ThaiGovData

ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคโอกาสใหม่ (เดิมชื่อพรรคไทยเป็นหนึ่ง)

undated

Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th

The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.

ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเรื่อง การเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคโอกาสใหม(เดิมชื่อพรรคไทยเปนหนึ่ง)ตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองไดมีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่๑ พฤษภาคม ๒๕๖๗ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคไทยเปนหนึ่ง มีคณะกรรมการบริหารพรรคไทยเปนหนึ่ง จํานวน ๔ คน ตอมานายทะเบียนพรรคการเมืองไดมีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเรื่อง การเปลี่ยนแปลงชื่อตัว และชื่อสกุลของหัวหนาพรรคไทยเปนหนึ่ง นั้นบัดนี้ หัวหนาพรรคโอกาสใหมไดมีหนังสือแจงตอนายทะเบียนพรรคการเมือง ตามมาตรา ๓๘แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ กรณี ที่ประชุมใหญสามัญพรรคโอกาสใหม ครั้งที่ ๑/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ มีมติ ดังนี้๑. แกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคไทยเปนหนึ่ง พ.ศ. ๒๕๖๔ และที่แกไขเพิ่มเติมโดยใหยกเลิกทุกฉบับและใหใชขอบังคับพรรคโอกาสใหม พ.ศ. ๒๕๖๗ แทน ดังนี้ขอบังคับพรรคโอกาสใหม พ.ศ. ๒๕๖๗โดยที่ประชุมใหญสามัญพรรคโอกาสใหม เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ไดมีมติแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคไทยเปนหนึ่ง พ.ศ. ๒๕๖๔ และที่แกไขเพิ่มเติม ดังนี้ขอ ๑ ขอบังคับพรรคนี้เรียกวา “ขอบังคับพรรคโอกาสใหม พ.ศ. ๒๕๖๗”ขอ ๒ ขอบังคับพรรคนี้ใหใชบังคับตั้งแตวันที่ไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญพรรคเปนตนไปขอ ๓ ใหยกเลิกขอบังคับพรรคไทยเปนหนึ่ง พ.ศ. ๒๕๖๔ และขอบังคับพรรคไทยเปนหนึ่งแกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พ.ศ. ๒๕๖๖ ที่ประกาศใชมากอนทั้งหมดทุกฉบับหมวด ๑บททั่วไปขอ ๔ พรรคการเมืองตามขอบังคับนี้เรียกวา “พรรคโอกาสใหม” ชื่อยอ ภาษาไทย อชื่อภาษาอังกฤษวา New Aspiration Party ชื่อยอภาษาอังกฤษ NAหนา ๕๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ โอกาสสําหรับคนไทยทุกคนขอ ๕ เครื่องหมายพรรค และความหมาย(๑) พรรคโอกาสใหม ใชเครื่องหมาย(๒) โดยมีความหมาย ดังนี้๑) รูปทรงหยดน้ําหมายถึงการกอกําเนิดชีวิต๒) สี : สีแดงสะทอนความรูสึกมีพลัง และสีเหลืองทอง หมายถึง ความหวัง๓) อักษร อ หมายถึง ชื่อพรรคโอกาสใหมที่จะสรางโอกาสใหมสําหรับทุกคนขอ ๖ สํานักงานใหญตั้งอยู ณ อาคาร เจดับบลิว ทาวเวอร (JW.TOWER) เลขที่ ๔๑๑ชั้น ๒ - ๓ ถนนศรีนครินทร แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๕๐หมวด ๒คําประกาศอุดมการณทางการเมืองขอ ๗ คําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคโอกาสใหม คือ(๑) ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข(๒) มุงมั่นพัฒนาพรรคใหเปนสถาบันการเมืองของประชาชนที่ทันสมัยและเปนมิตรตอทุกคนมุงสรางสรรคความสามัคคีปรองดอง ความสมานฉันทของคนทุกรุนทุกกลุม เคารพศักดิ์ศรีความเปนมนุษยสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค โดยสันติ ตามหลักสิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรม เพื่อรวบรวมเปนกําลังของบานเมือง (๓) ยึดมั่นในการดําเนินการทางการเมืองดวยความซื่อสัตย สุจริต โปรงใส ประชาชนสามารถตรวจสอบได โดยมีธรรมาภิบาล และปองกันการทุจริต ประพฤติมิชอบทุกรูปแบบหนา ๕๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ (๔) ยึดมั่นในการพัฒนา ระบบเศรษฐกิจแบบเสรีที่ยั่งยืน ยกเลิกการผูกขาดขจัดความยากจน ลดความเหลื่อมล้ํา ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ปรับปรุงระบบสวัสดิการแหงรัฐสรางประเทศไทย ใหเปนศูนยกลางในการพัฒนาเศรษฐกิจ ในทุกรูปแบบในภูมิภาคและเวทีโลก(๕) เปนพรรคการเมืองของประชาชน เพื่อประชาชน โดยยืนหยัดหลักการประชาชนเปนผูทรงอํานาจสูงสุด การใชอํานาจรัฐตองสัมพันธยึดโยงกับประชาชน มุงมั่นในการทํางานการเมืองอยางสรางสรรค สรางประชาธิปไตยที่แทจริง ตอตานเผด็จการทุกรูปแบบ(๖) สงเสริมและรักษาไวซึ่งขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี ศิลปวัฒนธรรม การศึกษาศาสนา อันดีงามของชาติ หมวด ๓นโยบายพรรคขอ ๘ ดานการเมือง๘.๑ คนไทยมีโอกาสกําหนดอนาคตของตนเองโดยเนนสงเสริมระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข สงเสริมการกระจายอํานาจ กระจายงบประมาณใหทองถิ่นเพื่อใหประชาชนมีสวนรวมในการปกครอง และพัฒนาทองถิ่นของตนเองมากขึ้น๘.๒ ดําเนินกิจการทางการเมืองอยางมีธรรมาภิบาล มีประสิทธิภาพ และมีความรับผิดชอบทางการเมืองขอ ๙ ดานการบริหารราชการแผนดิน๙.๑ ประชาชนเขาถึงขอมูลทางการบริหาร มีสิทธิในการตรวจสอบสรางความโปรงใสและประกันประสิทธิภาพในการใชงบประมาณ และการบริหารราชการ๙.๒ สรางระบบบริหารราชการที่เชื่อมโยงอยางมีประสิทธิภาพ ในการใหบริการประชาชนโดยยึดประชาชนเปนศูนยกลางขอ ๑๐ ดานกฎหมายจัดใหมีการทบทวนและปรับปรุงหรือยกเลิกกฎหมายที่ลาหลัง ไมสอดคลองกับภาวะการณปจจุบันหรือเปนอุปสรรคตอการลงทุน การประกอบอาชีพของภาคเอกชน, ประชาชนโดยเฉพาะที่เกี่ยวของกับการอนุญาต การอนุมัติ และวิถีชีวิต ตองสอดคลองกับหลักนิติธรรม และหลักประชาธิปไตย หนา ๕๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๑๑ ดานกระบวนการยุติธรรมกระบวนการยุติธรรมและการดําเนินการทางการปกครองตองรวดเร็ว โปรงใสตรวจสอบและวัดผลได ลดคาใชจายในการเขาถึงกระบวนการยุติธรรมขอ ๑๒ ดานการศึกษา๑๒.๑ สรางความเสมอภาคทางการศึกษา สรางโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพใหประชาชนทุกชวงวัย ทั่วถึงทั้งประเทศ กระจายทรัพยากรทางการศึกษาใหทั่วถึงเพื่อความเสมอภาคผลักดันใหองคกรปกครองสวนทองถิ่น มีอิสระ มีศักยภาพ ในการจัดการการศึกษา อยางมีอิสระสอดคลองกับความตองการและบริบทของแตละทองถิ่น๑๒.๒ เรงรัดพัฒนาคุณภาพการศึกษาทุกระดับปฏิรูปการศึกษา พัฒนาครู พัฒนาการเรียนการสอน การทดสอบวัดผล ประเมินผล ยกระดับคุณภาพการศึกษาขอ ๑๓ ดานเศรษฐกิจ๑๓.๑ มุงเนนการวางโครงสรางพื้นฐานทางเศรษฐกิจใหมที่สงเสริมการแขงขันที่เปนธรรม ลดการผูกขาด ลดความเหลื่อมล้ํา แบงปนและสรางโอกาสทางเศรษฐกิจใหทุกคน๑๓.๒ สรางโอกาสเติบโตในอุตสาหกรรมใหม เชน เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียวการทองเที่ยวมูลคาสูง เพิ่มประสิทธิภาพลดปลอยคารบอน สงเสริมการวิจัยและพัฒนา สงเสริมการเพิ่มคุณภาพผลผลิต ลดการนําเขาพลังงาน สรางความมั่นคงทางพลังงาน บริหารจัดการพลังงานอยางเปนธรรม สงเสริมพลังงานสะอาดอยางยั่งยืน๑๓.๓ สงเสริมเศรษฐกิจใหเติบโตดวยธุรกิจคนไทย ผูผลิตชาวไทยสูหวงโซอุปทานโลก๑๓.๔ สรางโอกาสใหวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอมของไทยตองมากอนและคนระดับฐานรากตองมีรายได เศรษฐกิจไทย เพื่อโอกาสของคนไทย สรางโอกาสทํากิน โอกาสแขงขันไดสรางงานใหคนในประเทศ ปรับปรุงคาแรงงานขั้นต่ําใหเหมาะสม เสริมสรางศักยภาพแรงงานไทยสรางเครือขายและการใหบริการอยางทั่วถึง ทั้งในและตางประเทศ บริหารจัดการแรงงานนอกระบบเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต คุมครองแรงงานตามมาตรฐานสากล สราง Thailand platformเพื่อโอกาสไทย หนา ๕๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ๑๓.๕ สรางโอกาสใหผูยากไร ไมมีการศึกษา ไมอาจประกอบอาชีพอื่นได ไดมีที่ดินทํากินหรือประกอบอาชีพเกษตรกรรมโดยแรงงานในครอบครัว๑๓.๖ สรางระบบภาษีที่เปนธรรม (ปดโอกาสการหลีกเลี่ยงภาษีในทุกระดับ)เพื่อนําไปทํางบประมาณใหมีประสิทธิภาพ๑๓.๗ พัฒนาโครงสรางพื้นฐานทั้งระบบคมนาคม แหลงน้ํา ใหสอดคลองกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ พัฒนาระบบขนสงสาธารณะที่มีคุณภาพและประชาชนมีโอกาสเขาถึงไดขอ ๑๔ ดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมมุงเนนการบริหารจัดการในรูปแบบการมีสวนรวมในการอนุรักษ ดูแล คุมครองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ควบคูไปกับการพัฒนาอยางยั่งยืน สงเสริมการใชพลังงานสะอาดจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมแบบองครวมอยางมีธรรมาภิบาล คํานึงถึงหลัก ผูกอมลพิษตองเปนผูรับผิดชอบคาใชจายในการปองกันความเสียหาย สรางแรงจูงใจ ใหผูไดรับผลประโยชนและสรางความเปนธรรมใหกับผูเสียประโยชน จากการนําทรัพยากรธรรมชาติไปใช มีการจัดสรรทรัพยากรที่ดินอยางเปนธรรม สงเสริมและยกระดับการทําเกษตรกรรมแบบยั่งยืน และมีมูลคาขอ ๑๕ ดานสาธารณสุขมุงเนนใหประชาชนคนไทยเขาถึงบริการทางสาธารณสุข สรางสุขภาวะที่ดีมีคุณภาพทั่วถึงมีความสะดวกรวดเร็ว สงเสริมการสรางนวัตกรรม การรักษา การผลิตตัวยา เครื่องมือการแพทยของไทยการจัดการกับโรคอุบัติใหมขอ ๑๖ ดานสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศมุงเนนใหมีการนําเทคโนโลยีและระบบดิจิทัลมาใชในการสรางโอกาสทางเศรษฐกิจสังคม และการพัฒนาทุนมนุษย เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการแผนดิน เพิ่มศักยภาพในการแขงขันของภาคเอกชน สรางความเขมแข็งใหธุรกิจฐานรากและสรางโอกาสใหอุตสาหกรรมใหมขอ ๑๗ ดานสังคมมุงเนนใหคนไทยมีโอกาสในการใชชีวิตอยางมีคุณภาพและเปนธรรม คุมครองผูดอยโอกาสทางสังคม สรางสวัสดิการถวนหนา ควบคูกับสวัสดิการรายไดพื้นฐาน และสรางโอกาสทางการศึกษา ใหเขาถึงไดอยางเทาเทียม มีคุณภาพ เพิ่มสาขาการเรียนรูที่หลากหลายไมจํากัดเฉพาะในสถานศึกษา มีโอกาสในการคนหาตัวตน (มุงเนนนักเรียนเปนศูนยกลาง) สงเสริมความหลากหลายทางเพศหนา ๕๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๑๘ ดานความมั่นคง๑๘.๑ เปนกลางในความขัดแยงทางภูมิรัฐศาสตรและภูมิเศรษฐศาสตร ทํางานรวมมือกับทุกฝายตามหลักการสากลที่นานาชาติยอมรับ คํานึงถึงผลประโยชนของประเทศเปนสําคัญ๑๘.๒ พัฒนากองทัพใหกําลังพลเปนทหารมืออาชีพ๑๘.๓ พัฒนาคน เครื่องมือ เทคโนโลยีระบบฐานขอมูลใหพรอมรับมือภัยพิบัติอันเกิดจากภัยธรรมชาติและมนุษยทําขึ้น ซึ่งมีความรุนแรงและความถี่มากขึ้นใหมีความพรอมรับมือภัยพิบัติอยางมีประสิทธิภาพและทันกาล๑๘.