คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน [คดีหมายเลขดำที่ อม. ๒๒/๒๕๖๗ คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๓๕/๒๕๖๗ ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้อง นายมะหมัดนีซัม บิลังโหลด ผู้ถูกกล่าวหา]
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
(อม.๓๔)คําพิพากษา คดีหมายเลขดําที่ อม. ๒๒/๒๕๖๗คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๓๕/๒๕๖๗ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองวันที่ ๓๐ เดือน ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗คณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ ผูรองนายมะหมัดนีซัม บิลังโหลด ผูถูกกลาวหาเรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพยสินและหนี้สินผูรองยื่นคํารองและแกไขคํารองขอใหวินิจฉัยวา ผูถูกกลาวหาเมื่อครั้งดํารงตําแหนงนายกเทศมนตรีตําบลเจะบิลัง อําเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินตอผูรองกรณีพนจากตําแหนง ดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น ขอใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูถูกกลาวหา กับลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑, ๑๑๔ วรรคสอง (๑), ๑๖๗ และนับโทษจําคุกคดีนี้ตอจากโทษจําคุกของจําเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท ๑๒/๒๕๖๗ ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๙ผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพ และรับวาเปนบุคคลคนเดียวกับจําเลยในคดีที่ผูรองขอใหนับโทษตอพิเคราะหคํารองประกอบเอกสารทายคํารอง คําใหการรับสารภาพของผูถูกกลาวหาและสํานวนการไตสวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. แลว ขอเท็จจริงรับฟงไดวา เมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๗ผูถูกกลาวหาไดรับเลือกตั้งใหดํารงตําแหนงนายกเทศมนตรีตําบลเจะบิลัง อําเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูลระหวาง หนา ๕๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
โดยแถลงนโยบายตอที่ประชุมสภาเทศบาลตําบลเจะบิลัง วันที่ ๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๗ และพนจากตําแหนงเนื่องจากลาออกวันที่ ๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๔ ผูถูกกลาวหายื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรอง กรณีพนจากตําแหนงวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๔ เกินระยะเวลาที่กฎหมายกําหนด โดยไมสงเอกสารประกอบของรายการหนี้สินของตนเอง ไดแก หนี้เงินกูธนาคารสแตนดารดชารเตอรด (ไทย) จํากัด (มหาชน)วงเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ตามสัญญาฉบับวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๔ ซึ่งตอมาธนาคารโอนขายสิทธิเรียกรองดังกลาวให บริษัทรีโซลูชั่น เวย จํากัด มียอดหนี้คงเหลือตามคําพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ผบ. ๓๔๖/๒๕๖๐ ของศาลจังหวัดสตูล ๙๕๖,๑๙๕.