คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน [คดีหมายเลขดำที่ อม. ๑๔/๒๕๖๗ คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๑๒/๒๕๖๘ ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้อง นายพรชัย โควสุรัตน์ ผู้ถูกกล่าวหา]
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
(อม.๓๔)คําพิพากษา คดีหมายเลขดําที่ อม. ๑๒/๒๕๖๗คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๙/๒๕๖๘ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองวันที่ ๑๑ เดือน มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘คณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ ผูรองนายนาวิน ลาธุลี ผูถูกกลาวหาเรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพยสินและหนี้สินผูรองยื่นคํารองขอใหวินิจฉัยวา ผูถูกกลาวหาไดรับเลือกตั้งใหดํารงตําแหนงสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดอุบลราชธานี มีหนาที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินของตน คูสมรส และบุตรที่ยังไมบรรลุนิติภาวะที่มีอยูจริงตอผูรอง แตจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรอง ดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น กรณีพนจากตําแหนงสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดอุบลราชธานี ขอใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง กับลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑, ๑๑๔ วรรคสอง (๑), ๑๖๗ผูถูกกลาวหาใหการปฏิเสธพิเคราะหพยานหลักฐานตามทางไตสวนและขอเท็จจริงที่คูความรับกันในชั้นตรวจพยานหลักฐานประกอบสํานวนการไตสวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. แลว ขอเท็จจริงเบื้องตนรับฟงเปนยุติวา ผูถูกกลาวหาระหวาง หนา ๔๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ไดรับเลือกตั้งใหดํารงตําแหนงสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๕และพนจากตําแหนงเมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๒ ผูถูกกลาวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินของตน คูสมรส และบุตรที่ยังไมบรรลุนิติภาวะและเอกสารประกอบ กรณีพนจากตําแหนงเมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๒ ตามเอกสารหมาย ร.๙ หนา ๔๗ ถึง ๖๐ และยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินเพิ่มเติมอีก ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒ตามเอกสารหมาย ร.๙ หนา ๖๑ ถึง ๑๐๐ ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ตามเอกสารหมาย ร.๙ หนา ๑๐๑ ถึง ๑๒๖ ครั้งที่ ๓ เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕ เอกสารหมาย ร.๙หนา ๑๒๗ ถึง ๑๓๕ ผูถูกกลาวหาจดทะเบียนสมรสกับ นางสาวสุนันทา ลาธุลี เมื่อวันที่๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๗ คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการตรวจสอบทรัพยสินและหนี้สินประจําภาค ๓ในการประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๖๖ เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๖ มีมติใหดําเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมเนื่องจากผูยื่นมีทรัพยสินเพิ่มขึ้นไมสัมพันธกับรายได ตามเอกสารหมาย ร.๒๐ หนา ๓๕๔กลุมงานตรวจสอบทรัพยสิน สํานักงานคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ(สํานักงาน ป.ป.ช.) ประจําจังหวัดอุบลราชธานี ทําบันทึกที่ ๔๐ (อบ)/๐๒๐๖ ลงวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๖เพื่อขออนุมัติตรวจสอบยืนยันโดยขอทราบขอเท็จจริงและเอกสารพยานหลักฐานไปยังหนวยงานภายนอกที่เกี่ยวของ ตามเอกสารหมาย ร.๒๐ หนา ๓๕๙ สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดอุบลราชธานีมีหนังสือ ลับ ดวน ที่ ๐๐๔๐ (อบ)/๑๙๙๐ ลงวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๖ ถึงผูถูกกลาวหาเพื่อใหมารับทราบขอกลาวหา ตามเอกสารหมาย ร.