ThaiGovData

ดูรายละเอียด

undated

Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th

The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.

ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลรัฐธรรมนูญคําวินิจฉัยที่ ๒/๒๕๖๘ เรื่องพิจารณาที่ ๒๕/๒๕๖๗วันที่ ๑๕ เดือน มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ศาลอุทธรณภาค ๔ ผูรอง- ผูถูกรองเรื่อง พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖๔ (๔)และมาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง (๒) ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗วรรคหนึ่ง และวรรคสาม หรือไมศาลอุทธรณภาค ๔ สงคําโตแยงของผูคัดคาน (นางรัชนี พลซื่อ) ในคดีหมายเลขดําที่ลต อบจ ๑/๒๕๖๗ เพื่อขอใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ ขอเท็จจริงตามคําโตแยงและเอกสารประกอบ สรุปไดดังนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคํารองตอศาลอุทธรณภาค ๔ เพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผูคัดคานตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๑๐๘ วรรคสอง และใหดําเนินคดีอาญาแกผูคัดคานนายเอกภาพ พลซื่อ และ นายเอกรัฐ พลซื่อ ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง (๒) ประกอบมาตรา ๑๒๖ ตามคําวินิจฉัยของ กกต. ที่ ๒๘๒/๒๕๖๖ วันอังคารที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๖ เรื่อง การเลือกตั้งนายกองคการบริหารระหวาง หนา ๑๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ สวนจังหวัดรอยเอ็ด เนื่องจากเมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๕ ศาลอุทธรณภาค ๔ มีคําพิพากษาใหมีการเลือกตั้งนายกองคการบริหารสวนจังหวัดรอยเอ็ดใหมแทน นายเอกภาพ พลซื่อ และใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ นายเอกภาพ พลซื่อ มีกําหนดสิบปนับแตวันที่มีคําพิพากษา ตอมาเมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๕ผูคัดคานเขารวมงานวันกํานันผูใหญบานที่จัดขึ้นในแตละอําเภอของจังหวัดรอยเอ็ด และมอบเงินสนับสนุนการจัดกิจกรรมใหแกชมรมกํานันผูใหญบาน อําเภอเชียงขวัญ อําเภอธวัชบุรี และอําเภอทุงเขาหลวงอําเภอละ ๑๐,๐๐๐ บาท สวน นายเอกภาพ พลซื่อ และ นายเอกรัฐ พลซื่อ มอบเงินสนับสนุนการจัดกิจกรรมใหแกชมรมกํานันผูใหญบาน อําเภอโพธิ์ชัย อําเภอโพนทอง อําเภอหนองพอกและอําเภอเมยวดี อําเภอละ ๑๐,๐๐๐ บาท โดยที่พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖๔ (๔) บัญญัติเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งในกรณีที่มีการสั่งใหมีการเลือกตั้งใหม ใหกระทําไดตั้งแตวันที่มีคําสั่งใหมีการเลือกตั้งใหมจนถึงเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกาของวันกอนวันเลือกตั้ง บทบัญญัติมาตราดังกลาวมีผลตั้งแตวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๕ ซึ่งเปนวันที่ศาลอุทธรณภาค ๔ มีคําพิพากษาใหมีการเลือกตั้งนายกองคการบริหารสวนจังหวัดรอยเอ็ดใหมการที่ผูคัดคาน นายเอกภาพ พลซื่อ และ นายเอกรัฐ พลซื่อ เขารวมงานวันกํานันผูใหญบานและมอบเงินสนับสนุนการจัดกิจกรรมใหแกชมรมกํานันผูใหญบานในอําเภอตาง ๆ ของจังหวัดรอยเอ็ดอีกทั้งผูคัดคานและ นายเอกภาพ พลซื่อ กลาวผานเครื่องขยายเสียงตอผูรวมงานถึงกรณีที่ นายเอกภาพ พลซื่อถูกตัดสิทธิทางการเมือง ผูคัดคานกลาววาจะลงสมัครรับเลือกตั้งเปนนายกองคการบริหารสวนจังหวัดรอยเอ็ด พฤติการณและพยานหลักฐานรับฟงไดวาผูคัดคานมีความประสงคลงสมัครรับเลือกตั้งเปนนายกองคการบริหารสวนจังหวัดรอยเอ็ดแทน นายเอกภาพ พลซื่อ การใหเงินสนับสนุนการจัดกิจกรรมแกชมรมกํานันผูใหญบานในอําเภอตาง ๆ ของจังหวัดรอยเอ็ด เปนการใหเพื่อจูงใจใหผูมีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนใหแกผูคัดคาน อันฝาฝนพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง (๒) เปนเหตุใหผลการเลือกตั้งนายกองคการบริหารสวนจังหวัดรอยเอ็ดในสวนที่เกี่ยวของกับผูคัดคานมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ตามมาตรา ๑๐๘ วรรคสองระหวางการพิจารณาคดีของศาลอุทธรณภาค ๔ ผูคัดคานโตแยงวา เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๕ที่ผูคัดคานเขารวมงานวันกํานันผูใหญบานซึ่งจัดขึ้นในแตละอําเภอของจังหวัดรอยเอ็ด และมอบเงินสนับสนุนการจัดกิจกรรมใหแกชมรมกํานันผูใหญบานนั้น ยังไมมีการประกาศใหมีการเลือกตั้งนายกองคการบริหารสวนจังหวัดรอยเอ็ด จึงยังไมมีผูสมัครรับเลือกตั้งเปนนายกองคการบริหารสวนจังหวัดรอยเอ็ดหนา ๑๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ ตอมามีการประกาศใหมีการเลือกตั้งนายกองคการบริหารสวนจังหวัดรอยเอ็ดใหม เมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๕กําหนดวันรับสมัครเลือกตั้งระหวางวันที่ ๒๒ ถึง ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๕ และกําหนดวันเลือกตั้งวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๕ การกระทําของผูคัดคานกับพวกไมเปนความผิด จะเปนความผิดตอเมื่อมีการกําหนดเวลาใหมีการเลือกตั้งในเขตหรือทองที่ใดแลวเทานั้น การที่พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖๔ (๔) กําหนดใหการหาเสียงเลือกตั้งกระทําไดตั้งแตวันที่มีคําสั่งใหมีการเลือกตั้งใหม เปนการบัญญัติกฎหมายใหมีผลบังคับใชทันทีโดยยังไมมีการประกาศใหบุคคลทั่วไปทราบถึงกรณีที่ตําแหนงวางลงหรือวันที่มีคําสั่งใหเลือกตั้งใหมพนวิสัยที่บุคคลทั่วไปจะทราบได ทําใหเกิดการไดเปรียบเสียเปรียบ ไมสุจริตและเที่ยงธรรมเปนบทบัญญัติที่มีผลยอนหลังเพื่อลงโทษการกระทําที่เกิดขึ้นกอน และการที่มาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง (๒)ไมกําหนดชวงเวลาการบังคับใชไว เปนบทบัญญัติที่ไมชัดแจง รวมทั้งการนํากําหนดเวลาหาเสียงเลือกตั้งตามมาตรา ๖๔ (๔) มารวมเปนกําหนดเวลาบังคับใชกับการกระทําตามมาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง (๒)เปนบทบัญญัติที่ขัดแยงกันเอง ทําใหเกิดความไมเสมอภาคในการบังคับใชกฎหมาย เนื่องจากเมื่อพนกําหนดเวลาตามมาตรา ๖๔ (๔) แลว มาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง (๒) ไมมีผลบังคับใชแกการกระทําทุจริตการเลือกตั้งของผูสมัครอีกตอไป พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นพ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖๔ (๔) และมาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง (๒) จํากัดสิทธิหรือเสรีภาพนอกเหนือไปจากเงื่อนไขที่กําหนดไวในรัฐธรรมนูญ ไมระบุบทบัญญัติที่ใหอํานาจในการตรากฎหมายจํากัดสิทธิและเสรีภาพ ขัดตอหลักนิติธรรม เพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแกเหตุกระทบตอศักดิ์ศรีความเปนมนุษย มีผลใชบังคับเฉพาะแกผูสมัครรับเลือกตั้ง ขัดตอหลักความเสมอภาคและเลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรมตอบุคคล ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗ผูคัดคานขอใหศาลอุทธรณภาค ๔ สงคําโตแยงดังกลาวตอศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒กกต. ยื่นคัดคานคํารองขอใหสงคําโตแยงใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยวา พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖๔ (๔) เปนบทบัญญัติกําหนดสิทธิใหผูสมัครมีสิทธิหาเสียงเลือกตั้งได ซึ่งบุคคลทั่วไปไมสามารถหาเสียงเลือกตั้งตามวิธีการหาเสียงเลือกตั้งที่กําหนด โดยระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งวาดวยวิธีการหาเสียงและลักษณะตองหามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๓ ขอ ๑๙ วรรคหนึ่ง (๓)กําหนดใหคณะกรรมการการเลือกตั้งประจําองคกรปกครองสวนทองถิ่นมีหนาที่และอํานาจประกาศกําหนดหนา ๑๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ เกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งในเรื่องสถานที่ปดประกาศเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง และติดแผนปายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งผูที่จะแสวงหาคะแนนนิยมจากประชาชนเพื่อใหลงคะแนนเสียงใหแกผูสมัครรับเลือกตั้งนั้น