ThaiGovData

ระเบียบคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการใช้พื้นที่เป็นสถานที่ปฏิบัติงานหรือเพื่อประโยชน์อย่างอื่นของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๘

undated

Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th

The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.

ประกาศนายทะเบียนสมาคมประจําจังหวัดนานเรื่อง จดทะเบียนแกไขเพิ่มเติมขอบังคับของสมาคมดวย นางสาวรุงทิวา เงินปน ไดยื่นคําขอจดทะเบียนแกไขเพิ่มเติมขอบังคับสมาคมนิสิตเกาจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย นาน ดังนี้ขอ ๒ เครื่องหมายของ สมาคมนิสิตเกาจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย นานขอ ๔ สมาคมมีวัตถุประสงคดังนี้๔.๑ สงเสริมความสัมพันธอันดีและความสามัคคี ระหวางสมาชิกกับสังคม๔.๓ สงเสริม สนับสนุน รวมมือกับสถาบันการศึกษา องคกร ชุมชน และเครือขายการทํางานในพื้นที่ เพื่อกิจกรรมสาธารณประโยชน ดานการศึกษา วิจัย วิชาการ และรับบริการเปนที่ปรึกษาตลอดจนเผยแพรวิทยาการดานตาง ๆ๔.๔ สนับสนุน สงเสริมเกียรติภูมิแหงจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย และเชิดชูเกียรติสมาชิกผูไดประกอบกิจอันเปนประโยชนสรางชื่อเสียงใหแกจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยและสังคมโดยรวม๔.๕ สมาคมนี้ไมมีวัตถุประสงคเกี่ยวของกับการเมืองขอ ๕ สมาชิกแบงออกเปน ๒ ประเภท๕.๑ สมาชิกสามัญสมาชิกสามัญตองมีคุณสมบัติขอใดขอหนึ่ง ดังตอไปนี้๑. เคยเปนนิสิตจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย และมีภูมิลําเนา หรืออาศัยอยูในจังหวัดนาน๒. ดํารงตําแหนง หรือเคยดํารงตําแหนง เปนกรรมการสภามหาวิทยาลัยผูบริหารมหาวิทยาลัย และคณาจารยประจําของจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย๓. ศาสตราจารยกิตติคุณ ศาสตราจารยพิเศษ และผูซึ่งไดรับปริญญากิตติมศักดิ์ของจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย๕.๒ สมาชิกกิตติมศักดิ์สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไดแก บุคคลที่อุปการะชวยเหลือทําคุณประโยชนแกสมาคมหรือผูทรงเกียรติหรือผูทรงคุณวุฒิที่คณะกรรมการบริหารสมาคมมีมติดวยคะแนนเสียงไมนอยกวา ๓ ใน ๔ของจํานวนกรรมการบริหารสมาคมที่มาประชุมและออกเสียงลงคะแนนใหเชิญเปนสมาชิกของสมาคมหนา ๑๐๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๖ คุณสมบัติของสมาชิก มีดังตอไปนี้๖.๑ บรรลุนิติภาวะ๖.๒ มีความประพฤติเรียบรอย ไมเปนที่รังเกียจในสังคม๖.๓ ไมเคยถูกไลออก ปลดออก หรือใหออกจากราชการ หรือสมาคม หรือสโมสรใด ๆดวยความเสียหายรายแรง หรือทุจริตตอหนาที่๖.๔ ไมเคยตองคําพิพากษาของศาลถึงที่สุดใหเปนบุคคลลมละลาย หรือไรความสามารถหรือเสมือนไรความสามารถ หรือตองโทษจําคุก เวนแตความผิดฐานประมาท หรือลหุโทษ หรือความผิดทางการเมือง การตองคําพิพากษาของศาลถึงที่สุดในกรณีดังกลาวจะตองเปนในขณะที่สมัครเขาเปนสมาชิกหรือในระหวางที่เปนสมาชิกของสมาคมเทานั้น๖.๕ ไมมีพฤติกรรมที่แสดงใหเห็นอยางชัดแจงวาขัดตอวัตถุประสงคของสมาคมตามขอ ๔ขอ ๗ คาลงทะเบียน และคาบํารุงสมาคม๗.๑ สมาชิกสามัญ ชําระคาลงทะเบียนครั้งเดียว เปนเงิน ๕๐๐ บาท หรือชําระตามจํานวนที่คณะกรรมการบริหารมีมติเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม๗.