๑๘ หนา ๑๗๒ วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๖ผูถูกกลาวหามาพบเจาพนักงานตรวจสอบทรัพยสินประจําจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อรับทราบขอกลาวหาประสงคจะชี้แจงแกขอกลาวหาตอเจาพนักงานตรวจสอบทรัพยสินภายในวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๖๖ตามเอกสารหมาย ร.๑๘ หนา ๑๗๓ ถึง ๑๗๗ สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดอุบลราชธานีมีหนังสือ ลับ ดวน ที่ ปช ๐๐๔๐ (อบ)/๒๑๑๒ ลงวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๖๖ ถึงผูถูกกลาวหาเพื่อใหมารับทราบขอกลาวหาเพิ่มเติม ตามเอกสารหมาย ร.๑๘ หนา ๑๘๓ ถึง ๑๘๔ วันที่ ๕ กันยายน ๒๕๖๖ผูถูกกลาวหามีหนังสือขอขยายระยะเวลาการชี้แจงแกขอกลาวหาออกไปจนถึงวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๖๖ตามเอกสารหมาย ร.๑๘ หนา ๑๘๑ สํานักงาน ป.ป.ช.ประจําจังหวัดอุบลราชธานี มีหนังสือ ลับ ดวนที่ ปช ๐๐๔๐ (อบ)/๒๑๑๖ ลงวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๖๖ แจงอนุญาตขยายเวลาใหผูถูกกลาวหาทราบหนา ๔๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ตามเอกสารหมาย ร.๑๘ หนา ๑๘๒ วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๖ ผูถูกกลาวหามาพบเจาพนักงานตรวจสอบทรัพยสินประจําจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งแจงใหทราบวา สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดอุบลราชธานีตรวจสอบทรัพยสินและหนี้สินแลว มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสนับสนุนขอกลาวหาวา ผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบและมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สิน กรณีพนจากตําแหนงจึงแจงขอกลาวหาใหทราบตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๑๔ และระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ช. วาดวยการตรวจสอบทรัพยสินและหนี้สินของเจาพนักงานของรัฐ และการดําเนินคดีที่เกี่ยวของกับการยื่นบัญชี พ.ศ. ๒๕๖๑ ขอ ๓๖ซึ่งผูถูกกลาวหาลงลายมือชื่อรับทราบขอกลาวหา ตามเอกสารหมาย ร.๑๘ หนา ๑๘๕ ถึง ๑๘๖วันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๖ ผูถูกกลาวหายื่นหนังสือขอขยายระยะเวลาการชี้แจงแกขอกลาวหาโดยอางเหตุวา สํานักงาน ป.ป.ช.ประจําจังหวัดอุบลราชธานีแจงขอกลาวหาเพิ่มเติม ทําใหผูถูกกลาวหาตองหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม จึงขอขยายระยะเวลาชี้แจงขอกลาวหาถึงวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๖ตามเอกสารหมาย ร.๑๘ หนา ๑๙๐ สํานักงาน ป.ป.ช.ประจําจังหวัดอุบลราชธานี มีหนังสือ ลับ ดวนที่ ปช ๐๐๔๐ (อบ)/๒๑๗๖ ลงวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๖ ถึงผูถูกกลาวหาวาอนุญาตใหขยายระยะเวลาชี้แจงแกขอกลาวหาถึงวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๖ ตามเอกสารหมาย ร.๑๘ หนา ๑๙๑ วันที่๖ ตุลาคม ๒๕๖๖ ผูถูกกลาวหายื่นหนังสือชี้แจงขอกลาวหา ตามเอกสารหมาย ร.๑๙ หนา ๑๙๒ถึง ๓๕๒ วันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการตรวจสอบทรัพยสินและหนี้สินประจําภาค ๓ พิจารณาแลวเห็นวา การที่ผูถูกกลาวหาไมแสดงรายการเงินฝากธนาคารของ นางสาวสุนันทา ลาธุลี คูสมรส จํานวน ๘ บัญชี ไดแก ๑. เงินฝากธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน)ชื่อบัญชี นางสาวสุนันทา ลาธุลี เลขที่บัญชี ๔๕๒๐๓๗๔๑๕๔ ณ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๒มียอดเงินคงเหลือ ๑,๐๒๓,๕๙๔.๒๘ บาท ตามเอกสารหมาย ร.๑๐ หนา ๑๓๗ ๒. เงินฝากธนาคารอาคารสงเคราะห ชื่อบัญชี นางสาวสุนันทา ลาธุลี เลขที่บัญชี ๐๘๑๑๑๐๐๙๕๙๖๒ณ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๒ มียอดเงินคงเหลือ ๒๘,๖๙๒.๔๗ บาท ตามเอกสารหมาย ร.