ThaiGovData

ดูรายละเอียด

undated

Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th

The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.

(อม.๓๓)คําพิพากษา คดีหมายเลขดําที่ อม. ๑๘/๒๕๖๕คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๓๑/๒๕๖๗ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองวันที่ ๕ เดือน กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๗อัยการสูงสุด โจทกนางสมหญิง บัวบุตร ที่ ๑นายชินภัทร ภูมิรัตน ที่ ๒นายอดุลย กองทอง ที่ ๓หางหุนสวนจํากัด จี โอ โอ ดี ที่ ๔นายอนุชา หรือนนทชิต วงศมณีรัตน ที่ ๕บริษัทที วี เอ็น เทคโนโลยี จํากัด ที่ ๖นางสาวพรเพ็ญ ภิรมยกิจ ที่ ๗บริษัทวายอีอี จํากัด ที่ ๘นายยี พณิชยา ที่ ๙บริษัทสปอรต แอนด เกม จํากัด ที่ ๑๐นางสาวเบญจพันธ บุญบงการ ที่ ๑๑นายพิพัฒน กาลพัฒน ที่ ๑๒ จําเลยระหวาง หนา ๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ เรื่อง ความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการ ความผิดตอพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต ความผิดตอพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐโจทกฟองและแกฟองวา ขณะเกิดเหตุ จําเลยที่ ๑ ดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดอํานาจเจริญ เขตเลือกตั้งที่ ๑ (อําเภอเมืองอํานาจเจริญ และอําเภอหัวตะพาน) เปนผูดํารงตําแหนงทางการเมือง และเจาหนาที่ของรัฐ มีอํานาจหนาที่ตามที่กําหนดไวในรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยและกฎหมายในการพิจารณารางพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕คําขอแปรญัตติเพิ่มเติมงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ และในการพิจารณาของสภาผูแทนราษฎรหรือของคณะกรรมาธิการ การเสนอการแปรญัตติหรือการกระทําดวยประการใด ๆที่มีผลใหสมาชิกสภาผูแทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือกรรมาธิการ มีสวนไมวาโดยทางตรงหรือทางออมในการใชงบประมาณรายจายจะกระทํามิได และจําเลยที่ ๑ ไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงที่ปรึกษาประจําคณะอนุกรรมาธิการดานการศึกษาจากคณะอนุกรรมาธิการดานการศึกษา โดยคณะอนุกรรมาธิการดานการศึกษาทําหนาที่พิจารณาปรับลดงบประมาณดานการศึกษาแลวรายงานผลการพิจารณาศึกษาตอคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕สภาผูแทนราษฎร จําเลยที่ ๒ ดํารงตําแหนงเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปนเจาหนาที่ของรัฐเจาพนักงานและเจาหนาที่ในหนวยงานของรัฐตามกฎหมาย มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบควบคุมขาราชการประจําในสํานักงานแปลงนโยบายเปนแนวทางและแผนปฏิบัติการ กํากับการปฏิบัติงานของสวนราชการ เรงรัด ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติราชการของสวนราชการในสํานักงานและเปนผูบังคับบัญชาขาราชการในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือในสถานศึกษาที่อยูในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา จําเลยที่ ๓ ดํารงตําแหนงผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ ซึ่งเปนเจาหนาที่ของรัฐ เจาพนักงานและเจาหนาที่ในหนวยงานของรัฐมีอํานาจหนาที่เปนผูบังคับบัญชาขาราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาใหเปนไปตามนโยบายแนวทางและแผนปฏิบัติราชการของกระทรวง และมีอํานาจอนุมัติเบิกเงินกับคลังจังหวัดที่อยูในความรับผิดชอบของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในสังกัด และในการจัดซื้อจัดจางหนา ๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ งานปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณตองดําเนินการตามแนวทางการบริหารงบประมาณประจําป ๒๕๕๕(งบแปรญัตติ) จําเลยที่ ๔ ที่ ๖ ที่ ๘ และที่ ๑๐ เปนนิติบุคคล โดยจําเลยที่ ๕ เปนหุนสวนผูจัดการของจําเลยที่ ๔ จําเลยที่ ๗ เปนกรรมการผูจัดการของจําเลยที่ ๖ จําเลยที่ ๙ เปนกรรมการผูจัดการของจําเลยที่ ๘ และจําเลยที่ ๑๑ เปนกรรมการผูจัดการของจําเลยที่ ๑๐ จําเลยที่ ๔ ที่ ๖ ที่ ๘และที่ ๑๐ เปนผูเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ และจําเลยที่ ๑๒ ดํารงตําแหนงผูอํานวยการโรงเรียนบานโนนมวงโนนจิกอําเภอศรีเมืองใหม จังหวัดอุบลราชธานี เปนเจาหนาที่ของรัฐและเจาหนาที่ในหนวยงานของรัฐเมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๔ ถึงเดือนมกราคม ๒๕๕๖ เวลากลางวันตอเนื่องกัน จําเลยที่ ๑ถึงที่ ๑๒ ไดกระทําความผิดตอกฎหมายหลายกรรมตางกัน กลาวคือ จําเลยที่ ๑ ไดตกลงรวมกันกับจําเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๑๒ กับจําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๑๑ ซึ่งเปนกลุมผูประกอบการที่ยื่นเสนอราคากับโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดอํานาจเจริญ ๑๕ แหง โดยจําเลยที่ ๑ รวมกับจําเลยที่ ๒ เขาไปพิจารณาคําขอเพิ่มเติมงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ จําเลยที่ ๒ ลงนามเสนอบันทึกขอความ ๒ ฉบับคือ บันทึกขอความ ดวนที่สุด ที่ ศธ ๐๔๐๐๖/๒๒๓๒ ลงวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เรื่อง การเสนอขอเพิ่มงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ ๒๕๕๕ งบประมาณรวมทั้งสิ้น ๗,๙๓๖,๗๗๖,๘๔๐ บาทและบันทึกขอความ ดวนที่สุด ที่ ศธ ๐๔๐๐๖/๒๒๕๓ ลงวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เรื่อง การเสนอขอเพิ่มงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ ๒๕๕๕ (เพิ่มเติม) ๑๐,๐๐๐ ลานบาท ในแผนงานขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษาผลผลิตผูจบการศึกษาภาคบังคับ ซึ่งมีการระบุเปนคาที่ดินและสิ่งกอสรางรายการคากอสรางปรับปรุงซอมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบ สิ่งกอสรางที่ชํารุดทรุดโทรมและที่ประสบอุบัติภัย๗,๐๐๐ ลานบาท โดยระบุเหตุผลและคําชี้แจง ในขอ ๔ เพื่อกอสรางสนามกีฬาใหกับโรงเรียนในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ในวันเดียวกันนายวรวัจน เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ มีหนังสือกระทรวงศึกษาธิการ ดวนที่สุดที่ ศธ ๐๒๐๘/๔๑๔๘ ลงวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ถึงผูอํานวยการสํานักงบประมาณเสนอขอเพิ่มงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เปนยอดวงเงินทั้งหมด๒๗,๒๖๖.๕๘๑๙ ลานบาท ใหคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติงบประมาณหนา ๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ รายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ พิจารณาเพิ่มเติมงบประมาณในสวนนี้ เรียกวา“งบแปรญัตติ” ตอมาไดมีการอนุมัติงบประมาณในแผนงานขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษาผลผลิตผูจบการศึกษาภาคบังคับ งบลงทุน ครุภัณฑที่ดินและสิ่งกอสราง เปนเงิน ๔,๔๕๙,๔๒๐,๐๐๐ บาทแยกเปนครุภัณฑงานบานงานครัว ๕๑๒,๑๔๒,๐๐๐ บาท และคาที่ดินและสิ่งกอสรางอื่นที่มีราคาตอหนวยต่ํากวา ๑๐ ลานบาท ๓,๙๔๗,๒๗๘,๐๐๐ บาท โดยกอนวันที่มีการประกาศใชพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในขั้นตอนกอนการแจงจัดสรรงบประมาณ จําเลยที่ ๑ไดกําหนดรายชื่อโรงเรียนในเขตพื้นที่จังหวัดอํานาจเจริญ เขตเลือกตั้งที่ ๑ ซึ่งเปนเขตที่จําเลยที่ ๑ไดรับการเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร เพื่อใหไดรับจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ) จํานวน ๑๕ แหงประกอบดวย โรงเรียนอํานาจเจริญ โรงเรียนสรางนกทาวิทยาคม โรงเรียนศรีเจริญศึกษา โรงเรียนเมืองอํานาจเจริญโรงเรียนอนุบาลอํานาจเจริญ โรงเรียนชุมชนบานน้ําปลีก โรงเรียนบานปาติ้ว โรงเรียนนาผือโคกกอกโรงเรียนบานโคกเลาะ โรงเรียนบานหัวตะพาน โรงเรียนอนุบาลหัวตะพาน (รัตนวารี) โรงเรียนบานหนองแคนโรงเรียนชุมชนบานคําพระ โรงเรียนบานเวียงหลวง และโรงเรียนบานสรางถอ แลวจําเลยที่ ๑ไดมอบรายชื่อโรงเรียนทั้งหมดดังกลาว ใหกับผูมีชื่อไปประสานและมอบใหกับเจาหนาที่ที่เกี่ยวของของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใหจําเลยที่ ๒ ดําเนินการแจงจัดสรรงบประมาณใหโดยระบุใหปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณ และวงเงินงบประมาณที่แตละโรงเรียนจะไดรับจัดสรรสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไมสามารถใชจายเงินงบประมาณดังกลาวไดตามแผนงานโครงการปกติที่จําเลยที่ ๒ เสนอของบประมาณ แตตองใชจายตามความประสงคของจําเลยที่ ๑กับพวก โดยมีการจัดทําบัญชีคุมยอดรายการแปรญัตติ พ.ศ. ๒๕๕๕ (ใบโควตา) เพื่อใชในการควบคุมการใชจายงบประมาณในสวนนี้เปนการเฉพาะ ซึ่งในสวนของพรรคเพื่อไทยไดรับวงเงินทั้งสิ้น๒,๕๖๘,๔๒๐,๐๐๐ บาท และจําเลยที่ ๑ ไดรับวงเงินจัดสรร ๖๐ ลานบาท นอกจากนี้ จําเลยที่ ๑ยังไดแจงกับจําเลยที่ ๓ นายประยูร เหมือนเหลา ผูอํานวยการโรงเรียนอนุบาลอํานาจเจริญและ นายประสิทธิ์ สิงหงาม ผูอํานวยการโรงเรียนอนุบาลหัวตะพาน (รัตนวารี) วาเปนงบแปรญัตติจากสมาชิกสภาผูแทนราษฎรพรรคเพื่อไทย จัดสรรใหกับโรงเรียนในเขตพื้นที่จังหวัดอํานาจเจริญเพื่อกอสรางสนามฟุตซอล โดยจําเลยที่ ๑ และจําเลยที่ ๑๒ ไดประสานกับผูอํานวยการโรงเรียนในเขตพื้นที่จังหวัดอํานาจเจริญไวลวงหนา เพื่อตระเตรียมการดําเนินการจัดซื้อจัดจางงานปรับปรุงหนา ๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ สนามกีฬาพรอมอุปกรณ (สนามฟุตซอล) และติดตอประสานกับผูอํานวยการโรงเรียนทั้ง ๑๕ แหงใหเขารวมรับฟงการชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับงบประมาณที่จัดสรรและการตระเตรียมการดําเนินการจัดซื้อจัดจาง ณ รานอาหารตนออลาบเปด ตั้งอยูในอําเภอเมืองอํานาจเจริญ จังหวัดอํานาจเจริญซึ่งมี นางสาวนงลักษณ บัวบุตร นองจําเลยที่ ๑ เปนเจาของราน โดยมีจําเลยที่ ๑๒ เปนผูชี้แจงและแจกซองสีน้ําตาลขนาด A๔ (เขียนชื่อโรงเรียนไวหนาซอง) ใหกับผูอํานวยการโรงเรียนหรือผูที่ผูอํานวยการโรงเรียนมอบหมาย ภายในซองสีน้ําตาลจะมีแผนซีดีและตัวอยางเอกสารตาง ๆโดยแนะนําใหโรงเรียนจัดทําคําขอรับการสนับสนุนงบประมาณตามขอมูลในแผนซีดีและแบบฟอรมเอกสารประกอบดวย หนังสือขอรับการสนับสนุนงบประมาณปรับปรุงสนามกีฬาโรงเรียน โครงการปรับปรุงสนามกีฬาโรงเรียน คําสั่งแตงตั้งคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงสนามกีฬาโรงเรียนตามโครงการและบันทึกขอความ กําหนดหลักการ เหตุผล วัตถุประสงค เปาหมาย วิธีดําเนินการ ระยะเวลางบประมาณ ผลที่คาดวาจะไดรับ รวมถึงกําหนดวาตองการสนามฟุตซอลพื้นยางสังเคราะห (EVA)พรอมอุปกรณเสริม คุณลักษณะเฉพาะ ปริมาณของอุปกรณกีฬา ดีวีดี หนังสือตาง ๆ อันเปนการกระทําที่แตกตางจากการขอรับการสนับสนุนงบประมาณในกรณีปกติ โดยทําเสมือนหนึ่งวาเปนการของบประมาณปกติทั้งที่ลวงเลยเวลาที่จะทําเชนนั้นไดโดยชอบดวยกฎหมาย นอกจากนี้ ยังมีขอมูลแบบฟอรมเอกสารที่เกี่ยวของกับการดําเนินการจัดซื้อจัดจางดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส ตัวอยางเอกสารเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจางทุกขั้นตอน และในแผนซีดียังมีขอมูลการกําหนดราคากลาง และการกําหนดใหใชสถานที่บริการตลาดกลางทางอิเล็กทรอนิกสแหงเดียวกัน เพื่อวัตถุประสงคที่ใหประโยชนแกจําเลยที่ ๔และที่ ๖ เปนผูมีสิทธิทําสัญญากับโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ) โดยหลีกเลี่ยงการแขงขันราคาอยางเปนธรรม อันเปนการกระทําใด ๆ เปนเหตุใหผูอื่นไมมีโอกาสเขาทําการเสนอราคาอยางเปนธรรม ตอมาวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ จําเลยที่ ๒ ซึ่งรูอยูแลววาโรงเรียนทั้ง ๑๕ แหงไมมีโครงการและไมเคยขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อกอสรางสนามกีฬาฟุตซอลไปยังสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒๙ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญและสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แตประการใด ไดแจงเรื่องการจัดสรรงบประมาณป ๒๕๕๕งบลงทุน คาที่ดินและสิ่งกอสรางไปยังผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒๙พรอมสงรายชื่อโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ) รายการปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณหนา ๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ จํานวน ๓ แหง คือ โรงเรียนอํานาจเจริญ โรงเรียนสรางนกทาวิทยาคม และโรงเรียนศรีเจริญศึกษาไดรับงบประมาณโรงเรียนละ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตามความประสงคของจําเลยที่ ๑ และไดแจงการจัดสรรงบประมาณไปยังจําเลยที่ ๓ พรอมทั้งสงรายชื่อโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ)รายการปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณ จํานวน ๑๒ แหง คือ โรงเรียนบานโคกเลาะ โรงเรียนบานหัวตะพานโรงเรียนอนุบาลหัวตะพาน (รัตนวารี) โรงเรียนบานหนองแคน โรงเรียนอนุบาลอํานาจเจริญและโรงเรียนเมืองอํานาจเจริญ ไดรับงบประมาณโรงเรียนละ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท โรงเรียนชุมชนบานคําพระโรงเรียนบานเวียงหลวง โรงเรียนบานสรางถอ โรงเรียนชุมชนบานน้ําปลีก โรงเรียนบานปาติ้วและโรงเรียนนาผือโคกกอก ไดรับงบประมาณโรงเรียนละ ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท ตามหนังสือสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ศธ ๐๔๐๐๖/ว ๙๑๐ ลงวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ตามความประสงคของจําเลยที่ ๑ ซึ่งจําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ และจําเลยที่ ๑๒ รูอยูแลววาโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒๙ กับโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญที่จะไดรับงบประมาณกอสรางสนามกีฬาตามรายชื่อที่จําเลยที่ ๑กําหนดดังกลาว ไมไดมีความจําเปนและไมมีความตองการที่จะกอสรางสนามกีฬาในปงบประมาณพ.ศ. ๒๕๕๕ ทั้งไมเคยขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อกอสรางสนามกีฬาฟุตซอลไปยังสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒๙ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญและสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แตประการใด สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญและโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรไมไดมีการสํารวจความตองการและความขาดแคลนใหเปนไปตามกรอบ/รายการที่ไดรับจัดสรรงบประมาณอยางแทจริง และถือไมไดวาเปนรายการปรับปรุงสิ่งกอสรางอื่นเชน สนามกีฬาโรงเรียนที่ชํารุดทรุดโทรมและประสบอุบัติภัยตามรายการจัดสรรงบประมาณ เนื่องจากเปนการกอสรางสนามกีฬาแหงใหมในบริเวณพื้นที่ของโรงเรียน กรณีดังกลาวจึงไมเขาขายตามวัตถุประสงคของการบริหารงบประมาณประจําป ๒๕๕๕ (งบแปรญัตติ) และมีลักษณะเปนการกระทําดวยประการใด ๆที่มีผลใหสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือกรรมาธิการมีสวนไมวาโดยทางตรงหรือทางออมในการใชงบประมาณรายจายจะกระทํามิได และเปนการสั่งการโดยตรงโดยกําหนดรายชื่อโรงเรียน วงเงินงบประมาณและกําหนดใหปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณเทานั้น เพื่อใหเปนไปตามความประสงคของจําเลยที่ ๑ซึ่งเมื่อสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ ไดรับหนังสือแจงจัดสรรงบประมาณป ๒๕๕๕หนา ๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ งบลงทุน คาที่ดินและสิ่งกอสราง รายการปรับปรุงซอมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบและสิ่งกอสรางที่ชํารุดทรุดโทรม คาปรับปรุงสนามกีฬาและอุปกรณในสังกัด จํานวน ๑๒ สนาม รวมงบประมาณ๔๕ ลานบาท พรอมทั้งรายชื่อโรงเรียนที่ไดรับการจัดสรรงบประมาณใหกอสรางปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณจากสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานแลว เมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๕จําเลยที่ ๓ ยอมรับการจัดสรรงบประมาณดังกลาวและใหความรวมมือแจงจัดสรรงบประมาณไปยังโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญที่จะไดรับงบประมาณกอสรางสนามกีฬา จํานวน ๑๒ แหง ตามรายชื่อที่จําเลยที่ ๑ กําหนดไว ทั้งที่รูวาโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหงไมมีโครงการและไมเคยขอสนับสนุนงบประมาณเพื่อกอสรางสนามกีฬาฟุตซอลไปยังสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ และสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยไมทักทวงถึงที่มาของงบประมาณ ไมวิเคราะหความขาดแคลน ความจําเปนเรงดวนของแตละโรงเรียน ไมเปนไปตามความตองการที่แทจริงและไมเปนไปตามวัตถุประสงคของการขอเพิ่มเติมงบประมาณที่ตองการชวยเหลือโรงเรียนที่ประสบอุบัติภัยหรือมีความจําเปนเรงดวน เปนเหตุใหเกิดความเสียหายแกทางราชการและการบริหารงบประมาณแผนดิน นอกจากนี้ จําเลยที่ ๓ ไดมีคําสั่งที่ ๒๐๐/๒๕๕๕ ลงวันที่๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เรื่อง แตงตั้งคณะกรรมการกําหนดราคากลาง รายการปรับปรุงสนามกีฬาและอุปกรณ เพื่อพิจารณากําหนดราคากลาง แบบแปลนการกอสราง และประมาณราคาวัสดุเพื่อใชเปนแนวทางดําเนินการของโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรงบประมาณ โดยจําเลยที่ ๓ เปนประธานคณะกรรมการกําหนดราคากลาง ชุดที่ ๑ (สนามละ ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท) และชุดที่ ๒ (สนามละ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท) พรอมแตงตั้งให นายสรรพสิทธิ์ บุญเทียม วิศวกรผูเขียนแบบโครงการกอสรางปรับปรุงสนามกีฬาโรงเรียน (สนามฟุตซอล) รวมเปนคณะกรรมการดวย คณะกรรมการกําหนดราคากลางไดรวมกันลงนามในใบประมาณการราคาวัสดุ ประมาณราคาโครงการกอสรางพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กสนามกีฬาและแบบประมาณการราคาวัสดุ โดยนําขอมูลในแผนซีดีที่ไดรับจากจําเลยที่ ๑๒ มาดําเนินการกําหนดราคากลางโดยมิไดสืบราคาตามทองตลาด แตประการใด เปนเหตุใหการกําหนดราคากลางสูงและแพงกวาราคาทองตลาดโดยมีเจตนาใหโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรงบประมาณนําไปใชในการดําเนินการจัดซื้อจัดจาง ตอมาจําเลยที่ ๓ประสานผูอํานวยการโรงเรียนที่ไดรับแจงจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ) ทั้ง ๑๒ แหง ใหเขารวมรับฟงการชี้แจงเกี่ยวกับขั้นตอนการดําเนินการจัดซื้อจัดจางโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส และใหบุคคลที่จําเลยที่ ๑๒หนา ๑๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ ติดตอประสานไวกอนแลว คือ นายกิตตกวินเดชน วงศหมั่น ผูแทนจากบริษัทปอป เนทเวอรค จํากัดผูใหบริการตลาดกลางทางอิเล็กทรอนิกส เขารวมชี้แจงเกี่ยวกับเงื่อนไขและการใชบริการตลาดกลางทางอิเล็กทรอนิกสของบริษัท และวางแผนงานโดยกําหนดตารางปฏิทินวันเวลาขั้นตอนการดําเนินการของแตละโรงเรียนทั้งนี้ โดยมีเจตนาที่จะใหโรงเรียนที่ไดรับการจัดสรรงบประมาณใชบริษัทปอป เนทเวอรค จํากัดเปนผูใหบริการตลาดกลางทางอิเล็กทรอนิกสในการเสนอราคา (เคาะราคา) เพื่ออํานวยความสะดวกใหกับกลุมผูเสนอราคาบางกลุม ประกอบดวย จําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ ในการเขาเสนอราคาโดยครูหรือผูที่ไดรับมอบหมายของแตละโรงเรียนคัดลอกขอมูลจากเจาหนาที่สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ อันมีรายละเอียดทุกขั้นตอนที่ใชในการดําเนินการจัดซื้อจัดจางดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสในโครงการปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณ (สนามฟุตซอล)มีการกําหนดรายละเอียดไวเรียบรอยแลวเพียงแตกรอกขอมูล เชน ชื่อโรงเรียน รายชื่อคณะกรรมการชุดตาง ๆรวมถึงรายละเอียดของแตละโรงเรียน เสนอผูอํานวยการโรงเรียนและผูที่ถูกแตงตั้งเปนคณะกรรมการชุดตาง ๆลงลายมือชื่อ โดยไดนําขอมูลดังกลาวมาปรับแกใหเขากับขอมูลรายละเอียดการจัดซื้อจัดจางของแตละโรงเรียนทําใหผูที่มีรายชื่อเปนคณะกรรมการชุดตาง ๆ ไมไดทําหนาที่ตามระเบียบและขั้นตอนของทางราชการอันเปนการแสดงใหเห็นวาจําเลยทั้งสิบสองมีเจตนาตกลงรวมกันที่จะกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ ตั้งแตตน หลังจากคณะกรรมการกําหนดราคากลางกําหนดราคากลางเสร็จแลว จําเลยที่ ๓ มอบหมายให นายธนัญชัย สายสุดรองผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญมีหนังสือแจงจัดสรรงบประมาณไปยังโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหง แลวโรงเรียนจัดทําหนังสือขออนุมัติแบบรูปรายการ ประมาณราคาวัสดุคาปรับปรุงสนามกีฬาและอุปกรณ เสนอจําเลยที่ ๓ เพื่อพิจารณา โดยสงประมาณการราคาและขออนุมัติใชแบบรูปรายการคาปรับปรุงซอมแซมอาคารเรียนอาคารประกอบรายการปรับปรุงสนามกีฬาและอุปกรณ (สนามฟุตซอล) และแบบสนามกีฬาคอนกรีตเสริมเหล็กที่มี นายสรรพสิทธิ์ บุญเทียมเปนผูเขียนแบบ โดยแบบรูปรายการปรับปรุงสนามกีฬา (สนามฟุตซอล) และแบบแปลนสนามกีฬาคอนกรีตเสริมเหล็กที่จําเลยที่ ๓ อนุมัตินั้น เปนแบบรูปรายการที่เจาหนาที่พัสดุหรือเจาหนาที่ที่ไดรับมอบหมายของโรงเรียนแตละแหงไดเขารวมประชุมที่สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญและคัดลอกมาจากเจาหนาที่สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญซึ่งไดขอมูลมาจากหนา ๑๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ แผนซีดีที่ไดรับจากจําเลยที่ ๑๒ จากนั้น จําเลยที่ ๓ มอบหมายให นายไพรวัลย จันทะนะรองผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ แจงอนุมัติเงินประจํางวดงบประมาณป ๒๕๕๕ คาปรับปรุงสนามฟุตซอลและอุปกรณ (งบแปรญัตติ) และแจงดวยวาเมื่อดําเนินการหาผูรับจางไดแลวใหรีบทําสัญญาและใหสงเอกสารสําเนาสัญญาขอผูกพันงบประมาณจากระบบ GFMIS ทันที ไมเกินวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๕ ซึ่งสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ และโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรงบประมาณ ไมไดวิเคราะหความขาดแคลนตามรายการงบประมาณที่ไดรับจัดสรร ไมไดจัดทําประมาณราคาวัสดุตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แกไขเพิ่มเติม รวมทั้งไมไดใชแบบรูปรายการกอสรางมาตรฐานของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหง ประกาศประกวดราคาจางปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส และกําหนดชวงวันเวลาเดียวกันกําหนดใหใชสถานที่บริการตลาดกลางทางอิเล็กทรอนิกสแหงเดียวกันคือ บริษัทปอป เนทเวอรค จํากัดโดยเอกสารแนบทายประกาศประกวดราคาจางปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสของโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหง เปนรูปแบบเดียวกันตรงตามที่ไดคัดลอกขอมูลจากเจาหนาที่สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ โดยกําหนดคุณลักษณะเฉพาะของสนามฟุตซอลที่จะดําเนินการกอสราง ประกอบดวย พื้นคอนกรีต พื้นยางสังเคราะห (EVA)เสาประตูฟุตซอล ลูกฟุตซอล หนังสือคัมภีรกีฬาชุด ดีวีดีสอนกีฬา ๘ ประเภท หนังสือกายบริหารหนังสือชุดความรูเรื่องโรค และหนังสือสุขบัญญัติ ๑๐ ประการ หลังจากนั้น มีกลุมผูประกอบการที่ยื่นเสนอราคา ๓ ราย คือ จําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ ซึ่งมีคุณสมบัติไมครบถวนถูกตองตามเงื่อนไขที่กําหนดในการประกวดราคา มีพฤติการณเขามายื่นซองประกวดราคาหมุนเวียนเปนคูเปรียบเทียบราคากันในการประกวดราคาในคราวเดียวกัน อันเปนการขัดขวางการแขงขันราคาอยางเปนธรรม และปลอมเอกสารและใชเอกสารปลอมหลายรายการในการเสนอราคา โดยในขณะเสนอราคาจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ ไดรวมกันใชหรืออางเอกสารหนังสือจากบริษัทผูผลิตหรือผูจําหนายเปนรายเดียวกันและเปนเอกสารฉบับเดียวกันในการยื่นเสนอราคากับโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหง ในคราวเดียวกันโดยใชหรืออางหนังสือหรือเอกสารการรับรองมาตรฐานและคุณสมบัติของแผนยางสังเคราะห EVAเพื่อติดตั้งเปนพื้นสนามกีฬาจากหนวยงานราชการที่รับรองหรือออกใหกับจําเลยที่ ๑๐ ผูผลิตหนา ๑๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ หรือจําหนายแผนยางสังเคราะห EVA แบบจิ๊กซอว ซึ่งเปนเอกสารฉบับเดียวกัน ไดแก เอกสารรายงานการทดสอบความแข็งของตัวอยางแผนยางสังเคราะห EVA ของกรมวิทยาศาสตรบริการ ฉบับลงวันที่๑๐ เมษายน ๒๕๕๕ หนังสือสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตเชียงใหม เลขที่ ๔๒๓/๒๕๕๕ ใหไว ณ วันที่๒๘ เมษายน ๒๕๕๕ โดยรับรองวา แผนยางสังเคราะห EVA สามารถติดตั้งเปนสนามกีฬาไดมาตรฐานและเอกสารรายงานผลการทดสอบและวิเคราะหความแข็งของตัวอยางแผนยางสังเคราะห EVAจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงประเทศไทย (วว.) ฉบับลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๕ซึ่งคูฉบับรายงานผลการทดสอบของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตรฯ ระบุขอความดานลางวา “ผลการทดสอบ/วิเคราะหนี้ รับรองผลเฉพาะตัวอยางที่ไดทําการทดสอบ/วิเคราะห เทานั้น หามนําผลการทดสอบ/วิเคราะหไปโฆษณาโดยมิไดรับอนุญาตเปนลายลักษณอักษรจาก วว.” และกรมวิทยาศาสตรบริการระบุขอความดานลางวา “รายงานนี้รับรองเฉพาะวัตถุตัวอยางที่ไดทดสอบ/สอบเทียบเทานั้น ไมรับรองวัตถุหรือสินคาที่ใชรายงานนี้ในการโฆษณาหรืออางถึงหามคัดถายใบรับรองหรือรายงานผลแตเพียงบางสวนโดยไมไดรับอนุญาตจากกรมวิทยาศาสตรบริการเปนลายลักษณอักษร” จําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๑๑แกไขโดยลบขอความดังกลาว สําหรับหนังสือสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตเชียงใหม นั้นนายชัยสิทธิ์ สุริยจันทร รองอธิการบดีสถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตเชียงใหม ไมไดลงลายมือชื่อและไมเคยออกหนังสือรับรองดังกลาวใหกับจําเลยที่ ๑๐ และสถาบันการพลศึกษาฯ ไมเคยจัดซื้อจัดจางพื้นสนามกีฬาแบบแผนยางสังเคราะห EVA นอกจากนี้ มีบริษัทผูผลิตหรือผูจําหนายรายเดียวกันแตงตั้งจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ เปนตัวแทนจําหนายสินคาของบริษัทในครั้งเดียวกัน ไดแก จําเลยที่ ๑๐ผูผลิตหรือจําหนายแผนยางสังเคราะห EVA แบบจิ๊กซอว และดีวีดีสอนกีฬา ๘ ประเภท ตามหนังสือแตงตั้งตัวแทนจําหนายเลขที่ LO-๖๑๐ ลงวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๕ สํานักพิมพยูบุค ผูผลิตหรือจําหนายหนังสือชุดความรูเรื่องโรค ตามหนังสือแตงตั้งตัวแทนจําหนายฉบับลงวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๕บริษัท สํานักพิมพวีบุค จํากัด ผูผลิตหรือจําหนายหนังสือคัมภีรกีฬาชุด ตามหนังสือแตงตั้งตัวแทนจําหนายฉบับลงวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ โดยกิจการทั้ง ๓ แหง มีจําเลยที่ ๑๑ เปนกรรมการผูจัดการหรือผูจัดการ และสํานักพิมพวีบุค ผูผลิตหรือจําหนายหนังสือกายบริหารและหนังสือสุขบัญญัติ ๑๐ ประการโดยจําเลยที่ ๙ ผูจัดการสํานักพิมพวีบุค ตามหนังสือแตงตั้งตัวแทนจําหนาย ฉบับลงวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๕จําเลยที่ ๙ และที่ ๑๑ มีความสัมพันธเกี่ยวของในลักษณะหนึ่งลักษณะใดและถือไดวา จําเลยที่ ๙หนา ๑๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ และที่ ๑๑ เปนผูประกอบการรายเดียวกัน และไดรวมกันจัดทําหรือออกหนังสือแตงตั้งจําเลยที่ ๔ที่ ๖ และที่ ๘ ใหเปนตัวแทนจําหนายสินคาของจําเลยที่ ๑๐ สํานักพิมพยูบุค สํานักพิมพวีบุคและบริษัท สํานักพิมพวีบุค จํากัด โดยมีวัตถุประสงคเพื่อใชในการยื่นเสนอราคากับโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหงขางตนในคราวเดียวกัน จึงถือวาเปนการแตงตั้ง จําเลยที่ ๔ และที่ ๖ ใหเขาแขงขันประกวดราคากับจําเลยที่ ๘ ซึ่งเปนบริษัทในเครือหรือธุรกิจของจําเลยที่ ๙ และที่ ๑๑ เอง ถือวามิใชเปนไปในทางการประกอบธุรกิจปกติ โดยเฉพาะสินคาประเภทหนังสือตามรายชื่อขางตน ซึ่งไมมีการวางขายตามรานจําหนายหนังสือในทองตลาดทั่วไป พฤติการณของจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ จึงเปนการดําเนินการในลักษณะเสมือนเปนตัวแทนของจําเลยที่ ๙ ที่ ๑๐ และที่ ๑๑ ในการยื่นเสนอราคากับโรงเรียนทั้ง๑๒ แหง อีกทั้งยังปรากฏพฤติการณวา นางกนกอร ประเคนรี นองจําเลยที่ ๑๒ ไดรับการติดตอวาจางจากกลุมของ นายสุนี พรมคุณ หรือกํานันเปด และจําเลยที่ ๕ ใหไปซื้อและยื่นเอกสารประกวดราคาโครงการกอสรางสนามฟุตซอลในเขตพื้นที่จังหวัดอํานาจเจริญ ตกลงจายคาจางเปนเงินโรงเรียนละ๒,๐๐๐ บาท และใหจําเลยที่ ๕ จัดสงเอกสารตาง ๆ ที่ใชประกอบในการซื้อและยื่นเอกสารประกวดราคาของโรงเรียนใหกับ นายนัฏฐวัฒน ประเคนรี บุตร นางกนกอร เอกสารที่จัดสงเปนเอกสารเกี่ยวกับหนังสือมอบอํานาจ พรอมเอกสารตาง ๆ ของจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ เพื่อนําไปใชประกอบการซื้อและยื่นเอกสารประกวดราคา จากนั้น นางกนกอร ให นายนัฏฐวัฒน ซื้อและยื่นเอกสารประกวดราคาตามรายชื่อและเวลาที่จําเลยที่ ๕ กําหนด นายนัฏฐวัฒน พรอมดวยกลุมเพื่อนที่ทํางานที่เดียวกันเปนผูดําเนินการ โดยที่ผูมอบอํานาจและผูรับมอบอํานาจไมรูจักกันและไมมีความสัมพันธกัน แตอยางใดการดําเนินการดังกลาวสอพิรุธและผิดปกติวิสัยของผูประกอบการที่เขาเสนอราคาในโครงการที่มีมูลคางานจางเปนเงินจํานวนมาก อันแสดงใหเห็นวามีเจตนาตกลงรวมกันในการเสนอราคาตั้งแตตน นอกจากนี้ในสวนของการเสนอราคา จําเลยที่ ๙ และที่ ๑๑ ซึ่งเปนสามีภริยากัน สั่งให นางพิมพภัณฑจบหิมเวศน เปนผูดําเนินการเสนอราคา ตามที่จําเลยที่ ๙ และที่ ๑๑ เปนผูกําหนดใหกับจําเลยที่ ๔ที่ ๖ และที่ ๘ และสั่งการใหพรรคพวกของตนไปเสนอราคาใหกับคูเทียบ คือ จําเลยที่ ๖ และที่ ๘(ในโรงเรียนที่จําเลยที่ ๔ เปนคูสัญญา) และจําเลยที่ ๔ (ในโรงเรียนที่จําเลยที่ ๖ เปนคูสัญญา)โดยมีวัตถุประสงคที่จะใหจําเลยที่ ๔ ไดเขาเปนคูสัญญา จํานวน ๖ แหง คือ โรงเรียนเมืองอํานาจเจริญโรงเรียนอนุบาลอํานาจเจริญ โรงเรียนบานหัวตะพาน โรงเรียนอนุบาลหัวตะพาน (รัตนวารี) โรงเรียนบานโคกเลาะหนา ๑๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ และโรงเรียนชุมชนบานคําพระ และจําเลยที่ ๖ ไดเขาเปนคูสัญญา จํานวน ๓ แหง คือ โรงเรียนบานเวียงหลวงโรงเรียนบานหนองแคน และโรงเรียนบานสรางถอ และในการกอสรางสนามกีฬา (สนามฟุตซอล)ทั้ง ๙ แหง นี้ ไดกําหนดเงื่อนไขการประกันความชํารุดบกพรองไวในสัญญาเพียง ๑ ปทั้งที่มีปริมาณงานพื้นคอนกรีต เปนการไมปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๓๖เรื่อง มาตรการปองกัน หรือลดโอกาสในการสมยอมกันในการเสนอราคา ซึ่งกําหนดใหรับประกันความชํารุดบกพรองไมนอยกวา ๒ ป และเมื่อจําเลยที่ ๔ และที่ ๖ ดําเนินการกอสรางแลวเสร็จตามสัญญาจางและสงมอบงานแลว ปรากฏวาแผนยางสังเคราะหบวม โกงงอ ไมเรียบ บางแผนสีซีดเมื่อประกอบติดตั้งแลวรอยตอระหวางแผนไมแนบสนิทเปนสวนใหญ และแผนยางสังเคราะหไมสามารถตานแรงลมได จึงไมเปนไปตามแบบรูปรายการและรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ สนามกีฬาฟุตซอลไมสามารถใชงานไดจริงตามวัตถุประสงค เปนเหตุใหเกิดความเสียหายแกทางราชการ จําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๑๑จึงเปนผูมีสวนรวมในการกระทําความผิดกับจําเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๑๒ ในการปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบและโดยทุจริต เพื่อใหเกิดความเสียหายแกหนวยงานของรัฐ กระทําการทุจริตในกระบวนการจัดสรรงบประมาณประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ (งบแปรญัตติ) และกระทําการทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจางกอสรางสนามกีฬาพรอมอุปกรณ (สนามฟุตซอล) ดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสโดยมีลักษณะมุงหมายมิใหมีการแขงขันราคาอยางเปนธรรม เพื่อใหประโยชนแกผูใดผูหนึ่งเปนผูมีสิทธิเขาทําสัญญากับหนวยงานของรัฐ โดยไดตระเตรียมการใหเขาเปนคูสัญญา อันเปนผลสืบเนื่องจากการเจตนาสั่งการ บังคับบัญชา มอบหมายใหเจาหนาที่และผูที่เกี่ยวของกระทําการอันมิชอบดวยหนาที่โดยมีลักษณะแบงหนาที่กันทําการอันมิชอบดวยกฎหมาย มุงหมายแสวงหาประโยชนอันมิควรไดโดยชอบดวยกฎหมายสําหรับตนเองหรือผูอื่น ทําใหจําเลยที่ ๔ และที่ ๖ เปนผูมีสิทธิเขาทําสัญญากับหนวยงานของรัฐ ซึ่งเปนโรงเรียนที่ไดรับการจัดสรรงบประมาณ โดยหลีกเลี่ยงการแขงขันราคาอยางเปนธรรม อันเปนการกระทําที่กอใหเกิดความเสียหายแกระบบราชการและแผนดิน เหตุเกิดที่แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร อําเภอเมืองอํานาจเจริญ และอําเภอหัวตะพาน จังหวัดอํานาจเจริญเกี่ยวพันกัน จําเลยที่ ๒ เปนบุคคลคนเดียวกับจําเลยที่ ๔ ในคดีหมายเลขดําที่ อม. ๑๗/๒๕๖๔ ของศาลนี้จําเลยที่ ๕ เปนบุคคลคนเดียวกับจําเลยที่ ๗๖ ในคดีหมายเลขดําที่ อม. ๑๗/๒๕๖๔ ของศาลนี้และเปนบุคคลคนเดียวกับจําเลยที่ ๓ ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. ๙๙/๒๕๖๖ และจําเลยที่ ๒หนา ๑๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. ๑๕๙/๒๕๖๖ ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๔ จําเลยที่ ๙เปนบุคคลคนเดียวกับจําเลยที่ ๗๔ ในคดีหมายเลขดําที่ อม. ๑๗/๒๕๖๔ ของศาลนี้ และเปนบุคคลคนเดียวกับจําเลยที่ ๓ ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. ๑๐๐/๒๕๖๖ และจําเลยที่ ๒ ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. ๑๖๐/๒๕๖๖ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๔ จําเลยที่ ๑๑ เปนบุคคลคนเดียวกับจําเลยที่ ๘๒ในคดีหมายเลขดําที่ อม. ๑๗/๒๕๖๔ ของศาลนี้ และเปนบุคคลคนเดียวกับจําเลยที่ ๔ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. ๑๐๐/๒๕๖๖ และจําเลยที่ ๔ ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. ๑๖๐/๒๕๖๖ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๔ จําเลยที่ ๑๒ เปนบุคคลคนเดียวกับจําเลยที่ ๔ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. ๙๙/๒๕๖๖ และจําเลยที่ ๓ ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. ๑๕๙/๒๕๖๖ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๔ ขอใหลงโทษจําเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๖, มาตรา ๙๑, มาตรา ๑๕๑ และมาตรา ๑๕๗ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๗๒และมาตรา ๑๙๒ พระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒มาตรา ๗, มาตรา ๑๐, มาตรา ๑๑, มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๖ จําเลยที่ ๒ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑, มาตรา ๑๕๑ และมาตรา ๑๕๗พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๑๗๒ และมาตรา ๑๙๒ พระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐพ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๗, มาตรา ๑๐, มาตรา ๑๑, มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๖ จําเลยที่ ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑, มาตรา ๑๕๑ และมาตรา ๑๕๗พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๑๗๒ และมาตรา ๑๙๒ พระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐพ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๖ จําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๑๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖ มาตรา ๙๑ มาตรา ๑๕๑หนา ๑๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ และมาตรา ๑๕๗ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๗๒ และมาตรา ๑๙๒ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๖ พระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒มาตรา ๔ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๖ และจําเลยที่ ๑๒ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖ มาตรา ๙๑ มาตรา ๑๕๑และมาตรา ๑๕๗ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๗๒ และมาตรา ๑๙๒ พระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๗ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖ และขอใหนับโทษจําคุกจําเลยที่ ๒ ที่ ๕ ที่ ๙ ที่ ๑๑ และที่ ๑๒ ในคดีนี้ตอจากโทษจําคุกของจําเลยแตละคนในคดีดังกลาวโจทกยื่นฟองกรณีไมปรากฏตัวจําเลยที่ ๖ และที่ ๗ ตอหนาศาล ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๗วรรคสองศาลสงหมายเรียกและสําเนาคําฟองใหจําเลยที่ ๖ และที่ ๗ ทราบโดยชอบแลว จําเลยที่ ๖ และที่ ๗ไมมาศาล และไดออกหมายจับแลวแตไมสามารถจับตัวไดภายในกําหนด จึงพิจารณาคดีโดยไมตองกระทําตอหนาจําเลยที่ ๖ และที่ ๗ และจําเลยที่ ๖ และที่ ๗ ไมมาศาลในวันนัดพิจารณาครั้งแรกถือวาจําเลยที่ ๖ และที่ ๗ ใหการปฏิเสธ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๘ วรรคหนึ่ง วรรคสองและมาตรา ๓๓ วรรคสาม แตจําเลยที่ ๖ และที่ ๗ ตั้งทนายความมาดําเนินการแทนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองพ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๘ วรรคสองจําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๕ และที่ ๘ ถึงที่ ๑๒ ใหการปฏิเสธ แตจําเลยที่ ๒ ที่ ๕ ที่ ๙ ที่ ๑๑และที่ ๑๒ รับวาเปนบุคคลคนเดียวกับจําเลยในคดีที่โจทกขอใหนับโทษตอหนา ๑๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ ระหวางไตสวนพยานจําเลย จําเลยที่ ๖ และที่ ๗ มาศาลจําเลยที่ ๓ ยื่นคํารองขอใหวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องตนในปญหาขอกฎหมายวา คณะกรรมการ ป.ป.ช.ตองไตสวนและวินิจฉัยคดีใหแลวเสร็จภายในเวลาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด ซึ่งตองไมเกินสองปนับแตวันที่เริ่มดําเนินการไตสวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๘ และตามมาตรา ๑๙๒ วรรคสอง กําหนดใหการดําเนินการตรวจรับคํากลาวหา แสวงหาขอเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานไตสวนและมีความเห็นหรือวินิจฉัย ตองดําเนินการใหแลวเสร็จตามมาตรา ๔๘ เวนแตระยะเวลาดังกลาวไดลวงพนไปแลวหรือเหลือนอยกวาที่กําหนดไว ใหนับระยะเวลาเริ่มตนใหมตั้งแตวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใชบังคับ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงตองดําเนินการไตสวนและตองมีความเห็นหรือวินิจฉัยใหแลวเสร็จภายในเวลาไมเกิน ๒ ป นับแตวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑ เมื่อนับระยะเวลาตั้งแตวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ซึ่งเปนวันที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เริ่มดําเนินการไตสวน ถึงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๓เปนเวลานานถึง ๖ ปแลว จึงไมอาจอางเหตุจําเปนที่จะขยายเวลาออกไปอีก ๑ ป ตามมาตรา ๔๘ วรรคสาม ไดเมื่อลวงเลยกําหนดเวลา ๒ ป ตามมาตรา ๔๘ วรรคหนึ่ง คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไมมีอํานาจไตสวนและมีความเห็นหรือวินิจฉัยอีกตอไป โจทกจึงไมมีอํานาจฟอง ศาลมีคําสั่งใหรอไวสั่งในคําพิพากษาจําเลยที่ ๑๐ และที่ ๑๑ ยื่นคํารองขอใหวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องตนในปญหาขอกฎหมายวาคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตองไตสวนและวินิจฉัยคดีภายใน ๑๘๐ วัน นับแตวันที่รับเรื่องกลาวหาและขอขยายไดไมเกิน ๙๐ วัน และคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือพนักงานไตสวนผูรับผิดชอบมิไดไตสวนและวินิจฉัยภายใน ๒ ป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๘ ประกอบมาตรา ๑๙๒ โจทกจึงไมมีอํานาจฟอง ศาลมีคําสั่งใหรอไวสั่งในคําพิพากษาพิเคราะหพยานหลักฐานตามทางไตสวนของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองประกอบสํานวนการไตสวนของโจทก และคําแถลงปดคดีของจําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๕ และที่ ๘ ถึงที่ ๑๒ แลวขอเท็จจริงเบื้องตนรับฟงไดวา ขณะเกิดเหตุ จําเลยที่ ๑ ดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดอํานาจเจริญ เขตเลือกตั้งที่ ๑ (อําเภอเมืองอํานาจเจริญ และอําเภอหัวตะพาน) มีหนาที่พิจารณารางพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ และคําขอแปรญัตติเพิ่มเติมงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ จําเลยที่ ๑ ไดรับแตงตั้งเปนที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการหนา ๑๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ ดานการศึกษา ตามสําเนาหนังสือสภาผูแทนราษฎร ดวนที่สุด ที่ ๔๘๔๐/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๔เอกสารหมาย จ.๒๒๒ จําเลยที่ ๒ ดํารงตําแหนงเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ มีหนาที่และอํานาจรับผิดชอบควบคุมขาราชการประจําในสํานักงาน แปลงนโยบายเปนแนวทางและแผนปฏิบัติการ กํากับการปฏิบัติงานของสวนราชการในสํานักงานใหเกิดผลสัมฤทธิ์ รวมทั้งเรงรัดติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติราชการของสวนราชการในสํานักงาน และเปนผูบังคับบัญชาขาราชการในสํานักงานรองจากรัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของขาราชการในสํานักงาน และเปนผูบังคับบัญชาขาราชการในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือในสถานศึกษาที่อยูในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ จําเลยที่ ๓ดํารงตําแหนงผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ตามคําสั่งสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ๑๓๕๐/๒๕๕๔ เอกสารหมาย ล.๓/๔มีอํานาจหนาที่เปนผูบังคับบัญชาขาราชการ และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาใหเปนไปตามนโยบาย แนวทาง และแผนปฏิบัติราชการของกระทรวง ในกรณีที่มีกฎหมายอื่นกําหนดอํานาจหนาที่ของผูอํานวยการไวเปนการเฉพาะ ตามเอกสารหมาย ล.๓/๗ และมีอํานาจอนุมัติเบิกเงินกับคลังจังหวัดที่อยูในความรับผิดชอบของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในสังกัดตามคําสั่งสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ๒๐/๒๕๔๖ เรื่อง มอบอํานาจการเบิกเงินกับคลังจังหวัด ลงวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๔๖ เอกสารหมาย จ.๓๒๗ หนา ๑๑๔๘๑ จําเลยที่ ๕เปนหุนสวนผูจัดการของจําเลยที่ ๔ จําเลยที่ ๗ เปนกรรมการผูจัดการของจําเลยที่ ๖ จําเลยที่ ๙เปนกรรมการผูจัดการของจําเลยที่ ๘ และเปนผูจัดการสํานักพิมพวีบุค ผูผลิตหรือจําหนายหนังสือกายบริหารและหนังสือสุขบัญญัติ ๑๐ ประการ จําเลยที่ ๑๑ เปนกรรมการผูจัดการของจําเลยที่ ๑๐ ซึ่งเปนผูผลิตหรือจําหนายแผนยางสังเคราะห (EVA) แบบจิ๊กซอว และดีวีดีสอนกีฬา ๘ ประเภท นอกจากนั้นจําเลยที่ ๑๑ ยังเปนผูจัดการสํานักพิมพยูบุค ผูผลิตหรือจําหนายหนังสือชุดความรูเรื่องโรค และเปนผูจัดการบริษัท สํานักพิมพวีบุค จํากัด ผูผลิตหรือจําหนายหนังสือคัมภีรกีฬาชุดอีกดวย จําเลยที่ ๑๐แตงตั้งจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ เปนตัวแทนจําหนายสินคาของบริษัทในครั้งเดียวกัน ตามหนังสือแตงตั้งตัวแทนจําหนายเลขที่ LO-๖๑๐ ลงวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๕ เอกสารหมาย จ.๑๐๕หนา ๑๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ หนา ๕๓๘๖, ๕๔๑๘ และ ๕๔๕๔ สํานักพิมพยูบุคแตงตั้งจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ เปนตัวแทนจําหนายสินคาของบริษัทในครั้งเดียวกัน ตามหนังสือแตงตั้งตัวแทนจําหนาย ฉบับลงวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๕เอกสารหมาย จ.๑๐๕ หนา ๕๓๘๘, ๕๔๒๑ และ ๕๔๕๕ บริษัท สํานักพิมพวีบุค จํากัดแตงตั้งจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ เปนตัวแทนจําหนายสินคาของบริษัทในครั้งเดียวกัน ตามหนังสือแตงตั้งตัวแทนจําหนาย ฉบับลงวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เอกสารหมาย จ.๑๐๕ หนา ๕๓๘๙, ๕๔๑๙และ ๕๔๕๖ สํานักพิมพวีบุค แตงตั้งจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ เปนตัวแทนจําหนายสินคาของบริษัทในครั้งเดียวกัน ตามหนังสือแตงตั้งตัวแทนจําหนาย ฉบับลงวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๕เอกสารหมาย จ.๑๐๕ หนา ๕๓๘๗, ๕๔๒๐ และ ๕๔๕๗ จําเลยที่ ๙ และที่ ๑๑ เปนสามีภริยากันจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ เปนผูเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ จําเลยที่ ๑๒ ดํารงตําแหนงผูอํานวยการโรงเรียนบานโนนมวงโนนจิก อําเภอศรีเมืองใหม จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๔๖เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีคําสั่งที่ ๒๒/๒๕๔๖ มอบอํานาจใหผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและผูอํานวยการสถานศึกษาปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับการซื้อการจางตามสําเนาคําสั่ง เอกสารหมาย จ.๑๐๔ หนา ๕๐๕๘และ ล.๓/๙ วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ สภาผูแทนราษฎรพิจารณารับหลักการรางพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ตอมาคณะรัฐมนตรีมีมติตัดงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ลดลงเหลือ ๑๐,๐๑๑,๑๑๑,๒๐๐ บาท สํานักงบประมาณสํานักนโยบายและแผนงบประมาณ มีบันทึกขอความ ดวนที่สุด ที่ นร.๐๗๑๖/๑๙๓๓ ลงวันที่๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เสนอความเห็นตอนายกรัฐมนตรี ใหหนวยงานที่จะเสนอขอเพิ่มเติมงบประมาณ(งบแปรญัตติ) เสนอรวมทั้งรวบรวมจัดสงใหสํานักงบประมาณภายในวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ตามเอกสารหมาย จ.๒๑๖ วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแนวทางหลักเกณฑ และขั้นตอนการเสนอขอเพิ่มงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ตามหนังสือสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร. ๐๕๐๖/ว ๒๓๒ ลงวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔เอกสารหมาย จ.๒๑๗ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ มีมติตั้งคณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณางบประมาณ วันที่หนา ๒๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ตอมาวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ จําเลยที่ ๒ มีบันทึกขอความ ๒ ฉบับถึงปลัดกระทรวงศึกษาธิการ คือ บันทึกขอความ ดวนที่สุด ที่ ศธ ๐๔๐๐๖/๒๒๓๒ เรื่อง การเสนอขอเพิ่มงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ ๒๕๕๕ ขอเพิ่มเติมงบประมาณรวมทั้งสิ้น๗,๙๓๖,๗๗๖,๘๔๐ บาท โดยมีกิจกรรมกอสรางปรับปรุงซอมแซมอาคารเรียนและสิ่งกอสรางประกอบสําหรับโรงเรียนปกติ รายการคากอสรางปรับปรุงซอมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบและสิ่งกอสรางอื่นที่ชํารุดทรุดโทรมและที่ประสบอุบัติภัยอยูแลว จํานวน ๑,๕๐๐ ลานบาท ตามเอกสารหมาย จ.๒๑๙หนา ๙๔๐๒ ถึง ๙๔๐๖ และบันทึกขอความ ดวนที่สุด ที่ ศธ ๐๔๐๐๖/๒๒๕๓ เรื่อง การเสนอขอเพิ่มงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ ๒๕๕๕ (เพิ่มเติม) โดยเสนอขอเพิ่มเติมงบประมาณรายจาย(เพิ่มเติม) ๑๐,๐๐๐ ลานบาท ในแผนงานขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษาผลผลิตผูจบการศึกษาภาคบังคับซึ่งมีการระบุเปนคาที่ดิน และสิ่งกอสราง รายการคากอสรางปรับปรุงซอมแซมอาคารเรียนอาคารประกอบสิ่งกอสรางที่ชํารุดทรุดโทรมและที่ประสบอุบัติภัย จํานวน ๗,๐๐๐ ลานบาทโดยมีการระบุเหตุผลและคําชี้แจง ในขอ ๔ เพื่อกอสรางสนามกีฬาใหกับโรงเรียนสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามเอกสารหมาย จ.๒๒๐ วันเดียวกัน นายวรวัจน เอื้ออภิญญกุลรัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ มีหนังสือถึงผูอํานวยการสํานักงบประมาณ เสนอขอเพิ่มงบประมาณเปนยอดวงเงินทั้งหมด ๒๗,๒๖๖.๕๘๑๙ ลานบาท ตามหนังสือกระทรวงศึกษาธิการ ดวนที่สุดที่ ศธ ๐๒๐๘/๔๑๔๘ เอกสารหมาย จ.๒๒๑ หนา ๙๔๑๐ ถึง ๙๔๑๑ วันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๔สํานักงบประมาณมีหนังสือเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบการเสนอขอเพิ่มงบประมาณในสวนของกระทรวงศึกษาธิการเปนเงิน ๖,๘๔๖.๕ ลานบาท และเปนงบประมาณในสวนของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน งบลงทุน ๕,๓๐๗,๓๐๕,๐๐๐ บาท ซึ่งเปนคาที่ดินและสิ่งกอสรางเปนเงิน ๓,๙๔๗,๓๐๕,๐๐๐ บาท คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สํานักงบประมาณเสนอตามเอกสารหมาย จ.๒๒๓ และ จ.๒๒๔ ตอมาคณะกรรมาธิการพิจารณารางพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ อนุมัติงบประมาณในแผนงานขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษา ผลผลิตผูจบการศึกษาภาคบังคับ งบลงทุนครุภัณฑที่ดินและสิ่งกอสรางเปนเงิน๔,๔๕๙,๔๒๐,๐๐๐ บาท แยกเปนครุภัณฑงานบานงานครัวเปนเงิน ๕๑๒,๑๔๒,๐๐๐ บาทคาที่ดินและสิ่งกอสรางที่มีราคาตอหนวยต่ํากวา ๑๐ ลานบาท เปนเงิน ๓,๙๔๗,๒๗๘,๐๐๐ บาทหนา ๒๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ ตามเอกสารหมาย จ.๒๗๗ หนา ๑๐๗๘๓ และเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ ๒๕๕๕ มีการประกาศใชพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ จําเลยที่ ๒มีหนังสือสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ศธ ๐๔๐๐๖/ว ๙๑๐ ลงวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕เรื่อง จัดสรรงบประมาณป ๒๕๕๕ งบลงทุน คาที่ดินและสิ่งกอสราง แจงการจัดสรรงบประมาณไปยังจําเลยที่ ๓ พรอมรายชื่อโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ) รายการปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณ จํานวน ๑๒ แหง ประกอบดวย โรงเรียนบานโคกเลาะ โรงเรียนบานหัวตะพานโรงเรียนอนุบาลหัวตะพาน (รัตนวารี) โรงเรียนบานหนองแคน โรงเรียนอนุบาลอํานาจเจริญและโรงเรียนเมืองอํานาจเจริญ ไดรับงบประมาณโรงเรียนละ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท โรงเรียนชุมชนบานคําพระโรงเรียนบานเวียงหลวง โรงเรียนบานสรางถอ โรงเรียนชุมชนบานน้ําปลีก โรงเรียนบานปาติ้วและโรงเรียนนาผือโคกกอก ไดรับงบประมาณโรงเรียนละ ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท ตามเอกสารหมาย จ.๗๑หนา ๔๔๑๖ ถึง ๔๔๑๘ ซึ่งโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหง ดังกลาวไมเคยของบประมาณเพื่อกอสรางสนามกีฬาฟุตซอลไปยังสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ และสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และไมไดประสบอุบัติภัย ซึ่งจําเลยที่ ๓ เห็นชอบใหแจงโรงเรียนที่ไดรับการจัดสรรทราบและดําเนินการตามแนวทางการบริหารงบประมาณประจําป ๒๕๕๕ ตามบันทึกขอความ กลุมนโยบายและแผน(กลุมงานวิเคราะหงบประมาณ) สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ ลงวันที่๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ตามเอกสารหมาย จ.๗๑ หนา ๔๔๑๙ จําเลยที่ ๓ มีคําสั่งที่ ๒๐๐/๒๕๕๕ลงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕ แตงตั้งคณะกรรมการกําหนดราคากลาง รายการปรับปรุงสนามกีฬาและอุปกรณ เพื่อพิจารณากําหนดราคากลาง แบบแปลนการกอสราง และประมาณราคาวัสดุตามเอกสารหมาย จ.๑๐๕ หนา ๕๓๓๐ ถึง ๕๓๓๑ เพื่อใชเปนแนวทางดําเนินการของโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรงบประมาณ โดยมีจําเลยที่ ๓ เปนประธานคณะกรรมการกําหนดราคากลาง ชุดที่ ๑(สนามละ ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท) และชุดที่ ๒ (สนามละ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท) พรอมแตงตั้งใหนายสรรพสิทธิ์ บุญเทียม วิศวกรผูเขียนแบบเฉพาะสวนของโครงสรางคอนกรีตเสริมเหล็กรวมเปนคณะกรรมการดวย โดย นายวิษณุ เพชรพิมพ นักวิเคราะหนโยบายและแผนชํานาญการพิเศษสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ ซึ่งเปนกรรมการและผูชวยเลขานุการของคณะกรรมการกําหนดราคากลาง ไดจัดทําเอกสารใบประมาณการราคาวัสดุ (กอสรางพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก)หนา ๒๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ และแบบประมาณการราคาวัสดุ ฉบับลงวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เสนอใหคณะกรรมการกําหนดราคากลางลงนาม ตามเอกสารหมาย จ.๑๐๕ หนา ๕๓๓๒ ถึง ๕๓๓๓ หลังจากนั้น จําเลยที่ ๓มอบหมายให นายธนัญชัย สายสุด รองผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญมีหนังสือแจงจัดสรรงบประมาณไปยังโรงเรียน ๑๒ แหง แลวขอใหแตละโรงเรียนดําเนินการกําหนดแบบรูปรายการและรายละเอียดคุณลักษณะในการปรับปรุงสนามกีฬาดังกลาวสงใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญภายในวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เพื่อนําเสนอจําเลยที่ ๓อนุมัติแบบรูปรายการ ตามหนังสือ ที่ ศธ ๐๔๑๗๕/๑๗๑๗ ลงวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕เอกสารหมาย จ.๑๐๔ หนา ๕๐๖๑ หรือ จ.๑๐๕ หนา ๕๓๒๙ โดยโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหงสงประมาณการราคาและขออนุมัติใชแบบรูปรายการคาปรับปรุงซอมแซมอาคารเรียนอาคารประกอบรายการปรับปรุงสนามกีฬาและอุปกรณ (สนามฟุตซอล) และแบบสนามกีฬาคอนกรีตเสริมเหล็กที่มี นายสรรพสิทธิ์บุญเทียม เปนผูเขียนแบบ จําเลยที่ ๓ พิจารณาอนุมัติและมอบหมายให นายธนัญชัย สายสุดแจงผลการพิจารณาอนุมัติ และแจงใหโรงเรียนเตรียมดําเนินการจัดซื้อจัดจาง ตามหนังสือที่ ศธ ๐๔๑๗๕/๒๐๓๙ ลงวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ เอกสารหมาย จ.๗๓ ถึง จ.๘๔หนา ๔๔๕๕ ถึง ๔๕๙๙ ตอมาจําเลยที่ ๓ มอบหมายให นายไพรวัลย จันทะนะ รองผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ แจงอนุมัติเงินประจํางวดงบประมาณป ๒๕๕๕คาปรับปรุงสนามฟุตซอล (งบแปรญัตติ) โดยขอใหโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรปฏิบัติตามระเบียบฯที่เกี่ยวของอยางเครงครัด และเมื่อดําเนินการหาผูรับจางไดแลวใหรีบทําสัญญาและใหสงเอกสารสําเนาสัญญาขอผูกพันงบประมาณจากระบบ GFMIS ทันที ไมเกินวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๕ ตามหนังสือที่ ศธ ๐๔๑๗๕/๒๗๒๗ ลงวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ซึ่งสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญและโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหง ไมไดวิเคราะหความขาดแคลนตามรายการงบประมาณที่ไดรับจัดสรร ไมไดจัดทําประมาณราคาวัสดุตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แกไขเพิ่มเติม ไมไดใชแบบรูปรายการกอสรางมาตรฐานของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนทั้ง ๑๒ แหง ดําเนินการประกาศประกวดราคาจางปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส ตอมาสํานักงานตรวจเงินแผนดินสํานักตรวจสอบพิเศษภาค ๕ ขอใหจําเลยที่ ๓ สั่งการใหโรงเรียนในการกํากับดูแลทบทวนกระบวนการหนา ๒๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ จัดซื้อจัดจาง จําเลยที่ ๓ สั่งการใหโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหง กํากับ ดูแล ตรวจสอบ เพื่อพิจารณาระงับ ยกเลิก หรือทบทวนการจัดซื้อจัดจางตามขอสังเกตของสํานักงานตรวจเงินแผนดิน สํานักตรวจสอบพิเศษภาค ๕ ที่ตรวจพบในจังหวัดอื่น ตามเอกสารหมาย ล.๓/๒๕ โรงเรียนทั้ง ๑๒ แหง ดําเนินการประกาศประกวดราคาจางปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสใหมอีกครั้งโดยกําหนดชวงวันเวลาเดียวกัน คือ วันที่ ๖ กันยายน ๒๕๕๕ กําหนดใหผูสนใจซื้อเอกสารประกวดราคาระหวางวันที่ ๖ ถึง ๑๒ กันยายน ๒๕๕๕ กําหนดยื่นเอกสารประกวดราคาในวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๕กําหนดเสนอราคาในวันที่ ๒๕ ถึง ๒๖ กันยายน ๒๕๕๕ และกําหนดใหใชสถานที่บริการตลาดกลางทางอิเล็กทรอนิกสแหงเดียวกันคือ บริษัทปอป เนทเวอรค จํากัด โดยเอกสารแนบทายประกาศประกวดราคาจางของโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหง เปนรูปแบบเดียวกัน กําหนดคุณลักษณะเฉพาะของสนามฟุตซอลที่จะดําเนินการกอสราง ประกอบดวย พื้นคอนกรีต พื้นยางสังเคราะห (EVA) เสา ประตูฟุตซอล ลูกฟุตซอลหนังสือกีฬาคัมภีรกีฬาชุด ดีวีดีสอนกีฬา ๘ ประเภท หนังสือกายบริหาร หนังสือชุดความรูเรื่องโรคและหนังสือสุขบัญญัติ ๑๐ ประการ ตามเอกสารหมาย จ.๗๓ ถึง จ.๘๔ หนา ๔๔๖๖, ๔๔๗๙,๔๔๙๒, ๔๕๐๕, ๔๕๑๘, ๔๕๓๑, ๔๕๔๒, ๔๕๕๓, ๔๕๖๔, ๔๕๗๕, ๔๕๘๖ และ ๔๕๙๘ จําเลยที่ ๔ที่ ๖ และที่ ๘ ใชเอกสารรายงานการทดสอบความแข็งแรงของตัวอยางแผนยางสังเคราะห EVAฉบับลงวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๕ ของกรมวิทยาศาสตรบริการ ตามสําเนาเอกสารหมาย จ.๑๐๕หนา ๕๓๙๐, ๕๔๒๓ และ ๕๔๕๘ หนังสือรับรอง เลขที่ ๔๒๓/๒๕๕๕ ลงวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๕ของสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตเชียงใหม ตามเอกสารหมาย จ.๑๐๕ หนา ๕๓๙๑, ๕๔๒๒และ ๕๔๖๐ และเอกสารรายงานผลการทดสอบและวิเคราะหความแข็งของตัวอยางแผนยางสังเคราะห EVAฉบับลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๕ ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงประเทศไทย (วว.)ตามเอกสารหมาย จ.๑๐๕ หนา ๕๓๙๒, ๕๔๒๔ และ ๕๔๕๙ ที่ออกใหแกจําเลยที่ ๑๐ยื่นประกอบการประกวดราคา ผลการประกวดราคาปรากฏวาจําเลยที่ ๔ ไดเขาเปนคูสัญญากับโรงเรียน๖ แหง คือ โรงเรียนเมืองอํานาจเจริญ จํานวนเงิน ๔,๙๙๕,๐๐๐ บาท โรงเรียนอนุบาลอํานาจเจริญ จํานวนเงิน๔,๙๙๗,๐๐๐ บาท โรงเรียนบานหัวตะพาน จํานวนเงิน ๔,๙๙๑,๐๐๐ บาท โรงเรียนอนุบาลหัวตะพาน(รัตนวารี) จํานวนเงิน ๔,๙๙๓,๐๐๐ บาท โรงเรียนบานโคกเลาะ จํานวนเงิน ๔,๙๘๙,๐๐๐ บาทและโรงเรียนชุมชนบานคําพระ จํานวนเงิน ๔,๙๘๗,๐๐๐ บาท สวนจําเลยที่ ๖ ไดเขาเปนคูสัญญาหนา ๒๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ กับโรงเรียน ๓ แหง คือ โรงเรียนบานเวียงหลวง จํานวนเงิน ๒,๔๙๐,๐๐๐ บาท โรงเรียนบานหนองแคนจํานวนเงิน ๒,๔๙๒,๐๐๐ บาท และโรงเรียนบานสรางถอ จํานวนเงิน ๒,๔๘๘,๐๐๐ บาทคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๓๖ กําหนดใหผูรับจางรับประกันความชํารุดบกพรองไมนอยกวา ๒ ป ตามหนังสือสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร ๐๒๐๒/ว๑ ลงวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๓๗แตจําเลยที่ ๔ และที่ ๖ ทําสัญญากับโรงเรียนทั้ง ๙ แหง กําหนดเงื่อนไขการประกันความชํารุดบกพรอง๑ ป หลังจากจําเลยที่ ๔ และที่ ๖ กอสรางแลวเสร็จและสงมอบงานแลว ปรากฏวาแผนยางสังเคราะหบวมโกงงอ ไมเรียบ บางหนาสีซีด เมื่อประกอบติดตั้งแลวรอยตอระหวางหนาไมแนบสนิทเปนสวนใหญและแผนยางสังเคราะหไมสามารถตานแรงลมได โดยโรงเรียนเมืองอํานาจเจริญ โรงเรียนอนุบาลอํานาจเจริญโรงเรียนบานโคกเลาะ โรงเรียนบานหัวตะพาน โรงเรียนอนุบาลหัวตะพาน (รัตนวารี) โรงเรียนบานหนองแคนโรงเรียนชุมชนบานคําพระ โรงเรียนบานเวียงหลวง และโรงเรียนบานสรางถอ ขอยกเลิกสัญญาและไมจายเงินใหแกคูสัญญา สวนโรงเรียนชุมชนบานน้ําปลีก โรงเรียนบานปาติ้ว และโรงเรียนนาผือโคกกอกมีการแกไขสัญญากับผูรับจางโดยเปลี่ยนพื้นแผนยางสังเคราะห EVA เปนหนาพื้นยางสังเคราะหที่ทําจากโพลีพร็อพโพลีนโคโพลิเมอร และเบิกจายเงินใหแกผูรับจางตามสัญญาแลว หลังจากนั้นผูรับจางไดยื่นฟองสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียน และผูอํานวยการโรงเรียนตาง ๆตอศาลปกครองกลาง ตอมาศาลปกครองสูงสุดมีคําพิพากษาวา ผูรับจางไมสุจริต โรงเรียนบอกเลิกสัญญาโดยคํานึงถึงประโยชนของทางราชการ จึงไมจําตองใชเงินตามควรคาแหงการงานพรอมดอกเบี้ยแกผูรับจางตามสําเนาคําพิพากษาศาลปกครองชั้นตนและศาลปกครองสูงสุด เอกสารหมาย ล.๓/๓๕ ถึง ล.๓/๔๔คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคําสั่งแตงตั้งคณะอนุกรรมการไตสวนขอเท็จจริง ตอมาคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติวาการกระทําของจําเลยทั้งสิบสอง มีมูลเปนความผิดทางอาญาจึงสงรายงานสํานวนการไตสวนไปยังโจทกคดีมีปญหาตองวินิจฉัยประการแรกวา โจทกมีอํานาจฟองหรือไม จําเลยที่ ๓ ที่ ๑๐ และที่ ๑๑ยื่นคํารองขอใหศาลวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องตนในปญหาขอกฎหมายทํานองเดียวกันวา คณะกรรมการ ป.ป.ช.ตองไตสวนและวินิจฉัยคดีใหแลวเสร็จภายในเวลาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด ซึ่งตองไมเกินสองปนับแตวันที่เริ่มดําเนินการไตสวน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๘ และจําเลยที่ ๓ ใหการอีกวา คณะกรรมการ ป.ป.ช.ตองไตสวนและตองมีความเห็นหรือวินิจฉัยใหแลวเสร็จภายในเวลาไมเกินสองป นับแตวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑หนา ๒๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ อันเปนวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้มีผลใชบังคับ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๙๒ วรรคสอง เพราะเมื่อนับระยะเวลาตั้งแตวันที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เริ่มดําเนินการไตสวนจนถึงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓เปนเวลานานถึง ๖ ปแลว จึงไมมีเหตุจําเปนที่จะขยายเวลาออกไปอีก ๑ ป ตามมาตรา ๔๘ วรรคสาม นั้นเห็นวา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๔๘ วรรคทาย บัญญัติไวโดยชัดแจงวา ภายใตกําหนดอายุความ เมื่อพนกําหนดเวลาตามมาตรา ๔๘ วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม หรือตามที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้แลวคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังคงมีหนาที่และอํานาจที่จะดําเนินการไตสวน และมีความเห็นหรือวินิจฉัยหรือดําเนินการตามหนาที่และอํานาจตอไป ดังนี้ กําหนดเวลาไตสวนและมีความเห็นหรือวินิจฉัยตามวรรคหนึ่งจึงเปนเพียงการกําหนดเวลาใหมีการปฏิบัติหนาที่เพื่อเรงรัดใหมีการฟองคดีโดยเร็วเทานั้นมิใชเปนระยะเวลาที่เปนเงื่อนไขหรือจํากัดอํานาจในการฟองคดี คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงชอบที่จะดําเนินการไตสวนคดีนี้ไดภายในอายุความ ตามมาตรา ๔๘ วรรคทาย และโจทกยอมมีอํานาจฟองคดีนี้ไดภายในอายุความ ตามมาตรา ๗๗ วรรคทาย ขออางของจําเลยที่ ๓ ที่ ๑๐ และที่ ๑๑ ขอนี้ฟงไมขึ้นที่จําเลยที่ ๑ ใหการตอสูวา คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเห็นชอบตามความเห็นของคณะกรรมการไตสวนโดยใชเวลาเพียง ๒ วัน หลังจากไดรับหนังสือชี้แจงขอกลาวหาของจําเลยที่ ๑ จึงเปนการเรงฟองคดีเพื่อมิใหขาดอายุความ นั้น เห็นวา คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะใชเวลาพิจารณารายงานการไตสวนรวดเร็วหรือลาชา ประการใด ยอมขึ้นอยูกับความยากงายหรือความสลับซับซอนของขอเท็จจริงตามรายงานแตละสํานวนการพิจารณารายงานคดีนี้เสร็จสิ้นโดยใชเวลาเพียง ๒ วัน จึงไมใชเปนเรื่องผิดปกติ ประกอบกับจําเลยที่ ๑มีสิทธิโตแยงและนําพยานหลักฐานตาง ๆ มาใหศาลไตสวนเพื่อหักลางพยานหลักฐานในสํานวนการไตสวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได ขออางของจําเลยที่ ๑ จึงไมมีผลทําใหการไตสวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เสียไปและที่จําเลยที่ ๑ ใหการตอสูวา โจทกไมไดฟองผูอํานวยการโรงเรียนหรือคณะกรรมการจัดซื้อจัดจางหรือคณะกรรมการตรวจรับงานแมแตรายเดียว และมิไดดําเนินคดีแกสมาชิกสภาผูแทนราษฎรรายอื่นจึงเปนการเลือกปฏิบัติ การไตสวนและการฟองคดีจึงไมชอบดวยกฎหมาย นั้น เห็นวา การที่บุคคลใดจะรับผิดทางอาญาหรือไม ตองพิจารณาจากการกระทําและเจตนาของบุคคลนั้นเปนสําคัญ หากกระทําไปโดยขาดเจตนาแลว บุคคลนั้นยอมไมตองรับผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙หนา ๒๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ อันเปนความรับผิดชอบเฉพาะตัวของบุคคล ดังนั้น แมบุคคลจะอยูรวมในคณะกรรมาธิการวิสามัญและกระทําความผิดโดยอาศัยอํานาจหนาที่ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ หรือเปนบุคคลที่มีหนาที่เกี่ยวของกับขั้นตอนการจัดซื้อจัดจาง แตก็ไมจําเปนวาจะตองรวมกระทําความผิดดวยกันทุกคนเสมอไปคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยอมมีอํานาจกลาวหาและชี้มูลแกจําเลยที่ ๑ ซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรโดยลําพังไปตามที่ไดพิจารณาจากพยานหลักฐานได หาเปนการเลือกปฏิบัติไม ขออางของจําเลยที่ ๑ขอนี้ฟงไมขึ้นอีกเชนกัน ดังนั้น โจทกยอมมีอํานาจฟองปญหาตองวินิจฉัยประการตอไปมีวา จําเลยที่ ๒ และที่ ๓ กระทําความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๑ มาตรา ๑๕๗ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ โดยมีจําเลยที่ ๑ และจําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๑๒ รวมกระทําความผิดหรือเปนผูสนับสนุนการกระทําความผิดตามฟองหรือไม โดยจะวินิจฉัยในสวนจําเลยที่ ๒ กอน เห็นวาจําเลยที่ ๒ ดํารงตําแหนงเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหนาที่รวบรวมความตองการงบประมาณของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเสนอไปยังสํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการเพื่อของบประมาณเมื่อโรงเรียนทั้ง ๑๕ แหง ไมมีโครงการและไมเคยขอรับการสนับสนุนงบประมาณกอสรางสนามฟุตซอลจําเลยที่ ๒ ยอมตองรูแตแรกแลววาโรงเรียนทั้ง ๑๕ แหง ไมมีโครงการและไมเคยขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อกอสรางสนามฟุตซอล ขอเท็จจริงไดความตอไปจาก นายชุมพล เด็จดวงพยานโจทกซึ่งเปนนักวิเคราะหงบประมาณชํานาญการพิเศษ ปฏิบัติหนาที่หัวหนาสวนงบประมาณกระทรวงศึกษาธิการ ๔ สํานักจัดทํางบประมาณดานสังคม ๑ สํานักงบประมาณ เบิกความวาพยานทราบวาโรงเรียนในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไดรับความเสียหายจากอุทกภัยและสิ่งกอสรางขาดแคลน พยานจึงแจงใหสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานพิจารณาขอเพิ่มงบประมาณป ๒๕๕๕ ตามขั้นตอนที่กําหนดตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ตอมาจําเลยที่ ๒ มีบันทึกขอความ ๒ ฉบับ ถึงปลัดกระทรวงศึกษาธิการเสนอขอเพิ่มงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ รวมทั้งสิ้น ๒๗,๒๖๖.๕๘๑๙ ลานบาท และกระทรวงศึกษาธิการสงหนังสือถึงผูอํานวยการสํานักงบประมาณเสนอขอเพิ่มงบประมาณจํานวนทั้งสิ้น ๒๗,๒๖๖.๕๘๑๙ ลานบาทเอกสารหมาย จ.๓๔๔ หนา ๑๑๙๑๘ โดยเสนอขอเพิ่มงบประมาณของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จํานวน ๑๗,๙๓๖.๗๗๖๘ ลานบาท ซึ่งไมไดแยกรายละเอียดแตละโรงเรียนหนา ๒๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ ตามเอกสารหมาย จ.๓๔๔ หนา ๑๑๙๒๑ ถึง ๑๑๙๒๔ โดยงบลงทุนที่มีรายการต่ํากวา ๑๐ ลานบาทจะจัดทําคําขอมารวมกันตามระเบียบบริหารงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๘ เอกสารหมาย จ.๒๗๗ หนา ๑๐๗๘๖ถึง ๑๐๘๐๑ รายการสิ่งกอสรางที่มีราคาตอหนวยต่ํากวา ๑๐ ลานบาท เปนการจัดสรรงบประมาณใหแบบวงเงินรวม โดยมิไดแสดงรายละเอียดหรือระบุขอมูลกอสรางและสถานที่กอสรางวาจะกอสรางในโรงเรียนใดเพื่อกระจายอํานาจในการบริหารทรัพยากรใหสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานใหมีความยืดหยุนและคลองตัวสามารถจัดสรรใหสอดคลองกับความเดือดรอนจําเปนของแตละโรงเรียน นายรังสรรค มณีเล็กผูอํานวยการสํานักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานพยานจําเลยที่ ๑ ก็เบิกความเจือสมวา จําเลยที่ ๒ ของบประมาณเพิ่มเติม (งบแปรญัตติ)เปนงบลงทุน (คาที่ดินและสิ่งกอสราง) ๑,๕๐๐ ลานบาท โดยใชฐานขอมูลเดิมที่คณะกรรมาธิการวิสามัญปรับลดลงจากการพิจารณาครั้งแรก ตอมาไดรับการประสานงานจากเจาหนาที่สํานักงบประมาณและทีมงานที่ปรึกษารัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการวามีการขยายเพดานขอเพิ่มงบลงทุนเพิ่มเติมไดอีก๑๐,๐๐๐ ลานบาท จําเลยที่ ๒ จึงมีหนังสือของบประมาณเพิ่มเติมโดยเปนคาที่ดินและสิ่งกอสรางรายการคากอสรางปรับปรุงซอมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบสิ่งกอสรางที่ชํารุดทรุดโทรมและที่ประสบอุบัติภัยเปนเงิน ๗,๐๐๐ ลานบาท โดยใชฐานขอมูลเดิมที่คณะกรรมาธิการวิสามัญปรับลดลงจากการพิจารณาครั้งแรก ดังนี้ กรณีจึงเห็นไดวา ในขั้นตอนการเสนอของบประมาณ(งบแปรญัตติ) การที่จําเลยที่ ๒ มีบันทึกขอความ ๒ ฉบับ เสนอขอเพิ่มงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณพ.ศ. ๒๕๕๕ รวมทั้งสิ้น ๒๗,๒๖๖.๕๘๑๙ ลานบาท นั้น เปนการเสนอจากคําของบประมาณเดิมที่ถูกปรับลดซึ่งไมปรากฏคําขอเพื่อกอสรางสนามฟุตซอล แตอยางใด โดยสํานักงบประมาณมีหนังสือเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบการเสนอขอเพิ่มงบประมาณในสวนของกระทรวงศึกษาธิการเปนเงิน ๖,๘๔๖.๕ ลานบาทและเปนงบประมาณในสวนของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน งบลงทุน ๕,๓๐๗,๓๐๕,๐๐๐ บาทซึ่งเปนคาที่ดินและสิ่งกอสรางเปนเงิน ๓,๙๔๗,๓๐๕,๐๐๐ บาท ตอมาคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สํานักงบประมาณเสนอ ตามเอกสารหมาย จ.๒๒๓ และ จ.๒๒๔ อันเปนการพิจารณาคําของบประมาณเพิ่มเติมตามที่จําเลยที่ ๒ เสนอซึ่งเปนขั้นตอนปกติสําหรับขั้นตอนตอไปไดความวา คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ อนุมัติงบประมาณในแผนงานขยายโอกาสหนา ๒๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ และพัฒนาการศึกษา ผลผลิตผูจบการศึกษาภาคบังคับ งบลงทุนครุภัณฑที่ดินและสิ่งกอสราง เปนเงิน๔,๔๕๙,๔๒๐,๐๐๐ บาท แยกเปนครุภัณฑงานบานงานครัวเปนเงิน ๕๑๒,๑๔๒,๐๐๐ บาท คาที่ดินและสิ่งกอสรางที่มีราคาตอหนวยต่ํากวา ๑๐ ลานบาท เปนเงิน ๓,๙๔๗,๒๗๘,๐๐๐ บาทตามเอกสารหมาย จ.