๒ สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไมมีคาลงทะเบียนขอ ๘ การสมัครเขาเปนสมาชิกของสมาคม ตองแสดงความจํานงเขาเปนสมาชิกโดยยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมตอนายทะเบียนสมาคม และใหนายทะเบียน นําเสนอรายชื่อและขอมูลผูสมัครตอที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมเพื่อพิจารณาลงมติรับเปนสมาชิก เมื่อมีมติรับเปนสมาชิกแลวผูสมัครจะมีสถานะเปนสมาชิกโดยสมบูรณ ตั้งแตวันที่ชําระคาลงทะเบียนและนายทะเบียนสมาคมไดจดแจงชื่อในทะเบียนสมาชิกขอ ๙ สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ใหเริ่มนับตั้งแตวันที่หนังสือตอบรับคําเชิญของผูที่คณะกรรมการไดพิจารณาลงมติใหเชิญเขาเปนสมาชิกของชมรมไดมาถึงยังสมาคมขอ ๑๐ สมาชิกมีสิทธิ ดังนี้๑๐.๑ บริหารกิจการของสมาคม ในฐานะเปนผูเลือกตั้งนายกสมาคมและผูตรวจสอบบัญชีของสมาคม รวมทั้งเสนอความคิดเห็นในขอบเขตแหงวัตถุประสงคและการดําเนินงานของสมาคมหนา ๑๐๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ๑๐.๒ ใชประโยชนในสถานที่ของสมาคม ภายในขอบเขตวัตถุประสงคและเปนไปตามหลักเกณฑที่สมาคมกําหนด รวมทั้งนําญาติมิตรมาในงานรื่นเริงของสมาคม หรือเยี่ยมเยือนสมาคมเปนครั้งคราวไดโดยสมาชิกผูนั้นตองรับผิดชอบบุคคลที่นํามาและตองระมัดระวังไมกอใหเกิดความรําคาญและเปนที่รังเกียจแกสมาชิกอื่น ๆ๑๐.๓ ไดรับขาวสาร สวัสดิการตาง ๆ ตามที่สมาคมไดจัดใหมีขึ้น ตลอดจนรับหรือขอรับความชวยเหลือจากสมาคมในขอบเขตแหงวัตถุประสงคและการดําเนินงานของสมาคม๑๐.๔ เขารวมประชุมใหญสามัญประจําปและประชุมใหญวิสามัญของสมาคม๑๐.๕ สมาชิกสามัญเทานั้นมีสิทธิเลือกตั้ง หรือไดรับการเลือกตั้ง หรือไดรับการแตงตั้งเปนกรรมการบริหารสมาคม และมีสิทธิออกเสียงลงมติตาง ๆ ในที่ประชุม โดยออกเสียงไดคนละ ๑ คะแนน๑๐.๖ สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไดรับสิทธิ์และประโยชนจากสมาคมเชนเดียวกับสมาชิกสามัญเวนแตสิทธิ์ตาม ขอ ๑๐.๑ ขอ ๑๐.๕ และสิทธิ์และประโยชนอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารสมาคมจะไดกําหนด ๑๐.๗ รองขอตอคณะกรรมการบริหาร เพื่อตรวจเอกสารบัญชีหรือทรัพยสินของสมาคมโดยในการรองขอนั้นจะตองมีสมาชิกลงนามในหนังสือรองขอไมนอยกวา ๑ ใน ๓ ของสมาชิกสามัญทั้งหมด๑๐.๘ รองขอใหคณะกรรมการบริหารสมาคมเรียกประชุมใหญวิสามัญได โดยทําเปนหนังสือแจงวัตถุประสงคของการประชุม และจะตองมีสมาชิกสามัญลงนามรับรองไมนอยกวา ๑ ใน ๓ของสมาชิกสามัญทั้งหมดใหคณะกรรมการบริหารสมาคมจัดการประชุมใหญวิสามัญภายในเวลา ๖๐ วันนับแตรับหนังสือรองขอ คณะกรรมการบริหารสมาคมจะปฏิเสธการจัดประชุมวิสามัญตามที่สมาชิกรองขอก็ไดหากเปนกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังตอไปนี้(๑) เปนเรื่องที่ไมเปนไปตามหลักเกณฑที่กําหนดในวรรคหนึ่ง(๒) เปนเรื่องที่เกี่ยวกับการดําเนินงานปกติของสมาคม และขอเท็จจริงที่กลาวอางโดยสมาชิกมิไดแสดงถึงเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับการดําเนินงานดังกลาว(๓) เปนเรื่องที่อยูนอกเหนืออํานาจที่สมาคมจะดําเนินการใหเกิดผลตามที่สมาชิกประสงค หนา ๑๐๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ (๔) เปนเรื่องที่สมาชิกไดเคยเสนอตอที่ประชุมใหญสามัญเพื่อพิจารณาแลวในรอบสิบสองเดือนที่ผานมา และเรื่องดังกลาวไดรับมติสนับสนุนดวยคะแนนเสียงนอยกวารอยละสิบของจํานวนสมาชิกสามัญทั้งหมดของสมาคม เวนแตขอเท็จจริงในการรองขอครั้งใหมไดมีการเปลี่ยนแปลงอยางมีนัยสําคัญจากขอเท็จจริงในขณะที่นําเสนอตอที่ประชุมใหญในครั้งกอน(๕) กรณีอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริหารสมาคมเห็นเปนการสมควรขอ ๑๑ สมาชิกมีหนาที่ ดังนี้๑๑.