คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน [คดีหมายเลขดำที่ อม. ๓๒/๒๕๖๗ คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๖/๒๕๖๘ ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้อง นายสมคิด อ่อนแก้ว ผู้ถูกกล่าวหา]
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
(อม.๓๔)คําพิพากษา คดีหมายเลขดําที่ อม. ๒๗/๒๕๖๗คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๕/๒๕๖๘ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองวันที่ ๔ เดือน กุมภาพันธ พุทธศักราช ๒๕๖๘คณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ ผูรองนายอาแซ มาหะมะ ผูถูกกลาวหาเรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพยสินและหนี้สินผูรองยื่นคํารองและแกไขคํารองขอใหวินิจฉัยวา ผูถูกกลาวหาไดรับเลือกตั้งใหดํารงตําแหนงนายกเทศมนตรีตําบลตอหลัง อําเภอยะหริ่ง จังหวัดปตตานี เขารับตําแหนง (ครั้งที่ ๒) เมื่อวันที่๑๐ กันยายน ๒๕๕๕ และพนจากตําแหนงดังกลาว เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๔ ตอมาผูถูกกลาวหาไดรับเลือกตั้งใหดํารงตําแหนงนายกเทศมนตรีตําบลตอหลัง อําเภอยะหริ่ง จังหวัดปตตานี อีกครั้งเขารับตําแหนง (ครั้งที่ ๓) เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๔ และดํารงตําแหนงเรื่อยมาจนปจจุบันผูถูกกลาวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบ กรณีพนจากตําแหนง(ครั้งที่ ๒) เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๔ และกรณีเขารับตําแหนง (ครั้งที่ ๓) เมื่อวันที่๑๖ กันยายน ๒๕๖๔ โดยจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินหรือหนี้สินตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น ขอใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง กับขอใหลงโทษระหวาง หนา ๒๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๘๑, ๑๑๔ วรรคสอง (๑), ๑๖๗ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพพิเคราะหคํารอง เอกสารประกอบคํารอง และคําใหการของผูถูกกลาวหาแลว ขอเท็จจริงฟงไดวา ผูถูกกลาวหาไดรับเลือกตั้งใหดํารงตําแหนงนายกเทศมนตรีตําบลตอหลัง อําเภอยะหริ่งจังหวัดปตตานี เขารับตําแหนง (ครั้งที่ ๒) เมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๕ และพนจากตําแหนง(ครั้งที่ ๒) เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ ๒๕๖๔ ผูถูกกลาวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบ กรณีพนจากตําแหนงดังกลาว เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๔ ผูถูกกลาวหาไดรับเลือกตั้งใหดํารงตําแหนงนายกเทศมนตรีตําบลตอหลัง อําเภอยะหริ่ง จังหวัดปตตานี เขารับตําแหนง(ครั้งที่ ๓) เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๔ และดํารงตําแหนงเรื่อยมาจนปจจุบัน ผูถูกกลาวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรอง กรณีเขารับตําแหนง (ครั้งที่ ๓)เมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๔ ผูรองตรวจสอบแลวปรากฏวา ผูถูกกลาวหาไมแสดงรายการทรัพยสินไดแก (๑) บัญชีเงินฝาก กรณีพนจากตําแหนง (ครั้งที่ ๒) จํานวน ๑๐ บัญชี จํานวนเงิน๖,๔๗๗,๒๐๑.๑๒ บาท และกรณีเขารับตําแหนง (ครั้งที่ ๓) จํานวน ๑๑ บัญชี จํานวนเงิน๖,๕๙๗,๑๓๙.๙๐ บาท (๒) รายการที่ดินกรณีพนจากตําแหนง (ครั้งที่ ๒) จํานวน ๑๒๘ แปลงมูลคา ๑๐๕,๐๑๓,๘๕๖.๑๓ บาท และกรณีเขารับตําแหนง (ครั้งที่ ๓) จํานวน ๑๒๙ แปลงมูลคา ๑๐๕,๘๔๒,๘๕๖.๗๘ บาท (๓) รายการโรงเรือน กรณีพนจากตําแหนง (ครั้งที่ ๒) และกรณีเขารับตําแหนง (ครั้งที่ ๓) บาน ๑ หลัง บนที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๘๕๗๘๐ ตําบลคอหงสอําเภอหาดใหญ จังหวัดสงขลา มูลคาตามสัญญาซื้อขาย ๘๕๐,๐๐๐ บาท (๔) รายการยานพาหนะกรณีพนจากตําแหนง (ครั้งที่ ๒) และกรณีเขารับตําแหนง (ครั้งที่ ๓) จํานวน ๑๒ คัน มูลคา๔,๖๓๗,๔๘๐.๐๐ บาท ผูรองจึงแจงขอกลาวหาวาผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินหรือหนี้สินดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น วันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๕ผูถูกกลาวหาชี้แจงพรอมแสดงเอกสารหลักฐานประกอบ โดยบางรายการไมชี้แจง บางรายการอางวาไมทราบหรืออางวาปวยดวยโรคอัมพฤกษ มีแผลกดทับ คูสมรสจึงเตรียมเอกสารรายการที่ดินเทากับจํานวนที่ดินที่เคยยื่นบัญชีกรณีเขารับตําแหนงเมื่อป ๒๕๕๕ ใหลูกจางเปนผูจัดทําบัญชี ผูรองพิจารณาแลวเห็นวารายการเงินฝากเฉพาะตามคํารองขอ ๒ รายการเงินฝาก ๑.๗, ๑.๙ ถึง ๑.๑๑ กรณีพนจากตําแหนงหนา ๒๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘
(ครั้งที่ ๒) รวม ๔ บัญชี จํานวนเงิน ๖,๓๙๖,๓๖๓.๒๗ บาท กรณีเขารับตําแหนง (ครั้งที่ ๓)รวม ๔ บัญชี จํานวนเงิน ๖,๕๑๔,๙๖๓.๒๗ บาท มีรายการเคลื่อนไหวและเปนเงินจํานวนมากเมื่อเทียบกับรายการเงินฝากที่แสดง รายการที่ดิน กรณีพนจากตําแหนง (ครั้งที่ ๒) จํานวน ๑๒๒ แปลงมูลคา ๑๐๓,๙๘๑,๘๐๖.๗๘ บาท กรณีเขารับตําแหนง (ครั้งที่ ๓) จํานวน ๑๒๓ แปลงมูลคา ๑๐๔,๘๑๐,๘๐๖.๗๘ บาท ซึ่งเปนจํานวนมากและมีมูลคาสูง รายการโรงเรือนและสิ่งปลูกสราง ๑ หลังซึ่งตั้งอยูบนที่ดินมีชื่อคูสมรสของผูถูกกลาวหาเปนผูถือกรรมสิทธิ์ สวนรถยนตตามคํารองขอ ๒รายการยานพาหนะ ๔.๘ เปนยานพาหนะมีมูลคามากเมื่อเทียบกับรายการยานพาหนะที่แสดงทั้งสี่รายการขางตนผูถูกกลาวหายอมรูดีวามีทรัพยสินดังกลาว ผูถูกกลาวหาจึงจงใจยื่นบัญชีทรัพยสินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบ กรณีพนจากตําแหนง (ครั้งที่ ๒) และกรณีเขารับตําแหนง (ครั้งที่ ๓)ดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองมีคําสั่งรับคํารองนี้ไวพิจารณาเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ โดยมิไดมีคําสั่งเปนอยางอื่นผูถูกกลาวหาจึงตองหยุดปฏิบัติหนาที่นับแตวันดังกลาวจนกวาจะมีคําพิพากษาปญหาตองวินิจฉัยมีวา ผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สิน กรณีพนจากตําแหนง (ครั้งที่ ๒)และกรณีเขารับตําแหนง (ครั้งที่ ๓) ในตําแหนงนายกเทศมนตรี ตําบลตอหลัง อําเภอยะหริ่งจังหวัดปตตานี หรือไม เห็นวา ผูถูกกลาวหาดํารงตําแหนงนายกเทศมนตรี จึงเปนเจาหนาที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๔ มีหนาที่ตองยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินตอผูรอง ทั้งกรณีเขารับตําแหนงและกรณีพนจากตําแหนง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๐๒ (๙) และมาตรา ๑๐๕ ประกอบประกาศคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ เรื่อง กําหนดตําแหนงของผูบริหารทองถิ่น รองผูบริหารทองถิ่นผูชวยผูบริหารทองถิ่น และสมาชิกสภาทองถิ่นขององคกรปกครองสวนทองถิ่น ที่ตองยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สิน ตามมาตรา ๑๐๒ (๙) พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งผูถูกกลาวหาเคยยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สิน กรณีเขารับตําแหนงและกรณีพนจากตําแหนง (ครั้งที่ ๑) เมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๔และวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๕ ตามลําดับ ทั้งกรณีเขารับตําแหนง (ครั้งที่ ๒) ก็ไดยื่นบัญชีหนา ๒๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘
แสดงรายการทรัพยสินและหนี้สิน เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ผูถูกกลาวหายอมทราบดีวามีหนาที่ตองยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินตามที่มีอยูจริงในวันที่เขารับตําแหนงหรือพนจากตําแหนงตอผูรองทุกครั้งตามแบบที่ผูรองประกาศกําหนด การที่ผูถูกกลาวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินของตน คูสมรส และบุตรที่ยังไมบรรลุนิติภาวะ ทั้งสองกรณีโดยระบุวา นางปาตีเมาะ มะสะเปนคูสมรส จดทะเบียนสมรส เมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๐ ตามที่ผูรองรองขอใหศาลวินิจฉัยรายการเงินฝากของคูสมรสผูถูกกลาวหาที่ไมแสดง รวม ๔ บัญชี จํานวนเงินในบัญชีรวมกันมากกวาหกลานบาท ไมแสดงรายการที่ดินของผูถูกกลาวหาและคูสมรส