ThaiGovData

บันทึกการประชุมวุฒิสภา ครั้ง ๒๑ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันอังคารที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๗ ณ ห้องประชุมวุฒิสภา อาคารรัฐสภา ชั้น ๒ ถนนสามเสน แขวงถนนไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

undated

Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th

The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.

บันทึกการประชุมวุฒิสภาครั้งที่ ๒๑ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่หนึ่ง)วันอังคารที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๗ณ หองประชุมวุฒิสภา อาคารรัฐสภา ชั้น ๒ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานครเริ่มประชุมเวลา ๐๙.๓๕ นาฬิกาเมื่อสมาชิกฯ มาครบองคประชุมแลว พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่งขึ้นบัลลังก ปฏิบัติหนาที่ประธานของที่ประชุม กลาวเปดประชุม และไดแจงตอที่ประชุมวาในการประชุมวุฒิสภาครั้งนี้ไมมีเรื่องที่ประธานจะแจงตอที่ประชุม เรื่องรับรองรายงานการประชุม และเรื่องกระทูถามตอมา ประธานของที่ประชุมไดดําเนินการใหที่ประชุมพิจารณาเรื่องดวน ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ (ตามขอบังคับ ขอ ๑๐๕) (เรื่องดวน)ตามที่ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๙ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่สอง) วันจันทรที่ ๑๙ กุมภาพันธ ๒๕๖๗ที่ประชุมไดพิจารณาเรื่องดวน ใหความเห็นชอบบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ (พลตํารวจโท ธิติ แสงสวาง) ผลการออกเสียงลงคะแนนปรากฏวาพลตํารวจโท ธิติ แสงสวาง ไดรับคะแนนเสียงเห็นชอบนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเทาที่มีอยูของวุฒิสภา จึงถือวาเปนผูที่ไมไดรับความเห็นชอบจากวุฒิสภาใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ ดังนั้น คณะกรรมการสรรหากรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติจึงตองดําเนินการสรรหาบุคคลผูสมควรไดรับการแตงตั้งเปนกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติใหมแทนผูนั้น ตามมาตรา ๑๔ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑บัดนี้ คณะกรรมการสรรหากรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติไดพิจารณาดําเนินการสรรหาบุคคลผูสมควรไดรับการแตงตั้งเปนกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติโดยเปนผูมีคุณสมบัติตามมาตรา ๙ วรรคสอง และมาตรา ๑๐ รวมทั้งไมมีลักษณะตองหามหนา ๙๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๘ ตามมาตรา ๑๑ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๖๑ เสร็จสิ้นแลว ผลปรากฏวา มีผูไดรับการคัดสรรใหเปนบุคคลผูสมควรไดรับการแตงตั้งเปนกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ โดยไดรับคะแนนเสียงถึงสองในสามของจํานวนทั้งหมดเทาที่มีอยูของคณะกรรมการสรรหากรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติจํานวน ๑ คนคือ นายประภาศ คงเอียด อดีตอธิบดีกรมบัญชีกลาง และอดีตอธิบดีกรมธนารักษ ทั้งนี้ โดยไดรับความยินยอมจากบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อดังกลาวดวยแลว โดยที่ขอบังคับ ขอ ๑๐๕ วรรคหนึ่งกําหนดวา เมื่อมีกรณีที่วุฒิสภาจะตองพิจารณาใหบุคคลดํารงตําแหนงใดตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ใหวุฒิสภาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้นคณะหนึ่ง มีจํานวนไมเกินสิบหาคน เพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงนั้นรวมทั้งรวบรวมขอเท็จจริงและพยานหลักฐานอันจําเปนสําหรับตําแหนงนั้นเปนกรณี ๆ ไป ในการนี้ประธานของที่ประชุมจึงขอปรึกษาตอที่ประชุมเพื่อกําหนดจํานวนกรรมาธิการสามัญฯ โดยมีสมาชิกฯเสนอใหที่ประชุมตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ จํานวน ๑๕ คน ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบ หลังจากสมาชิกฯเสนอรายชื่อกรรมาธิการสามัญฯ แลว ที่ประชุมไดมีมติเห็นชอบใหตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ จํานวน ๑๕ คนประกอบดวย๑. พันตํารวจเอก กอบ อัจนากิตติ ๒. นายธวัช สุระบาล๓. นายนิเวศ พันธเจริญวรกุล ๔. นายพรเพิ่ม ทองศรี๕. พลตํารวจโท ยุทธนา ไทยภักดี ๖. นายวิเชียร ชัยสถาพร๗. นายวิรัตน รักษพันธ ๘. นายวิวรรธน ไกรพิสิทธิ์กุล๙. นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ๑๐. พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา๑๑. นายสุทนต กลาการขาย ๑๒. นายอภิชาติ งามกมล๑๓. นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส ๑๔. นายเอกชัย เรืองรัตน๑๕. นายเอนก วีระพจนานันทโดยมีกําหนดระยะเวลาดําเนินการใหแลวเสร็จภายใน ๖๐ วันนับแตวันที่วุฒิสภามีมติตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ ชุดนี้ ตามขอบังคับ ขอ ๑๐๕ วรรคสองหนา ๙๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๘ จากนั้น ประธานของที่ประชุมไดแจงตอที่ประชุมวาในการประชุมวุฒิสภาครั้งนี้ไมมีเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแลว และไดดําเนินการใหที่ประชุมพิจารณาเรื่องที่คางพิจารณา รายงานประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ศาลปกครองและสํานักงานศาลปกครอง (ตามมาตรา ๙๓ประกอบมาตรา ๙๐ แหงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒)(ระเบียบวาระที่ ๕) (เปนเรื่องที่เลื่อนมาจากการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่หนึ่ง)วันจันทรที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗) หลังจากรองเลขาธิการสํานักงานศาลปกครอง รักษาราชการแทนเลขาธิการสํานักงานศาลปกครอง (นายจํานงค ถาวรวิสิทธิ์) ไดแถลงรายงานฯ แลว โดยมีสมาชิกฯอภิปรายแสดงความคิดเห็นพอสมควร รองเลขาธิการสํานักงานศาลปกครอง รักษาราชการแทนเลขาธิการสํานักงานศาลปกครอง (นายจํานงค ถาวรวิสิทธิ์) ไดตอบชี้แจงตอที่ประชุมแลว ที่ประชุมไดพิจารณารับทราบรายงานฯ ดังกลาวตอจากนั้น ประธานของที่ประชุมไดแจงตอที่ประชุมวาในการประชุมวุฒิสภาครั้งนี้ไมมีเรื่องที่เสนอใหมและไดดําเนินการใหที่ประชุมพิจารณาเรื่องอื่น ๆ ดังนี้๑. สรุปผลการดําเนินงานดานนิติบัญญัติของวุฒิสภา สมัยประชุมสามัญประจําปครั้งที่หนึ่ง(ระหวางวันที่ ๓ กรกฎาคม - ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๗) (ระเบียบวาระที่ ๗.