คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน [คดีหมายเลขดำที่ อม. ๑๕/๒๕๖๗ คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๒๙/๒๕๖๗ ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้อง นายมนัส แพทย์จะเกร็ง ผู้ถูกกล่าวหา]
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
พระราชกฤษฎีกาการจัดตั้งป่าชุมชนในพื้นที่อื่นของรัฐพ.ศ. ๒๕๖๗พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวให้ไว้ ณ วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖7เป็นปีที่ 9 ในรัชกาลปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่าโดยที่เป็นการสมควรกาหนดการจัดตั้งป่าชุมชนในพื้นที่อื่นของรัฐอาศัยอานาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๘วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ดังต่อไปนี้มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาการจัดตั้งป่าชุมชนในพื้นที่อื่นของรัฐพ.ศ. ๒๕๖๗”มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปมาตรา ๓ ในพระราชกฤษฎีกานี้“ป่าชุมชน” หมายความว่า พื้นที่อื่นของรัฐนอกเขตป่าอนุรักษ์ที่ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งเป็นป่าชุมชน“พื้นที่ของรัฐ” หมายความว่า พื้นที่ดาเนินการของรัฐตามที่มีกฎหมายก าหนดไว้หนา ๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ หมวด ๑บททั่วไปมาตรา ๕ การจัดตั้งป่าชุมชนตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้ดาเนินการในพื้นที่ของรัฐที่อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมาย ดังต่อไปนี้(๑) กฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ(๒) กฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุ(๓) กฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(๔) กฎหมายเกี่ยวกับที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินมาตรา ๖ การจัดตั้งเป็นป่าชุมชนต้องได้รับความยินยอมหรือได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากหน่วยงานของรัฐที่ปกครองดูแลพื้นที่อื่นของรัฐนั้น และต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องก าหนดให้ครบถ้วนถูกต้องก่อนขอจัดตั้งป่าชุมชนหมวด ๒การจัดตั้งป่าชุมชนมาตรา ๗ การกาหนดขนาดของพื้นที่และสัดส่วนการใช้ประโยชน์ภายในพื้นที่ป่าชุมชนต้องคานึงถึงสภาพภูมิประเทศ ขนาดของชุมชน และศักยภาพของชุมชนที่มีความสามารถในการจัดการป่าชุมชนด้วยการก าหนดขนาดของพื้นที่ป่าชุมชนและสัดส่วนการใช้ประโยชน์ภายในพื้นที่ป่าชุมชนตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามระเบียบที่ออกตามมาตรา ๓๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒มาตรา ๘ ชุมชนท้องที่ใดที่อยู่ในเขตอาเภอเดียวกันกับพื้นที่ของรัฐที่จะนามาจัดตั้งป่าชุมชนและมีความสามารถดูแลรักษาป่านั้นได้ หากประสงค์จะนาพื้นที่ของรัฐนั้นมาจัดตั้งเป็นป่าชุมชนให้บุคคลในชุมชนนั้นจานวนตั้งแต่ห้าสิบคนขึ้นไปร่วมกันตั้งตัวแทนเป็นหนังสือเพื่อยื่นคาขอจัดตั้งป่าชุมชนต่อผู้ว่าราชการจังหวัด หรือในกรณีที่มีคณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดแล้วให้ยื่นหนา ๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ต่อคณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดแห่งท้องที่ที่ป่านั้นตั้งอยู่หรือผู้ซึ่งคณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดมอบหมายบุคคลในชุมชนตามวรรคหนึ่ง ต้องมีอายุตั้งแต่สิบแปดปีขึ้นไปและมีภูมิลาเนาอยู่ในท้องที่อันเป็นที่ตั้งของพื้นที่ของรัฐที่ขอจัดตั้งเป็นป่าชุมชนไม่น้อยกว่าห้าปีนับถึงวันที่ยื่นคาขอในกรณีที่มีการยื่นค าขอจัดตั้งป่าชุมชนในพื้นที่ของรัฐบริเวณใดและถ้าล่วงพ้นก าหนดระยะเวลาปิดประกาศหรือเผยแพร่ค าขอจัดตั้งป่าชุมชนนั้นตามมาตรา ๑๑ แล้ว จะมีการยื่นคาขอจัดตั้งป่าชุมชนโดยมีพื้นที่ซ้อนกันทั้งหมดหรือบางส่วนกับพื้นที่ของรัฐที่ได้มีการยื่นคาขอไว้ก่อนแล้วอีกมิได้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอจัดตั้งป่าชุมชน และการอนุมัติให้จัดตั้งป่าชุมชนให้เป็นไปตามระเบียบที่ออกตามมาตรา ๓๒ วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒มาตรา ๙ การยื่นคาขอตามมาตรา ๘ ต้องมีเอกสารหรือหลักฐานประกอบคาขอดังต่อไปนี้(๑) วัตถุประสงค์ของป่าชุมชน(๒) รายชื่อและประวัติโดยสังเขปของผู้ขอจัดตั้งป่าชุมชน ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามการเป็นสมาชิกป่าชุมชนตามระเบียบที่ออกตามมาตรา ๔๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒(๓) รายชื่อคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนซึ่งเลือกตั้งจากผู้ขอจัดตั้งป่าชุมชนตาม (๒) โดยมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามการเป็นกรรมการจัดการป่าชุมชนตามระเบียบที่ออกตามมาตรา ๔๒วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒(๔) ความเป็นมาของชุมชนโดยสังเขป สภาพพื้นที่ที่ขอจัดตั้งป่าชุมชนและแผนที่สังเขปแสดงอาณาเขตและเขตติดต่อ(๕) แผนจัดการป่าชุมชนซึ่งต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของป่าชุมชน มีการกาหนดบริเวณเพื่อการอนุรักษ์และบริเวณเพื่อการใช้ประโยชน์ หรือบริเวณเพื่อการอนุรักษ์เพียงอย่างเดียวให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศและสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในชุมชน รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงแผนและวิธีดาเนินการอนุรักษ์ ฟื้นฟู พัฒนา หรือควบคุมดูแลสภาวะแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในป่าชุมชนอย่างยั่งยืน โดยต้องไม่ทาให้เกิดการสูญเสียสภาพความเป็นป่าทั้งในบริเวณเพื่อการอนุรักษ์และบริเวณเพื่อการใช้ประโยชน์หนา ๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(๖) หนังสือยินยอมให้จัดตั้งป่าชุมชนในพื้นที่ของรัฐจากหน่วยงานที่ปกครองดูแลพื้นที่ตามกฎหมายแต่ละพื้นที่(๗) กรณีการยื่นคาขอจัดตั้งป่าชุมชนขนาดใหญ่ ผู้ยื่นคาขอจัดตั้งป่าชุมชนต้องแสดงเอกสารหรือหลักฐานประกอบเพื่อให้เห็นว่ามีศักยภาพและมีความสามารถในการดูแลรักษาป่าชุมชนได้เป็นอย่างดีจนเป็นที่ประจักษ์มาตรา ๑๐ ให้สานักจัดการทรัพยากรป่าไม้แห่งท้องที่ที่อธิบดีมอบหมาย ตรวจสอบคาขอจัดตั้งป่าชุมชนและเอกสารหรือหลักฐานประกอบค าขอให้แล้วเสร็จภายในสิบวันนับแต่วันที่ได้รับค าขอในกรณีที่คาขอจัดตั้งป่าชุมชนและเอกสารหรือหลักฐานประกอบคาขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนให้สานักจัดการทรัพยากรป่าไม้แห่งท้องที่แจ้งให้ผู้ยื่นคาขอจัดตั้งป่าชุมชนแก้ไขเพิ่มเติมคาขอ หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่ก าหนดซึ่งต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวันในกรณีที่ผู้ยื่นคาขอจัดตั้งป่าชุมชนไม่แก้ไขเพิ่มเติมคาขอ หรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาตามวรรคสอง ให้ถือว่าคาขอจัดตั้งป่าชุมชนนั้นเป็นอันยกเลิกนับแต่วันที่พ้นก าหนดระยะเวลาดังกล่าว และให้สานักจัดการทรัพยากรป่าไม้แห่งท้องที่แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นค าขอจัดตั้งป่าชุมชนทราบมาตรา ๑๑ ให้สานักจัดการทรัพยากรป่าไม้แห่งท้องที่ตรวจสอบและรังวัดพื้นที่ที่ขอจัดตั้งป่าชุมชน พร้อมทั้งจัดท าแผนที่แสดงแนวเขตของป่าชุมชนที่ขอจัดตั้งให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่คาขอจัดตั้งป่าชุมชนและเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ในกรณีที่พบว่าพื้นที่บริเวณใดเป็นพื้นที่ที่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ หรือบุคคลใดได้รับอนุญาตเข้าทาประโยชน์พื้นที่ที่กรมป่าไม้ใช้หรือจัดการหรือประกาศเป็นพื้นที่วิจัยหรือจัดการใด ๆ หรือที่ดินที่บุคคลได้มาตามประมวลกฎหมายที่ดิน ให้กันบริเวณดังกล่าวออกจากพื้นที่ที่จะขอจัดตั้งป่าชุมชนให้สานักจัดการทรัพยากรป่าไม้แห่งท้องที่ปิดประกาศคาขอจัดตั้งป่าชุมชนพร้อมทั้งแผนที่แสดงแนวเขตของป่าชุมชนที่ขอจัดตั้งไว้ในที่เปิดเผย ณ ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอาเภอและที่ทาการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แห่งท้องที่ที่พื้นที่ของรัฐที่ขอจัดตั้งป่าชุมชนตั้งอยู่หรือสถานที่อื่นหรือเผยแพร่โดยวิธีการอื่นตามที่คณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดเห็นสมควรเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวันการจัดท าแผนที่แสดงแนวเขตป่าชุมชนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่ออกตามมาตรา ๓๕วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒หนา ๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
มาตรา ๑๒ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐใด หรือบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างยื่นค าขอท าประโยชน์ในพื้นที่ของรัฐที่ขอจัดตั้งป่าชุมชน หรือบุคคลตามมาตรา ๑๑ ไม่ว่าจะอยู่ในท้องที่อันเป็นที่ตั้งของพื้นที่ที่ประสงค์จะจัดตั้งเป็นป่าชุมชนนั้นหรือไม่ มีสิทธิท าหนังสือแสดงข้อคัดค้านการขอจัดตั้งป่าชุมชนต่อคณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดภายในก าหนดระยะเวลาปิดประกาศหรือเผยแพร่คาขอจัดตั้งป่าชุมชนตามมาตรา ๑๑ ในกรณีที่ระยะเวลาการปิดประกาศหรือเผยแพร่คาขอมิได้ครบก าหนดในวันเดียวกัน ให้ถือวันที่ครบก าหนดหลังสุดเป็นเกณฑ์มาตรา ๑๓ ให้ส านักจัดการทรัพยากรป่าไม้แห่งท้องที่พิจารณาข้อคัดค้านการจัดตั้งป่าชุมชนตามมาตรา ๑๒ และจัดทารายงานผลการตรวจสอบคาขอจัดตั้งป่าชุมชน แผนที่แสดงแนวเขตของป่าชุมชน และความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมในการจัดตั้งป่าชุมชนนั้นเสนอคณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดพิจารณาภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ครบกาหนดระยะเวลาการปิดประกาศหรือเผยแพร่คาขอจัดตั้งป่าชุมชนตามมาตรา ๑๑รายงานผลการตรวจสอบคาขอจัดตั้งป่าชุมชนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่ออกตามมาตรา ๓๗ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒มาตรา ๑๔ ให้คณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดพิจารณาคาขอจัดตั้งป่าชุมชนแผนจัดการป่าชุมชน และรายงานผลการตรวจสอบ ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานผลการตรวจสอบตามมาตรา ๑๓ในกรณีที่คณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดเห็นว่าแผนจัดการป่าชุมชนไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสม ให้แจ้งให้ผู้ยื่นคาขอจัดตั้งป่าชุมชนแก้ไขแผนจัดการป่าชุมชนได้โดยต้องแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากคณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดในกรณีที่มิได้แก้ไขแผนจัดการป่าชุมชนให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กาหนดตามวรรคสองให้ถือเป็นเงื่อนไขที่คณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดจะไม่พิจารณาอนุมัติให้จัดตั้งป่าชุมชนได้มาตรา ๑๕ เมื่อคณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดมีมติให้จัดตั้งป่าชุมชนตามคาขอทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน หรือโดยกาหนดเงื่อนไข หรือมีมติไม่ให้จัดตั้งป่าชุมชนแล้วให้คณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดมีหนังสือแจ้งมติดังกล่าวให้ผู้ยื่นคาขอจัดตั้งป่าชุมชน ผู้มีหนังสือคัดค้านและอธิบดี ทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่คณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดมีมติผู้ขอจัดตั้งป่าชุมชนหรือผู้มีหนังสือคัดค้านมีสิทธิอุทธรณ์มติของคณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดต่อคณะกรรมการนโยบายภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งมติตามวรรคหนึ่งหนา ๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ในกรณีที่อธิบดีไม่เห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัด ให้เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการนโยบายพิจารณาภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งมติตามวรรคหนึ่งให้คณะกรรมการนโยบายพิจารณาอุทธรณ์ตามวรรคสองหรือความเห็นของอธิบดีตามวรรคสามให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์หรือความเห็นของอธิบดี คาวินิจฉัยของคณะกรรมการนโยบายให้เป็นที่สุด