คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน [คดีหมายเลขดำที่ อม. ๓๓/๒๕๖๗ คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๗/๒๕๖๘ ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้อง นายสมเกียรติ บุตรตา ผู้ถูกกล่าวหา]
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
(อม.๓๔)คําพิพากษา คดีหมายเลขดําที่ อม. ๓๒/๒๕๖๗คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๖/๒๕๖๘ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองวันที่ ๒๖ เดือน กุมภาพันธ พุทธศักราช ๒๕๖๘คณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ ผูรองนายสมคิด ออนแกว ผูถูกกลาวหาเรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพยสินและหนี้สินผูรองยื่นคํารองขอใหวินิจฉัยวา ผูถูกกลาวหาไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลบางกุง อําเภอหวยยอด จังหวัดตรัง (ครั้งที่ ๑) เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๖และพนจากตําแหนง (ครั้งที่ ๑) เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ ตอมาผูถูกกลาวหาไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลบางกุง อําเภอหวยยอด จังหวัดตรัง (ครั้งที่ ๒)เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๔ ซึ่งเปนเจาหนาที่ของรัฐ จงใจไมยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองภายในเวลาที่กฎหมายกําหนด และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สิน กรณีพนจากตําแหนง (ครั้งที่ ๑) และกรณีเขารับตําแหนง(ครั้งที่ ๒) ขอใหพนจากตําแหนงและใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูถูกกลาวหา กับใหลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๘๑, ๑๑๔ วรรคสอง (๑), ๑๖๗ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพระหวาง หนา ๒๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘
พิเคราะหคํารองประกอบเอกสารทายคํารองและคําใหการรับสารภาพของผูถูกกลาวหาแลวขอเท็จจริงฟงไดวา ผูถูกกลาวหาไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลบางกุงอําเภอหวยยอด จังหวัดตรัง (ครั้งที่ ๑) เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ และพนจากตําแหนง(ครั้งที่ ๑) เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ ตอมาผูถูกกลาวหาไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลบางกุง อําเภอหวยยอด จังหวัดตรัง (ครั้งที่ ๒) เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๔ผูถูกกลาวหาจึงเปนเจาหนาที่ของรัฐมีหนาที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบกรณีเขารับตําแหนง (ครั้งที่ ๑) เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ (ครบกําหนดอายุความดําเนินคดีแลว)กรณีพนจากตําแหนง (ครั้งที่ ๑) ภายใน ๖๐ วัน นับแตวันถัดจากวันพนตําแหนง ครบกําหนดภายในวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ขยายระยะเวลายื่นออกไปอีก ๓๐ วัน ถึงวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๔และกรณีเขารับตําแหนง (ครั้งที่ ๒) ภายใน ๖๐ วัน นับแตวันถัดจากวันเขารับตําแหนง ครบกําหนดภายในวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ ๒๕๖๕ คดีนี้ผูรองบรรยายวา ผูถูกกลาวหาจงใจไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองภายในเวลาที่กฎหมายกําหนด กรณีพนจากตําแหนงเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ และกรณีเขารับตําแหนงภายในวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๔ผูรองมีหนังสือแจงใหผูถูกกลาวหายื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินพรอมเอกสารประกอบใหถูกตองครบถวนภายในกําหนด ๓๐ วัน นับแตวันที่ไดรับหนังสือแลว ผูถูกกลาวหาไดยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินกรณีพนจากตําแหนง (ครั้งที่ ๑) (ลวงพนกําหนดเวลา ๔๒๐ วัน) และกรณีเขารับตําแหนง (ครั้งที่ ๒)(ลวงพนกําหนดเวลา ๓๓๖ วัน) พฤติการณดังกลาวแสดงใหเห็นวาผูถูกกลาวหาจงใจเพิกเฉยตอหนาที่ที่ตองปฏิบัติใหถูกตองตามกฎหมาย และมีเจตนาหลีกเลี่ยงเพื่อไมใหผูรองตรวจสอบเปนการละเลยและไมใสใจตอหนาที่ จึงฟงไดวาผูถูกกลาวหาจงใจไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบดังกลาว ผูรองจึงยื่นคํารองเปนคดีนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองมีคําสั่งรับคํารองนี้ไวพิจารณาเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๘ โดยมิไดมีคําสั่งเปนอยางอื่นผูถูกกลาวหาจึงตองหยุดปฏิบัติหนาที่นับแตวันดังกลาวจนกวาจะมีคําพิพากษาปญหาตองวินิจฉัยมีวา ผูถูกกลาวหาจงใจไมยื่นบัญชีทรัพยสินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองภายในเวลาที่กฎหมายกําหนด และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สิน กรณีพนจากตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลบางกุง อําเภอหวยยอดจังหวัดตรัง (ครั้งที่ ๑) และกรณีเขารับตําแหนงดังกลาว (ครั้งที่ ๒) หรือไม เห็นวา ผูถูกกลาวหาดํารงตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลบางกุง จึงเปนเจาหนาที่ของรัฐในตําแหนงรองผูบริหารทองถิ่นหนา ๒๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๔ มีหนาที่ยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบของตน คูสมรส และบุตรที่ยังไมบรรลุนิติภาวะตอผูรอง กรณีเขารับตําแหนงและกรณีพนจากตําแหนง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๐๒ (๙)และมาตรา ๑๐๕ ประกอบประกาศคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติเรื่อง กําหนดตําแหนงของผูบริหารทองถิ่น รองผูบริหารทองถิ่น ผูชวยผูบริหารทองถิ่น และสมาชิกสภาทองถิ่นขององคกรปกครองสวนทองถิ่น ที่ตองยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินตามมาตรา ๑๐๒ (๙)พ.ศ. ๒๕๖๑ เมื่อผูรองมีหนังสือแจงใหผูถูกกลาวหายื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบทั้งกรณีพนจากตําแหนง (ครั้งที่ ๑) และกรณีเขารับตําแหนง (ครั้งที่ ๒) ใหถูกตองครบถวนภายในกําหนดแตผูถูกกลาวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบเกินเวลาที่กฎหมายกําหนดกรณีพนจากตําแหนง (ครั้งที่ ๑) (ลวงพนกําหนดเวลา ๔๒๐ วัน) และกรณีเขารับตําแหนง (ครั้งที่ ๒)(ลวงพนกําหนดเวลา ๓๓๖ วัน) และเปนเวลาที่ผูรองไดแจงขอกลาวหาแกผูถูกกลาวหาแลว แมผูถูกกลาวหาจะอางเหตุโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ การเจ็บปวยของบุตรชาย ปรับปรุงซอมแซมบานและเอกสารบางสวนสูญหายมานั้นก็ตาม ก็ไมเปนเหตุผลเพียงพอที่นํามากลาวอางเพื่อหักลางหนาที่ที่ตองปฏิบัติตามกฎหมายไดเมื่อผูถูกกลาวหาจงใจเพิกเฉยตอหนาที่ที่ตองปฏิบัติใหถูกตองตามกฎหมาย และมีเจตนาหลีกเลี่ยงเพื่อไมใหผูรองตรวจสอบเปนการละเลยและไมใสใจตอหนาที่ มีผลเทากับผูถูกกลาวหาไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินตอผูรองตามกฎหมาย พฤติการณแสดงใหเห็นวา ผูถูกกลาวหาไมใสใจตอหนาที่อันสําคัญตามกฎหมายที่จะตองปฏิบัติโดยเครงครัด เพื่อใหเกิดการตรวจสอบการใชอํานาจของเจาหนาที่ของรัฐ โดยมีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น ประกอบกับผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพ จึงรับฟงไดวาผูถูกกลาวหาจงใจไมยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองภายในเวลาที่กฎหมายกําหนด และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สิน กรณีพนจากตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลบางกุง (ครั้งที่ ๑)และกรณีเขารับตําแหนงดังกลาว (ครั้งที่ ๒) มีผลทําใหผูถูกกลาวหาตองพนจากตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลบางกุง นับแตวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๘ ซึ่งเปนวันหยุดปฏิบัติหนาที่โดยผลของกฎหมาย และถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑ ประกอบมาตรา ๑๑๔ วรรคสามและเปนความผิดฐานเปนเจาหนาที่ของรัฐจงใจไมยื่นบัญชีรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบหนา ๓๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ตอผูรองภายในเวลาที่กฎหมายกําหนด และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สิน ตามมาตรา ๑๖๗ ดวยพิพากษาวา นายสมคิด ออนแกว ผูถูกกลาวหาจงใจไมยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรอง และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินกรณีพนจากตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลบางกุง (ครั้งที่ ๑) และกรณีเขารับตําแหนงดังกลาว(ครั้งที่ ๒) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๑๑๔ วรรคสอง (๑) ใหผูถูกกลาวหาพนจากตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลบางกุง(ครั้งที่ ๒) นับแตวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๘ ซึ่งเปนวันหยุดปฏิบัติหนาที่โดยผลของกฎหมายใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูถูกกลาวหาตลอดไป ตามมาตรา ๘๑ ประกอบมาตรา ๑๑๔วรรคสาม กับมีความผิดตามมาตรา ๑๖๗ การกระทําของผูถูกกลาวหาเปนความผิดหลายกรรมตางกันใหลงโทษทุกกรรมเปนกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ จําคุกกระทงละ ๒ เดือนและปรับกระทงละ ๘,๐๐๐ บาท รวม ๒ กระทง ผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพ เปนประโยชนแกการพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษใหกระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘คงจําคุกกระทงละ ๑ เดือน และปรับกระทงละ ๔,๐๐๐ บาท รวม ๒ กระทง เปนจําคุก ๒ เดือนและปรับ ๘,๐๐๐ บาท ไมปรากฏวาผูถูกกลาวหาเคยไดรับโทษจําคุกมากอน โทษจําคุกจึงใหรอการลงโทษไวมีกําหนด ๑ ป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไมชําระคาปรับ ใหจัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙, ๓๐. นายภัฏ วิภูมิรพีนายสุจินต เชี่ยวชาญศิลป นายปรีชา เชิดชูนายชัยฤทธิ์ เทวะผลิน นายพงษเดช วานิชกิตติกูลนางสาวอารียพร วงศจันทร นายทินกร กอเพียรเจริญนายอธิคม อินทุภูติ นายสุภัทร สุทธิมนัสหนา ๓๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)