ประกาศนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดอุบลราชธานี เรื่อง จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับมูลนิธิ [มูลนิธิอาจารย์ประสิทธิ์ สุนทโรทก]
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
ประกาศนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดพิษณุโลกเรื่อง จดทะเบียนแกไขเพิ่มเติมขอบังคับของ “มูลนิธิหลวงพอทรัพย พรหมปญญา”ดวย พระครูฉันทธรรมมานุสิฐ ไดยื่นคําขอจดทะเบียนแกไขเพิ่มเติมขอบังคับมูลนิธิหลวงพอทรัพยพรหมปญญา ดังนี้ ขอบังคับมูลนิธิหลวงพอทรัพย พรหมปญญาแกไขเพิ่มเติมขอบังคับ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๘หมวดที่ ๑ชื่อ เครื่องหมายและสํานักงานที่ตั้งขอ ๑ มูลนิธินี้ชื่อวา “มูลนิธิหลวงพอทรัพย พรหมปญญา”ยอวา “ทพป.”เรียกเปนภาษาอังกฤษวา “FOUNDATION OF LUANGPHO SUPH PHROMPUNYA”เรียกเปนภาษาจีนวา ......................................................................................................ขอ ๒ เครื่องหมายของมูลนิธิ คือ รูปเสมาธรรมจักร ตัวอักษรยออยูระหวางกลางวงกลมระหวางวงกลม มีขอความวา “มูลนิธิหลวงพอทรัพย พรหมปญญา” ตามรูปที่ปรากฏดานลางนี้ขอ ๓ สํานักงานใหญของมูลนิธิตั้งอยูที่ วิหารหลวงพอทรัพย พรหมปญญา วัดปลักแรดเลขที่ ๑ หมูที่ ๕ ตําบลปลักแรด อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลกสํานักงานสาขาตั้งอยู - หนา ๕๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๘
หมวดที่ ๒วัตถุประสงคขอ ๔ วัตถุประสงคของมูลนิธินี้ คือ๔.๑ เพื่อบํารุงพระพุทธศาสนา๔.๒ เพื่อสงเสริมการศึกษา๔.๓ เพื่ออนุเคราะหผูสูงอายุและพระภิกษุสงฆอาพาธ๔.๔ เพื่อดําเนินการหรือรวมมือกับองคกรกุศลอื่น ๆ เพื่อสาธารณประโยชน๔.๕ ไมดําเนินการเกี่ยวของกับการเมืองแตประการใดหมวดที่ ๓ทุนทรัพย ทรัพยสิน และการไดมาซึ่งทรัพยสินขอ ๕ ทรัพยสินของมูลนิธิทุนเริ่มแรก คือ๕.๑ เงินสดจํานวน ๔๘๖,๔๕๙.๔๗ บาท (สี่แสนแปดหมื่นหกพันสี่รอยหาสิบเกาบาทสี่สิบเจ็ดสตางค) ๕.๒ ที่ดิน (ถามี) โฉนดเลขที่........................................................................................รวมเปนราคาทรัพยสินทั้งสิ้น...........................บาท (...................................................)(ถาเปนเงินสดตองมีกองทุนไมต่ํากวา ๕๐๐,๐๐๐ บาท ถามีทรัพยสินอยางอื่น ตองมีเงินสดไมนอยกวา๒๕๐,๐๐๐ บาท และเมื่อรวมกับทรัพยสินอยางอื่นแลว ตองมีมูลคาไมนอยกวา ๕๐๐,๐๐๐ บาทยกเวนมูลนิธิที่มีวัตถุประสงคเพื่อการสังคมสงเคราะห สงเสริมการศึกษา การกีฬา ศาสนา สาธารณภัยและเพื่อการบําบัดรักษา คนควา ปองกันผูปวยจากยาเสพติด เอดส หรือมูลนิธิที่กอตั้งโดยหนวยงานของรัฐยังคงใชหลักเกณฑเดิม คือ กองทุนไมต่ํากวา ๒๐๐,๐๐๐ บาท หนังสือกระทรวงมหาดไทยที่ มท ๐๔๐๒/ว ๒๐๗๓ ลงวันที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ขอ ๖ มูลนิธิอาจไดมาซึ่งทรัพยสินโดยวิธีตอไปนี้๖.๑ เงินหรือทรัพยสินที่มีผูยกใหโดยพินัยกรรมหรือนิติกรรมอื่น ๆ โดยมิไดมีเงื่อนไขผูกพันใหมูลนิธิตองรับผิดชอบในหนี้สินหรือภาระติดพันอื่นใด๖.๒ เงินหรือทรัพยสินที่มีผูมีจิตศรัทธาบริจาคหรืออุทิศไวในตูรับบริจาค ณ วิหารหลวงพอทรัพย หนา ๕๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๘
