คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยที่ ๒๕/๒๕๖๗ เรื่อง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๒๓ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗ หรือไม่ [ระหว่าง ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้ร้อง - ผู้ถูกร้อง]
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลรัฐธรรมนูญคําวินิจฉัยที่ ๒๕/๒๕๖๗ เรื่องพิจารณาที่ ๒๓/๒๕๖๗วันที่ ๒๒ เดือน พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๗ศาลจังหวัดรอยเอ็ด ผูรอง- ผูถูกรองเรื่อง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๓๒๓ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖และมาตรา ๒๗ หรือไมศาลจังหวัดรอยเอ็ดสงคําโตแยงของผูรอง (นายประสาน จอมคําสิงห) ในคดีแพงหมายเลขดําที่ผบ ข๑๓/๒๕๖๖ คดีหมายเลขแดงที่ ผบ ข๑/๒๕๖๗ เพื่อขอใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ ขอเท็จจริงตามคําโตแยงและเอกสารประกอบ สรุปไดดังนี้นายอธิวัชร เนตรสวาง เปนโจทก ยื่นฟอง นางพาจุฬาลักษณ โพธิ์พุม ที่ ๑นายพงษชยุตม โพธิ์พุม ที่ ๒ และ นางฉวีวรรณ วินทะไชย ที่ ๓ เปนจําเลยตอศาลจังหวัดรอยเอ็ดในคดีหมายเลขดําที่ ผบ ๓๙๐๕/๒๕๖๑ กรณีจําเลยที่ ๑ ผิดสัญญาเชาซื้อรถยนต จําเลยที่ ๒และที่ ๓ รวมรับผิดในฐานะผูค้ําประกัน ตอมาโจทกและจําเลยทั้งสามทําสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับลงวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๑ ตกลงใหจําเลยทั้งสามรวมกันหรือแทนกันชําระหนี้แกโจทกเปนเงินจํานวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป นับถัดจากวันฟองระหวาง หนา ๒๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๘๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๗
จนกวาจําเลยทั้งสามจะชําระเสร็จ รวมทั้งคาฤชาธรรมเนียม หากจําเลยทั้งสามผิดนัดยินยอมใหโจทกบังคับคดีในสวนที่คางชําระไดทันที ศาลจังหวัดรอยเอ็ดพิพากษาตามยอม คดีเปนอันเสร็จเด็ดขาดเปนคดีหมายเลขแดงที่ ผบ ๙๓๒๐/๒๕๖๑ จําเลยทั้งสามไมชําระเงินแกโจทก โจทกยื่นคํารองขอยึดที่ดินพรอมสิ่งปลูกสรางของจําเลยที่ ๓ เจาพนักงานบังคับคดีทําการยึดที่ดินซึ่งมีชื่อจําเลยที่ ๓เปนผูถือกรรมสิทธิ์ จํานวน ๒ แปลง ไดแก โฉนดเลขที่ ๙๑๓๕๘ และโฉนดเลขที่ ๑๖๔๓๙ตําบลโนนรัง อําเภอเมืองรอยเอ็ด จังหวัดรอยเอ็ด ตอมาสํานักงานบังคับคดีจังหวัดรอยเอ็ดประกาศขายทอดตลาดทรัพยสินดังกลาว ผูรองเปนบุคคลภายนอกยื่นคํารองขอใหปลอยทรัพยโดยอางวาครอบครองที่ดินทั้งสองแปลงไวโดยสงบและเปดเผยดวยเจตนาเปนเจาของเปนเวลากวา ๓๐ ปไดกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปกษ จําเลยที่ ๓ ไมใชเจาของที่ดินทั้งสองแปลงที่เจาพนักงานบังคับคดียึดไวสวนเหตุที่ยื่นคํารองขอใหปลอยทรัพยเกินระยะเวลาที่กฎหมายกําหนดเนื่องจากจําเลยที่ ๓ เคยแจงวาไดโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินทั้งสองแปลงใหผูรองแลวและปดบังขอเท็จจริงกรณีที่ดินทั้งสองแปลงถูกบังคับคดีระหวางการพิจารณาคดีของศาลจังหวัดรอยเอ็ด ผูรองโตแยงวา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพงมาตรา ๓๒๓ วรรคหนึ่ง ในสวนระยะเวลาการยื่นคํารองขอใหปลอยทรัพย การพิจารณาวามีพฤติการณพิเศษหรือเหตุสุดวิสัยหรือไม เปนดุลพินิจที่ศาลจะพิจารณา และไมมีแนวคําพิพากษาของศาลฎีกาตีความคําวา “พฤติการณพิเศษและเหตุสุดวิสัย” หากศาลเห็นวาคํารองขอใหปลอยทรัพยไมมีพฤติการณพิเศษหรือเหตุสุดวิสัยตองยกคํารองและดําเนินการบังคับคดีตอไป ทําใหผูรองขอใหปลอยทรัพยซึ่งเปนบุคคลภายนอกที่ไดรับความเสียหายจากการบังคับคดีไมไดรับความคุมครองตามเจตนารมณของกฎหมาย เปนการเพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลภายนอกในการยื่นคํารองขอใหปลอยทรัพยมากเกินสมควร สวนมาตรา ๓๒๓ วรรคสี่ บัญญัติใหสิทธิโจทกหรือเจาหนี้ตามคําพิพากษายื่นคํารองขอใหศาลสั่งใหบุคคลภายนอกผูยื่นคํารองขอใหปลอยทรัพยวางเงินหรือหาประกันตอศาลในกรณีที่คํารองนั้นไมมีมูลและยื่นเขามาเพื่อประวิงการบังคับคดี