๒๗๗ หนา ๑๐๗๘๓ จนกระทั่งตอมามีการประกาศใชพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งขั้นตอนการพิจารณาจัดสรรงบประมาณของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในชั้นนี้ ยอมเปนอํานาจของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยตรงที่จะพิจารณาเองไดตามที่เห็นวามีความจําเปนและขาดแคลน เมื่อจําเลยที่ ๒ซึ่งดํารงตําแหนงเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบควบคุมขาราชการประจําในสํานักงาน แปลงนโยบายเปนแนวทางและแผนปฏิบัติการ กํากับการปฏิบัติราชการของสวนราชการในสํานักงาน ยอมมีหนาที่ในการจัดสรรงบประมาณใหเปนไปอยางถูกตองเหมาะสมขอเท็จจริงไดความวาจําเลยที่ ๒ มีหนังสือสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ศธ ๐๔๐๐๖/ว ๙๑๐ลงวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เรื่อง จัดสรรงบประมาณป ๒๕๕๕ งบลงทุน คาที่ดินและสิ่งกอสรางแจงการจัดสรรงบประมาณไปยังจําเลยที่ ๓ พรอมรายชื่อโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ)รายการปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณ จํานวน ๑๒ แหง ในจังหวัดอํานาจเจริญ การพิจารณาจัดสรรงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ อันรวมถึงงบประมาณ (งบแปรญัตติ)ของจําเลยที่ ๒ ดังกลาว จึงเปนการปฏิบัติราชการในฐานะเจาพนักงานผูมีหนาที่จัดการ หรือรักษาทรัพยใด ๆตามประมวลกฎหมายอาญา และเปนเจาหนาที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยพยานหลักฐานโจทกในขั้นตอนการพิจารณาจัดสรรงบประมาณของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานนี้ ปรากฏวามีการจัดทําบัญชีคุมยอดรายการแปรญัตติ (ใบโควตา) นางณิชา รักจอย พยานโจทกซึ่งเปนนักวิเคราะหงบประมาณชํานาญการ สํานักจัดทํางบประมาณดานสังคม ๑ สํานักงบประมาณเบิกความวา คณะกรรมาธิการวิสามัญมีมติเพิ่มงบประมาณใหสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน๔,๔๕๙,๔๒๐,๐๐๐ บาท ประกอบดวย คาครุภัณฑ ๕๑๒,๒๔๒,๐๐๐ บาท และคาที่ดินและสิ่งกอสราง ๓,๙๔๗,๒๗๘,๐๐๐ บาท หลังจากนั้น ๑ ถึง ๒ วัน นายประยงค ตั้งเจริญผูอํานวยการสวนการงบประมาณ ๒ สํานักนโยบายและแผนงบประมาณ สํานักงบประมาณ ซึ่งไดรับแตงตั้งเปนกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาการเพิ่มงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณหนา ๒๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ พ.ศ. ๒๕๕๕ โทรศัพทมาหาพยานเพื่อใหไปพบ แลวมอบบัญชีคุมยอดรายการแปรญัตติเพิ่มป ๒๕๕๕สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามเอกสารหมาย จ.๒๕๔ หนา ๙๘๕๓ ซึ่งระบุชื่อพรรคการเมืองที่ไดรับเงินงบประมาณจากการแปรญัตติ (ใบโควตา) กับแจงใหพยานประสานกับสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พยานจึงแจงให นายชุมพล ซึ่งเปนผูบังคับบัญชาทราบ ตอมาพยานโทรศัพทติดตอนายทรงศักดิ์ ศิริจร ผูอํานวยการกลุมงบประมาณ ๓ สํานักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐานสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีหนาที่ดูแลบริหารงบประมาณในสวนงบลงทุนครุภัณฑที่ดินและสิ่งกอสราง และจัดสงบัญชีคุมยอดฉบับดังกลาวทางโทรสารให นางสาวสุดา โตะชื่นดี เจาหนาที่วิเคราะหนโยบายและแผนชํานาญการ สังกัดกลุมงบประมาณ ๓ สํานักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐานสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งทําหนาที่ในการจัดสรรงบประมาณ นายชุมพลเบิกความสนับสนุนวา หลังจากการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญแลวเสร็จ ๒ ถึง ๓ วันนางณิชา แจงวาฝายเลขานุการของคณะกรรมาธิการวิสามัญไดประสานแจงขอมูลวงเงินผลการพิจารณาเพิ่มงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ รวมถึงบัญชีคุมยอดรายการแปรญัตติเพิ่มเติมป ๒๕๕๕ เอกสารหมาย จ.๒๗๒ หนา ๑๐๕๙๑ ถึง ๑๐๕๙๒ ใหทราบ พยานพิจารณาแลวเห็นวาเปนผลจากการดําเนินการตามกระบวนการพิจารณาอนุมัติงบประมาณรายจายของคณะกรรมาธิการวิสามัญและไดขอยุติแลว ไมสามารถดําเนินการเปนอยางอื่นได จึงรับทราบและแจงให นางณิชา สงบัญชีคุมยอดไปตามที่ฝายเลขานุการสั่งมา นางสาวสุดา เบิกความยืนยันวา สํานักงบประมาณสงบัญชีคุมยอดเอกสารหมาย จ.๒๕๔ มาที่สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานทางโทรสาร หลังจากพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ มีผลใชบังคับ นายประภัสร ลิมานันท หรือครูยาวนางสาวกุลธิดา วีรตานนท หรือเตย และ นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ ซึ่งเปนผูประสานของพรรคเพื่อไทยและพรรคการเมืองอื่น และ นายวุฒิพงษ นามบุตร พรอมเลขานุการ ซึ่งเปนผูประสานงานของพรรคประชาธิปตยไดประสานงานโดยมอบรายชื่อโรงเรียนที่ไดรับการจัดสรรงบประมาณใหแกพยาน และพยานไดรับบัญชีขอสนับสนุนงบประมาณของจําเลยที่ ๑ ตามเอกสารหมาย จ.๒๖๔ หนา ๑๐๐๖๗ รวมทั้งรายชื่อโรงเรียนจากนางสาวปาริชาติ ตอมาพยานจัดทําบันทึกขอความ สํานักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐานกลุมงบประมาณ ๓ แนบรายชื่อโรงเรียนรวมทั้งจํานวนเงินตามขอมูลที่ไดรับจากผูประสานงานเสนอผานนายทรงศักดิ์ และ นายรังสรรค จนถึงจําเลยที่ ๒ เพื่อมีหนังสือแจงจัดสรรไปยังสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาตาง ๆ ซึ่งตามหนังสือแจงดังกลาวมีคําวา “ผูเกี่ยวของในดานการศึกษา” หมายถึงหนา ๓๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ ผูประสานงานของพรรคการเมืองที่ไดรับงบแปรญัตติ ซึ่งมีเงื่อนไขในชั้นกรรมาธิการวาจะตองใชขอมูลรายละเอียดประกอบการจัดสรรงบประมาณจากสภาผูแทนราษฎร โดยจะมีสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือผูแทนมาประสานงานเพื่อจัดสงรายชื่อโรงเรียนตาง ๆ ที่ไดรับงบประมาณในการกอสรางแมพยานจะทราบและเปนผูรับรายชื่อโรงเรียนมาเพื่อดําเนินการจัดทําเอกสารตามขั้นตอนปฏิบัติก็ไมอาจปฏิเสธหรือปฏิบัติเปนอยางอื่นได เพราะจําเปนตองทําตามที่ถูกกําหนดมาแลวโดยคณะกรรมาธิการวิสามัญ นายทรงศักดิ์ เบิกความวา ในทางปฏิบัติเขาใจกันโดยทั่วไปวางบประมาณที่ถูกปรับลดไวจะแปรสภาพเปนงบแปรญัตติ ซึ่งจะระบุเงื่อนไขไวในชั้นกรรมาธิการวาจะใชขอมูลจากสภาผูแทนราษฎรที่สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจะจัดสรรไปใชจายตามความตองการของตนเองเพราะฉะนั้น โรงเรียนใดจะไดรับงบแปรญัตติมากนอยเพียงใดจะถูกกําหนดมาแลวโดยสมาชิกสภาผูแทนราษฎรกําหนดโควตาเปนงบประมาณของพรรคการเมือง กําหนดกรอบวงเงินเปนรายพรรค เมื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญอนุมัติงบประมาณแลว เจาหนาที่สํานักงบประมาณจะสงบัญชีคุมยอดทางโทรสารมาให นายรังสรรคจากนั้น นายรังสรรค จึงสงมอบบัญชีคุมยอดใหพยาน แลวพยานสงมอบบัญชีคุมยอดตอใหแกนางสาวสุดา เมื่อประมาณเดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน ๒๕๕๕ มีผูประสานงานพรรคการเมืองมาประสานกับ นายรังสรรค เพื่อควบคุมงบไมใหเกินกรอบวงเงินของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแตละคนผูประสานงานพรรคการเมืองทยอยสงรายชื่อโรงเรียนให นายรังสรรค ตามเอกสารหมาย จ.๒๖๔นายรังสรรค เรียกพยานและ นางสาวสุดา ไปรับขอมูลมาจัดทําเอกสารเสนอจําเลยที่ ๒ บางครั้งผูประสานงานของพรรคการเมืองจะประสานกับพยานหรือ นางสาวสุดา โดยตรง นอกจากนี้ ผูประสานงานพรรคการเมืองยังมอบบัญชีรายชื่อของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรซึ่งเปนผูรับการสนับสนุนงบประมาณมาดวยตามเอกสารหมาย จ.๒๕๔ หนา ๙๘๖๗ ถึง ๙๘๗๐ โดยปรากฏชื่อของจําเลยที่ ๑ อยูในหนา ๙๘๗๐ลําดับที่ ๑๓๒ เห็นวา พยานโจทกมีทั้งเจาหนาที่สํานักงบประมาณและเจาหนาที่สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตางเบิกความสอดคลองเชื่อมโยงกันวามีการรับสงบัญชีคุมยอดฉบับดังกลาวจริงไมมีเหตุผลที่พยานโจทกซึ่งปฏิบัติหนาที่คนละหนวยงานจะปนแตงสรางเรื่องจัดทําเอกสารนี้ขึ้นมาคําเบิกความของพยานโจทกแตละปากลวนเปนเรื่องที่พยานไดรูเห็นมาจากปฏิบัติงานตามหนาที่ไมมีขอพิรุธวาจะเปนการปรักปรําใหรายจําเลยคนใด ทั้งการที่พยานรับวามีผูนําบัญชีคุมยอดมาใชควบคุมการจัดสรรหรือใชงบประมาณ ยอมไมเปนผลดีแกตัวพยานเอง โดย นายชุมพล เบิกความวา บัญชีคุมยอดมิใชการดําเนินการตามปกติ คําเบิกความของพยานโจทกทั้งสี่จึงมีน้ําหนักในการรับฟง แม นางณิชาหนา ๓๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ จะเคยใหถอยคําในชั้นไตสวนของคณะอนุกรรมการไตสวนวา ไมเคยเห็นบัญชีคุมยอดและพยานหลักฐานจากการไตสวนชั้นศาลไมปรากฏวาผูใดจัดทําบัญชีคุมยอดนี้ขึ้นมา แตบันทึกขอความสํานักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน กลุมงบประมาณ ๓ ที่เสนอจําเลยที่ ๒ เพื่อพิจารณาอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณ มีขอความระบุอยางชัดแจงวา “...คณะกรรมาธิการพิจารณารางงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ ๒๕๕๕ ไดระบุเงื่อนไขในชั้นกรรมาธิการวาจะตองใชขอมูลรายละเอียดประกอบการจัดสรรงบประมาณจากสภาผูแทนราษฎรโดยการประสานงานจากสมาชิกสภาผูแทนราษฎร และขณะนี้ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไดรับการประสานขอมูลจากสมาชิกสภาผูแทนราษฎรเปนบางสวนยังไมครบถวนทั้งหมด” ตามเอกสารหมาย จ.๒๓๙และ จ. ๒๔๐ โดยเฉพาะอยางยิ่ง ขอเท็จจริงก็ปรากฏชัดอยูวาไดมีการจัดสรรงบประมาณตามบัญชีรายชื่อสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือพรรคการเมือง เอกสารหมาย จ.๒๕๔ หนา ๙๘๖๗ ถึง ๙๘๗๐ จริงไดความจาก นายทรงศักดิ์ และ นางสาวสุดา วา มีผูประสานงานพรรคการเมืองเคยมาประสานงานกับพยานโจทกทั้งสอง และ นางสาวสุดา ยังไดรับบัญชีรายละเอียดขอสนับสนุนงบประมาณป ๒๕๕๕(งบแปรญัตติ) เอกสารหมาย จ.๒๖๔ หนา ๑๐๐๕๗ ถึง ๑๐๐๗๕ อีกดวย ซึ่งก็สอดคลองกับที่ นางสาวปฏิรัก อรรคสาร ผูชวยดําเนินงานของ นายวุฒิพงษ นามบุตร เบิกความวาพยานไดรับมอบหมายจาก นายวุฒิพงษ ซึ่งเปนอนุกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในสวนของกระทรวงศึกษาธิการใหนําเอกสารเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณที่เกิดจากการแปรญัตติไปมอบใหแก นางสาวสุดา หรือแหมม นอกจากนั้น ยังปรากฏขอเท็จจริงวา สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไดมีหนังสือแจงจัดสรรงบประมาณไปยังสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาตาง ๆ โดยระบุขอความวา “ดวยมีผูเกี่ยวของในดานการศึกษาไดแจงขอมูลความจําเปนขาดแคลนของโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่จําเปนตองไดรับการสนับสนุนงบประมาณงบลงทุนคาครุภัณฑที่ดินและสิ่งกอสราง” ตามเอกสารหมาย จ.๒๓๒หนา ๙๕๑๓ ถึง ๙๕๔๕ และเอกสารหมาย จ.๗๑ หนา ๔๔๑๖ ถึง ๔๔๑๘ ซึ่ง นางสาวสุดาและ นายทรงศักดิ์ ตางเบิกความวา ผูเกี่ยวของในดานการศึกษา หมายถึง ผูประสานงานจากพรรคการเมืองยิ่งแสดงใหเห็นวาไดมีการดําเนินการอยางตอเนื่องเพื่อใหมีผลสําเร็จเกิดขึ้นตามวัตถุประสงคของการจัดทําบัญชีคุมยอดดังกลาว นางณิชา เบิกความยืนยันวา พยานจัดสงบัญชีคุมยอดฉบับดังกลาวทางโทรสารให นางสาวสุดา การที่ นางสาวสุดา เบิกความวา พยานไมไดรับบัญชีคุมยอดดวยตนเองหนา ๓๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ คงเปนเพียงรายละเอียดปลีกยอยไมทําใหคําเบิกความของ นางสาวสุดา เสียน้ําหนัก พยานหลักฐานจากการไตสวนฟงไดวา มีการจัดทําบัญชีคุมยอดรายการแปรญัตติ (ใบโควตา) จริง จําเลยที่ ๒เบิกความรับวา การเสนอกรอบวงเงินงบประมาณไปยังสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาตองผานการตรวจวิเคราะหเสนอโดยเจาหนาที่วิเคราะหนโยบายและแผนซึ่งคือ นางสาวสุดา และ นายทรงศักดิ์ พยานโจทกทั้งสองปากนี้ยืนยันวาไดนําขอมูลจากผูประสานงานของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรมาเสนอจําเลยที่ ๒อันเปนการดําเนินการตามบัญชีคุมยอดและรายชื่อโรงเรียนตามที่ไดรับแจงจากผูประสานงานมาซึ่งขณะนั้นโรงเรียนแตละแหงยังมิไดจัดทําคําของบประมาณเพื่อกอสรางสนามฟุตซอล แตประการใดขอที่จําเลยที่ ๒ กลาวอางทํานองวา สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานถือวาหนังสือของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรในการขอรับการสนับสนุนใหแกสถานศึกษา เปนเพียงขอมูลอยางหนึ่งประกอบการพิจารณาจัดสรรงบประมาณรายจาย โดยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะพิจารณาจากระบบฐานขอมูลเรื่องของอาคารสิ่งกอสราง (B-OBEC) และเกณฑมาตรฐานเปรียบเทียบซึ่งเปนฐานขอมูลที่โรงเรียนกรอกขอมูลเองและปรับปรุงใหเปนปจจุบันทุกป และสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาใหการรับรองขอมูลวาถูกตอง ทั้งมีภาพถายของอาคารโรงเรียนตาง ๆ ซึ่งไดใชฐานขอมูลดังกลาวในการเสนอของบประมาณมาตั้งแตแรก ตอมาเมื่อมีการของบประมาณเพิ่มเติม (งบแปรญัตติ)ซึ่งมีเวลาจํากัด ไมจําเปนตองสอบถามโรงเรียนก็ทราบวามีความขาดแคลนสิ่งกอสรางในรายการใดบางโดยขอมูลจากผูที่มีสวนเกี่ยวของจะขัดแยงตอหลักเกณฑและขอมูลดังกลาวไมไดนั้น ขัดตอเหตุผลเพราะไมปรากฏวาระบบฐานขอมูลอาคารสิ่งกอสราง (B-OBEC) มีเกณฑเปรียบเทียบตรงกับสนามฟุตซอลของโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหง ทําใหเชื่อไดวาโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหง มิไดแจงถึงความจําเปนเรื่องสนามฟุตซอลไวในฐานขอมูลดังกลาว ยิ่งไปกวานั้น ยังปรากฏจากคําเบิกความของจําเลยที่ ๒ เองวา คําของบประมาณเพิ่มเติมยังอยูในกรอบของงบประมาณที่ถูกตัดไปในรอบแรกจึงมาจากฐานความขาดแคลนทั้งสิ้น ฉะนั้น หากไมมีเงื่อนไขใหบุคคลภายนอกเขามาแทรกแซงการใชงบประมาณของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานแลวยอมตองจัดสรรงบประมาณตามคําขอเดิมที่ไดวิเคราะหความขาดแคลนเปนอยางดีแลว เพื่อใหการใชงบประมาณเกิดความคุมคาที่สุด จึงไมมีเหตุที่จะจัดสรรงบประมาณกอสรางสนามฟุตซอลให นอกเหนือไปจากคําของบประมาณเดิม ประการสําคัญที่สุดคือ จําเลยที่ ๒ แจงจัดสรรงบประมาณใหแตเฉพาะโรงเรียนตามรายชื่อที่สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแจงมาเทานั้น แมจําเลยที่ ๒ จะจัดสรรเปนงบประมาณคากอสรางปรับปรุงซอมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบและสิ่งกอสรางที่ชํารุดทรุดโทรมและประสบอุบัติภัยหนา ๓๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ ซึ่งในขอ ๔ ระบุเพื่อกอสรางสนามกีฬาใหแกโรงเรียนในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยมิไดระบุชัดแจงวาเปนสนามฟุตซอล แตก็ไมมีเหตุที่จะจัดสรรวงเงินงบประมาณจํานวนมากโดยไมมีความชัดเจนในการใชงบประมาณ ขอเท็จจริงกลับปรากฏวา วงเงินงบประมาณที่จัดสรรแกโรงเรียนแตละแหง มีจํานวน ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท และ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท สอดคลองกับประมาณการราคากอสรางสนามฟุตซอลแตละแบบ จึงมิใชเรื่องบังเอิญที่ในเวลาตอมาโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหงกําหนดใหกอสรางสนามฟุตซอลเหมือนกันทุกแหง ทั้งที่โรงเรียนทั้ง ๑๒ แหง ไมเคยของบประมาณกอสรางสนามฟุตซอลมาตั้งแตแรก พฤติการณจึงบงชี้ใหเห็นอยางชัดแจงวา จําเลยที่ ๒ใชอํานาจจัดสรรงบประมาณไปตามบัญชีคุมยอดรายการแปรญัตติ (ใบโควตา) อันเปนการปฏิบัติตามเงื่อนไขในชั้นกรรมาธิการที่กําหนดใหตองใชขอมูลประกอบการจัดสรรงบประมาณจากสภาผูแทนราษฎรโดยการประสานงานจากสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ขอเท็จจริงจึงรับฟงไดวา จําเลยที่ ๒ ไดกระทําดวยประการใด ๆ ที่มีผลใหสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือกรรมาธิการมีสวนไมวาโดยทางตรงหรือทางออมในการใชงบประมาณรายจายกอสรางสนามฟุตซอล อันเปนการใชอํานาจในตําแหนงแสวงหาผลประโยชนที่มิควรไดโดยชอบดวยกฎหมายแกผูอื่นจากงบประมาณนั้น ยอมเปนการกระทําโดยทุจริต และเปนการดําเนินการไปโดยฝาฝนกฎหมาย อันเปนการปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบเพื่อใหเกิดความเสียหายแกสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและราชการเมื่อจําเลยที่ ๒ เปนเจาพนักงานและเจาหนาที่ของรัฐ มีหนาที่ในการจัดสรรงบประมาณ การกระทําของจําเลยที่ ๒ จึงเปนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑ มาตรา ๑๕๗และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒มาตรา ๑๒๓/๑ แตเมื่อการกระทําของจําเลยที่ ๒ เปนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๑ ซึ่งเปนบทเฉพาะแลว จึงไมจําตองปรับบทความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗ อันเปนบททั่วไปอีกสวนจําเลยที่ ๑ องคคณะผูพิพากษาเสียงขางมากเห็นวา พยานหลักฐานจากการไตสวนไดความวา จําเลยที่ ๑ ดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดอํานาจเจริญ เขตเลือกตั้งที่ ๑(อําเภอเมืองอํานาจเจริญ และอําเภอหัวตะพาน) มีหนาที่พิจารณารางพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ตามฟอง แตจําเลยที่ ๑ มิไดดํารงตําแหนงใดในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ จึงไมไดเขารวมประชุมหนา ๓๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ คณะกรรมาธิการวิสามัญดังกลาว และแมจําเลยที่ ๑ ไดรับแตงตั้งเปนที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการดานการศึกษา ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ โดยจําเลยที่ ๑ เขาประชุมคณะอนุกรรมาธิการดานการศึกษาดังกลาวตามเอกสารหมาย จ.