ThaiGovData

ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อชีวิตใหม่ (เดิมชื่อพรรคช่วยชาติ)

undated

Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th

The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.

ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเรื่อง การเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อชีวิตใหม(เดิมชื่อพรรคชวยชาติ)ตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองไดมีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๗ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคชวยชาติ กรณี นางพรรณนารีพูลออน ลาออกจากสมาชิกพรรคและผูชวยเหรัญญิกพรรคชวยชาติ และนางสาวนงนุช บัวใหญหัวหนาพรรคชวยชาติ ลาออกจากสมาชิกพรรคชวยชาติ เปนเหตุใหกรรมการบริหารพรรคชวยชาติที่เหลืออยูพนจากตําแหนงทั้งคณะ จํานวน ๙ คน นั้นบัดนี้ หัวหนาพรรคเพื่อชีวิตใหมไดแจงการเปลี่ยนแปลงตอนายทะเบียนพรรคการเมืองตามมาตรา ๓๘ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ กรณีที่ประชุมใหญสามัญประจําป ๒๕๖๗ พรรคชวยชาติ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๗มีมติ ดังนี้๑. แกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคชวยชาติ พ.ศ. ๒๕๖๖ โดยยกเลิกทั้งฉบับ และใหใชขอบังคับพรรคเพื่อชีวิตใหม พ.ศ. ๒๕๖๗ แทนขอบังคับพรรคเพื่อชีวิตใหม พ.ศ. ๒๕๖๗ขอบังคับพรรคเพื่อชีวิตใหม พ.ศ. ๒๕๖๗ อนุมัติรับรองโดยที่ประชุมใหญสามัญพรรคเพื่อชีวิตใหมประจําป ๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ไดมีมติแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคชวยชาติพ.ศ. ๒๕๖๖ โดยยกเลิกทั้งฉบับ และใหใชขอบังคับพรรคเพื่อชีวิตใหม พ.ศ. ๒๕๖๗ แทน ดังนี้ขอ ๑ ขอบังคับนี้เรียกวา “ขอบังคับพรรคเพื่อชีวิตใหม พ.ศ. ๒๕๖๗”ขอ ๒ ใหใชขอบังคับพรรคนี้ตั้งแตวันที่ที่ประชุมใหญของพรรคใหความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญพรรคการเมืองเปนตนไปขอ ๓ ใหยกเลิกขอบังคับพรรคชวยชาติ พ.ศ. ๒๕๖๖ และใหใชขอบังคับพรรคเพื่อชีวิตใหมพ.ศ. ๒๕๖๗ แทน หมวด ๑บททั่วไปขอ ๔ พรรคการเมืองตามขอบังคับนี้เรียกวา “พรรคเพื่อชีวิตใหม” ชื่อยอภาษาไทย “พชม.”เขียนภาษาอังกฤษวา “PHUECHEEVITMAI PARTY” ชื่อยอภาษาอังกฤษ “PCM.”หนา ๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ขอ ๕ เครื่องหมายพรรค และความหมาย(๑) พรรคเพื่อชีวิตใหม ใชเครื่องหมาย(๒) โดยมีความหมาย ดังนี้พรรคเพื่อชีวิตใหม เปนพรรคการเมืองของคนไทยทุกคนที่อยูในอาณาเขตของประเทศไทยเปนพรรคที่ยึดถือสถาบันหลัก คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย และจะยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขตามรัฐธรรมนูญสีน้ําเงิน หมายถึง ความจงรักภักดีตอพระมหากษัตริยสีแดง หมายถึง หัวใจที่คนไทยทุกคนรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทยที่จะปกปองรักษาประเทศไทยไวดวยเลือดและชีวิตสีขาว หมายถึง ความอุดมสมบูรณรมเย็นเปนสุข ภายใตพระบารมีฯ นําความเจริญความผาสุกสูประชาชนคนไทยทุกหมูเหลาพรรคเพื่อชีวิตใหม จงตอสูนําพาพี่นองชาวไทยทั้งประเทศพนจากภัยอาชญากรรมพนจากความยากจน สรางชีวิตใหมเพื่ออนาคตที่ดีกวา ดวยความสามัคคีกับคนในชาติ ใหมีความมั่นคงและพัฒนาใหมีความเจริญกาวหนาอยางทั่วถึงขอ ๖ สํานักงานใหญ ตั้งอยู ณ บานเลขที่ ๒๙๙ หมูที่ ๗ ตําบลทุงกระพังโหม อําเภอกําแพงแสนจังหวัดนครปฐม รหัสไปรษณีย ๗๓๑๔๐ หมวด ๒คําประกาศอุดมการณทางการเมืองขอ ๗ คําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคเพื่อชีวิตใหม คือ “เพื่อประชาชนเปนใหญอยูดี มีสุข ประเทศไทยศิวิไลซ” พรรคกอตัวจากการรวมตัวกันของกลุมบุคคลที่มาจากความหลากหลายในดานตาง ๆ ทุกเพศ อายุ อาชีพ ศาสนา การศึกษา และสถานภาพที่หลากหลาย แตมีอุดมการณหนา ๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ และจุดมุงหมายเดียวกันที่จะรวมตัวกอตั้งพรรค เพื่อชวยชาติ รับใชชาติ ทํานุบํารุงศาสนาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย โดยยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข และเหนือสิ่งอื่นใดเพื่อประโยชนสูงสุดของประชาชนชาวไทย จึงมีคําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรค ดังนี้๗.๑ พรรคจะยึดมั่นในหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข และจะปกปอง เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริยไวเหนือสิ่งอื่นใด๗.๒ พรรคจะคํานึงถึงผลประโยชนของชาติและประชาชนเปนที่ตั้ง๗.๓ พรรคจะธํารงไวซึ่งเอกราชและอธิปไตย โดยมีสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริยและสงเสริมสัมพันธภาพระหวางประเทศทั่วโลก๗.๔ พรรคจะดําเนินกิจกรรมทางดานการเมือง ดวยความซื่อสัตยสุจริต โปรงใสสามารถตรวจสอบได โดยมุงเนนคุณธรรมและจริยธรรมอยางสูงสุด รวมถึงการตอตานการทุจริตประพฤติมิชอบทางการเมืองทุกรูปแบบ เพื่อรักษาผลประโยชนของประชาชนและประเทศชาติ๗.๕ พรรคจะสนับสนุน สงเสริม คนดี คนเกง เปนตัวแทนในการบริหารงานโดยคํานึงถึงประโยชนสูงสุดของประเทศชาติและประชาชน ดวยหลักธรรมาภิบาล๗.๖ พรรคจะเปนตัวแทนของปวงชนชาวไทยทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา ทุกเพศ ทุกวัยทุกอาชีพ โดยไมแบงชนชั้นหรือสถานภาพใด ๆ เวนแตเปนบุคคลซึ่งตอตานหรือเปนปฏิปกษตอชาติศาสนา และพระมหากษัตริย๗.๗ พรรคจะสงเสริมใหประชาชนเขาใจถึงสิทธิ เสรีภาพ หนาที่ของพลเมืองที่ดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยและจะสรางโอกาสใหประชาชนทุกหมูเหลา ลดความขัดแยง ลดความเหลื่อมล้ํา ขจัดความยากจนสรางสถานะภาพความมั่นคง ความสามัคคีของทุกคน เพื่อสังคมและประเทศชาติ๗.๘ พรรคจะเปนผูขับเคลื่อนใหประเทศชาติและประชาชนพัฒนาไปสูความมั่นคงมั่งคั่ง และยั่งยืน บนพื้นฐานความผาสุกของปวงชนชาวไทย๗.๙ พรรคจะอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมใหสมบูรณ รวมทั้งจะสืบสานวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี และภูมิปญญาทองถิ่นไวใหอนุชนสืบไปหนา ๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ๗.๑๐ พรรคจะสงเสริมสวัสดิการรองรับการดูแลผูสูงอายุ คนพิการ เด็กและเยาวชนและกําหนดคาตอบแทนใหผูนําชุมชนและจิตอาสา เพื่อรวมกิจกรรมสรางสรรคสังคม ชุมชน ใหมั่นคงแข็งแรงอยางยั่งยืน หมวด ๓นโยบายพรรคการเมืองพรรคจะดําเนินนโยบายสาธารณะ โดยยึดถือยุทธศาสตรชาติ (ยุทธศาสตรระยะ ๒๐ ปพ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) เปนแนวทางในการกําหนดนโยบาย ประเทศไทยอยูในชวงของการปฏิรูปประเทศในทุก ๆ ดาน เพื่อมุงสูการพัฒนาประเทศแบบบูรณาการไปสูประเทศที่มีความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน เศรษฐกิจมีการแขงขันอยางรุนแรง โลกเชื่อมตอไรพรมแดน การคาเสรี การเปลี่ยนถายเทคโนโลยีใหมอยางกาวกระโดด เปนปจจัยเรงที่ทําใหประเทศไทยตองปรับตัวกาวทันเศรษฐกิจโลกจากภาวะราคาสินคาเกษตรตกต่ํา ผลผลิตทางการเกษตรไมดีพอ ขาดตลาดรองรับพืชผลทางการเกษตรขาดการจัดการทรัพยากรใหเกิดประโยชนสูงสุด การบริหารจัดการระบบการผลิต ขาดที่ดินทํากินเปนของตัวเอง รวมถึงการจัดที่นา ที่ไร ที่สวน ที่ยังไมมีประสิทธิภาพ ดานแรงงานเกิดการไหลเขามาซึ่งแรงงานตางดาวผิดกฎหมายอาชญากรรมในประเทศที่เพิ่มมากขึ้น อาชญากรรมขามชาติ ปญหายาเสพติดแรงงานในประเทศขาดทักษะปญหาอัตราการเลิกจางและการวางงานที่เพิ่มขึ้น คาแรงที่ไมสอดคลองกับคาครองชีพ การสาธารณสุข ขาดงบประมาณในการรักษาผูปวยและขาดงบประมาณการบริการจนนําไปสูการขาดแคลนบุคลากร สถานบริการดานสาธารณสุขที่ไมเพียงพอตอประชากร การเขาถึงการรักษาพยาบาลที่ลําบากและลาชา การบริการไมทั่วถึง สถานพยาบาลมีปญหาดานคุณภาพและมาตรฐานดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ปญหารถติดในเมืองใหญและเมืองสําคัญ การคมนาคมระบบขนสงมวลชน และโครงขายการจราจรที่ไมเชื่อมโยง ทั้งทางบก ทางน้ํา และทางอากาศและปญหาดานอื่น ๆ มากมาย พรรคตระหนักถึงปญหาดังกลาว จึงมุงมั่นที่จะแกไขปญหาทั้งหมดทั้งมวลอยางแทจริง ดวยความรวดเร็วและตรงตอความตองการของประชาชน โดยไดกําหนดนโยบายที่เปนรูปธรรมและสอดคลองกับแผนการปฏิรูปประเทศ ๖ ดาน ภายใตยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ ๑๒ เพื่อใหประชาชนเกิดความผาสุกและประเทศชาติพัฒนาอยางยั่งยืนหนา ๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ พรรคจะประสานความรวมมือกับทุกภาคสวนตาง ๆ และอาสาเปนหนึ่งในพลังสําคัญของการปฏิรูปประเทศในทุก ๆ ดาน อันไดแก ปฏิรูปสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมปฏิรูปตํารวจ ปฏิรูปสื่อฯ และปฏิรูปประชาชน คนคือหัวใจแหงการพัฒนา ไมวาจะปฏิรูปดานใดตองปรับปรุงแกไขและเริ่มที่ “การพัฒนาคน” ดังนั้น พรรคเพื่อชีวิตใหม ไดกําหนดนโยบาย ๑๑ ดานเพื่อประชาชนเปนใหญ อยูดี กินดี อยูในประเทศไทยศิวิไลซ “ขับเคลื่อนสังคมกาวสูอนาคต มีการพัฒนาทั่วถึง และเปนธรรม” ดังนี้ขอ ๘ ดานการเมืองพรรคยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขภายใตบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย โดยจะดําเนินนโยบายแบบบูรณาการใหทุกฝายมีสวนรวม สมานฉันทดวยคุณธรรมจริยธรรมดวยเหตุและผล พรรคเพื่อชีวิตใหมจะหลอมรวมประชาชนทั้งประเทศ ใหมีความรักใครกลมเกลียว อยูรวมกันอยางสันติสุข มีความรักสามัคคีเอื้ออาทรตอกันรูสิทธิและหนาที่พลเมืองที่ดีตามระบบประชาธิปไตย โดยวางแนวทาง ดังนี้๘.๑ สงเสริมใหมีศูนยเรียนรูชุมชนระดับตําบล หรือสถาบันคุณธรรมและจริยธรรมทุกตําบล เพื่อสอนใหเยาวชน และประชาชนไดเขาถึงกฎหมายและปฏิบัติตามบทบัญญัติแหงรัฐธรรมนูญไดอยางทั่วถึงและเปนธรรม และสงเสริมการบริหารกระบวนการยุติธรรมใหมีความรวดเร็ว เสมอภาคและเทาเทียมกัน ระหวางรัฐ เอกชน และประชาชน มุงมั่นที่จะสงเสริมใหคนในสังคมเคารพซึ่งสิทธิและหนาที่ระหวางกัน และจะรักษาไวซึ่งความยุติธรรมในการบังคับใชกฎหมาย๘.๒ เสริมสรางโอกาสประชาชนใหมีสวนรวมทางการเมือง พรรคเล็งเห็นวาประชาธิปไตยอันแทจริง ยอมตองเกิดจากการมีสวนรวมของประชาชน จึงมุงมั่นที่จะเสริมสรางโอกาสของประชาชนในทุกระดับ โดยเฉพาะอยางยิ่งในระดับชุมชน หมูบาน และทองถิ่น โดยการจัดตั้งคณะกรรมการคุณธรรมและจริยธรรมประจําตําบล เพื่อคอยตรวจสอบนักการเมืองทั้งระดับทองถิ่นและระดับประเทศ เพื่อนํารองพัฒนาประชาธิปไตยในระดับชุมชนสูระบบประชาปกครองทุกภาคสวนไดอยางเปนอิสระ๘.๓ กระจายอํานาจจากภาครัฐสูทองถิ่น พรรคถือวาการกระจายอํานาจการบริหารการปกครอง และการคลังไปสูทองถิ่นเปนปจจัยสําคัญของการพัฒนาประเทศ จึงมุงมั่นที่จะกระจายอํานาจรัฐสูทองถิ่น เพื่อใหเกิดกระบวนการเรียนรู และกระบวนการตัดสินใจในกิจการของทองถิ่นเองหนา ๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ อันจะนํามาซึ่งการพัฒนาเศรษฐกิจ ระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ตลอดจนสารสนเทศพื้นฐานในทองถิ่นอยางทั่วถึงและเทาเทียมกันทั่วประเทศ นอกจากนี้ จะใหการสนับสนุนจังหวัดที่มีความพรอมไปสูการเปนองคกรปกครองสวนทองถิ่นขนาดใหญ โดยยึดหลักตามความตองการของประชาชนในทองถิ่นเปนหลัก๘.๔ ปฏิรูปและพัฒนาองคกรทางการเมืองใหเขมแข็ง พรรคมุงมั่นที่จะสงเสริมใหประชาชนมีสวนรวมในการปฏิรูปการเมืองที่จะนําไปสูการพัฒนาพรรคการเมืองใหเปนสถาบันสําคัญตลอดจนสงเสริมและสนับสนุนสภาพัฒนาการเมืองใหมีความเขมแข็ง เพื่อตอบสนองเจตนารมณทางการเมืองของประชาชน และจะสงเสริมเสรีภาพของประชาชนในการรวมกันเปนกลุม หมูคณะ หรือองคกรตาง ๆเพื่อรักษาไวซึ่งผลประโยชนของกลุมโดยคํานึงถึงประโยชนของสังคม (สอดคลองยุทธศาสตรชาติ ขอที่ ๑ดานความมั่นคง)ขอ ๙ ดานการบริหารราชการแผนดินพรรคจะบริหารราชการแผนดินโดยยึดหลัก “บําบัดทุกข บํารุงสุข” แกทุกฝาย ตั้งแตประชาชนบุคลากรภาครัฐ และผูที่เกี่ยวของ จะจัดการบริหารราชการแผนดินดวย “ความบริสุทธิ์ และความยุติธรรม”สงเสริมพัฒนาบุคลากรภาครัฐ ดวยการเพิ่มศักยภาพและปลูกจิตสํานึกเรื่องคุณธรรมจริยธรรมและนําหลักพุทธปรัชญามาใชควบคูกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อใหทุกคนทํางานเพื่อประชาชนดวยความเต็มใจและขับเคลื่อนการปฏิบัติหนาที่บุคลากรรัฐและสวนราชการ ใหทํางานอยางรวดเร็วใหบริการรวดเร็ว สวนราชการมีความคลองตัวในการทํางานภายใตกฎระเบียบที่เกี่ยวของ ภายใตหลัก“ทศพิธราชธรรม”๙.๑ สงเสริมการบริหารราชการแผนดินที่มีประสิทธิภาพ พรรคมุงมั่นที่จะผลักดันการบริหารราชการแผนดิน เพื่อกอใหเกิดการพัฒนาทั้งทางดานสังคม เศรษฐกิจ การเมือง สิ่งแวดลอมและความมั่นคงของประเทศอยางยั่งยืน โดยนอมนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเปนฐาน และคํานึงถึงผลประโยชนของประเทศชาติเปนหลัก ทั้งนี้ จะรณรงคการสรางจิตสํานึกของขาราชการใหมีจิตสํานึกของการเปนผูใหบริการประชาชน และมีความพรอมในการปฏิบัติงาน รวมทั้งจะสงเสริมศักดิ์ศรีสวัสดิการ และความมั่นคงในการปฏิบัติหนาที่ของขาราชการ สงเสริมใหมีกระบวนการทํางานที่รวดเร็วโปรงใส สามารถตรวจสอบไดโดยประชาชน ตลอดจนการจัดใหมีศูนยบริหารราชการแบบครบวงจรในพื้นที่พิเศษ เพื่อใหการบริหารราชการมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น และสามารถปรับเปลี่ยนใหสอดคลองกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมหนา ๑๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ๙.๒ พรรคสงเสริมและสนับสนุนใหมีการกระจายอํานาจสูทองถิ่นอยางเต็มรูปแบบโดยจะผลักดันใหมีการอุดหนุนงบประมาณทั่วไปสําหรับทองถิ่นใหครบ ๓๐% ของงบประมาณแผนดินตามที่กฎหมายกําหนด๙.๓ พรรคมุงใหขาราชการมีทัศนคติที่เอื้อตองานบริการประชาชน ยึดประชาชนเปนศูนยกลาง ไมยึดถือกฎระเบียบจนสรางความเดือดรอนแกประชาชน มีความหวงแหนทรัพยสินสาธารณะมีความซื่อสัตย ขยัน อดทน มีขวัญกําลังใจ และมีภาวะผูนําในดานความคิดริเริ่มสรางสรรค ตลอดทั้งการริเริ่มระบบราชการที่เนนการจัดจาง โดยการทําสัญญาที่สามารถประเมินผลงานไดดวยระบบคุณธรรมและใหหลักประกันความมั่นคงบนพื้นฐานของความรู ความสามารถ และผลงานดานงานสาธารณะเปนหลัก๙.๔ พรรคมุงสงเสริมเชิดชูและสนับสนุนผูนําชุมชน ผูนําหมูบาน หรือนักปกครองทองถิ่นที่มีความรู ความสามารถ และมีผลงานดานงานสาธารณะเปนหลัก “บําบัดทุกข บํารุงสุข” เพื่อเปนผูนําหรือบุคคลตนแบบของทุกภูมิภาค๙.๕ พรรคสนับสนุนการกระจายอํานาจเพื่อใหประชาชนสามารถเขาถึงบริการของรัฐดานสาธารณะไดอยางรวดเร็ว พรอมวางมาตรการทางกฎหมาย มิใหเจาหนาที่หลีกเลี่ยง ประวิงเวลาหรือใชอํานาจโดยมิชอบกอใหเกิดการทุจริต หรือสรางความเสียหายแกประชาชน๙.๖ พรรคสนับสนุนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการพัฒนาที่ยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล และเปาหมายการปฏิรูปประเทศตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ สังคมมีความสงบสุขเปนธรรมและมีโอกาสอันทัดเทียมกันเพื่อขจัดความเหลื่อมล้ํา เปาหมายประชาชนหายจนมีความสุขมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีสวนรวมในการพัฒนาประเทศและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข (สอดคลองยุทธศาสตรชาติ ขอที่ ๖ ดานการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ)ขอ ๑๐ ดานกฎหมายพรรคจะจัดรวบรวมกฎหมายในการบริหาร กฎหมายมหาชน ใหเปนหมวดหมู เชน กฎหมายปกครองกฎหมายการศึกษา กฎหมายสิ่งแวดลอม ฯลฯ เพื่อสะดวกในการคนหาและนํามาใช ในการบริหารจะปรับปรุงกฎหมายเกาที่ไมทันตอการเปลี่ยนแปลงของโลก ใหทันสมัยอาจใหมีกฎหมายเทาที่จําเปนในการบริหารการปกครอง เพราะถือวา “ยิ่งมีกฎหมายมาก ยิ่งมีผูทําผิดมาก”หนา ๑๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ดังนั้น เพื่อใหผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดขึ้นมีความสอดคลองและเปนไปในทิศทางเดียวกัน และเรงรัดการดําเนินการในสวนที่เกี่ยวของกับการปฏิรูปกฎหมายใหเกิดผลอยางเปนรูปธรรมโดยเร็ว มุงเนนการสรางกลไกทางกฎหมายเพื่อสนับสนุนการปฏิรูปตามหลัก “ทวิยุทธศาสตร” อันไดแก การมีกลไกทางกฎหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแขงขัน และการมีกลไกทางกฎหมายเพื่อสรางความเปนธรรมและขจัดความเหลื่อมล้ําในสังคม เพื่อใหเกิดการพัฒนาอยาง “มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” สอดคลองกับบริบทของการพัฒนาสู THAILAND ๔.๐ ตามนโยบายของรัฐบาล ดังนี้๑๐.๑ พรรคเพื่อประโยชนสุขของพี่นองประชาชน ชาวบาน รากหญา เกษตรกรผูใชแรงงาน ผูประกอบการคา มุงมั่นที่จะยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่ลาสมัย และเปนอุปสรรคตอการดํารงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชนอยางรวดเร็ว๑๐.๒ พรรคเพื่อประโยชนสุขของพี่นองประชาชน ลดภาระการสิ้นเปลืองงบประมาณที่ใชจายในภาครัฐ เปลี่ยนจากโทษ จับ - ปรับ - ขัง มาเปนการตักเตือน - ทําโทษ - ปรับแทน๑๐.๓ พรรคมุงมั่นที่จะใหมีการทบทวนหรือยกเลิกกฎหมายที่ลาสมัย และเปนอุปสรรคตอการประกอบอาชีพ และการดําเนินธุรกิจของประชาชน๑๐.๔ พรรคสงเสริมใหมีกลไกชวยเหลือประชาชนในการจัดทําและเสนอรางกฎหมายและมีกลไกชวยเหลือทางกฎหมายแกประชาชน เพื่อสรางความเปนธรรมและขจัดความเหลื่อมล้ํา๑๐.๕ พรรคสงเสริมใหประชาชนไดเขารวมในการจัดใหมีการรับฟงความคิดเห็นเกี่ยวกับกลไกการใชระบบอนุญาตและใหมีประชาชนรวมเปนคณะกรรมการการกําหนดกรอบการใชดุลพินิจของเจาหนาที่และการกําหนดโทษทางอาญา (สอดคลองยุทธศาสตรชาติ ขอที่ ๔ ดานการสรางโอกาสความเสมอภาค และความเทาเทียมกันทางสังคม)ขอ ๑๑ ดานกระบวนการยุติธรรมพรรคสงเสริมสนับสนุนบุคลากรกระบวนการยุติธรรม ตั้งแตพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการพนักงานคุมประพฤติ ตุลาการ และพนักงานราชทัณฑ สรางขวัญและใหกําลังใจผูปฏิบัติหนาที่ทํางานดวยความสุจริต ซื่อสัตย รวดเร็ว เพื่อลดจํานวนคดีประเภทตาง ๆ ดวยการใหมีความรวดเร็วดานคดีใหบริการประชาชน “ดวยความเต็มใจ ดวยความซื่อสัตย และดวยความยุติธรรม” พรอมใหโอกาสแกประชาชนเมื่อถูกดําเนินคดี ดังนี้ หนา ๑๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ๑๑.๑ พรรคสนับสนุนใหสินทรัพยของแผนดินที่ประชาชนหรือคนในครอบครัวมีสิทธิครอบครองนํามาใชเปนมูลคาแหงทรัพยเพื่อการประกันตัวสูคดี๑๑.๒ พรรคสนับสนุนใหประชาชนที่ถูกยึดทรัพย หรือเสียทรัพยในขณะถูกพิพากษาไดมีโอกาสเปนผูมีสิทธิและใหระยะเวลาในการพิทักษทรัพย ไมนอยกวา ๓๖๕ วัน กอนจะถูกขายทอดตลาด๑๑.๓ พรรคสนับสนุนใหยกเลิกปรับปรุงใบอนุญาต หรือกฎหมายที่เปนอุปสรรคตอการดํารงชีวิตและการประกอบอาชีพ หรือธุรกิจของประชาชน กิจการชุมชน โดยมีประชาชนเขารวมไมนอยกวา ๑ ใน ๔ ของคณะกรรมการรวมทํางานดวย (สอดคลองยุทธศาสตรชาติ ขอที่ ๖ดานการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ)ขอ ๑๒ ดานการศึกษาพรรคจะสงเสริมพัฒนาคุณภาพประชากรและขัดเกลาสมาชิกวัยเรียน ดวยการ จัดการศึกษาอยางมีคุณภาพ โดยเฉพาะการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมถึงการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยจะรวบรวมกฎหมายการศึกษาใหเปนหมวดหมู และนํามาใชอยางจริงจัง โดยมีปจจัย การขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษา ดังนี้๑๒.๑ พัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ปจจุบันผูเรียนตองเรียนวิชาการมากขาดทักษะชีวิตที่ดํารงอยูตามความเปนจริง๑๒.๒ ขยายโอกาสและสงเสริมการเรียนตั้งแตอนุบาล ประถม มัธยม อาชีวศึกษาถึงระดับปริญญาตรี โดยเสียคาใชจายนอยที่สุด๑๒.๓ ยกฐานะสํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยใหมีฐานะเปนกรม เทียบเทาสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน บุคลากร กศน. เจาหนาที่สามารถบรรจุเปนพนักงานราชการ มีสวัสดิการแบบอยางครู - บุคลากรทางการศึกษา พัฒนาศักยภาพของศูนย กศน. ทุกตําบล ใหมีประสิทธิภาพเปนศูนยเรียนรูของตําบล และเนนปลูกฝงเรื่องคุณธรรมจริยธรรมแกนักศึกษาควบคูไปกับการปลูกฝงใหรักและอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม๑๒.๔ สงเสริมและสนับสนุนโรงเรียนสอนศาสนาทุกศาสนา พัฒนาครูผูสอนใหมีมาตรฐานเหมือนกัน สงเสริมใหครูสอนศาสนาอิสลามไดมีวุฒิการศึกษาสายสามัญควบคูกับวุฒิทางศาสนา สงเสริมการสอบธรรมสนามหลวง ใหแกเด็กและเยาวชนไดเรียนธรรมศึกษาเพื่อสอบธรรมศึกษาชั้นตรี ชั้นโท และชั้นเอก หนา ๑๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ๑๒.๕ สงเสริมและสนับสนุน ใหทุกโรงเรียนเนนเพิ่มวิชาการและปฏิบัติการดานคุณธรรมจริยธรรม ดานสาขาอาชีพตั้งแตเริ่มเรียนระดับประถมศึกษา - มัธยมศึกษา เพื่อสามารถนําไปใชไดจริงเพื่อสรางรายไดใหตัวเองและครอบครัว๑๒.๖ เพื่อใหครูไดกลับมาเปนเหมือนเรือจางในอดีต หรือครูผูสอนศิษย เสมือนพอแมสอนลูกสอนหลาน ใหยกเลิกระบบการมาเขียนแผนงานเพื่อยกระดับวิทยฐานะในงานดานเอกสารมาเปนการแขงขันการสอนศิษยใหเรียนดี มีคุณธรรม มีจริยธรรม ผูบริหารจะยกระดับเลื่อนลําดับมาใชระบบการแขงขันโดยวัดจากนักเรียนที่จบจากโรงเรียนที่ตนเองเปนผูบริหารสามารถสอบเขามหาวิทยาลัยหรือสถาบันทหาร ตํารวจ ขาราชการไดมากที่สุดมาเปนตัวชี้วัดแทนการทําเอกสารแบบเดิม ๆ ทําใหไมมีเวลามาสอนนักเรียน และบริหารสถานศึกษา (สอดคลองยุทธศาสตรชาติ ขอที่ ๕ ดานการสรางความเจริญเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม)ขอ ๑๓ ดานเศรษฐกิจพรรคมุงสงเสริมดานเศรษฐกิจทุกดาน ดังนี้๑๓.๑ ดานเศรษฐกิจการเกษตร สงเสริมสหกรณการเกษตรหมูบาน ตําบลรับซื้อผลผลิตการเกษตร หรือขายตรงตอกลุมสหกรณการเกษตรตําบล กลุมสหกรณการเกษตรอําเภอหรือสหกรณการเกษตรจังหวัดและวิสาหกิจชุมชน ทําหนาที่ศูนยกลางซื้อขายเพื่อยกระดับราคาผลผลิตการเกษตร ทั้งพืชเศรษฐกิจและสัตวเศรษฐกิจ ใหมีคุณภาพและราคาสูงขึ้น๑๓.๒ “เกษตรสงออก” เปนการเพิ่มมูลคาตลาดสินคาเกษตรจากเกษตรกรไทยสูตลาดโลก พรรคมีนโยบายบริหารจัดการสินคาเกษตรที่เรียกวา “เกษตรสงออก” ซึ่งมีความหมายวาเปนการทําการตลาดซื้อขายลวงหนากับผูสนใจหรือผูซื้อกอนการผลิต เพื่อใหเกิดความมั่นใจใหแกเกษตรกรวาสินคาที่ผลิตขึ้นมานั้น สามารถขายและไดราคาตามความตองการ โดยเนนปลูกพืชเศรษฐกิจที่เปนความตองการของตลาดโลก หรือผลผลิตทางการเกษตรที่มีตลาดรองรับลวงหนา โดยจะมีการตกลงทําสัญญาซื้อขายลวงหนา และมีภาครัฐสงเสริมและสนับสนุนการดําเนินการประสานงาน การอํานวยความสะดวกการหาตลาด หาผูซื้อ ประสานการทําสัญญาธุรกรรม การจัดหาแหลงเงินทุน การจัดหาวัตถุดิบการสงผูเชี่ยวชาญ หรือวิทยากรใหคําแนะนําในดานการผลิต การแปรรูป การบรรจุ การขนสงจนกระทั่งการรับเงินคาสินคา แบบบูรณาการ อันเปนการประกันราคาผลผลิตขั้นต่ําหนา ๑๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ๑๓.๓ การแกไขปญหาที่ดินทํากิน พรรคมุงเนนใหกลุมเกษตรกรมีพื้นที่ทํากินเปนของตนเอง หรือการสนับสนุนจากรัฐในการจัดหาที่ดินทํากิน รวมถึงการเพิ่มสวนราชการจัดตั้งกระทรวงที่ดิน เพื่อเปนองครวมในการดําเนินการจัดระเบียบที่ดินที่กระจัดกระจายอยูตามหนวยงานตาง ๆของภาครัฐ หรือภาคเอกชน ที่รกรางวางเปลาที่ไมกอเกิดประโยชน ทําแผนการพัฒนาที่ดินใหเกิดประโยชนสูงสุด มิใหเกิดการทับซอนในดานเอกสารสิทธิ์ตาง ๆ และใหประชาชนมีที่ดินทํากินโดยทั่วถึง๑๓.๔ การเขาถึงแหลงทุนและทรัพยากรโดยจัดหาใหแกเกษตรกรที่ไมมีทุนทรัพยในการจัดหาวัสดุ อุปกรณ หรือวัตถุดิบ เพื่อการประกอบอาชีพ โดยรัฐจะสนับสนุนและดําเนินการจัดหาแหลงทุนเพื่ออํานวยความสะดวก ใหเขาถึงไดอยางรวดเร็ว เชน การเพิ่มวงเงินและเพิ่มจํานวนธนาคารของรัฐ สนับสนุนเกษตรกรในการกูยืมในอัตราดอกเบี้ยต่ํา และขยายระยะเวลาการกูยืมใหนานขึ้นเพิ่มเงินกองทุนหมูบาน และกองทุนวิสาหกิจชุมชน กระจายเงินกองทุนในรูปแบบขนาดเล็ก กลาง ใหญตามจํานวนสมาชิกในหมูบาน หรือสมาชิกของวิสาหกิจชุมชน ไดแก๑๓.๔.๑ การตั้งกองทุนหมูบานเพื่อการเกษตร และกองทุนวิสาหกิจชุมชนเพื่อกิจการชุมชน และยกระดับกองทุนหมูบานหรือวิสาหกิจชุมชน เปนสถาบันการเงินใหครบทุกหมูบานเทียบเทาธนาคารของหมูบาน บริหารจัดการจากสมาชิกในกลุมของตนเอง โดยจัดสวัสดิการดานตาง ๆใหกรรมการและสมาชิกมีคาตอบแทนใหสมาชิกสามารถกูยืมเงินดอกเบี้ยต่ําระยะยาวจากกองทุนหมูบาน(สถาบันการเงินชุมชน) เพื่อประกอบกิจการโดยไมตองมีขาราชการมาค้ําประกัน กําหนดใหสมาชิกอยางนอยสามคนค้ําประกันกันเอง โดยในระยะแรกกําหนดใหธนาคารของรัฐดําเนินการสนับสนุนเงินกองทุนหมูบานการนําสินทรัพยแปรรูปเปนทุน ดวยการใหสิทธิในการปลูกตนไม การครอบครองและการใชประโยชนไมหวงหามในพื้นที่ของตนเอง และสามารถนําไมยืนตน (ตนไมมีชีวิต)มาค้ําประกันเงินกูเพื่อการเกษตร หรือการตัดไม (ไมที่ตายแลว) การแปรรูป การขนยายนําสงและจําหนายไดในเชิงพาณิชยเพื่อใหเปนไมเศรษฐกิจ๑๓.๔.๒ ปรับโครงสรางหนี้ใหเกษตรกร สามารถติดตอยายหนี้จากธนาคารสถาบันการเงิน หรือภาคเอกชนทั่วไป มาเปนหนี้ในสังกัดกองทุนฟนฟูแทน และสามารถใชการแปลงสินทรัพยเปนทุน เชน เกษตรสงออกไมหวงหาม ทรัพยสินทางปญญา นําค้ําประกันใหกับสมาชิกในระยะสั้นไดพรอมแกไขสภาพเครดิตบุคคล (บูโร) ใหกับเกษตรกรและผูใชแรงงาน หลังผานไป ๒ - ๓ ปเพื่อสามารถกลับมาอยูในสภาพปกติเพื่อสามารถทําธุรกรรมกับสถาบันการเงินตาง ๆ ไดหนา ๑๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ๑๓.๔.๓ การเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพใหแกเกษตรกร เพื่อการเพิ่มผลผลิตและรายได โดยการจัดตั้งตลาดกลางตําบล หรือ “ตลาดชุมชน” สงเสริมใหมีโรงสีขาวขนาดกลาง เล็กในชุมชน เพื่อดําเนินการผลิต ซื้อเก็บรักษา หรือขายผลภัณฑทางการเกษตรของชุมชนในหมูสมาชิกกันเองเปนการเสริมสรางความเขมแข็งในชุมชน เพิ่มประสิทธิภาพและลดตนทุนดานการผลิต รวมถึงการบริหารจัดการในชุมชนดานการตลาด๑๓.๔.๔ เกษตรเพื่อการทองเที่ยวเชิงอนุรักษ และพัฒนาแหลงทองเที่ยวชุมชนโดยชุมชน จัดทําแปลงสาธิตเพาะปลูกพืชเพื่อตอนรับนักทองเที่ยว เชน เกษตรอินทรีย ปลูกพืชพฤกษาสวนปาเชิงนิเวศน พัฒนาสมุนไพร พืชดอกไม ไมผล ไมประดับ พันธุไมจากทั่วโลก พืชสวยงามจากทุกภาคของไทย ปาชุมชน ดวยศาสตรพระราชา สงเสริมการทองเที่ยวเชิงเกษตร ผันน้ําจากแหลงน้ําในพื้นที่ตาง ๆ ดวยพลังงานทดแทน เขาไปยังคลองชลประทานทั้งที่มีอยูเดิมและขุดใหม เพื่อใหมีน้ําทําการเกษตรตลอดทั้งป รวมถึงชวยระบายน้ําในชวงที่เกิดอุทกภัยและขยายตอเปนเสนทางสัญจรทางน้ําเพื่อขนสงสินคา หรือการจราจรทางน้ํา จากแหลงน้ําใหญสูพื้นที่ทํากิน ลดตนทุนการขนสงและอํานวยความสะดวกในดานคมนาคม ๑๓.๕ ดานเศรษฐกิจการทองเที่ยว ประเทศไทยมีรายไดจากการทองเที่ยวเปนอันดับตน ๆของรายไดประเทศ เกิดเงินหมุนเวียนในระบบชุมชน รวมทั้งประเทศไทยมีแหลงทองเที่ยวที่สวยงามหลากหลายเปนที่ถูกใจของคนทั่วโลก ทั้งทางธรรมชาติ ทางวัฒนธรรม และสถานบันเทิง อีกทั้งอาหารไทยเปนที่นิยมไปทั่วโลก ดวยเหตุนี้ พรรคเพื่อชีวิตใหม จึงมีนโยบายดานการทองเที่ยว ดังนี้๑๓.๕.๑ สงเสริมการทองเที่ยวเชิงเกษตร มีเปาหมายในสวนภูมิภาคที่มีศูนยพัฒนาทางการเกษตร แปลงสาธิต โฮมสเตย รานอาหารชุมชน ศูนยสินคาชุมชน สถานีอนามัยชุมชนสนับสนุนการทองเที่ยวเชิงวัฒนธรรมดานการเกษตร และวิถีชีวิตเกษตรกรไทยของแตละทองถิ่น๑๓.๕.๒ สงเสริมการทองเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ตามแหลงประวัติศาสตรและศิลปะพื้นบานชุมชนและสถานที่สําคัญ เชน วัด วัง ปราสาทหินในทองถิ่น ใหเปนแหลงทองเที่ยวระดับสากล ตลอดจนจัดใหมีสถานีอนามัยประจําแหลงทองเที่ยวแตละแหง เพื่อการปฐมพยาบาลนักทองเที่ยวเบื้องตน ทั้งนี้ มีคณะกรรมการชุมชนเปนผูดูแลภายใตการสนับสนุนขององคการปกครองสวนทองถิ่น หนา ๑๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ๑๓.๕.๓ สงเสริมใหผูทํางานดานบริการ ใหมีความรู ทักษะ และมีความเปนมืออาชีพในดานการบริการ โดยตั้งกองทุนใหสมาชิกมีสวนรวมในการพัฒนาอาชีพ อันเปนการพัฒนาศักยภาพผูใหบริการเบื้องตน มีกองทุนสวัสดิการ สนับสนุนอาชีพบริการใหเปนอาชีพที่มีความสําคัญตอประเทศชาติโดยเฉพาะอาชีพพนักงานรักษาความปลอดภัย ทั้งสวนราชการ เชน อป.พร. และภาคเอกชน เชนบริษัทที่ทําหนาที่รักษาความปลอดภัยที่มีพนักงานปฏิบัติหนาที่อยูพื้นที่แหลงทองเที่ยวและสถานที่ตาง ๆ๑๓.๖ สงเสริมใหประชาชนปลูกพืชจากเกษตรอินทรีย ปลอดสารเคมี เพื่อนําสงขายทั้งภายในประเทศและนอกประเทศ๑๓.๗ สงเสริมใหประชาชนสรางพลังงานทดแทน ทั้งพลังงานเชื้อเพลิงและพลังงานไฟฟาเพื่อนํามาใชและจําหนายเพื่อเปนรายไดของครอบครัว๑๓.๘ สนับสนุนโครงการรัฐชวยราษฎร เพื่อเสริมสรางศักยภาพในการแขงขันของประชาชนลดความเหลื่อมล้ํา สรางความเสมอภาคทางดานเศรษฐกิจ พรรคเพื่อชีวิตใหม จึงเสนอนโยบายปรับโครงสรางหนี้ ปลดเปลื้องแกไขภาระหนี้สินของภาคประชาชน โดยการเสนอกฎหมายใหรัฐบาลออกตราสารหนี้ใหกับสถาบันการเงิน เพื่อซื้อหนี้ของประชาชนมาบริหารปรับโครงสรางหนี้ เปนหนี้ปลอดดอกเบี้ย(สอดคลองยุทธศาสตรชาติ ขอที่ ๒ ดานการสรางความสามารถในการแขงขัน)ขอ ๑๔ ดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมพรรคสงเสริมการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เรงปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดลอมใหดีขึ้นเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน สงเสริมการเพิ่มปริมาณพื้นที่ปาไม โดยเสนอโครงการปลูกปาถาวรอยางเปนระบบตามศาสตรพระราชา สนับสนุนใหมีการจัดหารที่ดิน เพื่อปลูกตนไมเศรษฐกิจ ไมหายากหรือการปลูกตนไมเพื่อระบบนิเวศน ฟนฟูปาไม เกษตรกรสามารถเสนอขอกู เพื่อการลงทุนผลิตธัญพืชสรางรายไดโดยไมตองตัดตนไม และยกปาไมนั้นใหกับชุมชน เพื่อปาที่อุดมสมบูรณ ซึ่งจะมีอยูทุกชุมชนรวมถึงการดําเนินการในดานการจัดการเพื่อลดปญหาภาวะโลกรอนดวยโครงการตาง ๆ ดังนี้๑๔.๑ จัดการปญหาขยะลนเมืองใหเปนรูปธรรม โดยมีแนวทางในการสรางมูลคาใหกับขยะ เริ่มจากการจัดระบบการแยกขยะเปนหมวดหมู นําไปแปรรูปหมุนเวียนใหเกิดคุณคาดวยวิธีตาง ๆเชน การนํากลับมาใช การแปรรูปเปนวัตถุดิบ การเปลี่ยนเปนพลังงานไฟฟา นําวัสดุใชแลวมาเพิ่มมูลคาหนา ๑๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ๑๔.๒ พลังงานทดแทน สงเสริมใหมีการใชพลังงานทดแทนทุกดาน พลังงานทางเลือกและพลังงานสะอาด พรอมทั้งรณรงคใหลดปริมาณการใชน้ํามัน โดยการสงเสริมการปลูกพืชผลการเกษตรในกลุมพลังงาน เชน มันสําปะหลัง ออย ละหุง ถั่วเหลือง หรือปาลม สงเสริมการพัฒนาการใชพลังงานทางเลือกอยางจริงจังใหเปนรูปธรรม (สอดคลองยุทธศาสตรชาติ ขอที่ ๕ ดานการสรางความเจริญเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม)ขอ ๑๕ ดานการสาธารณสุขพรรคมีนโยบายที่ชัดเจนที่มุงพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยครบทั้ง ๓ ดาน คือ สุขภาพกาย(Physical Health) สุขภาพจิต (Mental Health) และวุฒิปญญา (Intellectual Health) โดยจะเรงรัดการใหบริการทางการแพทยและสาธารณสุขที่มีมาตรฐานและคุณภาพใหทั่วถึง จัดงบประมาณใหเพียงพอและครอบคลุมในการบริหารหนวยงาน สถานพยาบาล ทั้งดานบุคลากร อาคาร สถานที่ วัสดุครุภัณฑ และเครื่องมืออุปกรณทางการแพทย นอกจากนี้จะสนับสนุนและสงเสริมการนําเทคโนโลยีทางการแพทยและสาธารณสุขที่ทันสมัย คุมคาตอการใหบริการมาใชใหแพรหลายและใหความสําคัญตอการวิจัยและพัฒนาของภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อพัฒนาระบบรูปแบบและเทคโนโลยีทางการแพทยทั้งแพทยแผนปจจุบันและแพทยทางเลือกกับการบริการสาธารณสุขอยางจริงจัง ทั้งนี้ เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตดานสาธารณสุขของประชาชนชาวไทยใหไดมาตรฐานสากล โดยมีนโยบาย ดังนี้๑๕.๑ จัดทําศูนยและสวัสดิการรักษาพยาบาล การรองรับผูสูงอายุ โดยมีบริเวณหองพักหองอํานวยความสะดวกตาง ๆ พรอมอุปกรณทางการแพทยที่เกี่ยวของกับการดูแลผูสูงอายุใหเกิดขึ้นทุกตําบลที่ใหสาระความรู และกิจกรรมนันทนาการแบบอยางโรงเรียนผูสูงอายุ และใหมีบัตรสวัสดิการรักษาไดทุกโรงพยาบาลทั่วไทย๑๕.๒ พัฒนาโรงพยาบาลสุขภาพ ใหเปนที่รองรับและรักษาตรวจสุขภาพผูสูงอายุโดยมีแพทย พยาบาล บุคลากรทางการแพทย และผูมีจิตอาสาตาง ๆ ใหเพียงพอ๑๕.๓ สานตอนโยบายสามสิบบาทรักษาทุกโรค หรือการบริการสาธารณสุขของรัฐฟรีแกประชาชน ประชาชนทุกคนในประเทศ และเพิ่มสภาพคลองในการบริหารจัดการดานการเงินของโรงพยาบาลตาง ๆ๑๕.๔ สนับสนุนแพทยทางเลือก เชน แพทยแผนไทย ภูมิปญญาทองถิ่นหมอชาวบาน สมุนไพรไทย หมอนวดภูมิปญญาไทย ปราชญชาวบาน เพื่อเปนดานแรกในการบําบัดผูปวยขั้นปฐมพยาบาล กอนสงตัวไปรักษาตอที่โรงพยาบาลในเมืองหนา ๑๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ๑๕.๕ ประชาชนตองเขาถึงการรักษาอยางรวดเร็ว สะดวก ปลอดภัย เทาเทียมกันไมเลือกปฏิบัติ บุคลากรทางการแพทยตองยึดมั่นในอุดมการณและจรรยาบรรณดวยคุณธรรมจริยธรรม๑๕.๖ ควบคุมคุณภาพ และราคาของยาและอุปกรณทางการแพทย ใหจําหนายอยางยุติธรรม ควบคุมคุณภาพของยาประเภทตาง ๆ ใหประชาชนไดใชยาในราคาถูก และมีความปลอดภัยในการใชยา ๑๕.๗ จัดใหมีการประกันสุขภาพประชาชนทุกคน โดยรัฐเปนผูดําเนินการสรางความรวมมือกับบริษัทเอกชน หรือบริษัทประกันสุขภาพ ใหเขามามีสวนรวมในกองทุนหมูบาน เพื่อดูแลรักษาคาใชจายเบื้องตนตาง ๆ ในการรักษาพยาบาลเริ่มตนตั้งแตแรกเกิดจนกระทั่งเสียชีวิต๑๕.๘ จัดใหมีสถานพยาบาลใหกับประชาชนทุกหมูบาน ใหกับชาวไทยที่หางไกลกันดารบนที่ราบสูง ในรูปแบบวิสาหกิจชุมชนเพื่อสุขภาพ ๑ หมูบาน ๑ คลินิก ใหกับหมูบานที่หางไกลความเจริญ (สอดคลองยุทธศาสตรชาติ ขอที่ ๔ ดานการสรางโอกาสความเสมอภาคและความเทาเทียมกันทางสังคม)ขอ ๑๖ ดานสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศพรรคตระหนักถึงความสําคัญของวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ซึ่งจําเปนตอวิถีชีวิตประจําวันอันรวมถึงวิทยาศาสตรเพื่อการประกอบอาชีพ วิทยาศาสตรประยุกต กระทั่งวิทยาศาสตรกาวหนาแตไมทอดทิ้งวิทยาศาสตรธรรมชาติ จึงจําเปนตองกําหนดนโยบายสรางบุคลากรดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีใหม ๆ ใหเพียงพอทั้งปริมาณและคุณภาพ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีในดานการวิจัยและพัฒนาอาชีพ เชน ไบโอเทคโนโลยี ไบโอเมดเทค ออโตเมชั่น เทคโนโลยี และนาโนเทคโนโลยีเพื่อใหเอื้อประโยชนตอการพัฒนาประเทศ ทั้งในดานอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และพาณิชยกรรมสนับสนุนความรวมมือ ใหสถาบันการศึกษาในประเทศรวมมือกับตางประเทศ ในการวิจัยและพัฒนาดานเทคโนโลยี ยกระดับขีดความสามารถของบุคลากร และเทคโนโลยี การรับและการถายทอดเทคโนโลยีตลอดจนการรองรับการถายทอดทักษะ รวมไปถึงการใหการคุมครองตอสิทธิในทรัพยสินทางปญญาการใชสิทธิในทรัพยสินทางปญญา เพื่อประโยชนตอชุมชนทั้งในทางสังคมและเศรษฐกิจ ใหบังเกิดประโยชนสูงสุดแกประเทศชาติ และชุมชนทองถิ่นตาง ๆ อยางเปนธรรมและสมดุล นอกจากนี้ ยังมุงสงเสริมและพัฒนาพลังงานทดแทน พลังงานทางเลือกที่ผลิตโดยคนไทย เพื่อลดการนําเขาพลังงานจากตางประเทศหนา ๑๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ โดยคํานึงถึงประโยชนในทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอม ยึดหลักการของการพัฒนาอยางยั่งยืน ยึดมั่นในหลักการของการแกไขปญหามลพิษตาง ๆ รวมทั้งสนับสนุนบทบาทของชุมชนและองคกรพัฒนาเอกชนใหมีสวนรวมกับรัฐ ในการแกไขปญหาสิ่งแวดลอมและมลพิษรวมกันสงเสริมการใชเทคโนโลยีที่สะอาด ปราศจากมลภาวะใหมีบทบาทตอการดํารงชีวิตใหมากขึ้น๑๖.๑ สนับสนุนใหมีศูนยกลางการประชาสัมพันธ ทีวี วิทยุ ทั่วทุกตําบลและอินเตอรเน็ตฟรีทุกหมูบาน จะสามารถอํานวยความสะดวกในการสื่อสาร สรางรายไดใหกับรัฐวิสาหกิจชุมชน สหกรณชุมชน และเขาถึงศูนยกลางซื้อ - ขาย เพื่อสรางรายไดใหประชาชนทุกพื้นที่๑๖.๒ สงเสริมใหมีศูนยกลางประสานงานสื่อสารมวลชน เพื่อรับเรื่องราวรองทุกขรองเรียนภาคประชาชน (สอดคลองยุทธศาสตรชาติ ขอที่ ๓ ดานการพัฒนาและเสริมสรางศักยภาพคน)ขอ ๑๗ ดานสังคมพรรคมีความเชื่อมั่นอยางยิ่งวา ทรัพยากรมนุษย คือ ปจจัยที่สําคัญที่สุดของประเทศการพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรมนุษย ตองเริ่มจากการพัฒนารากฐานจากครอบครัวในสังคมไทยเปนสังคมอุดมดวยสติปญญาและเหตุผล เนนระบบการฝกอบรมใหผูใชแรงงาน เพื่อเพิ่มทักษะความสามารถและความชํานาญ เพิ่มโอกาสและรายไดที่มากกวาคาแรงขั้นต่ํา ตลอดจนสงเสริมการฝกทักษะในระดับอาชีพตอเนื่องไป โดยมีแนวนโยบาย ดังนี้๑๗.๑ เพิ่มสวัสดิการเงินเดือนใหผูสูงอายุ ไมนอยกวาสามพันบาทตอเดือนและจัดหาแหลงพักพิงใหกับผูสูงอายุ นําภูมิปญญา ความรูของผูสูงอายุถายทอดใหแกสังคมและพัฒนาความรูนั้นใหเปนองคความรูเพื่อใหเกิดประโยชนทางสังคม๑๗.๒ จัดหาสวัสดิการใหกับอาสาสมัคร ทุกสังกัดของหนวยงานภาครัฐ เชนอาสาสมัครปองกันภัยฝายตาง ๆ อาสาสมัครคุมประพฤติกระทรวงยุติธรรม ยุติธรรมชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขหมูบานและชุมชน อาสาสมัครพิทักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมหมูบาน ปราชญชาวบานหมอดินอาสา เพิ่มเบี้ยยังชีพคนพิการ กลุมคนดังกลาวใหมีรายไดประจําหรือมีคาตอบแทนในหนาที่จัดตั้งใหมีชมรมอาสาสมัครตําบล อําเภอ และมีสมาคมอาสาสมัครแตละสังกัด๑๗.๓ จัดใบประกอบวิชาชีพวิทยฐานะครู ใหบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนตํารวจตระเวนชายแดนทั่วประเทศ เพื่อเปนเกียรติประวัติและเพิ่มสวัสดิการใหเหมาะสมหนา ๒๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ๑๗.๔ สนับสนุนใหกลุมอาชีพชุมชน มีบทบาทในสังคม ตั้งกองทุนเพื่อพัฒนากลุมอาชีพและเสริมศักยภาพใหมีบทบาทและหนาที่มีสิทธิเสรีภาพเทาเทียมกัน๑๗.๕ เรงปองกันและปราบปรามการคายาเสพติดอยางเด็ดขาด เยียวยาและบําบัดฟนฟูผูหลงผิดติดยาเสพติดใหโทษอยางทั่วถึงและยุติธรรม สงเสริมชุมชนตานภัยยาเสพติดจัดกิจกรรมสงเสริมกีฬาชุมชน กีฬาระหวางชุมชน๑๗.๖ เรงปองกันและปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ อาชญากรรมดานเทคโนโลยี รวมถึงอาชญากรรมขามชาติ โดยเพิ่มโทษใหเหมาะสมและบังคับใชบทลงโทษที่สูงสุดและเด็ดขาด กระบวนการพิจารณาที่รวดเร็ว ยุติธรรม และเพิ่มทักษะความรู ความสามารถแกเจาหนาที่รัฐ ๑๗.๗ นโยบายดานการคมนาคม การคมนาคมขนสงนั้น จําเปนตองมีโครงขายโยงใยทั่วถึงทุกพื้นที่และตองเปนไปดวยความปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว พรรคจะดําเนินการพัฒนาระบบคมนาคมในทุกเสนทางปรับปรุงระบบคมนาคมเดิม และสรางระบบคมนาคมใหม เพื่อใหเปนแรงขับเคลื่อนสําคัญในดานเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศ การดําเนินนโยบายโครงการระบบขนสงมวลชน และระบบขนสงสาธารณะขนาดใหญ เชน รถไฟฟาความเร็วสูง และใหสามารถเชื่อมตอกับประเทศเพื่อนบานไดเปนการเพิ่มเสนทางการขนสงสินคา และรองรับการทองเที่ยวในอนาคตครอบคลุมทั่วประเทศเชื่อมถึงกันไดอยางบูรณาการทั้งทางบก ทางน้ํา และทางอากาศ พัฒนาสนามบินในแตละภูมิภาคใหสามารถรองรับระบบการคมนาคมขนสงทั้งสินคาและนักทองเที่ยวไดอยางมีประสิทธิภาพพัฒนาใหประเทศไทยเปนศูนยกลางในการคมนาคมติดตอของภูมิภาค ตลอดจนดําเนินการพัฒนาศักยภาพการขนสงระหวางภาคสมุทรรวมถึงการพัฒนาระบบโลจิสติกสใหมีประสิทธิภาพและสรางระบบคลังสินคาประเภทตาง ๆ ใหเพิ่มมากขึ้น๑๗.๗.๑ โครงสรางพื้นฐาน พรรคตระหนักถึงวิกฤตการณน้ํามันเชื้อเพลิงดวยนโยบายการพัฒนาแหลงพลังงานทางเลือกอื่น ๆ เพื่อเปนการทดแทนน้ํามันเชื้อเพลิง เชนพลังงานจากแสงอาทิตยพลังงานจากกังหันลม พลังงานจากกระแสน้ํา พลังงานแมเหล็ก พลังงานจากพืชเชน กาซโซฮอลจากมันสําปะหลัง ออย ปาลม ใหเกษตรกรซื้อไดในราคาถูก และพลังงานลมการแกไขปญหาทรัพยากรน้ํามันเชื้อเพลิงของชาติโดยจะเสนอยกรางพระราชบัญญัติคุมครองทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อประโยชนสูงสุดของประชาชนที่ไดจากทรัพยากรน้ํามันที่มีอยูในประเทศ โดยมีเปาหมายหลักคือ การทําใหน้ํามันเชื้อเพลิงชนิดตาง ๆ ราคาถูกลงใกลเคียงกับประเทศเพื่อนบานและราคาเดียวกันทั่วประเทศหนา ๒๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ๑๗.๗.๒ การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคอยางทั่วถึงทุกชุมชนหมูบานโดยเฉพาะโครงสรางพื้นฐานทางเศรษฐกิจ รวมถึงสิ่งที่จะสรางรายไดใหคนในชุมชน กิจกรรมในชุมชน๑๗.๗.๓ การเพิ่มสัดสวนการใชพลังงานหมุนเวียนเชิงพาณิชยใหมากขึ้นโดยเนนปรับปรุงเทคโนโลยีดานการใชพลังงานจากกระแสไฟฟา และพลังงานอื่น ๆ ใหมีประสิทธิภาพมากขึ้น พัฒนาเทคโนโลยี สงเสริมการใชพลังงานจากกระแสไฟฟาในโรงงานอุตสาหกรรมตาง ๆตลอดจนสงเสริมการพัฒนาแหลงพลังงานทางเลือก โดยความรวมมือกับประเทศตาง ๆ ในภูมิภาควางโครงสรางระบบ การบริหารพลังงานรูปแบบใหมเพื่อใหเกิดประสิทธิภาพสูงสุด๑๗.๗.๔ ดานการแรงงานและสวัสดิการสังคม พรรคตระหนักถึงปญหาแรงงานในประเทศ ทั้งอัตราคาจางที่ต่ํากวาอัตราคาครองชีพ ปญหาการวางงานที่เพิ่มขึ้น แรงงานตางดาวผิดกฎหมาย การจางงานที่ไมเปนธรรม การใชแรงงานเด็ก และปญหาตาง ๆ อันเปนปจจัยหลักที่สงผลกระทบตอการพัฒนาประเทศ จึงมีนโยบายในการแกปญหาแรงงาน ดวยการสรางตําแหนงงานสรางแรงงานผูเชี่ยวชาญทักษะเฉพาะ การสงเสริมวิสาหกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ตลอดจนการสนับสนุนการสงออกเพื่อการขยายฐานการผลิต เพื่อใหเกิดความเจริญเติบโตในธุรกิจและฐานการจางงานเพิ่มมากขึ้น การเขมงวดแรงงานตางดาว ซึ่งปจจัยเหลานี้เปนแกนในการสรางความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและมีบทบาทสําคัญในการดึงเงินทุนจากตางประเทศเขาสูประเทศไทย ซึ่งจะเปนสวนเสริมสรางสภาพคลองทางเศรษฐกิจใหกับระบบและเปนกลไกสําคัญในการกระจายการลงทุนและฐานการผลิตออกสูภาคตาง ๆ ของประเทศ ผูประกันตนกับกองทุนประกันสังคม ใหเกิดประสิทธิภาพและมีความคลองตัว รวมถึงแนวทางการแกไขกฎหมายดานแรงงานใหเกิดความเปนธรรม นอกจากนี้ยังมีนโยบายการบริหารจัดการแรงงานตางดาว โดยการใชระบบบริหารงานทะเบียนและลดขั้นตอนความยุงยากของการขออนุญาตของแรงงานตางดาว แตเขมงวดในดานการคัดเลือกแรงงานที่มีคุณภาพรวมถึงการจัดระเบียบเพื่อเสริมสรางความมั่นคงแกแรงงานในทุกประเภท (สอดคลองยุทธศาสตรชาติขอที่ ๓ ดานการพัฒนาและเสริมสรางศักยภาพคน)ขอ ๑๘ ดานจริยธรรมจริยธรรมทางการเมือง (Political Ethics) เปนสวนหนึ่งของจริยธรรมทางสังคม หมายถึงความดีงาม ความถูกตอง ความเหมาะสมที่คนในสังคมหนึ่ง ๆ ไดยอมรับถือปฏิบัติเปนหลักทางศีลธรรมทั้งยังเครื่องมือในการวัดความดี ความไมดี ความถูก ความผิด มีลักษณะสําคัญดังนี้ คือหนา ๒๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ๑. พฤติกรรมนั้นกอใหเกิดประโยชนแกคนหมูมาก หรือสวนใหญ๒. พฤติกรรมนั้นกอใหเกิดความพอใจ การยอมรับของคนในสังคมนั้นเปนสวนใหญ๓. พฤติกรรมนั้นทําใหเกิดประโยชนทั้งตนและผูอื่นในสังคม๔. พฤติกรรมนั้นเหมาะสมกับกาลเวลา สถานที่ และบุคคลเรียกวา “ถูกกาลเทศะ”สวนจริยธรรมทางการเมือง คือ ความดีงาม ความถูกตอง ความเหมาะสมแหงพฤติกรรมทางการเมืองของสมาชิกในสังคมนั้น ๆ จริยธรรมทางการเมืองจึงเปนกฎหรือกติกาทางศีลธรรมที่มีไวเพื่อควบคุมพฤติกรรมของสมาชิกในสังคม เพื่อไมใหเกิดผลราย หรืออันตรายตอสังคมการเมืองประเทศที่ปกครองระบอบประชาธิปไตยจะมีจริยธรรมทางการเมืองไปในทางการเคารพสิทธิ หนาที่ของมนุษยการยอมรับนับถือเสียงสวนมาก การยอมรับฟงเหตุผลของคนอื่น และการเคารพในศักดิ์ศรีของความเปนมนุษยเพิ่มเติมสงเสริมคุณธรรมจริยธรรมทุกชุมชน หมูบาน ดังนี้๑๘.๑ ปลูกฝงใหทุกคนมีจิตอาสา และจิตสาธารณะ๑๘.๒ สงเสริมและปลูกฝงใหเคารพนับถือผูอาวุโส ตามแบบอยางที่ดีของสังคม๑๘.๓ ปลูกฝงและสงเสริมมารยาทไทยใหสอดคลองกับหลักธรรม (มารยาทชาวพุทธ)๑๘.๔ สงเสริมกิจกรรมทางศาสนาทุกศาสนาอันเปนพื้นฐานของความดีมีคุณธรรม๑๘.๕ สงเสริมใหประชาชนมีระเบียบวินัยในตนเอง๑๘.