คำพิพากษาของศาลฎีกา เรื่อง ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม (ชั้นไม่รับคำคู่ความ) [คดีหมายเลขดำที่ อม.อธ. ๘/๒๕๖๖ คดีหมายเลขแดงที่ อม.อธ. ๑/๒๕๖๘ ระหว่าง นางสาวฟ้า เมืองไทย ที่ ๑ นายเทวา เจริญศิริ ที่ ๒ นางสาวปานชีวา เมืองไทย ที่ ๓ นายจรูญ วรรณกสิณานนท์ ที่ ๔ โจทก์ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน จำเลย]
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
(อม.๓๔)คําพิพากษา คดีหมายเลขดําที่ อม. ๓๐/๒๕๖๗คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๓/๒๕๖๘ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองวันที่ ๒๔ เดือน มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๘คณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ ผูรองนายอนุชิต อั้นนอย ผูถูกกลาวหาเรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพยสินและหนี้สินผูรองยื่นคํารองขอใหวินิจฉัยวา ผูถูกกลาวหาไดรับเลือกตั้งใหดํารงตําแหนงสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบึงยี่โถ อําเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี (วาระที่ ๑) เมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๕ และพนจากตําแหนงเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๔ ตอมาไดรับเลือกตั้งใหดํารงตําแหนงดังกลาวอีก (วาระที่ ๒)เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๔ จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้นทั้งกรณีพนจากตําแหนง (วาระที่ ๑) และกรณีเขารับตําแหนง (วาระที่ ๒) ขอใหพนจากตําแหนงและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูถูกกลาวหา กับลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑, ๑๑๔ วรรคสอง (๑), ๑๖๗ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพระหวาง หนา ๑๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘
พิเคราะหคํารอง เอกสารประกอบคํารอง และคําใหการของผูถูกกลาวหาแลว ขอเท็จจริงฟงไดวาผูถูกกลาวหาไดรับเลือกตั้งใหดํารงตําแหนงสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบึงยี่โถ อําเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี(วาระที่ ๑) เมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๕ และพนจากตําแหนงเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๔ตอมาไดรับเลือกตั้งใหดํารงตําแหนงดังกลาวอีก (วาระที่ ๒) เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๔ผูถูกกลาวหามีหนาที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินของตน คูสมรส และบุตรที่ยังไมบรรลุนิติภาวะกรณีพนจากตําแหนงภายในวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๔ แตผูถูกกลาวหายื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินตอผูรองกรณีพนจากตําแหนงเมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๔ (วาระที่ ๑) โดยไมแสดงรายการทรัพยสินของผูถูกกลาวหา ๒ รายการ ไดแก รายการเงินฝากสหกรณออมทรัพยมหาวิทยาลัยรังสิต จํากัดเลขที่บัญชี ๐๐๑๙๑ จํานวน ๖๕๔,๐๑๘ บาท และรายการทุนเรือนหุนสหกรณออมทรัพยมหาวิทยาลัยรังสิต จํากัด จํานวน ๔๔๑,๘๑๐ บาท และมีหนาที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินกรณีเขารับตําแหนงภายในวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๔ แตผูถูกกลาวหายื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินกรณีเขารับตําแหนงเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๔ (วาระที่ ๒) โดยไมแสดงรายการทรัพยสินของผูถูกกลาวหา ๒ รายการ ไดแก รายการเงินฝากสหกรณออมทรัพยมหาวิทยาลัยรังสิต จํากัดเลขที่บัญชี ๐๐๑๙๑ จํานวน ๖๑๓,๓๔๓ บาท และรายการทุนเรือนหุนสหกรณออมทรัพยมหาวิทยาลัยรังสิต จํากัด จํานวน ๔๕๐,๘๑๐ บาท ผูรองแจงใหไปรับทราบขอกลาวหา ผูถูกกลาวหาไปรับทราบขอกลาวหาและใหถอยคําชี้แจงเหตุที่ไมยื่นวา