ยอมจะตองเปนผูสมัครรับเลือกตั้งหรือผูมีสวนเกี่ยวของกับผูสมัครรับเลือกตั้งการที่พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖๔ (๔)กําหนดใหผูสมัครหาเสียงเลือกตั้งไดภายในระยะเวลาดังกลาวไมเปนการจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลที่เปนผูสมัครรับเลือกตั้งเกินสมควร สําหรับมาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง (๒) เปนบทบัญญัติหามมิใหผูสมัครรับเลือกตั้งหรือผูใดกระทําการอันเปนการจูงใจผูมีสิทธิเลือกตั้ง การตัดสินใจลงคะแนนของผูมีสิทธิเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมตองปราศจากมูลเหตุจูงใจอันเกิดจากการกระทําที่ไมชอบดวยกฎหมายการมอบเงินใหผูมีสิทธิเลือกตั้งเพื่อจูงใจใหลงคะแนนยอมเปนการบิดเบือนกระบวนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ทําใหการเลือกตั้งไมเปนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม แมบทบัญญัติมาตราดังกลาวไมกําหนดชวงเวลาที่หามกระทําการไวอยางชัดแจง แตการกระทําที่จะเปนความผิดตามกฎหมายตองกระทําโดยมีเจตนาจูงใจใหผูมีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนใหแกตนเองหรือผูสมัครรับเลือกตั้งอื่นใหงดเวนการลงคะแนนใหแกผูสมัครรับเลือกตั้ง หรือการชักชวนใหไปลงคะแนนไมเลือกผูใดเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น เปนบทบัญญัติที่ชัดแจงแลว ไมมีผลยอนหลังเพื่อลงโทษการกระทําที่เกิดขึ้นกอน มีผลใชบังคับเฉพาะบุคคลที่มีเจตนากระทําการเพื่อจูงใจผูมีสิทธิเลือกตั้งเทานั้นไมขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗ศาลอุทธรณภาค ๔ เห็นวา ผูคัดคานโตแยงวาพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖๔ (๔) และมาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง (๒) ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗ ซึ่งศาลอุทธรณภาค ๔ จะใชบทบัญญัติแหงกฎหมายดังกลาวบังคับแกคดี และยังไมมีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในสวนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินี้จึงสงคําโตแยงดังกลาวตอศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ วรรคหนึ่งประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญตองพิจารณาเบื้องตนมีวา ศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจรับคําโตแยงของผูคัดคานไวพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ วรรคหนึ่ง หรือไม เห็นวาศาลอุทธรณภาค ๔ สงคําโตแยงของผูคัดคานเพื่อขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยวาพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖๔ (๔)และมาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง (๒) ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗หรือไม บทบัญญัติดังกลาวเปนบทบัญญัติที่ศาลอุทธรณภาค ๔ จะใชบังคับแกคดี เมื่อผูคัดคานโตแยงหนา ๑๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ พรอมดวยเหตุผลวาบทบัญญัติดังกลาวขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ และยังไมมีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในสวนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินี้ กรณีเปนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ วรรคหนึ่ง สวนที่โตแยงวาพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖๔ (๔)และมาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง (๒) ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕ หรือไม นั้น เห็นวารัฐธรรมนูญ มาตรา ๕ เปนบททั่วไปที่วางหลักความเปนกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญไว โดยมิไดมีขอความที่เปนการคุมครองสิทธิหรือเสรีภาพไวเปนการเฉพาะ ศาลรัฐธรรมนูญไมจําตองวินิจฉัยในสวนนี้จึงมีคําสั่งรับไวพิจารณาวินิจฉัยเฉพาะประเด็นที่ขอใหวินิจฉัยวา พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖๔ (๔) และมาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง (๒)ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗ หรือไม และเพื่อประโยชนแหงการพิจารณาใหหนวยงานที่เกี่ยวของจัดทําความเห็นและจัดสงสําเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวของยื่นตอศาลรัฐธรรมนูญหนวยงานที่เกี่ยวของจัดทําความเห็นและจัดสงสําเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวของ ดังนี้๑. ประธานกรรมการการเลือกตั้งจัดทําความเห็นสรุปไดวา พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖๔ เปนบทบัญญัติกําหนดหลักเกณฑเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาในการหาเสียงเลือกตั้งของผูสมัครหรือผูจะลงสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นใหชัดเจน เพื่อใหการหาเสียงเลือกตั้งเปนไปดวยความสงบเรียบรอย และเพื่อใหสอดคลองกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๖๘ สวนพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖๕ เปนบทบัญญัติกําหนดหามมิใหผูสมัครหรือผูใดกระทําการอยางหนึ่งอยางใดเพื่อจูงใจใหผูมีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนหรือไมลงคะแนนเลือกผูใด อันเปนบทบัญญัติปองกันการกระทําทุจริตการเลือกตั้ง และเพื่อใหสอดคลองกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๗๓๒. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาจัดทําความเห็นสรุปไดวา พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖๔ เปนบทบัญญัติกําหนดชวงเวลาใหผูสมัครหาเสียงเลือกตั้งไดเพื่อประโยชนแหงความเที่ยงธรรมและความเปนระเบียบเรียบรอยโดยกําหนดชวงเวลาใหผูสมัครหาเสียงเลือกตั้งไดจนถึงเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกาของวันกอนวันเลือกตั้งหนา ๑๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ เพื่อใหสอดคลองกับการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๐ และมาตรา ๗๙ และกําหนดเวลาดังกลาวบังคับใชแกการหาเสียงเลือกตั้งทุกกรณี รวมทั้งการหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสสวนพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖๕เปนบทบัญญัติกําหนดวิธีการหรือการกระทําที่หามมิใหผูสมัครหรือผูใดกระทําการเพื่อจูงใจใหผูมีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนใหแกตนเองหรือผูสมัครอื่น ใหงดเวนการลงคะแนนใหแกผูสมัคร หรือการชักชวนใหไปลงคะแนนไมเลือกผูใดเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น โดยมาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง (๒)ไมใชกรณีการซื้อเสียงโดยตรง แตเปนลักษณะของการใหผลประโยชนโดยตรงหรือโดยออม๓. เลขาธิการวุฒิสภาจัดสงสําเนาบันทึกการประชุมและรายงานการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. .... สภานิติบัญญัติแหงชาติครั้งที่ ๑๑/๒๕๖๑ ครั้งที่ ๒๐/๒๕๖๑ และครั้งที่ ๒๑/๒๕๖๑ สําเนารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. .... สภานิติบัญญัติแหงชาติและสําเนาบันทึกการประชุมและรายงานการประชุมสภานิติบัญญัติแหงชาติ ครั้งที่ ๖๕/๒๕๖๑ เปนพิเศษและครั้งที่ ๕/๒๕๖๒ เปนพิเศษศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคําโตแยงของผูคัดคาน ความเห็นและขอมูลของหนวยงานที่เกี่ยวของและเอกสารประกอบแลวเห็นวา ผูคัดคานไมไดแสดงเหตุผลประกอบคําโตแยงวา พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖๔ (๔) และมาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง (๒)ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗ วรรคสอง วรรคสี่ และวรรคหา อยางไร ไมจําตองวินิจฉัยในสวนนี้และเห็นวาคดีเปนปญหาขอกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได จึงยุติการไตสวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๕๘วรรคหนึ่ง กําหนดประเด็นที่ตองพิจารณาวินิจฉัยวา พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖๔ (๔) และมาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง (๒) ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗ วรรคหนึ่งและวรรคสาม หรือไมพิจารณาแลวเห็นวา รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗ เปนบทบัญญัติในหมวด ๓สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “การตรากฎหมายหนา ๑๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ ที่มีผลเปนการจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลตองเปนไปตามเงื่อนไขที่บัญญัติไวในรัฐธรรมนูญในกรณีที่รัฐธรรมนูญมิไดบัญญัติเงื่อนไขไว กฎหมายดังกลาวตองไมขัดตอหลักนิติธรรม ไมเพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแกเหตุ และจะกระทบตอศักดิ์ศรีความเปนมนุษยของบุคคลมิได รวมทั้งตองระบุเหตุผลความจําเปนในการจํากัดสิทธิและเสรีภาพไวดวย” วรรคสองบัญญัติวา “กฎหมายตามวรรคหนึ่ง ตองมีผลใชบังคับเปนการทั่วไป ไมมุงหมายใหใชบังคับแกกรณีใดกรณีหนึ่งหรือแกบุคคลใดบุคคลหนึ่งเปนการเจาะจง” มาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “บุคคลยอมเสมอกันในกฎหมาย มีสิทธิและเสรีภาพและไดรับความคุมครองตามกฎหมายเทาเทียมกัน” และวรรคสามบัญญัติวา “การเลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรมตอบุคคล ไมวาดวยเหตุความแตกตางในเรื่องถิ่นกําเนิด เชื้อชาติภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไมขัดตอบทบัญญัติแหงรัฐธรรมนูญ หรือเหตุอื่นใด จะกระทํามิได”พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มีเหตุผลในการประกาศใชเนื่องจากรัฐธรรมนูญบัญญัติใหสมาชิกสภาทองถิ่นตองมาจากการเลือกตั้งและผูบริหารทองถิ่นใหมาจากการเลือกตั้งหรือมาจากความเห็นชอบของสภาทองถิ่น หรือกรณีองคกรปกครองสวนทองถิ่นรูปแบบพิเศษจะมาโดยวิธีอื่นก็ได แตตองคํานึงถึงการมีสวนรวมของประชาชนดวยโดยคุณสมบัติของผูมีสิทธิเลือกตั้งและผูมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง รวมทั้งหลักเกณฑและวิธีการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น ใหเปนไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งตองคํานึงถึงเจตนารมณในการปองกันและปราบปรามการทุจริตตามแนวทางที่บัญญัติไวในรัฐธรรมนูญ จึงปรับปรุงกฎหมายวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นใหเปนไปตามเจตนารมณของรัฐธรรมนูญโดยมาตรา ๖๔ บัญญัติวา “เพื่อประโยชนแหงความเที่ยงธรรมและความเปนระเบียบเรียบรอยใหผูสมัครหาเสียงเลือกตั้งไดภายในกําหนดเวลา ดังตอไปนี้ ... (๔) ในกรณีมีการสั่งใหมีการเลือกตั้งใหมใหกระทําไดตั้งแตวันที่มีคําสั่งใหมีการเลือกตั้งใหมจนถึงเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกาของวันกอนวันเลือกตั้ง ...”และมาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “หามมิใหผูสมัครหรือผูใดกระทําการอยางหนึ่งอยางใดเพื่อจูงใจใหผูมีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนใหแกตนเองหรือผูสมัครอื่น ใหงดเวนการลงคะแนนใหแกผูสมัครหรือการชักชวนใหไปลงคะแนนไมเลือกผูใดเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น ดวยวิธีการหนา ๒๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ ดังตอไปนี้ ... (๒) ให เสนอให หรือสัญญาวาจะใหเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดไมวาจะโดยตรงหรือโดยออมแกชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัดหรือศาสนสถานอื่น สถานศึกษา สถานสงเคราะหหรือสถาบันอื่นใด ...”ขอโตแยงของผูคัดคานที่วา การที่พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นพ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖๔ (๔) บัญญัติใหหาเสียงเลือกตั้งไดตั้งแตวันที่มีคําสั่งใหมีการเลือกตั้งใหมเปนการบัญญัติกฎหมายใหมีผลบังคับใชทันทีโดยยังไมมีการประกาศใหบุคคลทั่วไปทราบถึงกรณีที่ตําแหนงวางลงหรือวันที่มีคําสั่งใหมีการเลือกตั้งใหม พนวิสัยที่บุคคลทั่วไปจะทราบได ทําใหเกิดความไดเปรียบเสียเปรียบไมสุจริตและเที่ยงธรรม เปนบทบัญญัติที่มีผลยอนหลังเพื่อลงโทษการกระทําที่เกิดขึ้นกอน และมาตรา ๖๕วรรคหนึ่ง (๒) ที่ไมกําหนดชวงเวลาของการบังคับใชไว เปนบทบัญญัติที่ไมชัดแจง บทบัญญัติทั้งสองมาตราจึงเปนบทบัญญัติที่จํากัดสิทธิหรือเสรีภาพนอกเหนือไปจากเงื่อนไขที่กําหนดไวในรัฐธรรมนูญ ไมระบุบทบัญญัติที่ใหอํานาจในการตรากฎหมายจํากัดสิทธิและเสรีภาพ ขัดตอหลักนิติธรรม เพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแกเหตุ กระทบตอศักดิ์ศรีความเปนมนุษย มีผลใชบังคับเฉพาะแกผูสมัครรับเลือกตั้ง ขัดตอหลักความเสมอภาค และเลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรมตอบุคคลขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗ วรรคหนึ่งและวรรคสาม นั้น เห็นวาการปกครองสวนทองถิ่นเปนรูปแบบการปกครองที่เกิดขึ้นจากหลักการกระจายอํานาจทางปกครองตามอาณาเขตเพื่อดําเนินภารกิจในการจัดทําบริการสาธารณะบางอยางตามที่กฎหมายกําหนดใหเปนไปตามความตองการของประชาชนในทองถิ่นภายใตการกํากับดูแลของรัฐ ซึ่งการเลือกตั้งทองถิ่นเปนหลักประกันความเปนอิสระในการดําเนินภารกิจดังกลาว และเปนหลักการพื้นฐานสําคัญของการพัฒนาประชาธิปไตยที่เปดโอกาสใหประชาชนในทองถิ่นเขามามีสวนรวมทางการเมืองการปกครองเพื่อกําหนดนโยบายบริการสาธารณะผานการเลือกตั้งผูสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น การจัดโครงสรางองคกรปกครองสวนทองถิ่นนั้น ประกอบดวย สภาทองถิ่นมีหนาที่กําหนดนโยบายและออกขอบัญญัติทองถิ่นและผูบริหารทองถิ่นมีหนาที่บริหารงานตามขอบเขตอํานาจหนาที่ที่กฎหมายกําหนด ภายใตการควบคุมและตรวจสอบโดยสภาทองถิ่นและประชาชนในเขตขององคกรปกครองสวนทองถิ่น การไดมาซึ่งสมาชิกสภาทองถิ่นและผูบริหารทองถิ่นมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนตามกฎหมายวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น เพื่อใหการไดมาซึ่งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นหนา ๒๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ เปนไปตามเจตนารมณของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๒ วรรคสาม ในการปองกันและปราบปรามการทุจริตจึงตองมีหลักเกณฑและวิธีการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นและผูบริหารทองถิ่นที่มีมาตรการบังคับเพื่อใหกระบวนการเลือกตั้งทุกขั้นตอนเปนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และไดมาซึ่งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นที่มีความประพฤติดี ซื่อสัตยสุจริต และปฏิบัติหนาที่เพื่อประโยชนสุขของประชาชนในทองถิ่นอยางแทจริงพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖๔ (๔)เปนบทบัญญัติกําหนดชวงระยะเวลาในการหาเสียงเลือกตั้งเพื่อประโยชนในการควบคุมและตรวจสอบการหาเสียงเลือกตั้งของผูสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นใหเปนระเบียบเรียบรอยโดยบัญญัติกรณีสั่งใหมีการเลือกตั้งใหม ใหหาเสียงเลือกตั้งไดตั้งแตวันที่มีคําสั่งใหมีการเลือกตั้งใหมจนถึงเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกาของวันกอนวันเลือกตั้ง บทบัญญัติดังกลาวบัญญัติไวสอดคลองกับระยะเวลาหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๖๘ มาตรา ๗๐ และมาตรา ๗๙โดยกําหนดระยะเวลาเริ่มตนและระยะเวลาสิ้นสุดในการหาเสียงเลือกตั้งไวอยางชัดเจนแนนอนและสอดคลองกับเหตุที่ตองมีการเลือกตั้งในแตละกรณี ซึ่งผูสมัครรับเลือกตั้งทุกคนมีสิทธิริเริ่มและยุติการหาเสียงเลือกตั้งโดยเสมอภาคกัน อันเปนการปองกันมิใหผูสมัครคนใดไดเปรียบผูสมัครอื่นเปนประโยชนตอการจัดการและควบคุมคาใชจายของผูสมัครสําหรับการเลือกตั้ง ดังที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖๑ซึ่งสอดคลองกับชวงระยะเวลาหาเสียงเลือกตั้ง สําหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นบทบัญญัติมาตรา ๑๒ กําหนดหลักเกณฑในการเลือกตั้งวา ใหผูอํานวยการการเลือกตั้งประจําองคกรปกครองสวนทองถิ่น โดยความเห็นชอบของผูอํานวยการการเลือกตั้งประจําจังหวัด ประกาศใหมีการเลือกตั้งตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่ กกต. กําหนด ปดไว ณ ที่ทําการองคกรปกครองสวนทองถิ่นนั้นและสถานที่อื่นตามที่ผูอํานวยการการเลือกตั้งประจําองคกรปกครองสวนทองถิ่นเห็นสมควร หมายความวาเมื่อศาลอุทธรณหรือศาลอุทธรณภาคมีคําพิพากษาสั่งใหมีการเลือกตั้งใหมแลว