ประกาศสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ฉบับที่ ป. ๓๓๑/๒๕๖๗ เรื่อง การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เล่ม ๒ (เล่มจบ)
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลรัฐธรรมนูญคําวินิจฉัยที่ ๒๖ - ๒๗/๒๕๖๗ เรื่องพิจารณาที่ ๒๑/๒๕๖๗เรื่องพิจารณาที่ ๒๒/๒๕๖๗วันที่ ๒๕ เดือน ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗ศาลจังหวัดนครนายก ผูรอง- ผูถูกรองศาลจังหวัดนครนายก ผูรอง- ผูถูกรองเรื่อง พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๑๐)ที่บัญญัติใหผูเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการเปนผูมีลักษณะตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๔๐ หรือไมศาลจังหวัดนครนายกสงคําโตแยงของจําเลย (นายเกียรติกุนทร สุขเนตร) ในคดีอาญาหมายเลขดําที่ อ ๑๕๙/๒๕๖๗ คดีหมายเลขแดงที่ อ ๔๓๖/๒๕๖๗ และในคดีอาญาหมายเลขดําที่อ ๑๖๐/๒๕๖๗ คดีหมายเลขแดงที่ อ ๔๓๗/๒๕๖๗ รวม ๒ คํารอง เพื่อขอใหศาลรัฐธรรมนูญระหวางระหวาง หนา ๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ มกราคม ๒๕๖๘
วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ ขอเท็จจริงตามคําโตแยงของจําเลยทั้งสองคํารองและเอกสารประกอบสรุปไดดังนี้คํารองที่หนึ่ง (เรื่องพิจารณาที่ ๒๑/๒๕๖๗)พนักงานอัยการจังหวัดนครนายกเปนโจทก ยื่นฟอง นายเกียรติกุนทร สุขเนตร เปนจําเลยตอศาลจังหวัดนครนายก ความผิดฐานเปนผูสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นโดยรูอยูแลววาตนไมมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ฝาฝนพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๑๐) และมาตรา ๑๒๐ กรณีจําเลยสมัครรับเลือกตั้งเปนนายกองคการบริหารสวนจังหวัดนครนายก โดยรูอยูแลววาตนไมมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากจําเลยเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดของศาลจังหวัดนครนายกวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการขอใหศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจําเลยมีกําหนด ๒๐ ปคํารองที่สอง (เรื่องพิจารณาที่ ๒๒/๒๕๖๗)พนักงานอัยการจังหวัดนครนายกเปนโจทก ยื่นฟอง นายเกียรติกุนทร สุขเนตร เปนจําเลยตอศาลจังหวัดนครนายก ความผิดฐานแจงขอความอันเปนเท็จแกเจาพนักงาน แจงใหเจาพนักงานผูกระทําการตามหนาที่จดขอความอันเปนเท็จลงในเอกสารราชการ และสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นโดยรูอยูแลววาตนไมมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ฝาฝนประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗และมาตรา ๒๖๗ พระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐มาตรา ๔ และพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒มาตรา ๕๐ (๑๐) และมาตรา ๑๒๐ กรณีจําเลยสมัครรับเลือกตั้งเปนนายกองคการบริหารสวนตําบลปาขะอําเภอบานนา จังหวัดนครนายก โดยแจงขอความอันเปนเท็จตอผูอํานวยการการเลือกตั้งประจําองคการบริหารสวนตําบลปาขะ และแจงใหเจาพนักงานผูกระทําการตามหนาที่จดขอความอันเปนเท็จลงในบันทึกการใหถอยคําของผูสมัครรับเลือกตั้งนายกองคการบริหารสวนตําบลปาขะวาจําเลยเปนผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามในการสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น โดยรูอยูแลววาตนไมมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดของศาลจังหวัดนครนายกวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการ ขอใหศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจําเลยมีกําหนด ๒๐ ปหนา ๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ มกราคม ๒๕๖๘