และให้คณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดปฏิบัติให้เป็นไปตามค าวินิจฉัยดังกล่าวหนังสือแจ้งของคณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัด คาอุทธรณ์ของผู้ขอจัดตั้งป่าชุมชนหรือผู้มีหนังสือคัดค้าน ความเห็นของอธิบดี และค าวินิจฉัยของคณะกรรมการนโยบายต้องแสดงเหตุผลประกอบด้วยโดยชัดแจ้งมาตรา ๑๖ ในกรณีที่คณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดมีมติอนุมัติแผนจัดการป่าชุมชนและให้จัดตั้งป่าชุมชนได้ โดยอธิบดีเห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดตามมาตรา ๑๕วรรคหนึ่ง และปรากฏว่าไม่มีการอุทธรณ์ตามกาหนดระยะเวลาอุทธรณ์ตามมาตรา ๑๕ วรรคสองหรือในกรณีที่คณะกรรมการนโยบายพิจารณาความเห็นที่ได้รับจากอธิบดีตามมาตรา ๑๕ วรรคสามหรือพิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา ๑๕ วรรคสอง แล้วมีค าวินิจฉัยให้จัดตั้งป่าชุมชนได้ ให้อธิบดีประกาศการอนุมัติจัดตั้งป่าชุมชนในราชกิจจานุเบกษา โดยมีสาระสาคัญตามระเบียบที่ออกตามมาตรา ๔๐วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒ และให้มีแผนที่แสดงแนวเขตของป่าชุมชนนั้นแนบท้ายประกาศด้วยการจัดตั้งป่าชุมชนมีผลเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วมาตรา ๑๗ ในระหว่างระยะเวลาปิดประกาศหรือเผยแพร่คาขอจัดตั้งป่าชุมชนตามมาตรา ๑๑หากปรากฏว่ามีการยื่นคาขอจัดตั้งป่าชุมชนในพื้นที่ของรัฐแห่งเดียวกันมากกว่าหนึ่งคาขอ โดยแต่ละคาขอระบุเขตป่าชุมชนที่จะขอจัดตั้งซ้อนพื้นที่กันทั้งหมดหรือบางส่วน ให้สานักจัดการทรัพยากรป่าไม้แห่งท้องที่ระงับการพิจารณาค าขอจัดตั้งป่าชุมชนที่มีพื้นที่ซ้อนกันนั้นและแจ้งให้ผู้ยื่นค าขอจัดตั้งป่าชุมชนดังกล่าวทาความตกลงร่วมกันเกี่ยวกับพื้นที่ที่ขอจัดตั้งป่าชุมชน องค์ประกอบของคณะกรรมการจัดการป่าชุมชน แผนจัดการป่าชุมชน และรายละเอียดต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในคาขอจัดตั้งป่าชุมชน ทั้งนี้ จะต้องดาเนินการให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากส านักจัดการทรัพยากรป่าไม้แห่งท้องที่หนา ๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ในกรณีที่ผู้ยื่นคาขอจัดตั้งป่าชุมชนตามวรรคหนึ่งทาความตกลงร่วมกันได้โดยขอถอนคาขอจัดตั้งป่าชุมชน คงเหลือคาขอจัดตั้งป่าชุมชนเพียงคาขอเดียว ให้ส านักจัดการทรัพยากรป่าไม้แห่งท้องที่พิจารณาคาขอจัดตั้งป่าชุมชนนั้นต่อจากขั้นตอนที่ระงับการพิจารณาไว้ และจาหน่ายคาขอจัดตั้งป่าชุมชนที่ผู้ยื่นคาขอจัดตั้งป่าชุมชนขอถอนออกจากสารบบในกรณีที่ผู้ยื่นคาขอจัดตั้งป่าชุมชนตามวรรคหนึ่งทาความตกลงร่วมกันได้และขอถอนคาขอจัดตั้งป่าชุมชนที่ยื่นไว้เพื่อร่วมกันจัดทาคาขอจัดตั้งป่าชุมชนเป็นคาขอเดียว ให้สานักจัดการทรัพยากรป่าไม้แห่งท้องที่จ าหน่ายค าขอจัดตั้งป่าชุมชนที่ระงับการพิจารณาไว้ออกจากสารบบในกรณีที่ผู้ยื่นคาขอจัดตั้งป่าชุมชนไม่สามารถดาเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่ก าหนดตามวรรคหนึ่ง ให้สานักจัดการทรัพยากรป่าไม้แห่งท้องที่จาหน่ายคาขอจัดตั้งป่าชุมชนที่ระ งับการพิจารณาไว้ออกจากสารบบ หมวด ๓การจัดการป่าชุมชนมาตรา ๑๘ เมื่อได้ประกาศการจัดตั้งป่าชุมชนแล้ว ให้ผู้ซึ่งมีรายชื่ออยู่ในบัญชีตามมาตรา ๙ (๒)เป็นสมาชิกป่าชุมชน และ (๓) เป็นคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนประเภท คุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของสมาชิกป่าชุมชนและกรรมการจัดการป่าชุมชนการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสมาชิกป่าชุมชน การเลือกตั้งคณะกรรมการจัดการป่าชุมชน องค์ประกอบและจานวนกรรมการ วาระการดารงตาแหน่ง การพ้นจากตาแหน่ง การดารงตาแหน่งแทนกรรมการจัดการป่าชุมชนที่พ้นจากตาแหน่งก่อนครบวาระ ให้เป็นไปตามระเบียบที่ออกตามมาตรา ๔๒ วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒มาตรา ๑๙ การจัดการป่าชุมชน ให้กระทาโดยคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนร่วมกับสมาชิกป่าชุมชน ซึ่งต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของป่าชุมชนและแผนจัดการป่าชุมชนที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัด ทั้งนี้ การแสดงเจตนาของคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนให้กระท าโดยมติคณะกรรมการจัดการป่าชุมชน หนา ๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
มาตรา ๒๐ ให้คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนมีหน้าที่และอ านาจ ดังต่อไปนี้(๑) ร่วมมือกับพนักงานเจ้าหน้าที่ในการจัดให้มีหลักเขต ป้าย หรือเครื่องหมายอื่นตามมาตรา ๒๕(๒) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการจัดการป่าชุมชน หลักเกณฑ์การรับบุคคลเป็นสมาชิกป่าชุมชนและการจัดการทรัพย์สินส่วนกลางของป่าชุมชน ทั้งนี้ ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบที่ออกตามหมวด ๕แห่งพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒(๓) ดูแลรักษาป่าชุมชน บารุงและฟื้นฟูป่าชุมชน ส่งเสริมการศึกษาเรียนรู้และสร้างจิตสานึกเกี่ยวกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพในป่าชุมชนและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ป่าชุมชน(๔) ดูแลรักษาทรัพย์สินส่วนกลางของป่าชุมชน รวมทั้งจัดท าบัญชีทรัพย์สินส่วนกลางของป่าชุมชนตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีก าหนด และรายงานให้คณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดทราบทุกปี(๕) ดูแลให้สมาชิกป่าชุมชนปฏิบัติหน้าที่ที่ก าหนดตามพระราชกฤษฎีกานี้(๖) สั่งให้ผู้หนึ่งผู้ใดที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับตาม (๒) ออกจากป่าชุมชน หรือให้กระทาการหรืองดเว้นกระทาการใด ๆ ในเขตป่าชุมชน เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับตาม (๒)หรือพระราชกฤษฎีกานี้(๗) ไกล่เกลี่ยหรือประนีประนอมเมื่อเกิดความขัดแย้งในการจัดการป่าชุมชน(๘) ช่วยเหลือพนักงานเจ้าหน้าที่ในกรณีที่มีการจับกุมปราบปรามผู้กระทาความผิดตามพระราชกฤษฎีกานี้(๙) มีมติรับบุคคลเป็นสมาชิกป่าชุมชน หรือมีมติด้วยคะแนนเสียงจ านวนไม่น้อยกว่าสามในสี่ให้สมาชิกป่าชุมชนพ้นจากการเป็นสมาชิกป่าชุมชน(๑๐) ดาเนินการตามที่เห็นสมควรเพื่อป้องกันหรือบรรเทาความเสียหายแก่ป่าชุมชน(๑๑) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่ก าหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้ หรือตามที่คณะกรรมการนโยบายหรือคณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดก าหนดให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนการออกข้อบังคับตาม (๒) ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดก่อนหนา ๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ในกรณีที่คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนหรือกรรมการจัดการป่าชุมชนฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกฤษฎีกานี้ คณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดจานวนไม่น้อยกว่าสามในสี่ของคณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดทั้งหมดเท่าที่มีอยู่อาจมีมติให้กรรมการจัดการป่าชุมชนทั้งคณะหรือกรรมการจัดการป่าชุมชนที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหน้าที่พ้นจากการเป็นกรรมการจัดการป่าชุมชนและมิให้ผู้นั้นกลับมาเป็นกรรมการจัดการป่าชุมชนอีกมาตรา ๒๑ สมาชิกป่าชุมชนมีหน้าที่ในการดูแลรักษาป่าชุมชน ดังต่อไปนี้(๑) ปฏิบัติตามระเบียบของคณะกรรมการนโยบาย ข้อบังคับของคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนและแผนจัดการป่าชุมชนตามหมวด ๕ แห่งพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒(๒) ร่วมมือกับทางราชการในการดูแลรักษาป่าชุมชน สัตว์ป่า และทรัพยากรธรรมชาติในป่าชุมชน(๓) ร่วมมือกับคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติในป่าชุมชนสมาชิกป่าชุมชนที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกฤษฎีกานี้ คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนจานวนไม่น้อยกว่าสามในสี่ของคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนทั้งหมดเท่าที่มีอยู่อาจมีมติให้สม าชิกป่าชุมชนผู้นั้นพ้นจากการเป็นสมาชิกป่าชุมชนได้มาตรา ๒๒ แผนจัดการป่าชุมชนที่คณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดอนุมัติแล้วให้ใช้บังคับได้เป็นเวลาห้าปีให้คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนเสนอแผนจัดการป่าชุมชนต่อคณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดพิจารณาอนุมัติก่อนแผนจัดการป่าชุมชนเดิมหมดอายุไม่น้อยกว่าหกเดือนในการพิจารณาแผนจัดการป่าชุมชน หากคณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดเห็นว่าแผนจัดการป่าชุมชนไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสม ให้แจ้งให้คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนแก้ไขแผนจัดการป่าชุมชนดังกล่าวภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากคณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดในกรณีที่คณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดไม่อนุมัติแผนจัดการป่าชุมชนตามวรรคสองให้นาความในมาตรา ๑๕ ในส่วนที่เกี่ยวกับการอุทธรณ์มติและการพิจารณาอุทธรณ์มาใช้บังคับโดยอนุโลมในกรณีที่คณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดอนุมัติแผนจัดการป่าชุมชนใหม่แล้ว ให้นาแผนจัดการป่าชุมชนดังกล่าวมาใช้บังคับถัดจากวันที่แผนจัดการป่าชุมชนเดิมหมดอายุลงหรือในวันที่คณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดก าหนด แล้วแต่กรณี หนา ๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ในระหว่างที่แผนจัดการป่าชุมชนเดิมหมดอายุลง ถ้าคณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดยังไม่อนุมัติแผนจัดการป่าชุมชนใหม่ ให้นาแผนจัดการป่าชุมชนเดิมมาใช้ต่อไปจนกว่าจะมีการอนุมัติแผนจัดการป่าชุมชนใหม่มาตรา ๒๓ ในกรณีที่คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนประสงค์จะปรับปรุงแผนจัดการป่าชุมชนในระหว่างที่แผนจัดการป่าชุมชนยังไม่หมดอายุ ให้คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนเสนอแผนจัดการป่าชุมชนที่ปรับปรุงแล้วต่อคณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดพิจารณาอนุมัติ และให้นาความในมาตรา ๒๒วรรคสามและวรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลมเมื่อคณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดอนุมัติแผนจัดการป่าชุมชนที่ปรับปรุงแล้ว ให้นาแผนจัดการป่าชุมชนดังกล่าวมาใช้บังคับแทนแผนจัดการป่าชุมชมเดิมในวันที่คณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดก าหนดมาตรา ๒๔ ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนอาจขอขยายเขตป่าชุมชนหรือขอให้เพิกถอนป่าชุมชนทั้งหมดหรือบางส่วนได้ แต่ต้องแสดงเหตุผลและรายละเอียดโดยชัดแจ้งในกรณีที่เป็นการขอขยายเขตป่าชุมชน ให้นาความในมาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗มาใช้บังคับโดยอนุโลมในกรณีที่เป็นการขอเพิกถอนป่าชุมชนบางส่วน เมื่ออธิบดีมีคาสั่งให้เพิกถอนป่าชุมชนตามมาตรา ๕๓ แล้ว ให้คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนปรับปรุงแผนจัดการป่าชุมชนให้สอดคล้องกับพื้นที่ของป่าชุมชนที่ลดลง และเสนอคณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดพิจารณาอนุมัติภายในหกสิบวันนับแต่วันที่อธิบดีมีค าสั่ง และให้นาความในมาตรา ๒๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลมมาตรา ๒๕ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องจัดให้มีหลักเขต ป้าย หรือเครื่องหมายอื่นแสดงแนวเขตป่าชุมชน บริเวณเพื่อการอนุรักษ์ และบริเวณเพื่อการใช้ประโยชน์ไว้โดยรอบเพื่อให้ประชาชนเห็นได้ว่าเป็นเขตป่าชุมชน รวมทั้งต้องจัดให้มีการซ่อมแซมหลักเขต ป้าย หรือเครื่องหมายอื่นที่ชารุด เสียหายหรือสูญหายด้วย และคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนและสมาชิกป่าชุมชนต้องให้ความร่วมมือในการดาเนินการนี้ด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และรูปแบบ ในการจัดให้มีหลักเขต ป้าย หรือเครื่องหมายอื่นตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามระเบียบที่ออกตามมาตรา ๔๙ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒หนา ๑๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