ผูอํานวยการการเลือกตั้งประจําองคกรปกครองสวนทองถิ่น โดยความเห็นชอบของผูอํานวยการการเลือกตั้งประจําจังหวัดตองดําเนินการปดประกาศใหมีการเลือกตั้งใหม พรอมทั้งกําหนดวันสมัครรับเลือกตั้งและวันเลือกตั้งหนา ๒๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ ใหประชาชนทราบตอไป จึงไมเปนการพนวิสัยที่บุคคลทั่วไปและผูประสงคจะมีสวนรวมในทางการเมืองทองถิ่นจะทราบได การที่บุคคลใดไมทราบถึงกรณีที่ศาลอุทธรณหรือศาลอุทธรณภาคสั่งใหมีการเลือกตั้งใหมมิใชกรณีที่มีปญหาอันเกิดจากบทบัญญัติแหงกฎหมาย หากแตเปนปญหาเฉพาะตัวบุคคลเมื่อกระบวนการหาเสียงเลือกตั้งเริ่มตั้งแตวันที่มีคําสั่งใหมีการเลือกตั้งใหม มาตรการทางกฎหมายตาง ๆในการปองกันและปราบปรามการทุจริตการเลือกตั้งตองเริ่มใชบังคับตั้งแตวันดังกลาวดวยเพื่อใหกระบวนการเลือกตั้งทุกขั้นตอนเปนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ไมเปนการเปดโอกาสใหมีการอาศัยชองวางของกฎหมายทําใหเกิดความไดเปรียบเสียเปรียบระหวางกัน บทบัญญัติมาตรา ๖๔ (๔)ดังกลาวมิใชบทบัญญัติที่จํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลนอกเหนือไปจากเงื่อนไขที่บัญญัติไวในรัฐธรรมนูญและมิไดมีผลยอนหลังเพื่อลงโทษการกระทําที่เกิดขึ้นกอนดังที่ผูคัดคานกลาวอางอันจะขัดตอหลักนิติธรรมไมเพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแกเหตุ ไมกระทบตอศักดิ์ศรีความเปนมนุษยของบุคคล มีผลใชบังคับกับการกระทําของผูที่จะสมัครรับเลือกตั้งและบุคคลที่เกี่ยวของทุกคนเปนการทั่วไปโดยเสมอภาค และไมเปนการเลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรมตอบุคคล ไมขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗ วรรคหนึ่งและวรรคสามสําหรับมาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง (๒) เปนบทบัญญัติที่กําหนดวิธีการหรือการกระทําที่หามมิใหผูสมัครหรือผูใดกระทําการอยางหนึ่งอยางใดเพื่อจูงใจใหผูมีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนใหแกตนเองหรือผูสมัครอื่น ใหงดเวนการลงคะแนนใหแกผูสมัคร หรือการชักชวนใหไปลงคะแนนไมเลือกผูใดเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น ดวยวิธีการ ให เสนอให หรือสัญญาวาจะใหเงิน ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดไมวาจะโดยตรงหรือโดยออมแกชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัดหรือศาสนสถานอื่นสถานศึกษา สถานสงเคราะห หรือสถาบันอื่นใด บทบัญญัติดังกลาวเปนมาตรการทางกฎหมายหรือแนวทางในการปองกันและปราบปรามการทุจริตการเลือกตั้ง โดยจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลบางประการเกี่ยวกับลักษณะของการกระทําหรือพฤติกรรมการแสวงหาคะแนนนิยมของผูสมัครรับเลือกตั้งหรือผูมีสวนเกี่ยวของใหอยูในกรอบของกฎหมาย ทําใหเกิดการแขงขันกันอยางเปนธรรม และทําใหการเลือกตั้งเปนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เนื่องจากการกระทําหรือพฤติกรรมการแสวงหาคะแนนนิยมที่มิชอบในหลายลักษณะแสดงใหเห็นถึงกระบวนการเลือกตั้งที่มีแนวโนมเบี่ยงเบนไปจากครรลองระบอบประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้นจําเปนตองมีกฎเกณฑทางกฎหมายเพื่อควบคุมการกระทําทุจริตการเลือกตั้ง เพื่อคุมครองหลักการเลือกตั้งหนา ๒๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ โดยเสรีที่ใหผูออกเสียงเลือกตั้งมีอิสระในการตัดสินใจเลือกผูแทนของตน ไมตกอยูภายใตอิทธิพลอื่นใดที่ไมชอบดวยกฎหมาย และเปนไปตามหลักการเลือกตั้งโดยเสมอภาคที่ประกันโอกาสอยางเทาเทียมกันในการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งผูสมัครรับเลือกตั้งตองใชความรูความสามารถของตนโดยสุจริตเพื่อจูงใจใหผูมีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเสียงใหแกตน เมื่อมาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง (๒) เปนบทบัญญัติที่หามกระทําการอยางหนึ่งอยางใด เพื่อปองกันการทุจริตการเลือกตั้ง และใหการเลือกตั้งเปนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม จึงหามผูสมัครหรือผูใดกระทําการในลักษณะดังกลาวตลอดระยะเวลาที่มีการเลือกตั้งและในชวงระยะเวลาระหวางที่มีการสั่งใหมีการเลือกตั้งใหม ไมใชบทบัญญัติที่ไมชัดแจงดังที่ผูคัดคานกลาวอาง อีกทั้งเมื่อชั่งน้ําหนักระหวางประโยชนสาธารณะที่จะไดรับตามวัตถุประสงคของกฎหมายและผลกระทบตอการจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลแลว ประโยชนสาธารณะเพื่อใหการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นเปนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และไดมาซึ่งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นที่มีความประพฤติดีและซื่อสัตยสุจริต เขามาทําหนาที่จัดทําบริการสาธารณะเพื่อประโยชนของประชาชนในทองถิ่น ยอมมีมากกวาอยางเห็นไดชัด เปนไปตามหลักความไดสัดสวนมิไดเปนบทบัญญัติที่จํากัดสิทธิหรือเสรีภาพนอกเหนือไปจากเงื่อนไขที่กําหนดไวในรัฐธรรมนูญดังที่ผูคัดคานกลาวอาง เปนไปตามหลักนิติธรรม มีผลใชบังคับกับการกระทําของผูสมัครรับเลือกตั้งและบุคคลที่เกี่ยวของทุกคนเปนการทั่วไปโดยเสมอภาคกัน ไมเปนการเลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรมตอบุคคลไมขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗ วรรคหนึ่งและวรรคสามดังนั้น พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒มาตรา ๖๔ (๔) และมาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง (๒) มิใชบทบัญญัติที่จํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลนอกเหนือไปจากที่กําหนดไวในรัฐธรรมนูญ ไมขัดตอหลักนิติธรรม ไมเพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแกเหตุ ไมกระทบตอศักดิ์ศรีความเปนมนุษยของบุคคลมีผลใชบังคับเปนการทั่วไป ไมมุงหมายใหใชบังคับแกกรณีใดกรณีหนึ่งหรือแกบุคคลใดบุคคลหนึ่งเปนการเจาะจง ไมขัดตอหลักความเสมอภาค และไมเปนการเลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรมตอบุคคลไมขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗ วรรคหนึ่งและวรรคสามสวนขอโตแยงที่วา พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นพ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖๔ (๔) และมาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง (๒) ไมระบุบทบัญญัติที่ใหอํานาจหนา ๒๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๘ ในการตรากฎหมายจํากัดสิทธิและเสรีภาพไวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง นั้น เห็นวาพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ ไดระบุบทบัญญัติที่ใหอํานาจในการตรากฎหมายไวในคําปรารภวา “พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๒๗ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔และมาตรา ๓๗ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย บัญญัติใหกระทําไดโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแหงกฎหมาย” เพื่อใหการไดมาซึ่งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นเปนไปตามหลักธรรมาภิบาล และการปองกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคลองกับเงื่อนไขที่บัญญัติไวในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแลว คําโตแยงของผูคัดคานไมอาจรับฟงไดอาศัยเหตุผลดังกลาวขางตน จึงวินิจฉัยวา พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๖๔ (๔) และมาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง (๒) ไมขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗ วรรคหนึ่งและวรรคสามนายนครินทร เมฆไตรรัตนประธานศาลรัฐธรรมนูญนายปญญา อุดชาชน นายอุดม สิทธิวิรัชธรรมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายวิรุฬห แสงเทียน นายจิรนิติ หะวานนทตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายนภดล เทพพิทักษ นายบรรจงศักดิ์ วงศปราชญตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายอุดม รัฐอมฤต นายสุเมธ รอยกุลเจริญตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหนา ๒๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)