ดูรายละเอียด
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
(อม.๓๓)คําพิพากษา คดีหมายเลขดําที่ อม. ๑๘/๒๕๖๕คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๓๑/๒๕๖๗ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองวันที่ ๕ เดือน กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๗อัยการสูงสุด โจทกนางสมหญิง บัวบุตร ที่ ๑นายชินภัทร ภูมิรัตน ที่ ๒นายอดุลย กองทอง ที่ ๓หางหุนสวนจํากัด จี โอ โอ ดี ที่ ๔นายอนุชา หรือนนทชิต วงศมณีรัตน ที่ ๕บริษัทที วี เอ็น เทคโนโลยี จํากัด ที่ ๖นางสาวพรเพ็ญ ภิรมยกิจ ที่ ๗บริษัทวายอีอี จํากัด ที่ ๘นายยี พณิชยา ที่ ๙บริษัทสปอรต แอนด เกม จํากัด ที่ ๑๐นางสาวเบญจพันธ บุญบงการ ที่ ๑๑นายพิพัฒน กาลพัฒน ที่ ๑๒ จําเลยระหวาง หนา ๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
เรื่อง ความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการ ความผิดตอพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต ความผิดตอพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐโจทกฟองและแกฟองวา ขณะเกิดเหตุ จําเลยที่ ๑ ดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดอํานาจเจริญ เขตเลือกตั้งที่ ๑ (อําเภอเมืองอํานาจเจริญ และอําเภอหัวตะพาน) เปนผูดํารงตําแหนงทางการเมือง และเจาหนาที่ของรัฐ มีอํานาจหนาที่ตามที่กําหนดไวในรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยและกฎหมายในการพิจารณารางพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕คําขอแปรญัตติเพิ่มเติมงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ และในการพิจารณาของสภาผูแทนราษฎรหรือของคณะกรรมาธิการ การเสนอการแปรญัตติหรือการกระทําดวยประการใด ๆที่มีผลใหสมาชิกสภาผูแทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือกรรมาธิการ มีสวนไมวาโดยทางตรงหรือทางออมในการใชงบประมาณรายจายจะกระทํามิได และจําเลยที่ ๑ ไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงที่ปรึกษาประจําคณะอนุกรรมาธิการดานการศึกษาจากคณะอนุกรรมาธิการดานการศึกษา โดยคณะอนุกรรมาธิการดานการศึกษาทําหนาที่พิจารณาปรับลดงบประมาณดานการศึกษาแลวรายงานผลการพิจารณาศึกษาตอคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕สภาผูแทนราษฎร จําเลยที่ ๒ ดํารงตําแหนงเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปนเจาหนาที่ของรัฐเจาพนักงานและเจาหนาที่ในหนวยงานของรัฐตามกฎหมาย มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบควบคุมขาราชการประจําในสํานักงานแปลงนโยบายเปนแนวทางและแผนปฏิบัติการ กํากับการปฏิบัติงานของสวนราชการ เรงรัด ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติราชการของสวนราชการในสํานักงานและเปนผูบังคับบัญชาขาราชการในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือในสถานศึกษาที่อยูในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา จําเลยที่ ๓ ดํารงตําแหนงผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ ซึ่งเปนเจาหนาที่ของรัฐ เจาพนักงานและเจาหนาที่ในหนวยงานของรัฐมีอํานาจหนาที่เปนผูบังคับบัญชาขาราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาใหเปนไปตามนโยบายแนวทางและแผนปฏิบัติราชการของกระทรวง และมีอํานาจอนุมัติเบิกเงินกับคลังจังหวัดที่อยูในความรับผิดชอบของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในสังกัด และในการจัดซื้อจัดจางหนา ๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
งานปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณตองดําเนินการตามแนวทางการบริหารงบประมาณประจําป ๒๕๕๕(งบแปรญัตติ) จําเลยที่ ๔ ที่ ๖ ที่ ๘ และที่ ๑๐ เปนนิติบุคคล โดยจําเลยที่ ๕ เปนหุนสวนผูจัดการของจําเลยที่ ๔ จําเลยที่ ๗ เปนกรรมการผูจัดการของจําเลยที่ ๖ จําเลยที่ ๙ เปนกรรมการผูจัดการของจําเลยที่ ๘ และจําเลยที่ ๑๑ เปนกรรมการผูจัดการของจําเลยที่ ๑๐ จําเลยที่ ๔ ที่ ๖ ที่ ๘และที่ ๑๐ เปนผูเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ และจําเลยที่ ๑๒ ดํารงตําแหนงผูอํานวยการโรงเรียนบานโนนมวงโนนจิกอําเภอศรีเมืองใหม จังหวัดอุบลราชธานี เปนเจาหนาที่ของรัฐและเจาหนาที่ในหนวยงานของรัฐเมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๔ ถึงเดือนมกราคม ๒๕๕๖ เวลากลางวันตอเนื่องกัน จําเลยที่ ๑ถึงที่ ๑๒ ไดกระทําความผิดตอกฎหมายหลายกรรมตางกัน กลาวคือ จําเลยที่ ๑ ไดตกลงรวมกันกับจําเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๑๒ กับจําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๑๑ ซึ่งเปนกลุมผูประกอบการที่ยื่นเสนอราคากับโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดอํานาจเจริญ ๑๕ แหง โดยจําเลยที่ ๑ รวมกับจําเลยที่ ๒ เขาไปพิจารณาคําขอเพิ่มเติมงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ จําเลยที่ ๒ ลงนามเสนอบันทึกขอความ ๒ ฉบับคือ บันทึกขอความ ดวนที่สุด ที่ ศธ ๐๔๐๐๖/๒๒๓๒ ลงวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เรื่อง การเสนอขอเพิ่มงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ ๒๕๕๕ งบประมาณรวมทั้งสิ้น ๗,๙๓๖,๗๗๖,๘๔๐ บาทและบันทึกขอความ ดวนที่สุด ที่ ศธ ๐๔๐๐๖/๒๒๕๓ ลงวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เรื่อง การเสนอขอเพิ่มงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ ๒๕๕๕ (เพิ่มเติม) ๑๐,๐๐๐ ลานบาท ในแผนงานขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษาผลผลิตผูจบการศึกษาภาคบังคับ ซึ่งมีการระบุเปนคาที่ดินและสิ่งกอสรางรายการคากอสรางปรับปรุงซอมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบ สิ่งกอสรางที่ชํารุดทรุดโทรมและที่ประสบอุบัติภัย๗,๐๐๐ ลานบาท โดยระบุเหตุผลและคําชี้แจง ในขอ ๔ เพื่อกอสรางสนามกีฬาใหกับโรงเรียนในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ในวันเดียวกันนายวรวัจน เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ มีหนังสือกระทรวงศึกษาธิการ ดวนที่สุดที่ ศธ ๐๒๐๘/๔๑๔๘ ลงวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ถึงผูอํานวยการสํานักงบประมาณเสนอขอเพิ่มงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เปนยอดวงเงินทั้งหมด๒๗,๒๖๖.๕๘๑๙ ลานบาท ใหคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติงบประมาณหนา ๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
รายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ พิจารณาเพิ่มเติมงบประมาณในสวนนี้ เรียกวา“งบแปรญัตติ” ตอมาไดมีการอนุมัติงบประมาณในแผนงานขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษาผลผลิตผูจบการศึกษาภาคบังคับ งบลงทุน ครุภัณฑที่ดินและสิ่งกอสราง เปนเงิน ๔,๔๕๙,๔๒๐,๐๐๐ บาทแยกเปนครุภัณฑงานบานงานครัว ๕๑๒,๑๔๒,๐๐๐ บาท และคาที่ดินและสิ่งกอสรางอื่นที่มีราคาตอหนวยต่ํากวา ๑๐ ลานบาท ๓,๙๔๗,๒๗๘,๐๐๐ บาท โดยกอนวันที่มีการประกาศใชพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในขั้นตอนกอนการแจงจัดสรรงบประมาณ จําเลยที่ ๑ไดกําหนดรายชื่อโรงเรียนในเขตพื้นที่จังหวัดอํานาจเจริญ เขตเลือกตั้งที่ ๑ ซึ่งเปนเขตที่จําเลยที่ ๑ไดรับการเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร เพื่อใหไดรับจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ) จํานวน ๑๕ แหงประกอบดวย โรงเรียนอํานาจเจริญ โรงเรียนสรางนกทาวิทยาคม โรงเรียนศรีเจริญศึกษา โรงเรียนเมืองอํานาจเจริญโรงเรียนอนุบาลอํานาจเจริญ โรงเรียนชุมชนบานน้ําปลีก โรงเรียนบานปาติ้ว โรงเรียนนาผือโคกกอกโรงเรียนบานโคกเลาะ โรงเรียนบานหัวตะพาน โรงเรียนอนุบาลหัวตะพาน (รัตนวารี) โรงเรียนบานหนองแคนโรงเรียนชุมชนบานคําพระ โรงเรียนบานเวียงหลวง และโรงเรียนบานสรางถอ แลวจําเลยที่ ๑ไดมอบรายชื่อโรงเรียนทั้งหมดดังกลาว ใหกับผูมีชื่อไปประสานและมอบใหกับเจาหนาที่ที่เกี่ยวของของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใหจําเลยที่ ๒ ดําเนินการแจงจัดสรรงบประมาณใหโดยระบุใหปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณ และวงเงินงบประมาณที่แตละโรงเรียนจะไดรับจัดสรรสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไมสามารถใชจายเงินงบประมาณดังกลาวไดตามแผนงานโครงการปกติที่จําเลยที่ ๒ เสนอของบประมาณ แตตองใชจายตามความประสงคของจําเลยที่ ๑กับพวก โดยมีการจัดทําบัญชีคุมยอดรายการแปรญัตติ พ.ศ. ๒๕๕๕ (ใบโควตา) เพื่อใชในการควบคุมการใชจายงบประมาณในสวนนี้เปนการเฉพาะ ซึ่งในสวนของพรรคเพื่อไทยไดรับวงเงินทั้งสิ้น๒,๕๖๘,๔๒๐,๐๐๐ บาท และจําเลยที่ ๑ ไดรับวงเงินจัดสรร ๖๐ ลานบาท นอกจากนี้ จําเลยที่ ๑ยังไดแจงกับจําเลยที่ ๓ นายประยูร เหมือนเหลา ผูอํานวยการโรงเรียนอนุบาลอํานาจเจริญและ นายประสิทธิ์ สิงหงาม ผูอํานวยการโรงเรียนอนุบาลหัวตะพาน (รัตนวารี) วาเปนงบแปรญัตติจากสมาชิกสภาผูแทนราษฎรพรรคเพื่อไทย จัดสรรใหกับโรงเรียนในเขตพื้นที่จังหวัดอํานาจเจริญเพื่อกอสรางสนามฟุตซอล โดยจําเลยที่ ๑ และจําเลยที่ ๑๒ ไดประสานกับผูอํานวยการโรงเรียนในเขตพื้นที่จังหวัดอํานาจเจริญไวลวงหนา เพื่อตระเตรียมการดําเนินการจัดซื้อจัดจางงานปรับปรุงหนา ๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
สนามกีฬาพรอมอุปกรณ (สนามฟุตซอล) และติดตอประสานกับผูอํานวยการโรงเรียนทั้ง ๑๕ แหงใหเขารวมรับฟงการชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับงบประมาณที่จัดสรรและการตระเตรียมการดําเนินการจัดซื้อจัดจาง ณ รานอาหารตนออลาบเปด ตั้งอยูในอําเภอเมืองอํานาจเจริญ จังหวัดอํานาจเจริญซึ่งมี นางสาวนงลักษณ บัวบุตร นองจําเลยที่ ๑ เปนเจาของราน โดยมีจําเลยที่ ๑๒ เปนผูชี้แจงและแจกซองสีน้ําตาลขนาด A๔ (เขียนชื่อโรงเรียนไวหนาซอง) ใหกับผูอํานวยการโรงเรียนหรือผูที่ผูอํานวยการโรงเรียนมอบหมาย ภายในซองสีน้ําตาลจะมีแผนซีดีและตัวอยางเอกสารตาง ๆโดยแนะนําใหโรงเรียนจัดทําคําขอรับการสนับสนุนงบประมาณตามขอมูลในแผนซีดีและแบบฟอรมเอกสารประกอบดวย หนังสือขอรับการสนับสนุนงบประมาณปรับปรุงสนามกีฬาโรงเรียน โครงการปรับปรุงสนามกีฬาโรงเรียน คําสั่งแตงตั้งคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงสนามกีฬาโรงเรียนตามโครงการและบันทึกขอความ กําหนดหลักการ เหตุผล วัตถุประสงค เปาหมาย วิธีดําเนินการ ระยะเวลางบประมาณ ผลที่คาดวาจะไดรับ รวมถึงกําหนดวาตองการสนามฟุตซอลพื้นยางสังเคราะห (EVA)พรอมอุปกรณเสริม คุณลักษณะเฉพาะ ปริมาณของอุปกรณกีฬา ดีวีดี หนังสือตาง ๆ อันเปนการกระทําที่แตกตางจากการขอรับการสนับสนุนงบประมาณในกรณีปกติ โดยทําเสมือนหนึ่งวาเปนการของบประมาณปกติทั้งที่ลวงเลยเวลาที่จะทําเชนนั้นไดโดยชอบดวยกฎหมาย นอกจากนี้ ยังมีขอมูลแบบฟอรมเอกสารที่เกี่ยวของกับการดําเนินการจัดซื้อจัดจางดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส ตัวอยางเอกสารเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจางทุกขั้นตอน และในแผนซีดียังมีขอมูลการกําหนดราคากลาง และการกําหนดใหใชสถานที่บริการตลาดกลางทางอิเล็กทรอนิกสแหงเดียวกัน เพื่อวัตถุประสงคที่ใหประโยชนแกจําเลยที่ ๔และที่ ๖ เปนผูมีสิทธิทําสัญญากับโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ) โดยหลีกเลี่ยงการแขงขันราคาอยางเปนธรรม อันเปนการกระทําใด ๆ เปนเหตุใหผูอื่นไมมีโอกาสเขาทําการเสนอราคาอยางเปนธรรม ตอมาวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ จําเลยที่ ๒ ซึ่งรูอยูแลววาโรงเรียนทั้ง ๑๕ แหงไมมีโครงการและไมเคยขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อกอสรางสนามกีฬาฟุตซอลไปยังสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒๙ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญและสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แตประการใด ไดแจงเรื่องการจัดสรรงบประมาณป ๒๕๕๕งบลงทุน คาที่ดินและสิ่งกอสรางไปยังผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒๙พรอมสงรายชื่อโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ) รายการปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณหนา ๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
จํานวน ๓ แหง คือ โรงเรียนอํานาจเจริญ โรงเรียนสรางนกทาวิทยาคม และโรงเรียนศรีเจริญศึกษาไดรับงบประมาณโรงเรียนละ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตามความประสงคของจําเลยที่ ๑ และไดแจงการจัดสรรงบประมาณไปยังจําเลยที่ ๓ พรอมทั้งสงรายชื่อโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ)รายการปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณ จํานวน ๑๒ แหง คือ โรงเรียนบานโคกเลาะ โรงเรียนบานหัวตะพานโรงเรียนอนุบาลหัวตะพาน (รัตนวารี) โรงเรียนบานหนองแคน โรงเรียนอนุบาลอํานาจเจริญและโรงเรียนเมืองอํานาจเจริญ ไดรับงบประมาณโรงเรียนละ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท โรงเรียนชุมชนบานคําพระโรงเรียนบานเวียงหลวง โรงเรียนบานสรางถอ โรงเรียนชุมชนบานน้ําปลีก โรงเรียนบานปาติ้วและโรงเรียนนาผือโคกกอก ไดรับงบประมาณโรงเรียนละ ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท ตามหนังสือสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ศธ ๐๔๐๐๖/ว ๙๑๐ ลงวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ตามความประสงคของจําเลยที่ ๑ ซึ่งจําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ และจําเลยที่ ๑๒ รูอยูแลววาโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒๙ กับโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญที่จะไดรับงบประมาณกอสรางสนามกีฬาตามรายชื่อที่จําเลยที่ ๑กําหนดดังกลาว ไมไดมีความจําเปนและไมมีความตองการที่จะกอสรางสนามกีฬาในปงบประมาณพ.ศ. ๒๕๕๕ ทั้งไมเคยขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อกอสรางสนามกีฬาฟุตซอลไปยังสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒๙ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญและสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แตประการใด สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญและโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรไมไดมีการสํารวจความตองการและความขาดแคลนใหเปนไปตามกรอบ/รายการที่ไดรับจัดสรรงบประมาณอยางแทจริง และถือไมไดวาเปนรายการปรับปรุงสิ่งกอสรางอื่นเชน สนามกีฬาโรงเรียนที่ชํารุดทรุดโทรมและประสบอุบัติภัยตามรายการจัดสรรงบประมาณ เนื่องจากเปนการกอสรางสนามกีฬาแหงใหมในบริเวณพื้นที่ของโรงเรียน กรณีดังกลาวจึงไมเขาขายตามวัตถุประสงคของการบริหารงบประมาณประจําป ๒๕๕๕ (งบแปรญัตติ) และมีลักษณะเปนการกระทําดวยประการใด ๆที่มีผลใหสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือกรรมาธิการมีสวนไมวาโดยทางตรงหรือทางออมในการใชงบประมาณรายจายจะกระทํามิได และเปนการสั่งการโดยตรงโดยกําหนดรายชื่อโรงเรียน วงเงินงบประมาณและกําหนดใหปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณเทานั้น เพื่อใหเปนไปตามความประสงคของจําเลยที่ ๑ซึ่งเมื่อสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ ไดรับหนังสือแจงจัดสรรงบประมาณป ๒๕๕๕หนา ๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
งบลงทุน คาที่ดินและสิ่งกอสราง รายการปรับปรุงซอมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบและสิ่งกอสรางที่ชํารุดทรุดโทรม คาปรับปรุงสนามกีฬาและอุปกรณในสังกัด จํานวน ๑๒ สนาม รวมงบประมาณ๔๕ ลานบาท พรอมทั้งรายชื่อโรงเรียนที่ไดรับการจัดสรรงบประมาณใหกอสรางปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณจากสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานแลว เมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๕จําเลยที่ ๓ ยอมรับการจัดสรรงบประมาณดังกลาวและใหความรวมมือแจงจัดสรรงบประมาณไปยังโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญที่จะไดรับงบประมาณกอสรางสนามกีฬา จํานวน ๑๒ แหง ตามรายชื่อที่จําเลยที่ ๑ กําหนดไว ทั้งที่รูวาโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหงไมมีโครงการและไมเคยขอสนับสนุนงบประมาณเพื่อกอสรางสนามกีฬาฟุตซอลไปยังสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ และสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยไมทักทวงถึงที่มาของงบประมาณ ไมวิเคราะหความขาดแคลน ความจําเปนเรงดวนของแตละโรงเรียน ไมเปนไปตามความตองการที่แทจริงและไมเปนไปตามวัตถุประสงคของการขอเพิ่มเติมงบประมาณที่ตองการชวยเหลือโรงเรียนที่ประสบอุบัติภัยหรือมีความจําเปนเรงดวน เปนเหตุใหเกิดความเสียหายแกทางราชการและการบริหารงบประมาณแผนดิน นอกจากนี้ จําเลยที่ ๓ ไดมีคําสั่งที่ ๒๐๐/๒๕๕๕ ลงวันที่๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เรื่อง แตงตั้งคณะกรรมการกําหนดราคากลาง รายการปรับปรุงสนามกีฬาและอุปกรณ เพื่อพิจารณากําหนดราคากลาง แบบแปลนการกอสราง และประมาณราคาวัสดุเพื่อใชเปนแนวทางดําเนินการของโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรงบประมาณ โดยจําเลยที่ ๓ เปนประธานคณะกรรมการกําหนดราคากลาง ชุดที่ ๑ (สนามละ ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท) และชุดที่ ๒ (สนามละ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท) พรอมแตงตั้งให นายสรรพสิทธิ์ บุญเทียม วิศวกรผูเขียนแบบโครงการกอสรางปรับปรุงสนามกีฬาโรงเรียน (สนามฟุตซอล) รวมเปนคณะกรรมการดวย คณะกรรมการกําหนดราคากลางไดรวมกันลงนามในใบประมาณการราคาวัสดุ ประมาณราคาโครงการกอสรางพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กสนามกีฬาและแบบประมาณการราคาวัสดุ โดยนําขอมูลในแผนซีดีที่ไดรับจากจําเลยที่ ๑๒ มาดําเนินการกําหนดราคากลางโดยมิไดสืบราคาตามทองตลาด แตประการใด เปนเหตุใหการกําหนดราคากลางสูงและแพงกวาราคาทองตลาดโดยมีเจตนาใหโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรงบประมาณนําไปใชในการดําเนินการจัดซื้อจัดจาง ตอมาจําเลยที่ ๓ประสานผูอํานวยการโรงเรียนที่ไดรับแจงจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ) ทั้ง ๑๒ แหง ใหเขารวมรับฟงการชี้แจงเกี่ยวกับขั้นตอนการดําเนินการจัดซื้อจัดจางโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส และใหบุคคลที่จําเลยที่ ๑๒หนา ๑๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
ติดตอประสานไวกอนแลว คือ นายกิตตกวินเดชน วงศหมั่น ผูแทนจากบริษัทปอป เนทเวอรค จํากัดผูใหบริการตลาดกลางทางอิเล็กทรอนิกส เขารวมชี้แจงเกี่ยวกับเงื่อนไขและการใชบริการตลาดกลางทางอิเล็กทรอนิกสของบริษัท และวางแผนงานโดยกําหนดตารางปฏิทินวันเวลาขั้นตอนการดําเนินการของแตละโรงเรียนทั้งนี้ โดยมีเจตนาที่จะใหโรงเรียนที่ไดรับการจัดสรรงบประมาณใชบริษัทปอป เนทเวอรค จํากัดเปนผูใหบริการตลาดกลางทางอิเล็กทรอนิกสในการเสนอราคา (เคาะราคา) เพื่ออํานวยความสะดวกใหกับกลุมผูเสนอราคาบางกลุม ประกอบดวย จําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ ในการเขาเสนอราคาโดยครูหรือผูที่ไดรับมอบหมายของแตละโรงเรียนคัดลอกขอมูลจากเจาหนาที่สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ อันมีรายละเอียดทุกขั้นตอนที่ใชในการดําเนินการจัดซื้อจัดจางดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสในโครงการปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณ (สนามฟุตซอล)มีการกําหนดรายละเอียดไวเรียบรอยแลวเพียงแตกรอกขอมูล เชน ชื่อโรงเรียน รายชื่อคณะกรรมการชุดตาง ๆรวมถึงรายละเอียดของแตละโรงเรียน เสนอผูอํานวยการโรงเรียนและผูที่ถูกแตงตั้งเปนคณะกรรมการชุดตาง ๆลงลายมือชื่อ โดยไดนําขอมูลดังกลาวมาปรับแกใหเขากับขอมูลรายละเอียดการจัดซื้อจัดจางของแตละโรงเรียนทําใหผูที่มีรายชื่อเปนคณะกรรมการชุดตาง ๆ ไมไดทําหนาที่ตามระเบียบและขั้นตอนของทางราชการอันเปนการแสดงใหเห็นวาจําเลยทั้งสิบสองมีเจตนาตกลงรวมกันที่จะกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ ตั้งแตตน หลังจากคณะกรรมการกําหนดราคากลางกําหนดราคากลางเสร็จแลว จําเลยที่ ๓ มอบหมายให นายธนัญชัย สายสุดรองผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญมีหนังสือแจงจัดสรรงบประมาณไปยังโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหง แลวโรงเรียนจัดทําหนังสือขออนุมัติแบบรูปรายการ ประมาณราคาวัสดุคาปรับปรุงสนามกีฬาและอุปกรณ เสนอจําเลยที่ ๓ เพื่อพิจารณา โดยสงประมาณการราคาและขออนุมัติใชแบบรูปรายการคาปรับปรุงซอมแซมอาคารเรียนอาคารประกอบรายการปรับปรุงสนามกีฬาและอุปกรณ (สนามฟุตซอล) และแบบสนามกีฬาคอนกรีตเสริมเหล็กที่มี นายสรรพสิทธิ์ บุญเทียมเปนผูเขียนแบบ โดยแบบรูปรายการปรับปรุงสนามกีฬา (สนามฟุตซอล) และแบบแปลนสนามกีฬาคอนกรีตเสริมเหล็กที่จําเลยที่ ๓ อนุมัตินั้น เปนแบบรูปรายการที่เจาหนาที่พัสดุหรือเจาหนาที่ที่ไดรับมอบหมายของโรงเรียนแตละแหงไดเขารวมประชุมที่สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญและคัดลอกมาจากเจาหนาที่สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญซึ่งไดขอมูลมาจากหนา ๑๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
แผนซีดีที่ไดรับจากจําเลยที่ ๑๒ จากนั้น จําเลยที่ ๓ มอบหมายให นายไพรวัลย จันทะนะรองผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ แจงอนุมัติเงินประจํางวดงบประมาณป ๒๕๕๕ คาปรับปรุงสนามฟุตซอลและอุปกรณ (งบแปรญัตติ) และแจงดวยวาเมื่อดําเนินการหาผูรับจางไดแลวใหรีบทําสัญญาและใหสงเอกสารสําเนาสัญญาขอผูกพันงบประมาณจากระบบ GFMIS ทันที ไมเกินวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๕ ซึ่งสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ และโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรงบประมาณ ไมไดวิเคราะหความขาดแคลนตามรายการงบประมาณที่ไดรับจัดสรร ไมไดจัดทําประมาณราคาวัสดุตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แกไขเพิ่มเติม รวมทั้งไมไดใชแบบรูปรายการกอสรางมาตรฐานของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหง ประกาศประกวดราคาจางปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส และกําหนดชวงวันเวลาเดียวกันกําหนดใหใชสถานที่บริการตลาดกลางทางอิเล็กทรอนิกสแหงเดียวกันคือ บริษัทปอป เนทเวอรค จํากัดโดยเอกสารแนบทายประกาศประกวดราคาจางปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสของโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหง เปนรูปแบบเดียวกันตรงตามที่ไดคัดลอกขอมูลจากเจาหนาที่สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ โดยกําหนดคุณลักษณะเฉพาะของสนามฟุตซอลที่จะดําเนินการกอสราง ประกอบดวย พื้นคอนกรีต พื้นยางสังเคราะห (EVA)เสาประตูฟุตซอล ลูกฟุตซอล หนังสือคัมภีรกีฬาชุด ดีวีดีสอนกีฬา ๘ ประเภท หนังสือกายบริหารหนังสือชุดความรูเรื่องโรค และหนังสือสุขบัญญัติ ๑๐ ประการ หลังจากนั้น มีกลุมผูประกอบการที่ยื่นเสนอราคา ๓ ราย คือ จําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ ซึ่งมีคุณสมบัติไมครบถวนถูกตองตามเงื่อนไขที่กําหนดในการประกวดราคา มีพฤติการณเขามายื่นซองประกวดราคาหมุนเวียนเปนคูเปรียบเทียบราคากันในการประกวดราคาในคราวเดียวกัน อันเปนการขัดขวางการแขงขันราคาอยางเปนธรรม และปลอมเอกสารและใชเอกสารปลอมหลายรายการในการเสนอราคา โดยในขณะเสนอราคาจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ ไดรวมกันใชหรืออางเอกสารหนังสือจากบริษัทผูผลิตหรือผูจําหนายเปนรายเดียวกันและเปนเอกสารฉบับเดียวกันในการยื่นเสนอราคากับโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหง ในคราวเดียวกันโดยใชหรืออางหนังสือหรือเอกสารการรับรองมาตรฐานและคุณสมบัติของแผนยางสังเคราะห EVAเพื่อติดตั้งเปนพื้นสนามกีฬาจากหนวยงานราชการที่รับรองหรือออกใหกับจําเลยที่ ๑๐ ผูผลิตหนา ๑๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
หรือจําหนายแผนยางสังเคราะห EVA แบบจิ๊กซอว ซึ่งเปนเอกสารฉบับเดียวกัน ไดแก เอกสารรายงานการทดสอบความแข็งของตัวอยางแผนยางสังเคราะห EVA ของกรมวิทยาศาสตรบริการ ฉบับลงวันที่๑๐ เมษายน ๒๕๕๕ หนังสือสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตเชียงใหม เลขที่ ๔๒๓/๒๕๕๕ ใหไว ณ วันที่๒๘ เมษายน ๒๕๕๕ โดยรับรองวา แผนยางสังเคราะห EVA สามารถติดตั้งเปนสนามกีฬาไดมาตรฐานและเอกสารรายงานผลการทดสอบและวิเคราะหความแข็งของตัวอยางแผนยางสังเคราะห EVAจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงประเทศไทย (วว.) ฉบับลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๕ซึ่งคูฉบับรายงานผลการทดสอบของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตรฯ ระบุขอความดานลางวา “ผลการทดสอบ/วิเคราะหนี้ รับรองผลเฉพาะตัวอยางที่ไดทําการทดสอบ/วิเคราะห เทานั้น หามนําผลการทดสอบ/วิเคราะหไปโฆษณาโดยมิไดรับอนุญาตเปนลายลักษณอักษรจาก วว.” และกรมวิทยาศาสตรบริการระบุขอความดานลางวา “รายงานนี้รับรองเฉพาะวัตถุตัวอยางที่ไดทดสอบ/สอบเทียบเทานั้น ไมรับรองวัตถุหรือสินคาที่ใชรายงานนี้ในการโฆษณาหรืออางถึงหามคัดถายใบรับรองหรือรายงานผลแตเพียงบางสวนโดยไมไดรับอนุญาตจากกรมวิทยาศาสตรบริการเปนลายลักษณอักษร” จําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๑๑แกไขโดยลบขอความดังกลาว สําหรับหนังสือสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตเชียงใหม นั้นนายชัยสิทธิ์ สุริยจันทร รองอธิการบดีสถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตเชียงใหม ไมไดลงลายมือชื่อและไมเคยออกหนังสือรับรองดังกลาวใหกับจําเลยที่ ๑๐ และสถาบันการพลศึกษาฯ ไมเคยจัดซื้อจัดจางพื้นสนามกีฬาแบบแผนยางสังเคราะห EVA นอกจากนี้ มีบริษัทผูผลิตหรือผูจําหนายรายเดียวกันแตงตั้งจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ เปนตัวแทนจําหนายสินคาของบริษัทในครั้งเดียวกัน ไดแก จําเลยที่ ๑๐ผูผลิตหรือจําหนายแผนยางสังเคราะห EVA แบบจิ๊กซอว และดีวีดีสอนกีฬา ๘ ประเภท ตามหนังสือแตงตั้งตัวแทนจําหนายเลขที่ LO-๖๑๐ ลงวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๕ สํานักพิมพยูบุค ผูผลิตหรือจําหนายหนังสือชุดความรูเรื่องโรค ตามหนังสือแตงตั้งตัวแทนจําหนายฉบับลงวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๕บริษัท สํานักพิมพวีบุค จํากัด ผูผลิตหรือจําหนายหนังสือคัมภีรกีฬาชุด ตามหนังสือแตงตั้งตัวแทนจําหนายฉบับลงวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ โดยกิจการทั้ง ๓ แหง มีจําเลยที่ ๑๑ เปนกรรมการผูจัดการหรือผูจัดการ และสํานักพิมพวีบุค ผูผลิตหรือจําหนายหนังสือกายบริหารและหนังสือสุขบัญญัติ ๑๐ ประการโดยจําเลยที่ ๙ ผูจัดการสํานักพิมพวีบุค ตามหนังสือแตงตั้งตัวแทนจําหนาย ฉบับลงวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๕จําเลยที่ ๙ และที่ ๑๑ มีความสัมพันธเกี่ยวของในลักษณะหนึ่งลักษณะใดและถือไดวา จําเลยที่ ๙หนา ๑๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
และที่ ๑๑ เปนผูประกอบการรายเดียวกัน และไดรวมกันจัดทําหรือออกหนังสือแตงตั้งจําเลยที่ ๔ที่ ๖ และที่ ๘ ใหเปนตัวแทนจําหนายสินคาของจําเลยที่ ๑๐ สํานักพิมพยูบุค สํานักพิมพวีบุคและบริษัท สํานักพิมพวีบุค จํากัด โดยมีวัตถุประสงคเพื่อใชในการยื่นเสนอราคากับโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหงขางตนในคราวเดียวกัน จึงถือวาเปนการแตงตั้ง จําเลยที่ ๔ และที่ ๖ ใหเขาแขงขันประกวดราคากับจําเลยที่ ๘ ซึ่งเปนบริษัทในเครือหรือธุรกิจของจําเลยที่ ๙ และที่ ๑๑ เอง ถือวามิใชเปนไปในทางการประกอบธุรกิจปกติ โดยเฉพาะสินคาประเภทหนังสือตามรายชื่อขางตน ซึ่งไมมีการวางขายตามรานจําหนายหนังสือในทองตลาดทั่วไป พฤติการณของจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ จึงเปนการดําเนินการในลักษณะเสมือนเปนตัวแทนของจําเลยที่ ๙ ที่ ๑๐ และที่ ๑๑ ในการยื่นเสนอราคากับโรงเรียนทั้ง๑๒ แหง อีกทั้งยังปรากฏพฤติการณวา นางกนกอร ประเคนรี นองจําเลยที่ ๑๒ ไดรับการติดตอวาจางจากกลุมของ นายสุนี พรมคุณ หรือกํานันเปด และจําเลยที่ ๕ ใหไปซื้อและยื่นเอกสารประกวดราคาโครงการกอสรางสนามฟุตซอลในเขตพื้นที่จังหวัดอํานาจเจริญ ตกลงจายคาจางเปนเงินโรงเรียนละ๒,๐๐๐ บาท และใหจําเลยที่ ๕ จัดสงเอกสารตาง ๆ ที่ใชประกอบในการซื้อและยื่นเอกสารประกวดราคาของโรงเรียนใหกับ นายนัฏฐวัฒน ประเคนรี บุตร นางกนกอร เอกสารที่จัดสงเปนเอกสารเกี่ยวกับหนังสือมอบอํานาจ พรอมเอกสารตาง ๆ ของจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ เพื่อนําไปใชประกอบการซื้อและยื่นเอกสารประกวดราคา จากนั้น นางกนกอร ให นายนัฏฐวัฒน ซื้อและยื่นเอกสารประกวดราคาตามรายชื่อและเวลาที่จําเลยที่ ๕ กําหนด นายนัฏฐวัฒน พรอมดวยกลุมเพื่อนที่ทํางานที่เดียวกันเปนผูดําเนินการ โดยที่ผูมอบอํานาจและผูรับมอบอํานาจไมรูจักกันและไมมีความสัมพันธกัน แตอยางใดการดําเนินการดังกลาวสอพิรุธและผิดปกติวิสัยของผูประกอบการที่เขาเสนอราคาในโครงการที่มีมูลคางานจางเปนเงินจํานวนมาก อันแสดงใหเห็นวามีเจตนาตกลงรวมกันในการเสนอราคาตั้งแตตน นอกจากนี้ในสวนของการเสนอราคา จําเลยที่ ๙ และที่ ๑๑ ซึ่งเปนสามีภริยากัน สั่งให นางพิมพภัณฑจบหิมเวศน เปนผูดําเนินการเสนอราคา ตามที่จําเลยที่ ๙ และที่ ๑๑ เปนผูกําหนดใหกับจําเลยที่ ๔ที่ ๖ และที่ ๘ และสั่งการใหพรรคพวกของตนไปเสนอราคาใหกับคูเทียบ คือ จําเลยที่ ๖ และที่ ๘(ในโรงเรียนที่จําเลยที่ ๔ เปนคูสัญญา) และจําเลยที่ ๔ (ในโรงเรียนที่จําเลยที่ ๖ เปนคูสัญญา)โดยมีวัตถุประสงคที่จะใหจําเลยที่ ๔ ไดเขาเปนคูสัญญา จํานวน ๖ แหง คือ โรงเรียนเมืองอํานาจเจริญโรงเรียนอนุบาลอํานาจเจริญ โรงเรียนบานหัวตะพาน โรงเรียนอนุบาลหัวตะพาน (รัตนวารี) โรงเรียนบานโคกเลาะหนา ๑๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
และโรงเรียนชุมชนบานคําพระ และจําเลยที่ ๖ ไดเขาเปนคูสัญญา จํานวน ๓ แหง คือ โรงเรียนบานเวียงหลวงโรงเรียนบานหนองแคน และโรงเรียนบานสรางถอ และในการกอสรางสนามกีฬา (สนามฟุตซอล)ทั้ง ๙ แหง นี้ ไดกําหนดเงื่อนไขการประกันความชํารุดบกพรองไวในสัญญาเพียง ๑ ปทั้งที่มีปริมาณงานพื้นคอนกรีต เปนการไมปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๓๖เรื่อง มาตรการปองกัน หรือลดโอกาสในการสมยอมกันในการเสนอราคา ซึ่งกําหนดใหรับประกันความชํารุดบกพรองไมนอยกวา ๒ ป และเมื่อจําเลยที่ ๔ และที่ ๖ ดําเนินการกอสรางแลวเสร็จตามสัญญาจางและสงมอบงานแลว ปรากฏวาแผนยางสังเคราะหบวม โกงงอ ไมเรียบ บางแผนสีซีดเมื่อประกอบติดตั้งแลวรอยตอระหวางแผนไมแนบสนิทเปนสวนใหญ และแผนยางสังเคราะหไมสามารถตานแรงลมได จึงไมเปนไปตามแบบรูปรายการและรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ สนามกีฬาฟุตซอลไมสามารถใชงานไดจริงตามวัตถุประสงค เปนเหตุใหเกิดความเสียหายแกทางราชการ จําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๑๑จึงเปนผูมีสวนรวมในการกระทําความผิดกับจําเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๑๒ ในการปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบและโดยทุจริต เพื่อใหเกิดความเสียหายแกหนวยงานของรัฐ กระทําการทุจริตในกระบวนการจัดสรรงบประมาณประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ (งบแปรญัตติ) และกระทําการทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจางกอสรางสนามกีฬาพรอมอุปกรณ (สนามฟุตซอล) ดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสโดยมีลักษณะมุงหมายมิใหมีการแขงขันราคาอยางเปนธรรม เพื่อใหประโยชนแกผูใดผูหนึ่งเปนผูมีสิทธิเขาทําสัญญากับหนวยงานของรัฐ โดยไดตระเตรียมการใหเขาเปนคูสัญญา อันเปนผลสืบเนื่องจากการเจตนาสั่งการ บังคับบัญชา มอบหมายใหเจาหนาที่และผูที่เกี่ยวของกระทําการอันมิชอบดวยหนาที่โดยมีลักษณะแบงหนาที่กันทําการอันมิชอบดวยกฎหมาย มุงหมายแสวงหาประโยชนอันมิควรไดโดยชอบดวยกฎหมายสําหรับตนเองหรือผูอื่น ทําใหจําเลยที่ ๔ และที่ ๖ เปนผูมีสิทธิเขาทําสัญญากับหนวยงานของรัฐ ซึ่งเปนโรงเรียนที่ไดรับการจัดสรรงบประมาณ โดยหลีกเลี่ยงการแขงขันราคาอยางเปนธรรม อันเปนการกระทําที่กอใหเกิดความเสียหายแกระบบราชการและแผนดิน เหตุเกิดที่แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร อําเภอเมืองอํานาจเจริญ และอําเภอหัวตะพาน จังหวัดอํานาจเจริญเกี่ยวพันกัน จําเลยที่ ๒ เปนบุคคลคนเดียวกับจําเลยที่ ๔ ในคดีหมายเลขดําที่ อม. ๑๗/๒๕๖๔ ของศาลนี้จําเลยที่ ๕ เปนบุคคลคนเดียวกับจําเลยที่ ๗๖ ในคดีหมายเลขดําที่ อม. ๑๗/๒๕๖๔ ของศาลนี้และเปนบุคคลคนเดียวกับจําเลยที่ ๓ ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. ๙๙/๒๕๖๖ และจําเลยที่ ๒หนา ๑๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. ๑๕๙/๒๕๖๖ ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๔ จําเลยที่ ๙เปนบุคคลคนเดียวกับจําเลยที่ ๗๔ ในคดีหมายเลขดําที่ อม. ๑๗/๒๕๖๔ ของศาลนี้ และเปนบุคคลคนเดียวกับจําเลยที่ ๓ ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. ๑๐๐/๒๕๖๖ และจําเลยที่ ๒ ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. ๑๖๐/๒๕๖๖ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๔ จําเลยที่ ๑๑ เปนบุคคลคนเดียวกับจําเลยที่ ๘๒ในคดีหมายเลขดําที่ อม. ๑๗/๒๕๖๔ ของศาลนี้ และเปนบุคคลคนเดียวกับจําเลยที่ ๔ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. ๑๐๐/๒๕๖๖ และจําเลยที่ ๔ ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. ๑๖๐/๒๕๖๖ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๔ จําเลยที่ ๑๒ เปนบุคคลคนเดียวกับจําเลยที่ ๔ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. ๙๙/๒๕๖๖ และจําเลยที่ ๓ ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. ๑๕๙/๒๕๖๖ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๔ ขอใหลงโทษจําเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๖, มาตรา ๙๑, มาตรา ๑๕๑ และมาตรา ๑๕๗ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๗๒และมาตรา ๑๙๒ พระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒มาตรา ๗, มาตรา ๑๐, มาตรา ๑๑, มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๖ จําเลยที่ ๒ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑, มาตรา ๑๕๑ และมาตรา ๑๕๗พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๑๗๒ และมาตรา ๑๙๒ พระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐพ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๗, มาตรา ๑๐, มาตรา ๑๑, มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๖ จําเลยที่ ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑, มาตรา ๑๕๑ และมาตรา ๑๕๗พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๑๗๒ และมาตรา ๑๙๒ พระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐพ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๖ จําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๑๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖ มาตรา ๙๑ มาตรา ๑๕๑หนา ๑๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
