ThaiGovData

คำพิพากษาของศาลฎีกา เรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน [คดีหมายเลขดำที่ อม.อธ. ๑/๒๕๖๗ คดีหมายเลขแดงที่ อม.อธ. ๒/๒๕๖๘ ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้อง นางสาวสาธินี ดาวศิริโรจน์ ผู้ถูกกล่าวหา]

undated

Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th

The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.

(อม.๓๖)คําพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ คดีหมายเลขดําที่ อม.อธ. ๑/๒๕๖๗คดีหมายเลขแดงที่ อม.อธ. ๒/๒๕๖๘ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลฎีกาวันที่ ๑๓ เดือน มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘คณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ ผูรองนางสาวสาธินี ดาวศิริโรจน ผูถูกกลาวหาเรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพยสินและหนี้สินผูถูกกลาวหาอุทธรณคัดคานคําพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองลงวันที่ ๑๐ เดือน กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗ องคคณะวินิจฉัยอุทธรณ รับอุทธรณวันที่๑๘ เดือน ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗ผูรองยื่นคํารองวา ผูถูกกลาวหาไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนจังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๕๗ และพนจากตําแหนงเมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๑ผูถูกกลาวหาซึ่งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบและมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น กรณีพนจากตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนจังหวัดสกลนคร โดยไมแสดงรายการบัญชีเงินฝาก ๔ รายการ รายการหนี้เบิกเงินเกินบัญชี ๑ รายการ และรายการหนี้เงินกู ๔ รายการ ขอใหวินิจฉัยวา ผูถูกกลาวหาระหวาง หนา ๖๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘ จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น กรณีพนจากตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนจังหวัดสกลนครขอใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูถูกกลาวหา และลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑, ๑๑๔ วรรคสอง (๑) และ ๑๖๗ผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองพิพากษาวา ผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สิน กรณีพนจากตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนจังหวัดสกลนครตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๑๑๔ วรรคสอง (๑) ใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูถูกกลาวหาตลอดไปตามมาตรา ๘๑วรรคหนึ่งและวรรคสอง ประกอบมาตรา ๑๑๔ วรรคสาม กับมีความผิดตามมาตรา ๑๖๗ จําคุก ๒ เดือนผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพเปนประโยชนแกการพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษใหกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจําคุก ๑ เดือน องคคณะผูพิพากษาเสียงขางมากเห็นวาผูถูกกลาวหากระทําความผิดซ้ําในลักษณะเดียวกันหลายครั้ง และผูถูกกลาวหาเคยตองคําพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ อม. ๑๐๓/๒๕๖๑ ของศาลนี้ ซึ่งพิพากษาใหลงโทษจําคุกและรอการลงโทษ ๑ ปเมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๑ มาแลว อันเปนการใหโอกาสแกผูถูกกลาวหา แตผูถูกกลาวหายังกระทําความผิดในคดีนี้อีก สอแสดงวาผูถูกกลาวหาไมหลาบจําและไมเกรงกลัวตอกฎหมายจึงไมมีเหตุที่จะรอการลงโทษจําคุกใหผูถูกกลาวหาอีก และใหบวกโทษจําคุก ๕ เดือน ของผูถูกกลาวหาที่รอการลงโทษไวในคดีหมายเลขแดงที่ อม. ๑๐๓/๒๕๖๑ ของศาลนี้ เขากับโทษจําคุกในคดีนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๘ วรรคหนึ่ง เปนจําคุกผูถูกกลาวหามีกําหนด ๖ เดือนผูถูกกลาวหาอุทธรณตอที่ประชุมใหญศาลฎีกาองคคณะวินิจฉัยอุทธรณพิเคราะหอุทธรณของผูถูกกลาวหา คําแกอุทธรณของผูรองพยานหลักฐานและรายงานการไตสวนของผูรองแลว