ThaiGovData

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๘ เรื่อง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๖๙ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๔ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๒๕ และมาตรา ๒๒๖ วรรคเจ็ด หรือไม่ [ระหว่าง ศาลจังหวัดศรีสะเกษ ผู้ร้อง - ผู้ถูกร้อง]

undated

Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th

The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.

ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลรัฐธรรมนูญคําวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๘ เรื่องพิจารณาที่ ๒๖/๒๕๖๗วันที่ ๒๕ เดือน กุมภาพันธ พุทธศักราช ๒๕๖๘ศาลจังหวัดศรีสะเกษ ผูรอง- ผูถูกรองเรื่อง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๑๖๙ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๔ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๒๕และมาตรา ๒๒๖ วรรคเจ็ด หรือไมศาลจังหวัดศรีสะเกษสงคําโตแยงของจําเลยทั้งสี่ (นายอาสพลธ สรรณไตรภพ ที่ ๑นายไพฑูรย เขตบํารุง ที่ ๔ นางแกวนภา เขตบํารุง ที่ ๕ และ นายวรชัย โปรงจิตร ที่ ๖)ในคดีอาญาหมายเลขดําที่ อ ๑๔๕๔/๒๕๖๖ เพื่อขอใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ขอเท็จจริงตามคําโตแยง คําโตแยงเพิ่มเติม และเอกสารประกอบ สรุปไดดังนี้นายประวิทย จารุรัชกุล เปนโจทก ยื่นฟองจําเลยที่ ๑ กับพวก รวม ๑๐ คน เปนจําเลยตอศาลจังหวัดศรีสะเกษวา ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรเปนการทั่วไป พ.ศ. ๒๕๖๖คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศใหวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๖ เปนวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรระหวาง หนา ๘๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘ เปนการทั่วไปพรอมกันทั่วประเทศ โจทกเปนผูสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งเขตเลือกตั้งที่ ๘ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๖ จําเลยที่ ๒ และที่ ๓ทําหนาที่แจกซองผาปาบรรจุธนบัตรฉบับละ ๕๐๐ บาท ซองละ ๑ ฉบับ ของจําเลยที่ ๑ ซึ่งเปนผูสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งเดียวกับโจทกที่บานเลขที่ ๑๒๓ หมูที่ ๒ ตําบลกําแพง อําเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเปนบานของจําเลยที่ ๔ และที่ ๕ ใหแกประชาชน และมอบธนบัตร ฉบับละ ๕๐๐ บาท เปนคาตอบแทนใหแกเจาของรถยนตที่พาบุคคลอื่นมารับซองผาปา สวนจําเลยที่ ๖ ถึงที่ ๑๐ เปนราษฎรที่รับซองผาปาการกระทําของจําเลยที่ ๒ และที่ ๓ เปนการกระทําโดยความรูเห็นหรือยินยอมของจําเลยที่ ๑อันเปนความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๓ วรรคหนึ่ง (๑) มาตรา ๑๐๑ มาตรา ๑๕๘ และมาตรา ๑๖๔ วรรคหนึ่งประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ มาตรา ๘๖ และมาตรา ๙๑ ขอใหศาลจังหวัดศรีสะเกษพิจารณาพิพากษาลงโทษและสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจําเลยทั้งสิบ ศาลจังหวัดศรีสะเกษไตสวนมูลฟองแลวเห็นวาคดีมีมูล มีคําสั่งใหประทับฟองไวพิจารณาระหวางการพิจารณาคดีของศาลจังหวัดศรีสะเกษ จําเลยทั้งสี่โตแยง ดังนี้๑. จําเลยที่ ๑ โตแยงวา รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๘ วรรคหนึ่ง บัญญัติใหการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีเปนอํานาจของศาล ซึ่งตองดําเนินการใหเปนไปตามกฎหมาย และมาตรา ๒๒๖บัญญัติหลักเกณฑ ขั้นตอน และวิธีพิจารณาคดีของศาลฎีกา กรณีผูสมัครรับเลือกตั้งผูใดกระทําการทุจริตในการเลือกตั้งหรือรูเห็นกับการกระทําของบุคคลอื่นไวเปนการเฉพาะ โดยใหคณะกรรมการการเลือกตั้งเปนผูยื่นคํารองตอศาลฎีกา และใหศาลฎีกานําสํานวนการสืบสวนหรือไตสวนของคณะกรรมการการเลือกตั้งเปนหลักในการพิจารณา รวมทั้งการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลฎีกาใหเปนไปตามระเบียบของที่ประชุมใหญของศาลฎีกาซึ่งกําหนดใหใชระบบไตสวน การที่โจทกฟองจําเลยที่ ๑ ในความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๓ วรรคหนึ่ง (๑)ซึ่งมีโทษอาญาตามมาตรา ๑๕๘ เปนคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ไมใชความผิดอาญาทั่วไปที่ตองใชวิธีพิจารณาคดีในระบบกลาวหาตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา การที่ศาลจังหวัดศรีสะเกษนําพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๑๘ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ และมาตรา ๒๖ และประมวลหนา ๘๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘ กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๒ วรรคหนึ่ง (๑) มาตรา ๑๖๗ มาตรา ๑๖๙ มาตรา ๑๗๒และมาตรา ๑๘๘ มาใชบังคับแกคดี เปนการดําเนินการและเปนบทบัญญัติที่ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๘๘ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๒๒๖๒. จําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๖ โตแยงวา รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๒๕ และมาตรา ๒๒๖ บัญญัติใหการดําเนินคดีและพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดคดีเลือกตั้งเปนหนาที่และอํานาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งและศาลฎีกา โดยในชวงกอนการประกาศผลการเลือกตั้ง ถามีหลักฐานอันควรเชื่อไดวาการเลือกตั้งมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ใหคณะกรรมการการเลือกตั้งมีอํานาจสั่งใหมีการเลือกตั้งใหมหรือสั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูนั้นไวเปนการชั่วคราว คําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้งเปนที่สุดสวนภายหลังการประกาศผลการเลือกตั้งแลว ถามีหลักฐานอันควรเชื่อไดวาผูสมัครรับเลือกตั้งกระทําการทุจริตในการเลือกตั้ง ใหคณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นคํารองตอศาลฎีกาเพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผูนั้น การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลฎีกาใหนําสํานวนการสืบสวนหรือไตสวนของคณะกรรมการการเลือกตั้งเปนหลัก ไมมีบทบัญญัติใดในรัฐธรรมนูญใหผูสมัครรับเลือกตั้งหรือบุคคลใดมีอํานาจดําเนินคดีเลือกตั้งไดดวยตนเองที่ศาลชั้นตน การยื่นฟองในฐานะโจทกตอศาลฎีกาในคดีเลือกตั้งเปนอํานาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งโดยแท การที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๖๙ บัญญัติใหในกรณีที่ปรากฏวามีการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้เกิดขึ้นในเขตเลือกตั้งใด ใหถือวาผูสมัครหรือพรรคการเมืองที่สงสมาชิกของตนลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นเปนผูเสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เปนบทบัญญัติที่เปดโอกาสใหผูสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใชสิทธิดําเนินคดีกับจําเลยทั้งสามในประเด็นขอหาที่เปนความผิดอยางเดียวกันได ๒ ชองทาง กลาวคือ ยื่นคํารองตอคณะกรรมการการเลือกตั้งและยื่นฟองคดีในฐานะผูเสียหายตอศาลชั้นตน เปนการสรางภาระในการตอสูคดีของจําเลยทั้งสามเกินสมควรและไมชอบดวยหลักบุคคลไมอาจถูกลงโทษหลายครั้งสําหรับการกระทําความผิดครั้งเดียวนอกจากนี้ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๔ บัญญัติใหศาลยุติธรรมมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีทั้งปวงเวนแตคดีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายบัญญัติใหอยูในอํานาจของศาลอื่น เมื่อมาตรา ๒๒๖ วรรคหนึ่งและวรรคเจ็ด บัญญัติใหการพิจารณาพิพากษาคดีเลือกตั้งเปนหนาที่และอํานาจของศาลฎีกาและใหการพิจารณาคดีเปนไปตามระเบียบของที่ประชุมใหญของศาลฎีกาซึ่งกําหนดใหใชระบบไตสวน แตพระราชบัญญัติหนา ๙๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘ ประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๖๙ บัญญัติใหผูสมัครหรือพรรคการเมืองที่สงสมาชิกของตนลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นเปนผูเสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาซึ่งเปนกฎหมายวิธีสบัญญัติที่ใชระบบกลาวหาในการดําเนินคดีของศาลชั้นตน บทบัญญัติดังกลาวเปนการใหอํานาจศาลดําเนินคดีในระบบกลาวหา ทั้งที่รัฐธรรมนูญบัญญัติใหการพิจารณาคดีเลือกตั้งใชระบบไตสวน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๖๙ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๘มาตรา ๑๙๔ มาตรา ๒๒๕ และมาตรา ๒๒๖ วรรคเจ็ดจําเลยทั้งสี่ขอใหศาลจังหวัดศรีสะเกษสงคําโตแยงดังกลาวตอศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๑๒ศาลจังหวัดศรีสะเกษเห็นวา จําเลยที่ ๑ โตแยงวา พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๑๘มาตรา ๒๗ (ที่ถูกคือ มาตรา ๒๔) มาตรา ๒๕ และมาตรา ๒๖ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๒ วรรคหนึ่ง (๑) มาตรา ๑๖๗ มาตรา ๑๖๙ มาตรา ๑๗๒ และมาตรา ๑๘๘ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๘ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๒๒๖ และจําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๖โตแยงวา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๑๖๕ (ที่ถูกคือ มาตรา ๑๖๙) ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๘ มาตรา ๑๙๔มาตรา ๒๒๕ และมาตรา ๒๒๖ วรรคเจ็ด ซึ่งศาลจังหวัดศรีสะเกษจะใชบทบัญญัติแหงกฎหมายดังกลาวบังคับแกคดี และยังไมมีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในสวนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินี้ จึงสงคําโตแยงและคําโตแยงเพิ่มเติมดังกลาวตอศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ วรรคหนึ่งประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญตองพิจารณาเบื้องตนมีวา ศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจรับคําโตแยงและคําโตแยงเพิ่มเติมของจําเลยทั้งสี่ไวพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ วรรคหนึ่ง หรือไมเห็นวา กรณีจําเลยที่ ๑ ขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒วา การที่ศาลจังหวัดศรีสะเกษนําพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๑๘ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕และมาตรา ๒๖ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๒ วรรคหนึ่ง (๑) มาตรา ๑๖๗มาตรา ๑๖๙ มาตรา ๑๗๒ และมาตรา ๑๘๘ มาใชบังคับแกคดี เปนการดําเนินการและเปนบทบัญญัติที่ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๘ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๒๒๖ หรือไม นั้นหนา ๙๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘ เปนการโตแยงเกี่ยวกับอํานาจและการใชบังคับกฎหมายของศาลจังหวัดศรีสะเกษในการพิจารณาคดีไมปรากฏวาจําเลยที่ ๑ ไดแสดงเหตุผลประกอบคําโตแยงวาบทบัญญัติดังกลาวขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญอยางไร กรณีไมตองดวยหลักเกณฑตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ วรรคหนึ่ง จึงมีคําสั่งไมรับคําโตแยงในสวนนี้ไวพิจารณาวินิจฉัย สวนกรณีจําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๖ ขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ วา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๖๙ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๘มาตรา ๑๙๔ มาตรา ๒๒๕ และมาตรา ๒๒๖ วรรคเจ็ด หรือไม นั้น เห็นวา บทบัญญัติดังกลาวเปนบทบัญญัติที่ศาลจังหวัดศรีสะเกษจะใชบังคับแกคดี เมื่อจําเลยทั้งสามโตแยงพรอมดวยเหตุผลวาบทบัญญัติดังกลาวขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ และยังไมมีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในสวนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินี้ กรณีเปนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ วรรคหนึ่ง จึงมีคําสั่งรับไวพิจารณาวินิจฉัยและเพื่อประโยชนแหงการพิจารณา อาศัยอํานาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๒๗ วรรคสาม ใหหนวยงานที่เกี่ยวของจัดทําความเห็นและจัดสงสําเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวของยื่นตอศาลรัฐธรรมนูญหนวยงานที่เกี่ยวของจัดทําความเห็นและจัดสงสําเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวของ ดังนี้๑. ประธานกรรมการการเลือกตั้งจัดทําความเห็นสรุปไดวา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๖๙ บัญญัติใหถือวาผูสมัครหรือพรรคการเมืองที่สงสมาชิกของตนลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นเปนผูเสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เปนการรับรองสิทธิของผูเสียหาย เนื่องจากคาใชจายในการเลือกตั้งของผูสมัครมาจากเงินที่พรรคการเมืองจัดสรร เงินสวนตัวของผูสมัครเอง และเงินหรือประโยชนอื่นใดที่ประชาชนบริจาคให ดังนั้น หากมีการกระทําความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรอันกอใหเกิดความไดเปรียบเสียเปรียบกันระหวางผูสมัครหรือทําใหการเลือกตั้งไมเปนไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม และชอบดวยกฎหมาย ผูสมัครหรือพรรคการเมืองที่สงสมาชิกของตนลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น ยอมไดรับความเสียหายโดยตรงจากการกระทําความผิดและถือเปน “ผูเสียหาย”ตามนัยของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒ (๔) เปนกรณีที่กฎหมายบัญญัติรับรองสิทธิของผูเสียหายไวอยางชัดเจนเพื่อไมใหเกิดขอโตแยงในเรื่องอํานาจฟองคดีตอศาลหรืออํานาจหนา ๙๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘ ในการรองทุกขกลาวโทษตอพนักงานสอบสวน และเปนการคงไวซึ่งหลักการเดิมตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๔๑มาตรา ๑๑๔ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๕๙๒. เลขาธิการสภาผูแทนราษฎรจัดสงสําเนาบันทึกการประชุมและรายงานการประชุมคณะกรรมการรางรัฐธรรมนูญพิจารณารางรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๒๕ และมาตรา ๒๒๖ ครั้งที่ ๒๓ครั้งที่ ๕๑ ครั้งที่ ๖๔ ครั้งที่ ๖๕ ครั้งที่ ๖๖ ครั้งที่ ๗๒ ครั้งที่ ๑๐๐ ครั้งที่ ๑๑๓ และครั้งที่ ๑๑๕สําเนาบันทึกการประชุมคณะกรรมการรางรัฐธรรมนูญพิจารณารางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. .... (หมวด ๘ บทกําหนดโทษ) ครั้งที่ ๔๔๒สําเนารายงานการประชุมและบันทึกการประชุมสภาผูแทนราษฎรพิจารณารางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. .... ครั้งที่ ๒(สมัยวิสามัญ ครั้งที่สาม) ครั้งที่ ๑๕ (สมัยประชุมสามัญทั่วไป) ครั้งที่ ๑๖ (สมัยประชุมสามัญทั่วไป)ครั้งที่ ๑๗ (สมัยประชุมสามัญทั่วไป) ครั้งที่ ๓๒ (สมัยประชุมสามัญทั่วไป) และครั้งที่ ๔ (สมัยวิสามัญ)สําเนาบันทึกการประชุมและรายงานการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ....สภาผูแทนราษฎร ครั้งที่ ๘ ครั้งที่ ๑๗ และสําเนารายงานการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาพ.ศ. .... และรางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ....วันศุกรที่ ๙ มกราคม ๒๕๔๑ สรุปไดวา รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๒๕ และมาตรา ๒๒๖ มีความมุงหมายเพื่อใหการเลือกตั้งเปนไปโดยเรียบรอย จึงแบงแยกหนาที่และอํานาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งและศาลฎีกาใหชัดเจน โดยกอนการเลือกตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งมีอํานาจในการระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูสมัครรับเลือกตั้งที่กระทําการทุจริต การระงับการใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งนั้นเปนมาตรการชั่วคราวเพื่อขจัดปญหาการทุจริตเฉพาะหนาและเพื่อประโยชนในการจัดการเลือกตั้งแตหลังจากวันเลือกตั้งศาลฎีกามีหนาที่และอํานาจในการพิจารณาพิพากษาคดี หากมีหลักฐานวามีการกระทําความผิดและเปนการกระทําความผิดรายแรง คณะกรรมการการเลือกตั้งตองยื่นคํารองหนา ๙๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘ ตอศาลฎีกาเพื่อใหมีคําสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งตอไป รัฐธรรมนูญทั้งสองมาตราดังกลาวบัญญัติเฉพาะเรื่องการสั่งใหมีการเลือกตั้งใหมหรือเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งและสิทธิเลือกตั้งเทานั้น ไมเกี่ยวของกับคดีอาญา หากเปนคดีอาญาตองดําเนินการตามกระบวนการยุติธรรมตามปกติคณะกรรมการรางรัฐธรรมนูญไมไดมีการแกไขรางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. .... มาตรา ๑๖๙ ยังคงหลักการเดิมตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๔และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๕๙๓. เลขาธิการวุฒิสภาจัดสงสําเนารายงานการประชุมและบันทึกการประชุมสภานิติบัญญัติแหงชาติพิจารณารางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ....ครั้งที่ ๖๘/๒๕๖๐ ครั้งที่ ๔/๒๕๖๑ เปนพิเศษ ครั้งที่ ๑๐/๒๕๖๑ และครั้งที่ ๑๓/๒๕๖๑สําเนารายงานการประชุมและบันทึกการประชุมสภานิติบัญญัติแหงชาติพิจารณารางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ....ครั้งที่ ๔๖ และครั้งที่ ๕๓ สําเนาคําสั่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. .... สภานิติบัญญัติแหงชาติ ที่ ๓/๒๕๕๐ เรื่องแตงตั้งคณะอนุกรรมาธิการพิจารณารางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. .... ลงวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๐สําเนารายงานผลการพิจารณาของคณะอนุกรรมาธิการพิจารณารางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. .... ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. .... สภานิติบัญญัติแหงชาติสําเนารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. .... สภานิติบัญญัติแหงชาติ พิจารณารางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. .... สําเนารายงานการประชุมคณะอนุกรรมาธิการพิจารณารางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. .... สภานิติบัญญัติแหงชาติ ครั้งที่ ๕/๒๕๕๐หนา ๙๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘ สําเนารายงานการประชุมและบันทึกการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๘ (สมัยสามัญทั่วไป) ครั้งที่ ๑๓(สมัยสามัญทั่วไป) เปนพิเศษ ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญทั่วไป) เปนพิเศษ ครั้งที่ ๓ (สมัยวิสามัญ)สําเนาเอกสารประกอบการพิจารณารางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. .... สําเนาบันทึกการประชุมและรายงานการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยคณะกรรมการการเลือกตั้งพ.ศ. .... และรางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. .... วุฒิสภา ครั้งที่ ๑๑ และสําเนารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาพ.ศ. .... วุฒิสภา สรุปไดวา สภานิติบัญญัติแหงชาติไมไดมีการแกไขรางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. .... มาตรา ๑๖๙ ยังคงหลักการเดิมตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๔๑มาตรา ๑๑๔ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๕๙๔. เลขาธิการสํานักงานศาลยุติธรรมจัดทําความเห็นสรุปไดวา รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๒๖เปนอํานาจของศาลฎีกาในการพิจารณาพิพากษาคดีและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผูสมัครตามคํารองของคณะกรรมการการเลือกตั้งเทานั้น สวนกรณีที่ผูสมัครหรือพรรคการเมืองที่สงสมาชิกของตนลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่มีการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ ฟองคดีอาญากลาวหาบุคคลใดวากระทําความผิดและใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนั้น ไมมีบทบัญญัติใดในรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑บัญญัติใหผูสมัครหรือพรรคการเมืองมีสิทธิยื่นคํารองตอศาลฎีกาไดโดยตรง มีเพียงมาตรา ๑๖๙ เทานั้นที่บัญญัติใหถือวาผูสมัครหรือพรรคการเมืองเปนผูเสียหายและมีอํานาจฟองคดีอาญาไดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๘ (๒) ดังนั้น การฟองคดีอาญาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกลาวตองดําเนินการตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมตามปกติ โดยฟองรองตอศาลชั้นตนที่มีเขตอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒ ประกอบพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๑๖ ถึงมาตรา ๑๙ หนา ๙๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘ ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคําโตแยงของจําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๖ ความเห็นและขอมูลของหนวยงานที่เกี่ยวของและเอกสารประกอบแลวเห็นวา