มาตรา ๒๖ ภายในป่าชุมชน สมาชิกป่าชุมชนมีสิทธิเข้าป่าชุมชนเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจและมีสิทธิใช้ประโยชน์จากผลผลิตและบริการป่าชุมชนซึ่งต้องสอดคล้องกับแผนจัดการป่าชุมชนที่คณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดอนุมัติ ในกรณีดังต่อไปนี้(๑) การเก็บหาของป่าในป่าชุมชน(๒) การใช้ประโยชน์จากไม้ให้ทาได้ในบริเวณเพื่อการใช้ประโยชน์ โดยต้องไม่ใช้ประโยชน์จากไม้ทรงคุณค่าที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และให้ทาได้ตามความจาเป็นเพียงเฉพาะเพื่อใช้สอยในครัวเรือนของสมาชิกป่าชุมชน หรือใช้ในกิจกรรมสาธารณะภายในชุมชนนั้น(๓) การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอื่นในป่าชุมชนให้ทาได้ตามความจาเป็นต่อการอุปโภคบริโภคในครัวเรือนของสมาชิกป่าชุมชน หรือใช้ในกิจกรรมสาธารณะภายในชุมชนนั้นการใช้ประโยชน์จากผลผลิตและบริการป่าชุมชนตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นไปอย่างสมดุลและยั่งยืน ไม่ทาลายความหลากหลายทางชีวภาพ หรือส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในป่าชุมชน และให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามระเบียบที่ออกตามมาตรา ๕๐ วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยระเบียบดังกล่าวจะกาหนดข้อห้ามการใช้ประโยชน์จากผลผลิตและบริการป่าชุมชนชนิดหรือประเภทใด หรือกาหนดให้การใช้ประโยชน์จากผลผลิตและบริการป่าชุมชนชนิดใด ประเภทใด หรือกรณีใด ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากคณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดด้วยก็ได้มาตรา ๒๗ คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนและสมาชิกป่าชุมชนอาจใช้ประโยชน์จากป่าชุมชนเพื่อส่งเสริมการศึกษาเรียนรู้และสร้างจิตสานึกเกี่ยวกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในป่าชุมชน รวมทั้งการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยชุมชนได้ ทั้งนี้ ภายใต้แผนจัดการป่าชุมชนที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดในการใช้ประโยชน์จากป่าชุมชนตามวรรคหนึ่ง ห้ามมิให้กระท าการ ดังต่อไปนี้(๑) กระทาการใด ๆ ที่เป็นการเสื่อมสภาพแก่ป่าชุมชน หรือทาให้เสียหายหรือทาลายทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ(๒) การกระท าอื่นใดตามระเบียบที่ออกตามมาตรา ๕๑ วรรคสอง (๒) แห่งพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒ หนา ๑๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
มาตรา ๒๘ ในกรณีที่คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนหรือสมาชิกป่าชุมชนมีความจาเป็นต้องใช้ประโยชน์จากไม้ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในป่าชุมชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเสียหายอันเนื่องมาจากประสบเหตุภัยพิบัติสาธารณะหรือมีเหตุจาเป็นเพื่อช่วยเหลือราษฎรเป็นกรณีพิเศษต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากคณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตามระเบียบที่ออกตามมาตรา ๕๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒มาตรา ๒๙ บุคคลที่มิใช่สมาชิกป่าชุมชนมีสิทธิเข้าป่าชุมชนเพื่อการศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พักผ่อนหย่อนใจ และเก็บหาของป่าได้เฉพาะเท่าที่ก าหนดในข้อบังคับเกี่ยวกับการจัดการป่าชุมชนตามมาตรา ๒๐ (๒)มาตรา ๓๐ บรรดาไม้และของป่าที่ได้มาจากป่าชุมชนตามแผนจัดการป่าชุมชนที่คณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดอนุมัติ หรือตามหลักเกณฑ์ที่พระราชกฤษฎีกานี้กาหนดไว้ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ค่าภาคหลวง หรือค่าใช้จ่ายในการบารุงป่ามาตรา ๓๑ เงินค่าปรับที่ได้รับตามพระราชกฤษฎีกานี้อันเกิดจากการกระทาความผิดในป่าชุมชนแห่งใด ให้หักไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการป่าชุมชนนั้นเป็นจานวนร้อยละห้าสิบของเงินค่าปรับดังกล่าว ส่วนที่เหลือให้นาส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบที่ออกตามมาตรา ๕๕ แห่งพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒มาตรา ๓๒ เ พื่ อ เ ป็ น ก า ร ส นั บ ส นุ น ก า ร จั ด ก า ร ป่ า ชุ ม ช น ใ ห้ เ กิ ด ค ว า ม ยั่ ง ยื นคณะกรรมการนโยบายมีอานาจกาหนดอัตราและวางระเบียบเกี่ยวกับการให้คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าตอบแทน หรือค่าบริการ จากบุคคลที่มิใช่สมาชิกป่าชุมชนเนื่องในการใช้ประโยชน์จากป่าชุมชนก็ได้เงินที่เก็บได้ตามวรรคหนึ่ง เงินค่าปรับตามมาตรา ๓๑ เงินที่มีผู้บริจาค เงินสนับสนุนจากรัฐบาลและเงินรายได้อื่น ๆ ให้ตกเป็นของทรัพย์สินส่วนกลางของป่าชุมชนและเก็บรักษาไว้ใช้จ่ายในการจัดการป่าชุมชน หรือตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบที่ออกตามมาตรา ๕๖ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒มาตรา ๓๓ ให้คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนมีอานาจทานิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินส่วนกลางของป่าชุมชนและดาเนินคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินส่วนกลางของป่าชุมชนได้หนา ๑๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