๑) ประธานของที่ประชุมไดแจงผลการดําเนินงานดานนิติบัญญัติของวุฒิสภา สมัยประชุมสามัญประจําปครั้งที่หนึ่ง ระหวางวันที่๓ กรกฎาคม ๒๕๖๗ - ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๗ สรุปไดวา มีการประชุมวุฒิสภาทั้งสิ้น จํานวน ๒๑ ครั้งใชเวลาในการประชุมทั้งสิ้น จํานวน ๑๒๓ ชั่วโมง ๓๐ นาที โดยประมาณ มีการปรึกษาหารือกอนเขาสูระเบียบวาระการประชุม ตามขอบังคับ ขอ ๑๘ จํานวน ๘ ครั้ง และมีสมาชิกขอปรึกษาหารือจํานวน ๑๒๓ เรื่อง ใชเวลาในการปรึกษาหารือทั้งสิ้น จํานวน ๗ ชั่วโมง ๔๕ นาที และมีผลการดําเนินงานดานตาง ๆ ดังนี้๑) ผลการดําเนินงานดานกฎหมาย๑.๑) การพิจารณารางพระราชบัญญัติ จํานวน ๑๑ ฉบับ- วุฒิสภาเห็นชอบดวยกับสภาผูแทนราษฎร จํานวน ๕ ฉบับ- วุฒิสภาเห็นชอบดวยกับคณะกรรมาธิการรวมกัน จํานวน ๑ ฉบับ- อยูระหวางการพิจารณาของคณะกรรมาธิการรวมกัน จํานวน ๑ ฉบับ- อยูระหวางการพิจารณาของวุฒิสภา จํานวน ๔ ฉบับ๑.๒) การพิจารณารางขอบังคับการประชุมวุฒิสภา จํานวน ๑ ฉบับหนา ๙๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๘ ๒) ผลการดําเนินงานดานการควบคุมการบริหารราชการแผนดิน๒.๑) การพิจารณากระทูถามมีกระทูถามที่รับมาดําเนินการ จํานวน ๕๒ กระทูกระทูถามดวยวาจา จํานวน ๒๑ กระทู- ตอบแลว จํานวน ๗ กระทู- ตกไป จํานวน ๑๔ กระทูกระทูถามเปนหนังสือ จํานวน ๓๑ กระทูกระทูถามที่ขอตอบในที่ประชุม จํานวน ๒๕ กระทู- ตอบแลว จํานวน ๑๕ กระทู- คางตอบ จํานวน ๓ กระทู- ตกไป จํานวน ๗ กระทูกระทูถามที่ขอใหตอบในราชกิจจานุเบกษา จํานวน ๖ กระทู- รอตอบ จํานวน ๖ กระทู๒.๒) การพิจารณารายงานประจําปของหนวยงานหรือองคกรตาง ๆ จํานวน ๒๕ เรื่อง๒.๓) การพิจารณาญัตติ จํานวน ๙ เรื่อง๓) การพิจารณาเลือกหรือใหความเห็นชอบบุคคลใหดํารงตําแหนงใด ๆ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่น- วุฒิสภาเลือกหรือใหความเห็นชอบบุคคล จํานวน ๓ ครั้งใหดํารงตําแหนงใด ๆ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่น- อยูระหวางการพิจารณาของคณะกรรมาธิการสามัญ จํานวน ๑ ตําแหนงเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อ หนา ๙๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๘ ๔) ผลการดําเนินงานดานอื่น ๆ- การเลือกประธานและรองประธานวุฒิสภา- การตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อสรรหาสมาชิกใหดํารงตําแหนงกรรมาธิการสามัญประจําวุฒิสภา- การตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจําวุฒิสภา จํานวน ๒๑ คณะ- การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา- การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย๒. พระราชกฤษฎีกาปดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจําปครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. ๒๕๖๗(ระเบียบวาระที่ ๗.๒) ประธานของที่ประชุมไดมอบหมายใหรองเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหนาที่เลขาธิการวุฒิสภา (นายตนพงศ ตั้งเติมทอง) อานพระบรมราชโองการประกาศพระราชกฤษฎีกาปดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจําปครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. ๒๕๖๗ ตั้งแตวันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๗โดยในระหวางการพิจารณาเรื่องดวน เรื่องที่คางพิจารณาและเรื่องอื่น ๆ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง และรองประธานวุฒิสภา คนที่สอง ไดผลัดเปลี่ยนกันทําหนาที่ประธานของที่ประชุมเลิกประชุมเวลา ๑๒.๐๐ นาฬิกาปณณิตา สทานไตรภพรองเลขาธิการวุฒิสภา รักษาราชการแทนเลขาธิการวุฒิสภาหนา ๙๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)