คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน [คดีหมายเลขดำที่ อม. ๑๘/๒๕๖๗ คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๓๓/๒๕๖๗ ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้อง นายบุญชัย สีนานันท์ ผู้ถูกกล่าวหา]
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
(อม.๓๔)คําพิพากษา คดีหมายเลขดําที่ อม. ๒๐/๒๕๖๗คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๓๒/๒๕๖๗ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองวันที่ ๑๐ เดือน กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๗คณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ ผูรองนายศิริชัย กุลาศรี ผูถูกกลาวหาเรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพยสินและหนี้สินผูรองยื่นคํารองขอใหวินิจฉัยวา ผูถูกกลาวหาซึ่งเปนสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดมหาสารคามจังหวัดมหาสารคาม จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้นกรณีพนจากตําแหนงสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดมหาสารคาม ขอใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งกับขอใหลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑, ๑๑๔ วรรคสอง (๑) และมาตรา ๑๖๗ผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพพิเคราะหคํารองประกอบสํานวนการไตสวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผูรอง และคําใหการของผูถูกกลาวหาแลว ขอเท็จจริงรับฟงไดวา ผูถูกกลาวหาไดรับเลือกตั้งใหดํารงตําแหนงสมาชิกสภาองคการบริหารระหวาง หนา ๓๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
สวนจังหวัดมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๕ และพนจากตําแหนงเมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๓ ผูถูกกลาวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรอง กรณีเขารับตําแหนงแลว และยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองกรณีพนจากตําแหนงเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๓ แตผูรองตรวจสอบแลวเห็นวาผูถูกกลาวหาไมแสดงรายการทรัพยสินของ นางจินตนา กุลาศรี คูสมรส ๒ รายการ ไดแกรายการสลากออมสินพิเศษ ธนาคารออมสิน สาขาวัชรพล เลขที่บัญชี ๔๐๐๐๔๒๐๓๕๗๑๙ ชื่อบัญชีนางจินตนา กุลาศรี มูลคา ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท และรายการที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๖๗๘๑๘ ตําบลเมืองเกาอําเภอเมืองขอนแกน จังหวัดขอนแกน เนื้อที่ ๐-๐-๑๖.๓ ไร มูลคา ๒๙๖,๐๐๐ บาท ชื่อผูถือกรรมสิทธิ์นางจินตนา กุลาศรี ผูรองมีหนังสือแจงใหผูถูกกลาวหาดําเนินการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองใหถูกตองแลว แตผูถูกกลาวหาไมดําเนินการ ผูรองเห็นวาผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวา มีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินจึงมีหนังสือแจงใหผูถูกกลาวหาไปรับทราบขอกลาวหา ผูถูกกลาวหาไมไปรับทราบขอกลาวหาผูรองจึงไดมีหนังสือสํานักงาน ป.ป.ช. ลับ ดวนที่สุด ที่ ปช. ๐๐๔๐(มค)/๑๑๑๘ ลงวันที่๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๔ สงบันทึกการแจงขอกลาวหาไปใหผูถูกกลาวหาทราบ โดยสงทางไปรษณียลงทะเบียนตอบรับไปที่บานเลขที่ ๗๐/๑๖๖ ซอยรามอินทรา ๖๕ ถนนรามอินทรา แขวงทาแรงเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเปนที่อยูของผูถูกกลาวหาตามแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎรจากฐานขอมูลการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ตามระเบียบคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติวาดวยการตรวจสอบทรัพยสินและหนี้สินของเจาพนักงานของรัฐและการดําเนินคดีที่เกี่ยวของกับการยื่นบัญชี พ.ศ. ๒๕๖๑ ขอ ๓๘ โดยผูถูกกลาวหาไดรับทราบขอกลาวหาและมีหนังสือชี้แจงแกขอกลาวหาเปนหนังสือตอผูรอง ตามหนังสือ ลงวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๔ตอมาผูรองแจงขอกลาวหาแกผูถูกกลาวหาอีกครั้งหนึ่ง ตามหนังสือสํานักงาน ป.ป.ช. ลับ ดวนที่ ปช ๐๐๔๐(มค)/๑๐๔๘ ลงวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๕ ผูถูกกลาวหาไดรับทราบขอกลาวหาและมีหนังสือชี้แจงแกขอกลาวหาตอผูรอง ตามหนังสือ ลงวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๕หนา ๓๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ปญหาตองวินิจฉัยมีวา ผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินหรือหนี้สินดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น กรณีพนจากตําแหนงสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดมหาสารคาม หรือไม เห็นวา ผูถูกกลาวหาดํารงตําแหนงสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม จึงเปนสมาชิกสภาทองถิ่นตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๐๒ (๙) มีหนาที่ยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบของตน คูสมรส และบุตรที่ยังไมบรรลุนิติภาวะตามที่มีอยูจริงตอผูรอง ภายในหกสิบวันนับแตวันถัดจากวันเขารับตําแหนง และภายในหกสิบวันนับแตวันถัดจากวันพนจากตําแหนงตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๑๐๒ (๙) และมาตรา ๑๐๕ และประกาศคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติเรื่อง หลักเกณฑและวิธีการยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินของเจาพนักงานของรัฐตอคณะกรรมการ ป.ป.ช.พ.