ThaiGovData

ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรคพลังประชาธิปไตย

undated

Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th

The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.

ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเรื่อง การเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคพลังประชาธิปไตยตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองไดมีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๗เรื่อง การเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคและคณะกรรมการบริหารพลังประชาธิปไตย กรณี ที่ประชุมใหญวิสามัญพรรคพลังประชาธิปไตย ครั้งที่ ๑/๒๕๖๖ เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๖ มีมติแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคพลังประชาธิปไตย พ.ศ. ๒๕๖๑ ขอ ๕ และเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชาธิปไตยชุดใหมจํานวน ๑๒ คน นั้นบัดนี้ หัวหนาพรรคพลังประชาธิปไตยไดแจงการเปลี่ยนแปลงตอนายทะเบียนพรรคการเมืองตามมาตรา ๓๘ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ กรณีที่ประชุมใหญสามัญพรรคพลังประชาธิปไตย ครั้งที่ ๒/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๗มีมติแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคพลังประชาธิปไตย พ.ศ. ๒๕๖๑ และที่แกไขเพิ่มเติมโดยยกเลิกทุกฉบับ และใหใชขอบังคับพรรคพลังประชาธิปไตย พ.ศ. ๒๕๖๗ แทนขอบังคับพรรคพลังประชาธิปไตย พ.ศ. ๒๕๖๗ดวยที่ประชุมใหญสามัญพรรคพลังประชาธิปไตย ครั้งที่ ๒/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๗มีมติแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคพลังประชาธิปไตย พ.ศ. ๒๕๖๑ และที่แกไขเพิ่มเติม โดยยกเลิกทุกฉบับและใหใชขอบังคับพรรคพลังประชาธิปไตย พ.ศ. ๒๕๖๗ แทน ดังนี้ขอ ๑ ขอบังคับนี้เรียกวา “ขอบังคับพรรคพลังประชาธิปไตย พ.ศ. ๒๕๖๗”ขอ ๒ ขอบังคับพรรคนี้ใหใชบังคับตั้งแตวันที่ไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญพรรคเปนตนไปขอ ๓ ใหยกเลิกขอบังคับพรรคพลังประชาธิปไตย พ.ศ. ๒๕๖๑ และที่แกไขเพิ่มเติมทุกฉบับหมวดที่ ๑บททั่วไปขอ ๔ พรรคการเมืองตามขอบังคับนี้เรียกวา “พรรคพลังประชาธิปไตย” ชื่อยอภาษาไทย คือพปต. ชื่อภาษาอังกฤษวา “DEMOCRATIC FORCE PARTY” ชื่อยอภาษาอังกฤษคือ DFขอ ๕ เครื่องหมายพรรคและความหมายหนา ๒๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ (๑) พรรคพลังประชาธิปไตย ใชเครื่องหมาย(๒) โดยมีความหมายดังนี้ เปนศูนยรวมของผูรักประชาธิปไตย สรางคุณธรรมและความสามัคคีในชาติ เพื่อนําไปสูการพัฒนาโดยยึดมั่นในการปกครองตามระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขขอ ๖ สํานักงานใหญตั้งอยู ณ บานเลขที่ ๒๑/๑๑ ซอย ๒๒ ถนนไอยรา หมูที่ ๑๔ตําบลคลองสอง อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี รหัสไปรษณีย ๑๒๑๒๐หมวดที่ ๒คําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคขอ ๗ คําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคพลังประชาธิปไตย คือ คืนความยุติธรรมนําไทยพัฒนา หมวดที่ ๓นโยบายพรรคการเมืองขอ ๘ ดานการเมือง๘.๑ ธํารงรักษาสถาบันหลักของชาติ พิทักษรักษา และเทิดทูนไวซึ่งสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย ตลอดจนยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย ทรงเปนประมุข๘.๒ ยึดถือรัฐธรรมนูญและการปฏิบัติตามกฎหมายอยางเปนธรรม รัฐธรรมนูญเปนกฎหมายสูงสุดของประเทศ มุงมั่นใหมีการปฏิบัติตามบทบัญญัติแหงรัฐธรรมนูญอยางเครงครัดเพื่อลดความขัดแยงภายในประเทศ๘.๓ เสริมสรางโอกาสประชาชนใหมีสวนรวมทางการเมืองเพราะประชาธิปไตยที่แทจริงยอมเกิดจากการมีสวนรวมของประชาชนเปนหลักหนา ๒๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ขอ ๙ ดานการบริหารราชการแผนดิน๙.๑ การบริหารราชการแผนดินตองเปนไปเพื่อการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศอยางยั่งยืน โดยตองสงเสริมการดําเนินงานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและคํานึงถึงผลประโยชนของประเทศชาติในภาพรวมเปนสําคัญ๙.๒ พัฒนาระบบงานภาครัฐ โดยมุงเนนการพัฒนาคุณภาพ คุณธรรมและจริยธรรมอยางมีประสิทธิภาพ๙.๓ จัดระบบการบริหารราชการสวนกลาง สวนภูมิภาคและสวนทองถิ่นใหมีขอบเขตอํานาจหนาที่และความรับผิดชอบที่ชัดจนเหมาะสมแกการพัฒนาประเทศ และสนับสนุนใหจังหวัดมีแผนและงบประมาณเพื่อพัฒนาจังหวัด เพื่อประโยชนของประชาชนในพื้นที่๙.๔ การจัดระบบงานราชการและงานของรัฐ มีประสิทธิภาพ โปรงใส ตรวจสอบไดโดยคํานึงถึงการมีสวนรวมของประชาชน๙.๕ ตอตานการทุจริตคอรัปชั่น อยางจริงจัง และตอเนื่องขอ ๑๐ ดานกฎหมาย๑๐.๑ ดูแลในการปฏิบัติและบังคับการใหเปนไปตามกฎหมายอยางถูกตอง รวดเร็วเปนธรรมและทั่วถึง ชวยเหลือและใหความรูทางกฎหมายแกประชาชน๑๐.๒ จัดใหมีกฎหมายเพื่อจัดตั้งองคกรเพื่อการปฏิรูปกฎหมายที่ดําเนินการเปนอิสระโดยรับฟงความคิดเห็นของผูไดรับผลกระทบจากกฎหมายนั้น๑๐.๓ สนับสนุนการดําเนินการขององคกรภาคเอกชนที่ใหความชวยเหลือทางกฎหมายแกประชาชนโดยเฉพาะผูไดรับผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัวขอ ๑๑ ดานกระบวนการยุติธรรม๑๑.๑ สงเสริม สนับสนุน เสริมสราง ปรับเปลี่ยนกลไกการทํางานของภาครัฐใหเกิดความเปนธรรม มีประสิทธิภาพสูงสุด๑๑.๒ ลดความเหลื่อมล้ําในกระบวนการยุติธรรม๑๑.๓ สงเสริม สนับสนุนใหประชาชนมีสวนรวมในกระบวนการยุติธรรมโดยการจัดตั้งศูนยไกลเกลี่ยในระดับชุมชน และใหความรูเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมครอบคลุมทั่วประเทศหนา ๒๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ขอ ๑๒ ดานการศึกษา๑๒.๑ ใหความสําคัญกับผูรับการศึกษาทุกระดับ พรรคพลังประชาธิปไตยตระหนักถึงความสําคัญของการพัฒนาของเด็กและเยาวชน เพื่อใหเติบโตเปนมนุษยที่มีศักยภาพ และประสิทธิภาพในการดํารงชีวิต สงเสริมพัฒนาทางดานสติปญญา สุขภาพจิตและสุขภาพกาย ปลูกฝงคุณธรรมจริยธรรมใหผูเรียน ๑๒.๒ พัฒนาคุณภาพครู อาจารย และบุคลากรทางการศึกษา มุงเนนการปลูกฝงจิตสํานึก คุณธรรมและความเอื้ออาทรตอผูรับการศึกษา แกครูผูสอน รวมทั้งจัดสวัสดิการครู อาจารยสงเสริมใหเกิดการฝกอบรมวิทยากรและองคความรูใหม ๆ ที่ทันสมัย และจําเปนในโลกปจจุบันโดยเฉพาะดานทักษะภาษาอังกฤษแกครู อาจารย และบุคลากร ทางการศึกษา๑๒.๓ สงเสริมหลักสูตรแบบบูรณาการ ทั้งเอกสาร ตํารา การจัดการเรียน การสอนสงเสริมใหหลักสูตรการศึกษามีประสิทธิภาพ พัฒนาคนควบคูการสรางความรูความเขาใจที่ถูกตองในการสืบสานขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของชาติ จะสงเสริมใหผูเรียนกลาคิดกลาทําอยางมีสติและมีเหตุผล ๑๒.๔ เพิ่มศักยภาพการบริหารการศึกษา สนับสนุนเทคโนโลยีที่ทันสมัยจัดการศึกษาทุกระดับ วิธีการบริหารจัดการ และเทคโนโลยี รวมทั้งการจัดสรรทรัพยากรเพื่ออุดหนุนสถานศึกษาอยางเปนธรรมและเหมาะสมกับสภาพของแตละสถานศึกษา๑๒.๕ สงเสริม สนับสนุน สวัสดิการศึกษา เรียนฟรีถึงปริญญาตรีและสงเสริมสนับสนุน สวัสดิการศึกษา เด็กกําพราตั้งแตระดับอนุบาล จนถึงระดับปริญญาโทขอ ๑๓ ดานเศรษฐกิจ๑๓.๑ รักษาเสถียรภาพการเงิน สรางความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจใหเกิดขึ้นทั้งภายในและนอกประเทศ ใหความสําคัญตอการใชมาตรการทางการเงิน ทั้งในดานเสถียรภาพของระดับราคาและเสถียรภาพของฐานะการเงินของประเทศ ควบคูกับสรางความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในอัตราที่เหมาะสมและในทิศทางที่สอดรับกับสภาพเศรษฐกิจสังคมของแตละทองถิ่นผลักดันใหพัฒนาประชาชนใหเปนสากล โดยเฉพาะดานภาษาอังกฤษและภาษาอื่นและทักษะทางคอมพิวเตอรและทักษะอื่น ๆ ที่จําเปนเพื่อใหมีศักยภาพ ในการแขงขันกับคนทั่วโลกหนา ๒๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ๑๓.๒ รักษาวินัยการคลัง เพื่อสรางคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแกประชาชนโดยรวมของประเทศอยางเทาเทียมกัน ๑๓.๓ ปรับปรุงโครงสรางอุตสาหกรรม ดวยการพัฒนาระบบโลจิสติกสและเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สรางมูลคาเพิ่มและลดตนทุนการผลิต อํานวยความสะดวกทางการคาตลอดจนพัฒนาอุตสาหกรรมใหมและขยายตลาดที่มีศักยภาพทั้งตลาดในประเทศและตางประเทศ๑๓.๔ สนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอม สรางนวัตกรรมใหม ๆจากภูมิปญญาชาวบานตลอดจนสรางชองทางการตลาดใหผูซื้อ/คูคา๑๓.๕ สงเสริมการพัฒนาการทองเที่ยวเพื่อเพิ่มรายไดภายในประเทศ สงเสริมการพัฒนาการทองเที่ยวอยางยั่งยืนของประเทศ พัฒนาแหลงทองเที่ยวทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของชุมชนใหพรอมที่จะรับนักทองเที่ยวจากทุกมุมโลกและใหประชาชนมีความตระหนักรูถึงคุณคาและหวงแหนในทรัพยากรทางธรรมชาติและประวัติศาสตรของชุมชน๑๓.๖ บริหารการสงออกและสรางความสัมพันธกับตางประเทศ ทั้ง เอเชีย ยุโรปอเมริกา และประเทศใหม ๆ ในภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลก๑๓.๗ ปฏิรูปเศรษฐกิจ ประกันราคาการเกษตรใหแกประชาชน ครอบคลุมทั่วประเทศเชน ประกันราคาขาวเปลือก ออย ยางพารา และอื่น ๆ เปนตน๑๓.๘ ปฏิรูปที่ดินและระบบนิเวศ ใหเกษตรกรมีที่ดินทํากินเปนของตนเองขอ ๑๔ ดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม๑๔.๑ คุมครอง อนุรักษ ฟนฟูและพัฒนา มุงมั่นที่จะอนุรักษ ฟนฟู ทรัพยากรดิน น้ํา ปาไม อากาศ แรธาตุ ทะเลและชายฝง บนพื้นฐานของความสมดุลของธรรมชาติเพื่อเปนปจจัยพื้นฐานที่สําคัญในการพัฒนาแบบยั่งยืน๑๔.