๒๒๒ หนา ๙๔๑๒ ถึง ๙๔๑๗ แตขั้นตอนการพิจารณางบประมาณในชั้นนี้เปนการพิจารณาคําของบประมาณเพิ่มเติมที่จําเลยที่ ๒ เสนอ ซึ่งจําเลยที่ ๒ เสนอตามคําขอเดิมทั้งหมดโดยยังไมมีคําของบประมาณเพื่อกอสรางสนามฟุตซอล ขอเท็จจริงฟงไมไดวาเปนการเสนอของบประมาณ(งบแปรญัตติ) ตามความประสงคของจําเลยที่ ๑ ตั้งแตเวลานั้นแลว การที่จําเลยที่ ๑ มีสวนรวมพิจารณารางพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ คงเปนเพียงการพิจารณาในฐานะสมาชิกสภาผูแทนราษฎรตามอํานาจหนาที่ สวนขั้นตอนการพิจารณาจัดสรรงบประมาณของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้น นายทรงศักดิ์ และ นางสาวสุดา พยานโจทกเบิกความสอดคลองกันวา ชวงประมาณเดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน ๒๕๕๕ ผูประสานงานพรรคการเมืองไดมอบเอกสารที่ระบุวาจัดสรรงบประมาณใหแกโรงเรียนใดบาง โดย นางสาวสุดา ไดรับบัญชีรายละเอียดขอสนับสนุนงบประมาณ ซึ่งมีรายชื่อโรงเรียนและชื่อจําเลยที่ ๑ ตามเอกสารหมาย จ.๒๖๔หนา ๑๐๐๖๕ ถึง ๑๐๐๖๗ มาจาก นางสาวปาริชาติ เห็นวา บัญชีรายละเอียดขอสนับสนุนงบประมาณดังกลาว เปนการดําเนินการตามเงื่อนไขในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญวาจะตองรอขอมูลจากสภาผูแทนราษฎร โดยสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจะจัดสรรไปใชจายตามความตองการของตนเองบัญชีรายละเอียดขอสนับสนุนงบประมาณดังกลาวจึงระบุไวแตเฉพาะรายชื่อของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่ตองการใหสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจัดสรรงบประมาณใหตามที่ตนตองการเทานั้นดังจะเห็นไดจากบัญชีรายละเอียดขอสนับสนุนงบประมาณดังกลาวมีรายชื่อสมาชิกสภาผูแทนราษฎรเพียงบางราย แสดงใหเห็นวาสมาชิกสภาผูแทนราษฎรผูใดที่ไมประสงคจะเกี่ยวของกับการจัดสรรงบประมาณก็จะไมมีรายชื่อในบัญชีรายละเอียดขอสนับสนุนงบประมาณดังกลาว แมขณะที่มีการพิจารณางบประมาณ (งบแปรญัตติ) ในวันที่ ๙ และวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ จําเลยที่ ๑เพิ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรสมัยแรกไดเพียง ๓ เดือนเศษ ก็ไมมีเหตุผลที่บุคคลอื่นจะอางชื่อจําเลยที่ ๑ ขึ้นมา โดยเฉพาะอยางยิ่ง โรงเรียนที่ไดรับจัดสรรงบประมาณทั้ง ๑๕ แหงตามฟองลวนแตตั้งอยูในเขตพื้นที่เลือกตั้งของจําเลยที่ ๑ ทั้งสิ้น การที่มีรายชื่อจําเลยที่ ๑ ปรากฏในบัญชีรายละเอียดขอสนับสนุนงบประมาณดังกลาว จึงเปนขอพิรุธใหเห็นวาจําเลยที่ ๑ เขาไปเกี่ยวของหนา ๓๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ ในขั้นตอนการจัดสรรงบประมาณดวย นายเถลิง โทบุดดี ผูอํานวยการโรงเรียนนาผือโคกกอกและ นายประยูร เหมือนเหลา ผูอํานวยการโรงเรียนอนุบาลอํานาจเจริญ พยานโจทกเบิกความทํานองเดียวกันวา เมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม ๒๕๕๔ จําเลยที่ ๑ โทรศัพทมาแจงวาจะมีงบประมาณมาใหโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญเพื่อกอสรางสนามฟุตซอล และ นายประยูร ยังเบิกความอีกวา เดือนมีนาคม ๒๕๕๕ พยานพบจําเลยที่ ๑ที่วัดสําราญนิเวศน จําเลยที่ ๑ แจงพยานวา โรงเรียนไดรับงบประมาณในการกอสรางสนามฟุตซอล๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท และโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรในระดับประถมศึกษาในจังหวัดอํานาจเจริญจํานวน ๑๒ แหง ซึ่งสวนใหญอยูในอําเภอหัวตะพานซึ่งเปนฐานเสียงของจําเลยที่ ๑ ซึ่งจําเลยที่ ๑ยืนยันวางบประมาณดังกลาวมีมาใหแนนอน และบอกใหพยานรอหนังสือแจงจัดสรรงบประมาณจากสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ โดยระหวางนี้ ใหเตรียมการเพื่อดําเนินการจัดซื้อจัดจางได และไดความจาก นายประสิทธิ์ สิงหนาม ผูอํานวยการโรงเรียนอนุบาลหัวตะพาน (รัตนวารี)และ นายจักรี มลสิน ผูอํานวยการโรงเรียนบานหัวตะพาน พยานโจทกเบิกความทํานองเดียวกันวากอนพยานไดรับหนังสือแจงจัดสรรงบประมาณ พยานไดรับแจงวาโรงเรียนไดรับจัดสรรงบประมาณ(งบแปรญัตติ) พยานจึงโทรศัพทไปสอบถามจําเลยที่ ๑ ซึ่งจําเลยที่ ๑ แจงวาโรงเรียนไดรับจัดสรรงบประมาณแปรญัตติของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่จัดสรรใหสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อนําไปจัดสรรใหโรงเรียนตาง ๆ กอสรางสนามฟุตซอล พยานโจทกดังกลาวรูจักจําเลยที่ ๑มานานและไมมีสาเหตุโกรธเคืองกับจําเลยที่ ๑ มากอน นาเชื่อวาพยานโจทกดังกลาวเบิกความไปตามจริงเมื่อพิจารณาประกอบกับวา งบประมาณซึ่งเปนงบแปรญัตติเพื่อกอสรางสนามกีฬาฟุตซอลมิไดเกิดจากความประสงคของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมาแตแรก เพิ่งมีการเพิ่มเขามาในงบแปรญัตติเพื่อกอสรางสนามกีฬาโดยมิไดระบุวาเปนงบประมาณเพื่อกอสรางสนามฟุตซอล แตอยางใดและงบลงทุนรายการสิ่งกอสรางที่มีราคาตอหนวยต่ํากวา ๑๐ ลานบาท จะจัดสรรงบประมาณใหแบบวงเงินรวมโดยไมแสดงรายละเอียดหรือระบุขอมูลกอสรางและสถานที่กอสรางวาจะกอสรางในโรงเรียนใดดังนั้น กอนที่สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะแจงจัดสรรงบประมาณแกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ ผูไมมีสวนเกี่ยวของยอมไมทราบขอมูลเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณกอสรางสนามฟุตซอลรวมถึงรายชื่อโรงเรียนที่จะไดรับจัดสรรงบประมาณนั้น แตจําเลยที่ ๑กลับแจงยืนยันวาเปนงบประมาณเพื่อกอสรางสนามฟุตซอล และใหรอหนังสือแจงจัดสรรงบประมาณหนา ๓๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ จากสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ ชี้ชัดวาจําเลยที่ ๑ เขาไปเกี่ยวของกับการจัดสรรงบประมาณกอสรางสนามฟุตซอลดวย กรณีหาใชเปนเพียงการแจงขาวสารใหทางโรงเรียนทราบดังที่จําเลยที่ ๑ อางไม เพราะมิใชเปนขอมูลที่เปดเผยโดยทั่วไป แมจําเลยที่ ๑ จะมิไดอางวาการจัดสรรงบประมาณดังกลาวเปนผลงานของตนเอง แตลําพังการแจงวาโรงเรียนไดรับจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ) ของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่จัดสรรใหสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อนําไปจัดสรรใหโรงเรียนตาง ๆ กอสรางสนามฟุตซอล ก็เปนการเพียงพอที่จะทําใหเขาใจไดแลววางบประมาณ (งบแปรญัตติ) ในสวนพื้นที่เขตเลือกตั้งของจําเลยที่ ๑ นั้นเกิดจากการดําเนินการของจําเลยที่ ๑ ซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรในเขตพื้นที่ ยิ่งกวานั้นยังไดความจาก นายประยูร เบิกความวา ประมาณเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ ๒๕๕๕พยานไดรับแจงจาก นางสาวนงลักษณ บัวบุตร นองจําเลยที่ ๑ วาจะมีงบประมาณกอสรางสนามฟุตซอลใหพยานไปรวมฟงการชี้แจงขั้นตอนการจัดสรรงบประมาณดังกลาวที่รานตนออลาบเปด ซึ่งเปนรานอาหารของ นางสาวนงลักษณ ในวันชี้แจงมีการแจกซองสีน้ําตาลระบุชื่อโรงเรียนวาไดรับจัดสรรงบประมาณ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท แมจําเลยที่ ๑ ไมไดไปที่รานดังกลาว แตไดมีการนัดหมายกันที่รานของนองจําเลยที่ ๑ อยางเปดเผย โดย นางสาวนงลักษณ พยานโจทกเบิกความรับวา พยานรูจักสนิทสนมกับ นายประยูร มาหลายสิบป พยานอยากจะบอกคนที่มาวา พี่สาวพยานเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและเปนผูอยากนํางบประมาณมาลง สวนที่ นายจักรี นายศักดา อุดมศรี นายปรีชา ธิปตดีและ นายมงคล ขันตี พยานโจทกซึ่งไปฟงการชี้แจงที่รานตนออลาบเปดตางเบิกความวา วันดังกลาวมีชายแนะนําตัวเองวาชื่อ ผอ.โตง เปนตัวแทนของนักการเมืองสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี หรือ สส.กุย (นายชูวิทย พิทักษพรพัลลภ) โดยเฉพาะ นายประสิทธิ์ นายปรีชานายมงคล นายมรกต และ นายศักดา พยานโจทกเบิกความยืนยันตรงกันวา จําเลยที่ ๑๒หรือ ผอ.โตง แจงวา สส.กุย สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เปนคนนํางบประมาณมาสนับสนุนเพื่อใหโรงเรียนนําไปจัดซื้อจัดจางสนามฟุตซอล นายศักดา เบิกความดวยวา พยานไดรับแจงจากจําเลยที่ ๑๒ วา งบประมาณดังกลาวเปนงบประมาณของ สส.กุย จัดมาเพื่อลงในเขตพื้นที่ของจําเลยที่ ๑ เมื่อไดรับงบประมาณแลวใหดูแลเรื่องคะแนนเสียงของจําเลยที่ ๑ ดวย อันเปนขอบงชี้วามีสมาชิกสภาผูแทนราษฎรรายอื่นเขามาเกี่ยวของกับงบแปรญัตติกอสรางสนามฟุตซอลในพื้นที่จังหวัดอํานาจเจริญดวยก็ตาม แตก็เห็นไดชัดวาเปนไปเพื่อประโยชนคือคะแนนเสียงของจําเลยที่ ๑ ดวยหนา ๓๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ ที่จําเลยที่ ๑ ตอสูวา ตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ (ที่ใชบังคับในขณะนั้น)มาตรา ๑๖๘ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจะแปรญัตติเพิ่มเติมรายการหรือจํานวนในรายการไมไดแตอาจแปรญัตติในทางลดหรือตัดทอนรายจายตามขอผูกพันอยางใดอยางหนึ่ง นั้น เปนคนละเรื่องกับกรณีที่เกิดขึ้นซึ่งมีการกําหนดเงื่อนไขใหรอการประสานงานจากสมาชิกสภาผูแทนราษฎรในการใชงบแปรญัตติสงผลใหมีการนํางบประมาณรายจายไปใชเปนประโยชนแกสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พยานหลักฐานจากการไตสวนจึงมีเหตุผลและน้ําหนักใหรับฟงวา จําเลยที่ ๑ มีสวนเกี่ยวของกับการจัดทําบัญชีรายละเอียดขอสนับสนุนงบประมาณเพื่อใหมีการดําเนินการตามบัญชีคุมยอดรายการแปรญัตติ (ใบโควตา)ซึ่งมีผลโดยตรงตอการพิจารณาจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ) ของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน อันเปนการเขาไปมีสวนรวมในการใชเงินงบประมาณโดยมิชอบ แตเมื่อจําเลยที่ ๑ไมมีอํานาจหนาที่ในการพิจารณาจัดสรรงบประมาณของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานซึ่งเปนอํานาจหนาที่ของจําเลยที่ ๒ โดยเฉพาะ จึงไมใชเปนตัวการแบงหนาที่กันทํา การกระทําของจําเลยที่ ๑ คงเปนเพียงการชวยเหลือหรือใหความสะดวกแกจําเลยที่ ๒ ในการจัดสรรงบประมาณโดยผิดกฎหมายดังที่ไดวินิจฉัยมาแลว จําเลยที่ ๑ จึงมีความผิดฐานเปนผูสนับสนุนการกระทําความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑ และเปนผูสนับสนุนการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖อยางไรก็ดี สําหรับความผิดฐานเปนผูสนับสนุนการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖ นั้น อัตราโทษสูงสุดที่จะลงโทษไดคือ จําคุก ๖ ป ๘ เดือนจึงมีอายุความ ๑๐ ป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๕ (๓) เมื่อความผิดนี้มีมูลเหตุมาจากการกลาวหาของโจทกวามีการพิจารณาจัดสรรงบประมาณโดยไมถูกตอง ซึ่งหากเปนไปโดยทุจริตหรือโดยมิชอบเพื่อใหเกิดความเสียหาย ความผิดยอมเกิดขึ้นอยางชาที่สุดในวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ซึ่งเปนวันที่จําเลยที่ ๒ มีหนังสือสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ศธ ๐๔๐๐๖/ว๙๑๐เรื่อง จัดสรรงบประมาณป ๒๕๕๕ ไปยังจําเลยที่ ๓ โจทกฟองคดีนี้เมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๕ฟองโจทกสําหรับความผิดฐานนี้ จึงเปนอันขาดอายุความ สวนความผิดฐานสนับสนุนการกระทําความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑ อัตราโทษสูงสุดที่จะลงโทษไดคือจําคุก ๓๓ ป ๔ เดือนหนา ๓๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ จึงมีอายุความ ๒๐ ป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๕ (๑) เมื่อนับจนถึงวันฟองจึงยังไมขาดอายุความสวนจําเลยที่ ๓ เห็นวา พยานหลักฐานจากการไตสวนไดความวา จําเลยที่ ๓ เพิ่งมาดํารงตําแหนงผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ตามคําสั่งสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ๑๓๕๐/๒๕๕๔ เอกสารหมาย ล.๓/๔หลังจากโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญยื่นคําของบประมาณกรณีปกติไปยังสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานแลว จําเลยที่ ๓ จึงไมมีสวนเกี่ยวของกับขั้นตอนการเสนอของบประมาณปกติมาแตแรก สวนในชั้นการพิจารณางบประมาณที่เกิดจากการแปรญัตติของสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ซึ่งมีการกําหนดเงื่อนไขวาจะตองใชขอมูลรายละเอียดประกอบการจัดสรรงบประมาณจากสภาผูแทนราษฎรนั้น ขั้นตอนนี้เปนการพิจารณาจัดสรรงบประมาณในลักษณะเริ่มตนจากบนลงลาง โดยจําเลยที่ ๒ มีหนังสือแจงจัดสรรงบประมาณไปยังจําเลยที่ ๓ พรอมรายชื่อโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ) รายการปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณ จํานวน ๑๒ แหงนายวิษณุ เพชรพิมพ นักวิเคราะหนโยบายและแผนชํานาญการพิเศษ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ พยานโจทกเบิกความวา พยานเขาใจวาสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไดวิเคราะหความขาดแคลนจากขอมูลความขาดแคลนที่ไดรับแจงแลว จึงกําหนดเปนรายชื่อโรงเรียนที่ไดจากการวิเคราะหมาให สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญตองดําเนินการตามหนังสือสั่งการ พยานจึงไมไดวิเคราะหอีก การที่จําเลยที่ ๓ มิไดทักทวงจําเลยที่ ๒ซึ่งเปนผูบังคับบัญชาจึงไมใชเรื่องผิดปกติอันจะสอพิรุธวาเปนการทุจริต สวนการพิจารณาอนุมัติจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ) ก็เปนเรื่องที่จําเลยที่ ๓ พิจารณาอนุมัติใหเปนไปตามที่จําเลยที่ ๒แจงจัดสรรงบประมาณพรอมรายชื่อโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหงมา โดยโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหงนั้นจะกอสรางสนามฟุตซอลในชวงเวลาดังกลาวเปนแบบเดียวกัน พยานหลักฐานจากการไตสวนฟงไมไดวาจําเลยที่ ๓ ปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบ เพื่อใหเกิดความเสียหายแกสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและราชการ หรือปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยทุจริต อันจะเปนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑ มาตรา ๑๕๗และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒มาตรา ๑๒๓/๑ ตามที่โจทกฟอง หนา ๓๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ สวนจําเลยที่ ๑๒ พยานหลักฐานจากการไตสวนไดความจาก นายประสิทธิ์ ซึ่งเปนผูอํานวยการโรงเรียนอนุบาลหัวตะพาน (รัตนวารี) เบิกความวา ประมาณ ๑ เดือน กอนที่สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญจะมีหนังสือแจงจัดสรรงบประมาณฉบับลงวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕ นั้นจําเลยที่ ๑๒ โทรศัพทแจงพยานวา โรงเรียนไดรับจัดสรรงบประมาณซึ่งเปนงบแปรญัตติและเชิญพยานใหไปฟงการชี้แจงรายละเอียดที่รานตนออลาบเปด เมื่อไปถึงพบจําเลยที่ ๑๒ชี้แจงวาผูอํานวยการโรงเรียนที่ไปรวมฟงการชี้แจงเปนโรงเรียนที่จะไดรับงบประมาณเพื่อกอสรางสนามฟุตซอล นอกจากนี้ นายจักรี นายศักดา นายปรีชา และ นายมงคล พยานโจทกซึ่งไปรวมฟงการชี้แจงที่รานตนออลาบเปดตางเบิกความวา วันดังกลาวมีชายแนะนําตัวเองวาชื่อ ผอ.โตงเปนตัวแทนของนักการเมือง สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี หรือ สส.