การทานิติกรรมและการดาเนินคดีตามวรรคหนึ่ง ให้กระทาโดยมติของคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนจานวนเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการจัดการป่าชุมชนทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ และเมื่อคณะกรรมการมีมติเป็นประการใดแล้ว จะมอบอานาจเป็นหนังสือให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทานิติกรรมและดาเนินคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินส่วนกลางของป่าชุมชนแทนคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนก็ได้มาตรา ๓๔ ผู้ใดฝ่าฝืนพระราชกฤษฎีกา ระเบียบหรือข้อบังคับที่ออกตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒ และก่อให้เกิดความเสียหายแก่สัตว์ พืช ทรัพยากรธรรมชาติ หรือสิ่งแวดล้อมในป่าชุมชน ให้กรมป่าไม้มีอานาจฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทน ดังต่อไปนี้(๑) ค่าใช้จ่ายที่รัฐได้จ่ายไปในการเคลื่อนย้ายสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสียหายหรือกระทาให้สิ่งนั้นหมดสภาพความเป็นอันตรายหรือความเป็นพิษ ตลอดจนการน าเอาของนั้นมาเก็บ กัก หรือรักษาไว้(๒) ค่าใช้จ่ายที่รัฐได้จ่ายไปในการท าให้ทรัพยากรธรรมชาติกลับคืนสู่สภาพเดิม(๓) ค่าใช้จ่ายที่รัฐได้จ่ายไปในการช่วยเหลือเยียวยาบุคคลหรือทรัพย์สินของบุคคลอื่นเนื่องในความเสียหายนั้น(๔) ค่าดาเนินงานต่าง ๆ ของรัฐในการประเมินความเสียหายและประเมินค่าใช้จ่ายในการเยียวยาผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของบุคคล(๕) ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่รัฐได้จ่ายในการดาเนินการใด ๆ เพื่อให้ได้รับค่าสินไหมทดแทนตามกฎหมาย(๖) มูลค่าของทรัพยากรธรรมชาติที่เสียหายในกรณีที่คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนได้ออกค่าใช้จ่ายในการดาเนินการส่วนใดตามวรรคหนึ่งหรือในกรณีที่การกระทาหรือละเว้นกระทาการใดตามวรรคหนึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่สมาชิกป่าชุมชนในการใช้ประโยชน์จากผลผลิตและบริการป่าชุมชน ให้คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนมีอ านาจเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับกรมป่าไม้หรือมีอ านาจฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนได้มาตรา ๓๕ ให้นาความในมาตรา ๓๔ มาใช้บังคับแก่ผู้กระทาการหรือละเว้นกระทาการใด ๆไม่ว่าโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อหรือไม่ก็ตาม และก่อให้เกิดความเสียหายแก่สัตว์ พืช ทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อมในป่าชุมชน โดยอนุโลมมาตรา ๓๖ ในการดาเนินคดีตามมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ และมาตรา ๓๕ คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนอาจขอให้พนักงานอัยการดาเนินคดีให้ก็ได้ และให้ได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงหนา ๑๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
มาตรา ๓๗ ในกรณีที่เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินส่วนกลางของป่าชุมชนและคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนมิได้ดาเนินการฟ้องคดี ให้อธิบดีมีอานาจส่งเรื่องให้พนักงานอัยการพิจารณาฟ้องคดีดังกล่าวเพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนความเสียหายเพื่อจ่ายให้เป็นทรัพย์สินส่วนกลางของป่าชุมชนนั้นได้มาตรา ๓๘ บทบัญญัติในมาตรา ๓๔ และมาตรา ๓๕ ไม่เป็นการลบล้างหรือจ ากัดหน้าที่และความรับผิดที่บุคคลมีอยู่ตามบทบัญญัติของกฎหมายอื่น และไม่เป็นการตัดอานาจของผู้มีหน้าที่และอ านาจตามกฎหมายอื่นที่จะดาเนินการตามหน้าที่และอ านาจของตนหมวด ๔การควบคุมดูแลป่าชุมชนมาตรา ๓๙ ภายในป่าชุมชน ห้ามมิให้บุคคลใดกระท าการ ดังต่อไปนี้(๑) ยึดถือ ครอบครอง หรือใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือที่ท ากิน(๒) ก่นสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ขุดหาแร่ ล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า หรือกระทาการด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าชุมชน เว้นแต่เป็นการกระท าของพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อประโยชน์ในการบารุงรักษาและป้องกันหรือบรรเทาความเสียหายแก่ป่าชุมชน หรือเป็นการกระทาของกรรมการจัดการป่าชุมชน เจ้าหน้าที่ป่าชุมชนหรือสมาชิกป่าชุมชน ตามแผนจัดการป่าชุมชนที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัด(๓) ใช้ประโยชน์จากไม้ เว้นแต่เป็นการกระท าตามมาตรา ๒๖ (๒) หรือมาตรา ๒๘(๔) ก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง เว้นแต่เป็นการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างที่จาเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนตามมาตรา ๒๐ (๓) เช่น การสร้างหอดูไฟป่าฝายชะลอน้า ที่พักลาดตระเวน หรือศาลาเรียนรู้ โดยสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวต้องมีลักษณะกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ไม่เป็นการทาลายสภาพธรรมชาติเดิม และต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากคณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดก่อนมาตรา ๔๐ เพื่อประโยชน์ในการปกป้อง รักษา และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพในป่าชุมชนให้เป็นไปอย่างสมดุลและยั่งยืน ให้เจ้าหน้าที่ป่าชุมชนซึ่งคณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดแต่งตั้ง มีหน้าที่ ดังต่อไปนี้หนา ๑๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(๑) ตรวจสอบพื้นที่และตรวจตราดูแลการดาเนินการใช้ประโยชน์จากผลผลิตและบริการป่าชุมชนของสมาชิกป่าชุมชนและบุคคลที่มิใช่สมาชิกป่าชุมชน และการดาเนินกิจการต่าง ๆในป่าชุมชน(๒) แนะนา ให้ความรู้ และสร้างจิตสานึกแก่บุคคลในชุมชนและบุคคลที่อยู่รอบพื้นที่ป่าชุมชนในการดูแลรักษาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพในป่าชุมชน รวมทั้งรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่น ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมประเพณีในท้องถิ่น(๓) ป้องกันหรือบรรเทาความเสียหายแก่ป่าชุมชน(๔) สนับสนุนการดาเนินงานของคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกานี้(๕) รายงานคณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดเมื่อปรากฏว่ามีกรณีจะต้องเพิกถอนป่าชุมชนทั้งหมดหรือบางส่วนมาตรา ๔๑ ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ป่าชุมชนตามมาตรา ๔๐ หากพบว่ามีผู้กระทาการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกานี้ ระเบียบของคณะกรรมการนโยบายหรือข้อบังคับของคณะกรรมการจัดการป่าชุมชน และไม่อาจเรียกประชุมคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนได้ทัน ให้มีอานาจสั่งให้ผู้นั้นกระทาการหรืองดเว้นการกระทาใด ๆ ในป่าชุมชนได้ หากผู้นั้นไม่ปฏิบัติตามคาสั่ง ให้มีอานาจสั่งให้ผู้นั้นออกจากป่าชุมชน