๑ ปฏิบัติตามขอบังคับของสมาคมและหลักเกณฑที่สมาคมกําหนดโดยเครงครัด๑๑.๒ ใหความรวมมือ สนับสนุน และสงเสริมการดําเนินงานตาง ๆ ของสมาคมกอใหเกิดประโยชน ทั้งสมาคมและสมาชิก และรวมกิจกรรมที่สมาคมจัดใหมีขึ้น๑๑.๓ รักษาคุณธรรม ความดีงาม และไมประพฤติเสื่อมเสีย๑๑.๔ ชวยเผยแพรชื่อเสียงของสมาคมใหเปนที่รูจักอยางกวางขวางขอ ๑๒ สมาชิกภาพของสมาชิกยอมสิ้นสุดลง เมื่อ๑๒.๑ ขาดคุณสมบัติของสมาชิกตามขอ ๖๑๒.๒ ตาย๑๒.๓ ลาออก โดยยื่นหนังสือเปนลายลักษณอักษรตอเลขานุการสมาคม เพื่อนําเสนอตอคณะกรรมการบริหารพิจารณาอนุมัติ ทั้งนี้ สมาชิกตองไดชําระหนี้สิน (หากมี) ที่ยังติดคางอยูกับสมาคมเปนที่เรียบรอย ๑๒.๔ ละเมิดขอบังคับของสมาคมโดยเจตนา และยังคงกระทําอยูแมไดรับคําตักเตือนจากคณะกรรมการบริหารแลวการขาดจากสมาชิกภาพในขอนี้ ใหคณะกรรมการบริหารเปนผูพิจารณาชี้ขาด๑๒.๕ ที่ประชุมใหญของสมาคม หรือคณะกรรมการบริหารไดพิจารณาลงมติใหลบชื่อออกจากทะเบียน เพราะสมาชิกผูนั้นไดประพฤตินําความเสื่อมเสียมาสูสมาคมขอ ๑๓ สมาชิกจะลาออกจากสมาชิกภาพเมื่อไรก็ได ใหแสดงความจํานงเปนหนังสือตอคณะกรรมการบริหาร เมื่อคณะกรรมการบริหารมีมติใหลาออกเมื่อใด ใหถือวาสิ้นสุดจากสมาชิกภาพตั้งแตเมื่อนั้นขอ ๑๔ ใหที่ประชุมใหญสามัญประจําป เปนผูเลือกตั้งนายกสมาคมและผูตรวจสอบบัญชีของสมาคม หนา ๑๐๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๑๕ ใหสมาชิกในที่ประชุมใหญสามัญประจําปเสนอชื่อผูที่ประสงครับเลือกตั้ง โดยมีผูรับรองไมนอยกวา ๒ คนผูที่ไดรับการเสนอชื่อเขารับการเลือกตั้งตองอยูในที่ประชุม กรณีมีผูสมัครหรือผูถูกเสนอชื่อเขารับการเลือกตั้งเพียงคนเดียว ใหถือวาผูนั้นไดรับการเลือกตั้งขอ ๑๖ ผลการเลือกตั้งเปนประการใด ใหประกาศใหสมาชิกทราบภายในกําหนดไมเกิน ๗ วันนับจากวันเลือกตั้งขอ ๑๗ การดําเนินงานของสมาคมใหเปนไปตามวัตถุประสงคนั้น ใหมีคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่งเรียกวา “คณะกรรมการบริหารสมาคม” เปนผูดําเนินการตามขอบังคับของสมาคมขอ ๑๘ คณะกรรมการบริหารสมาคมจากสมาชิกสามัญ ประกอบดวย(๑) นายกสมาคม(๒) อุปนายกสมาคม (อยางนอย ๑ คน)(๓) เลขานุการสมาคม(๔) เหรัญญิกสมาคม(๕) นายทะเบียนสมาคม(๖) ประชาสัมพันธสมาคม(๗) ปฏิคมและจัดการดูแลทรัพยสินและสถานที่สมาคม(๘) ฝายวิชาการสมาคม(๙) ฝายสมาชิกสัมพันธสมาคม(๑๐) ฝายกิจกรรมพิเศษสมาคม(๑๑) กรรมการกลางสมาคม ไมเกิน ๒๐ คน (ถามี)หนาที่โดยสังเขป๑. นายกสมาคม ทําหนาที่เปนหัวหนาในการบริหารกิจการของสมาคม เปนผูแทนของสมาคมในการติดตอกับบุคคลภายนอก และการทํากิจกรรม นิติกรรมใด ๆ ของสมาคม ทําหนาที่กําหนดใหมีการประชุมและเปนประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคม การประชุมใหญสามัญประจําปของสมาคม และการประชุมใหญวิสามัญประจําปของสมาคม (ถามี) ปฏิบัติการอื่น ๆ ใหเปนไปตามขอบังคับและมติของคณะกรรมการบริหารสมาคม รวมทั้งแตงตั้งหรือถอดถอนเจาหนาที่ประจําสมาคมหนา ๑๐๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ๒. อุปนายก