มีผลกระทบตอสิทธิของผูรองเกินสมควร เนื่องจากจํากัดระยะเวลาการยื่นคํารอง และหากผูรองไมสามารถนําเงินหรือหลักประกันมาวางศาล ศาลจะมีคําสั่งจําหนายคดีออกจากสารบบความ คําสั่งของศาลดังกลาวเปนที่สุดเปนการใหสิทธิแกเจาหนี้เหนือบุคคลภายนอกผูสุจริตที่ไดรับความเดือดรอนหรือเสียหายจากการบังคับคดีที่ไมสามารถหาเงินหรือหลักประกันมาวางตอศาล เปนการเพิ่มภาระแกบุคคลภายนอก อีกทั้งมาตรา ๓๒๓วรรคหา บัญญัติใหโจทกหรือเจาหนี้ตามคําพิพากษาที่ไดรับความเสียหายเนื่องจากการยื่นคํารองขอดังกลาวหนา ๒๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๘๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๗
ไมมีมูลและยื่นเขามาเพื่อประวิงการบังคับคดี อาจยื่นคํารองตอศาลภายในสามสิบวันนับแตวันที่ศาลมีคําสั่งยกคํารองขอเพื่อขอใหศาลสั่งใหผูกลาวอางชดใชคาสินไหมทดแทนสําหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นแกตนเปนบทบัญญัติที่ใหสิทธิและความสะดวกแกเจาหนี้เพียงฝายเดียว ทําใหเกิดความไมเสมอกันในกฎหมายดังนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๓๒๓ วรรคหนึ่ง วรรคสี่ และวรรคหาเปนบทบัญญัติที่เพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแกเหตุ ขัดตอหลักนิติธรรมคุมครองเจาหนี้มากกวาบุคคลภายนอก ทําใหบุคคลภายนอกผูสุจริตไมไดรับความคุมครองตามกฎหมายเทาเทียมกับโจทกหรือเจาหนี้ตามคําพิพากษา เปนการเลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรมตอบุคคลดวยเหตุความแตกตางในเรื่องสถานะของบุคคลและฐานะทางเศรษฐกิจ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗ศาลจังหวัดรอยเอ็ดเห็นวา ผูรองโตแยงวาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๓๒๓ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗ ซึ่งศาลจังหวัดรอยเอ็ดจะใชบทบัญญัติแหงกฎหมายดังกลาวบังคับแกคดี และยังไมมีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในสวนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินี้จึงสงคําโตแยงดังกลาวตอศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ วรรคหนึ่งประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญตองพิจารณาเบื้องตนมีวา ศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจรับคําโตแยงของผูรองไวพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ วรรคหนึ่ง หรือไม เห็นวา ศาลจังหวัดรอยเอ็ดสงคําโตแยงของผูรองเพื่อขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยวา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพงมาตรา ๓๒๓ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗ หรือไม บทบัญญัติดังกลาวเปนบทบัญญัติที่ศาลจังหวัดรอยเอ็ดจะใชบังคับแกคดี เมื่อผูรองโตแยงพรอมดวยเหตุผลวาบทบัญญัติดังกลาวขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ และยังไมมีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในสวนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินี้กรณีเปนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ วรรคหนึ่ง จึงมีคําสั่งรับไวพิจารณาวินิจฉัย และเพื่อประโยชนแหงการพิจารณาใหหนวยงานที่เกี่ยวของจัดทําความเห็นและจัดสงสําเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวของยื่นตอศาลรัฐธรรมนูญหนวยงานที่เกี่ยวของจัดทําความเห็นและจัดสงสําเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวของ ดังนี้๑. อธิบดีกรมบังคับคดีจัดทําความเห็นสรุปไดวา สาเหตุที่ตองมีการแกไขบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพงในสวนที่เกี่ยวของกับการบังคับคดีนั้น เนื่องจากการบังคับคดีตามคําพิพากษาหรือคําสั่งที่ใชอยูบางสวนไมเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปจจุบันหนา ๒๔เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๘๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๗
ทําใหการบังคับคดีตามคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลลาชา ไมมีประสิทธิภาพเพียงพอตอการอํานวยความยุติธรรมแกประชาชน และยังเปนชองทางใหมีการประวิงคดีจากคูความ ไมวาจะเปนโจทกจําเลย ผูรอง หรือผูมีสวนไดเสียอื่น ๆ จึงจําเปนและสมควรตองแกไขเพิ่มเติมบทบัญญัติของกฎหมายใหเหมาะสมยิ่งขึ้น การปรับปรุงแกไขบทบัญญัติลักษณะ ๒ การบังคับคดีตามคําพิพากษาหรือคําสั่งมีการปรับปรุงโครงสรางบทบัญญัติวาดวยการบังคับคดีใหมทั้งหมด การจัดหมวดหมูใหเปนระบบการกําหนดบทบัญญัติเพิ่มเติมขึ้นใหมและแกไขเพิ่มเติมบทบัญญัติกฎหมายเดิมใหสมบูรณยิ่งขึ้นเพื่อลดภาระของศาล เพิ่มอํานาจและหนาที่ของเจาพนักงานบังคับคดี รวมถึงกําหนดบทบัญญัติเพื่อคุมครองเจาพนักงานบังคับคดีใหมีความชัดเจน นอกจากนี้ เพิ่มหนาที่ของเจาหนี้ ลูกหนี้ผูมีสวนไดเสีย และมาตรฐานการคุมครองประโยชนผูเกี่ยวของในการบังคับคดีใหมีความชัดเจนตลอดจนปรับปรุงกระบวนการบังคับคดีใหเปนไปโดยสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอันเปนการอํานวยความยุติธรรมใหแกประชาชนและเสริมสรางความเติบโตทางเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่นในการลงทุนและขีดความสามารถในการแขงขันของประเทศ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพงมาตรา ๓๒๓ ที่แกไขใหม มีวัตถุประสงคเพื่อคุมครองสิทธิของบุคคลภายนอกผูที่เกี่ยวของกับการบังคับคดีโดยเพิ่มเติมบทคุมครองผูที่ไดรับความเสียหายอันเนื่องมาจากการรองขอใหปลอยทรัพยสิน ๓ ประการประการแรก กําหนดบุคคลผูที่จะใชสิทธิยื่นคํารองขอใหปลอยทรัพยสินไว ๔ ประเภท ไดแกบุคคลที่อางวาจําเลยหรือลูกหนี้ไมใชเจาของทรัพยสิน เจาของรวมในอสังหาริมทรัพยที่แบงการครอบครองเปนสวนสัด เจาของรวมในสังหาริมทรัพยที่แบงได และผูอยูในฐานะอันจะใหจดทะเบียนสิทธิของตนไดอยูกอนประการที่สอง กําหนดกระบวนการในการยื่นคํารองขอใหปลอยทรัพยสินออกเปน ๓ กรณี ไดแก(๑) กรณีไมมีพฤติการณพิเศษหรือเหตุสุดวิสัย จะตองยื่นคํารองขอตอศาลที่ออกหมายบังคับคดีภายใน ๖๐ วัน นับแตวันที่มีการยึดทรัพยสินนั้น (๒) กรณีที่มีพฤติการณพิเศษ จะตองยื่นคํารองขอไมชากวา ๗ วัน กอนวันที่เจาพนักงานบังคับคดีกําหนดไวเพื่อการขายทอดตลาดหรือจําหนายโดยวิธีอื่นซึ่งทรัพยสินนั้นเปนครั้งแรก และ (๓) กรณีที่มีเหตุสุดวิสัย จะตองยื่นคํารองขอกอนขายทอดตลาดหรือจําหนายโดยวิธีอื่นซึ่งทรัพยสิน และประการที่สาม แกไขเพิ่มเติมบทคุมครองโจทกหรือเจาหนี้ตามคําพิพากษาที่ไดรับความเสียหายอันเนื่องมาจากการรองขอใหปลอยทรัพยสิน๒. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาจัดทําความเห็นสรุปไดวา การยกรางพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ลักษณะ ๒ การบังคับคดีหนา ๒๕เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๘๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๗
ตามคําพิพากษาหรือคําสั่ง) โดยแกไขบทบัญญัติเกี่ยวกับการบังคับคดีใหสอดคลองกับสภาวการณในปจจุบัน และปรับปรุงโครงสรางบทบัญญัติวาดวยการบังคับคดีใหมทั้งหมด นําบทบัญญัติเรื่องเดียวกันที่กระจัดกระจายอยูหลายแหงมาจัดหมวดหมูใหเปนระบบมากยิ่งขึ้น เพื่อปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับการบังคับคดีใหเปนไปโดยสะดวก รวดเร็ว และเปนธรรม รางมาตรา ๓๒๓ กําหนดเรื่องขอใหปลอยทรัพยเปนสําคัญ เพื่อใหบุคคลภายนอกไดรับความคุมครองมากยิ่งขึ้น โดยกําหนดเหตุในการกลาวอางขอใหปลอยทรัพยไว ๓ ประการ ประการแรก จําเลยหรือลูกหนี้ตามคําพิพากษาไมใชเจาของทรัพยสินที่เจาพนักงานบังคับคดีไดยึดไว ประการที่สอง ตนเปนเจาของรวมซึ่งมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามที่ไดแบงการครอบครองเปนสวนสัด และประการที่สาม ตนเปนผูอยูในฐานะอันจะใหจดทะเบียนสิทธิของตนไดอยูกอน และกําหนดระยะเวลาในการยื่นคํารองเปน ๓ ชวง คือ (๑) กรณีปกติใหยื่นคํารองขอภายในหกสิบวันนับแตวันที่มีการยึดทรัพยสิน (๒) กรณีที่มีพฤติการณพิเศษเมื่อพนระยะเวลาหกสิบวันนับแตวันที่มีการยึดทรัพยสินไปแลว ใหยื่นคํารองขอไมชากวาเจ็ดวันกอนวันที่เจาพนักงานบังคับคดีกําหนดไวเพื่อการขายทอดตลาดหรือจําหนายโดยวิธีอื่นซึ่งทรัพยสินนั้นเปนครั้งแรกและ (๓) กรณีที่มีเหตุสุดวิสัย จะตองยื่นกอนขายทอดตลาดหรือจําหนายโดยวิธีอื่นซึ่งทรัพยสินนั้นถามีการรองขัดทรัพย ศาลจะพิจารณาคํารองขัดทรัพยเหมือนอยางคดีธรรมดา โดยใหโอกาสโจทกหรือเจาหนี้ตามคําพิพากษาขอคุมครองชั่วคราวดวยการยื่นคํารองเขามา หากมีพยานหลักฐานเบื้องตนวาคํารองนั้นไมมีมูลและประวิงการบังคับคดีก็ใหศาลสั่งใหวางเงินหรือหลักประกัน ถาไมวางก็ถือวาเปนการประวิงการบังคับคดีเพราะถือวาไมปฏิบัติตามคําสั่งศาลซึ่งเปนหลักทั่วไป เมื่อวางแลวในระหวางการดําเนินคดี ถามีเหตุอันเกิดจากพยานหลักฐานที่เดิมไมมีมูล ตอมาศาลไตสวนแลวปรากฏวามีมูลก็ไมมีความจําเปนตองวางหลักประกันไวเชนนี้ก็ใหคืนหลักประกันได ทั้งนี้ ใหศาลสามารถใชดุลพินิจและวิธีการตามความเหมาะสม สวนการกําหนดใหคําสั่งศาลเปนที่สุดเกี่ยวกับการวางเงินหรือหาประกันการจําหนายคดีหรือการคืนหรือยกเลิกประกัน เพื่อวางหลักเรื่องการรองขัดทรัพยใหการดําเนินกระบวนพิจารณาเสร็จไปโดยเร็ว เนื่องจากเปนบทบัญญัติที่บุคคลภายนอกมักจะใชในการประวิงการบังคับคดีใหลาชาหากปลอยใหมีการอุทธรณหรือฎีกาคําสั่งตอไป คดีจะยืดเยื้อออกไปและเจาหนี้ตามคําพิพากษาก็ไมมีทางที่จะบังคับคดีได เพราะเมื่อมีการอุทธรณคําสั่งก็จะไมตองวางเงินตอศาล และศาลก็จําหนายคดีไมไดเพราะคําสั่งนี้ยังไมเปนที่สุด สําหรับการขอใหชดใชคาสินไหมทดแทนในคดีรองขัดทรัพย เพื่อกําหนดหลักการเรื่องการเรียกคาสินไหมทดแทนแกโจทกหรือเจาหนี้ตามคําพิพากษาที่ไดรับความเสียหายสืบเนื่องจากศาลมีคําสั่งยกคํารองขอที่ไมมีมูลและยื่นเขามาเพื่อประวิงการบังคับคดีหนา ๒๖เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๘๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๗
๓. เลขาธิการวุฒิสภาจัดสงสําเนารายงานการประชุมและบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....(ลักษณะ ๒ การบังคับคดีตามคําพิพากษาหรือคําสั่ง) สภานิติบัญญัติแหงชาติ ครั้งที่ ๘/๒๕๕๙ครั้งที่ ๑๐/๒๕๕๙ ครั้งที่ ๑๑/๒๕๕๙ ครั้งที่ ๑๒/๒๕๕๙ ครั้งที่ ๑๓/๒๕๕๙ ครั้งที่ ๒๙/๒๕๕๙ครั้งที่ ๑๗/๒๕๖๐ ครั้งที่ ๒๐/๒๕๖๐ ครั้งที่ ๒๒/๒๕๖๐ ครั้งที่ ๒๔/๒๕๖๐ ครั้งที่ ๒๕/๒๕๖๐และครั้งที่ ๒๖/๒๕๖๐ สําเนารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ลักษณะ ๒ การบังคับคดีตามคําพิพากษาหรือคําสั่ง) สภานิติบัญญัติแหงชาติ สําเนารายงานการประชุมและบันทึกการประชุมสภานิติบัญญัติแหงชาติ ครั้งที่ ๖๓/๒๕๕๙ และครั้งที่ ๑๙/๒๕๖๐ สรุปไดวา บทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพงในสวนที่เกี่ยวกับการบังคับคดีตามคําพิพากษาหรือคําสั่งที่ใชบังคับอยูบางสวนไมเหมาะสมแกสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปจจุบัน ทําใหการบังคับคดีตามคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลเปนไปโดยลาชาไมมีประสิทธิภาพเพียงพอตอการอํานวยความยุติธรรมใหแกประชาชนผูมีอรรถคดี และเปดโอกาสใหมีการประวิงคดี โดยการอุทธรณและฎีกาคําสั่งของศาลในชั้นบังคับคดี สมควรแกไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพงในสวนที่เกี่ยวกับการบังคับคดีตามคําพิพากษาและคําสั่งใหเหมาะสมยิ่งขึ้นศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคําโตแยงของผูรอง ความเห็นและขอมูลของหนวยงานที่เกี่ยวของและเอกสารประกอบแลวเห็นวา ผูรองไมไดแสดงเหตุผลประกอบคําโตแยงวา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๓๒๓ วรรคสองและวรรคสาม ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖และมาตรา ๒๗ วรรคสอง วรรคสี่ และวรรคหา อยางไร ไมจําตองวินิจฉัยในสวนนี้ และเห็นวาคดีเปนปญหาขอกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได จึงยุติการไตสวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๕๘ วรรคหนึ่ง กําหนดประเด็นที่ตองพิจารณาวินิจฉัยวา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๓๒๓ วรรคหนึ่ง วรรคสี่ และวรรคหา ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖และมาตรา ๒๗ วรรคหนึ่งและวรรคสาม หรือไมหนา ๒๗เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๘๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๗
