ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อชีวิตใหม่ (เดิมชื่อพรรคช่วยชาติ)
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเรื่อง การเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อชีวิตใหม(เดิมชื่อพรรคชวยชาติ)ตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองไดมีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๗ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคชวยชาติ กรณี นางพรรณนารีพูลออน ลาออกจากสมาชิกพรรคและผูชวยเหรัญญิกพรรคชวยชาติ และนางสาวนงนุช บัวใหญหัวหนาพรรคชวยชาติ ลาออกจากสมาชิกพรรคชวยชาติ เปนเหตุใหกรรมการบริหารพรรคชวยชาติที่เหลืออยูพนจากตําแหนงทั้งคณะ จํานวน ๙ คน นั้นบัดนี้ หัวหนาพรรคเพื่อชีวิตใหมไดแจงการเปลี่ยนแปลงตอนายทะเบียนพรรคการเมืองตามมาตรา ๓๘ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ กรณีที่ประชุมใหญสามัญประจําป ๒๕๖๗ พรรคชวยชาติ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๗มีมติ ดังนี้๑. แกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคชวยชาติ พ.ศ. ๒๕๖๖ โดยยกเลิกทั้งฉบับ และใหใชขอบังคับพรรคเพื่อชีวิตใหม พ.ศ. ๒๕๖๗ แทนขอบังคับพรรคเพื่อชีวิตใหม พ.ศ. ๒๕๖๗ขอบังคับพรรคเพื่อชีวิตใหม พ.ศ. ๒๕๖๗ อนุมัติรับรองโดยที่ประชุมใหญสามัญพรรคเพื่อชีวิตใหมประจําป ๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ไดมีมติแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคชวยชาติพ.ศ. ๒๕๖๖ โดยยกเลิกทั้งฉบับ และใหใชขอบังคับพรรคเพื่อชีวิตใหม พ.ศ. ๒๕๖๗ แทน ดังนี้ขอ ๑ ขอบังคับนี้เรียกวา “ขอบังคับพรรคเพื่อชีวิตใหม พ.ศ. ๒๕๖๗”ขอ ๒ ใหใชขอบังคับพรรคนี้ตั้งแตวันที่ที่ประชุมใหญของพรรคใหความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญพรรคการเมืองเปนตนไปขอ ๓ ใหยกเลิกขอบังคับพรรคชวยชาติ พ.ศ. ๒๕๖๖ และใหใชขอบังคับพรรคเพื่อชีวิตใหมพ.ศ. ๒๕๖๗ แทน หมวด ๑บททั่วไปขอ ๔ พรรคการเมืองตามขอบังคับนี้เรียกวา “พรรคเพื่อชีวิตใหม” ชื่อยอภาษาไทย “พชม.”เขียนภาษาอังกฤษวา “PHUECHEEVITMAI PARTY” ชื่อยอภาษาอังกฤษ “PCM.”หนา ๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ขอ ๕ เครื่องหมายพรรค และความหมาย(๑) พรรคเพื่อชีวิตใหม ใชเครื่องหมาย(๒) โดยมีความหมาย ดังนี้พรรคเพื่อชีวิตใหม เปนพรรคการเมืองของคนไทยทุกคนที่อยูในอาณาเขตของประเทศไทยเปนพรรคที่ยึดถือสถาบันหลัก คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย และจะยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขตามรัฐธรรมนูญสีน้ําเงิน หมายถึง ความจงรักภักดีตอพระมหากษัตริยสีแดง หมายถึง หัวใจที่คนไทยทุกคนรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทยที่จะปกปองรักษาประเทศไทยไวดวยเลือดและชีวิตสีขาว หมายถึง ความอุดมสมบูรณรมเย็นเปนสุข ภายใตพระบารมีฯ นําความเจริญความผาสุกสูประชาชนคนไทยทุกหมูเหลาพรรคเพื่อชีวิตใหม จงตอสูนําพาพี่นองชาวไทยทั้งประเทศพนจากภัยอาชญากรรมพนจากความยากจน สรางชีวิตใหมเพื่ออนาคตที่ดีกวา ดวยความสามัคคีกับคนในชาติ ใหมีความมั่นคงและพัฒนาใหมีความเจริญกาวหนาอยางทั่วถึงขอ ๖ สํานักงานใหญ ตั้งอยู ณ บานเลขที่ ๒๙๙ หมูที่ ๗ ตําบลทุงกระพังโหม อําเภอกําแพงแสนจังหวัดนครปฐม รหัสไปรษณีย ๗๓๑๔๐ หมวด ๒คําประกาศอุดมการณทางการเมืองขอ ๗ คําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคเพื่อชีวิตใหม คือ “เพื่อประชาชนเปนใหญอยูดี มีสุข ประเทศไทยศิวิไลซ” พรรคกอตัวจากการรวมตัวกันของกลุมบุคคลที่มาจากความหลากหลายในดานตาง ๆ ทุกเพศ อายุ อาชีพ ศาสนา การศึกษา และสถานภาพที่หลากหลาย แตมีอุดมการณหนา ๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
และจุดมุงหมายเดียวกันที่จะรวมตัวกอตั้งพรรค เพื่อชวยชาติ รับใชชาติ ทํานุบํารุงศาสนาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย โดยยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข และเหนือสิ่งอื่นใดเพื่อประโยชนสูงสุดของประชาชนชาวไทย จึงมีคําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรค ดังนี้๗.๑ พรรคจะยึดมั่นในหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข และจะปกปอง เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริยไวเหนือสิ่งอื่นใด๗.๒ พรรคจะคํานึงถึงผลประโยชนของชาติและประชาชนเปนที่ตั้ง๗.๓ พรรคจะธํารงไวซึ่งเอกราชและอธิปไตย โดยมีสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริยและสงเสริมสัมพันธภาพระหวางประเทศทั่วโลก๗.๔ พรรคจะดําเนินกิจกรรมทางดานการเมือง ดวยความซื่อสัตยสุจริต โปรงใสสามารถตรวจสอบได โดยมุงเนนคุณธรรมและจริยธรรมอยางสูงสุด รวมถึงการตอตานการทุจริตประพฤติมิชอบทางการเมืองทุกรูปแบบ เพื่อรักษาผลประโยชนของประชาชนและประเทศชาติ๗.๕ พรรคจะสนับสนุน สงเสริม คนดี คนเกง เปนตัวแทนในการบริหารงานโดยคํานึงถึงประโยชนสูงสุดของประเทศชาติและประชาชน ดวยหลักธรรมาภิบาล๗.๖ พรรคจะเปนตัวแทนของปวงชนชาวไทยทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา ทุกเพศ ทุกวัยทุกอาชีพ โดยไมแบงชนชั้นหรือสถานภาพใด ๆ เวนแตเปนบุคคลซึ่งตอตานหรือเปนปฏิปกษตอชาติศาสนา และพระมหากษัตริย๗.๗ พรรคจะสงเสริมใหประชาชนเขาใจถึงสิทธิ เสรีภาพ หนาที่ของพลเมืองที่ดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยและจะสรางโอกาสใหประชาชนทุกหมูเหลา ลดความขัดแยง ลดความเหลื่อมล้ํา ขจัดความยากจนสรางสถานะภาพความมั่นคง ความสามัคคีของทุกคน เพื่อสังคมและประเทศชาติ๗.๘ พรรคจะเปนผูขับเคลื่อนใหประเทศชาติและประชาชนพัฒนาไปสูความมั่นคงมั่งคั่ง และยั่งยืน บนพื้นฐานความผาสุกของปวงชนชาวไทย๗.๙ พรรคจะอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมใหสมบูรณ รวมทั้งจะสืบสานวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี และภูมิปญญาทองถิ่นไวใหอนุชนสืบไปหนา ๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
๗.๑๐ พรรคจะสงเสริมสวัสดิการรองรับการดูแลผูสูงอายุ คนพิการ เด็กและเยาวชนและกําหนดคาตอบแทนใหผูนําชุมชนและจิตอาสา เพื่อรวมกิจกรรมสรางสรรคสังคม ชุมชน ใหมั่นคงแข็งแรงอยางยั่งยืน หมวด ๓นโยบายพรรคการเมืองพรรคจะดําเนินนโยบายสาธารณะ โดยยึดถือยุทธศาสตรชาติ (ยุทธศาสตรระยะ ๒๐ ปพ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) เปนแนวทางในการกําหนดนโยบาย ประเทศไทยอยูในชวงของการปฏิรูปประเทศในทุก ๆ ดาน เพื่อมุงสูการพัฒนาประเทศแบบบูรณาการไปสูประเทศที่มีความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน เศรษฐกิจมีการแขงขันอยางรุนแรง โลกเชื่อมตอไรพรมแดน การคาเสรี การเปลี่ยนถายเทคโนโลยีใหมอยางกาวกระโดด เปนปจจัยเรงที่ทําใหประเทศไทยตองปรับตัวกาวทันเศรษฐกิจโลกจากภาวะราคาสินคาเกษตรตกต่ํา ผลผลิตทางการเกษตรไมดีพอ ขาดตลาดรองรับพืชผลทางการเกษตรขาดการจัดการทรัพยากรใหเกิดประโยชนสูงสุด การบริหารจัดการระบบการผลิต ขาดที่ดินทํากินเปนของตัวเอง รวมถึงการจัดที่นา ที่ไร ที่สวน ที่ยังไมมีประสิทธิภาพ ดานแรงงานเกิดการไหลเขามาซึ่งแรงงานตางดาวผิดกฎหมายอาชญากรรมในประเทศที่เพิ่มมากขึ้น อาชญากรรมขามชาติ ปญหายาเสพติดแรงงานในประเทศขาดทักษะปญหาอัตราการเลิกจางและการวางงานที่เพิ่มขึ้น คาแรงที่ไมสอดคลองกับคาครองชีพ การสาธารณสุข ขาดงบประมาณในการรักษาผูปวยและขาดงบประมาณการบริการจนนําไปสูการขาดแคลนบุคลากร สถานบริการดานสาธารณสุขที่ไมเพียงพอตอประชากร การเขาถึงการรักษาพยาบาลที่ลําบากและลาชา การบริการไมทั่วถึง สถานพยาบาลมีปญหาดานคุณภาพและมาตรฐานดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ปญหารถติดในเมืองใหญและเมืองสําคัญ การคมนาคมระบบขนสงมวลชน และโครงขายการจราจรที่ไมเชื่อมโยง ทั้งทางบก ทางน้ํา และทางอากาศและปญหาดานอื่น ๆ มากมาย พรรคตระหนักถึงปญหาดังกลาว จึงมุงมั่นที่จะแกไขปญหาทั้งหมดทั้งมวลอยางแทจริง ดวยความรวดเร็วและตรงตอความตองการของประชาชน โดยไดกําหนดนโยบายที่เปนรูปธรรมและสอดคลองกับแผนการปฏิรูปประเทศ ๖ ดาน ภายใตยุทธศาสตรชาติ ๒๐ ป แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ ๑๒ เพื่อใหประชาชนเกิดความผาสุกและประเทศชาติพัฒนาอยางยั่งยืนหนา ๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
พรรคจะประสานความรวมมือกับทุกภาคสวนตาง ๆ และอาสาเปนหนึ่งในพลังสําคัญของการปฏิรูปประเทศในทุก ๆ ดาน อันไดแก ปฏิรูปสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมปฏิรูปตํารวจ ปฏิรูปสื่อฯ และปฏิรูปประชาชน คนคือหัวใจแหงการพัฒนา ไมวาจะปฏิรูปดานใดตองปรับปรุงแกไขและเริ่มที่ “การพัฒนาคน” ดังนั้น พรรคเพื่อชีวิตใหม ไดกําหนดนโยบาย ๑๑ ดานเพื่อประชาชนเปนใหญ อยูดี กินดี อยูในประเทศไทยศิวิไลซ “ขับเคลื่อนสังคมกาวสูอนาคต มีการพัฒนาทั่วถึง และเปนธรรม” ดังนี้ขอ ๘ ดานการเมืองพรรคยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขภายใตบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย โดยจะดําเนินนโยบายแบบบูรณาการใหทุกฝายมีสวนรวม สมานฉันทดวยคุณธรรมจริยธรรมดวยเหตุและผล พรรคเพื่อชีวิตใหมจะหลอมรวมประชาชนทั้งประเทศ ใหมีความรักใครกลมเกลียว อยูรวมกันอยางสันติสุข มีความรักสามัคคีเอื้ออาทรตอกันรูสิทธิและหนาที่พลเมืองที่ดีตามระบบประชาธิปไตย โดยวางแนวทาง ดังนี้๘.๑ สงเสริมใหมีศูนยเรียนรูชุมชนระดับตําบล หรือสถาบันคุณธรรมและจริยธรรมทุกตําบล เพื่อสอนใหเยาวชน และประชาชนไดเขาถึงกฎหมายและปฏิบัติตามบทบัญญัติแหงรัฐธรรมนูญไดอยางทั่วถึงและเปนธรรม และสงเสริมการบริหารกระบวนการยุติธรรมใหมีความรวดเร็ว เสมอภาคและเทาเทียมกัน ระหวางรัฐ เอกชน และประชาชน มุงมั่นที่จะสงเสริมใหคนในสังคมเคารพซึ่งสิทธิและหนาที่ระหวางกัน และจะรักษาไวซึ่งความยุติธรรมในการบังคับใชกฎหมาย๘.๒ เสริมสรางโอกาสประชาชนใหมีสวนรวมทางการเมือง พรรคเล็งเห็นวาประชาธิปไตยอันแทจริง ยอมตองเกิดจากการมีสวนรวมของประชาชน จึงมุงมั่นที่จะเสริมสรางโอกาสของประชาชนในทุกระดับ โดยเฉพาะอยางยิ่งในระดับชุมชน หมูบาน และทองถิ่น โดยการจัดตั้งคณะกรรมการคุณธรรมและจริยธรรมประจําตําบล เพื่อคอยตรวจสอบนักการเมืองทั้งระดับทองถิ่นและระดับประเทศ เพื่อนํารองพัฒนาประชาธิปไตยในระดับชุมชนสูระบบประชาปกครองทุกภาคสวนไดอยางเปนอิสระ๘.๓ กระจายอํานาจจากภาครัฐสูทองถิ่น พรรคถือวาการกระจายอํานาจการบริหารการปกครอง และการคลังไปสูทองถิ่นเปนปจจัยสําคัญของการพัฒนาประเทศ จึงมุงมั่นที่จะกระจายอํานาจรัฐสูทองถิ่น เพื่อใหเกิดกระบวนการเรียนรู และกระบวนการตัดสินใจในกิจการของทองถิ่นเองหนา ๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
อันจะนํามาซึ่งการพัฒนาเศรษฐกิจ ระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ตลอดจนสารสนเทศพื้นฐานในทองถิ่นอยางทั่วถึงและเทาเทียมกันทั่วประเทศ นอกจากนี้ จะใหการสนับสนุนจังหวัดที่มีความพรอมไปสูการเปนองคกรปกครองสวนทองถิ่นขนาดใหญ โดยยึดหลักตามความตองการของประชาชนในทองถิ่นเปนหลัก๘.๔ ปฏิรูปและพัฒนาองคกรทางการเมืองใหเขมแข็ง พรรคมุงมั่นที่จะสงเสริมใหประชาชนมีสวนรวมในการปฏิรูปการเมืองที่จะนําไปสูการพัฒนาพรรคการเมืองใหเปนสถาบันสําคัญตลอดจนสงเสริมและสนับสนุนสภาพัฒนาการเมืองใหมีความเขมแข็ง เพื่อตอบสนองเจตนารมณทางการเมืองของประชาชน และจะสงเสริมเสรีภาพของประชาชนในการรวมกันเปนกลุม หมูคณะ หรือองคกรตาง ๆเพื่อรักษาไวซึ่งผลประโยชนของกลุมโดยคํานึงถึงประโยชนของสังคม (สอดคลองยุทธศาสตรชาติ ขอที่ ๑ดานความมั่นคง)ขอ ๙ ดานการบริหารราชการแผนดินพรรคจะบริหารราชการแผนดินโดยยึดหลัก “บําบัดทุกข บํารุงสุข” แกทุกฝาย ตั้งแตประชาชนบุคลากรภาครัฐ และผูที่เกี่ยวของ จะจัดการบริหารราชการแผนดินดวย “ความบริสุทธิ์ และความยุติธรรม”สงเสริมพัฒนาบุคลากรภาครัฐ ดวยการเพิ่มศักยภาพและปลูกจิตสํานึกเรื่องคุณธรรมจริยธรรมและนําหลักพุทธปรัชญามาใชควบคูกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อใหทุกคนทํางานเพื่อประชาชนดวยความเต็มใจและขับเคลื่อนการปฏิบัติหนาที่บุคลากรรัฐและสวนราชการ ใหทํางานอยางรวดเร็วใหบริการรวดเร็ว สวนราชการมีความคลองตัวในการทํางานภายใตกฎระเบียบที่เกี่ยวของ ภายใตหลัก“ทศพิธราชธรรม”๙.๑ สงเสริมการบริหารราชการแผนดินที่มีประสิทธิภาพ พรรคมุงมั่นที่จะผลักดันการบริหารราชการแผนดิน เพื่อกอใหเกิดการพัฒนาทั้งทางดานสังคม เศรษฐกิจ การเมือง สิ่งแวดลอมและความมั่นคงของประเทศอยางยั่งยืน โดยนอมนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเปนฐาน และคํานึงถึงผลประโยชนของประเทศชาติเปนหลัก ทั้งนี้ จะรณรงคการสรางจิตสํานึกของขาราชการใหมีจิตสํานึกของการเปนผูใหบริการประชาชน และมีความพรอมในการปฏิบัติงาน รวมทั้งจะสงเสริมศักดิ์ศรีสวัสดิการ และความมั่นคงในการปฏิบัติหนาที่ของขาราชการ สงเสริมใหมีกระบวนการทํางานที่รวดเร็วโปรงใส สามารถตรวจสอบไดโดยประชาชน ตลอดจนการจัดใหมีศูนยบริหารราชการแบบครบวงจรในพื้นที่พิเศษ เพื่อใหการบริหารราชการมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น และสามารถปรับเปลี่ยนใหสอดคลองกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมหนา ๑๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
