ThaiGovData

คำสั่งจังหวัดลำพูน ที่ ๒๙๒๙/๒๕๖๗ เรื่อง แต่งตั้งบุคคลเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการจังหวัดลำพูน แทนผู้ทรงคุณวุฒิที่ขอลาออก [นางสาวนงเยาว์ สงเดช]

undated

Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th

The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.

ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเรื่อง การเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรครักแผนดินแม(เดิมชื่อพรรคยุทธศาสตรชาติ)ตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองไดมีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่๒๔ กันยายน ๒๕๖๗ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคยุทธศาสตรชาติกรณี นายศักดิ์ชัย ณรงคหนู รองหัวหนาพรรคยุทธศาสตรชาติ ลาออกจากสมาชิกพรรคยุทธศาสตรชาติทําใหสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคยุทธศาสตรชาติสิ้นสุดลงและเปนเหตุใหความเปนกรรมการบริหารพรรคยุทธศาสตรชาติสิ้นสุดลงเฉพาะตัว และนางสาวสุขสุนันท กีรติดวงจันทร หัวหนาพรรคยุทธศาสตรชาติลาออกจากสมาชิกพรรคยุทธศาสตรชาติ ทําใหสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคยุทธศาสตรชาติสิ้นสุดลงและเปนเหตุใหความเปนกรรมการบริหารพรรคยุทธศาสตรชาติสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามขอบังคับพรรคยุทธศาสตรชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓ ขอ ๖๙ วรรคหนึ่ง (๒) ประกอบขอ ๒๙ วรรคหนึ่ง (๓)จึงเปนเหตุใหกรรมการบริหารพรรคยุทธศาสตรชาติพนจากตําแหนงทั้งคณะตามขอบังคับพรรคยุทธศาสตรชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓ ขอ ๓๐ วรรคหนึ่ง (๒) จํานวน ๖ คนบัดนี้ หัวหนาพรรครักแผนดินแมไดแจงการเปลี่ยนแปลงตอนายทะเบียนพรรคการเมืองตามมาตรา ๓๘ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐กรณี ที่ประชุมใหญสามัญพรรครักแผนดินแม ครั้งที่ ๒/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๗มีมติ ดังนี้๑. แกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคยุทธศาสตรชาติ พ.ศ. ๒๕๖๗ โดยใหยกเลิกทั้งฉบับและใหใชขอบังคับพรรครักแผนดินแม พ.ศ. ๒๕๖๗ แทน ดังนี้ขอบังคับพรรครักแผนดินแม พ.ศ. ๒๕๖๗โดยที่ประชุมใหญสามัญพรรครักแผนดินแม ครั้งที่ ๒/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๗ไดมีมติแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคยุทธศาสตรชาติ พ.ศ. ๒๕๖๗ โดยยกเลิกทั้งฉบับ และใหใชขอบังคับพรรครักแผนดินแม พ.ศ. ๒๕๖๗ แทน ดังนี้ขอ ๑ ขอบังคับนี้เรียกวา “ขอบังคับพรรครักแผนดินแม พ.ศ. ๒๕๖๗”หนา ๖๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๒ ขอบังคับนี้ใหใชบังคับตั้งแตวันที่ไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญสามัญ ประจําปพ.ศ. ๒๕๖๗ เปนตนไปขอ ๓ ในขอบังคับนี้“พรรค” หมายความวา พรรครักแผนดินแม“ขอบังคับ” หมายความวา ขอบังคับพรรครักแผนดินแม“สมาชิก” หมายความวา สมาชิกพรรครักแผนดินแม“คณะกรรมการบริหาร” หมายความวา คณะกรรมการบริหารพรรครักแผนดินแม“กรรมการบริหาร” หมายความวา กรรมการบริหารพรรครักแผนดินแม“สาขาพรรค” หมายความวา สาขาพรรครักแผนดินแม“คณะกรรมการสาขาพรรค” หมายความวา คณะกรรมการสาขาพรรครักแผนดินแม“กรรมการสาขาพรรค” หมายความวา กรรมการสาขาพรรครักแผนดินแม“นายทะเบียนสมาชิกพรรค” หมายความวา นายทะเบียนสมาชิกพรรครักแผนดินแมขอ ๔ ใหยกเลิกขอบังคับพรรคยุทธศาสตรชาติ พ.ศ. ๒๕๖๗หมวด ๑บททั่วไปขอ ๕ พรรคการเมือง ตามขอบังคับนี้เรียกวา “พรรครักแผนดินแม” ชื่อยอภาษาไทย“ร.ด.ม.” ชื่อภาษาอังกฤษวา “LOVE MOTHER LAND PARTY” ชื่อยอภาษาอังกฤษ “L.P.M.”ขอ ๖ เครื่องหมายพรรครักแผนดินแมและความหมาย(๑) พรรครักแผนดินแม ใชเครื่องหมายหนา ๖๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ (๒) โดยมีความหมาย ดังนี้ชื่อพรรครักแผนดินแม หมายถึง เปนการแสดงออกถึงความรักและความหวงใยในประเทศชาติและประชาชนมือกํารวงขาว เปนสัญลักษณของแรงงานและการทํางานหนักของประชาชนการจับรวงขาว หมายถึง การเกษตรกรรมและความสําคัญของการเพาะปลูกในชีวิตประจําวันของคนไทย รวมถึงการตอเพื่อปกปองและสรางความมั่นคงใหแกแผนดินรวงขาวสองขาง แสดงถึง ความอุดมสมบูรณและความรวมมือของประชาชนที่ทํางานรวมกันเพื่อความเจริญรุงเรืองของชาติสีเหลือง สื่อถึงความมั่งคั่งและความเจริญของประเทศสีเขียว สื่อถึงความเปนธรรมชาติ ความสงบสุข และความมั่นคงของสิ่งแวดลอมภาพเครื่องหมายพรรค สะทอนถึงการรวมมือและการทํางานอยางหนักของประชาชนในทุกภาคสวนเพื่อสรางความมั่นคงและความเจริญรุงเรืองใหกับประเทศชาติ โดยมีการเกษตรเปนหนึ่งในองคประกอบสําคัญของความเจริญเติบโตนี้ขอ ๗ สํานักงานใหญตั้งอยู ณ บานเลขที่ ๗๙๙/๓ ชั้น ๓ ถนนรามอินทรา แขวงทาแรงเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย ๑๐๒๓๐หมวด ๒คําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรครักแผนดินแมขอ ๘ คําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรครักแผนดินแม คือ“พัฒนาประเทศไทย กาวไกลระดับโลก” พรรครักแผนดินแม ไดรวมตัวจัดตั้งขึ้นโดยกลุมคนรุนใหม ทุกเพศ ทุกวัย ทุกสาขาอาชีพ ที่มีอุดมการณทางการเมือง มีปณิธานอันแนวแนเพื่อพัฒนาประเทศชาติ ดังนี้(๑) พรรคจัดตั้งขึ้นเพื่อเปนพรรคการเมืองของประชาชนทุกคน ทุกอาชีพ ทุกเชื้อชาติทุกชาติพันธุและทุกศาสนาโดยมีแนวทางในการดําเนินกิจกรรมและทํางานการเมืองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข หนา ๖๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ (๒) พรรคจะดําเนินนโยบายและทํางานการเมืองอยางสรางสรรค ลดความขัดแยงที่ไมกอใหเกิดประโยชน สรางพื้นที่ใหม ๆ ทางการเมืองเพื่อประโยชนของประเทศชาติและประชาชนทุกคนทั้งในและนอกประเทศ(๓) พรรคจะดําเนินนโยบายเพื่อฟนฟูและขยายความสัมพันธอันดีกับทุกประเทศทั่วโลกในทุกดาน สรางโอกาสใหไทยไดมีบทบาทในเวทีโลก ทั้งดานความสัมพันธระหวางประเทศการพัฒนาการคา การลงทุนและนวัตกรรมสมัยใหม(๔) พรรคจะสงเสริมใหประชาชนทุกสาขาอาชีพ ไดมีสวนรวมในการพัฒนาประเทศและมีโอกาสอันดีในการพัฒนาตนเองอยางทั่วถึงและเปนธรรม(๕) พรรคมุงใหความสําคัญกับพี่นองประชาชนใหมีโอกาสเขาถึงทรัพยากรของประเทศอยางเทาเทียม สงเสริมใหพัฒนาตนเองเพื่อใหมีรายไดและคุณภาพชีวิตที่ดี(๖) พรรคมุงมั่นพัฒนานักการเมืองของพรรคใหเปนบุคคลที่มีคุณภาพเพื่อรองรับการพัฒนาชาติ มุงเนนใหนักการเมืองของพรรคเปนผูเชี่ยวชาญในเรื่องเฉพาะดานเพื่อสรางทีมงานที่รูจริงในดานนั้น ๆ เนนคนรุนใหมและเปนผูที่สามารถทํางานการเมืองไดจริงและปราศจากการทุจริตคอรรัปชันบริหารประเทศดวยความซื่อสัตย สุจริต โปรงใส พรอมที่จะเปนที่พึ่งและรับฟงความคิดเห็นของประชาชนทุกหมูเหลา หมวด ๓นโยบายพรรครักแผนดินแมขอ ๙ นโยบายดานการเมืองการปกครอง(๑) เชิดชูและธํารงไวซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริยพรรครักแผนดินแม เปนพรรคการเมืองที่เกิดขึ้นเพื่อสรางโอกาสใหกับคนรุนใหมหลากหลายอาชีพมาเปนนักพัฒนาที่มีความรูความสามารถ และประสบการณ ตองการเขามามีสวนรวมในการพัฒนาประเทศชาติ โดยยึดหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข โดยมุงเนนการคัดเลือกและพัฒนาบุคลากรที่จะเขามาทํางานใหเปนคนดี มีศีลธรรมซื่อสัตย สุจริต และยึดมั่นใน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย และเปนบุคคลที่เสียสละ รับใชประเทศชาติและประชาชนทุกคน หนา ๗๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ (๒) สงเสริมการกระจายอํานาจสูทองถิ่น ยกระดับการบริการภาครัฐใหตอบสนองการพัฒนาประเทศอยางแทจริงพรรครักแผนดินแม มีนโยบายปรับแนวคิดใหมในการบริหารงานภาครัฐปรับเปลี่ยนทัศนคติในการทํางาน ปรับโครงสรางการบริหาร สงเสริมการกระจายอํานาจ ลดการซ้ําซอนของหนวยงานของรัฐในพื้นที่ เพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาและการบริการประชาชนของหนวยงานของรัฐใหครอบคลุมและเชื่อมโยงกันมากขึ้น ยึดประโยชนประชาชนเปนที่ตั้ง ลดขนาดองคกรที่ใหญโตของภาครัฐใหเล็กลง แตมีประสิทธิภาพและทันสมัยมากยิ่งขึ้น ปรับเปลี่ยนจากการควบคุมมาเปนสนับสนุนภาคเอกชน และประชาชนใหไดรับความสะดวกและประโยชนสูงสุด ในขณะเดียวกันขาราชการและผูที่ทํางานใหรัฐตองมีเกียรติ มีสวัสดิการและรายไดที่มั่นคงเพียงพอ(๓) สงเสริมและกระตุนใหภาคเอกชน ปฏิรูปและเพิ่มประสิทธิภาพการดําเนินงานเพื่อใหทันตอการเปลี่ยนแปลงในอนาคตพรรครักแผนดินแม ตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของสังคมและเทคโนโลยีพรรคจึงมีนโยบายใหภาครัฐปรับเปลี่ยนและแกไขกฎหมายเพื่อเอื้อใหภาคเอกชนไดมีความคลองตัวในการปรับตัวเขากับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ทั้งในดานเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การพาณิชยกรรมการขนสง การบริการ การลงทุน การคาสมัยใหม เพื่อสนับสนุนใหเกิดอํานาจในการแขงขันกับตางประเทศไดอยางเทาเทียม(๔) มุงเนนการบริหารงานอยางมีธรรมาภิบาลและความเทาเทียม บังคับใชกฎหมายอยางเปนธรรม สรางมาตรฐานที่ดีใหกับสังคมยึดหลักความเสมอภาคในสังคม ไมเลือกปฏิบัติและไมสงเสริมการมีอภิสิทธิชน ประชาชนทุกคนตองไดรับการปฏิบัติอยางเปนธรรมและเทาเทียมขอ ๑๐ นโยบายดานการศึกษาการพัฒนาการศึกษาของประเทศไทยเปนสิ่งสําคัญในการสรางความเจริญรุงเรืองและพัฒนาประเทศในระยะยาว พรรครักแผนดินแมจะใหการสนับสนุนใหการศึกษากับผูดอยโอกาสทางการศึกษาไดรับโอกาสเรียนถึงระดับอุดมศึกษา วางรากฐานการศึกษาใหกับผูดอยโอกาส เชนจัดสรรทุนการศึกษา และปจจัยที่จําเปนเพื่อชวยเหลือตั้งแตระดับอนุบาลจนถึงระดับมัธยมปลายหรือทุนระดับอุดมการณศึกษาและเนนการศึกษาใหตรงตามความตองการและความถนัดของประชาชนเพื่อเพิ่มศักยภาพของทรัพยากรมนุษย หนา ๗๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ ในระดับปริญญาตรีพรรครักแผนดินแมจะสงเสริมใหประชาชนเขาถึงโอกาสในการศึกษาใหมากขึ้นโดยจัดรูปแบบและบริหารเงินกองทุนเพื่อการศึกษาใหมีประสิทธิภาพมากขึ้นเปดโอกาสใหประชาชนที่มีรายไดนอยไดมีโอกาสศึกษาโดยไมตองเสียคาใชจายใด ๆ สงเสริมใหเกิดการเรียนตามอัธยาศัยและการเรียนรูตลอดชีวิตของผูที่สนใจและไมมีโอกาสเรียนในระบบปกติ โดยจําแนกรูปแบบ ดังนี้(๑) โครงการสงเสริมการศึกษาภาคบังคับใหเรียนฟรีจนถึงระดับมัธยมปลายหรือระดับอุดมศึกษา รวมทั้งสิ้นไมเกิน ๑๕ ปการศึกษาในโรงเรียนรัฐบาล ทั้งเด็กปกติ เด็กพิเศษและเด็กพิเศษ โดยไมตองเสียคาใชจายใด ๆ ทั้งสิ้น รวมถึงคาเสื้อผาและอุปกรณการศึกษาทั้งหมดแตอยางใด เพื่อเปนการเปดโอกาสใหคนยากจนไดมีรากฐานทางการศึกษาที่ดี(๒) นักเรียนในโครงการตามนโยบายสามารถศึกษาตอในระดับปริญญาตรีจนจบโดยไมเสียคาใชจายหรือกูเงินกองทุนเพื่อการศึกษาแตอยางใด เพียงแตปฏิบัติตามแนวโครงการที่วางไว(๓) สงเสริมใหนักศึกษาไดมีรายไดระหวางการศึกษาในทุกระดับโดยสนับสนุนใหเกิดโครงการจางงานนักศึกษาเปนรายชั่วโมงในหนวยงานรัฐและเอกชน (ทดแทนการฝกงาน)(๔) สรางเครือขายการสอนทางระบบออนไลนเพิ่มเติม เพื่อใหนักเรียนไดเรียนรูและไดรับประสบการณอยางเทาทัน(๕) สงเสริมขาราชการครูไทยใหเปน “ครูสมารท” ปรับลดภาระครูในการรับผิดชอบดานอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากการสอนหนังสือ อบรมและพัฒนาครูไทยใหทันตอเทคโนโลยียุคปจจุบันเพื่อเชื่อมโยงกับการเรียนการสอนที่เนนการใชเครื่องมือและเทคโนโลยีในอนาคต และใหเลื่อนระดับไดถึงครูชํานาญการพิเศษโดยตําแหนงไมตองทําผลงานประเมิน โดยใหเลื่อนระดับตามอายุราชการ(๖) จัดสรรงบประมาณจางครูตางชาติ ๑ อัตรา ตอ ๑ โรงเรียนรัฐในชนบทเพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและพัฒนาการทางดานภาษาของนักเรียนในพื้นที่หางไกลใหมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นสรางโรงเรียน ๒ ภาษาในระดับอําเภออยางนอย ๑ โรงเรียน(๗) โครงการเรียนฟรีจนจบปริญญาตรี ในระบบออนไลน ซึ่งสภาวะปจจุบันมีเด็กนักเรียนนักศึกษาที่ดอยโอกาสไมสามารถไปเรียนตามภาคปกติได จึงจัดโครงการใหเด็กดอยโอกาสที่มีความสามารถใชโปรแกรมเรียนฟรีในระบบออนไลนจนจบปริญญาตรีโดยมีสิทธิ์เทาเทียมกับเด็กนักเรียนนักศึกษาภาคปกติ หนา ๗๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๑๑ นโยบายดานการเกษตรพรรครักแผนดินแมใหความสําคัญตออาชีพเกษตรกรรมเพราะเปนอาชีพหลักของประชาชนชาวไทย ดังนั้น จึงตองใหเกษตรกรมีความอยูดีกินดี และทําใหราคาผลผลิตการเกษตรมีราคาดี พรรครักแผนดินแมจะสรางระบบบริหารราคาผลผลิตทางการเกษตรใหสอดคลองกับการผลิตและความตองการของตลาด จัดใหมีการจัดทํากองทุนประกันราคาผลผลิตทางการเกษตรทุกชนิดและตองประกันความเสียหายอันเกิดจากภัยธรรมชาติใหกับเกษตรกร สรางรากฐานการผลิตโดยการลดตนทุนการผลิต จัดหาพันธุพืชใหเกษตรกรเพาะปลูก ในราคาที่เหมาะสม หามการผูกขาดหรือกักตุนเมล็ดพันธุทางการเกษตร สงเสริมเกษตรกรรมใหทั่วถึง ดังนี้(๑) บริหารจัดการน้ําใหเพียงพอตอการเกษตร โดยจัดงบประมาณขุดสรางอางเก็บน้ําในพื้นที่วางเปลาของทางราชการ สรางระบบชลประทานชุมชน บริหารจัดการน้ําในพื้นที่แหงแลงใหแตละตําบลมีระบบชลประทานของตัวเอง สรางโครงการผันน้ําจากปลายแมน้ําที่จะไหลออกนอกประเทศหรือลงทะเลสูบกลับยอนเขามาในประเทศใหมากที่สุด โดยไมปลอยใหไหลออกนอกประเทศโดยเสียเปลาสรางระบบสงน้ําทางทอสําหรับพื้นที่หางไกล สนับสนุนใหมีน้ําเพียงพอตอการเพาะปลูกในพื้นที่เหมาะสมตองสามารถเพาะปลูกไดตลอดป พรอมทั้งสนับสนุนใหแตละชุมชนใชระบบพลังงานทดแทนอื่น ๆ เชนโซลาฟารม พลังงานลม เพื่อนํามาชวยสําหรับพื้นที่ที่การไฟฟาเขาไมถึง สงเสริมระบบไฟฟาเพื่อการเกษตรและความมั่นคงในระบบไฟฟาปลายสาย เพื่อใหผูที่อยูหางไกลไดมีไฟฟาเพื่อการเกษตรอยางพอเพียง (๒) สนับสนุนการจัดการการใชประโยชนในที่ดินใหสอดคลองกับความเปนจริงปรับผังเมืองใหตอบสนองความเจริญและการพัฒนา คํานึงถึงผลกระทบกับสิ่งแวดลอมอยางจริงจัง นําที่ดินที่หนวยงานราชการถือครองและไมไดใชประโยชนมาใชใหเกิดประโยชนสูงสุดตอการพัฒนาประเทศ(๓) สนับสนุนการปลูกพืชเพื่อการปศุสัตว การปลูกปาเศรษฐกิจ การปลูกพืชเศรษฐกิจตัวใหมที่ตลาดตองการ เชน ลูกเดือย มะรุม ชะอม โกโก กาแฟ อินทผาลัมและพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ เพื่อใหไทยเปนแหลงปลูกพืชของโลกอยางแทจริง(๔) สนับสนุนการเพาะเลี้ยงสัตวเศรษฐกิจตัวใหมใหมีความหลากหลายและตรงตามตลาดตองการ เชน ไกบาน ไกเนื้อ เปด แพะ แกะ ไกงวง วัวเนื้อ หมูปาและอื่น ๆหนา ๗๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ (๕) สนับสนุนงบประมาณสรางโรงสีขาวชุมชน เครื่องอบขาวชุมชน สรางโกดังชุมชนลานตากขาว และจัดหาตลาดกลาง ทุกตําบล ในพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อรวบรวมผลผลิตและเพื่อกําหนดราคาขาวในตลาด เพื่อชะลอใหขาวออกจากมือเกษตรกรใหชาลง สงเสริมใหราคาขาวอยูในมือเกษตรกรมากขึ้น(๖) จัดสรรที่ดินของรัฐ นําที่ดินปาเสื่อมโทรมและที่ดินที่หนวยงานราชการถือครองโดยไมใชประโยชนมาจัดสรรการใชประโยชนสาธารณะ เชน ทําอางเก็บน้ํา ทําระบบชลประทานทําปาสาธารณะและปาปลูกเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว นําที่ดินเสื่อมโทรมมาพัฒนาใหชาวเกษตรกรไดทําการเกษตรตามเงื่อนไขและอยูในกรอบของกฎหมายขอ ๑๒ นโยบายดานสงเสริมอาชีพพรรครักแผนดินแมสนับสนุนสรางอาชีพเสริมตาง ๆ ใหทุกชุมชนหมูบานและทองถิ่นทั่วประเทศ พรอมสงเสริมดานการตลาดโดยใชงบประมาณจากหนวยงานของรัฐ เชน วิสาหกิจชุมชนกลุมอาชีพมีฝมือ กลุมอาชีพแมบาน กลุมอาชีพเฉพาะพื้นที่ เพื่อจัดอบรมใหความรู ความเขาใจในการผลิตสินคาและสรางรายไดในชุมชนหมูบานและทองถิ่นของตนเอง สามารถเลี้ยงดูครอบครัวไดเปนรายไดเสริมในครัวเรือน สรางฐานขอมูลสินคาชุมชนเพื่อไมใหเกิดการผลิตสินคาที่ซ้ําซอนและเพื่อกระจายสินคาออกสูตลาดใหกวางขึ้นขอ ๑๓ นโยบายดานเศรษฐกิจพรรครักแผนดินแมสงเสริมใหพัฒนาระบบธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดยอม ขนาดกลางขนาดใหญ โดยใหยึดหลักความเหมาะสมเปนจุดเริ่มตน และมีหนวยงานรัฐเปนที่ปรึกษาดานการลงทุนใหความรูเชิงวิชาการและดานการเงินกับธุรกิจทุกประเภท สงเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพการคาในระดับประเทศและระหวางประเทศใหเขมแข็งมากขึ้น สงเสริมการลงทุน ลดการผูกขาดสัมปทานที่ไมเปนธรรมและใหสิทธิพิเศษทางการคาอยางเปนธรรมและเทาเทียม และนอกจากนี้พรรครักแผนดินแมสงเสริมโครงการการขุดคลองไทยเพื่อสรางรายไดและเศรษฐกิจที่ดีขึ้นขอ ๑๔ นโยบายดานแรงงานและสวัสดิการสังคมพรรครักแผนดินแม ตระหนักถึงปญหาแรงงานในปจจุบัน เนื่องจากมีประชากรวางงานจํานวนมาก พรรครักแผนดินแม สงเสริมใหประชาชนทุกคนมีอาชีพทั้งอาชีพที่รัฐจัดหาและอาชีพจากภาคเอกชน พรรครักแผนดินแม จึงมีแนวคิดใชสาขาพรรคในทุกจังหวัดในการจัดหาอาชีพหนา ๗๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ ใหกับประชาชน จัดใหเปนที่อบรมอาชีพตาง ๆ เปนตลาดนัดแรงงานออนไลนและเปนสถานที่พบปะแรงงานและผูประกอบการรายชั่วโมงเพื่อจัดหางานใหกับประชากรที่วางงาน ทั้งรายเดือน รายวัน และรายชั่วโมงและจัดอบรมใหความรูความเขาใจในการประกอบอาชีพตาง ๆ เพื่อสงเสริมทักษะในการพัฒนาอาชีพและเพื่อเปนกลไกสําคัญในการกระจายงานไปยังทองถิ่น สรางแรงงานดานบริการใหเพิ่มขึ้น สนับสนุนใหแรงงานไทยที่มีฝมือออกสูตลาดโลกใหมากขึ้นโดยการควบคุมดูแลของรัฐอยางรัดกุม พรรครักแผนดินแมมีนโยบายสงเสริมแรงงานไทย ดังนี้(๑) ผลักดันการเพิ่มรายไดขั้นต่ําของแรงงานในแตละจังหวัดแบบอัตรากาวหนาโดยคิดเพิ่มทั้งรายวันและรายชั่วโมงในแตละพื้นที่ตามความเหมาะสม(๒) ยกระดับกลุมแรงงานรายวันใหเปนแรงงานรายเดือนโดยยึดตามประสบการณทํางานในสายอาชีพเปนเกณฑ(๓) สนับสนุนใหเกิดการจางงานรายชั่วโมงใหกระจายตัวเพิ่มมากขึ้น สรางโครงขายการจางงานผานสื่ออิเล็กทรอนิกสในพื้นที่ใกลเคียง ใหสิทธิพิเศษทางภาษีใหกับผูประกอบการที่จางงานเปนรายชั่วโมงมากขึ้น(๔) เพิ่มคาตอบแทน เบี้ยเลี้ยง คาความเสี่ยง เพิ่มสวัสดิการใหทหาร ตํารวจและเจาหนาที่อื่นของรัฐใหไดรับคาตอบแทนอยางเปนธรรม เพิ่มคาตอบแทนผูชวยเจาหนาที่รัฐเพิ่มมากขึ้นเชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบาน (อสม.) ชุดรักษาความปลอดภัยหมูบาน (ชรบ.)และอาสาสมัครอื่น ๆ ตามความเหมาะสม(๕) จัดทําระบบแรงงานตางดาวใหเกิดความคลองตัวรวดเร็วในการขออนุญาตแรงงานตางดาวเขาประเทศที่สามารถทํางานในประเทศไทยไดรวมถึงสวัสดิการประกันสุขภาพและความเปนอยูที่ดีขึ้น(๖) ยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพของยาสวัสดิการประกันสังคมและสิทธิการรักษาพยาบาลเพิ่มมากขึ้น (๗) เพิ่มเงินผูสูงอายุใหเพียงพอตอการดํารงชีวิตเพื่อใหผูสูงอายุและคนพิการไดมีรายไดไมเปนภาระตอลูกหลาน คัดกรองผูสูงอายุเพื่อนําเขาสูโครงการ “อาชีพใหมหลังวัยเกษียณ”สรางงานและสรางอาชีพรองรับผูสูงอายุเพื่อลดการพึ่งพาและชะลอการออกจากตลาดแรงงานของผูสูงอายุหนา ๗๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ (๘) เพิ่มเงินชวยเหลือเด็กแรกเกิดจนถึงอายุ ๓ ป โดยพิจารณาจากครอบครัวที่มีรายไดนอย (๙) ยกเลิกการคํานวณบํานาญแบบเดิมเงินเดือนสุดทาย คูณอายุราชการหารดวยหาสิบแกไขเปนเงินเดือนสุดทายคูณดวยอายุราชการ หารดวยสามสิบหาหรือสี่สิบและกรณีขาราชการบํานาญเสียชีวิตใหตกทอดแกคูสมรสที่จดทะเบียนสมรส แตหากคูสมรสมีคูสมรสใหมที่จดทะเบียนสมรสหรือคูสมรสเสียชีวิตแลว ใหยุติการจายบํานาญ(๑๐) จัดตั้งกองทุนแรงงาน เพื่อชวยเหลือประชาชนกลุมผูใชแรงงานที่มีรายไดนอยเชน กลุมแรงงานรายวัน กลุมเกษตรกร ที่ไมสามารถกูยืมเงินกับธนาคารพาณิชยไดจึงตั้งกองทุนแรงงานเพื่อชวยเหลือในการปลอยวงเงินกูดอกเบี้ยต่ํา พรอมจัดอบรมในการประกอบอาชีพตาง ๆ เพื่อพัฒนาการสรางอาชีพและสรางรายไดในครัวเรือนได(๑๑) ลบประวัติเครดิตบูโร ในปจจุบันประชาชนที่กูเงินธนาคารพาณิชยในระบบสินเชื่อตาง ๆ เชน สินเชื่อบาน สินเชื่อรถ สินเชื่อสวนบุคคล สินเชื่อเพื่อการเกษตร สินเชื่อเพื่อการศึกษา สินเชื่อธุรกิจตาง ๆ และอื่น ๆ ฯลฯ ในชวงที่เศรษฐกิจตกต่ํา ทําใหการชําระหนี้ลาชาทําใหมีประวัติการชําระปรากฏอยูในระบบเครดิตบูโร จึงทําใหมีผลตอการพิจารณาอนุมัติวงเงินสินเชื่อในครั้งตอไป ทางพรรครักแผนดินแมจึงมีนโยบายใหลางและลบประวัติเครดิตบูโรในระบบทันทีที่ชําระหมดสิ้นขอ ๑๕ นโยบายดานการทองเที่ยวและการกีฬาดานการทองเที่ยว(๑) จัดใหมีแหลงทองเที่ยวในแตละชุมชนหรือในแตละหมูบาน สรางพิพิธภัณฑหมูบานและแหงเรียนรูทางวัฒนธรรม สรางชุมชนแหลงทองเที่ยวทางการเกษตรสงเสริมใหชุมชนไดมีแหลงทองเที่ยวของตนเอง นําสิ่งที่มีในชุมชน เชน สถานที่ การแตงกาย ภาษาถิ่น การแสดง การละเลน อาหารประเพณี และวัฒนธรรมทองถิ่นที่สวยงามและแตกตางกันในแตละทองถิ่นมาเปนจุดขายในแตละชุมชนเพื่อเปนการกระจายรายไดใหถึงประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ใหประชาชนในชุมชนไดมีสวนรวมและเกิดรายไดจากการทองเที่ยวนั้น ๆ(๒) สงเสริมและยกระดับแหลงทองเที่ยวตามธรรมชาติในแตละจังหวัดใหไดรับความนิยมมากขึ้น สรางแหลงทองเที่ยวใหมีความหลากหลายและครอบคลุม ยกฐานะเมืองทองเที่ยวรองหนา ๗๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ ใหเปนเมืองทองเที่ยวหลัก จัดการการคมนาคมใหเขาถึงไดอยางสะดวก จัดเทศกาลการทองเที่ยวขนาดใหญในแตละจังหวัดหมุนวนไปตลอดป สรางการรับรูในระดับประเทศและระดับโลก เพิ่มกลุมลูกคาในตลาดเกิดใหมใหมากที่สุด (๓) เพิ่มรูปแบบการทองเที่ยวใหมากขึ้น เชน การทองเที่ยวเพื่อสุขภาพ การทองเที่ยวเพื่อการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม การทองเที่ยวเพื่อการคา การทองเที่ยวเพื่อการศึกษา จัดรูปแบบการทองเที่ยวที่เชื่อมโยงกับกลุมประเทศเพื่อนบานใหมากขึ้นดานการกีฬาสงเสริมและผลักดันใหแตละชุมชนไดตระหนักถึงประโยชนของกีฬาและการออกกําลังกายสงเสริมใหชุมชนมีพื้นที่เลนกีฬาอยางทั่วถึง นํากีฬาพื้นบานมาพัฒนาใหไดรับความนิยมทั้งระดับสมัครเลนและอาชีพ พรอมกับสงเสริมสวัสดิการนักกีฬาใหเหมาะสมขอ ๑๖ นโยบายดานสาธารณสุขพรรครักแผนดินแม ใหความสําคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกทองถิ่นจึงมีนโยบาย ดังนี้ (๑) จัดใหประชาชนไดเขาถึงบริการทางการแพทยอยางทั่วถึง เพิ่มแพทยอาสาลงตรวจสุขภาพและรักษาโรคในทองถิ่นหางไกลความเจริญ เพิ่มชองทางการพบแพทยเฉพาะทางทางออนไลน ลดขั้นตอนและความแออัดในโรงพยาบาลของรัฐ(๒) จัดหาเครื่องมือและอุปกรณทางการแพทยที่ทันสมัยใหโรงพยาบาลของรัฐอยางเพียงพอ เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาประชาชนใหมากขึ้น จัดใหมีโรงพยาบาลเฉพาะทางหรือเฉพาะกลุมโรคในแตละพื้นที่(๓) เพิ่มประสิทธิภาพโครงการหลักประกันสุขภาพถวนหนา (๓๐ บาทรักษาทุกโรค)ยกเลิกขั้นตอนยุงยาก ไมตองทําหนังสือสงตัว ใชบัตรประจําตัวประชาชนเปนหลัก ใหผูอํานวยการโรงพยาบาลของรัฐทุกแหงเปนตัวแทนรัฐบาลดูแลสุขภาพของประชาชน รับโอนงบประมาณโดยตรงจากกระทรวงสาธารณสุขปรับปรุงหนวยงานสํานักงานหลักประกันสุขภาพแหงชาติ (สปสช.) ใหตอบสนองการบริหารงานบริการและการรักษาพยาบาลประชาชนใหมีประสิทธิภาพมากขึ้นหนา ๗๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ (๔) ผลิตบุคลากรทางการแพทยใหเพียงพอ เพิ่มโอกาสการเขาเรียนหมอและพยาบาลวิชาชีพใหมากขึ้น ใหคาตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสมเพื่อปองกันการออกจากระบบราชการของบุคลากรทางการแพทย(๕) จัดใหทุกโรงพยาบาลของรัฐมีพื้นที่สําหรับญาติผูปวยใหเพียงพอและเหมาะสมโดยคํานึงถึงความปลอดภัยและสุขอนามัยสวนรวมขอ ๑๗ นโยบายดานคมนาคมพรรครักแผนดินแม มุงเนนพัฒนาการขนสงในทุกทาง เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเดินทางและการขนสงสินคา ดังนี้(๑) สนับสนุนใหเกิดการเดินทางดวยอากาศยานอยางแพรหลาย แกไขกฎหมายที่เปนอุปสรรคในการเดินอากาศ สนับสนุนใหประชาชนไดเขาถึงการเดินทางดวยความสะดวก จัดใหมีสนามบินในแตละภูมิภาคอยางพอเพียง สนับสนุนใหเกิดอุตสาหกรรมการบินและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวของสนับสนุนใหเกิดการขนสงและลดตนทุนในการขนสงทางอากาศ เปดโอกาสใหเอกชนไดเขามาลงทุนในอุตสาหกรรมการบินและขนสงใหมากขึ้น สงเสริมใหใชประโยชนในสนามบินเมืองรองใหมากขึ้นสรางโครงขายการเดินทางและขนสงดวยอากาศยานใหครอบคลุมทั้งประเทศ(๒) สนับสนุนรถยนตพลังงานไฟฟาและพลังงานสะอาดอื่น ๆ ลดภาษีนําเขาใหสิทธิพิเศษในการลงทุนนํารถพลังงานสะอาดมาใชเปนรถขนสงสาธารณะ ควบคุมและสั่งการดวยเทคโนโลยีสมัยใหมเพื่อยกระดับการบริการขนสงสาธารณะเพื่อความสะดวก ตรงเวลาและความปลอดภัยของผูโดยสาร (๓) สนับสนุนการวางโครงขายรถรางไฟฟาและพัฒนาระบบรางในจังหวัดที่เปนเมืองใหญเพื่อจัดการการขนสงใหมีประสิทธิภาพและยกระดับการบริการสาธารณะ(๔) ขยายโครงการรถไฟฟาความเร็วสูงไปยังจังหวัดที่เปนเมืองใหญที่สําคัญเชื่อมโยงการขนสงระหวางประเทศใหรวดเร็วและปลอดภัย(๕) สนับสนุนการใชรถสาธารณะ จัดที่จอดรถสวนตัวใหเพียงพอ สรางแรงจูงใจใหเกิดการใชรถสวนตัวใหนอยที่สุด จัดการการจราจรในเมืองใหญใหเปนระบบ บริหารจัดการการจราจรใหเชื่อมโยงดวยระบบการบริหารการจราจรดวยเทคโนโลยีสมัยใหมและควบคุมสั่งการอยางมีประสิทธิภาพหนา ๗๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๑๘ นโยบายดานอุตสาหกรรมพรรครักแผนดินแมสนับสนุนสงเสริมการลงทุนการผลิตในภาคอุตสาหกรรม ทั้งธุรกิจขนาดใหญ ธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดยอม ตลอดจนวิสาหกิจชุมชน เพื่อใหผูประกอบการทุกภาคสวนมีความเขมแข็งตั้งแตชุมชนจนถึงระดับประเทศ ใหสิทธิพิเศษและแรงจูงใจในการลงทุนในพื้นที่พิเศษจัดโซนนิ่งและกลุมเมืองเขตอุตสาหกรรมพิเศษ เพิ่มศักยภาพใหผูประกอบการใหแขงขันในระดับโลกไดขอ ๑๙ นโยบายดานกฎหมายและความยุติธรรมพรรครักแผนดินแม สงเสริมใหบังคับใชกฎหมายอยางเปนธรรมและเทาเทียมกับประชาชน โดยคํานึงถึงสิทธิและความเสมอภาคของประชาชนและจัดตั้งหนวยงานใหความชวยเหลือทางดานกฎหมายกับประชาชน จัดตั้งองคกรตรวจสอบหนวยงานของรัฐที่เขมแข็ง เพื่อสรางความเปนธรรมและยุติธรรมแกประชาชนอยางเทาเทียมกันทุกคน และปรับปรุงแกไขกฎหมายทุกฉบับที่ลาสมัยใหสอดคลองกับสถานการณยุคปจจุบันขอ ๒๐ นโยบายดานความมั่นคงพรรครักแผนดินแม ไดเล็งเห็นถึงปญหาคุกคามตอความมั่นคงที่สงผลกระทบตอประชาชนและประเทศชาติ ภัยคุกคามจากการคายาเสพติด การกอการราย และอาชญากรรมตาง ๆพรรคจึงสนับสนุนใหเพิ่มมาตรการการรักษาความปลอดภัยในทุกพื้นที่อยางเขมแข็ง สรางหนวยงานที่ดูแลความปลอดภัยอยางเปนระบบ นําเทคโนโลยีเขามาสนับสนุนการทํางานอยางมีประสิทธิภาพและการวางโครงขาย การรักษาความปลอดภัยในเชิงรุก สรางความตื่นตัวและการมีสวนรวมของประชาชนในการใหความรวมมือกับภาครัฐมากขึ้นขอ ๒๑ นโยบายดานตางประเทศพรรครักแผนดินแม เรงฟนฟูบทบาทระหวางประเทศ เสริมสรางมิตรภาพในทุกระดับวางตัวเปนกลางในความขัดแยงใด ๆ และเปนมิตรกับทุกประเทศ(๑) สงเสริมการคาระหวางประเทศในกลุมประเทศตลาดใหม เรงเปดความสัมพันธทางการคาในกลุมประเทศตลาดใหมมากขึ้น สงออกสินคาและบริการของไทยทั้งรูปแบบการคาขายและการใหเปลา หนา ๗๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ (๒) สนับสนุนใหมีการสงออกวัฒนธรรมการบริโภคสินคาไทยไปในทุกภูมิภาคของโลกใหมีหนวยงานตัวแทนประเทศไทยในการชวยเหลือทางดานอาหารและการแพทยแบบใหเปลา(๓) สนับสนุนการแลกเปลี่ยนสินคาระหวางประเทศกับสินคาทางการเกษตรของไทยใหแพรหลาย (๔) สนับสนุนการนําเขาและสงออกใหมีความคลองตัวมากขึ้น ลดกําแพงภาษีและใหสิทธิพิเศษกับประเทศเพื่อนบานเมื่อขนสงสินคาผานทาเรือหรือชองทางการสงออกของไทย(๕) ใหการสนับสนุนและการชวยเหลือประเทศที่ประสบภัยพิบัติตาง ๆ อยางทั่วถึงทั้งดานอาหาร การแพทยและการกูภัยสาธารณะขนาดใหญขอ ๒๒ นโยบายดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมพรรครักแผนดินแม ใหความสําคัญกับปญหาความไมสมดุลของธรรมชาติทําใหเกิดภัยธรรมชาติ เชน น้ําทวม แผนดินยุบ ปาไมถูกทําลาย อากาศเปนพิษ พื้นดินถูกทําลายตองฟนฟูสังคมชุมชน ใหมีความเขมแข็งและสามารถรักษาผลประโยชนของสวนรวมไว เชน เรงฟนฟูปาไมปรับปรุงสภาพดิน ดูแลตนน้ําอยางเปนระบบดวยหลักวิชาการสมัยใหม การบริหารจัดการน้ําและบริหารจัดการทรัพยากรแรธาตุ กาซ น้ํามัน และพลังงานทดแทนใหเกิดประโยชนสูงสุดกับประเทศชาติและประชาชนขอ ๒๓ นโยบายดานวัฒนธรรมและศาสนาพรรครักแผนดินแม สนับสนุนและอนุรักษขนบธรรมเนียมประเพณีทางดานวัฒนธรรมไทยในทุก ๆ ดาน ดํารงไวใหเปนเอกลักษณประจําทองถิ่นนั้น ใหนานาประเทศรับรูถึงความสวยงามของวัฒนธรรมไทยรวมถึงใหความสําคัญศาสนาทุกศาสนาในประเทศไทยขอ ๒๔ นโยบายดานเพศเสรีปจจุบันประเทศไทยมีความหลากหลายทางเพศมากขึ้น หรือมีเพศทางเลือกจํานวนมากพรรครักแผนดินแม จึงใหความสําคัญกับความหลากหลายทางเพศ จึงมีนโยบายเปดโอกาสใหมีการเลือกเพศแหงตนอยางเสรี การแตงงานและการจดทะเบียนสมรสระหวางเพศเดียวกันสามารถทําไดและไดรับสิทธิคุมครองตามกฎหมาย มีสิทธิและศักดิ์เทาเทียมกันทุกเพศ เชนเดียวกับการแตงงานระหวางชายกับหญิงเพื่อใหสอดคลองกับยุคปจจุบัน ตลอดจนการปฏิบัติในทางกฎหมายอื่น เชน เอกสารการรับรองหนา ๘๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ การแตงงานเพศเดียวกัน การรับมรดกระหวางคูสมรสเพศเดียวกัน การไดรับสวัสดิการของคูสมรสเพศเดียวกันขอ ๒๕ นโยบายคนไทยเทาเทียมกลุมชาติพันธุตองเพิ่มสิทธิ์ สนับสนุนใหประชาชนที่อาศัยอยูในประเทศไทยและยังไมไดสิทธิการเปนคนไทยไดสิทธิเพิ่มมากขึ้นโดยไมมีผูใดตกหลน สนับสนุนใหมีตัวแทนของกลุมชาติพันธุนั้น ๆ ไดมีบทบาทในสังคมมากขึ้น สนับสนุนสังคมพหุวัฒนธรรมของกลุมชาติพันธุตาง ๆเพิ่มสิทธิพลเมืองพื้นที่สูงและกลุมชาติพันธุใหมีสิทธิในการทํางาน การเขารับราชการและการเขาถึงการบริการของรัฐ การเขาถึงสิทธิการรักษาพยาบาลอยางทั่วถึงหมวด ๔โครงสรางการบริหารพรรคการเมือง และตําแหนงตาง ๆ ในพรรครักแผนดินแมสวนที่ ๑โครงสรางการบริหารพรรครักแผนดินแมขอ ๒๖ โครงสรางของพรรครักแผนดินแม ประกอบดวย(๑) คณะกรรมการบริหารพรรค(๒) คณะกรรมการสาขาพรรค(๓) ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดสวนที่ ๒คณะกรรมการบริหารพรรครักแผนดินแมขอ ๒๗ ใหมีกรรมการคณะหนึ่งเปนคณะกรรมการบริหารพรรครักแผนดินแม มีจํานวนไมนอยกวา ๑๑ คน แตไมเกิน ๙๙ คน ประกอบดวย(๑) หัวหนาพรรค(๒) รองหัวหนาพรรค(๓) เลขาธิการพรรค(๔) รองเลขาธิการพรรค(๕) เหรัญญิกพรรค หนา ๘๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ (๖) ผูชวยเหรัญญิกพรรค(๗) นายทะเบียนสมาชิกพรรค(๘) ผูชวยนายทะเบียนสมาชิกพรรค(๙) โฆษกพรรค(๑๐) รองโฆษกพรรค(๑๑) กรรมการบริหารพรรคขอ ๒๘ การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคใหดําเนินการในที่ประชุมใหญพรรคโดยการลงคะแนนลับตามลําดับ ดังนี้(๑) ใหที่ประชุมใหญกําหนดจํานวนของคณะกรรมการบริหารพรรคตามขอ ๒๗(๒) ใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคจนครบจํานวนตามที่กําหนดใน (๑) ซึ่งในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนง ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวาสิบคน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อตองอยูในที่ประชุมขอ ๒๙ กรรมการบริหารพรรคตองเปนสมาชิกพรรค อายุไมต่ํากวา ๒๐ ป มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละ ๔ ป นับแตวันที่ที่ประชุมใหญพรรคเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมขอ ๓๐ ประธานสภาผูแทนราษฎรและรองประธานสภาผูแทนราษฎรจะเปนกรรมการบริหารพรรคมิไดขอ ๓๑ ความเปนกรรมการบริหารพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) อื่น ๆ ตามที่กฎหมาย หรือขอบังคับพรรคกําหนดเมื่อตําแหนงกรรมการบริหารพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเขาทําหนาที่แทน จนกวาจะมีการเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางซึ่งตองกระทําภายใน ๙๐ วัน นับแตวันที่ตําแหนงวางลงหนา ๘๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๓๒ กรรมการบริหารพรรครักแผนดินแมทั้งคณะพนจากตําแหนง เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ความเปนกรรมการบริหารพรรคของหัวหนาพรรค สิ้นสุดลงตามขอ ๓๑(๓) กรรมการบริหารพรรควางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดในกรณีกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๒) ใหรองหัวหนาพรรคตามลําดับทําหนาที่แทนหัวหนาพรรค ถาไมมีรองหัวหนาพรรคใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทน และใหเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะในกรณีกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะยกเวนตาม (๒) ใหเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม ภายใน ๔๕ วันนับแตวันที่กรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ ในกรณีที่มีเหตุใหกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมขอ ๓๓ คณะกรรมการบริหารพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายและขอบังคับพรรค มติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งตองกระทําดวยความรอบคอบ ระมัดระวัง และซื่อสัตยสุจริตเพื่อประโยชนของประเทศชาติและประชาชน(๒) ควบคุมและกํากับดูแลมิใหสมาชิกพรรคหรือผูดํารงตําแหนงในพรรคกระทําการในลักษณะที่อาจทําใหการเลือกตั้งหรือการเลือกมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ไมชอบดวยกฎหมายหรืออาจเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใดซึ่งสมัครเขารับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภา ไมวาโดยทางตรงหรือทางออม (๓) ใหความเห็นชอบในการจัดทําแผนหรือโครงการที่จะดําเนินกิจกรรมตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมือง(๔) ดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรคใหเปนไปตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมือง หนา ๘๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ (๕) บริหารการเงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดของพรรค และสาขาพรรคตลอดจนจัดทําบัญชีตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมืองใหถูกตองตามความเปนจริง(๖) ตรวจสอบและควบคุมมิใหมีการนําเงินหรือทรัพยสินของพรรคไปใชจายเพื่อการอื่นใดนอกจากที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมือง(๗) กรณีพรรคสิ้นสภาพความเปนพรรคการเมือง หรือยุบพรรคยังคงตองปฏิบัติหนาที่อยูจนกวาการชําระบัญชีจะแลวเสร็จ แตจะดําเนินกิจกรรมทางการเมืองในนามพรรคที่สิ้นสภาพความเปนพรรคหรือยุบพรรคมิได (๘) ออกกฎระเบียบและจัดตั้งหนวยงานตาง ๆ เพื่อปฏิบัติงานใหเปนไปตามนโยบายพรรคและขอบังคับพรรค(๙) ควบคุมไมใหพรรค และผูซึ่งพรรคสงเขาสมัครรับเลือกตั้งใชจายเกินวงเงินตามที่กฎหมายกําหนด(๑๐) เลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๑๑) กําหนดใหมีการประชุมใหญพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้ง และรายงานกิจกรรมดานตาง ๆ ตอที่ประชุมใหญพรรค(๑๒) แตงตั้งและถอดถอนผูปฏิบัติงานของพรรคในกิจการตาง ๆ ของพรรคและคณะทํางานเฉพาะกิจทั้งในสวนกลางและสวนภูมิภาค(๑๓) พิจารณาลงโทษสมาชิกพรรคขอ ๓๔ กรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนงมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) หัวหนาพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑.๑) เปนประธานของคณะกรรมการบริหารพรรคและเปนผูเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ตลอดจนดําเนินการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค(๑.๒) เปนผูเรียกประชุมใหญของพรรค หรือตามมติ หรือความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคและเปนประธานของที่ประชุมใหญพรรคตลอดจนดําเนินการประชุมใหญพรรค(๑.๓) เปนผูเรียกประชุมรวมระหวางคณะกรรมการบริหารพรรคกับสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรค และเปนประธานของที่ประชุม ตลอดจนเปนผูดําเนินการประชุมดังกลาวหนา ๘๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ (๑.๔) เปนผูลงนามประกาศ กฎระเบียบ มติของพรรคและคําสั่งพรรค(๑.๕) ในกรณีที่มีความจําเปนในการดําเนินการทางการเมืองใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของพรรคไดโดยความเห็นชอบของกรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้นและใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติพรรค(๑.๖) อํานาจอื่น ๆ ตามที่กําหนดไวในกฎหมาย และขอบังคับพรรค(๒) รองหัวหนาพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่หัวหนาพรรค หรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๓) เลขาธิการพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(๓.๑) เปนผูตรวจสอบและกํากับดูแลกิจการทั้งปวงของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมายและใหรับผิดชอบโดยตรงจากหัวหนาพรรคหรือผูทําหนาที่แทนหัวหนาพรรคในกิจการที่หัวหนาพรรคมอบหมายใหปฏิบัติ(๓.๒) เปนผูเสนอรายงานตอคณะกรรมการบริหารพรรค ที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรคและตอที่ประชุมใหญพรรค(๓.๓) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรค คณะที่ปรึกษาพรรค และสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรคและที่ประชุมใหญพรรค (๓.๔) เปนผูกํากับดูแลการบริหารงานของสํานักงานใหญพรรค(๔) รองเลขาธิการพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่เลขาธิการพรรค หรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๕) เหรัญญิกพรรค มีหนาที่ในการควบคุมรายรับ รายจายเงิน บัญชีทรัพยสินหนี้สินและงบการเงินของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด(๖) ผูชวยเหรัญญิกพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่เหรัญญิกพรรค หรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๗) นายทะเบียนสมาชิกพรรค มีหนาที่และอํานาจเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณสมบัติลักษณะตองหามของผูสมัครเขามาเปนสมาชิกพรรค และจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรค ใหตรงตามความเปนจริงหนา ๘๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ และตองใหสมาชิกพรรคตรวจดูไดโดยสะดวก ณ สํานักงานใหญของพรรค รวมทั้งประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวย เพื่อประโยชนในการตรวจสอบความถูกตอง(๘) ผูชวยนายทะเบียนสมาชิกพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่นายทะเบียนสมาชิกพรรคหรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๙) โฆษกพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(๙.๑) แถลงมติที่ประชุมของพรรคและแถลงกิจการตาง ๆ ของพรรค(๙.๒) ประชาสัมพันธงานของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๑๐) รองโฆษกพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่โฆษกพรรค หรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๑๑) กรรมการบริหารพรรค มีหนาที่และอํานาจเกี่ยวกับงานทั่ว ๆ ไปของพรรคสวนที่ ๓สาขาพรรคขอ ๓๕ ภายในหนึ่งปนับแตวันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรครักแผนดินแมตองดําเนินการใหมีสาขาพรรคในแตละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดอยางนอยภาคละหนึ่งสาขา โดยสาขาพรรคแตละสาขาตองมีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือเขตจังหวัดตั้งแตหารอยคนขึ้นไปขอ ๓๖ สมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือเขตจังหวัดใดตั้งแตหารอยคนขึ้นไป อาจจัดประชุมเพื่อดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองประกาศกําหนด โดยในการประชุมดังกลาวตองมีสมาชิกเขารวมไมนอยกวาหนึ่งรอยคนเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรค กําหนดสถานที่ตั้งสาขาพรรคและอื่น ๆ ตามที่ที่ประชุมกําหนดและเมื่อหัวหนาพรรคไดประกาศการจัดตั้งสาขาพรรคแลว ใหหัวหนาพรรคแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันประกาศจัดตั้งขอ ๓๗ คณะกรรมการสาขาพรรค มีจํานวนไมนอยกวา ๑๑ คน ประกอบดวย(๑) หัวหนาสาขาพรรค(๒) รองหัวหนาสาขาพรรค หนา ๘๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ (๓) เลขานุการสาขาพรรค(๔) รองเลขานุการสาขาพรรค(๕) เหรัญญิกสาขาพรรค(๖) ผูชวยเหรัญญิกสาขาพรรค(๗) นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค(๘) ผูชวยนายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค(๙) โฆษกสาขาพรรค(๑๐) รองโฆษกสาขาพรรค(๑๑) กรรมการสาขาพรรคขอ ๓๘ กรรมการสาขาพรรคตองเปนสมาชิกพรรค มีอายุไมต่ํากวา ๒๐ ป มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละ ๔ ป นับแตวันที่ประกาศคณะกรรมการสาขาพรรคขอ ๓๙ การเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคใหดําเนินการในที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคหรือที่ประชุมใหญสาขาพรรค โดยการลงคะแนนเปดเผยโดยการยกมือรับรอง แลวแตกรณี ดังนี้(๑) ใหที่ประชุมกําหนดจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคตามขอ ๓๗(๒) เลือกหัวหนาสาขาพรรคเปนลําดับแรกแลวเลือกตําแหนงอื่น ๆ จนครบตาม (๑)(๓) การเสนอชื่อบุคคลที่จะไดรับเลือกตั้งเปนคณะกรรมการสาขาพรรค จะตองมีผูรับรองไมนอยกวา ๒ คน ผูรับรองและผูใชสิทธิเลือกตั้งตองอยูในที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรค หรือที่ประชุมใหญสาขาพรรค แลวแตกรณีขอ ๔๐ คณะกรรมการสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรค ใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรค และมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๒) สงเสริมใหสมาชิก และประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทยหนา ๘๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ (๓) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศ และการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๔) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๕) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตาง และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(๖) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคการเมืองใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งขอ ๔๑ กรรมการสาขาพรรคแตละตําแหนงมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) หัวหนาสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑.๑) จัดใหมีบัญชีรับ และจายเงินของสาขาพรรค(๑.๒) จัดทําบัญชีรายชื่อพรอมที่อยูของสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาในเขตจังหวัดซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรค(๑.๓) เปนผูแทนของสาขาพรรค และเปนผูรับผิดชอบในกิจกรรมทั้งปวงของสาขาพรรค (๑.๔) เปนหัวหนาของคณะกรรมการสาขาพรรค เรียกประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค และเปนประธานการประชุม(๑.๕) เรียกประชุมใหญสาขาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสาขาพรรค และเปนประธานของที่ประชุม ตลอดจนดําเนินการประชุม(๑.๖) มีสิทธิยับยั้งมติคณะกรรมการสาขาพรรค หรือคณะกรรมการอื่น ๆที่คณะกรรมการสาขาพรรคจัดตั้งขึ้นเพื่อขอใหมีการทบทวนมติในกรณีความจําเปน แตทั้งนี้ตองไมเกินสามวันซึ่งหากพนกําหนดดังกลาวใหถือวามติของที่ประชุมนั้นมีผลใชบังคับหนา ๘๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ (๑.๗) ในกรณีที่มีความจําเปนในการดําเนินการทางการเมือง ใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของสาขาพรรคได โดยความเห็นชอบของกรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้นและใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติของสาขาพรรค(๑.๘) อํานาจอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด(๒) รองหัวหนาสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่หัวหนาสาขาพรรคมอบหมาย(๓) เลขานุการสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๓.๑) ตรวจสอบและกํากับดูแลกิจการทั้งปวงของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย และใหรับผิดชอบโดยตรงจากหัวหนาสาขาพรรคในกิจการที่หัวหนาสาขาพรรคมอบหมายใหปฏิบัติ (๓.๒) เสนอรายงานตอที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและที่ประชุมใหญสาขาพรรค (๓.๓) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและที่ประชุมใหญสาขาพรรค (๓.