คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน [คดีหมายเลขดำที่ อม. ๓๓/๒๕๖๗ คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๗/๒๕๖๘ ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้อง นายสมเกียรติ บุตรตา ผู้ถูกกล่าวหา]
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
(อม.๓๔)คําพิพากษา คดีหมายเลขดําที่ อม. ๓๓/๒๕๖๗คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๗/๒๕๖๘ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองวันที่ ๕ เดือน มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘คณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ ผูรองนายสมเกียรติ บุตรตา ผูถูกกลาวหาเรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพยสินและหนี้สินผูรองยื่นคํารองวา ผูถูกกลาวหาไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลนาคําใหญ อําเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี มีหนาที่ยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินของตน คูสมรสและบุตรที่ยังไมบรรลุนิติภาวะตามที่มีอยูจริงตอผูรอง แตผูถูกกลาวหาจงใจไมยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินพรอมเอกสารประกอบตอผูรอง และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้นกรณีพนจากตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลนาคําใหญ เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ขอใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูถูกกลาวหา กับลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑, ๑๑๔ วรรคสอง (๑) และ ๑๖๗ผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพระหวาง หนา ๓๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘
พิเคราะหคํารองประกอบเอกสารทายคํารอง และคําใหการของผูถูกกลาวหาแลว ขอเท็จจริงรับฟงไดวา เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๓ ผูถูกกลาวหาไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลนาคําใหญ อําเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ตามคําสั่งองคการบริหารสวนตําบลนาคําใหญ ที่ ๓๐๔/๒๕๖๓ และผูถูกกลาวหาไดยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินกรณีเขารับตําแหนงแลว เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ตอมาผูถูกกลาวหาพนจากตําแหนงดังกลาวเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ จึงมีหนาที่ยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินภายในวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔แตผูถูกกลาวหาไมยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินตอผูรองภายในกําหนดเวลาดังกลาว ผูรองมีหนังสือแจงใหผูถูกกลาวหาดําเนินการยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินพรอมเอกสารประกอบใหถูกตองภายใน ๓๐ วันนับแตวันที่ไดรับแจงเปนหนังสือ และมีหนังสือแจงใหผูถูกกลาวหาไปรับทราบขอกลาวหา กับมีหนังสือแจงขอกลาวหาใหผูถูกกลาวหาทราบ ผูถูกกลาวหาไดรับหนังสือของผูรองโดยชอบแลว และผูถูกกลาวหาไดเดินทางมารับทราบขอกลาวหา และเขาใจขอกลาวหาโดยตลอด และประสงคจะชี้แจงขอกลาวหาตอมาก็ไมไดชี้แจงขอกลาวหา แตอยางใดปญหาตองวินิจฉัยวา ผูถูกกลาวหาจงใจไมยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินตอผูรอง และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สิน กรณีพนจากตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลนาคําใหญ หรือไม เห็นวา ผูถูกกลาวหาไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลนาคําใหญ จึงเปนรองผูบริหารทองถิ่นและเปนเจาหนาที่ของรัฐ มีหนาที่ยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินของตน คูสมรส และบุตรที่ยังไมบรรลุนิติภาวะตามที่มีอยูจริงตอผูรองเมื่อพนจากตําแหนงตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๔, ๑๐๒ (๙) และ ๑๐๕ และประกาศคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติเรื่อง กําหนดตําแหนงของผูบริหารทองถิ่น รองผูบริหารทองถิ่น ผูชวยผูบริหารทองถิ่น และสมาชิกสภาทองถิ่นขององคกรปกครองสวนทองถิ่น ที่ตองยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สิน ตามมาตรา ๑๐๒ (๙)พ.ศ. ๒๕๖๑ ผูถูกกลาวหาพนจากตําแหนงดังกลาวเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ จึงมีหนาที่ยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินภายในวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ แตผูถูกกลาวหาไมยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินตอผูรองภายในกําหนดเวลาดังกลาว ซึ่งการยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินเปนหนาที่หนา ๓๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ตามกฎหมายที่ตองปฏิบัติ และเปนมาตรการในการตรวจสอบทรัพยสินและหนี้สินของผูใชอํานาจรัฐการที่ผูถูกกลาวหาไมยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินตอผูรองภายในระยะเวลาที่กฎหมายกําหนด และผูรองไดมีหนังสือแจงใหผูถูกกลาวหาทราบ กับใหโอกาสผูถูกกลาวหายื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินใหถูกตองโดยผูถูกกลาวหาไดเดินทางมารับทราบขอกลาวหาและประสงคจะชี้แจงขอกลาวหาภายในวันที่๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๕ แตก็ไมไดชี้แจงภายในเวลาที่กําหนด เมื่อขอเท็จจริงปรากฏวาผูถูกกลาวหาเคยยื่นบัญชีรายการทรัพยสินและหนี้สินพรอมเอกสารประกอบตอผูรองกรณีเขารับตําแหนงมากอนแลวดวยผูถูกกลาวหายอมทราบดีวามีหนาที่ตองปฏิบัติอยางไรใหถูกตองครบถวนตามที่กฎหมายกําหนดและทราบถึงความมีอยูของทรัพยสินและหนี้สินของตนเปนอยางดี ประกอบกับผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพขอเท็จจริงจึงรับฟงไดวา ผูถูกกลาวหาจงใจไมยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินตอผูรองกรณีพนจากตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลนาคําใหญ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวาผูถูกกลาวหามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น มีผลใหผูถูกกลาวหาตองถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไปตามมาตรา ๘๑ วรรคหนึ่ง และวรรคสอง ประกอบมาตรา ๑๑๔ วรรคสาม และการกระทําของผูถูกกลาวหายังคงเปนความผิดฐานเปนเจาหนาที่ของรัฐจงใจไมยื่นบัญชีรายการทรัพยสินและหนี้สินพรอมเอกสารประกอบตอผูรอง และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินและหนี้สินนั้นกรณีพนจากตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลนาคําใหญ ตามมาตรา ๑๖๗ ดวยพิพากษาวา นายสมเกียรติ บุตรตา ผูถูกกลาวหาจงใจไมยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินตอผูรองและมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สิน กรณีพนจากตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนตําบลนาคําใหญ อําเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๑๔ วรรคสอง (๑)ใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูถูกกลาวหาตลอดไปตามมาตรา ๘๑ วรรคหนึ่ง และวรรคสองประกอบมาตรา ๑๑๔ วรรคสาม กับมีความผิดตามมาตรา ๑๖๗ จําคุก ๒ เดือน และปรับ๘,๐๐๐ บาท ผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพ เปนประโยชนแกการพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษใหกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจําคุก ๑ เดือน และปรับ ๔,๐๐๐ บาทไมปรากฏวาผูถูกกลาวหาเคยไดรับโทษจําคุกมากอน โทษจําคุกจึงใหรอการลงโทษไวมีกําหนด ๑ ปหนา ๓๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไมชําระคาปรับ ใหจัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙, ๓๐. นายพงษรัตน เครือกลิ่นนายสุพัฒน พงษทัดศิริกุล นางจุฑามาศ วงศศิวะวิลาสนายณัฐพงศ ฐาปนาเนติพงศ นายสุรพงษ ชิดเชื้อนายไตรรัตน แกวศรีนวล นายจักรี พงษธานายกึกกอง สมเกียรติเจริญ นายยงยุทธ แสงรุงเรืองหนา ๓๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)