๙.๒ พรรคสงเสริมและสนับสนุนใหมีการกระจายอํานาจสูทองถิ่นอยางเต็มรูปแบบโดยจะผลักดันใหมีการอุดหนุนงบประมาณทั่วไปสําหรับทองถิ่นใหครบ ๓๐% ของงบประมาณแผนดินตามที่กฎหมายกําหนด๙.๓ พรรคมุงใหขาราชการมีทัศนคติที่เอื้อตองานบริการประชาชน ยึดประชาชนเปนศูนยกลาง ไมยึดถือกฎระเบียบจนสรางความเดือดรอนแกประชาชน มีความหวงแหนทรัพยสินสาธารณะมีความซื่อสัตย ขยัน อดทน มีขวัญกําลังใจ และมีภาวะผูนําในดานความคิดริเริ่มสรางสรรค ตลอดทั้งการริเริ่มระบบราชการที่เนนการจัดจาง โดยการทําสัญญาที่สามารถประเมินผลงานไดดวยระบบคุณธรรมและใหหลักประกันความมั่นคงบนพื้นฐานของความรู ความสามารถ และผลงานดานงานสาธารณะเปนหลัก๙.๔ พรรคมุงสงเสริมเชิดชูและสนับสนุนผูนําชุมชน ผูนําหมูบาน หรือนักปกครองทองถิ่นที่มีความรู ความสามารถ และมีผลงานดานงานสาธารณะเปนหลัก “บําบัดทุกข บํารุงสุข” เพื่อเปนผูนําหรือบุคคลตนแบบของทุกภูมิภาค๙.๕ พรรคสนับสนุนการกระจายอํานาจเพื่อใหประชาชนสามารถเขาถึงบริการของรัฐดานสาธารณะไดอยางรวดเร็ว พรอมวางมาตรการทางกฎหมาย มิใหเจาหนาที่หลีกเลี่ยง ประวิงเวลาหรือใชอํานาจโดยมิชอบกอใหเกิดการทุจริต หรือสรางความเสียหายแกประชาชน๙.๖ พรรคสนับสนุนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการพัฒนาที่ยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล และเปาหมายการปฏิรูปประเทศตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ สังคมมีความสงบสุขเปนธรรมและมีโอกาสอันทัดเทียมกันเพื่อขจัดความเหลื่อมล้ํา เปาหมายประชาชนหายจนมีความสุขมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีสวนรวมในการพัฒนาประเทศและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข (สอดคลองยุทธศาสตรชาติ ขอที่ ๖ ดานการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ)ขอ ๑๐ ดานกฎหมายพรรคจะจัดรวบรวมกฎหมายในการบริหาร กฎหมายมหาชน ใหเปนหมวดหมู เชน กฎหมายปกครองกฎหมายการศึกษา กฎหมายสิ่งแวดลอม ฯลฯ เพื่อสะดวกในการคนหาและนํามาใช ในการบริหารจะปรับปรุงกฎหมายเกาที่ไมทันตอการเปลี่ยนแปลงของโลก ใหทันสมัยอาจใหมีกฎหมายเทาที่จําเปนในการบริหารการปกครอง เพราะถือวา “ยิ่งมีกฎหมายมาก ยิ่งมีผูทําผิดมาก”หนา ๑๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ดังนั้น เพื่อใหผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดขึ้นมีความสอดคลองและเปนไปในทิศทางเดียวกัน และเรงรัดการดําเนินการในสวนที่เกี่ยวของกับการปฏิรูปกฎหมายใหเกิดผลอยางเปนรูปธรรมโดยเร็ว มุงเนนการสรางกลไกทางกฎหมายเพื่อสนับสนุนการปฏิรูปตามหลัก “ทวิยุทธศาสตร” อันไดแก การมีกลไกทางกฎหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแขงขัน และการมีกลไกทางกฎหมายเพื่อสรางความเปนธรรมและขจัดความเหลื่อมล้ําในสังคม เพื่อใหเกิดการพัฒนาอยาง “มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” สอดคลองกับบริบทของการพัฒนาสู THAILAND ๔.๐ ตามนโยบายของรัฐบาล ดังนี้๑๐.๑ พรรคเพื่อประโยชนสุขของพี่นองประชาชน ชาวบาน รากหญา เกษตรกรผูใชแรงงาน ผูประกอบการคา มุงมั่นที่จะยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่ลาสมัย และเปนอุปสรรคตอการดํารงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชนอยางรวดเร็ว๑๐.๒ พรรคเพื่อประโยชนสุขของพี่นองประชาชน ลดภาระการสิ้นเปลืองงบประมาณที่ใชจายในภาครัฐ เปลี่ยนจากโทษ จับ - ปรับ - ขัง มาเปนการตักเตือน - ทําโทษ - ปรับแทน๑๐.๓ พรรคมุงมั่นที่จะใหมีการทบทวนหรือยกเลิกกฎหมายที่ลาสมัย และเปนอุปสรรคตอการประกอบอาชีพ และการดําเนินธุรกิจของประชาชน๑๐.๔ พรรคสงเสริมใหมีกลไกชวยเหลือประชาชนในการจัดทําและเสนอรางกฎหมายและมีกลไกชวยเหลือทางกฎหมายแกประชาชน เพื่อสรางความเปนธรรมและขจัดความเหลื่อมล้ํา๑๐.๕ พรรคสงเสริมใหประชาชนไดเขารวมในการจัดใหมีการรับฟงความคิดเห็นเกี่ยวกับกลไกการใชระบบอนุญาตและใหมีประชาชนรวมเปนคณะกรรมการการกําหนดกรอบการใชดุลพินิจของเจาหนาที่และการกําหนดโทษทางอาญา (สอดคลองยุทธศาสตรชาติ ขอที่ ๔ ดานการสรางโอกาสความเสมอภาค และความเทาเทียมกันทางสังคม)ขอ ๑๑ ดานกระบวนการยุติธรรมพรรคสงเสริมสนับสนุนบุคลากรกระบวนการยุติธรรม ตั้งแตพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการพนักงานคุมประพฤติ ตุลาการ และพนักงานราชทัณฑ สรางขวัญและใหกําลังใจผูปฏิบัติหนาที่ทํางานดวยความสุจริต ซื่อสัตย รวดเร็ว เพื่อลดจํานวนคดีประเภทตาง ๆ ดวยการใหมีความรวดเร็วดานคดีใหบริการประชาชน “ดวยความเต็มใจ ดวยความซื่อสัตย และดวยความยุติธรรม” พรอมใหโอกาสแกประชาชนเมื่อถูกดําเนินคดี ดังนี้ หนา ๑๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
๑๑.๑ พรรคสนับสนุนใหสินทรัพยของแผนดินที่ประชาชนหรือคนในครอบครัวมีสิทธิครอบครองนํามาใชเปนมูลคาแหงทรัพยเพื่อการประกันตัวสูคดี๑๑.๒ พรรคสนับสนุนใหประชาชนที่ถูกยึดทรัพย หรือเสียทรัพยในขณะถูกพิพากษาไดมีโอกาสเปนผูมีสิทธิและใหระยะเวลาในการพิทักษทรัพย ไมนอยกวา ๓๖๕ วัน กอนจะถูกขายทอดตลาด๑๑.๓ พรรคสนับสนุนใหยกเลิกปรับปรุงใบอนุญาต หรือกฎหมายที่เปนอุปสรรคตอการดํารงชีวิตและการประกอบอาชีพ หรือธุรกิจของประชาชน กิจการชุมชน โดยมีประชาชนเขารวมไมนอยกวา ๑ ใน ๔ ของคณะกรรมการรวมทํางานดวย (สอดคลองยุทธศาสตรชาติ ขอที่ ๖ดานการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ)ขอ ๑๒ ดานการศึกษาพรรคจะสงเสริมพัฒนาคุณภาพประชากรและขัดเกลาสมาชิกวัยเรียน ดวยการ จัดการศึกษาอยางมีคุณภาพ โดยเฉพาะการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมถึงการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยจะรวบรวมกฎหมายการศึกษาใหเปนหมวดหมู และนํามาใชอยางจริงจัง โดยมีปจจัย การขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษา ดังนี้๑๒.๑ พัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ปจจุบันผูเรียนตองเรียนวิชาการมากขาดทักษะชีวิตที่ดํารงอยูตามความเปนจริง๑๒.๒ ขยายโอกาสและสงเสริมการเรียนตั้งแตอนุบาล ประถม มัธยม อาชีวศึกษาถึงระดับปริญญาตรี โดยเสียคาใชจายนอยที่สุด๑๒.๓ ยกฐานะสํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยใหมีฐานะเปนกรม เทียบเทาสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน บุคลากร กศน. เจาหนาที่สามารถบรรจุเปนพนักงานราชการ มีสวัสดิการแบบอยางครู - บุคลากรทางการศึกษา พัฒนาศักยภาพของศูนย กศน. ทุกตําบล ใหมีประสิทธิภาพเปนศูนยเรียนรูของตําบล และเนนปลูกฝงเรื่องคุณธรรมจริยธรรมแกนักศึกษาควบคูไปกับการปลูกฝงใหรักและอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม๑๒.๔ สงเสริมและสนับสนุนโรงเรียนสอนศาสนาทุกศาสนา พัฒนาครูผูสอนใหมีมาตรฐานเหมือนกัน สงเสริมใหครูสอนศาสนาอิสลามไดมีวุฒิการศึกษาสายสามัญควบคูกับวุฒิทางศาสนา สงเสริมการสอบธรรมสนามหลวง ใหแกเด็กและเยาวชนไดเรียนธรรมศึกษาเพื่อสอบธรรมศึกษาชั้นตรี ชั้นโท และชั้นเอก หนา ๑๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
๑๒.๕ สงเสริมและสนับสนุน ใหทุกโรงเรียนเนนเพิ่มวิชาการและปฏิบัติการดานคุณธรรมจริยธรรม ดานสาขาอาชีพตั้งแตเริ่มเรียนระดับประถมศึกษา - มัธยมศึกษา เพื่อสามารถนําไปใชไดจริงเพื่อสรางรายไดใหตัวเองและครอบครัว๑๒.๖ เพื่อใหครูไดกลับมาเปนเหมือนเรือจางในอดีต หรือครูผูสอนศิษย เสมือนพอแมสอนลูกสอนหลาน ใหยกเลิกระบบการมาเขียนแผนงานเพื่อยกระดับวิทยฐานะในงานดานเอกสารมาเปนการแขงขันการสอนศิษยใหเรียนดี มีคุณธรรม มีจริยธรรม ผูบริหารจะยกระดับเลื่อนลําดับมาใชระบบการแขงขันโดยวัดจากนักเรียนที่จบจากโรงเรียนที่ตนเองเปนผูบริหารสามารถสอบเขามหาวิทยาลัยหรือสถาบันทหาร ตํารวจ ขาราชการไดมากที่สุดมาเปนตัวชี้วัดแทนการทําเอกสารแบบเดิม ๆ ทําใหไมมีเวลามาสอนนักเรียน และบริหารสถานศึกษา (สอดคลองยุทธศาสตรชาติ ขอที่ ๕ ดานการสรางความเจริญเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม)ขอ ๑๓ ดานเศรษฐกิจพรรคมุงสงเสริมดานเศรษฐกิจทุกดาน ดังนี้๑๓.๑ ดานเศรษฐกิจการเกษตร สงเสริมสหกรณการเกษตรหมูบาน ตําบลรับซื้อผลผลิตการเกษตร หรือขายตรงตอกลุมสหกรณการเกษตรตําบล กลุมสหกรณการเกษตรอําเภอหรือสหกรณการเกษตรจังหวัดและวิสาหกิจชุมชน ทําหนาที่ศูนยกลางซื้อขายเพื่อยกระดับราคาผลผลิตการเกษตร ทั้งพืชเศรษฐกิจและสัตวเศรษฐกิจ ใหมีคุณภาพและราคาสูงขึ้น๑๓.๒ “เกษตรสงออก” เปนการเพิ่มมูลคาตลาดสินคาเกษตรจากเกษตรกรไทยสูตลาดโลก พรรคมีนโยบายบริหารจัดการสินคาเกษตรที่เรียกวา “เกษตรสงออก” ซึ่งมีความหมายวาเปนการทําการตลาดซื้อขายลวงหนากับผูสนใจหรือผูซื้อกอนการผลิต เพื่อใหเกิดความมั่นใจใหแกเกษตรกรวาสินคาที่ผลิตขึ้นมานั้น สามารถขายและไดราคาตามความตองการ โดยเนนปลูกพืชเศรษฐกิจที่เปนความตองการของตลาดโลก หรือผลผลิตทางการเกษตรที่มีตลาดรองรับลวงหนา โดยจะมีการตกลงทําสัญญาซื้อขายลวงหนา และมีภาครัฐสงเสริมและสนับสนุนการดําเนินการประสานงาน การอํานวยความสะดวกการหาตลาด หาผูซื้อ ประสานการทําสัญญาธุรกรรม การจัดหาแหลงเงินทุน การจัดหาวัตถุดิบการสงผูเชี่ยวชาญ หรือวิทยากรใหคําแนะนําในดานการผลิต การแปรรูป การบรรจุ การขนสงจนกระทั่งการรับเงินคาสินคา แบบบูรณาการ อันเปนการประกันราคาผลผลิตขั้นต่ําหนา ๑๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
๑๓.๓ การแกไขปญหาที่ดินทํากิน พรรคมุงเนนใหกลุมเกษตรกรมีพื้นที่ทํากินเปนของตนเอง หรือการสนับสนุนจากรัฐในการจัดหาที่ดินทํากิน รวมถึงการเพิ่มสวนราชการจัดตั้งกระทรวงที่ดิน เพื่อเปนองครวมในการดําเนินการจัดระเบียบที่ดินที่กระจัดกระจายอยูตามหนวยงานตาง ๆของภาครัฐ หรือภาคเอกชน ที่รกรางวางเปลาที่ไมกอเกิดประโยชน ทําแผนการพัฒนาที่ดินใหเกิดประโยชนสูงสุด มิใหเกิดการทับซอนในดานเอกสารสิทธิ์ตาง ๆ และใหประชาชนมีที่ดินทํากินโดยทั่วถึง๑๓.๔ การเขาถึงแหลงทุนและทรัพยากรโดยจัดหาใหแกเกษตรกรที่ไมมีทุนทรัพยในการจัดหาวัสดุ อุปกรณ หรือวัตถุดิบ เพื่อการประกอบอาชีพ โดยรัฐจะสนับสนุนและดําเนินการจัดหาแหลงทุนเพื่ออํานวยความสะดวก ใหเขาถึงไดอยางรวดเร็ว เชน การเพิ่มวงเงินและเพิ่มจํานวนธนาคารของรัฐ สนับสนุนเกษตรกรในการกูยืมในอัตราดอกเบี้ยต่ํา และขยายระยะเวลาการกูยืมใหนานขึ้นเพิ่มเงินกองทุนหมูบาน และกองทุนวิสาหกิจชุมชน กระจายเงินกองทุนในรูปแบบขนาดเล็ก กลาง ใหญตามจํานวนสมาชิกในหมูบาน หรือสมาชิกของวิสาหกิจชุมชน ไดแก๑๓.๔.๑ การตั้งกองทุนหมูบานเพื่อการเกษตร และกองทุนวิสาหกิจชุมชนเพื่อกิจการชุมชน และยกระดับกองทุนหมูบานหรือวิสาหกิจชุมชน เปนสถาบันการเงินใหครบทุกหมูบานเทียบเทาธนาคารของหมูบาน บริหารจัดการจากสมาชิกในกลุมของตนเอง โดยจัดสวัสดิการดานตาง ๆใหกรรมการและสมาชิกมีคาตอบแทนใหสมาชิกสามารถกูยืมเงินดอกเบี้ยต่ําระยะยาวจากกองทุนหมูบาน(สถาบันการเงินชุมชน) เพื่อประกอบกิจการโดยไมตองมีขาราชการมาค้ําประกัน กําหนดใหสมาชิกอยางนอยสามคนค้ําประกันกันเอง โดยในระยะแรกกําหนดใหธนาคารของรัฐดําเนินการสนับสนุนเงินกองทุนหมูบานการนําสินทรัพยแปรรูปเปนทุน ดวยการใหสิทธิในการปลูกตนไม การครอบครองและการใชประโยชนไมหวงหามในพื้นที่ของตนเอง และสามารถนําไมยืนตน (ตนไมมีชีวิต)มาค้ําประกันเงินกูเพื่อการเกษตร หรือการตัดไม (ไมที่ตายแลว) การแปรรูป การขนยายนําสงและจําหนายไดในเชิงพาณิชยเพื่อใหเปนไมเศรษฐกิจ๑๓.๔.๒ ปรับโครงสรางหนี้ใหเกษตรกร สามารถติดตอยายหนี้จากธนาคารสถาบันการเงิน หรือภาคเอกชนทั่วไป มาเปนหนี้ในสังกัดกองทุนฟนฟูแทน และสามารถใชการแปลงสินทรัพยเปนทุน เชน เกษตรสงออกไมหวงหาม ทรัพยสินทางปญญา นําค้ําประกันใหกับสมาชิกในระยะสั้นไดพรอมแกไขสภาพเครดิตบุคคล (บูโร) ใหกับเกษตรกรและผูใชแรงงาน หลังผานไป ๒ - ๓ ปเพื่อสามารถกลับมาอยูในสภาพปกติเพื่อสามารถทําธุรกรรมกับสถาบันการเงินตาง ๆ ไดหนา ๑๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
๑๓.๔.๓ การเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพใหแกเกษตรกร เพื่อการเพิ่มผลผลิตและรายได โดยการจัดตั้งตลาดกลางตําบล หรือ “ตลาดชุมชน” สงเสริมใหมีโรงสีขาวขนาดกลาง เล็กในชุมชน เพื่อดําเนินการผลิต ซื้อเก็บรักษา หรือขายผลภัณฑทางการเกษตรของชุมชนในหมูสมาชิกกันเองเปนการเสริมสรางความเขมแข็งในชุมชน เพิ่มประสิทธิภาพและลดตนทุนดานการผลิต รวมถึงการบริหารจัดการในชุมชนดานการตลาด๑๓.๔.๔ เกษตรเพื่อการทองเที่ยวเชิงอนุรักษ และพัฒนาแหลงทองเที่ยวชุมชนโดยชุมชน จัดทําแปลงสาธิตเพาะปลูกพืชเพื่อตอนรับนักทองเที่ยว เชน เกษตรอินทรีย ปลูกพืชพฤกษาสวนปาเชิงนิเวศน พัฒนาสมุนไพร พืชดอกไม ไมผล ไมประดับ พันธุไมจากทั่วโลก พืชสวยงามจากทุกภาคของไทย ปาชุมชน ดวยศาสตรพระราชา สงเสริมการทองเที่ยวเชิงเกษตร ผันน้ําจากแหลงน้ําในพื้นที่ตาง ๆ ดวยพลังงานทดแทน เขาไปยังคลองชลประทานทั้งที่มีอยูเดิมและขุดใหม เพื่อใหมีน้ําทําการเกษตรตลอดทั้งป รวมถึงชวยระบายน้ําในชวงที่เกิดอุทกภัยและขยายตอเปนเสนทางสัญจรทางน้ําเพื่อขนสงสินคา หรือการจราจรทางน้ํา จากแหลงน้ําใหญสูพื้นที่ทํากิน ลดตนทุนการขนสงและอํานวยความสะดวกในดานคมนาคม ๑๓.๕ ดานเศรษฐกิจการทองเที่ยว ประเทศไทยมีรายไดจากการทองเที่ยวเปนอันดับตน ๆของรายไดประเทศ เกิดเงินหมุนเวียนในระบบชุมชน รวมทั้งประเทศไทยมีแหลงทองเที่ยวที่สวยงามหลากหลายเปนที่ถูกใจของคนทั่วโลก ทั้งทางธรรมชาติ ทางวัฒนธรรม และสถานบันเทิง อีกทั้งอาหารไทยเปนที่นิยมไปทั่วโลก ดวยเหตุนี้ พรรคเพื่อชีวิตใหม จึงมีนโยบายดานการทองเที่ยว ดังนี้๑๓.๕.๑ สงเสริมการทองเที่ยวเชิงเกษตร มีเปาหมายในสวนภูมิภาคที่มีศูนยพัฒนาทางการเกษตร แปลงสาธิต โฮมสเตย รานอาหารชุมชน ศูนยสินคาชุมชน สถานีอนามัยชุมชนสนับสนุนการทองเที่ยวเชิงวัฒนธรรมดานการเกษตร และวิถีชีวิตเกษตรกรไทยของแตละทองถิ่น๑๓.๕.๒ สงเสริมการทองเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ตามแหลงประวัติศาสตรและศิลปะพื้นบานชุมชนและสถานที่สําคัญ เชน วัด วัง ปราสาทหินในทองถิ่น ใหเปนแหลงทองเที่ยวระดับสากล ตลอดจนจัดใหมีสถานีอนามัยประจําแหลงทองเที่ยวแตละแหง เพื่อการปฐมพยาบาลนักทองเที่ยวเบื้องตน ทั้งนี้ มีคณะกรรมการชุมชนเปนผูดูแลภายใตการสนับสนุนขององคการปกครองสวนทองถิ่น หนา ๑๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
๑๓.๕.๓ สงเสริมใหผูทํางานดานบริการ ใหมีความรู ทักษะ และมีความเปนมืออาชีพในดานการบริการ โดยตั้งกองทุนใหสมาชิกมีสวนรวมในการพัฒนาอาชีพ อันเปนการพัฒนาศักยภาพผูใหบริการเบื้องตน มีกองทุนสวัสดิการ สนับสนุนอาชีพบริการใหเปนอาชีพที่มีความสําคัญตอประเทศชาติโดยเฉพาะอาชีพพนักงานรักษาความปลอดภัย ทั้งสวนราชการ เชน อป.พร. และภาคเอกชน เชนบริษัทที่ทําหนาที่รักษาความปลอดภัยที่มีพนักงานปฏิบัติหนาที่อยูพื้นที่แหลงทองเที่ยวและสถานที่ตาง ๆ๑๓.๖ สงเสริมใหประชาชนปลูกพืชจากเกษตรอินทรีย ปลอดสารเคมี เพื่อนําสงขายทั้งภายในประเทศและนอกประเทศ๑๓.๗ สงเสริมใหประชาชนสรางพลังงานทดแทน ทั้งพลังงานเชื้อเพลิงและพลังงานไฟฟาเพื่อนํามาใชและจําหนายเพื่อเปนรายไดของครอบครัว๑๓.๘ สนับสนุนโครงการรัฐชวยราษฎร เพื่อเสริมสรางศักยภาพในการแขงขันของประชาชนลดความเหลื่อมล้ํา สรางความเสมอภาคทางดานเศรษฐกิจ พรรคเพื่อชีวิตใหม จึงเสนอนโยบายปรับโครงสรางหนี้ ปลดเปลื้องแกไขภาระหนี้สินของภาคประชาชน โดยการเสนอกฎหมายใหรัฐบาลออกตราสารหนี้ใหกับสถาบันการเงิน เพื่อซื้อหนี้ของประชาชนมาบริหารปรับโครงสรางหนี้ เปนหนี้ปลอดดอกเบี้ย(สอดคลองยุทธศาสตรชาติ ขอที่ ๒ ดานการสรางความสามารถในการแขงขัน)ขอ ๑๔ ดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมพรรคสงเสริมการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เรงปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดลอมใหดีขึ้นเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน สงเสริมการเพิ่มปริมาณพื้นที่ปาไม โดยเสนอโครงการปลูกปาถาวรอยางเปนระบบตามศาสตรพระราชา สนับสนุนใหมีการจัดหารที่ดิน เพื่อปลูกตนไมเศรษฐกิจ ไมหายากหรือการปลูกตนไมเพื่อระบบนิเวศน ฟนฟูปาไม เกษตรกรสามารถเสนอขอกู เพื่อการลงทุนผลิตธัญพืชสรางรายไดโดยไมตองตัดตนไม และยกปาไมนั้นใหกับชุมชน เพื่อปาที่อุดมสมบูรณ ซึ่งจะมีอยูทุกชุมชนรวมถึงการดําเนินการในดานการจัดการเพื่อลดปญหาภาวะโลกรอนดวยโครงการตาง ๆ ดังนี้๑๔.๑ จัดการปญหาขยะลนเมืองใหเปนรูปธรรม โดยมีแนวทางในการสรางมูลคาใหกับขยะ เริ่มจากการจัดระบบการแยกขยะเปนหมวดหมู นําไปแปรรูปหมุนเวียนใหเกิดคุณคาดวยวิธีตาง ๆเชน การนํากลับมาใช การแปรรูปเปนวัตถุดิบ การเปลี่ยนเปนพลังงานไฟฟา นําวัสดุใชแลวมาเพิ่มมูลคาหนา ๑๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