๔) กํากับดูแลการบริหารงานของสํานักงานสาขาพรรค(๔) รองเลขานุการสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่เลขานุการสาขาพรรคมอบหมาย (๕) เหรัญญิกสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจในการควบคุม รายรับ รายจายบัญชีทรัพยสิน หนี้สิน และงบการเงินของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคกําหนด(๖) ผูชวยเหรัญญิกสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่เหรัญญิกสาขาพรรคมอบหมาย (๗) นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจในการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครเขาเปนสมาชิกพรรค และจัดทําทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค(๘) ผูชวยนายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรคมอบหมาย หนา ๘๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ (๙) โฆษกสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๙.๑) แถลงมติที่ประชุมและกิจการตาง ๆ ของสาขาพรรค(๙.๒) ประชาสัมพันธงานของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย(๑๐) รองโฆษกสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่โฆษกสาขาพรรคมอบหมาย(๑๑) กรรมการสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่คณะกรรมการสาขาหรือหัวหนาสาขามอบหมายขอ ๔๒ ความเปนกรรมการสาขาพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) ครบวาระ(๕) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดเมื่อตําแหนงกรรมการสาขาพรรคการเมืองวางลงตาม (๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๕)ใหหัวหนาสาขาพรรคแตงตั้งกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเขาทําหนาที่แทน จนกวาจะมีการเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลง หากตําแหนงหัวหนาสาขาพรรควางลงตาม (๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) ใหรองหัวหนาสาขาพรรคลําดับตนทําหนาที่แทน ถาไมมีรองหัวหนาสาขาพรรค ใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทน และใหมีอํานาจเรียกประชุมใหญเพื่อเลือกตั้งหัวหนาสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วางภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงขอ ๔๓ กรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) กรรมการสาขาพรรควางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมดเมื่อคณะกรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ ใหหัวหนาสาขาพรรคมีอํานาจในการเรียกประชุมใหญ เพื่อดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม ภายในสี่สิบหาวันนับแตวันที่พนจากตําแหนงทั้งคณะ หนา ๙๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ ในกรณีที่มีเหตุใหคณะกรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ ใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมในกรณีที่ไมมีกรรมการสาขาพรรคเหลืออยู หรือมีแตไมยินยอมดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม คณะกรรมการบริหารพรรคจะดําเนินการเอง หรือจะมอบหมายใหสมาชิกสาขาพรรคจํานวนหนึ่งดําเนินการแทนก็ไดขอ ๔๔ เมื่อดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคครบตามที่กําหนดในมาตรา ๓๓ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ แลว หากตอมาภายหลังมีสาขาพรรคไมครบตามมาตรา ๓๓ ใหดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคใหครบตามมาตรา ๓๓ ภายในหกสิบวันนับแตวันที่สาขาพรรคมีจํานวนไมครบตามมาตรา ๓๓ สวนที่ ๔ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๔๕ ในจังหวัดใดที่มิไดเปนที่ตั้งสาขาพรรค ถามีสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นเกินหนึ่งรอยคน พรรคอาจแตงตั้งสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้น ซึ่งมาจากการเลือกของสมาชิกดวยกันเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๔๖ การแตงตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัด เมื่อจังหวัดใดที่มีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดเกินหนึ่งรอยคน ใหสมาชิกพรรคไมนอยกวาหาสิบคนจัดประชุมเพื่อดําเนินการเลือกตัวแทนพรรคประจําจังหวัด โดยการลงคะแนนแบบเปดเผยโดยการยกมือรับรองการลงคะแนน ใหสมาชิกพรรคมีสิทธิลงคะแนนเลือกไดหนึ่งคน เมื่อลงคะแนนเลือกเสร็จสิ้นแลวใหนับคะแนน และประกาศผลการนับคะแนนแลวรายงานชื่อสมาชิกพรรคซึ่งไดรับคะแนนลําดับสูงสุดสามลําดับแรก ใหหัวหนาพรรคโดยเร็วและใหหัวหนาพรรคแตงตั้งสมาชิกพรรคที่ไดรับคะแนนสูงสุดเรียงตามลําดับเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดจํานวนไมเกิน ๓ คน ในกรณีที่คะแนนเทากันใหเปนอํานาจของหัวหนาพรรคในการพิจารณาแตงตั้ง และใหหัวหนาพรรคแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่แตงตั้งตัวแทนสาขาพรรคประจําจังหวัดในการเสนอชื่อผูเขารับการเสนอชื่อเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวา ๒ คน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อควรอยูในที่ประชุมหนา ๙๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ บุคคลตามวรรคหนึ่งไดรับการเสนอชื่อเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตองไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้น หากผูไดรับการเสนอชื่อไมอยูในที่ประชุมใหมีหนังสือยินยอมการดํารงตําแหนงขอ ๔๗ ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตองเปนสมาชิกพรรค และมีอายุไมต่ํากวา ๒๐มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละ ๔ ป นับแตวันที่ประกาศแตงตั้งเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๔๘ ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรค และมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๒) สงเสริมใหสมาชิก และประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข(๓) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศ และการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๔) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๕) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตาง และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(๖) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งขอ ๔๙ ความเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสิ้นสุดลง เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ตาย(๓) ลาออก(๔) ขาดจากสมาชิกภาพ หนา ๙๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ (๕) หัวหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคสั่งใหออกจากการเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๖) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดในกรณีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขึ้นใหมและใหจัดประชุมสมาชิกเพื่อดําเนินการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดภายในหกสิบวันนับแตวันที่ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดครบวาระการดํารงตําแหนงในกรณีที่ไมมีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเหลืออยูปฏิบัติหนาที่ ตาม (๒) (๓) (๔) (๕)และ (๖) ใหถือวาตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดดังกลาวสิ้นสภาพไปหมวด ๕การบริหารจัดการสาขาพรรครักแผนดินแมและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๕๐ การบริหารจัดการสาขาพรรครักแผนดินแม(๑) ใหมีการรับสมัครสมาชิกพรรค(๒) ใหมีการจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคในพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรค(๓) ประกาศชื่อ และนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปขอ ๕๑ การบริหารจัดการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๑) ใหมีการรับสมัครสมาชิกพรรค(๒) ใหมีการจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคในพื้นที่ที่รับผิดชอบของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด (๓) ประกาศชื่อ และนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปหมวด ๖การประชุมสวนที่ ๑การประชุมใหญพรรคขอ ๕๒ คณะกรรมการบริหารพรรคตองจัดใหมีการประชุมใหญสามัญของพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้ง หนา ๙๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๕๓ สมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสี่ของจํานวนสมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสามของจํานวนกรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยูของพรรคหรือไมนอยกวาสองรอยหาสิบคน แลวแตจํานวนใดจะนอยกวา มีสิทธิเขาชื่อกันยื่นคํารองขอใหจัดการประชุมใหญวิสามัญของพรรคไดขอ ๕๔ องคประชุมของที่ประชุมใหญพรรครักแผนดินแม ประกอบดวย(๑) กรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด(๒) ผูแทนของสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสาขาพรรค ซึ่งในจํานวนนี้จะตองประกอบดวยผูแทนของสาขาพรรคไมนอยกวาสองสาขาซึ่งมาจากตางภาคกัน(๓) ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไมนอยกวากึ่งหนึ่งของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด (๔) สมาชิกพรรคขอ ๕๕ องคประชุมใหญของพรรค ตามขอ ๕๔ ตองมีรวมกันทั้งหมดไมนอยกวาสองรอยหาสิบคนการลงมติใหถือเสียงขางมากของที่ประชุม ในกรณีที่มีเสียงเทากัน ใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๕๖ ใหหัวหนาพรรคเปนประธานในที่ประชุมใหญ ถาหัวหนาพรรคไมมาประชุมใหรองหัวหนาพรรคลําดับตนทําหนาที่แทน ถารองหัวหนาพรรคไมมาประชุมใหที่ประชุมใหญเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งเปนประธาน และใหเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการที่ประชุมแตถาเลขาธิการพรรคไมมาประชุม หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหที่ประชุมใหญเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนขอ ๕๗ การดําเนินกิจการ ดังตอไปนี้ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญของพรรครักแผนดินแม(๑) การแกไขเปลี่ยนแปลงคําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรค หรือนโยบายของพรรครักแผนดินแม(๒) การแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรค(๓) การเลือกตั้งหัวหนาพรรค เลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรค นายทะเบียนสมาชิกพรรค และกรรมการบริหารอื่นของพรรคหนา ๙๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ (๔) การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรค(๕) ใหความเห็นชอบรายงานการเงิน และการดําเนินกิจการของพรรคที่ไดดําเนินการไปในรอบปที่ผานมา(๖) กิจการที่เสนอโดยคณะกรรมการบริหารพรรค หรือหัวหนาสาขาพรรค(๗) กิจการอื่นตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง กฎหมาย