จําเลยทั้งสามไมไดแสดงเหตุผลประกอบคําโตแยงวา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๖๙ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๘ และมาตรา ๑๙๔ วรรคสอง อยางไร ไมจําตองวินิจฉัยในสวนนี้และเห็นวาคดีเปนปญหาขอกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได จึงยุติการไตสวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๕๘วรรคหนึ่ง กําหนดประเด็นที่ตองพิจารณาวินิจฉัยวา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๖๙ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๔วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๒๕ และมาตรา ๒๒๖ วรรคเจ็ด หรือไมพิจารณาแลวเห็นวา รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๔ วรรคหนึ่ง เปนบทบัญญัติในหมวด ๑๐ ศาลสวนที่ ๒ ศาลยุติธรรม บัญญัติวา “ศาลยุติธรรมมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีทั้งปวง เวนแตคดีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายบัญญัติใหอยูในอํานาจของศาลอื่น” มาตรา ๒๒๕ และมาตรา ๒๒๖ วรรคเจ็ดเปนบทบัญญัติในหมวด ๑๒ องคกรอิสระ สวนที่ ๒ คณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่งบัญญัติวา “กอนประกาศผลการเลือกตั้งหรือการเลือก ถามีหลักฐานอันควรเชื่อไดวาการเลือกตั้งหรือการเลือกนั้นมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ใหคณะกรรมการการเลือกตั้งมีอํานาจสั่งใหมีการเลือกตั้งหรือการเลือกใหมในหนวยเลือกตั้งหรือเขตเลือกตั้งนั้น ถาผูกระทําการนั้นเปนผูสมัครรับเลือกตั้งหรือผูสมัครรับเลือก แลวแตกรณีหรือรูเห็นกับการกระทําของบุคคลอื่น ใหคณะกรรมการการเลือกตั้งสั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูนั้นไวเปนการชั่วคราวตามมาตรา ๒๒๔ (๔)” วรรคสอง บัญญัติวา “คําสั่งตามวรรคหนึ่ง ใหเปนที่สุด”และมาตรา ๒๒๖ วรรคเจ็ด บัญญัติวา “การพิจารณาพิพากษาของศาลฎีกาหรือศาลอุทธรณตามมาตรานี้ใหเปนไปตามระเบียบของที่ประชุมใหญของศาลฎีกาซึ่งตองกําหนดใหใชระบบไตสวนและใหดําเนินการโดยรวดเร็ว”พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑มีเหตุผลในการประกาศใชเนื่องจากรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยบัญญัติใหมีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร เพื่อใหการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรเปนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย จึงจําเปนตองหนา ๙๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘ ตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ โดยมาตรา ๑๖๙ อยูในหมวด ๘ บทกําหนดโทษ บัญญัติวา“ในกรณีที่ปรากฏวามีการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้เกิดขึ้นในเขตเลือกตั้งใดใหถือวาผูสมัครหรือพรรคการเมืองที่สงสมาชิกของตนลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นเปนผูเสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา”ขอโตแยงของจําเลยที่ ๔ ถึงที่ ๖ ที่วา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๖๙ บัญญัติใหถือวาผูสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นเปนผูเสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กรณีปรากฏวามีการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้เกิดขึ้นในเขตเลือกตั้ง เปนบทบัญญัติที่เปดโอกาสใหผูสมัครรับเลือกตั้งมีสิทธิดําเนินคดีตอศาลชั้นตนในประเด็นขอหาที่เปนความผิดเดียวกันกับหนาที่และอํานาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งและศาลฎีกาที่รัฐธรรมนูญบัญญัติรับรองไวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๒๕ และมาตรา ๒๒๖อีกทั้งเปนการกําหนดเขตอํานาจในการดําเนินคดีเลือกตั้งที่ศาลชั้นตนซึ่งการดําเนินคดีใชระบบกลาวหาเปนการไมชอบดวยหลักการดําเนินคดีเลือกตั้งที่กําหนดใหศาลฎีกาใชระบบไตสวนในการพิจารณาพิพากษาคดีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๒๖ วรรคเจ็ด บทบัญญัติดังกลาวขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๙๔ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๒๕ และมาตรา ๒๒๖ วรรคเจ็ด นั้น เห็นวา รัฐธรรมนูญมาตรา ๑๙๔ วรรคหนึ่ง