๑๔.๒ พลังงานทดแทน สงเสริมใหมีการใชพลังงานทดแทนทุกดาน พลังงานทางเลือกและพลังงานสะอาด พรอมทั้งรณรงคใหลดปริมาณการใชน้ํามัน โดยการสงเสริมการปลูกพืชผลการเกษตรในกลุมพลังงาน เชน มันสําปะหลัง ออย ละหุง ถั่วเหลือง หรือปาลม สงเสริมการพัฒนาการใชพลังงานทางเลือกอยางจริงจังใหเปนรูปธรรม (สอดคลองยุทธศาสตรชาติ ขอที่ ๕ ดานการสรางความเจริญเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม)ขอ ๑๕ ดานการสาธารณสุขพรรคมีนโยบายที่ชัดเจนที่มุงพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยครบทั้ง ๓ ดาน คือ สุขภาพกาย(Physical Health) สุขภาพจิต (Mental Health) และวุฒิปญญา (Intellectual Health) โดยจะเรงรัดการใหบริการทางการแพทยและสาธารณสุขที่มีมาตรฐานและคุณภาพใหทั่วถึง จัดงบประมาณใหเพียงพอและครอบคลุมในการบริหารหนวยงาน สถานพยาบาล ทั้งดานบุคลากร อาคาร สถานที่ วัสดุครุภัณฑ และเครื่องมืออุปกรณทางการแพทย นอกจากนี้จะสนับสนุนและสงเสริมการนําเทคโนโลยีทางการแพทยและสาธารณสุขที่ทันสมัย คุมคาตอการใหบริการมาใชใหแพรหลายและใหความสําคัญตอการวิจัยและพัฒนาของภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อพัฒนาระบบรูปแบบและเทคโนโลยีทางการแพทยทั้งแพทยแผนปจจุบันและแพทยทางเลือกกับการบริการสาธารณสุขอยางจริงจัง ทั้งนี้ เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตดานสาธารณสุขของประชาชนชาวไทยใหไดมาตรฐานสากล โดยมีนโยบาย ดังนี้๑๕.๑ จัดทําศูนยและสวัสดิการรักษาพยาบาล การรองรับผูสูงอายุ โดยมีบริเวณหองพักหองอํานวยความสะดวกตาง ๆ พรอมอุปกรณทางการแพทยที่เกี่ยวของกับการดูแลผูสูงอายุใหเกิดขึ้นทุกตําบลที่ใหสาระความรู และกิจกรรมนันทนาการแบบอยางโรงเรียนผูสูงอายุ และใหมีบัตรสวัสดิการรักษาไดทุกโรงพยาบาลทั่วไทย๑๕.๒ พัฒนาโรงพยาบาลสุขภาพ ใหเปนที่รองรับและรักษาตรวจสุขภาพผูสูงอายุโดยมีแพทย พยาบาล บุคลากรทางการแพทย และผูมีจิตอาสาตาง ๆ ใหเพียงพอ๑๕.๓ สานตอนโยบายสามสิบบาทรักษาทุกโรค หรือการบริการสาธารณสุขของรัฐฟรีแกประชาชน ประชาชนทุกคนในประเทศ และเพิ่มสภาพคลองในการบริหารจัดการดานการเงินของโรงพยาบาลตาง ๆ๑๕.๔ สนับสนุนแพทยทางเลือก เชน แพทยแผนไทย ภูมิปญญาทองถิ่นหมอชาวบาน สมุนไพรไทย หมอนวดภูมิปญญาไทย ปราชญชาวบาน เพื่อเปนดานแรกในการบําบัดผูปวยขั้นปฐมพยาบาล กอนสงตัวไปรักษาตอที่โรงพยาบาลในเมืองหนา ๑๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
๑๕.๕ ประชาชนตองเขาถึงการรักษาอยางรวดเร็ว สะดวก ปลอดภัย เทาเทียมกันไมเลือกปฏิบัติ บุคลากรทางการแพทยตองยึดมั่นในอุดมการณและจรรยาบรรณดวยคุณธรรมจริยธรรม๑๕.๖ ควบคุมคุณภาพ และราคาของยาและอุปกรณทางการแพทย ใหจําหนายอยางยุติธรรม ควบคุมคุณภาพของยาประเภทตาง ๆ ใหประชาชนไดใชยาในราคาถูก และมีความปลอดภัยในการใชยา ๑๕.๗ จัดใหมีการประกันสุขภาพประชาชนทุกคน โดยรัฐเปนผูดําเนินการสรางความรวมมือกับบริษัทเอกชน หรือบริษัทประกันสุขภาพ ใหเขามามีสวนรวมในกองทุนหมูบาน เพื่อดูแลรักษาคาใชจายเบื้องตนตาง ๆ ในการรักษาพยาบาลเริ่มตนตั้งแตแรกเกิดจนกระทั่งเสียชีวิต๑๕.๘ จัดใหมีสถานพยาบาลใหกับประชาชนทุกหมูบาน ใหกับชาวไทยที่หางไกลกันดารบนที่ราบสูง ในรูปแบบวิสาหกิจชุมชนเพื่อสุขภาพ ๑ หมูบาน ๑ คลินิก ใหกับหมูบานที่หางไกลความเจริญ (สอดคลองยุทธศาสตรชาติ ขอที่ ๔ ดานการสรางโอกาสความเสมอภาคและความเทาเทียมกันทางสังคม)ขอ ๑๖ ดานสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศพรรคตระหนักถึงความสําคัญของวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ซึ่งจําเปนตอวิถีชีวิตประจําวันอันรวมถึงวิทยาศาสตรเพื่อการประกอบอาชีพ วิทยาศาสตรประยุกต กระทั่งวิทยาศาสตรกาวหนาแตไมทอดทิ้งวิทยาศาสตรธรรมชาติ จึงจําเปนตองกําหนดนโยบายสรางบุคลากรดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีใหม ๆ ใหเพียงพอทั้งปริมาณและคุณภาพ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีในดานการวิจัยและพัฒนาอาชีพ เชน ไบโอเทคโนโลยี ไบโอเมดเทค ออโตเมชั่น เทคโนโลยี และนาโนเทคโนโลยีเพื่อใหเอื้อประโยชนตอการพัฒนาประเทศ ทั้งในดานอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และพาณิชยกรรมสนับสนุนความรวมมือ ใหสถาบันการศึกษาในประเทศรวมมือกับตางประเทศ ในการวิจัยและพัฒนาดานเทคโนโลยี ยกระดับขีดความสามารถของบุคลากร และเทคโนโลยี การรับและการถายทอดเทคโนโลยีตลอดจนการรองรับการถายทอดทักษะ รวมไปถึงการใหการคุมครองตอสิทธิในทรัพยสินทางปญญาการใชสิทธิในทรัพยสินทางปญญา เพื่อประโยชนตอชุมชนทั้งในทางสังคมและเศรษฐกิจ ใหบังเกิดประโยชนสูงสุดแกประเทศชาติ และชุมชนทองถิ่นตาง ๆ อยางเปนธรรมและสมดุล นอกจากนี้ ยังมุงสงเสริมและพัฒนาพลังงานทดแทน พลังงานทางเลือกที่ผลิตโดยคนไทย เพื่อลดการนําเขาพลังงานจากตางประเทศหนา ๑๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
โดยคํานึงถึงประโยชนในทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอม ยึดหลักการของการพัฒนาอยางยั่งยืน ยึดมั่นในหลักการของการแกไขปญหามลพิษตาง ๆ รวมทั้งสนับสนุนบทบาทของชุมชนและองคกรพัฒนาเอกชนใหมีสวนรวมกับรัฐ ในการแกไขปญหาสิ่งแวดลอมและมลพิษรวมกันสงเสริมการใชเทคโนโลยีที่สะอาด ปราศจากมลภาวะใหมีบทบาทตอการดํารงชีวิตใหมากขึ้น๑๖.๑ สนับสนุนใหมีศูนยกลางการประชาสัมพันธ ทีวี วิทยุ ทั่วทุกตําบลและอินเตอรเน็ตฟรีทุกหมูบาน จะสามารถอํานวยความสะดวกในการสื่อสาร สรางรายไดใหกับรัฐวิสาหกิจชุมชน สหกรณชุมชน และเขาถึงศูนยกลางซื้อ - ขาย เพื่อสรางรายไดใหประชาชนทุกพื้นที่๑๖.๒ สงเสริมใหมีศูนยกลางประสานงานสื่อสารมวลชน เพื่อรับเรื่องราวรองทุกขรองเรียนภาคประชาชน (สอดคลองยุทธศาสตรชาติ ขอที่ ๓ ดานการพัฒนาและเสริมสรางศักยภาพคน)ขอ ๑๗ ดานสังคมพรรคมีความเชื่อมั่นอยางยิ่งวา ทรัพยากรมนุษย คือ ปจจัยที่สําคัญที่สุดของประเทศการพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรมนุษย ตองเริ่มจากการพัฒนารากฐานจากครอบครัวในสังคมไทยเปนสังคมอุดมดวยสติปญญาและเหตุผล เนนระบบการฝกอบรมใหผูใชแรงงาน เพื่อเพิ่มทักษะความสามารถและความชํานาญ เพิ่มโอกาสและรายไดที่มากกวาคาแรงขั้นต่ํา ตลอดจนสงเสริมการฝกทักษะในระดับอาชีพตอเนื่องไป โดยมีแนวนโยบาย ดังนี้๑๗.๑ เพิ่มสวัสดิการเงินเดือนใหผูสูงอายุ ไมนอยกวาสามพันบาทตอเดือนและจัดหาแหลงพักพิงใหกับผูสูงอายุ นําภูมิปญญา ความรูของผูสูงอายุถายทอดใหแกสังคมและพัฒนาความรูนั้นใหเปนองคความรูเพื่อใหเกิดประโยชนทางสังคม๑๗.๒ จัดหาสวัสดิการใหกับอาสาสมัคร ทุกสังกัดของหนวยงานภาครัฐ เชนอาสาสมัครปองกันภัยฝายตาง ๆ อาสาสมัครคุมประพฤติกระทรวงยุติธรรม ยุติธรรมชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขหมูบานและชุมชน อาสาสมัครพิทักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมหมูบาน ปราชญชาวบานหมอดินอาสา เพิ่มเบี้ยยังชีพคนพิการ กลุมคนดังกลาวใหมีรายไดประจําหรือมีคาตอบแทนในหนาที่จัดตั้งใหมีชมรมอาสาสมัครตําบล อําเภอ และมีสมาคมอาสาสมัครแตละสังกัด๑๗.๓ จัดใบประกอบวิชาชีพวิทยฐานะครู ใหบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนตํารวจตระเวนชายแดนทั่วประเทศ เพื่อเปนเกียรติประวัติและเพิ่มสวัสดิการใหเหมาะสมหนา ๒๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
๑๗.๔ สนับสนุนใหกลุมอาชีพชุมชน มีบทบาทในสังคม ตั้งกองทุนเพื่อพัฒนากลุมอาชีพและเสริมศักยภาพใหมีบทบาทและหนาที่มีสิทธิเสรีภาพเทาเทียมกัน๑๗.๕ เรงปองกันและปราบปรามการคายาเสพติดอยางเด็ดขาด เยียวยาและบําบัดฟนฟูผูหลงผิดติดยาเสพติดใหโทษอยางทั่วถึงและยุติธรรม สงเสริมชุมชนตานภัยยาเสพติดจัดกิจกรรมสงเสริมกีฬาชุมชน กีฬาระหวางชุมชน๑๗.๖ เรงปองกันและปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ อาชญากรรมดานเทคโนโลยี รวมถึงอาชญากรรมขามชาติ โดยเพิ่มโทษใหเหมาะสมและบังคับใชบทลงโทษที่สูงสุดและเด็ดขาด กระบวนการพิจารณาที่รวดเร็ว ยุติธรรม และเพิ่มทักษะความรู ความสามารถแกเจาหนาที่รัฐ ๑๗.๗ นโยบายดานการคมนาคม การคมนาคมขนสงนั้น จําเปนตองมีโครงขายโยงใยทั่วถึงทุกพื้นที่และตองเปนไปดวยความปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว พรรคจะดําเนินการพัฒนาระบบคมนาคมในทุกเสนทางปรับปรุงระบบคมนาคมเดิม และสรางระบบคมนาคมใหม เพื่อใหเปนแรงขับเคลื่อนสําคัญในดานเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศ การดําเนินนโยบายโครงการระบบขนสงมวลชน และระบบขนสงสาธารณะขนาดใหญ เชน รถไฟฟาความเร็วสูง และใหสามารถเชื่อมตอกับประเทศเพื่อนบานไดเปนการเพิ่มเสนทางการขนสงสินคา และรองรับการทองเที่ยวในอนาคตครอบคลุมทั่วประเทศเชื่อมถึงกันไดอยางบูรณาการทั้งทางบก ทางน้ํา และทางอากาศ พัฒนาสนามบินในแตละภูมิภาคใหสามารถรองรับระบบการคมนาคมขนสงทั้งสินคาและนักทองเที่ยวไดอยางมีประสิทธิภาพพัฒนาใหประเทศไทยเปนศูนยกลางในการคมนาคมติดตอของภูมิภาค ตลอดจนดําเนินการพัฒนาศักยภาพการขนสงระหวางภาคสมุทรรวมถึงการพัฒนาระบบโลจิสติกสใหมีประสิทธิภาพและสรางระบบคลังสินคาประเภทตาง ๆ ใหเพิ่มมากขึ้น๑๗.๗.๑ โครงสรางพื้นฐาน พรรคตระหนักถึงวิกฤตการณน้ํามันเชื้อเพลิงดวยนโยบายการพัฒนาแหลงพลังงานทางเลือกอื่น ๆ เพื่อเปนการทดแทนน้ํามันเชื้อเพลิง เชนพลังงานจากแสงอาทิตยพลังงานจากกังหันลม พลังงานจากกระแสน้ํา พลังงานแมเหล็ก พลังงานจากพืชเชน กาซโซฮอลจากมันสําปะหลัง ออย ปาลม ใหเกษตรกรซื้อไดในราคาถูก และพลังงานลมการแกไขปญหาทรัพยากรน้ํามันเชื้อเพลิงของชาติโดยจะเสนอยกรางพระราชบัญญัติคุมครองทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อประโยชนสูงสุดของประชาชนที่ไดจากทรัพยากรน้ํามันที่มีอยูในประเทศ โดยมีเปาหมายหลักคือ การทําใหน้ํามันเชื้อเพลิงชนิดตาง ๆ ราคาถูกลงใกลเคียงกับประเทศเพื่อนบานและราคาเดียวกันทั่วประเทศหนา ๒๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
๑๗.๗.๒ การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคอยางทั่วถึงทุกชุมชนหมูบานโดยเฉพาะโครงสรางพื้นฐานทางเศรษฐกิจ รวมถึงสิ่งที่จะสรางรายไดใหคนในชุมชน กิจกรรมในชุมชน๑๗.๗.๓ การเพิ่มสัดสวนการใชพลังงานหมุนเวียนเชิงพาณิชยใหมากขึ้นโดยเนนปรับปรุงเทคโนโลยีดานการใชพลังงานจากกระแสไฟฟา และพลังงานอื่น ๆ ใหมีประสิทธิภาพมากขึ้น พัฒนาเทคโนโลยี สงเสริมการใชพลังงานจากกระแสไฟฟาในโรงงานอุตสาหกรรมตาง ๆตลอดจนสงเสริมการพัฒนาแหลงพลังงานทางเลือก โดยความรวมมือกับประเทศตาง ๆ ในภูมิภาควางโครงสรางระบบ การบริหารพลังงานรูปแบบใหมเพื่อใหเกิดประสิทธิภาพสูงสุด๑๗.๗.๔ ดานการแรงงานและสวัสดิการสังคม พรรคตระหนักถึงปญหาแรงงานในประเทศ ทั้งอัตราคาจางที่ต่ํากวาอัตราคาครองชีพ ปญหาการวางงานที่เพิ่มขึ้น แรงงานตางดาวผิดกฎหมาย การจางงานที่ไมเปนธรรม การใชแรงงานเด็ก และปญหาตาง ๆ อันเปนปจจัยหลักที่สงผลกระทบตอการพัฒนาประเทศ จึงมีนโยบายในการแกปญหาแรงงาน ดวยการสรางตําแหนงงานสรางแรงงานผูเชี่ยวชาญทักษะเฉพาะ การสงเสริมวิสาหกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ตลอดจนการสนับสนุนการสงออกเพื่อการขยายฐานการผลิต เพื่อใหเกิดความเจริญเติบโตในธุรกิจและฐานการจางงานเพิ่มมากขึ้น การเขมงวดแรงงานตางดาว ซึ่งปจจัยเหลานี้เปนแกนในการสรางความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและมีบทบาทสําคัญในการดึงเงินทุนจากตางประเทศเขาสูประเทศไทย ซึ่งจะเปนสวนเสริมสรางสภาพคลองทางเศรษฐกิจใหกับระบบและเปนกลไกสําคัญในการกระจายการลงทุนและฐานการผลิตออกสูภาคตาง ๆ ของประเทศ ผูประกันตนกับกองทุนประกันสังคม ใหเกิดประสิทธิภาพและมีความคลองตัว รวมถึงแนวทางการแกไขกฎหมายดานแรงงานใหเกิดความเปนธรรม นอกจากนี้ยังมีนโยบายการบริหารจัดการแรงงานตางดาว โดยการใชระบบบริหารงานทะเบียนและลดขั้นตอนความยุงยากของการขออนุญาตของแรงงานตางดาว แตเขมงวดในดานการคัดเลือกแรงงานที่มีคุณภาพรวมถึงการจัดระเบียบเพื่อเสริมสรางความมั่นคงแกแรงงานในทุกประเภท (สอดคลองยุทธศาสตรชาติขอที่ ๓ ดานการพัฒนาและเสริมสรางศักยภาพคน)ขอ ๑๘ ดานจริยธรรมจริยธรรมทางการเมือง (Political Ethics) เปนสวนหนึ่งของจริยธรรมทางสังคม หมายถึงความดีงาม ความถูกตอง ความเหมาะสมที่คนในสังคมหนึ่ง ๆ ไดยอมรับถือปฏิบัติเปนหลักทางศีลธรรมทั้งยังเครื่องมือในการวัดความดี ความไมดี ความถูก ความผิด มีลักษณะสําคัญดังนี้ คือหนา ๒๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
๑. พฤติกรรมนั้นกอใหเกิดประโยชนแกคนหมูมาก หรือสวนใหญ๒. พฤติกรรมนั้นกอใหเกิดความพอใจ การยอมรับของคนในสังคมนั้นเปนสวนใหญ๓. พฤติกรรมนั้นทําใหเกิดประโยชนทั้งตนและผูอื่นในสังคม๔. พฤติกรรมนั้นเหมาะสมกับกาลเวลา สถานที่ และบุคคลเรียกวา “ถูกกาลเทศะ”สวนจริยธรรมทางการเมือง คือ ความดีงาม ความถูกตอง ความเหมาะสมแหงพฤติกรรมทางการเมืองของสมาชิกในสังคมนั้น ๆ จริยธรรมทางการเมืองจึงเปนกฎหรือกติกาทางศีลธรรมที่มีไวเพื่อควบคุมพฤติกรรมของสมาชิกในสังคม เพื่อไมใหเกิดผลราย หรืออันตรายตอสังคมการเมืองประเทศที่ปกครองระบอบประชาธิปไตยจะมีจริยธรรมทางการเมืองไปในทางการเคารพสิทธิ หนาที่ของมนุษยการยอมรับนับถือเสียงสวนมาก การยอมรับฟงเหตุผลของคนอื่น และการเคารพในศักดิ์ศรีของความเปนมนุษยเพิ่มเติมสงเสริมคุณธรรมจริยธรรมทุกชุมชน หมูบาน ดังนี้๑๘.๑ ปลูกฝงใหทุกคนมีจิตอาสา และจิตสาธารณะ๑๘.๒ สงเสริมและปลูกฝงใหเคารพนับถือผูอาวุโส ตามแบบอยางที่ดีของสังคม๑๘.๓ ปลูกฝงและสงเสริมมารยาทไทยใหสอดคลองกับหลักธรรม (มารยาทชาวพุทธ)๑๘.๔ สงเสริมกิจกรรมทางศาสนาทุกศาสนาอันเปนพื้นฐานของความดีมีคุณธรรม๑๘.๕ สงเสริมใหประชาชนมีระเบียบวินัยในตนเอง๑๘.๖ สงเสริมใหประชาชนรูจักหนาที่ของตนเองเปนพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตย(สอดคลองยุทธศาสตรชาติ ขอที่ ๓ ดานการพัฒนาและเสริมสรางศักยภาพคน)นโยบายเรงดวน(๑) สนับสนุนใหมีการศึกษาภาคบังคับถึงปริญญาตรี โดยไมมีคาใชจายใด ๆ เพิ่มเติม(๒) สนับสนุนใหมีโครงการอาหารกลางวันแกนักเรียน นักศึกษาภาคบังคับ โดยไมมีคาใชจายใด ๆ (๓) สนับสนุนใหมีโครงการอาจารยพิเศษชาวตางชาติ อาสาสอนภาษาใหขาราชการประชาชน นักเรียนนักศึกษา โดยไมมีคาใชจายใด ๆ(๔) สนับสนุนใหมีโครงการรักษาในโรงพยาบาลของรัฐทุกแหง ทุกกรณี โดยไมมีคาใชจายใด ๆหนา ๒๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
(๕) สนับสนุนใหการใชบริการรถไฟชั้นสามทุกเสนทาง โดยไมมีคาใชจาย(๖) สนับสนุนใหมีรถโดยสารเชื่อมโยงถึงกันทั่วประเทศ โดยไมมีคาใชจาย(๗) สนับสนุนโครงการจัดสรรที่ดินแกประชาชนที่ไรที่ทํากิน ออกโฉนดที่ดินแกที่ครอบครองอยางเสมอภาค(๘) สนับสนุนใหตั้งกองทุนทําปุยชีวภาพ ปุยอินทรีย แลกเปลี่ยนกันเองในกลุมเกษตรกรทุกภาคสวน (๙) สนับสนุนใหตั้งธนาคารชุมชนทุกหมูบาน ใหคําแนะนํา ปรึกษาแกไขทุก ๆ ปญหาแกประชาชน (๑๐) สนับสนุนใหมีการติดตั้งแผงโซลาเซลล เจาะน้ําบาดาล เพื่อใชในการเกษตรทุกพื้นที่(๑๑) ปราบปรามคอรรัปชั่น และยาเสพติดอยางจริงจัง จับได ผิดจริง เพิ่มโทษหนัก(๑๒) สงเสริมพื้นที่สวนเกษตรสีเขียวเพื่อพักผอนและปลูก ๑ ปาชุมชน ๑ หมูบานเพื่อเกิดพื้นที่ปลอดมลพิษ(๑๓) สนับสนุนใหคนไทยปลูกตนไมเศรษฐกิจในที่ดินของตนเองไดทุกชนิด ปลูกไดตัดได ใชค้ําประกันเงินกูได(๑๔) สนับสนุนใหมีโครงการพักหนี้ ๔ ป หยุดคิดดอกเบี้ยดานการศึกษาและการเกษตร(พักดอกเบี้ยไวถาจายหักตน) ดูแลราคาผลผลิตทางการเกษตรใหเปนธรรม ตั้งกลุมเกษตรสงออกสงเสริมเกษตรทางเลือกใหม(๑๕) สนับสนุนใหมีโครงการพักหนี้ ๔ ป แกขาราชการ นักเรียน นักศึกษาหยุดคิดดอกเบี้ยไว ถาจายหักตน พิจารณาเงินเดือนใหมทั้งระบบใหสอดคลองสภาวะปจจุบัน บํานาญตกทอดแกทายาทจนบรรลุนิติภาวะ หรือตลอดชีวิต คูสมรสที่ไมสมรสใหม(๑๖) สงเสริมเกษตรทฤษฎีใหม และโครงการ ๕ ไรคลายจน ตามศาสตรพระราชาเศรษฐกิจพอเพียง(๑๗) สงเสริมกองทุนประชาชนตั้งตัวได ยกเลิกระบบเครดิตบูโร เพื่อชาวบานเขาถึงแหลงเงินกูไดทุกระดับ(๑๘) สนับสนุนโครงการที่พักอาศัยใหผูมีรายไดนอย หมูบานผูสูงอายุ อยูดี มีสุขศูนยเกษตรสงออกรับซื้อขาย หนา ๒๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
(๑๙) สนับสนุนสรางฝาย แกมลิงบริเวณที่ลุมแมน้ําสายหลัก แมน้ําโขง เพื่อกักน้ําไวใชในการเกษตรพรอมขุดเชื่อมแมน้ําสายหลักเพื่อผันน้ําไปมา(๒๐) ทําสะพานน้ําจากแกมลิง หรือคลองสงน้ําจากแกมลิง หรือฝายที่กักน้ําไปใหทั่วถึงตามพื้นที่เกษตรกรรม(๒๑) ฟนฟูรานคาโอท็อปทุกตําบล พรอมจัดการตลาดเพื่อซื้อขาย แลกเปลี่ยนผูผลิต ผูบริโภค ไดสินคาดี ราคาถูก(๒๒) สนับสนุนศูนยกลางรับเรื่องราวรองทุกข รองเรียน ปรึกษาปญหาความเดือดรอนของชุมชน พรอมศูนยกลาง wi-fi ฟรี ใหทั่วถึง(๒๓) สนับสนุนโครงการขุดคลองหรือสะพานเศรษฐกิจเชื่อม ๒ ฝง ระหวางอันดามันกับอาวไทย (๒๔) สนับสนุนโครงการกองทุนพลังงานเพื่อการเกษตรทดแทน ๑ ปม ๑ โรงกลั่น ๑ ตําบลหมวด ๔โครงสรางการบริหารพรรคการเมืองและตําแหนงตาง ๆ ในพรรคสวนที่ ๑โครงสรางการบริหารพรรคขอ ๑๙ โครงสรางของพรรคเพื่อชีวิตใหม ประกอบดวย(๑) คณะกรรมการบริหารพรรค(๒) คณะกรรมการสาขาพรรค(๓) ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดสวนที่ ๒คณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๒๐ ใหมีกรรมการคณะหนึ่งเปนคณะกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมนอยกวาเกาคนประกอบดวย (๑) หัวหนาพรรค(๒) รองหัวหนาพรรค(๓) เลขาธิการพรรค หนา ๒๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
(๔) รองเลขาธิการพรรค(๕) เหรัญญิกพรรค(๖) ผูชวยเหรัญญิกพรรค(๗) นายทะเบียนสมาชิกพรรค(๘) โฆษกพรรค(๙) รองโฆษกพรรคขอ ๒๑ การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรค ใหดําเนินการในที่ประชุมใหญของพรรคโดยการลงคะแนนลับใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งตําแหนงคณะกรรมการบริหารพรรคจนครบ และมีจํานวนไมนอยกวาตามที่กําหนดในขอ ๒๐ในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนง ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวาสิบคน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อตองอยูในที่ประชุมในกรณีบุคคลตามวรรคสามไดรับการเสนอชื่อเปนกรรมการบริหารพรรคตองไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้น และหากผูไดรับการเสนอชื่อไมอยูในที่ประชุมใหมีหนังสือยินยอมการดํารงตําแหนงขอ ๒๒ กรรมการบริหารพรรคตองเปนสมาชิกพรรค อายุไมต่ํากวายี่สิบป มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่ไดรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรค หรือนับแตวันที่ที่ประชุมใหญพรรคเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม แลวแตกรณีกรรมการบริหารพรรคตองไมเปนกรรมการสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในขณะเดียวกันขอ ๒๓ ในระหวางการดํารงตําแหนงประธานสภาผูแทนราษฎร และรองประธานสภาผูแทนราษฎรจะเปนกรรมการบริหารพรรค หรือดํารงตําแหนงใดในพรรคขณะเดียวกันมิไดขอ ๒๔ ความเปนกรรมการบริหารพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก โดยถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคหรือหัวหนาพรรคไดรับหนังสือ(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ หนา ๒๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
(๔) ขาดการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคสามครั้งติดตอกันโดยไมมีเหตุอันสมควรทั้งนี้ ใหคณะกรรมการบริหารพรรคตามมติเสียงขางมากเปนผูวินิจฉัย(๕) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดเมื่อตําแหนงกรรมการบริหารพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเขาทําหนาที่แทน จนกวาจะมีการประชุมใหญเพื่อเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วาง ซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงกรณีการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคแทนตําแหนงที่วางหรือการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติมใหผูไดรับเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกตั้งเพิ่มเติมนั้น อยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๒๕ กรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนง เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ความเปนกรรมการบริหารพรรคของหัวหนาพรรคสิ้นสุดลงตามขอ ๒๔(๓) กรรมการบริหารพรรควางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดตามขอ ๒๐ในกรณีกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป และใหเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงในกรณีกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๒) และ (๓) ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป หากไมมีหัวหนาพรรคใหรองหัวหนาพรรคตามลําดับรักษาการแทนหัวหนาพรรค ถาไมมีรองหัวหนาพรรคใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งรักษาการแทน และใหเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการบริหารพรรคการเมืองพนจากตําแหนงทั้งคณะในกรณีกรรมการบริหารพรรคพนจากสมาชิกพรรคทั้งหมด ใหถือวาเปนเหตุใหเลิกพรรคขอ ๒๖ คณะกรรมการบริหารพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรค และมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หนา ๒๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
(๒) ควบคุมและกํากับดูแลมิใหสมาชิกพรรค หรือผูดํารงตําแหนงในพรรคกระทําการในลักษณะที่อาจทําใหการเลือกตั้งหรือการเลือกมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ไมชอบดวยกฎหมายหรืออาจเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใดซึ่งสมัครเขารับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภา ไมวาโดยทางตรงหรือทางออม (๓) ใหความเห็นชอบในการจัดทําแผน หรือโครงการที่จะดําเนินกิจกรรมตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมือง(๔) ดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรคใหเปนไปตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมือง(๕) บริหารการเงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดของพรรค และสาขาพรรคตลอดจนจัดทําบัญชีตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมืองใหถูกตองตามความเปนจริง(๖) ตรวจสอบและควบคุม มิใหมีการนําเงินหรือทรัพยสินของพรรคไปใชจายเพื่อการอื่นใดนอกจากที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมือง(๗) กรณีพรรคสิ้นสภาพความเปนพรรคการเมือง หรือยุบพรรคยังคงตองปฏิบัติหนาที่อยูจนกวาการชําระบัญชีจะแลวเสร็จ แตจะดําเนินกิจกรรมทางการเมืองในนามพรรคที่สิ้นสภาพความเปนพรรคหรือยุบพรรคมิได (๘) ออกกฎระเบียบ และจัดตั้งหนวยงานตาง ๆ เพื่อปฏิบัติงานใหเปนไปตามนโยบายพรรค และขอบังคับพรรค(๙) ควบคุมไมใหพรรค และผูซึ่งพรรค สงเขาสมัครรับเลือกตั้งใชเกินวงเงินตามที่กฎหมายกําหนด(๑๐) เลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๑๑) กําหนดใหมีการประชุมใหญพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้ง และรายงานกิจการดานตาง ๆ ตอที่ประชุมใหญพรรค(๑๒) แตงตั้งและถอดถอนผูปฏิบัติงานของพรรคในกิจการตาง ๆ ของพรรคและคณะทํางานเฉพาะกิจ ทั้งในสวนกลางและสวนภูมิภาคหนา ๒๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ขอ ๒๗ กรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนง มีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) หัวหนาพรรค(ก) เปนประธานของคณะกรรมการบริหารพรรคและเปนผูเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ตลอดจนดําเนินการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค(ข) เปนผูเรียกประชุมใหญของพรรคตามความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคและเปนประธานของที่ประชุมใหญพรรค ตลอดจนดําเนินการประชุมใหญพรรค(ค) เปนผูเรียกประชุมรวมระหวางคณะกรรมการบริหารพรรคกับสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรค และเปนประธานของที่ประชุม ตลอดจนเปนผูดําเนินการประชุมดังกลาว(ง) เปนผูลงนามประกาศ กฎ ระเบียบ มติของพรรคและคําสั่งพรรค(จ) ในกรณีที่มีความจําเปนในการดําเนินการทางการเมืองใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของพรรคได โดยความเห็นชอบของกรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้นและใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติพรรค(ฉ) อํานาจอื่น ๆ ตามที่กําหนดไวในกฎหมายและขอบังคับพรรค(๒) รองหัวหนาพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่หัวหนาพรรค หรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๓) เลขาธิการพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(ก) เปนผูตรวจสอบและกํากับดูแลกิจการทั้งปวงของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย และใหรับผิดชอบโดยตรงจากหัวหนาพรรคหรือรองหัวหนาพรรคในกิจการที่หัวหนาพรรคมอบหมายใหปฏิบัติ(ข) เปนผูเสนอรายงานตอคณะกรรมการบริหารพรรคที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรค และสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรคและตอที่ประชุมใหญพรรค(ค) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรค คณะที่ปรึกษาพรรค และสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรค และที่ประชุมใหญพรรค(ง) เปนผูกํากับดูแลการบริหารงานของสํานักงานใหญพรรค(๔) รองเลขาธิการพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่เลขาธิการพรรค หรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย หนา ๒๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
(๕) เหรัญญิกพรรค มีหนาที่ในการควบคุมรายรับ รายจายเงิน บัญชีทรัพยสิน หนี้สินและงบการเงินของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด(๖) ผูชวยเหรัญญิกพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่เหรัญญิกพรรคหรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๗) นายทะเบียนสมาชิกพรรค มีหนาที่และอํานาจเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครเขาเปนสมาชิกพรรค และจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคใหตรงตามความเปนจริงและตองใหสมาชิกพรรคตรวจดูไดโดยสะดวก ณ สํานักงานใหญของพรรค รวมทั้งประกาศรายชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป เพื่อประโยชนในการตรวจสอบความถูกตอง(๘) โฆษกพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปนี้(ก) แถลงมติที่ประชุมของพรรค และแถลงกิจการตาง ๆ ของพรรค(ข) ประชาสัมพันธงานของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย(๙) รองโฆษกพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่โฆษกพรรค หรือคณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย สวนที่ ๓สาขาพรรคขอ ๒๘ ภายในหนึ่งปนับแตวันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคตองดําเนินการใหมีสาขาพรรคในแตละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดอยางนอยภาคละหนึ่งสาขา โดยสาขาพรรคแตละสาขาตองมีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาในเขตเลือกตั้งหรือจังหวัดตั้งแตหารอยคนขึ้นไปขอ ๒๙ เขตเลือกตั้งใดหรือจังหวัดใดที่มีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตเลือกตั้งหรือจังหวัดนั้นตั้งแตหารอยคนขึ้นไป สมาชิกพรรคอาจจัดประชุมเพื่อดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองตามประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเกี่ยวกับการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคการเมืองตองไมมีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดอยูในจังหวัดนั้น หนา ๓๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ขอ ๓๐ คณะกรรมการสาขาพรรคใหมีจํานวนไมนอยกวาเจ็ดคน ประกอบดวย(๑) หัวหนาสาขาพรรค(๒) รองหัวหนาสาขาพรรค(๓) เลขานุการสาขาพรรค(๔) รองเลขานุการสาขาพรรค(๕) เหรัญญิกสาขาพรรค(๖) ผูชวยเหรัญญิกสาขาพรรค(๗) นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค(๘) ผูชวยนายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค(๙) โฆษกสาขาพรรคขอ ๓๑ กรรมการสาขาพรรคตองเปนสมาชิกพรรค มีอายุไมต่ํากวายี่สิบป มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่หัวหนาพรรคประกาศจัดตั้งสาขาพรรค หรือประกาศแตงตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม แลวแตกรณีกรรมการสาขาพรรคตองไมเปนกรรมการบริหารพรรคในขณะเดียวกันขอ ๓๒ การเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรค ใหดําเนินการในที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคหรือที่ประชุมใหญสาขาพรรค แลวแตกรณีใหที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคหรือที่ประชุมใหญสาขาพรรคเลือกตั้งตําแหนงคณะกรรมการสาขาพรรคจนครบ และมีจํานวนไมนอยกวาตามที่กําหนดในขอ ๓๐ในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการสาขาพรรคแตละตําแหนง ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวาสองคน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อควรอยูในที่ประชุมในกรณีบุคคลตามวรรคสามไดรับการเสนอชื่อเปนกรรมการสาขาพรรคตองไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้น และหากผูไดรับการเสนอชื่อไมอยูในที่ประชุมใหมีหนังสือยินยอมการดํารงตําแหนงขอ ๓๓ คณะกรรมการสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรค และมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หนา ๓๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