ศ. ๒๕๖๑ ขอ ๑๑ (๑) (๒) ซึ่งการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินของเจาพนักงานของรัฐเปนหนาที่สําคัญที่เจาพนักงานของรัฐผูมีหนาที่ตองปฏิบัติตามที่กฎหมายกําหนด อันเปนมาตรการในการตรวจสอบทรัพยสินและหนี้สินและเพื่อตรวจสอบการใชอํานาจของเจาพนักงานของรัฐ ดังนั้นการยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินของเจาพนักงานของรัฐ กฎหมายจึงกําหนดใหเปนหนาที่สําคัญของเจาพนักงานของรัฐที่จะตองตรวจสอบทรัพยสินและหนี้สินของตน คูสมรส และบุตรที่ยังไมบรรลุนิติภาวะใหครบถวนกอนยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินตอผูรอง การที่ผูถูกกลาวหาซึ่งมีหนาที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินไมแสดงรายการใหครบถวน ยอมเปนเหตุใหผูรองมีเหตุขัดของในการตรวจสอบความมีอยูของทรัพยสินและหนี้สินของผูถูกกลาวหาและคูสมรส ครั้นเมื่อผูรองตรวจพบและมีหนังสือแจงใหผูถูกกลาวหาชี้แจงและดําเนินการยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองใหถูกตองครบถวน ผูถูกกลาวหากลับไมดําเนินการยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินใหถูกตองอันเปนพฤติการณที่บงชี้วาผูถูกกลาวหาจงใจปกปดไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินนั้น สวนที่ผูถูกกลาวหาชี้แจงแกขอกลาวหาวา เหตุที่ไมแสดงรายการสลากออมสินพิเศษ และที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๖๗๘๑๘ของคูสมรส เนื่องจากสลากออมสินเปนของคูสมรสและเก็บไวโดยไมแจงใหตนทราบ สวนที่ดินเปนของคูสมรสและคูสมรสไดนําไปจํานองไวกับบริษัท ธนาคารกสิกรไทย จํากัด (มหาชน) จึงไมไดแสดงรายการทรัพยสินหนา ๓๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ทั้งสองรายการดังกลาวดวยนั้น สําหรับรายการสลากออมสินพิเศษ ธนาคารออมสิน สาขาวัชรพลเลขที่บัญชี ๔๐๐๐๔๒๐๓๕๗๑๙ ชื่อบัญชี นางจินตนา กุลาศรี จํานวน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเปนทรัพยสินของคูสมรสของผูถูกกลาวหานั้น ผูถูกกลาวหาไดยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินดังกลาวกรณีพนจากตําแหนงไวแลวเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๓ ปรากฏตามบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินเอกสารทายคํารองหมายเลข ๙ หนาที่ ๑๔ รายการที่ ๓ ประเภทเงินลงทุน พรอมเอกสารประกอบเปนสําเนาสลากออมสินซึ่งมีรายละเอียดเลขบัญชีตรงกับรายการสลากออมสินที่ผูรองบรรยายมาในคํารอง จึงถือไดวาผูถูกกลาวหาไดยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินดังกลาวแลว กรณีจึงฟงไมไดวาผูถูกกลาวหาไมแสดงรายการทรัพยสินดังกลาวอยางไรก็ดี รายการที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๖๗๘๑๘ นางจินตนา ไดมาโดยการซื้อมาจาก นายชวลิตประตูน้ําขอนแกน พรอมตึกแถวสองชั้น เลขที่ ๔๕๖/๒๘๗ ขนาด ๑๐๘ ตารางเมตร เมื่อวันที่๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๖ และตอมาวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๑ นางจินตนา ไดนําที่ดินดังกลาวไปจดทะเบียนจํานองไวกับบริษัท ธนาคารกสิกรไทย จํากัด (มหาชน) โดยผูถูกกลาวหาไดลงลายมือชื่อในบันทึกใหความยินยอมในฐานะคูสมรส ผูถูกกลาวหายอมทราบดีถึงความมีอยูของที่ดินดังกลาวดังนั้น ผูถูกกลาวหาจึงยังมีหนาที่ตองยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินของคูสมรสรายการดังกลาวตอผูรองประกอบกับผูรองไดเคยมีหนังสือแจงใหผูถูกกลาวหาดําเนินการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองใหถูกตองแลว แตผูถูกกลาวหาไมดําเนินการ การที่ผูถูกกลาวหาไมแสดงรายการทรัพยสินดังกลาว จึงเปนการจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินหรือหนี้สินดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบตอผูรอง กรณีพนจากตําแหนงสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สิน จึงเปนการกระทําที่ตองบังคับตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑ ประกอบมาตรา ๑๑๔ วรรคสามที่ใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูถูกกลาวหาตลอดไป และเปนความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๖๗ ดวยพิพากษาวา นายศิริชัย กุลาศรี ผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินหรือหนี้สินดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น กรณีพนจากตําแหนงสมาชิกสภาองคการบริหารหนา ๓๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
สวนจังหวัดมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๑๔ วรรคสอง (๑) ใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูถูกกลาวหาตลอดไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑ ประกอบมาตรา ๑๑๔ วรรคสาม กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๖๗จําคุก ๒ เดือน และปรับ ๘,๐๐๐ บาท ผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพเปนประโยชนแกการพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษใหกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจําคุก ๑ เดือนและปรับ ๔,๐๐๐ บาท ไมปรากฏวา ผูถูกกลาวหาเคยไดรับโทษจําคุกมากอน โทษจําคุกจึงใหรอการลงโทษไว๑ ป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไมชําระคาปรับใหจัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙, ๓๐. นายชูศักดิ์ ทองวิทูโกมาลยนายสุรินทร ชลพัฒนา นายวรวุฒิ ทวาทศินนางยุพา วงศทองทิว นายธีระศักดิ์ วริวงศนายสิทธิพร บุญยฤทธิ์ นายอํานวย โอภาพันธนายอุดม วัตตธรรม นายชลิต กฐินะสมิตหนา ๓๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)