๔ ขจัดภัยคุกคามจากปญหายาเสพติดดวยมาตรการปราบปรามสกัดกั้นและยึดทรัพยผูคา ผูผลิตอยางเฉียบขาด แกไขบําบัดผูเสพใหมีโอกาสกลับมาเปนพลังของประเทศหมวด ๔โครงสรางการบริหารพรรคและตําแหนงตาง ๆ ในพรรคสวนที่ ๑โครงสรางการบริหารพรรคขอ ๑๙ โครงสรางของพรรคโอกาสใหม ประกอบดวย(๑) คณะกรรมการบริหารพรรค(๒) คณะกรรมการสาขาพรรค(๓) ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสวนที่ ๒คณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๒๐ คณะกรรมการบริหารพรรค มีจํานวนไมนอยกวา ๗ คน และไมเกิน ๓๐ คนประกอบดวย (๑) หัวหนาพรรค(๒) รองหัวหนาพรรค(๓) เลขาธิการพรรค(๔) เหรัญญิกพรรค หนา ๕๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ (๕) นายทะเบียนสมาชิก(๖) โฆษกพรรค(๗) กรรมการบริหารพรรคขอ ๒๑ การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคใหดําเนินการในที่ประชุมใหญของพรรคโดยการลงคะแนนลับใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งตําแหนงคณะกรรมการบริหารพรรคจนครบ และมีจํานวนไมนอยกวาตามที่กําหนดในขอ ๒๐ในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนง ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวาสิบคน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อควรอยูในที่ประชุมในกรณีบุคคลตามวรรคสามไดรับการเสนอชื่อเปนกรรมการบริหารพรรคตองไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้น และหากผูไดรับการเสนอชื่อไมอยูในที่ประชุมใหมีหนังสือยินยอมการดํารงตําแหนงเมื่อมีการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรคการเมืองจนครบตําแหนงและจํานวนแลวใหที่ประชุมใหญจัดใหมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองจนแลวเสร็จตามวิธีการที่ที่ประชุมกําหนดขอ ๒๒ กรรมการบริหารพรรคตองเปนสมาชิกพรรคอายุไมต่ํากวายี่สิบป มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่ที่ประชุมใหญพรรคเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมกรรมการบริหารพรรคตองไมเปนกรรมการสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในขณะเดียวกันใหคณะกรรมการบริหารพรรคที่ไดรับการเลือกตั้งตามขอ ๒๑ และขอ ๒๒ เริ่มปฏิบัติหนาที่ตั้งแตไดรับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญเปนตนไปขอ ๒๓ ในระหวางการดํารงตําแหนงประธานสภาผูแทนราษฎร และรองประธานสภาผูแทนราษฎรจะเปนกรรมการบริหารพรรค หรือดํารงตําแหนงใดในพรรคขณะเดียวกันมิไดขอ ๒๔ ความเปนกรรมการบริหารพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัว (เมื่อ)(๑) ตาย(๒) ลาออก โดยถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคหรือหัวหนาพรรคไดรับหนังสือหนา ๖๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ (๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดเมื่อตําแหนงกรรมการบริหารพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเขารักษาการแทน จนกวาจะมีการประชุมใหญ เพื่อเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วาง ซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงกรณี การเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคแทนตําแหนงที่วางหรือการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติมใหผูไดรับเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกตั้งเพิ่มเติมนั้น อยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๒๕ กรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ความเปนกรรมการบริหารพรรคของหัวหนาพรรคสิ้นสุดลง ตามขอ ๒๔(๓) กรรมการบริหารพรรควางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดตามขอ ๒๐ในกรณีกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป และใหเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงในกรณีกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๒) และ (๓) ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป หากไมมีหัวหนาพรรคใหรองหัวหนาพรรคตามลําดับรักษาการแทนหัวหนาพรรค ถาไมมีรองหัวหนาพรรคใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งรักษาการแทน และใหเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการบริหารพรรคการเมืองพนจากตําแหนงทั้งคณะในกรณีกรรมการบริหารพรรคพนจากสมาชิกพรรคทั้งหมด ใหถือวาเปนเหตุใหเลิกพรรคขอ ๒๖ คณะกรรมการบริหารพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรคและมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หนา ๖๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ (๒) ควบคุมและกํากับดูแลมิใหสมาชิกพรรคหรือผูดํารงตําแหนงในพรรค กระทําการในลักษณะที่อาจทําใหการเลือกตั้งหรือการเลือกมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ไมชอบดวยกฎหมายหรืออาจเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใดซึ่งสมัครเขารับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภาไมวาโดยทางตรงหรือทางออม (๓) ใหความเห็นชอบในการจัดทําแผนหรือโครงการที่จะดําเนินกิจกรรมตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมือง(๔) ดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรคใหเปนไปตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมือง(๕) บริหารการเงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดของพรรคและสาขาพรรคตลอดจนจัดทําบัญชีตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมืองใหถูกตองตามความเปนจริง(๖) ตรวจสอบและควบคุมมิใหมีการนําเงินหรือทรัพยสินของพรรคไปใชจายเพื่อการอื่นใดนอกจากที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมือง(๗) กรณีพรรคสิ้นสภาพความเปนพรรคการเมือง หรือยุบพรรคยังคงตองปฏิบัติหนาที่อยูจนกวาการชําระบัญชีจะแลวเสร็จ แตจะดําเนินกิจกรรมทางการเมืองในนามพรรคที่สิ้นสภาพความเปนพรรคการเมืองหรือยุบพรรคมิได(๘) ออกกฎระเบียบและจัดตั้งหนวยงานตาง ๆ เพื่อปฏิบัติงานใหเปนไปตามนโยบายพรรคและขอบังคับพรรค (๙) ควบคุมไมใหพรรค และผูซึ่งพรรคสงเขาสมัครรับเลือกตั้งใชเกินวงเงินตามที่กฎหมายกําหนด(๑๐) เลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๑๑) กําหนดใหมีการประชุมใหญพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้ง และรายงานกิจการดานตาง ๆ ตอที่ประชุมใหญพรรค(๑๒) แตงตั้งและถอดถอนผูปฏิบัติงานในกิจการตาง ๆ ของพรรคและคณะทํางานเฉพาะกิจทั้งในสวนกลางและสวนภูมิภาค หนา ๖๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ (๑๓) แตงตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคขึ้นคณะหนึ่งหรือหลายคณะ ประกอบดวยประธานกรรมการยุทธศาสตรพรรคดานนั้น ๆ หนึ่งคน รองประธานกรรมการยุทธศาสตรพรรคดานนั้น ๆและกรรมการยุทธศาสตรพรรคดานนั้น ๆ ตามจํานวนที่เห็นสมควร โดยแตงตั้งจากผูทรงคุณวุฒิดานเศรษฐกิจ สังคม การเมืองการปกครอง การบริหารราชการแผนดิน วิทยาศาสตร เทคโนโลยีสิ่งแวดลอม ความมั่นคงแหงรัฐและการตางประเทศ หรืออื่น ๆ ที่จําเปน มีหนาที่จัดทําแผนยุทธศาสตรพรรค ในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองเพื่อใหทันตอสถานการณตาง ๆ ทั้งภายในและตางประเทศ และใหเลขาธิการพรรค รองเลขาธิการพรรคหรือสมาชิกพรรคที่เห็นสมควรเปนเลขานุการและผูชวยเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตรพรรคแตละดานตามสมควรคณะกรรมการบริหารพรรคมีจํานวนไมนอยกวากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการบริหารพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้น มีสิทธิเขาชื่อกันยื่นคํารองตอเลขาธิการพรรคขอใหดําเนินการเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อดําเนินกิจการตามขอ ๒๗ (๑) (ก) - (ฉ)ขอ ๒๗ กรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนงมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) หัวหนาพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(ก) เปนประธานของคณะกรรมการบริหารพรรค และเปนผูเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ตลอดจนดําเนินการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค(ข) เปนผูเรียกประชุมใหญของพรรค หรือตามความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรค หรือตามที่ขอบังคับพรรคกําหนด และเปนประธานของที่ประชุมใหญพรรค ตลอดจนดําเนินการประชุมใหญพรรค(ค) เปนผูเรียกประชุมรวมระหวางคณะกรรมการบริหารพรรคกับสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรค และเปนประธานของที่ประชุม ตลอดจนเปนผูดําเนินการประชุมดังกลาว(ง) เปนผูลงนามประกาศ กฎ ระเบียบ มติของพรรค และคําสั่งพรรค(จ) ในกรณีที่มีความจําเปนในการดําเนินการทางการเมือง ใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของพรรคไดโดยความเห็นชอบของกรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้น และใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติพรรค(ฉ) หนาที่และอํานาจอื่น ๆ ตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับพรรคหนา ๖๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ (๒) รองหัวหนาพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่หัวหนาพรรคหรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย โดยใหรับผิดชอบโดยตรงตอหัวหนาพรรคและใหมีหนาที่และอํานาจทําการแทนหัวหนาพรรคตามลําดับรองหัวหนาพรรค ในกรณีไมมีผูดํารงตําแหนงหัวหนาพรรคหรือมีแตไมอาจปฏิบัติหนาที่ได (๓) เลขาธิการพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(ก) เปนผูตรวจสอบและกํากับดูแลกิจการทั้งปวงของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย และใหรับผิดชอบโดยตรงจากหัวหนาพรรค หรือรองหัวหนาพรรค ในกิจการที่หัวหนาพรรคมอบหมายใหปฏิบัติ(ข) เปนผูเสนอรายงานตอคณะกรรมการบริหารพรรค ที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรค และตอที่ประชุมใหญพรรค(ค) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรค คณะที่ปรึกษาพรรค และสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรคและที่ประชุมใหญพรรค(ง) เปนผูกํากับดูแลการบริหารงานของสํานักงานใหญพรรค(จ) ภายใตขอบังคับขอ ๒๖ วรรคทาย และขอ ๒๗ (๒) เปนผูเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ในกรณีไมมีผูดํารงตําแหนงหัวหนาพรรค หรือมีแตไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดเพื่อขอมติคณะกรรมการบริหารพรรคในการทําการแทนหัวหนาพรรคในหนาที่และอํานาจหัวหนาพรรค(๔) เหรัญญิกพรรค มีหนาที่และอํานาจในการควบคุมรายรับ - รายจายเงินบัญชีทรัพยสิน หนี้สินและงบการเงินของพรรค ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด(๕) นายทะเบียนสมาชิกพรรค มีหนาที่และอํานาจเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครเขาเปนสมาชิกพรรค และจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคใหตรงตามความเปนจริง และตองใหสมาชิกพรรคตรวจดูไดโดยสะดวก ณ สํานักงานใหญของพรรครวมทั้งประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวย เพื่อประโยชนในการตรวจสอบความถูกตอง(๖) โฆษกพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(ก) แถลงมติที่ประชุมของพรรค และแถลงกิจการตาง ๆ ของพรรค(ข) ประชาสัมพันธงานของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๗) กรรมการบริหารพรรคมีหนาที่และอํานาจตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมายหนา ๖๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ สวนที่ ๓สาขาพรรคการเมืองขอ ๒๘ ภายในหนึ่งปนับแตวันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคพรรคตองดําเนินการใหมีสาขาพรรคในแตละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดอยางนอยภาคละหนึ่งสาขา โดยสาขาพรรคแตละสาขาตองมีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาในจังหวัดตั้งแตหารอยคนขึ้นไปขอ ๒๙ เขตเลือกตั้งใดหรือจังหวัดใดที่มีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตเลือกตั้งหรือจังหวัดนั้นตั้งแตหารอยคนขึ้นไป สมาชิกพรรคอาจจัดประชุมเพื่อดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองตามประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเกี่ยวกับการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคการเมืองตองไมมีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดอยูในจังหวัดนั้นขอ ๓๐ คณะกรรมการสาขาพรรคใหมีจํานวนไมนอยกวาเกาคน ประกอบดวย(๑) หัวหนาสาขาพรรค(๒) รองหัวหนาสาขาพรรค(๓) เลขานุการสาขาพรรค(๔) รองเลขานุการสาขาพรรค(๕) เหรัญญิกสาขาพรรค(๖) ผูชวยเหรัญญิกสาขาพรรค(๗) นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค(๘) ผูชวยนายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค(๙) โฆษกสาขาพรรคขอ ๓๑ กรรมการสาขาพรรคตองเปนสมาชิกพรรค มีอายุไมต่ํากวายี่สิบป มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่หัวหนาพรรคประกาศจัดตั้งสาขาพรรค หรือประกาศแตงตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม แลวแตกรณีกรรมการสาขาพรรคตองไมเปนกรรมการบริหารพรรคในขณะเดียวกันหนา ๖๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๓๒ การเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคใหดําเนินการในที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคหรือที่ประชุมใหญสาขาพรรค แลวแตกรณีใหที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคหรือที่ประชุมใหญสาขาพรรคเลือกตั้งตําแหนงคณะกรรมการสาขาพรรคจนครบ และมีจํานวนไมนอยกวาตามที่กําหนดในขอ ๓๐ในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการสาขาพรรคแตละตําแหนง ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวา ๒ คน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อควรอยูในที่ประชุมในกรณีบุคคลตามวรรคสามไดรับการเสนอชื่อเปนกรรมการสาขาพรรค ตองไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้น และหากผูไดรับการเสนอชื่อไมอยูในที่ประชุมใหมีหนังสือยินยอมการดํารงตําแหนงขอ ๓๓ คณะกรรมการสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรคและมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๒) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผล และมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(๓) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศ และการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผล โดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๔) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๕) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตาง และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชนหนา ๖๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ (๖) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๗) การจัดประชุมสมาชิกพรรคการเมืองเพื่อรับฟงความคิดเห็นการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๘) การใหความเห็นเกี่ยวกับการกําหนดนโยบายของพรรคการเมืองที่ใชในการประกาศโฆษณาหาเสียง (๙) รับฟงความคิดเห็นจากสมาชิกพรรคการเมือง เพื่อเสนอใหพรรคการเมืองไปดําเนินการในสวนที่เกี่ยวของขอ ๓๔ กรรมการสาขาพรรคแตละตําแหนงมีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(๑) หัวหนาสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(ก) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรค(ข) จัดทําบัญชีรายชื่อพรอมที่อยูของสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาในเขตจังหวัดซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรค(ค) เปนผูแทนของสาขาพรรคและเปนผูรับผิดชอบในกิจกรรมทั้งปวงของสาขาพรรค(ง) เปนประธานของคณะกรรมการสาขาพรรค เรียกประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและเปนประธานการประชุม(จ) เรียกประชุมใหญสาขาพรรค และเปนประธานของที่ประชุม ตลอดจนดําเนินการประชุม (ฉ) มีสิทธิยับยั้งมติคณะกรรมการสาขาพรรค หรือคณะกรรมการอื่น ๆที่คณะกรรมการสาขาพรรคจัดตั้งขึ้น เพื่อขอใหมีการทบทวนมติในกรณีที่มีความจําเปน แตทั้งนี้ตองไมเกินสามวัน ซึ่งหากพนกําหนดดังกลาวใหถือวามติของที่ประชุมนั้นมีผลใชบังคับ(ช) ในกรณีที่มีความจําเปนในการดําเนินการทางการเมือง ใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของสาขาพรรคได โดยความเห็นชอบของกรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้น และใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติของสาขาพรรคหนา ๖๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ (ซ) หนาที่และอํานาจอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด(๒) รองหัวหนาสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจความรับผิดชอบตามที่หัวหนาสาขาพรรคมอบหมาย (๓) เลขานุการสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจรับผิดชอบ(ก) ตรวจสอบและกํากับดูแลกิจการทั้งปวงของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย และใหรับผิดชอบโดยตรงจากหัวหนาสาขาพรรคในกิจการที่หัวหนาสาขาพรรคมอบหมายใหปฏิบัติ (ข) เสนอรายงานตอที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค และที่ประชุมใหญสาขาพรรค (ค) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค และที่ประชุมใหญสาขาพรรค (ง) กํากับดูแลการบริหารงานของสํานักงานสาขาพรรค(๔) รองเลขานุการสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจรับผิดชอบตามที่เลขานุการเลขาพรรคหรือคณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย(๕) เหรัญญิกสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจรับผิดชอบในการควบคุมรายรับ -รายจาย บัญชีทรัพยสิน หนี้สิน และงบการเงินของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคกําหนด(๖) ผูชวยเหรัญญิกสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจรับผิดชอบตามที่เหรัญญิกสาขาพรรคมอบหมาย(๗) นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจรับผิดชอบทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค (๘) ผูชวยนายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจรับผิดชอบตามที่นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรคมอบหมาย(๙) โฆษกสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจรับผิดชอบ(ก) แถลงมติที่ประชุมและกิจการตาง ๆ ของสาขาพรรค(ข) ประชาสัมพันธงานของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมายหนา ๖๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๓๕ ความเปนกรรมการสาขาพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก โดยใหถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคหรือหัวหนาพรรคไดรับหนังสือ(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดเมื่อตําแหนงกรรมการสาขาพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาสาขาพรรคแตงตั้งกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเขารักษาการแทน จนกวาจะมีการประชุมเลือกตั้ง แทนตําแหนงที่วางซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงหากตําแหนงหัวหนาสาขาพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหรองหัวหนาสาขาพรรคลําดับตนรักษาการแทน ถาไมมีรองหัวหนาสาขาพรรค ใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งรักษาการแทน และใหมีอํานาจเรียกประชุมใหญสาขาพรรคเพื่อเลือกตั้งหัวหนาสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วางภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงกรณีการเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วางหรือการเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคเพิ่มเติมใหผูไดรับเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกตั้งเพิ่มเติมนั้น อยูในตําแหนง ไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของคณะกรรมการสาขาพรรคขอ ๓๖ กรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) กรรมการสาขาพรรควางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมด ตามขอ ๓๐ในกรณีกรรมการสาขาพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป และใหประชุมใหญสาขาพรรคเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงในกรณีกรรมการสาขาพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๒) ใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป และใหดําเนินการจัดประชุมใหญสาขาพรรคเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการสาขาพรรควางลงทั้งคณะหนา ๖๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ในกรณีที่ไมมีกรรมการสาขาพรรคเหลืออยู หรือมีแตไมยินยอมดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม คณะกรรมการบริหารพรรคจะดําเนินการเองหรือจะมอบหมาย ใหสมาชิกสาขาพรรคจํานวนหนึ่งดําเนินการแทนก็ไดขอ ๓๗ เมื่อดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคครบตามที่กําหนดในมาตรา ๓๓ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ แลว หากตอมาภายหลังมีสาขาพรรคไมครบตามมาตรา ๓๓ ใหดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคใหครบตามมาตรา ๓๓ ภายในหกสิบวันนับแตวันที่สาขาพรรคมีจํานวนไมครบตามมาตรา ๓๓ สวนที่ ๔ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๓๘ ในจังหวัดที่มิไดเปนที่ตั้งสาขาพรรคการเมือง ถาพรรคการเมืองนั้น มีสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นเกินหนึ่งรอยคน พรรคการเมืองนั้นอาจแตงตั้งสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นซึ่งมาจากการเลือกของสมาชิกดังกลาวใหเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดได ตามจํานวนที่เห็นสมควรเพื่อดําเนินกิจกรรมของพรรคในจังหวัดนั้นการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหเปนไปตามประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเกี่ยวกับการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๓๙ ใหตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด มีจํานวนไมนอยกวาหนึ่งคนแตไมเกินสามคนขอ ๔๐ ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตองเปนสมาชิกพรรค มีอายุไมต่ํากวายี่สิบปมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่มีประกาศแตงตั้งเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ตองไมเปนกรรมการบริหารพรรคในขณะเดียวกันขอ ๔๑ การแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหดําเนินการในที่ประชุมของสมาชิกพรรคในจังหวัดนั้นไมนอยกวาหาสิบคนในการเสนอชื่อผูเขารับการเสนอชื่อเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวาสองคน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อควรอยูในที่ประชุมบุคคลตามวรรคหนึ่ง ไดรับการเสนอชื่อเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ตองไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้น และหากผูไดรับการเสนอชื่อไมอยูในที่ประชุม ใหมีหนังสือยินยอมการดํารงตําแหนงหนา ๗๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๔๒ ความเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสิ้นสุดลง เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ตาย(๓) ลาออก โดยใหถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคหรือหัวหนาพรรคไดรับหนังสือ(๔) ขาดจากสมาชิกภาพ(๕) หัวหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคสั่งใหพนจากการเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๖) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดในกรณีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขึ้นใหมและใหจัดประชุมสมาชิกเพื่อดําเนินการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดภายในหกสิบวันนับแตวันที่ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดครบวาระการดํารงตําแหนงหากตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดวางลงตาม (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่เหลืออยู อาจเรียกประชุมสมาชิกเพื่อดําเนินการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกเพิ่มเติมก็ได ทั้งนี้ ใหอยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ที่แตงตั้งขึ้นกอนการเลือกแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกเพิ่มเติมในกรณีที่ไมมีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตาม (๒) (๓) (๔) (๕)และ (๖) ใหถือวาตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดดังกลาวสิ้นสภาพไปขอ ๔๓ ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด มีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรคและมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๒) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทยหนา ๗๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ (๓) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศ และการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๔) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๕) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตาง และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธี เพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(๖) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๗) การจัดประชุมสมาชิกพรรคการเมืองเพื่อรับฟงความคิดเห็นการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๘) การใหความเห็นเกี่ยวกับการกําหนดนโยบายของพรรคการเมืองที่ใชในการประกาศโฆษณาหาเสียง (๙) รับฟงความคิดเห็นจากสมาชิกพรรคการเมือง เพื่อเสนอใหพรรคการเมืองไปดําเนินการในสวนที่เกี่ยวของ หมวด ๕การบริหารจัดการสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๔๔ การบริหารจัดการสาขาพรรค(๑) ใหมีการรับสมัครสมาชิกพรรค(๒) ใหมีการจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคในพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรค(๓) ประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป(๔) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรคหนา ๗๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๔๕ การบริหารจัดการตัวแทนพรรคการเมือง(๑) ใหมีการรับสมัครสมาชิกพรรค(๒) ใหมีการจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคในพื้นที่ที่รับผิดชอบของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด (๓) ประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป(๔) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดหมวด ๖การประชุมสวนที่ ๑การประชุมใหญพรรคขอ ๔๖ พรรคการเมืองตองจัดใหมีการประชุมใหญสามัญของพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้งขอ ๔๗ สมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสี่ของจํานวนสมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสามของจํานวนกรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยูของพรรคหรือไมนอยกวาสองรอยหาสิบคน แลวแตจํานวนใดจะนอยกวา มีสิทธิเขาชื่อกันยื่นคํารองขอตอหัวหนาพรรคใหจัดการประชุมใหญวิสามัญของพรรคไดในกรณีตามวรรคหนึ่งคณะกรรมการบริหารพรรคตองจัดใหมีการประชุมใหญวิสามัญของพรรคภายในหกสิบวันนับแตวันที่ไดรับหนังสือจากสมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือกรรมการบริหารพรรคหรือสมาชิกพรรค แลวแตกรณีขอ ๔๘ องคประชุมของที่ประชุมใหญพรรค ประกอบดวย(๑) กรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด(๒) ผูแทนของสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสาขาพรรค ซึ่งในจํานวนนี้จะตองประกอบดวยผูแทนของสาขาพรรคไมนอยกวาสองสาขาซึ่งมาจากตางภาคกัน(๓) ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไมนอยกวากึ่งหนึ่งของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด (๔) สมาชิกพรรค หนา ๗๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๔๙ องคประชุมใหญของพรรคตามขอ ๔๘ ตองมีรวมกันทั้งหมดไมนอยกวาสองรอยหาสิบคนการลงมติใหถือเสียงขางมากของที่ประชุม ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๕๐ ใหหัวหนาพรรคเปนประธานในที่ประชุมใหญพรรค ถาหัวหนาพรรคไมมาประชุมใหรองหัวหนาพรรคลําดับตนทําหนาที่แทน ถารองหัวหนาพรรคไมมาประชุมใหที่ประชุมใหญเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งเปนประธาน และใหเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการที่ประชุมแตถาเลขาธิการพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหที่ประชุมใหญเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนในกรณีที่กรรมการบริหารพรรคเหลือเพียงหนึ่งคนใหเปนประธานในที่ประชุมใหญและใหเลือกสมาชิกพรรคที่เขารวมประชุมเปนเลขานุการที่ประชุมขอ ๕๑ การดําเนินกิจการดังตอไปนี้ ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญของพรรค(๑) การแกไขเปลี่ยนแปลงคําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคหรือนโยบายของพรรค(๒) การแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรค(๓) การเลือกตั้งหัวหนาพรรค เลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรค นายทะเบียนสมาชิกพรรคและกรรมการบริหารอื่นของพรรค(๔) การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรค(๕) ใหความเห็นชอบรายงานการเงินและการดําเนินกิจการของพรรคที่ไดดําเนินการไปในรอบปที่ผานมา (๖) กิจการที่เสนอโดยคณะกรรมการบริหารพรรคหรือหัวหนาสาขาพรรค(๗) กิจการอื่นตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองกฎหมายหรือขอบังคับพรรคการลงมติในที่ประชุมใหญใหกระทําโดยเปดเผย แตการลงมติเลือกบุคคลตาม (๓) และ (๔)ใหลงคะแนนลับ หนา ๗๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๕๒ คําบอกกลาวเรียกประชุมใหญทุกคราวใหหัวหนาพรรคแจงกําหนดการประชุมใหกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด สมาชิกพรรคทราบลวงหนาไมนอยกวาเจ็ดวัน โดยใหระบุวัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมดวยสวนที่ ๒การประชุมใหญสาขาพรรคขอ ๕๓ หัวหนาสาขาพรรคตองจัดใหมีการประชุมใหญสามัญสาขาพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้งเวนแตปใดมีความจําเปนหรือมีเหตุการณที่ไมสามารถจัดประชุมใหญสามัญประจําปสาขาพรรคไดคณะกรรมการสาขาพรรคสามารถยื่นหนังสือของดประชุมใหญสามัญประจําปสาขาพรรคในปนั้นตอคณะกรรมการบริหารพรรคไดขอ ๕๔ องคประชุมของที่ประชุมใหญสาขาพรรค ประกอบดวย(๑) กรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมด(๒) สมาชิกสาขาพรรคขอ ๕๕ องคประชุมใหญของสาขาพรรคตามขอ ๕๔ ตองมีรวมกันทั้งหมดไมนอยกวาหนึ่งรอยคนการลงมติใหถือเสียงขางมากของสมาชิกพรรคที่มารวมประชุมกรณีที่มีเสียงเทากัน ใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๕๖ ใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานในที่ประชุมใหญสาขาพรรค ถาหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุม ใหรองหัวหนาสาขาพรรคทําหนาที่แทน ถารองหัวหนาสาขาพรรคไมมาหรือไมอยูในที่ประชุมใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่มาประชุมเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งเปนประธานที่ประชุม และใหเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่เปนเลขานุการในที่ประชุมในกรณีที่กรรมการสาขาพรรคเหลือเพียงหนึ่งคนใหเปนประธานในที่ประชุมใหญสาขาพรรคและใหเลือกสมาชิกสาขาพรรคที่เขารวมประชุมเปนเลขานุการที่ประชุมขอ ๕๗ กิจการดังตอไปนี้ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญสาขาพรรค(๑) กิจการตามที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองหรือกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ หรือระเบียบ หรือประกาศของคณะกรรมการเลือกตั้ง หรือประกาศของนายทะเบียนพรรคการเมือง(๒) เลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคหรือกรรมการสาขาพรรคหนา ๗๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๕๘ คําบอกกลาวเรียกประชุมใหญสาขาพรรคใหหัวหนาสาขาพรรค แจงกําหนดการประชุมใหกรรมการสาขาพรรค สมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคนั้นทราบลวงหนาไมนอยกวาเจ็ดวัน โดยใหระบุวัน เวลา และสถานที่ประชุมและระเบียบวาระการประชุมกรณีที่ไมมีคณะกรรมการสาขาพรรค ใหกรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกสาขาพรรคที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย แจงกําหนดการประชุมใหสมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคนั้นทราบตามวรรคหนึ่งสวนที่ ๓การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๕๙ การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ใหหัวหนาพรรคเปนผูมีหนังสือเชิญประชุมและตองมีกรรมการบริหารพรรคมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคที่มีอยูในขณะนั้นจึงจะเปนองคประชุม ใหหัวหนาพรรคเปนประธานที่ประชุม ถาหัวหนาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองหัวหนาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่เปนประธานที่ประชุมแทนและใหเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการในที่ประชุม แตถาเลขาธิการพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดก็ใหรองเลขาธิการพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนกรณีรองหัวหนาพรรค หรือรองเลขาธิการพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหคณะกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูขณะนั้น เลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนขอ ๖๐ มติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคใหถือเสียงขางมาก ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดสวนที่ ๔การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคขอ ๖๑ การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค ใหหัวหนาสาขาพรรคเปนผูมีหนังสือเชิญประชุมและตองมีกรรมการสาขาพรรคมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคที่มีอยูในขณะนั้นจึงจะเปนองคประชุม โดยใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานในที่ประชุม หากหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหรองหัวหนาสาขาพรรคทําหนาที่แทนและใหเลขานุการสาขาพรรคเปนเลขานุการในที่ประชุม ถาเลขานุการสาขาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่แทนหนา ๗๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ กรณีรองหัวหนาสาขาพรรค หรือรองเลขานุการสาขาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูขณะนั้น เลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนขอ ๖๒ มติของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคใหถือเสียงขางมาก ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดหมวด ๗สมาชิกพรรคขอ ๖๓ สมาชิกพรรคตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้(๑) มีอายุไมต่ํากวาสิบแปดป(๒) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ในกรณีเปนผูมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติตองไดสัญชาติไทยมาแลวไมนอยกวาหาป(๓) ไมเปนบุคคลตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๙๘ (๑) (๒) (๔)(๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๑) (๑๔) (๑๖) (๑๗) หรือ (๑๘) ของรัฐธรรมนูญ(๔) ไมเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดใหจําคุกวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการหรือตอตําแหนงหนาที่ในการยุติธรรม หรือกระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยความผิดของพนักงานในองคการหรือหนวยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพยที่กระทําโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญาเวนแตเปนการรอการลงโทษ(๕) ไมเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดใหจําคุกวากระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยการกูยืมที่เปนการฉอโกงประชาชน กฎหมายวาดวยยาเสพติดในความผิดฐานเปนผูผลิต นําเขา สงออกหรือผูคา กฎหมายวาดวยการพนันในความผิดฐานเปนเจามือหรือเจาสํานัก กฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการคามนุษย หรือกฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน (๖) ไมเปนสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นหรือผูยื่นคําขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นหรือผูแจงการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นหนา ๗๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๖๔ การสมัครเปนสมาชิกพรรคใหยื่นใบสมัครตามแบบพิมพของพรรคดวยตนเองพรอมดวยเอกสารประกอบตามที่พรรคกําหนดและใหออกใบเสร็จรับเงินตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคเริ่มตั้งแตไดชําระคาบํารุงพรรคขอ ๖๕ สมาชิกภาพของสมาชิกพรรคสิ้นสุดลง เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามขอ ๖๓ เวนแตเปนกรณีมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๙๖ (๑) ของรัฐธรรมนูญ และเปนการบวชตามประเพณีนิยม แตในระหวางมีลักษณะตองหามดังกลาวจะใชสิทธิในฐานะสมาชิกพรรคมิได(๔) ไมชําระคาบํารุงพรรคเปนเวลาสองปติดตอกัน(๕) พรรคมีมติใหออกเพราะกระทําผิดวินัยหรือจรรยาบรรณอยางรายแรง หรือมีเหตุรายแรงอื่น (๖) พรรคสิ้นสภาพความเปนพรรค หรือยุบพรรคการลาออกจากสมาชิกพรรคตามวรรคหนึ่ง (๒) ใหถือวาสมบูรณเมื่อไดยื่นใบลาออกตอนายทะเบียนสมาชิกพรรค หรือนายทะเบียนพรรคการเมืองการสิ้นสุดของสมาชิกภาพตามวรรคหนึ่ง (๕) หากสมาชิกผูนั้นดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎรมติของพรรคตองมีคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่ของที่ประชุมรวมของคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรคการสิ้นสุดของสมาชิกภาพของสมาชิกตามวรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ (๕) ใหพรรคแจงสมาชิกผูนั้นทราบโดยเร็วขอ ๖๖ สมาชิกพรรคมีสิทธิตาง ๆ ดังตอไปนี้(๑) เสนอขอคิดเห็นอันเปนประโยชนตอพรรค(๒) ไดรับการคัดเลือกใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรค(๓) ไดรับเลือกตั้งหรือแตงตั้งเปนผูปฏิบัติงาน คณะทํางาน หรือคณะกรรมการสาขาพรรคตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด หรืออนุกรรมการในคณะตาง ๆ หรือกรรมการบริหารพรรคตลอดจนที่ปรึกษาพรรค(๔) อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณาเปนแตละกรณีไปหนา ๗๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๖๗ สมาชิกพรรคมีหนาที่และความรับผิดชอบตอพรรค ดังตอไปนี้(๑) รวมรับผิดชอบตอเสถียรภาพของพรรค และใหความรวมมือในกิจกรรมของพรรคดวยจิตสํานึกในอุดมคติของพรรคในฐานะเปนเจาของพรรครวมกัน(๒) สนับสนุนสมาชิกพรรคผูที่พรรคไดพิจารณาสงลงสมัครรับเลือกตั้งในทุกระดับและใหความรวมมือในการดําเนินงานของพรรคดวยความเต็มใจ และบริสุทธิ์ใจเพื่อความกาวหนาของพรรค (๓) ปฏิบัติตามกฎระเบียบขอบังคับของพรรคอยางเครงครัด ใหการสนับสนุนนโยบายและมติของพรรคอยางจริงจัง(๔) รวมกิจกรรมทางการเมืองของพรรคดวยความเต็มใจและเต็มความสามารถขอ ๖๘ ความรับผิดชอบของพรรคตอสมาชิกพรรค ดังตอไปนี้(๑) ดําเนินการทางการเมืองอยางจริงจังและตอเนื่อง เพื่อใหพรรคไดกาวไปสูการมีบทบาททางการเมืองและเขาสูการบริหารประเทศตามนโยบายของพรรคเพื่อบรรลุเปาหมายตามอุดมการณ(๒) สงเสริมสถานภาพของสมาชิกพรรค ใหมีสมรรถภาพตอการดํารงชีวิตของตนเองและครอบครัวและจัดกิจกรรมที่เปนประโยชนเพื่อสมานสามัคคีระหวางมวลสมาชิกทั่วประเทศ(๓) ใหสวัสดิการคุมครองจากอิทธิพล อํานาจมืด และสงเสริมอาชีพใหกับมวลสมาชิก(๔) ใหความสําคัญแกมวลสมาชิกพรรคทุกทานอยางเต็มรูปแบบ โดยใหถือวาสมาชิกพรรคเปนบุคคลสําคัญและเปนองคกรหลักของพรรคหมวด ๘มาตรฐานทางจริยธรรมของสมาชิกพรรคและกรรมการบริหารพรรคสวนที่ ๑มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนอุดมการณขอ ๖๙ ตองยึดมั่นและธํารงไวซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยหนา ๗๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๗๐ ตองพิทักษรักษาไวซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแหงอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชนของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบรอยของประชาชนขอ ๗๑ ตองถือผลประโยชนของประเทศชาติเหนือกวาประโยชนสวนตนขอ ๗๒ ตองปฏิบัติหนาที่ดวยความซื่อสัตยสุจริต ไมแสวงหาประโยชนโดยมิชอบเพื่อตนเองหรือผูอื่น หรือมีพฤติการณที่รูเห็นหรือยินยอมใหผูอื่นใชตําแหนงหนาที่ของตนแสวงหาประโยชนโดยมิชอบขอ ๗๓ ตองไมขอ ไมเรียก ไมรับ หรือยอมจะรับทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดในประการที่อาจทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่ขอ ๗๔ ตองไมรับของขวัญ ของกํานัล ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด เวนแตเปนการรับจากการใหโดยธรรมจรรยา และการรับที่มีบทบัญญัติแหงกฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับใหรับไดสวนที่ ๒มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนคานิยมหลักขอ ๗๕ ไมกระทําการอันเปนการขัดกันระหวางประโยชนสวนตนกับประโยชนสวนรวม ทั้งนี้ไมวาโดยทางตรงหรือทางออมขอ ๗๖ ยึดมั่นหลักนิติธรรม และประพฤติตนอยูในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชนขอ ๗๗ ปฏิบัติหนาที่ดวยความยุติธรรม เปนอิสระ เปนกลาง และปราศจากอคติ โดยไมหวั่นไหวตออิทธิพล กระแสสังคม หรือแรงกดดันอันมิชอบดวยกฎหมาย โดยคํานึงถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมแหงสถานภาพขอ ๗๘ รักษาไวซึ่งความลับในการประชุม การพิจารณาวินิจฉัย รวมทั้งเคารพตอมติของที่ประชุมฝายขางมาก และเหตุผลของทุกฝายอยางเครงครัดขอ ๗๙ ใหขอมูลขาวสารตามขอเท็จจริงแกประชาชนหรือสื่อมวลชนอันอยูในความรับผิดชอบของตน ถูกตองครบถวนและไมบิดเบือนขอ ๘๐ ไมใหคําปรึกษาแกบุคคลภายนอก หรือแสดงความคิดเห็น หรือขอมูลตอสื่อสาธารณะหรือสาธารณชนในเรื่องที่อยูในระหวางการพิจารณา อันอาจกอใหเกิดความเสียหายหรือเสียความเปนธรรมแกการปฏิบัติหนาที่ เวนแตเปนการปฏิบัติหนาที่ตามกฎหมายขององคกรหนา ๘๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๘๑ ไมกระทําการใดที่กอใหเกิดความเสื่อมเสียตอเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหนงขอ ๘๒ ไมปลอยปละละเลยหรือยินยอมใหบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลที่อยูในกํากับดูแลหรือความรับผิดชอบของตน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดจากคูกรณีหรือจากบุคคลอื่นใดในประการที่อาจทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่ของตนขอ ๘๓ ไมคบหาสมาคมกับคูกรณี ผูประพฤติผิดกฎหมาย ผูมีอิทธิพล หรือผูมีความประพฤติหรือผูมีชื่อเสียงในทางเสื่อมเสีย อันอาจกระทบกระเทือนตอความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหนาที่ขอ ๘๔ ไมกระทําการอันมีลักษณะเปนการลวงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ จนเปนเหตุทําใหผูถูกกระทําไดรับความเดือดรอนเสียหายหรือกระทบตอการปฏิบัติหนาที่ โดยผูถูกกระทําอยูในภาวะจําตองยอมรับในการกระทํานั้น ไมนําความสัมพันธทางเพศที่ตนมีตอบุคคลใดมาเปนเหตุ หรือมีอิทธิพลครอบงําใหใชดุลพินิจในการปฏิบัติหนาที่อันเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใดสวนที่ ๓จริยธรรมทั่วไปขอ ๘๕ ปฏิบัติหนาที่อยางเต็มกําลังความสามารถ และยึดมั่นในความถูกตองชอบธรรมโปรงใสและตรวจสอบได และปฏิบัติตามกฎหมาย โดยคํานึงถึงผลประโยชนของชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวมขอ ๘๖ ดูแลรักษาและใชทรัพยสินของพรรคอยางประหยัด คุมคา โดยระมัดระวังมิใหเสียหายหรือสิ้นเปลืองโดยไมจําเปนขอ ๘๗ รักษาความลับของพรรค และระเบียบแบบแผนของพรรคขอ ๘๘ ดําเนินการอื่นใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ และระบบคุณธรรม รวมทั้งสงเสริมและสนับสนุนใหเกิดความสามัคคี ในการปฏิบัติหนาที่เพื่อประโยชนสวนรวมสวนที่ ๔การฝาฝนและไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมขอ ๘๙ การฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในสวนที่ ๑ ใหถือวามีลักษณะรายแรงการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในสวนที่ ๒ และสวนที่ ๓ จะถือวามีลักษณะรายแรงหรือไม ใหพิจารณาถึงพฤติกรรมของการฝาฝนหรือไมปฏิบัติ เจตนาและความรายแรงของความเสียหายที่เกิดจากการฝาฝนหรือไมปฏิบัติ นั้นหนา ๘๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๙๐ การดําเนินการแกบุคคลใดวากระทําการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมนี้ใหเปนไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับวาดวยการนั้นหมวด ๙การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ และการคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีสวนที่ ๑คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๙๑ เมื่อมีกรณีตองสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง พรรคตองจัดใหมีคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง ทั้งนี้หากมีการแกไขหรือตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองขึ้นใหมและมีผลใชบังคับแลว การสรรหาคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งใหเปนไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองที่มีการแกไขหรือตราขึ้นใหม นั้นขอ ๙๒ ใหมีคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งมีจํานวนสิบเอ็ดคน ประกอบดวย(๑) กรรมการบริหารพรรค จํานวนหาคน(๒) หัวหนาสาขาพรรคไมนอยกวาสี่สาขาซึ่งมาจากตางภาคกัน จํานวนสี่คน(๓) ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด จํานวนสองคนขอ ๙๓ การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งใหดําเนินการในที่ประชุมใหญพรรคโดยการลงคะแนนลับ ตามลําดับ ดังนี้(๑) ใหที่ประชุมใหญกําหนดจํานวนของคณะกรรมการสรรหา ตามขอ ๙๒(๒) ใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาจนครบจํานวนตามที่กําหนดใน (๑)ซึ่งในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการสรรหา ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวาสิบคนและผูที่ไดรับการเสนอชื่อตองอยูในที่ประชุมขอ ๙๔ กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่ที่ประชุมใหญพรรคใหความเห็นชอบ หนา ๘๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๙๕ ความเปนกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก โดยใหถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคไดรับหนังสือลาออก(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) พนจากความเปนกรรมการบริหารพรรค หัวหนาสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๕) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดเมื่อตําแหนงกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งวางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรค หรือกรรมการสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด แลวแตกรณีเขาทําหนาที่แทนจนกวาจะมีการเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วาง ซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงขอ ๙๖ กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งทั้งคณะพนจากตําแหนง เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งวางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งทั้งหมดในกรณีกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งชุดใหม ซึ่งตองกระทําภายในหกสิบวันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงในกรณีกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๒) ใหกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป จนกวาจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งชุดใหม ซึ่งตองกระทําภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งพนจากตําแหนงทั้งคณะ สวนที่ ๒การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งขอ ๙๗ พรรคการเมืองซึ่งประสงคจะสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งในจังหวัดใด ตองมีสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองหนา ๘๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ประจําจังหวัดในจังหวัดนั้น ในกรณีที่พรรคการเมืองใดมีสาขาพรรคการเมืองมากกวาหนึ่งสาขาหรือตัวแทน พรรคการเมืองประจําจังหวัดมากกวาหนึ่งตัวแทนในจังหวัดใด ใหพรรคการเมืองนั้นกําหนดวาจะใหสาขาพรรคการเมืองสาขาใดหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้นเปนสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งขอ ๙๘ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหากําหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสมัครเปนผูสมัครรับเลือกตั้งและประกาศใหสมาชิกพรรคทราบเปนการทั่วไป(๒) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครตาม (๑) ใหคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้ง แลวสงรายชื่อผูสมัครใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๓) เมื่อสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับรายชื่อผูสมัครจากคณะกรรมการสรรหาแลว ใหหัวหนาสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดจัดประชุมสมาชิกพรรคเพื่อรับฟงความคิดเห็นและใหสมาชิกใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสงมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด(๔) ใหสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสงรายชื่อผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้งทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็นตาม (๓)ใหคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาเสนอความคิดเห็น(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงรายชื่อผูสมัครของแตละเขตเลือกตั้งพรอมความคิดเห็นตาม (๓) และ (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่จะเสนอใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง สวนที่ ๓การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อขอ ๙๙ การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ใหพรรคจัดทําบัญชีรายชื่อเพื่อสงใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด โดยตองคํานึงถึงผูสมัครหนา ๘๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ รับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิงดวย ในกรณีที่พรรคการเมืองใดมีสาขาพรรคมากกวาหนึ่งสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดมากกวาหนึ่งตัวแทนในจังหวัดใดใหพรรคกําหนดวาจะใหสาขาพรรคสาขาใดหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้น เปนสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อขอ ๑๐๐ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหากําหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสมัครและการเสนอรายชื่อบุคคลเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง และมีหนังสือแจงไปยังคณะกรรมการบริหารพรรค หัวหนาสาขาพรรคตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด และประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไป(๒) ใหกรรมการบริหารพรรค หัวหนาสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด เสนอรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหคณะกรรมการสรรหา(๓) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครและเสนอรายชื่อตาม (๑) แลว ใหคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามและจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งไมเกินหนึ่งรอยรายชื่อโดยตองคํานึงถึงผูสมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิงแลวสงบัญชีรายชื่อดังกลาวใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๔) เมื่อสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งตาม (๓) จากคณะกรรมการสรรหาแลว ใหหัวหนาสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด จัดการประชุมสมาชิกเพื่อรับฟงความคิดเห็นและใหสมาชิกใหความเห็นชอบ หรือไมใหความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสงมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดและสงบัญชีรายชื่อดังกลาวทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็นใหคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งพรอมเสนอความคิดเห็น(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งพรอมความคิดเห็นตาม (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่เหมาะสมเปนผูสมัครหนา ๘๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ รับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อแลวจัดลําดับตามที่เห็นวาเหมาะสมเพื่อใหไดบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเพื่อประโยชนในการสงเสริมการมีสวนรวมของสมาชิก ในกรณีที่สมาชิกผูใดมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดที่ยังมิไดมีการจัดตั้งสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ใหสามารถใชสิทธิการเปนสมาชิกในจังหวัดใกลเคียงที่มีสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตามที่กรรมการบริหารพรรคกําหนด สวนที่ ๔ขอยกเวนในการสงผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๑๐๑ ในการเลือกตั้งทั่วไป การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ ใหดําเนินการสรรหาตามวิธีการที่กําหนดในขอ ๙๘และขอ ๑๐๐ เวนแตกรณีที่เปนการสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งสําหรับการเลือกตั้งแทนการเลือกตั้งที่เปนโมฆะหรือการเลือกตั้งใหมในกรณีที่ไมมีผูใดไดรับเลือกตั้งหรือกรณีผูสมัครตายกอนปดการรับสมัครรับเลือกตั้งใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งและคณะกรรมการบริหารพรรคเปนผูพิจารณารวมกันสวนที่ ๕การคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีขอ ๑๐๒ ในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อพรรคที่สงผูสมัครรับเลือกตั้งแลวใหแจงรายชื่อบุคคลซึ่งพรรคนั้นมีมติวาจะเสนอใหสภาผูแทนราษฎรเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีไมเกินสามรายชื่อตอคณะกรรมการการเลือกตั้งกอนปดการรับสมัครเลือกตั้งพรรคจะไมเสนอรายชื่อบุคคลตามวรรคหนึ่งก็ไดขอ ๑๐๓ การเสนอชื่อบุคคลตามขอ ๑๐๒ ตองเปนไปตามหลักเกณฑ ดังตอไปนี้(๑) ตองมีหนังสือยินยอมของบุคคลซึ่งไดรับการเสนอชื่อ โดยมีรายละเอียดตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด หนา ๘๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ (๒) ผูไดรับการเสนอชื่อตองเปนผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามที่จะเปนรัฐมนตรีตามที่รัฐธรรมนูญกําหนด และไมเคยทําหนังสือยินยอมตาม (๑) ใหพรรคการเมืองอื่นในการเลือกตั้งคราวนั้นการเสนอชื่อบุคคลใดที่มิไดเปนไปตามวรรคหนึ่ง ใหถือวาไมมีการเสนอชื่อบุคคลนั้นหมวด ๑๐หลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกบุคคลดํารงตําแหนงทางการเมืองขอ ๑๐๔ กรณีที่จะมีการแตงตั้งบุคคลเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมือง ใหพรรคประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไป เพื่อเชิญชวนใหกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด และสมาชิกพรรค เสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรจะเสนอใหไดรับการพิจารณาแตงตั้งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองตอคณะกรรมการบริหารพรรคภายในระยะเวลาที่กําหนดและใหคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาคัดเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามที่กฎหมายกําหนด และเปนบุคคลที่มีความรู ความสามารถ ซื่อสัตยสุจริต มีคุณธรรม จริยธรรมจากรายชื่อบุคคลที่กรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดหรือสมาชิกพรรคเสนอมาเพื่อแตงตั้งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองหมวด ๑๑การบริหารการเงินและทรัพยสิน และการจัดทําบัญชีของพรรค สาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๑๐๕ ใหคณะกรรมการบริหารพรรคมีหนาที่บริหารการเงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดของพรรคและสาขาพรรค ตลอดจนจัดใหมีการทําบัญชีใหถูกตองตามความเปนจริงใหหัวหนาสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรคหรือที่ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับหรือจาย โดยบันทึกบัญชีใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันที่รายการนั้นเกิดขึ้น และสรุปรายงานใหพรรคทราบเปนประจําทุกสิ้นเดือนและปดประกาศไว ณ สํานักงานสาขาพรรคหรือที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหหัวหนาสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด จัดใหมีการทําบัญชีรายชื่อพรอมที่อยูของสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัด ซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรคหรือในเขตจังหวัดที่ตนเปนตัวแทน และปดประกาศไว ณ สํานักงานสาขาพรรคหรือที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด หนา ๘๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๑๐๖ การลงรายการบัญชีของพรรคตองมีรายการและเอกสารประกอบการลงบัญชีที่ถูกตองครบถวน โดยตองจัดทําภายในระยะเวลา ดังนี้(๑) การลงบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับ และแสดงคาใชจายหรือรายจายและบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาค ตองลงรายการใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตรายการนั้นเกิดขึ้น(๒) การลงบัญชีแยกประเภท บัญชีแสดงรายการทรัพยสิน และบัญชีแสดงหนี้สินตองลงรายการใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันสิ้นเดือนของเดือนที่รายการนั้นเกิดขึ้นหมวด ๑๒รายไดของพรรคและอัตราคาธรรมเนียม และคาบํารุงพรรคการเมืองขอ ๑๐๗ พรรคอาจมีรายได ดังตอไปนี้(๑) เงินทุนประเดิมของพรรค(๒) เงินคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมือง(๓) เงินที่ไดจากการจําหนายสินคาหรือบริการของพรรค(๔) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดที่ไดจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรค(๕) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดที่ไดจากการรับบริจาค(๖) เงินอุดหนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง(๗) ดอกผลและรายไดที่เกิดจากเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดของพรรคสวนที่ ๑การหารายไดจากการจําหนายสินคาขอ ๑๐๘ การจําหนายสินคาหรือบริการตองไมมุงแสวงหาผลกําไรมาแบงปนกันในทางธุรกิจโดยราคาหรือคาตอบแทนจากการจําหนายสินคาหรือการใหบริการจะตองคํานึงถึงราคาตามปกติในทองที่นั้นการจําหนายสินคาหรือบริการตองไมกระทําในชวงเกาสิบวันกอนวันครบอายุของสภาผูแทนราษฎรจนถึงวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรในกรณีการเลือกตั้งทั่วไปอันเนื่องมาจากครบอายุของสภาผูแทนราษฎร และตองไมกระทําในชวงที่มีพระราชกฤษฎีกาใหมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจนถึงวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร และในกรณีที่เปนการเลือกตั้ง อันเนื่องมาจากเหตุอื่นนอกจากการครบอายุของสภาผูแทนราษฎร หนา ๘๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๑๐๙ สถานที่จําหนายสินคาหรือบริการ ไดแก ที่ตั้งสํานักงานใหญพรรค ที่ตั้งสํานักงานสาขาพรรค สถานที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด บริเวณสถานที่จัดกิจกรรมระดมทุนหรือบริเวณสถานที่จัดประชุมใหญของพรรค สาขาพรรคขอ ๑๑๐ เมื่อพรรค สาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ดําเนินการจําหนายสินคาหรือบริการ ใหหัวหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคจัดทําทะเบียนสินคาหรือบริการ ซึ่งประกอบดวย รายการ จํานวนเงิน หรือมูลคาของสินคาหรืออัตราคาบริการแตละประเภทใหครบถวนถูกตองขอ ๑๑๑ การจําหนายสินคาหรือบริการ ใหบันทึกบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับและใหแสดงในงบการเงินประจําปของพรรคใหครบถวนถูกตองสวนที่ ๒การจัดกิจกรรมระดมทุนขอ ๑๑๒ การจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคตองกระทําโดยเปดเผยและแสดงวัตถุประสงควาเปนการระดมทุนของพรรคอยางชัดเจนการใหเงิน ทรัพยสินแกพรรค รวมถึงการใหประโยชนอื่นใดแกพรรคที่ไดจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรค ใหอยูภายใตบังคับบทบัญญัติเรื่องการรับบริจาคขอ ๑๑๓ สถานที่จัดกิจกรรมระดมทุน ไดแก ที่ตั้งสํานักงานใหญพรรค ที่ตั้งสํานักงานสาขาพรรค สถานที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด บริเวณสถานที่จัดประชุมใหญของพรรคสาขาพรรค หรือสถานที่ที่พรรคเห็นสมควรขอ ๑๑๔ ภายในสามสิบวันนับแตวันที่จัดกิจกรรมระดมทุนสิ้นสุดลง ใหหัวหนาพรรคจัดทํารายละเอียดเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมระดมทุน คาใชจายในการจัดกิจกรรมและจํานวนเงินที่ไดรับจากการจัดกิจกรรมระดมทุน และใหหัวหนาพรรคประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป พรอมทั้งแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบดวยขอ ๑๑๕ การจัดกิจกรรมระดมทุน ใหบันทึกบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับและบัญชีรายวันแสดงคาใชจายหรือรายจาย และใหแสดงในงบการเงินประจําปของพรรคใหครบถวนถูกตองหนา ๘๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ การจัดกิจกรรมระดมทุนตองไมกระทําในชวงเกาสิบวันกอนวันครบอายุของสภาผูแทนราษฎรจนถึงวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรในกรณีการเลือกตั้งทั่วไป อันเนื่องมาจากครบอายุของสภาผูแทนราษฎร และตองไมกระทําในชวงที่มีพระราชกฤษฎีกาใหมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจนถึงวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร และในกรณีที่เปนการเลือกตั้งอันเนื่องมาจากเหตุอื่นนอกจากการครบอายุของสภาผูแทนราษฎร สวนที่ ๓การรับบริจาคของพรรคขอ ๑๑๖ ใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรค และกรรมการบริหารพรรคอีกหนึ่งคนตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมายเปดบัญชีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย โดยระบุชื่อเจาของบัญชี“พรรคโอกาสใหม”ในการรับบริจาคของพรรคใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรค และกรรมการบริหารพรรคอีกหนึ่งคนตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมายเปดบัญชีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย โดยระบุชื่อเจาของบัญชี“พรรคโอกาสใหม (เพื่อการบริจาค)”ใหหัวหนาพรรคแจงหมายเลขบัญชีของบัญชีเงินฝากและจํานวนเงินที่เปดบัญชีของทุกบัญชีใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในเจ็ดวันนับแตวันที่เปดบัญชีขอ ๑๑๗ การรับบริจาคเปนเงินสดใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคและกรรมการบริหารพรรคอีกหนึ่งคนตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย นําเงินฝากไวในบัญชีธนาคารพาณิชย ตามขอ ๑๑๖ภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาค กรณีรับบริจาคเปนตั๋วแลกเงินหรือเช็คจะตองไมถูกปฏิเสธการจายเงินจึงถือไดวาเปนการบริจาคแกพรรคขอ ๑๑๘ เมื่อมีการบริจาคใหผูรับบริจาคจัดทําบันทึกการรับบริจาคใหแลวเสร็จภายในสามวันนับแตวันที่ไดรับบริจาคและใหจัดสงบันทึกการรับบริจาคพรอมเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาคถาหากทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดมิอาจนําสงแกพรรคได ใหผูรับบริจาคแจงรายละเอียดเกี่ยวกับการรับบริจาคนั้นใหพรรคทราบ หนา ๙๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๑๑๙ เมื่อพรรคไดรับหลักฐานตามขอ ๑๑๘ ใหออกใบเสร็จรับเงิน (เงินบริจาค)หรือหลักฐานการรับบริจาคทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดภายในวันที่ไดรับบริจาคแลวจัดสงใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการรับบริจาคใหแกผูบริจาคภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ออกหลักฐานนั้นขอ ๑๒๐ ใหพรรคบันทึกการรับบริจาคไวในบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาคของพรรคใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันที่เกิดรายการ โดยอยางนอยตองมีรายการ ดังนี้(๑) ชื่อ ที่อยูของพรรค(๒) ชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยูของผูบริจาค(๓) ชื่อตัว ชื่อสกุล และตําแหนงผูรับบริจาค(๔) วัน เดือน ปที่รับบริจาค(๕) รายละเอียดการรับบริจาค(๖) จํานวนเงินหรือมูลคาทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด(๗) เอกสารอางอิง(๘) ลายมือชื่อหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคขอ ๑๒๑ ใหหัวหนาพรรคประกาศบัญชีรายชื่อผูบริจาค จํานวนเงิน รายการทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดที่ไดรับบริจาคที่มีมูลคาไมนอยกวาหาพันบาท พรอมทั้งวัตถุประสงคของการบริจาคเพื่อใหประชาชนทราบเปนประจําทุกวันที่ ๑ ของเดือนถัดไปการตีราคาทรัพยสิน หรือการประเมินมูลคาประโยชนอื่นใดที่ไดรับบริจาคใหคํานวณราคาทรัพยสิน อัตราคาเชา คาตอบแทน หรือคาของสิทธิที่รับตามปกติทางการคาในทองที่นั้นขอ ๑๒๒ เมื่อหัวหนาพรรคดําเนินการตามขอ ๑๒๑ แลว ใหแจงนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่ประกาศขอ ๑๒๓ บุคคลใดจะบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรค มีมูลคาเกินสิบลานบาทตอพรรคตอปมิได และในกรณีที่บุคคลนั้นเปนนิติบุคคล การบริจาคเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคไมวาพรรคเดียวหรือหลายพรรคเกินปละหาลานบาท ตองแจงใหที่ประชุมใหญผูถือหุนทราบในการประชุมใหญคราวตอไปหลังจากบริจาคแลวพรรคจะรับบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดซึ่งมีมูลคาเกินวรรคหนึ่งมิไดหนา ๙๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ สวนที่ ๔อัตราคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมืองขอ ๑๒๔ สมาชิกพรรคตองชําระคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคปละยี่สิบบาท และแบบตลอดชีพสองรอยบาทเพื่อประโยชนในการนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของสมาชิกใหถือวารอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของปที่สมาชิกไดชําระคาบํารุงพรรคการเมืองเปนครั้งแรกสิ้นสุดลงในวันสิ้นปปฏิทินของปเดียวกันนั้น และใหเริ่มตนนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของปถัดไปใหม โดยใหเริ่มตนนับตั้งแตวันที่ ๑ มกราคมและสิ้นสุดลงในวันที่ ๓๑ ธันวาคมของปเดียวกัน ทั้งนี้ สมาชิกพรรคอาจชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของปถัดไปภายในกรอบระยะเวลาดังกลาวเมื่อใดก็ไดหมวด ๑๓การใชจายของพรรคขอ ๑๒๕ เงินและทรัพยสินของพรรคตองนําไปใชจายเพื่อดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคคาใชจายเกี่ยวกับการเลือกตั้งของพรรคและสมาชิกและคาใชจายในการบริหารพรรคพรรคตองเปดเผยคาใชจายในการโฆษณาหรือประชาสัมพันธการดําเนินกิจกรรมของพรรคทุกประเภท เพื่อใหสมาชิกและประชาชนทราบเปนการทั่วไป โดยปดประกาศ ณ ที่ทําการของพรรคหรือเผยแพรผานในระบบฐานขอมูลพรรค หรือวิธีการอื่นใดที่เขาถึงไดโดยสะดวกภายในระยะเวลาสามสิบวันนับแตไดดําเนินการเสร็จสิ้นแลวขอ ๑๒๖ ในกรณีที่พรรค ผูบริหารพรรค หรือบุคคลใดใหเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดแกสมาชิกซึ่งดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ไมวาโดยทางตรงหรือทางออม และไมวาจะใหเปนประจําหรือเปนครั้งคราว ถาการใหหรือรับเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดนั้นไมเปนความผิด ตามมาตรา ๑๔๔หรือมาตรา ๑๔๙ แหงประมวลกฎหมายอาญา ใหพรรค ผูบริหารพรรค หรือบุคคลนั้น แลวแตกรณีแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบถึงการใหเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดนั้น และประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวยหามมิใหสมาชิกซึ่งดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎร รับเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดจากบุคคลใดโดยไมมีมูลอันจะอางไดตามกฎหมาย เวนแตเงินที่ไดมีการแจงไวตามวรรคหนึ่งหนา ๙๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๑๒๗ ใหเปนหนาที่ของคณะกรรมการบริหารพรรค ที่จะตองตรวจสอบและควบคุมมิใหมีการนําเงินหรือทรัพยสินของพรรคไปใชจายเพื่อการอื่นใดนอกจากที่กําหนดไวในขอ ๑๒๕ และขอ ๑๒๖หมวด ๑๔การเลิกพรรค สาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๑๒๘ การเลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ใหเปนไปตามมติคณะกรรมการบริหารพรรคในกรณีกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะดวยเหตุพนจากสมาชิกพรรค ใหถือวาเปนเหตุใหเลิกพรรคขอ ๑๒๙ ในกรณีที่พรรคตองสิ้นสภาพความเปนพรรคการเมือง หรือยุบพรรค ใหทรัพยสินของพรรคที่เหลือภายหลังจากการชําระบัญชีแลวตกเปนของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง๒. กรณี นายศิระ โควตระกูล ลาออกจากหัวหนาพรรคโอกาสใหม ตามหนังสือลาออกลงวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ โดยพรรคโอกาสใหมไดรับทราบการลาออกดังกลาวในวันเดียวกันทําใหความเปนกรรมการบริหารพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามขอบังคับพรรคโอกาสใหม พ.ศ. ๒๕๖๗ขอ ๒๔ วรรคหนึ่ง (๒)ดังนั้น จึงทําใหกรรมการบริหารพรรคโอกาสใหม จํานวน ๓ คน พนจากตําแหนงทั้งคณะตามขอบังคับพรรคโอกาสใหม พ.ศ. ๒๕๖๗ ขอ ๒๕ วรรคหนึ่ง (๒) ไดแก๒.๑ นางสาวโชติกาญจน บุญพรม เลขาธิการพรรค๒.๒ นางสาวสมใจ กลอมแดง นายทะเบียนสมาชิกพรรค๒.๓ นายฉัตรตกาน วัฒนาเชาวกรกุล กรรมการบริหารพรรค๓. กรณี ที่ประชุมใหญสามัญพรรคโอกาสใหม ครั้งที่ ๑/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗มีมติเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคโอกาสใหมชุดใหม จํานวน ๑๖ คน ไดแก๓.๑ นายสุปกิต โพธิ์ปภาพันธ หัวหนาพรรค๓.๒ นายศิระ โควตระกูล รองหัวหนาพรรค คนที่ ๑๓.๓ นายวีระชัย นาคมาศ รองหัวหนาพรรค คนที่ ๒๓.๔ นายสุนทร คงคานิ่ง รองหัวหนาพรรค คนที่ ๓หนา ๙๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘ ๓.๕ นายธงชัย ลืออดุลย เลขาธิการพรรค๓.๖ นายโสภณ ทองดี เหรัญญิกพรรค๓.๗ นายเฉลิมพล มั่งคั่ง นายทะเบียนสมาชิกพรรค๓.๘ นายอรรทิตยฌาน คูหาเรืองรอง โฆษกพรรค๓.๙ นางสาวภัทรานันท ทองประพาฬ กรรมการบริหารพรรค๓.๑๐ นายอรรถพล จันทรศรี กรรมการบริหารพรรค๓.๑๑ นายวัชรวิชย สุขวัฒนาภิรมย กรรมการบริหารพรรค๓.๑๒ นายรวินท ชอบใช กรรมการบริหารพรรค๓.๑๓ นายธนพนธ สิงหพันธุ กรรมการบริหารพรรค๓.๑๔ นายธนเมธ วัฒนโกเมร กรรมการบริหารพรรค๓.๑๕ นางสาวโชติกาญจน บุญพรม กรรมการบริหารพรรค๓.๑๖ นายอิทธิเดช ธเนศวัฒนะ กรรมการบริหารพรรคจึงประกาศใหทราบโดยทั่วกันประกาศ ณ วันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๗แสวง บุญมีเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งนายทะเบียนพรรคการเมืองหนา ๙๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๒ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)