เปนบทบัญญัติที่กําหนดใหศาลยุติธรรมมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีทั้งปวงไดแก คดีแพง คดีอาญา และคดีประเภทอื่นที่อยูในอํานาจของศาลยุติธรรม เวนแตคดีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายบัญญัติใหอยูในอํานาจของศาลอื่น เปนการรับรองเขตอํานาจใหศาลยุติธรรมในลักษณะทั่วไปสวนมาตรา ๒๒๕ และมาตรา ๒๒๖ มีความมุงหมายใหคณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งเปนองคกรอิสระทําหนาที่ควบคุม จัดการ และตรวจสอบการเลือกตั้งในระดับชาติและระดับทองถิ่น รวมถึงการควบคุมการออกเสียงประชามติ มีกลไกในการบริหารจัดการการเลือกตั้ง ควบคุมการเลือกตั้ง การสืบสวนหรือไตสวนการกระทําความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งเพื่อใหการเลือกตั้งเปนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมกอนประกาศผลการเลือกตั้ง หากเห็นวาการเลือกตั้งมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ใหคณะกรรมการการเลือกตั้งสั่งใหมีการเลือกตั้งใหมในหนวยเลือกตั้งหรือเขตเลือกตั้งนั้น หรือสั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไวเปนการชั่วคราวเปนระยะเวลาไมเกินหนึ่งป แตถาหลังประกาศผลการเลือกตั้ง มีหลักฐานอันควรเชื่อไดวาผูสมัครรับเลือกตั้งผูใดกระทําการทุจริตในการเลือกตั้ง หรือรูเห็นกับการกระทําดังกลาวของบุคคลอื่นหนา ๙๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘ ใหคณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นคํารองตอศาลฎีกา ใหศาลฎีกามีหนาที่และอํานาจในการพิจารณาพิพากษาคดีเลือกตั้ง หากศาลฎีกาพิพากษาวาบุคคลนั้นกระทําความผิดตามที่ถูกรอง ใหศาลฎีกาสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของบุคคลผูนั้นเปนเวลาสิบป การที่รัฐธรรมนูญบัญญัติใหคณะกรรมการการเลือกตั้งและศาลฎีกามีหนาที่และอํานาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๒๕และมาตรา ๒๒๖ เนื่องจากมีความมุงหมายเพื่อใหการจัดการเลือกตั้งเปนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมและเสร็จสิ้นไปโดยเร็ว จึงบัญญัติกระบวนการเฉพาะใหหนาที่และอํานาจคณะกรรมการการเลือกตั้งดําเนินคดีเลือกตั้งในฐานะโจทกตอศาลฎีกาไดโดยตรง ไมจําตองเริ่มกระบวนการตามลําดับชั้นของศาลการดําเนินคดีในศาลฎีกาตองดําเนินการโดยรวดเร็วและถือเปนที่สุดในทางตุลาการ โดยรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๒๖ วรรคเจ็ด บัญญัติใหการพิจารณาพิพากษาของศาลฎีกาในคดีนี้ใชระบบไตสวนเพื่อเปนเครื่องมือใหศาลหรือผูพิพากษามีบทบาทหลักในการแสวงหาความจริงเพื่อพิสูจนการกระทําของจําเลยการรับฟงพยานหลักฐานใชมาตรฐานการพิสูจนเพียงมีหลักฐานอันควรเชื่อไดวาการเลือกตั้งมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมเทานั้น ประกอบกับโทษตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๒๖ ที่บัญญัติใหศาลฎีกามีอํานาจสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ไมใชโทษทางอาญา แตมีลักษณะเปนมาตรการเกี่ยวกับการเลือกตั้งเพื่อดําเนินการตอบุคคลที่กระทําความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือการดํารงตําแหนงทางการเมืองใหไดรับผลราย อันเปนมาตรการปองกันไมใหบุคคลที่มีพฤติกรรมหรือสถานะที่ไมเหมาะสมเขาสูตําแหนงทางการเมือง และตองเสียสิทธิในการมีสวนรวมทางการเมืองภายในระยะเวลาที่กําหนดสวนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑เปนกฎหมายที่มีบทกําหนดโทษทางอาญาแกบุคคลที่กระทําการอันเปนการทุจริตการเลือกตั้งหรือกรณีที่ฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ การที่กฎหมายบัญญัติใหมีโทษทางอาญามีเจตนารมณเพื่อคุมครองประโยชนสาธารณะและรักษาความสงบเรียบรอยในสังคม ประเทศไทยยึดหลักการดําเนินคดีอาญาโดยรัฐควบคูไปกับการดําเนินคดีอาญาโดยผูเสียหาย ปรากฏตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๘ ที่บัญญัติใหพนักงานอัยการและผูเสียหายมีสิทธิฟองคดีตอศาลการดําเนินกระบวนพิจารณาคดีตองดําเนินการตามหลักการดําเนินคดีอาญาทั่วไป โดยเริ่มกระบวนการตั้งแตในศาลชั้นตนที่มีเขตอํานาจ จําเลยมีสิทธิอุทธรณ ฎีกา และตอสูคดีไดตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาบัญญัติไว การรับฟงพยานหลักฐานเพื่อพิสูจนความผิดของจําเลยตองถึงขนาดปราศจากเหตุหนา ๙๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘ อันควรสงสัย การที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๖๙ บัญญัติใหผูสมัครหรือพรรคการเมืองที่สงสมาชิกของตนลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งเปนผูเสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เนื่องจากการหาเสียงเลือกตั้งผูสมัครหรือพรรคการเมืองตองเสียคาใชจายในการเลือกตั้งซึ่งเปนเงินของพรรคการเมืองที่ไดรับการจัดสรรเงินสวนตัวของผูสมัคร เงินหรือประโยชนอื่นใดที่ประชาชนบริจาคใหพรรคการเมือง หากมีการกระทําความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งอันกอใหเกิดความไดเปรียบเสียเปรียบกันระหวางผูสมัครหรือทําใหการเลือกตั้งไมเปนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ผูสมัครหรือพรรคการเมืองที่สงสมาชิกของตนลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น ยอมไดรับความเสียหายโดยตรงจากการกระทําความผิด ถือเปน “ผูเสียหาย”ตามนัยของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒ (๔) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๖๙ จึงรับรองความเปนผูเสียหายใหกับผูสมัครหรือพรรคการเมืองไวเพื่อใหเกิดความชัดเจน โดยยังคงหลักการเดิมตั้งแตพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๔๑มาตรา ๑๑๔ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๕๙ และสอดคลองกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๘ และพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๑๔๐ อีกดวยดังนั้น พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๑๖๙ เปนบทบัญญัติที่ใหสิทธิผูสมัครหรือพรรคการเมืองที่สงสมาชิกของตนลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นเปนผูเสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา อันเปนการดําเนินคดีอาญาทั่วไปกับผูกระทําความผิดที่ใหอํานาจทั้งรัฐและผูเสียหาย สิทธิในการตอสูคดีอาญาของจําเลยยอมเปนไปตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาบัญญัติรับรองไว สวนการดําเนินคดีเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๒๖ มุงตรวจสอบวาการเลือกตั้งสุจริตหรือเที่ยงธรรมหรือไม การดําเนินคดีอาญาเกี่ยวกับการเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑เปนกระบวนการดําเนินคดีที่มีวัตถุประสงคและเจตนารมณที่แตกตางกัน การกําหนดผูมีอํานาจฟองคดีเขตอํานาจศาล หรือระบบในการพิจารณาคดียอมแตกตางกันตามลักษณะของคดี ไมมีลักษณะเปนการกําหนดหนา ๙๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘ ใหคดีซึ่งรัฐธรรมนูญบัญญัติใหอยูในอํานาจของศาลฎีกาไปอยูในอํานาจของศาลชั้นตน ไมสงผลกระทบตอหนาที่และอํานาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไมเปนการเปดโอกาสใหผูสมัครหรือพรรคการเมืองที่สงสมาชิกของตนลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใชสิทธิดําเนินคดีไดหลายชองทาง ไมเปนการนําการดําเนินคดีในระบบกลาวหามาใชในคดีที่รัฐธรรมนูญบัญญัติใหใชระบบไตสวน ไมขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๙๔ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๒๕ และมาตรา ๒๒๖ วรรคเจ็ดอาศัยเหตุผลดังกลาวขางตน จึงวินิจฉัยวา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๖๙ ไมขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๔วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๒๕ และมาตรา ๒๒๖ วรรคเจ็ดนายนครินทร เมฆไตรรัตนประธานศาลรัฐธรรมนูญนายปญญา อุดชาชน นายอุดม สิทธิวิรัชธรรมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายวิรุฬห แสงเทียน นายจิรนิติ หะวานนทตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายนภดล เทพพิทักษ นายบรรจงศักดิ์ วงศปราชญตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายอุดม รัฐอมฤต นายสุเมธ รอยกุลเจริญตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหนา ๑๐๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)