ThaiGovData

ดูรายละเอียด

undated

Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th

The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.

ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลรัฐธรรมนูญคําวินิจฉัยที่ ๑/๒๕๖๘ เรื่องพิจารณาที่ ๑๘/๒๕๖๗วันที่ ๑๕ เดือน มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ศาลอุทธรณภาค ๒ ผูรอง- ผูถูกรองเรื่อง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๓๓๔ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง หรือไมศาลอุทธรณภาค ๒ สงคําโตแยงของจําเลย (นายธีรพล อรามเกียรติสิริ) ในคดีแพงหมายเลขดําที่ ผบ บ ๑/๒๕๖๔ คดีหมายเลขแดงที่ ผบ บ ๑/๒๕๖๔ เพื่อขอใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ ขอเท็จจริงตามคําโตแยงและเอกสารประกอบ สรุปไดดังนี้นางสาวทันฑิมา สุหฤทดํารง เปนโจทก ยื่นฟอง นายธีรพล อรามเกียรติสิริ เปนจําเลยตอศาลจังหวัดจันทบุรี ในคดีหมายเลขดําที่ ผบ ๕๕๒/๒๕๖๐ ศาลจังหวัดจันทบุรีมีคําพิพากษาเปนคดีหมายเลขแดงที่ ผบ ๒๓๔๙/๒๕๖๐ ใหจําเลยชําระเงินพรอมดอกเบี้ยใหแกโจทก หากไมชําระหรือชําระไมครบใหยึดที่ดินพรอมสิ่งปลูกสรางออกขายทอดตลาดกับใหใชคาฤชาธรรมเนียมแทนโจทกจําเลยอุทธรณ ศาลอุทธรณภาค ๒ พิพากษาแกใหจําเลยชําระเงิน จํานวน ๑๑,๓๙๐,๐๐๐ บาทพรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป คาฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณใหตกเปนพับ นอกจากที่แกระหวาง หนา ๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ ใหเปนไปตามคําพิพากษาศาลชั้นตน จําเลยยื่นคํารองขออนุญาตฎีกา ศาลฎีกามีคําสั่งไมอนุญาตยกคํารอง และไมรับฎีกา ปรากฏวาจําเลยไมชําระหนี้ตามคําพิพากษา โจทกยื่นคํารองขอใหยึดที่ดินพรอมสิ่งปลูกสรางของจําเลยออกขายทอดตลาด เพื่อนําเงินมาชําระหนี้ใหแกเจาหนี้ตามคําพิพากษา โดย นายณัชชัชพงศ พีระเดชาพันธ เปนผูซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๗๕๖๐ตําบลพลับพลา อําเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี พรอมสิ่งปลูกสรางจากการขายทอดตลาดเมื่อผูซื้อรับโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพยสินดังกลาว จําเลยซึ่งเปนลูกหนี้ตามคําพิพากษาและบริวารยังคงอาศัยอยูในที่ดินพิพาท ผูซื้อยื่นคํารองขอใหศาลจังหวัดจันทบุรีออกหมายบังคับคดีใหจําเลยและบริวารออกไปจากที่ดิน ศาลจังหวัดจันทบุรีออกหมายบังคับคดีตั้งเจาพนักงานบังคับคดีใหดําเนินการตามกฎหมายเจาพนักงานบังคับคดีปดประกาศขับไล จําเลยยื่นคํารองตอศาลจังหวัดจันทบุรีขอใหเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบในการบังคับคดีขับไล โดยเห็นวาการบังคับคดีและปดประกาศขับไลไมชอบดวยกฎหมาย ศาลจังหวัดจันทบุรีมีคําสั่งยกคํารอง จําเลยอุทธรณคําสั่งตอศาลอุทธรณภาค ๒ระหวางการพิจารณาคดีของศาลอุทธรณภาค ๒ จําเลยโตแยงวา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๓๓๔ เปนบทบัญญัติที่ใหอํานาจผูซื้ออสังหาริมทรัพยจากการขายทอดตลาดขอใหศาลออกหมายบังคับคดีไดทันที โดยไมตองขอออกคําบังคับใหลูกหนี้ที่อาศัยอยูออกจากอสังหาริมทรัพยกอน