เขาใจวา บัญชีเงินฝาก หมายถึง บัญชีธนาคารเทานั้นไมใชบัญชีสหกรณออมทรัพย และเขาใจวาทุนเรือนหุนของสหกรณออมทรัพยไมไดเปนรูปแบบพาณิชยจึงไมตองแสดง จึงมิไดยื่นแสดงรายการทรัพยสินทั้งสองรายการดังกลาว ผูรองพิจารณาแลวเห็นวารายการเงินฝากสหกรณออมทรัพยมหาวิทยาลัยรังสิต จํากัด มียอดเงินกวาหกแสนบาท มูลคาเงินฝากเปนจํานวนเงินที่สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับรายการเงินฝากที่ผูถูกกลาวหายื่นในแบบบัญชีทรัพยสินและหนี้สินอยางมีนัยสําคัญ คิดเปนยอดเงินประมาณรอยละ ๔๐ จากมูลคาทั้งหมดที่แสดง ทั้งยังมีการเคลื่อนไหวเปนประจําอยางตอเนื่อง ดังนั้น ผูถูกกลาวหายอมรูหรือควรรูวา ตนมีบัญชีเงินฝากดังกลาวสวนรายการทุนเรือนหุนสหกรณออมทรัพยมหาวิทยาลัยรังสิต จํากัด ซึ่งมีมูลคากวาสี่แสนบาทผูถูกกลาวหาไดรับผลตอบแทนในรูปของเงินปนผลจากการลงทุนในหุนดังกลาว ผูถูกกลาวหายอมรูวาการลงทุนในลักษณะนี้ เปนการลงทุนในหลักทรัพยของบริษัทชนิดหนึ่ง อีกทั้งคําอธิบายรายการทรัพยสินหนา ๑๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘
ที่ตองแสดงในแบบบัญชีทรัพยสินและหนี้สินก็ระบุไวชัดเจนวา บัญชีเงินฝาก หมายถึง เงินฝากในสถาบันการเงินที่เปนธนาคารพาณิชย และหมายความรวมถึงเงินฝากในสถาบันการเงินอื่นที่นอกเหนือจากธนาคารพาณิชยดวยเชน บริษัทเงินทุน บริษัทเครดิตฟองซิเอร และสหกรณออมทรัพย เปนตน และระบุใหแสดงเงินลงทุนโดยกรณีหุนในสหกรณออมทรัพย ใหใชหนังสือรับรองจากสหกรณออมทรัพย ณ วันที่มีหนาที่แสดงรายการทรัพยสินและหนี้สิน หรือสําเนาใบเสร็จรับเงินจากสหกรณออมทรัพยที่ระบุจํานวนหุนเปนเอกสารประกอบรายการหุนสหกรณเพื่อยื่นแสดงตอผูรอง คําชี้แจงของผูถูกกลาวหาจึงไมนาเชื่อถือและไมมีน้ําหนักใหรับฟง ผูรองจึงฟงวา ผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองมีคําสั่งใหผูถูกกลาวหาหยุดปฏิบัติหนาที่ตั้งแตวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๗ปญหาตองวินิจฉัยมีวา ผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบและมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น กรณีพนจากตําแหนงสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบึงยี่โถ อําเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี (วาระที่ ๑) และกรณีเขารับตําแหนงดังกลาว(วาระที่ ๒) หรือไม เห็นวา ผูถูกกลาวหาเปนสมาชิกสภาทองถิ่นขององคกรปกครองสวนทองถิ่นจึงเปนเจาหนาที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔ มีหนาที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินของตน คูสมรสและบุตรที่ยังไมบรรลุนิติภาวะตอผูรองเมื่อเขารับตําแหนงและพนจากตําแหนงตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๐๒ (๙), ๑๐๕ประกอบประกาศคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ เรื่อง กําหนดตําแหนงของผูบริหารทองถิ่น รองผูบริหารทองถิ่น ผูชวยผูบริหารทองถิ่น และสมาชิกสภาทองถิ่นขององคกรปกครองสวนทองถิ่น ที่ตองยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินตามมาตรา ๑๐๒ (๙) พ.ศ. ๒๕๖๑ผูถูกกลาวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินตอผูรองเมื่อพนจากตําแหนงสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบึงยี่โถ อําเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี (วาระที่ ๑) และกรณีเขารับตําแหนงดังกลาว (วาระที่ ๒)โดยไมแสดงรายการทรัพยสินของผูถูกกลาวหา ๒ รายการ ไดแก รายการเงินฝากสหกรณออมทรัพยหนา ๑๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘
มหาวิทยาลัยรังสิต จํากัด และรายการทุนเรือนหุนสหกรณออมทรัพยมหาวิทยาลัยรังสิต จํากัดทั้งที่แบบบัญชีทรัพยสินและหนี้สินระบุรายละเอียดเกี่ยวกับประเภททรัพยสินและหนี้สินที่ตองแสดงตอผูรองไวอยางชัดเจน โดยหมายรวมถึงทรัพยสิน ๒ รายการตามคํารองดวย ซึ่งการยื่นเอกสารหลักฐานประกอบบัญชีทรัพยสินและหนี้สินเปนหนาที่สําคัญของสมาชิกสภาทองถิ่นขององคกรปกครองสวนทองถิ่นที่ตองปฏิบัติตามกฎหมาย อันเปนมาตรการในการตรวจสอบทรัพยสินและหนี้สินของผูใชอํานาจรัฐผูถูกกลาวหาทราบดีถึงความมีอยูของทรัพยสินดังกลาวแตเจตนาไมยื่นแสดงรายการทรัพยสินประกอบกับผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพ พฤติการณจึงมีเหตุอันควรเชื่อไดวา ผูถูกกลาวหามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินและหนี้สินนั้น ขอเท็จจริงจึงฟงไดวา ผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินตอผูรองกรณีพนจากตําแหนงสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบึงยี่โถอําเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี (วาระที่ ๑) และกรณีเขารับตําแหนงดังกลาว (วาระที่ ๒)ดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวาผูถูกกลาวหามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น มีผลใหผูถูกกลาวหาตองพนจากตําแหนงสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบึงยี่โถ อําเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี นับแตวันหยุดปฏิบัติหนาที่(วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๗) และใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑ วรรคหนึ่งและวรรคสอง ประกอบมาตรา ๑๑๔ วรรคสาม และการกระทําของผูถูกกลาวหายังเปนความผิดฐานเปนเจาหนาที่ของรัฐจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้นกรณีพนจากตําแหนงสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบึงยี่โถ อําเภอธัญบุรีจังหวัดปทุมธานี (วาระที่ ๑) และกรณีเขารับตําแหนงดังกลาว (วาระที่ ๒) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๖๗ ดวยพิพากษาวา นายอนุชิต อั้นนอย ผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบและมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น กรณีพนจากสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบึงยี่โถ อําเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี (วาระที่ ๑) และกรณีเขารับตําแหนงดังกลาวหนา ๑๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘
(วาระที่ ๒) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๑๔ วรรคสอง (๑) ใหผูถูกกลาวหาพนจากตําแหนงสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบึงยี่โถอําเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี นับแตวันหยุดปฏิบัติหนาที่ (วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๗) และใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูถูกกลาวหาตลอดไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑ วรรคหนึ่งและวรรคสอง ประกอบมาตรา ๑๑๔วรรคสาม กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๖๗ การกระทําของผูถูกกลาวหาเปนความผิดหลายกรรมตางกัน ใหลงโทษทุกกรรมเปนกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ จําคุกกระทงละ ๒ เดือนและปรับกระทงละ ๘,๐๐๐ บาท ผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพ เปนประโยชนแกการพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษใหกระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจําคุกกระทงละ ๑ เดือน และปรับกระทงละ ๔,๐๐๐ บาท รวม ๒ กระทง เปนจําคุก ๒ เดือนและปรับ ๘,๐๐๐ บาท ไมปรากฏวาผูถูกกลาวหาเคยไดรับโทษจําคุกมากอน จึงใหรอการลงโทษไวมีกําหนด ๑ ปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไมชําระคาปรับใหจัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙, ๓๐. นายอรพงษ ศิริกานตนนทนายธนาคม ลิ้มภักดี นายวิชัย ตัญศิรินายสาธุ เพ็ชรไชย นายธรรมนูญ สิงหสายนายองอาจ แนนหนา นายธนกฤต กมลวัทนนายจักษชัย เยพิทักษ นายแรงรณ ปริพนธพจนพิสุทธิ์หนา ๑๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๒๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)