ThaiGovData

ประกาศคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัดชัยภูมิ ฉบับที่ ๖๑ (พ.ศ. ๒๕๖๗) เรื่อง กำหนด (ปรับปรุง) แก้ไขรายละเอียดเส้นทาง (ชื่อถนน ชื่อสถานที่ หรือเปลี่ยนหมายเลขทางหลวงใหม่ หรือเปลี่ยนทางหลวงจังหวัดเป็นทางหลวงแผ่นดิน) สำหรับการขนส่งประจำทางด้วยรถโดยสาร หมวด ๔ จังหวัดชัยภูมิ สายที่ ๑๓๔๖ ชัยภูมิ - หนองบัวแดง (ข) และสายที่ ๑๓๔๘ ชัยภูมิ - บ้านแท่น

undated

Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th

The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.

(อม.๓๔)คําพิพากษา คดีหมายเลขดําที่ อม. ๓๕/๒๕๖๗คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๑๑/๒๕๖๘ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองวันที่ ๑๙ เดือน มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘คณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ ผูรองนายพิศ วิริยะอารีธรรม ผูถูกกลาวหาเรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพยสินและหนี้สินผูรองยื่นคํารองขอใหวินิจฉัยวา ผูถูกกลาวหาไดรับเลือกตั้งใหดํารงตําแหนงสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดพิจิตร เขารับตําแหนงเมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๕ และพนจากตําแหนงเมื่อวันที่๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๓ โดยยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สิน เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๓ตอมาผูถูกกลาวหาไดรับเลือกตั้งใหดํารงตําแหนงสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดพิจิตรอีกวาระหนึ่งเขารับตําแหนงเมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๖๔ โดยยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินเมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๔ แตผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบและมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น โดยไมแสดงเงินลงทุนในหางหุนสวนจํากัด พ. วิริยะกอสราง กรณีพนจากตําแหนง เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๓ระหวาง หนา ๕๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘ และกรณีเขารับตําแหนงเมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๖๔ ขอใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูถูกกลาวหา กับลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑, ๑๑๔ วรรคสอง (๑), ๑๖๗ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพพิเคราะหคํารองประกอบเอกสารทายคํารอง และคําใหการของผูถูกกลาวหาแลว ขอเท็จจริงรับฟงไดวา ผูถูกกลาวหาไดรับเลือกตั้งใหดํารงตําแหนงสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดพิจิตรเขารับตําแหนงวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๕ และพนจากตําแหนงวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๓ตอมาผูถูกกลาวหาไดรับเลือกตั้งใหดํารงตําแหนงสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดพิจิตรอีกวาระหนึ่งเขารับตําแหนงวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๖๔ และพนจากตําแหนงเนื่องจากครบวาระเมื่อวันที่๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๗ ผูถูกกลาวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบกรณีพนจากตําแหนงและกรณีเขารับตําแหนงตอผูรองแลว เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๓ และวันที่๑๖ เมษายน ๒๕๖๔ ตามลําดับ ซึ่งการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินทั้งสองครั้งดังกลาวผูรองตรวจสอบแลวเห็นวา ผูถูกกลาวหาไมแสดงรายการทรัพยสิน เงินลงทุนในหางหุนสวนจํากัดพ. วิริยะกอสราง ผูรองจึงแจงขอกลาวหาใหผูถูกกลาวหาทราบ ผูถูกกลาวหาชี้แจงแกขอกลาวหาวาผูถูกกลาวหาไมไดเปนหุนสวนของหางหุนสวนจํากัด พ. วิริยะกอสราง เนื่องจากไดยกกิจการหางหุนสวนจํากัดดังกลาวใหแก นายเจษฎาพร วิริยะอารีธรรม และ นายคมกฤช วิริยะอารีธรรมบุตรผูถูกกลาวหาแลว ตอมาผูรองมีมติวา ผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบและมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สิน กรณีพนจากตําแหนงเมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๓ และกรณีเขารับตําแหนงเมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๖๔จึงยื่นคํารองคดีนี้ปญหาตองวินิจฉัยมีวา ผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น กรณีพนจากตําแหนง และกรณีเขารับตําแหนงตามคํารองหรือไม เห็นวา ผูถูกกลาวหาดํารงตําแหนงสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดพิจิตรหนา ๕๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘ จึงเปนเจาหนาที่ของรัฐในตําแหนงสมาชิกสภาทองถิ่นขององคกรปกครองสวนทองถิ่น มีหนาที่ตองยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรอง ทั้งกรณีเขารับตําแหนงและกรณีพนจากตําแหนงตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๔ มาตรา ๑๐๒ (๙) และมาตรา ๑๐๕ ประกอบประกาศคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ เรื่อง กําหนดตําแหนงของผูบริหารทองถิ่น รองผูบริหารทองถิ่น ผูชวยผูบริหารทองถิ่นและสมาชิกสภาทองถิ่นขององคกรปกครองสวนทองถิ่น