ทําหนาที่เปนผูชวยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคม ปฏิบัติตามหนาที่ที่นายกสมาคมมอบหมาย และทําหนาที่แทนนายกสมาคมเมื่อนายกสมาคมไมอยู หรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดแตการทําหนาที่แทนนายกสมาคมใหอุปนายกตามลําดับตําแหนงเปนผูกระทําการแทน๓. เลขานุการ ทําหนาที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด เปนหัวหนาเจาหนาที่ของสมาคมในการปฏิบัติกิจการของสมาคม ใหเปนไปตามระเบียบขอบังคับของสมาคม เรียกประชุม บันทึกการประชุมเก็บรักษารายงานการประชุม และโตตอบจดหมายอันเกี่ยวกับกิจการของสมาคมตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคม และดําเนินงานของสมาคมตามที่นายกสมาคม หรืออุปนายกสมาคมมอบหมาย ตลอดจนทําหนาที่เปนเลขานุการในการประชุมตาง ๆ ของสมาคม๔. เหรัญญิก มีหนาที่เกี่ยวกับการเงินและบัญชีทั้งหมดของสมาคม กํากับดูแลการเก็บและการรักษาเงินการทวงหนี้และชําระหนี้ของสมาคม การออกใบเสร็จรับเงินทุกประเภท และการจัดทํารายงานการเงินประจําปเปนผูจัดทํารายรับรายจายและบัญชีงบดุลของสมาคม และเก็บเอกสารหลักฐานตาง ๆ ของสมาคมไวใหผูสอบบัญชีตรวจสอบและรับรองเพื่อนําเสนอที่ประชุมใหญพิจารณารับรอง ตลอดจนจัดใหมีสมุดบัญชีและเอกสารทางการเงินของสมาคม พรอมดวยหลักฐานและใบสําคัญในการรับและจายเงินใหถูกตองตามหลักการบัญชี และการเก็บเอกสารหลักฐานตาง ๆ ของสมาคมไวเพื่อตรวจสอบ๕. ปฏิคม มีหนาที่ในการตอนรับแขกของสมาคม อํานวยความสะดวกใหสมาชิกและผูรวมในกิจกรรมสมาคม ตลอดจนจัดกิจกรรมและงานสังคมที่สมาคมจัดขึ้น เปนหัวหนาในการจัดเตรียมสถานที่ของสมาคม และจัดเตรียมสถานที่ประชุมตาง ๆ ของสมาคม ตลอดจนรับผิดชอบเกี่ยวกับงานพัสดุและทรัพยสินของสมาคม ทําบัญชีทรัพยสิน สํารวจทรัพยสินประจําป และกิจการอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารสมาคมมอบหมาย๖. นายทะเบียน มีหนาที่จัดทําทะเบียนประวัติสมาชิก และทําเนียบสมาชิกสมาคมตลอดจนประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินคาบํารุงสมาคมจากสมาชิก๗. ประชาสัมพันธ มีหนาที่เผยแพรประชาสัมพันธขาวสาร กิจกรรมของสมาคม และชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคม ตลอดจนงานสื่อสารทุกประเภท จัดทําวารสารหรือขาวสารเกี่ยวกับสมาคมเพื่อแจกจายหรือจําหนายแกสมาชิก ตามที่คณะกรรมการบริหารสมาคมมอบหมาย เพื่อประโยชนและสรางความสัมพันธระหวางสมาชิก บุคคลโดยทั่วไป และใหเปนที่รูจักอยางกวางขวางหนา ๑๐๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ๘. กรรมการวิชาการ มีหนาที่ดูแลกิจกรรมสมาคมดานวิชาการ จัดทําขอเสนอโครงการหรืองานดานวิชาการเสนอตอกรรมการบริหารสมาคม ตลอดจนจัดทํารายงานประจําป จัดทําวารสารหรือขาวสารเกี่ยวกับสมาคม งานสื่อสารทุกประเภท เพื่อแจกจาย หรือจําหนายแกสมาชิกตามที่คณะกรรมการบริหารสมาคมมอบหมาย๙. กรรมการสมาชิกสัมพันธ มีหนาที่จัดกิจกรรมเพื่อเชื่อมความสัมพันธของสมาชิกและสังคมตลอดจนจัดกิจกรรมหรือดําเนินการหารายไดเขาสมาคม ตามที่คณะกรรมการบริหารสมาคมมอบหมาย๑๐. กรรมการกิจกรรมพิเศษ มีหนาที่ดําเนินการกิจกรรมอื่นใดในวาระโอกาสพิเศษตามที่คณะกรรมการบริหารสมาคมมอบหมาย๑๑. กรรมการกลาง มีหนาที่ใหความคิดเห็น และรวมรับผิดชอบการดําเนินงานของสมาคมใหบรรลุตามวัตถุประสงคอันเปนประโยชนตอสมาคมกรรมการตําแหนงอื่น