พิจารณาแลวเห็นวา รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗ เปนบทบัญญัติในหมวด ๓สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “การตรากฎหมายที่มีผลเปนการจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลตองเปนไปตามเงื่อนไขที่บัญญัติไวในรัฐธรรมนูญในกรณีที่รัฐธรรมนูญมิไดบัญญัติเงื่อนไขไว กฎหมายดังกลาวตองไมขัดตอหลักนิติธรรม ไมเพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแกเหตุ และจะกระทบตอศักดิ์ศรีความเปนมนุษยของบุคคลมิได รวมทั้งตองระบุเหตุผลความจําเปนในการจํากัดสิทธิและเสรีภาพไวดวย” วรรคสองบัญญัติวา “กฎหมายตามวรรคหนึ่ง ตองมีผลใชบังคับเปนการทั่วไป ไมมุงหมายใหใชบังคับแกกรณีใดกรณีหนึ่งหรือแกบุคคลใดบุคคลหนึ่งเปนการเจาะจง” มาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “บุคคลยอมเสมอกันในกฎหมาย มีสิทธิและเสรีภาพและไดรับความคุมครองตามกฎหมายเทาเทียมกัน” และวรรคสามบัญญัติวา “การเลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรมตอบุคคล ไมวาดวยเหตุความแตกตางในเรื่องถิ่นกําเนิดเชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไมขัดตอบทบัญญัติแหงรัฐธรรมนูญ หรือเหตุอื่นใด จะกระทํามิได”ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพงเปนกฎหมายวิธีสบัญญัติที่กําหนดวิธีการดําเนินกระบวนพิจารณาเพื่อรับรอง คุมครอง หรือบังคับตามสิทธิหรือหนาที่ตามกฎหมายสารบัญญัติโดยมาตรา ๓๒๓ เปนบทบัญญัติในภาค ๔ วิธีการชั่วคราวกอนพิพากษาและการบังคับตามคําพิพากษาหรือคําสั่ง ลักษณะ ๒ การบังคับคดีตามคําพิพากษาหรือคําสั่ง หมวด ๒ การบังคับคดีในกรณีที่เปนหนี้เงินสวนที่ ๖ สิทธิของบุคคลภายนอกและผูมีสวนไดเสียเกี่ยวกับทรัพยสินที่ถูกบังคับคดี ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๖๐มีเหตุผลในการประกาศใช คือ โดยที่บทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพงในสวนที่เกี่ยวกับการบังคับคดีตามคําพิพากษาหรือคําสั่งที่ใชบังคับอยูบางสวนไมเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปจจุบัน ทําใหการบังคับคดีตามคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลเปนไปโดยลาชาไมมีประสิทธิภาพเพียงพอในการอํานวยความยุติธรรมใหแกประชาชนผูมีอรรถคดี และเปดโอกาสใหมีการประวิงคดี สมควรแกไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพงในสวนที่เกี่ยวกับการบังคับคดีตามคําพิพากษาและคําสั่งใหเหมาะสมยิ่งขึ้น มาตรา ๓๒๓ วรรคหนึ่งหนา ๒๘เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๘๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๗
บัญญัติวา “ภายใตบังคับมาตรา ๕๕ บุคคลใดกลาวอางวาจําเลยหรือลูกหนี้ตามคําพิพากษาไมใชเจาของทรัพยสินที่เจาพนักงานบังคับคดีไดยึดไว หรือตนเปนเจาของรวมซึ่งมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในทรัพยสินนั้นซึ่งเปนอสังหาริมทรัพยที่ไดแบงการครอบครองเปนสวนสัด หรือตนเปนเจาของรวมในทรัพยสินนั้นซึ่งเปนสังหาริมทรัพยที่เปนทรัพยแบงได หรือตนเปนผูอยูในฐานะอันจะใหจดทะเบียนสิทธิของตนในทรัพยสินนั้นไดอยูกอน บุคคลนั้นอาจรองขอใหปลอยทรัพยสินนั้นทั้งหมดหรือบางสวนหรือเฉพาะสวนของตนแลวแตกรณี โดยยื่นคํารองขอตอศาลที่ออกหมายบังคับคดีภายในหกสิบวันนับแตวันที่มีการยึดทรัพยสินนั้นแตถาไมสามารถยื่นคํารองขอภายในระยะเวลาดังกลาว บุคคลนั้นจะยื่นคํารองขอเมื่อพนระยะเวลาเชนวานั้นไดก็ตอเมื่อมีพฤติการณพิเศษและไดยื่นคํารองขอไมชากวาเจ็ดวันกอนวันที่เจาพนักงานบังคับคดีกําหนดไวเพื่อการขายทอดตลาดหรือจําหนายโดยวิธีอื่นซึ่งทรัพยสินนั้นเปนครั้งแรก เวนแตในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย บุคคลนั้นจะยื่นคํารองขอในภายหลังก็ได แตจะตองยื่นเสียกอนขายทอดตลาดหรือจําหนายโดยวิธีอื่นซึ่งทรัพยสินนั้น” วรรคสี่ บัญญัติวา “โจทกหรือเจาหนี้ตามคําพิพากษาอาจยื่นคํารองวาคํารองขอนั้นไมมีมูลและยื่นเขามาเพื่อประวิงการบังคับคดี เมื่อปรากฏพยานหลักฐานเบื้องตนวาคํารองนั้นฟงได ศาลมีอํานาจสั่งใหผูกลาวอางวางเงินหรือหาประกันตอศาลตามจํานวนและภายในระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควร เพื่อเปนประกันการชําระคาสินไหมทดแทนแกโจทกหรือเจาหนี้ตามคําพิพากษาสําหรับความเสียหายที่อาจไดรับจากการยื่นคํารองขอนั้น ถาผูกลาวอางไมปฏิบัติตามคําสั่งศาลใหศาลมีคําสั่งจําหนายคดีออกจากสารบบความ สวนเงินหรือประกันที่วางไวตอศาลดังกลาวเมื่อศาลเห็นวาไมมีความจําเปนตอไป จะสั่งคืนหรือยกเลิกประกันนั้นก็ได คําสั่งของศาลตามวรรคนี้ใหเปนที่สุด”และวรรคหา บัญญัติวา “ในกรณีที่ศาลไดมีคําสั่งยกคํารองขอที่ยื่นไวตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองถาโจทกหรือเจาหนี้ตามคําพิพากษาที่ไดรับความเสียหายเนื่องจากการยื่นคํารองขอดังกลาวเห็นวาคํารองขอนั้นไมมีมูลและยื่นเขามาเพื่อประวิงการบังคับคดี บุคคลดังกลาวอาจยื่นคํารองตอศาลภายในสามสิบวันนับแตวันที่ศาลไดมีคําสั่งยกคํารองขอเพื่อขอใหศาลสั่งใหผูกลาวอางชดใชคาสินไหมทดแทนสําหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นแกตนได ในกรณีเชนวานี้ ใหศาลมีอํานาจสั่งใหแยกการพิจารณาเปนสํานวนตางหากจากคดีเดิม และเมื่อศาลไตสวนแลวเห็นวาคํารองนั้นฟงได ใหศาลมีคําสั่งใหผูกลาวอางชดใชคาสินไหมทดแทนตามจํานวนที่ศาลเห็นสมควร ถาบุคคลดังกลาวไมปฏิบัติตามคําสั่งศาลโจทกหรือเจาหนี้ตามคําพิพากษาอาจรองขอใหศาลบังคับคดีแกบุคคลนั้นเสมือนหนึ่งวาเปนลูกหนี้ตามคําพิพากษา” หนา ๒๙เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๘๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๗
ขอโตแยงของผูรองที่วา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๓๒๓ วรรคหนึ่งในสวนระยะเวลาการยื่นคํารองขอใหปลอยทรัพย การพิจารณาวามีพฤติการณพิเศษหรือเหตุสุดวิสัยหรือไมเปนดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณา และไมมีแนวคําพิพากษาของศาลฎีกาตีความคําวา “พฤติการณพิเศษและเหตุสุดวิสัย” หากศาลเห็นวาคํารองขอใหปลอยทรัพยไมมีพฤติการณพิเศษหรือเหตุสุดวิสัยก็ตองยกคํารองและดําเนินการบังคับคดีตอไป ทําใหผูรองขอใหปลอยทรัพยซึ่งเปนบุคคลภายนอกที่ไดรับความเสียหายจากการบังคับคดีไมไดรับความคุมครองตามเจตนารมณของกฎหมาย เปนการเพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลภายนอกในการยื่นคํารองขอใหปลอยทรัพย มาตรา ๓๒๓ วรรคสี่บัญญัติใหสิทธิโจทกหรือเจาหนี้ตามคําพิพากษายื่นคํารองขอใหศาลสั่งใหบุคคลภายนอกผูยื่นคํารองขอใหปลอยทรัพยวางเงินหรือหาประกันตอศาลในกรณีที่คํารองนั้นไมมีมูลและยื่นเขามาเพื่อประวิงการบังคับคดีมีผลกระทบตอสิทธิของผูรองเกินสมควร เนื่องจากจํากัดระยะเวลาในการยื่นคํารองตามวรรคหนึ่งไปแลวและหากผูรองไมสามารถที่จะนําเงินหรือหลักประกันมาวางได ศาลจะมีคําสั่งจําหนายคดีออกจากสารบบความคําสั่งของศาลดังกลาวใหเปนที่สุด เปนการใหสิทธิแกเจาหนี้เหนือบุคคลภายนอกผูสุจริตไดรับความเดือดรอนหรือเสียหายจากการบังคับคดีที่ไมสามารถหาเงินหรือหลักประกันมาวางตอศาลเปนการเพิ่มภาระใหแกบุคคลภายนอก สวนมาตรา ๓๒๓ วรรคหา บัญญัติใหโจทกหรือเจาหนี้ตามคําพิพากษาอาจยื่นคํารองตอศาลภายในสามสิบวันนับแตวันที่ศาลไดมีคําสั่งยกคํารองขอเพื่อขอใหศาลสั่งใหผูกลาวอางชดใชคาสินไหมทดแทนสําหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นแกตนไดเปนบทบัญญัติที่ใหสิทธิและความสะดวกแกเจาหนี้เพียงฝายเดียว ทําใหเกิดความไมเสมอกันในกฎหมายเปนการเลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรมตอบุคคลดวยเหตุความแตกตางในเรื่องสถานะของบุคคลและฐานะทางเศรษฐกิจ บทบัญญัติมาตรา ๓๒๓ วรรคหนึ่ง วรรคสี่ และวรรคหา ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗ นั้น เห็นวา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๓๒๓มีวัตถุประสงคเพื่อคุมครองสิทธิของบุคคลภายนอกผูที่เกี่ยวของกับการบังคับคดี มีสาระสําคัญ ๓ ประการประการแรก กําหนดตัวบุคคลผูมีสิทธิยื่นคํารองตอศาลไว ๔ ประเภท ไดแก บุคคลที่อางวาจําเลยหรือลูกหนี้ตามคําพิพากษาไมใชเจาของทรัพยสิน เจาของรวมในอสังหาริมทรัพยที่แบงการครอบครองเปนสวนสัด เจาของรวมในสังหาริมทรัพยที่แบงได และผูอยูในฐานะที่จะจดทะเบียนสิทธิของตนไดอยูกอนอันเปนการคุมครองสิทธิบุคคลภายนอกเพิ่มขึ้นจากการที่เจาหนี้ตามคําพิพากษาดําเนินการบังคับคดีประการที่สอง กําหนดวิธีการและระยะเวลาในการใชสิทธิยื่นคํารองขอใหชัดเจนยิ่งขึ้น จากเดิมที่บทบัญญัติหนา ๓๐เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๘๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๗
เกี่ยวกับการรองขัดทรัพยกฎหมายมิไดกําหนดเวลาไว ทําใหยื่นคํารองขอเมื่อใดก็ได เพียงแตตองยื่นกอนนําทรัพยสินนั้นออกขายทอดตลาด แตบทบัญญัติมาตรา ๓๒๓ ที่แกไขใหมกําหนดระยะเวลาในการยื่นคํารองขอใหปลอยทรัพยสินเพื่อใหโอกาสหรือคุมครองสิทธิของบุคคลภายนอกผูเกี่ยวของกับการบังคับคดี โดยแบงออกเปน ๓ กรณี กรณีแรก ไมมีพฤติการณพิเศษหรือเหตุสุดวิสัยตองยื่นคํารองขอตอศาลที่ออกหมายบังคับคดีภายในหกสิบวันนับแตวันที่มีการยึดทรัพยสินนั้นกรณีที่สอง มีพฤติการณพิเศษ ตองยื่นคํารองขอไมชากวาเจ็ดวันกอนวันที่เจาพนักงานบังคับคดีกําหนดไวเพื่อการขายทอดตลาดหรือจําหนายโดยวิธีอื่นซึ่งทรัพยสินนั้นเปนครั้งแรก กรณีที่สามมีเหตุสุดวิสัย ตองยื่นคํารองขอกอนขายทอดตลาดหรือจําหนายโดยวิธีอื่นซึ่งทรัพยสิน และประการที่สามกําหนดบทคุมครองผูที่ไดรับความเสียหายอันเนื่องมาจากการรองขอใหปลอยทรัพยสิน การกําหนดระยะเวลาในการรองขอใหปลอยทรัพยสินดังกลาวเปนการกําหนดระยะเวลาตามความจําเปนในแตละกรณีเปนกรณีที่กฎหมายกําหนดใหมีขอยกเวนเปนกรณีพิเศษเพิ่มขึ้นเพื่อใหเกิดความเปนธรรมแกบุคคลภายนอกในการยื่นคํารองขอใหปลอยทรัพยสิน และเพื่อใหสอดคลองกับกระบวนการขั้นตอนการบังคับคดี เชน การกําหนดระยะเวลาใหยื่นคํารองขอใหปลอยทรัพยสินกอนที่จะมีการขายทอดตลาดเพื่อเปดโอกาสใหศาลมีเวลาไตสวนคํารองขอใหปลอยทรัพยสิน หากศาลเห็นควรสั่งใหผูรองวางประกันผูรองยอมมีเวลาหาเงินหรือหลักทรัพยมาวางประกันได สวนการกําหนดระยะเวลาไวไมนอยกวาเจ็ดวันกอนวันขายทอดตลาดก็ดวยเหตุผลวา หากกําหนดระยะเวลานานเกินควรจะทําใหกระบวนพิจารณาของศาลเปนไปโดยลาชา เปนการรอนสิทธิของเจาของทรัพยที่แทจริงซึ่งเปนผูสุจริต อีกทั้งการพิจารณาวาขออางตามคํารองขอมีพฤติการณพิเศษหรือเหตุสุดวิสัยหรือไม ยอมขึ้นอยูกับขอเท็จจริงตามที่ปรากฏในคํารองขอแตละกรณีเปนสําคัญ ศาลมิอาจใชดุลพินิจของตนเพียงลําพังได และไมจําตองใหศาลฎีกามีคําพิพากษาวางแนวทางการตีความถอยคําดังกลาวเสียกอน หากไมเปดโอกาสใหศาลใชดุลพินิจเลยผูรองขอใหปลอยทรัพยสินจะใชสิทธิยื่นคํารองขอไดเพียงระยะเวลาเดียว คือ ภายในหกสิบวันนับแตวันที่มีการยึดทรัพยสินเทานั้น ทั้งนี้ พฤติการณพิเศษหรือเหตุสุดวิสัยบัญญัติอยูในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๒๓ ซึ่งศาลยุติธรรมใชมาตรานี้เปนเครื่องมือในการอํานวยความยุติธรรมโดยพิจารณาพฤติการณพิเศษหรือเหตุสุดวิสัยตามขอเท็จจริงที่ปรากฏในคํารองขอหรือที่ไดจากการไตสวนซึ่งการยื่นคํารองขอใหปลอยทรัพยสินก็ใชหลักการและแนวทางเดียวกันหนา ๓๑เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๘๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๗