และให้รายงานคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนและคณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดทราบโดยมิชักช้ามาตรา ๔๒ ผู้ใดจะเข้าไปกระทาการในป่าชุมชน เพื่อการศึกษา ค้นคว้า วิจัย หรือส ารวจความหลากหลายทางชีวภาพ ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากคณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดโดยในการอนุญาตอาจก าหนดให้มีการแบ่งปันผลประโยชน์จากการศึกษา ค้นคว้า วิจัย หรือส ารวจนั้นให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยก็ได้ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบที่ออกตามมาตรา ๖๖ วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่การศึกษา ค้นคว้า วิจัย หรือสารวจทางวิชาการของกรมป่าไม้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และหน่วยงานของรัฐที่ปกครองดูแลพื้นที่ คณะกรรมการจัดการป่าชุมชน เจ้าหน้าที่ป่าชุมชน และพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่ต้องแจ้งให้คณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดทราบและต้องรายงานผลการศึกษาดังกล่าวให้คณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดทราบด้วยทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบที่ออกตามมาตรา ๖๖ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒หนา ๑๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ในการศึกษา ค้นคว้า วิจัย หรือสารวจตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ห้ามมิให้นาทรัพยากรชีวภาพออกจากป่าชุมชน เว้นแต่(๑) ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากคณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัด หรือ(๒) ได้แจ้งให้คณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดทราบ กรณีที่เป็นการดาเนินการโดยกรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และหน่วยงานของรัฐที่ปกครองดูแลพื้นที่มาตรา ๔๓ ให้นาความในมาตรา ๖๗ แห่งพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒มาใช้กับการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชกฤษฎีกานี้มาตรา ๔๔ ในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการจัดการป่าชุมชน เจ้าหน้าที่ป่าชุมชนและพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องอ านวยความสะดวกตามสมควรมาตรา ๔๕ ให้นาความในมาตรา ๖๙ และมาตรา ๗๐ แห่งพระราชบัญญัติป่าชุมชนพ.ศ. ๒๕๖๒ มาใช้กับการดาเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ยึดไว้ตามมาตรา ๖๗ (๔) แห่งพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒มาตรา ๔๖ ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้กรรมการจัดการป่าชุมชน เจ้าหน้าที่ป่าชุมชนและพนักงานเจ้าหน้าที่แสดงบัตรประจ าตัวต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องบัตรประจ าตัวกรรมการจัดการป่าชุมชน เจ้าหน้าที่ป่าชุมชน และพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศกาหนดตามมาตรา ๗๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติป่าชุมชนพ.ศ. ๒๕๖๒มาตรา ๔๗ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้กรรมการจัดการป่าชุมชนเจ้าหน้าที่ป่าชุมชน และพนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๔๘ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตารวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๔๙ ในกรณีที่คณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดพบว่า คณะกรรมการจัดการป่าชุมชน กรรมการจัดการป่าชุมชน สมาชิกป่าชุมชน หรือเจ้าหน้าที่ป่าชุมชน กระทาการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกานี้ ระเบียบของคณะกรรมการนโยบาย หรือข้อบังคับของคณะกรรมการจัดการป่าชุมชน คณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดมีอานาจสั่งการให้คณะกรรมการจัดการป่าชุมชน กรรมการจัดการป่าชุมชน สมาชิกป่าชุมชน หรือเจ้าหน้าที่ป่าชุมชนดังกล่าว กระท าการหรืองดเว้นการกระท าใด ๆ ตามความเหมาะสมหนา ๑๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ผู้ได้รับคาสั่งของคณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดตามวรรคหนึ่ง ต้องปฏิบัติตามคาสั่งดังกล่าวภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดก าหนดในกรณีที่ผู้ได้รับคาสั่งของคณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดตามวรรคหนึ่ง ไม่เห็นด้วยกับคาสั่งดังกล่าว ให้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการนโยบายภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคาสั่ง และให้น าความในมาตรา ๑๕ วรรคสี่และวรรคห้า มาใช้บังคับโดยอนุโลมการอุทธรณ์ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการที่ต้องปฏิบัติตามคาสั่งของคณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัด เว้นแต่คณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัด หรือคณะกรรมการนโยบายจะสั่งเป็นอย่างอื่นการดาเนินการตามมาตรานี้ ไม่กระทบสิทธิกรมป่าไม้ที่จะดาเนินคดีกับคณะกรรมการจัดการป่าชุมชน กรรมการจัดการป่าชุมชน สมาชิกป่าชุมชน หรือเจ้าหน้าที่ป่าชุมชนมาตรา ๕๐ อธิบดีมีหน้าที่และอานาจในการส่งเสริมสนับสนุนและติดตามดูแลการดาเนินงานของคณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัด และอาจสั่งให้กรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดชี้แจงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของคณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดได้มาตรา ๕๑ อธิบดีอาจขอให้คณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดกระทาการหรือยับยั้งการกระทาใด ๆ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย นโยบายหรือมติของคณะรัฐมนตรีและระเบียบของคณะกรรมการนโยบายเมื่อคณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดได้รับแจ้งจากอธิบดีตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดพิจารณาและแจ้งผลให้อธิบดีทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งค าขอในกรณีที่อธิบดีไม่เห็นด้วยกับความเห็นของคณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดที่แจ้งตามวรรคสอง