(๒) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิ์และเสรีภาพอยางมีเหตุผล และมีความรับผิดชอบตอสังคมและความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(๓) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศและการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๔) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบใชอํานาจรัฐและดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๕) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตาง และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(๖) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคการเมืองใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๗) การจัดประชุมสมาชิกพรรคการเมืองเพื่อรับฟงความคิดเห็นการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๘) การใหความเห็นเกี่ยวกับการกําหนดนโยบายของพรรคการเมืองที่ใชในการประกาศโฆษณาหาเสียง(๙) รับฟงความคิดเห็นจากสมาชิกพรรคการเมือง เพื่อเสนอใหพรรคการเมืองไปดําเนินการในสวนที่เกี่ยวของขอ ๓๔ กรรมการสาขาพรรคแตละตําแหนง มีหนาที่และอํานาจ เชน(๑) หัวหนาสาขาพรรค มีอํานาจ และหนาที่ ดังนี้(ก) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรค(ข) จัดทําบัญชีรายชื่อพรอมที่อยูของสมาชิกพรรคเพื่อชีวิตใหมที่มีภูมิลําเนาในเขตจังหวัดซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรค หนา ๓๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
(ค) เปนผูแทนของสาขาพรรคและเปนผูรับผิดชอบในกิจกรรมทั้งปวงของสาขาพรรค(ง) เปนประธานของคณะกรรมการสาขาพรรค เรียกประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค และเปนประธานการประชุม(จ) เรียกประชุมใหญสาขาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสาขาพรรคและเปนประธานของที่ประชุมตลอดจนดําเนินการประชุม(ฉ) มีสิทธิยับยั้งมติคณะกรรมการสาขาพรรค หรือคณะกรรมการอื่น ๆที่คณะกรรมการ สาขาพรรคจัดตั้งขึ้น เพื่อใหมีการทบทวนมติในกรณีที่มีความจําเปน แตทั้งนี้ตองไมเกินสามวัน ซึ่งหากพนกําหนดดังกลาวใหถือวามติของที่ประชุมนั้นมีผลใชบังคับ(ช) ในกรณีที่มีความจําเปนในการดําเนินการทางการเมือง ใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของสาขาพรรคได โดยความเห็นชอบของกรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้นและใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติของสาขาพรรค(ซ) อํานาจอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด(๒) รองหัวหนาสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่ความรับผิดชอบตามที่หัวหนาสาขาพรรคมอบหมาย (๓) เลขานุการสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบ(ก) ตรวจสอบและกํากับดูแลกิจการทั้งปวงของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย และใหรับผิดชอบโดยตรงจากประธานสาขาพรรคในกิจการที่ประธานสาขาพรรคมอบหมายใหปฏิบัติ (ข) เสนอรายงานตอที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและที่ประชุมใหญสาขาพรรค(ค) เปนเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและที่ประชุมใหญสาขาพรรค (ง) กํากับดูแลการบริหารงานของสํานักงานสาขาพรรค(๔) รองเลขานุการสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบตามที่เลขานุการสาขาพรรคหรือคณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย หนา ๓๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
(๕) เหรัญญิกสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบในการควบคุมรายรับ-รายจายบัญชีทรัพยสินหนี้สิน และงบการเงินของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคกําหนด(๖) ผูชวยเหรัญญิกสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่เหรัญญิกสาขาพรรคมอบหมาย(๗) นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจรับผิดชอบทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค (๘) ผูชวยนายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค มีหนาที่และอํานาจตามที่นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรคมอบหมาย(๙) โฆษกสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบ(ก) แถลงมติที่ประชุมและกิจกรรมตาง ๆ ของสาขาพรรค(ข) ประชาสัมพันธงานของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมายขอ ๓๕ ความเปนกรรมการสาขาพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) อื่น ๆ ตามเหตุที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดเมื่อตําแหนงกรรมการสาขาพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาสาขาพรรคแตงตั้งกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเขารักษาการแทน จนกวาจะมีการประชุมเลือกตั้ง แทนตําแหนงที่วางซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงหากตําแหนงหัวหนาสาขาพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหรองหัวหนาสาขาพรรคลําดับตนรักษาการแทน ถาไมมีรองหัวหนาสาขาพรรค ใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่เหลือยูเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งรักษาการแทน และใหมีอํานาจเรียกประชุมใหญสาขาเพื่อเลือกตั้งหัวหนาสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วางภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงกรณี การเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วางหรือการเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคเพิ่มเติมใหผูไดรับเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกตั้งเพิ่มเติมนั้น อยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของคณะกรรมการสาขาพรรค หนา ๓๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ขอ ๓๖ กรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) กรรมการสาขาพรรควางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมดตามขอ ๓๐ในกรณีกรรมการสาขาพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป และใหประชุมใหญสาขาพรรคเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงในกรณีกรรมการสาขาพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๒) ใหกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป และใหดําเนินการจัดประชุมใหญสาขาพรรคเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการสาขาพรรควางลงทั้งคณะในกรณีที่ไมมีกรรมการสาขาพรรคเหลืออยู หรือมีแตไมยินยอมดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหม คณะกรรมการบริหารพรรคจะดําเนินการเองหรือจะมอบหมายใหสมาชิกสาขาพรรคจํานวนหนึ่งดําเนินการแทนก็ไดขอ ๓๗ เมื่อดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคครบตามที่กําหนดในมาตรา ๓๓ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ แลว หากตอมาภายหลังมีสาขาพรรคไมครบตามมาตรา ๓๓ ใหดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคใหครบตามมาตรา ๓๓ ภายในหกสิบวันนับแตวันที่สาขาพรรคมีจํานวนไมครบตามมาตรา ๓๓ สวนที่ ๔ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๓๘ ในจังหวัดที่มิไดเปนที่ตั้งสาขาพรรคการเมือง ถาพรรคการเมืองนั้นมีสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้นเกินหนึ่งรอยคน พรรคการเมืองนั้นอาจแตงตั้งสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดนั้น ซึ่งมาจากการเลือกของสมาชิกดังกลาวใหเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดตามจํานวนที่เห็นสมควรเพื่อดําเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองในจังหวัดนั้นการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหเปนไปตามประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเกี่ยวกับการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๓๙ ใหตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด มีจํานวนไมนอยกวา ๑ คนหนา ๓๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ขอ ๔๐ ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ตองเปนสมาชิกพรรค มีอายุไมต่ํากวายี่สิบปมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่มีประกาศแตงตั้งเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ตองไมเปนกรรมการบริหารพรรคในขณะเดียวกันขอ ๔๑ การแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใหดําเนินการในที่ประชุมของสมาชิกพรรคในจังหวัดนั้นไมนอยกวาหาสิบคนในการเสนอชื่อผูเขารับการเสนอชื่อเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวาสองคน และผูที่ไดรับการเสนอชื่อควรอยูในที่ประชุมบุคคลตามวรรคสองไดรับการเสนอชื่อเปนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตองไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้น และหากผูไดรับการเสนอชื่อไมอยูในที่ประชุมใหมีหนังสือยินยอมการดํารงตําแหนงขอ ๔๒ ความเปนตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสิ้นสุดลง เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ตาย(๓) ลาออก โดยใหถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคหรือหัวหนาพรรคไดรับหนังสือ(๔) ขาดจากสมาชิกภาพ(๕) หัวหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรค สั่งใหพนจากการเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๖) อื่น ๆ ตามกฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดในกรณีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขึ้นใหมและใหจัดประชุมสมาชิกเพื่อดําเนินการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดภายในหกสิบวันนับแตวันที่ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดครบวาระการดํารงตําแหนงหากตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดวางลงตาม (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖)ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่เหลืออยู อาจเรียกประชุมสมาชิกเพื่อดําเนินการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกเพิ่มเติมก็ได ทั้งนี้ ใหอยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ที่แตงตั้งขึ้นกอนการเลือกแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกเพิ่มเติม หนา ๓๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ในกรณีที่ไมมีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเหลืออยูปฏิบัติหนาที่ ตาม (๒) (๓) (๔)(๕) และ (๖) ใหถือวาตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดดังกลาวสิ้นสภาพไปขอ ๔๓ ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด มีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรค และมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบประกาศและคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๒) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผล และมีความรับผิดชอบตอสังคมและความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(๓) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศและการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผล โดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานจิตใจ และความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๔) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐ และการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๕) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดองรูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตางและแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธีเพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(๖) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๗) การจัดประชุมสมาชิกพรรคการเมืองเพื่อรับฟงความคิดเห็นการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๘) การใหความเห็นเกี่ยวกับการกําหนดนโยบายของพรรคการเมืองที่ใชในการประกาศโฆษณาหาเสียง(๙) รับฟงความคิดเห็นจากสมาชิกพรรคการเมือง เพื่อเสนอใหพรรคการเมืองไปดําเนินการในสวนที่เกี่ยวของ หนา ๓๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