๑๑หนา ๑๓๙ ถึง ๑๔๓ ๓. เงินฝากธนาคารอาคารสงเคราะห ชื่อบัญชี นางสาวสุนันทา ลาธุลีเลขที่บัญชี ๐๘๑๑๕๐๐๐๕๑๗๑ ณ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๒ มียอดเงินคงเหลือ ๒๑๐,๕๙๔.๖๔ บาทหนา ๔๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ตามเอกสารหมาย ร.๑๒ หนา ๑๔๔ ถึง ๑๖๕ ๔. เงินฝากธนาคารอาคารสงเคราะห ชื่อบัญชีนางสาวสุนันทา ลาธุลี เลขที่บัญชี ๐๘๑๗๓๐๐๐๑๒๒๖ ณ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๒ มียอดเงินคงเหลือ๓๑๕,๐๑๔.๔๕ บาท ตามเอกสารหมาย ร.๑๓ หนา ๑๖๖ ๕. เงินฝากธนาคารอาคารสงเคราะหชื่อบัญชี นางสาวสุนันทา ลาธุลี เลขที่บัญชี ๐๘๑๗๓๐๐๐๒๐๔๔ ณ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๒มียอดเงินคงเหลือ ๑,๐๓๕,๙๑๕.๘๒ บาท ตามเอกสารหมาย ร.๑๔ หนา ๑๖๗ ๖. เงินฝากธนาคารอาคารสงเคราะห ชื่อบัญชี นางสาวสุนันทา ลาธุลี เลขที่บัญชี ๐๘๑๗๑๐๐๐๒๔๒๐ณ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๒ มียอดเงินคงเหลือ ๗๑๓,๗๓๐.๕๗ บาท ตามเอกสารหมาย ร.๑๕หนา ๑๖๘ ถึง ๑๖๙ ๗. เงินฝากธนาคารอาคารสงเคราะห ชื่อบัญชี นางสาวสุนันทา ลาธุลีเลขที่บัญชี ๐๘๑๗๕๐๐๐๓๑๖๙ ณ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๒ มียอดเงินฝากคงเหลือ๑,๐๕๘,๔๕๐.๒๗ บาท ตามเอกสารหมาย ร.๑๖ หนา ๑๗๐ ๘. เงินฝากธนาคารอาคารสงเคราะหชื่อบัญชี นางสาวสุนันทา ลาธุลี เลขที่บัญชี ๔๐๐๑๓๐๐๐๐๓๑๖ ณ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๒มียอดเงินคงเหลือ ๓๕๑,๗๗๑.๑๖ บาท ตามเอกสารหมาย ร.๑๗ หนา ๑๗๑ นั้น เปนกรณีที่มีพฤติการณจงใจยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๑๔ จึงเห็นควรเสนอเรื่องใหคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาและเสนอเรื่องใหศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองวินิจฉัยตอไป ตามเอกสารหมาย ร.๒๑หนา ๔๑๘ ถึง ๔๓๒ วันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๗ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเปนเอกฉันทเห็นชอบตามที่คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการตรวจสอบทรัพยสินและหนี้สินประจําภาค ๓ เสนอตามเอกสารหมาย ร.๒๒ หนา ๔๓๓ ถึง ๔๔๐ สําหรับรายการเงินฝากธนาคารอาคารสงเคราะหชื่อบัญชี นางสาวสุนันทา ลาธุลี เลขที่บัญชี ๐๘๑๑๑๐๐๙๕๙๖๒ ตามเอกสารหมาย ร.๑๑ หนา ๑๓๙ถึง ๑๔๓ ผูถูกกลาวหายื่นรายการเดินบัญชีตอผูรองแลวเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒ และยื่นเพิ่มเติมวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕ ตามเอกสารหมาย ร.๙ หนา ๑๐๑, ๑๑๔, ๑๑๕ และหนา ๑๒๗, ๑๓๐ตามลําดับ สวนรายการเงินฝากธนาคารอาคารสงเคราะห ชื่อบัญชี นางสาวสุนันทา ลาธุลี เลขที่บัญชี๐๘๑๑๕๐๐๐๕๑๗๑ ตามเอกสารหมาย ร.๑๒ หนา ๑๔๔ ถึง ๑๖๕ ผูถูกกลาวหายื่นรายการเดินบัญชีตอผูรองแลวเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒ และยื่นเพิ่มเติมวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕หนา ๔๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ตามเอกสารหมาย ร.๙ หนา ๑๐๑, ๑๐๘, ๑๐๙ และหนา ๑๒๗ ถึง ๑๒๙ ตามลําดับ โดยเอกสารดังกลาวทั้งสองบัญชีไมแสดงยอดเงิน ณ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๒ ซึ่งเปนวันพนจากตําแหนงปญหาตองวินิจฉัยวา ผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น กรณีพนจากตําแหนงสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดอุบลราชธานีหรือไม เห็นควรพิจารณาแยกเปนรายบัญชี ดังตอไปนี้สําหรับบัญชีเงินฝากออมทรัพยธนาคารกรุงไทย บัญชีเลขที่ ๔๕๒๐๓๗๔๑๕๔ ชื่อบัญชีนางสาวสุนันทา ลาธุลี บัญชีเงินฝากรายการที่ ๑ ซึ่งผูถูกกลาวหาใหการและเบิกความสอดคลองกับนางสาวสุนันทา วา เดิมเมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๔๘ นางสาวสุนันทา เปดบัญชีเงินฝากออมทรัพยเลขที่บัญชี ๒๘๗๐๐๑๘๕๖๘ ตามเอกสารหมาย ค.