ThaiGovData

พระบรมราชโองการ ประกาศ เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายหน้า [จำนวน ๒ ราย ๑. นายมนัส เสือเปลี่ยว ๒. นายเจริญศักดิ์ คารีขันธ์]

undated

Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th

The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.

ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลรัฐธรรมนูญคําวินิจฉัยที่ ๒๔/๒๕๖๗ เรื่องพิจารณาที่ ๗/๒๕๖๗วันที่ ๓๐ เดือน ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗ศาลจังหวัดนราธิวาส ผูรอง- ผูถูกรองเรื่อง พระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรงพ.ศ. ๒๕๖๕ มาตรา ๓ มาตรา ๕ มาตรา ๒๒ ถึงมาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ ถึงมาตรา ๓๖และมาตรา ๓๗ ถึงมาตรา ๔๑ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่งมาตรา ๒๘ วรรคหนึ่งและวรรคสอง มาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสามมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๔๐ วรรคหนึ่งและวรรคสอง หรือไมศาลจังหวัดนราธิวาสสงความเห็นในคดีหมายเลขดําที่ มฝ ๘/๒๕๖๖ คดีหมายเลขแดงที่มฝ ๑/๒๕๖๗ เพื่อขอใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ ขอเท็จจริงตามความเห็นของศาลจังหวัดนราธิวาสและเอกสารประกอบ สรุปไดดังนี้พนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาส เปนโจทก ยื่นฟอง นายอาหามะ หะมีแย เปนจําเลยตอศาลจังหวัดนราธิวาสวา จําเลยกระทําความผิดตอกฎหมายหลายบทหลายกรรมตางกันในความผิดฐานพรากผูเยาวอายุกวาสิบหาปแตยังไมเกินสิบแปดปไปเสียจากบิดามารดา ผูปกครองระหวาง หนา ๒๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ หรือผูดูแล เพื่อการอนาจาร โดยผูเยาวเต็มใจไปดวย ฐานพาบุคคลอายุเกินสิบหาปแตยังไมเกินสิบแปดปไปเพื่อการอนาจาร ศาลจังหวัดนราธิวาสพิพากษาวา จําเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๓ ทวิ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๑๙ วรรคหนึ่ง การกระทําของจําเลยเปนการกระทําความผิดหลายกรรมตางกัน ใหลงโทษทุกกรรมเปนกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๑ เพิ่มโทษจําเลยกระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๒ จําเลยใหการรับสารภาพเปนประโยชนแกการพิจารณา ลดโทษใหกระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ รวมจําคุก ๑ ป ๑๒ เดือน คดีถึงที่สุด ระหวางจําเลยรับโทษจําคุกตามคําพิพากษาโจทกไดรับรายงานพรอมความเห็นของคณะกรรมการพิจารณากําหนดมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ํามีมติใหใชมาตรการเฝาระวังภายหลังพนโทษกับจําเลยตามพระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรง พ.ศ. ๒๕๖๕ มาตรา ๒๒วรรคสอง (๑) (๒) (๖) (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๒) และ (๑๓) โจทกยื่นคํารองตอศาลจังหวัดนราธิวาสขอใหมีคําสั่งกําหนดมาตรการเฝาระวังแกจําเลยภายหลังพนโทษ มีกําหนดระยะเวลาไมนอยกวา ๒ ปตามพระราชบัญญัติดังกลาวศาลจังหวัดนราธิวาสเห็นวา พระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรง พ.ศ. ๒๕๖๕ มาตรา ๓ มาตรา ๕ มาตรา ๒๒ถึงมาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ ถึงมาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๗ ถึงมาตรา ๔๑ เปนบทบัญญัติที่กําหนดมาตรการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษ มาตรการคุมขังภายหลังพนโทษ และการคุมขังฉุกเฉินมีเนื้อหาจํากัดสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญของผูกระทําความผิด แมวาจะไดรับโทษตามคําพิพากษาถึงที่สุดครบถวนแลว แตการบังคับใชมาตรการดังกลาวไมเปนไปตามเจตนารมณของกฎหมายในการปองกันและเฝาระวังการกออาชญากรรม สรางความปลอดภัยในสังคม และลดอัตราการกระทําความผิดซ้ําอีกทั้งบทบัญญัติแหงกฎหมายดังกลาวมิไดกําหนดอัตราโทษขั้นต่ําไวเปนเงื่อนไขของการยื่นคํารองตอศาลเพื่อขอใหใชมาตรการเฝาระวังและคุมขัง เปนเหตุใหไมวาศาลจะลงโทษจําเลยเบาเพียงใดก็อยูในขายที่จะถูกบังคับใชมาตรการดังกลาว สรางความเสียหายตอสิทธิและเสรีภาพของปจเจกชนมากกวาที่จะกอใหเกิดประโยชนตอมหาชน นอกจากนี้ เมื่อศาลมีคําสั่งใหใชมาตรการเฝาระวังหรือคุมขังยอมมีผลเปนการสันนิษฐานไวกอนวาจําเลยจะไปกระทําความผิด ทั้งที่การกระทํายังไมเกิดขึ้นหนา ๒๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ อันเปนการลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของจําเลย รวมถึงการไตสวนและมีคําสั่งใชมาตรการคุมขังเปนกระบวนการพิเศษแยกตางหากจากกระบวนการยุติธรรมทางอาญาสามัญ เปนการบังคับควบคุมตัวบุคคลโดยที่ผูนั้นยังไมไดกระทําความผิดและไมมีการแจงขอกลาวหา ขัดตอหลักนิติธรรม ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๘ วรรคหนึ่งและวรรคสอง มาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง วรรคสองและวรรคสาม มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๘ มาตรา ๔๐ วรรคหนึ่งและวรรคสอง และมาตรา ๗๗วรรคหนึ่งและวรรคสาม ซึ่งศาลจังหวัดนราธิวาสจะใชบทบัญญัติแหงกฎหมายดังกลาวบังคับแกคดีและยังไมมีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในสวนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินี้ จึงสงความเห็นดังกลาวตอศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ วรรคหนึ่งประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญตองพิจารณาเบื้องตนมีวา ศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจรับความเห็นของศาลจังหวัดนราธิวาสไวพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ วรรคหนึ่ง หรือไม เห็นวาศาลจังหวัดนราธิวาสสงความเห็นเพื่อขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยวา พระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรง พ.ศ. ๒๕๖๕มาตรา ๓ มาตรา ๕ มาตรา ๒๒ ถึงมาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ ถึงมาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๗ถึงมาตรา ๔๑ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๘ วรรคหนึ่งและวรรคสองมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๘ มาตรา ๔๐ วรรคหนึ่งและวรรคสอง และมาตรา ๗๗ วรรคหนึ่งและวรรคสาม หรือไม บทบัญญัติดังกลาวเปนบทบัญญัติที่ศาลจังหวัดนราธิวาสจะใชบังคับแกคดี เมื่อศาลจังหวัดนราธิวาสสงความเห็นพรอมดวยเหตุผลวาบทบัญญัติดังกลาวขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ และยังไมมีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในสวนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินี้ กรณีเปนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ วรรคหนึ่ง สวนที่โตแยงวา พระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรง พ.ศ. ๒๕๖๕มาตรา ๓ มาตรา ๕ มาตรา ๒๒ ถึงมาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ ถึงมาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๗ถึงมาตรา ๔๑ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ วรรคหนึ่งและวรรคสาม หรือไม นั้น เห็นวารัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ เปนบทบัญญัติในหมวด ๖ แนวนโยบายแหงรัฐ ที่กําหนดแนวทางในการตรากฎหมายเพื่อใหรัฐพึงมีกฎหมายเพียงเทาที่จําเปน กําหนดกรอบแนวทางทั้งในแงเนื้อหาและกระบวนการจัดทํากฎหมายรวมทั้งการดําเนินการภายหลังจากที่กฎหมายมีผลใชบังคับแลว เพื่อมิใหรัฐตรากฎหมายที่มีผลเปนการสรางภาระหนา ๒๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ แกประชาชนโดยไมเหมาะสม มิใชเปนบทบัญญัติที่คุมครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลโดยตรงศาลรัฐธรรมนูญไมจําตองวินิจฉัยในสวนนี้ จึงมีคําสั่งรับไวพิจารณาวินิจฉัยเฉพาะประเด็นที่ขอใหวินิจฉัยวาพระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรงพ.ศ. ๒๕๖๕ มาตรา ๓ มาตรา ๕ มาตรา ๒๒ ถึงมาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ ถึงมาตรา ๓๖และมาตรา ๓๗ ถึงมาตรา ๔๑ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๘วรรคหนึ่งและวรรคสอง มาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๘และมาตรา ๔๐ วรรคหนึ่งและวรรคสอง หรือไม เพื่อประโยชนแหงการพิจารณาใหหนวยงานที่เกี่ยวของจัดทําความเห็นและจัดสงสําเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวของยื่นตอศาลรัฐธรรมนูญหนวยงานที่เกี่ยวของจัดทําความเห็นและจัดสงสําเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวของ ดังนี้๑. เลขาธิการสํานักงานศาลยุติธรรมจัดทําความเห็นสรุปไดวา แมมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําเปนมาตรการเพื่อคุมครองประโยชนสังคม แตการใชมาตรการดังกลาวตองไดสัดสวนกับการคุมครองสิทธิมนุษยชน สอดคลองกับกติการะหวางประเทศวาดวยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง(International Covenant on Civil and Political Rights - ICCPR) ซึ่งประเทศไทยเปนภาคีสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวของกับการปองกันการกระทําความผิดซ้ําภายหลังพนโทษ ไดแก สิทธิในเสรีภาพและความปลอดภัยสวนบุคคลและสิทธิของผูถูกคุมขัง การคุมขังเพื่อความปลอดภัยของสังคมจะกระทําไดโดยไมถือวาเปนการคุมขังตามอําเภอใจก็ตอเมื่อ (๑) เปนมาตรการสุดทาย (๒) เปนกรณีที่ผูกระทํากออาชญากรรมรุนแรงและมีความเปนไปไดที่จะกระทําความผิดซ้ําในอนาคต (๓) มีกระบวนการตรวจสอบตามกําหนดระยะเวลาโดยองคกรอิสระ และ (๔) ตองปฏิบัติกับผูถูกคุมขังภายหลังพนโทษแตกตางจากนักโทษเด็ดขาดที่ถูกลงโทษในเรือนจํา และดําเนินการคุมขังเพื่อวัตถุประสงคในการฟนฟูแกไขและนําผูถูกคุมขังกลับสูสังคม ทั้งนี้ พระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรง พ.ศ. ๒๕๖๕ มาจากกฎหมายของรัฐวิกทอเรีย เครือรัฐออสเตรเลียที่กําหนดใหตองคัดกรองและจํากัดเฉพาะบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดเทานั้นที่ตองอยูภายใตมาตรการเฝาระวังหรือคุมขังหลังพนโทษ อยางไรก็ตาม มีคํารองหลายฉบับขอใชมาตรการเฝาระวังตอผูที่ไดรับการประเมินวามีความเสี่ยงต่ํา และไมมีเหตุผลแสดงใหเชื่อวาถาปลอยผูกระทําความผิดไปแลวผูนั้นจะกระทําความผิดซ้ําในเวลาอันใกล หากพิจารณาแนวปฏิบัติของตางประเทศจะเห็นวาตองมีการระบุเหตุปจจัยตามหลักวิชาการหนา ๒๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ที่แสดงวาถาปลอยตัวไปแลวจะมีความเสี่ยงสูงที่จะกระทําความผิดซ้ําในเวลาอันใกล โดยเนนปจจัยที่เปลี่ยนแปลงได เชน ความสัมพันธกับบุคคลใกลชิด การทํางาน หรือสภาวะการเสพหรือติดยาเสพติดมากกวาปจจัยคงที่ที่ไมอาจเปลี่ยนแปลงได เชน อายุ หรือการกระทําความผิดในคดีปจจุบันหรือในครั้งกอนอีกทั้งคํารองขอใหใชมาตรการตาง ๆ ที่ยื่นมายังศาล มักไมไดระบุรายละเอียดวาแตละมาตรการมีความสําคัญและจําเปนในการชวยลดหรือควบคุมความเสี่ยงอยางไร นอกจากนี้ การยื่นคํารองขอใหใชมาตรการตาง ๆ จะยื่นกอนผูตองขังไดรับการปลอยตัวพนโทษในเวลากระชั้นชิด ทําใหเกิดปญหาเรื่องการกําหนดวันนัดไตสวน และการใหเวลาทนายความของผูตองขังรวบรวมขอมูลเพื่อใชในการไตสวน๒. อัยการสูงสุดจัดทําความเห็นสรุปไดวา มาตรฐานในการคัดกรองหรือประเมินนักโทษเด็ดขาดของกรมราชทัณฑและคณะกรรมการพิจารณากําหนดมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ํามีความแตกตางกัน ทําใหบางกรณีพนักงานอัยการหยิบยกเหตุผลของกรมราชทัณฑซึ่งเปนผูใกลชิดนักโทษเด็ดขาดและใหเหตุผลที่เปนผลดีตอนักโทษเด็ดขาดมาพิจารณาแลวไมยื่นคํารองขอใหใชมาตรการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษตอศาล นอกจากนี้ การรวมศูนยอํานาจของคณะกรรมการดังกลาวจะมีเฉพาะสวนกลาง ทําใหการสงรายงานและความเห็นมายังพนักงานอัยการเกิดความลาชา สงผลใหพนักงานอัยการมีระยะเวลาพิจารณารายงานไมเพียงพอในการจัดทําความเห็น๓. รัฐมนตรีวาการกระทรวงยุติธรรมจัดทําความเห็นสรุปไดวา พระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรง พ.ศ. ๒๕๖๕ มีเจตนารมณเพื่อปองกันมิใหผูกระทําความผิดเกี่ยวกับเพศและความผิดที่ใชความรุนแรง เชน ฆาคนตายหรือทํารายรางกายสาหัส กระทําความผิดซ้ําภายหลังพนโทษ โดยมีมาตรการตั้งแตการเฝาระวังไปจนถึงการคุมขัง แมวาจะเปนกฎหมายที่ออกมาจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของผูกระทําความผิดแตเปนกฎหมายที่จําเปนและไดสัดสวนเมื่อเปรียบเทียบกับความเสียหายที่ผูกระทําความผิดบางรายอาจไปกระทําความผิดซ้ําที่สรางความเสียหายใหกับสังคม โดยทุกกระบวนการตัดสินใจเพื่อใชมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําตองกระทําเทาที่จําเปน ไดสัดสวน และไมเลือกปฏิบัติ การออกคําสั่งภายหลังพนโทษในแตละมาตรการจะตองใชเฉพาะในกรณีที่จําเปนอยางยิ่ง และเปนมาตรการสุดทายที่ไมมีมาตรการอื่นยับยั้งมิใหผูพนโทษไปกระทําความผิดซ้ํา รวมทั้งจะตองมีคําสั่งโดยศาลเทานั้น เพื่อเปนหลักประกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชน สําหรับมาตรการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษเปนมาตรการเพื่อไมใหกระทําความผิดซ้ํา โดยสามารถเลือกมาตรการตามความเหมาะสมกับสภาพความเสี่ยงหนา ๒๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ของนักโทษเด็ดขาดที่พนโทษเพื่อกลับไปสูสังคม สวนมาตรการคุมขังภายหลังพนโทษเปนมาตรการที่ศาลมีคําสั่งคุมขังผูกระทําความผิดภายหลังพนโทษแลวเปนเวลาไมเกิน ๓ ป ถือเปนมาตรการสุดทายและตองกระทําเทาที่จําเปนเพื่อปองกันมิใหผูพนโทษไปกระทําความผิดอีก ทั้งนี้ การคุมขังภายหลังพนโทษไมใชมาตรการลงโทษ เนื่องจากผูกระทําความผิดไดรับโทษจําคุกสําหรับการกระทําความผิดของตนแลวแตเปนวิธีการปองกันไมใหผูกระทําความผิดภายหลังพนโทษที่อยูระหวางการบําบัดรักษาและแกไขฟนฟูไปกออันตรายตอสังคม ซึ่งหากหมดความจําเปนดังกลาวแลวตองปลอยตัวผูถูกคุมขัง และการคุมขังฉุกเฉินเปนมาตรการที่ศาลมีคําสั่งคุมขังผูถูกเฝาระวังภายหลังพนโทษเปนเวลาไมเกิน ๗ วัน เนื่องจากผูถูกเฝาระวังดังกลาวแสดงพฤติการณใกลที่จะกระทําความผิดเกี่ยวกับเพศและความผิดที่ใชความรุนแรงโดยไมมีมาตรการอื่นใดที่ยับยั้งได ในระหวางนี้พนักงานคุมประพฤติสามารถประเมินสถานการณเพื่อเสนอพนักงานอัยการยื่นคํารองตอศาลเพื่อขอแกไขเปลี่ยนแปลงเปนมาตรการเฝาระวังหรือมาตรการคุมขังภายหลังพนโทษ๔. เลขาธิการสภาผูแทนราษฎรจัดสงสําเนาบันทึกการประชุมและรายงานการประชุมสภาผูแทนราษฎร และสําเนาบันทึกการประชุมและรายงานการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรง พ.ศ. .... สภาผูแทนราษฎร๕. เลขาธิการวุฒิสภาจัดสงสําเนารายงานการประชุมวุฒิสภา และสําเนาบันทึกการประชุมรายงานการประชุม และรายงานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรง พ.ศ. .... วุฒิสภา๖. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาจัดสงสําเนารางพระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรง พ.ศ. .... (เรื่องเสร็จที่ ๑๕๗๕/๒๕๖๔)สําเนาบันทึกสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาประกอบรางพระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรง พ.ศ. .... สําเนาบันทึกวิเคราะหสรุปสาระสําคัญของรางพระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรง พ.ศ. .... และสําเนาบันทึกการประชุมคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑๑)เรื่อง รางพระราชบัญญัติปองกันการกระทําความผิดซ้ําของผูกระทําความผิดอุกฉกรรจที่ใชความรุนแรงพ.ศ. .... หนา ๒๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ๗. อธิบดีกรมราชทัณฑจัดทําความเห็นสรุปไดวา การกระทําความผิดบางมาตราตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรงพ.ศ. ๒๕๖๕ มาตรา ๓ วรรคหนึ่ง ศาลอาจตัดสินใหมีกําหนดโทษนอย เชน ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗ หรือความผิดตามมาตราอื่น ๆ และผูตองขังระหวางอุทธรณฎีกาจะมีสถานะเปนนักโทษเด็ดขาดเมื่อใกลครบกําหนดปลอยตัวพนโทษ ทําใหในทางปฏิบัติสงผลกระทบตอการจัดทํารายงานจําแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาดและความเห็นตอคณะกรรมการพิจารณากําหนดมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําตองดําเนินการใหแลวเสร็จภายในระยะเวลาที่กฎหมายกําหนดสําหรับมาตรการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษ การจัดทํารายงานจําแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาดและความเห็นจําเปนตองรวบรวมขอมูลจากเอกสารจํานวนมากทั้งจากหนวยงานภายในและภายนอกกรมราชทัณฑสงผลใหการจัดทํารายงานจําแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาดหรือการเสนอใหคณะกรรมการดังกลาวพิจารณามีความลาชา อีกทั้งขอจํากัดดานงบประมาณทําใหการฝกอบรมเจาหนาที่ผูปฏิบัติงานขาดความตอเนื่อง และการปฏิบัติงานขาดความเปนมาตรฐานเดียวกัน นอกจากนี้ มาตรการคุมขังภายหลังพนโทษและการคุมขังฉุกเฉิน กรมราชทัณฑขาดความพรอมทางดานสถานที่คุมขังภายหลังพนโทษสําหรับผูถูกคุมขังหญิง งบประมาณ และบุคลากรดานจิตวิทยาหรือจิตแพทยสําหรับการบําบัดรักษาฟนฟูผูถูกคุมขังภายหลังพนโทษภายในสถานที่คุมขัง ทั้งนี้ พระราชบัญญัติดังกลาวกําหนดใหกรณีมาตรการคุมขังภายหลังพนโทษและการคุมขังฉุกเฉินใหนําพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการกักกันตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๑๐ และกฎกระทรวงที่เกี่ยวของมาใชบังคับ โดยมาตรา ๓ นิยามคําวา“ผูถูกกักกัน” หมายถึง ผูซึ่งถูกศาลพิพากษาใหกักกัน แสดงใหเห็นวาผูถูกกักกัน คือ ผูที่กระทําความผิดอยูในขั้นตอนของการรับโทษตามคําพิพากษาและยังไมเปนผูพนโทษ แตพระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรง พ.ศ. ๒๕๖๕ ใชบังคับกับผูกระทําความผิดภายหลังพนโทษซึ่งไดรับโทษตามคําพิพากษาครบถวน และมีสถานะเปนบุคคลทั่วไปที่มีสิทธิและเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญกําหนดไวทุกประการ ดังนั้น เมื่อสถานะของผูกระทําความผิดมีความแตกตางกันจึงมีปญหาวาจะนําวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการกักกันนํามาใชกับผูตองขังภายหลังพนโทษไดหรือไม๘. อธิบดีกรมคุมประพฤติจัดทําความเห็นสรุปไดวา กรมคุมประพฤติเปนฝายเลขานุการของคณะกรรมการพิจารณากําหนดมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ํา มีหนาที่รวบรวมรายงานหนา ๒๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ จําแนกลักษณะนักโทษเด็ดขาดที่ไดรับจากกรมราชทัณฑเพื่อเสนอใหคณะกรรมการดังกลาวพิจารณากําหนดมาตรการปองกันการกระทําความผิด ในชวงแรกของการบังคับใชพระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรง พ.ศ. ๒๕๖๕ มีจํานวนรายงานการจําแนกลักษณะนักโทษเด็ดขาดเขาสูการดําเนินการจํานวนมาก ประกอบกับไดรับรายงานจากกรมราชทัณฑในระยะเวลากระชั้นชิดใกลปลอยตัวนักโทษ สงผลใหการพิจารณากําหนดมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําบางรายไมอาจดําเนินการใหเปนไปตามกรอบระยะเวลาของกฎหมาย นอกจากนี้กรมคุมประพฤติไมมีกรอบอัตรากําลังเพียงพอในการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติดังกลาว ทําใหมีปญหาดานบุคลากรที่ปริมาณงานเกินอัตรากําลัง ปญหาดานงบประมาณ สถานที่ พัสดุ ครุภัณฑที่ไมเพียงพอตอการดําเนินงานและการปฏิบัติงานเฝาระวังผูกระทําความผิดในคดีเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรงมีความเสี่ยงตอชีวิตและรางกายของเจาหนาที่ ทั้งที่การปฏิบัติงานของพนักงานคุมประพฤติตามพระราชบัญญัติคุมประพฤติ พ.ศ. ๒๕๕๙ เปนการปฏิบัติงานตอผูกระทําความผิดที่กระทําผิดเล็กนอยมีโทษจําคุกไมเกิน ๕ ป โดยใชวิธีการคุมประพฤติตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖รวมถึงกลุมนักโทษเด็ดขาดที่ไดรับการพักการลงโทษและลดวันตองโทษ เนื่องจากยังคงมีสถานะเปนนักโทษเด็ดขาดหากไมปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมประพฤติก็จะถูกสงตัวกลับไปรับโทษตอในเรือนจําทันทีผูกระทําความผิดกลุมนี้จึงปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมประพฤติดวยดี ทําใหไมมีความเสี่ยงในการปฏิบัติงานมากนัก ในกรณีผูถูกเฝาระวังเปนผูปวยทางจิต ศาลมีคําสั่งใหใชมาตรการเฝาระวังภายหลังพนโทษโดยจําเปนตองใชบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญดานการแพทยในการรักษา ติดตาม ดูแลควบคูกับการใชมาตรการเฝาระวังอื่น ๆ อยางตอเนื่อง แตพระราชบัญญัติดังกลาวยังไมมีบทบัญญัติใหหนวยงานหรือองคกรใดมีอํานาจและหนาที่ในการบําบัดรักษา หรือแกไขฟนฟูบุคคลเหลานี้จนกวาจะหายเปนปกติอยางแทจริง๙. จุฬาราชมนตรีจัดทําความเห็นสรุปไดวา ปจจุบันไมปรากฏสภาพปญหาและอุปสรรคในการบังคับใชพระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรง พ.ศ. ๒๕๖๕ ในพื้นที่ที่ใชกฎหมายอิสลาม อยางไรก็ดี มาตรการการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษตามพระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรง พ.ศ. ๒๕๖๕ มาตรา ๒๒ วรรคสอง (๑๑) ที่กําหนดใหเขารับการบําบัดฟนฟูหนา ๒๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ แกไข หรือเขารวมในกิจกรรมตามที่ศาลหรือพนักงานคุมประพฤติกําหนด ควรกําหนดใหมีการเขารวมกิจกรรมที่สอดคลองกับหลักการทางศาสนาของนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษ และควรใชศาสนสถานตามศาสนาของบุคคลดังกลาวเปนสถานที่คุมประพฤติศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาความเห็นของศาลจังหวัดนราธิวาส ความเห็นและขอมูลของหนวยงานที่เกี่ยวของ และเอกสารประกอบแลวเห็นวา ศาลจังหวัดนราธิวาสไมไดแสดงเหตุผลประกอบความเห็นวาพระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรงพ.ศ. ๒๕๖๕ มาตรา ๓ และมาตรา ๕ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๘วรรคหนึ่งและวรรคสอง มาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๘และมาตรา ๔๐ วรรคหนึ่งและวรรคสอง อยางไร ไมจําตองวินิจฉัยในสวนนี้ และเห็นวาคดีเปนปญหาขอกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได จึงยุติการไตสวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๕๘ วรรคหนึ่งกําหนดประเด็นที่ตองพิจารณาวินิจฉัย ดังนี้ประเด็นที่หนึ่ง พระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรง พ.ศ. ๒๕๖๕ มาตรา ๒๒ ถึงมาตรา ๒๗ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๘ วรรคหนึ่งและวรรคสอง มาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสามมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๔๐ วรรคหนึ่งและวรรคสอง หรือไมประเด็นที่สอง พระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรง พ.ศ. ๒๕๖๕ มาตรา ๒๘ ถึงมาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๗ ถึงมาตรา ๔๑ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๘ วรรคหนึ่งและวรรคสอง มาตรา ๒๙วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๔๐ วรรคหนึ่งและวรรคสองหรือไม พิจารณาแลวเห็นวา รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๘ วรรคหนึ่งและวรรคสองมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๔๐ วรรคหนึ่งและวรรคสอง เปนบทบัญญัติในหมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่งบัญญัติวา “การตรากฎหมายที่มีผลเปนการจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลตองเปนไปตามเงื่อนไขหนา ๒๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ที่บัญญัติไวในรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่รัฐธรรมนูญมิไดบัญญัติเงื่อนไขไว กฎหมายดังกลาวตองไมขัดตอหลักนิติธรรม ไมเพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแกเหตุ และจะกระทบตอศักดิ์ศรีความเปนมนุษยของบุคคลมิได รวมทั้งตองระบุเหตุผลความจําเปนในการจํากัดสิทธิและเสรีภาพไวดวย” มาตรา ๒๘ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “บุคคลยอมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและรางกาย”วรรคสอง บัญญัติวา “การจับและการคุมขังบุคคลจะกระทํามิได เวนแตมีคําสั่งหรือหมายของศาลหรือมีเหตุอยางอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ” มาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “บุคคลไมตองรับโทษอาญาเวนแตไดกระทําการอันกฎหมายที่ใชอยูในเวลาที่กระทํานั้นบัญญัติเปนความผิดและกําหนดโทษไวและโทษที่จะลงแกบุคคลนั้นจะหนักกวาโทษที่บัญญัติไวในกฎหมายที่ใชอยูในเวลาที่กระทําความผิดมิได”วรรคสอง บัญญัติวา “ในคดีอาญา ใหสันนิษฐานไวกอนวาผูตองหาหรือจําเลยไมมีความผิด และกอนมีคําพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงวาบุคคลใดไดกระทําความผิด จะปฏิบัติตอบุคคลนั้นเสมือนเปนผูกระทําความผิดมิได”วรรคสาม บัญญัติวา “การควบคุมหรือคุมขังผูตองหาหรือจําเลยใหกระทําไดเพียงเทาที่จําเปนเพื่อปองกันมิใหมีการหลบหนี” มาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “บุคคลยอมมีสิทธิในความเปนอยูสวนตัวเกียรติยศ ชื่อเสียง และครอบครัว” วรรคสอง บัญญัติวา “การกระทําอันเปนการละเมิดหรือกระทบตอสิทธิของบุคคลตามวรรคหนึ่ง หรือการนําขอมูลสวนบุคคลไปใชประโยชนไมวาในทางใด ๆ จะกระทํามิไดเวนแตโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแหงกฎหมายที่ตราขึ้นเพียงเทาที่จําเปนเพื่อประโยชนสาธารณะ”มาตรา ๓๘ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “บุคคลยอมมีเสรีภาพในการเดินทางและการเลือกถิ่นที่อยู”วรรคสอง บัญญัติวา “การจํากัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทํามิได เวนแตโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแหงกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบรอยหรือสวัสดิภาพของประชาชน หรือการผังเมือง หรือเพื่อรักษาสถานภาพของครอบครัว หรือเพื่อสวัสดิภาพของผูเยาว”มาตรา ๔๐ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “บุคคลยอมมีเสรีภาพในการประกอบอาชีพ” และวรรคสองบัญญัติวา “การจํากัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทํามิได เวนแตโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแหงกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อรักษาความมั่นคงหรือเศรษฐกิจของประเทศ การแขงขันอยางเปนธรรมการปองกันหรือขจัดการกีดกันหรือการผูกขาด การคุมครองผูบริโภค การจัดระเบียบการประกอบอาชีพเพียงเทาที่จําเปนหรือเพื่อประโยชนสาธารณะอยางอื่น”หนา ๒๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ พระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรงพ.ศ. ๒๕๖๕ มีเหตุผลในการประกาศใชวา เนื่องจากผูกระทําความผิดอาญาบางประเภทที่เกี่ยวของกับเพศหรือที่ใชความรุนแรง เชน การขมขืนกระทําชําเรา การกระทําความผิดทางเพศตอเด็ก การฆาตกรรมการทํารายจนเปนเหตุใหผูอื่นถึงแกความตาย การทํารายรางกายผูอื่นจนเปนเหตุใหรับอันตรายสาหัสรวมทั้งการนําตัวบุคคลไปเรียกคาไถ เมื่อถูกจําคุกจนพนโทษและไดรับการปลอยตัวสูสังคมแลวถึงแมวาจะมีการติดตามจากเจาพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจบางแตไมมีสภาพบังคับเปนกฎหมายและไมมีประสิทธิผลในการปองกันการกระทําความผิดซ้ํา ผูกระทําความผิดเหลานี้สวนหนึ่งยังมีแนวโนมที่จะกระทําความผิดในรูปแบบเดียวกันหรือรูปแบบใกลเคียงกันซ้ําอีก สมควรมีกฎหมายเฉพาะที่กําหนดมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดดังกลาว โดยการกําหนดใหมีมาตรการแกไขฟนฟูผูกระทําความผิด มาตรการเฝาระวังภายหลังพนโทษ และมาตรการคุมขังภายหลังพนโทษ เพื่อปองกันสังคมและผูเสียหายจากการกระทําความผิดที่อาจเกิดขึ้นอีก และเพื่อสงเสริมการแกไขฟนฟูผูกระทําความผิดโดยคํานึงถึงสิทธิและเสรีภาพของผูตองคําสั่งดังกลาวอยางเหมาะสมประเด็นที่หนึ่ง พระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรง พ.ศ. ๒๕๖๕ มาตรา ๒๒ ถึงมาตรา ๒๗ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๘ วรรคหนึ่งและวรรคสอง มาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสามมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๔๐ วรรคหนึ่งและวรรคสอง หรือไมความเห็นของศาลจังหวัดนราธิวาสที่วา พระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรง พ.ศ. ๒๕๖๕ กําหนดมาตรการตาง ๆ อันมีเนื้อหาจํากัดสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญของผูกระทําความผิด แมวาจะไดรับโทษตามคําพิพากษาถึงที่สุดครบถวนแลว แตการบังคับใชมาตรการดังกลาวไมเปนไปตามเจตนารมณของกฎหมายในการปองกันและเฝาระวังการกออาชญากรรม สรางความปลอดภัยในสังคม และลดอัตราการกระทําความผิดซ้ําลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของจําเลยอันเนื่องมาจากการกระทําที่ยังไมเกิดขึ้น ไมเปนไปตามหลักความไดสัดสวนขัดตอหลักนิติธรรม ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๘ วรรคหนึ่งและวรรคสองมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๔๐ วรรคหนึ่งและวรรคสอง นั้น เห็นวา พระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหนา ๓๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ หรือที่ใชความรุนแรง พ.ศ. ๒๕๖๕ มาตรา ๒๒ ถึงมาตรา ๒๗ เปนบทบัญญัติในหมวด ๔มาตรการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษ มาตรา ๒๒ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อไดวานักโทษเด็ดขาดซึ่งศาลมีคําพิพากษาวาเปนผูกระทําความผิดในความผิดตามที่ระบุไวในมาตรา ๓ จะกระทําความผิดซ้ําภายหลังพนโทษ ศาลอาจมีคําสั่งกําหนดมาตรการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษตามที่พนักงานอัยการรองขอโดยกําหนดมาตรการเดียวหรือหลายมาตรการตามควรแกกรณีก็ได”วรรคสอง บัญญัติวา “มาตรการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษ ไดแก (๑) หามเขาใกลผูเสียหายจากการกระทําความผิด (๒) หามทํากิจกรรมที่เสี่ยงตอการกระทําความผิด (๓) หามเขาเขตกําหนด(๔) หามออกนอกประเทศเวนแตจะไดรับอนุญาตจากศาล (๕) หามกอใหเกิดอันตรายตอละแวกชุมชนที่ตนพักอาศัย (๖) ใหพักอาศัยในสถานที่ที่กําหนด (๗) ใหพักอาศัยในสถานบําบัดที่กําหนดหรือใหไปอยูภายใตการดูแลในสถานบําบัดภายใตการดําเนินการของหนวยงานตาง ๆ ซึ่งไดรับการรับรองโดยกระทรวงสาธารณสุขตามที่ศาลเห็นสมควร (๘) ใหปฏิบัติตามคําสั่งของเจาพนักงานหรือผูดูแลสถานที่พักอาศัยหรือสถานบําบัด (๙) ใหมารายงานตัวตอพนักงานคุมประพฤติหรือไดรับการเยี่ยมจากพนักงานคุมประพฤติหรืออาสาสมัครคุมประพฤติหรือเจาหนาที่อื่นตามระยะเวลาที่กําหนด(๑๐) ใหใชมาตรการทางการแพทย หรือมาพบหรือรับการตรวจรักษาจากแพทยหรือบุคคลอื่นใดตามที่ศาลหรือพนักงานคุมประพฤติกําหนด (๑๑) ใหเขารับการบําบัดฟนฟูแกไขหรือเขารวมกิจกรรมตามที่ศาลหรือพนักงานคุมประพฤติกําหนด (๑๒) ใหแจงพนักงานคุมประพฤติทราบถึงการเปลี่ยนสถานที่ทํางานหรือการเปลี่ยนงาน (๑๓) ใหใชอุปกรณอิเล็กทรอนิกสติดตามตัวในการเฝาระวัง” วรรคสาม บัญญัติวา“ศาลอาจกําหนดระยะเวลาการเฝาระวังในแตละมาตรการตามที่เห็นสมควรแตไมเกินสิบปนับแตวันพนโทษ”วรรคสี่ บัญญัติวา “การมีคําสั่งตามวรรคหนึ่ง ใหศาลคํานึงถึงพฤติการณแหงความรุนแรงของคดีสาเหตุแหงการกระทําความผิด ประวัติการกระทําความผิด ภาวะแหงจิต นิสัย และลักษณะสวนตัวอื่นของผูกระทําความผิด ความปลอดภัยของผูเสียหายและสังคม โอกาสในการกระทําความผิดซ้ําการแกไขฟนฟูผูกระทําความผิด และความไดสัดสวนของการใชมาตรการที่ตองกระทบสิทธิเสรีภาพของผูตองถูกบังคับดวย” วรรคหา บัญญัติวา “หลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขในการมีคําสั่งของศาลตามมาตรานี้ใหเปนไปตามที่กําหนดในขอบังคับของประธานศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญศาลฎีกา”มาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “กอนปลอยตัวนักโทษเด็ดขาดซึ่งศาลมีคําพิพากษาวาเปนผูกระทําความผิดในความผิดตามที่ระบุไวในมาตรา ๓ ใหกรมราชทัณฑจัดทํารายงานจําแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาดหนา ๓๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ตามกฎหมายวาดวยราชทัณฑเปนรายบุคคล พรอมทั้งความเห็นวานักโทษเด็ดขาดผูใดสมควรใหใชมาตรการเฝาระวังตามมาตรา ๒๒ เสนอตอคณะกรรมการพิจารณากําหนดมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําเพื่อพิจารณาวาสมควรกําหนดใหใชมาตรการเฝาระวังตามมาตรา ๒๒ แกนักโทษเด็ดขาดผูนั้น รวมทั้งกําหนดวิธีการและระยะเวลาที่เหมาะสมในการใชมาตรการดังกลาวเพื่อปองกันการกระทําความผิดซ้ํา”วรรคสอง บัญญัติวา “เมื่อคณะกรรมการพิจารณากําหนดมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําพิจารณาวาสมควรกําหนดใหใชมาตรการเฝาระวังตามมาตรา ๒๒ กับนักโทษเด็ดขาดผูใดแลว ใหเสนอรายงานและความเห็นตอพนักงานอัยการภายในเวลาอันสมควรกอนปลอยตัวนักโทษเด็ดขาดเพื่อพิจารณายื่นคํารองตอศาลใหกําหนดมาตรการเฝาระวัง” วรรคสาม บัญญัติวา “หลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขในการพิจารณาและจัดทํารายงานตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไปตามที่กําหนดในกฎกระทรวง” มาตรา ๒๔วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “เมื่อไดรับรายงานและความเห็นแลว หากพนักงานอัยการเห็นสมควรใหใชมาตรการการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษ ใหยื่นคํารองตอศาลที่มีเขตอํานาจในทองที่เรือนจําหรือสถานที่คุมขังของนักโทษเด็ดขาดกอนการปลอยตัวนักโทษเด็ดขาดเพื่อมีคําสั่งกําหนดมาตรการเฝาระวังดังกลาว” วรรคสอง บัญญัติวา “คํารองตามวรรคหนึ่งประกอบดวยคําขอที่มีขอเสนอและเงื่อนไขตลอดจนระยะเวลาที่ศาลจะกําหนดมาตรการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษ เพื่อประกอบการพิจารณาของศาลในการมีคําสั่งตามมาตรการหนึ่งมาตรการใดที่ระบุไวในมาตรา ๒๒ วรรคสอง”วรรคสาม บัญญัติวา “หลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขในการพิจารณายื่นคํารองของพนักงานอัยการใหเปนไปตามที่กําหนดโดยขอบังคับของอัยการสูงสุด” มาตรา ๒๕ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “เมื่อศาลไดรับคํารองตามมาตรา ๒๔ ใหศาลไตสวนและมีคําสั่งโดยใหสงสําเนาคํารองใหนักโทษเด็ดขาดเพื่อทราบวันไตสวนและสิทธิในการใหถอยคําดวยและเรียกนักโทษเด็ดขาดมาใหถอยคํา” วรรคสองบัญญัติวา “ใหศาลถามนักโทษเด็ดขาดวามีทนายความหรือไม ถาไมมีก็ใหศาลตั้งทนายความให” วรรคสามบัญญัติวา “หากครบกําหนดที่กรมราชทัณฑตองปลอยตัวนักโทษเด็ดขาดแลว แตศาลยังไมไดไตสวนคํารองหรือมีคําสั่งตามที่พนักงานอัยการรองขอ ใหกรมราชทัณฑปลอยตัวนักโทษเด็ดขาดไป ทั้งนี้ในการไตสวนใหศาลมีอํานาจเรียกนักโทษเด็ดขาดที่ไดรับการปลอยตัวมาใหถอยคําประกอบการไตสวนดวย”มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “ใหพนักงานคุมประพฤติตามกฎหมายวาดวยการคุมประพฤติเปนผูรับผิดชอบในการดําเนินการตามคําสั่งของศาล โดยใหนําบทบัญญัติเกี่ยวกับอํานาจหนาที่ของผูปฏิบัติงาน การสืบเสาะและพินิจ และการคุมความประพฤติตามกฎหมายวาดวยการคุมประพฤติหนา ๓๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ มาใชบังคับโดยอนุโลม” วรรคสอง บัญญัติวา “หากผูถูกเฝาระวังไมปฏิบัติตามหลักเกณฑ วิธีการหรือเงื่อนไขที่กําหนดโดยคําสั่งศาล ใหพนักงานคุมประพฤติตรวจสอบถึงเหตุดังกลาวและแกไข” วรรคสามบัญญัติวา “เมื่อครบกําหนดหกเดือนนับแตวันที่ศาลมีคําสั่งตามมาตรา ๒๒ และในทุกรอบหกเดือนใหพนักงานคุมประพฤติจัดทํารายงานการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษเสนอศาล หากศาลเห็นสมควรศาลอาจแกไขเพิ่มเติม ลดหรือขยายระยะเวลา หรือยกเลิกคําสั่งมาตรการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษก็ได” วรรคสี่ บัญญัติวา “เพื่อประโยชนในการดําเนินการตามมาตรานี้ ใหกรมคุมประพฤติจัดทําฐานขอมูลในระบบสารสนเทศศูนยเฝาระวังความปลอดภัยของประชาชน” มาตรา ๒๗ วรรคหนึ่งบัญญัติวา “ในกรณีที่พฤติการณที่เกี่ยวกับการใชมาตรการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษของผูถูกเฝาระวังไดเปลี่ยนแปลงไป เมื่อพนักงานอัยการหรือผูถูกเฝาระวังรองขอหรือศาลเห็นเองศาลอาจสั่งแกไขเพิ่มเติม ลดหรือขยายระยะเวลา หรือยกเลิกมาตรการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษบางมาตรการหรือทุกมาตรการก็ได และเมื่อมีคําสั่งอยางใดแลว ใหศาลแจงใหผูถูกเฝาระวังและผูเกี่ยวของทราบ” และวรรคสอง บัญญัติวา “การยื่นคํารองของพนักงานอัยการตามวรรคหนึ่งใหดําเนินการโดยพนักงานคุมประพฤติจัดทํารายงานพฤติการณดังกลาว และความเห็นเสนอตอคณะกรรมการพิจารณากําหนดมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําเพื่อพิจารณาเสนอความเห็นตอพนักงานอัยการ”บทบัญญัติดังกลาวเปนบทบัญญัติที่กําหนดมาตรการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษโดยกําหนดใหกอนปลอยตัวนักโทษเด็ดขาดซึ่งกระทําความผิดตามที่ระบุไวในมาตรา ๓ วรรคหนึ่งใหกรมราชทัณฑจัดทํารายงานจําแนกลักษณะของนักโทษเด็ดขาดตามกฎหมายวาดวยราชทัณฑเปนรายบุคคล และใหความเห็นวานักโทษเด็ดขาดผูใดสมควรใหใชมาตรการเฝาระวังเสนอตอคณะกรรมการพิจารณากําหนดมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ํา เพื่อพิจารณาวาสมควรกําหนดใหใชมาตรการเฝาระวังแกนักโทษเด็ดขาดผูนั้นภายหลังพนโทษหรือไม รวมทั้งกําหนดวิธีการและระยะเวลาในการใชมาตรการดังกลาวหากคณะกรรมการดังกลาวเห็นควรกําหนดใหใชมาตรการเฝาระวัง ใหเสนอรายงานและความเห็นตอพนักงานอัยการกอนปลอยตัวนักโทษเด็ดขาดเพื่อพิจารณายื่นคํารองตอศาลใหกําหนดมาตรการเฝาระวัง เมื่อศาลไดรับคํารองดังกลาวแลวใหศาลไตสวนและมีคําสั่งโดยใหสงสําเนาคํารองใหนักโทษเด็ดขาดเพื่อทราบวันไตสวนและสิทธิในการใหถอยคํา และใหเรียกนักโทษเด็ดขาดมาใหถอยคํา พรอมทั้งถามนักโทษเด็ดขาดวามีทนายความหรือไม ถาไมมีใหศาลตั้งทนายความให หากครบกําหนดที่กรมราชทัณฑตองปลอยตัวนักโทษเด็ดขาดแลว แตศาลยังไมไดไตสวนคํารองหรือมีคําสั่งตามที่พนักงานอัยการรองขอหนา ๓๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ใหกรมราชทัณฑปลอยตัวนักโทษเด็ดขาด ในการไตสวนใหศาลมีอํานาจเรียกนักโทษเด็ดขาดที่ไดรับการปลอยตัวมาใหถอยคําประกอบการไตสวนดวย การดําเนินการตามขั้นตอนดังกลาวเปนกระบวนการพิจารณากลั่นกรองและตรวจสอบความชอบธรรมในการบังคับใชมาตรการเฝาระวัง เพื่อเปนหลักประกันในการคุมครองสิทธิของนักโทษเด็ดขาดในกระบวนการพิจารณาของหนวยงานในกระบวนการยุติธรรมโดยเปดโอกาสใหนักโทษเด็ดขาดมาชี้แจง เสนอขอมูลตอศาล รวมทั้งเปดโอกาสใหนําพยานหลักฐานเขามาหักลางขอกลาวหาตาง ๆ กอนที่ศาลจะกําหนดใหใชมาตรการที่เปนผลรายแกตนเอง นอกจากนี้ในการพิจารณากําหนดมาตรการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดแตละราย ศาลสามารถใชดุลพินิจกําหนดใหใชมาตรการเฝาระวังใหเหมาะสมกับนักโทษเด็ดขาดแตละคนซึ่งมีปจจัยที่เปนความเสี่ยงในการกระทําความผิดซ้ําที่แตกตางกัน ไมวาจะเปนประวัติ สาเหตุ พฤติการณแหงความรุนแรงของคดี ภาวะแหงจิต นิสัยลักษณะสวนตัว ความปลอดภัยของผูเสียหายและสังคม โอกาสในการกระทําความผิดซ้ํา การแกไขฟนฟูรวมทั้งความไดสัดสวนของการใชมาตรการที่ตองกระทบสิทธิและเสรีภาพของผูตองถูกบังคับใชมาตรการโดยอาจใชมาตรการเฝาระวังทั้งมาตรการเดียวหรือหลายมาตรการ และกําหนดระยะเวลาตามความเหมาะสมของนักโทษเด็ดขาดแตละรายโดยไมเกินสิบปนับแตวันที่พนโทษ และทุกหกเดือนใหศาลมีอํานาจทบทวนการใชมาตรการ โดยใหพนักงานคุมประพฤติจัดทํารายงานการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษเสนอศาลและศาลอาจแกไขเพิ่มเติม ลดหรือขยายระยะเวลา หรือยกเลิกคําสั่งมาตรการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษก็ได เพื่อใหการใชมาตรการดังกลาวเปนไปเพื่อความจําเปนในการปองกันสังคมและผูเสียหายจากการกระทําความผิดที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงเปนการแกไขขอจํากัดของประมวลกฎหมายอาญาเรื่องวิธีการเพื่อความปลอดภัยที่ขาดความหลากหลาย ไมเหมาะสมกับสภาพสังคมปจจุบันการใชวิธีการดังกลาวจะตองพิจารณาไปพรอมกับการพิจารณาคดีที่ขอใหลงโทษ โดยขณะนั้นไมทราบวาระหวางนักโทษเด็ดขาดรับโทษมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปอยางไร มีความเปนไปไดภายหลังพนโทษวาจะเปนอันตรายตอสังคมอยูหรือไม ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาพระราชบัญญัติราชทัณฑ พ.ศ. ๒๕๖๐ และพระราชบัญญัติคุมประพฤติ พ.ศ. ๒๕๕๙ ไมครอบคลุมและเหมาะสมกับบริบทของสังคม ไมสามารถทําใหการแกไขฟนฟู ควบคุม ติดตาม และเฝาระวังผูพนโทษไมใหไปกระทําความผิดซ้ํามีประสิทธิภาพเทาที่ควร พระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรง พ.