๖.๓ ดอกของซึ่งเกิดจากทรัพยสินของมูลนิธิ๖.๔ รายไดอันเกิดจากการจัดกิจกรรมของมูลนิธิหมวดที่ ๔คุณสมบัติ และการพนจากตําแหนงของกรรมการขอ ๗ กรรมการของมูลนิธิตองมีคุณสมบัติ ดังนี้๗.๑ มีอายุไมต่ํากวา ๒๐ ปบริบูรณ๗.๒ ไมเปนบุคคลลมละลายหรือและความสามารถ หรือเสมือนไรความสามารถ๗.๓ ไมเปนผูตองคําพิพากษาใหจําคุก เวนแตจะไดกระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษขอ ๘ กรรมการของมูลนิธิพนจากตําแหนง เมื่อ๘.๑ ถึงคราวออกตามวาระ๘.๒ ตายหรือลาออก๘.๓ ขาดคุณสมบัติตามขอบังคับ ขอ ๗๘.๔ เปนผูมีความประพฤติและปฏิบัติตนเปนที่เสื่อมเสีย และคณะกรรมการมูลนิธิมีมติใหออก โดยมีคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่ของคณะกรรมการมูลนิธิหมวดที่ ๕การดําเนินงานของคณะกรรมการของมูลนิธิขอ ๙ มูลนิธินี้ดําเนินการโดยคณะกรรมการมูลนิธิ มีจํานวนไมนอยกวา ๗ คน แตไมเกิน ๒๕ คนขอ ๑๐ คณะกรรมการของมูลนิธิประกอบดวย ประธานกรรมการมูลนิธิ รองประธานกรรมการมูลนิธิ เลขานุการมูลนิธิ เหรัญญิก และกรรมการอื่น ๆ ตามจํานวนที่เห็นสมควรตามขอบังคับขอ ๙ขอ ๑๑ วิธีเลือกตั้งกรรมการมูลนิธิใหปฏิบัติดังนี้ ใหคณะกรรมการมูลนิธิที่ ๆ ดํารงตําแหนงอยูเลือกตั้งประธานกรรมการมูลนิธิและกรรมการอื่น ๆ ตามจํานวนที่เห็นสมควรตามขอบังคับขอ ๑๒ กรรมการดําเนินงานมูลนิธิอยูในตําแหนงคราวละ ๔ ปขอ ๑๓ การเลือกตั้งคณะกรรมการมูลนิธิใหถือเสียงขางมากของที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิเปนมติของที่ประชุม หนา ๕๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๘
ขอ ๑๔ กรรมการมูลนิธิที่พนจากตําแหนงตามวาระไดรับเลือกเขาเปนกรรมการมูลนิธิไดอีกขอ ๑๕ ในกรณีที่กรรมการของมูลนิธิพนจากตําแหนงใหกรรมการของมูลนิธิที่พนจากตําแหนงปฏิบัติหนาที่กรรมการของมูลนิธิตอไปจนกวามูลนิธิจะไดรับแจงการจดทะเบียนกรรมการของมูลนิธิที่ตั้งใหมหมวดที่ ๖อํานาจหนาที่คณะกรรมการมูลนิธิขอ ๑๖ คณะกรรมการมูลนิธิมีอํานาจหนาที่ในการดําเนินกิจการของมูลนิธิตามวัตถุประสงคของมูลนิธิและภายใตขอบังคับนี้๑๖.๑ กําหนดนโยบายของมูลนิธิ และดําเนินการตามนโยบายนั้น๑๖.๒ การควบคุมการเงินและทรัพยสินตาง ๆ ของมูลนิธิ๑๖.๓ เสนอรายงานกิจการ รายงานการเงิน และบัญชีรายรับ - จาย ตอนายทะเบียน๑๖.๔ ดําเนินการใหเปนไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ และวัตถุประสงคของขอบังคับ ดังนี้๑๖.๕ ตราระเบียบเกี่ยวกับการดําเนินกิจการของมูลนิธิ๑๖.๖ แตงตั้งหรือถอดถอนคณะอนุกรรมการขึ้นคณะหนึ่งหรือหลายคณะเพื่อดําเนินการเฉพาะอยางของมูลนิธิ ภายใตความควบคุมของคณะกรรมการมูลนิธิ๑๖.