และมาตรา ๑๕๗ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๗๒ และมาตรา ๑๙๒ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๖ พระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒มาตรา ๔ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๖ และจําเลยที่ ๑๒ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖ มาตรา ๙๑ มาตรา ๑๕๑และมาตรา ๑๕๗ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๗๒ และมาตรา ๑๙๒ พระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๗ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖ และขอใหนับโทษจําคุกจําเลยที่ ๒ ที่ ๕ ที่ ๙ ที่ ๑๑ และที่ ๑๒ ในคดีนี้ตอจากโทษจําคุกของจําเลยแตละคนในคดีดังกลาวโจทกยื่นฟองกรณีไมปรากฏตัวจําเลยที่ ๖ และที่ ๗ ตอหนาศาล ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๗วรรคสองศาลสงหมายเรียกและสําเนาคําฟองใหจําเลยที่ ๖ และที่ ๗ ทราบโดยชอบแลว จําเลยที่ ๖ และที่ ๗ไมมาศาล และไดออกหมายจับแลวแตไมสามารถจับตัวไดภายในกําหนด จึงพิจารณาคดีโดยไมตองกระทําตอหนาจําเลยที่ ๖ และที่ ๗ และจําเลยที่ ๖ และที่ ๗ ไมมาศาลในวันนัดพิจารณาครั้งแรกถือวาจําเลยที่ ๖ และที่ ๗ ใหการปฏิเสธ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๘ วรรคหนึ่ง วรรคสองและมาตรา ๓๓ วรรคสาม แตจําเลยที่ ๖ และที่ ๗ ตั้งทนายความมาดําเนินการแทนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองพ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๘ วรรคสองจําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๕ และที่ ๘ ถึงที่ ๑๒ ใหการปฏิเสธ แตจําเลยที่ ๒ ที่ ๕ ที่ ๙ ที่ ๑๑และที่ ๑๒ รับวาเปนบุคคลคนเดียวกับจําเลยในคดีที่โจทกขอใหนับโทษตอหนา ๑๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
ระหวางไตสวนพยานจําเลย จําเลยที่ ๖ และที่ ๗ มาศาลจําเลยที่ ๓ ยื่นคํารองขอใหวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องตนในปญหาขอกฎหมายวา คณะกรรมการ ป.ป.ช.ตองไตสวนและวินิจฉัยคดีใหแลวเสร็จภายในเวลาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด ซึ่งตองไมเกินสองปนับแตวันที่เริ่มดําเนินการไตสวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๘ และตามมาตรา ๑๙๒ วรรคสอง กําหนดใหการดําเนินการตรวจรับคํากลาวหา แสวงหาขอเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานไตสวนและมีความเห็นหรือวินิจฉัย ตองดําเนินการใหแลวเสร็จตามมาตรา ๔๘ เวนแตระยะเวลาดังกลาวไดลวงพนไปแลวหรือเหลือนอยกวาที่กําหนดไว ใหนับระยะเวลาเริ่มตนใหมตั้งแตวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใชบังคับ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงตองดําเนินการไตสวนและตองมีความเห็นหรือวินิจฉัยใหแลวเสร็จภายในเวลาไมเกิน ๒ ป นับแตวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑ เมื่อนับระยะเวลาตั้งแตวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ซึ่งเปนวันที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เริ่มดําเนินการไตสวน ถึงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๓เปนเวลานานถึง ๖ ปแลว จึงไมอาจอางเหตุจําเปนที่จะขยายเวลาออกไปอีก ๑ ป ตามมาตรา ๔๘ วรรคสาม ไดเมื่อลวงเลยกําหนดเวลา ๒ ป ตามมาตรา ๔๘ วรรคหนึ่ง คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไมมีอํานาจไตสวนและมีความเห็นหรือวินิจฉัยอีกตอไป โจทกจึงไมมีอํานาจฟอง ศาลมีคําสั่งใหรอไวสั่งในคําพิพากษาจําเลยที่ ๑๐ และที่ ๑๑ ยื่นคํารองขอใหวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องตนในปญหาขอกฎหมายวาคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตองไตสวนและวินิจฉัยคดีภายใน ๑๘๐ วัน นับแตวันที่รับเรื่องกลาวหาและขอขยายไดไมเกิน ๙๐ วัน และคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือพนักงานไตสวนผูรับผิดชอบมิไดไตสวนและวินิจฉัยภายใน ๒ ป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๘ ประกอบมาตรา ๑๙๒ โจทกจึงไมมีอํานาจฟอง ศาลมีคําสั่งใหรอไวสั่งในคําพิพากษาพิเคราะหพยานหลักฐานตามทางไตสวนของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองประกอบสํานวนการไตสวนของโจทก และคําแถลงปดคดีของจําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๕ และที่ ๘ ถึงที่ ๑๒ แลวขอเท็จจริงเบื้องตนรับฟงไดวา ขณะเกิดเหตุ จําเลยที่ ๑ ดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดอํานาจเจริญ เขตเลือกตั้งที่ ๑ (อําเภอเมืองอํานาจเจริญ และอําเภอหัวตะพาน) มีหนาที่พิจารณารางพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ และคําขอแปรญัตติเพิ่มเติมงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ จําเลยที่ ๑ ไดรับแตงตั้งเปนที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการหนา ๑๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
ดานการศึกษา ตามสําเนาหนังสือสภาผูแทนราษฎร ดวนที่สุด ที่ ๔๘๔๐/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๔เอกสารหมาย จ.๒๒๒ จําเลยที่ ๒ ดํารงตําแหนงเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ มีหนาที่และอํานาจรับผิดชอบควบคุมขาราชการประจําในสํานักงาน แปลงนโยบายเปนแนวทางและแผนปฏิบัติการ กํากับการปฏิบัติงานของสวนราชการในสํานักงานใหเกิดผลสัมฤทธิ์ รวมทั้งเรงรัดติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติราชการของสวนราชการในสํานักงาน และเปนผูบังคับบัญชาขาราชการในสํานักงานรองจากรัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของขาราชการในสํานักงาน และเปนผูบังคับบัญชาขาราชการในสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือในสถานศึกษาที่อยูในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ จําเลยที่ ๓ดํารงตําแหนงผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ตามคําสั่งสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ๑๓๕๐/๒๕๕๔ เอกสารหมาย ล.๓/๔มีอํานาจหนาที่เปนผูบังคับบัญชาขาราชการ และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาใหเปนไปตามนโยบาย แนวทาง และแผนปฏิบัติราชการของกระทรวง ในกรณีที่มีกฎหมายอื่นกําหนดอํานาจหนาที่ของผูอํานวยการไวเปนการเฉพาะ ตามเอกสารหมาย ล.๓/๗ และมีอํานาจอนุมัติเบิกเงินกับคลังจังหวัดที่อยูในความรับผิดชอบของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในสังกัดตามคําสั่งสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ๒๐/๒๕๔๖ เรื่อง มอบอํานาจการเบิกเงินกับคลังจังหวัด ลงวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๔๖ เอกสารหมาย จ.๓๒๗ หนา ๑๑๔๘๑ จําเลยที่ ๕เปนหุนสวนผูจัดการของจําเลยที่ ๔ จําเลยที่ ๗ เปนกรรมการผูจัดการของจําเลยที่ ๖ จําเลยที่ ๙เปนกรรมการผูจัดการของจําเลยที่ ๘ และเปนผูจัดการสํานักพิมพวีบุค ผูผลิตหรือจําหนายหนังสือกายบริหารและหนังสือสุขบัญญัติ ๑๐ ประการ จําเลยที่ ๑๑ เปนกรรมการผูจัดการของจําเลยที่ ๑๐ ซึ่งเปนผูผลิตหรือจําหนายแผนยางสังเคราะห (EVA) แบบจิ๊กซอว และดีวีดีสอนกีฬา ๘ ประเภท นอกจากนั้นจําเลยที่ ๑๑ ยังเปนผูจัดการสํานักพิมพยูบุค ผูผลิตหรือจําหนายหนังสือชุดความรูเรื่องโรค และเปนผูจัดการบริษัท สํานักพิมพวีบุค จํากัด ผูผลิตหรือจําหนายหนังสือคัมภีรกีฬาชุดอีกดวย จําเลยที่ ๑๐แตงตั้งจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ เปนตัวแทนจําหนายสินคาของบริษัทในครั้งเดียวกัน ตามหนังสือแตงตั้งตัวแทนจําหนายเลขที่ LO-๖๑๐ ลงวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๕ เอกสารหมาย จ.๑๐๕หนา ๑๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
หนา ๕๓๘๖, ๕๔๑๘ และ ๕๔๕๔ สํานักพิมพยูบุคแตงตั้งจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ เปนตัวแทนจําหนายสินคาของบริษัทในครั้งเดียวกัน ตามหนังสือแตงตั้งตัวแทนจําหนาย ฉบับลงวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๕เอกสารหมาย จ.๑๐๕ หนา ๕๓๘๘, ๕๔๒๑ และ ๕๔๕๕ บริษัท สํานักพิมพวีบุค จํากัดแตงตั้งจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ เปนตัวแทนจําหนายสินคาของบริษัทในครั้งเดียวกัน ตามหนังสือแตงตั้งตัวแทนจําหนาย ฉบับลงวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เอกสารหมาย จ.๑๐๕ หนา ๕๓๘๙, ๕๔๑๙และ ๕๔๕๖ สํานักพิมพวีบุค แตงตั้งจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ เปนตัวแทนจําหนายสินคาของบริษัทในครั้งเดียวกัน ตามหนังสือแตงตั้งตัวแทนจําหนาย ฉบับลงวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๕เอกสารหมาย จ.๑๐๕ หนา ๕๓๘๗, ๕๔๒๐ และ ๕๔๕๗ จําเลยที่ ๙ และที่ ๑๑ เปนสามีภริยากันจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ เปนผูเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ จําเลยที่ ๑๒ ดํารงตําแหนงผูอํานวยการโรงเรียนบานโนนมวงโนนจิก อําเภอศรีเมืองใหม จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๔๖เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีคําสั่งที่ ๒๒/๒๕๔๖ มอบอํานาจใหผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและผูอํานวยการสถานศึกษาปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับการซื้อการจางตามสําเนาคําสั่ง เอกสารหมาย จ.๑๐๔ หนา ๕๐๕๘และ ล.๓/๙ วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ สภาผูแทนราษฎรพิจารณารับหลักการรางพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ตอมาคณะรัฐมนตรีมีมติตัดงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ลดลงเหลือ ๑๐,๐๑๑,๑๑๑,๒๐๐ บาท สํานักงบประมาณสํานักนโยบายและแผนงบประมาณ มีบันทึกขอความ ดวนที่สุด ที่ นร.๐๗๑๖/๑๙๓๓ ลงวันที่๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เสนอความเห็นตอนายกรัฐมนตรี ใหหนวยงานที่จะเสนอขอเพิ่มเติมงบประมาณ(งบแปรญัตติ) เสนอรวมทั้งรวบรวมจัดสงใหสํานักงบประมาณภายในวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ตามเอกสารหมาย จ.๒๑๖ วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแนวทางหลักเกณฑ และขั้นตอนการเสนอขอเพิ่มงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ตามหนังสือสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร. ๐๕๐๖/ว ๒๓๒ ลงวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔เอกสารหมาย จ.๒๑๗ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ มีมติตั้งคณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณางบประมาณ วันที่หนา ๒๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ตอมาวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ จําเลยที่ ๒ มีบันทึกขอความ ๒ ฉบับถึงปลัดกระทรวงศึกษาธิการ คือ บันทึกขอความ ดวนที่สุด ที่ ศธ ๐๔๐๐๖/๒๒๓๒ เรื่อง การเสนอขอเพิ่มงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ ๒๕๕๕ ขอเพิ่มเติมงบประมาณรวมทั้งสิ้น๗,๙๓๖,๗๗๖,๘๔๐ บาท โดยมีกิจกรรมกอสรางปรับปรุงซอมแซมอาคารเรียนและสิ่งกอสรางประกอบสําหรับโรงเรียนปกติ รายการคากอสรางปรับปรุงซอมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบและสิ่งกอสรางอื่นที่ชํารุดทรุดโทรมและที่ประสบอุบัติภัยอยูแลว จํานวน ๑,๕๐๐ ลานบาท ตามเอกสารหมาย จ.๒๑๙หนา ๙๔๐๒ ถึง ๙๔๐๖ และบันทึกขอความ ดวนที่สุด ที่ ศธ ๐๔๐๐๖/๒๒๕๓ เรื่อง การเสนอขอเพิ่มงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ ๒๕๕๕ (เพิ่มเติม) โดยเสนอขอเพิ่มเติมงบประมาณรายจาย(เพิ่มเติม) ๑๐,๐๐๐ ลานบาท ในแผนงานขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษาผลผลิตผูจบการศึกษาภาคบังคับซึ่งมีการระบุเปนคาที่ดิน และสิ่งกอสราง รายการคากอสรางปรับปรุงซอมแซมอาคารเรียนอาคารประกอบสิ่งกอสรางที่ชํารุดทรุดโทรมและที่ประสบอุบัติภัย จํานวน ๗,๐๐๐ ลานบาทโดยมีการระบุเหตุผลและคําชี้แจง ในขอ ๔ เพื่อกอสรางสนามกีฬาใหกับโรงเรียนสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามเอกสารหมาย จ.๒๒๐ วันเดียวกัน นายวรวัจน เอื้ออภิญญกุลรัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ มีหนังสือถึงผูอํานวยการสํานักงบประมาณ เสนอขอเพิ่มงบประมาณเปนยอดวงเงินทั้งหมด ๒๗,๒๖๖.๕๘๑๙ ลานบาท ตามหนังสือกระทรวงศึกษาธิการ ดวนที่สุดที่ ศธ ๐๒๐๘/๔๑๔๘ เอกสารหมาย จ.๒๒๑ หนา ๙๔๑๐ ถึง ๙๔๑๑ วันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๔สํานักงบประมาณมีหนังสือเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบการเสนอขอเพิ่มงบประมาณในสวนของกระทรวงศึกษาธิการเปนเงิน ๖,๘๔๖.๕ ลานบาท และเปนงบประมาณในสวนของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน งบลงทุน ๕,๓๐๗,๓๐๕,๐๐๐ บาท ซึ่งเปนคาที่ดินและสิ่งกอสรางเปนเงิน ๓,๙๔๗,๓๐๕,๐๐๐ บาท คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สํานักงบประมาณเสนอตามเอกสารหมาย จ.๒๒๓ และ จ.๒๒๔ ตอมาคณะกรรมาธิการพิจารณารางพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ อนุมัติงบประมาณในแผนงานขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษา ผลผลิตผูจบการศึกษาภาคบังคับ งบลงทุนครุภัณฑที่ดินและสิ่งกอสรางเปนเงิน๔,๔๕๙,๔๒๐,๐๐๐ บาท แยกเปนครุภัณฑงานบานงานครัวเปนเงิน ๕๑๒,๑๔๒,๐๐๐ บาทคาที่ดินและสิ่งกอสรางที่มีราคาตอหนวยต่ํากวา ๑๐ ลานบาท เปนเงิน ๓,๙๔๗,๒๗๘,๐๐๐ บาทหนา ๒๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
ตามเอกสารหมาย จ.๒๗๗ หนา ๑๐๗๘๓ และเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ ๒๕๕๕ มีการประกาศใชพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ จําเลยที่ ๒มีหนังสือสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ศธ ๐๔๐๐๖/ว ๙๑๐ ลงวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕เรื่อง จัดสรรงบประมาณป ๒๕๕๕ งบลงทุน คาที่ดินและสิ่งกอสราง แจงการจัดสรรงบประมาณไปยังจําเลยที่ ๓ พรอมรายชื่อโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ) รายการปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณ จํานวน ๑๒ แหง ประกอบดวย โรงเรียนบานโคกเลาะ โรงเรียนบานหัวตะพานโรงเรียนอนุบาลหัวตะพาน (รัตนวารี) โรงเรียนบานหนองแคน โรงเรียนอนุบาลอํานาจเจริญและโรงเรียนเมืองอํานาจเจริญ ไดรับงบประมาณโรงเรียนละ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท โรงเรียนชุมชนบานคําพระโรงเรียนบานเวียงหลวง โรงเรียนบานสรางถอ โรงเรียนชุมชนบานน้ําปลีก โรงเรียนบานปาติ้วและโรงเรียนนาผือโคกกอก ไดรับงบประมาณโรงเรียนละ ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท ตามเอกสารหมาย จ.๗๑หนา ๔๔๑๖ ถึง ๔๔๑๘ ซึ่งโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหง ดังกลาวไมเคยของบประมาณเพื่อกอสรางสนามกีฬาฟุตซอลไปยังสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ และสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และไมไดประสบอุบัติภัย ซึ่งจําเลยที่ ๓ เห็นชอบใหแจงโรงเรียนที่ไดรับการจัดสรรทราบและดําเนินการตามแนวทางการบริหารงบประมาณประจําป ๒๕๕๕ ตามบันทึกขอความ กลุมนโยบายและแผน(กลุมงานวิเคราะหงบประมาณ) สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ ลงวันที่๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ตามเอกสารหมาย จ.๗๑ หนา ๔๔๑๙ จําเลยที่ ๓ มีคําสั่งที่ ๒๐๐/๒๕๕๕ลงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕ แตงตั้งคณะกรรมการกําหนดราคากลาง รายการปรับปรุงสนามกีฬาและอุปกรณ เพื่อพิจารณากําหนดราคากลาง แบบแปลนการกอสราง และประมาณราคาวัสดุตามเอกสารหมาย จ.๑๐๕ หนา ๕๓๓๐ ถึง ๕๓๓๑ เพื่อใชเปนแนวทางดําเนินการของโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรงบประมาณ โดยมีจําเลยที่ ๓ เปนประธานคณะกรรมการกําหนดราคากลาง ชุดที่ ๑(สนามละ ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท) และชุดที่ ๒ (สนามละ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท) พรอมแตงตั้งใหนายสรรพสิทธิ์ บุญเทียม วิศวกรผูเขียนแบบเฉพาะสวนของโครงสรางคอนกรีตเสริมเหล็กรวมเปนคณะกรรมการดวย โดย นายวิษณุ เพชรพิมพ นักวิเคราะหนโยบายและแผนชํานาญการพิเศษสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ ซึ่งเปนกรรมการและผูชวยเลขานุการของคณะกรรมการกําหนดราคากลาง ไดจัดทําเอกสารใบประมาณการราคาวัสดุ (กอสรางพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก)หนา ๒๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