กุย(นายชูวิทย พิทักษพรพัลลภ) ทั้ง นายปรีชา พยานโจทกยังเบิกความดวยวา จําเลยที่ ๑๒ แจงวาอีก ๑ ถึง ๒ วัน จะมีหนังสือจากสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญแจงมายังโรงเรียนและใหรอผูรับเหมาเขามาติดตอ เห็นวา ขอเท็จจริงไมปรากฏวาจําเลยที่ ๑๒ มีความสัมพันธใกลชิดเปนพิเศษกับผูอํานวยการโรงเรียนตามฟองคนใด อีกทั้งจําเลยที่ ๑๒ ก็รับราชการอยูที่จังหวัดอุบลราชธานีคนละเขตพื้นที่กัน กรณีจึงไมมีเหตุตองใหจําเลยที่ ๑๒ ชวยดําเนินการในขั้นตอนการจัดสรรงบประมาณในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ นอกจากนี้ ยังปรากฏดวยวาในวันที่จําเลยที่ ๑๒ชี้แจงที่รานตนออลาบเปดนั้น ไดมีการแจกซองเอกสารสีน้ําตาลซึ่งระบุชื่อโรงเรียนไวอยูแลวกรณีจึงอาจเปนไปไดวามีการจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ) ตามรายชื่อโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหงเสร็จสิ้นไปแลวตั้งแตกอนที่จําเลยที่ ๑๒ จะเขามาเกี่ยวของ พยานหลักฐานจากการไตสวนจึงฟงไมไดวา จําเลยที่ ๑๒ มีสวนรวมหรือกระทําการใดอันเปนการชวยเหลือผูกระทําความผิดกอนหรือขณะที่มีการกระทําความผิดในสวนนี้ จําเลยที่ ๑๒ จึงไมมีความผิดฐานเปนตัวการหรือผูสนับสนุนผูกระทําความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑ มาตรา ๑๕๗ และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒มาตรา ๑๒๓/๑ ตามที่โจทกฟองสวนจําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๑๑ นั้น พยานหลักฐานจากการไตสวนไมปรากฏวาจําเลยที่ ๔ถึงที่ ๑๑ มีสวนเกี่ยวของกับขั้นตอนการจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ) เพื่อกอสรางสนามฟุตซอลหนา ๔๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ ตามกรณีที่ถูกกลาวหาในคดีนี้ ทั้งการที่จําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๙ เขารวมเสนอราคาก็เปนเวลาในภายหลังจากที่ไดมีการจัดสรรงบประมาณแลว นอกจากนี้ ขอเท็จจริงก็ไมปรากฏวาจําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๑๑เคยรูจักหรือติดตอกับจําเลยที่ ๒ ในเรื่องการกอสรางสนามฟุตซอล อันจะทําใหเห็นวาการจัดสรรงบประมาณในคดีนี้เปนการแสวงหาประโยชนที่มิควรไดโดยชอบดวยกฎหมายสําหรับจําเลยที่ ๔ถึงที่ ๑๑ จึงฟงไมไดวาจําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๑๑ กระทําดวยประการใด ๆ อันเปนการชวยเหลือหรือใหความสะดวกกอนหรือขณะจําเลยที่ ๒ กระทําความผิด จําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๑๑จึงมิใชผูสนับสนุนการกระทําความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑ มาตรา ๑๕๗และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒มาตรา ๑๒๓/๑ ตามที่โจทกฟองปญหาตองวินิจฉัยประการตอไปมีวา จําเลยที่ ๑ กระทําความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๗ และมาตรา ๑๓ หรือไมขอเท็จจริงไดความวา ประมาณเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ ๒๕๕๕ มีการเชิญผูอํานวยการโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรงบประมาณไปฟงการชี้แจงที่รานตนออลาบเปดของ นางสาวนงลักษณ นองจําเลยที่ ๑และบุคคลที่ไปรวมฟงการชี้แจงตางไดรับแจกซองสีน้ําตาลระบุชื่อโรงเรียน ภายในมีเอกสารและรายละเอียดที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจางสนามฟุตซอลและแผนซีดี เห็นวา จําเลยที่ ๑ มิไดไปที่รานตนออลาบเปดดังกลาวทั้งไมมีพยานหลักฐานที่แสดงใหเห็นวา จําเลยที่ ๑ เขาไปมีสวนเกี่ยวของกับขั้นตอนการจัดซื้อจัดจางของโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ พยานหลักฐานจากการไตสวนจึงฟงไมไดวา จําเลยที่ ๑ กระทําความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๗ และมาตรา ๑๓ ตามฟองปญหาที่ตองวินิจฉัยประการตอไปมีวา จําเลยที่ ๒ กระทําความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๗ หรือไม เห็นวาจําเลยที่ ๒ มีหนังสือสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ศธ ๐๔๐๐๖/ว ๙๑๐ ลงวันที่๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เรื่อง จัดสรรงบประมาณป ๒๕๕๕ งบลงทุน คาที่ดินและสิ่งกอสรางแจงการจัดสรรงบประมาณไปยังจําเลยที่ ๓ พรอมรายชื่อโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ)รายการปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณ จํานวน ๑๒ แหง ซึ่งเปนเพียงการแจงกรอบวงเงินหนา ๔๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ ที่จะจัดสรรเทานั้น ทั้งขอเท็จจริงก็ไมปรากฏวาจําเลยที่ ๒ ไปพบหรือติดตอกับผูอํานวยการโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญตลอดจนผูเสนอราคารายใด รวมทั้งไมปรากฏวาจําเลยที่ ๒ เขาไปมีสวนเกี่ยวของใด ๆ ในขั้นตอนการดําเนินการจัดซื้อจัดจางของโรงเรียนโดยกอนเกิดเหตุ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีคําสั่งที่ ๒๒/๒๕๔๖ ลงวันที่๘ กรกฎาคม ๒๕๔๖ มอบอํานาจใหผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและผูอํานวยการสถานศึกษาปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับการดําเนินการจัดทําเองการซื้อ การจาง การจางที่ปรึกษา การจางออกแบบและควบคุมงาน การแลกเปลี่ยน การเชาการควบคุม การจําหนาย และการดําเนินการอื่น ๆ ที่กําหนดในระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือสถานศึกษา ตามสําเนาคําสั่ง เอกสารหมาย จ.๑๐๔หนา ๕๐๕๘ และ ล.๓/๙ การเสนอราคาจัดซื้อ จัดจาง จึงอยูนอกขอบอํานาจหนาที่ของจําเลยที่ ๒ทั้งไมมีพยานรูเห็นวาจําเลยที่ ๒ มีสวนรวมในการจัดทําแผนซีดีที่เกี่ยวของกับการจัดซื้อจัดจางและนําไปมอบใหแกผูอํานวยการโรงเรียนหรือครูที่มีหนาที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะจําเลยที่ ๑๒ ก็รับวาไดรับการติดตอจากจําเลยที่ ๓ โดยตรง ไมปรากฏวาจําเลยที่ ๒ มีสวนเกี่ยวของกับขั้นตอนนี้ดวยพยานหลักฐานจากการไตสวนจึงรับฟงไมไดวา จําเลยที่ ๒ กระทําความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๗ ตามฟองปญหาที่ตองวินิจฉัยประการตอไปมีวา จําเลยที่ ๓ กระทําความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑และมาตรา ๑๒ หรือไม เห็นวา พยานหลักฐานจากการไตสวนไดความจาก นายประยูร นายจักรีนายประสิทธิ์ และ นายเถลิง พยานโจทกซึ่งเปนผูอํานวยการโรงเรียนที่ไดรับการจัดสรรงบประมาณเบิกความทํานองเดียวกันวา พยานมีความเห็นวาควรใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญแนะนําการดําเนินการเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจาง เพราะแตละโรงเรียนไมมีประสบการณในการจัดซื้อจัดจางจึงไปปรึกษาจําเลยที่ ๓ และมีการตั้งคณะกรรมการกําหนดราคากลางตามคําสั่งที่ ๒๐๐/๒๕๕๕ลงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕ โดยราคากลางที่คณะกรรมการกําหนดราคากลางดังกลาวกําหนดขึ้นนี้มีรายละเอียดเหมือนกันกับราคากลางที่ปรากฏในแผนซีดีที่รับมาเมื่อครั้งไปฟงการชี้แจงที่รานตนออลาบเปดสอดคลองกับที่ นายวิษณุ เบิกความวา ผูอํานวยการโรงเรียนหลายแหงไดรับแผนซีดีจากการเขารับฟงหนา ๔๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ การชี้แจงจากจําเลยที่ ๑๒ จึงมาปรึกษาที่สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญเกี่ยวกับการดําเนินการดังกลาว ตอมาตัวแทนโรงเรียนเขาหารือกับจําเลยที่ ๓ จําเลยที่ ๓จึงมีคําสั่งแตงตั้งคณะกรรมการกําหนดราคากลาง ๒ ชุด โดยจําเลยที่ ๓ เปนประธาน พรอมแตงตั้งให นายสรรพสิทธิ์ บุญเทียม วิศวกรผูเขียนแบบโครงการกอสรางปรับปรุงสนามกีฬาโรงเรียน(สนามฟุตซอล) รวมเปนคณะกรรมการดวย ดังนี้ การที่จําเลยที่ ๓ มีคําสั่งแตงตั้งคณะกรรมการกําหนดราคากลางดังกลาว จึงสืบเนื่องมาจากสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไมมีแบบมาตรฐานสนามฟุตซอลและผูอํานวยการโรงเรียนไดมาหารือกับจําเลยที่ ๓ แสดงใหเห็นวาจําเลยที่ ๓ มิไดเปนผูริเริ่มใหแตงตั้งคณะกรรมการดังกลาวขึ้นมาเองตั้งแตแรก อีกทั้งพยานโจทกและจําเลยที่ ๓ ตางก็เบิกความเจือสมกันวา การแตงตั้งคณะกรรมการดังกลาวไมไดผูกมัดใหโรงเรียนตาง ๆตองยึดรายการประมาณการที่ทําขึ้นนั้น แตอยางใด แมพยานหลักฐานจากการไตสวนจะปรากฏวาคณะกรรมการกําหนดราคากลางตามคําสั่งที่ ๒๐๐/๒๕๕๕ บางรายไมไดรับแจงคําสั่ง ไมไดรับหนังสือเชิญประชุม ไมเคยรวมประชุม ทั้งคณะกรรมการดังกลาวไดกําหนดราคาซึ่งตรงกับขอมูลในแผนซีดีทั้งยังให นายสรรพสิทธิ์ บุญเทียม ซึ่งเปนวิศวกรเอกชนรวมเปนคณะกรรมการดวย และตอมาโรงเรียนตาง ๆ ไดคัดลอกขอมูลดังกลาวเพื่อจัดทําเอกสารการจัดซื้อจัดจางของโรงเรียนก็ตามแตก็ไดความจาก นายวิทยา คําทวี ครูโรงเรียนเมืองอํานาจเจริญ นางอินทิรา ธารารมยครูโรงเรียนอนุบาลหัวตะพาน (รัตนวารี) นายเรวัช สินเติม รองผูอํานวยการโรงเรียนบานสรางถอและ นายเดช วงศละคร ครูโรงเรียนบานหนองแคน เบิกความทํานองเดียวกันวา เหตุที่ใชราคากลางของคณะกรรมการกําหนดราคากลางตามคําสั่งที่ ๒๐๐/๒๕๕๕ เพราะมีความนาเชื่อถือ จึงบงชี้วาการใชขอมูลจากแผนซีดีมิไดเกิดจากการบังคับหรือสั่งการของจําเลยที่ ๓ หากแตเปนการใชดุลพินิจและตัดสินใจของคณะกรรมการกําหนดราคากลางของแตละโรงเรียน ซึ่งเปนขั้นตอนการปฏิบัติงานภายในของแตละโรงเรียนเอง โดยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีคําสั่งที่ ๒๒/๒๕๔๖ลงวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๔๖ มอบอํานาจใหผูอํานวยการสถานศึกษาปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจางตามสําเนาคําสั่งเอกสารหมาย จ.๑๐๔หนา ๕๐๕๘ และ ล.๓/๙ จําเลยที่ ๓ ซึ่งเปนผูบริหารสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญจึงไมมีสวนรูเห็นเกี่ยวของดวย สวนขอที่ปรากฏวาแบบประมาณการราคาวัสดุโดยคณะกรรมการหนา ๔๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ กําหนดราคากลางตามคําสั่งที่ ๒๐๐/๒๕๕๕ ระบุเงื่อนไขรายการลําดับที่ ๕ หนังสือคัมภีรกีฬาชุดลําดับที่ ๖ ดีวีดีฝกกีฬา ๘ ประเภท ลําดับที่ ๗ หนังสือกายบริหาร ลําดับที่ ๘ หนังสือชุดความรูเรื่องโรคลําดับที่ ๙ หนังสือสุขบัญญัติ ๑๐ ประการ นั้น ขอเท็จจริงไมปรากฏวาจําเลยที่ ๓ มีความเกี่ยวพันเปนพิเศษกับผูเสนอราคาจนอาจเปนมูลเหตุนําไปสูการชี้นําหรือสั่งการเพื่อใหประโยชนแกผูเสนอราคาอีกทั้งขณะนั้นยังไมปรากฏขอทักทวงวา การกําหนดแบบประมาณการราคาวัสดุ โดยระบุเงื่อนไขลําดับที่ ๕ ถึงที่ ๙ ดังกลาวนั้น จะเปนชองทางกีดกันบุคคลอื่นมิใหเขามารวมแขงขันเสนอราคาอยางเปนธรรมได ลําพังรายชื่อหนังสือดังกลาวยังไมพอบงชี้วาเปนหนังสือที่ไมสามารถหาไดทั่วไปในทองตลาดหรือเจาของสิทธิในหนังสือจะเขามาเสนอราคาดวย การกระทําของคณะกรรมการกําหนดราคากลางตามคําสั่งที่ ๒๐๐/๒๕๕๕ จึงอาจเปนเพียงการกระทําตามแบบอยางที่โรงเรียนอื่นเคยกระทํามากอน อันเปนการกระทําไปบนพื้นฐานของขอมูลและขอเท็จจริงเทาที่มีอยูในขณะนั้นซึ่งหากจําเลยที่ ๓ รูถึงความผิดปกติของการกําหนดเงื่อนไขดังกลาว ก็ไมนาเชื่อวาจําเลยที่ ๓จะเขามามีสวนเกี่ยวของอยางเปดเผยดวยการแตงตั้งตนเองเปนประธานคณะกรรมการกําหนดราคากลางทั้ง ๒ ชุด ซึ่งทําใหตองเสี่ยงตอการตรวจสอบกลาวหาในภายหลัง นายศุภลักษณ แพทยรักษาพยานโจทกซึ่งเปนนิติกรสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ เบิกความวาจําเลยที่ ๓ เรียกผูอํานวยการโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหง มาประชุมเพื่อกําชับใหปฏิบัติตามขอชี้แนะของสํานักงานตรวจเงินแผนดิน สํานักตรวจสอบพิเศษภาค ๕ จังหวัดอุบลราชธานี อันเปนผลใหตอมาโรงเรียน ๙ แหง บอกเลิกสัญญาจัดซื้อจัดจาง จึงเหลือเงินที่ไมไดเบิกจาย ๓๘,๔๐๒,๐๐๐ บาทแสดงใหเห็นวา จําเลยที่ ๓ ทําหนาที่อยางตรงไปตรงมามิไดฝนดําเนินการตอไปเพื่อใหมีการเบิกจายเงินคาจางแกจําเลยที่ ๔ และที่ ๖ ผูรับจาง พยานหลักฐานจากการไตสวนฟงไมไดวา จําเลยที่ ๓กระทําความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒ ตามฟองปญหาที่ตองวินิจฉัยประการตอไปมีวา จําเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๒ กระทําความผิดฐานเปนผูสนับสนุนจําเลยที่ ๑ ในการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๓ และจําเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ ถึงที่ ๑๒กระทําความผิดฐานเปนผูสนับสนุนจําเลยที่ ๓ ในการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติหนา ๔๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ วาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑และมาตรา ๑๒ ตามฟองหรือไม เห็นวา การสนับสนุนการกระทําความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๖ นั้น ตองมีผูอื่นเปนตัวการในการกระทําผิด หากไมมีตัวการกระทําผิดในความผิดดังกลาวเสียแลว การสนับสนุนการกระทําความผิดยอมไมอาจเกิดขึ้นได เมื่อขอเท็จจริงฟงไมไดวา จําเลยที่ ๑และที่ ๓ เปนตัวการในการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติดังกลาว จําเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๒และจําเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ ถึงที่ ๑๒ จึงไมมีความผิดฐานเปนผูสนับสนุนตามที่โจทกฟองปญหาที่ตองวินิจฉัยประการตอไปมีวา จําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๑๑ กระทําความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๔ หรือไมขอเท็จจริงรับฟงเปนยุติวา เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ บริษัทสํานักพิมพวีบุค จํากัดโดยจําเลยที่ ๑๑ ผูผลิตหรือจําหนายหนังสือคัมภีรกีฬาชุด แตงตั้งจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘เปนตัวแทนจําหนาย ตามเอกสารหมาย จ.๑๐๕ หนา ๕๓๘๙, ๕๔๑๙ และ ๕๔๕๖ วันที่๕ มกราคม ๒๕๕๕ จําเลยที่ ๑๐ ผูผลิตหรือจําหนายแผนยางสังเคราะห EVA แบบจิ๊กซอวและดีวีดีสอนกีฬา ๘ ประเภท แตงตั้งจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ เปนตัวแทนจําหนายตามเอกสารหมาย จ.๑๐๕ หนา ๕๓๘๖, ๕๔๑๘ และ ๕๔๕๔ วันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๕สํานักพิมพยูบุค โดยจําเลยที่ ๑๑ ผูผลิตหรือจําหนายหนังสือชุดความรูเรื่องโรค แตงตั้งจําเลยที่ ๔ ที่ ๖และที่ ๘ เปนตัวแทนจําหนาย ตามเอกสารหมาย จ.๑๐๕ หนา ๕๓๘๘, ๕๔๒๑ และ ๕๔๕๕วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๕ สํานักพิมพวีบุค โดยจําเลยที่ ๙ ผูผลิตหรือจําหนายหนังสือกายบริหารและหนังสือสุขบัญญัติ ๑๐ ประการ แตงตั้งจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ เปนตัวแทนจําหนายตามเอกสารหมาย จ.๑๐๕ หนา ๕๓๘๗, ๕๔๒๐ และ ๕๔๕๗ ซึ่งเมื่อพิจารณาเอกสารแนบทายประกาศประกวดราคาจางปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสของโรงเรียนทั้ง๑๒ แหง แลวจะเห็นวาเปนรูปแบบเดียวกัน โดยมีการกําหนดคุณลักษณะเฉพาะใหรวมถึงหนังสือคัมภีรกีฬาชุด ดีวีดีสอนกีฬา ๘ ประเภท หนังสือกายบริหาร หนังสือชุดความรูเรื่องโรคและหนังสือสุขบัญญัติ ๑๐ ประการ ทั้งที่หนังสือเหลานี้ไมเกี่ยวของกับการมีหรือใชสนามฟุตซอลโดยเฉพาะจําเลยที่ ๙ รับวาหนังสือกายบริหารและหนังสือสุขบัญญัติ ๑๐ ประการ เพิ่งแตงตั้งตัวแทนจําหนายเมื่อป ๒๕๕๕ และจําเลยที่ ๑๑ รับวา หนังสือคัมภีรกีฬาชุดเพิ่งจัดพิมพป ๒๕๕๔หนา ๔๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ แตไดมีการนําหนังสือดังกลาวมาเปนเงื่อนไขในการประกวดราคา อันเปนการเอื้อประโยชนแกจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ อยางเจาะจง มีผลเปนการกีดกันผูเสนอราคารายอื่นไมใหเขาเสนอราคาอยางเปนธรรม เนื่องจากผูประกอบการรายอื่นอาจไมสามารถจัดหาหนังสือเหลานี้มาไดโดยมีการแตงตั้งจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ เปนตัวแทนจําหนายหนังสือดังกลาวในชวงเวลาที่ใกลกับการแจงจัดสรรงบประมาณของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สอใหเห็นวามิใชเปนการประกอบการคาอยางปกติ อีกทั้งจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ ตางก็ใชเอกสารรายงานการทดสอบความแข็งแรงของตัวอยางแผนยางสังเคราะห EVA ของกรมวิทยาศาสตรบริการฉบับลงวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๕ ตามเอกสารหมาย จ.๑๐๕ หนา ๕๓๙๐, ๕๔๒๓ และ ๕๔๕๘หนังสือรับรองสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตเชียงใหม เลขที่ ๔๒๓/๒๕๕๕ ลงวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๕ตามเอกสารหมาย จ.๑๐๕ หนา ๕๓๙๑, ๕๔๒๒ และ ๕๔๖๐ และรายงานผลการทดสอบและวิเคราะหความแข็งของตัวอยางแผนยางสังเคราะห EVA ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงประเทศไทย (วว.) ฉบับลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๕ ตามเอกสารหมาย จ.๑๐๕ หนา ๕๓๙๒, ๕๔๒๔และ ๕๔๕๙ ที่ออกใหแกจําเลยที่ ๑๐ ยื่นประกอบการประกวดราคา โดยเอกสารดังกลาวไมมีขอความยอหนาสุดทายเหมือนกัน ชี้ชัดวาจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ รวมกันจัดเตรียมเอกสารที่ใชในการยื่นประกวดราคาดวยกัน ขอเท็จจริงยังไดความจาก นางกนกอร ประเคนรี นองจําเลยที่ ๑๒และ นายนัฏฐวัฒน ประเคนรี บุตร นางกนกอร เบิกความสอดคลองกันวา นางกนกอร ไดรับการติดตอวาจางจากจําเลยที่ ๕ ใหไปซื้อและยื่นเอกสารประกวดราคาโดยไดรับคาตอบแทนโรงเรียนละ ๒,๐๐๐ บาทนางกนกอร ใหจําเลยที่ ๕ จัดสงเอกสารเกี่ยวกับหนังสือมอบอํานาจของจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ใหแก นายนัฏฐวัฒน แลว นางกนกอร ให นายนัฏฐวัฒน ไปซื้อและยื่นเอกสารประกวดราคาของโรงเรียนตามรายชื่อและเวลาที่จําเลยที่ ๕ กําหนด ตอมา นายนัฏฐวัฒน รวมกับ นางชวนพิศ วินทะไชยนายนนทยา ศรีหาบุตร นางสาวยุพา เจริญชัย นายขจรศักดิ์ บัวขาว นายอภินันท ลาโพธิ์และ นายอุทัย ดีชวย ไปซื้อและยื่นเอกสารประกวดราคาแตละโรงเรียน โดย นายมงคล พยานโจทกเบิกความยืนยันวา ผูรับมอบอํานาจของจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ เดินทางมาซื้อและยื่นเอกสารประกวดราคาพรอมกันในวันและเวลาเดียวกัน ผิดปกติวิสัยของผูเสนอราคาแขงขัน ซึ่งจะตองปกปดขอมูลในการประกวดราคามิใหผูประกอบการรายอื่นที่แขงขันเสนอราคาลวงรู พฤติการณที่มีการยื่นเอกสารหนา ๔๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ ประกวดราคาของจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ รวมทั้งหนังสือมอบอํานาจโดยจําเลยที่ ๕ เปนผูวาจางบุคคลกลุมเดียวกัน แสดงใหเห็นชัดเจนวาจําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๙ คบคิดรวมกันในการเสนอราคามาตั้งแตตนการที่มีผูเสนอราคารายอื่น คือ หางหุนสวนจํากัด ต.