใหญใน บัญชีเลขที่ ๕๙๐-๒๖๗๘๒๒-๖หนา ๒๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ชื่อบัญชี นางทิพวรรณ พัฒโน ซึ่งอยูกินฉันสามีภริยากับผูถูกกลาวหา ยอดเงินคงเหลือ ณ วันที่มีหนาที่ยื่นบัญชี ๘,๔๑๑.๕๔ บาท โดยปรากฏขอเท็จจริงจากบันทึกถอยคําของ นางทิพวรรณ ในสํานวนการไตสวนของผูรองวา บัญชีเงินฝากดังกลาวเปนบัญชีรายไดหลักอันเกิดจากกิจการโรงเรียนนานาชาติของนางทิพวรรณ และเปนบัญชีที่ใชทําธุรกรรมเกี่ยวกับรายจายของกิจการโรงเรียนดังกลาวกับคาใชจายภายในบานสอดคลองกับรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีที่มีรายการทําธุรกรรมฝากและถอนเงินเปนประจําตอเนื่องมานับตั้งแตป ๒๕๕๓ ถึงป ๒๕๖๑ มีมูลคารวมหลายลานบาท โดยเปนธุรกรรมที่เกิดขึ้นในชวงเวลาระหวางการดํารงตําแหนงนายกเทศมนตรีนครหาดใหญของผูถูกกลาวหาทั้งสองวาระ และเปนชวงเวลาที่ผูถูกกลาวหายังคงอยูกินฉันสามีภริยากับ นางทิพวรรณ อีกทั้งผูถูกกลาวหาเคยแสดงบัญชีเงินฝากของนางทิพวรรณ ดังกลาวไวในบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบที่ยื่นตอผูรองกรณีพนจากตําแหนงในวาระที่ ๑ มาแลว และในวันที่ผูถูกกลาวหามีหนาที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินกรณีพนจากตําแหนงในวาระที่ ๒ นั้น ยังไมมีการปดบัญชีเงินฝากดังกลาว พฤติการณเชื่อไดวาผูถูกกลาวหาทราบถึงความมีอยูของบัญชีเงินฝากดังกลาวเปนอยางดี ในสวนของหุนในบริษัท สกูลมาสเตอร(กรุงเทพ ๒๐๐๒) จํากัด ของผูถูกกลาวหา จํานวน ๑๘,๐๐๐ หุน มูลคาหุนละ ๕๐ บาทรวมมูลคา ๙๐๐,๐๐๐ บาท นั้น ปรากฏขอเท็จจริงจากขอมูลนิติบุคคลของสํานักงานพาณิชยจังหวัดสงขลาในสํานวนการไตสวนของผูรองวา เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๔๕ ผูถูกกลาวหากับพวกรวมกันจัดตั้งบริษัทดังกลาวขึ้นและปรากฏชื่อผูถูกกลาวหารวมถือหุนในบริษัทดังกลาวมาโดยตลอดคงมีในป ๒๕๕๓ ป ๒๕๕๔ และป ๒๕๕๗ เทานั้นที่ไมมีชื่อผูถูกกลาวหาเปนผูถือหุน แตหลังจากนั้นเปนตนมา ผูถูกกลาวหามีชื่อถือหุนในบริษัทดังกลาวโดยตลอดไมขาดชวงจนถึงวันที่มีหนาที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินตอผูรอง ผูถูกกลาวหายังเคยลงลายมือชื่อในฐานะกรรมการบริษัทในคราวยื่นจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงผูถือหุนตอนายทะเบียนหลายครั้ง อีกทั้งผูถูกกลาวหานําที่ดินของตนเองจดทะเบียนจํานองเปนประกันหนี้ของบริษัทดังกลาว แสดงใหเห็นวาผูถูกกลาวหามีความเกี่ยวของทั้งในการบริหารกิจการในฐานะผูแทนนิติบุคคลและมีสวนไดเสียในทางทรัพยสินและหนี้สินของบริษัทโดยตรงพฤติการณเชื่อไดวาผูถูกกลาวหาทราบดีวาผูถูกกลาวหายังคงมีชื่อเปนผูถือหุนในบริษัทดังกลาวการที่ผูถูกกลาวหาดํารงตําแหนงนายกเทศมนตรีนครหาดใหญมาแลวถึงสองวาระ ยอมตองทราบถึงความสําคัญของการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินวาเปนมาตรการสําคัญในการตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงหนา ๓๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ของทรัพยสินและหนี้สินในระหวางเขารับตําแหนงและพนจากตําแหนงของเจาหนาที่ของรัฐ ผูถูกกลาวหากลับไมแสดงรายการทรัพยสินกรณีพนจากตําแหนงในวาระที่ ๒ ใหครบถวน ทําใหผูรองไมอาจเปรียบเทียบการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของทรัพยสินและหนี้สินในระหวางการดํารงตําแหนงไดอยางถูกตองตามวัตถุประสงคของกฎหมาย เมื่อพิจารณาประกอบกับคําใหการรับสารภาพของผูถูกกลาวหาแลว กรณีจึงมีเหตุอันควรเชื่อไดวาผูถูกกลาวหามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินทั้งสองรายการตามคํารอง ขอเท็จจริงฟงไดวาผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรอง ดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น ผูถูกกลาวหาจึงตองถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๘๑ ประกอบมาตรา ๑๑๔ วรรคสาม และการกระทําของผูถูกกลาวหายังเปนความผิดฐานเปนเจาหนาที่ของรัฐจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินและหนี้สินตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๖๗ ดวยพิพากษาวา นายไพร พัฒโน ผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบและมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สิน กรณีพนจากตําแหนงนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ อําเภอหาดใหญ จังหวัดสงขลา (วาระที่ ๒) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๑๔วรรคสอง (๑) ใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูถูกกลาวหาตลอดไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑ประกอบมาตรา ๑๑๔ วรรคสาม กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๖๗ จําคุก ๒ เดือน ผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพ เปนประโยชนแกการพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ ใหกึ่งหนึ่ง คงจําคุก ๑ เดือน เนื่องจากผูถูกกลาวหาถูกคุมขังระหวางพิจารณาในคดีนี้หนา ๓๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ซอนกับการรับโทษจําคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท ๕๘/๒๕๖๓ ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๙ การที่จะหักวันที่ถูกคุมขังออกจากระยะเวลาจําคุกในคดีนี้อีกจะเปนการซ้ําซอนทําใหการรับโทษจําคุกไมเปนไปตามความจริง องคคณะผูพิพากษาเสียงขางมากมีมติไมหักวันที่ถูกคุมขังกอนมีคําพิพากษาออกจากระยะเวลาจําคุกตามคําพิพากษา ใหนับโทษจําคุกคดีนี้ตอจากโทษจําคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท ๕๘/๒๕๖๓ ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๙นายวิชาญ ศิริเศรษฐนายธวัชชัย รัตนเหลี่ยม นายบุญชัย กริชชาญชัยนายอภิชาต ภมรบุตร นายกีรติ วรพุทธพงศนางปยนุช จรูญรัตนา นายสมชาย อุดมศรีสําราญนายพันธุเลิศ บุญเลี้ยง นายพิศิฏฐ สุดลาภาหนา ๓๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)