ซึ่งลูกหนี้ตามคําพิพากษาหรือบริวารที่อาศัยอยูนั้นยอมมีสิทธิที่จะอาศัยไดตราบเทาที่ยังไมมีคําบังคับจากศาล บทบัญญัติดังกลาวลิดรอนสิทธิหรือเสรีภาพของลูกหนี้ตามคําพิพากษาหรือบริวารที่อาศัยอยูในอสังหาริมทรัพยเกินสมควร กระทบตอเสรีภาพในเคหสถานและสิทธิในทรัพยสินขัดตอหลักนิติธรรม ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๓ วรรคหนึ่งและมาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง จําเลยขอใหศาลอุทธรณภาค ๒ สงคําโตแยงดังกลาวตอศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ศาลอุทธรณภาค ๒ เห็นวา จําเลยโตแยงวาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพงมาตรา ๓๓๔ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๗วรรคหนึ่ง ซึ่งศาลอุทธรณภาค ๒ จะใชบทบัญญัติแหงกฎหมายดังกลาวบังคับแกคดี และยังไมมีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในสวนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินี้ จึงสงคําโตแยงดังกลาวตอศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ วรรคหนึ่ง หนา ๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ ประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญตองพิจารณาเบื้องตนมีวา ศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจรับคําโตแยงของจําเลยไวพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ วรรคหนึ่ง หรือไม เห็นวา ศาลอุทธรณภาค ๒สงคําโตแยงของจําเลยเพื่อขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยวา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๓๓๔ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๓ วรรคหนึ่งและมาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง หรือไม บทบัญญัติดังกลาวเปนบทบัญญัติที่ศาลอุทธรณภาค ๒จะใชบังคับแกคดี เมื่อจําเลยโตแยงพรอมดวยเหตุผลวาบทบัญญัติดังกลาวขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญและยังไมมีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในสวนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินี้ กรณีเปนไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๑๒ วรรคหนึ่ง จึงมีคําสั่งรับไวพิจารณาวินิจฉัย และเพื่อประโยชนแหงการพิจารณาใหหนวยงานที่เกี่ยวของจัดทําความเห็นและจัดสงสําเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวของยื่นตอศาลรัฐธรรมนูญหนวยงานที่เกี่ยวของจัดทําความเห็นและจัดสงสําเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวของ ดังนี้๑. เลขาธิการวุฒิสภาจัดสงสําเนาบันทึกการประชุมและรายงานการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญสภานิติบัญญัติแหงชาติ ครั้งที่ ๑๒/๒๕๕๙ ครั้งที่ ๑๗/๒๕๕๙ และครั้งที่ ๒๔/๒๕๕๙ สําเนารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง(ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ลักษณะ ๒ การบังคับคดีตามคําพิพากษาหรือคําสั่ง) สภานิติบัญญัติแหงชาติและสําเนาบันทึกการประชุมและรายงานการประชุมสภานิติบัญญัติแหงชาติ ครั้งที่ ๖๓/๒๕๕๙และครั้งที่ ๑๙/๒๕๖๐๒. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาจัดสงสําเนารางพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สําเนาบันทึกสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาประกอบรางพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....และตารางเปรียบเทียบกฎหมาย (เรื่องเสร็จที่ ๖๐/๒๕๔๖) สําเนารางพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สําเนาบันทึกสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาประกอบรางพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....และตารางเปรียบเทียบกฎหมาย (เรื่องเสร็จที่ ๒๐๓/๒๕๕๙) สําเนารางพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สําเนาบันทึกสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาประกอบรางพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....หนา ๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ และตารางเปรียบเทียบกฎหมาย (เรื่องเสร็จที่ ๑๑๐๔/๒๕๕๙) และรายงานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพงที่เกี่ยวของ๓. เลขาธิการสํานักงานศาลยุติธรรมจัดทําความเห็นสรุปไดวา กระบวนการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๓๓๔ เปนกรณีที่ลูกหนี้ตามคําพิพากษา และ/หรือบริวารอยูอาศัยไมใชบุคคลทั่วไป ตองถูกขับไลดวยเหตุลูกหนี้ตามคําพิพากษามีหนี้และผิดนัดชําระหนี้ โดยศาลพิจารณาจนมีคําพิพากษาถึงที่สุดวาจําเลยเปนหนี้โจทกและไมชําระหนี้ตามคําพิพากษา หากลูกหนี้ตามคําพิพากษาปฏิบัติตามคําพิพากษาถึงที่สุดของศาลก็ไมมีความจําเปนตองดําเนินการบังคับขับไลตามมาตรา ๓๓๔กระบวนการดังกลาวไมขัดตอหลักนิติธรรม และไมเปนการเพิ่มภาระเนื่องจากเปนขั้นตอนที่กฎหมายกําหนดขึ้นใชบังคับกับบุคคลเปนการทั่วไป ไมใชกับบุคคลใดเปนการเฉพาะ ไมเปนการจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแกเหตุ อีกทั้งเปนกระบวนการยุติธรรมทางแพงที่ทําใหเจาหนี้ไดรับชําระหนี้คืน และทําใหผูซื้ออสังหาริมทรัพยจากการขายทอดตลาดมีสิทธิเขาอาศัยอยูในทรัพยสินที่ตนซื้อเปนการสรางความนาเชื่อถือแกการขายทอดตลาด๔. รัฐมนตรีวาการกระทรวงยุติธรรมและอธิบดีกรมบังคับคดีจัดทําความเห็นสรุปไดวาพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๖๐สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเปนผูริเริ่มในการปรับปรุงแกไข ตอมากรมบังคับคดีนําหลักการของรางสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปพิจารณาปรับปรุงและเสนอตอคณะรัฐมนตรี ในป พ.ศ. ๒๕๕๙เนื่องจากบทบัญญัติในสวนที่เกี่ยวกับการบังคับคดีตามคําพิพากษาหรือคําสั่งที่ใชอยูบางสวนไมเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมปจจุบัน ทําใหการบังคับคดีลาชา เปดโอกาสใหเปนชองทางประวิงการบังคับคดีการแกไขปรับปรุงในครั้งนี้เปนการปรับปรุงโครงสรางบทบัญญัติวาดวยการบังคับคดีใหมทั้งหมดใหสมบูรณยิ่งขึ้นมาตรา ๓๓๔ มีวัตถุประสงคเพื่อคุมครองผูซื้ออสังหาริมทรัพยจากการขายทอดตลาดซึ่งถือวาเปนผูมีกรรมสิทธิ์ในทรัพยสินตองมีสิทธิใชสอยอสังหาริมทรัพยและหามลูกหนี้ตามคําพิพากษาและบริวารเขาไปอาศัยในอสังหาริมทรัพยของตนโดยไมตองฟองเปนคดีใหม