๒ บริหารจัดการอยางมีประสิทธิภาพ กําหนดแผนและเปาหมาย รวมทั้งการปรับปรุงกฎหมายและระเบียบขอบังคับในการใชทรัพยากรธรรมชาติอยางมีประสิทธิภาพและเปนธรรม๑๔.๓ ควบคุมและแกปญหามลพิษจากทุกแหลง ไมใหสรางความเสียหายตอประชาชนและสิ่งแวดลอม๑๔.๔ ปลูกจิตสํานักในการอนุรักษจะสงเสริมการสรางจิตสํานักดานการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมใหกับเยาวชน ภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชนโดยทั่วไปหนา ๒๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ๑๔.๕ สงเสริม สนับสนุนจัดทําระบบขอมูลทรัพยากรธรรมชาติใหครบถวน๑๔.๖ สงเสริมงานดานการวิจัย เพื่อสรางนวัตกรรมใหม ๆ และรักษา อนุรักษทรัพยากรธรรมชาติใหคงอยูสืบไปขอ ๑๕ ดานสาธารณสุข๑๕.๑ ขยายหลักประกันสุขภาพใหทั่วถึงทุกกลุมและขยายสิทธิประโยชนดานการรักษาพยาบาล๑๕.๒ สงเสริม สนับสนุน ความเสมอภาคของ ๓ กองทุนสุขภาพหลัก คือกองทุนหลักประกันสุขภาพแหงชาติ กองทุนรักษาพยาบาลประกันสังคมและกองทุนรักษาพยาบาลสวัสดิการขาราชการ๑๕.๓ สงเสริม สนับสนุน แกไขการขาดแคลนแพทยโดยผลิตและพัฒนาบุคลากรทางการแพทยใหมีคุณภาพ กระจายใหครอบคลุมทั่วประเทศ๑๕.๔ สงเสริม พัฒนาระบบบริการแพทยฉุกเฉินใหมีศักยภาพ ดูแลประชาชนใหทันทวงที ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยเฉพาะเมื่อมีโรคระบาด และโรคใหม ๆขอ ๑๖ ดานสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ๑๖.๑ การปฏิรูประบบและเครื่องมือดานการสื่อสารและโทรคมนาคมเพื่อสนับสนุนภารกิจการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยและประโยชนสาธารณะ๑๖.๒ การปกปองคุมครองและรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอรของโครงสรางพื้นฐานสําคัญดานสารสนเทศของประเทศ๑๖.๓ การปฏิรูปการกํากับดูแลกิจการการอวกาศและการใหบริการดาวเทียมสื่อสารของประเทศ ๑๖.๔ สงเสริม สนับสนุนขับเคลื่อนการปฏิรูปการใชสื่ออยางสรางสรรคขอ ๑๗ ดานสังคม๑๗.๑ สงเสริม สนับสนุนสถาบันครอบครัวใหมีความอบอุน ตระหนักถึงความสําคัญของสภาพครอบครัวซึ่งเปนรากฐานของสังคมและสนับสนุนขนบธรรมเนียมประเพณีและความเปนอยูอันดีงามของครอบครัวไทย หนา ๒๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ๑๗.๒ สรางสวัสดิภาพเด็ก สตรี ผูสูงอายุ ผูพิการและผูดอยโอกาส มุงมั่นใหความสําคัญกับการจัดใหมีเครือขายความรวมมือของหนวยงานในการสนับสนุนการจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กกอนวัยเรียนและศูนยพัฒนาเด็กเล็ก มีการควบคุมมาตรฐานอยางใกลชิด๑๗.๓ พัฒนาฝมือแรงงานและคุมครองสวัสดิภาพของผูใชแรงงาน มุงมั่นที่จะพัฒนาฝมือแรงงานใหมีความสอดคลองกับความสนใจของแตละบุคคลบนพื้นฐานความตองการของตลาดแรงงานพัฒนาระบบการประกันสังคมใหมีประสิทธิภาพและอํานวยประโยชนสําหรับผูใชแรงงานใหเกิดเปนรูปธรรมอยางแทจริง ใหความสําคัญตอการคุมครองสวัสดิภาพของแรงงานเด็กและสตรีและสงเสริมใหมีระบบแรงงานสัมพันธมีกระบวนการในการระงับขอพิพาทแรงงานที่รวดเร็วและเปนธรรม๑๗.๔ สงเสริมการกีฬา พัฒนาประชากรทั้งในดานสุขอนามัยและสภาพจิตใจ๑๗.๕ ทํานุบํารุงศาสนา อนุรักษพัฒนาศิลปะและวัฒนธรรม มุงมั่นที่จะสงเสริมการเรียนรูและการนําหลักธรรมของศาสนามาใชในการดํารงชีวิตอยางสันติ มุงมั่นอนุรักษศิลปวัฒนธรรมไทย๑๗.๖ ปฏิรูปสวัสดิการสังคม เพิ่มคาครองชีพผูสูงอายุ ผูพิการ และผูปวยเอดส๑๗.๗ เงินชดเชยคาครองชีพใหคนวางงานและเพิ่มคาแรงขั้นต่ํา๑๗.๘ ปองกันและปราบปรามยาเสพติดอยางจริงจังและตอเนื่องขอ ๑๘ ดานอื่น ๆการจัดศูนยประสานงานแบบถาวรครอบคลุมทุกจังหวัด เพื่อพัฒนา สงเสริม สนับสนุนใหผูนําและประชาชนทุกคนมีความรูในเรื่องกฎหมาย ระเบียบขอบังคับตาง ๆ สิทธิ อํานาจหนาที่ของประชาชนชาวไทย รวมถึงการเลือกตั้งและชวยเหลือประชาชนใหทั่วถึง ครอบคลุมทั่วประเทศหมวด ๔โครงสรางการบริหารพรรคและตําแหนงตาง ๆ ในพรรคการเมืองสวนที่ ๑ โครงสรางการบริหารพรรคขอ ๑๙ โครงสรางของพรรคพลังประชาธิปไตย ประกอบดวย(๑) คณะกรรมการบริหารพรรค(๒) คณะกรรมการสาขาพรรค(๓) ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดหนา ๒๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ สวนที่ ๒ คณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๒๐ ใหมีกรรมการคณะหนึ่งเปนกรรมการบริหารพรรคมีจํานวนไมนอยกวาสิบสองคนประกอบดวย (๑) หัวหนาพรรค(๒) รองหัวหนาพรรค (มีมากกวา ๑ คนได)(๓) เลขาธิการพรรค(๔) รองเลขาธิการพรรค (มีมากกวา ๑ คนได)(๕) เหรัญญิกพรรค(๖) ผูชวยเหรัญญิกพรรค (มีมากกวา ๑ คนได)(๗) นายทะเบียนสมาชิกพรรค(๘) ผูชวยนายทะเบียนสมาชิกพรรค (มีมากกวา ๑ คนได)(๙) โฆษกพรรค(๑๐) รองโฆษกพรรค (มีมากกวา ๑ คนได)(๑๑) ผูอํานวยการพรรค(๑๒) รองผูอํานวยการพรรค (มีมากกวา ๑ คนได)ขอ ๒๑ การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคใหดําเนินการในที่ประชุมใหญของพรรคโดยการลงคะแนนลับใหที่ประชุมใหญกําหนดจํานวนของคณะกรรมการบริหารพรรคจนครบ และมีจํานวนไมนอยกวาตามที่กําหนดในขอ ๒๐ในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนงตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวาสิบคนและผูที่ไดรับการเสนอชื่อตองอยูในที่ประชุมขอ ๒๒ กรรมการบริหารพรรคตองเปนสมาชิกพรรค อายุไมต่ํากวายี่สิบป มีวาระในการดํารงตําแหนงคราวละสี่ป นับแตวันที่ที่ประชุมใหญพรรคเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมกรรมการบริหารพรรคตองไมเปนกรรมการสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในขณะเดียวกันขอ ๒๓ ในระหวางดํารงตําแหนง ประธานสภาผูแทนราษฎรและรองประธานสภาผูแทนราษฎรจะเปนกรรมการบริหารพรรค หรือดํารงตําแหนงใดในพรรคขณะเดียวกันมิไดหนา ๓๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ขอ ๒๔ ความเปนกรรมการบริหารพรรคสิ้นสุดเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก โดยถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคไดรับหนังสือ(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดเมื่อตําแหนงกรรมการบริหารพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเขาทําหนาที่แทน จนกวาจะมีการเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางซึ่งตองทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงขอ ๒๕ กรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนง เมื่อ(๑) ครบกําหนดการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ความเปนกรรมการบริหารพรรคของหัวหนาพรรคการเมืองสิ้นสุดลงตามขอ ๒๔(๓) กรรมการบริหารพรรควางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดในกรณีกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป หากไมมีหัวหนาพรรค รองหัวหนาพรรคตามลําดับ ทําหนาที่แทนหัวหนาพรรคถาไมมีรองหัวหนาพรรคใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งทําหนาที่แทนและใหเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงในกรณีที่กรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะตาม (๒) ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป โดยใหรองหัวหนาพรรคตามลําดับทําหนาที่แทนหัวหนาพรรคถาไมมีรองหัวหนาพรรคใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยู ประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนและใหเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายในหกสิบวัน นับแตวันที่กรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะในกรณีที่กรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะตาม (๓) ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป หากไมมีหัวหนาพรรค ใหรองหัวหนาพรรคตามลําดับทําหนาที่แทนหัวหนาพรรคถาไมมีรองหัวหนาพรรคใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยู ประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนและใหเลือกตั้ง คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายในหกสิบวัน นับแตวันที่กรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะในกรณีที่กรรมการบริหารพรรคพนจากสมาชิกพรรคทั้งหมด ใหถือวาเปนเหตุใหเลิกพรรคหนา ๓๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ขอ ๒๖ คณะกรรมการบริหารพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรค และมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๒) ควบคุมและกํากับดูแลมิใหมีสมาชิกพรรคหรือผูดํารงตําแหนงในพรรคกระทําการในลักษณะที่อาจทําใหเกิดการเลือกตั้งหรือการเลือกมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมไมชอบดวยกฎหมายหรืออาจเปนคุณหรือโทษแกบุคคลใดซึ่งสมัครเขารับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภาไมวาโดยทางตรง หรือทางออม(๓) ใหความเห็นชอบในการจัดทําแผนหรือโครงการที่จะดําเนินกิจการตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมือง(๔) ดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรคใหเปนไปตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมือง(๕) บริหารการเงิน ทรัพยสินและประโยชนอื่นใดของพรรคและสาขาพรรคตลอดจนจัดทําบัญชีตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมืองใหถูกตองตรงกับความเปนจริง(๖) ตรวจสอบและควบคุมมิใหมีการนําเงินหรือทรัพยสินของพรรคไปใชจายเพื่อการอื่นใดนอกจากที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมือง(๗) กรณีพรรคสิ้นสภาพความเปนพรรคการเมืองหรือยุบพรรค ยังคงตองปฏิบัติหนาที่อยูจนกวาการชําระบัญชีจะแลวเสร็จ แตจะดําเนินกิจกรรมทางการเมืองในนามพรรคที่สิ้นสภาพความเปนพรรคการเมืองหรือยุบพรรคมิได(๘) ออกกฎ ระเบียบและจัดตั้งหนวยงานตาง ๆ เพื่อปฏิบัติงานใหเปนไปตามนโยบายพรรคและขอบังคับพรรค(๙) ควบคุมมิใหพรรคและผูซึ่งพรรคสงเขาสมัครรับเลือกตั้งใชเงินเกินวงเงินตามที่กฎหมายกําหนด(๑๐) เลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๑๑) กําหนดใหมีการประชุมใหญพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้งและรายงานกิจการดานตาง ๆ ตอที่ประชุมใหญพรรค หนา ๓๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ (๑๒) แตงตั้งและถอดถอนผูปฏิบัติงานของพรรคในกิจการตาง ๆ ของพรรคและคณะทํางานเฉพาะกิจทั้งในสวนกลางและสวนภูมิภาคขอ ๒๗ กรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนงมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) หัวหนาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(ก) เปนประธานของคณะกรรมการบริหารพรรคและเปนผูเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ตลอดจนดําเนินการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค(ข) เปนผูเรียกประชุมใหญของพรรคหรือตามความเห็นชอบของกรรมการบริหารพรรคหรือตามที่ขอบังคับพรรคกําหนดและเปนประธานของที่ประชุมใหญพรรคตลอดจนดําเนินการประชุมใหญพรรค(ค) เปนผูเรียกประชุมรวมระหวางคณะกรรมการบริหารพรรคกับสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรคและเปนประธานของที่ประชุมตลอดจนเปนผูดําเนินการประชุม ดังกลาว(ง) เปนผูลงนามประกาศ กฎระเบียบ มติพรรคและคําสั่งพรรค(จ) ในกรณีที่มีความจําเปนในการดําเนินการทางการเมืองใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของพรรคได โดยความเห็นชอบของกรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการบริหารพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้นและใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติพรรค(ฉ) อํานาจอื่น ๆ ตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับของพรรค(๒) รองหัวหนาพรรคมีหนาที่และอํานาจตามที่หัวหนาพรรคหรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๓) เลขาธิการพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(ก) เปนผูตรวจสอบและกํากับดูแลกิจการทั้งปวงของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมายและใหรับผิดชอบโดยตรงจากหัวหนาพรรคหรือรองหัวหนาพรรคในกิจการที่หัวหนาพรรคมอบหมายใหปฏิบัติ(ข) เปนผูเสนอรายงานตอคณะกรรมการบริหารพรรค ที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรคและตอที่ประชุมใหญพรรค(ค) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ที่ประชุมรวมกับคณะกรรมการบริหารพรรค คณะที่ปรึกษาพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรคและที่ประชุมใหญพรรค(ง) เปนผูกํากับดูแลการบริหารงานของสํานักงานใหญพรรคหนา ๓๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ (๔) รองเลขาธิการพรรคการเมืองมีหนาที่และอํานาจตามที่เลขาธิการพรรคหรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๕) เหรัญญิกพรรคมีหนาที่ในการควบคุมรายรับ รายจายเงิน บัญชีทรัพยสินหนี้สิน และงบการเงินของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด(๖) ผูชวยเหรัญญิกพรรคมีหนาที่และอํานาจตามที่เหรัญญิกพรรค หรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๗) นายทะเบียนสมาชิกพรรคมีหนาที่และอํานาจเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครเขาเปนสมาชิกพรรคและจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคใหตรงตามความเปนจริงและตองใหสมาชิกพรรคตรวจดูไดโดยสะดวก ณ สํานักงานใหญของพรรค รวมทั้งประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวย เพื่อประโยชนในการตรวจสอบความถูกตอง (๘) ผูชวยนายทะเบียนสมาชิกพรรคมีหนาที่และอํานาจตามที่นายทะเบียนสมาชิกพรรคหรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๙) โฆษกพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(ก) แถลงมติที่ประชุมของพรรคและแถลงกิจการตาง ๆ ของพรรค(ข) ประชาสัมพันธงานของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๑๐) รองโฆษกพรรคมีหนาที่และอํานาจตามที่โฆษกพรรคหรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย (๑๑) ผูอํานวยการพรรคมีหนาที่และอํานาจเกี่ยวกับงานทั่ว ๆ ไปของพรรค(๑๒) รองผูอํานวยการพรรคมีหนาที่และอํานาจตามที่ผูอํานวยการพรรค หรือคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองมอบหมาย สวนที่ ๓สาขาพรรคการเมืองขอ ๒๘ ภายในหนึ่งปนับแตวันที่นายทะเบียนพรรครับจดทะเบียนจัดตั้งพรรค ตองดําเนินการใหมีสาขาพรรคในแตละภาคตามบัญชีรายชื่อและจังหวัดที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง กําหนดอยางนอยภาคละหนึ่งสาขา โดยสาขาพรรคแตละสาขาตองมีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตเลือกตั้งหรือเขตจังหวัดตั้งแตหารอยคนขึ้นไป หนา ๓๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ขอ ๒๙ เขตเลือกตั้งใดหรือเขตจังหวัดใดที่มีสมาชิกพรรค ที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตเลือกตั้งหรือเขตจังหวัดนับตั้งแตหารอยคนขึ้นไป อาจจัดประชุมเพื่อดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคตามประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเกี่ยวกับการจัดตั้งสาขาพรรคและการแตงตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสาขาพรรคตองไมมีตัวแทนพรรคประจําจังหวัดอยูในจังหวัดนั้นขอ ๓๐ คณะกรรมการสาขาพรรคใหมีจํานวนไมนอยกวาเจ็ดคน ประกอบดวย(๑) หัวหนาสาขาพรรค(๒) รองหัวหนาสาขาพรรค(๓) เลขานุการสาขาพรรค(๔) รองเลขานุการสาขาพรรค(๕) เหรัญญิกสาขาพรรค(๖) นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค(๗) โฆษกสาขาพรรคขอ ๓๑ กรรมการสาขาพรรคตองเปนสมาชิกพรรคมีอายุไมต่ํากวายี่สิบป มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันประกาศจัดตั้งสาขา หรือวันที่มีประกาศแตงตั้งคณะกรรมการสาขาชุดใหมแลวแตกรณีขอ ๓๒ การเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคใหดําเนินการในที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคหรือที่ประชุมใหญสาขาพรรค แลวแตกรณี ดังนี้(๑) ใหที่ประชุมกําหนดจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคตามขอ ๓๐(๒) เลือกหัวหนาสาขาพรรคเปนลําดับแรกแลวเลือกตําแหนงอื่น ๆ จนครบตาม (๑)(๓) การเสนอชื่อบุคคลที่จะไดรับเลือกตั้งเปนคณะกรรมการสาขาพรรคจะตองมีผูรับรองไมนอยกวาสองคน ผูรับรองและผูใชสิทธิเลือกตั้งตองอยูในที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรค หรือที่ประชุมใหญสาขาพรรค แลวแตกรณีขอ ๓๓ คณะกรรมการสาขาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรคและมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการเลือกตั้ง หนา ๓๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ (๒) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(๓) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศและการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๔) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๕) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดองรูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตางและแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธี เพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(๖) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคการเมืองใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งขอ ๓๔ กรรมการสาขาพรรคแตละตําแหนงมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) หัวหนาสาขาพรรคมีอํานาจและหนาที่ ดังนี้(ก) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรค(ข) จัดทําบัญชีรายชื่อพรอมที่อยูของสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาในเขตจังหวัดซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรค(ค) เปนผูแทนของสาขาพรรคและเปนผูรับผิดชอบในกิจกรรมทั้งปวงของสาขาพรรค(ง) เปนประธานของคณะกรรมการสาขาพรรค เรียกประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและเปนประธานการประชุม(จ) เรียกประชุมใหญสาขาพรรคหรือโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสาขาพรรคและเปนประธานของที่ประชุมตลอดจนดําเนินการประชุม(ฉ) มีสิทธิยับยั้งมติคณะกรรมการสาขาพรรค หรือคณะกรรมการอื่น ๆที่คณะกรรมการสาขาพรรคจัดตั้งขึ้นเพื่อขอใหมีการทบทวนมติ ในกรณีที่มีความจําเปน แตทั้งนี้ตองไมเกินสามวัน ซึ่งหากพนกําหนดดังกลาวใหถือวามติของที่ประชุมนั้นมีผลใชบังคับหนา ๓๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ (ช) ในกรณีที่มีความจําเปนในการดําเนินการทางการเมืองใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของสาขาพรรคไดโดยความเห็นชอบของกรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้นและใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติของสาขาพรรค(ซ) อํานาจอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด(๒) รองหัวหนาสาขาพรรคมีอํานาจหนาที่ความรับผิดชอบตามที่ประธานสาขาพรรคมอบหมาย (๓) เลขานุการสาขาพรรคมีอํานาจหนาที่รับผิดชอบ(ก) ตรวจสอบและกํากับดูแลกิจการทั้งปวงของสาขาพรรคตามที่กรรมการสาขาพรรคมอบหมายและใหรับผิดชอบโดยตรงกับหัวหนาสาขาพรรคในกิจการที่หัวหนาสาขาพรรคมอบหมายใหปฏิบัติ(ข) เสนอรายงานตอคณะกรรมการสาขาพรรคและที่ประชุมใหญสาขาพรรค(ค) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและที่ประชุมใหญสาขาพรรค (ง) กํากับดูแลการบริหารงานของสํานักงานสาขาพรรค(๔) รองเลขานุการสาขาพรรคมีอํานาจหนาที่รับผิดชอบตามที่เลขานุการสาขาพรรคหรือคณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย(๕) เหรัญญิกสาขาพรรคมีอํานาจหนาที่รับผิดชอบในการควบคุม รายรับ - รายจายบัญชีทรัพยสิน หนี้สินและงบการเงินของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคกําหนด(๖) นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค มีอํานาจรับผิดชอบทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค(๗) โฆษกสาขาพรรคมีอํานาจหนาที่รับผิดชอบ(ก) แถลงมติที่ประชุมและกิจการตาง ๆ ของสาขาพรรค(ข) ประชาสัมพันธงานของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมายขอ ๓๕ ความเปนกรรมการสาขาพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออกโดยใหถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคไดรับหนังสือ(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดหนา ๓๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ เมื่อตําแหนงกรรมการสาขาพรรควางลงตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔) ใหหัวหนาสาขาพรรคแตงตั้งกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเขาทําหนาที่แทนจนกวาจะมีการเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางซึ่งตองกระทําในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลง หากตําแหนงหัวหนาสาขาพรรควางลงตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔) ใหรองหัวหนาสาขาพรรคลําดับตนทําหนาที่แทน ถาไมมีรองหัวหนาสาขาพรรคใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูเลือกกรรมการสาขาพรรคคนหนึ่งทําหนาที่แทนและใหมีอํานาจเรียกประชุมใหญ เพื่อเลือกตั้งหัวหนาสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วางภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงขอ ๓๖ กรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบกําหนดการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) กรรมการสาขาพรรควางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมดในกรณีกรรมการสาขาพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป หากไมมีหัวหนาสาขาพรรคใหรองหัวหนาสาขาพรรคตามลําดับทําหนาที่แทนถาไมมีรองหัวหนาสาขาพรรคใหกรรมการที่เหลืออยูประชุมเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนและใหเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงในกรณีที่กรรมการสาขาพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๒) ใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป หากไมมีหัวหนาสาขาพรรคใหรองหัวหนาสาขาพรรคตามลําดับทําหนาที่แทนถาไมมีรองหัวหนาสาขาพรรคใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูประชุมเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนและใหเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการสาขาพรรควางลงทั้งคณะในกรณีที่ไมมีกรรมการสาขาพรรคเหลืออยู หรือมีแตไมยินยอมดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม คณะกรรมการบริหารพรรคจะดําเนินการเอง หรือจะมอบหมายใหสมาชิกสาขาพรรคจํานวนหนึ่งดําเนินการแทนก็ไดขอ ๓๗ เมื่อดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคครบตามที่กําหนดในมาตรา ๓๓ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ แลว หากตอมาภายหลังมีสาขาพรรคไมครบตามมาตรา ๓๓ ใหดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคใหครบตามมาตรา ๓๓ ภายในหกสิบวันนับแตวันที่สาขาพรรคมีจํานวนไมครบตามมาตรา ๓๓ หนา ๓๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ สวนที่ ๔ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๓๘ ในจังหวัดใดที่มิไดเปนที่ตั้งสาขาพรรค ถาพรรคการเมืองนั้นมีสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นเกินหนึ่งรอยคน พรรคการเมืองนั้นอาจแตงตั้งสมาชิกพรรค ซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นซึ่งมาจากการเลือกของสมาชิกพรรคเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตามที่เห็นสมควร เพื่อดําเนินกิจกรรมของพรรคในจังหวัดนั้นการแตงตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใหเปนไปตามประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเกี่ยวกับการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๓๙ ใหตัวแทนพรรคประจําจังหวัด มีจํานวนไมนอยกวา ๑ คนขอ ๔๐ ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตองเปนสมาชิกพรรค อายุไมต่ํากวายี่สิบป มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่มีประกาศแตงตั้งเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ตองไมเปนกรรมการบริหารพรรค หรือกรรมการสาขาพรรคใหขณะเดียวกันขอ ๔๑ ความเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัดสิ้นสุดลงเมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ตาย(๓) ลาออก โดยถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคไดรับหนังสือ(๔) ขาดจากสมาชิกภาพ(๕) หัวหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคสั่งใหออกจากการเปนตัวแทนพรรคในกรณีตัวแทนพรรคประจําจังหวัดพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไปและจัดประชุมสมาชิกเพื่อดําเนินการแตงตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตามขอ ๓๘ ภายในหกสิบวันนับแตวันที่ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดครบวาระการดํารงตําแหนงในกรณีที่ไมมีตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตาม (๒) (๓) (๔) และ (๕)ใหถือวาตัวแทนพรรคประจําจังหวัดดังกลาวสิ้นสภาพไปขอ ๔๒ ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้หนา ๓๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ (๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรคและมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศและคําสั่งของคณะกรรมการเลือกตั้ง(๒) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบตอสังคมและความรูเกี่ยวกับหนาที่ปวงชนชาวไทย(๓) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศและการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผล โดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๔) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๕) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดองรูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตางและแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(๖) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หมวดที่ ๕การบริหารจัดการสาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๔๓ การบริหารจัดการสาขาพรรค(๑) ใหมีการรับสมัครสมาชิกพรรค(๒) ใหมีการจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคในพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรค(๓) ประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป(๔) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรคขอ ๔๔ การบริหารจัดการตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๑) ใหมีการรับสมัครสมาชิกพรรคหนา ๔๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ (๒) ใหมีการจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคในพื้นที่ที่รับผิดชอบของตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๓) ประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป(๔) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของตัวแทนพรรคประจําจังหวัดหมวดที่ ๖การประชุมสวนที่ ๑ การประชุมใหญพรรคขอ ๔๕ หัวหนาพรรคตองจัดใหมีการประชุมใหญสามัญของพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้งขอ ๔๖ สมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสี่ของจํานวนสมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือกรรมการบริหารพรรคไมนอยกวาหนึ่งในสามของจํานวนกรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยูในพรรคหรือไมนอยกวาสองรอยหาสิบคน แลวแตจํานวนใดจะนอยกวา มีสิทธิ์เขาชื่อกันยื่นคํารองขอใหจัดการประชุมใหญวิสามัญของพรรคไดในกรณีตามวรรคหนึ่งคณะกรรมการบริหารพรรคตองจัดใหมีการประชุมใหญวิสามัญของพรรคภายในหกสิบวันนับตั้งแตวันที่ไดรับหนังสือจากสมาชิก ซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือกรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกพรรคแลวแตกรณีขอ ๔๗ องคประชุมของที่ประชุมใหญพรรคประกอบดวย(๑) กรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด(๒) ผูแทนสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสาขาพรรคซึ่งในจํานวนนี้จะตองประกอบดวยผูแทนสาขาพรรคไมนอยกวาสองสาขาซึ่งมาจากตางภาคกัน(๓) ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดไมนอยกวากึ่งหนึ่งของตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๔) สมาชิกพรรคขอ ๔๘ องคประชุมใหญของพรรคตามขอ ๔๗ ตองมีจํานวนรวมกันไมนอยกวาสองรอยหาสิบคนการลงมติใหถือเสียงขางมากในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มไดอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๔๙ ใหหัวหนาพรรคเปนประธานในที่ประชุมใหญ ถาหัวหนาพรรคไมมาประชุมใหรองหัวหนาพรรคลําดับตนทําหนาที่แทน ถารองหัวหนาพรรคไมมาประชุม ใหที่ประชุมใหญเลือกกรรมการหนา ๔๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ บริหารพรรคคนใดคนหนึ่งเปนประธานและใหเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการที่ประชุมแตถาเลขาธิการพรรคไมมาประชุม หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหที่ประชุมใหญเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนขอ ๕๐ การดําเนินกิจการดังตอไปนี้ ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญของพรรค(๑) การแกไขเปลี่ยนแปลงคําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรค หรือนโยบายพรรค(๒) การแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรค(๓) การเลือกตั้งหัวหนาพรรค เลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรค นายทะเบียนสมาชิกพรรคและกรรมการบริหารอื่นของพรรค(๔) การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรค(๕) ใหความเห็นชอบรายงานการเงินและการดําเนินกิจการของพรรคที่ไดดําเนินการไปในรอบปที่ผานมา (๖) กิจการที่เสนอโดยกรรมการบริหารพรรคหรือหัวหนาสาขาพรรค(๗) กิจการอื่นตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองกฎหมายหรือขอบังคับพรรค การลงมติในที่ประชุมใหญใหกระทําโดยเปดเผย แตการลงมติเลือกบุคคลตาม (๓) และ (๔) ใหลงคะแนนลับขอ ๕๑ คําบอกกลาวเรียกประชุมใหญทุกคราวใหหัวหนาพรรคแจงกําหนดการประชุมใหทราบลวงหนาไมนอยกวาเจ็ดวันโดยใหระบุวัน เวลา สถานที่และระเบียบวาระการประชุมดวยสวนที่ ๒ การประชุมใหญสาขาพรรคขอ ๕๒ หัวหนาสาขาพรรคตองจัดใหมีการประชุมใหญสามัญสาขาพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้งขอ ๕๓ องคประชุมของที่ประชุมใหญสาขาพรรค ประกอบดวย(๑) กรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมด(๒) สมาชิกสาขาพรรคขอ ๕๔ องคประชุมใหญของสาขาพรรคตามขอ ๕๓ ตองมีรวมกันทั้งหมดไมนอยกวาหนึ่งรอยคนการลงมติใหถือเสียงขางมากของสมาชิกที่มาประชุม ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มไดอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาด หนา ๔๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ขอ ๕๕ ใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานในที่ประชุมใหญสาขาพรรค ถาหัวหนาพรรคไมมาประชุมใหรองหัวหนาสาขาพรรคทําหนาที่แทน ถารองหัวหนาพรรคสาขาไมมาหรือไมอยูในที่ประชุมใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่มาประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเปนประธานและใหเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่เปนเลขานุการในที่ประชุมขอ ๕๖ กิจการดังตอไปนี้ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญสาขาพรรค(๑) กิจกรรมที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองหรือกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวของหรือระเบียบ หรือประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือประกาศของนายทะเบียนพรรคการเมือง(๒) เลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคหรือกรรมการสาขาพรรคขอ ๕๗ คําบอกกลาวเรียกประชุมใหญสาขาพรรคทุกคราวใหหัวหนาสาขาพรรคการเมืองแจงกําหนดการประชุมใหสมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสาขาพรรคนั้นทราบลวงหนาไมนอยกวาเจ็ดวัน โดยใหระบุวัน เวลา สถานที่และระเบียบวาระการประชุมดวยสวนที่ ๓ การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๕๘ การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ใหหัวหนาพรรคเปนผูมีหนังสือเชิญประชุมและตองมีกรรมการบริหารพรรคมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการบริหารพรรคที่มีอยูในขณะนั้นจึงจะเปนองคประชุม ใหหัวหนาพรรคเปนประธานที่ประชุม ถาหัวหนาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองหัวหนาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่เปนประธานที่ประชุมแทนและใหเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการในที่ประชุม แตถาเลขาธิการพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดก็ใหรองเลขาธิการพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนในกรณีรองหัวหนาพรรค หรือรองเลขาธิการพรรคไมมาประชุม หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหคณะกรรมการบริหารที่เหลืออยูขณะนั้นเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนขอ ๕๙ มติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคใหถือเสียงขางมาก ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเปนเสียงชี้ขาดสวนที่ ๔ การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคขอ ๖๐ การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค ใหหัวหนาสาขาพรรคเปนผูมีหนังสือเชิญประชุมและจะตองมีกรรมการสาขาพรรคมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการสาขาพรรคที่มีอยูในขณะนั้น จึงจะเปนองคประชุม โดยใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานที่ประชุม หากหัวหนาสาขาพรรคหนา ๔๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่แทนและใหเลขานุการสาขาพรรคเปนเลขานุการในที่ประชุม ถาเลขานุการสาขาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดก็ใหรองเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่แทนกรณีรองหัวหนาสาขาพรรค หรือรองเลขานุการสาขาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูขณะนั้นเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนขอ ๖๑ มติของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคการเมืองใหถือเสียงขางมาก ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเปนเสียงชี้ขาดหมวดที่ ๗สมาชิกพรรคขอ ๖๒ สมาชิกพรรคการเมืองตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้(๑) มีอายุไมต่ํากวาสิบแปดป(๒) มีสัญชาติไทยโดยกําเนิด ในกรณีเปนผูมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติตองไดสัญชาติไทยมาแลวไมนอยกวาหาป(๓) ไมเปนบุคคลตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งมาตรา ๙๘ (๑) (๒) (๔)(๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๔) (๑๖) (๑๗) หรือ (๑๘) ของรัฐธรรมนูญ(๔) ไมเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดใหจําคุกวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการหรือตอตําแหนงหนาที่ในการยุติธรรม หรือกระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยความผิดของพนักงานในองคการหรือหนวยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพยที่กระทําโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา เวนแตจะเปนการรอลงโทษ(๕) ไมเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดวาดวยการกระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยการกูยืมเงินที่เปนการฉอโกงประชาชน กฎหมายวาดวยยาเสพติดในความผิดฐานเปนผูผลิต นําเขา สงออกหรือผูคา กฎหมายวาดวยการพนันในความผิดฐานเปนเจามือหรือเจาสํานัก กฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการคามนุษย หรือกฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน(๖) ไมเปนสมาชิกของพรรคอื่นหรือผูยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นหรือผูแจงการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นหนา ๔๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ขอ ๖๓ การสมัครเปนสมาชิกพรรคใหยื่นใบสมัครตามแบบพิมพของพรรคดวยตนเองพรอมดวยเอกสารประกอบหรือวิธีการสมัครทางอิเล็กทรอนิกสและใหออกใบเสร็จรับเงินตามที่คณะกรรมการเลือกตั้งกําหนดสมาชิกภาพของพรรคเริ่มตั้งแตไดชําระคาบํารุงพรรคการเมืองขอ ๖๔ สมาชิกภาพของสมาชิกพรรคสิ้นสุดลงเมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามขอ ๖๒ เวนแตเปนกรณีมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๙๖ (๑) ของรัฐธรรมนูญและเปนการบวชตามประเพณีนิยม แตในระหวางมีลักษณะตองหามดังกลาวจะใชสิทธิในฐานะสมาชิกพรรคมิได(๔) ไมชําระคาบํารุงพรรคการเมืองเปนเวลาสองปติดตอกัน(๕) พรรคมีมติใหออกเพราะกระทําผิดวินัยหรือจรรยาบรรณอยางรายแรงหรือมีเหตุรายแรงอื่น(๖) พรรคสิ้นสภาพความเปนพรรค หรือยุบพรรคการลาออกจากสมาชิกพรรคตามวรรคหนึ่ง (๒) ใหถือวาสมบูรณเมื่อไดยื่นใบลาออกตอนายทะเบียนสมาชิกพรรค หรือนายทะเบียนพรรคการเมืองการสิ้นสุดของสมาชิกภาพตามวรรคหนึ่ง (๕) หากสมาชิกผูนั้นดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎรมติของพรรคตองมีคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่ของที่ประชุมรวมของคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรคการสิ้นสุดของสมาชิกภาพตามวรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ (๕) ใหพรรคแจงสมาชิกผูนั้นทราบโดยเร็วขอ ๖๕ สมาชิกพรรคมีสิทธิตาง ๆ ดังตอไปนี้(๑) เสนอขอคิดเห็นอันเปนประโยชนตอพรรค(๒) ไดรับการคัดเลือกใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรค(๓) ไดรับเลือกตั้งหรือแตงตั้งเปนผูปฏิบัติงาน คณะทํางานหรือกรรมการสาขาพรรคตัวแทนพรรคประจําจังหวัด หรืออนุกรรมการในคณะตาง ๆ หรือกรรมการบริหารพรรค ตลอดจนเปนที่ปรึกษาพรรค (๔) อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณาเปนกรณีไปหนา ๔๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ขอ ๖๖ สมาชิกพรรคมีหนาที่และความรับผิดชอบตอพรรค