ที่ตองยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินตามมาตรา ๑๐๒ (๙)พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สิน เปนหนาที่ตามกฎหมายที่ตองปฏิบัติอยางเครงครัด และเปนมาตรการในการตรวจสอบทรัพยสินและหนี้สิน เพื่อปองปรามมิใหเจาหนาที่ของรัฐปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต แมกิจการหางหุนสวนจํากัด พ. วิริยะกอสราง จะไมมีชื่อผูถูกกลาวหาเปนหุนสวน แตตามพฤติการณที่ไดความตามสํานวนการไตสวนของผูรองวา เดิมผูถูกกลาวหาเปนหุนสวนผูจัดการของหางหุนสวนจํากัด พ. วิริยะกอสราง โดยมีอํานาจเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากออมทรัพยเลขที่ ๖๑๐ -๑ -๕๒๕๒๔-๔ และบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน เลขที่ ๖๑๐ -๖ -๐๓๘๔๐ -๖ธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) สาขาพิจิตร ของหางหุนสวนจํากัด พ. วิริยะกอสราง วันที่๒๗ มกราคม ๒๕๔๗ ผูถูกกลาวหาออกจากการเปนหุนสวนผูจัดการของหางหุนสวนจํากัดและมีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อผูเปนหุนสวนและหุนสวนผูจัดการของหางหุนสวนจํากัด พ. วิริยะกอสรางโดยมี นายเจษฎาพร วิริยะอารีธรรม เปนหุนสวนผูจัดการแทนผูถูกกลาวหา ตอมาตั้งแตวันที่๘ มิถุนายน ๒๕๕๘ จนถึงปจจุบันมีชื่อ นายคมกฤช วิริยะอารีธรรม เปนหุนสวนผูจัดการแตปรากฏวาผูถูกกลาวหายังคงมีอํานาจเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของหางหุนสวนจํากัด รวมทั้งมีอํานาจสั่งจายเช็คของหางหุนสวนจํากัดอยู ไมตางจากขณะที่ผูถูกกลาวหาเปนหุนสวนผูจัดการของหางหุนสวนจํากัด พ. วิริยะกอสราง นอกจากนี้ ผูถูกกลาวหายังไดกูยืมเงินจากธนาคารกรุงไทย จํากัด(มหาชน) มาซื้อที่ดิน โดยใหธนาคารหักเงินจากบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน ธนาคารกรุงไทย จํากัด(มหาชน) สาขาพิจิตร เลขที่ ๖๑๐-๖-๐๓๘๔๐-๖ ของหางหุนสวนจํากัดชําระหนี้เงินกูของตนเปนประจําทุกเดือน ประกอบกับ นายเจษฎาพร ใหถอยคําวา ในขณะที่ตนเปนหุนสวนผูจัดการผูถูกกลาวหาเปนผูตรวจสอบการบริหารกิจการของหางหุนสวนจํากัดดวย อันแสดงใหเห็นวา ผูถูกกลาวหาเปนเจาของกิจการหางหุนสวนจํากัด พ. วิริยะกอสราง โดยมอบหมายให นายคมกฤช ซึ่งเปนหุนสวนผูจัดการหนา ๕๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘ คนปจจุบันครอบครองหรือดูแลกิจการแทน ดังนั้น เงินลงทุนในหางหุนสวนจํากัด พ. วิริยะกอสรางจึงเปนทรัพยสินของผูถูกกลาวหาที่ตองยื่นแสดงรายการทรัพยสินดังกลาว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๐๕ แตผูถูกกลาวหาไมไดแสดงรายการทรัพยสินดังกลาวในบัญชี เมื่อพิจารณาพฤติการณดังกลาวประกอบคําใหการรับสารภาพของผูถูกกลาวหาแลว คดีจึงฟงไดวา ผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น กรณีพนจากตําแหนงเมื่อวันที่๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๓ และกรณีเขารับตําแหนงเมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๖๔ ผูถูกกลาวหาจึงตองถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑ ประกอบมาตรา ๑๑๔ วรรคสาม และการกระทําของผูถูกกลาวหายังเปนความผิดฐานเปนเจาหนาที่ของรัฐจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบและมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น กรณีพนจากตําแหนงเมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๓ และกรณีเขารับตําแหนงเมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๖๔ตามมาตรา ๑๖๗ อีกดวยพิพากษาวา นายพิศ วิริยะอารีธรรม ผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบและมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น กรณีพนจากตําแหนงสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดพิจิตรเมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๓ และกรณีเขารับตําแหนงสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดพิจิตรเมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๖๔ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๑๔ วรรคสอง (๑)ใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูถูกกลาวหาตลอดไป ตามมาตรา ๘๑ ประกอบมาตรา ๑๑๔วรรคสาม กับมีความผิดตามมาตรา ๑๖๗ การกระทําของผูถูกกลาวหาเปนความผิดหลายกรรมตางกันใหลงโทษทุกกรรมเปนกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ จําคุกกระทงละ๒ เดือน และปรับกระทงละ ๘,๐๐๐ บาท รวม ๒ กระทง ผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพหนา ๕๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘ เปนประโยชนแกการพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษใหกระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ คงจําคุกกระทงละ ๑ เดือน และปรับกระทงละ ๔,๐๐๐ บาท รวม ๒ กระทง เปนจําคุก๒ เดือน และปรับ ๘,๐๐๐ บาท ไมปรากฏวาผูถูกกลาวหาเคยไดรับโทษจําคุกมากอน โทษจําคุกจึงใหรอการลงโทษไวมีกําหนด ๑ ป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไมชําระคาปรับใหจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐.นางอภิรดี โพธิ์พรอมนายปฏิญญา สูตรสุวรรณ นายทรงกลด บุญชูกุศลนางศุภลักษณ เขียวรัตน นายศุทธิพงศ ภูสุวรรณนายจุมพล กลาประเสริฐ นายจีระพัฒน พันธุทวีนายพิศิฏฐ สุดลาภา นายเทพ อิงคสิทธิ์หนา ๕๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)