ประกาศนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดอุบลราชธานี เรื่อง จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับมูลนิธิ [มูลนิธิเพื่อการศึกษาลูกหลานเมืองอุบล]
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
ประกาศนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดอุบลราชธานีเรื่อง จดทะเบียนแกไขเพิ่มเติมขอบังคับของ “มูลนิธิเพื่อการศึกษาลูกหลานเมืองอุบล”ดวย นายวีระพงศ เดชบุญ ไดยื่นคําขอจดทะเบียนแกไขเพิ่มเติมขอบังคับมูลนิธิเพื่อการศึกษาลูกหลานเมืองอุบล ดังนี้ ขอบังคับมูลนิธิเพื่อการศึกษาลูกหลานเมืองอุบล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๕ดวยที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิเพื่อการศึกษาลูกหลานเมืองอุบล ครั้งที่ ๑/๒๕๖๕เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๕ ไดมีมติใหยกเลิกขอบังคับมูลนิธิเพื่อการศึกษาลูกหลานเมืองอุบล(ฉบับที่ ๑) พ.ศ. ๒๕๒๕ ลงวันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ และ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๑ลงวันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ ใหใชขอบังคับ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๕ ดังตอไปนี้หมวดที่ ๑ชื่อ เครื่องหมาย และสํานักงานที่ตั้งขอ ๑ มูลนิธินี้ชื่อวา “มูลนิธิเพื่อการศึกษาลูกหลานเมืองอุบล” ยอวา “ศ.ล.อบ.” เรียกเปนภาษาอังกฤษวา “UBON EDUCATION FOUNDATION” ยอวา “U.E.F.”ขอ ๒ เครื่องหมายของมูลนิธินี้ คือ รูปดอกบัวบานจะมีเทียนที่สองแสงและในกรอบวงกลมลอมรอบและมีชื่อเต็มชื่อยอมูลนิธิอยูภายในวงกลมลอมรอบนั้น ซึ่งมีความหมาย ดังนี้ดอกบัว : หมายถึงดอกไมประจําจังหวัดอุบลราชธานี เปรียบเสมือนเด็กเยาวชนลูกหลานเมืองอุบลที่พรอมจะเจริญเติบโตเบงบานเหมือนดังดอกบัวบานเทียนที่สองแสง : หมายถึงประเพณีการแหเทียนพรรษาของเมืองอุบลที่ยิ่งใหญเปรียบเสมือนเด็กเยาวชนลูกหลานเมืองอุบลที่มีชีวิตอนาคตเจริญรุงเรืองเหมือนดังประเพณีแหเทียนพรรษาและแสงสวางจากเปลวเทียนสายน้ําใตฐานดอกบัว : หมายถึงแมน้ํามูลที่ไหลผานเมืองอุบล ใหความอุดมสมบูรณแกพืชพรรณธัญญาหารเมืองอุบล เปรียบเสมือนมูลนิธิเพื่อการศึกษาลูกหลานเมืองอุบลที่พรอมจะดูแลชวยเหลือเด็กเยาวชนลูกหลานเมืองอุบลที่ตกอยูในสภาวะเสี่ยงตอการขาดโอกาสทางการศึกษาหนา ๕๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘
ขอ ๓ สํานักงานของมูลนิธิ ตั้งอยูที่ สํานักงานศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี เลขที่ ๒ถนนนครบาล ตําบลในเมือง อําเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานีหมวดที่ ๒วัตถุประสงคขอ ๔ วัตถุประสงคของมูลนิธินี้ คือ๔.๑ ใหการสงเคราะหดานการศึกษาเลาเรียน โดยมอบเปนทุนการศึกษาใหแกลูกหลานเมืองอุบลที่มีถิ่นกําเนิดหรือภูมิลําเนาในจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งกําลังศึกษาเลาเรียนอยูในระดับตั้งแตระดับประถมศึกษาถึงระดับอุดมศึกษา ซึ่งมีความประพฤติดี เรียนดี แตขาดแคลนทุนทรัพย๔.๒ สงเสริมสนับสนุนทุนเพื่อการศึกษาคนควาหรือวิจัย๔.๓ เพื่อระดมทุนสนับสนุนการศึกษาลูกหลานเมืองอุบล๔.๔ เพื่อดําเนินการและรวมมือกับองคกรภาครัฐและเอกชนเพื่อสงเสริมการศึกษาลูกหลานเมืองอุบล๔.๕ เพื่อดําเนินกิจการของมูลนิธิเพื่อการศึกษาลูกหลานเมืองอุบล๔.๖ เพื่อยกยองเชิดชูเกียรติผูทําประโยชนตอการศึกษา หรือมูลนิธิเพื่อการศึกษาลูกหลานเมืองอุบล๔.๗ เพื่อดําเนินการและรวมมือกับองคการการกุศลอื่น ๆ เพื่อสาธารณประโยชน๔.๘ ไมดําเนินการเกี่ยวของกับการเมืองแตอยางใดหมวดที่ ๓ทุนทรัพย ทรัพยสิน และการไดมาซึ่งทรัพยสินขอ ๕ ทรัพยสินของมูลนิธิ มีทุนเริ่มแรก คือเงินสด จํานวน ๓,๐๘๗,๑๘๐.๘๐ บาท (สามลานแปดหมื่นเจ็ดพันหนึ่งรอยแปดสิบบาทแปดสิบสตางค) หนา ๕๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘
ขอ ๖ มูลนิธิอาจไดมาซึ่งทรัพยสินโดยวิธีตอไปนี้๖.๑ เงินหรือทรัพยสินที่มีผูยกใหโดยพินัยกรรมหรือนิติกรรมอื่น ๆ โดยมิไดมีเงื่อนไขผูกพันใหมูลนิธิ ตองรับผิดชอบในหนี้สินหรือภาระติดพันอื่นใด๖.๒ เงินหรือทรัพยสินที่มีผูมีจิตศรัทธาบริจาคให๖.๓ ดอกผลซึ่งเกิดจากทรัพยสินของมูลนิธิ๖.๔ เงินอุดหนุนของทางราชการ เงินที่มีผูยกใหหรือบริจาคใหแกมูลนิธิ ตามขอ ๖.๑และ ๖.๒ ผูยกใหหรือบริจาคใหอาจตั้งชื่อสําหรับเงินทุนที่ไดยกใหหรือบริจาคใหนั้นก็ได๖.๕ รายไดอันเกิดจากการจัดกิจกรรมของมูลนิธิหมวดที่ ๔คุณสมบัติและการพนจากตําแหนงของกรรมการขอ ๗ กรรมการของมูลนิธิมีคุณสมบัติ ดังนี้๗.๑ มีอายุไมต่ํากวา ๒๐ ปบริบูรณ๗.๒ ไมเปนบุคคลลมละลาย หรือไรความสามารถ หรือเสมือนไรความสามารถ๗.๓ ไมเปนผูตองคําพิพากษาใหจําคุก เวนแตจะไดกระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษขอ ๘ กรรมการมูลนิธิพนจากตําแหนงเมื่อ๘.๑ ครบตามวาระ๘.๒ ตายหรือลาออก๘.๓ ขาดคุณสมบัติตามขอบังคับ ขอ ๗๘.๔ เปนผูมีความประพฤติและปฏิบัติตนเปนที่เสื่อมเสียและคณะกรรมการมูลนิธิมีมติใหออกโดยมีคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่ของคณะกรรมการมูลนิธิ๘.๕ ขาดการประชุม ๕ ครั้งติดตอกันหมวดที่ ๕การดําเนินงานของคณะกรรมการมูลนิธิขอ ๙ มูลนิธินี้ดําเนินการโดยคณะกรรมการมูลนิธิมีจํานวนไมนอยกวา ๑๕ คน แตไมเกิน ๒๑ คนประกอบดวย ประธานกรรมการมูลนิธิ รองประธานกรรมการมูลนิธิ เลขานุการมูลนิธิ เหรัญญิกและตําแหนงอื่น ๆ ตามแตคณะกรรมการมูลนิธิจะเห็นสมควรหนา ๕๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘
ขอ ๑๐ วิธีเลือกตั้งกรรมการมูลนิธิใหปฏิบัติ ดังนี้ใหคณะกรรมการมูลนิธิชุดที่ดํารงตําแหนงอยูเลือกตั้งประธานกรรมการมูลนิธิและกรรมการอื่น ๆ ตามจํานวนที่เห็นสมควรตามขอบังคับขอ ๑๑ การเลือกตั้งคณะกรรมการมูลนิธิใหถือเสียงขางมากของที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิเปนมติของที่ประชุมขอ ๑๒ กรรมการดําเนินงานอยูในตําแหนงคราวละ ๔ ปขอ ๑๓ กรรมการมูลนิธิที่พนจากตําแหนงตามวาระ และอาจไดรับเลือกเปนกรรมการมูลนิธิไดอีกขอ ๑๔ ถาตําแหนงกรรมการมูลนิธิวางลง ใหคณะกรรมการมูลนิธิที่เหลือตั้งบุคคลอื่นเปนกรรมการมูลนิธิแทนตําแหนงวางภายในวันที่ ๓๐ วัน และใหอยูในตําแหนงเทาวาระที่ตนแทนหมวดที่ ๖อํานาจและหนาที่ของคณะกรรมการมูลนิธิขอ ๑๕ คณะกรรมการมูลนิธิมีอํานาจหนาที่ในการดําเนินกิจการของมูลนิธิตามวัตถุประสงคของมูลนิธิและภายใตขอบังคับนี้ใหมีอํานาจหนาที่ ดังตอไปนี้๑๕.๑ กําหนดนโยบายของมูลนิธิ และดําเนินการตามนโยบายนั้น๑๕.๒ ควบคุมการเงินและทรัพยสินตาง ๆ ของมูลนิธิ๑๕.๓ เสนอรายงานกิจการ รายงานการเงินและบัญชีงบดุลรายได - รายจายตอกระทรวงมหาดไทย๑๕.๔ ดําเนินการใหเปนไปตามมติที่ประชุมของคณะกรรมการมูลนิธิและวัตถุประสงคของมูลนิธิ ๑๕.๕ ออกระเบียบการดําเนินการของมูลนิธิใหสอดคลองกับขอบังคับเกี่ยวกับการดําเนินกิจการของมูลนิธิ๑๕.๖ แตงตั้งหรือถอดถอนคณะอนุกรรมการขึ้นคณะหนึ่งหรือหลายคณะเพื่อดําเนินการเฉพาะอยางของมูลนิธิ ภายใตการควบคุมของคณะกรรมการมูลนิธิ๑๕.๗ เสนอตั้งผูทรงคุณวุฒิเปนกรรมการกิตติมศักดิ์ หรือผูอุปถัมภมูลนิธิหรือที่ปรึกษา ทั้งนี้ มติในการดําเนินการใหเปนไปตามเสียงขางมากหนา ๕๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘
๑๕.๘ มติใหดําเนินการตามขอ ๑๕.๗ ตองเปนมติเสียงขางมากของประชุมและที่ปรึกษาตามขอ ๑๕.๗ ยอมเปนที่ปรึกษาของคณะกรรมการมูลนิธิที่เชิญเทานั้นขอ ๑๖ ประธานกรรมการมูลนิธิมีอํานาจหนาที่ ดังนี้๑๖.๑ เปนประธานการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ๑๖.๒ เชิญคณะกรรมการมูลนิธิประชุม๑๖.๓ เปนผูแทนของมูลนิธิในการติดตอประสานกับบุคคลภายนอก และในการกระทํานิติกรรมใด ๆ ของมูลนิธิ หรือการลงลายมือชื่อในเอกสารขอบังคับและสรรพหนังสืออันเปนหลักฐานของมูลนิธิและในการอรรถคดีนั้น เมื่อประธานกรรมการมูลนิธิ หรือผูทําการแทนหรือกรรมการมูลนิธิ ๒ คนไดลงลายมือชื่อแลว จึงเปนอันใชได๑๖.๔ ปฏิบัติการอื่น ๆ ตามขอบังคับ และมติของคณะกรรมการมูลนิธิขอ ๑๗ ใหรองประธานกรรมการมูลนิธิทําหนาที่แทนประธานกรรมการมูลนิธิ เมื่อประธานไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได หรือในกรณีที่ประธานมอบหมายใหทําการแทนขอ ๑๘ ถาประธานกรรมการมูลนิธิ และรองประธานกรรมการมูลนิธิ ไมสามารถปฏิบัติหนาที่ในการประชุมคราวหนึ่งคราวใดได ใหที่ประชุมเลือกตั้งกรรมการมูลนิธิคนใดคนหนึ่งเปนประธานสําหรับการประชุมคราวนั้นขอ ๑๙ เลขานุการมูลนิธิมีหนาที่ควบคุมกิจการ และดําเนินงานประจําของมูลนิธิติดตอประสานงานทั่วไปรักษาระเบียบขอบังคับของมูลนิธิ ดําเนินงานเกี่ยวกับการประชุมกรรมการและทํารายงานการประชุมตลอดจนรายงานกิจการของมูลนิธิขอ ๒๐ เหรัญญิกมีหนาที่ควบคุมการเงิน ทรัพยสินของมูลนิธิ ตลอดจนบัญชีและเอกสารที่เกี่ยวของใหถูกตองและเปนไปตามระเบียบที่คณะกรรมการมูลนิธิกําหนดขอ ๒๑ สําหรับกรรมการตําแหนงอื่น ๆ ใหมีหนาที่ตามคณะกรรมการมูลนิธิกําหนดโดยทําเปนคําสั่งระบุอํานาจหนาที่ใหชัดเจนขอ ๒๒ คณะกรรมการมูลนิธิมีสิทธิเขารวมประชุมกรรมการหรืออนุกรรมการอื่น ๆของมูลนิธิได หนา ๕๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘
หมวดที่ ๗อนุกรรมการขอ ๒๓ คณะกรรมการมูลนิธิอาจแตงตั้งหรือถอดถอนอนุกรรมการไดตามความเหมาะสมโดยจะแตงตั้งใหเปนคณะอนุกรรมการประจํา หรือเพื่อการใดเปนกรณีพิเศษเฉพาะคราวก็ไดและในกรณีที่คณะกรรมการมูลนิธิไมไดแตงตั้งประธานอนุกรรมการ เลขานุการ หรืออนุกรรมการในตําแหนงอื่นไวก็ใหอนุกรรมการแตละคณะแตงตั้งกันเองดํารงตําแหนงดังกลาวไดขอ ๒๔ อนุกรรมการอยูในตําแหนงจนกวาจะเสร็จงานที่ไดรับมอบหมายใหกระทําสวนคณะอนุกรรมการประจําอยูในตําแหนงตามเวลาที่คณะกรรมการมูลนิธิกําหนด ซึ่งถามิไดกําหนดไวก็ใหอยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระของคณะกรรมการมูลนิธิ ซึ่งเปนผูแตงตั้ง และอนุกรรมการที่พนจากตําแหนงอาจไดรับการแตงตั้งอีกไดขอ ๒๕ อนุกรรมการมีหนาที่ดําเนินการและเสนอความคิดเห็นตอคณะกรรมการมูลนิธิเกี่ยวกับงานที่ไดรับมอบหมาย หมวดที่ ๘การประชุมคณะกรรมการมูลนิธิขอ ๒๖ คณะกรรมการมูลนิธิจะตองจัดใหมีการประชุมสามัญประจําปทุก ๆ ป ภายในเดือนมีนาคมและตองมีกรรมการมูลนิธิเขาประชุมอยางนอยกึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเปนองคประชุมขอ ๒๗ การประชุมวิสามัญอาจมีไดในเมื่อประธานกรรมการมูลนิธิ หรือเมื่อคณะกรรมการมูลนิธิตั้งแต ๒ คนขึ้นไป แสดงความประสงคไปยังประธานกรรมการมูลนิธิหรือผูทําการแทนขอใหมีการประชุมก็ใหเรียกประชุมวิสามัญไดขอ ๒๘ กําหนดการประชุมและองคประชุมของคณะอนุกรรมการใหเปนไปตามที่คณะกรรมการมูลนิธิจะกําหนด ซึ่งถามิไดกําหนดไวในสวนที่เกี่ยวของกับกําหนดการประชุม ใหคณะอนุกรรมการตกลงกันเองและในสวนที่เกี่ยวกับองคประชุมใหใชขอ ๒๖ บังคับโดยอนุโลมขอ ๒๙ ในการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิหรือคณะอนุกรรมการ หากมิไดมีขอบังคับกําหนดไวเปนอยางอื่น มติของที่ประชุมใหถือเอาคะแนนเสียงขางมาก ในกรณีที่คะแนนเสียงเทากัน ใหประธานในที่ประชุมเปนผูชี้ขาด กิจการใดที่เปนงานประจําหรือเปนกิจการเล็กนอย ประธานกรรมการมูลนิธิหนา ๕๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘
มีอํานาจสั่งใหใชวิธีสอบถามมติทางหนังสือ หรือสื่อสารทางระบบอิเล็กทรอนิกส แทนการเรียกประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ แตประธานกรรมการมูลนิธิ ตองรายงานตอที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิในคราวตอไปถึงมติและกิจการที่ไดดําเนินการไปตามมตินั้น กิจการใดเปนงานประจํา หรือเปนกิจการเล็กนอยหรือไม ยอมอยูในดุลยพินิจของประธานกรรมการมูลนิธิขอ ๓๐ ในการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิหรือคณะอนุกรรมการ ประธานกรรมการมูลนิธิหรือประธานที่ประชุมมีอํานาจเชิญหรืออนุญาตใหบุคคลใดที่เห็นสมควรเขารวมประชุมในฐานะผูมีเกียรติหรือผูสังเกตการณหรือเพื่อชี้แจงหรือเพื่อใหคําปรึกษาแกที่ประชุมไดหมวดที่ ๙การเงินขอ ๓๑ ประธานกรรมการมูลนิธิหรือรองประธานกรรมการมูลนิธิในกรณีที่ทําหนาที่แทนมีอํานาจสั่งจายเงินไดคราวละไมเกิน ๒๐,๐๐๐ บาท (สองหมื่นบาทถวน) ถาเกินกวาจํานวนดังกลาวตองไดรับอนุมัติจากคณะกรรมการมูลนิธิ โดยเสียงขางมากเวนแตกรณีจําเปนและเรงดวนใหอยูในดุลยพินิจของประธานกรรมการมูลนิธิที่จะอนุมัติใหจายได ไมเกิน ๓๐,๐๐๐ บาท (สามหมื่นบาทถวน)แลวตองรายงานใหคณะกรรมการมูลนิธิทราบในการประชุมคราวตอไปขอ ๓๒ เหรัญญิกมีอํานาจเก็บเงินรักษาเงินสดไดครั้งละไมเกิน ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถวน)ขอ ๓๓ เงินสดของมูลนิธิหรือเอกสารสิทธิ ตองนําฝากไวกับธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่นใดที่รัฐบาลใหการค้ําประกันแลวแตคณะกรรมการมูลนิธิจะเห็นสมควรขอ ๓๔ การเบิกจายเงินมูลนิธิเพื่อการศึกษาลูกหลานเมืองอุบล ทุกครั้งจะตองมีลายมือชื่อสั่งจาย ๓ ใน ๕ ประกอบดวย ประธานกรรมการมูลนิธิหรือรองประธานกรรมการมูลนิธิ ผูแทนกรรมการ๑ คน เลขานุการและเหรัญญิก การลงนามสั่งจายเงินมูลนิธิเพื่อการศึกษาลูกหลานเมืองอุบลทุกครั้งตองมีลายมือชื่อประธานกรรมการหรือรองประธานกรรมการ กรณีทําการแทนประธานทุกครั้งจึงจะเบิกจายไดขอ ๓๕ ในการใชจายเงินของมูลนิธิ ใหจายเพียงดอกผลอันเกิดจากทรัพยสินที่เปนทุนของมูลนิธิและเงินที่ผูบริจาคมิไดแสดงเจตนาใหเปนเงินสมทบทุนโดยเฉพาะขอ ๓๖ ใหคณะกรรมการมูลนิธิออกระเบียบเกี่ยวกับการเงิน การบัญชีและทรัพยสินของมูลนิธิตลอดจนกําหนดอํานาจหนาที่ตาง ๆ เกี่ยวกับการรับและจายเงินนอกเหนือจากที่กําหนดไวในขอบังคับหนา ๖๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘
ขอ ๓๗ ใหมีผูสอบบัญชีของมูลนิธิ ซึ่งคณะกรรมการมูลนิธิเห็นชอบและแตงตั้งจากบุคคลที่ไมใชกรรมการหรือเจาหนาที่อื่นของมูลนิธิ โดยจะใหดํารงตําแหนงกิตติมศักดิ์ หรือไดรับคาตอบแทนตามมติที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิจะกําหนดขอ ๓๘ ผูสอบบัญชีมีอํานาจหนาที่ตรวจสอบบัญชีของมูลนิธิ และรับรองบัญชีงบดุลประจําปที่คณะกรรมการมูลนิธิจะตองรายงานตอกระทรวงมหาดไทย ผูสอบบัญชีมีสิทธิตรวจสอบบัญชีและเอกสารเกี่ยวของตลอดจนสอบถามกรรมการมูลนิธิและเจาหนาที่ของมูลนิธิในเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการเงินการบัญชีและเอกสารดังกลาวได หมวดที่ ๑๐การแกไขเพิ่มเติมขอบังคับขอ ๓๙ การแกไขเพิ่มเติมขอบังคับจะกระทําไดโดยเฉพาะที่ประชุมกรรมการมูลนิธิ ซึ่งตองมีกรรมการมูลนิธิเขาประชุมไมนอยกวาสามในสี่ของจํานวนกรรมการทั้งหมด และมติใหแกไขหรือเพิ่มเติมขอบังคับตองประกอบดวยคะแนนเสียงไมนอยกวาสองในสามของจํานวนกรรมการที่เขาประชุมหมวดที่ ๑๑การเลิกมูลนิธิขอ ๔๐ ถามูลนิธิตองเลิกลมไปโดยมติของคณะกรรมการหรือโดยเหตุใดก็ตาม ทรัพยสินทั้งหมดของมูลนิธิที่เหลืออยูใหตกเปนกรรมสิทธิ์แกมูลนิธิศาลเจาพอหลักเมืองอุบลราชธานี ที่อยูศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ถนนอุปราช ตําบลในเมือง อําเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานีตามที่คณะกรรมการมูลนิธิกําหนดขอ ๔๑ การสิ้นสุดของมูลนิธินั้น นอกจากที่กฎหมายบัญญัติไวแลว ใหมูลนิธิเปนอันสิ้นสุดลงโดยมิตองใหศาลสั่งเลิกดวยเหตุ ดังตอไปนี้๔๑.๑ เมื่อมูลนิธิไดรับอนุญาตใหจดทะเบียนจัดตั้งเปนนิติบุคคลแลว ไมไดรับทรัพยสินตามคํามั่นเต็มจํานวน๔๑.๒ เมื่อกรรมการมูลนิธิจํานวนสองในสามมีมติใหยกเลิก๔๑.๓ เมื่อมูลนิธิไมอาจหากรรมการไดครบตามจํานวนกรรมการที่กําหนดไวในขอบังคับ๔๑.๔ เมื่อมูลนิธิไมสามารถดําเนินตอไปไดไมวาดวยเหตุใด ๆหนา ๖๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘
หมวดที่ ๑๒บทเบ็ดเตล็ดขอ ๔๒ การตีความในขอบังคับของมูลนิธิ หากเปนที่สงสัยใหคณะกรรมการมูลนิธิโดยเสียงขางมากของจํานวนกรรมการที่มีอยูเปนผูชี้ขาดขอ ๔๓ ใหนําบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยวาดวยมูลนิธิมาใชบังคับในเมื่อขอบังคับของมูลนิธิมิไดกําหนดไวขอ ๔๔ การระดมทุนเพื่อดําเนินการตามวัตถุประสงคของมูลนิธิใหเปนไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิและจะตองไมดําเนินการนอกเหนือจากวัตถุประสงคนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดอุบลราชธานี ไดจดทะเบียนแกไขเพิ่มเติมขอบังคับมูลนิธิรายนี้แลวตามทะเบียนเลขที่ อบ ๑๗๒๗ ตั้งแตวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๒๕ฉะนั้น อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๒๖ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยจึงเรียนมาใหทราบโดยทั่วกัน ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๗สมเพชร สรอยสระคูรองผูวาราชการจังหวัด ปฏิบัติราชการแทนผูวาราชการจังหวัดอุบลราชธานีนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดอุบลราชธานีหนา ๖๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)