ดังตอไปนี้(๑) รวมรับผิดชอบตอเสถียรภาพของพรรคและใหความรวมมือในกิจกรรมของพรรคดวยจิตสํานึกในอุดมคติของพรรคในฐานะเปนเจาของพรรครวมกัน(๒) สนับสนุนสมาชิกพรรคผูที่พรรคไดพิจารณาสงลงสมัครรับเลือกตั้งในทุกระดับและใหความรวมมือในการดําเนินงานของพรรคดวยความเต็มใจและบริสุทธิ์ใจเพื่อความกาวหนาของพรรค(๓) ปฏิบัติตามกฎระเบียบขอบังคับของพรรคอยางเครงครัด ใหการสนับสนุนนโยบายและมติของพรรคอยางจริงจัง(๔) รวมกิจกรรมทางการเมืองของพรรคดวยความเต็มใจและเต็มความสามารถขอ ๖๗ ความรับผิดชอบของพรรคตอสมาชิกพรรค ดังตอไปนี้(๑) ดําเนินการทางการเมืองอยางจริงจังและตอเนื่อง เพื่อใหพรรคไดกาวไปสูการมีบทบาททางการเมืองและเขาสูการบริหารประเทศตามนโยบายของพรรคเพื่อบรรลุเปาหมายตามอุดมการณ(๒) สงเสริมสถานภาพของสมาชิก ใหมีสมรรถภาพตอการดํารงชีวิตของตนเองและครอบครัวและจัดกิจกรรมที่เปนประโยชนเพื่อสมานสามัคคีระหวางมวลสมาชิกทั่วประเทศ(๓) ใหสวัสดิการคุมครองจากอิทธิพล อํานาจมืด และสงเสริมอาชีพใหกับมวลสมาชิก(๔) ใหความสําคัญตอมวลสมาชิกทุกทานอยางเต็มรูปแบบ โดยใหถือวาสมาชิกพรรคเปนบุคคลสําคัญและเปนองคกรหลักของพรรค หมวด ๘มาตรฐานทางจริยธรรมของสมาชิกพรรคและกรรมการบริหารพรรคสวนที่ ๑ มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนอุดมการณขอ ๖๘ ตองยึดมั่นและธํารงไวซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยขอ ๖๙ ตองพิทักษรักษาไวซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแหงอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชนของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบรอยของประชาชนขอ ๗๐ ตองถือผลประโยชนของประเทศชาติเหนือกวาประโยชนสวนตนหนา ๔๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ขอ ๗๑ ตองปฏิบัติหนาที่ดวยความซื่อสัตยสุจริต ไมแสวงหาประโยชนโดยมิชอบเพื่อตนเองหรือผูอื่น หรือมีพฤติการณที่รูเห็น หรือยินยอมใหผูอื่นใชตําแหนงหนาที่ของตนแสวงหาประโยชนโดยมิชอบขอ ๗๒ ตองไมขอ ไมเรียก ไมรับ หรือยอมจะรับทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดในประการที่อาจทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่ขอ ๗๓ ตองไมรับของขวัญของกํานัล ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด เวนแตเปนการรับจากการใหโดยธรรมจรรยาและการรับที่บทบัญญัติแหงกฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับใหรับไดสวนที่ ๒ มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนคานิยมหลักขอ ๗๔ ไมกระทําการอันเปนการขัดกันระหวางประโยชนสวนตนกับประโยชนสวนรวมทั้งนี้ ไมวาโดยทางตรงหรือทางออมขอ ๗๕ ยึดมั่นหลักนิติธรรมและประพฤติตนอยูในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชนขอ ๗๖ ปฏิบัติหนาที่ดวยความยุติธรรม เปนอิสระ เปนกลางและปราศจากอคติ โดยไมหวั่นไหวตออิทธิพล กระแสสังคมหรือแรงกดดันอันมิชอบดวยกฎหมาย โดยคํานึงถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมแหงสถานภาพขอ ๗๗ รักษาไวซึ่งความลับในการประชุม การพิจารณาวินิจฉัย รวมทั้งเคารพตอมติของที่ประชุมฝายขางมากและเหตุผลของทุกฝายอยางเครงครัดขอ ๗๘ ใหขอมูลขาวสารตามขอเท็จจริงแกประชาชนหรือสื่อมวลชนอันอยูในความรับผิดชอบของตนถูกตองครบถวนและไมบิดเบือนขอ ๗๙ ไมใหคําปรึกษาแกบุคคลภายนอก หรือแสดงความคิดเห็น หรือขอมูลตอสื่อสาธารณะหรือสาธารณชนในเรื่องที่อยูในระหวางการพิจารณาอันอาจกอใหเกิดความเสียหาย หรือเสียความเปนธรรมแกการปฏิบัติหนาที่ เวนแตเปนการปฏิบัติหนาที่ตามกฎหมายขององคกรขอ ๘๐ ไมกระทําการใดที่กอใหเกิดความเสื่อมเสียตอเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหนงขอ ๘๑ ไมปลอยปละละเลยหรือยินยอมใหบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลที่อยูในกํากับดูแลหรือความรับผิดชอบของตน เรียกรับหรือยอมจะรับทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดจากคูกรณีหรือจากบุคคลอื่นใดในประการที่อาจทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่ของตนหนา ๔๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ขอ ๘๒ ไมคบหาสมาคมกับคูกรณี ผูประพฤติผิดกฎหมาย มีผูมีอิทธิพล หรือผูมีความประพฤติหรือผูมีชื่อเสียงในทางเสื่อมเสียอันอาจกระทบกระเทือนตอความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหนาที่ขอ ๘๓ ไมกระทําการอันมีลักษณะเปนการลวงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ จนเปนเหตุทําใหผูถูกกระทําไดรับความเดือดรอนเสียหายหรือกระทบตอการปฏิบัติหนาที่โดยผูถูกกระทําอยูในภาวะจําตองยอมรับในการกระทํานั้นไมนําความสัมพันธทางเพศที่ตนมีตอบุคคลใดมาเปนเหตุหรือมีอิทธิพลครอบงําใหใชดุลพินิจในการปฏิบัติหนาที่อันเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใดสวนที่ ๓ จริยธรรมทั่วไปขอ ๘๔ ปฏิบัติหนาที่อยางเต็มกําลังความสามารถและยึดมั่นในความถูกตองชอบธรรมโปรงใสและตรวจสอบไดและปฏิบัติตามกฎหมายโดยคํานึงถึงผลประโยชนของชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวมขอ ๘๕ ดูแลรักษาและใชทรัพยสินของพรรคอยางประหยัด คุมคา โดยระมัดระวังมิใหเสียหายหรือสิ้นเปลืองโดยไมจําเปนขอ ๘๖ รักษาความลับของพรรคและระเบียบแบบแผนของพรรคขอ ๘๗ ดําเนินการอื่นใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบและระบบคุณธรรม รวมทั้งสงเสริมและสนับสนุนใหเกิดความสามัคคีในการปฏิบัติหนาที่เพื่อประโยชนสวนรวมสวนที่ ๔ การฝาฝนและไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมขอ ๘๘ การฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในสวนที่ ๑ ใหถือวามีลักษณะรายแรงการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในสวนที่ ๒ และสวนที่ ๓ จะถือวามีลักษณะรายแรงหรือไม ใหพิจารณาถึงพฤติกรรมของการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามเจตนาและความรายแรงของความเสียหายที่เกิดจากการฝาฝนหรือไมปฏิบัตินั้นขอ ๘๙ การดําเนินการแกบุคคลใดวากระทําการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมนี้ใหเปนไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับวาดวยการนั้นหนา ๔๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ หมวด ๙การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อและการคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีสวนที่ ๑ คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๙๐ เมื่อมีกรณีตองสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง พรรคตองจัดใหมีคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๙๑ ใหมีกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งจํานวนเกาคน ประกอบดวย(๑) กรรมการบริหารพรรคจํานวนสี่คน(๒) หัวหนาสาขาพรรคจากภาคละหนึ่งสาขา จํานวนสี่คน(๓) ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดจํานวนหนึ่งคนขอ ๙๒ การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งใหดําเนินการในที่ประชุมใหญของพรรคโดยการลงคะแนนลับตามลําดับ ดังนี้(๑) ใหที่ประชุมใหญกําหนดจํานวนของคณะกรรมการสรรหาตามขอ ๙๑(๒) ใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาจนครบจํานวนตามที่กําหนดใน (๑)ซึ่งในกรณีการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการสรรหา ตองมีผูเขาประชุมรับรองไมนอยกวาสิบคนและผูไดรับการเสนอชื่อตองอยูในที่ประชุมขอ ๙๓ กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งมีวาระดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่ประชุมใหญใหความเห็นชอบขอ ๙๔ ความเปนกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก โดยใหถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคไดรับหนังสือลาออก(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) พนจากความเปนกรรมการบริหารพรรค หัวหนาสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด (๕) ขาดจากสมาชิกภาพ(๖) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดหนา ๔๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ เมื่อตําแหนงกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งวางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรค หรือกรรมการสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด แลวแตกรณีเขาทําหนาที่แทน จนกวาจะมีการเลือกตั้งแทนที่ตําแหนงที่วาง ซึ่งตองกระทําในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงขอ ๙๕ กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งทั้งคณะพนจากตําแหนง เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งวางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งทั้งหมดในกรณีกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งวางลงตาม (๑) ใหกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการเลือกตั้งกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งชุดใหมซึ่งตองกระทําภายในหกสิบวันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงในกรณีกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งวางลงตาม (๒) ใหกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งชุดใหมซึ่งตองกระทําภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งวางลงเกินกึ่งหนึ่งสวนที่ ๒ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งขอ ๙๖ พรรคการเมืองซึ่งประสงคจะสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งในจังหวัดใด ตองมีสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในจังหวัดนั้นในกรณีที่พรรคการเมืองใดมีสาขาพรรคมากกวาหนึ่งสาขาหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดมากกวาหนึ่งตัวแทนในจังหวัดใด