สําหรับบทบัญญัติมาตรา ๓๒๓ วรรคสี่ ที่บัญญัติใหสิทธิโจทกหรือเจาหนี้ตามคําพิพากษายื่นคํารองขอใหศาลสั่งใหผูรองวางเงินหรือหาประกันตอศาลในกรณีที่คํารองขอนั้นไมมีมูลและยื่นเขามาเพื่อประวิงการบังคับคดี เมื่อมีการรองขอใหปลอยทรัพยสิน ศาลจะพิจารณาคํารองขอเชนเดียวกับคดีธรรมดา โดยเปดโอกาสใหโจทกหรือเจาหนี้ตามคําพิพากษายื่นคํารองขอใหชดใชคาเสียหายสําหรับความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการยื่นคํารองขอดังกลาว อันเปนมาตรการกลั่นกรองคํารองขอใหปลอยทรัพยสินที่ยื่นเขามาในชั้นบังคับคดีเพื่อใหการดําเนินกระบวนพิจารณาเปนไปดวยความรวดเร็วถูกตอง เปนธรรม ทําใหการยื่นคํารองขอใหปลอยทรัพยสินเพื่อประวิงการบังคับคดีทําไดยากยิ่งขึ้นกรณีที่ความปรากฏแกศาลวาคํารองขอนั้นไมมีมูลและเปนการประวิงการบังคับคดี ศาลอาจมีคําสั่งใหผูรองวางเงินหรือหลักประกัน ถาผูรองไมปฏิบัติตามใหศาลมีคําสั่งจําหนายคดีออกจากสารบบความและคําสั่งดังกลาวใหเปนที่สุด เนื่องจากหากปลอยใหมีการอุทธรณหรือฎีกาคําสั่งตอไป กระบวนการบังคับคดีตามคําพิพากษาหรือคําสั่งจะยืดเยื้อทําใหเจาหนี้ตามคําพิพากษาไมสามารถบังคับคดี และไมเปนธรรมตอคูความทุกฝาย ทั้งนี้ กฎหมายมิไดบังคับใหศาลตองสั่งตามที่โจทกหรือเจาหนี้ตามคําพิพากษารองขอและมิไดกําหนดวาตองเปนเงินหรือประกันที่มีมูลคาเทาใด แตศาลจะตองพิจารณาโดยคํานึงถึงความเปนธรรมที่คูกรณีทั้งสองฝายพึงจะไดรับเปนสําคัญสวนบทบัญญัติมาตรา ๓๒๓ วรรคหา ที่บัญญัติใหโจทกหรือเจาหนี้ตามคําพิพากษาที่ไดรับความเสียหายเนื่องจากการยื่นคํารองขอที่ไมมีมูลและยื่นเขามาเพื่อประวิงการบังคับคดี อาจยื่นคํารองตอศาลเพื่อขอใหศาลสั่งใหผูกลาวอางชดใชคาสินไหมทดแทนสําหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นแกตนไดนั้นเปนการกําหนดหลักเกณฑการเรียกคาสินไหมทดแทนแกโจทกหรือเจาหนี้ตามคําพิพากษาที่ไดรับความเสียหายโดยไมตองฟองรองเปนคดีใหม เพื่อคุมครองผูที่ไดรับความเสียหายอันเนื่องมาจากการรองขอใหปลอยทรัพยสิน ทําใหการบังคับคดีตามคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลเปนไปดวยความรวดเร็วถูกตอง เปนธรรม มีประสิทธิภาพในการอํานวยความยุติธรรมใหแกประชาชนผูมีอรรถคดีและเปนการปองปรามการรองขอใหปลอยทรัพยสินโดยมีเจตนาใหการบังคับคดีลาชาหรือยื่นคํารองขอเขามาเพื่อประวิงการบังคับคดีอันเปนการสรางความสมดุลเพื่อความเปนธรรมใหกับทุกฝายดังนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๓๒๓ วรรคหนึ่ง วรรคสี่ และวรรคหาจึงเปนบทบัญญัติที่คุมครองสิทธิของคูความและผูเกี่ยวของในกระบวนการยุติธรรมอยางเทาเทียมกันหนา ๓๒เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๘๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๗
เปนไปตามหลักความไดสัดสวนพอเหมาะพอควรแกกรณี ไมขัดตอหลักนิติธรรม ไมเพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแกเหตุ ไมกระทบตอศักดิ์ศรีความเปนมนุษยของบุคคลมีผลใชบังคับเปนการทั่วไป ไมมุงหมายใหใชบังคับแกกรณีใดกรณีหนึ่งหรือแกบุคคลใดบุคคลหนึ่งเปนการเจาะจง ไมขัดตอหลักความเสมอภาค และไมเปนการเลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรมตอบุคคลดวยเหตุความแตกตางในเรื่องสถานะของบุคคลและฐานะทางเศรษฐกิจ ไมขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗ วรรคหนึ่งและวรรคสามอาศัยเหตุผลดังกลาวขางตน จึงวินิจฉัยวา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๓๒๓วรรคหนึ่ง วรรคสี่ และวรรคหา ไมขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗วรรคหนึ่งและวรรคสาม นายนครินทร เมฆไตรรัตนประธานศาลรัฐธรรมนูญนายปญญา อุดชาชน นายอุดม สิทธิวิรัชธรรมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายวิรุฬห แสงเทียน นายจิรนิติ หะวานนทตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายนภดล เทพพิทักษ นายบรรจงศักดิ์ วงศปราชญตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายอุดม รัฐอมฤต นายสุเมธ รอยกุลเจริญตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหนา ๓๓เลม ๑๔๑ ตอนที่ ๘๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๗Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)