ขอเท็จจริงเบื้องตนรับฟงไดวา กอนถูกดําเนินคดีนี้ผูรองยื่นคํารองตอศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองกลาวหาวา ผูถูกกลาวหาหนา ๖๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ซึ่งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองและเปนเจาหนาที่ของรัฐ มีหนาที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองภายในเวลาที่กฎหมายกําหนด แตผูถูกกลาวหาไมแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรอง กรณีพนจากตําแหนงที่ปรึกษานายกองคการบริหารสวนจังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๕ จํานวน ๘ รายการ กรณีพนจากตําแหนงที่ปรึกษานายกองคการบริหารสวนจังหวัดสกลนครมาแลวเปนเวลาหนึ่งป เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๖จํานวน ๑๐ รายการ กรณีพนจากตําแหนงที่ปรึกษานายกองคการบริหารสวนจังหวัดสกลนครเมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๕๗ จํานวน ๙ รายการ กรณีพนจากตําแหนงที่ปรึกษานายกองคการบริหารสวนจังหวัดสกลนครมาแลวเปนเวลาหนึ่งป เมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๕๘ จํานวน ๘ รายการและกรณีเขารับตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนจังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๕๗จํานวน ๙ รายการ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองมีคําสั่งรับคํารองและสั่งใหผูถูกกลาวหาหยุดปฏิบัติหนาที่ตั้งแตวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพศาลพิพากษาวา การกระทําของผูถูกกลาวหาเปนความผิดตามที่ถูกกลาวหา รวม ๕ กระทง จําคุก ๕ เดือนและปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท โทษจําคุกใหรอการลงโทษไว ๑ ป ตามที่ปรากฏในคดีหมายเลขแดงที่ อม. ๑๐๓/๒๕๖๑ของศาลนี้ ตอมาวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๖ ผูรองไดยื่นคํารองตอศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองขอใหลงโทษผูถูกกลาวหา กรณีจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบเปนคดีนี้กลาวหาวาเมื่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองมีคําพิพากษาใหผูถูกกลาวหาพนจากตําแหนงนับแตวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๑ แลว ผูถูกกลาวหาจึงมีหนาที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองภายใน ๓๐ วัน นับจากวันที่พนจากตําแหนง กลาวคือตองยื่นภายในวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๑ แตผูถูกกลาวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองเมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ ๒๕๖๒ เกินกวาระยะเวลาที่กฎหมายกําหนด๒๒๗ วัน และไมแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สิน ไดแก๑. เงินฝากธนาคารกสิกรไทย จํากัด (มหาชน) เลขที่บัญชี ๒๐๐๒๔๑๗๐๓๕ ชื่อบัญชีนางสาวสาธินี ดาวศิริโรจน และ นางสาวอรทัย คําเมือง จํานวน ๖๕,๓๒๖.๗๓ บาท (เฉพาะสวนของผูถูกกลาวหา)๒. เงินฝากธนาคารออมสิน เลขที่บัญชี ๐๒๐๑๖๐๓๑๐๖๕๐ ชื่อบัญชี นางสาวสาธินีดาวศิริโรจน จํานวน ๗๗,๘๘๓.๑๗ บาท หนา ๖๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ๓. เงินฝากธนาคารไทยพาณิชย จํากัด (มหาชน) เลขที่บัญชี ๕๔๗๒๕๒๓๔๕๖ ชื่อบัญชีนางสาวสาธินี ดาวศิริโรจน จํานวน ๑๐๐,๒๙๒.๒๙ บาท๔. เงินฝากธนาคารไทยพาณิชย จํากัด (มหาชน) เลขที่บัญชี ๕๔๗๒๕๓๐๕๑๘ ชื่อบัญชีนางสาวสาธินี ดาวศิริโรจน จํานวน ๓๐๖,๙๘๐.๑๔ บาท๕. หนี้เบิกเงินเกินบัญชีธนาคารไทยพาณิชย จํากัด (มหาชน) เลขที่บัญชี ๕๔๗๓๐๒๔๓๗๔ชื่อบัญชี นางสาวสาธินี ดาวศิริโรจน จํานวน ๒,๙๐๖,๐๔๒.