ThaiGovData

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๘ เรื่อง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๖๙ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๔ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๒๕ และมาตรา ๒๒๖ วรรคเจ็ด หรือไม่ [ระหว่าง ศาลจังหวัดศรีสะเกษ ผู้ร้อง - ผู้ถูกร้อง]

undated

Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th

The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.

ประกาศนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดอุบลราชธานีเรื่อง จดทะเบียนแกไขเพิ่มเติมขอบังคับของ “มูลนิธิอาจารยประสิทธิ์ สุนทโรทก”ดวย นายอุทัย ศรีจันทร ไดยื่นคําขอจดทะเบียนแกไขเพิ่มเติมขอบังคับมูลนิธิอาจารยประสิทธิ์สุนทโรทก ดังนี้ ขอบังคับมูลนิธิอาจารยประสิทธิ์ สุนทโรทก เพื่อการศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานีหมวดที่ ๑ชื่อ เครื่องหมายและสํานักงานที่ตั้งขอ ๑ มูลนิธินี้ชื่อวา “มูลนิธิอาจารยประสิทธิ์ สุนทโรทก เพื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี”ชื่อยอวา “มป.มรภ.อบ.” เรียกเปนภาษาอังกฤษวา “Prasit Sundarothok Foundationfor Education, Ubon Ratchathani Rajabhat University”ยอวา “UBRU PSF”ขอ ๒ เครื่องหมายของมูลนิธิ คือ ตรามหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ดานลางมีอักษรยอUBRU PSFขอ ๓ สํานักงานมูลนิธิ ตั้งอยูที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เลขที่ ๒ ถนนราชธานีตําบลในเมือง อําเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ๓๔๐๐๐หมวดที่ ๒วัตถุประสงคขอ ๔ วัตถุประสงคของมูลนิธิ คือ(๑) เพื่อสงเสริมและดํารงไวซึ่งชื่อเสียงและเกียรติภูมิของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี(๒) เพื่อสงเสริมการศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี(๓) เพื่อสงเสริมกิจการนักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานีหนา ๖๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๘ (๔) เพื่อรวมมือกับองคการการกุศลอื่น ๆ เพื่อสาธารณประโยชน(๕) เพื่อสงเสริมการศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และประเพณีไทย(๖) ไมดําเนินการเกี่ยวของกับการเมืองแตประการใดหมวดที่ ๓ทุนทรัพย ทรัพยสิน และการไดมาซึ่งทรัพยสินขอ ๕ ทรัพยสินของมูลนิธิ คือ(๑) เงินทุน จํานวน ๑,๐๗๙,๓๒๐.๓๙ บาท (หนึ่งลานเจ็ดหมื่นเกาพันสามรอยยี่สิบบาทสามสิบเกาสตางค)(๒) เงินทุนหมุนเวียน จํานวน ๑๘๒,๐๒๘.๔๗ บาท (หนึ่งแสนแปดหมื่นสองพันยี่สิบแปดบาทสี่สิบเจ็ดสตางค)ขอ ๖ มูลนิธิอาจไดมาซึ่งทรัพยสินโดยวิธีตอไปนี้(๑) เงินหรือทรัพยสินที่มีผูยกใหโดยพินัยกรรม หรือนิติกรรมอื่น ๆ โดยไมมีเงื่อนไขผูกพันใหมูลนิธิตองรับผิดชอบในหนี้สินหรือภาระติดพันอื่นใด(๒) เงินหรือทรัพยสินที่มีผูมีจิตศรัทธาบริจาคให(๓) ดอกผลซึ่งเกิดจากทรัพยสินของมูลนิธิ(๔) เงินรายไดจากการจัดกิจกรรมของมูลนิธิหมวดที่ ๔คุณสมบัติ และการพนจากตําแหนงของกรรมการขอ ๗ กรรมการของมูลนิธิตองมีคุณสมบัติ ดังนี้(๑) มีอายุไมต่ํากวา ๒๐ ปบริบูรณ(๒) ไมเปนบุคคลลมละลาย หรือไรความสามารถ หรือเสมือนไรความสามารถ(๓) ไมเปนผูตองคําพิพากษาใหจําคุก เวนแตจะไดกระทําโดยประมาท หรือเปนความผิดลหุโทษ (๔) เปนผูมีจิตอาสา เห็นประโยชนสวนรวมมากกวาประโยชนสวนตนหนา ๖๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ขอ ๘ กรรมการมูลนิธิพนจากตําแหนง เมื่อ(๑) ถึงคราวออกตามวาระ(๒) ตายหรือลาออก(๓) ขาดคุณสมบัติตามขอบังคับขอ ๗(๔) เปนผูมีความประพฤติและปฏิบัติตนเปนที่เสื่อมเสีย และคณะกรรมการมูลนิธิมีมติใหออกโดยมีคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่ของคณะกรรมการมูลนิธิในกรณีคณะกรรมการมูลนิธิพนจากตําแหนงตาม (๑) หรือลาออก ใหคณะกรรมการมูลนิธิที่พนจากตําแหนงนั้นทําหนาที่ตอไป จนกวาจะมีการจดทะเบียนแตงตั้งคณะกรรมการมูลนิธิชุดใหมหมวดที่ ๕การดําเนินงานของคณะกรรมการมูลนิธิขอ ๙ มูลนิธินี้ดําเนินการโดยคณะกรรมการมูลนิธิ โดยยึดหลักความรวมมือและการมีสวนรวมของผูแทน หนวยงานหลักในมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ขาราชการหรือพนักงานเกษียณอายุราชการศิษยเกาหรือผูทรงคุณวุฒิ มีจํานวนไมนอยกวา ๑๕ คน แตไมเกิน ๒๕ คน ประกอบดวย ประธานกรรมการมูลนิธิ รองประธานกรรมการมูลนิธิ เลขานุการมูลนิธิ เหรัญญิกมูลนิธิ และตําแหนงอื่น ๆตามแตคณะกรรมการมูลนิธิจะเห็นสมควรขอ ๑๐ ในวาระเริ่มแรกใหคณะกรรมการมูลนิธิผูริเริ่มจัดตั้งมูลนิธิเปนผูเลือกตั้งคณะกรรมการดําเนินงานของมูลนิธิคณะหนึ่ง ประกอบดวย ประธานกรรมการมูลนิธิ และกรรมการอื่น ๆตามจํานวนที่เห็นสมควรตามขอบังคับขอ ๑๑ วิธีเลือกตั้งกรรมการมูลนิธิใหปฏิบัติ ดังนี้ใหคณะกรรมการมูลนิธิชุดที่ดํารงตําแหนงอยูเลือกตั้งประธานกรรมการมูลนิธิและกรรมการอื่น ๆ ตามจํานวนที่เห็นสมควรตามขอบังคับขอ ๑๒ กรรมการมูลนิธิอยูในตําแหนงคราวละ ๔ ปขอ ๑๓ เพื่อใหการดําเนินกิจการของมูลนิธิมีประสิทธิภาพ เมื่อคณะกรรมการมูลนิธิไดปฏิบัติหนาที่ครบครึ่งหนึ่งของวาระการดํารงตําแหนง ใหมีการจับสลากออกไปหนึ่งในสองของจํานวนกรรมการมูลนิธิที่มีอยูเวนแตเมื่อมูลนิธิไดดําเนินกิจการมาครบ ๒๕ ปแลว นับแตวันจดทะเบียนกอตั้ง จะไมดําเนินการตามความในขอนี้ก็ได หนา ๖๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ขอ ๑๔ การเลือกตั้งคณะกรรมการมูลนิธิ ใหถือตามมติเสียงขางมากของที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิเปนมติของที่ประชุมขอ ๑๕ กรรมการมูลนิธิที่พนจากตําแหนงตามวาระหรือลาออกอาจไดรับเลือกตั้งเปนกรรมการมูลนิธิไดอีก ขอ ๑๖ ถาตําแหนงกรรมการมูลนิธิวางลง และมีวาระการดํารงตําแหนงเหลืออยูไมนอยกวา๑๒๐ วัน ใหคณะกรรมการมูลนิธิที่เหลืออยูเลือกตั้งบุคคลอื่นเปนกรรมการมูลนิธิแทนตําแหนงที่วางและใหกรรมการมูลนิธิผูไดรับการเลือกตั้งอยูในตําแหนงเทากับวาระของผูที่ตนแทนหมวดที่ ๖อํานาจหนาที่คณะกรรมการมูลนิธิขอ ๑๗ คณะกรรมการมูลนิธิมีอํานาจหนาที่ดําเนินกิจการของมูลนิธิตามวัตถุประสงคของมูลนิธิและภายใตขอบังคับนี้ ใหมีอํานาจหนาที่ตาง ๆ ดังตอไปนี้(๑) กําหนดนโยบายของมูลนิธิ และดําเนินการตามนโยบายนั้น(๒) ควบคุมดูแลการเงินและทรัพยสินตาง ๆ ของมูลนิธิ(๓) ภายในเดือนมีนาคมของทุกป ใหมูลนิธิรายงานผลการดําเนินการตอนายทะเบียนพรอมทั้งหลักฐาน ดังตอไปนี้๑) รายงานการดําเนินกิจการของมูลนิธิในปที่ผานมา๒) บัญชีรายไดรายจายและสําเนางบดุลของมูลนิธิในรอบปที่ผานมาซึ่งผูสอบบัญชีรับอนุญาตไดรับรองความถูกตองแลว๓) สําเนารายงานการประชุมของคณะกรรมการของมูลนิธิทุกครั้งในปที่ผานมา(๔) ดําเนินการใหเปนไปตามมติที่ประชุมของคณะกรรมการมูลนิธิและวัตถุประสงคของมูลนิธิ (๕) ออกระเบียบเกี่ยวกับการดําเนินกิจการของมูลนิธิ(๖) แตงตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นคณะหนึ่งหรือหลายคณะ เพื่อปฏิบัติภารกิจเฉพาะอยางของมูลนิธิภายใตการกํากับดูแลของคณะกรรมการมูลนิธิ รวมทั้งใหมีอํานาจยกเลิกหรือถอดถอนคณะอนุกรรมการดังกลาวดวย หนา ๖๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๘ (๗) เชิญผูทรงคุณวุฒิ หรือบุคคลที่ทําประโยชนใหแกมูลนิธิเปนพิเศษเปนกรรมการกิตติมศักดิ์ (๘) เชิญผูทรงเกียรติเปนผูอุปถัมภมูลนิธิ(๙) เชิญผูทรงคุณวุฒิเปนที่ปรึกษาของคณะกรรมการมูลนิธิ(๑๐) แตงตั้งหรือถอดถอนเจาหนาที่ประจําของมูลนิธิมติใหดําเนินการตาม (๗) (๘) และ (๙) ตองเปนมติเสียงขางมากของที่ประชุม และที่ปรึกษาตาม (๙) ยอมเปนที่ปรึกษาของคณะกรรมการมูลนิธิคณะที่เชิญเทานั้นขอ ๑๘ ประธานกรรมการมูลนิธิมีอํานาจหนาที่ ดังนี้(๑) เปนประธานการประชุมของคณะกรรมการมูลนิธิ(๒) สั่งเรียกประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ(๓) เปนผูแทนของมูลนิธิในการติดตอกับบุคคลภายนอกและในการทํานิติกรรมใด ๆของมูลนิธิหรือการลงลายมือชื่อในเอกสาร ขอบังคับ และสรรพหนังสืออันเปนหลักฐานของมูลนิธิและในการอรรถคดีนั้น เมื่อประธานกรรมการมูลนิธิหรือผูทําการแทน หรือกรรมการมูลนิธิ ๒ คนไดลงลายมือชื่อแลว ใหเปนอันใชได(๔) ปฏิบัติการอื่น ๆ ตามขอบังคับและมติของคณะกรรมการมูลนิธิขอ ๑๙ ใหรองประธานกรรมการมูลนิธิ ทําหนาที่แทนประธานกรรมการมูลนิธิ เมื่อประธานไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได หรือในกรณีที่ประธานมอบหมายใหทําการแทนขอ ๒๐ ถาประธานกรรมการมูลนิธิ และรองประธานกรรมการมูลนิธิ ไมสามารถปฏิบัติหนาที่ในการประชุมคราวหนึ่งคราวใด ใหที่ประชุมเลือกกรรมการมูลนิธิคนใดคนหนึ่งเปนประธานสําหรับการประชุมคราวนั้นขอ ๒๑ เลขานุการมูลนิธิมีหนาที่ควบคุมกิจการและดําเนินการประจําของมูลนิธิ ติดตอประสานงานทั่วไป รักษาระเบียบขอบังคับของมูลนิธิ นัดประชุมกรรมการตามคําสั่งของประธานกรรมการมูลนิธิ ทํารายงานการประชุม และรายงานกิจการของมูลนิธิขอ ๒๒ เหรัญญิกมูลนิธิมีหนาที่ควบคุมการเงิน ทรัพยสินของมูลนิธิ ตลอดจนบัญชีและเอกสารที่เกี่ยวของใหถูกตองและเปนไปตามระเบียบที่คณะกรรมการมูลนิธิกําหนดหนา ๖๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ขอ ๒๓ สําหรับกรรมการตําแหนงอื่น ๆ ใหมีหนาที่ตามที่คณะกรรมการมูลนิธิกําหนดโดยทําเปนคําสั่งระบุอํานาจหนาที่ใหชัดเจนขอ ๒๔ คณะกรรมการมูลนิธิอํานาจเขารวมประชุมกรรมการหรืออนุกรรมการอื่น ๆ ของมูลนิธิไดหมวดที่ ๗อนุกรรมการขอ ๒๕ คณะกรรมการมูลนิธิอาจแตงตั้งหรือถอดถอนอนุกรรมการไดตามความเหมาะสมโดยจะแตงตั้งใหเปนคณะอนุกรรมการประจํา หรือเพื่อการใดเปนกรณีพิเศษเฉพาะคราวก็ได และในกรณีที่คณะกรรมการมูลนิธิไมแตงตั้งประธานอนุกรรมการ เลขานุการหรืออนุกรรมการในตําแหนงอื่นไวก็ใหอนุกรรมการแตละคณะแตงตั้งกันเองดํารงตําแหนงดังกลาวไดขอ ๒๖ คณะอนุกรรมการอยูในตําแหนงจนกวาจะเสร็จงานที่ไดรับมอบหมายใหทําสวนคณะอนุกรรมการประจําอยูในตําแหนงตามเวลาที่คณะกรรมการมูลนิธิกําหนด ซึ่งถามิไดกําหนดไวก็ใหอยูในตําแหนงไดเพียงเทากับวาระของคณะกรรมการมูลนิธิซึ่งเปนผูแตงตั้ง และอนุกรรมการที่พนจากตําแหนงอาจไดรับการแตงตั้งอีกได(๑) อนุกรรมการมีหนาที่ดําเนินการตามที่คณะกรรมการมูลนิธิมอบหมาย(๒) อนุกรรมการมีหนาที่เสนอความคิดเห็นตอคณะกรรมการมูลนิธิเกี่ยวกับงานที่ไดรับมอบหมาย หมวดที่ ๘การประชุมคณะกรรมการมูลนิธิขอ ๒๗ คณะกรรมการมูลนิธิจะตองจัดใหมีการประชุมอยางนอยปละ ๒ ครั้ง และประชุมสามัญประจําปทุกปภายในเดือนมีนาคม และตองมีกรรมการมูลนิธิเขาประชุมอยางนอยกึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเปนองคประชุมขอ ๒๘ การประชุมวิสามัญอาจมีไดเมื่อประธานกรรมการมูลนิธิ หรือกรรมการมูลนิธิตั้งแต ๒ คนขึ้นไปแสดงความประสงคไปยังประธานกรรมการมูลนิธิหรือผูทําการแทน ขอใหมีการประชุมก็ใหเรียกประชุมวิสามัญได หนา ๗๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ขอ ๒๙ กําหนดการประชุมและองคประชุมของคณะอนุกรรมการใหเปนไปตามที่คณะกรรมการมูลนิธิกําหนดซึ่งถามิไดกําหนดไวในสวนที่เกี่ยวของกับกําหนดการประชุม ใหคณะอนุกรรมการตกลงกันเองและในสวนที่เกี่ยวของกับองคประชุมใหใชขอ ๒๗ บังคับโดยอนุโลมขอ ๓๐ ในการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิหรือคณะอนุกรรมการ หากมิไดมีขอบังคับกําหนดไวเปนอยางอื่น มติของที่ประชุมใหถือเอาคะแนนเสียงขางมาก ในกรณีที่มีคะแนนเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาด กิจการใดที่เปนงานประจําหรือเปนกิจการเล็กนอยประธานกรรมการมูลนิธิมีอํานาจสั่งใหใชวิธีสอบถามมติทางหนังสือแทนการเรียกประชุมคณะกรรมการมูลนิธิก็ได แตประธานกรรมการมูลนิธิตองรายงานตอที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิในการประชุมครั้งตอไป ถึงมติและกิจการที่ไดดําเนินการไปตามมตินั้น กิจการใดเปนงานประจําหรือเปนกิจการเล็กนอยหรือไม ยอมอยูในดุลยพินิจของประธานกรรมการมูลนิธิขอ ๓๑ ในการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิหรือคณะอนุกรรมการ ประธานกรรมการมูลนิธิหรือประธานในที่ประชุมมีอํานาจเชิญ หรืออนุญาตใหบุคคลที่เห็นสมควรเขารวมประชุมในฐานะแขกผูมีเกียรติหรือผูสังเกตการณ หรือเพื่อชี้แจง หรือใหคําปรึกษาแกที่ประชุมไดหมวดที่ ๙การเงินขอ ๓๒ ประธานกรรมการมูลนิธิ หรือรองประธานกรรมการมูลนิธิในกรณีทําหนาที่แทนมีอํานาจสั่งจายเงินไดคราวละไมเกิน ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถวน) ถาเกินกวาจํานวนดังกลาวตองไดรับอนุมัติจากคณะกรรมการมูลนิธิโดยเสียงขางมาก เวนแตกรณีจําเปนและเรงดวนใหอยูในดุลยพินิจของประธานกรรมการมูลนิธิที่จะอนุมัติใหจายได แตตองไมเกินครั้งละ ๓๐,๐๐๐ บาท (สามหมื่นบาทถวน)และตองรายงานใหคณะกรรมการมูลนิธิทราบในการประชุมครั้งตอไปขอ ๓๓ เหรัญญิกมูลนิธิมีอํานาจเก็บรักษาเงินสดไดครั้งละไมเกิน ๕,๐๐๐ บาท (หาพันบาทถวน)ขอ ๓๔ เงินสดของมูลนิธิหรือเอกสารสิทธิ ตองนําฝากไวกับธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่นใดที่รัฐบาลใหการค้ําประกัน หรือแลวแตคณะกรรมการมูลนิธิจะเห็นสมควรขอ ๓๕ การสั่งจายเงินโดยเช็คหรือตั๋วสั่งจายเงิน จะตองมีลายมือชื่อของประธานกรรมการมูลนิธิหรือผูทําการแทนกับเลขานุการมูลนิธิ หรือเหรัญญิกมูลนิธิลงนามทุกครั้ง จึงจะเบิกจายไดหนา ๗๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ขอ ๓๖ ในการใชจายเงินของมูลนิธิใหจายเพียงดอกผลอันเกิดจากทรัพยสินที่เปนเงินทุนของมูลนิธิหรือจายจากเงินทุนหมุนเวียน หรือเงินที่ผูบริจาคมิไดแสดงเจตนาใหเปนเงินสมทบเงินทุนโดยเฉพาะขอ ๓๗ ใหคณะกรรมการมูลนิธิวางระเบียบเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี และทรัพยสินของมูลนิธิตลอดจนกําหนดอํานาจหนาที่ตาง ๆ เกี่ยวกับการรับและจายเงินนอกเหนือจากที่กําหนดไวในขอบังคับขอ ๓๘ ใหผูสอบบัญชีของมูลนิธิซึ่งคณะกรรมการมูลนิธิเห็นชอบและแตงตั้งจากบุคคลที่มิใชกรรมการหรือเจาหนาที่อื่นของมูลนิธิ โดยจะใหดํารงตําแหนงกิตติมศักดิ์ หรือไดรับคาตอบแทนอยางไรหรือไมแลวแตคณะกรรมการมูลนิธิจะกําหนดขอ ๓๙ ผูสอบบัญชีมีอํานาจหนาที่ตรวจสอบบัญชีของมูลนิธิ และรับรองบัญชีงบดุลประจําปที่คณะกรรมการมูลนิธิจะตองรายงานตอกระทรวงมหาดไทย ผูสอบบัญชีมีสิทธิ์ตรวจสอบบัญชีและเอกสารที่เกี่ยวของ ตลอดจนสอบถามกรรมการมูลนิธิ และเจาหนาที่ของมูลนิธิในเรื่องตาง ๆที่เกี่ยวกับการเงิน การบัญชีและเอกสารดังกลาวไดหมวดที่ ๑๐การแกไขเพิ่มเติมขอบังคับขอ ๔๐ การแกไขเพิ่มเติมขอบังคับ จะกระทําไดโดยเฉพาะที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิซึ่งตองมีกรรมการมูลนิธิเขาประชุมไมนอยกวาสามในสี่ของจํานวนกรรมการทั้งหมด และมติใหแกไขเพิ่มเติมขอบังคับตองประกอบดวยคะแนนเสียงไมนอยกวาสองในสามของจํานวนกรรมการที่เขาประชุมหมวดที่ ๑๑การเลิกมูลนิธิขอ ๔๑ ถามูลนิธิตองเลิกลมไปโดยมติของคณะกรรมการมูลนิธิหรือโดยเหตุใดก็ตาม ทรัพยสินทั้งหมดของมูลนิธิที่เหลือใหตกเปนกรรมสิทธิ์แกมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานีขอ ๔๒ การสิ้นสุดของมูลนิธินี้ นอกเหนือจากที่กฎหมายบัญญัติไวแลว ใหมูลนิธิเปนอันสิ้นสุดลงโดยมิตองใหศาลสั่งเลิกดวยเหตุตอไปนี้(๑) เมื่อมูลนิธิไดรับอนุญาตใหจดทะเบียนจัดตั้งเปนนิติบุคคลแลวไมไดรับทรัพยสินตามคํามั่นเต็มจํานวน(๒) เมื่อกรรมการมูลนิธิจํานวนสองในสามมีมติใหยกเลิกหนา ๗๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๘ (๓) เมื่อมูลนิธิไมอาจหากรรมการไดครบตามจํานวนกรรมการที่กําหนดไวในขอบังคับ(๔) เมื่อมูลนิธิไมสามารถดําเนินการตอไปได ไมวาดวยเหตุใด ๆหมวดที่ ๑๒บทเบ็ดเตล็ดขอ ๔๓ การตีความในขอบังคับของมูลนิธิ หากเปนที่สงสัย ใหคณะกรรมการมูลนิธิโดยเสียงขางมากของจํานวนกรรมการที่มีอยูเปนผูชี้ขาดขอ ๔๔ ใหนําบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย วาดวยมูลนิธิมาใชบังคับในกรณีที่ขอบังคับของมูลนิธิมิไดกําหนดไวขอ ๔๕ มูลนิธิจะตองไมทําการคากําไร และจะตองไมดําเนินการนอกเหนือไปจากที่ขอบังคับกําหนดไวนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดอุบลราชธานี ไดจดทะเบียนแกไขเพิ่มเติมขอบังคับมูลนิธิรายนี้แลวตามทะเบียนเลขที่ อบ ๑๔๘๙ ตั้งแตวันที่ ๙ กุมภาพันธ ๒๕๒๔ฉะนั้น อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๒๖ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยจึงประกาศใหทราบโดยทั่วกัน ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ภพ ภูสมปองรองผูวาราชการจังหวัด ปฏิบัติราชการแทนผูวาราชการจังหวัดอุบลราชธานีนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดอุบลราชธานีหนา ๗๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)