และแบบประมาณการราคาวัสดุ ฉบับลงวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เสนอใหคณะกรรมการกําหนดราคากลางลงนาม ตามเอกสารหมาย จ.๑๐๕ หนา ๕๓๓๒ ถึง ๕๓๓๓ หลังจากนั้น จําเลยที่ ๓มอบหมายให นายธนัญชัย สายสุด รองผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญมีหนังสือแจงจัดสรรงบประมาณไปยังโรงเรียน ๑๒ แหง แลวขอใหแตละโรงเรียนดําเนินการกําหนดแบบรูปรายการและรายละเอียดคุณลักษณะในการปรับปรุงสนามกีฬาดังกลาวสงใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญภายในวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เพื่อนําเสนอจําเลยที่ ๓อนุมัติแบบรูปรายการ ตามหนังสือ ที่ ศธ ๐๔๑๗๕/๑๗๑๗ ลงวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕เอกสารหมาย จ.๑๐๔ หนา ๕๐๖๑ หรือ จ.๑๐๕ หนา ๕๓๒๙ โดยโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหงสงประมาณการราคาและขออนุมัติใชแบบรูปรายการคาปรับปรุงซอมแซมอาคารเรียนอาคารประกอบรายการปรับปรุงสนามกีฬาและอุปกรณ (สนามฟุตซอล) และแบบสนามกีฬาคอนกรีตเสริมเหล็กที่มี นายสรรพสิทธิ์บุญเทียม เปนผูเขียนแบบ จําเลยที่ ๓ พิจารณาอนุมัติและมอบหมายให นายธนัญชัย สายสุดแจงผลการพิจารณาอนุมัติ และแจงใหโรงเรียนเตรียมดําเนินการจัดซื้อจัดจาง ตามหนังสือที่ ศธ ๐๔๑๗๕/๒๐๓๙ ลงวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ เอกสารหมาย จ.๗๓ ถึง จ.๘๔หนา ๔๔๕๕ ถึง ๔๕๙๙ ตอมาจําเลยที่ ๓ มอบหมายให นายไพรวัลย จันทะนะ รองผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ แจงอนุมัติเงินประจํางวดงบประมาณป ๒๕๕๕คาปรับปรุงสนามฟุตซอล (งบแปรญัตติ) โดยขอใหโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรปฏิบัติตามระเบียบฯที่เกี่ยวของอยางเครงครัด และเมื่อดําเนินการหาผูรับจางไดแลวใหรีบทําสัญญาและใหสงเอกสารสําเนาสัญญาขอผูกพันงบประมาณจากระบบ GFMIS ทันที ไมเกินวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๕ ตามหนังสือที่ ศธ ๐๔๑๗๕/๒๗๒๗ ลงวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ซึ่งสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญและโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหง ไมไดวิเคราะหความขาดแคลนตามรายการงบประมาณที่ไดรับจัดสรร ไมไดจัดทําประมาณราคาวัสดุตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แกไขเพิ่มเติม ไมไดใชแบบรูปรายการกอสรางมาตรฐานของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนทั้ง ๑๒ แหง ดําเนินการประกาศประกวดราคาจางปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส ตอมาสํานักงานตรวจเงินแผนดินสํานักตรวจสอบพิเศษภาค ๕ ขอใหจําเลยที่ ๓ สั่งการใหโรงเรียนในการกํากับดูแลทบทวนกระบวนการหนา ๒๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
จัดซื้อจัดจาง จําเลยที่ ๓ สั่งการใหโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหง กํากับ ดูแล ตรวจสอบ เพื่อพิจารณาระงับ ยกเลิก หรือทบทวนการจัดซื้อจัดจางตามขอสังเกตของสํานักงานตรวจเงินแผนดิน สํานักตรวจสอบพิเศษภาค ๕ ที่ตรวจพบในจังหวัดอื่น ตามเอกสารหมาย ล.๓/๒๕ โรงเรียนทั้ง ๑๒ แหง ดําเนินการประกาศประกวดราคาจางปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสใหมอีกครั้งโดยกําหนดชวงวันเวลาเดียวกัน คือ วันที่ ๖ กันยายน ๒๕๕๕ กําหนดใหผูสนใจซื้อเอกสารประกวดราคาระหวางวันที่ ๖ ถึง ๑๒ กันยายน ๒๕๕๕ กําหนดยื่นเอกสารประกวดราคาในวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๕กําหนดเสนอราคาในวันที่ ๒๕ ถึง ๒๖ กันยายน ๒๕๕๕ และกําหนดใหใชสถานที่บริการตลาดกลางทางอิเล็กทรอนิกสแหงเดียวกันคือ บริษัทปอป เนทเวอรค จํากัด โดยเอกสารแนบทายประกาศประกวดราคาจางของโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหง เปนรูปแบบเดียวกัน กําหนดคุณลักษณะเฉพาะของสนามฟุตซอลที่จะดําเนินการกอสราง ประกอบดวย พื้นคอนกรีต พื้นยางสังเคราะห (EVA) เสา ประตูฟุตซอล ลูกฟุตซอลหนังสือกีฬาคัมภีรกีฬาชุด ดีวีดีสอนกีฬา ๘ ประเภท หนังสือกายบริหาร หนังสือชุดความรูเรื่องโรคและหนังสือสุขบัญญัติ ๑๐ ประการ ตามเอกสารหมาย จ.๗๓ ถึง จ.๘๔ หนา ๔๔๖๖, ๔๔๗๙,๔๔๙๒, ๔๕๐๕, ๔๕๑๘, ๔๕๓๑, ๔๕๔๒, ๔๕๕๓, ๔๕๖๔, ๔๕๗๕, ๔๕๘๖ และ ๔๕๙๘ จําเลยที่ ๔ที่ ๖ และที่ ๘ ใชเอกสารรายงานการทดสอบความแข็งแรงของตัวอยางแผนยางสังเคราะห EVAฉบับลงวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๕ ของกรมวิทยาศาสตรบริการ ตามสําเนาเอกสารหมาย จ.๑๐๕หนา ๕๓๙๐, ๕๔๒๓ และ ๕๔๕๘ หนังสือรับรอง เลขที่ ๔๒๓/๒๕๕๕ ลงวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๕ของสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตเชียงใหม ตามเอกสารหมาย จ.๑๐๕ หนา ๕๓๙๑, ๕๔๒๒และ ๕๔๖๐ และเอกสารรายงานผลการทดสอบและวิเคราะหความแข็งของตัวอยางแผนยางสังเคราะห EVAฉบับลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๕ ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงประเทศไทย (วว.)ตามเอกสารหมาย จ.๑๐๕ หนา ๕๓๙๒, ๕๔๒๔ และ ๕๔๕๙ ที่ออกใหแกจําเลยที่ ๑๐ยื่นประกอบการประกวดราคา ผลการประกวดราคาปรากฏวาจําเลยที่ ๔ ไดเขาเปนคูสัญญากับโรงเรียน๖ แหง คือ โรงเรียนเมืองอํานาจเจริญ จํานวนเงิน ๔,๙๙๕,๐๐๐ บาท โรงเรียนอนุบาลอํานาจเจริญ จํานวนเงิน๔,๙๙๗,๐๐๐ บาท โรงเรียนบานหัวตะพาน จํานวนเงิน ๔,๙๙๑,๐๐๐ บาท โรงเรียนอนุบาลหัวตะพาน(รัตนวารี) จํานวนเงิน ๔,๙๙๓,๐๐๐ บาท โรงเรียนบานโคกเลาะ จํานวนเงิน ๔,๙๘๙,๐๐๐ บาทและโรงเรียนชุมชนบานคําพระ จํานวนเงิน ๔,๙๘๗,๐๐๐ บาท สวนจําเลยที่ ๖ ไดเขาเปนคูสัญญาหนา ๒๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
กับโรงเรียน ๓ แหง คือ โรงเรียนบานเวียงหลวง จํานวนเงิน ๒,๔๙๐,๐๐๐ บาท โรงเรียนบานหนองแคนจํานวนเงิน ๒,๔๙๒,๐๐๐ บาท และโรงเรียนบานสรางถอ จํานวนเงิน ๒,๔๘๘,๐๐๐ บาทคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๓๖ กําหนดใหผูรับจางรับประกันความชํารุดบกพรองไมนอยกวา ๒ ป ตามหนังสือสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร ๐๒๐๒/ว๑ ลงวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๓๗แตจําเลยที่ ๔ และที่ ๖ ทําสัญญากับโรงเรียนทั้ง ๙ แหง กําหนดเงื่อนไขการประกันความชํารุดบกพรอง๑ ป หลังจากจําเลยที่ ๔ และที่ ๖ กอสรางแลวเสร็จและสงมอบงานแลว ปรากฏวาแผนยางสังเคราะหบวมโกงงอ ไมเรียบ บางหนาสีซีด เมื่อประกอบติดตั้งแลวรอยตอระหวางหนาไมแนบสนิทเปนสวนใหญและแผนยางสังเคราะหไมสามารถตานแรงลมได โดยโรงเรียนเมืองอํานาจเจริญ โรงเรียนอนุบาลอํานาจเจริญโรงเรียนบานโคกเลาะ โรงเรียนบานหัวตะพาน โรงเรียนอนุบาลหัวตะพาน (รัตนวารี) โรงเรียนบานหนองแคนโรงเรียนชุมชนบานคําพระ โรงเรียนบานเวียงหลวง และโรงเรียนบานสรางถอ ขอยกเลิกสัญญาและไมจายเงินใหแกคูสัญญา สวนโรงเรียนชุมชนบานน้ําปลีก โรงเรียนบานปาติ้ว และโรงเรียนนาผือโคกกอกมีการแกไขสัญญากับผูรับจางโดยเปลี่ยนพื้นแผนยางสังเคราะห EVA เปนหนาพื้นยางสังเคราะหที่ทําจากโพลีพร็อพโพลีนโคโพลิเมอร และเบิกจายเงินใหแกผูรับจางตามสัญญาแลว หลังจากนั้นผูรับจางไดยื่นฟองสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียน และผูอํานวยการโรงเรียนตาง ๆตอศาลปกครองกลาง ตอมาศาลปกครองสูงสุดมีคําพิพากษาวา ผูรับจางไมสุจริต โรงเรียนบอกเลิกสัญญาโดยคํานึงถึงประโยชนของทางราชการ จึงไมจําตองใชเงินตามควรคาแหงการงานพรอมดอกเบี้ยแกผูรับจางตามสําเนาคําพิพากษาศาลปกครองชั้นตนและศาลปกครองสูงสุด เอกสารหมาย ล.๓/๓๕ ถึง ล.๓/๔๔คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคําสั่งแตงตั้งคณะอนุกรรมการไตสวนขอเท็จจริง ตอมาคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติวาการกระทําของจําเลยทั้งสิบสอง มีมูลเปนความผิดทางอาญาจึงสงรายงานสํานวนการไตสวนไปยังโจทกคดีมีปญหาตองวินิจฉัยประการแรกวา โจทกมีอํานาจฟองหรือไม จําเลยที่ ๓ ที่ ๑๐ และที่ ๑๑ยื่นคํารองขอใหศาลวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องตนในปญหาขอกฎหมายทํานองเดียวกันวา คณะกรรมการ ป.ป.ช.ตองไตสวนและวินิจฉัยคดีใหแลวเสร็จภายในเวลาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด ซึ่งตองไมเกินสองปนับแตวันที่เริ่มดําเนินการไตสวน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๘ และจําเลยที่ ๓ ใหการอีกวา คณะกรรมการ ป.ป.ช.ตองไตสวนและตองมีความเห็นหรือวินิจฉัยใหแลวเสร็จภายในเวลาไมเกินสองป นับแตวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑หนา ๒๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
อันเปนวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้มีผลใชบังคับ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๙๒ วรรคสอง เพราะเมื่อนับระยะเวลาตั้งแตวันที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เริ่มดําเนินการไตสวนจนถึงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓เปนเวลานานถึง ๖ ปแลว จึงไมมีเหตุจําเปนที่จะขยายเวลาออกไปอีก ๑ ป ตามมาตรา ๔๘ วรรคสาม นั้นเห็นวา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๔๘ วรรคทาย บัญญัติไวโดยชัดแจงวา ภายใตกําหนดอายุความ เมื่อพนกําหนดเวลาตามมาตรา ๔๘ วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม หรือตามที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้แลวคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังคงมีหนาที่และอํานาจที่จะดําเนินการไตสวน และมีความเห็นหรือวินิจฉัยหรือดําเนินการตามหนาที่และอํานาจตอไป ดังนี้ กําหนดเวลาไตสวนและมีความเห็นหรือวินิจฉัยตามวรรคหนึ่งจึงเปนเพียงการกําหนดเวลาใหมีการปฏิบัติหนาที่เพื่อเรงรัดใหมีการฟองคดีโดยเร็วเทานั้นมิใชเปนระยะเวลาที่เปนเงื่อนไขหรือจํากัดอํานาจในการฟองคดี คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงชอบที่จะดําเนินการไตสวนคดีนี้ไดภายในอายุความ ตามมาตรา ๔๘ วรรคทาย และโจทกยอมมีอํานาจฟองคดีนี้ไดภายในอายุความ ตามมาตรา ๗๗ วรรคทาย ขออางของจําเลยที่ ๓ ที่ ๑๐ และที่ ๑๑ ขอนี้ฟงไมขึ้นที่จําเลยที่ ๑ ใหการตอสูวา คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเห็นชอบตามความเห็นของคณะกรรมการไตสวนโดยใชเวลาเพียง ๒ วัน หลังจากไดรับหนังสือชี้แจงขอกลาวหาของจําเลยที่ ๑ จึงเปนการเรงฟองคดีเพื่อมิใหขาดอายุความ นั้น เห็นวา คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะใชเวลาพิจารณารายงานการไตสวนรวดเร็วหรือลาชา ประการใด ยอมขึ้นอยูกับความยากงายหรือความสลับซับซอนของขอเท็จจริงตามรายงานแตละสํานวนการพิจารณารายงานคดีนี้เสร็จสิ้นโดยใชเวลาเพียง ๒ วัน จึงไมใชเปนเรื่องผิดปกติ ประกอบกับจําเลยที่ ๑มีสิทธิโตแยงและนําพยานหลักฐานตาง ๆ มาใหศาลไตสวนเพื่อหักลางพยานหลักฐานในสํานวนการไตสวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได ขออางของจําเลยที่ ๑ จึงไมมีผลทําใหการไตสวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เสียไปและที่จําเลยที่ ๑ ใหการตอสูวา โจทกไมไดฟองผูอํานวยการโรงเรียนหรือคณะกรรมการจัดซื้อจัดจางหรือคณะกรรมการตรวจรับงานแมแตรายเดียว และมิไดดําเนินคดีแกสมาชิกสภาผูแทนราษฎรรายอื่นจึงเปนการเลือกปฏิบัติ การไตสวนและการฟองคดีจึงไมชอบดวยกฎหมาย นั้น เห็นวา การที่บุคคลใดจะรับผิดทางอาญาหรือไม ตองพิจารณาจากการกระทําและเจตนาของบุคคลนั้นเปนสําคัญ หากกระทําไปโดยขาดเจตนาแลว บุคคลนั้นยอมไมตองรับผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙หนา ๒๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
อันเปนความรับผิดชอบเฉพาะตัวของบุคคล ดังนั้น แมบุคคลจะอยูรวมในคณะกรรมาธิการวิสามัญและกระทําความผิดโดยอาศัยอํานาจหนาที่ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ หรือเปนบุคคลที่มีหนาที่เกี่ยวของกับขั้นตอนการจัดซื้อจัดจาง แตก็ไมจําเปนวาจะตองรวมกระทําความผิดดวยกันทุกคนเสมอไปคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยอมมีอํานาจกลาวหาและชี้มูลแกจําเลยที่ ๑ ซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรโดยลําพังไปตามที่ไดพิจารณาจากพยานหลักฐานได หาเปนการเลือกปฏิบัติไม ขออางของจําเลยที่ ๑ขอนี้ฟงไมขึ้นอีกเชนกัน ดังนั้น โจทกยอมมีอํานาจฟองปญหาตองวินิจฉัยประการตอไปมีวา จําเลยที่ ๒ และที่ ๓ กระทําความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๑ มาตรา ๑๕๗ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ โดยมีจําเลยที่ ๑ และจําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๑๒ รวมกระทําความผิดหรือเปนผูสนับสนุนการกระทําความผิดตามฟองหรือไม โดยจะวินิจฉัยในสวนจําเลยที่ ๒ กอน เห็นวาจําเลยที่ ๒ ดํารงตําแหนงเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหนาที่รวบรวมความตองการงบประมาณของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเสนอไปยังสํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการเพื่อของบประมาณเมื่อโรงเรียนทั้ง ๑๕ แหง ไมมีโครงการและไมเคยขอรับการสนับสนุนงบประมาณกอสรางสนามฟุตซอลจําเลยที่ ๒ ยอมตองรูแตแรกแลววาโรงเรียนทั้ง ๑๕ แหง ไมมีโครงการและไมเคยขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อกอสรางสนามฟุตซอล ขอเท็จจริงไดความตอไปจาก นายชุมพล เด็จดวงพยานโจทกซึ่งเปนนักวิเคราะหงบประมาณชํานาญการพิเศษ ปฏิบัติหนาที่หัวหนาสวนงบประมาณกระทรวงศึกษาธิการ ๔ สํานักจัดทํางบประมาณดานสังคม ๑ สํานักงบประมาณ เบิกความวาพยานทราบวาโรงเรียนในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไดรับความเสียหายจากอุทกภัยและสิ่งกอสรางขาดแคลน พยานจึงแจงใหสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานพิจารณาขอเพิ่มงบประมาณป ๒๕๕๕ ตามขั้นตอนที่กําหนดตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ตอมาจําเลยที่ ๒ มีบันทึกขอความ ๒ ฉบับ ถึงปลัดกระทรวงศึกษาธิการเสนอขอเพิ่มงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ รวมทั้งสิ้น ๒๗,๒๖๖.๕๘๑๙ ลานบาท และกระทรวงศึกษาธิการสงหนังสือถึงผูอํานวยการสํานักงบประมาณเสนอขอเพิ่มงบประมาณจํานวนทั้งสิ้น ๒๗,๒๖๖.๕๘๑๙ ลานบาทเอกสารหมาย จ.๓๔๔ หนา ๑๑๙๑๘ โดยเสนอขอเพิ่มงบประมาณของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จํานวน ๑๗,๙๓๖.๗๗๖๘ ลานบาท ซึ่งไมไดแยกรายละเอียดแตละโรงเรียนหนา ๒๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
ตามเอกสารหมาย จ.๓๔๔ หนา ๑๑๙๒๑ ถึง ๑๑๙๒๔ โดยงบลงทุนที่มีรายการต่ํากวา ๑๐ ลานบาทจะจัดทําคําขอมารวมกันตามระเบียบบริหารงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๘ เอกสารหมาย จ.๒๗๗ หนา ๑๐๗๘๖ถึง ๑๐๘๐๑ รายการสิ่งกอสรางที่มีราคาตอหนวยต่ํากวา ๑๐ ลานบาท เปนการจัดสรรงบประมาณใหแบบวงเงินรวม โดยมิไดแสดงรายละเอียดหรือระบุขอมูลกอสรางและสถานที่กอสรางวาจะกอสรางในโรงเรียนใดเพื่อกระจายอํานาจในการบริหารทรัพยากรใหสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานใหมีความยืดหยุนและคลองตัวสามารถจัดสรรใหสอดคลองกับความเดือดรอนจําเปนของแตละโรงเรียน นายรังสรรค มณีเล็กผูอํานวยการสํานักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานพยานจําเลยที่ ๑ ก็เบิกความเจือสมวา จําเลยที่ ๒ ของบประมาณเพิ่มเติม (งบแปรญัตติ)เปนงบลงทุน (คาที่ดินและสิ่งกอสราง) ๑,๕๐๐ ลานบาท โดยใชฐานขอมูลเดิมที่คณะกรรมาธิการวิสามัญปรับลดลงจากการพิจารณาครั้งแรก ตอมาไดรับการประสานงานจากเจาหนาที่สํานักงบประมาณและทีมงานที่ปรึกษารัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการวามีการขยายเพดานขอเพิ่มงบลงทุนเพิ่มเติมไดอีก๑๐,๐๐๐ ลานบาท จําเลยที่ ๒ จึงมีหนังสือของบประมาณเพิ่มเติมโดยเปนคาที่ดินและสิ่งกอสรางรายการคากอสรางปรับปรุงซอมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบสิ่งกอสรางที่ชํารุดทรุดโทรมและที่ประสบอุบัติภัยเปนเงิน ๗,๐๐๐ ลานบาท โดยใชฐานขอมูลเดิมที่คณะกรรมาธิการวิสามัญปรับลดลงจากการพิจารณาครั้งแรก ดังนี้ กรณีจึงเห็นไดวา ในขั้นตอนการเสนอของบประมาณ(งบแปรญัตติ) การที่จําเลยที่ ๒ มีบันทึกขอความ ๒ ฉบับ เสนอขอเพิ่มงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณพ.ศ. ๒๕๕๕ รวมทั้งสิ้น ๒๗,๒๖๖.๕๘๑๙ ลานบาท นั้น เปนการเสนอจากคําของบประมาณเดิมที่ถูกปรับลดซึ่งไมปรากฏคําขอเพื่อกอสรางสนามฟุตซอล แตอยางใด โดยสํานักงบประมาณมีหนังสือเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบการเสนอขอเพิ่มงบประมาณในสวนของกระทรวงศึกษาธิการเปนเงิน ๖,๘๔๖.๕ ลานบาทและเปนงบประมาณในสวนของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน งบลงทุน ๕,๓๐๗,๓๐๕,๐๐๐ บาทซึ่งเปนคาที่ดินและสิ่งกอสรางเปนเงิน ๓,๙๔๗,๓๐๕,๐๐๐ บาท ตอมาคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สํานักงบประมาณเสนอ ตามเอกสารหมาย จ.๒๒๓ และ จ.๒๒๔ อันเปนการพิจารณาคําของบประมาณเพิ่มเติมตามที่จําเลยที่ ๒ เสนอซึ่งเปนขั้นตอนปกติสําหรับขั้นตอนตอไปไดความวา คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ อนุมัติงบประมาณในแผนงานขยายโอกาสหนา ๒๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
และพัฒนาการศึกษา ผลผลิตผูจบการศึกษาภาคบังคับ งบลงทุนครุภัณฑที่ดินและสิ่งกอสราง เปนเงิน๔,๔๕๙,๔๒๐,๐๐๐ บาท แยกเปนครุภัณฑงานบานงานครัวเปนเงิน ๕๑๒,๑๔๒,๐๐๐ บาท คาที่ดินและสิ่งกอสรางที่มีราคาตอหนวยต่ํากวา ๑๐ ลานบาท เปนเงิน ๓,๙๔๗,๒๗๘,๐๐๐ บาทตามเอกสารหมาย จ.๒๗๗ หนา ๑๐๗๘๓ จนกระทั่งตอมามีการประกาศใชพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งขั้นตอนการพิจารณาจัดสรรงบประมาณของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในชั้นนี้ ยอมเปนอํานาจของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยตรงที่จะพิจารณาเองไดตามที่เห็นวามีความจําเปนและขาดแคลน เมื่อจําเลยที่ ๒ซึ่งดํารงตําแหนงเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบควบคุมขาราชการประจําในสํานักงาน แปลงนโยบายเปนแนวทางและแผนปฏิบัติการ กํากับการปฏิบัติราชการของสวนราชการในสํานักงาน ยอมมีหนาที่ในการจัดสรรงบประมาณใหเปนไปอยางถูกตองเหมาะสมขอเท็จจริงไดความวาจําเลยที่ ๒ มีหนังสือสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ศธ ๐๔๐๐๖/ว ๙๑๐ลงวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เรื่อง จัดสรรงบประมาณป ๒๕๕๕ งบลงทุน คาที่ดินและสิ่งกอสรางแจงการจัดสรรงบประมาณไปยังจําเลยที่ ๓ พรอมรายชื่อโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ)รายการปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณ จํานวน ๑๒ แหง ในจังหวัดอํานาจเจริญ การพิจารณาจัดสรรงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ อันรวมถึงงบประมาณ (งบแปรญัตติ)ของจําเลยที่ ๒ ดังกลาว จึงเปนการปฏิบัติราชการในฐานะเจาพนักงานผูมีหนาที่จัดการ หรือรักษาทรัพยใด ๆตามประมวลกฎหมายอาญา และเปนเจาหนาที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยพยานหลักฐานโจทกในขั้นตอนการพิจารณาจัดสรรงบประมาณของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานนี้ ปรากฏวามีการจัดทําบัญชีคุมยอดรายการแปรญัตติ (ใบโควตา) นางณิชา รักจอย พยานโจทกซึ่งเปนนักวิเคราะหงบประมาณชํานาญการ สํานักจัดทํางบประมาณดานสังคม ๑ สํานักงบประมาณเบิกความวา คณะกรรมาธิการวิสามัญมีมติเพิ่มงบประมาณใหสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน๔,๔๕๙,๔๒๐,๐๐๐ บาท ประกอบดวย คาครุภัณฑ ๕๑๒,๒๔๒,๐๐๐ บาท และคาที่ดินและสิ่งกอสราง ๓,๙๔๗,๒๗๘,๐๐๐ บาท หลังจากนั้น ๑ ถึง ๒ วัน นายประยงค ตั้งเจริญผูอํานวยการสวนการงบประมาณ ๒ สํานักนโยบายและแผนงบประมาณ สํานักงบประมาณ ซึ่งไดรับแตงตั้งเปนกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาการเพิ่มงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณหนา ๒๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
พ.ศ. ๒๕๕๕ โทรศัพทมาหาพยานเพื่อใหไปพบ แลวมอบบัญชีคุมยอดรายการแปรญัตติเพิ่มป ๒๕๕๕สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามเอกสารหมาย จ.๒๕๔ หนา ๙๘๕๓ ซึ่งระบุชื่อพรรคการเมืองที่ไดรับเงินงบประมาณจากการแปรญัตติ (ใบโควตา) กับแจงใหพยานประสานกับสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พยานจึงแจงให นายชุมพล ซึ่งเปนผูบังคับบัญชาทราบ ตอมาพยานโทรศัพทติดตอนายทรงศักดิ์ ศิริจร ผูอํานวยการกลุมงบประมาณ ๓ สํานักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐานสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีหนาที่ดูแลบริหารงบประมาณในสวนงบลงทุนครุภัณฑที่ดินและสิ่งกอสราง และจัดสงบัญชีคุมยอดฉบับดังกลาวทางโทรสารให นางสาวสุดา โตะชื่นดี เจาหนาที่วิเคราะหนโยบายและแผนชํานาญการ สังกัดกลุมงบประมาณ ๓ สํานักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐานสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งทําหนาที่ในการจัดสรรงบประมาณ นายชุมพลเบิกความสนับสนุนวา หลังจากการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญแลวเสร็จ ๒ ถึง ๓ วันนางณิชา แจงวาฝายเลขานุการของคณะกรรมาธิการวิสามัญไดประสานแจงขอมูลวงเงินผลการพิจารณาเพิ่มงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ รวมถึงบัญชีคุมยอดรายการแปรญัตติเพิ่มเติมป ๒๕๕๕ เอกสารหมาย จ.๒๗๒ หนา ๑๐๕๙๑ ถึง ๑๐๕๙๒ ใหทราบ พยานพิจารณาแลวเห็นวาเปนผลจากการดําเนินการตามกระบวนการพิจารณาอนุมัติงบประมาณรายจายของคณะกรรมาธิการวิสามัญและไดขอยุติแลว ไมสามารถดําเนินการเปนอยางอื่นได จึงรับทราบและแจงให นางณิชา สงบัญชีคุมยอดไปตามที่ฝายเลขานุการสั่งมา นางสาวสุดา เบิกความยืนยันวา สํานักงบประมาณสงบัญชีคุมยอดเอกสารหมาย จ.๒๕๔ มาที่สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานทางโทรสาร หลังจากพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ มีผลใชบังคับ นายประภัสร ลิมานันท หรือครูยาวนางสาวกุลธิดา วีรตานนท หรือเตย และ นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ ซึ่งเปนผูประสานของพรรคเพื่อไทยและพรรคการเมืองอื่น และ นายวุฒิพงษ นามบุตร พรอมเลขานุการ ซึ่งเปนผูประสานงานของพรรคประชาธิปตยไดประสานงานโดยมอบรายชื่อโรงเรียนที่ไดรับการจัดสรรงบประมาณใหแกพยาน และพยานไดรับบัญชีขอสนับสนุนงบประมาณของจําเลยที่ ๑ ตามเอกสารหมาย จ.๒๖๔ หนา ๑๐๐๖๗ รวมทั้งรายชื่อโรงเรียนจากนางสาวปาริชาติ ตอมาพยานจัดทําบันทึกขอความ สํานักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐานกลุมงบประมาณ ๓ แนบรายชื่อโรงเรียนรวมทั้งจํานวนเงินตามขอมูลที่ไดรับจากผูประสานงานเสนอผานนายทรงศักดิ์ และ นายรังสรรค จนถึงจําเลยที่ ๒ เพื่อมีหนังสือแจงจัดสรรไปยังสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาตาง ๆ ซึ่งตามหนังสือแจงดังกลาวมีคําวา “ผูเกี่ยวของในดานการศึกษา” หมายถึงหนา ๓๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
ผูประสานงานของพรรคการเมืองที่ไดรับงบแปรญัตติ ซึ่งมีเงื่อนไขในชั้นกรรมาธิการวาจะตองใชขอมูลรายละเอียดประกอบการจัดสรรงบประมาณจากสภาผูแทนราษฎร โดยจะมีสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือผูแทนมาประสานงานเพื่อจัดสงรายชื่อโรงเรียนตาง ๆ ที่ไดรับงบประมาณในการกอสรางแมพยานจะทราบและเปนผูรับรายชื่อโรงเรียนมาเพื่อดําเนินการจัดทําเอกสารตามขั้นตอนปฏิบัติก็ไมอาจปฏิเสธหรือปฏิบัติเปนอยางอื่นได เพราะจําเปนตองทําตามที่ถูกกําหนดมาแลวโดยคณะกรรมาธิการวิสามัญ นายทรงศักดิ์ เบิกความวา ในทางปฏิบัติเขาใจกันโดยทั่วไปวางบประมาณที่ถูกปรับลดไวจะแปรสภาพเปนงบแปรญัตติ ซึ่งจะระบุเงื่อนไขไวในชั้นกรรมาธิการวาจะใชขอมูลจากสภาผูแทนราษฎรที่สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจะจัดสรรไปใชจายตามความตองการของตนเองเพราะฉะนั้น โรงเรียนใดจะไดรับงบแปรญัตติมากนอยเพียงใดจะถูกกําหนดมาแลวโดยสมาชิกสภาผูแทนราษฎรกําหนดโควตาเปนงบประมาณของพรรคการเมือง กําหนดกรอบวงเงินเปนรายพรรค เมื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญอนุมัติงบประมาณแลว เจาหนาที่สํานักงบประมาณจะสงบัญชีคุมยอดทางโทรสารมาให นายรังสรรคจากนั้น นายรังสรรค จึงสงมอบบัญชีคุมยอดใหพยาน แลวพยานสงมอบบัญชีคุมยอดตอใหแกนางสาวสุดา เมื่อประมาณเดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน ๒๕๕๕ มีผูประสานงานพรรคการเมืองมาประสานกับ นายรังสรรค เพื่อควบคุมงบไมใหเกินกรอบวงเงินของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแตละคนผูประสานงานพรรคการเมืองทยอยสงรายชื่อโรงเรียนให นายรังสรรค ตามเอกสารหมาย จ.๒๖๔นายรังสรรค เรียกพยานและ นางสาวสุดา ไปรับขอมูลมาจัดทําเอกสารเสนอจําเลยที่ ๒ บางครั้งผูประสานงานของพรรคการเมืองจะประสานกับพยานหรือ นางสาวสุดา โดยตรง นอกจากนี้ ผูประสานงานพรรคการเมืองยังมอบบัญชีรายชื่อของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรซึ่งเปนผูรับการสนับสนุนงบประมาณมาดวยตามเอกสารหมาย จ.๒๕๔ หนา ๙๘๖๗ ถึง ๙๘๗๐ โดยปรากฏชื่อของจําเลยที่ ๑ อยูในหนา ๙๘๗๐ลําดับที่ ๑๓๒ เห็นวา พยานโจทกมีทั้งเจาหนาที่สํานักงบประมาณและเจาหนาที่สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตางเบิกความสอดคลองเชื่อมโยงกันวามีการรับสงบัญชีคุมยอดฉบับดังกลาวจริงไมมีเหตุผลที่พยานโจทกซึ่งปฏิบัติหนาที่คนละหนวยงานจะปนแตงสรางเรื่องจัดทําเอกสารนี้ขึ้นมาคําเบิกความของพยานโจทกแตละปากลวนเปนเรื่องที่พยานไดรูเห็นมาจากปฏิบัติงานตามหนาที่ไมมีขอพิรุธวาจะเปนการปรักปรําใหรายจําเลยคนใด ทั้งการที่พยานรับวามีผูนําบัญชีคุมยอดมาใชควบคุมการจัดสรรหรือใชงบประมาณ ยอมไมเปนผลดีแกตัวพยานเอง โดย นายชุมพล เบิกความวา บัญชีคุมยอดมิใชการดําเนินการตามปกติ คําเบิกความของพยานโจทกทั้งสี่จึงมีน้ําหนักในการรับฟง แม นางณิชาหนา ๓๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
จะเคยใหถอยคําในชั้นไตสวนของคณะอนุกรรมการไตสวนวา ไมเคยเห็นบัญชีคุมยอดและพยานหลักฐานจากการไตสวนชั้นศาลไมปรากฏวาผูใดจัดทําบัญชีคุมยอดนี้ขึ้นมา แตบันทึกขอความสํานักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน กลุมงบประมาณ ๓ ที่เสนอจําเลยที่ ๒ เพื่อพิจารณาอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณ มีขอความระบุอยางชัดแจงวา “...คณะกรรมาธิการพิจารณารางงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ ๒๕๕๕ ไดระบุเงื่อนไขในชั้นกรรมาธิการวาจะตองใชขอมูลรายละเอียดประกอบการจัดสรรงบประมาณจากสภาผูแทนราษฎรโดยการประสานงานจากสมาชิกสภาผูแทนราษฎร และขณะนี้ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไดรับการประสานขอมูลจากสมาชิกสภาผูแทนราษฎรเปนบางสวนยังไมครบถวนทั้งหมด” ตามเอกสารหมาย จ.๒๓๙และ จ. ๒๔๐ โดยเฉพาะอยางยิ่ง ขอเท็จจริงก็ปรากฏชัดอยูวาไดมีการจัดสรรงบประมาณตามบัญชีรายชื่อสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือพรรคการเมือง เอกสารหมาย จ.๒๕๔ หนา ๙๘๖๗ ถึง ๙๘๗๐ จริงไดความจาก นายทรงศักดิ์ และ นางสาวสุดา วา มีผูประสานงานพรรคการเมืองเคยมาประสานงานกับพยานโจทกทั้งสอง และ นางสาวสุดา ยังไดรับบัญชีรายละเอียดขอสนับสนุนงบประมาณป ๒๕๕๕(งบแปรญัตติ) เอกสารหมาย จ.๒๖๔ หนา ๑๐๐๕๗ ถึง ๑๐๐๗๕ อีกดวย ซึ่งก็สอดคลองกับที่ นางสาวปฏิรัก อรรคสาร ผูชวยดําเนินงานของ นายวุฒิพงษ นามบุตร เบิกความวาพยานไดรับมอบหมายจาก นายวุฒิพงษ ซึ่งเปนอนุกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในสวนของกระทรวงศึกษาธิการใหนําเอกสารเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณที่เกิดจากการแปรญัตติไปมอบใหแก นางสาวสุดา หรือแหมม นอกจากนั้น ยังปรากฏขอเท็จจริงวา สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไดมีหนังสือแจงจัดสรรงบประมาณไปยังสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาตาง ๆ โดยระบุขอความวา “ดวยมีผูเกี่ยวของในดานการศึกษาไดแจงขอมูลความจําเปนขาดแคลนของโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่จําเปนตองไดรับการสนับสนุนงบประมาณงบลงทุนคาครุภัณฑที่ดินและสิ่งกอสราง” ตามเอกสารหมาย จ.๒๓๒หนา ๙๕๑๓ ถึง ๙๕๔๕ และเอกสารหมาย จ.๗๑ หนา ๔๔๑๖ ถึง ๔๔๑๘ ซึ่ง นางสาวสุดาและ นายทรงศักดิ์ ตางเบิกความวา ผูเกี่ยวของในดานการศึกษา หมายถึง ผูประสานงานจากพรรคการเมืองยิ่งแสดงใหเห็นวาไดมีการดําเนินการอยางตอเนื่องเพื่อใหมีผลสําเร็จเกิดขึ้นตามวัตถุประสงคของการจัดทําบัญชีคุมยอดดังกลาว นางณิชา เบิกความยืนยันวา พยานจัดสงบัญชีคุมยอดฉบับดังกลาวทางโทรสารให นางสาวสุดา การที่ นางสาวสุดา เบิกความวา พยานไมไดรับบัญชีคุมยอดดวยตนเองหนา ๓๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
คงเปนเพียงรายละเอียดปลีกยอยไมทําใหคําเบิกความของ นางสาวสุดา เสียน้ําหนัก พยานหลักฐานจากการไตสวนฟงไดวา มีการจัดทําบัญชีคุมยอดรายการแปรญัตติ (ใบโควตา) จริง จําเลยที่ ๒เบิกความรับวา การเสนอกรอบวงเงินงบประมาณไปยังสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาตองผานการตรวจวิเคราะหเสนอโดยเจาหนาที่วิเคราะหนโยบายและแผนซึ่งคือ นางสาวสุดา และ นายทรงศักดิ์ พยานโจทกทั้งสองปากนี้ยืนยันวาไดนําขอมูลจากผูประสานงานของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรมาเสนอจําเลยที่ ๒อันเปนการดําเนินการตามบัญชีคุมยอดและรายชื่อโรงเรียนตามที่ไดรับแจงจากผูประสานงานมาซึ่งขณะนั้นโรงเรียนแตละแหงยังมิไดจัดทําคําของบประมาณเพื่อกอสรางสนามฟุตซอล แตประการใดขอที่จําเลยที่ ๒ กลาวอางทํานองวา สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานถือวาหนังสือของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรในการขอรับการสนับสนุนใหแกสถานศึกษา เปนเพียงขอมูลอยางหนึ่งประกอบการพิจารณาจัดสรรงบประมาณรายจาย โดยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะพิจารณาจากระบบฐานขอมูลเรื่องของอาคารสิ่งกอสราง (B-OBEC) และเกณฑมาตรฐานเปรียบเทียบซึ่งเปนฐานขอมูลที่โรงเรียนกรอกขอมูลเองและปรับปรุงใหเปนปจจุบันทุกป และสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาใหการรับรองขอมูลวาถูกตอง ทั้งมีภาพถายของอาคารโรงเรียนตาง ๆ ซึ่งไดใชฐานขอมูลดังกลาวในการเสนอของบประมาณมาตั้งแตแรก ตอมาเมื่อมีการของบประมาณเพิ่มเติม (งบแปรญัตติ)ซึ่งมีเวลาจํากัด ไมจําเปนตองสอบถามโรงเรียนก็ทราบวามีความขาดแคลนสิ่งกอสรางในรายการใดบางโดยขอมูลจากผูที่มีสวนเกี่ยวของจะขัดแยงตอหลักเกณฑและขอมูลดังกลาวไมไดนั้น ขัดตอเหตุผลเพราะไมปรากฏวาระบบฐานขอมูลอาคารสิ่งกอสราง (B-OBEC) มีเกณฑเปรียบเทียบตรงกับสนามฟุตซอลของโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหง ทําใหเชื่อไดวาโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหง มิไดแจงถึงความจําเปนเรื่องสนามฟุตซอลไวในฐานขอมูลดังกลาว ยิ่งไปกวานั้น ยังปรากฏจากคําเบิกความของจําเลยที่ ๒ เองวา คําของบประมาณเพิ่มเติมยังอยูในกรอบของงบประมาณที่ถูกตัดไปในรอบแรกจึงมาจากฐานความขาดแคลนทั้งสิ้น ฉะนั้น หากไมมีเงื่อนไขใหบุคคลภายนอกเขามาแทรกแซงการใชงบประมาณของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานแลวยอมตองจัดสรรงบประมาณตามคําขอเดิมที่ไดวิเคราะหความขาดแคลนเปนอยางดีแลว เพื่อใหการใชงบประมาณเกิดความคุมคาที่สุด จึงไมมีเหตุที่จะจัดสรรงบประมาณกอสรางสนามฟุตซอลให นอกเหนือไปจากคําของบประมาณเดิม ประการสําคัญที่สุดคือ จําเลยที่ ๒ แจงจัดสรรงบประมาณใหแตเฉพาะโรงเรียนตามรายชื่อที่สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแจงมาเทานั้น แมจําเลยที่ ๒ จะจัดสรรเปนงบประมาณคากอสรางปรับปรุงซอมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบและสิ่งกอสรางที่ชํารุดทรุดโทรมและประสบอุบัติภัยหนา ๓๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
ซึ่งในขอ ๔ ระบุเพื่อกอสรางสนามกีฬาใหแกโรงเรียนในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยมิไดระบุชัดแจงวาเปนสนามฟุตซอล แตก็ไมมีเหตุที่จะจัดสรรวงเงินงบประมาณจํานวนมากโดยไมมีความชัดเจนในการใชงบประมาณ ขอเท็จจริงกลับปรากฏวา วงเงินงบประมาณที่จัดสรรแกโรงเรียนแตละแหง มีจํานวน ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท และ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท สอดคลองกับประมาณการราคากอสรางสนามฟุตซอลแตละแบบ จึงมิใชเรื่องบังเอิญที่ในเวลาตอมาโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหงกําหนดใหกอสรางสนามฟุตซอลเหมือนกันทุกแหง ทั้งที่โรงเรียนทั้ง ๑๒ แหง ไมเคยของบประมาณกอสรางสนามฟุตซอลมาตั้งแตแรก พฤติการณจึงบงชี้ใหเห็นอยางชัดแจงวา จําเลยที่ ๒ใชอํานาจจัดสรรงบประมาณไปตามบัญชีคุมยอดรายการแปรญัตติ (ใบโควตา) อันเปนการปฏิบัติตามเงื่อนไขในชั้นกรรมาธิการที่กําหนดใหตองใชขอมูลประกอบการจัดสรรงบประมาณจากสภาผูแทนราษฎรโดยการประสานงานจากสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ขอเท็จจริงจึงรับฟงไดวา จําเลยที่ ๒ ไดกระทําดวยประการใด ๆ ที่มีผลใหสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือกรรมาธิการมีสวนไมวาโดยทางตรงหรือทางออมในการใชงบประมาณรายจายกอสรางสนามฟุตซอล อันเปนการใชอํานาจในตําแหนงแสวงหาผลประโยชนที่มิควรไดโดยชอบดวยกฎหมายแกผูอื่นจากงบประมาณนั้น ยอมเปนการกระทําโดยทุจริต และเปนการดําเนินการไปโดยฝาฝนกฎหมาย อันเปนการปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบเพื่อใหเกิดความเสียหายแกสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและราชการเมื่อจําเลยที่ ๒ เปนเจาพนักงานและเจาหนาที่ของรัฐ มีหนาที่ในการจัดสรรงบประมาณ การกระทําของจําเลยที่ ๒ จึงเปนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑ มาตรา ๑๕๗และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒มาตรา ๑๒๓/๑ แตเมื่อการกระทําของจําเลยที่ ๒ เปนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๑ ซึ่งเปนบทเฉพาะแลว จึงไมจําตองปรับบทความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗ อันเปนบททั่วไปอีกสวนจําเลยที่ ๑ องคคณะผูพิพากษาเสียงขางมากเห็นวา พยานหลักฐานจากการไตสวนไดความวา จําเลยที่ ๑ ดํารงตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดอํานาจเจริญ เขตเลือกตั้งที่ ๑(อําเภอเมืองอํานาจเจริญ และอําเภอหัวตะพาน) มีหนาที่พิจารณารางพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ตามฟอง แตจําเลยที่ ๑ มิไดดํารงตําแหนงใดในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ จึงไมไดเขารวมประชุมหนา ๓๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