เปนการใหสิทธิแกผูซื้ออสังหาริมทรัพยจากการขายทอดตลาดยื่นคํารองขอใหศาลออกหมายบังคับคดีโดยไมตองออกคําบังคับและไมตองปดประกาศขับไลสงผลใหผูซื้อทรัพยสินจากการขายทอดตลาดสามารถเขาครอบครองทรัพยสินไดเร็วยิ่งขึ้น ขณะที่แตเดิมตองดําเนินการดวยวิธีขับไลทั่วไป อยางไรก็ตาม บทบัญญัตินี้มิไดจํากัดสิทธิของบุคคลที่อยูอาศัยหนา ๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ หรือครอบครองอสังหาริมทรัพยซึ่งอางวาตนมิไดเปนบริวารของลูกหนี้ตามคําพิพากษาที่จะยื่นคํารองตอศาลแสดงอํานาจพิเศษในการอยูอาศัยหรือครอบครองอสังหาริมทรัพยนั้น๕. สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภจัดทําความเห็นสรุปไดวา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๓๓๔ ไมขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๓วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๗ วรรคหนึ่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคําโตแยงของจําเลย ความเห็นและขอมูลของหนวยงานที่เกี่ยวของและเอกสารประกอบแลวเห็นวา คดีเปนปญหาขอกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยไดจึงยุติการไตสวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๕๘ วรรคหนึ่ง กําหนดประเด็นที่ตองพิจารณาวินิจฉัยวา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพงมาตรา ๓๓๔ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๗วรรคหนึ่ง หรือไมพิจารณาแลวเห็นวา รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๗วรรคหนึ่ง เปนบทบัญญัติในหมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่งบัญญัติวา “การตรากฎหมายที่มีผลเปนการจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลตองเปนไปตามเงื่อนไขที่บัญญัติไวในรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่รัฐธรรมนูญมิไดบัญญัติเงื่อนไขไว กฎหมายดังกลาวตองไมขัดตอหลักนิติธรรมไมเพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแกเหตุ และจะกระทบตอศักดิ์ศรีความเปนมนุษยของบุคคลมิได รวมทั้งตองระบุเหตุผลความจําเปนในการจํากัดสิทธิและเสรีภาพไวดวย”มาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “บุคคลยอมมีเสรีภาพในเคหสถาน” และมาตรา ๓๗ วรรคหนึ่งบัญญัติวา “บุคคลยอมมีสิทธิในทรัพยสินและการสืบมรดก”ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพงเปนกฎหมายวิธีสบัญญัติที่กําหนดวิธีการดําเนินกระบวนพิจารณาเพื่อรับรอง คุมครอง หรือบังคับตามสิทธิหรือหนาที่ตามกฎหมายสารบัญญัติมาตรา ๓๓๔ เปนบทบัญญัติในภาค ๔ วิธีการชั่วคราวกอนพิพากษาและการบังคับตามคําพิพากษาหรือคําสั่ง ลักษณะ ๒ การบังคับคดีตามคําพิพากษาหรือคําสั่ง หมวด ๒ การบังคับคดีในกรณีที่เปนหนี้เงิน สวนที่ ๘ การขายหรือจําหนาย ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๖๐ มีเหตุผลในการประกาศใชหนา ๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ คือ โดยที่บทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพงในสวนที่เกี่ยวกับการบังคับคดีตามคําพิพากษาหรือคําสั่งที่ใชบังคับอยูบางสวนไมเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปจจุบันทําใหการบังคับคดีตามคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลเปนไปโดยลาชา ไมมีประสิทธิภาพเพียงพอในการอํานวยความยุติธรรมแกประชาชนผูมีอรรถคดี และเปดโอกาสใหมีการประวิงคดีสมควรแกไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพงในสวนที่เกี่ยวกับการบังคับคดีตามคําพิพากษาและคําสั่งใหเหมาะสมยิ่งขึ้น มาตรา ๓๓๔ บัญญัติวา “เมื่อเจาพนักงานบังคับคดีโอนอสังหาริมทรัพยที่ขายใหแกผูซื้อ หากทรัพยสินที่โอนนั้นมีลูกหนี้ตามคําพิพากษาหรือบริวารอยูอาศัย และลูกหนี้ตามคําพิพากษาหรือบริวารไมยอมออกไปจากอสังหาริมทรัพยนั้น ผูซื้อชอบที่จะยื่นคําขอฝายเดียวตอศาลที่อสังหาริมทรัพยนั้นตั้งอยูในเขตศาลใหออกหมายบังคับคดีเพื่อบังคับใหลูกหนี้ตามคําพิพากษาหรือบริวารออกไปจากอสังหาริมทรัพยนั้นโดยใหนําบทบัญญัติมาตรา ๒๗๑ มาตรา ๒๗๘ วรรคหนึ่งมาตรา ๓๕๑ มาตรา ๓๕๒ มาตรา ๓๕๓ วรรคหนึ่ง (๑) และวรรคสอง มาตรา ๓๕๔ มาตรา ๓๖๑มาตรา ๓๖๒ มาตรา ๓๖๓ และมาตรา ๓๖๔ มาใชบังคับโดยอนุโลม ทั้งนี้ ใหถือวาผูซื้อเปนเจาหนี้ตามคําพิพากษา และลูกหนี้ตามคําพิพากษาหรือบริวารที่อยูอาศัยในอสังหาริมทรัพยนั้นเปนลูกหนี้ตามคําพิพากษาตามบทบัญญัติดังกลาว”ขอโตแยงของจําเลยที่วา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๓๓๔ เปนบทบัญญัติที่ใหอํานาจผูซื้ออสังหาริมทรัพยจากการขายทอดตลาดขอใหศาลออกหมายบังคับคดีไดทันทีโดยไมตองขอออกคําบังคับใหลูกหนี้ที่อาศัยอยูนั้นออกจากอสังหาริมทรัพยกอน ซึ่งลูกหนี้ตามคําพิพากษาหรือบริวารที่อาศัยอยูนั้นยอมมีสิทธิที่จะอาศัยไดตราบเทาที่ยังไมมีคําบังคับจากศาล บทบัญญัติดังกลาวลิดรอนสิทธิหรือเสรีภาพของลูกหนี้ตามคําพิพากษาหรือบริวารที่อาศัยอยูในอสังหาริมทรัพยเกินสมควรกระทบตอเสรีภาพในเคหสถานและสิทธิในทรัพยสิน ขัดตอหลักนิติธรรม ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง นั้น เห็นวา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๓๓๔ เปนบทบัญญัติที่ใหสิทธิผูซื้ออสังหาริมทรัพยยื่นคําขอตอศาลใหออกหมายบังคับคดีแกลูกหนี้ตามคําพิพากษาหรือบริวารที่ยังอยูอาศัยในอสังหาริมทรัพยที่ไดซื้อจากการขายทอดตลาดตามคําสั่งศาลไดทันทีโดยไมตองฟองเปนคดีใหม เพื่อคุมครองผูซื้ออสังหาริมทรัพยจากการขายทอดตลาดของเจาพนักงานบังคับคดี เพื่อใหการบังคับคดีตามคําพิพากษาหรือคําสั่งหนา ๑๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ ของศาลเปนไปดวยความรวดเร็ว และเพื่อคุมครองสิทธิของเจาหนี้ตามคําพิพากษาและบุคคลที่เกี่ยวของกับการบังคับคดีใหไดรับสิทธิและเขาใชประโยชนในทรัพยสินที่ตกอยูในการบังคับคดีไดโดยไมถูกลูกหนี้ตามคําพิพากษาหรือบริวารขัดขวางหรือโตแยงการใชสิทธิของผูซื้อโดยมิชอบ บทบัญญัติดังกลาวเปนไปตามหลักการเดิมที่เคยบัญญัติไวในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๓๐๙ ตรีซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง (ฉบับที่ ๒๒)พ.