ๆ ตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการบริหารเห็นสมควรกําหนดใหมีขึ้นโดยมีจํานวนเมื่อรวมกับตําแหนงกรรมการตามขางตนแลว จะตองไมเกินจํานวนที่ขอบังคับไดกําหนดไวกรณี มิไดกําหนดตําแหนงก็ถือวาเปนกรรมการกลาง การบริหารการเงินของสมาคมใหเปนไปตามระเบียบการบริหารการเงินของสมาคม ซึ่งไดรับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารสมาคม และเสนอใหที่ประชุมใหญทราบขอ ๑๙ คณะกรรมการบริหารสมาคมจะอยูในตําแหนงไดคราวละ ๓ ป นับตั้งแตวันที่มีการเลือกตั้งนายกสมาคม และเมื่อคณะกรรมการดํารงตําแหนงครบกําหนดตามวาระแลว ใหรักษาการไปพลางกอนจนกวาคณะกรรมการชุดใหมจะไดรับอนุญาตใหจดทะเบียนจากทางราชการ และตองสงมอบงานใหเปนที่เสร็จสิ้นภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแตวันที่คณะกรรมการชุดใหมไดรับอนุญาตใหจดทะเบียนจากทางราชการขอ ๒๐ ผูดํารงตําแหนงนายกสมาคมจะดํารงตําแหนงติดตอกันไดไมเกิน ๒ สมัยขอ ๒๑ กรรมการบริหารสมาคมพนจากตําแหนง เมื่อ๒๑.๑ ครบกําหนดออกตามวาระ๒๑.๒ ตาย หรือ ลาออก๒๑.๓ ขาดจากสมาชิกภาพ๒๑.๔ ที่ประชุมใหญลงมติใหออกจากตําแหนงกรณีที่นายกสมาคม ตาย หรือลาออก หรือขาดจากสมาชิกภาพกอนครบวาระ ๓ ปใหอุปนายกสมาคมเปนผูรักษาการแทนในตําแหนงนายกสมาคมไปจนกวาจะครบวาระ ๓ ปหนา ๑๐๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๒๒ กรรมการบริหารสมาคมอาจขอลาออกจากตําเหนงได โดยยื่นใบลาออกเปนลายลักษณอักษรตอนายกสมาคม และคณะกรรมการบริหารมีมติใหออกขอ ๒๓ ตําแหนงกรรมการบริหารสมาคม กรณีวางลงกอนครบกําหนดตามวาระก็ใหนายกสมาคมแตงตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเขาดํารงตําแหนงแทนตําแหนงที่วางลง หรือนายกสมาคมอาจไมแตงตั้งผูใดเขาดํารงตําแหนงแทนก็ได ทั้งนี้ ผูดํารงตําแหนงแทนอยูในตําแหนงไดเทากับวาระของผูที่ตนแทนเทานั้นขอ ๒๔ เพื่อใหคณะกรรมการบริหารสมาคมสามารถดําเนินกิจการของสมาคมเปนไปตามวัตถุประสงคของสมาคม จึงใหคณะกรรมการบริหารมีอํานาจหนาที่ ดังนี้๒๔.๑ กําหนดนโยบายของสมาคมและดําเนินการตามนโยบายนั้น๒๔.๒ ควบคุมการเงินและทรัพยสินตาง ๆ ของสมาคม๒๔.๓ เสนอรายงานกิจการ รายงานการเงินและบัญชี งบดุล รายได รายจายใหแกสมาชิกทราบอยางนอยปละ ๑ ครั้ง๒๔.๔ จัดทําระเบียบ ขอบังคับ เพื่อใชในการดําเนินงานของสมาคม๒๔.๕ แตงตั้งหรือถอดถอนคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ เพื่อดําเนินการงานดานตาง ๆของสมาคม และใหผูไดรับการแตงตั้งปฏิบัติงานตามระยะเวลาที่ไดรับมอบหมายซึ่งตองไมเกินกวาวาระของคณะกรรมการบริหารสมาคมชุดที่เปนผูแตงตั้งนั้น๒๔.๖ เชิญบุคคลที่ทําประโยชนใหแกสมาคมหรือสังคม หรือใหการอุปการะหรือผูทรงคุณวุฒิเปนสมาชิกกิตติมศักดิ์๒๔.๗ เชิญผูทรงคุณวุฒิเปนที่ปรึกษาของคณะกรรมการบริหารสมาคม๒๔.๘ มีอํานาจเรียกประชุมใหญสามัญประจําป และประชุมใหญวิสามัญ (ถามี)๒๔.๙ มีหนาที่จัดใหมีการประชุมใหญวิสามัญ ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแตวันที่ไดรับหนังสือรองขอ ขอใหจัดประชุมใหญวิสามัญ จากสมาชิกสามัญจํานวน ๑ ใน ๓ ของสมาชิกทั้งหมดไดเขาชื่อรอง หนา ๑๑๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ๒๔.๑๐ จัดทําบันทึกการประชุมตาง ๆ ของสมาคม เพื่อเก็บไวเปนหลักฐานและจัดสงใหสมาชิกไดรับทราบ ตลอดจนจัดทํารายงานประจําป ที่รวมเรื่องราวกิจกรรมตาง ๆ ตามวัตถุประสงคและแสดงงบดุลประจําป เพื่อใหสมาชิกตรวจดูไดไมนอยกวา ๗ วัน กอนวันประชุมใหญสามัญหรือเผยแพรลงในเว็บไซตสมาคมเพื่อประโยชนแกการตรวจสอบของสมาชิก๒๔.