๖ สงเสริมใหประชาชนรูจักหนาที่ของตนเองเปนพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตย(สอดคลองยุทธศาสตรชาติ ขอที่ ๓ ดานการพัฒนาและเสริมสรางศักยภาพคน)นโยบายเรงดวน(๑) สนับสนุนใหมีการศึกษาภาคบังคับถึงปริญญาตรี โดยไมมีคาใชจายใด ๆ เพิ่มเติม(๒) สนับสนุนใหมีโครงการอาหารกลางวันแกนักเรียน นักศึกษาภาคบังคับ โดยไมมีคาใชจายใด ๆ (๓) สนับสนุนใหมีโครงการอาจารยพิเศษชาวตางชาติ อาสาสอนภาษาใหขาราชการประชาชน นักเรียนนักศึกษา โดยไมมีคาใชจายใด ๆ(๔) สนับสนุนใหมีโครงการรักษาในโรงพยาบาลของรัฐทุกแหง ทุกกรณี โดยไมมีคาใชจายใด ๆหนา ๒๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ (๕) สนับสนุนใหการใชบริการรถไฟชั้นสามทุกเสนทาง โดยไมมีคาใชจาย(๖) สนับสนุนใหมีรถโดยสารเชื่อมโยงถึงกันทั่วประเทศ โดยไมมีคาใชจาย(๗) สนับสนุนโครงการจัดสรรที่ดินแกประชาชนที่ไรที่ทํากิน ออกโฉนดที่ดินแกที่ครอบครองอยางเสมอภาค(๘) สนับสนุนใหตั้งกองทุนทําปุยชีวภาพ ปุยอินทรีย แลกเปลี่ยนกันเองในกลุมเกษตรกรทุกภาคสวน (๙) สนับสนุนใหตั้งธนาคารชุมชนทุกหมูบาน ใหคําแนะนํา ปรึกษาแกไขทุก ๆ ปญหาแกประชาชน (๑๐) สนับสนุนใหมีการติดตั้งแผงโซลาเซลล เจาะน้ําบาดาล เพื่อใชในการเกษตรทุกพื้นที่(๑๑) ปราบปรามคอรรัปชั่น และยาเสพติดอยางจริงจัง จับได ผิดจริง เพิ่มโทษหนัก(๑๒) สงเสริมพื้นที่สวนเกษตรสีเขียวเพื่อพักผอนและปลูก ๑ ปาชุมชน ๑ หมูบานเพื่อเกิดพื้นที่ปลอดมลพิษ(๑๓) สนับสนุนใหคนไทยปลูกตนไมเศรษฐกิจในที่ดินของตนเองไดทุกชนิด ปลูกไดตัดได ใชค้ําประกันเงินกูได(๑๔) สนับสนุนใหมีโครงการพักหนี้ ๔ ป หยุดคิดดอกเบี้ยดานการศึกษาและการเกษตร(พักดอกเบี้ยไวถาจายหักตน) ดูแลราคาผลผลิตทางการเกษตรใหเปนธรรม ตั้งกลุมเกษตรสงออกสงเสริมเกษตรทางเลือกใหม(๑๕) สนับสนุนใหมีโครงการพักหนี้ ๔ ป แกขาราชการ นักเรียน นักศึกษาหยุดคิดดอกเบี้ยไว ถาจายหักตน พิจารณาเงินเดือนใหมทั้งระบบใหสอดคลองสภาวะปจจุบัน บํานาญตกทอดแกทายาทจนบรรลุนิติภาวะ หรือตลอดชีวิต คูสมรสที่ไมสมรสใหม(๑๖) สงเสริมเกษตรทฤษฎีใหม และโครงการ ๕ ไรคลายจน ตามศาสตรพระราชาเศรษฐกิจพอเพียง(๑๗) สงเสริมกองทุนประชาชนตั้งตัวได ยกเลิกระบบเครดิตบูโร เพื่อชาวบานเขาถึงแหลงเงินกูไดทุกระดับ(๑๘) สนับสนุนโครงการที่พักอาศัยใหผูมีรายไดนอย หมูบานผูสูงอายุ อยูดี มีสุขศูนยเกษตรสงออกรับซื้อขาย หนา ๒๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ (๑๙) สนับสนุนสรางฝาย แกมลิงบริเวณที่ลุมแมน้ําสายหลัก แมน้ําโขง เพื่อกักน้ําไวใชในการเกษตรพรอมขุดเชื่อมแมน้ําสายหลักเพื่อผันน้ําไปมา(๒๐) ทําสะพานน้ําจากแกมลิง หรือคลองสงน้ําจากแกมลิง หรือฝายที่กักน้ําไปใหทั่วถึงตามพื้นที่เกษตรกรรม(๒๑) ฟนฟูรานคาโอท็อปทุกตําบล พรอมจัดการตลาดเพื่อซื้อขาย แลกเปลี่ยนผูผลิต ผูบริโภค ไดสินคาดี ราคาถูก(๒๒) สนับสนุนศูนยกลางรับเรื่องราวรองทุกข รองเรียน ปรึกษาปญหาความเดือดรอนของชุมชน พรอมศูนยกลาง wi-fi ฟรี ใหทั่วถึง(๒๓) สนับสนุนโครงการขุดคลองหรือสะพานเศรษฐกิจเชื่อม ๒ ฝง ระหวางอันดามันกับอาวไทย (๒๔) สนับสนุนโครงการกองทุนพลังงานเพื่อการเกษตรทดแทน ๑ ปม ๑ โรงกลั่น ๑ ตําบลหมวด ๔โครงสรางการบริหารพรรคการเมืองและตําแหนงตาง ๆ ในพรรคสวนที่ ๑โครงสรางการบริหารพรรคขอ ๑๙ โครงสรางของพรรคเพื่อชีวิตใหม ประกอบดวย(๑) คณะกรรมการบริหารพรรค(๒) คณะกรรมการสาขาพรรค(๓) ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดสวนที่ ๒คณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๒๐ ใหมีกรรมการคณะหนึ่งเปนคณะกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมนอยกวาเกาคนประกอบดวย (๑) หัวหนาพรรค(๒) รองหัวหนาพรรค(๓) เลขาธิการพรรค หนา ๒๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ (๔) รองเลขาธิการพรรค(๕) เหรัญญิกพรรค(๖) ผูชวยเหรัญญิกพรรค(๗) นายทะเบียนสมาชิกพรรค(๘) โฆษกพรรค(๙) รองโฆษกพรรคขอ ๒๑ การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรค ใหดําเนินการในที่ประชุมใหญของพรรคโดยการลงคะแนนลับใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งตําแหนงคณะกรรมการบริหารพรรคจนครบ และมีจํานวนไมนอยกวาตามที่กําหนดในขอ ๒๐ในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนง ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวาสิบคน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อตองอยูในที่ประชุมในกรณีบุคคลตามวรรคสามไดรับการเสนอชื่อเปนกรรมการบริหารพรรคตองไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้น และหากผูไดรับการเสนอชื่อไมอยูในที่ประชุมใหมีหนังสือยินยอมการดํารงตําแหนงขอ ๒๒ กรรมการบริหารพรรคตองเปนสมาชิกพรรค อายุไมต่ํากวายี่สิบป มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่ไดรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรค หรือนับแตวันที่ที่ประชุมใหญพรรคเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม แลวแตกรณีกรรมการบริหารพรรคตองไมเปนกรรมการสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในขณะเดียวกันขอ ๒๓ ในระหวางการดํารงตําแหนงประธานสภาผูแทนราษฎร และรองประธานสภาผูแทนราษฎรจะเปนกรรมการบริหารพรรค หรือดํารงตําแหนงใดในพรรคขณะเดียวกันมิไดขอ ๒๔ ความเปนกรรมการบริหารพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก โดยถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคหรือหัวหนาพรรคไดรับหนังสือ(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ หนา ๒๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ (๔) ขาดการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคสามครั้งติดตอกันโดยไมมีเหตุอันสมควรทั้งนี้ ใหคณะกรรมการบริหารพรรคตามมติเสียงขางมากเปนผูวินิจฉัย(๕) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดเมื่อตําแหนงกรรมการบริหารพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเขาทําหนาที่แทน จนกวาจะมีการประชุมใหญเพื่อเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วาง ซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงกรณีการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคแทนตําแหนงที่วางหรือการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติมใหผูไดรับเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกตั้งเพิ่มเติมนั้น อยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๒๕ กรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนง เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ความเปนกรรมการบริหารพรรคของหัวหนาพรรคสิ้นสุดลงตามขอ ๒๔(๓) กรรมการบริหารพรรควางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดตามขอ ๒๐ในกรณีกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป และใหเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงในกรณีกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๒) และ (๓) ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป หากไมมีหัวหนาพรรคใหรองหัวหนาพรรคตามลําดับรักษาการแทนหัวหนาพรรค ถาไมมีรองหัวหนาพรรคใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งรักษาการแทน และใหเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการบริหารพรรคการเมืองพนจากตําแหนงทั้งคณะในกรณีกรรมการบริหารพรรคพนจากสมาชิกพรรคทั้งหมด ใหถือวาเปนเหตุใหเลิกพรรคขอ ๒๖ คณะกรรมการบริหารพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรค และมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หนา ๒๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ (๒) ควบคุมและกํากับดูแลมิใหสมาชิกพรรค หรือผูดํารงตําแหนงในพรรคกระทําการในลักษณะที่อาจทําใหการเลือกตั้งหรือการเลือกมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ไมชอบดวยกฎหมายหรืออาจเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใดซึ่งสมัครเขารับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภา ไมวาโดยทางตรงหรือทางออม (๓) ใหความเห็นชอบในการจัดทําแผน หรือโครงการที่จะดําเนินกิจกรรมตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมือง(๔) ดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรคใหเปนไปตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมือง(๕) บริหารการเงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดของพรรค และสาขาพรรคตลอดจนจัดทําบัญชีตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมืองใหถูกตองตามความเปนจริง(๖) ตรวจสอบและควบคุม มิใหมีการนําเงินหรือทรัพยสินของพรรคไปใชจายเพื่อการอื่นใดนอกจากที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมือง(๗) กรณีพรรคสิ้นสภาพความเปนพรรคการเมือง หรือยุบพรรคยังคงตองปฏิบัติหนาที่อยูจนกวาการชําระบัญชีจะแลวเสร็จ แตจะดําเนินกิจกรรมทางการเมืองในนามพรรคที่สิ้นสภาพความเปนพรรคหรือยุบพรรคมิได (๘) ออกกฎระเบียบ และจัดตั้งหนวยงานตาง ๆ เพื่อปฏิบัติงานใหเปนไปตามนโยบายพรรค และขอบังคับพรรค(๙) ควบคุมไมใหพรรค และผูซึ่งพรรค สงเขาสมัครรับเลือกตั้งใชเกินวงเงินตามที่กฎหมายกําหนด(๑๐) เลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๑๑) กําหนดใหมีการประชุมใหญพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้ง และรายงานกิจการดานตาง ๆ ตอที่ประชุมใหญพรรค(๑๒) แตงตั้งและถอดถอนผูปฏิบัติงานของพรรคในกิจการตาง ๆ ของพรรคและคณะทํางานเฉพาะกิจ ทั้งในสวนกลางและสวนภูมิภาคหนา ๒๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ขอ ๒๗ กรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนง มีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) หัวหนาพรรค(ก) เปนประธานของคณะกรรมการบริหารพรรคและเปนผูเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ตลอดจนดําเนินการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค(ข) เปนผูเรียกประชุมใหญของพรรคตามความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคและเปนประธานของที่ประชุมใหญพรรค ตลอดจนดําเนินการประชุมใหญพรรค(ค) เปนผูเรียกประชุมรวมระหวางคณะกรรมการบริหารพรรคกับสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรค และเปนประธานของที่ประชุม ตลอดจนเปนผูดําเนินการประชุมดังกลาว(ง) เปนผูลงนามประกาศ กฎ ระเบียบ มติของพรรคและคําสั่งพรรค(จ) ในกรณีที่มีความจําเปนในการดําเนินการทางการเมืองใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของพรรคได โดยความเห็นชอบของกรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้นและใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติพรรค(ฉ) อํานาจอื่น ๆ ตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับพรรค(๒) รองหัวหนาพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่หัวหนาพรรค หรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๓) เลขาธิการพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(ก) เปนผูตรวจสอบและกํากับดูแลกิจการทั้งปวงของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย และใหรับผิดชอบโดยตรงจากหัวหนาพรรคหรือรองหัวหนาพรรคในกิจการที่หัวหนาพรรคมอบหมายใหปฏิบัติ(ข) เปนผูเสนอรายงานตอคณะกรรมการบริหารพรรคที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรค และสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรคและตอที่ประชุมใหญพรรค(ค) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรค คณะที่ปรึกษาพรรค และสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรค และที่ประชุมใหญพรรค(ง) เปนผูกํากับดูแลการบริหารงานของสํานักงานใหญพรรค(๔) รองเลขาธิการพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่เลขาธิการพรรค หรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย หนา ๒๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ (๕) เหรัญญิกพรรค มีหนาที่ในการควบคุมรายรับ รายจายเงิน บัญชีทรัพยสิน หนี้สินและงบการเงินของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด(๖) ผูชวยเหรัญญิกพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่เหรัญญิกพรรคหรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๗) นายทะเบียนสมาชิกพรรค มีหนาที่และอํานาจเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครเขาเปนสมาชิกพรรค และจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคใหตรงตามความเปนจริงและตองใหสมาชิกพรรคตรวจดูไดโดยสะดวก ณ สํานักงานใหญของพรรค รวมทั้งประกาศรายชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป เพื่อประโยชนในการตรวจสอบความถูกตอง(๘) โฆษกพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(ก) แถลงมติที่ประชุมของพรรค และแถลงกิจการตาง ๆ ของพรรค(ข) ประชาสัมพันธงานของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๙) รองโฆษกพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่โฆษกพรรค หรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย สวนที่ ๓สาขาพรรคขอ ๒๘ ภายในหนึ่งปนับแตวันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคตองดําเนินการใหมีสาขาพรรคในแตละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดอยางนอยภาคละหนึ่งสาขา โดยสาขาพรรคแตละสาขาตองมีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาในเขตเลือกตั้งหรือจังหวัดตั้งแตหารอยคนขึ้นไปขอ ๒๙ เขตเลือกตั้งใดหรือจังหวัดใดที่มีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตเลือกตั้งหรือจังหวัดนั้นตั้งแตหารอยคนขึ้นไป สมาชิกพรรคอาจจัดประชุมเพื่อดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองตามประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเกี่ยวกับการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคการเมืองตองไมมีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดอยูในจังหวัดนั้น หนา ๓๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ขอ ๓๐ คณะกรรมการสาขาพรรคใหมีจํานวนไมนอยกวาเจ็ดคน ประกอบดวย(๑) หัวหนาสาขาพรรค(๒) รองหัวหนาสาขาพรรค(๓) เลขานุการสาขาพรรค(๔) รองเลขานุการสาขาพรรค(๕) เหรัญญิกสาขาพรรค(๖) ผูชวยเหรัญญิกสาขาพรรค(๗) นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค(๘) ผูชวยนายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค(๙) โฆษกสาขาพรรคขอ ๓๑ กรรมการสาขาพรรคตองเปนสมาชิกพรรค มีอายุไมต่ํากวายี่สิบป มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่หัวหนาพรรคประกาศจัดตั้งสาขาพรรค หรือประกาศแตงตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม แลวแตกรณีกรรมการสาขาพรรคตองไมเปนกรรมการบริหารพรรคในขณะเดียวกันขอ ๓๒ การเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรค ใหดําเนินการในที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคหรือที่ประชุมใหญสาขาพรรค แลวแตกรณีใหที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคหรือที่ประชุมใหญสาขาพรรคเลือกตั้งตําแหนงคณะกรรมการสาขาพรรคจนครบ และมีจํานวนไมนอยกวาตามที่กําหนดในขอ ๓๐ในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการสาขาพรรคแตละตําแหนง ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวาสองคน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อควรอยูในที่ประชุมในกรณีบุคคลตามวรรคสามไดรับการเสนอชื่อเปนกรรมการสาขาพรรคตองไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้น และหากผูไดรับการเสนอชื่อไมอยูในที่ประชุมใหมีหนังสือยินยอมการดํารงตําแหนงขอ ๓๓ คณะกรรมการสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรค และมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หนา ๓๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ (๒) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิ์และเสรีภาพอยางมีเหตุผล และมีความรับผิดชอบตอสังคมและความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(๓) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศและการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๔) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบใชอํานาจรัฐและดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๕) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตาง และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(๖) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคการเมืองใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๗) การจัดประชุมสมาชิกพรรคการเมืองเพื่อรับฟงความคิดเห็นการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๘) การใหความเห็นเกี่ยวกับการกําหนดนโยบายของพรรคการเมืองที่ใชในการประกาศโฆษณาหาเสียง(๙) รับฟงความคิดเห็นจากสมาชิกพรรคการเมือง เพื่อเสนอใหพรรคการเมืองไปดําเนินการในสวนที่เกี่ยวของขอ ๓๔ กรรมการสาขาพรรคแตละตําแหนง มีหนาที่และอํานาจ เชน(๑) หัวหนาสาขาพรรค มีอํานาจ และหนาที่ ดังนี้(ก) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรค(ข) จัดทําบัญชีรายชื่อพรอมที่อยูของสมาชิกพรรคเพื่อชีวิตใหมที่มีภูมิลําเนาในเขตจังหวัดซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรค หนา ๓๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ (ค) เปนผูแทนของสาขาพรรคและเปนผูรับผิดชอบในกิจกรรมทั้งปวงของสาขาพรรค(ง) เปนประธานของคณะกรรมการสาขาพรรค เรียกประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค และเปนประธานการประชุม(จ) เรียกประชุมใหญสาขาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสาขาพรรคและเปนประธานของที่ประชุมตลอดจนดําเนินการประชุม(ฉ) มีสิทธิยับยั้งมติคณะกรรมการสาขาพรรค หรือคณะกรรมการอื่น ๆที่คณะกรรมการ สาขาพรรคจัดตั้งขึ้น เพื่อใหมีการทบทวนมติในกรณีที่มีความจําเปน แตทั้งนี้ตองไมเกินสามวัน ซึ่งหากพนกําหนดดังกลาวใหถือวามติของที่ประชุมนั้นมีผลใชบังคับ(ช) ในกรณีที่มีความจําเปนในการดําเนินการทางการเมือง ใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของสาขาพรรคได โดยความเห็นชอบของกรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้นและใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติของสาขาพรรค(ซ) อํานาจอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด(๒) รองหัวหนาสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่ความรับผิดชอบตามที่หัวหนาสาขาพรรคมอบหมาย (๓) เลขานุการสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบ(ก) ตรวจสอบและกํากับดูแลกิจการทั้งปวงของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย และใหรับผิดชอบโดยตรงจากประธานสาขาพรรคในกิจการที่ประธานสาขาพรรคมอบหมายใหปฏิบัติ (ข) เสนอรายงานตอที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและที่ประชุมใหญสาขาพรรค(ค) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและที่ประชุมใหญสาขาพรรค (ง) กํากับดูแลการบริหารงานของสํานักงานสาขาพรรค(๔) รองเลขานุการสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบตามที่เลขานุการสาขาพรรคหรือคณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย หนา ๓๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ (๕) เหรัญญิกสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบในการควบคุมรายรับ-รายจายบัญชีทรัพยสินหนี้สิน และงบการเงินของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคกําหนด(๖) ผูชวยเหรัญญิกสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่เหรัญญิกสาขาพรรคมอบหมาย(๗) นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจรับผิดชอบทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค (๘) ผูชวยนายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรคมอบหมาย(๙) โฆษกสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบ(ก) แถลงมติที่ประชุมและกิจกรรมตาง ๆ ของสาขาพรรค(ข) ประชาสัมพันธงานของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมายขอ ๓๕ ความเปนกรรมการสาขาพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) อื่น ๆ ตามเหตุที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดเมื่อตําแหนงกรรมการสาขาพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาสาขาพรรคแตงตั้งกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเขารักษาการแทน จนกวาจะมีการประชุมเลือกตั้ง แทนตําแหนงที่วางซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงหากตําแหนงหัวหนาสาขาพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหรองหัวหนาสาขาพรรคลําดับตนรักษาการแทน ถาไมมีรองหัวหนาสาขาพรรค ใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่เหลือยูเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งรักษาการแทน และใหมีอํานาจเรียกประชุมใหญสาขาเพื่อเลือกตั้งหัวหนาสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วางภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงกรณี การเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วางหรือการเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคเพิ่มเติมใหผูไดรับเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกตั้งเพิ่มเติมนั้น อยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของคณะกรรมการสาขาพรรค หนา ๓๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ขอ ๓๖ กรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) กรรมการสาขาพรรควางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมดตามขอ ๓๐ในกรณีกรรมการสาขาพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป และใหประชุมใหญสาขาพรรคเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงในกรณีกรรมการสาขาพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๒) ใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป และใหดําเนินการจัดประชุมใหญสาขาพรรคเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการสาขาพรรควางลงทั้งคณะในกรณีที่ไมมีกรรมการสาขาพรรคเหลืออยู หรือมีแตไมยินยอมดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม คณะกรรมการบริหารพรรคจะดําเนินการเองหรือจะมอบหมายใหสมาชิกสาขาพรรคจํานวนหนึ่งดําเนินการแทนก็ไดขอ ๓๗ เมื่อดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคครบตามที่กําหนดในมาตรา ๓๓ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ แลว หากตอมาภายหลังมีสาขาพรรคไมครบตามมาตรา ๓๓ ใหดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคใหครบตามมาตรา ๓๓ ภายในหกสิบวันนับแตวันที่สาขาพรรคมีจํานวนไมครบตามมาตรา ๓๓ สวนที่ ๔ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๓๘ ในจังหวัดที่มิไดเปนที่ตั้งสาขาพรรคการเมือง ถาพรรคการเมืองนั้นมีสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นเกินหนึ่งรอยคน พรรคการเมืองนั้นอาจแตงตั้งสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้น ซึ่งมาจากการเลือกของสมาชิกดังกลาวใหเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดตามจํานวนที่เห็นสมควรเพื่อดําเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองในจังหวัดนั้นการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหเปนไปตามประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเกี่ยวกับการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๓๙ ใหตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด มีจํานวนไมนอยกวา ๑ คนหนา ๓๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ขอ ๔๐ ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ตองเปนสมาชิกพรรค มีอายุไมต่ํากวายี่สิบปมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่มีประกาศแตงตั้งเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ตองไมเปนกรรมการบริหารพรรคในขณะเดียวกันขอ ๔๑ การแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหดําเนินการในที่ประชุมของสมาชิกพรรคในจังหวัดนั้นไมนอยกวาหาสิบคนในการเสนอชื่อผูเขารับการเสนอชื่อเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวาสองคน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อควรอยูในที่ประชุมบุคคลตามวรรคสองไดรับการเสนอชื่อเปนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตองไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้น และหากผูไดรับการเสนอชื่อไมอยูในที่ประชุมใหมีหนังสือยินยอมการดํารงตําแหนงขอ ๔๒ ความเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสิ้นสุดลง เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ตาย(๓) ลาออก โดยใหถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคหรือหัวหนาพรรคไดรับหนังสือ(๔) ขาดจากสมาชิกภาพ(๕) หัวหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรค สั่งใหพนจากการเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๖) อื่น ๆ ตามกฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดในกรณีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขึ้นใหมและใหจัดประชุมสมาชิกเพื่อดําเนินการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดภายในหกสิบวันนับแตวันที่ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดครบวาระการดํารงตําแหนงหากตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดวางลงตาม (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖)ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่เหลืออยู อาจเรียกประชุมสมาชิกเพื่อดําเนินการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกเพิ่มเติมก็ได ทั้งนี้ ใหอยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ที่แตงตั้งขึ้นกอนการเลือกแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกเพิ่มเติม หนา ๓๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ในกรณีที่ไมมีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเหลืออยูปฏิบัติหนาที่ ตาม (๒) (๓) (๔)(๕) และ (๖) ใหถือวาตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดดังกลาวสิ้นสภาพไปขอ ๔๓ ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด มีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรค และมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบประกาศและคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๒) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผล และมีความรับผิดชอบตอสังคมและความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(๓) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศและการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผล โดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานจิตใจ และความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๔) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐ และการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๕) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดองรูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตางและแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(๖) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๗) การจัดประชุมสมาชิกพรรคการเมืองเพื่อรับฟงความคิดเห็นการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๘) การใหความเห็นเกี่ยวกับการกําหนดนโยบายของพรรคการเมืองที่ใชในการประกาศโฆษณาหาเสียง(๙) รับฟงความคิดเห็นจากสมาชิกพรรคการเมือง เพื่อเสนอใหพรรคการเมืองไปดําเนินการในสวนที่เกี่ยวของ หนา ๓๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ หมวด ๕การบริหารจัดการสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๔๔ การบริหารจัดการสาขาพรรค(๑) ใหมีการรับสมัครสมาชิกพรรค(๒) ใหมีการจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคในพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรค(๓) ประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป(๔) จัดใหมีบัญชีรายรับและรายจายเงินของสาขาพรรคขอ ๔๕ การบริหารจัดการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๑) ใหมีการรับสมัครสมาชิกพรรค(๒) ใหมีการจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคในพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคการเมืองประจําจังหวัด (๓) ประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป(๔) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดหมวด ๖การประชุมสวนที่ ๑การประชุมใหญพรรคขอ ๔๖ พรรคตองจัดใหมีการประชุมใหญสามัญของพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้งขอ ๔๗ สมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสี่ของจํานวนสมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสามของจํานวนกรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยูของพรรคหรือไมนอยกวาสองรอยหาสิบคน แลวแตจํานวนใดจะนอยกวามีสิทธิเขาชื่อกันยื่นคํารองขอใหจัดการประชุมใหญวิสามัญของพรรคไดในกรณีตามวรรคหนึ่งคณะกรรมการบริหารพรรคตองจัดใหมีการประชุมใหญวิสามัญของพรรคภายในหกสิบวันนับแตวันที่ไดรับหนังสือจากสมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือกรรมการบริหารพรรคหรือสมาชิกพรรค แลวแตกรณี หนา ๓๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ขอ ๔๘ องคประชุมของที่ประชุมใหญพรรค ประกอบดวย(๑) กรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด(๒) ผูแทนของสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสาขาพรรคซึ่งในจํานวนนี้จะตองประกอบดวยผูแทนของสาขาพรรคไมนอยกวาสองสาขา ซึ่งมาจากตางภาคกัน(๓) ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไมนอยกวากึ่งหนึ่งของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด (๔) สมาชิกพรรคขอ ๔๙ องคประชุมใหญของพรรคตามขอ ๔๗ ตองมีรวมกันทั้งหมดไมนอยกวาสองรอยหาสิบคนการลงมติใหถือเสียงขางมากของที่ประชุม ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๕๐ ใหหัวหนาพรรคเปนประธานในที่ประชุมใหญพรรค ถาหัวหนาพรรคไมมาประชุมใหรองหัวหนาพรรคลําดับตนทําหนาที่แทน ถารองหัวหนาพรรคไมมาประชุม ใหที่ประชุมใหญเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งเปนประธาน และใหเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการที่ประชุมแตถาเลขาธิการพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหที่ประชุมใหญเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนในกรณีที่กรรมการบริหารพรรคเหลือเพียงหนึ่งคนใหเปนประธานในที่ประชุมใหญและใหเลือกสมาชิกพรรคที่เขารวมประชุมเปนเลขานุการที่ประชุมขอ ๕๑ การดําเนินกิจการดังตอไปนี้ ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญของพรรค(๑) การแกไขเปลี่ยนแปลงคําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคหรือนโยบายของพรรค (๒) การแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรค(๓) การเลือกตั้งหัวหนาพรรค เลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรค นายทะเบียนสมาชิกพรรค และกรรมการบริหารอื่นของพรรค(๔) การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรค(๕) ใหความเห็นชอบรายงานการเงิน และการดําเนินกิจการของพรรคที่ไดดําเนินการไปในรอบปที่ผานมา หนา ๓๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ (๖) กิจการที่เสนอโดยคณะกรรมการบริหารพรรค หรือหัวหนาสาขาพรรค(๗) กิจการอื่นตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองกฎหมาย หรือขอบังคับพรรคการลงมติในที่ประชุมใหญใหกระทําโดยเปดเผย แตการลงมติเลือกบุคคลตาม (๓) และ (๔)ใหลงคะแนนลับขอ ๕๒ คําบอกกลาวเรียกประชุมใหญทุกคราว ใหหัวหนาพรรคแจงกําหนดการประชุมใหทราบลวงหนาไมนอยกวาเจ็ดวัน โดยใหระบุวัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมดวยหากมีวาระเรงดวนตองดําเนินการใหเปนไปตามกฎหมาย ใหเลขาธิการพรรคสามารถออกหนังสือบอกกลาวเรียกประชุมใหญได แจงกําหนดการประชุมใหทราบลวงหนาไมนอยกวาเจ็ดวัน โดยใหระบุวัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมดวย โดยใหเปนไปตามมติเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่ง สวนที่ ๒การประชุมใหญสาขาพรรคขอ ๕๓ หัวหนาสาขาพรรคตองจัดใหมีการประชุมใหญสามัญสาขาพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้งขอ ๕๔ องคประชุมของที่ประชุมใหญสาขาพรรค ประกอบดวย(๑) กรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมด(๒) สมาชิกสาขาพรรคขอ ๕๕ องคประชุมใหญของสาขาพรรคตามขอ ๕๓ ตองมีรวมกันทั้งหมดไมนอยกวาหนึ่งรอยคนการลงมติใหถือเสียงขางมากของสมาชิกที่มารวมประชุม กรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๕๖ ใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานในที่ประชุมใหญสาขาพรรค ถาหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุม ใหรองหัวหนาสาขาพรรคทําหนาที่แทน ถารองหัวหนาสาขาพรรคไมมาหรือไมอยูในที่ประชุมใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่มาประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเปนประธานที่ประชุม และใหเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่เปนเลขานุการในที่ประชุมในกรณีที่กรรมการสาขาพรรคเหลือเพียงหนึ่งคนใหเปนประธานในที่ประชุมใหญสาขาพรรคและใหเลือกสมาชิกสาขาพรรคที่เขารวมประชุมเปนเลขานุการที่ประชุมหนา ๔๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ขอ ๕๗ กิจการดังตอไปนี้ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญสาขาพรรค(๑) กิจการตามที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองหรือกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ หรือตามประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือประกาศของนายทะเบียนพรรคการเมือง(๒) เลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรค หรือกรรมการสาขาพรรคขอ ๕๘ คําบอกกลาวเรียกประชุมใหญสาขาพรรคใหหัวหนาสาขาพรรค แจงกําหนดการประชุมใหกรรมการสาขาพรรค สมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคนั้นทราบลวงหนาไมนอยกวาเจ็ดวันโดยใหระบุวัน เวลา และสถานที่ประชุมกรณีที่ไมมีคณะกรรมการสาขาพรรค ใหกรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกสาขาพรรคที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย แจงกําหนดการประชุมใหสมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคนั้นทราบตามวรรคหนึ่งสวนที่ ๓การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๕๙ การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ใหหัวหนาพรรคเปนผูมีหนังสือเชิญประชุมและตองมีกรรมการบริหารพรรคมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคที่มีอยูในขณะนั้น จึงจะเปนองคประชุม ใหหัวหนาพรรคเปนประธานที่ประชุม ถาหัวหนาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองหัวหนาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่เปนประธานที่ประชุมแทนและใหเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการที่ประชุม แตถาเลขาธิการพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดก็ใหรองเลขาธิการพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนกรณีรองหัวหนาพรรค หรือรองเลขาธิการพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหคณะกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูขณะนั้น เลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนขอ ๖๐ มติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคใหถือเสียงขางมาก ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดสวนที่ ๔การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคขอ ๖๑ การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค ใหหัวหนาสาขาพรรคเปนผูมีหนังสือเชิญประชุม และตองมีกรรมการสาขาพรรคมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคที่มีอยูในขณะนั้นจึงจะเปนองคประชุม โดยใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานในที่ประชุมหนา ๔๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ หากหัวหนาสาขาพรรคไมอาจปฏิบัติหนาที่หัวหนาสาขาพรรคได ใหรองหัวหนาสาขาพรรคทําหนาที่แทนและใหเลขานุการสาขาพรรคเปนเลขานุการในที่ประชุม ถาเลขานุการสาขาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหรองเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่แทนกรณีรองหัวหนาสาขาพรรค หรือรองเลขานุการสาขาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูขณะนั้น เลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนขอ ๖๒ มติของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค ใหถือเสียงขางมาก ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดหมวด ๗สมาชิกพรรคขอ ๖๓ สมาชิกพรรค ตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้(๑) มีอายุไมต่ํากวาสิบแปดป(๒) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ในกรณีเปนผูมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติตองไดสัญชาติไทยมาแลวไมนอยกวาหาป(๓) ไมเปนบุคคลตองหาม มิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๙๘ (๑) (๒)(๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๔) (๑๖) (๑๗) หรือ (๑๘) ของรัฐธรรมนูญ(๔) ไมเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดใหจําคุกวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการหรือตอตําแหนงหนาที่ในการยุติธรรม หรือกระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยความผิดของพนักงานในองคการหรือหนวยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพยที่กระทําโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญาเวนแตเปนการรอการลงโทษ(๕) ไมเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดใหจําคุกวากระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยการกูยืมเงินที่เปนการฉอโกงประชาชน กฎหมายวาดวยยาเสพติดในความผิดฐานเปนผูผลิต นําเขาสงออก หรือผูคากฎหมายวาดวยการพนันในความผิดฐานเปนเจามือหรือเจาสํานัก กฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการคามนุษย หรือกฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน(๖) ไมเปนสมาชิกของพรรคการเมืองอื่น หรือผูยื่นคําขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นหรือผูแจงการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นหนา ๔๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ขอ ๖๔ การสมัครเปนสมาชิกพรรค ใหยื่นใบสมัครตามแบบพิมพของพรรคดวยตนเองพรอมดวยเอกสารประกอบ หรือวิธีการสมัครทางอิเล็กทรอนิกส และใหออกใบเสร็จรับเงินตามที่คณะกรรมการเลือกตั้งกําหนดขอ ๖๕ สมาชิกภาพของสมาชิกพรรคสิ้นสุดลง เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก(๓) ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะตองหามตามขอ ๖๓ เวนแตเปนกรณีมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๙๖ (๑) แหงรัฐธรรมนูญ และเปนการบวชตามประเพณีนิยมแตในระหวางมีลักษณะตองหามดังกลาวจะใชสิทธิในฐานะสมาชิกพรรคมิได(๔) ไมชําระคาบํารุงพรรคเปนเวลาสองปติดตอกัน(๕) พรรคมีมติใหออกเพราะกระทําผิดวินัยหรือจรรยาบรรณอยางรายแรงหรือมีเหตุรายแรงอื่น(๖) พรรคสิ้นสภาพความเปนพรรค หรือยุบพรรคการเมืองการลาออกจากสมาชิกพรรค ตามวรรคหนึ่ง (๒) ใหถือวาสมบูรณเมื่อไดยื่นใบลาออกตอนายทะเบียนสมาชิกพรรค หรือนายทะเบียนพรรคการเมืองการสิ้นสุดของสมาชิกภาพตามวรรคหนึ่ง (๕) หากสมาชิกผูนั้นดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎรมติของพรรคตองมีคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่ของที่ประชุมรวมของคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรคการสิ้นสุดของสมาชิกภาพตามวรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ (๕) ใหพรรคแจงสมาชิกผูนั้นทราบโดยเร็วขอ ๖๖ สมาชิกพรรคมีสิทธิตาง ๆ ดังตอไปนี้(๑) เสนอขอคิดเห็นอันเปนประโยชนตอพรรค(๒) ไดรับการคัดเลือกใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรค(๓) ไดรับเลือกตั้งหรือแตงตั้งเปนผูปฏิบัติงาน คณะทํางาน หรือคณะกรรมการสาขาพรรคตัวแทนพรรคประจําจังหวัด หรืออนุกรรมการในคณะตาง ๆ หรือกรรมการบริหารพรรคตลอดจนที่ปรึกษาพรรค(๔) อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณาเปนแตละกรณีไปหนา ๔๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ขอ ๖๗ สมาชิกพรรคมีหนาที่และความรับผิดชอบตอพรรค ดังตอไปนี้(๑) รวมรับผิดชอบตอเสถียรภาพของพรรค และใหความรวมมือในกิจกรรมของพรรคดวยจิตสํานึกในอุดมคติของพรรคในฐานะเปนเจาของพรรครวมกัน(๒) สนับสนุนสมาชิกพรรคผูที่พรรคไดพิจารณาสงลงสมัครรับเลือกตั้งในทุกระดับและใหความรวมมือในการดําเนินงานของพรรคดวยความเต็มใจ และบริสุทธิ์ใจเพื่อความกาวหนาของพรรค(๓) ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ขอบังคับของพรรคอยางเครงครัด ใหการสนับสนุนนโยบายและมติของพรรคอยางจริงจัง(๔) รวมกิจกรรมทางการเมืองของพรรคดวยความเต็มใจและเต็มความสามารถขอ ๖๘ ความรับผิดชอบของพรรคตอสมาชิกพรรค ดังตอไปนี้(๑) ดําเนินการทางการเมืองอยางจริงจังและตอเนื่อง เพื่อใหพรรคไดกาวไปสูการมีบทบาททางการเมืองและเขาสูการบริหารประเทศตามนโยบายของพรรคเพื่อบรรลุเปาหมายตามอุดมการณ(๒) สงเสริมสถานภาพของสมาชิกใหมีสมรรถภาพตอการดํารงชีวิตของตนเองและครอบครัว และจัดกิจกรรมที่เปนประโยชนเพื่อสมานสามัคคีระหวางมวลสมาชิกทั่วประเทศ(๓) ใหสวัสดิการคุมครองจากอิทธิพล อํานาจมืด และสงเสริมอาชีพใหกับมวลสมาชิก(๔) ใหความสําคัญแกมวลสมาชิกพรรคทุกทานอยางเต็มรูปแบบ โดยใหถือวาสมาชิกพรรคเปนบุคคลสําคัญและเปนองคกรหลักของพรรคหมวด ๘มาตรฐานทางจริยธรรมของพรรคและกรรมการบริหารพรรคสวนที่ ๑มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนอุดมการณขอ ๖๙ ตองยึดมั่นและธํารงไวซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยขอ ๗๐ ตองพิทักษรักษาไวซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแหงอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชนของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบรอยของประชาชน หนา ๔๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ขอ ๗๑ ตองถือผลประโยชนของประเทศชาติเหนือกวาประโยชนสวนตนขอ ๗๒ ตองปฏิบัติหนาที่ดวยความซื่อสัตยสุจริต ไมแสวงหาประโยชนโดยมิชอบเพื่อตนเองหรือผูอื่น หรือมีพฤติการณที่รูเห็นหรือยินยอมใหผูอื่นใชตําแหนงหนาที่ของตนแสวงหาประโยชนโดยมิชอบขอ ๗๓ ตองไมขอ ไมเรียก ไมรับ หรือยอมจะรับทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดในประการที่อาจทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่ขอ ๗๔ ตองไมรับของขวัญของกํานัล ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใด เวนแตเปนการรับจากการใหโดยธรรมจรรยา และการรับที่มีบทบัญญัติแหงกฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับใหรับไดสวนที่ ๒มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนคานิยมหลักขอ ๗๕ ไมกระทําการอันเปนการขัดกันระหวางประโยชนสวนตนกับประโยชนสวนรวม ทั้งนี้ไมวาโดยทางตรงหรือทางออมขอ ๗๖ ยึดมั่นหลักนิติธรรม และประพฤติตนอยูในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชนขอ ๗๗ ปฏิบัติหนาที่ดวยความยุติธรรม เปนอิสระ เปนกลาง และปราศจากอคติโดยไมหวั่นไหวตออิทธิพล กระแสสังคม หรือแรงกดดันอันมิชอบดวยกฎหมาย โดยคํานึงถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมแหงสถานภาพขอ ๗๘ รักษาไวซึ่งความลับในการประชุม การพิจารณาวินิจฉัย รวมทั้งเคารพตอมติของที่ประชุมฝายขางมาก และเหตุผลของทุกฝายอยางเครงครัดขอ ๗๙ ใหขอมูลขาวสารตามขอเท็จจริงแกประชาชนหรือสื่อมวลชนอันอยูในความรับผิดชอบของตนถูกตองครบถวนและไมบิดเบือนขอ ๘๐ ไมใหคําปรึกษาแกบุคคลภายนอก หรือแสดงความคิดเห็น หรือขอมูลตอสื่อสาธารณะหรือสาธารณชนในเรื่องที่อยูในระหวางการพิจารณา อันอาจกอใหเกิดความเสียหายหรือเสียความเปนธรรมแกการปฏิบัติหนาที่ เวนแตเปนการปฏิบัติหนาที่ตามกฎหมายขององคกรขอ ๘๑ ไมกระทําการใดที่กอใหเกิดความเสื่อมเสียตอเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหนงขอ ๘๒ ไมปลอยปละละเลยหรือยินยอมใหบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลที่อยูในกํากับดูแลหรือความรับผิดชอบของตน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดจากคูกรณีหรือจากบุคคลอื่นใดในประการที่อาจทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่ของตนหนา ๔๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ขอ ๘๓ ไมคบหาสมาคมกับคูกรณี ผูประพฤติผิดกฎหมาย ผูมีอิทธิพล หรือผูมีความประพฤติหรือผูมีชื่อเสียงในทางเสื่อมเสีย อันอาจกระทบกระเทือนตอความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหนาที่ขอ ๘๔ ไมกระทําการอันมีลักษณะเปนการลวงละเมิด หรือคุกคามทางเพศจนเปนเหตุทําใหผูถูกกระทําไดรับความเดือดรอนเสียหายหรือกระทบตอการปฏิบัติหนาที่ โดยผูถูกกระทําอยูในภาวะจําตองยอมรับในการกระทํานั้น ไมนําความสัมพันธทางเพศที่ตนมีตอบุคคลใดมาเปนเหตุหรือมีอิทธิพลครอบงําใหใชดุลพินิจในการปฏิบัติหนาที่อันเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใดสวนที่ ๓จริยธรรมทั่วไปขอ ๘๕ ปฏิบัติหนาที่อยางเต็มกําลังความสามารถ และยึดมั่นในความถูกตองชอบธรรมโปรงใสและตรวจสอบได และปฏิบัติตามกฎหมาย โดยคํานึงถึงผลประโยชนของชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวมขอ ๘๖ ดูแลรักษาและใชทรัพยสินของพรรคอยางประหยัด คุมคา โดยระมัดระวังมิใหเสียหายหรือสิ้นเปลืองโดยไมจําเปนขอ ๘๗ รักษาความลับของพรรค และระเบียบแบบแผนของพรรคขอ ๘๘ ดําเนินการอื่นใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ และระบบคุณธรรม รวมทั้งสงเสริมและสนับสนุนใหเกิดความสามัคคีในการปฏิบัติหนาที่เพื่อประโยชนสวนรวมจริยธรรมนักการเมืองและสมาชิกพรรค(๑) ตองเปนผูศรัทธาและยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย(๒) ตองยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข(๓) ตองประพฤติปฏิบัติตนตามบทบัญญัติของกฎหมาย(๔) ตองปฏิบัติตนตามขอบังคับพรรค พ.ศ. ๒๕๖๖(๕) ตองเต็มใจอุทิศตนเพื่อประโยชนของประชาชนและประเทศชาติโดยสวนรวม(๖) ตองเปนผูมีความรับผิดชอบสูง มุงมั่นปฏิบัติหนาที่ดวยความรู เต็มความสามารถและใชวิจารณญาณอยางมีเหตุผล(๗) ตองเปนคนมีทัศนคติที่ดีตอประชาชน มีความเมตตา และสรางสรรคสามัคคีเพื่อสันติสุข หนา ๔๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ (๘) ตองสนับสนุนใหประชาชนรูจักสิทธิและหนาที่พลเมืองดีตามระบอบประชาธิปไตย(๙) ตองเปนแบบอยางที่ดีแกสังคม ไมกลาวรายปายสีผูอื่น(๑๐) ตองรับผิดชอบตอตนเองและหนาที่ ไมแสวงหาลาภ ยศ สรรเสริญเพื่อประโยชนสวนตน(๑๑) เปนผูรักษาความลับของพรรค และรักษาความลับราชการ(๑๒) ตองเปนผูมีคุณธรรมและมีความชอบธรรมตั้งอยูในหลักทศพิธราชธรรมขยายความขอ (๑๒) ทศพิธราชธรรม เปนธรรม ๑๐ ประการ สําหรับนักปกครองประกอบดวย (๑) การรูจักใหทาน (ทาน)(๒) การประพฤติตนอยูในศีล (ศีล)(๓) การรูจักการบริจาค การเสียสละ (ปริจาคะ)(๔) ความเปนคนซื่อตรง (อาชชวะ)(๕) ความเปนคนสุภาพออนนอม (มัททวะ)(๖) การบําเพ็ญกิจตามหนาที่ (ตปะ)(๗) การไมลุแกอํานาจ เปนผูใชชีวิตราบรื่น ประหยัด (อักโกธะ)(๘) เปนผูมีความอดทน อดกลั้น (ขันติ)(๙) การไมเบียดเบียนผูอื่น (อวิหิงสา)(๑๐) การตั้งอยูในธรรม พิจารณาอยางมีเหตุผล (อวิโรธนะ)สวนที่ ๔การฝาฝนและไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมขอ ๘๙ การฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในสวนที่ ๑ ใหถือวามีลักษณะรายแรงการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในสวนที่ ๒ และสวนที่ ๓ จะถือวามีลักษณะรายแรงหรือไม ใหพิจารณาถึงพฤติกรรมของการฝาฝนหรือไมปฏิบัติ เจตนาและความรายแรงของความเสียหายที่เกิดจากการฝาฝนหรือไมปฏิบัตินั้นขอ ๙๐ การดําเนินการแกบุคคลใดวากระทําการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมนี้ ใหเปนไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับวาดวยการนั้นหนา ๔๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ หมวด ๙การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ และการคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีสวนที่ ๑คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๙๑ เมื่อมีกรณีตองสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง พรรคเพื่อชีวิตใหมตองจัดใหมีคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๙๒ ใหมีคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งมีจํานวนสิบเอ็ดคน ประกอบดวย(๑) กรรมการบริหารพรรค จํานวนสี่คน(๒) หัวหนาสาขาพรรคไมนอยกวาสี่สาขาซึ่งมาจากตางภาคกัน จํานวนสี่คน(๓) ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด จํานวนสามคนขอ ๙๓ การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งใหดําเนินการในที่ประชุมใหญพรรคโดยการลงคะแนนลับตามลําดับ ดังนี้(๑) ใหที่ประชุมใหญกําหนดจํานวนของคณะกรรมการสรรหา ตามขอ ๙๑(๒) ใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาจนครบจํานวนตามที่กําหนดใน (๑)ซึ่งในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการสรรหา ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวาสิบคนและผูที่ไดรับการเสนอชื่อตองอยูในที่ประชุมขอ ๙๔ กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่ที่ประชุมใหญพรรคใหความเห็นชอบขอ ๙๕ ความเปนกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก โดยใหถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคไดรับหนังสือลาออก(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) พนจากความเปนกรรมการบริหารพรรค หัวหนาสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๕) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดหนา ๔๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ เมื่อตําแหนงกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งวางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรค หรือกรรมการสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด แลวแตกรณีเขาทําหนาที่แทน จนกวาจะมีการเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วาง ซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงขอ ๙๖ กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งทั้งคณะพนจากตําแหนง เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งวางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งทั้งหมดในกรณีกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูรับสมัครรับเลือกตั้งชุดใหม ซึ่งตองกระทําภายในหกสิบวันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงในกรณีกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๒) ใหกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป จนกวาจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งชุดใหม ซึ่งตองกระทําภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งพนจากตําแหนงทั้งคณะ สวนที่ ๒การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งขอ ๙๗ พรรคการเมืองซึ่งประสงคจะสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งในจังหวัดใด ตองมีสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในจังหวัดนั้น ในกรณีที่พรรคการเมืองใดมีสาขาพรรคการเมืองมากกวาหนึ่งสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดมากกวาหนึ่งตัวแทนในจังหวัดใด ใหพรรคการเมืองนั้นกําหนดวาจะใหสาขาพรรคการเมืองสาขาใดหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้น เปนสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งขอ ๙๘ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้ หนา ๔๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ (๑) ใหคณะกรรมการสรรหากําหนด วัน เวลา และสถานที่ในการสมัครเปนผูสมัครรับเลือกตั้งและประกาศใหสมาชิกพรรคทราบเปนการทั่วไป(๒) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครตาม (๑) ใหคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้ง แลวสงรายชื่อผูสมัครใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๓) เมื่อสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดไดรับรายชื่อผูสมัครจากคณะกรรมการสรรหาแลวใหหัวหนาสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดจัดการประชุมสมาชิกพรรคเพื่อรับฟงความคิดเห็น และใหสมาชิกใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสงมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด(๔) ใหสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสงรายชื่อผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้งทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็น (๓)ใหคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาเสนอความคิดเห็น(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงรายชื่อผูสมัครของแตละเขตเลือกตั้ง พรอมความคิดเห็นตาม (๓) และ (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่จะเสนอใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง สวนที่ ๓การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อขอ ๙๙ การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ใหพรรคการเมืองจัดทําบัญชีรายชื่อเพื่อสงใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด โดยตองคํานึงถึงผูสมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิงดวย ในกรณีที่พรรคการเมืองใดมีสาขาพรรคการเมืองมากกวาหนึ่งสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด มากกวาหนึ่งตัวแทนในจังหวัดใด ใหพรรคการเมืองนั้นกําหนดวาจะสาขาพรรคการเมืองสาขาใด หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้น เปนสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อหนา ๕๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ขอ ๑๐๐ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหากําหนดวัน เวลา และสถานที่ในการเสนอรายชื่อบุคคลเปนผูสมัครรับเลือกตั้งและมีหนังสือแจงไปยังคณะกรรมการบริหารพรรค หัวหนาสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด และประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไป(๒) ใหกรรมการบริหารพรรคการเมือง หัวหนาสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด เสนอรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหคณะกรรมการสรรหา(๓) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครและเสนอรายชื่อตาม (๑) แลว ใหคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามและจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งไมเกินหนึ่งรอยรายชื่อโดยคํานึงถึงผูสมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิง แลวสงบัญชีรายชื่อดังกลาวใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๔) เมื่อสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งตาม (๓) จากคณะกรรมการสรรหาแลว ใหหัวหนาสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด จัดประชุมสมาชิกเพื่อรับฟงความคิดเห็นและใหสมาชิกใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสงมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดและสงบัญชีรายชื่อดังกลาวทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็นใหคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งพรอมเสนอความคิดเห็น(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งพรอมความเห็นตาม (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่เหมาะสมเปนผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อแลวจัดลําดับตามที่เห็นวาเหมาะสมเพื่อใหไดบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเพื่อประโยชนในการสงเสริมการมีสวนรวมของสมาชิกในกรณีที่สมาชิกผูใดมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดที่ยังมิไดมีการจัดตั้งสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ใหสามารถใชสิทธิการเปนสมาชิกในจังหวัดใกลเคียงที่มีสาขาพรรคการเมืองตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองกําหนด หนา ๕๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ สวนที่ ๔ขอยกเวนในการสงผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๑๐๑ ในการเลือกตั้งทั่วไปการสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ ใหดําเนินการสรรหาตามวิธีการที่กําหนดในขอ ๙๘ และขอ ๑๐๐เวนแตกรณีที่เปนการสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้ง สําหรับการเลือกตั้งแทนการเลือกตั้งที่เปนโมฆะหรือการเลือกตั้งใหม ในกรณีที่ไมมีผูใดไดรับเลือกตั้ง หรือกรณีผูสมัครตายกอนปดการรับสมัครรับเลือกตั้งใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง และคณะกรรมการบริหารพรรคเปนผูพิจารณารวมกัน สวนที่ ๕การคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีขอ ๑๐๒ ในการเลือกตั้งทั่วไป ใหพรรคที่สงผูสมัครรับเลือกตั้งแจงรายชื่อบุคคลซึ่งพรรคนั้นมีมติวาจะเสนอใหสภาผูแทนราษฎรเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีไมเกินสามรายชื่อตอคณะกรรมการการเลือกตั้งกอนปดการรับสมัครเลือกตั้งพรรคจะไมเสนอรายชื่อบุคคลตามวรรคหนึ่งก็ไดขอ ๑๐๓ การเสนอชื่อบุคคลตามขอ ๙๙ ตองเปนไปตามหลักเกณฑ ดังตอไปนี้(๑) ตองมีหนังสือยินยอมของบุคคลซึ่งไดรับการเสนอชื่อ โดยมีรายละเอียดตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด(๒) ผูไดรับการเสนอชื่อตองเปนผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามที่จะเปนรัฐมนตรีตามที่รัฐธรรมนูญกําหนด และไมเคยทําหนังสือยินยอมตาม (๑) ใหพรรคการเมืองอื่นในการเลือกตั้งคราวนั้นการเสนอชื่อบุคคลใดที่ไมไดเปนไปตามวรรคหนึ่ง ใหถือวาไมมีการเสนอชื่อบุคคลนั้นหมวด ๑๐หลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกบุคคลดํารงตําแหนงทางการเมืองขอ ๑๐๔ กรณีที่จะมีการแตงตั้งบุคคลเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองใหพรรคประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไปเพื่อเชิญชวนใหกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคหนา ๕๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ประจําจังหวัด และสมาชิกพรรค เสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรจะเสนอใหไดรับการพิจารณาแตงตั้งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองตอคณะกรรมการบริหารพรรค ภายในระยะเวลาที่กําหนด และใหคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาคัดเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามที่กฎหมายกําหนดและเปนบุคคลที่มีความรู ความสามารถ ซื่อสัตยสุจริต มีคุณธรรมจริยธรรม จากรายชื่อบุคคลที่กรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด หรือสมาชิกพรรคเสนอมาเพื่อแตงตั้งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมือง หมวด ๑๑การบริหารการเงินและทรัพยสิน และการจัดทําบัญชีของพรรคสาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๑๐๕ ใหคณะกรรมการบริหารพรรคมีหนาที่บริหารการเงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดของพรรคและสาขาพรรค ตลอดจนจัดใหมีการทําบัญชีใหถูกตองตามความเปนจริงใหหัวหนาสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรคหรือที่ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับหรือจายโดยบันทึกบัญชีใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันที่รายการนั้นเกิดขึ้น และสรุปรายงานใหพรรคทราบเปนประจําทุกสิ้นเดือนและปดประกาศไว ณ สํานักงานสาขาพรรคหรือที่ทําการพรรคประจําจังหวัดใหหัวหนาสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัด จัดใหมีการทําบัญชีรายชื่อ พรอมที่อยูของสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัด ซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรค หรือในเขตจังหวัดที่ตนเปนตัวแทนและปดประกาศไว ณ สํานักงานสาขาพรรคหรือที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๑๐๖ การลงรายการบัญชีของพรรค ตองมีเอกสารประกอบการลงบัญชีที่ถูกตองครบถวนโดยตองจัดทําภายในระยะเวลา ดังนี้(๑) การลงบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับ และแสดงคาใชจายหรือรายจายและบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาคตองลงรายการใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตรายการนั้นเกิดขึ้น(๒) บัญชีแยกประเภทและบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สิน ตองลงรายการใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันสิ้นเดือนของเดือนที่รายการนั้นเกิดขึ้นหนา ๕๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ หมวด ๑๒รายไดของพรรคและอัตราคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคขอ ๑๐๗ พรรคอาจมีรายได ดังตอไปนี้(๑) เงินทุนประเดิมของพรรค(๒) เงินคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรค(๓) เงินที่ไดจากการจําหนายสินคาหรือบริการของพรรค(๔) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดที่ไดจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรค(๕) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดที่ไดจากการรับบริจาค(๖) เงินอุดหนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง(๗) ดอกผลของเงินและรายไดจากทรัพยสินของพรรคสวนที่ ๑การหารายไดจากการจําหนายสินคาขอ ๑๐๘ การจําหนายสินคาหรือบริการตองไมมุงแสวงหาผลกําไรมาแบงปนกันในทางธุรกิจโดยราคาหรือคาตอบแทนจากการจําหนายสินคาหรือการใหบริการจะตองคํานึงถึงราคาตามปกติในทองที่นั้นขอ ๑๐๙ สถานที่จําหนายสินคาหรือบริการ ไดแก ที่ตั้งสํานักงานใหญพรรค ที่ตั้งสํานักงานสาขาพรรค สถานที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด บริเวณสถานที่จัดกิจกรรมระดมทุนหรือบริเวณสถานที่จัดประชุมใหญของพรรค สาขาพรรคขอ ๑๑๐ เมื่อพรรค สาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ดําเนินการจําหนายสินคาหรือบริการ ใหหัวหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคจัดทําทะเบียนสินคาหรือบริการ ซึ่งประกอบดวย รายการ จํานวนเงิน หรือมูลคาของสินคาหรืออัตราคาบริการแตละประเภทใหครบถวนถูกตองขอ ๑๑๑ การจําหนายสินคาหรือบริการ ใหบันทึกบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับและใหแสดงในงบการเงินประจําปของพรรคใหครบถวนถูกตองหนา ๕๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ สวนที่ ๒การจัดกิจกรรมระดมทุนขอ ๑๑๒ การจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรค ตองกระทําโดยเปดเผยและแสดงวัตถุประสงควาเปนการระดมทุนของพรรคอยางชัดเจนการใหเงิน ทรัพยสินแกพรรค รวมถึงการใหประโยชนอื่นใดแกพรรคที่ไดจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรค ใหอยูภายใตบังคับบทบัญญัติเรื่องการรับบริจาคขอ ๑๑๓ สถานที่จัดกิจกรรมระดมทุน ไดแก ที่ตั้งสํานักงานใหญพรรค ที่ตั้งสํานักงานสาขาพรรคสถานที่ทําการตัวแทนพรรคประจําจังหวัด บริเวณสถานที่จัดประชุมใหญประจําปของพรรค สาขาพรรคหรือสถานที่พรรคเห็นสมควรขอ ๑๑๔ ภายในสามสิบวันนับแตวันที่จัดกิจกรรมระดมทุนสิ้นสุดลง ใหหัวหนาพรรคจัดทํารายละเอียดเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมระดมทุน คาใชจายในการจัดกิจกรรมและจํานวนเงินที่ไดรับจากการจัดกิจกรรมระดมทุนและใหหัวหนาพรรคประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป พรอมทั้งแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบดวยขอ ๑๑๕ การจัดกิจกรรมระดมทุนใหบันทึกบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับ และบัญชีรายวันแสดงคาใชจายหรือรายจาย และใหแสดงในงบการเงินประจําปของพรรคใหครบถวนถูกตองสวนที่ ๓การรับบริจาคของพรรคขอ ๑๑๖ ใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรค เปดบัญชีกับธนาคารพาณิชย โดยระบุชื่อเจาของบัญชีในนามของ “พรรคเพื่อชีวิตใหม”ในการรับบริจาคของพรรคใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคเปดบัญชีเงินฝากกับธนาคารพาณิชยเจาของบัญชี “พรรคเพื่อชีวิตใหม (เพื่อการบริจาค)”ใหหัวหนาพรรคแจงหมายเลขบัญชีของบัญชีเงินฝากและจํานวนเงินที่เปดบัญชีของทุกบัญชีใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในเจ็ดวันนับแตวันที่เปดบัญชีขอ ๑๑๗ กรณีรับบริจาคเปนเงินสด ใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรค นําเงินฝากไวในบัญชีธนาคารพาณิชยตามขอ ๑๑๖ ภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาค กรณีรับบริจาคเปนตั๋วแลกเงินหรือเช็คจะตองไมถูกปฏิเสธการจายเงิน จึงถือไดวาเปนการบริจาคแกพรรคหนา ๕๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ขอ ๑๑๘ เมื่อมีการบริจาคใหผูรับบริจาคจัดทําบันทึกการรับบริจาคใหแลวเสร็จภายในสามวันนับแตวันที่ไดรับบริจาคและใหจัดสงบันทึกการรับบริจาคพรอมเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาคถาหากทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดมิอาจนําสงแกพรรคได ใหผูรับบริจาคแจงรายละเอียดเกี่ยวกับการรับบริจาคนั้นใหพรรคทราบขอ ๑๑๙ เมื่อพรรคไดรับหลักฐานตามขอ ๑๑๘ ใหออกใบเสร็จรับเงิน (เงินบริจาค)หรือหลักฐานการรับบริจาคทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด ภายในวันที่ที่ไดรับบริจาคแลวจัดสงใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการรับบริจาคใหแกผูบริจาคภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ออกหลักฐานนั้นขอ ๑๒๐ ใหพรรคบันทึกการรับบริจาคไวในบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาคของพรรคใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันที่เกิดรายการ โดยอยางนอยตองมีรายการ ดังนี้(๑) ชื่อ ที่อยูของพรรค(๒) ชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยูของผูบริจาค(๓) ชื่อตัว ชื่อสกุล และตําแหนงผูรับบริจาค(๔) วัน เดือน ป ที่รับบริจาค(๕) รายละเอียดการรับบริจาค(๖) จํานวนเงินหรือมูลคาทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด(๗) เอกสารอางอิง(๘) ลายมือชื่อหัวหนาพรรค และเหรัญญิกพรรคขอ ๑๒๑ ใหหัวหนาพรรคประกาศบัญชีรายชื่อผูบริจาค จํานวนเงิน รายการทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดที่ไดรับบริจาคที่มีมูลคาไมนอยกวาหาพันบาท พรอมทั้งวัตถุประสงคของการบริจาคเพื่อใหประชาชนทราบเปนประจําทุกวันที่ ๑ ของเดือนถัดไปการตีราคาทรัพยสิน หรือการประเมินมูลคาประโยชนอื่นใด ที่ไดรับบริจาคใหคํานวณราคาทรัพยสินอัตราคาเชา คาตอบแทน หรือคาของสิทธิที่รับตามปกติทางการคาในทองที่นั้นขอ ๑๒๒ เมื่อหัวหนาพรรคดําเนินการตามขอ ๑๒๑ แลว ใหแจงนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่ประกาศ หนา ๕๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ขอ ๑๒๓ บุคคลใดจะบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคมีมูลคาเกินสิบลานบาทตอพรรคตอปมิได และในกรณีที่บุคคลนั้นเปนนิติบุคคล การบริจาคเงินทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรค ไมวาพรรคเดียวหรือหลายพรรคเกินปละหาลานบาท ตองแจงใหที่ประชุมใหญผูถือหุนทราบในการประชุมใหญคราวตอไปหลังจากบริจาคแลวพรรคจะรับบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดซึ่งมีมูลคาเกินวรรคหนึ่งมิไดสวนที่ ๔อัตราคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคขอ ๑๒๔ สมาชิกพรรคตองชําระคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมืองปละไมนอยกวายี่สิบบาท และแบบตลอดชีพไมนอยกวาสองรอยบาท และ/หรือคาบํารุงพรรค ในอัตราตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด ทั้งนี้ ตองไมนอยกวาในอัตราตามที่กฎหมายกําหนดเพื่อประโยชนในการนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของสมาชิกใหถือวารอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของปที่สมาชิกไดชําระคาบํารุงพรรคการเมืองเปนครั้งแรกสิ้นสุดลงในวันสิ้นปปฏิทินของปเดียวกันนั้น และใหเริ่มตนนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคประจําปของปถัดไปใหม โดยใหเริ่มตนตั้งแตวันที่ ๑ มกราคม และสิ้นสุดลงในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ของปเดียวกัน ทั้งนี้ สมาชิกอาจชําระคาบํารุงพรรคประจําปของปถัดไปภายในกรอบระยะเวลาดังกลาวเมื่อใดก็ได หมวด ๑๓การใชจายของพรรคขอ ๑๒๕ เงินและทรัพยสินของพรรคตองนําไปใชจายเพื่อดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคคาใชจายเกี่ยวกับการเลือกตั้งของพรรคและสมาชิกและคาใชจายในการบริหารพรรคพรรคตองเปดเผยคาใชจายในการโฆษณาหรือประชาสัมพันธการดําเนินกิจกรรมของพรรคทุกประเภทเพื่อใหสมาชิกและประชาชนทราบเปนการทั่วไป โดยปดประกาศ ณ ที่ทําการของพรรค หรือเผยแพรผานในระบบฐานขอมูลพรรคการเมือง หรือวิธีการอื่นใดที่เขาถึงไดโดยสะดวกภายในระยะเวลาสามสิบวันนับแตไดดําเนินการเสร็จสิ้นแลว หนา ๕๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ขอ ๑๒๖ ในกรณีที่พรรค ผูบริหารพรรค หรือบุคคลใดใหเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดแกสมาชิกซึ่งดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ไมวาโดยทางตรงหรือทางออม และไมวาจะใหเปนประจําหรือเปนครั้งคราว ถาการใหหรือรับเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดนั้นไมเปนความผิดตามมาตรา ๑๔๔ หรือมาตรา ๑๔๙ แหงประมวลกฎหมายอาญา ใหพรรค ผูบริหารพรรคหรือบุคคลนั้น แลวแตกรณีแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบถึงการใหเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดนั้น และประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวยหามมิใหสมาชิกซึ่งดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎร รับเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดจากบุคคลใดโดยไมมีมูลอันจะอางไดตามกฎหมาย เวนแตเงินที่ไดมีการแจงไวตามวรรคหนึ่งขอ ๑๒๗ ใหเปนหนาที่ของคณะกรรมการการบริหารพรรค ที่จะตองตรวจสอบและควบคุมมิใหมีการนําเงินหรือทรัพยสินของพรรคไปใชจายเพื่อการอื่นใดนอกจากที่กําหนดไวในขอ ๑๒๕และขอ ๑๒๖ หมวด ๑๔การเลิกพรรค สาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๑๒๘ การเลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ใหเปนไปตามมติคณะกรรมการบริหารพรรคในกรณีกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะดวยเหตุพนจากสมาชิกพรรค ใหถือวาเปนเหตุใหเลิกพรรคขอ ๑๒๙ ในกรณีที่พรรคตองสิ้นสภาพความเปนพรรคการเมือง หรือยุบพรรค ใหทรัพยสินของพรรคที่เหลือภายหลังจากการชําระบัญชีแลว ตกเปนของสมาคมสมาพันธอาสาแทนคุณแผนดิน๒. เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อชีวิตใหมชุดใหม จํานวน ๑๑ คน ไดแก๒.๑ นายทองประเสริฐ จันทรอัมพร หัวหนาพรรค๒.๒ นายเพชร จันทรดา รองหัวหนาพรรค๒.๓ นายคําผล แกวภูงา รองหัวหนาพรรค๒.๔ นายนวภพ โสระจิตร รองหัวหนาพรรคหนา ๕๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ๒.๕ นายปรเมศวร สุขประเสริฐ เลขาธิการพรรค๒.๖ นายสอาด คงอิ่ม รองเลขาธิการพรรค๒.๗ นางสาวอุษา จงแกววิจิตร เหรัญญิกพรรค๒.๘ นายบุญทอม ภูบุญลาภ ผูชวยเหรัญญิกพรรค๒.๙ พันเอก ทองประมาณ จันทรอัมพร นายทะเบียนสมาชิกพรรค๒.๑๐ นายณรงคศักดิ์ วิเศษบุญนนท โฆษกพรรค๒.๑๑ นางสาวณัฏฐพา สาริกา รองโฆษกพรรคจึงประกาศใหทราบโดยทั่วกัน ประกาศ ณ วันที่ ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๘แสวง บุญมีเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งนายทะเบียนพรรคการเมืองหนา ๕๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)