ศ. ๒๕๔๘ เพียงแตปรับปรุงใหกระบวนการมีความกระชับและรวดเร็วขึ้น จากเดิมที่ใหสิทธิผูซื้ออสังหาริมทรัพยจากการขายทอดตลาดตามคําสั่งศาลยื่นคําขอฝายเดียวตอศาลเพื่อออกคําบังคับใหลูกหนี้ตามคําพิพากษาหรือบริวารออกไปจากอสังหาริมทรัพยนั้นภายในระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควรแตไมนอยกวาสามสิบวัน เปนการใหสิทธิผูซื้อยื่นคําขอฝายเดียวตอศาลที่อสังหาริมทรัพยตั้งอยูในเขตศาลใหออกหมายบังคับคดีเพื่อบังคับใหลูกหนี้ตามคําพิพากษาหรือบริวารออกไปจากอสังหาริมทรัพยไดทันทีโดยตัดขั้นตอนการออกคําบังคับและนําสงคําบังคับแกลูกหนี้ตามคําพิพากษาหรือบริวารที่อยูในอสังหาริมทรัพยเพื่อใหการบังคับคดีตามคําพิพากษาหรือคําสั่งศาลมีความรวดเร็ว เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมปจจุบันมีประสิทธิภาพในการอํานวยความยุติธรรมใหแกคูกรณีและประชาชนผูมีอรรถคดี และเพื่อปองกันและแกไขปญหามิใหมีการประวิงคดี กอนดําเนินการตามมาตรานี้ เมื่อมีการฟองคดีระหวางโจทกกับจําเลยจนศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งถึงที่สุดซึ่งตองมีการบังคับแกลูกหนี้ตามคําพิพากษาศาลจะออกคําบังคับใหลูกหนี้ตามคําพิพากษาปฏิบัติตามคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาล ถาลูกหนี้ตามคําพิพากษาไมไดปฏิบัติตามคําบังคับจนตองมีการบังคับคดีนําทรัพยสินของลูกหนี้ตามคําพิพากษาออกขายทอดตลาดเพื่อนําเงินมาชําระแกเจาหนี้ตามคําพิพากษา โดยกอนการขายทอดตลาดเจาหนี้ตามคําพิพากษาจะตองนําเจาพนักงานบังคับคดียึดทรัพยของลูกหนี้ตามคําพิพากษา แจงการยึดทรัพยและการขายทอดตลาดใหลูกหนี้ตามคําพิพากษาทราบทุกขั้นตอน ประกอบกับลูกหนี้ตามคําพิพากษาเปนผูมีสวนไดเสียในการบังคับคดี ยอมมีสิทธิตาง ๆ ในกระบวนการบังคับคดีและการขายทอดตลาดอสังหาริมทรัพยโดยมีสิทธิเต็มที่ในการเขาสูราคาเพื่อใหไดราคาตามที่ตองการ แสดงใหเห็นวาระหวางการพิจารณาคดีของศาล กฎหมายใหโอกาสจําเลยตอสูคดีกับโจทกเพื่อปกปองสิทธิของตนอยางเต็มที่และสามารถชําระหนี้ไดทุกเมื่อเพื่อไมใหมีการบังคับคดี หากลูกหนี้ตามคําพิพากษาตองการปองกันสิทธิของตนในอสังหาริมทรัพย ตองชําระหนี้ตามคําพิพากษาเพื่อไมใหเกิดการบังคับคดี เพราะเมื่อบังคับคดีหนา ๑๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ และมีการขายทอดตลาดจนผูซื้ออสังหาริมทรัพยจากการขายทอดตลาดไดชําระราคาครบถวนแลวกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพยนั้นยอมตกเปนของผูซื้ออสังหาริมทรัพย เปนผลใหลูกหนี้ตามคําพิพากษาสิ้นสิทธิที่จะอางวาตนมีสิทธิที่จะอยูในอสังหาริมทรัพยจนกวาจะมีการออกคําบังคับ การที่บุคคลจะอางวาตนมีเสรีภาพในเคหสถานและสิทธิในทรัพยสินไดนั้นตองเปนผูมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพยซึ่งเปนผูที่รัฐธรรมนูญมุงหมายจะรับรองคุมครองสิทธิ การที่บทบัญญัติมาตรา ๓๓๔บัญญัติใหผูซื้ออสังหาริมทรัพยขอใหศาลออกหมายบังคับคดีไดทันทีโดยไมตองขอใหออกคําบังคับใหลูกหนี้ตามคําพิพากษาหรือบริวารออกไปจากอสังหาริมทรัพยนั้นเสียกอน จึงเปนคนละกรณีกับกระบวนการบังคับคดีตามคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลในกรณีปกติ ซึ่งสิทธิหรือเสรีภาพของลูกหนี้ตามคําพิพากษาหรือบริวารมีอยูอยางไรก็คงมีอยูเชนนั้น ไมไดเปนการลิดรอนสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลดังกลาวสวนการที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๓๓๔ กําหนดใหนําบทบัญญัติมาตรา ๒๗๑มาตรา ๒๗๘ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๕๑ มาตรา ๓๕๒ มาตรา ๓๕๓ วรรคหนึ่ง (๑) และวรรคสองมาตรา ๓๕๔ มาตรา ๓๖๑ มาตรา ๓๖๒ มาตรา ๓๖๓ และมาตรา ๓๖๔ มาใชบังคับโดยอนุโลมโดยถือวาผูซื้ออสังหาริมทรัพยเปนเจาหนี้ตามคําพิพากษา และลูกหนี้ตามคําพิพากษาหรือบริวารที่อยูอาศัยในอสังหาริมทรัพยเปนลูกหนี้ตามคําพิพากษาเปนวิธีการตรากฎหมายโดยทั่วไปเพื่อไมใหมีบทบัญญัติในเรื่องทํานองเดียวกันซ้ําซอนกันอีก จึงบัญญัติใหนํามาตราอื่นในกฎหมายฉบับเดียวกันมาใชบังคับเทาที่ไมขัดหรือแยงกับหลักการของบทบัญญัติหลักที่ใหนํามาใชบังคับโดยอนุโลมดังนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๓๓๔ จึงเปนมาตรการหรือกลไกที่จําเปนเพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคของกฎหมายที่มุงรักษาความสงบเรียบรอยของสังคมและความเปนธรรมของคูความและผูมีสวนไดเสียทุกฝาย โดยลดขั้นตอนในการเขาครอบครองอสังหาริมทรัพยของผูซื้อจากการขายทอดตลาดและใชประโยชนจากทรัพยที่ตนซื้อไดเร็วยิ่งขึ้น เปนการคุมครองผูซื้ออสังหาริมทรัพยจากการขายทอดตลาดโดยคําสั่งศาล มิใชการเกิดขอพิพาททางแพงขึ้นใหมเปนอีกคดีหนึ่งที่ตองพิจารณาคดีจนศาลมีคําพิพากษาและออกคําบังคับอีกครั้ง ทําใหกระบวนการบังคับคดีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลปองกันการประวิงคดี สรางความเชื่อมั่นตอกระบวนการขายทอดตลาด ทําใหราคาทรัพยสินมีมูลคาที่เหมาะสมกับความเปนจริง เปนประโยชนตอเจาหนี้ตามคําพิพากษา ลูกหนี้ตามคําพิพากษาตลอดจนสังคมและระบบเศรษฐกิจของประเทศ ไมกระทบตอสาระสําคัญแหงสิทธิหรือเสรีภาพของลูกหนี้หนา ๑๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ ตามคําพิพากษาหรือบริวาร เปนไปตามหลักความไดสัดสวน ไมขัดตอหลักนิติธรรม ไมเพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแกเหตุ ไมกระทบตอศักดิ์ศรีความเปนมนุษยของบุคคลไมกระทบตอเสรีภาพในเคหสถาน และไมกระทบตอสิทธิในทรัพยสินของบุคคล ไมขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๗ วรรคหนึ่งอาศัยเหตุผลดังกลาวขางตน จึงวินิจฉัยวา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๓๓๔ไมขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๗ วรรคหนึ่งนายนครินทร เมฆไตรรัตนประธานศาลรัฐธรรมนูญนายปญญา อุดชาชน นายอุดม สิทธิวิรัชธรรมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายวิรุฬห แสงเทียน นายจิรนิติ หะวานนทตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายนภดล เทพพิทักษ นายบรรจงศักดิ์ วงศปราชญตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายอุดม รัฐอมฤต นายสุเมธ รอยกุลเจริญตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหนา ๑๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)