ใหพรรคการเมืองนั้นกําหนดวาจะใหสาขาพรรคใดหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตัวแทนใดในจังหวัดนั้น เปนสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งขอ ๙๗ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งใหดําเนินการตามวิธีการ ดังนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งกําหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสมัครเปนผูสมัครรับเลือกตั้งและประกาศใหสมาชิกพรรคทราบเปนการทั่วไปหนา ๕๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ (๒) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครตาม (๑) ใหคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้ง แลวสงรายชื่อผูสมัครใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๓) เมื่อสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดไดรับรายชื่อผูสมัครจากคณะกรรมการสรรหาแลว ใหหัวหนาสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดจัดการประชุมสมาชิกพรรคเพื่อรับฟงความคิดเห็นใหสมาชิกใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสงมาทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด(๔) ใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดสงรายชื่อผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็นตาม (๓) ใหคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาเสนอความคิดเห็น(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงรายชื่อผูสมัครของแตละเขตเลือกตั้งพรอมความคิดเห็นตาม (๓) และ (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่จะเสนอใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้งสวนที่ ๓ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อขอ ๙๘ การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ใหพรรคการเมืองจัดทําบัญชีรายชื่อเพื่อสงใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด โดยตองคํานึงถึงผูสมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิงดวย ในกรณีที่พรรคการเมืองใดมีสาขาพรรคมากกวาหนึ่งสาขาหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดมากกวาหนึ่งตัวแทนในจังหวัดใด ใหพรรคการเมืองนั้นกําหนดวาจะใหสาขาพรรคใดหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตัวแทนใดในจังหวัดนั้น เปนสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในจังหวัดนั้น ดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อขอ ๙๙ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งกําหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสมัครและการเสนอรายชื่อบุคคลเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง และมีหนังสือแจงไปยังคณะกรรมการบริหารพรรคหัวหนาสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด และประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไปหนา ๕๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ (๒) ใหกรรมการบริหารพรรค หัวหนาสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเสนอรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหคณะกรรมการสรรหา(๓) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครและเสนอรายชื่อตาม (๑) แลว ใหคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามและจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งไมเกินหนึ่งรอยรายชื่อโดยตองคํานึงถึงผูสมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิงแลวสงบัญชีรายชื่อดังกลาวใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๔) เมื่อสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดไดรับบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งตาม (๓) จากคณะกรรมการสรรหาแลวใหหัวหนาสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด จัดการประชุมสมาชิกเพื่อรับฟงความคิดเห็นและใหสมาชิกใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสงมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการเลือกตั้งกําหนดและสงรายชื่อดังกลาวทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็นใหคณะกรรมการสรรหาพิจารณาจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งพรอมเสนอความคิดเห็น(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งพรอมความคิดเห็นตาม (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่เหมาะสมเปนผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อแลวจัดลําดับตามที่เห็นวาเหมาะสมเพื่อใหไดบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเพื่อประโยชนในการสงเสริมการมีสวนรวมของสมาชิก ในกรณีที่สมาชิกผูใดมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดที่ยังมิไดมีการจัดตั้งสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ใหสามารถใชสิทธิการเปนสมาชิกในจังหวัดใกลเคียงที่มีสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด สวนที่ ๔ ขอยกเวนในการสงผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๑๐๐ ในการเลือกตั้งทั่วไป การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ ใหดําเนินการสรรหาตามวิธีการที่กําหนดในขอ ๙๗ และขอ ๙๙ เวนแตกรณีที่เปนการสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งสําหรับการเลือกตั้งแทนการเลือกตั้งที่เปนโมฆะหรือการเลือกตั้งใหมในกรณีที่ไมมีผูใดไดรับเลือกตั้งหรือกรณีผูสมัครตายกอนปดการรับสมัครรับเลือกตั้ง ใหคณะกรรมการสรรหาและคณะกรรมการบริหารพรรคเปนผูพิจารณารวมกันหนา ๕๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ สวนที่ ๕ การคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีขอ ๑๐๑ ในการเลือกตั้งทั่วไป ใหพรรคที่สงผูสมัครรับเลือกตั้งแจงรายชื่อบุคคลซึ่งพรรคนั้นมีมติวาจะเสนอใหสภาผูแทนราษฎรเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีไมเกินสามรายชื่อตอคณะกรรมการการเลือกตั้งกอนปดการรับสมัครเลือกตั้งขอ ๑๐๒ การเสนอชื่อบุคคลตามขอ ๑๐๑ ตองเปนไปตามหลักเกณฑ ดังตอไปนี้(๑) ตองมีหนังสือยินยอมของบุคคลซึ่งไดรับการเสนอชื่อ โดยมีรายละเอียดตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด(๒) ผูไดรับการเสนอชื่อตองเปนผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามที่จะเปนรัฐมนตรีตามที่รัฐธรรมนูญกําหนด และไมเคยทําหนังสือยินยอมตาม (๑) ใหพรรคการเมืองอื่นในการเลือกตั้งคราวนั้นการเสนอชื่อบุคคลใดที่ไมเปนไปตามวรรคหนึ่ง ใหถือวาไมมีการเสนอชื่อบุคคลนั้นหมวด ๑๐หลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกบุคคลผูดํารงตําแหนงทางการเมืองขอ ๑๐๓ กรณีที่จะมีการแตงตั้งบุคคลเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมือง ใหพรรคประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไปเพื่อเชิญชวน ใหกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด และสมาชิกพรรค เสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรจะเสนอใหไดรับการพิจารณาแตงตั้งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองตอคณะกรรมการบริหารพรรคภายในระยะเวลาที่กําหนด และใหคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาคัดเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามที่กฎหมายกําหนดและเปนบุคคลที่มีความรู ความสามารถ ซื่อสัตยสุจริต มีคุณธรรมจริยธรรมจากรายชื่อบุคคลที่กรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด หรือสมาชิกพรรค เสนอมาเพื่อแตงตั้งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมือง หมวด ๑๑การบริหารการเงินและทรัพยสิน และการจัดทําบัญชีของพรรค สาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๑๐๔ ใหคณะกรรมการบริหารพรรคมีหนาที่บริหารการเงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดของพรรคและสาขาพรรค ตลอดจนจัดใหมีการทําบัญชีใหถูกตองตามความเปนจริงหนา ๕๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ใหหัวหนาสาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัด จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดไดรับหรือจาย โดยบันทึกบัญชีใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันที่รายการนั้นเกิดขึ้น และสรุปรายงานใหพรรคทราบเปนประจําทุกสิ้นเดือน และปดประกาศไวณ สํานักงานสาขาพรรคหรือที่ทําการตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๑๐๕ การลงรายการบัญชีของพรรคตองมีรายการและเอกสารประกอบการลงบัญชีที่ถูกตองครบถวน โดยตองจัดทําภายในระยะเวลา ดังนี้(๑) การลงบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับ และแสดงคาใชจายหรือรายจายและบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาค ตองลงรายการใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตรายการนั้นเกิดขึ้น(๒) การลงบัญชีแยกประเภท บัญชีแสดงรายการทรัพยสิน และบัญชีแสดงหนี้สินตองลงรายการใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันสิ้นเดือนของเดือนที่รายการนั้นเกิดขึ้นหมวด ๑๒รายไดพรรคและอัตราคาธรรมเนียม และคาบํารุงพรรคขอ ๑๐๖ พรรคอาจมีรายได ดังตอไปนี้(๑) เงินทุนประเดิมของพรรค(๒) เงินคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรค(๓) เงินที่ไดจากการจําหนายสินคาหรือบริการของพรรค(๔) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดที่ไดจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรค(๕) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดที่ไดจากการรับบริจาค(๖) เงินอุดหนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง(๗) ดอกผลและรายไดที่เกิดจากเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดของพรรคสวนที่ ๑ การหารายไดจากการจําหนายสินคาขอ ๑๐๗ การจําหนายสินคาหรือบริการตองไมมุงแสวงหาผลกําไรมาแบงปนในทางธุรกิจโดยราคาหรือคาตอบแทนจากการจําหนายสินคาหรือการใหบริการจะตองคํานึงถึงราคาตามปกติในทองที่นั้นขอ ๑๐๘ สถานที่จําหนายสินคาหรือบริการ ไดแก ที่ตั้งสํานักงานใหญพรรค ที่ตั้งสํานักงานสาขาพรรคสถานที่ทําการพรรคประจําจังหวัด บริเวณสถานที่จัดกิจกรรมระดมทุน หรือบริเวณสถานที่จัดประชุมใหญพรรคสาขาพรรค หนา ๕๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ขอ ๑๐๙ เมื่อพรรค สาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ดําเนินการจําหนายสินคาหรือบริการ ใหหัวหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรค จัดทําทะเบียนสินคาหรือบริการ ซึ่งประกอบดวย รายการ จํานวนเงิน หรือมูลคาของสินคา หรืออัตราคาบริการแตละประเภทใหครบถวนถูกตองขอ ๑๑๐ การจําหนายสินคาหรือบริการ ใหบันทึกบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับและใหแสดงในงบการเงินประจําปของพรรคใหครบถวนถูกตองสวนที่ ๒ การจัดกิจกรรมระดมทุนขอ ๑๑๑ การจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคตองกระทําโดยเปดเผยและแสดงวัตถุประสงควาเปนการระดมทุนของพรรคอยางชัดเจนการใหเงิน ทรัพยสินแกพรรค รวมถึงการใหประโยชนอื่นใดแกพรรคที่ไดจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรค ใหอยูภายใตบังคับของบทบัญญัติเรื่องการรับบริจาคขอ ๑๑๒ สถานที่จัดกิจกรรมระดมทุน ไดแก ที่ตั้งสํานักงานใหญพรรค ที่ตั้งสํานักงานสาขาพรรคสถานที่ทําการตัวแทนพรรคประจําจังหวัด บริเวณสถานที่จัดประชุมใหญของพรรค สาขาพรรคหรือสถานที่ที่พรรคเห็นสมควรขอ ๑๑๓ ภายในสามสิบวันนับแตวันที่จัดกิจกรรมระดมทุนสิ้นสุดลง ใหหัวหนาพรรคจัดทํารายละเอียดเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมระดมทุน คาใชจายในการจัดกิจกรรมและจํานวนเงินที่ไดรับจากการจัดกิจกรรมระดมทุน และใหหัวหนาพรรคประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป พรอมทั้งแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบดวยขอ ๑๑๔ การจัดกิจกรรมระดมทุน ใหบันทึกบัญชีรายไดหรือรายรับ และบัญชีรายวันแสดงคาใชจายหรือรายจาย และใหแสดงในงบการเงินประจําปของพรรคใหครบถวนถูกตองสวนที่ ๓ การรับบริจาคของพรรคขอ ๑๑๕ ใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคเปดบัญชีเงินฝากกับธนาคารพาณิชยโดยระบบชื่อเจาของบัญชี “พรรคพลังประชาธิปไตย”ในการรับบริจาคของพรรคใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคเปดบัญชีเงินฝากกับธนาคารพาณิชยโดยระบุชื่อเจาของบัญชี “พรรคพลังประชาธิปไตย (เพื่อการบริจาค)”หนา ๕๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ใหหัวหนาพรรคแจงหมายเลขบัญชีของบัญชีเงินฝากและจํานวนเงินที่เปดบัญชีทุกบัญชีใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในเจ็ดวันนับแตวันที่เปดบัญชีขอ ๑๑๖ การรับบริจาคเปนเงินสดใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคนําเงินฝากไวในบัญชีตามขอ ๑๑๕ ภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาค กรณีบริจาคเปนตั๋วแลกเงิน หรือเช็คจะตองไมถูกปฏิเสธการจายเงิน จึงถือไดวาเปนการบริจาคแกพรรคขอ ๑๑๗ เมื่อมีการบริจาคใหผูรับบริจาคจัดทําบันทึกการบริจาคใหแลวเสร็จภายในสามวันนับแตวันที่ไดรับบริจาคและใหจัดสงบันทึกการรับบริจาคพรอมเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาค ถาหากทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดที่มิอาจนําสงแกพรรคไดใหผูรับบริจาคแจงรายละเอียดเกี่ยวกับการบริจาคนั้นแกพรรคทราบขอ ๑๑๘ เมื่อพรรคไดรับหลักฐานตามขอ ๑๑๗ ใหออกใบเสร็จรับเงิน (เงินบริจาค)หรือหลักฐานการรับบริจาคทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดภายในวันที่ไดรับบริจาคแลวจัดสงใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการรับบริจาคแกผูบริจาคภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ออกหลักฐานนั้นขอ ๑๑๙ ใหพรรคบันทึกการรับบริจาคไวในบัญชีแสดงรายรับการบริจาคของพรรคใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันที่เกิดรายการ โดยอยางนอยตองมีรายการ ดังนี้(๑) ชื่อ ที่อยูของพรรค(๒) ชื่อตัว ชื่อสกุล และตําแหนงผูรับบริจาค(๓) ชื่อตัว ชื่อสกุล และตําแหนงของผูบริจาค(๔) วัน เดือน ป ที่รับบริจาค(๕) รายละเอียดการรับบริจาค(๖) จํานวนเงินหรือมูลคาทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด(๗) เอกสารอางอิง(๘) ลายมือชื่อหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคขอ ๑๒๐ ใหหัวหนาพรรคประกาศบัญชีรายชื่อผูบริจาค จํานวนเงิน รายการทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดที่ไดรับบริจาคที่มีมูลคาไมนอยกวาหาพันบาท พรอมทั้งวัตถุประสงคของการบริจาคเพื่อใหประชาชนทราบเปนประจําทุกวันที่ ๑ ของเดือนถัดไปหนา ๕๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ การตีราคาทรัพยสิน หรือการประเมินมูลคาประโยชนอื่นใดที่ไดรับบริจาคใหคํานวณราคาทรัพยสินอัตราคาเชา คาตอบแทน หรือคาของสิทธิที่ไดรับตามปกติทางการคาในทองถิ่นนั้นขอ ๑๒๑ เมื่อหัวหนาพรรคดําเนินการตามขอ ๑๒๐ แลว ใหแจงนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่ประกาศขอ ๑๒๒ บุคคลใดจะบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคมีมูลคาเกินสิบลานตอพรรคตอปมิได และในกรณีที่บุคคลนั้นเปนนิติบุคคล การบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคไมวาพรรคเดียวหรือหลายพรรคเกินปละหาลานบาท ตองแจงใหที่ประชุมใหญผูถือหุนทราบในการประชุมใหญคราวตอไปหลังจากบริจาคแลวพรรคจะรับบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดซึ่งมีมูลคาเกินวรรคหนึ่งมิไดสวนที่ ๔ อัตราคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมืองขอ ๑๒๓ สมาชิกพรรคตองชําระคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมืองปละไมนอยกวายี่สิบบาทและแบบตลอดชีพไมนอยกวาสองรอยบาทเพื่อประโยชนในการนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของสมาชิกใหถือวารอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของสมาชิกไดชําระคาบํารุงพรรคการเมืองเปนครั้งแรกสิ้นสุดลงในวันสิ้นปปฏิทินของปเดียวกันนั้น และใหเริ่มตนนับรอบเวลาการชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปถัดไปใหม โดยใหเริ่มตนนับตั้งแตวันที่ ๑ มกราคม และสิ้นสุดลงในวันที่๓๑ ธันวาคม ของปเดียวกัน ทั้งนี้ สมาชิกพรรคอาจชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของปถัดไปภายในกรอบระยะเวลาดังกลาวเมื่อใดก็ได หมวดที่ ๑๓การใชจายของพรรคขอ ๑๒๔ เงินและทรัพยสินของพรรคตองนําไปใชจายเพื่อดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคคาใชจายเกี่ยวกับการเลือกตั้งของพรรคและสมาชิก และคาใชจายในการบริหารพรรคพรรคตองเปดเผยคาใชจายในการโฆษณาหรือประชาสัมพันธการดําเนินกิจกรรมของพรรคทุกประเภทเพื่อใหสมาชิกและประชาชนทราบเปนการทั่วไป โดยปดประกาศ ณ ที่ทําการของพรรค หรือเผยแพรผานระบบฐานขอมูลพรรคการเมือง หรือวิธีการอื่นใดที่เขาถึงไดโดยสะดวกภายในระยะเวลาสามสิบวันนับแตไดดําเนินการเสร็จสิ้นแลว หนา ๕๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ขอ ๑๒๕ ในกรณีที่พรรค ผูบริหารพรรค หรือบุคคลใด ใหเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดแกสมาชิกซึ่งดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ไมวาโดยทางตรงหรือทางออม และไมวาจะใหเปนประจําหรือเปนครั้งคราว ถาการให หรือรับเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดนั้นไมเปนความผิดตามมาตรา ๑๔๔หรือมาตรา ๑๔๙ แหงประมวลกฎหมายอาญา ใหพรรค ผูบริหารพรรค หรือบุคคลนั้น แลวแตกรณีแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบถึงการใหเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดนั้น และประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวยหามมิใหสมาชิกซึ่งดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎร รับเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดจากบุคคลใดโดยไมมีมูลจะอางไดตามกฎหมาย เวนแตเงินที่ไดมีการแจงไวตามวรรคหนึ่งขอ ๑๒๖ ใหเปนหนาที่ของกรรมการบริหารพรรคที่จะตองตรวจสอบและควบคุมมิใหมีการนําเงินหรือทรัพยสินของพรรคไปใชจายเพื่อการอื่นใดนอกจากที่กําหนดไวในขอ ๑๒๑ และขอ ๑๒๒หมวด ๑๔การเลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๑๒๗ การเลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ใหเปนมติของกรรมการบริหารพรรคในกรณีกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะดวยเหตุพนจากสมาชิกพรรคใหถือวาเปนเหตุใหเลิกพรรคขอ ๑๒๘ ในกรณีที่พรรคตองสิ้นสภาพความเปนพรรคการเมือง หรือยุบพรรคใหทรัพยสินของพรรคที่เหลือภายหลังจากการชําระบัญชีแลวตกเปนของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองจึงประกาศใหทราบโดยทั่วกัน ประกาศ ณ วันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๗แสวง บุญมีเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งนายทะเบียนพรรคการเมืองหนา ๕๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)