คณะกรรมาธิการวิสามัญดังกลาว และแมจําเลยที่ ๑ ไดรับแตงตั้งเปนที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการดานการศึกษา ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ โดยจําเลยที่ ๑ เขาประชุมคณะอนุกรรมาธิการดานการศึกษาดังกลาวตามเอกสารหมาย จ.๒๒๒ หนา ๙๔๑๒ ถึง ๙๔๑๗ แตขั้นตอนการพิจารณางบประมาณในชั้นนี้เปนการพิจารณาคําของบประมาณเพิ่มเติมที่จําเลยที่ ๒ เสนอ ซึ่งจําเลยที่ ๒ เสนอตามคําขอเดิมทั้งหมดโดยยังไมมีคําของบประมาณเพื่อกอสรางสนามฟุตซอล ขอเท็จจริงฟงไมไดวาเปนการเสนอของบประมาณ(งบแปรญัตติ) ตามความประสงคของจําเลยที่ ๑ ตั้งแตเวลานั้นแลว การที่จําเลยที่ ๑ มีสวนรวมพิจารณารางพระราชบัญญัติงบประมาณรายจายประจําปงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ คงเปนเพียงการพิจารณาในฐานะสมาชิกสภาผูแทนราษฎรตามอํานาจหนาที่ สวนขั้นตอนการพิจารณาจัดสรรงบประมาณของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้น นายทรงศักดิ์ และ นางสาวสุดา พยานโจทกเบิกความสอดคลองกันวา ชวงประมาณเดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน ๒๕๕๕ ผูประสานงานพรรคการเมืองไดมอบเอกสารที่ระบุวาจัดสรรงบประมาณใหแกโรงเรียนใดบาง โดย นางสาวสุดา ไดรับบัญชีรายละเอียดขอสนับสนุนงบประมาณ ซึ่งมีรายชื่อโรงเรียนและชื่อจําเลยที่ ๑ ตามเอกสารหมาย จ.๒๖๔หนา ๑๐๐๖๕ ถึง ๑๐๐๖๗ มาจาก นางสาวปาริชาติ เห็นวา บัญชีรายละเอียดขอสนับสนุนงบประมาณดังกลาว เปนการดําเนินการตามเงื่อนไขในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญวาจะตองรอขอมูลจากสภาผูแทนราษฎร โดยสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจะจัดสรรไปใชจายตามความตองการของตนเองบัญชีรายละเอียดขอสนับสนุนงบประมาณดังกลาวจึงระบุไวแตเฉพาะรายชื่อของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่ตองการใหสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจัดสรรงบประมาณใหตามที่ตนตองการเทานั้นดังจะเห็นไดจากบัญชีรายละเอียดขอสนับสนุนงบประมาณดังกลาวมีรายชื่อสมาชิกสภาผูแทนราษฎรเพียงบางราย แสดงใหเห็นวาสมาชิกสภาผูแทนราษฎรผูใดที่ไมประสงคจะเกี่ยวของกับการจัดสรรงบประมาณก็จะไมมีรายชื่อในบัญชีรายละเอียดขอสนับสนุนงบประมาณดังกลาว แมขณะที่มีการพิจารณางบประมาณ (งบแปรญัตติ) ในวันที่ ๙ และวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ จําเลยที่ ๑เพิ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรสมัยแรกไดเพียง ๓ เดือนเศษ ก็ไมมีเหตุผลที่บุคคลอื่นจะอางชื่อจําเลยที่ ๑ ขึ้นมา โดยเฉพาะอยางยิ่ง โรงเรียนที่ไดรับจัดสรรงบประมาณทั้ง ๑๕ แหงตามฟองลวนแตตั้งอยูในเขตพื้นที่เลือกตั้งของจําเลยที่ ๑ ทั้งสิ้น การที่มีรายชื่อจําเลยที่ ๑ ปรากฏในบัญชีรายละเอียดขอสนับสนุนงบประมาณดังกลาว จึงเปนขอพิรุธใหเห็นวาจําเลยที่ ๑ เขาไปเกี่ยวของหนา ๓๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
ในขั้นตอนการจัดสรรงบประมาณดวย นายเถลิง โทบุดดี ผูอํานวยการโรงเรียนนาผือโคกกอกและ นายประยูร เหมือนเหลา ผูอํานวยการโรงเรียนอนุบาลอํานาจเจริญ พยานโจทกเบิกความทํานองเดียวกันวา เมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม ๒๕๕๔ จําเลยที่ ๑ โทรศัพทมาแจงวาจะมีงบประมาณมาใหโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญเพื่อกอสรางสนามฟุตซอล และ นายประยูร ยังเบิกความอีกวา เดือนมีนาคม ๒๕๕๕ พยานพบจําเลยที่ ๑ที่วัดสําราญนิเวศน จําเลยที่ ๑ แจงพยานวา โรงเรียนไดรับงบประมาณในการกอสรางสนามฟุตซอล๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท และโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรในระดับประถมศึกษาในจังหวัดอํานาจเจริญจํานวน ๑๒ แหง ซึ่งสวนใหญอยูในอําเภอหัวตะพานซึ่งเปนฐานเสียงของจําเลยที่ ๑ ซึ่งจําเลยที่ ๑ยืนยันวางบประมาณดังกลาวมีมาใหแนนอน และบอกใหพยานรอหนังสือแจงจัดสรรงบประมาณจากสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ โดยระหวางนี้ ใหเตรียมการเพื่อดําเนินการจัดซื้อจัดจางได และไดความจาก นายประสิทธิ์ สิงหนาม ผูอํานวยการโรงเรียนอนุบาลหัวตะพาน (รัตนวารี)และ นายจักรี มลสิน ผูอํานวยการโรงเรียนบานหัวตะพาน พยานโจทกเบิกความทํานองเดียวกันวากอนพยานไดรับหนังสือแจงจัดสรรงบประมาณ พยานไดรับแจงวาโรงเรียนไดรับจัดสรรงบประมาณ(งบแปรญัตติ) พยานจึงโทรศัพทไปสอบถามจําเลยที่ ๑ ซึ่งจําเลยที่ ๑ แจงวาโรงเรียนไดรับจัดสรรงบประมาณแปรญัตติของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่จัดสรรใหสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อนําไปจัดสรรใหโรงเรียนตาง ๆ กอสรางสนามฟุตซอล พยานโจทกดังกลาวรูจักจําเลยที่ ๑มานานและไมมีสาเหตุโกรธเคืองกับจําเลยที่ ๑ มากอน นาเชื่อวาพยานโจทกดังกลาวเบิกความไปตามจริงเมื่อพิจารณาประกอบกับวา งบประมาณซึ่งเปนงบแปรญัตติเพื่อกอสรางสนามกีฬาฟุตซอลมิไดเกิดจากความประสงคของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมาแตแรก เพิ่งมีการเพิ่มเขามาในงบแปรญัตติเพื่อกอสรางสนามกีฬาโดยมิไดระบุวาเปนงบประมาณเพื่อกอสรางสนามฟุตซอล แตอยางใดและงบลงทุนรายการสิ่งกอสรางที่มีราคาตอหนวยต่ํากวา ๑๐ ลานบาท จะจัดสรรงบประมาณใหแบบวงเงินรวมโดยไมแสดงรายละเอียดหรือระบุขอมูลกอสรางและสถานที่กอสรางวาจะกอสรางในโรงเรียนใดดังนั้น กอนที่สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะแจงจัดสรรงบประมาณแกสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ ผูไมมีสวนเกี่ยวของยอมไมทราบขอมูลเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณกอสรางสนามฟุตซอลรวมถึงรายชื่อโรงเรียนที่จะไดรับจัดสรรงบประมาณนั้น แตจําเลยที่ ๑กลับแจงยืนยันวาเปนงบประมาณเพื่อกอสรางสนามฟุตซอล และใหรอหนังสือแจงจัดสรรงบประมาณหนา ๓๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
จากสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ ชี้ชัดวาจําเลยที่ ๑ เขาไปเกี่ยวของกับการจัดสรรงบประมาณกอสรางสนามฟุตซอลดวย กรณีหาใชเปนเพียงการแจงขาวสารใหทางโรงเรียนทราบดังที่จําเลยที่ ๑ อางไม เพราะมิใชเปนขอมูลที่เปดเผยโดยทั่วไป แมจําเลยที่ ๑ จะมิไดอางวาการจัดสรรงบประมาณดังกลาวเปนผลงานของตนเอง แตลําพังการแจงวาโรงเรียนไดรับจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ) ของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่จัดสรรใหสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อนําไปจัดสรรใหโรงเรียนตาง ๆ กอสรางสนามฟุตซอล ก็เปนการเพียงพอที่จะทําใหเขาใจไดแลววางบประมาณ (งบแปรญัตติ) ในสวนพื้นที่เขตเลือกตั้งของจําเลยที่ ๑ นั้นเกิดจากการดําเนินการของจําเลยที่ ๑ ซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรในเขตพื้นที่ ยิ่งกวานั้นยังไดความจาก นายประยูร เบิกความวา ประมาณเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ ๒๕๕๕พยานไดรับแจงจาก นางสาวนงลักษณ บัวบุตร นองจําเลยที่ ๑ วาจะมีงบประมาณกอสรางสนามฟุตซอลใหพยานไปรวมฟงการชี้แจงขั้นตอนการจัดสรรงบประมาณดังกลาวที่รานตนออลาบเปด ซึ่งเปนรานอาหารของ นางสาวนงลักษณ ในวันชี้แจงมีการแจกซองสีน้ําตาลระบุชื่อโรงเรียนวาไดรับจัดสรรงบประมาณ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท แมจําเลยที่ ๑ ไมไดไปที่รานดังกลาว แตไดมีการนัดหมายกันที่รานของนองจําเลยที่ ๑ อยางเปดเผย โดย นางสาวนงลักษณ พยานโจทกเบิกความรับวา พยานรูจักสนิทสนมกับ นายประยูร มาหลายสิบป พยานอยากจะบอกคนที่มาวา พี่สาวพยานเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและเปนผูอยากนํางบประมาณมาลง สวนที่ นายจักรี นายศักดา อุดมศรี นายปรีชา ธิปตดีและ นายมงคล ขันตี พยานโจทกซึ่งไปฟงการชี้แจงที่รานตนออลาบเปดตางเบิกความวา วันดังกลาวมีชายแนะนําตัวเองวาชื่อ ผอ.โตง เปนตัวแทนของนักการเมืองสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี หรือ สส.กุย (นายชูวิทย พิทักษพรพัลลภ) โดยเฉพาะ นายประสิทธิ์ นายปรีชานายมงคล นายมรกต และ นายศักดา พยานโจทกเบิกความยืนยันตรงกันวา จําเลยที่ ๑๒หรือ ผอ.โตง แจงวา สส.กุย สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เปนคนนํางบประมาณมาสนับสนุนเพื่อใหโรงเรียนนําไปจัดซื้อจัดจางสนามฟุตซอล นายศักดา เบิกความดวยวา พยานไดรับแจงจากจําเลยที่ ๑๒ วา งบประมาณดังกลาวเปนงบประมาณของ สส.กุย จัดมาเพื่อลงในเขตพื้นที่ของจําเลยที่ ๑ เมื่อไดรับงบประมาณแลวใหดูแลเรื่องคะแนนเสียงของจําเลยที่ ๑ ดวย อันเปนขอบงชี้วามีสมาชิกสภาผูแทนราษฎรรายอื่นเขามาเกี่ยวของกับงบแปรญัตติกอสรางสนามฟุตซอลในพื้นที่จังหวัดอํานาจเจริญดวยก็ตาม แตก็เห็นไดชัดวาเปนไปเพื่อประโยชนคือคะแนนเสียงของจําเลยที่ ๑ ดวยหนา ๓๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
ที่จําเลยที่ ๑ ตอสูวา ตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ (ที่ใชบังคับในขณะนั้น)มาตรา ๑๖๘ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจะแปรญัตติเพิ่มเติมรายการหรือจํานวนในรายการไมไดแตอาจแปรญัตติในทางลดหรือตัดทอนรายจายตามขอผูกพันอยางใดอยางหนึ่ง นั้น เปนคนละเรื่องกับกรณีที่เกิดขึ้นซึ่งมีการกําหนดเงื่อนไขใหรอการประสานงานจากสมาชิกสภาผูแทนราษฎรในการใชงบแปรญัตติสงผลใหมีการนํางบประมาณรายจายไปใชเปนประโยชนแกสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พยานหลักฐานจากการไตสวนจึงมีเหตุผลและน้ําหนักใหรับฟงวา จําเลยที่ ๑ มีสวนเกี่ยวของกับการจัดทําบัญชีรายละเอียดขอสนับสนุนงบประมาณเพื่อใหมีการดําเนินการตามบัญชีคุมยอดรายการแปรญัตติ (ใบโควตา)ซึ่งมีผลโดยตรงตอการพิจารณาจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ) ของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน อันเปนการเขาไปมีสวนรวมในการใชเงินงบประมาณโดยมิชอบ แตเมื่อจําเลยที่ ๑ไมมีอํานาจหนาที่ในการพิจารณาจัดสรรงบประมาณของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานซึ่งเปนอํานาจหนาที่ของจําเลยที่ ๒ โดยเฉพาะ จึงไมใชเปนตัวการแบงหนาที่กันทํา การกระทําของจําเลยที่ ๑ คงเปนเพียงการชวยเหลือหรือใหความสะดวกแกจําเลยที่ ๒ ในการจัดสรรงบประมาณโดยผิดกฎหมายดังที่ไดวินิจฉัยมาแลว จําเลยที่ ๑ จึงมีความผิดฐานเปนผูสนับสนุนการกระทําความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑ และเปนผูสนับสนุนการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖อยางไรก็ดี สําหรับความผิดฐานเปนผูสนับสนุนการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖ นั้น อัตราโทษสูงสุดที่จะลงโทษไดคือ จําคุก ๖ ป ๘ เดือนจึงมีอายุความ ๑๐ ป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๕ (๓) เมื่อความผิดนี้มีมูลเหตุมาจากการกลาวหาของโจทกวามีการพิจารณาจัดสรรงบประมาณโดยไมถูกตอง ซึ่งหากเปนไปโดยทุจริตหรือโดยมิชอบเพื่อใหเกิดความเสียหาย ความผิดยอมเกิดขึ้นอยางชาที่สุดในวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ซึ่งเปนวันที่จําเลยที่ ๒ มีหนังสือสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ศธ ๐๔๐๐๖/ว๙๑๐เรื่อง จัดสรรงบประมาณป ๒๕๕๕ ไปยังจําเลยที่ ๓ โจทกฟองคดีนี้เมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๕ฟองโจทกสําหรับความผิดฐานนี้ จึงเปนอันขาดอายุความ สวนความผิดฐานสนับสนุนการกระทําความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑ อัตราโทษสูงสุดที่จะลงโทษไดคือจําคุก ๓๓ ป ๔ เดือนหนา ๓๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
จึงมีอายุความ ๒๐ ป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๕ (๑) เมื่อนับจนถึงวันฟองจึงยังไมขาดอายุความสวนจําเลยที่ ๓ เห็นวา พยานหลักฐานจากการไตสวนไดความวา จําเลยที่ ๓ เพิ่งมาดํารงตําแหนงผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ตามคําสั่งสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ๑๓๕๐/๒๕๕๔ เอกสารหมาย ล.๓/๔หลังจากโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญยื่นคําของบประมาณกรณีปกติไปยังสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานแลว จําเลยที่ ๓ จึงไมมีสวนเกี่ยวของกับขั้นตอนการเสนอของบประมาณปกติมาแตแรก สวนในชั้นการพิจารณางบประมาณที่เกิดจากการแปรญัตติของสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ซึ่งมีการกําหนดเงื่อนไขวาจะตองใชขอมูลรายละเอียดประกอบการจัดสรรงบประมาณจากสภาผูแทนราษฎรนั้น ขั้นตอนนี้เปนการพิจารณาจัดสรรงบประมาณในลักษณะเริ่มตนจากบนลงลาง โดยจําเลยที่ ๒ มีหนังสือแจงจัดสรรงบประมาณไปยังจําเลยที่ ๓ พรอมรายชื่อโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ) รายการปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณ จํานวน ๑๒ แหงนายวิษณุ เพชรพิมพ นักวิเคราะหนโยบายและแผนชํานาญการพิเศษ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ พยานโจทกเบิกความวา พยานเขาใจวาสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไดวิเคราะหความขาดแคลนจากขอมูลความขาดแคลนที่ไดรับแจงแลว จึงกําหนดเปนรายชื่อโรงเรียนที่ไดจากการวิเคราะหมาให สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญตองดําเนินการตามหนังสือสั่งการ พยานจึงไมไดวิเคราะหอีก การที่จําเลยที่ ๓ มิไดทักทวงจําเลยที่ ๒ซึ่งเปนผูบังคับบัญชาจึงไมใชเรื่องผิดปกติอันจะสอพิรุธวาเปนการทุจริต สวนการพิจารณาอนุมัติจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ) ก็เปนเรื่องที่จําเลยที่ ๓ พิจารณาอนุมัติใหเปนไปตามที่จําเลยที่ ๒แจงจัดสรรงบประมาณพรอมรายชื่อโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหงมา โดยโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหงนั้นจะกอสรางสนามฟุตซอลในชวงเวลาดังกลาวเปนแบบเดียวกัน พยานหลักฐานจากการไตสวนฟงไมไดวาจําเลยที่ ๓ ปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบ เพื่อใหเกิดความเสียหายแกสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและราชการ หรือปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยทุจริต อันจะเปนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑ มาตรา ๑๕๗และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒มาตรา ๑๒๓/๑ ตามที่โจทกฟอง หนา ๓๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
สวนจําเลยที่ ๑๒ พยานหลักฐานจากการไตสวนไดความจาก นายประสิทธิ์ ซึ่งเปนผูอํานวยการโรงเรียนอนุบาลหัวตะพาน (รัตนวารี) เบิกความวา ประมาณ ๑ เดือน กอนที่สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญจะมีหนังสือแจงจัดสรรงบประมาณฉบับลงวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕ นั้นจําเลยที่ ๑๒ โทรศัพทแจงพยานวา โรงเรียนไดรับจัดสรรงบประมาณซึ่งเปนงบแปรญัตติและเชิญพยานใหไปฟงการชี้แจงรายละเอียดที่รานตนออลาบเปด เมื่อไปถึงพบจําเลยที่ ๑๒ชี้แจงวาผูอํานวยการโรงเรียนที่ไปรวมฟงการชี้แจงเปนโรงเรียนที่จะไดรับงบประมาณเพื่อกอสรางสนามฟุตซอล นอกจากนี้ นายจักรี นายศักดา นายปรีชา และ นายมงคล พยานโจทกซึ่งไปรวมฟงการชี้แจงที่รานตนออลาบเปดตางเบิกความวา วันดังกลาวมีชายแนะนําตัวเองวาชื่อ ผอ.โตงเปนตัวแทนของนักการเมือง สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี หรือ สส.กุย(นายชูวิทย พิทักษพรพัลลภ) ทั้ง นายปรีชา พยานโจทกยังเบิกความดวยวา จําเลยที่ ๑๒ แจงวาอีก ๑ ถึง ๒ วัน จะมีหนังสือจากสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญแจงมายังโรงเรียนและใหรอผูรับเหมาเขามาติดตอ เห็นวา ขอเท็จจริงไมปรากฏวาจําเลยที่ ๑๒ มีความสัมพันธใกลชิดเปนพิเศษกับผูอํานวยการโรงเรียนตามฟองคนใด อีกทั้งจําเลยที่ ๑๒ ก็รับราชการอยูที่จังหวัดอุบลราชธานีคนละเขตพื้นที่กัน กรณีจึงไมมีเหตุตองใหจําเลยที่ ๑๒ ชวยดําเนินการในขั้นตอนการจัดสรรงบประมาณในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ นอกจากนี้ ยังปรากฏดวยวาในวันที่จําเลยที่ ๑๒ชี้แจงที่รานตนออลาบเปดนั้น ไดมีการแจกซองเอกสารสีน้ําตาลซึ่งระบุชื่อโรงเรียนไวอยูแลวกรณีจึงอาจเปนไปไดวามีการจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ) ตามรายชื่อโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหงเสร็จสิ้นไปแลวตั้งแตกอนที่จําเลยที่ ๑๒ จะเขามาเกี่ยวของ พยานหลักฐานจากการไตสวนจึงฟงไมไดวา จําเลยที่ ๑๒ มีสวนรวมหรือกระทําการใดอันเปนการชวยเหลือผูกระทําความผิดกอนหรือขณะที่มีการกระทําความผิดในสวนนี้ จําเลยที่ ๑๒ จึงไมมีความผิดฐานเปนตัวการหรือผูสนับสนุนผูกระทําความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑ มาตรา ๑๕๗ และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒มาตรา ๑๒๓/๑ ตามที่โจทกฟองสวนจําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๑๑ นั้น พยานหลักฐานจากการไตสวนไมปรากฏวาจําเลยที่ ๔ถึงที่ ๑๑ มีสวนเกี่ยวของกับขั้นตอนการจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ) เพื่อกอสรางสนามฟุตซอลหนา ๔๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