หรือขอบังคับพรรคการลงมติในที่ประชุมใหญใหกระทําโดยเปดเผย แตการลงมติเลือกบุคคลตาม (๓) และ (๔)ใหลงคะแนนลับขอ ๕๘ คําบอกกลาวเรียกประชุมใหญทุกคราวใหหัวหนาพรรคแจงกําหนดการประชุมใหสมาชิกพรรคทราบลวงหนาไมนอยกวาเจ็ดวัน โดยใหระบุวัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมดวย สวนที่ ๒การประชุมใหญสาขาพรรคขอ ๕๙ คณะกรรมการสาขาพรรค จะจัดใหมีการประชุมใหญสามัญสาขาพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้งหรือไมก็ไดขอ ๖๐ องคประชุมของที่ประชุมใหญสาขาพรรค ประกอบดวย(๑) กรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมด(๒) สมาชิกสาขาพรรคขอ ๖๑ องคประกอบการประชุมใหญของสาขาพรรค ตามขอ ๖๐ ตองมีรวมกันทั้งหมดไมนอยกวาหนึ่งรอยคนการลงมติใหถือเสียงขางมากของสมาชิกที่มารวมประชุม กรณีที่มีเสียงเทากัน ใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๖๒ ใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานในที่ประชุมใหญสาขาพรรค ถาหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุม ใหรองหัวหนาสาขาพรรคทําหนาที่แทน ถารองหัวหนาสาขาพรรคไมมา หรือไมอยูในที่ประชุมหนา ๙๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ ใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่มาประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเปนประธานที่ประชุม และใหเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่เปนเลขานุการในการประชุมขอ ๖๓ กิจการ ดังตอไปนี้ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญสาขาพรรค(๑) กิจการตามที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง หรือกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวของหรือตามประกาศของคณะกรรมการเลือกตั้ง(๒) เลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรค หรือกรรมการสาขาพรรคขอ ๖๔ คําบอกกลาวเรียกประชุมใหญสาขาพรรคทุกคราวใหหัวหนาสาขาพรรคแจงกําหนดการประชุมใหสมาชิกพรรคทราบลวงหนาไมนอยกวาเจ็ดวัน โดยใหระบุวัน เวลา และสถานที่ประชุมและระเบียบวาระการประชุมดวย สวนที่ ๓การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรครักแผนดินแมขอ ๖๕ การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ตองมีกรรมการบริหารพรรคมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคที่มีอยูในขณะนั้นจึงจะเปนองคประชุมใหหัวหนาพรรคเปนประธานที่ประชุม ถาหัวหนาพรรคไมมาประชุม หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหรองหัวหนาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่เปนประธานที่ประชุมแทน หากรองหัวหนาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหคณะกรรมการบริหารพรรค เลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทน และใหเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการในที่ประชุม แตถาเลขาธิการพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหที่ประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนขอ ๖๖ มติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคใหถือเสียงขางมากสวนที่ ๔การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคขอ ๖๗ การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค ตองมีกรรมการสาขาพรรคมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคที่มีอยูในขณะนั้นจึงจะเปนองคประชุมโดยใหสาขาพรรคเปนประธานในที่ประชุม หากหัวหนาสาขาพรรคไมอาจปฏิบัติหนาที่หัวหนาสาขาพรรคไดใหรองหัวหนาสาขาพรรคทําหนาที่แทน หากรองหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุม หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดหนา ๙๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ ใหคณะกรรมการสาขาพรรคเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทน และใหเลขานุการพรรคเปนเลขานุการในที่ประชุม ถาเลขานุการสาขาพรรคไมมาประชุม หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหรองเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่แทนขอ ๖๘ มติของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคใหถือเสียงขางมากหมวด ๗สมาชิกพรรคขอ ๖๙ สมาชิกพรรคตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้(๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ในกรณีเปนผูมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติตองไดสัญชาติไทยมาแลวไมนอยกวาหาป(๒) มีอายุไมต่ํากวาสิบแปดป(๓) ไมเปนบุคคลตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๙๘ (๑) (๒) (๔)(๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๔) (๑๖) (๑๗) หรือ (๑๘) ของรัฐธรรมนูญ(๔) ไมเปนสมาชิกของพรรคการเมืองอื่น หรือผูยื่นคําขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองอื่น หรือผูแจงการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นขอ ๗๐ การสมัครเปนสมาชิกพรรคใหยื่นใบสมัครตามแบบพิมพของพรรคดวยตนเองพรอมดวยเอกสารประกอบตามที่พรรคกําหนด สมาชิกภาพของสมาชิกพรรคเริ่มตั้งแตไดชําระคาบํารุงพรรคขอ ๗๑ สมาชิกภาพของสมาชิกพรรคสิ้นสุดลง เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามขอ ๖๘ เวนแตเปนกรณีมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๙๖ (๑) ของรัฐธรรมนูญ และเปนการบวชตามประเพณีนิยม แตในระหวางมีลักษณะตองหามดังกลาวจะใชสิทธิในฐานะสมาชิกพรรคมิได(๔) ไมชําระคาบํารุงพรรคเปนเวลาสองปติดตอกัน(๕) พรรคมีมติใหออกเพราะกระทําผิดวินัย หรือจรรยาบรรณอยางรายแรงหรือมีเหตุรายแรงอื่น(๖) พรรคสิ้นสภาพความเปนพรรค หรือยุบพรรคหนา ๙๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ การลาออกจากสมาชิกพรรคตามวรรคหนึ่ง (๒) ใหถือวาสมบูรณเมื่อไดยื่นใบลาออกตอนายทะเบียนสมาชิกพรรค หรือนายทะเบียนพรรคการเมืองการสิ้นสุดของสมาชิกภาพตามวรรคหนึ่ง (๕) หากสมาชิกผูนั้นดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎรมติของพรรคตองมีคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่ของที่ประชุมรวมของคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรคขอ ๗๒ สมาชิกพรรคมีสิทธิตาง ๆ ดังตอไปนี้(๑) เสนอขอคิดเห็นอันเปนประโยชนตอพรรค(๒) ไดรับการคัดเลือกใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรค(๓) ไดรับเลือกตั้งหรือแตงตั้งเปนผูปฏิบัติงาน คณะทํางาน หรือคณะกรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด หรืออนุกรรมการในคณะตาง ๆ หรือกรรมการบริหารพรรคตลอดจนที่ปรึกษาพรรค(๔) อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณาเปนแตละกรณีไปขอ ๗๓ สมาชิกพรรค มีหนาที่และความรับผิดชอบตอพรรค ดังตอไปนี้(๑) รวมรับผิดชอบตอเสถียรภาพของพรรค และใหความรวมมือในกิจกรรมของพรรคดวยจิตสํานึกในอุดมคติของพรรคในฐานะเปนเจาของพรรครวมกัน(๒) สนับสนุนสมาชิกพรรคผูที่พรรคไดพิจารณาสงลงสมัครรับเลือกตั้งในทุกระดับและใหความรวมมือในการดําเนินงานของพรรคดวยความเต็มใจ และบริสุทธิ์ใจเพื่อความกาวหนาของพรรค(๓) ปฏิบัติตามกฎระเบียบขอบังคับของพรรคอยางเครงครัด ใหการสนับสนุนนโยบายและมติของพรรคอยางจริงจัง(๔) รวมกิจกรรมทางการเมืองของพรรคดวยความเต็มใจและเต็มความสามารถขอ ๗๔ ความรับผิดชอบของพรรคตอสมาชิกพรรค ดังตอไปนี้(๑) ดําเนินการทางการเมืองอยางจริงจังและตอเนื่อง เพื่อใหพรรคไดกาวไปสูการมีบทบาททางการเมือง และเขาสูการบริหารประเทศตามนโยบายของพรรคเพื่อบรรลุเปาหมายตามอุดมการณ(๒) สงเสริมสถานภาพของสมาชิก ใหมีสมรรถภาพตอการดํารงชีวิตของตนเองและครอบครัวและจัดกิจกรรมที่เปนประโยชนเพื่อสมานสามัคคีระหวางมวลสมาชิกทั่วประเทศหนา ๙๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ (๓) ใหสวัสดิการคุมครองจากอิทธิพล อํานาจมืด และสงเสริมอาชีพใหกับมวลสมาชิก(๔) ใหความสําคัญแกมวลสมาชิกพรรคทุกทานอยางเต็มรูปแบบ โดยใหถือวาสมาชิกพรรคเปนบุคคลสําคัญ และเปนองคกรหลักของพรรคหมวด ๘มาตรฐานทางจริยธรรมของสมาชิกพรรครักแผนดินแมและกรรมการบริหารพรรครักแผนดินแมสวนที่ ๑มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนอุดมการณขอ ๗๕ ตองยึดมั่นและธํารงไวซึ่งการปกครองระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยขอ ๗๖ ตองพิทักษรักษาไวซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแหงอาณาเขต และเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชนของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบรอยของประชาชนขอ ๗๗ ตองถือผลประโยชนของประเทศชาติเหนือกวาประโยชนสวนตนขอ ๗๘ ตองปฏิบัติหนาที่ดวยความซื่อสัตยสุจริต ไมแสวงหาประโยชนโดยมิชอบ เพื่อตนเองหรือผูอื่น หรือมีพฤติการณที่รูเห็นหรือยินยอมใหผูอื่นใชตําแหนงหนาที่ของตนแสวงหาประโยชนโดยมิชอบขอ ๗๙ ตองไมขอ ไมเรียก ไมรับ หรือยอมจะรับทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดในประการที่อาจทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่ขอ ๘๐ ตองไมรับของขวัญกํานัล ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด เวนแตเปนการรับจากการใหโดยธรรมจรรยา และการรับที่มีบทบัญญัติแหงกฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับใหรับไดสวนที่ ๒มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนคานิยมหลักขอ ๘๑ ไมกระทําการอันเปนการขัดกันระหวางประโยชนสวนตนกับประโยชนสวนรวม ทั้งนี้ไมวาโดยทางตรงหรือทางออมขอ ๘๒ ยึดมั่นหลักนิติธรรม และประพฤติตนอยูในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชนหนา ๙๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๘๓ ปฏิบัติหนาที่ดวยความยุติธรรม เปนอิสระ เปนกลาง และปราศจากอคติ โดยไมหวั่นไหวตออิทธิพล กระแสสังคม หรือแรงกดดันอันมิชอบดวยกฎหมาย โดยคํานึงถึงสิทธิ และเสรีภาพของประชาชน ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมแหงสถานภาพขอ ๘๔ รักษาไวซึ่งความลับในการประชุม การพิจารณาวินิจฉัย รวมทั้งเคารพตอมติของที่ประชุมฝายขางมาก และเหตุผลของทุกฝายอยางเครงครัดขอ ๘๕ ใหขอมูลขาวสารตามขอเท็จจริงแกประชาชนหรือสื่อมวลชนอันอยูในความรับผิดชอบของตนถูกตองครบถวนและไมบิดเบือนขอ ๘๖ ไมใหคําปรึกษาแกบุคคลภายนอก หรือแสดงความคิดเห็น หรือขอมูลตอสื่อสาธารณะหรือสาธารณชนในเรื่องที่อยูในระหวางการพิจารณา อันอาจกอใหเกิดความเสียหายหรือเสียความเปนธรรมแกการปฏิบัติหนาที่ เวนแตเปนการปฏิบัติหนาที่ตามกฎหมายขององคกรขอ ๘๗ ไมกระทําการใดที่กอใหเกิดความเสื่อมเสียตอเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหนงขอ ๘๘ ไมปลอยปละละเลย หรือยินยอมใหบุคคลในครอบครัว หรือบุคคลที่อยูในกํากับดูแลหรือความรับผิดชอบของตน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดจากคูกรณีหรือจากบุคคลอื่นใดในประการที่อาจทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่ของตนขอ ๘๙ ไมคบหาสมาคมกับคูกรณี ผูประพฤติผิดกฎหมาย ผูมีอิทธิพล หรือผูมีความพฤติหรือผูมีชื่อเสียงในทางเสื่อมเสีย อันอาจกระทบกระเทือนตอความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหนาที่ขอ ๙๐ ไมกระทําการอันมีลักษณะเปนการลวงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ จนเปนเหตุทําใหผูถูกกระทําไดรับความเดือดรอนเสียหายหรือกระทบตอการปฏิบัติหนาที่ โดยผูถูกกระทําอยูในภาวะจําตองยอมรับในการกระทํานั้น ไมนําความสัมพันธทางเพศที่ตนมีตอบุคคลใดมาเปนเหตุหรืออิทธิพลครอบงําใหใชดุลพินิจในการปฏิบัติหนาที่อันเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลสวนที่ ๓จริยธรรมทั่วไปขอ ๙๑ ปฏิบัติหนาที่อยางเต็มกําลังความสามารถ และยึดมั่นในความถูกตองชอบธรรมโปรงใส และตรวจสอบได และปฏิบัติตามกฎหมาย โดยคํานึงถึงผลประโยชนของชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม หนา ๑๐๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ ขอ ๙๒ ดูแลรักษาและใชทรัพยสินของพรรครักแผนดินแมอยางประหยัด คุมคา โดยระมัดระวังมิใหเสียหาย หรือสิ้นเปลืองโดยไมจําเปนขอ ๙๓ รักษาความลับของพรรค และระเบียบแบบแผนของพรรคขอ ๙๔ ดําเนินการอื่นใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ และระบบคุณธรรม รวมทั้งสงเสริมและสนับสนุนใหเกิดความสามัคคี ในการปฏิบัติหนาที่เพื่อประโยชนสวนรวมสวนที่ ๔การฝาฝนและไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมขอ ๙๕ การฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในสวนที่ ๑ ใหถือวามีลักษณะรายแรงการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในสวนที่ ๒ และสวนที่ ๓ จะถือวามีลักษณะรายแรงหรือไม ใหพิจารณาถึงพฤติกรรมของการฝาฝนหรือไมปฏิบัติ เจตนาและความรายแรงของความเสียหายที่เกิดจากการฝาฝนหรือไมปฏิบัติ นั้นขอ ๙๖ การดําเนินการแกบุคคลใดวากระทําการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมนี้ใหเปนไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับวาดวยการนั้นหมวด ๙หลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกสมาชิกพรรคเพื่อสงเขาสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ และการคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับการพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีสวนที่ ๑คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๙๗ เมื่อมีกรณีตองสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง พรรคตองจัดใหมีคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๙๘ ใหมีกรรมการคณะหนึ่งเปนคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งมีจํานวน ๑๑ คนประกอบดวย หนา ๑๐๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ (๑) กรรมการบริหารพรรคจํานวน ๕ คน(๒) หัวหนาสาขาพรรคจํานวน ๔ คน ซึ่งมาจากภาคละ ๑ สาขา(๓) ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดจํานวน ๒ คนขอ ๙๙ การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งใหดําเนินการในที่ประชุมใหญพรรคโดยการลงคะแนนลับ สวนที่ ๒หลักเกณฑ และวิธีการคัดเลือกสมาชิกพรรคเพื่อสงเขาสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งขอ ๑๐๐ การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งในจังหวัดใดตองมีสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในจังหวัดนั้น ในกรณีที่พรรคมีสาขาพรรคมากกวาหนึ่งสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ใหพรรคกําหนดวาจะใหสาขาพรรคสาขาใดหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้น เปนสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการตามขอ ๑๐๑ขอ ๑๐๑ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหากําหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสมัครเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง และประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไป(๒) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครตาม (๑) ใหคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้ง แลวสงรายชื่อผูสมัครใหสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๓) เมื่อสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับรายชื่อผูสมัครจากคณะกรรมการสรรหาแลว ใหหัวหนาสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดจัดประชุมสมาชิกเพื่อรับฟงความคิดเห็นและใหสมาชิกใหความเห็นชอบ หรือไมเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสงมาทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการกําหนดหนา ๑๐๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ (๔) ใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสงรายชื่อผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้ง ทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็นตาม (๓)ใหคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาเสนอความคิดเห็น(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงรายชื่อผูสมัครของแตละเขตเลือกตั้ง พรอมความคิดเห็นตาม (๓) และ (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่จะเสนอใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง สวนที่ ๓หลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกสมาชิกพรรคเพื่อสงเขาสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อขอ ๑๐๒ การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหพรรคจัดทําบัญชีรายชื่อเพื่อสงใหสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดโดยใหคํานึงถึงผูสมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมระหวางชาย และหญิงดวยขอ ๑๐๓ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหากําหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสมัครและการเสนอรายชื่อบุคคลเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง และมีหนังสือแจงไปยังคณะกรรมการบริหารพรรคหัวหนาสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด และประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไป(๒) ใหกรรมการบริหารพรรค หัวหนาสาขา หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเสนอรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหคณะกรรมการสรรหา(๓) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครและเสนอรายชื่อตาม (๑) แลว ใหคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหาม และจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งไมเกินหนึ่งรอยรายชื่อโดยตองคํานึงถึงผูสมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิงแลวสงบัญชีรายชื่อดังกลาวใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๔) เมื่อสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งตาม (๓) จากคณะกรรมการสรรหาแลว ใหหัวหนาสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนหนา ๑๐๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ พรรคการเมืองประจําจังหวัด จัดประชุมสมาชิกเพื่อรับฟงความคิดเห็นและใหสมาชิกใหความเห็นชอบหรือไมเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสงมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการตามที่กฎหมายกําหนดแลวสงบัญชีรายชื่อดังกลาว ทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็นใหคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งพรอมเสนอความคิดเห็น(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงบัญชีรายชื่อผูสมัครเลือกตั้งพรอมความคิดเห็นตาม (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่เหมาะสมเปนผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อแลวจัดลําดับตามที่เห็นวาเหมาะสมเพื่อใหไดบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเพื่อประโยชนในการสงเสริมการมีสวนรวมของสมาชิก ในกรณีที่สมาชิกผูใดมีภูมิลําเนาอยูในเขตเลือกตั้งที่ยังมิไดจัดตั้งสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ใหสามารถใชสิทธิการเปนสมาชิกในจังหวัดใกลเคียงที่มีสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตามที่คณะกรรมการสรรหากําหนด สวนที่ ๔ขอยกเวนในการสงผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๑๐๔ ในการเลือกตั้งทั่วไป การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ ใหดําเนินการสรรหาตามวิธีการที่กําหนดในขอ ๑๐๑ และขอ ๑๐๓ เวนแตกรณีที่เปนการสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้ง สําหรับการเลือกตั้งแทนการเลือกตั้งที่เปนโมฆะ หรือการเลือกตั้งใหมในกรณีที่ไมมีผูใดไดรับเลือกตั้ง หรือกรณีผูสมัครตายกอนปดการรับสมัครรับเลือกตั้ง ใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง และคณะกรรมการบริหารพรรคเปนผูพิจารณารวมกัน สวนที่ ๕การคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีขอ ๑๐๕ กรณีที่มีการเลือกตั้งทั่วไปใหพรรคประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไปเพื่อเชิญชวนใหกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด และสมาชิกพรรคหนา ๑๐๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ เสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรจะเสนอใหไดรับการพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีตอคณะกรรมการบริหารพรรคภายในระยะเวลาที่กําหนด และใหคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาคัดเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามที่กฎหมายกําหนด และเปนบุคคลที่มีความรูความสามารถซื่อสัตยสุจริต มีคุณธรรมจริยธรรม จากรายชื่อบุคคลที่กรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรคตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด หรือสมาชิกพรรค เสนอมา เพื่อเสนอใหสภาผูแทนราษฎรพิจารณาใหความเห็นชอบแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีไมเกินสามรายชื่อ และแจงใหคณะกรรมการการเลือกตั้งกอนปดการรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรพรรคจะไมเสนอรายชื่อบุคคลซึ่งพรรคเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีก็ไดขอ ๑๐๖ การเสนอชื่อบุคคลตามขอ ๑๐๕ ตองเปนไปตามหลักเกณฑ ดังตอไปนี้(๑) ตองมีหนังสือยินยอมของบุคคลซึ่งไดรับการเสนอชื่อ โดยมีรายละเอียดตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด(๒) ไดรับการเสนอชื่อตองเปนผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามที่จะเปนรัฐมนตรีตามที่รัฐธรรมนูญกําหนด และไมเคยทําหนังสือยินยอมตาม (๑) ใหพรรคการเมืองอื่นในการเลือกตั้งคราวนั้นการเสนอชื่อบุคคลใดซึ่งมิไดเปนไปตามวรรคหนึ่ง ใหถือวาไมมีการเสนอชื่อบุคคลนั้นหมวด ๑๐หลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกบุคคลดํารงตําแหนงทางการเมืองขอ ๑๐๗ กรณีที่จะมีการแตงตั้งบุคคลเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมือง ใหพรรคประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไปเพื่อเชิญชวน ใหกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรคตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด และสมาชิกพรรค เสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรจะเสนอใหไดรับการพิจารณาแตงตั้งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองตอคณะกรรมการบริหารพรรคภายในระยะเวลาที่กําหนดและใหคณะบริหารพรรคพิจารณาคัดเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไมมีคุณลักษณะตองหามตามที่กฎหมายกําหนด และเปนบุคคลที่มีความรู ความสามารถ ซื่อสัตยสุจริต มีคุณธรรมจริยธรรมจากรายชื่อบุคคลที่กรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดหรือสมาชิกพรรคเสนอมา เพื่อแตงตั้งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองหนา ๑๐๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ หมวด ๑๑การบริหารเงิน และทรัพยสิน และการจัดทําบัญชีของพรรคสาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสวนที่ ๑การหารายไดจากการจําหนายสินคาขอ ๑๐๘ การจําหนายสินคาหรือบริการตองไมมุงแสวงหาผลกําไรมาแบงปนกันในทางธุรกิจโดยราคาหรือคาตอบแทนจากการจําหนายสินคาหรือการใหบริการจะตองคํานึงถึงราคาตามปกติในทองที่นั้นขอ ๑๐๙ สถานที่จําหนายสินคาหรือบริการ ไดแก ที่ตั้งสํานักงานใหญพรรค ที่ตั้งสํานักงานสาขาพรรค บริเวณสถานที่จัดกิจกรรมระดมทุน บริเวณสถานที่จัดประชุมใหญประจําปของพรรคสาขาพรรค หรือสถานที่ทําการตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๑๑๐ เมื่อพรรคดําเนินการจําหนายสินคาหรือบริการ ใหหัวหนาพรรคจัดทําทะเบียนสินคาหรือบริการ ซึ่งประกอบดวย รายการ จํานวนเงิน หรือมูลคาของสินคาหรืออัตราคาบริการ แตละประเภทใหครบถวนและถูกตองขอ ๑๑๑ การจําหนายสินคาหรือบริการ ใหบันทึกบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับและใหแสดงในงบการเงินประจําปของพรรคใหครบถวนและถูกตองตามที่กฎหมายกําหนด โดยเปดเผยและใหสมาชิกตรวจสอบไดโดยสะดวก สวนที่ ๒การจัดกิจกรรมระดมทุนขอ ๑๑๒ การจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคตองกระทําโดยเปดเผยและแสดงวัตถุประสงควาเปนการระดมทุนของพรรคอยางชัดเจนขอ ๑๑๓ สถานที่จัดกิจกรรมระดมทุน ไดแก ที่ตั้งสํานักงานใหญพรรค ที่ตั้งสํานักงานสาขาพรรคบริเวณสถานที่จัดประชุมใหญประจําปของพรรค สาขาพรรค สถานที่ทําการตัวแทนพรรคประจําจังหวัดหรือสถานที่ที่พรรคเห็นสมควรขอ ๑๑๔ ภายในสามสิบวันนับแตวันที่จัดกิจกรรมระดมทุนสิ้นสุดลง ใหหัวหนาพรรคจัดทํารายละเอียดเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมระดมทุน และจํานวนเงินที่ไดรับจากการจัดกิจกรรมระดมทุนหนา ๑๐๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ และใหหัวหนาพรรคประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป พรอมทั้งแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบดวยขอ ๑๑๕ การจัดกิจกรรมระดมทุนใหบันทึกบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับ และนําไปแสดงในงบการเงินประจําปของพรรคใหครบถวนและถูกตองตามที่กฎหมายกําหนดสวนที่ ๓การรับบริจาคของพรรคขอ ๑๑๖ ใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคเปดบัญชีกับธนาคารพาณิชย โดยระบุชื่อเจาของบัญชีในนามของพรรค และใหหัวหนาพรรคแจงหมายเลขบัญชีเงินฝากและจํานวนเงินที่เปดบัญชีของทุกบัญชีใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในเจ็ดวันนับแตวันที่เปดบัญชีดังกลาวขอ ๑๑๗ กรณีรับบริจาคเปนเงินสดใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคนําเงินฝากไวในบัญชีธนาคารพาณิชย ตามขอ ๑๑๖ ภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาค หากการรับบริจาคเปนตั๋วแลกเงินหรือเช็คจะตองไมถูกปฏิเสธการจายเงิน จึงถือไดวาเปนการบริจาคแกพรรคขอ ๑๑๘ เมื่อมีการบริจาคใหผูรับบริจาคจัดทําบันทึกการรับบริจาคใหแลวเสร็จภายในสามวันนับแตวันที่ไดรับบริจาคและใหจัดสงบันทึกการรับบริจาคพรอมเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาคถาหากทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดมิอาจนําสงแกพรรคการเมืองได ใหผูรับบริจาคแจงรายละเอียดเกี่ยวกับการรับบริจาคนั้นใหพรรคทราบขอ ๑๑๙ เมื่อพรรคไดรับหลักฐานตามขอ ๑๑๘ ใหออกใบเสร็จรับเงิน หรือหลักฐานการรับบริจาคทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดภายในวันที่ที่ไดรับบริจาค แลวจัดสงใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการรับบริจาคใหแกผูบริจาคภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ออกหลักฐานนั้นการออกใบเสร็จรับเงิน หรือหลักฐานการรับบริจาค การลงลายมือชื่อในใบเสร็จรับเงินหรือลงลายมือชื่อในหลักฐานการรับบริจาค และการจัดสงใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการรับบริจาคจะทําโดยวิธีการผานชองทางอิเล็กทรอนิกสก็ไดขอ ๑๒๐ ใหพรรคบันทึกการรับบริจาคไวในบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาคของพรรคใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันที่เกิดรายการ โดยอยางนอยตองมีรายการ ดังนี้หนา ๑๐๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ (๑) ชื่อ ที่อยูของพรรค(๒) ชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยูของผูบริจาค(๓) ชื่อตัว ชื่อสกุล และตําแหนงผูรับบริจาค(๔) วัน เดือน ป ที่รับบริจาค(๕) รายละเอียดการรับบริจาค(๖) จํานวนเงินหรือมูลคาทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด(๗) เอกสารอางอิง(๘) ลายมือชื่อหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคขอ ๑๒๑ ใหหัวหนาพรรคประกาศบัญชีรายชื่อผูบริจาค จํานวนเงิน รายการทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดที่ไดรับบริจาคที่มีมูลคาไมนอยกวาหาพันบาท พรอมทั้งวัตถุประสงคของการบริจาคเพื่อใหประชาชนทราบเปนประจําทุกวันที่ ๑ ของเดือนถัดไป แลวแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่ประกาศการตีราคาทรัพยสิน หรือการประเมินมูลคาประโยชนอื่นใดที่ไดรับจากการบริจาค ใหคํานวณราคาทรัพยสิน อัตราคาเชา คาตอบแทนหรือคาสิทธิที่รับตามปกติทางการคาในทองถิ่นขอ ๑๒๒ บุคคลใดจะบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคการเมืองมีมูลคาเกินสิบลานบาทตอพรรคการเมืองตอปมิได และในกรณีที่บุคคลนั้นเปนนิติบุคคล การบริจาคเงินทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคไมวาพรรคเดียวหรือหลายพรรคเกินปละหาลานบาทตองแจงใหที่ประชุมใหญผูถือหุนทราบในการประชุมใหญคราวตอไปหลังจากบริจาคแลวพรรคจะรับบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใด ซึ่งมีมูลคาเกินวรรคหนึ่งมิไดการรับบริจาคเงินตามวรรคหนึ่ง จะรับบริจาคทางอิเล็กทรอนิกสและชําระเงินผานผูใหบริการรับชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกสหรือสถาบันการเงินก็ไดสวนที่ ๔อัตราคาธรรมเนียม และคาบํารุงพรรครักแผนดินแมขอ ๑๒๓ ใหเรียกเก็บคาบํารุงพรรคการเมืองจากสมาชิก แบบรายป ไมนอยกวา ๒๐ บาทหรือแบบตลอดชีพ ไมนอยกวา ๒๐๐ บาท ตามที่กฎหมายกําหนดหนา ๑๐๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ เพื่อประโยชนในการนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของสมาชิกใหถือวารอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของปที่สมาชิกไดชําระคาบํารุงพรรคการเมืองเปนครั้งแรกสิ้นสุดลงในวันสิ้นปปฏิทินของปเดียวกันนั้น และใหเริ่มตนนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของปถัดไปใหม โดยใหเริ่มตนนับตั้งแตวันที่หนึ่งมกราคมและสิ้นสุดลงในวันที่สามสิบเอ็ดธันวาคมของปเดียวกัน ทั้งนี้ สมาชิกอาจชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของปถัดไปภายในกรอบระยะเวลาดังกลาวนี้เมื่อใดก็ไดหมวด ๑๒การตีความขอบังคับขอ ๑๒๔ ใหคณะกรรมการบริหารพรรคมีอํานาจตีความขอบังคับขอ ๑๒๕ ในกรณีที่สมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสี่ของจํานวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรค กรรมการบริหารจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสามของคณะกรรมการบริหาร หรือสมาชิกจํานวนไมนอยกวาหนึ่งรอยคน เห็นวามติหรือขอบังคับในเรื่องใดของพรรคจะขัดตอสถานะและการปฏิบัติหนาที่ของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญหรือขัดแยงกับหลักการพื้นฐานแหงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขมีสิทธิรองขอใหที่ประชุมใหญพิจารณาวินิจฉัยในกรณีที่ที่ประชุมใหญวินิจฉัยวามติหรือขอบังคับดังกลาวขัดตอสถานะและการปฏิบัติหนาที่ของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญหรือขัดแยงกับหลักการพื้นฐานแหงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขใหมติหรือขอบังคับดังกลาวเปนอันยกเลิกไปหมวด ๑๔การเลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๑๒๖ การเลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ใหเปนไปตามมติคณะกรรมการบริหารพรรคที่มาประชุมในขณะนั้นบทเฉพาะกาลขอ ๑๒๗ ในวาระแรกเริ่มการบังคับใชขอบังคับนี้ บรรดาประกาศ ระเบียบ คําสั่ง หรือกิจการใด ๆที่ไดกระทําไปกอนขอบังคับนี้มีผลบังคับใช ใหใชบังคับตอไปเทาที่ไมขัดหรือแยงกับขอบังคับหนา ๑๐๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ ๒. เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรครักแผนดินแมชุดใหม จํานวน ๒๔ คน ไดแก๒.๑ นางสาวสุขสุนันท กีรติดวงจันทร หัวหนาพรรค๒.๒ นายองอาจ ศรีขาว รองหัวหนาพรรค๒.๓ นายจรัสรัตน ทัศนา รองหัวหนาพรรค๒.๔ นายปรีชาพล ยะราช รองหัวหนาพรรค๒.๕ นายนิรัตน เสมอภาพ รองหัวหนาพรรค๒.๖ นายจิรายุ โชติศิลากุล รองหัวหนาพรรค๒.๗ วาที่รอยตรี กิตติพัทธ เลี้ยงประเสริฐ เลขาธิการพรรค๒.๘ นางสาวชัญญณัท เภาแจง รองเลขาธิการพรรค๒.๙ นางสาวธานิยารักษ ธนาบุญมาประเสริฐ รองเลขาธิการพรรค๒.๑๐ นางสาวไอริน เกมาหายุง รองเลขาธิการพรรค๒.๑๑ นางจันทิมา พานพืช รองเลขาธิการพรรค๒.๑๒ วาที่รอยตรี กานตพงศ ภูมิฤทธิพงษ เหรัญญิกพรรค๒.๑๓ นายอุดม อุไรรัตน ผูชวยเหรัญญิกพรรค๒.๑๔ นางศิริพร นาคออน ผูชวยเหรัญญิกพรรค๒.๑๕ นายพิมล ทองสีมาก นายทะเบียนสมาชิกพรรค๒.๑๖ นางสาวจิดาภา มือเพ็ชร ผูชวยนายทะเบียนสมาชิกพรรค๒.๑๗ จาสิบเอก ทัดเทียม เพ็ชรศรี ผูชวยนายทะเบียนสมาชิกพรรค๒.๑๘ นายอภิรักษชัยชนะ ปนยารชุน โฆษกพรรค๒.๑๙ นายทักษดนัย นรานทนนทน รองโฆษกพรรค๒.๒๐ นางระพีพรรณ เมฆวัน รองโฆษกพรรค๒.๒๑ นายมงคล บุญล้ํา กรรมการบริหารพรรค๒.๒๒ นายสุวิทย ผลสุข กรรมการบริหารพรรคหนา ๑๑๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘ ๒.๒๓ นายอุทัย อุทธาธรณ กรรมการบริหารพรรค๒.๒๔ นายสุรสิทธิ์ ศรีผุย กรรมการบริหารพรรคจึงประกาศใหทราบโดยทั่วกันประกาศ ณ วันที่ ๑๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๗แสวง บุญมีเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งนายทะเบียนพรรคการเมืองหนา ๑๑๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ เมษายน ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)