๗ เชิญผูทรงคุณวุฒิ หรือบุคคลที่ทําประโยชนใหมูลนิธิเปนพิเศษ เปนกรรมการกิตติมศักดิ์ ๑๖.๘ เชิญผูทรงเกียรติเปนผูอุปถัมภมูลนิธิ๑๖.๙ เชิญผูทรงคุณวุฒิเปนที่ปรึกษาของมูลนิธิ๑๖.๑๐ แตงตั้งหรือถอดถอนเจาหนาที่ประจําของมูลนิธิ มติใหดําเนินการตามขอ ๑๖.๗๑๖.๘ และ ๑๖.๙ ตองเปนมติเสียงขางมากของที่ประชุมและที่ปรึกษา ตามขอ ๑๖.๙ ยอมเปนที่ปรึกษาของคณะกรรมการมูลนิธิที่เชิญเทานั้นขอ ๑๗ ประธานกรรมการมูลนิธิมีอํานาจหนาที่ ดังนี้๑๗.๑ เปนประธานของการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ๑๗.๒ สั่งเรียกประชุมคณะกรรมการมูลนิธิหนา ๕๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๘
๑๗.๓ เปนผูแทนของมูลนิธิในการติดตอกับบุคคลภายนอก หรือการลงลายมือชื่อในเอกสาร ขอบังคับและสรรพหนังสือ อันเปนหลักฐานของมูลนิธิ เมื่อประธานกรรมการมูลนิธิหรือกรรมการมูลนิธิผูไดรับมอบหมายใหทําการแทน ไดลงลายมือชื่อแลวจึงเปนอันใชได๑๗.๔ ปฏิบัติการอื่น ๆ ตามขอบังคับและมติของคณะกรรมการมูลนิธิขอ ๑๘ ใหรองประธานกรรมการทําหนาที่แทนประธานกรรมการมูลนิธิ เมื่อประธานไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได หรือในกรณีที่ประธานมอบหมายใหทําการแทนขอ ๑๙ ถาประธานกรรมการมูลนิธิและรองประธานกรรมการมูลนิธิ ไมสามารถปฏิบัติหนาที่ในการประชุมคราวหนึ่งคราวใดได ใหที่ประชุมเลือกตั้งกรรมการมูลนิธิคนใดคนหนึ่ง เปนประธานสําหรับการประชุมคราวนั้นขอ ๒๐ เลขานุการมูลนิธิมีหนาที่ควบคุมกิจการ และดําเนินการประชุมของมูลนิธิ ติดตอประสานงานทั่วไป รักษาระเบียบขอบังคับของมูลนิธิ นัดประชุมกรรมการตามคําสั่งของประธานกรรมการมูลนิธิ และทํารายงานการประชุม ตลอดจนรายงานกิจการของมูลนิธิขอ ๒๑ เหรัญญิกมีหนาที่ควบคุมการเงิน ทรัพยสินของมูลนิธิ ตลอดจนบัญชีและเอกสารที่เกี่ยวของใหถูกตอง และเปนไปตามระเบียบที่คณะกรรมการมูลนิธิกําหนดขอ ๒๒ สําหรับกรรมการตําแหนงอื่น ๆ ใหมีหนาที่ตามที่คณะกรรมการมูลนิธิกําหนดโดยทําเปนคําสั่งระบุอํานาจหนาที่ใหชัดเจนขอ ๒๓ คณะกรรมการมูลนิธิมีสิทธิ์เขารวมประชุมกรรมการ หรืออนุกรรมการอื่น ๆ ของมูลนิธิไดหมวดที่ ๗อนุกรรมการขอ ๒๔ คณะกรรมการมูลนิธิอาจแตงตั้งหรือถอดถอนอนุกรรมการไดตามความเหมาะสมโดยจะแตงตั้งใหเปนอนุกรรมการประจํา หรือเพื่อการใดเปนกรณีพิเศษเฉพาะคราวก็ได และในกรณีที่คณะกรรมการมูลนิธิไมไดแตงตั้งประธานอนุกรรมการ เลขานุการ หรืออนุกรรมการในตําแหนงอื่นไวก็ใหอนุกรรมการและคณะแตงตั้งกันเองดํารงตําแหนงดังกลาวไดขอ ๒๕ อนุกรรมการอยูในตําแหนงจนกวาจะเสร็จงานหรือมอบหมายใหกระทํา สวนคณะอนุกรรมการประจําอยูในตําแหนงตามเวลาที่คณะกรรมการมูลนิธิกําหนด ซึ่งถามิไดกําหนดไวก็ใหอยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระของคณะกรรมการมูลนิธิซึ่งเปนผูแตงตั้ง และอนุกรรมการที่พนจากตําแหนงอาจไดรับการแตงตั้งอีกได หนา ๖๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๘