ศ. ๒๕๖๕ มาตรา ๒๒ ถึงมาตรา ๒๗ จึงใหความสําคัญแกการปองกันสังคมในเชิงรุกเพื่อลดโอกาสในการกระทําความผิดซ้ํา ซึ่งถือเปนวิธีการเพื่อความปลอดภัยเฉพาะหนา ๓๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ นอกเหนือจากที่บัญญัติไวในประมวลกฎหมายอาญาที่สอดคลองกับหลักการคุมครองสังคมจากผูกระทําความผิดที่เปนอันตรายตอสังคมอันเปนหลักสากล เมื่อชั่งน้ําหนักระหวางผลกระทบตอสิทธิและเสรีภาพของนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษในเรื่องตาง ๆ ไมวาจะเปนสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและรางกายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๘ สิทธิในความเปนอยูสวนตัว เกียรติยศ ชื่อเสียงและครอบครัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๒ เสรีภาพในการเดินทางและการเลือกถิ่นที่อยูตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๓๘ และเสรีภาพในการประกอบอาชีพตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๐ กับประโยชนสาธารณะในการสรางความปลอดภัย รวมถึงปองกันสังคมและผูเสียหายจากการกระทําความผิดอาญาที่เกี่ยวของกับเพศหรือที่ใชความรุนแรงที่อาจสรางความเสียหายใหกับสังคมโดยรวมแลว เปนไปตามหลักความไดสัดสวนไมขัดตอหลักนิติธรรม ไมเพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแกเหตุ ไมกระทบตอศักดิ์ศรีความเปนมนุษย ไมมุงหมายใหใชบังคับแกกรณีใดกรณีหนึ่งหรือแกบุคคลใดบุคคลหนึ่งเปนการเจาะจง เปนการจํากัดสิทธิและเสรีภาพตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกําหนด เพื่อประโยชนสาธารณะในการปองกัน สรางความปลอดภัย และรักษาความสงบเรียบรอยหรือสวัสดิภาพของประชาชนจากการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรง มาตรการเฝาระวังดังกลาวไมใชโทษทางอาญา ไมมีลักษณะเปนการสันนิษฐานวานักโทษเด็ดขาดดังกลาวกระทําความผิดอาญาไมมีลักษณะเปนการควบคุมหรือคุมขังผูตองหาหรือจําเลยในคดีอาญา จึงมิไดเปนกฎหมายที่กําหนดใหบุคคลตองไดรับโทษทางอาญาหรือมีลักษณะเปนการสันนิษฐานไวกอนวานักโทษเด็ดขาดดังกลาวมีความผิด ทั้งไมไดใหอํานาจแกเจาหนาที่ในการควบคุมหรือคุมขังบุคคล ไมขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๘ วรรคหนึ่งและวรรคสอง มาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง วรรคสองและวรรคสาม มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๔๐ วรรคหนึ่งและวรรคสองประเด็นที่สอง พระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรง พ.ศ. ๒๕๖๕ มาตรา ๒๘ ถึงมาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๗ ถึงมาตรา ๔๑ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๘ วรรคหนึ่งและวรรคสอง มาตรา ๒๙ วรรคหนึ่งวรรคสอง และวรรคสาม มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๔๐ วรรคหนึ่งและวรรคสอง หรือไมความเห็นของศาลจังหวัดนราธิวาสที่วา พระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรง พ.ศ. ๒๕๖๕ กําหนดมาตรการตาง ๆ โดยเฉพาะมาตรการคุมขังภายหลังพนโทษตามมาตรา ๒๘ ถึงมาตรา ๓๖ และการคุมขังฉุกเฉินตามมาตรา ๓๗หนา ๓๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ถึงมาตรา ๔๑ มีเนื้อหาจํากัดสิทธิและเสรีภาพของผูกระทําความผิดแมไดรับโทษตามคําพิพากษาถึงที่สุดครบถวนแลว ประกอบกับผูถูกบังคับใชมาตรการดังกลาวยังมิไดมีการกระทําความผิดอาญาหรือฝาฝนบทบัญญัติแหงกฎหมายอันเปนสาระสําคัญของการกระทําความผิดอาญา ไมเปนไปตามเจตนารมณของกฎหมายตามหลักความสัมฤทธิ์ผล ไมมีความจําเปนตอการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอีกทั้งเปนมาตรการที่สรางความเสียหายตอสิทธิเสรีภาพของผูถูกคุมขังมากกวาการกอใหเกิดประโยชนตอมหาชน ไมเปนไปตามหลักความไดสัดสวน และเมื่อศาลมีคําสั่งใหใชมาตรการดังกลาวยอมสันนิษฐานไวกอนวาจําเลยจะไปกระทําความผิด การไตสวนและมีคําสั่งใชมาตรการดังกลาวเปนกระบวนการพิเศษแยกตางหากจากกระบวนการยุติธรรมทางอาญาสามัญ เปนการบังคับควบคุมตัวบุคคลโดยที่ผูนั้นยังมิไดกระทําความผิดและไมมีการแจงขอกลาวหา ขัดตอหลักนิติธรรม ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๘ วรรคหนึ่งและวรรคสอง มาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง วรรคสองและวรรคสาม มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๔๐ วรรคหนึ่งและวรรคสอง นั้น เห็นวาพระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรงพ.ศ. ๒๕๖๕ มาตรา ๒๘ ถึงมาตรา ๓๖ เปนบทบัญญัติในหมวด ๕ มาตรการคุมขังภายหลังพนโทษมาตรา ๒๘ บัญญัติวา “ศาลอาจมีคําสั่งใหใชมาตรการคุมขังภายหลังพนโทษแกนักโทษเด็ดขาดซึ่งศาลมีคําพิพากษาวาเปนผูกระทําความผิดในความผิดตามที่ระบุไวในมาตรา ๓ ตั้งแตวันพนโทษหรือภายหลังพนโทษเพื่อปองกันการกระทําความผิดซ้ําตามที่พนักงานอัยการรองขอ หากศาลเห็นวามีเหตุอันควรเชื่อไดวาผูนั้นจะไปกระทําความผิดตามที่ระบุไวในมาตรา ๓ และไมมีมาตรการอื่นใดที่อาจปองกันมิใหผูนั้นไปกระทําความผิดได” มาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “ในการจัดทํารายงานการกําหนดมาตรการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษตามมาตรา ๒๓ วรรคสองหากคณะกรรมการพิจารณากําหนดมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําเห็นวามีความจําเปนที่จะตองขอใหศาลมีคําสั่งใหใชมาตรการคุมขังภายหลังพนโทษกับนักโทษเด็ดขาดรายใดเพื่อไมใหผูนั้นไปกระทําความผิดตามที่ระบุไวในมาตรา ๓ ใหคณะกรรมการดังกลาวเสนอรายงานพรอมทั้งความเห็นตอพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาดําเนินการตอไปโดยใหนํามาตรา ๒๓ และมาตรา ๒๔ มาใชบังคับโดยอนุโลม”วรรคสอง บัญญัติวา “ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณากําหนดมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําเห็นวามีความจําเปนที่จะตองขอใหศาลมีคําสั่งใหใชมาตรการคุมขังภายหลังพนโทษตามวรรคหนึ่งรวมกับการกําหนดมาตรการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษเมื่อครบกําหนดการคุมขังตอเนื่องกันไปหนา ๓๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ใหคณะกรรมการดังกลาวเสนอรายงานพรอมทั้งความเห็นตอพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาดําเนินการตอไปโดยใหนํามาตรา ๒๓ และมาตรา ๒๔ มาใชบังคับโดยอนุโลม” วรรคสาม บัญญัติวา “หลักเกณฑวิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทํารายงานของคณะกรรมการพิจารณากําหนดมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําและการพิจารณายื่นคํารองของพนักงานอัยการตามมาตรานี้ ใหเปนไปตามที่กําหนดในกฎกระทรวงหรือขอบังคับของอัยการสูงสุด แลวแตกรณี” มาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “ในระหวางการดําเนินการตามมาตรการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษตามมาตรา ๒๒ หากมีเหตุที่จะขอใหศาลมีคําสั่งกําหนดมาตรการคุมขังภายหลังพนโทษตามมาตรา ๒๘ หรือผูถูกเฝาระวังฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษ ใหพนักงานคุมประพฤติเสนอความเห็นตอพนักงานอัยการเพื่อพิจารณายื่นคํารองตอศาลในทองที่ที่ผูถูกเฝาระวังมีที่อยูหรือทองที่ที่พบตัวผูถูกเฝาระวังเพื่อขอใหศาลมีคําสั่งใหใชมาตรการคุมขังภายหลังพนโทษแกผูถูกเฝาระวังเพื่อปองกันการกระทําความผิดซ้ํา”วรรคสอง บัญญัติวา “พนักงานคุมประพฤติอาจเสนอความเห็นตอพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาหรือพนักงานอัยการเห็นสมควรอาจขอใหศาลมีคําสั่งใหใชมาตรการคุมขังภายหลังพนโทษรวมกับการกําหนดมาตรการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษเมื่อครบกําหนดการคุมขังตอเนื่องกันไปก็ได”วรรคสาม บัญญัติวา “หลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขการทําความเห็นของพนักงานคุมประพฤติและการพิจารณายื่นคํารองของพนักงานอัยการตามมาตรานี้ ใหเปนไปตามที่กําหนดในกฎกระทรวงหรือขอบังคับของอัยการสูงสุด แลวแตกรณี” มาตรา ๓๑ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “เมื่อศาลไดรับคํารองของพนักงานอัยการตามมาตรา ๒๙ หรือมาตรา ๓๐ ใหศาลไตสวนคํารองโดยใหนํามาตรา ๒๕มาใชบังคับโดยอนุโลม” วรรคสอง บัญญัติวา “ในวันไตสวนถาผูถูกเฝาระวังไมมาศาลตามหมายเรียกหรือตามนัดโดยไมมีเหตุอันสมควร จงใจไมรับหมายเรียก ไดหลบหนีไปหรือมีเหตุอันควรเชื่อไดวาจะหลบหนีใหศาลมีอํานาจออกหมายจับเพื่อดําเนินการตอไป และใหนํามาตรา ๓๘ วรรคสอง เรื่องการควบคุมตัวผูถูกจับมาใชบังคับโดยอนุโลม” มาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “ในการพิจารณาคํารองของพนักงานอัยการตามมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง ศาลอาจสั่งใหใชมาตรการคุมขังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษมีกําหนดระยะเวลาเพียงเทาที่จําเปน