หมวด ๕การบริหารจัดการสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๔๔ การบริหารจัดการสาขาพรรค(๑) ใหมีการรับสมัครสมาชิกพรรค(๒) ใหมีการจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคในพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรค(๓) ประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป(๔) จัดใหมีบัญชีรายรับและรายจายเงินของสาขาพรรคขอ ๔๕ การบริหารจัดการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๑) ใหมีการรับสมัครสมาชิกพรรค(๒) ใหมีการจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคในพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคการเมืองประจําจังหวัด (๓) ประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป(๔) จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดหมวด ๖การประชุมสวนที่ ๑การประชุมใหญพรรคขอ ๔๖ พรรคตองจัดใหมีการประชุมใหญสามัญของพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้งขอ ๔๗ สมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสี่ของจํานวนสมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสามของจํานวนกรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยูของพรรคหรือไมนอยกวาสองรอยหาสิบคน แลวแตจํานวนใดจะนอยกวามีสิทธิเขาชื่อกันยื่นคํารองขอใหจัดการประชุมใหญวิสามัญของพรรคไดในกรณีตามวรรคหนึ่งคณะกรรมการบริหารพรรคตองจัดใหมีการประชุมใหญวิสามัญของพรรคภายในหกสิบวันนับแตวันที่ไดรับหนังสือจากสมาชิกซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือกรรมการบริหารพรรคหรือสมาชิกพรรค แลวแตกรณี หนา ๓๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ขอ ๔๘ องคประชุมของที่ประชุมใหญพรรค ประกอบดวย(๑) กรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด(๒) ผูแทนของสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสาขาพรรคซึ่งในจํานวนนี้จะตองประกอบดวยผูแทนของสาขาพรรคไมนอยกวาสองสาขา ซึ่งมาจากตางภาคกัน(๓) ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไมนอยกวากึ่งหนึ่งของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด (๔) สมาชิกพรรคขอ ๔๙ องคประชุมใหญของพรรคตามขอ ๔๗ ตองมีรวมกันทั้งหมดไมนอยกวาสองรอยหาสิบคนการลงมติใหถือเสียงขางมากของที่ประชุม ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๕๐ ใหหัวหนาพรรคเปนประธานในที่ประชุมใหญพรรค ถาหัวหนาพรรคไมมาประชุมใหรองหัวหนาพรรคลําดับตนทําหนาที่แทน ถารองหัวหนาพรรคไมมาประชุม ใหที่ประชุมใหญเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งเปนประธาน และใหเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการที่ประชุมแตถาเลขาธิการพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหที่ประชุมใหญเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนในกรณีที่กรรมการบริหารพรรคเหลือเพียงหนึ่งคนใหเปนประธานในที่ประชุมใหญและใหเลือกสมาชิกพรรคที่เขารวมประชุมเปนเลขานุการที่ประชุมขอ ๕๑ การดําเนินกิจการดังตอไปนี้ ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญของพรรค(๑) การแกไขเปลี่ยนแปลงคําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคหรือนโยบายของพรรค (๒) การแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรค(๓) การเลือกตั้งหัวหนาพรรค เลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรค นายทะเบียนสมาชิกพรรค และกรรมการบริหารอื่นของพรรค(๔) การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรค(๕) ใหความเห็นชอบรายงานการเงิน และการดําเนินกิจการของพรรคที่ไดดําเนินการไปในรอบปที่ผานมา หนา ๓๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
(๖) กิจการที่เสนอโดยคณะกรรมการบริหารพรรค หรือหัวหนาสาขาพรรค(๗) กิจการอื่นตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองกฎหมาย หรือขอบังคับพรรคการลงมติในที่ประชุมใหญใหกระทําโดยเปดเผย แตการลงมติเลือกบุคคลตาม (๓) และ (๔)ใหลงคะแนนลับขอ ๕๒ คําบอกกลาวเรียกประชุมใหญทุกคราว ใหหัวหนาพรรคแจงกําหนดการประชุมใหทราบลวงหนาไมนอยกวาเจ็ดวัน โดยใหระบุวัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมดวยหากมีวาระเรงดวนตองดําเนินการใหเปนไปตามกฎหมาย ใหเลขาธิการพรรคสามารถออกหนังสือบอกกลาวเรียกประชุมใหญได แจงกําหนดการประชุมใหทราบลวงหนาไมนอยกวาเจ็ดวัน โดยใหระบุวัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมดวย โดยใหเปนไปตามมติเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่ง สวนที่ ๒การประชุมใหญสาขาพรรคขอ ๕๓ หัวหนาสาขาพรรคตองจัดใหมีการประชุมใหญสามัญสาขาพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้งขอ ๕๔ องคประชุมของที่ประชุมใหญสาขาพรรค ประกอบดวย(๑) กรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมด(๒) สมาชิกสาขาพรรคขอ ๕๕ องคประชุมใหญของสาขาพรรคตามขอ ๕๓ ตองมีรวมกันทั้งหมดไมนอยกวาหนึ่งรอยคนการลงมติใหถือเสียงขางมากของสมาชิกที่มารวมประชุม กรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๕๖ ใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานในที่ประชุมใหญสาขาพรรค ถาหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุม ใหรองหัวหนาสาขาพรรคทําหนาที่แทน ถารองหัวหนาสาขาพรรคไมมาหรือไมอยูในที่ประชุมใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่มาประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเปนประธานที่ประชุม และใหเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่เปนเลขานุการในที่ประชุมในกรณีที่กรรมการสาขาพรรคเหลือเพียงหนึ่งคนใหเปนประธานในที่ประชุมใหญสาขาพรรคและใหเลือกสมาชิกสาขาพรรคที่เขารวมประชุมเปนเลขานุการที่ประชุมหนา ๔๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ขอ ๕๗ กิจการดังตอไปนี้ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญสาขาพรรค(๑) กิจการตามที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองหรือกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ หรือตามประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือประกาศของนายทะเบียนพรรคการเมือง(๒) เลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรค หรือกรรมการสาขาพรรคขอ ๕๘ คําบอกกลาวเรียกประชุมใหญสาขาพรรคใหหัวหนาสาขาพรรค แจงกําหนดการประชุมใหกรรมการสาขาพรรค สมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคนั้นทราบลวงหนาไมนอยกวาเจ็ดวันโดยใหระบุวัน เวลา และสถานที่ประชุมกรณีที่ไมมีคณะกรรมการสาขาพรรค ใหกรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกสาขาพรรคที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย แจงกําหนดการประชุมใหสมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคนั้นทราบตามวรรคหนึ่งสวนที่ ๓การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๕๙ การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ใหหัวหนาพรรคเปนผูมีหนังสือเชิญประชุมและตองมีกรรมการบริหารพรรคมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคที่มีอยูในขณะนั้น จึงจะเปนองคประชุม ใหหัวหนาพรรคเปนประธานที่ประชุม ถาหัวหนาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองหัวหนาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่เปนประธานที่ประชุมแทนและใหเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการที่ประชุม แตถาเลขาธิการพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดก็ใหรองเลขาธิการพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนกรณีรองหัวหนาพรรค หรือรองเลขาธิการพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหคณะกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูขณะนั้น เลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนขอ ๖๐ มติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคใหถือเสียงขางมาก ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดสวนที่ ๔การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคขอ ๖๑ การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค ใหหัวหนาสาขาพรรคเปนผูมีหนังสือเชิญประชุม และตองมีกรรมการสาขาพรรคมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคที่มีอยูในขณะนั้นจึงจะเปนองคประชุม โดยใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานในที่ประชุมหนา ๔๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
หากหัวหนาสาขาพรรคไมอาจปฏิบัติหนาที่หัวหนาสาขาพรรคได ใหรองหัวหนาสาขาพรรคทําหนาที่แทนและใหเลขานุการสาขาพรรคเปนเลขานุการในที่ประชุม ถาเลขานุการสาขาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหรองเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่แทนกรณีรองหัวหนาสาขาพรรค หรือรองเลขานุการสาขาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูขณะนั้น เลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนขอ ๖๒ มติของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค ใหถือเสียงขางมาก ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดหมวด ๗สมาชิกพรรคขอ ๖๓ สมาชิกพรรค ตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้(๑) มีอายุไมต่ํากวาสิบแปดป(๒) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ในกรณีเปนผูมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติตองไดสัญชาติไทยมาแลวไมนอยกวาหาป(๓) ไมเปนบุคคลตองหาม มิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๙๘ (๑) (๒)(๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๔) (๑๖) (๑๗) หรือ (๑๘) ของรัฐธรรมนูญ(๔) ไมเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดใหจําคุกวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการหรือตอตําแหนงหนาที่ในการยุติธรรม หรือกระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยความผิดของพนักงานในองคการหรือหนวยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพยที่กระทําโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญาเวนแตเปนการรอการลงโทษ(๕) ไมเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดใหจําคุกวากระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยการกูยืมเงินที่เปนการฉอโกงประชาชน กฎหมายวาดวยยาเสพติดในความผิดฐานเปนผูผลิต นําเขาสงออก หรือผูคากฎหมายวาดวยการพนันในความผิดฐานเปนเจามือหรือเจาสํานัก กฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการคามนุษย หรือกฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน(๖) ไมเปนสมาชิกของพรรคการเมืองอื่น หรือผูยื่นคําขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นหรือผูแจงการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นหนา ๔๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ขอ ๖๔ การสมัครเปนสมาชิกพรรค ใหยื่นใบสมัครตามแบบพิมพของพรรคดวยตนเองพรอมดวยเอกสารประกอบ หรือวิธีการสมัครทางอิเล็กทรอนิกส และใหออกใบเสร็จรับเงินตามที่คณะกรรมการเลือกตั้งกําหนดขอ ๖๕ สมาชิกภาพของสมาชิกพรรคสิ้นสุดลง เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก(๓) ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะตองหามตามขอ ๖๓ เวนแตเปนกรณีมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๙๖ (๑) แหงรัฐธรรมนูญ และเปนการบวชตามประเพณีนิยมแตในระหวางมีลักษณะตองหามดังกลาวจะใชสิทธิในฐานะสมาชิกพรรคมิได(๔) ไมชําระคาบํารุงพรรคเปนเวลาสองปติดตอกัน(๕) พรรคมีมติใหออกเพราะกระทําผิดวินัยหรือจรรยาบรรณอยางรายแรงหรือมีเหตุรายแรงอื่น(๖) พรรคสิ้นสภาพความเปนพรรค หรือยุบพรรคการเมืองการลาออกจากสมาชิกพรรค ตามวรรคหนึ่ง (๒) ใหถือวาสมบูรณเมื่อไดยื่นใบลาออกตอนายทะเบียนสมาชิกพรรค หรือนายทะเบียนพรรคการเมืองการสิ้นสุดของสมาชิกภาพตามวรรคหนึ่ง (๕) หากสมาชิกผูนั้นดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎรมติของพรรคตองมีคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่ของที่ประชุมรวมของคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรคการสิ้นสุดของสมาชิกภาพตามวรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ (๕) ใหพรรคแจงสมาชิกผูนั้นทราบโดยเร็วขอ ๖๖ สมาชิกพรรคมีสิทธิตาง ๆ ดังตอไปนี้(๑) เสนอขอคิดเห็นอันเปนประโยชนตอพรรค(๒) ไดรับการคัดเลือกใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรค(๓) ไดรับเลือกตั้งหรือแตงตั้งเปนผูปฏิบัติงาน คณะทํางาน หรือคณะกรรมการสาขาพรรคตัวแทนพรรคประจําจังหวัด หรืออนุกรรมการในคณะตาง ๆ หรือกรรมการบริหารพรรคตลอดจนที่ปรึกษาพรรค(๔) อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณาเปนแตละกรณีไปหนา ๔๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ขอ ๖๗ สมาชิกพรรคมีหนาที่และความรับผิดชอบตอพรรค ดังตอไปนี้(๑) รวมรับผิดชอบตอเสถียรภาพของพรรค และใหความรวมมือในกิจกรรมของพรรคดวยจิตสํานึกในอุดมคติของพรรคในฐานะเปนเจาของพรรครวมกัน(๒) สนับสนุนสมาชิกพรรคผูที่พรรคไดพิจารณาสงลงสมัครรับเลือกตั้งในทุกระดับและใหความรวมมือในการดําเนินงานของพรรคดวยความเต็มใจ และบริสุทธิ์ใจเพื่อความกาวหนาของพรรค(๓) ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ขอบังคับของพรรคอยางเครงครัด ใหการสนับสนุนนโยบายและมติของพรรคอยางจริงจัง(๔) รวมกิจกรรมทางการเมืองของพรรคดวยความเต็มใจและเต็มความสามารถขอ ๖๘ ความรับผิดชอบของพรรคตอสมาชิกพรรค ดังตอไปนี้(๑) ดําเนินการทางการเมืองอยางจริงจังและตอเนื่อง เพื่อใหพรรคไดกาวไปสูการมีบทบาททางการเมืองและเขาสูการบริหารประเทศตามนโยบายของพรรคเพื่อบรรลุเปาหมายตามอุดมการณ(๒) สงเสริมสถานภาพของสมาชิกใหมีสมรรถภาพตอการดํารงชีวิตของตนเองและครอบครัว และจัดกิจกรรมที่เปนประโยชนเพื่อสมานสามัคคีระหวางมวลสมาชิกทั่วประเทศ(๓) ใหสวัสดิการคุมครองจากอิทธิพล อํานาจมืด และสงเสริมอาชีพใหกับมวลสมาชิก(๔) ใหความสําคัญแกมวลสมาชิกพรรคทุกทานอยางเต็มรูปแบบ โดยใหถือวาสมาชิกพรรคเปนบุคคลสําคัญและเปนองคกรหลักของพรรคหมวด ๘มาตรฐานทางจริยธรรมของพรรคและกรรมการบริหารพรรคสวนที่ ๑มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนอุดมการณขอ ๖๙ ตองยึดมั่นและธํารงไวซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยขอ ๗๐ ตองพิทักษรักษาไวซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแหงอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชนของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบรอยของประชาชน หนา ๔๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ขอ ๗๑ ตองถือผลประโยชนของประเทศชาติเหนือกวาประโยชนสวนตนขอ ๗๒ ตองปฏิบัติหนาที่ดวยความซื่อสัตยสุจริต ไมแสวงหาประโยชนโดยมิชอบเพื่อตนเองหรือผูอื่น หรือมีพฤติการณที่รูเห็นหรือยินยอมใหผูอื่นใชตําแหนงหนาที่ของตนแสวงหาประโยชนโดยมิชอบขอ ๗๓ ตองไมขอ ไมเรียก ไมรับ หรือยอมจะรับทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดในประการที่อาจทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่ขอ ๗๔ ตองไมรับของขวัญของกํานัล ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใด เวนแตเปนการรับจากการใหโดยธรรมจรรยา และการรับที่มีบทบัญญัติแหงกฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับใหรับไดสวนที่ ๒มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนคานิยมหลักขอ ๗๕ ไมกระทําการอันเปนการขัดกันระหวางประโยชนสวนตนกับประโยชนสวนรวม ทั้งนี้ไมวาโดยทางตรงหรือทางออมขอ ๗๖ ยึดมั่นหลักนิติธรรม และประพฤติตนอยูในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชนขอ ๗๗ ปฏิบัติหนาที่ดวยความยุติธรรม เปนอิสระ เปนกลาง และปราศจากอคติโดยไมหวั่นไหวตออิทธิพล กระแสสังคม หรือแรงกดดันอันมิชอบดวยกฎหมาย โดยคํานึงถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมแหงสถานภาพขอ ๗๘ รักษาไวซึ่งความลับในการประชุม การพิจารณาวินิจฉัย รวมทั้งเคารพตอมติของที่ประชุมฝายขางมาก และเหตุผลของทุกฝายอยางเครงครัดขอ ๗๙ ใหขอมูลขาวสารตามขอเท็จจริงแกประชาชนหรือสื่อมวลชนอันอยูในความรับผิดชอบของตนถูกตองครบถวนและไมบิดเบือนขอ ๘๐ ไมใหคําปรึกษาแกบุคคลภายนอก หรือแสดงความคิดเห็น หรือขอมูลตอสื่อสาธารณะหรือสาธารณชนในเรื่องที่อยูในระหวางการพิจารณา อันอาจกอใหเกิดความเสียหายหรือเสียความเปนธรรมแกการปฏิบัติหนาที่ เวนแตเปนการปฏิบัติหนาที่ตามกฎหมายขององคกรขอ ๘๑ ไมกระทําการใดที่กอใหเกิดความเสื่อมเสียตอเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหนงขอ ๘๒ ไมปลอยปละละเลยหรือยินยอมใหบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลที่อยูในกํากับดูแลหรือความรับผิดชอบของตน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดจากคูกรณีหรือจากบุคคลอื่นใดในประการที่อาจทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่ของตนหนา ๔๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ขอ ๘๓ ไมคบหาสมาคมกับคูกรณี ผูประพฤติผิดกฎหมาย ผูมีอิทธิพล หรือผูมีความประพฤติหรือผูมีชื่อเสียงในทางเสื่อมเสีย อันอาจกระทบกระเทือนตอความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหนาที่ขอ ๘๔ ไมกระทําการอันมีลักษณะเปนการลวงละเมิด หรือคุกคามทางเพศจนเปนเหตุทําใหผูถูกกระทําไดรับความเดือดรอนเสียหายหรือกระทบตอการปฏิบัติหนาที่ โดยผูถูกกระทําอยูในภาวะจําตองยอมรับในการกระทํานั้น ไมนําความสัมพันธทางเพศที่ตนมีตอบุคคลใดมาเปนเหตุหรือมีอิทธิพลครอบงําใหใชดุลพินิจในการปฏิบัติหนาที่อันเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใดสวนที่ ๓จริยธรรมทั่วไปขอ ๘๕ ปฏิบัติหนาที่อยางเต็มกําลังความสามารถ และยึดมั่นในความถูกตองชอบธรรมโปรงใสและตรวจสอบได และปฏิบัติตามกฎหมาย โดยคํานึงถึงผลประโยชนของชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวมขอ ๘๖ ดูแลรักษาและใชทรัพยสินของพรรคอยางประหยัด คุมคา โดยระมัดระวังมิใหเสียหายหรือสิ้นเปลืองโดยไมจําเปนขอ ๘๗ รักษาความลับของพรรค และระเบียบแบบแผนของพรรคขอ ๘๘ ดําเนินการอื่นใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ และระบบคุณธรรม รวมทั้งสงเสริมและสนับสนุนใหเกิดความสามัคคีในการปฏิบัติหนาที่เพื่อประโยชนสวนรวมจริยธรรมนักการเมืองและสมาชิกพรรค(๑) ตองเปนผูศรัทธาและยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย(๒) ตองยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข(๓) ตองประพฤติปฏิบัติตนตามบทบัญญัติของกฎหมาย(๔) ตองปฏิบัติตนตามขอบังคับพรรค พ.ศ. ๒๕๖๖(๕) ตองเต็มใจอุทิศตนเพื่อประโยชนของประชาชนและประเทศชาติโดยสวนรวม(๖) ตองเปนผูมีความรับผิดชอบสูง มุงมั่นปฏิบัติหนาที่ดวยความรู เต็มความสามารถและใชวิจารณญาณอยางมีเหตุผล(๗) ตองเปนคนมีทัศนคติที่ดีตอประชาชน มีความเมตตา และสรางสรรคสามัคคีเพื่อสันติสุข หนา ๔๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
(๘) ตองสนับสนุนใหประชาชนรูจักสิทธิและหนาที่พลเมืองดีตามระบอบประชาธิปไตย(๙) ตองเปนแบบอยางที่ดีแกสังคม ไมกลาวรายปายสีผูอื่น(๑๐) ตองรับผิดชอบตอตนเองและหนาที่ ไมแสวงหาลาภ ยศ สรรเสริญเพื่อประโยชนสวนตน(๑๑) เปนผูรักษาความลับของพรรค และรักษาความลับราชการ(๑๒) ตองเปนผูมีคุณธรรมและมีความชอบธรรมตั้งอยูในหลักทศพิธราชธรรมขยายความขอ (๑๒) ทศพิธราชธรรม เปนธรรม ๑๐ ประการ สําหรับนักปกครองประกอบดวย (๑) การรูจักใหทาน (ทาน)(๒) การประพฤติตนอยูในศีล (ศีล)(๓) การรูจักการบริจาค การเสียสละ (ปริจาคะ)(๔) ความเปนคนซื่อตรง (อาชชวะ)(๕) ความเปนคนสุภาพออนนอม (มัททวะ)(๖) การบําเพ็ญกิจตามหนาที่ (ตปะ)(๗) การไมลุแกอํานาจ เปนผูใชชีวิตราบรื่น ประหยัด (อักโกธะ)(๘) เปนผูมีความอดทน อดกลั้น (ขันติ)(๙) การไมเบียดเบียนผูอื่น (อวิหิงสา)(๑๐) การตั้งอยูในธรรม พิจารณาอยางมีเหตุผล (อวิโรธนะ)สวนที่ ๔การฝาฝนและไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมขอ ๘๙ การฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในสวนที่ ๑ ใหถือวามีลักษณะรายแรงการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในสวนที่ ๒ และสวนที่ ๓ จะถือวามีลักษณะรายแรงหรือไม ใหพิจารณาถึงพฤติกรรมของการฝาฝนหรือไมปฏิบัติ เจตนาและความรายแรงของความเสียหายที่เกิดจากการฝาฝนหรือไมปฏิบัตินั้นขอ ๙๐ การดําเนินการแกบุคคลใดวากระทําการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมนี้ ใหเปนไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับวาดวยการนั้นหนา ๔๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
หมวด ๙การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ และการคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีสวนที่ ๑คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๙๑ เมื่อมีกรณีตองสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง พรรคเพื่อชีวิตใหมตองจัดใหมีคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๙๒ ใหมีคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งมีจํานวนสิบเอ็ดคน ประกอบดวย(๑) กรรมการบริหารพรรค จํานวนสี่คน(๒) หัวหนาสาขาพรรคไมนอยกวาสี่สาขาซึ่งมาจากตางภาคกัน จํานวนสี่คน(๓) ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด จํานวนสามคนขอ ๙๓ การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งใหดําเนินการในที่ประชุมใหญพรรคโดยการลงคะแนนลับตามลําดับ ดังนี้(๑) ใหที่ประชุมใหญกําหนดจํานวนของคณะกรรมการสรรหา ตามขอ ๙๑(๒) ใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาจนครบจํานวนตามที่กําหนดใน (๑)ซึ่งในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการสรรหา ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวาสิบคนและผูที่ไดรับการเสนอชื่อตองอยูในที่ประชุมขอ ๙๔ กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่ที่ประชุมใหญพรรคใหความเห็นชอบขอ ๙๕ ความเปนกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก โดยใหถือวามีผลสมบูรณเมื่อพรรคไดรับหนังสือลาออก(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) พนจากความเปนกรรมการบริหารพรรค หัวหนาสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๕) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดหนา ๔๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
เมื่อตําแหนงกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งวางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรค หรือกรรมการสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด แลวแตกรณีเขาทําหนาที่แทน จนกวาจะมีการเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วาง ซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงขอ ๙๖ กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งทั้งคณะพนจากตําแหนง เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งวางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งทั้งหมดในกรณีกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูรับสมัครรับเลือกตั้งชุดใหม ซึ่งตองกระทําภายในหกสิบวันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงในกรณีกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๒) ใหกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป จนกวาจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งชุดใหม ซึ่งตองกระทําภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งพนจากตําแหนงทั้งคณะ สวนที่ ๒การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งขอ ๙๗ พรรคการเมืองซึ่งประสงคจะสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งในจังหวัดใด ตองมีสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในจังหวัดนั้น ในกรณีที่พรรคการเมืองใดมีสาขาพรรคการเมืองมากกวาหนึ่งสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดมากกวาหนึ่งตัวแทนในจังหวัดใด ใหพรรคการเมืองนั้นกําหนดวาจะใหสาขาพรรคการเมืองสาขาใดหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้น เปนสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งขอ ๙๘ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้ หนา ๔๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
(๑) ใหคณะกรรมการสรรหากําหนด วัน เวลา และสถานที่ในการสมัครเปนผูสมัครรับเลือกตั้งและประกาศใหสมาชิกพรรคทราบเปนการทั่วไป(๒) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครตาม (๑) ใหคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้ง แลวสงรายชื่อผูสมัครใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๓) เมื่อสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดไดรับรายชื่อผูสมัครจากคณะกรรมการสรรหาแลวใหหัวหนาสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดจัดการประชุมสมาชิกพรรคเพื่อรับฟงความคิดเห็น และใหสมาชิกใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสงมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด(๔) ใหสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสงรายชื่อผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้งทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็น (๓)ใหคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาเสนอความคิดเห็น(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงรายชื่อผูสมัครของแตละเขตเลือกตั้ง พรอมความคิดเห็นตาม (๓) และ (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่จะเสนอใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง สวนที่ ๓การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อขอ ๙๙ การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ใหพรรคการเมืองจัดทําบัญชีรายชื่อเพื่อสงใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด โดยตองคํานึงถึงผูสมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิงดวย ในกรณีที่พรรคการเมืองใดมีสาขาพรรคการเมืองมากกวาหนึ่งสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด มากกวาหนึ่งตัวแทนในจังหวัดใด ใหพรรคการเมืองนั้นกําหนดวาจะสาขาพรรคการเมืองสาขาใด หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้น เปนสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อหนา ๕๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ขอ ๑๐๐ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหากําหนดวัน เวลา และสถานที่ในการเสนอรายชื่อบุคคลเปนผูสมัครรับเลือกตั้งและมีหนังสือแจงไปยังคณะกรรมการบริหารพรรค หัวหนาสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด และประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไป(๒) ใหกรรมการบริหารพรรคการเมือง หัวหนาสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด เสนอรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหคณะกรรมการสรรหา(๓) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครและเสนอรายชื่อตาม (๑) แลว ใหคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามและจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งไมเกินหนึ่งรอยรายชื่อโดยคํานึงถึงผูสมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิง แลวสงบัญชีรายชื่อดังกลาวใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด(๔) เมื่อสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งตาม (๓) จากคณะกรรมการสรรหาแลว ใหหัวหนาสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด จัดประชุมสมาชิกเพื่อรับฟงความคิดเห็นและใหสมาชิกใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสงมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดและสงบัญชีรายชื่อดังกลาวทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็นใหคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งพรอมเสนอความคิดเห็น(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งพรอมความเห็นตาม (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่เหมาะสมเปนผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อแลวจัดลําดับตามที่เห็นวาเหมาะสมเพื่อใหไดบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเพื่อประโยชนในการสงเสริมการมีสวนรวมของสมาชิกในกรณีที่สมาชิกผูใดมีภูมิลําเนาอยูในจังหวัดที่ยังมิไดมีการจัดตั้งสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ใหสามารถใชสิทธิการเปนสมาชิกในจังหวัดใกลเคียงที่มีสาขาพรรคการเมืองตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองกําหนด หนา ๕๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