๖๑ บาท๖. หนี้เงินกูธนาคารไทยพาณิชย จํากัด (มหาชน) เลขที่บัญชี ๕๔๗๖๐๐๗๘๕๗๐ ชื่อบัญชีนางสาวสาธินี ดาวศิริโรจน จํานวน ๙๐,๐๐๐ บาท๗. หนี้เงินกูธนาคารไทยพาณิชย จํากัด (มหาชน) เลขที่บัญชี ๕๔๗๖๐๐๗๘๖๕๑ ชื่อบัญชีนางสาวสาธินี ดาวศิริโรจน จํานวน ๑๕,๔๗๕,๒๑๕ บาท๘. หนี้เงินกูธนาคารไทยพาณิชย จํากัด (มหาชน) เลขที่บัญชี ๔๘๕๙๐๐๖๓๒๗๓ ชื่อบัญชีนางสาวสาธินี ดาวศิริโรจน จํานวน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท๙. หนี้เงินกูธนาคารไทยพาณิชย จํากัด (มหาชน) เลขที่บัญชี ๕๔๗๓๒๐๐๐๓๐๙ ชื่อบัญชีนางสาวสาธินี ดาวศิริโรจน จํานวน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของผูถูกกลาวหามีวา กรณีมีเหตุที่จะรอการลงโทษจําคุกใหแกผูถูกกลาวหาหรือไม ผูถูกกลาวหายื่นอุทธรณวา ในชวงเวลาที่เกิดเหตุผูถูกกลาวหาไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงที่ปรึกษานายกองคการบริหารสวนจังหวัดสกลนคร ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๑และพนจากตําแหนงเมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๕ ตอมาไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงที่ปรึกษานายกองคการบริหารสวนจังหวัดสกลนคร ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ และพนจากตําแหนงเมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๕๗ และในวันเดียวกันก็ไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงรองนายกองคการบริหารสวนจังหวัดสกลนครเรื่อยมาจนถึงวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๑ จึงพนจากตําแหนงดังกลาวตามคําพิพากษาของศาลนี้ ผูถูกกลาวหาดํารงตําแหนงและพนจากตําแหนงหลายครั้งหลายหนตอเนื่องเชื่อมโยงกันมาตลอดทําใหสับสนหลงลืม ประกอบกับผูถูกกลาวหาไมเคยไดรับโทษจําคุกมากอน มีภาระตองอุปการะเลี้ยงดูบุตรหลานตองดูแลธุรกิจสัมปทานดูดทราย อพารทเมนท และสวนอินทผาลัมมีคนงานที่ตองรับผิดชอบดูแลผูถูกกลาวหาชวยงานการกุศล ประกอบคุณงามความดีชวยเหลือสังคม ทั้งมีโรคประจําตัวเปนโรคโลหิตจางความดันต่ํา นอนไมหลับและซึมเศรา ขอใหรอการลงโทษจําคุก เห็นวา ผูถูกกลาวหาไมยื่นชี้แจงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองที่เปนประเด็นปญหาในคดีนี้ ไดแกหนา ๖๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘ เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร ๔ รายการ หนี้เบิกเงินเกินบัญชีและหนี้เงินกูจากธนาคาร ๕ รายการทรัพยสินบางรายการซ้ํากับรายการทรัพยสินเดิมที่เคยเปนปญหาในคดีหมายเลขแดงที่ อม. ๑๐๓/๒๕๖๑ของศาลนี้ ทรัพยสินและหนี้สินทั้งหมดปรากฏในรูปของการทําธุรกรรมที่ปรากฏชื่อธนาคารและผูถูกกลาวหาเปนคูสัญญาทั้งหมด มิไดมีการใสชื่อบุคคลอื่นแทน ทั้งยังสามารถตรวจสอบไดไมยาก พฤติกรรมของผูถูกกลาวหาไมถึงกับสอไปในทางทุจริต แตเกิดจากความบกพรอง ไมเอาใจใสตอหนาที่ตามที่กฎหมายกําหนดอีกทั้งการดํารงตําแหนงทางการเมืองของผูถูกกลาวหาติดตอเชื่อมโยงกันมาโดยตลอดจนถึงวันที่ศาลมีคําสั่งใหผูถูกกลาวหาหยุดปฏิบัติหนาที่ จึงยังฟงไมไดถนัดวาผูถูกกลาวหาไมเข็ดหลาบและไมเกรงกลัวตอกฎหมายประกอบกับผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพ และโทษทางการเมืองที่ผูถูกกลาวหาไดรับโดยถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป ถือวาผูถูกกลาวหาไดรับโทษตามสมควรแกพฤติการณแหงการกระทําความผิดเชื่อวาเพียงพอใหผูถูกกลาวหาหลาบจําแลว กรณีมีเหตุอันควรปรานีรอการลงโทษจําคุกใหแกผูถูกกลาวหาอุทธรณของผูถูกกลาวหาฟงขึ้น แตเพื่อใหผูถูกกลาวหาหลาบจํา จึงเห็นควรกําหนดโทษปรับอีกสถานหนึ่งพิพากษาแกเปนวา ใหลงโทษปรับผูถูกกลาวหา ๑๐,๐๐๐ บาท อีกสถานหนึ่ง ลดโทษใหกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับ ๕,๐๐๐ บาท โทษจําคุกใหรอการลงโทษไวมีกําหนด ๒ ป นับตั้งแตวันที่อานคําพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ไมชําระคาปรับ ใหจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ไมบวกโทษจําคุก ๕ เดือนของผูถูกกลาวหาที่รอการลงโทษไวในคดีหมายเลขแดงที่ อม. ๑๐๓/๒๕๖๑ นอกจากที่แกใหเปนไปตามคําพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองนางมัณทรี อุชชินนายวิชาญ ศิริเศรษฐ นายเศกสิทธิ์ สุขใจนายประกอบ ลีนะเปสนันท นายรังสรรค โรจนชีวินนายอรพงษ ศิริกานตนนท นายเผด็จ ชมพานิชยนายภัฏ วิภูมิรพี นางจรรยา จีระเรืองรัตนาหนา ๗๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)