๑๑ มีหนาที่อื่น ๆ ตามที่ขอบังคับไดกําหนดไวขอตกลง สัญญา หรือนิติกรรมใด ๆ ที่กระทําในนามสมาคม จะมีผลผูกพันสมาคมตอเมื่อขอตกลงสัญญา หรือนิติกรรมนั้น ๆ ไดผานความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารสมาคม และไมเปนการขัดกับวัตถุประสงค ขอบังคับ และระเบียบของสมาคม โดยมีนายกสมาคม หรืออุปนายกที่นายกสมาคมมอบหมายกับเลขานุการหรือเหรัญญิกหรือกรรมการบริหารสมาคมอื่นที่นายกสมาคมมอบหมาย ลงนามรวมกัน ๒ คนทั้งนี้ เวนแตเปนคาใชจายบริหารสํานักงาน คาใชจายโครงการประจํา ใหเปนไปตามระเบียบบริหารการเงินและงบประมาณของสมาคมขอ ๒๕ นายกสมาคมมีอํานาจหนาที่ ดังนี้๒๕.๑ เปนประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคม๒๕.๒ กําหนดใหมีการประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคม๒๕.๓ เปนผูแทนของสมาคมในการติดตอกับบุคคลภายนอก และการทํากิจกรรมนิติกรรมใด ๆ ของสมาคม๒๕.๔ ปฏิบัติการอื่น ๆ ใหเปนไปตามขอบังคับและมติของคณะกรรมการบริหารสมาคม๒๕.๕ แตงตั้งหรือถอดถอนเจาหนาที่ประจําสมาคมขอ ๒๖ ใหอุปนายกสมาคมทําหนาที่แทนนายกสมาคม เมื่อนายกสมาคมไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดหรือในกรณีที่นายกสมาคมมอบหมายใหทําการแทนขอ ๒๗ ใหมีการประชุมคณะกรรมการบริหารของสมาคมอยางนอย ๓ เดือนตอครั้งเพื่อปรึกษาหารือและกําหนดแนวทางการดําเนินงาน การทํางานดานตาง ๆ ของสมาคมการประชุมคณะกรรมการบริหารหรืออนุกรรมการ ตองมีผูเขารวมประชุมอยางนอยครึ่งหนึ่งของจํานวนทั้งหมด จึงนับเปนองคประชุม นายกสมาคม หรือประธานในที่ประชุม อาจกําหนดใหจัดการประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมเปนการประชุมผานสื่ออิเล็กทรอนิกสก็ได โดยดําเนินการใหเปนไปตามหลักเกณฑวิธีการ และมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยดานสารสนเทศตามที่กําหนดไวในกฎหมายหนา ๑๑๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๒๘ ในการประชุมคณะกรรมการบริหารหรืออนุกรรมการ ใหถือเอาคะแนนเสียงขางมากในกรณีที่มีคะแนนเสียงเทากันใหประธานที่ประชุมเปนผูชี้ขาดขอ ๒๙ ในการประชุมคณะกรรมการบริหารหรืออนุกรรมการ นายกสมาคมหรือประธานที่ประชุมอาจเชิญหรืออนุญาตใหบุคคลที่เห็นสมควรเขารวมประชุม ในฐานะแขกผูมีเกียรติหรือผูสังเกตการณหรือเพื่อชี้แจง ใหคําปรึกษาแกที่ประชุมไดขอ ๓๐ ในการประชุมคณะกรรมการ ถานายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไมสามารถปฏิบัติหนาที่ในการประชุมคราวหนึ่งคราวใด หรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ก็ใหกรรมการที่เขาประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อใหกรรมการคนใดคนหนึ่งทําหนาที่เปนประธานในการประชุมคราวนั้นขอ ๓๑ การประชุมใหญของสมาคมมี ๒ ประเภท คือ๓๑.๑ การประชุมใหญสามัญ๓๑.