๒๕.๑ อนุกรรมการมีหนาที่ดําเนินการตามที่คณะกรรมการของมูลนิธิมอบหมาย๒๕.๒ อนุกรรมการมีหนาที่เสนอความคิดเห็นตอคณะกรรมการมูลนิธิเกี่ยวกับงานที่ไดรับมอบหมาย หมวดที่ ๘การประชุมคณะกรรมการมูลนิธิขอ ๒๖ คณะกรรมการมูลนิธิจะตองจัดใหมีการประชุมสามัญประจําปทุก ๆ ปภายในเดือนมกราคมและตองมีกรรมการมูลนิธิเขาประชุมอยางนอยกึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเปนองคประชุมขอ ๒๗ การประชุมวิสามัญอาจมีได ในเมื่อประธานกรรมการมูลนิธิ หรือเมื่อคณะกรรมการมูลนิธิตั้งแต ๒ คนขึ้นไป แสดงความประสงคไปยังประธานกรรมการมูลนิธิ หรือผูทําการแทน ขอใหมีการประชุมก็ใหเรียกประชุมวิสามัญไดขอ ๒๘ กําหนดการประชุมและองคประชุมของคณะกรรมการ ใหเปนไปตามที่คณะกรรมการมูลนิธิกําหนดไว ในสวนที่เกี่ยวของกับการประชุม ใหคณะอนุกรรมการตกลงกันเอง และในสวนที่เกี่ยวกับองคประชุมใหใชขอที่ ๒๗ บังคับโดยอนุโลมขอ ๒๙ ในการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิหรือคณะอนุกรรมการ หากมิไดมีขอบังคับกําหนดไวเปนอยางอื่น มติของที่ประชุมใหถือเอาคะแนนเสียงขางมาก ในกรณีที่มีคะแนนเสียงเทากัน ใหประธานในที่ประชุมเปนผูชี้ขาด กิจการใดที่เปนงานประจําหรือเปนกิจการเล็กนอย ประธานกรรมการมูลนิธิมีอํานาจสั่งใหใชวิธีสอบถามมติทางหนังสือแทนการเรียกประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ แตประธานกรรมการมูลนิธิตองรายงานตอที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิในคราวตอไป ถึงมติและกิจการที่ไดดําเนินการไปตามมตินั้น กิจการใดเปนงานประจํา หรือเปนกิจการเล็กนอยหรือไม ยอมอยูในดุลพินิจของประธานกรรมการมูลนิธิขอ ๓๐ ในการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิหรือคณะอนุกรรมการ ประธานกรรมการมูลนิธิหรือประธานที่ประชุม มีอํานาจเชิญหรืออนุญาตใหบุคคลที่เห็นสมควรเขารวมประชุม ในฐานะแขกผูมีเกียรติ หรือผูสังเกตการณ หรือเพื่อชี้แจงหรือเพื่อใหคําปรึกษาแกที่ประชุมไดหมวดที่ ๙การเงินขอ ๓๑ ประธานกรรมการมูลนิธิ หรือรองประธานกรรมการมูลนิธิ ในกรณีทําหนาที่แทนมีอํานาจสั่งจายเงินไดคราวละไมเกิน ๒,๐๐๐ บาท (สองพันบาทถวน) ถาเกินกวาจํานวนดังกลาวหนา ๖๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๘
ตองไดรับอนุมัติจากคณะกรรมการมูลนิธิโดยเสียงขางมาก เวนแตกรณีจําเปนและเรงดวน ใหอยูในดุลพินิจของประธานกรรมการมูลนิธิที่จะอนุมัติใหจายได แลวตองรายงานใหคณะกรรมการมูลนิธิทราบในการประชุมคราวตอไปขอ ๓๒ เหรัญญิกมีอํานาจเก็บรักษาเงินสดไดครั้งละไมเกิน ๒,๐๐๐ บาท (สองพันบาทถวน)ขอ ๓๓ เงินสดของมูลนิธิหรือเอกสารสิทธิ์ ตองนําฝากไวกับธนาคาร หรือสถาบันการเงินอื่นใดแลวแตคณะกรรมการมูลนิธิจะเห็นสมควรขอ ๓๔ การสั่งจายเงินโดยเช็คหรือตั๋วสั่งจายเงิน จะตองมีลายมือชื่อของประธานกรรมการมูลนิธิหรือผูทําการแทน กับเลขานุการหรือเหรัญญิกลงนามทุกครั้ง จึงจะเบิกจายไดขอ ๓๕ การใชจายเงินตามวัตถุประสงคของมูลนิธิ รวมทั้งคาใชจายประจําสํานักงานใหจายเพียงดอกผลอันเกิดจากทรัพยสินที่เปนทุน เงินที่ผูบริจาคมิไดแสดงเจตนาใหเปนเงินสมทบทุนโดยเฉพาะและรายไดอันเกิดจากการจัดกิจกรรมของมูลนิธิขอ ๓๖ ใหคณะกรรมการมูลนิธิวางระเบียบเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี และทรัพยสินของมูลนิธิตลอดจนกําหนดอํานาจหนาที่ตาง ๆ เกี่ยวกับการรับและการจายเงิน นอกเหนือจากที่กําหนดไวในขอบังคับขอ ๓๗ ใหคณะกรรมการมูลนิธิกําหนดรอบระยะเวลาบัญชี และจะทํารายงานสถานะการเงินของมูลนิธิในรอบระยะเวลาบัญชีที่ผานมา เสนอตอที่ประชุมในการประชุมสามัญประจําปหมวดที่ ๑๐การแกไขเพิ่มเติมขอบังคับขอ ๓๘ การแกไขเพิ่มเติมขอบังคับจากกระทําไดโดยเฉพาะที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิซึ่งตองมีกรรมการมูลนิธิเขาประชุมไมนอยกวา สามในสี่ของจํานวนกรรมการทั้งหมดและการอนุมัติใหแกไขหรือเพิ่มเติมขอบังคับตองประกอบดวย คะแนนเสียงไมนอยกวาสองในสามของจํานวนกรรมการที่เขาประชุม หมวดที่ ๑๑การเลิกมูลนิธิขอ ๓๙ ถามูลนิธิตองเลิกลมไปโดยมติของคณะกรรมการ หรือโดยเหตุผลใดก็ตาม ทรัพยสินทั้งหมดของมูลนิธิที่เหลืออยูใหตกเปนกรรมสิทธิ์แก วัดหลักแรด (ใหใสชื่อมูลนิธิหรือนิติบุคคลที่จะรับทรัพยสินและมูลนิธิหรือนิติบุคคลนั้นตองมีวัตถุประสงค ตามมาตรา ๑๑๐ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย)หนา ๖๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๘
ขอ ๔๐ การสิ้นสุดของมูลนิธินั้น นอกจากที่กฎหมายบัญญัติไวแลว ใหมูลนิธิเปนอันสิ้นสุดลงโดยมิตองใหศาลสั่งเลิกดวยเหตุตอไปนี้๔๐.๑ เมื่อมูลนิธิไดรับอนุญาตใหจดทะเบียนจัดตั้ง เปนนิติบุคคลแลว ไมไดรับทรัพยตามคํามั่นเต็มจํานวน๔๐.๒ เมื่อกรรมการมูลนิธิจํานวนสองในสามมีมติใหยกเลิก๔๐.๓ เมื่อมูลนิธิไมอาจหากรรมการไดครบ ตามจํานวนกรรมการที่กําหนดไวในขอบังคับของมูลนิธิ ๔๐.๔ เมื่อมูลนิธิไมสามารถดําเนินการตอไปไดไมวาดวยเหตุใด ๆหมวดที่ ๑๒บทเบ็ดเตล็ดขอ ๔๑ การตีความขอบังคับของมูลนิธิ หากเปนที่สงสัย ใหคณะกรรมการมูลนิธิโดยเสียงขางมากของจํานวนกรรมการที่มีอยูเปนผูชี้ขาดขอ ๔๒ ใหนําบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยวาดวยมูลนิธิมาใชบังคับในเมื่อขอบังคับของมูลนิธิไดกําหนดไวขอ ๔๓ มูลนิธิตองไมดําเนินการหาผลประโยชนมาแบงปนกันหรือเพื่อบุคคลใด นอกจากเพื่อดําเนินการตามวัตถุประสงคของมูลนิธินั้นเองนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดพิษณุโลก ไดมีคําสั่งรับจดทะเบียนแกไขเพิ่มเติมขอบังคับมูลนิธิรายนี้แลว ตามทะเบียนเลขที่ พล ๓๖ ตั้งแตวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ฉะนั้น อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๒๖ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยจึงประกาศใหทราบโดยทั่วกัน ประกาศ ณ วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗อัครโชค สุวรรณทองปลัดจังหวัดพิษณุโลก ปฏิบัติราชการแทนผูวาราชการจังหวัดพิษณุโลกนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดพิษณุโลกหนา ๖๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)