ระหวางการพิจารณาคดีทั้งสองคดีของศาลจังหวัดนครนายก จําเลยโตแยงวา พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๑๐) ที่บัญญัติใหผูเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการ เปนผูมีลักษณะตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น ทําใหบุคคลผูเคยตองคดีในฐานความผิดตามบทบัญญัติดังกลาวถูกจํากัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นโดยไมมีระยะเวลาสิ้นสุด เปนการกําหนดลักษณะตองหามของบุคคลในการเขาสูตําแหนงทางการเมืองระดับทองถิ่นที่มีความเขมงวดมากเกินความจําเปน ไมสอดคลองกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวของ กระทบสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลมากกวาประโยชนสาธารณะที่ตองการใหไดมาซึ่งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นที่มีคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลขัดตอหลักนิติธรรม เปนการเพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแกเหตุไมเปนไปตามหลักความไดสัดสวน กระทบตอศักดิ์ศรีความเปนมนุษย อีกทั้งยังเปนการจํากัดเสรีภาพในการประกอบอาชีพของบุคคลเกินความจําเปน ทําใหไมสามารถสมัครเขารับการเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นไดตลอดชีวิต พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๑๐) ที่บัญญัติใหผูเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการ เปนผูมีลักษณะตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๔๐ประกอบมาตรา ๕ จําเลยขอใหศาลจังหวัดนครนายกสงคําโตแยงดังกลาวตอศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ศาลจังหวัดนครนายกเห็นวา คํารองทั้งสองของจําเลยโตแยงวาพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๑๐) ที่บัญญัติใหผูเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการ เปนผูมีลักษณะตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๔๐ประกอบมาตรา ๕ ซึ่งศาลจังหวัดนครนายกจะใชบทบัญญัติแหงกฎหมายดังกลาวบังคับแกคดีและยังไมมีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในสวนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินี้ จึงสงคําโตแยงดังกลาวตอศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ วรรคหนึ่งหนา ๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ มกราคม ๒๕๖๘
ประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญตองพิจารณาเบื้องตนมีวา ศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจรับคําโตแยงตามคํารองทั้งสองของจําเลยไวพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ วรรคหนึ่ง หรือไมเห็นวา ศาลจังหวัดนครนายกสงคําโตแยงตามคํารองทั้งสองของจําเลยเพื่อขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยวา พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒มาตรา ๕๐ (๑๐) ที่บัญญัติใหผูเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการเปนผูมีลักษณะตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๔๐ ประกอบมาตรา ๕ หรือไม บทบัญญัติดังกลาวเปนบทบัญญัติที่ศาลจังหวัดนครนายกจะใชบังคับแกคดี เมื่อคํารองทั้งสองของจําเลยโตแยงพรอมดวยเหตุผลวาบทบัญญัติดังกลาวขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ และยังไมมีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในสวนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินี้ กรณีเปนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ วรรคหนึ่ง สวนที่โตแยงวาพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๑๐)ที่บัญญัติใหผูเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการ เปนผูมีลักษณะตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญมาตรา ๕ หรือไม นั้น เห็นวา มาตรา ๕ เปนบททั่วไปที่วางหลักความเปนกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญไวโดยมิไดมีขอความที่เปนการคุมครองสิทธิหรือเสรีภาพไวเปนการเฉพาะ ศาลรัฐธรรมนูญไมจําตองวินิจฉัยในสวนนี้จึงมีคําสั่งรับไวพิจารณาวินิจฉัยเฉพาะประเด็นที่ขอใหวินิจฉัยวา พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๑๐) ที่บัญญัติใหผูเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการ เปนผูมีลักษณะตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๔๐ หรือไมคํารองทั้งสองมีประเด็นที่ตองพิจารณาเปนประเด็นเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญใหรวมการพิจารณาทั้งสองคดีเขาดวยกัน โดยใหเรื่องพิจารณาที่ ๒๑/๒๕๖๗ เปนสํานวนคดีหลัก และเพื่อประโยชนแหงการพิจารณาใหหนวยงานที่เกี่ยวของจัดทําความเห็นและจัดสงสําเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวของยื่นตอศาลรัฐธรรมนูญหนวยงานที่เกี่ยวของจัดทําความเห็นและจัดสงสําเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวของ ดังนี้๑. เลขาธิการวุฒิสภาจัดสงสําเนาบันทึกการประชุมและรายงานการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. .... สภานิติบัญญัติแหงชาติหนา ๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ มกราคม ๒๕๖๘
ครั้งที่ ๑๐/๒๕๖๑ ครั้งที่ ๑๘/๒๕๖๑ และครั้งที่ ๒๐/๒๕๖๑ สําเนารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. .... สภานิติบัญญัติแหงชาติและสําเนาบันทึกการประชุมและรายงานการประชุมสภานิติบัญญัติแหงชาติ ครั้งที่ ๖๕/๒๕๖๑ เปนพิเศษและครั้งที่ ๕/๒๕๖๒ เปนพิเศษ สรุปไดวา รางพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. .... มีเจตนารมณในการแกไขพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๕ และที่แกไขเพิ่มเติม ใหสอดคลองกับรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ จึงเห็นควรใหนําแนวทางการกําหนดคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรมาใชบังคับแกกฎหมายวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น เนื่องจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นเปนพื้นฐานสําคัญทางการเมืองที่สงผลตอการบริหารประเทศ๒. ประธานกรรมการการเลือกตั้งจัดทําความเห็นสรุปไดวา รัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๘ (๑๐)บัญญัติลักษณะตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรเพิ่มขึ้น โดยมีเจตนารมณเพื่อปองกันมิใหบุคคลที่ขาดความนาเชื่อถือในความสุจริต หรือผูที่เคยกระทําความผิดอันเปนปฏิปกษตอประโยชนสาธารณะเขามาดํารงตําแหนงทางการเมือง เทียบเคียงกับพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองที่พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ ที่กําหนดคุณสมบัติและลักษณะตองหามวาบุคคลที่จะเปนกํานันหรือผูใหญบาน หากเคยตองคําพิพากษาถึงที่สุดวากระทําความผิดเกี่ยวกับกฎหมายบางประการตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๑๒ (๑๑) แลว จะเปนกํานันหรือผูใหญบานไมไดตลอดชีวิต ไมวาจะไดรับโทษหรือไมหรือแมจะมีการลางมลทินหรือไดรับพระราชทานอภัยโทษในภายหลังก็ตาม โดยถือเอาการที่ศาลวินิจฉัยวาไดกระทําความผิดในเรื่องนั้น ๆ หรือไมเปนสําคัญ สําหรับพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๑๐) ที่บัญญัติใหผูเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการ เปนผูมีลักษณะตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น เปนบทบัญญัติที่สอดคลองกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๘ (๑๐)มีเจตนารมณใหบุคคลผูมีลักษณะดังที่บัญญัติในอนุมาตราดังกลาวเปนบุคคลตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นเชนเดียวกับบุคคลผูมีลักษณะตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหนา ๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ มกราคม ๒๕๖๘
พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๒ (๑๒) เพื่อใหบุคคลที่จะเขามาดํารงตําแหนงทางการเมืองเปนบุคคลที่มีความนาเชื่อถือในความสุจริตและไรมลทิน มุงเนนประวัติหรือความเปนมาในความสุจริตในอดีตของบุคคลเปนหลัก โดยไมไดกําหนดกรอบระยะเวลาการเปนผูมีลักษณะตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นไวศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคําโตแยงของจําเลยทั้งสองคํารอง ความเห็นและขอมูลของหนวยงานที่เกี่ยวของ และเอกสารประกอบแลวเห็นวา คดีเปนปญหาขอกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได จึงยุติการไตสวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๕๘ วรรคหนึ่ง กําหนดประเด็นที่ตองพิจารณาวินิจฉัยวาพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๑๐)ที่บัญญัติใหผูเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการ เปนผูมีลักษณะตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖ และมาตรา ๔๐ หรือไมพิจารณาแลวเห็นวา รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๔๐ เปนบทบัญญัติในหมวด ๓สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “การตรากฎหมายที่มีผลเปนการจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลตองเปนไปตามเงื่อนไขที่บัญญัติไวในรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่รัฐธรรมนูญมิไดบัญญัติเงื่อนไขไว กฎหมายดังกลาวตองไมขัดตอหลักนิติธรรม ไมเพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแกเหตุ และจะกระทบตอศักดิ์ศรีความเปนมนุษยของบุคคลมิไดรวมทั้งตองระบุเหตุผลความจําเปนในการจํากัดสิทธิและเสรีภาพไวดวย” วรรคสอง บัญญัติวา“กฎหมายตามวรรคหนึ่ง ตองมีผลใชบังคับเปนการทั่วไป ไมมุงหมายใหใชบังคับแกกรณีใดกรณีหนึ่งหรือแกบุคคลใดบุคคลหนึ่งเปนการเจาะจง” มาตรา ๔๐ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “บุคคลยอมมีเสรีภาพในการประกอบอาชีพ” วรรคสอง บัญญัติวา “การจํากัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทํามิได เวนแตโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแหงกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อรักษาความมั่นคงหรือเศรษฐกิจของประเทศการแขงขันอยางเปนธรรม การปองกันหรือขจัดการกีดกันหรือการผูกขาด การคุมครองผูบริโภคการจัดระเบียบการประกอบอาชีพเพียงเทาที่จําเปน หรือเพื่อประโยชนสาธารณะอยางอื่น” และวรรคสามบัญญัติวา “การตรากฎหมายเพื่อจัดระเบียบการประกอบอาชีพตามวรรคสอง ตองไมมีลักษณะเปนการเลือกปฏิบัติหรือกาวกายการจัดการศึกษาของสถาบันการศึกษา”หนา ๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ มกราคม ๒๕๖๘
พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มีเหตุผลในการประกาศใชเนื่องจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญบัญญัติใหสมาชิกสภาทองถิ่นตองมาจากการเลือกตั้งและผูบริหารทองถิ่นใหมาจากการเลือกตั้งหรือมาจากความเห็นชอบของสภาทองถิ่น หรือกรณีองคกรปกครองสวนทองถิ่นรูปแบบพิเศษจะมาโดยวิธีอื่นก็ได แตตองคํานึงถึงการมีสวนรวมของประชาชนดวย โดยคุณสมบัติของผูมีสิทธิเลือกตั้งและผูมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง รวมทั้งหลักเกณฑและวิธีการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น ใหเปนไปตามที่กฎหมายบัญญัติซึ่งตองคํานึงถึงเจตนารมณในการปองกันและปราบปรามการทุจริตตามแนวทางที่บัญญัติไวในรัฐธรรมนูญจึงสมควรปรับปรุงกฎหมายวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นใหเปนไปตามเจตนารมณของรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีหลักการสําคัญในการปรับปรุงแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๕ ทั้งฉบับ ใหสอดคลองกับรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑โดยพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐บัญญัติวา “บุคคลผูมีลักษณะดังตอไปนี้เปนบุคคลตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ...(๑๐) เคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการหรือตอตําแหนงหนาที่ในการยุติธรรม หรือกระทําความผิดตามกฎหมายวาดวยความผิดของพนักงานในองคการหรือหนวยงานของรัฐหรือความผิดเกี่ยวกับทรัพยที่กระทําโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายวาดวยการกูยืมเงินที่เปนการฉอโกงประชาชน กฎหมายวาดวยยาเสพติดในความผิดฐานเปนผูผลิตนําเขา สงออก หรือผูคา กฎหมายวาดวยการพนันในความผิดฐานเปนเจามือหรือเจาสํานักกฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการคามนุษย หรือกฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน ...” บทบัญญัติดังกลาวมีเจตนารมณเพื่อปองกันมิใหบุคคลที่ขาดความนาเชื่อถือในความสุจริตหรือผูที่เคยกระทําความผิดอันเปนปฏิปกษตอตําแหนงหนาที่ราชการเขามาดํารงตําแหนงสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น เพื่อใหไดมาซึ่งบุคคลผูมีคุณสมบัติและความประพฤติที่เหมาะสมเปนที่ยอมรับและเชื่อถือของประชาชนในทองถิ่นนั้นขอโตแยงของจําเลยที่วา พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นพ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๑๐) ที่บัญญัติใหผูเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการ เปนผูมีลักษณะตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหนา ๑๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ มกราคม ๒๕๖๘
หรือผูบริหารทองถิ่น ทําใหบุคคลผูเคยตองคดีในฐานความผิดตามบทบัญญัติดังกลาวตองถูกจํากัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นโดยไมมีระยะเวลาสิ้นสุดเปนการกําหนดลักษณะตองหามของบุคคลในการเขาสูตําแหนงทางการเมืองระดับทองถิ่นที่มีความเขมงวดมากเกินความจําเปน ไมสอดคลองกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวของ กระทบสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลมากกวาประโยชนสาธารณะที่ตองการใหไดมาซึ่งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นที่มีคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล ขัดตอหลักนิติธรรม เปนการเพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแกเหตุ ไมเปนไปตามหลักความไดสัดสวน กระทบตอศักดิ์ศรีความเปนมนุษยขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ นั้น เห็นวา การปกครองสวนทองถิ่นเปนรูปแบบการปกครองที่เปนรากฐานของระบอบประชาธิปไตยตามหลักการกระจายอํานาจ เพื่อใหประชาชนในทองถิ่นเขามามีสวนรวมในการปกครองตนเอง รัฐธรรมนูญ หมวด ๑๔ การปกครองสวนทองถิ่น บัญญัติใหมีการจัดการปกครองสวนทองถิ่นตามหลักแหงการปกครองตนเองตามเจตนารมณของประชาชนในทองถิ่นมีหนาที่และอํานาจดูแลและจัดทําบริการสาธารณะเพื่อประโยชนของประชาชนในทองถิ่นตามหลักการพัฒนาอยางยั่งยืน เพื่อใหการจัดทําบริการสาธารณะตรงกับความตองการของประชาชนในทองถิ่นอยางแทจริงดวยเหตุนี้ มีความจําเปนตองกําหนดการไดมาซึ่งบุคคลที่จะเขามาดํารงตําแหนง โดยผูสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นตองมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายบัญญัติอยางครบถวนกอนลงสมัครรับเลือกตั้ง และตองไมมีลักษณะตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งในขณะสมัครรับเลือกตั้งและตลอดระยะเวลาการดํารงตําแหนง เพื่อเปนหลักประกันวาผูดํารงตําแหนงดังกลาวจะตองเปนบุคคลที่ปราศจากเหตุมัวหมอง มีคุณสมบัติและความประพฤติอันเปนที่ยอมรับของสาธารณชน ปฏิบัติตามกฎหมายอยางเครงครัด และปฏิบัติหนาที่ดวยความซื่อสัตยสุจริตเพื่อประโยชนของประชาชนในทองถิ่นพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ จึงกําหนดคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นตามเจตนารมณของรัฐธรรมนูญที่มุงกําหนดมาตรการและกลไกในการปองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ ดังที่บัญญัติไวในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๒ วรรคสาม และมาตรา ๖๓ โดยพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๑๐) ในสวนที่บัญญัติหามผูเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น เปนการกําหนดลักษณะตองหามเพราะเหตุเคยกระทําความผิดหนา ๑๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ มกราคม ๒๕๖๘
ตอตําแหนงหนาที่ราชการ ซึ่งเปนความผิดที่บัญญัติไวในประมวลกฎหมายอาญาเพื่อลงโทษเจาพนักงานที่มีหนาที่และอํานาจในการปฏิบัติภารกิจตาง ๆ แทนรัฐ แตกลับใชอํานาจหนาที่โดยทุจริต อาศัยโอกาสที่อยูในตําแหนงหนาที่ราชการ อันเปนความผิดรายแรง สงผลเสียตอตําแหนงหนาที่ราชการกระทบตอการบริหารราชการแผนดินทั้งสวนกลางและสวนทองถิ่น หากเปดโอกาสใหผูที่เคยกระทําการทุจริตตอหนาที่ราชการเขามาดํารงตําแหนงสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น อาจสงผลตอความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชน กระทบตอประโยชนสาธารณะ และมาตรฐานจรรยาบรรณของผูดํารงตําแหนงสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นโดยรวม ดังนั้น แมวาสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองเพื่อเขาไปมีสวนรวมในการแสดงเจตจํานงทางการเมือง แตสิทธิเชนวานี้มิใชสิทธิเด็ดขาดฝายนิติบัญญัติจึงสามารถตรากฎหมายจํากัดสิทธิเชนวานั้นไดตามเงื่อนไขที่บัญญัติไวในรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ซึ่งหลักเกณฑที่นํามาใชในการจํากัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งในแตละกรณีมีความแตกตางกันตามวัตถุประสงคและความมุงหมายในการกลั่นกรองคุณสมบัติของบุคคลที่จะเขามาดํารงตําแหนงเชน ความเปนพลเมือง อายุ การมีที่อยูอาศัยในเขตเลือกตั้ง สถานะทางเศรษฐกิจ ประวัติการกระทําความผิดความรูสึกผิดชอบหรือการเปนบุคคลวิกลจริต และการเปนผูดํารงตําแหนงหรือประกอบกิจการดวยเหตุที่ความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการเปนความผิดที่รายแรงและกอใหเกิดความเสียหายตอระบบราชการพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๑๐)จึงจํากัดสิทธิผูเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นโดยไมมีกําหนดระยะเวลา สอดคลองกับเจตนารมณของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๘ (๑๐) ที่มีความมุงหมายในการปองกันบุคคลที่ขาดความนาเชื่อถือในความสุจริต หรือผูที่เคยกระทําความผิดอันเปนปฏิปกษตอประโยชนสาธารณะเขามาดํารงตําแหนงทางการเมืองโดยเด็ดขาด เมื่อชั่งน้ําหนักระหวางผลกระทบตอสิทธิและเสรีภาพของบุคคลกับประโยชนสาธารณะที่ไดรับตามวัตถุประสงคของกฎหมายเพื่อใหไดมาซึ่งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นที่มีคุณธรรมจริยธรรม และมีธรรมาภิบาล รวมถึงการปองกันและปราบปรามการทุจริตตามแนวทางที่บัญญัติไวในรัฐธรรมนูญแลว เห็นไดวา พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นพ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๑๐) ที่บัญญัติใหผูเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการ เปนผูมีลักษณะตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นโดยมิไดกําหนดระยะเวลาสิ้นสุดไว เปนมาตรการทางกฎหมายที่เปนไปตามหลักหนา ๑๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ มกราคม ๒๕๖๘