ให้อธิบดีนาเสนอคณะกรรมการนโยบายพิจารณาภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลและให้นาความในมาตรา ๑๕ วรรคสี่และวรรคห้า มาใช้บังคับโดยอนุโลมมาตรา ๕๒ ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนพระราชกฤษฎีกานี้ หรือระเบียบหรือข้อบังคับที่ออกตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นเหตุให้มีสิ่งปลูกสร้างขึ้นใหม่หรือมีสิ่งอื่นใดในป่าชุมชนให้คณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดมีอานาจสั่งให้ผู้กระท าการฝ่าฝืนทาลายหรือรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างหรือสิ่งอื่นใดนั้นออกไปจากป่าชุมชน หรือกระท าการใด ๆ ตามควรแก่กรณีภายในเวลาที่ก าหนดหนา ๑๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ในกรณีที่ผู้กระทาการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคาสั่งตามวรรคหนึ่ง หรือเพื่อป้องกันหรือบรรเทาความเสียหายแก่ป่าชุมชน คณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดจะทาลายหรือรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างหรือสิ่งอื่นใดนั้น หรือกระทาการใด ๆ ตามควรแก่กรณีเสียเองก็ได้ และผู้กระทาการฝ่าฝืนมีหน้าที่ต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายและเงินเพิ่มในอัตราร้อยละยี่สิบห้าต่อปีของค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปในการที่คณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดกระท าการเสียเอง หมวด ๕การเพิกถอนป่าชุมชนมาตรา ๕๓ อธิบดีมีอ านาจสั่งเพิกถอนป่าชุมชนทั้งหมดหรือบางส่วนได้ ในกรณีดังต่อไปนี้(๑) คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนขอให้เพิกถอนป่าชุมชนตามมาตรา ๒๔(๒) คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนทอดทิ้งไม่จัดการฟื้นฟูป่าชุมชนนั้นต่อไป(๓) คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนไม่ปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกานี้ หรือระเบียบหรือข้อบังคับที่ออกตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒ อันจะเป็นเหตุให้ป่าชุมชนได้รับความเสียหายหรือมีเหตุไม่ควรไว้วางใจให้จัดการป่าชุมชนต่อไป(๔) เมื่อมีเหตุผลความจาเป็นทางด้านกิจการเพื่อความมั่นคงของประเทศ โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีในกรณีที่คณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดพบเหตุตาม (๒) หรือ (๓) และเห็นเป็นการสมควรให้เพิกถอนป่าชุมชน ให้คณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดแจ้งต่ออธิบดีเพื่อสั่งเพิกถอนป่าชุมชนต่อไป หรือในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่พบเหตุตาม (๒) หรือ (๓) ให้รายงานต่ออธิบดีเพื่อพิจารณาสั่งเพิกถอนป่าชุมชนเมื่ออธิบดีมีค าสั่งเพิกถอนป่าชุมชนแล้ว ให้อธิบดีแจ้งค าสั่งเป็นหนังสือให้คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีค าสั่งในกรณีที่อธิบดีมีคาสั่งเพิกถอนป่าชุมชนเพราะเหตุตาม (๒) (๓) หรือ (๔) คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนมีสิทธิอุทธรณ์คาสั่งเพิกถอนป่าชุมชนต่อคณะกรรมการนโยบายภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งค าสั่งจากอธิบดี และให้นาความในมาตรา ๑๕ วรรคสี่และวรรคห้า มาใช้บังคับโดยอนุโลมหนา ๑๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
ในกรณีที่มีการเพิกถอนป่าชุมชนเพราะเหตุตาม (๒) หรือ (๓) ห้ามมิให้กรรมการจัดการป่าชุมชนของป่าชุมชนที่ถูกเพิกถอนนั้นกลับมาเป็นกรรมการจัดการป่าชุมชนตามพระราชกฤษฎีกานี้อีกการเพิกถอนป่าชุมชนให้มีผลเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วและในกรณีที่เป็นการเพิกถอนป่าชุมชนบางส่วน ให้มีแผนที่แสดงแนวเขตแนบท้ายประกาศด้วยมาตรา ๕๔ ป่าชุมชนใดที่ถูกเพิกถอนทั้งหมด ให้คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนของป่าชุมชนที่ถูกเพิกถอนนั้นตรวจสอบทรัพย์สินส่วนกลางของป่าชุมชนและชาระหนี้ที่ค้างอยู่หรือบังคับตามสิทธิเรียกร้องที่มีอยู่ให้เสร็จสิ้น และรายงานผลต่อคณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศการเพิกถอนป่าชุมชนในราชกิจจานุเบกษาในกรณีที่คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนดาเนินการไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กาหนดตามวรรคหนึ่ง กรรมการจัดการป่าชุมชนของป่าชุมชนที่ถูกเพิกถอนนั้นไม่มีสิทธิยื่นค าขอจัดตั้งป่าชุมชนอีกจนกว่าคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนจะดาเนินการให้แล้วเสร็จเมื่อได้ตรวจสอบทรัพย์สินส่วนกลางของป่าชุมชนและชาระหนี้ที่ค้างอยู่หรือบังคับตามสิทธิเรียกร้องที่มีอยู่เสร็จสิ้นแล้ว ถ้ามีทรัพย์สินส่วนกลางส่วนที่เป็นสังหาริมทรัพย์เหลืออยู่เท่าใดให้ตกเป็นของกรมป่าไม้หรือมอบให้แก่คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนของป่าชุมชนอื่นเพื่อใช้ในการจัดการป่าชุมชนนั้นต่อไป ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการป่าชุมชนประจ าจังหวัดก าหนดมาตรา ๕๕ ทรัพย์สินส่วนกลางของป่าชุมชนที่ถูกเพิกถอน ถ้าเป็นไม้หรืออสังหาริมทรัพย์ให้ตกเป็นของแผ่นดินและให้กรมป่าไม้จัดการให้เป็นไปตามระเบียบที่ออกตามมาตรา ๘๐แห่งพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒มาตรา ๕๖ ป่าชุมชนที่ถูกเพิกถอนตามมาตรา ๕๓ อาจมีการนาพื้นที่ดังกล่าวมาขอจัดตั้งป่าชุมชนใหม่อีกก็ได้ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบที่ออกตามมาตรา ๘๑ แห่งพระราชบัญญัติป่าชุมชนพ.ศ. ๒๕๖๒ และให้นาความในหมวด ๒ การจัดตั้งป่าชุมชน มาใช้บังคับโดยอนุโลมผู้รับสนองพระบรมราชโองการแพทองธาร ชินวัตรนายกรัฐมนตรี หนา ๑๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติป่าชุมชนพ.ศ. ๒๕๖๒ กาหนดให้การจัดตั้งป่าชุมชนในพื้นที่อื่นของรัฐให้เป็นไปตามที่กาหนดในพระราชกฤษฎีกาโดยต้องมีหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดตั้งป่าชุมชน การจัดการป่าชุมชน การควบคุมดูแลป่าชุมชนการเพิกถอนป่าชุมชน และการอื่นที่จ าเป็น จึงจ าเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้หนา ๒๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)