๒ การประชุมใหญวิสามัญขอ ๓๒ การประชุมใหญสามัญ ไดแก การประชุมใหญของสมาชิกเพื่อทําการเลือกตั้งนายกสมาคมหรือเพื่อแถลงกิจการของสมาคม กําหนดอยางนอยปละ ๑ ครั้งขอ ๓๓ การประชุมใหญวิสามัญ ไดแก การประชุมซึ่งคณะกรรมการบริหารสมาคมไดกําหนดขึ้นเปนกรณีพิเศษ หรือเพื่อการใดการหนึ่งที่จะตองพิจารณาเปนกรณีเรงดวน หรือในกรณีที่สมาชิกรองขอขอใหคณะกรรมการบริหารจัดใหมีขึ้น ดวยการเขาชื่อรวมกันของสมาชิกไมนอยกวา ๑ ใน ๓ ของสมาชิกสามัญทั้งหมด ขอ ๓๔ การแจงกําหนดนัดประชุมใหญสามัญและวิสามัญ (ถามี) ใหเลขานุการสมาคมเปนผูแจงกําหนดนัดประชุมใหสมาชิกไดทราบลวงหนาไมนอยกวา ๗ วัน เปนลายลักษณอักษรโดยระบุวัน เวลา และสถานที่ใหชัดเจน อีกทั้งประกาศแจงกําหนดนัดประชุมไว ณ สํานักงานของสมาคมเปนเวลาไมนอยกวา ๗ วัน กอนถึงกําหนดประชุมใหญขอ ๓๕ การประชุมใหญสามัญประจําป จะตองมีวาระการประชุมอยางนอย ดังตอไปนี้๓๕.๑ แถลงกิจการที่ผานมาในรอบป๓๕.๒ แถลงบัญชีรายรับ รายจาย และบัญชีงบดุลของปที่ผานมาใหสมาชิกรับทราบ๓๕.๓ เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม เมื่อครบกําหนดวาระ๓๕.๔ เลือกตั้งผูสอบบัญชี๓๕.๕ เรื่องอื่น ๆ (ถามี) หนา ๑๑๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๓๖ ในการประชุมใหญสามัญประจําปหรือการประชุมใหญวิสามัญ (ถามี) ใหถือวาจํานวนสมาชิกสามัญทั้งหมดที่มารวมประชุม ณ วันที่จัดประชุมใหญสามัญประจําป หรือจัดประชุมใหญวิสามัญ (ถามี)เปนองคประชุมขอ ๓๗ การลงมติตาง ๆ ในที่ประชุมใหญ ถาขอบังคับไดกําหนดเปนอยางอื่น ก็ใหถือคะแนนเสียงขางมากเปนเกณฑ แตถาคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเทากัน ก็ใหประธานในการประชุมเปนผูชี้ขาดขอ ๓๘ ในการประชุมของสมาคมทุกครั้ง ใหนายกสมาคมเปนประธานที่ประชุม กรณีที่นายกสมาคมไมอยูใหอุปนายกทําหนาที่เปนประธานในที่ประชุมขอ ๓๙ ในการประชุมใหญสามัญประจําปของสมาคม หรือการประชุมใหญวิสามัญ (ถามี)ถานายกสมาคม และอุปนายกสมาคมไมมารวมประชุม หรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ก็ใหที่ประชุมใหญทําการเลือกตั้งกรรมการที่มารวมประชุมคนใดคนหนึ่ง ทําหนาที่เปนประธานในการประชุมคราวนั้นขอ ๔๐ การเงินและทรัพยสินทั้งหมดใหอยูในความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหารเงินสดของสมาคม (ถามี) ใหนําฝากไวในธนาคาร หรือสถาบันการเงินอื่นใดที่รัฐบาลใหการค้ําประกันตามความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารเงินของสมาคมแบงเปน ๒ ประเภท๔๐.๑ เงิน ซึ่งที่ประชุมใหญสามัญลงมติใหกันไวเปนเงินทุน รวมถึงเงินซึ่งมีผูบริจาคไดแสดงเจตจํานงใหตั้งไวเปนทุนเพื่อวัตถุประสงคอยางใดอยางหนึ่ง หรือเพื่อหาดอกผลมาใชในกิจการของสมาคมเงินทุนจะนําออกมาใชจายไมได เวนแตในยามจําเปน และเมื่อคณะกรรมการบริหารมีมติเห็นชอบดวยคะแนนเสียงไมนอยกวาสองในสามของจํานวนกรรมการบริหารที่มาประชุม อาจนําเงินทุนออกมาใชไดไมเกินรอยละ ๑๐และเมื่อความจําเปนผานไปและสภาพการณไดคืนเขาสูภาวะปกติแลว ใหจัดเงินชดใชทุนใหครบตามจํานวนที่นําออกไปใช ๔๐.๒ เงินรายได ไดแก เงินคาบํารุงจากสมาชิก ดอกเบี้ยเงินทุน รายไดจากการดําเนินงานของสมาคม รายไดจากการจัดงานเพื่อหาเงินเปนครั้งคราว เงินบริจาคซึ่งผูบริจาคมิไดกําหนดเปนเงินทุน และรายไดอื่นที่มีลักษณะไมใชทุนตาม ๔๐.