เขมราฐคอมเมอรส และหางหุนสวนจํากัดสยามทาพระกอสราง เปนผูชนะการประกวดราคาในบางโรงเรียน จึงไมใชเรื่องสําคัญ ขอที่จําเลยที่ ๔ที่ ๕ ที่ ๘ และที่ ๙ อางวา ไดมอบหมายใหลูกจางเปนผูหางานทางเว็บไซตและทําหนังสือมอบอํานาจใหลูกจางเปนผูดําเนินการจัดเตรียมเอกสารเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจาง ก็ไมไดความวาลูกจางนั้นเปนใครและนําเอกสารเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจางมาไดอยางไร จึงเปนขออางที่เลื่อนลอยยากที่จะรับฟงสวนจําเลยที่ ๑๐ และที่ ๑๑ นั้น แมจะไมไดยื่นซองประกวดราคาและเขารวมในการเสนอราคา(เคาะราคา) ดวย แตก็ไดความจากคําเบิกความของจําเลยที่ ๑๑ วา เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๔จําเลยที่ ๑๐ ยื่นคําขอสินเชื่อธุรกิจเพื่อออกหนังสือค้ําประกันใหจําเลยที่ ๖ ใชในการค้ําประกันการยื่นซองประกวดราคา ค้ําประกันการปฏิบัติตามสัญญา และค้ําประกันผลงานในโครงการปรับปรุงซอมแซมอาคารเรียนสิ่งกอสรางสนามกีฬาตอหนวยงานภาครัฐ และจําเลยที่ ๑๑ ในฐานะสวนตัวไดทําหนังสือค้ําประกันมอบไวแกธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) ตอมาวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๔จําเลยที่ ๑๐ โดยจําเลยที่ ๑๑ ขอสินเชื่อธุรกิจเพื่อออกหนังสือค้ําประกันใหจําเลยที่ ๘ใชในการค้ําประกันการยื่นซองประกวดราคา ค้ําประกันการปฏิบัติตามสัญญา และค้ําประกันผลงานในโครงการปรับปรุงซอมแซมอาคารเรียนสิ่งกอสรางสนามกีฬาตอหนวยงานภาครัฐ ทั้งจําเลยที่ ๕เบิกความวา จําเลยที่ ๔ ไมเคยรับจางกอสรางสนามกีฬา และไมเคยติดตอหาแผนยางสังเคราะหเพื่อใชในการกอสรางปรับปรุงสนามกีฬามากอน จําเลยที่ ๑๑ ไดชวยเหลือจําเลยที่ ๔ เรื่องเงินทําพื้นคอนกรีตขณะที่จําเลยที่ ๔ ก็ไดโอนสิทธิเรียกรองการรับเงินคาจางกอสรางสนามกีฬาฟุตซอลที่จะไดรับจากโรงเรียนอํานาจเจริญ โรงเรียนบานโคกเลาะ โรงเรียนชุมชนบานคําพระ ใหแกจําเลยที่ ๑๐ ดังนี้จากขอเท็จจริงดังกลาวขางตนแสดงใหเห็นวา จําเลยที่ ๑๐ และที่ ๑๑ เขาไปมีสวนเกี่ยวของกับการเสนอราคาของจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ ดวย เริ่มตั้งแตการแตงตั้งตัวแทนจําหนายหนังสือที่จําเปนตองใชในการประกวดราคา แตงตั้งตัวแทนจําหนายแผนยางสังเคราะหอันเปนวัสดุสําคัญในการกอสรางสนามกีฬา การชวยเหลือจัดหาหลักประกันในการยื่นซองประกวดราคา หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา และหลักประกันผลงาน ทั้งยังไดจัดเตรียมหนังสือรับรองแผนยางสังเคราะหหนา ๔๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ ตลอดจนชวยเหลือทางการเงินโดยทดรองออกเงินคาปูพื้นคอนกรีต กับรับโอนสิทธิรับเงินคาจางกอสรางบางโรงเรียน ซึ่งเกินเลยไปกวาการชวยเหลือตัวแทนจําหนายเพื่อสงเสริมการขายสินคาตามปกติประกอบกับจําเลยที่ ๑๑ ก็อยูกินฉันสามีภริยากับจําเลยที่ ๙ และพักอาศัยอยูบานเดียวกันอีกดวยเมื่อการเสนอราคาของจําเลยที่ ๘ และที่ ๙ กระทําโดยใชเอกสารและกลุมบุคคลเชนเดียวกับจําเลยที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๖ พฤติการณแหงคดีจึงบงชี้วาเปนการแบงหนาที่กันทําสําหรับจําเลยที่ ๗ ซึ่งเบิกความอางวา จําเลยที่ ๗ เปนเพียงแมบานรับจางเลี้ยงลูกและทําความสะอาดบานให นางณัฐรวี ชาลีเครือ จําเลยที่ ๗ มิใชเจาของและผูถือหุนจริงในบริษัทจําเลยที่ ๖ ตอมาป ๒๕๕๓ นางณัฐรวี ขอเอาชื่อจําเลยที่ ๗ เขามาเปนกรรมการผูมีอํานาจกระทําการแทนจําเลยที่ ๖ และไดนําเอกสารของจําเลยที่ ๖ มาใหจําเลยที่ ๗ ลงลายมือชื่อโดยจําเลยที่ ๗ ไมไดอานขอความนั้น เห็นวา นางณัฐรวี แจงใหจําเลยที่ ๗ ทราบถึงการเขามาเปนกรรมการผูมีอํานาจกระทําการแทนจําเลยที่ ๖ แตแรกแลว ขออางของจําเลยที่ ๗ ที่วาไมไดอานเอกสารจึงไมรูขอเท็จจริงวาเปนเอกสารการประกวดราคากอสรางสนามฟุตซอลที่จังหวัดอํานาจเจริญนั้นเปนคําเบิกความลอย ๆ ไมมีน้ําหนักใหรับฟงจากเหตุผลดังที่ไดวินิจฉัยมาแลว พยานหลักฐานจากการไตสวนฟงไดวา จําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๑๑รวมกันกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐพ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๔ ตามฟอง อนึ่ง ในสวนจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ ที่ ๘ และที่ ๑๐ ซึ่งเปนนิติบุคคลนั้นตามมาตรา ๔ มีระวางโทษปรับรอยละ ๕๐ ของจํานวนเงินที่มีการเสนอราคาสูงสุดในระหวางผูรวมกระทําผิดหรือของจํานวนเงินที่มีการทําสัญญากับหนวยงานของรัฐแลวแตจํานวนใดจะสูงกวา เมื่อคดีนี้จํานวนเงินที่มีการเสนอราคาของแตละโรงเรียนสูงกวาจํานวนเงินที่มีการทําสัญญา จึงตองถือเอาจํานวนเงินที่มีการเสนอราคาสูงสุดระหวางจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ มากําหนดคาปรับ ซึ่งขอเท็จจริงปรากฏวาจํานวนเงินที่มีการเสนอราคาสูงสุดระหวางจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ ของโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหงรวมเปนเงิน ๔๔,๙๓๕,๐๐๐ บาทปญหาที่ตองวินิจฉัยประการสุดทายมีวา จําเลยที่ ๑๒ กระทําความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๗ หรือไมพยานหลักฐานจากการไตสวนไดความจาก นายประสิทธิ์ ผูอํานวยการโรงเรียนอนุบาลหัวตะพานหนา ๔๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ (รัตนวารี) วา จําเลยที่ ๑๒ แจงแกพยานวาโรงเรียนอนุบาลหัวตะพานไดรับจัดสรรงบประมาณกอสรางสนามกีฬาฟุตซอล ใหพยานไปฟงการชี้แจงรายละเอียดที่รานตนออลาบเปด และไดความจากนายประสิทธิ์ นายจักรี นายศักดา และ นายมรกต พยานโจทกซึ่งไปรวมฟงการชี้แจงที่รานตนออลาบเปดตางเบิกความสอดคลองกันวา จําเลยที่ ๑๒ ชี้แจงวาในซองเอกสารมีเอกสารเกี่ยวกับการดําเนินการจัดซื้อจัดจางสนามกีฬาฟุตซอลรวมทั้งแผนซีดี และ นายกิตตกวินเดชน วงศหมั่น พนักงานบริษัทปอป เนทเวอรค จํากัดพยานโจทกเบิกความวา เดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ พยานไดรับการประสานจากจําเลยที่ ๑๒ ใหไปเสนอขอมูลและเงื่อนไขเพื่อเขารวมคัดเลือกในการเปนผูใหบริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกสกับโรงเรียนตาง ๆในจังหวัดมุกดาหารและจังหวัดอํานาจเจริญ โดยจําเลยที่ ๑๒ ใหรายชื่อโรงเรียนมาดวย ไดความจากนายศักดา ผูอํานวยการโรงเรียนชุมชนบานน้ําปลีก วา จําเลยที่ ๑๒ โทรศัพทหาพยานใหพยานคุยกับหางหุนสวนจํากัด ต.เขมราฐคอมเมอรส ใหทําหนังสือสละสิทธิเพื่อใหผูที่เสนอราคาในลําดับถัดมาเปนผูรับจางแทน และ นายเถลิง ผูอํานวยการโรงเรียนนาผือโคกกอก เบิกความวา เมื่อหางหุนสวนจํากัดต.เขมราฐคอมเมอรส ชนะการประกวดราคา จําเลยที่ ๑๒ โทรศัพทมาหาพยาน ถามวา “ทําไมมันไมออก”เปนทํานองวากลุมของจําเลยที่ ๔ และที่ ๖ ไมพอใจ องคคณะผูพิพากษาเสียงขางมากเห็นวาพยานโจทกทุกปากดังกลาวไมมีสาเหตุหรือความจําเปนใดที่จะตองปนแตงขอเท็จจริงเพื่อปรักปรําจําเลยที่ ๑๒แตอยางใด คําเบิกความของพยานโจทกดังกลาวจึงมีน้ําหนักใหรับฟง แมพยานหลักฐานจากการไตสวนจะไมปรากฏวาจําเลยที่ ๑๒ มีสวนเกี่ยวของกับการดําเนินการกําหนดรายชื่อโรงเรียนที่จะไดรับจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ) สําหรับกอสรางสนามฟุตซอลดังที่ไดวินิจฉัยมาแลวขางตนแตในสวนของกระบวนการเริ่มตนเพื่อดําเนินการจัดซื้อจัดจางกอสรางสนามฟุตซอลนั้น จําเลยที่ ๑๒ซึ่งขณะเกิดเหตุรับราชการอยูที่จังหวัดอุบลราชธานีอันเปนคนละพื้นที่กับโรงเรียนตาง ๆ ที่ไดรับการจัดสรรในคดีนี้ ไดเขาไปมีสวนสําคัญในการชี้แจงแนวทางการจัดซื้อจัดจางโดยอางตนวามีประสบการณจัดซื้อจัดจางกอสรางสนามฟุตซอลที่โรงเรียนในจังหวัดอุบลราชธานีมากอน โดยเฉพาะในการชี้แจงยังปรากฏวามีการแจกซองเอกสารสีน้ําตาลระบุชื่อโรงเรียนที่ไดรับงบประมาณซึ่งภายในบรรจุแผนซีดีที่บันทึกขอมูลเกี่ยวกับการจัดทําเอกสารในการจัดซื้อจัดจางกอสรางสนามฟุตซอลทุกขั้นตอนไวแลว หากจําเลยที่ ๑๒ เพียงแตไดรับการติดตอใหไปชวยแนะนําใหความรูในการจัดซื้อจัดจางเนื่องจากจําเลยที่ ๑๒ เคยทําโครงการปรับปรุงสนามกีฬาของโรงเรียนที่จําเลยที่ ๑๒ เปนผูอํานวยการหนา ๔๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ ดังที่จําเลยที่ ๑๒ เบิกความกลาวอาง จําเลยที่ ๑๒ ก็ไมนาจะทราบลวงหนาวาโรงเรียนใดไดรับจัดสรรงบประมาณบาง ประกอบกับจําเลยที่ ๑๒ ไดแจงดวยวาอีก ๑ ถึง ๒ วัน จะมีหนังสือจากสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญแจงมายังโรงเรียนและใหรอผูรับเหมาเขามาติดตอบงชี้วามีการวางแผนตระเตรียมการลวงหนาอยางเปนขั้นเปนตอน จนนําไปสูการกําหนดรางขอบเขตของงาน (TOR) และรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ วัสดุครุภัณฑกีฬา (สนามกีฬาคอนกรีตเสริมเหล็ก)พรอมติดตั้ง จํานวน ๙ รายการ ที่มีรายการหนังสือลําดับที่ ๕ ถึงที่ ๙ เปนเงื่อนไขในการประกวดราคาดวยอันเปนชองทางอยางหนึ่งที่เปนการกีดกันมิใหบุคคลอื่นเขามารวมแขงขันเสนอราคาไดอยางเทาเทียมกันเพราะเมื่อหนังสือรายการดังกลาวเปนของจําเลยที่ ๙ และที่ ๑๑ เอง ยอมอยูในวิสัยที่จําเลยที่ ๙และที่ ๑๑ จะควบคุมมิใหแพรหลายในทองตลาดได และแมคณะกรรมการตาง ๆ ของโรงเรียนแตละแหงมีดุลพินิจที่จะใชขอมูลตามแผนซีดีหรือไมก็ได แตการชี้แจงของจําเลยที่ ๑๒ ก็มุงประสงคที่จะใหผูอํานวยการโรงเรียนทั้งหลายเชื่อถือขอมูลเอกสารตัวอยางการจัดซื้อจัดจางในแผนซีดีรวมทั้งไดอาศัยโอกาสจากความไมรูของผูอํานวยการโรงเรียนและคณะกรรมการตาง ๆ ของโรงเรียนเนื่องจากยังไมเคยมีประสบการณในการจัดซื้อจัดจางกอสรางสนามฟุตซอลดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสมากอนซึ่งผลสุดทายก็ปรากฏวาคณะกรรมการตาง ๆ ของโรงเรียนก็ไดใชขอมูลของคณะกรรมการกําหนดราคากลางตามคําสั่งที่ ๒๐๐/๒๕๕๕ ซึ่งตรงกับขอมูลในแผนซีดี นอกจากนั้น ยังไดความวา จําเลยที่ ๑๒ประสานงานให นายกิตตกวินเดชน ไปเสนอขอมูลและเงื่อนไขเพื่อเขารวมคัดเลือกในการเปนผูใหบริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกสกับโรงเรียนตาง ๆ โดยใหรายชื่อโรงเรียนดวย แสดงใหเห็นอยางชัดเจนวาจําเลยที่ ๑๒ มิไดเพียงแตแนะนําวิธีการจัดทําเอกสารจัดซื้อจัดจางแตเพียงอยางเดียว ดังที่จําเลยที่ ๑๒ อางยิ่งไปกวานั้น ภายหลังจากทราบวาหางหุนสวนจํากัด ต.เขมราฐคอมเมอรส ชนะการประกวดราคาจําเลยที่ ๑๒ ก็โทรศัพทไปหาผูอํานวยการโรงเรียนชุมชนบานน้ําปลีกและโรงเรียนนาผือโคกกอกในลักษณะแสดงความไมพอใจ นับวาผิดปกติวิสัยของผูที่ไมเกี่ยวของกับการรวมกันเสนอราคาเปนอยางยิ่งพฤติการณที่จําเลยที่ ๑๒ เขามามีสวนเกี่ยวของตั้งแตแรกกอนเริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจางของโรงเรียนจนถึงกับไมพอใจผลการประกวดราคาเชนนี้ มีเหตุผลใหเชื่อไดวาจําเลยที่ ๑๒ มีสวนรวมในการกีดกันผูประกอบการรายอื่นมิใหสามารถเสนอราคาแขงขันกับกลุมของจําเลยที่ ๔ และที่ ๖ ไดเมื่อความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒หนา ๕๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ มาตรา ๗ กฎหมายบัญญัติโดยมีความมุงหมายที่จะปกปองกระบวนการเสนอราคาเพื่อใหไดราคาที่เปนธรรมและมิใหมีผูมากอการรบกวนหรือกระทําการอันเปนการเสียหายตอกระบวนการเสนอราคา ไมวาจะเปนการกระทําดวยประการใด ๆ โดยไมจํากัดวิธีการ ดังนั้น การกระทําของจําเลยที่ ๑๒ ดังกลาวมายอมถือวาเปนการกระทําโดยวิธีการอื่นใดเปนเหตุใหผูอื่นไมมีโอกาสเขาทําการเสนอราคาอยางเปนธรรมจําเลยที่ ๑๒ จึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐพ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๗ ตามที่โจทกฟองอนึ่ง ภายหลังกระทําความผิดมีพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖)พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๗ ใหยกเลิกอัตราโทษในมาตรา ๑๕๑ และมาตรา ๑๕๗ และใหใชอัตราโทษใหมแทนแตกฎหมายที่แกไขใหมมีระวางโทษสูงกวากฎหมายเดิม ตองถือวากฎหมายที่แกไขใหมไมเปนคุณแกผูกระทําความผิด จึงใหใชกฎหมายเดิมซึ่งเปนกฎหมายที่ใชในขณะกระทําความผิดบังคับใชแกคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓ และสําหรับความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ นั้น แมมีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๓ ใหยกเลิกพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒แตยังคงบัญญัติการกระทําความผิดดังกลาวไวในมาตรา ๑๗๒ ซึ่งมีระวางโทษเทากันจึงตองใชพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒มาตรา ๑๒๓/๑ ซึ่งเปนกฎหมายที่ใชในขณะกระทําความผิดบังคับแกคดีนี้เชนกันพิพากษาวา จําเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑ (เดิม)ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖ จําเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๑ (เดิม) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ จําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๑๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๔ ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๓ จําเลยที่ ๑๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๗ ลงโทษจําเลยที่ ๑ จําคุก ๓ ป ๔ เดือนและปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาท จําเลยที่ ๒ กระทําความผิดกรรมเดียวเปนความผิดตอกฎหมายหลายบทหนา ๕๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ ใหลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑ (เดิม) ซึ่งเปนกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จําคุก ๕ ป และปรับ ๑๕๐,๐๐๐ บาท จําคุกจําเลยที่ ๕ที่ ๗ ที่ ๙ และที่ ๑๑ คนละ ๒ ป และปรับจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ ที่ ๘ และที่ ๑๐ เปนเงินคนละ๒๒,๔๖๗,๕๐๐ บาท ทางนําสืบของจําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๑๑ เปนประโยชนแกการพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษใหคนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจําคุกจําเลยที่ ๕ที่ ๗ ที่ ๙ และที่ ๑๑ คนละ ๑ ป ๔ เดือน และปรับจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ ที่ ๘ และที่ ๑๐คนละ ๑๔,๙๗๘,๓๓๓.๓๓ บาท จําคุกจําเลยที่ ๑๒ มีกําหนด ๒ ป องคคณะผูพิพากษามีมติเสียงขางมากเห็นวา พิเคราะหพฤติการณแหงคดีแลว ขณะเกิดเหตุจําเลยที่ ๑ เพิ่งไดรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรสมัยแรกไดเพียง ๓ เดือนเศษ และไมปรากฏวาจําเลยที่ ๑ ไดรับประโยชนในลักษณะที่เปนทรัพยสินอยางใด หลังเกิดเหตุจําเลยที่ ๑ นําคณะครูไปยังสํานักตรวจสอบพิเศษภาค ๕เพื่อแจงปญหาการกอสรางสนามฟุตซอลไมไดมาตรฐาน ซึ่งเปนเหตุหนึ่งที่ทําใหมีการบอกเลิกสัญญาในบางโรงเรียน เปนการระงับยับยั้งไมใหเกิดความเสียหาย สวนจําเลยที่ ๒ ไมปรากฏวาไดรับประโยชนในลักษณะที่เปนทรัพยสิน คงกระทําความผิดไปตามเงื่อนไขในชั้นกรรมาธิการวาจะตองใชขอมูลรายละเอียดประกอบการจัดสรรงบประมาณจากสภาผูแทนราษฎรโดยการประสานงานจากสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ซึ่งจําเลยที่ ๒ มุงหวังจะใหมีการจัดสรรงบประมาณรายจาย (งบแปรญัตติ)เพิ่มเติมใหแกหนวยงานในสังกัดของตนเทานั้น ตอมาไดมีการสรางสนามฟุตซอลเพื่อประโยชนของโรงเรียนจริง โดยจําเลยที่ ๒ ไมมีสวนเกี่ยวของในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจาง ประกอบกับจําเลยที่ ๒อายุ ๗๑ ปเศษ ปฏิบัติหนาที่ราชการมาเปนเวลานาน นับวามีคุณงามความดีมากอน สวนจําเลยที่ ๗เปนเพียงแมบานและพี่เลี้ยงเด็ก พฤติการณแหงคดีเชื่อไดวา จําเลยที่ ๗ เขารวมกระทําความผิดเนื่องจากอยูภายใตความครอบงําของนายจาง ทั้งไมปรากฏวาจําเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๗ไดรับโทษจําคุกมากอน จึงใหรอการลงโทษจําคุกไวมีกําหนดคนละ ๓ ป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๕๖ หากจําเลยที่ ๑ และที่ ๒ ไมชําระคาปรับใหจัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙, ๓๐ สวนจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ ที่ ๘ และที่ ๑๐ หากไมชําระคาปรับใหจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ นับโทษจําเลยที่ ๕ ตอจากโทษจําคุกของจําเลยที่ ๓ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. ๙๙/๒๕๖๖ และโทษจําคุกของจําเลยที่ ๒ ในคดีหมายเลขแดงที่หนา ๕๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ อท. ๑๕๙/๒๕๖๖ ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๔ นับโทษจําเลยที่ ๙ตอจากโทษจําคุกของจําเลยที่ ๓ ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. ๑๐๐/๒๕๖๖ และโทษจําคุกของจําเลยที่ ๒ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. ๑๖๐/๒๕๖๖ ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๔นับโทษจําเลยที่ ๑๑ ตอจากโทษจําคุกของจําเลยที่ ๔ ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. ๑๐๐/๒๕๖๖และโทษจําคุกของจําเลยที่ ๔ ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. ๑๖๐/๒๕๖๖ ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๔ นับโทษจําเลยที่ ๑๒ ตอจากโทษจําคุกของจําเลยที่ ๔ ในคดีหมายเลขแดงที่อท. ๙๙/๒๕๖๖ และโทษจําคุกของจําเลยที่ ๓ ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. ๑๕๙/๒๕๖๖ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๔ สวนที่โจทกขอใหนับโทษจําเลยที่ ๒ ที่ ๕ ที่ ๙และที่ ๑๑ ตอจากโทษจําคุกของจําเลยที่ ๔ ที่ ๗๔ ที่ ๗๖ และที่ ๘๒ ในคดีหมายเลขดําที่อม. ๑๗/๒๕๖๔ ของศาลนี้นั้น เนื่องจากศาลรอการลงโทษจําคุกจําเลยที่ ๒ ในคดีนี้ และคดีหมายเลขดําที่อม. ๑๗/๒๕๖๔ ศาลยังไมมีคําพิพากษาจึงไมอาจนับโทษตอได ใหยกคําขอของโจทกในสวนนี้สวนขอหาอื่นสําหรับจําเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ ถึงที่ ๑๒ นอกจากนี้ใหยก และยกฟองโจทกสําหรับจําเลยที่ ๓ นางสาวสิริกานต มีจุลนายสาคร ตั้งวรรณวิบูลย นายกิตติพงษ ศิริโรจนนายกษิดิศ มงคลศิริภัทรา นายธนิต รัตนะผลนายชาญณรงค ปราณีจิตต นางมัณทรี อุชชินนายพิชัย เพ็งผอง นางวยุรี วัฒนวรลักษณหนา ๕๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)