๓ ไวเพื่อใชจายสวนตัวมาตั้งแตกอนสมรสเปนเงินเก็บสะสมที่ไดมาจากเงินเดือน ภายหลังจากสมรสก็ใชเปนบัญชีใชจายและเก็บเงินจากการขายสลากกินแบงรัฐบาลหนารานที่ดูแลใหสามี จากนั้น ประมาณเดือนกันยายน ๒๕๕๘ นางสาวสุนันทาไดรับคําเชิญชวนจากพนักงานธนาคารวามีโปรโมชันเงินฝากประจําซึ่งจะไดรับดอกเบี้ยในอัตราสูงจึงเปดบัญชีเงินฝากประจํา ๘ เดือน บัญชีเลขที่ ๔๕๒๒๐๑๑๑๙๙ และเปดบัญชีเงินฝากออมทรัพยบัญชีเลขที่ ๔๕๒๐๓๗๔๑๕๔ บัญชีเงินฝากรายการที่ ๑ เพื่อรับดอกเบี้ยและตนเงินคืนเมื่อบัญชีเงินฝากประจําดังกลาวครบกําหนดในวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๘ นั้น เห็นวา เมื่อพิจารณารายการเดินบัญชีเงินฝากออมทรัพย บัญชีเลขที่ ๒๘๗๐๐๑๘๕๖๘ ตามเอกสารหมาย ค.๔ หนา ๕๔ ถึง ๑๙๙ แลวปรากฏรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีเปนเงินฝากจํานวนหลักแสนบาทและหลายแสนบาทตอเนื่องกันตั้งแตภายหลังจากที่ผูถูกกลาวหาสมรสกับ นางสาวสุนันทา เรื่อยไปจนกระทั่งมีการถอนเงินออกจากบัญชีนี้เมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๘ จํานวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท บัญชีนี้ก็ยังคงมีรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีตอเนื่องเรื่อยมา เพียงแตยอดเงินในบัญชีคงเหลือนอยลงมาตามลําดับ ดังนั้น จึงเชื่อไดวาเงิน จํานวน๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ที่ถอนออกไปเพื่อนําฝากเขาบัญชีเงินฝากประจํา ๘ เดือน ซึ่งภายหลังถูกถอนและโอนฝากอัตโนมัติเขาไปยังบัญชีเงินฝากรายการที่ ๑ นั้น รวมถึงเงินสวนที่เปนสินสมรสหรือรายไดจากการขายสลากกินแบงรัฐบาลหนารานดังที่ผูถูกกลาวหาใหการและเบิกความระคนปนอยูเปนจํานวนเดียวกันอยางแยกไมออก เมื่อผูถูกกลาวเองก็เบิกความยอมรับวา ผูถูกกลาวหาใหคูสมรสเปนผูดูแลเงินสดทั้งหมดหนา ๔๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ไมเคยตรวจสอบบัญชี คูสมรสแจงวามีเงินผลกําไรจากการขายเทาไหร และนําเงินที่ไดแตละงวดเขาบัญชีเทาไหร ผูถูกกลาวหาก็ทราบตามที่คูสมรสแจงโดยไมเคยสงสัยหรือตรวจสอบยอดเงินเลย ดังนี้ จึงเชื่อไดวาอยูในวิสัยและความคาดหมายที่ผูถูกกลาวหาจะรับรูถึงความถูกตองและความมีอยูจริงของบัญชีเงินฝากรายการนี้ไดเปนอยางดีสําหรับบัญชีเงินฝากธนาคารอาคารสงเคราะห บัญชีเลขที่ ๐๘๑๑๑๐๐๙๕๙๖๒ ชื่อบัญชีนางสาวสุนันทา ลาธุลี บัญชีเงินฝากรายการที่ ๒ ซึ่งผูถูกกลาวหาใหการและเบิกความสอดคลองกับนางสาวสุนันทา วา เปนบัญชีรับเงินเดือนของ นางสาวสุนันทา ในฐานะลูกจางของธนาคาร มีการเคลื่อนไหวทางบัญชีอยางสม่ําเสมอ และเคยยื่นในบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินเพิ่มเติมครั้งที่ ๒เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒ โดยนําสงสําเนาบัญชีธนาคารตามเอกสารหมาย ร.๙ หนา ๑๐๑, ๑๑๔และ ๑๑๕ และยื่นเพิ่มเติมครั้งที่ ๓ เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕ โดยสงสําเนารายการเดินบัญชี ๑ แผนตามเอกสารหมาย ร.๙ หนา ๑๒๗ และ ๑๓๐ นั้น องคคณะผูพิพากษาเสียงขางมาก เห็นวาเมื่อพิจารณาหลักฐานการยื่นคําขอเปดบัญชีตามเอกสารหมาย ค.๖ หนา ๒๓๖ แลว ปรากฏวามีการยื่นคําขอเปดบัญชีเมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๔ ซึ่งเปนเวลากอนที่ผูถูกกลาวหาจดทะเบียนสมรสกับนางสาวสุนันทา ประกอบกับเมื่อพิจารณารายการเดินบัญชีตามเอกสารหมาย ร.๑๑ หนา ๑๓๘ ถึง ๑๔๓ แลวมีรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีสม่ําเสมอโดยเฉพาะเปนการฝากเงินจํานวนไมมากบางครั้งหลักพันบาทและบางครั้งหลักหมื่นบาท โดยเฉพาะ ณ วันที่ผูถูกกลาวหาพนจากตําแหนงมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีเพียง๒๘,๖๙๒.๔๗ บาท เมื่อผูรองมีหนังสือถึงผูถูกกลาวหาใหยื่นเอกสารประกอบเพิ่มเติม ผูถูกกลาวหาและ นางสาวสุนันทา ก็แสดงความบริสุทธิ์ใจโดยการยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม ตามใบรับเอกสารเพิ่มเติมครั้งที่ ๒ หมาย ร.