๙๒ บาท และไมแสดงรายการหนี้สินของตนเองและ นางราตรี บิลังโหลด คูสมรส ซึ่งมียอดหนี้คงเหลือ ณ วันพนจากตําแหนง ดังตอไปนี้หนี้เงินกูสหกรณอิสลามอิบนูเอาฟ จํากัด วงเงิน ๘๐๐ ,๐๐๐ บาท ตามสัญญาลงวันที่๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๔ มี นางราตรี นําที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๙๑๘๔ ตําบลควนขัน อําเภอเมืองสตูลจังหวัดสตูล มาจดทะเบียนจํานองไวเพื่อเปนการประกันการชําระหนี้ ยอดหนี้คงเหลือ ๕๙๑,๔๘๐ บาทหนี้เงินกูธนาคารทิสโก จํากัด (มหาชน) ของ นางราตรี ตามสัญญาฉบับลงวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๕วงเงิน ๑๒๐,๐๐๐ บาท ยอดหนี้คงเหลือ ๒๒๓,๓๘๗.๑๖ บาท และหนี้เชาซื้อธนาคารทิสโก จํากัด (มหาชน)ของ นางราตรี ตามสัญญาฉบับลงวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ยอดหนี้คงเหลือ ๘๒,๙๓๘.๘๑ บาทผูรองมีหนังสือแจงใหผูถูกกลาวหาทราบและใหดําเนินการใหครบถวนถูกตอง โดยผูถูกกลาวหายื่นเอกสารประกอบเพิ่มเติม แตคงไมครบถวนถูกตอง ผูรองจึงแจงใหไปรับทราบขอกลาวหาและมีหนังสือแจงขอกลาวหาใหทราบโดยชอบแลว ผูถูกกลาวหาไมไดสงบันทึกแจงขอกลาวหากลับคืนภายในระยะเวลาที่กําหนด ถือวารับทราบและไมประสงคแกขอกลาวหา จากนั้น ยื่นคํารองเปนคดีนี้ปญหาตองวินิจฉัยมีวา ผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินหรือหนี้สินตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สิน กรณีพนจากตําแหนงนายกเทศมนตรีตําบลเจะบิลังอําเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล หรือไม เห็นวา ผูถูกกลาวหาดํารงตําแหนงนายกเทศมนตรีตําบลเจะบิลังจึงเปนเจาหนาที่ของรัฐในตําแหนงผูบริหารทองถิ่นตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔ มีหนาที่ยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินของตน คูสมรสและบุตรที่ยังไมบรรลุนิติภาวะ ตอผูรอง พรอมหลักฐานที่พิสูจนความมีอยูจริงของทรัพยสินและหนี้สินเมื่อพนจากการเปนเจาหนาที่ของรัฐ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๐๒ (๙) และมาตรา ๑๐๕ ประกอบประกาศหนา ๕๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
คณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ เรื่อง กําหนดตําแหนงของผูบริหารทองถิ่นรองผูบริหารทองถิ่น ผูชวยผูบริหารทองถิ่น และสมาชิกสภาทองถิ่นขององคกรปกครองสวนทองถิ่นที่ตองยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินตามมาตรา ๑๐๒ (๙) พ.ศ. ๒๕๖๑ ผูถูกกลาวหาเคยยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สิน พรอมเอกสารประกอบตอผูรองกรณีเขารับตําแหนงมาแลว ยอมทราบถึงความสําคัญของหนาที่ดังกลาววาเปนมาตรการสําคัญที่มีวัตถุประสงคมุงหมายที่จะสรางระบบตรวจสอบการทุจริตของเจาหนาที่ของรัฐใหมีความรัดกุมและเกิดประสิทธิผลในการตรวจสอบอยางแทจริง จึงกําหนดหนาที่ใหเจาหนาที่ของรัฐซึ่งดํารงตําแหนงที่มีความสําคัญตองยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินตามที่มีอยูจริงภายในระยะเวลาที่กฎหมายกําหนด เริ่มตั้งแตเมื่อเขารับตําแหนง ทั้งนี้ เพื่อใหผูรองมีขอมูลในการตรวจสอบบุคคลในตําแหนงดังกลาวตลอดระยะเวลาที่บุคคลนั้นดํารงตําแหนงและใชอํานาจของรัฐอยู วามีทรัพยสินหรือหนี้สินเปลี่ยนแปลงผิดปกติหรือไม อันเปนหนาที่ที่พึงตองปฏิบัติอยางเครงครัดผูถูกกลาวหากลับไมแสดงรายการหนี้สินของตนเองและคูสมรส ซึ่งตามสํานวนการไตสวนของผูรองไดความวา หนี้เงินกูธนาคารสแตนดารดชารเตอรด (ไทย) จํากัด (มหาชน) ผูถูกกลาวหาถูกดําเนินคดีจนกระทั่งศาลมีคําพิพากษาแลว โดยผูถูกกลาวหาระบุเพียงยอดหนี้ แตไมแนบเอกสารประกอบใหครบถวนถูกตอง