กรณีพนจากตําแหนง (ครั้งที่ ๒)และกรณีเขารับตําแหนง (ครั้งที่ ๓) รวมกันจํานวนมากถึง ๑๒๒ แปลง และ ๑๒๓ แปลง ตามลําดับรวมมูลคาที่ดินมากกวาหนึ่งรอยลานบาท ไมแสดงรายการโรงเรือนและสิ่งปลูกสรางที่ตั้งอยูบนที่ดินของคูสมรส และไมแสดงรายการยานพาหนะรถยนตมูลคากวาสามลานบาท และทรัพยสินจํานวนมากดังกลาวสวนใหญผูถูกกลาวหาและคูสมรสไดมาในชวงระยะเวลาที่ดํารงตําแหนงในครั้งที่ ๒ และครั้งที่ ๓และใกลกับชวงระยะเวลาที่ผูถูกกลาวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินตอผูรอง ผูถูกกลาวหาทราบดีวาตนและคูสมรสมีทรัพยสินขางตนจํานวนมากและมีมูลคาสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับรายการที่แสดงทั้งหมด ซึ่งรวมทรัพยสินทั้งสิ้นมีเพียงยี่สิบแปดลานบาทเศษในกรณีพนจากตําแหนง (ครั้งที่ ๒)และยี่สิบเกาลานบาทเศษในกรณีเขารับตําแหนง (ครั้งที่ ๓) พฤติการณสอแสดงใหเห็นวาผูถูกกลาวหาไมใสใจตอหนาที่ที่จะตองปฏิบัติในการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินที่มีอยูใหตรงตอความเปนจริงซึ่งเปนมาตรการที่กฎหมายบัญญัติ เพื่อใหเกิดการตรวจสอบทรัพยสินและหนี้สินของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองซึ่งเปนผูใชอํานาจรัฐ ประกอบกับผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพ คดีจึงฟงไดวา ผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้นกรณีพนจากตําแหนง (ครั้งที่ ๒) และกรณีเขารับตําแหนง (ครั้งที่ ๓) เมื่อวินิจฉัยดังนี้แลว ผูถูกกลาวหาจึงตองพนจากตําแหนงนายกเทศมนตรีตําบลตอหลัง อําเภอยะหริ่ง จังหวัดปตตานี นับแตวันหยุดปฏิบัติหนาที่(วันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗) และใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑ วรรคหนึ่งและวรรคสอง ประกอบมาตรา ๑๑๔ วรรคสาม ทั้งการกระทําของผูถูกกลาวหายังเปนความผิดตามมาตรา ๑๖๗ อันเปนความผิดตางกรรมตางวาระกัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑หนา ๒๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘
พิพากษาวา นายอาแซ มาหะมะ ผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินหรือหนี้สินตอผูรอง กรณีพนจากตําแหนงนายกเทศมนตรีตําบลตอหลัง อําเภอยะหริ่ง จังหวัดปตตานี(ครั้งที่ ๒) และกรณีเขารับตําแหนงนายกเทศมนตรีตําบลตอหลัง อําเภอยะหริ่ง จังหวัดปตตานี(ครั้งที่ ๓) ดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๑๔ วรรคสอง (๑) ใหผูถูกกลาวหาพนจากตําแหนงนายกเทศมนตรีตําบลตอหลัง อําเภอยะหริ่ง จังหวัดปตตานี นับแตวันหยุดปฏิบัติหนาที่(วันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗) และใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูถูกกลาวหาตลอดไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๘๑ วรรคหนึ่งและวรรคสอง ประกอบมาตรา ๑๑๔ วรรคสาม กับมีความผิดตามมาตรา ๑๖๗เปนความผิดหลายกรรมตางกันใหลงโทษทุกกรรมเปนกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๑ จําคุกกระทงละ ๒ เดือน และปรับกระทงละ ๘,๐๐๐ บาท รวมสองกระทงเปนจําคุก ๔ เดือน และปรับ ๑๖,๐๐๐ บาท ผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพ เปนประโยชนแกการพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษใหกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘คงจําคุก ๒ เดือน และปรับ ๘,๐๐๐ บาท ผูถูกกลาวหามีอายุมากประกอบกับปวยเปนโรคอัมพฤกษเปนคนไขติดเตียง และไตวายระยะสุดทาย ทั้งไมปรากฏวาผูถูกกลาวหาเคยไดรับโทษจําคุกมากอนจึงใหรอการลงโทษจําคุกไวมีกําหนด ๑ ป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไมชําระคาปรับใหจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐.นายประกอบ ลีนะเปสนันทนายวิทยา พรหมประสิทธิ์ นายระบิล จันทรภิรมยนางอัจฉรา วริวงศ นายสอนชัย สิราริยกุลนางยุพา วงศทองทิว นายสิทธิพร บุญยฤทธิ์นายนพพร โพธิรังสิยากร นายอนันต วงษประภารัตนหนา ๒๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)