๙ หนา ๑๐๑ และ ๑๒๗ สวนที่ธนาคารจะสงเอกสารหลักฐานมาใหแกผูถูกกลาวหาอยางไรจะสื่อสารกันโดยคลาดเคลื่อนระหวางผูรองกับผูถูกกลาวหา หรือระหวางผูถูกกลาวหากับธนาคารหรือไมอยางไรก็เปนเรื่องที่อยูนอกเหนือความคาดหมายของผูถูกกลาวหาและ นางสาวสุนันทา โดยพยานหลักฐานจึงฟงไดวาผูถูกกลาวหาไดขวนขวายใสใจตอหนาที่แลว ขอเท็จจริงจึงยังไมเพียงพอใหฟงไดวาผูถูกกลาวหาจงใจที่จะไมยื่นแสดงบัญชีเงินฝากธนาคารรายการนี้สําหรับบัญชีเงินฝากธนาคารอาคารสงเคราะห บัญชีเลขที่ ๐๘๑๑๕๐๐๐๕๑๗๑ ชื่อบัญชีนางสาวสุนันทา ลาธุลี บัญชีเงินฝากรายการที่ ๓ ซึ่งผูถูกกลาวหาใหการและเบิกความสอดคลองกับหนา ๔๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘
นางสาวสุนันทา วา เปนบัญชีรับเงินเดือนของ นางสาวสุนันทา ในฐานะพนักงานธนาคาร มีการเคลื่อนไหวทางบัญชีอยางสม่ําเสมอ และเคยยื่นไวในบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินเพิ่มเติมครั้งที่ ๒เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒ โดยนําสงสําเนาบัญชีธนาคารและรายการเดินบัญชี ตามเอกสารหมาย ร.๙หนา ๑๐๑, ๑๐๘ และ ๑๐๙ และยื่นเพิ่มเติมครั้งที่ ๓ เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕ โดยสงสําเนารายการเดินบัญชีตามคําแนะนําของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามเอกสารหมาย ร.๙ หนา ๑๒๗, ๑๒๘และ ๑๒๙ ทํานองเดียวกับบัญชีเงินฝากรายการที่ ๒ นั้น องคคณะผูพิพากษาเสียงขางมาก เห็นวาเมื่อพิจารณาหลักฐานการยื่นคําขอเปดบัญชีตามเอกสารหมาย ค.๘ หนา ๒๔๒ แลว ปรากฏวามีการยื่นคําขอเปดบัญชีเมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๘ ซึ่งแมจะเปนเวลาภายหลังจากที่ผูถูกกลาวหาจดทะเบียนสมรสกับ นางสาวสุนันทา แลว แตเมื่อพิจารณารายการเดินบัญชีตามเอกสารหมาย ร.๑๒หนา ๑๔๔ ถึง ๑๖๕ ปรากฏรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีอยางตอเนื่องสม่ําเสมอ โดยเฉพาะรายการเงินฝากซึ่งมีจํานวนไมมาก และเงินคงเหลือในบัญชี ณ วันที่ผูถูกกลาวหาพนจากตําแหนงมีเพียง ๒๑๐,๕๙๔.๖๔ บาทประกอบกับเมื่อผูรองมีหนังสือขอใหผูถูกกลาวหายื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม ผูถูกกลาวหาและ นางสาวสุนันทาก็ยินยอมสงมอบหลักฐานซึ่งแสดงถึงมีความมีอยูจริงและความถูกตองแหงบัญชีดังกลาวตอผูรองดวยดีเชนเดียวกันกับบัญชีเงินฝากรายการที่ ๒ โดยพยานหลักฐานจึงยังไมเพียงพอใหฟงไดวาผูถูกกลาวหาจงใจที่จะไมยื่นแสดงบัญชีเงินฝากธนาคารรายการนี้สําหรับบัญชีเงินฝากธนาคารอาคารสงเคราะห บัญชีเลขที่ ๐๘๑๗๓๐๐๐๑๒๒๖ ชื่อบัญชีนางสาวสุนันทา ลาธุลี บัญชีเงินฝากรายการที่ ๔ ซึ่งผูถูกกลาวหาใหการและเบิกความสอดคลองกับนางสาวสุนันทา วาเปนเงินสวนตัวของ นางสาวสุนันทา เปดบัญชีเงินฝากตั้งแตกอนสมรส ตามหนังสือแจงขอเท็จจริงและจัดสงเอกสารหลักฐานของธนาคารอาคารสงเคราะห เอกสารหมาย ร.๑๑ หนา ๑๓๘หลังเปดบัญชีผูถูกกลาวหาและ นางสาวสุนันทา ไมเคยทําธุรกรรมใด ๆ กับบัญชีนี้ และ นางสาวสุนันทาไมเคยแจงใหทราบวาเปนเจาของบัญชี นั้น องคคณะผูพิพากษาเสียงขางมาก เห็นวา เมื่อพิจารณารายการเดินบัญชี เอกสารหมาย ร.๑๓ หนา ๑๖๖ ปรากฏวา ณ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ซึ่งเปนวันเปดบัญชีเงินฝาก มีรายการฝากเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท และวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๗กอนจดทะเบียนสมรส มีรายการฝากเงินเพิ่มอีก ๒๙๐,๐๐๐ บาท จากนั้น คงมีเพียงรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีเปนดอกเบี้ยหลักพันบาท และมีเงินคงเหลือ ณ วันที่ผูถูกกลาวหาพนจากตําแหนง ๓๑๕,๐๑๔.๔๕ บาทหนา ๔๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘
ซึ่งไมปรากฏรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีเปนการฝากเงินจํานวนมากและตอเนื่องกัน อีกทั้งมิใชบัญชีเงินเดือนของ นางสาวสุนันทา หรือปรากฏขอเท็จจริงอื่นวาเปนบัญชีสําหรับใชเก็บออมรายไดจากขายสลากกินแบงรัฐบาลหนารานดังเชนบัญชีเงินฝากรายการที่ ๑ ซึ่งอยูในวิสัยที่ผูถูกกลาวหาจะทราบได ดังนั้น หาก นางสาวสุนันทามิไดแจงถึงความมีอยูจริงของบัญชีเงินฝากรายการนี้ เพราะตองการเก็บไวใชสวนตัวในยามฉุกเฉินและจําเปนก็ยอมมีโอกาสเปนไปไดที่ผูถูกกลาวหาจะไมทราบ ขอเท็จจริงจึงยังไมเพียงพอใหฟงไดวาผูถูกกลาวหามีเจตนาที่จะไมยื่นแสดงบัญชีเงินฝากธนาคารรายการนี้สําหรับบัญชีเงินฝากธนาคารอาคารสงเคราะห บัญชีเลขที่ ๐๘๑๗๓๐๐๐๒๐๔๔ ชื่อบัญชีนางสาวสุนันทา ลาธุลี บัญชีเงินฝากรายการที่ ๕ ซึ่งผูถูกกลาวหาใหการและเบิกความทํานองเดียวกับนางสาวสุนันทา วา ตั้งแต นางสาวสุนันทา เปดบัญชีเงินฝากมาจนกระทั่งปจจุบัน ผูถูกกลาวหาและ นางสาวสุนันทา ไมเคยทําธุรกรรมใด ๆ กับบัญชีเงินฝากรายการนี้เลย รายการเคลื่อนไหวทางบัญชีที่มีอยูสม่ําเสมอเปนรายการดอกเบี้ยเงินฝาก นั้น เห็นวา นางสาวสุนันทา เปดบัญชีเงินฝากนี้เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๘ ซึ่งเปนเวลาภายหลังจากที่สมรสกับผูถูกกลาวหาแลว โดยมีรายการฝากเงินณ วันที่เปดบัญชี ๔๒,๐๐๐ บาท ประกอบกับตามรายการเดินบัญชีเอกสารหมาย ร.๑๔ หนา ๑๖๗ปรากฏวาเมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๘ มีรายการฝากเงิน ๒๙๐,๐๐๐ บาท วันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๘มีรายการฝากเงิน ๗๒,๐๐๐ บาท และวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๘ มีรายการฝากเงินเพิ่มอีก ๖๐๐,๐๐๐ บาทซึ่งนับไดวาเปนเงินจํานวนที่มากและตอเนื่องกัน ไมสอดคลองกับขอเท็จจริงที่ผูถูกกลาวหาใหการและเบิกความโดยเฉพาะอยางยิ่ง นางสาวสุนันทา เบิกความวาเงินบัญชีนี้ไดมาจากการซื้อขายสลากกินแบงรัฐบาลหนารานอีกทั้งจํานวนเงินคงเหลือ ณ วันที่ผูถูกกลาวหาพนจากตําแหนงมีมากถึง ๑,๐๓๕,๙๑๕.๘๒ บาทเมื่อเปรียบเทียบกับจํานวนเงินในบัญชีเงินฝากธนาคารรายการที่ ๒ และที่ ๓ ของ นางสาวสุนันทายังถือไดวาเปนเงินจํานวนมาก ดังนี้ จึงเชื่อไดวาอยูในวิสัยและความคาดหมายที่ผูถูกกลาวหาจะรับรูถึงความถูกตองและความมีอยูจริงของบัญชีเงินฝากรายการนี้ไดเปนอยางดีเชนเดียวกันกับบัญชีเงินฝากรายการที่ ๑สําหรับบัญชีเงินฝากธนาคารอาคารสงเคราะห บัญชีเลขที่ ๐๘๑๗๑๐๐๐๒๔๒๐ ชื่อบัญชีนางสาวสุนันทา ลาธุลี บัญชีเงินฝากรายการที่ ๖ ผูถูกกลาวหาใหการและเบิกความทํานองเดียวกับนางสาวสุนันทา วา นางสาวสุนันทา เปดบัญชีเงินฝากรายการนี้ไวเมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๗หนา ๔๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘
กอนจดทะเบียนสมรส เปนเงินสวนตัวของ นางสาวสุนันทา ตั้งแตเปดบัญชีผูถูกกลาวหาและ นางสาวสุนันทาไมเคยทําธุรกรรมใด ๆ กับบัญชีนี้เลย ผูถูกกลาวหาจึงไมทราบถึงความมีอยูจริงของบัญชีดังกลาวนั้นเมื่อพิจารณารายการเดินบัญชีเอกสารหมาย ร.๑๕ หนา ๑๖๘ ร.๑๖ หนา ๑๗๐ ประกอบเอกสารหมาย ค.๑๓ หนา ๒๕๕ ซึ่งมีรายละเอียดตรงกันแลว ปรากฏวามีรายการฝากเงินครั้งแรกในวันที่เปดบัญชีจํานวน ๔๒๔,๐๐๐ บาท แม นางสาวสุนันทา เบิกความอางวาเงินที่ฝากเขาบัญชีในชวงวันที่๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๗ ถึงวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๗ จํานวน ๖๖๙,๕๗๙.๒๓ บาท เปนเงินสวนตัวที่มีอยูกอนสมรส นั้น เห็นวา ตามรายการเดินบัญชีดังกลาวยังคงปรากฏวามีรายการฝากเงินหลักแสนบาทและหลายแสนบาทในชวงเวลาไลเลี่ยและตอเนื่องกันภายหลังจากที่ผูถูกกลาวหาและ นางสาวสุนันทาจดทะเบียนสมรสกัน ขอกลาวอางวาตั้งแตเปดบัญชีไมเคยมีการทําธุรกรรมใด ๆ เกี่ยวกับบัญชีนี้จึงขัดตอพยานเอกสาร อีกทั้งผูถูกกลาวหาเองเบิกความยอมรับวาให นางสาวสุนันทา เปนผูดูแลรับเงินสดจากการขายสลากกินแบงรัฐบาล คูสมรสแจงวามีเงินผลกําไรเทาใดและนําเงินที่ไดแตละงวดเขาบัญชีเทาไหรก็รับทราบตามที่คูสมรสแจง เชนเดียวกันกับบัญชีเงินฝากรายการที่ ๑ และที่ ๕ และนอกจากรายไดของ นางสาวสุนันทา ในการประกอบอาชีพเปนพนักงานธนาคารแลว