ทําใหผูรองไมอาจตรวจสอบความมีอยูจริงไดอันมีผลเสมือนการไมแสดงรายการหนี้สินดังกลาวสวนหนี้เงินกูสหกรณอิสลามอิบนูเอาฟ จํากัด ของผูถูกกลาวหาก็ดี หรือหนี้เงินกูธนาคารทิสโก จํากัด (มหาชน)และหนี้เชาซื้อธนาคารทิสโก จํากัด (มหาชน) ของคูสมรสก็ดี ก็ลวนเปนหนี้ตามสัญญาที่มีอยูตั้งแตวันเขารับตําแหนง มีการประกันการชําระหนี้ดวยทรัพย และมียอดหนี้มีจํานวนมาก พฤติการณเหลานี้ลวนบงชี้วาผูถูกกลาวหายอมตองรับรูถึงความมีอยูของหนี้สินดังกลาวเปนอยางดี การที่ผูถูกกลาวหาไมแสดงหนี้สินเหลานี้ในบัญชีทรัพยสินและหนี้สินพรอมเอกสารประกอบใหครบถวนตามที่มีอยูจริงเมื่อผูรองแจงใหทราบ ผูถูกกลาวหาก็ดําเนินไมครบถวนถูกตองไมชี้แจงขอเท็จจริง และไมแจงเหตุขัดของเชนนี้ยอมเปนเหตุใหผูรองไมสามารถตรวจสอบความมีอยูจริง ความถูกตอง ตลอดจนความเปลี่ยนแปลงของทรัพยสินและหนี้สินได เมื่อพิจารณาพฤติการณแหงคดีประกอบคําใหการรับสารภาพของผูถูกกลาวหาแลวขอเท็จจริงจึงฟงไดวา ผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินหรือหนี้สินตอผูรอง ดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น ผูถูกกลาวหาตองถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไปและเปนความผิดฐานเปนเจาหนาที่ของรัฐจงใจยื่นบัญชีรายการทรัพยสินหรือหนี้สินตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวาหนา ๕๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘
มีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สิน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑ ประกอบมาตรา ๑๑๔ วรรคสาม และมาตรา ๑๖๗พิพากษาวา นายมะหมัดนีซัม บิลังโหลด ผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินหรือหนี้สินตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สิน กรณีพนจากตําแหนงนายกเทศมนตรีตําบลเจะบิลัง อําเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๑๔ วรรคสอง (๑) ใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูถูกกลาวหาตลอดไป ตามมาตรา ๘๑ ประกอบมาตรา ๑๑๔ วรรคสาม กับมีความผิดตามมาตรา ๑๖๗ จําคุก ๒ เดือน และปรับ ๘,๐๐๐ บาท ผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพเปนประโยชนแกการพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษใหกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ คงจําคุก ๑ เดือน และปรับ ๔,๐๐๐ บาท แมศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๙พิพากษาใหจําคุกผูถูกกลาวหา ๕ ป แตคดีดังกลาวยังไมถึงที่สุด คําพิพากษาของศาลชั้นตนดังกลาวจึงอาจถูกเปลี่ยนแปลงได ซึ่งผลสุดทายผูถูกกลาวหาอาจไมตองรับโทษจําคุก กรณีเชนนี้ ถือไมไดวาผูถูกกลาวหาเคยไดรับโทษจําคุกมากอน ศาลจึงมีอํานาจรอการลงโทษใหแกผูถูกกลาวหาในคดีนี้ไดโทษจําคุกจึงใหรอการลงโทษไวมีกําหนด ๑ ป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไมชําระคาปรับใหจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ใหยกคําขอใหนับโทษตอนายสาคร ตั้งวรรณวิบูลยนายฉัตรชัย ไทรโชต นายอํานาจ โชติชะวารานนทนายศรศักดิ์ กุลจิตติบวร นายศุภร พิชิตวงศเลิศนางนันทิกา จิวัธยากูล นายสาธุ เพ็ชรไชยนายสุทิน นาคพงศ นายสมเกียรติ ตั้งสกุลหนา ๕๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๘ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)