ความไดสัดสวนพอเหมาะพอควรแกกรณี ไมขัดตอหลักนิติธรรม ไมเพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแกเหตุ ไมกระทบตอศักดิ์ศรีความเปนมนุษยของบุคคล อีกทั้งมีผลใชบังคับเปนการทั่วไป ไมมุงหมายใหใชบังคับแกกรณีใดกรณีหนึ่งหรือแกบุคคลใดบุคคลหนึ่งเปนการเจาะจงไมขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖สวนขอโตแยงของจําเลยที่วา พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นพ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๑๐) ที่บัญญัติใหผูเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการ เปนผูมีลักษณะตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นไว ทําใหบุคคลผูเคยตองคดีในฐานความผิดตามบทบัญญัติดังกลาวตองถูกจํากัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นตลอดชีวิต เปนการจํากัดเสรีภาพในการประกอบอาชีพเกินความจําเปน ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๐ นั้น เห็นวารัฐธรรมนูญบัญญัติรับรองเสรีภาพในการประกอบอาชีพไวในมาตรา ๔๐ การจํากัดเสรีภาพในการประกอบอาชีพของบุคคลจะกระทําไดก็แตโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแหงกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อรักษาความมั่นคงหรือเศรษฐกิจของประเทศ การแขงขันอยางเปนธรรม การปองกันหรือขจัดการกีดกันหรือการผูกขาด การคุมครองผูบริโภค การจัดระเบียบการประกอบอาชีพเพียงเทาที่จําเปนหรือเพื่อประโยชนสาธารณะอยางอื่น บทบัญญัติแหงกฎหมายดังกลาวจะตองไมเปนการสรางภาระใหแกประชาชนเกินความจําเปน และตองไมมีลักษณะเปนการเลือกปฏิบัติหรือกาวกายการจัดการศึกษาของสถาบันการศึกษา โดยที่การรับรองเสรีภาพในการประกอบอาชีพของบุคคลเปนหลักการคุมครองความเปนอิสระของบุคคลในการเลือกการดําเนินชีวิตอันเปนประจําของตน ไมวาจะเปนไปในทางแสวงหารายไดเพื่อเลี้ยงชีพอยางใด เชน ประกอบอาชีพอิสระในทางธุรกิจการคา ประกอบอาชีพเปนพนักงานลูกจางของบริษัทเอกชน หรือเปนขาราชการหรือลูกจางของสวนราชการตาง ๆหรืออาจเลือกที่จะดํารงชีวิตในวิถีที่ตนพึงพอใจโดยไมมุงเนนการแสวงหารายได เชน การเปนอาสาสมัครชวยเหลือสังคม หรือเปนนักบวชตามความเชื่อทางศาสนาตาง ๆ พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๑๐) เปนเพียงบทบัญญัติที่หามผูเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการถูกจํากัดสิทธิในการสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นเทานั้น มิไดเปนการจํากัดเสรีภาพในการประกอบอาชีพโดยเด็ดขาด บุคคลดังกลาวยังมีเสรีภาพที่จะเลือกประกอบอาชีพอื่นไดหนา ๑๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ มกราคม ๒๕๖๘
จึงเปนการจัดระเบียบการประกอบอาชีพเพียงเทาที่จําเปน เพื่อประโยชนสาธารณะในการบริหารราชการสวนทองถิ่นที่มีความมุงหมายในการปองกันและปราบปรามการทุจริตใหไดมาซึ่งบุคคลที่มีคุณสมบัติประวัติ ความประพฤติที่เหมาะสม มีมาตรฐานเดียวกับตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่เปนตัวแทนของประชาชน ไมขัดตอหลักการคุมครองเสรีภาพในการประกอบอาชีพของบุคคลตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๔๐อาศัยเหตุผลดังกลาวขางตน จึงวินิจฉัยวา พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๑๐) ที่บัญญัติใหผูเคยตองคําพิพากษาอันถึงที่สุดวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการ เปนผูมีลักษณะตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น ไมขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๔๐นายนครินทร เมฆไตรรัตนประธานศาลรัฐธรรมนูญนายปญญา อุดชาชน นายอุดม สิทธิวิรัชธรรมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายวิรุฬห แสงเทียน นายจิรนิติ หะวานนทตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายนภดล เทพพิทักษ นายบรรจงศักดิ์ วงศปราชญตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายอุดม รัฐอมฤต นายสุเมธ รอยกุลเจริญตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหนา ๑๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๗ มกราคม ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)