ก็ไมปรากฏหลักฐานวามีรายไดอื่นใดอีกเวนแตรายไดจากการขายสลากกินแบงรัฐบาลที่หนาราน ขอเท็จจริงเชื่อไดวาบัญชีเงินฝากรายการที่ ๖เปนรายไดสวนใหญที่มาจากการขายสลากกินแบงรัฐบาลที่หนาราน ดังนี้ จึงเชื่อไดวาอยูในวิสัยและความคาดหมายที่ผูถูกกลาวหาจะรับรูถึงความถูกตองและความมีอยูจริงของบัญชีเงินฝากรายการนี้ไดเปนอยางดีสําหรับบัญชีเงินฝากธนาคารอาคารสงเคราะห บัญชีเลขที่ ๐๘๑๗๕๐๐๐๓๑๖๙ ชื่อบัญชีนางสาวสุนันทา ลาธุลี บัญชีเงินฝากรายการที่ ๗ ซึ่งผูถูกกลาวหาใหการและเบิกความสอดคลองกับนางสาวสุนันทา วา นางสาวสุนันทา ถอนเงินฝาก จํานวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท จากบัญชีเงินฝากรายการที่ ๖ มาเปดเปนบัญชีเงินฝากรายการที่ ๗ เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๘ ตามเอกสารหมาย ค.๑๕หนา ๑๖๙ หลังจากนั้น ไมเคยทําธุรกรรมใด ๆ กับบัญชีนี้เลย นั้น เห็นวา เมื่อพิจารณารายการเดินบัญชีเงินฝากรายการที่ ๖ ซึ่งยังคงปรากฏวามีรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีเปนรายการฝากเงินตอเนื่องเรื่อยมาและมีเงินฝากคงเหลือ จํานวน ๗๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ในวันที่ถอนเงิน จํานวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทออกจากบัญชีตามที่อาง จึงฟงไดวาบัญชีเงินฝากรายการที่ ๗ ตามเอกสารหมาย ร.๑๕ หนา ๑๖๘หนา ๔๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘
จํานวน ๑,๐๕๘,๔๕๐.๒๗ บาท เปนผลประโยชนตอบแทนหรือรายไดอยางอื่นที่สืบเนื่องมาจากบัญชีเงินฝากรายการที่ ๖ เมื่อเปรียบเทียบจํานวนเงินคงเหลือทั้งสองบัญชีดังกลาว ในวันที่ผูถูกกลาวหาพนจากตําแหนงกับจํานวนเงินคงเหลือในบัญชีเงินฝากรายการที่ ๒ และที่ ๓ ซึ่งผูถูกกลาวหาและคูสมรสยื่นบัญชีแสดงตอผูรองโดยถูกตองนั้น นับไดวาเปนจํานวนที่แตกตางกันมากอยางมีนัยสําคัญ ดังนี้ จึงเชื่อไดวาอยูในวิสัยและความคาดหมายที่ผูถูกกลาวหาจะรับรูถึงความถูกตองและความมีอยูจริงของบัญชีเงินฝากรายการนี้ไดเปนอยางดีเชนเดียวกันกับบัญชีเงินฝากรายการที่ ๑ ที่ ๕ และที่ ๖สําหรับบัญชีเงินฝากธนาคารอาคารสงเคราะห บัญชีเลขที่ ๔๐๐๑๓๐๐๐๐๓๑๖ ชื่อบัญชีนางสาวสุนันทา ลาธุลี บัญชีเงินฝากรายการที่ ๘ ซึ่งผูถูกกลาวหาใหการและเบิกความสอดคลองกับนางสาวสุนันทา วา เปนเงินสวนตัวของ นางสาวสุนันทา ซึ่งเปดบัญชีไวตั้งแตวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๖ซึ่งเปนเวลากอนสมรส โดยเฉพาะ นางสาวสุนันทา เบิกความอธิบายวาเปนการเปดบัญชีเพื่อชวยเหลือเพื่อนพนักงานธนาคารตางสาขาตามนโยบายเรงรัดของธนาคารเพื่อหาลูกคามาเปดบัญชีเงินฝาก ผูถูกกลาวหาไมเคยทราบและพยานก็ไมเคยแจงใหผูถูกกลาวหาทราบวามีบัญชีนี้อยูนั้น องคคณะผูพิพากษาเสียงขางมากเห็นวา เมื่อพิจารณารายการเดินบัญชี เอกสารหมาย ค.๑๖ หนาที่ ๒๖๙ ถึง ๒๗๑ แลว มียอดเงินฝากตั้งแตวันเปดบัญชี ๓๒๕,๐๐๐ บาท หลังจากนั้น คงมีแตรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีเปนเพียงรายการดอกเบี้ยหลักพันบาท ซึ่งไมปรากฏรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีเปนรายการฝากเงินเปนจํานวนมากดังเชนบัญชีเงินฝากรายการที่ ๑ ที่ ๕ ที่ ๖ และที่ ๗ ประกอบกับผูถูกกลาวหามี นายชากร สุขเกษมเพื่อนรวมงานของ นางสาวสุนันทา มาเบิกความเปนพยานตอศาลเพื่ออธิบายถึงที่มาของการเปดบัญชีสนับสนุนขอตอสูใหมีน้ําหนักนาเชื่อถือ เชนนี้ หาก นางสาวสุนันทา มิไดแจงถึงความมีอยูจริงของบัญชีเงินฝากรายการนี้เพราะตองการเก็บไวใชสวนตัวในยามฉุกเฉินและจําเปน ก็มีโอกาสเปนไปไดที่ผูถูกกลาวหาจะไมทราบทั้งมิใชบัญชีเงินเดือนของ นางสาวสุนันทา หรือปรากฏขอเท็จจริงอื่นวาเปนบัญชีสําหรับใชเก็บออมรายไดจากขายสลากกินแบงรัฐบาลหนารานดังเชนบัญชีเงินฝากรายการที่ ๑ ที่ ๕ ที่ ๖ และที่ ๗ ซึ่งอยูในวิสัยที่ผูถูกกลาวหาจะทราบได ดังนั้น ขอเท็จจริงจึงยังไมเพียงพอใหฟงไดวาผูถูกกลาวหามีเจตนาที่จะไมยื่นแสดงบัญชีเงินฝากธนาคารรายการนี้เมื่อผูถูกกลาวหาดํารงตําแหนงสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเปนเจาหนาที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑หนา ๔๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘
มาตรา ๔ มีหนาที่ตองยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินตอผูรอง กรณีพนจากตําแหนงตามมาตรา ๑๐๒ (๙) และมาตรา ๑๐๕ ประกอบประกาศคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ เรื่อง กําหนดตําแหนงของผูบริหารทองถิ่น รองผูบริหารทองถิ่น ผูชวยผูบริหารทองถิ่นและสมาชิกสภาทองถิ่นขององคกรปกครองสวนทองถิ่นที่ตองยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินตามมาตรา ๑๐๒ (๙)พ.ศ. ๒๕๖๑ โดยเฉพาะปรากฏหลักฐานวาผูถูกกลาวหาเคยยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินกรณีเขารับตําแหนงมาแลว ตามใบรับบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สิน เอกสารหมาย ร.๘หนา ๓๘ ถึง ๔๖ ยอมทราบดีวามีหนาที่ตองยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินของตนคูสมรส และบุตรที่ยังไมบรรลุนิติภาวะตามที่มีอยูจริงอันเปนหนาที่ที่จะตองปฏิบัติในการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สิน ซึ่งเปนมาตรการที่กฎหมายบัญญัติเพื่อใหเกิดการตรวจสอบทรัพยสินและหนี้สินของเจาพนักงานของรัฐซึ่งเปนผูใชอํานาจรัฐ ประกอบกับขอเท็จจริงฟงไดตามที่วินิจฉัยไวขางตนวาผูถูกกลาวหาอยูในวิสัยและความคาดหมายที่จะรับรูถึงความมีอยูจริงและความถูกตองของบัญชีเงินฝากธนาคารรายการที่ ๑ ที่ ๕ ที่ ๖ และที่ ๗ ของ นางสาวสุนันทา ลาธุลี คูสมรสไดเปนอยางดี แตกลับไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินสวนนี้ จึงฟงไดวาผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น สวนบัญชีเงินฝากธนาคารรายการที่ ๒ที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๘ เมื่อไดวินิจฉัยไวขางตนแลววาผูถูกกลาวหามิไดมีเจตนาที่จะไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบเกี่ยวกับบัญชีเงินฝากธนาคารรายการดังกลาวจึงฟงไมไดวาผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบเกี่ยวกับบัญชีเงินฝากธนาคารรายการดังกลาว กรณีจึงไมจําตองวินิจฉัยวาผูถูกกลาวหามีพฤติการณปกปดที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้นอีก ผูถูกกลาวหาจึงตองถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไปตามมาตรา ๘๑ วรรคหนึ่งและวรรคสอง ประกอบมาตรา ๑๑๔ วรรคสามและการกระทําของผูถูกกลาวหายังเปนความผิดฐานเปนเจาหนาที่ของรัฐจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบและมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินกรณีพนจากตําแหนงสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดอุบลราชธานี ตามมาตรา ๑๖๗ ดวยหนา ๕๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘
พิพากษาวา นายนาวิน ลาธุลี ผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น กรณีพนจากตําแหนงสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดอุบลราชธานีตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๑๔ วรรคสอง (๑) ใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูถูกกลาวหาตลอดไปตามมาตรา ๘๑ วรรคหนึ่งและวรรคสอง ประกอบมาตรา ๑๑๔ วรรคสามกับมีความผิดตามมาตรา ๑๖๗ จําคุก ๒ เดือน และปรับ ๘,๐๐๐ บาท ไมปรากฏวาผูถูกกลาวหาเคยไดรับโทษจําคุกมากอน โทษจําคุกจึงใหรอการลงโทษไวมีกําหนด ๑ ป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๕๖ ไมชําระคาปรับ ใหจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐.นางมัณทรี อุชชินนายชวลิต อิศรเดช นายนพดล คชรินทรนายทรงกลด บุญชูกุศล นายดุสิต ฉิมพลียนายโสภณ พรหมสุวรรณ นายเพิ่มศักดิ์ สายสีทองนายประทีป ดุลพินิจธรรมา นายวรงคพร จิระภาคหนา ๕๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)