เพื่อปองกันมิใหผูนั้นกระทําความผิดซ้ําซึ่งตองไมเกินสามปนับแตวันที่ผูนั้นพนโทษ” วรรคสอง บัญญัติวา “ในการพิจารณาคํารองของพนักงานอัยการตามมาตรา ๒๙วรรคสอง ศาลอาจสั่งใหใชมาตรการคุมขังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษมีกําหนดระยะเวลาเทาที่จําเปนเพื่อปองกันมิใหผูนั้นไปกระทําความผิดซ้ําซึ่งตองไมเกินสามปนับแตวันพนโทษ หรือมีคําสั่งใหใชหนา ๓๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ มาตรการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษเมื่อครบกําหนดการคุมขังตอเนื่องกันไปตามที่พนักงานอัยการรองขอก็ได โดยใหนําหมวด ๓ มาตรการแกไขฟนฟูผูกระทําความผิด มาใชบังคับโดยอนุโลมแตเมื่อนับระยะเวลาทั้งหมดรวมกันแลว จะตองมีระยะเวลาไมเกินสิบปนับแตวันที่ผูนั้นพนโทษ”มาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “ในการพิจารณาคํารองของพนักงานอัยการตามมาตรา ๓๐ วรรคหนึ่งศาลอาจสั่งใหใชมาตรการคุมขังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษแกผูถูกเฝาระวังโดยมีกําหนดระยะเวลาเพียงเทาที่จําเปนเพื่อปองกันมิใหผูนั้นกระทําความผิดซ้ํา ซึ่งตองไมเกินสามปนับแตวันที่ผูถูกเฝาระวังถูกควบคุมตัว แตเมื่อนับระยะเวลาที่ศาลเคยมีคําสั่งใหใชมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําและระยะเวลาในครั้งนี้ทั้งหมดรวมกันแลว จะตองมีระยะเวลาไมเกินสิบปนับแตวันที่ผูนั้นพนโทษในกรณีเชนวานี้ ใหถือวาคําสั่งการใชมาตรการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษของศาลสิ้นสุดลง”วรรคสอง บัญญัติวา “ในการพิจารณาคํารองของพนักงานอัยการตามมาตรา ๓๐ วรรคสอง ศาลอาจสั่งใหใชมาตรการคุมขังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษแกผูถูกเฝาระวังโดยมีกําหนดระยะเวลาเพียงเทาที่จําเปนเพื่อปองกันมิใหผูนั้นกระทําความผิดซ้ํา ซึ่งตองไมเกินสามปนับแตวันที่ผูถูกเฝาระวังถูกควบคุมตัวหรือมีคําสั่งใหใชมาตรการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษเมื่อครบกําหนดการคุมขังดังกลาวตอเนื่องกันไปตามที่พนักงานอัยการรองขอก็ได โดยใหนําหมวด ๓ มาตรการแกไขฟนฟูผูกระทําความผิดมาใชบังคับโดยอนุโลม แตเมื่อนับระยะเวลาที่ศาลเคยมีคําสั่งใหใชมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําและระยะเวลาในครั้งนี้ทั้งหมดรวมกันแลว จะตองมีระยะเวลาไมเกินสิบปนับแตวันที่ผูนั้นพนโทษ”มาตรา ๓๔ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “ใหกรมราชทัณฑเปนผูรับผิดชอบในการดําเนินการบังคับตามคําสั่งคุมขังภายหลังพนโทษและใหนํากฎหมายวาดวยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการกักกันตามประมวลกฎหมายอาญามาใชบังคับโดยอนุโลม” วรรคสอง บัญญัติวา “ผูใดถูกคําสั่งใหคุมขังภายหลังพนโทษ ใหกรมราชทัณฑคุมขังไวในสถานที่คุมขังที่มิใชเรือนจําและจะปฏิบัติตอผูถูกคุมขังเสมือนเปนผูกระทําความผิดมิได”วรรคสาม บัญญัติวา “ในกรณีที่พฤติการณเปลี่ยนแปลงไป หรือเมื่อครบกําหนดหกเดือนนับแตวันที่เริ่มมีการคุมขังภายหลังพนโทษและในทุกรอบหกเดือน ใหคณะกรรมการพิจารณากําหนดมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําพิจารณาเสนอความเห็นตอพนักงานอัยการเพื่อพิจารณายื่นคํารองตอศาลใหมีคําสั่งแกไขเพิ่มเติม ลดหรือขยายระยะเวลา หรือยกเลิกคําสั่งคุมขังภายหลังพนโทษหรือเปลี่ยนคําสั่งคุมขังภายหลังพนโทษเปนคําสั่งเฝาระวังแทนก็ได” มาตรา ๓๕ บัญญัติวา “เมื่อศาลไดมีคําสั่งคุมขังผูถูกเฝาระวัง ถาผูนั้นยังมิไดรับการคุมขังก็ดีหรือไดรับการคุมขังแตยังไมครบถวนหนา ๓๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ โดยหลบหนีก็ดี ถาพนกําหนดสามปนับแตวันที่ศาลมีคําสั่งหรือนับแตวันที่ผูนั้นหลบหนีระหวางเวลาที่ตองคุมขังเปนอันลวงเลยการคุมขัง จะคุมขังผูนั้นไมได” และมาตรา ๓๖ บัญญัติวา “กอนครบกําหนดเวลาคุมขังภายหลังพนโทษ หากศาลไมไดมีคําสั่งใหใชมาตรการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษตอเนื่องจากการคุมขังตามมาตรา ๓๒ วรรคสอง หรือมาตรา ๓๓ วรรคสอง พนักงานอัยการอาจยื่นคํารองตอศาลกอนครบกําหนดการคุมขังเพื่อใหศาลมีคําสั่งใหใชมาตรการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษแกผูถูกคุมขังเมื่อครบกําหนดการคุมขังได แตศาลอาจมีคําสั่งดังกลาวภายหลังครบกําหนดการคุมขังก็ได และใหนําหมวด ๓ มาตรการแกไขฟนฟูผูกระทําความผิด มาใชบังคับโดยอนุโลม”สวนมาตรา ๓๗ ถึงมาตรา ๔๑ เปนบทบัญญัติในหมวด ๖ การคุมขังฉุกเฉิน มาตรา ๓๗บัญญัติวา “กรณีมีเหตุอันควรเชื่อไดวาผูถูกเฝาระวังจะกระทําความผิดตามที่ระบุไวในมาตรา ๓และมีเหตุฉุกเฉิน หากไมมีมาตรการอื่นใดที่อาจปองกันมิใหผูถูกเฝาระวังกระทําความผิดดังกลาวไดเมื่อพนักงานอัยการรองขอ ศาลอาจสั่งคุมขังฉุกเฉินผูถูกเฝาระวังไดไมเกินเจ็ดวันนับแตวันที่ศาลมีคําสั่ง”มาตรา ๓๘ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “ถาปรากฏเหตุตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๓๗ ใหพนักงานคุมประพฤติเสนอความเห็นตอพนักงานอัยการเพื่อพิจารณายื่นคํารองตอศาลในทองที่ที่ผูถูกเฝาระวังมีที่อยูหรือทองที่ที่พบตัวผูถูกเฝาระวังขอใหศาลมีคําสั่งคุมขังฉุกเฉิน” วรรคสอง บัญญัติวา “กอนที่ศาลจะมีคําสั่งตามวรรคหนึ่ง ใหพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจจับผูถูกเฝาระวังตามมาตรา ๗๘ แหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แตหามควบคุมผูถูกจับเกินกวาสี่สิบแปดชั่วโมงนับแตเวลาที่ผูถูกจับมาถึงที่ทําการของพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจ และเมื่อศาลมีคําสั่งใหคุมขังฉุกเฉินผูถูกเฝาระวังแลวใหกรมราชทัณฑนําตัวผูถูกเฝาระวังไปคุมขังฉุกเฉินตามคําสั่งศาลตอไป กรณีเชนวานี้ ไมทําใหคําสั่งตามมาตรการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษสิ้นผลไป และใหดําเนินการตามมาตรการเฝาระวังดังกลาวตอไปภายหลังพนจากการคุมขังฉุกเฉิน” วรรคสาม บัญญัติวา “หลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไขการทําความเห็นของพนักงานคุมประพฤติและการพิจารณายื่นคํารองของพนักงานอัยการตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไปตามที่กําหนดในกฎกระทรวงหรือขอบังคับของอัยการสูงสุด แลวแตกรณี”มาตรา ๓๙ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “ใหศาลพิจารณาคํารองของพนักงานอัยการโดยเร็ว ถาเปนที่พอใจวากรณีมีเหตุตามที่บัญญัติในมาตรา ๓๗ ใหศาลมีคําสั่งคุมขังฉุกเฉินผูถูกเฝาระวังได” วรรคสอง บัญญัติวา“ผูถูกเฝาระวังอาจยื่นคํารองขอฝายเดียวเพื่อใหศาลยกเลิกคําสั่งนั้นเสีย ถาศาลมีคําสั่งยกเลิกคําสั่งคุมขังฉุกเฉินคําสั่งเชนวานี้ใหเปนที่สุด” วรรคสาม บัญญัติวา “หลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขในการมีคําสั่งหนา ๓๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ของศาลตามมาตรานี้ ใหเปนไปตามที่กําหนดในขอบังคับของประธานศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญศาลฎีกา” มาตรา ๔๐ บัญญัติวา “ใหกรมราชทัณฑเปนผูรับผิดชอบในการดําเนินการบังคับตามคําสั่งคุมขังฉุกเฉิน และใหนํากฎหมายวาดวยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการกักกันตามประมวลกฎหมายอาญามาใชบังคับโดยอนุโลม” และมาตรา ๔๑ บัญญัติวา “เมื่อศาลมีคําสั่งคุมขังฉุกเฉินแลว ใหพนักงานคุมประพฤติดําเนินการใหมีการเสนอความเห็นไปยังพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาเสนอตอศาลใหมีคําสั่งแกไขเพิ่มเติมมาตรการเฝาระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษที่ศาลมีคําสั่งตามหมวด ๔ หรือเพื่อเสนอตอศาลใหมีคําสั่งใหใชมาตรการคุมขังภายหลังพนโทษตามหมวด ๕ เพื่อปองกันผูถูกคุมขังฉุกเฉินกระทําความผิดซ้ํา”เมื่อพิจารณานิยามคําวา “คุมขัง” ตามมาตรา ๕ หมายความวา การควบคุมนักโทษเด็ดขาดภายหลังพนโทษหรือผูถูกเฝาระวังไวในเขตกําหนดเพื่อปองกันการกระทําความผิดซ้ํา และมาตรา ๓๔ประกอบมาตรา ๔๐ กําหนดใหกรมราชทัณฑเปนผูดําเนินการบังคับตามคําสั่งคุมขังภายหลังพนโทษและคําสั่งคุมขังฉุกเฉิน โดยใหคุมขังผูถูกคําสั่งไวในสถานที่ที่มิใชเรือนจําและปฏิบัติตอผูถูกคุมขังเสมือนเปนผูกระทําความผิดมิได มาตรการคุมขังภายหลังพนโทษและการคุมขังฉุกเฉินดังกลาวจึงเปนมาตรการที่ทําใหวัตถุประสงคของกฎหมายในการปองกันสังคมและผูเสียหายจากการกระทําความผิดอาญาที่เกี่ยวของกับเพศหรือที่ใชความรุนแรงเกิดขึ้นไดจริง และมีประสิทธิภาพ แมวามาตรการคุมขังภายหลังพนโทษและการคุมขังฉุกเฉินจะมีลักษณะเปนวิธีการเพื่อความปลอดภัยเชนเดียวกับวิธีการเพื่อความปลอดภัยตามประมวลกฎหมายอาญาในสวนของการกักกันตามมาตรา ๔๐ ก็ตามแตการกักกันดังกลาวบังคับใชกับผูที่เคยมีประวัติการกระทําความผิดมาแลวสามครั้ง ศาลจึงจะสามารถใชดุลพินิจสั่งใหใชการกักกันได ในขณะที่ผูกระทําความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรงเปนผูกระทําความผิดที่มีลักษณะแตกตางจากผูกระทําความผิดทั่วไป ทั้งในสวนของพฤติกรรมการกระทําความผิด ระดับความเสี่ยงสูงตอการกระทําความผิดซ้ํา และความรูสึกไมปลอดภัยของสังคมและผูเสียหายจากการกระทําความผิด การปลอยตัวผูกระทําความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรงโดยที่รัฐไมมีมาตรการใดปองกันอาจสรางความเสียหายใหเกิดขึ้นในภายหลัง อีกทั้งการกําหนดใหใชการกักกันตามประมวลกฎหมายอาญาจะพิจารณาพรอมกับการพิจารณาโทษในคดีหลัก ทําใหศาลไมสามารถทราบถึงพฤติกรรมของนักโทษเด็ดขาดวาในระหวางรับโทษมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอยางไรหนา ๔๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ รวมถึงไมทราบพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของนักโทษเด็ดขาดวายังเปนอันตรายตอสังคมอยูหรือไมและหากจะฟองขอใหกักกันภายหลังการฟองคดีอันเปนมูลใหเกิดอํานาจฟองขอใหกักกันจะตองฟองภายในกําหนดหกเดือนนับแตวันที่ฟองคดี มิฉะนั้น เปนอันขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๗ ถือเปนกระบวนการขั้นตอนที่ซับซอน มีขอจํากัด ไมตอบสนองตอการปองกันสังคมและผูเสียหายจากการกระทําความผิดอาญาที่เกี่ยวของกับเพศหรือที่ใชความรุนแรงตามฐานความผิดที่ระบุไวในพระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรงพ.ศ. ๒๕๖๕ มาตรา ๓ วรรคหนึ่ง มาตรการคุมขังภายหลังพนโทษและการคุมขังฉุกเฉินจึงเปนมาตรการที่จําเปนเพื่อสรางความปลอดภัยและความสงบเรียบรอยใหแกสังคม โดยไมใชโทษทางอาญาเนื่องจากผูกระทําความผิดไดรับโทษจําคุกสําหรับการกระทําความผิดของตนครบถวนตามคําพิพากษาของศาลแลวนอกจากนี้ กรณีที่ศาลมีคําสั่งใหใชมาตรการคุมขังภายหลังพนโทษแลว หากมีกรณีที่พฤติการณเปลี่ยนแปลงไป หรือเมื่อครบกําหนดหกเดือนนับแตวันที่เริ่มมีการคุมขังภายหลังพนโทษและในทุกรอบหกเดือนใหคณะกรรมการดังกลาวพิจารณาเสนอความเห็นตอพนักงานอัยการเพื่อพิจารณายื่นคํารองตอศาลใหมีคําสั่งแกไข เพิ่มเติม ลดหรือขยายระยะเวลา หรือยกเลิกคําสั่งคุมขังภายหลังพนโทษหรือเปลี่ยนคําสั่งคุมขังภายหลังพนโทษเปนคําสั่งเฝาระวังแทนก็ได พระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรง พ.ศ. ๒๕๖๕ มาตรา ๒๘ถึงมาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๗ ถึงมาตรา ๔๑ สรางความเปนธรรมใหแกนักโทษเด็ดขาดโดยกําหนดใหเมื่อศาลรับคํารองของพนักงานอัยการแลวใหศาลไตสวนและมีคําสั่ง พรอมทั้งสงสําเนาคํารองใหนักโทษเด็ดขาดหรือผูถูกเฝาระวังทราบ ใหมีทนายความ รวมถึงใหมีสิทธิในการใหถอยคําตอศาลสวนกรณีคําสั่งใหใชการคุมขังฉุกเฉิน แมศาลจะมีคําสั่งใหใชการคุมขังฉุกเฉินแกผูถูกเฝาระวังคนใดไปแลวแตผูถูกเฝาระวังสามารถยื่นคํารองขอฝายเดียวเพื่อใหศาลยกเลิกคําสั่งคุมขังฉุกเฉิน หากศาลมีคําสั่งยกเลิกคําสั่งคุมขังฉุกเฉินดังกลาวใหคําสั่งของศาลเชนวานี้เปนที่สุด การดําเนินการตามขั้นตอนดังกลาวเปนกระบวนการพิจารณากลั่นกรองวานักโทษเด็ดขาดหรือผูถูกเฝาระวังสมควรใหใชมาตรการคุมขังภายหลังพนโทษและเปนกระบวนการเพื่อทบทวนวาคําสั่งใหใชการคุมขังฉุกเฉินมีความจําเปนอยูหรือไมเปนมาตรการสุดทายที่ศาลกําหนดขึ้นเพื่อความจําเปนเฉพาะเพื่อปองกันสังคมและผูเสียหายจากการกระทําความผิดอาญาที่เกี่ยวของกับเพศหรือที่ใชความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตเทานั้นหนา ๔๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ หากหมดความจําเปนดังกลาวตองปลอยตัวผูถูกคุมขัง ซึ่งหลักการดังกลาวมีการใชบังคับในหลายประเทศเชน เครือรัฐออสเตรเลีย สาธารณรัฐฝรั่งเศส แคนาดา ราชอาณาจักรเดนมารก สหราชอาณาจักรสหพันธสาธารณรัฐเยอรมนี และสหรัฐอเมริกา เปนตน บางประเทศถือเปนมาตรการคุมขังเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ สอดคลองกับความเห็นทั่วไป ฉบับที่ ๓๕ (General Comment No. 35)ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (Human Rights Committee) ซึ่งเปนคณะกรรมการประจํากติการะหวางประเทศวาดวยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ที่ใหความเห็นเกี่ยวกับการคุมขังเพื่อปองกันการกระทําความผิดซ้ําและเพื่อความปลอดภัยสาธารณะสามารถกระทําไดและไมถือเปนการคุมขังโดยอําเภอใจ เมื่อชั่งน้ําหนักระหวางผลกระทบตอสิทธิและเสรีภาพของนักโทษเด็ดขาดที่ถูกใชมาตรการคุมขังดังกลาวไมวาจะเปนสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและรางกายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๘สิทธิในความเปนอยูสวนตัว เกียรติยศ ชื่อเสียง และครอบครัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๒ เสรีภาพในการเดินทางและเลือกถิ่นที่อยูตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๘ รวมถึงเสรีภาพในการประกอบอาชีพตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๐ กับประโยชนสาธารณะในการสรางความปลอดภัยรวมถึงปองกันสังคมและผูเสียหายจากการกระทําความผิดอาญาที่เกี่ยวของกับเพศหรือที่ใชความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นอีกอันเปนการสรางความเสียหายใหแกสังคมโดยรวม เปนไปตามหลักความไดสัดสวน ไมขัดตอหลักนิติธรรมไมเพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแกเหตุ ไมกระทบตอศักดิ์ศรีความเปนมนุษยและการจํากัดสิทธิและเสรีภาพดังกลาวเปนไปตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกําหนด เพื่อประโยชนสาธารณะในการปองกันและสรางความปลอดภัยใหกับประชาชนและสังคมจากการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรง รวมถึงรักษาความสงบเรียบรอยหรือสวัสดิภาพของประชาชนไมไดเปนบทบัญญัติที่กําหนดใหบุคคลตองรับโทษอาญาหรือกําหนดใหปฏิบัติตอบุคคลนั้นเสมือนเปนผูกระทําความผิดหรือควบคุมหรือคุมขังผูตองหาหรือจําเลยโดยไมจําเปน ไมขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๘ วรรคหนึ่งและวรรคสอง มาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง วรรคสองและวรรคสาม มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๔๐ วรรคหนึ่งและวรรคสองอาศัยเหตุผลดังกลาวขางตน จึงวินิจฉัยวา พระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรง พ.ศ. ๒๕๖๕ มาตรา ๒๒ ถึงมาตรา ๒๗ ไมขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๘ วรรคหนึ่งและวรรคสอง มาตรา ๒๙ วรรคหนึ่งหนา ๔๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ วรรคสอง และวรรคสาม มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๔๐ วรรคหนึ่งและวรรคสองและพระราชบัญญัติมาตรการปองกันการกระทําความผิดซ้ําในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใชความรุนแรงพ.ศ. ๒๕๖๕ มาตรา ๒๘ ถึงมาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๗ ถึงมาตรา ๔๑ ไมขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๘ วรรคหนึ่งและวรรคสอง มาตรา ๒๙ วรรคหนึ่งวรรคสอง และวรรคสาม มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๔๐ วรรคหนึ่งและวรรคสองนายนครินทร เมฆไตรรัตนประธานศาลรัฐธรรมนูญนายปญญา อุดชาชน นายอุดม สิทธิวิรัชธรรมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายวิรุฬห แสงเทียน นายจิรนิติ หะวานนทตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายนภดล เทพพิทักษ นายบรรจงศักดิ์ วงศปราชญตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายอุดม รัฐอมฤต นายสุเมธ รอยกุลเจริญตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหนา ๔๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)