๑ เงินรายไดใหนําออกใชในการดําเนินงานตามวัตถุประสงคของสมาคม หนา ๑๑๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๔๑ การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม จะตองมีลายมือชื่อของนายกสมาคมหรือผูทําการแทนลงนามรวมกับเหรัญญิก หรือเลขานุการ ลงนามทุกครั้งจึงจะเบิกจายไดขอ ๔๒ ใหนายกสมาคมมีอํานาจสั่งจายเงินของสมาคมไดครั้งละไมเกิน ๕๐,๐๐๐ บาท(หาหมื่นบาทถวน) ถาจําเปนจะตองจายเกินกวาจํานวนนี้ ตองไดรับอนุมัติจากที่ประชุมกรรมการบริหารของสมาคมขอ ๔๓ ใหเหรัญญิกสมาคมมีอํานาจเก็บเงินสดเพื่อใชจายในการดําเนินการตาง ๆ ของสมาคมไวไดครั้งละไมเกิน ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถวน) ถาเกินกวาจํานวนนี้จะตองนําฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันทีขอ ๔๔ เหรัญญิกจะตองทําบัญชีรายรับ รายจาย และบัญชีงบดุล ใหถูกตองตามหลักวิชาการการรับหรือจายเงินทุกครั้ง จะตองมีหลักฐานเปนหนังสือ ลงลายมือชื่อของนายกสมาคมหรือผูทําการแทนรวมกับเหรัญญิกหรือผูทําการแทนขอ ๔๕ ผูสอบบัญชี จะตองมิใชกรรมการหรือเจาหนาที่ของสมาคม และจะตองเปนผูสอบบัญชีที่ไดรับอนุญาตขอ ๔๖ ผูตรวจสอบบัญชีมีอํานาจหนาที่ตรวจสอบบัญชีของสมาคมและรับรองบัญชีงบดุลประจําปที่คณะกรรมการบริหารจัดทําขึ้น มีสิทธิตรวจสอบบัญชีและเอกสารที่เกี่ยวของ ตลอดจนสอบถามคณะกรรมการบริหารและเจาหนาที่ของสมาคมในเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวของกับการเงิน การบัญชี และเอกสารที่เกี่ยวของไดขอ ๔๗ ขอบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแกไขไดโดยมติของที่ประชุมใหญเทานั้นและองคประชุมใหญจะตองมีสมาชิกสามัญเขารวมประชุมไมนอยกวาครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมดมติของที่ประชุมใหญในการใหเปลี่ยนแปลงแกไขขอบังคับ จะตองมีคะแนนเสียงไมนอยกวา ๒ ใน ๓ของสมาชิกสามัญที่เขารวมประชุมทั้งหมดการตีความขอบังคับ ใหถือตามมติของคณะกรรมการบริหาร นอกจากที่ประชุมใหญของสมาคมจะมีมติเปนอยางอื่นขอ ๔๘ การเลิกสมาชิกสมาคมจะเลิกโดยมติของที่ประชุมใหญของสมาคม ยกเวนเปนการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย มติของที่ประชุมใหญที่ใหเลิกสมาคมจะตองมีคะแนนเสียงไมนอยกวา ๓ ใน ๔ของสมาชิกสามัญที่เขารวมประชุมทั้งหมด และองคประชุมใหญจะตองไมนอยกวาครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมดหนา ๑๑๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๔๙ เมื่อสมาคมตองเลิก ไมวาดวยเหตุใด ๆ ก็ตาม ทรัพยสินของสมาคมที่เหลืออยูหลังจากไดชําระบัญชีเปนที่เรียบรอยแลว ใหตกเปนของ สมาคมนิสิตเกาจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ ถนนพญาไท แขวงวังใหม เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ๑๐๓๓๐ขอ ๕๐ ขอบังคับฉบับนี้ นั้น ใหเริ่มใชบังคับไดนับตั้งแตวันที่สมาคมไดรับอนุญาตใหจดทะเบียนเปนนิติบุคคลเปนตนไปขอ ๕๑ เมื่อสมาคมไดรับอนุญาตใหจดทะเบียนเปนนิติบุคคลจากทางราชการ ก็ใหถือวาผูเริ่มการทั้งหมดเปนสมาชิกสามัญ และสมาชิกภาพของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น เริ่มตั้งแตวันจดทะเบียนเปนตนไปนายทะเบียนสมาคมประจําจังหวัดนาน ไดมีคําสั่งรับจดทะเบียนแกไขเพิ่มเติมขอบังคับสมาคมรายนี้แลว ตามทะเบียนเลขที่ ๑/๒๕๖๖ ตั้งแตวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๗ฉะนั้น อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๘๒ และมาตรา ๘๔ แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยจึงประกาศใหทราบโดยทั่วกัน ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ชัยนรงค วงศใหญผูวาราชการจังหวัดนานนายทะเบียนสมาคมประจําจังหวัดนานหนา ๑๑๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)