ตามกรณีที่ถูกกลาวหาในคดีนี้ ทั้งการที่จําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๙ เขารวมเสนอราคาก็เปนเวลาในภายหลังจากที่ไดมีการจัดสรรงบประมาณแลว นอกจากนี้ ขอเท็จจริงก็ไมปรากฏวาจําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๑๑เคยรูจักหรือติดตอกับจําเลยที่ ๒ ในเรื่องการกอสรางสนามฟุตซอล อันจะทําใหเห็นวาการจัดสรรงบประมาณในคดีนี้เปนการแสวงหาประโยชนที่มิควรไดโดยชอบดวยกฎหมายสําหรับจําเลยที่ ๔ถึงที่ ๑๑ จึงฟงไมไดวาจําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๑๑ กระทําดวยประการใด ๆ อันเปนการชวยเหลือหรือใหความสะดวกกอนหรือขณะจําเลยที่ ๒ กระทําความผิด จําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๑๑จึงมิใชผูสนับสนุนการกระทําความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑ มาตรา ๑๕๗และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒มาตรา ๑๒๓/๑ ตามที่โจทกฟองปญหาตองวินิจฉัยประการตอไปมีวา จําเลยที่ ๑ กระทําความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๗ และมาตรา ๑๓ หรือไมขอเท็จจริงไดความวา ประมาณเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ ๒๕๕๕ มีการเชิญผูอํานวยการโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรงบประมาณไปฟงการชี้แจงที่รานตนออลาบเปดของ นางสาวนงลักษณ นองจําเลยที่ ๑และบุคคลที่ไปรวมฟงการชี้แจงตางไดรับแจกซองสีน้ําตาลระบุชื่อโรงเรียน ภายในมีเอกสารและรายละเอียดที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจางสนามฟุตซอลและแผนซีดี เห็นวา จําเลยที่ ๑ มิไดไปที่รานตนออลาบเปดดังกลาวทั้งไมมีพยานหลักฐานที่แสดงใหเห็นวา จําเลยที่ ๑ เขาไปมีสวนเกี่ยวของกับขั้นตอนการจัดซื้อจัดจางของโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ พยานหลักฐานจากการไตสวนจึงฟงไมไดวา จําเลยที่ ๑ กระทําความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๗ และมาตรา ๑๓ ตามฟองปญหาที่ตองวินิจฉัยประการตอไปมีวา จําเลยที่ ๒ กระทําความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๗ หรือไม เห็นวาจําเลยที่ ๒ มีหนังสือสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ศธ ๐๔๐๐๖/ว ๙๑๐ ลงวันที่๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เรื่อง จัดสรรงบประมาณป ๒๕๕๕ งบลงทุน คาที่ดินและสิ่งกอสรางแจงการจัดสรรงบประมาณไปยังจําเลยที่ ๓ พรอมรายชื่อโรงเรียนที่ไดรับจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ)รายการปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณ จํานวน ๑๒ แหง ซึ่งเปนเพียงการแจงกรอบวงเงินหนา ๔๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
ที่จะจัดสรรเทานั้น ทั้งขอเท็จจริงก็ไมปรากฏวาจําเลยที่ ๒ ไปพบหรือติดตอกับผูอํานวยการโรงเรียนในสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญตลอดจนผูเสนอราคารายใด รวมทั้งไมปรากฏวาจําเลยที่ ๒ เขาไปมีสวนเกี่ยวของใด ๆ ในขั้นตอนการดําเนินการจัดซื้อจัดจางของโรงเรียนโดยกอนเกิดเหตุ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีคําสั่งที่ ๒๒/๒๕๔๖ ลงวันที่๘ กรกฎาคม ๒๕๔๖ มอบอํานาจใหผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและผูอํานวยการสถานศึกษาปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับการดําเนินการจัดทําเองการซื้อ การจาง การจางที่ปรึกษา การจางออกแบบและควบคุมงาน การแลกเปลี่ยน การเชาการควบคุม การจําหนาย และการดําเนินการอื่น ๆ ที่กําหนดในระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือสถานศึกษา ตามสําเนาคําสั่ง เอกสารหมาย จ.๑๐๔หนา ๕๐๕๘ และ ล.๓/๙ การเสนอราคาจัดซื้อ จัดจาง จึงอยูนอกขอบอํานาจหนาที่ของจําเลยที่ ๒ทั้งไมมีพยานรูเห็นวาจําเลยที่ ๒ มีสวนรวมในการจัดทําแผนซีดีที่เกี่ยวของกับการจัดซื้อจัดจางและนําไปมอบใหแกผูอํานวยการโรงเรียนหรือครูที่มีหนาที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะจําเลยที่ ๑๒ ก็รับวาไดรับการติดตอจากจําเลยที่ ๓ โดยตรง ไมปรากฏวาจําเลยที่ ๒ มีสวนเกี่ยวของกับขั้นตอนนี้ดวยพยานหลักฐานจากการไตสวนจึงรับฟงไมไดวา จําเลยที่ ๒ กระทําความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๗ ตามฟองปญหาที่ตองวินิจฉัยประการตอไปมีวา จําเลยที่ ๓ กระทําความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑และมาตรา ๑๒ หรือไม เห็นวา พยานหลักฐานจากการไตสวนไดความจาก นายประยูร นายจักรีนายประสิทธิ์ และ นายเถลิง พยานโจทกซึ่งเปนผูอํานวยการโรงเรียนที่ไดรับการจัดสรรงบประมาณเบิกความทํานองเดียวกันวา พยานมีความเห็นวาควรใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญแนะนําการดําเนินการเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจาง เพราะแตละโรงเรียนไมมีประสบการณในการจัดซื้อจัดจางจึงไปปรึกษาจําเลยที่ ๓ และมีการตั้งคณะกรรมการกําหนดราคากลางตามคําสั่งที่ ๒๐๐/๒๕๕๕ลงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕ โดยราคากลางที่คณะกรรมการกําหนดราคากลางดังกลาวกําหนดขึ้นนี้มีรายละเอียดเหมือนกันกับราคากลางที่ปรากฏในแผนซีดีที่รับมาเมื่อครั้งไปฟงการชี้แจงที่รานตนออลาบเปดสอดคลองกับที่ นายวิษณุ เบิกความวา ผูอํานวยการโรงเรียนหลายแหงไดรับแผนซีดีจากการเขารับฟงหนา ๔๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
การชี้แจงจากจําเลยที่ ๑๒ จึงมาปรึกษาที่สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญเกี่ยวกับการดําเนินการดังกลาว ตอมาตัวแทนโรงเรียนเขาหารือกับจําเลยที่ ๓ จําเลยที่ ๓จึงมีคําสั่งแตงตั้งคณะกรรมการกําหนดราคากลาง ๒ ชุด โดยจําเลยที่ ๓ เปนประธาน พรอมแตงตั้งให นายสรรพสิทธิ์ บุญเทียม วิศวกรผูเขียนแบบโครงการกอสรางปรับปรุงสนามกีฬาโรงเรียน(สนามฟุตซอล) รวมเปนคณะกรรมการดวย ดังนี้ การที่จําเลยที่ ๓ มีคําสั่งแตงตั้งคณะกรรมการกําหนดราคากลางดังกลาว จึงสืบเนื่องมาจากสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไมมีแบบมาตรฐานสนามฟุตซอลและผูอํานวยการโรงเรียนไดมาหารือกับจําเลยที่ ๓ แสดงใหเห็นวาจําเลยที่ ๓ มิไดเปนผูริเริ่มใหแตงตั้งคณะกรรมการดังกลาวขึ้นมาเองตั้งแตแรก อีกทั้งพยานโจทกและจําเลยที่ ๓ ตางก็เบิกความเจือสมกันวา การแตงตั้งคณะกรรมการดังกลาวไมไดผูกมัดใหโรงเรียนตาง ๆตองยึดรายการประมาณการที่ทําขึ้นนั้น แตอยางใด แมพยานหลักฐานจากการไตสวนจะปรากฏวาคณะกรรมการกําหนดราคากลางตามคําสั่งที่ ๒๐๐/๒๕๕๕ บางรายไมไดรับแจงคําสั่ง ไมไดรับหนังสือเชิญประชุม ไมเคยรวมประชุม ทั้งคณะกรรมการดังกลาวไดกําหนดราคาซึ่งตรงกับขอมูลในแผนซีดีทั้งยังให นายสรรพสิทธิ์ บุญเทียม ซึ่งเปนวิศวกรเอกชนรวมเปนคณะกรรมการดวย และตอมาโรงเรียนตาง ๆ ไดคัดลอกขอมูลดังกลาวเพื่อจัดทําเอกสารการจัดซื้อจัดจางของโรงเรียนก็ตามแตก็ไดความจาก นายวิทยา คําทวี ครูโรงเรียนเมืองอํานาจเจริญ นางอินทิรา ธารารมยครูโรงเรียนอนุบาลหัวตะพาน (รัตนวารี) นายเรวัช สินเติม รองผูอํานวยการโรงเรียนบานสรางถอและ นายเดช วงศละคร ครูโรงเรียนบานหนองแคน เบิกความทํานองเดียวกันวา เหตุที่ใชราคากลางของคณะกรรมการกําหนดราคากลางตามคําสั่งที่ ๒๐๐/๒๕๕๕ เพราะมีความนาเชื่อถือ จึงบงชี้วาการใชขอมูลจากแผนซีดีมิไดเกิดจากการบังคับหรือสั่งการของจําเลยที่ ๓ หากแตเปนการใชดุลพินิจและตัดสินใจของคณะกรรมการกําหนดราคากลางของแตละโรงเรียน ซึ่งเปนขั้นตอนการปฏิบัติงานภายในของแตละโรงเรียนเอง โดยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีคําสั่งที่ ๒๒/๒๕๔๖ลงวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๔๖ มอบอํานาจใหผูอํานวยการสถานศึกษาปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจางตามสําเนาคําสั่งเอกสารหมาย จ.๑๐๔หนา ๕๐๕๘ และ ล.๓/๙ จําเลยที่ ๓ ซึ่งเปนผูบริหารสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญจึงไมมีสวนรูเห็นเกี่ยวของดวย สวนขอที่ปรากฏวาแบบประมาณการราคาวัสดุโดยคณะกรรมการหนา ๔๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
กําหนดราคากลางตามคําสั่งที่ ๒๐๐/๒๕๕๕ ระบุเงื่อนไขรายการลําดับที่ ๕ หนังสือคัมภีรกีฬาชุดลําดับที่ ๖ ดีวีดีฝกกีฬา ๘ ประเภท ลําดับที่ ๗ หนังสือกายบริหาร ลําดับที่ ๘ หนังสือชุดความรูเรื่องโรคลําดับที่ ๙ หนังสือสุขบัญญัติ ๑๐ ประการ นั้น ขอเท็จจริงไมปรากฏวาจําเลยที่ ๓ มีความเกี่ยวพันเปนพิเศษกับผูเสนอราคาจนอาจเปนมูลเหตุนําไปสูการชี้นําหรือสั่งการเพื่อใหประโยชนแกผูเสนอราคาอีกทั้งขณะนั้นยังไมปรากฏขอทักทวงวา การกําหนดแบบประมาณการราคาวัสดุ โดยระบุเงื่อนไขลําดับที่ ๕ ถึงที่ ๙ ดังกลาวนั้น จะเปนชองทางกีดกันบุคคลอื่นมิใหเขามารวมแขงขันเสนอราคาอยางเปนธรรมได ลําพังรายชื่อหนังสือดังกลาวยังไมพอบงชี้วาเปนหนังสือที่ไมสามารถหาไดทั่วไปในทองตลาดหรือเจาของสิทธิในหนังสือจะเขามาเสนอราคาดวย การกระทําของคณะกรรมการกําหนดราคากลางตามคําสั่งที่ ๒๐๐/๒๕๕๕ จึงอาจเปนเพียงการกระทําตามแบบอยางที่โรงเรียนอื่นเคยกระทํามากอน อันเปนการกระทําไปบนพื้นฐานของขอมูลและขอเท็จจริงเทาที่มีอยูในขณะนั้นซึ่งหากจําเลยที่ ๓ รูถึงความผิดปกติของการกําหนดเงื่อนไขดังกลาว ก็ไมนาเชื่อวาจําเลยที่ ๓จะเขามามีสวนเกี่ยวของอยางเปดเผยดวยการแตงตั้งตนเองเปนประธานคณะกรรมการกําหนดราคากลางทั้ง ๒ ชุด ซึ่งทําใหตองเสี่ยงตอการตรวจสอบกลาวหาในภายหลัง นายศุภลักษณ แพทยรักษาพยานโจทกซึ่งเปนนิติกรสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญ เบิกความวาจําเลยที่ ๓ เรียกผูอํานวยการโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหง มาประชุมเพื่อกําชับใหปฏิบัติตามขอชี้แนะของสํานักงานตรวจเงินแผนดิน สํานักตรวจสอบพิเศษภาค ๕ จังหวัดอุบลราชธานี อันเปนผลใหตอมาโรงเรียน ๙ แหง บอกเลิกสัญญาจัดซื้อจัดจาง จึงเหลือเงินที่ไมไดเบิกจาย ๓๘,๔๐๒,๐๐๐ บาทแสดงใหเห็นวา จําเลยที่ ๓ ทําหนาที่อยางตรงไปตรงมามิไดฝนดําเนินการตอไปเพื่อใหมีการเบิกจายเงินคาจางแกจําเลยที่ ๔ และที่ ๖ ผูรับจาง พยานหลักฐานจากการไตสวนฟงไมไดวา จําเลยที่ ๓กระทําความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒ ตามฟองปญหาที่ตองวินิจฉัยประการตอไปมีวา จําเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๒ กระทําความผิดฐานเปนผูสนับสนุนจําเลยที่ ๑ ในการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๓ และจําเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ ถึงที่ ๑๒กระทําความผิดฐานเปนผูสนับสนุนจําเลยที่ ๓ ในการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติหนา ๔๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
วาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑และมาตรา ๑๒ ตามฟองหรือไม เห็นวา การสนับสนุนการกระทําความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๖ นั้น ตองมีผูอื่นเปนตัวการในการกระทําผิด หากไมมีตัวการกระทําผิดในความผิดดังกลาวเสียแลว การสนับสนุนการกระทําความผิดยอมไมอาจเกิดขึ้นได เมื่อขอเท็จจริงฟงไมไดวา จําเลยที่ ๑และที่ ๓ เปนตัวการในการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติดังกลาว จําเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๒และจําเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ ถึงที่ ๑๒ จึงไมมีความผิดฐานเปนผูสนับสนุนตามที่โจทกฟองปญหาที่ตองวินิจฉัยประการตอไปมีวา จําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๑๑ กระทําความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๔ หรือไมขอเท็จจริงรับฟงเปนยุติวา เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ บริษัทสํานักพิมพวีบุค จํากัดโดยจําเลยที่ ๑๑ ผูผลิตหรือจําหนายหนังสือคัมภีรกีฬาชุด แตงตั้งจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘เปนตัวแทนจําหนาย ตามเอกสารหมาย จ.๑๐๕ หนา ๕๓๘๙, ๕๔๑๙ และ ๕๔๕๖ วันที่๕ มกราคม ๒๕๕๕ จําเลยที่ ๑๐ ผูผลิตหรือจําหนายแผนยางสังเคราะห EVA แบบจิ๊กซอวและดีวีดีสอนกีฬา ๘ ประเภท แตงตั้งจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ เปนตัวแทนจําหนายตามเอกสารหมาย จ.๑๐๕ หนา ๕๓๘๖, ๕๔๑๘ และ ๕๔๕๔ วันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๕สํานักพิมพยูบุค โดยจําเลยที่ ๑๑ ผูผลิตหรือจําหนายหนังสือชุดความรูเรื่องโรค แตงตั้งจําเลยที่ ๔ ที่ ๖และที่ ๘ เปนตัวแทนจําหนาย ตามเอกสารหมาย จ.๑๐๕ หนา ๕๓๘๘, ๕๔๒๑ และ ๕๔๕๕วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๕ สํานักพิมพวีบุค โดยจําเลยที่ ๙ ผูผลิตหรือจําหนายหนังสือกายบริหารและหนังสือสุขบัญญัติ ๑๐ ประการ แตงตั้งจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ เปนตัวแทนจําหนายตามเอกสารหมาย จ.๑๐๕ หนา ๕๓๘๗, ๕๔๒๐ และ ๕๔๕๗ ซึ่งเมื่อพิจารณาเอกสารแนบทายประกาศประกวดราคาจางปรับปรุงสนามกีฬาพรอมอุปกรณดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสของโรงเรียนทั้ง๑๒ แหง แลวจะเห็นวาเปนรูปแบบเดียวกัน โดยมีการกําหนดคุณลักษณะเฉพาะใหรวมถึงหนังสือคัมภีรกีฬาชุด ดีวีดีสอนกีฬา ๘ ประเภท หนังสือกายบริหาร หนังสือชุดความรูเรื่องโรคและหนังสือสุขบัญญัติ ๑๐ ประการ ทั้งที่หนังสือเหลานี้ไมเกี่ยวของกับการมีหรือใชสนามฟุตซอลโดยเฉพาะจําเลยที่ ๙ รับวาหนังสือกายบริหารและหนังสือสุขบัญญัติ ๑๐ ประการ เพิ่งแตงตั้งตัวแทนจําหนายเมื่อป ๒๕๕๕ และจําเลยที่ ๑๑ รับวา หนังสือคัมภีรกีฬาชุดเพิ่งจัดพิมพป ๒๕๕๔หนา ๔๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
แตไดมีการนําหนังสือดังกลาวมาเปนเงื่อนไขในการประกวดราคา อันเปนการเอื้อประโยชนแกจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ อยางเจาะจง มีผลเปนการกีดกันผูเสนอราคารายอื่นไมใหเขาเสนอราคาอยางเปนธรรม เนื่องจากผูประกอบการรายอื่นอาจไมสามารถจัดหาหนังสือเหลานี้มาไดโดยมีการแตงตั้งจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ เปนตัวแทนจําหนายหนังสือดังกลาวในชวงเวลาที่ใกลกับการแจงจัดสรรงบประมาณของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สอใหเห็นวามิใชเปนการประกอบการคาอยางปกติ อีกทั้งจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ ตางก็ใชเอกสารรายงานการทดสอบความแข็งแรงของตัวอยางแผนยางสังเคราะห EVA ของกรมวิทยาศาสตรบริการฉบับลงวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๕ ตามเอกสารหมาย จ.๑๐๕ หนา ๕๓๙๐, ๕๔๒๓ และ ๕๔๕๘หนังสือรับรองสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตเชียงใหม เลขที่ ๔๒๓/๒๕๕๕ ลงวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๕ตามเอกสารหมาย จ.๑๐๕ หนา ๕๓๙๑, ๕๔๒๒ และ ๕๔๖๐ และรายงานผลการทดสอบและวิเคราะหความแข็งของตัวอยางแผนยางสังเคราะห EVA ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงประเทศไทย (วว.) ฉบับลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๕ ตามเอกสารหมาย จ.๑๐๕ หนา ๕๓๙๒, ๕๔๒๔และ ๕๔๕๙ ที่ออกใหแกจําเลยที่ ๑๐ ยื่นประกอบการประกวดราคา โดยเอกสารดังกลาวไมมีขอความยอหนาสุดทายเหมือนกัน ชี้ชัดวาจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ รวมกันจัดเตรียมเอกสารที่ใชในการยื่นประกวดราคาดวยกัน ขอเท็จจริงยังไดความจาก นางกนกอร ประเคนรี นองจําเลยที่ ๑๒และ นายนัฏฐวัฒน ประเคนรี บุตร นางกนกอร เบิกความสอดคลองกันวา นางกนกอร ไดรับการติดตอวาจางจากจําเลยที่ ๕ ใหไปซื้อและยื่นเอกสารประกวดราคาโดยไดรับคาตอบแทนโรงเรียนละ ๒,๐๐๐ บาทนางกนกอร ใหจําเลยที่ ๕ จัดสงเอกสารเกี่ยวกับหนังสือมอบอํานาจของจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ใหแก นายนัฏฐวัฒน แลว นางกนกอร ให นายนัฏฐวัฒน ไปซื้อและยื่นเอกสารประกวดราคาของโรงเรียนตามรายชื่อและเวลาที่จําเลยที่ ๕ กําหนด ตอมา นายนัฏฐวัฒน รวมกับ นางชวนพิศ วินทะไชยนายนนทยา ศรีหาบุตร นางสาวยุพา เจริญชัย นายขจรศักดิ์ บัวขาว นายอภินันท ลาโพธิ์และ นายอุทัย ดีชวย ไปซื้อและยื่นเอกสารประกวดราคาแตละโรงเรียน โดย นายมงคล พยานโจทกเบิกความยืนยันวา ผูรับมอบอํานาจของจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ เดินทางมาซื้อและยื่นเอกสารประกวดราคาพรอมกันในวันและเวลาเดียวกัน ผิดปกติวิสัยของผูเสนอราคาแขงขัน ซึ่งจะตองปกปดขอมูลในการประกวดราคามิใหผูประกอบการรายอื่นที่แขงขันเสนอราคาลวงรู พฤติการณที่มีการยื่นเอกสารหนา ๔๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
ประกวดราคาของจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ รวมทั้งหนังสือมอบอํานาจโดยจําเลยที่ ๕ เปนผูวาจางบุคคลกลุมเดียวกัน แสดงใหเห็นชัดเจนวาจําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๙ คบคิดรวมกันในการเสนอราคามาตั้งแตตนการที่มีผูเสนอราคารายอื่น คือ หางหุนสวนจํากัด ต.เขมราฐคอมเมอรส และหางหุนสวนจํากัดสยามทาพระกอสราง เปนผูชนะการประกวดราคาในบางโรงเรียน จึงไมใชเรื่องสําคัญ ขอที่จําเลยที่ ๔ที่ ๕ ที่ ๘ และที่ ๙ อางวา ไดมอบหมายใหลูกจางเปนผูหางานทางเว็บไซตและทําหนังสือมอบอํานาจใหลูกจางเปนผูดําเนินการจัดเตรียมเอกสารเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจาง ก็ไมไดความวาลูกจางนั้นเปนใครและนําเอกสารเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจางมาไดอยางไร จึงเปนขออางที่เลื่อนลอยยากที่จะรับฟงสวนจําเลยที่ ๑๐ และที่ ๑๑ นั้น แมจะไมไดยื่นซองประกวดราคาและเขารวมในการเสนอราคา(เคาะราคา) ดวย แตก็ไดความจากคําเบิกความของจําเลยที่ ๑๑ วา เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๔จําเลยที่ ๑๐ ยื่นคําขอสินเชื่อธุรกิจเพื่อออกหนังสือค้ําประกันใหจําเลยที่ ๖ ใชในการค้ําประกันการยื่นซองประกวดราคา ค้ําประกันการปฏิบัติตามสัญญา และค้ําประกันผลงานในโครงการปรับปรุงซอมแซมอาคารเรียนสิ่งกอสรางสนามกีฬาตอหนวยงานภาครัฐ และจําเลยที่ ๑๑ ในฐานะสวนตัวไดทําหนังสือค้ําประกันมอบไวแกธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) ตอมาวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๔จําเลยที่ ๑๐ โดยจําเลยที่ ๑๑ ขอสินเชื่อธุรกิจเพื่อออกหนังสือค้ําประกันใหจําเลยที่ ๘ใชในการค้ําประกันการยื่นซองประกวดราคา ค้ําประกันการปฏิบัติตามสัญญา และค้ําประกันผลงานในโครงการปรับปรุงซอมแซมอาคารเรียนสิ่งกอสรางสนามกีฬาตอหนวยงานภาครัฐ ทั้งจําเลยที่ ๕เบิกความวา จําเลยที่ ๔ ไมเคยรับจางกอสรางสนามกีฬา และไมเคยติดตอหาแผนยางสังเคราะหเพื่อใชในการกอสรางปรับปรุงสนามกีฬามากอน จําเลยที่ ๑๑ ไดชวยเหลือจําเลยที่ ๔ เรื่องเงินทําพื้นคอนกรีตขณะที่จําเลยที่ ๔ ก็ไดโอนสิทธิเรียกรองการรับเงินคาจางกอสรางสนามกีฬาฟุตซอลที่จะไดรับจากโรงเรียนอํานาจเจริญ โรงเรียนบานโคกเลาะ โรงเรียนชุมชนบานคําพระ ใหแกจําเลยที่ ๑๐ ดังนี้จากขอเท็จจริงดังกลาวขางตนแสดงใหเห็นวา จําเลยที่ ๑๐ และที่ ๑๑ เขาไปมีสวนเกี่ยวของกับการเสนอราคาของจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ ดวย เริ่มตั้งแตการแตงตั้งตัวแทนจําหนายหนังสือที่จําเปนตองใชในการประกวดราคา แตงตั้งตัวแทนจําหนายแผนยางสังเคราะหอันเปนวัสดุสําคัญในการกอสรางสนามกีฬา การชวยเหลือจัดหาหลักประกันในการยื่นซองประกวดราคา หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา และหลักประกันผลงาน ทั้งยังไดจัดเตรียมหนังสือรับรองแผนยางสังเคราะหหนา ๔๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
ตลอดจนชวยเหลือทางการเงินโดยทดรองออกเงินคาปูพื้นคอนกรีต กับรับโอนสิทธิรับเงินคาจางกอสรางบางโรงเรียน ซึ่งเกินเลยไปกวาการชวยเหลือตัวแทนจําหนายเพื่อสงเสริมการขายสินคาตามปกติประกอบกับจําเลยที่ ๑๑ ก็อยูกินฉันสามีภริยากับจําเลยที่ ๙ และพักอาศัยอยูบานเดียวกันอีกดวยเมื่อการเสนอราคาของจําเลยที่ ๘ และที่ ๙ กระทําโดยใชเอกสารและกลุมบุคคลเชนเดียวกับจําเลยที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๖ พฤติการณแหงคดีจึงบงชี้วาเปนการแบงหนาที่กันทําสําหรับจําเลยที่ ๗ ซึ่งเบิกความอางวา จําเลยที่ ๗ เปนเพียงแมบานรับจางเลี้ยงลูกและทําความสะอาดบานให นางณัฐรวี ชาลีเครือ จําเลยที่ ๗ มิใชเจาของและผูถือหุนจริงในบริษัทจําเลยที่ ๖ ตอมาป ๒๕๕๓ นางณัฐรวี ขอเอาชื่อจําเลยที่ ๗ เขามาเปนกรรมการผูมีอํานาจกระทําการแทนจําเลยที่ ๖ และไดนําเอกสารของจําเลยที่ ๖ มาใหจําเลยที่ ๗ ลงลายมือชื่อโดยจําเลยที่ ๗ ไมไดอานขอความนั้น เห็นวา นางณัฐรวี แจงใหจําเลยที่ ๗ ทราบถึงการเขามาเปนกรรมการผูมีอํานาจกระทําการแทนจําเลยที่ ๖ แตแรกแลว ขออางของจําเลยที่ ๗ ที่วาไมไดอานเอกสารจึงไมรูขอเท็จจริงวาเปนเอกสารการประกวดราคากอสรางสนามฟุตซอลที่จังหวัดอํานาจเจริญนั้นเปนคําเบิกความลอย ๆ ไมมีน้ําหนักใหรับฟงจากเหตุผลดังที่ไดวินิจฉัยมาแลว พยานหลักฐานจากการไตสวนฟงไดวา จําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๑๑รวมกันกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐพ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๔ ตามฟอง อนึ่ง ในสวนจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ ที่ ๘ และที่ ๑๐ ซึ่งเปนนิติบุคคลนั้นตามมาตรา ๔ มีระวางโทษปรับรอยละ ๕๐ ของจํานวนเงินที่มีการเสนอราคาสูงสุดในระหวางผูรวมกระทําผิดหรือของจํานวนเงินที่มีการทําสัญญากับหนวยงานของรัฐแลวแตจํานวนใดจะสูงกวา เมื่อคดีนี้จํานวนเงินที่มีการเสนอราคาของแตละโรงเรียนสูงกวาจํานวนเงินที่มีการทําสัญญา จึงตองถือเอาจํานวนเงินที่มีการเสนอราคาสูงสุดระหวางจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ มากําหนดคาปรับ ซึ่งขอเท็จจริงปรากฏวาจํานวนเงินที่มีการเสนอราคาสูงสุดระหวางจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๘ ของโรงเรียนทั้ง ๑๒ แหงรวมเปนเงิน ๔๔,๙๓๕,๐๐๐ บาทปญหาที่ตองวินิจฉัยประการสุดทายมีวา จําเลยที่ ๑๒ กระทําความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๗ หรือไมพยานหลักฐานจากการไตสวนไดความจาก นายประสิทธิ์ ผูอํานวยการโรงเรียนอนุบาลหัวตะพานหนา ๔๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
(รัตนวารี) วา จําเลยที่ ๑๒ แจงแกพยานวาโรงเรียนอนุบาลหัวตะพานไดรับจัดสรรงบประมาณกอสรางสนามกีฬาฟุตซอล ใหพยานไปฟงการชี้แจงรายละเอียดที่รานตนออลาบเปด และไดความจากนายประสิทธิ์ นายจักรี นายศักดา และ นายมรกต พยานโจทกซึ่งไปรวมฟงการชี้แจงที่รานตนออลาบเปดตางเบิกความสอดคลองกันวา จําเลยที่ ๑๒ ชี้แจงวาในซองเอกสารมีเอกสารเกี่ยวกับการดําเนินการจัดซื้อจัดจางสนามกีฬาฟุตซอลรวมทั้งแผนซีดี และ นายกิตตกวินเดชน วงศหมั่น พนักงานบริษัทปอป เนทเวอรค จํากัดพยานโจทกเบิกความวา เดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ พยานไดรับการประสานจากจําเลยที่ ๑๒ ใหไปเสนอขอมูลและเงื่อนไขเพื่อเขารวมคัดเลือกในการเปนผูใหบริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกสกับโรงเรียนตาง ๆในจังหวัดมุกดาหารและจังหวัดอํานาจเจริญ โดยจําเลยที่ ๑๒ ใหรายชื่อโรงเรียนมาดวย ไดความจากนายศักดา ผูอํานวยการโรงเรียนชุมชนบานน้ําปลีก วา จําเลยที่ ๑๒ โทรศัพทหาพยานใหพยานคุยกับหางหุนสวนจํากัด ต.เขมราฐคอมเมอรส ใหทําหนังสือสละสิทธิเพื่อใหผูที่เสนอราคาในลําดับถัดมาเปนผูรับจางแทน และ นายเถลิง ผูอํานวยการโรงเรียนนาผือโคกกอก เบิกความวา เมื่อหางหุนสวนจํากัดต.เขมราฐคอมเมอรส ชนะการประกวดราคา จําเลยที่ ๑๒ โทรศัพทมาหาพยาน ถามวา “ทําไมมันไมออก”เปนทํานองวากลุมของจําเลยที่ ๔ และที่ ๖ ไมพอใจ องคคณะผูพิพากษาเสียงขางมากเห็นวาพยานโจทกทุกปากดังกลาวไมมีสาเหตุหรือความจําเปนใดที่จะตองปนแตงขอเท็จจริงเพื่อปรักปรําจําเลยที่ ๑๒แตอยางใด คําเบิกความของพยานโจทกดังกลาวจึงมีน้ําหนักใหรับฟง แมพยานหลักฐานจากการไตสวนจะไมปรากฏวาจําเลยที่ ๑๒ มีสวนเกี่ยวของกับการดําเนินการกําหนดรายชื่อโรงเรียนที่จะไดรับจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ) สําหรับกอสรางสนามฟุตซอลดังที่ไดวินิจฉัยมาแลวขางตนแตในสวนของกระบวนการเริ่มตนเพื่อดําเนินการจัดซื้อจัดจางกอสรางสนามฟุตซอลนั้น จําเลยที่ ๑๒ซึ่งขณะเกิดเหตุรับราชการอยูที่จังหวัดอุบลราชธานีอันเปนคนละพื้นที่กับโรงเรียนตาง ๆ ที่ไดรับการจัดสรรในคดีนี้ ไดเขาไปมีสวนสําคัญในการชี้แจงแนวทางการจัดซื้อจัดจางโดยอางตนวามีประสบการณจัดซื้อจัดจางกอสรางสนามฟุตซอลที่โรงเรียนในจังหวัดอุบลราชธานีมากอน โดยเฉพาะในการชี้แจงยังปรากฏวามีการแจกซองเอกสารสีน้ําตาลระบุชื่อโรงเรียนที่ไดรับงบประมาณซึ่งภายในบรรจุแผนซีดีที่บันทึกขอมูลเกี่ยวกับการจัดทําเอกสารในการจัดซื้อจัดจางกอสรางสนามฟุตซอลทุกขั้นตอนไวแลว หากจําเลยที่ ๑๒ เพียงแตไดรับการติดตอใหไปชวยแนะนําใหความรูในการจัดซื้อจัดจางเนื่องจากจําเลยที่ ๑๒ เคยทําโครงการปรับปรุงสนามกีฬาของโรงเรียนที่จําเลยที่ ๑๒ เปนผูอํานวยการหนา ๔๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
ดังที่จําเลยที่ ๑๒ เบิกความกลาวอาง จําเลยที่ ๑๒ ก็ไมนาจะทราบลวงหนาวาโรงเรียนใดไดรับจัดสรรงบประมาณบาง ประกอบกับจําเลยที่ ๑๒ ไดแจงดวยวาอีก ๑ ถึง ๒ วัน จะมีหนังสือจากสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอํานาจเจริญแจงมายังโรงเรียนและใหรอผูรับเหมาเขามาติดตอบงชี้วามีการวางแผนตระเตรียมการลวงหนาอยางเปนขั้นเปนตอน จนนําไปสูการกําหนดรางขอบเขตของงาน (TOR) และรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ วัสดุครุภัณฑกีฬา (สนามกีฬาคอนกรีตเสริมเหล็ก)พรอมติดตั้ง จํานวน ๙ รายการ ที่มีรายการหนังสือลําดับที่ ๕ ถึงที่ ๙ เปนเงื่อนไขในการประกวดราคาดวยอันเปนชองทางอยางหนึ่งที่เปนการกีดกันมิใหบุคคลอื่นเขามารวมแขงขันเสนอราคาไดอยางเทาเทียมกันเพราะเมื่อหนังสือรายการดังกลาวเปนของจําเลยที่ ๙ และที่ ๑๑ เอง ยอมอยูในวิสัยที่จําเลยที่ ๙และที่ ๑๑ จะควบคุมมิใหแพรหลายในทองตลาดได และแมคณะกรรมการตาง ๆ ของโรงเรียนแตละแหงมีดุลพินิจที่จะใชขอมูลตามแผนซีดีหรือไมก็ได แตการชี้แจงของจําเลยที่ ๑๒ ก็มุงประสงคที่จะใหผูอํานวยการโรงเรียนทั้งหลายเชื่อถือขอมูลเอกสารตัวอยางการจัดซื้อจัดจางในแผนซีดีรวมทั้งไดอาศัยโอกาสจากความไมรูของผูอํานวยการโรงเรียนและคณะกรรมการตาง ๆ ของโรงเรียนเนื่องจากยังไมเคยมีประสบการณในการจัดซื้อจัดจางกอสรางสนามฟุตซอลดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสมากอนซึ่งผลสุดทายก็ปรากฏวาคณะกรรมการตาง ๆ ของโรงเรียนก็ไดใชขอมูลของคณะกรรมการกําหนดราคากลางตามคําสั่งที่ ๒๐๐/๒๕๕๕ ซึ่งตรงกับขอมูลในแผนซีดี นอกจากนั้น ยังไดความวา จําเลยที่ ๑๒ประสานงานให นายกิตตกวินเดชน ไปเสนอขอมูลและเงื่อนไขเพื่อเขารวมคัดเลือกในการเปนผูใหบริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกสกับโรงเรียนตาง ๆ โดยใหรายชื่อโรงเรียนดวย แสดงใหเห็นอยางชัดเจนวาจําเลยที่ ๑๒ มิไดเพียงแตแนะนําวิธีการจัดทําเอกสารจัดซื้อจัดจางแตเพียงอยางเดียว ดังที่จําเลยที่ ๑๒ อางยิ่งไปกวานั้น ภายหลังจากทราบวาหางหุนสวนจํากัด ต.เขมราฐคอมเมอรส ชนะการประกวดราคาจําเลยที่ ๑๒ ก็โทรศัพทไปหาผูอํานวยการโรงเรียนชุมชนบานน้ําปลีกและโรงเรียนนาผือโคกกอกในลักษณะแสดงความไมพอใจ นับวาผิดปกติวิสัยของผูที่ไมเกี่ยวของกับการรวมกันเสนอราคาเปนอยางยิ่งพฤติการณที่จําเลยที่ ๑๒ เขามามีสวนเกี่ยวของตั้งแตแรกกอนเริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจางของโรงเรียนจนถึงกับไมพอใจผลการประกวดราคาเชนนี้ มีเหตุผลใหเชื่อไดวาจําเลยที่ ๑๒ มีสวนรวมในการกีดกันผูประกอบการรายอื่นมิใหสามารถเสนอราคาแขงขันกับกลุมของจําเลยที่ ๔ และที่ ๖ ไดเมื่อความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒หนา ๕๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
มาตรา ๗ กฎหมายบัญญัติโดยมีความมุงหมายที่จะปกปองกระบวนการเสนอราคาเพื่อใหไดราคาที่เปนธรรมและมิใหมีผูมากอการรบกวนหรือกระทําการอันเปนการเสียหายตอกระบวนการเสนอราคา ไมวาจะเปนการกระทําดวยประการใด ๆ โดยไมจํากัดวิธีการ ดังนั้น การกระทําของจําเลยที่ ๑๒ ดังกลาวมายอมถือวาเปนการกระทําโดยวิธีการอื่นใดเปนเหตุใหผูอื่นไมมีโอกาสเขาทําการเสนอราคาอยางเปนธรรมจําเลยที่ ๑๒ จึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐพ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๗ ตามที่โจทกฟองอนึ่ง ภายหลังกระทําความผิดมีพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖)พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๗ ใหยกเลิกอัตราโทษในมาตรา ๑๕๑ และมาตรา ๑๕๗ และใหใชอัตราโทษใหมแทนแตกฎหมายที่แกไขใหมมีระวางโทษสูงกวากฎหมายเดิม ตองถือวากฎหมายที่แกไขใหมไมเปนคุณแกผูกระทําความผิด จึงใหใชกฎหมายเดิมซึ่งเปนกฎหมายที่ใชในขณะกระทําความผิดบังคับใชแกคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓ และสําหรับความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ นั้น แมมีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๓ ใหยกเลิกพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒แตยังคงบัญญัติการกระทําความผิดดังกลาวไวในมาตรา ๑๗๒ ซึ่งมีระวางโทษเทากันจึงตองใชพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒มาตรา ๑๒๓/๑ ซึ่งเปนกฎหมายที่ใชในขณะกระทําความผิดบังคับแกคดีนี้เชนกันพิพากษาวา จําเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑ (เดิม)ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖ จําเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๑ (เดิม) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒๓/๑ จําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๑๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๔ ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๓ จําเลยที่ ๑๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๗ ลงโทษจําเลยที่ ๑ จําคุก ๓ ป ๔ เดือนและปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาท จําเลยที่ ๒ กระทําความผิดกรรมเดียวเปนความผิดตอกฎหมายหลายบทหนา ๕๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
ใหลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑ (เดิม) ซึ่งเปนกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จําคุก ๕ ป และปรับ ๑๕๐,๐๐๐ บาท จําคุกจําเลยที่ ๕ที่ ๗ ที่ ๙ และที่ ๑๑ คนละ ๒ ป และปรับจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ ที่ ๘ และที่ ๑๐ เปนเงินคนละ๒๒,๔๖๗,๕๐๐ บาท ทางนําสืบของจําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๑๑ เปนประโยชนแกการพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษใหคนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจําคุกจําเลยที่ ๕ที่ ๗ ที่ ๙ และที่ ๑๑ คนละ ๑ ป ๔ เดือน และปรับจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ ที่ ๘ และที่ ๑๐คนละ ๑๔,๙๗๘,๓๓๓.๓๓ บาท จําคุกจําเลยที่ ๑๒ มีกําหนด ๒ ป องคคณะผูพิพากษามีมติเสียงขางมากเห็นวา พิเคราะหพฤติการณแหงคดีแลว ขณะเกิดเหตุจําเลยที่ ๑ เพิ่งไดรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรสมัยแรกไดเพียง ๓ เดือนเศษ และไมปรากฏวาจําเลยที่ ๑ ไดรับประโยชนในลักษณะที่เปนทรัพยสินอยางใด หลังเกิดเหตุจําเลยที่ ๑ นําคณะครูไปยังสํานักตรวจสอบพิเศษภาค ๕เพื่อแจงปญหาการกอสรางสนามฟุตซอลไมไดมาตรฐาน ซึ่งเปนเหตุหนึ่งที่ทําใหมีการบอกเลิกสัญญาในบางโรงเรียน เปนการระงับยับยั้งไมใหเกิดความเสียหาย สวนจําเลยที่ ๒ ไมปรากฏวาไดรับประโยชนในลักษณะที่เปนทรัพยสิน คงกระทําความผิดไปตามเงื่อนไขในชั้นกรรมาธิการวาจะตองใชขอมูลรายละเอียดประกอบการจัดสรรงบประมาณจากสภาผูแทนราษฎรโดยการประสานงานจากสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ซึ่งจําเลยที่ ๒ มุงหวังจะใหมีการจัดสรรงบประมาณรายจาย (งบแปรญัตติ)เพิ่มเติมใหแกหนวยงานในสังกัดของตนเทานั้น ตอมาไดมีการสรางสนามฟุตซอลเพื่อประโยชนของโรงเรียนจริง โดยจําเลยที่ ๒ ไมมีสวนเกี่ยวของในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจาง ประกอบกับจําเลยที่ ๒อายุ ๗๑ ปเศษ ปฏิบัติหนาที่ราชการมาเปนเวลานาน นับวามีคุณงามความดีมากอน สวนจําเลยที่ ๗เปนเพียงแมบานและพี่เลี้ยงเด็ก พฤติการณแหงคดีเชื่อไดวา จําเลยที่ ๗ เขารวมกระทําความผิดเนื่องจากอยูภายใตความครอบงําของนายจาง ทั้งไมปรากฏวาจําเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๗ไดรับโทษจําคุกมากอน จึงใหรอการลงโทษจําคุกไวมีกําหนดคนละ ๓ ป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๕๖ หากจําเลยที่ ๑ และที่ ๒ ไมชําระคาปรับใหจัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙, ๓๐ สวนจําเลยที่ ๔ ที่ ๖ ที่ ๘ และที่ ๑๐ หากไมชําระคาปรับใหจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ นับโทษจําเลยที่ ๕ ตอจากโทษจําคุกของจําเลยที่ ๓ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. ๙๙/๒๕๖๖ และโทษจําคุกของจําเลยที่ ๒ ในคดีหมายเลขแดงที่หนา ๕๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
อท. ๑๕๙/๒๕๖๖ ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๔ นับโทษจําเลยที่ ๙ตอจากโทษจําคุกของจําเลยที่ ๓ ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. ๑๐๐/๒๕๖๖ และโทษจําคุกของจําเลยที่ ๒ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. ๑๖๐/๒๕๖๖ ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๔นับโทษจําเลยที่ ๑๑ ตอจากโทษจําคุกของจําเลยที่ ๔ ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. ๑๐๐/๒๕๖๖และโทษจําคุกของจําเลยที่ ๔ ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. ๑๖๐/๒๕๖๖ ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๔ นับโทษจําเลยที่ ๑๒ ตอจากโทษจําคุกของจําเลยที่ ๔ ในคดีหมายเลขแดงที่อท. ๙๙/๒๕๖๖ และโทษจําคุกของจําเลยที่ ๓ ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. ๑๕๙/๒๕๖๖ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๔ สวนที่โจทกขอใหนับโทษจําเลยที่ ๒ ที่ ๕ ที่ ๙และที่ ๑๑ ตอจากโทษจําคุกของจําเลยที่ ๔ ที่ ๗๔ ที่ ๗๖ และที่ ๘๒ ในคดีหมายเลขดําที่อม. ๑๗/๒๕๖๔ ของศาลนี้นั้น เนื่องจากศาลรอการลงโทษจําคุกจําเลยที่ ๒ ในคดีนี้ และคดีหมายเลขดําที่อม. ๑๗/๒๕๖๔ ศาลยังไมมีคําพิพากษาจึงไมอาจนับโทษตอได ใหยกคําขอของโจทกในสวนนี้สวนขอหาอื่นสําหรับจําเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ ถึงที่ ๑๒ นอกจากนี้ใหยก และยกฟองโจทกสําหรับจําเลยที่ ๓ นางสาวสิริกานต มีจุลนายสาคร ตั้งวรรณวิบูลย นายกิตติพงษ ศิริโรจนนายกษิดิศ มงคลศิริภัทรา นายธนิต รัตนะผลนายชาญณรงค ปราณีจิตต นางมัณทรี อุชชินนายพิชัย เพ็งผอง นางวยุรี วัฒนวรลักษณหนา ๕๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)