สวนที่ ๔ขอยกเวนในการสงผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๑๐๑ ในการเลือกตั้งทั่วไปการสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ ใหดําเนินการสรรหาตามวิธีการที่กําหนดในขอ ๙๘ และขอ ๑๐๐เวนแตกรณีที่เปนการสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้ง สําหรับการเลือกตั้งแทนการเลือกตั้งที่เปนโมฆะหรือการเลือกตั้งใหม ในกรณีที่ไมมีผูใดไดรับเลือกตั้ง หรือกรณีผูสมัครตายกอนปดการรับสมัครรับเลือกตั้งใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง และคณะกรรมการบริหารพรรคเปนผูพิจารณารวมกัน สวนที่ ๕การคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีขอ ๑๐๒ ในการเลือกตั้งทั่วไป ใหพรรคที่สงผูสมัครรับเลือกตั้งแจงรายชื่อบุคคลซึ่งพรรคนั้นมีมติวาจะเสนอใหสภาผูแทนราษฎรเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีไมเกินสามรายชื่อตอคณะกรรมการการเลือกตั้งกอนปดการรับสมัครเลือกตั้งพรรคจะไมเสนอรายชื่อบุคคลตามวรรคหนึ่งก็ไดขอ ๑๐๓ การเสนอชื่อบุคคลตามขอ ๙๙ ตองเปนไปตามหลักเกณฑ ดังตอไปนี้(๑) ตองมีหนังสือยินยอมของบุคคลซึ่งไดรับการเสนอชื่อ โดยมีรายละเอียดตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด(๒) ผูไดรับการเสนอชื่อตองเปนผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามที่จะเปนรัฐมนตรีตามที่รัฐธรรมนูญกําหนด และไมเคยทําหนังสือยินยอมตาม (๑) ใหพรรคการเมืองอื่นในการเลือกตั้งคราวนั้นการเสนอชื่อบุคคลใดที่ไมไดเปนไปตามวรรคหนึ่ง ใหถือวาไมมีการเสนอชื่อบุคคลนั้นหมวด ๑๐หลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกบุคคลดํารงตําแหนงทางการเมืองขอ ๑๐๔ กรณีที่จะมีการแตงตั้งบุคคลเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองใหพรรคประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไปเพื่อเชิญชวนใหกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคหนา ๕๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ประจําจังหวัด และสมาชิกพรรค เสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรจะเสนอใหไดรับการพิจารณาแตงตั้งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองตอคณะกรรมการบริหารพรรค ภายในระยะเวลาที่กําหนด และใหคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาคัดเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามที่กฎหมายกําหนดและเปนบุคคลที่มีความรู ความสามารถ ซื่อสัตยสุจริต มีคุณธรรมจริยธรรม จากรายชื่อบุคคลที่กรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด หรือสมาชิกพรรคเสนอมาเพื่อแตงตั้งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมือง หมวด ๑๑การบริหารการเงินและทรัพยสิน และการจัดทําบัญชีของพรรคสาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๑๐๕ ใหคณะกรรมการบริหารพรรคมีหนาที่บริหารการเงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดของพรรคและสาขาพรรค ตลอดจนจัดใหมีการทําบัญชีใหถูกตองตามความเปนจริงใหหัวหนาสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด จัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรคหรือที่ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับหรือจายโดยบันทึกบัญชีใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันที่รายการนั้นเกิดขึ้น และสรุปรายงานใหพรรคทราบเปนประจําทุกสิ้นเดือนและปดประกาศไว ณ สํานักงานสาขาพรรคหรือที่ทําการพรรคประจําจังหวัดใหหัวหนาสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัด จัดใหมีการทําบัญชีรายชื่อ พรอมที่อยูของสมาชิกที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตจังหวัด ซึ่งเปนที่ตั้งของสาขาพรรค หรือในเขตจังหวัดที่ตนเปนตัวแทนและปดประกาศไว ณ สํานักงานสาขาพรรคหรือที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขอ ๑๐๖ การลงรายการบัญชีของพรรค ตองมีเอกสารประกอบการลงบัญชีที่ถูกตองครบถวนโดยตองจัดทําภายในระยะเวลา ดังนี้(๑) การลงบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับ และแสดงคาใชจายหรือรายจายและบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาคตองลงรายการใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตรายการนั้นเกิดขึ้น(๒) บัญชีแยกประเภทและบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สิน ตองลงรายการใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันสิ้นเดือนของเดือนที่รายการนั้นเกิดขึ้นหนา ๕๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
หมวด ๑๒รายไดของพรรคและอัตราคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคขอ ๑๐๗ พรรคอาจมีรายได ดังตอไปนี้(๑) เงินทุนประเดิมของพรรค(๒) เงินคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรค(๓) เงินที่ไดจากการจําหนายสินคาหรือบริการของพรรค(๔) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดที่ไดจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรค(๕) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดที่ไดจากการรับบริจาค(๖) เงินอุดหนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง(๗) ดอกผลของเงินและรายไดจากทรัพยสินของพรรคสวนที่ ๑การหารายไดจากการจําหนายสินคาขอ ๑๐๘ การจําหนายสินคาหรือบริการตองไมมุงแสวงหาผลกําไรมาแบงปนกันในทางธุรกิจโดยราคาหรือคาตอบแทนจากการจําหนายสินคาหรือการใหบริการจะตองคํานึงถึงราคาตามปกติในทองที่นั้นขอ ๑๐๙ สถานที่จําหนายสินคาหรือบริการ ไดแก ที่ตั้งสํานักงานใหญพรรค ที่ตั้งสํานักงานสาขาพรรค สถานที่ทําการตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด บริเวณสถานที่จัดกิจกรรมระดมทุนหรือบริเวณสถานที่จัดประชุมใหญของพรรค สาขาพรรคขอ ๑๑๐ เมื่อพรรค สาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ดําเนินการจําหนายสินคาหรือบริการ ใหหัวหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคจัดทําทะเบียนสินคาหรือบริการ ซึ่งประกอบดวย รายการ จํานวนเงิน หรือมูลคาของสินคาหรืออัตราคาบริการแตละประเภทใหครบถวนถูกตองขอ ๑๑๑ การจําหนายสินคาหรือบริการ ใหบันทึกบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับและใหแสดงในงบการเงินประจําปของพรรคใหครบถวนถูกตองหนา ๕๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
สวนที่ ๒การจัดกิจกรรมระดมทุนขอ ๑๑๒ การจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรค ตองกระทําโดยเปดเผยและแสดงวัตถุประสงควาเปนการระดมทุนของพรรคอยางชัดเจนการใหเงิน ทรัพยสินแกพรรค รวมถึงการใหประโยชนอื่นใดแกพรรคที่ไดจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรค ใหอยูภายใตบังคับบทบัญญัติเรื่องการรับบริจาคขอ ๑๑๓ สถานที่จัดกิจกรรมระดมทุน ไดแก ที่ตั้งสํานักงานใหญพรรค ที่ตั้งสํานักงานสาขาพรรคสถานที่ทําการตัวแทนพรรคประจําจังหวัด บริเวณสถานที่จัดประชุมใหญประจําปของพรรค สาขาพรรคหรือสถานที่พรรคเห็นสมควรขอ ๑๑๔ ภายในสามสิบวันนับแตวันที่จัดกิจกรรมระดมทุนสิ้นสุดลง ใหหัวหนาพรรคจัดทํารายละเอียดเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมระดมทุน คาใชจายในการจัดกิจกรรมและจํานวนเงินที่ไดรับจากการจัดกิจกรรมระดมทุนและใหหัวหนาพรรคประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป พรอมทั้งแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบดวยขอ ๑๑๕ การจัดกิจกรรมระดมทุนใหบันทึกบัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับ และบัญชีรายวันแสดงคาใชจายหรือรายจาย และใหแสดงในงบการเงินประจําปของพรรคใหครบถวนถูกตองสวนที่ ๓การรับบริจาคของพรรคขอ ๑๑๖ ใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรค เปดบัญชีกับธนาคารพาณิชย โดยระบุชื่อเจาของบัญชีในนามของ “พรรคเพื่อชีวิตใหม”ในการรับบริจาคของพรรคใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคเปดบัญชีเงินฝากกับธนาคารพาณิชยเจาของบัญชี “พรรคเพื่อชีวิตใหม (เพื่อการบริจาค)”ใหหัวหนาพรรคแจงหมายเลขบัญชีของบัญชีเงินฝากและจํานวนเงินที่เปดบัญชีของทุกบัญชีใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในเจ็ดวันนับแตวันที่เปดบัญชีขอ ๑๑๗ กรณีรับบริจาคเปนเงินสด ใหหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรค นําเงินฝากไวในบัญชีธนาคารพาณิชยตามขอ ๑๑๖ ภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาค กรณีรับบริจาคเปนตั๋วแลกเงินหรือเช็คจะตองไมถูกปฏิเสธการจายเงิน จึงถือไดวาเปนการบริจาคแกพรรคหนา ๕๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ขอ ๑๑๘ เมื่อมีการบริจาคใหผูรับบริจาคจัดทําบันทึกการรับบริจาคใหแลวเสร็จภายในสามวันนับแตวันที่ไดรับบริจาคและใหจัดสงบันทึกการรับบริจาคพรอมเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับบริจาคถาหากทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดมิอาจนําสงแกพรรคได ใหผูรับบริจาคแจงรายละเอียดเกี่ยวกับการรับบริจาคนั้นใหพรรคทราบขอ ๑๑๙ เมื่อพรรคไดรับหลักฐานตามขอ ๑๑๘ ใหออกใบเสร็จรับเงิน (เงินบริจาค)หรือหลักฐานการรับบริจาคทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด ภายในวันที่ที่ไดรับบริจาคแลวจัดสงใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการรับบริจาคใหแกผูบริจาคภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ออกหลักฐานนั้นขอ ๑๒๐ ใหพรรคบันทึกการรับบริจาคไวในบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาคของพรรคใหแลวเสร็จภายในสิบหาวันนับแตวันที่เกิดรายการ โดยอยางนอยตองมีรายการ ดังนี้(๑) ชื่อ ที่อยูของพรรค(๒) ชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยูของผูบริจาค(๓) ชื่อตัว ชื่อสกุล และตําแหนงผูรับบริจาค(๔) วัน เดือน ป ที่รับบริจาค(๕) รายละเอียดการรับบริจาค(๖) จํานวนเงินหรือมูลคาทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด(๗) เอกสารอางอิง(๘) ลายมือชื่อหัวหนาพรรค และเหรัญญิกพรรคขอ ๑๒๑ ใหหัวหนาพรรคประกาศบัญชีรายชื่อผูบริจาค จํานวนเงิน รายการทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดที่ไดรับบริจาคที่มีมูลคาไมนอยกวาหาพันบาท พรอมทั้งวัตถุประสงคของการบริจาคเพื่อใหประชาชนทราบเปนประจําทุกวันที่ ๑ ของเดือนถัดไปการตีราคาทรัพยสิน หรือการประเมินมูลคาประโยชนอื่นใด ที่ไดรับบริจาคใหคํานวณราคาทรัพยสินอัตราคาเชา คาตอบแทน หรือคาของสิทธิที่รับตามปกติทางการคาในทองที่นั้นขอ ๑๒๒ เมื่อหัวหนาพรรคดําเนินการตามขอ ๑๒๑ แลว ใหแจงนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่ประกาศ หนา ๕๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ขอ ๑๒๓ บุคคลใดจะบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรคมีมูลคาเกินสิบลานบาทตอพรรคตอปมิได และในกรณีที่บุคคลนั้นเปนนิติบุคคล การบริจาคเงินทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดใหแกพรรค ไมวาพรรคเดียวหรือหลายพรรคเกินปละหาลานบาท ตองแจงใหที่ประชุมใหญผูถือหุนทราบในการประชุมใหญคราวตอไปหลังจากบริจาคแลวพรรคจะรับบริจาคเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดซึ่งมีมูลคาเกินวรรคหนึ่งมิไดสวนที่ ๔อัตราคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคขอ ๑๒๔ สมาชิกพรรคตองชําระคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคการเมืองปละไมนอยกวายี่สิบบาท และแบบตลอดชีพไมนอยกวาสองรอยบาท และ/หรือคาบํารุงพรรค ในอัตราตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด ทั้งนี้ ตองไมนอยกวาในอัตราตามที่กฎหมายกําหนดเพื่อประโยชนในการนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของสมาชิกใหถือวารอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคการเมืองประจําปของปที่สมาชิกไดชําระคาบํารุงพรรคการเมืองเปนครั้งแรกสิ้นสุดลงในวันสิ้นปปฏิทินของปเดียวกันนั้น และใหเริ่มตนนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคประจําปของปถัดไปใหม โดยใหเริ่มตนตั้งแตวันที่ ๑ มกราคม และสิ้นสุดลงในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ของปเดียวกัน ทั้งนี้ สมาชิกอาจชําระคาบํารุงพรรคประจําปของปถัดไปภายในกรอบระยะเวลาดังกลาวเมื่อใดก็ได หมวด ๑๓การใชจายของพรรคขอ ๑๒๕ เงินและทรัพยสินของพรรคตองนําไปใชจายเพื่อดําเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคคาใชจายเกี่ยวกับการเลือกตั้งของพรรคและสมาชิกและคาใชจายในการบริหารพรรคพรรคตองเปดเผยคาใชจายในการโฆษณาหรือประชาสัมพันธการดําเนินกิจกรรมของพรรคทุกประเภทเพื่อใหสมาชิกและประชาชนทราบเปนการทั่วไป โดยปดประกาศ ณ ที่ทําการของพรรค หรือเผยแพรผานในระบบฐานขอมูลพรรคการเมือง หรือวิธีการอื่นใดที่เขาถึงไดโดยสะดวกภายในระยะเวลาสามสิบวันนับแตไดดําเนินการเสร็จสิ้นแลว หนา ๕๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ขอ ๑๒๖ ในกรณีที่พรรค ผูบริหารพรรค หรือบุคคลใดใหเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดแกสมาชิกซึ่งดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ไมวาโดยทางตรงหรือทางออม และไมวาจะใหเปนประจําหรือเปนครั้งคราว ถาการใหหรือรับเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดนั้นไมเปนความผิดตามมาตรา ๑๔๔ หรือมาตรา ๑๔๙ แหงประมวลกฎหมายอาญา ใหพรรค ผูบริหารพรรคหรือบุคคลนั้น แลวแตกรณีแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบถึงการใหเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดนั้น และประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวยหามมิใหสมาชิกซึ่งดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎร รับเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดจากบุคคลใดโดยไมมีมูลอันจะอางไดตามกฎหมาย เวนแตเงินที่ไดมีการแจงไวตามวรรคหนึ่งขอ ๑๒๗ ใหเปนหนาที่ของคณะกรรมการการบริหารพรรค ที่จะตองตรวจสอบและควบคุมมิใหมีการนําเงินหรือทรัพยสินของพรรคไปใชจายเพื่อการอื่นใดนอกจากที่กําหนดไวในขอ ๑๒๕และขอ ๑๒๖ หมวด ๑๔การเลิกพรรค สาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๑๒๘ การเลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ใหเปนไปตามมติคณะกรรมการบริหารพรรคในกรณีกรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะดวยเหตุพนจากสมาชิกพรรค ใหถือวาเปนเหตุใหเลิกพรรคขอ ๑๒๙ ในกรณีที่พรรคตองสิ้นสภาพความเปนพรรคการเมือง หรือยุบพรรค ใหทรัพยสินของพรรคที่เหลือภายหลังจากการชําระบัญชีแลว ตกเปนของสมาคมสมาพันธอาสาแทนคุณแผนดิน๒. เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อชีวิตใหมชุดใหม จํานวน ๑๑ คน ไดแก๒.๑ นายทองประเสริฐ จันทรอัมพร หัวหนาพรรค๒.๒ นายเพชร จันทรดา รองหัวหนาพรรค๒.๓ นายคําผล แกวภูงา รองหัวหนาพรรค๒.๔ นายนวภพ โสระจิตร รองหัวหนาพรรคหนา ๕๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘
๒.๕ นายปรเมศวร สุขประเสริฐ เลขาธิการพรรค๒.๖ นายสอาด คงอิ่ม รองเลขาธิการพรรค๒.๗ นางสาวอุษา จงแกววิจิตร เหรัญญิกพรรค๒.๘ นายบุญทอม ภูบุญลาภ ผูชวยเหรัญญิกพรรค๒.๙ พันเอก ทองประมาณ จันทรอัมพร นายทะเบียนสมาชิกพรรค๒.๑๐ นายณรงคศักดิ์ วิเศษบุญนนท โฆษกพรรค๒.๑๑ นางสาวณัฏฐพา สาริกา รองโฆษกพรรคจึงประกาศใหทราบโดยทั่วกัน ประกาศ ณ วันที่ ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๘แสวง บุญมีเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งนายทะเบียนพรรคการเมืองหนา ๕๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)