ThaiGovData

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยที่ ๖/๒๕๖๘ เรื่อง พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๒๕) ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง หรือไม่ [ระหว่าง ศาลจังหวัดวิเชียรบุรี ผู้ร้อง - ผู้ถูกร้อง]

undated

Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th

The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.

ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลรัฐธรรมนูญคําวินิจฉัยที่ ๖/๒๕๖๘ เรื่องพิจารณาที่ ๓๒/๒๕๖๗วันที่ ๙ เดือน เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๘ศาลจังหวัดวิเชียรบุรี ผูรอง- ผูถูกรองเรื่อง พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๒๕)ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง หรือไมศาลจังหวัดวิเชียรบุรีสงคําโตแยงของจําเลย (นายหนูเต็ม แสงวัน) ในคดีอาญาหมายเลขดําที่อ ๑๒๐/๒๕๖๗ เพื่อขอใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ ขอเท็จจริงตามคําโตแยงและเอกสารประกอบ สรุปไดดังนี้พนักงานอัยการจังหวัดวิเชียรบุรีเปนโจทกยื่นฟอง นายหนูเต็ม แสงวัน เปนจําเลยตอศาลจังหวัดวิเชียรบุรี ความผิดฐานลงสมัครรับเลือกตั้งโดยรูอยูแลววาตนเปนผูขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามในการสมัครรับเลือกตั้งเปนนายกองคการบริหารสวนตําบลทาโรง อําเภอวิเชียรบุรีจังหวัดเพชรบูรณ และแจงขอความอันเปนเท็จแกเจาพนักงาน เนื่องจากจําเลยเคยถูกสั่งใหพนจากตําแหนงนายกองคการบริหารสวนตําบลทาโรง ตามคําสั่งจังหวัดเพชรบูรณ ที่ ๔๘๔/๒๕๖๒ ลงวันที่๔ มีนาคม ๒๕๖๒ และยังไมพนหาปนับแตวันที่พนจากตําแหนงจนถึงวันเลือกตั้งในวันที่ระหวาง หนา ๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ กรณีกระทําการฝาฝนตอความสงบเรียบรอยหรือสวัสดิภาพของประชาชนหรือละเลยไมปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไมชอบดวยอํานาจหนาที่ตามพระราชบัญญัติสภาตําบลและองคการบริหารสวนตําบล พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๙๒ วรรคสอง ตอมาวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศกําหนดใหมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาองคการบริหารสวนตําบลและนายกองคการบริหารสวนตําบล และเมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๔ จําเลยสมัครรับเลือกตั้งเปนนายกองคการบริหารสวนตําบลทาโรง พรอมรับรองตนเองวาเปนผูมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งและไมมีลักษณะตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง การกระทําของจําเลยเปนความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๒๕)และมาตรา ๑๒๐ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗ ขอใหศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจําเลยมีกําหนดยี่สิบประหวางการพิจารณาคดีของศาลจังหวัดวิเชียรบุรี จําเลยโตแยงวา พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๒๕) กําหนดลักษณะตองหามของบุคคลมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น กรณีเคยถูกสั่งใหพนจากตําแหนงใด ๆ ในองคกรปกครองสวนทองถิ่น ซึ่งเปนการพนจากตําแหนงตามคําสั่งทางปกครองโดยอาศัยอํานาจกํากับดูแลองคกรปกครองสวนทองถิ่น มิใชอํานาจตุลาการ เมื่อจําเลยฟองคดีตอศาลปกครองนครสวรรค ขอใหเพิกถอนคําสั่งของผูวาราชการจังหวัดเพชรบูรณที่สั่งใหจําเลยพนจากตําแหนงศาลปกครองนครสวรรคพิพากษายกฟอง จําเลยอุทธรณและยื่นคํารองขอทุเลาการบังคับตามคําสั่งดังกลาวตอศาลปกครองสูงสุด คดีอยูระหวางการพิจารณา จึงไมอาจถือวาคําสั่งนั้นถึงที่สุดและยังอยูภายใตการตรวจสอบความชอบดวยกฎหมายโดยศาลปกครอง อีกทั้งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๒๕) กําหนดระยะเวลาใหตองรอจนกวาจะพนหาปนับแตวันที่ถูกสั่งใหพนจากตําแหนงจนถึงวันเลือกตั้งจึงจะสามารถสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นได ซึ่งแตกตางจากการกําหนดระยะเวลาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๘ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๒ และสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๐๘ ข. (๑) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๑หนา ๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๘ มาตรา ๑๔ ที่มิไดบัญญัติลักษณะตองหามดังกลาว และเมื่อบุคคลพนจากการถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งแลวสามารถสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาไดทันที อันเปนบทบัญญัติที่กําหนดลักษณะตองหามในการกลั่นกรองบุคคลกอนเขาสูตําแหนงทางการเมืองระดับทองถิ่นที่เขมงวดมากเกินความจําเปน ไมสอดคลองกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวของ ประกอบกับบุคคลที่อยูในระหวางถูกสั่งใหพนจากตําแหนงไมวาคดีนั้นจะถึงที่สุดแลวหรือไม ไมอาจใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นได กระทบตอสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลมากกวาประโยชนสาธารณะที่ตองการใหไดมาซึ่งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น ดังนั้น พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๒๕) เปนบทบัญญัติที่เพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแกเหตุ ไมเปนไปตามหลักความไดสัดสวน ขัดตอหลักนิติธรรมกระทบตอศักดิ์ศรีความเปนมนุษย ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ วรรคสอง มาตรา ๕และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง จําเลยขอใหศาลจังหวัดวิเชียรบุรีสงคําโตแยงดังกลาวตอศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ศาลจังหวัดวิเชียรบุรีเห็นวา จําเลยโตแยงวาพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๒๕) ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ วรรคสองมาตรา ๕ และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง ซึ่งศาลจังหวัดวิเชียรบุรีจะใชบทบัญญัติแหงกฎหมายดังกลาวบังคับแกคดี และยังไมมีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในสวนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินี้ จึงสงคําโตแยงดังกลาวตอศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ วรรคหนึ่งประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญตองพิจารณาเบื้องตนมีวา ศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจรับคําโตแยงของจําเลยไวพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ วรรคหนึ่ง หรือไม เห็นวา ศาลจังหวัดวิเชียรบุรีสงคําโตแยงของจําเลย เพื่อขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยวา พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๒๕) ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญมาตรา ๓ วรรคสอง มาตรา ๕ และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง หรือไม บทบัญญัติดังกลาวเปนบทบัญญัติที่ศาลจังหวัดวิเชียรบุรีจะใชบังคับแกคดี เมื่อจําเลยโตแยงพรอมดวยเหตุผลวาบทบัญญัติดังกลาวขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ และยังไมมีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในสวนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินี้กรณีเปนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๒ วรรคหนึ่ง สวนที่โตแยงวา พระราชบัญญัติการเลือกตั้งหนา ๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๘ สมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๒๕) ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญมาตรา ๓ วรรคสอง และมาตรา ๕ หรือไม นั้น เห็นวา รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ วรรคสองเปนบททั่วไปที่วางหลักการปฏิบัติหนาที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องคกรอิสระ และหนวยงานของรัฐและมาตรา ๕ เปนบททั่วไปที่วางหลักความเปนกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญไว มิไดมีขอความที่เปนการคุมครองสิทธิหรือเสรีภาพไวเปนการเฉพาะ ศาลรัฐธรรมนูญไมจําตองวินิจฉัยในสวนนี้จึงมีคําสั่งรับไวพิจารณาวินิจฉัยเฉพาะประเด็นที่ขอใหวินิจฉัยวา พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๒๕) ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง หรือไม เพื่อประโยชนแหงการพิจารณาใหนําพยานเอกสารที่ไดจากการไตสวนในคดีเรื่องพิจารณาที่ ๓๓/๒๕๖๕ (คําวินิจฉัยที่ ๕/๒๕๖๖) เฉพาะสวนที่เกี่ยวของมารวมสํานวนเพื่อใชในการพิจารณาวินิจฉัย และอาศัยอํานาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๒๗ วรรคสาม ใหหนวยงานที่เกี่ยวของจัดทําความเห็นและจัดสงสําเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวของยื่นตอศาลรัฐธรรมนูญหนวยงานที่เกี่ยวของจัดทําความเห็นและจัดสงสําเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวของ ดังนี้๑. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาจัดสงสําเนาหนังสือสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่ นร ๐๕๐๓/๖๗๙๗ ลงวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๑ พรอมสําเนารางพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. .... (เรื่องเสร็จที่ ๑๒๙๕/๒๕๖๑) สําเนาบันทึกสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาประกอบรางพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. .... และรางกฎหมายวาดวยการจัดตั้งองคกรปกครองสวนทองถิ่น รวม ๕ ฉบับ(เรื่องเสร็จที่ ๑๒๙๕ - ๑๓๐๐/๒๕๖๑) สําเนาบันทึกวิเคราะหสรุปสาระสําคัญของรางพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. .... และรางกฎหมายวาดวยการจัดตั้งองคกรปกครองสวนทองถิ่น รวม ๖ ฉบับ (เรื่องเสร็จที่ ๑๒๙๕ - ๑๓๐๐/๒๕๖๑) สําเนาบันทึกการประชุมคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) เรื่อง รางพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๕ และครั้งที่ ๓๒ และสําเนาบันทึกการประชุมคณะอนุกรรมการดําเนินการศึกษาและปรับปรุงกฎหมายที่จํากัดสิทธิหรือเสรีภาพหรือที่กอใหเกิดภาระแกการประกอบอาชีพหรือธุรกิจของบุคคลโดยไมจําเปน (คณะอนุกรรมการพัฒนากฎหมาย)หนา ๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ครั้งที่ ๖๒ - ๑๗/๒๕๕๘ และครั้งที่ ๖๔ - ๑๙/๒๕๕๘ รวมทั้งจัดทําความเห็นสรุปไดวา รางพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. .... มีเจตนารมณในการแกไขพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๕ และที่แกไขเพิ่มเติม ใหสอดคลองกับรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐และกฎหมายวาดวยองคกรปกครองสวนทองถิ่นแตละประเภท ไดแก พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖พระราชบัญญัติสภาตําบลและองคการบริหารสวนตําบล พ.ศ. ๒๕๓๗ และพระราชบัญญัติองคการบริหารสวนจังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๐ จึงเห็นควรแกไขเพิ่มเติมคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น เพื่อใหกระบวนการคัดเลือกบุคคลเขามาเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นเปนไปอยางมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น๒. ประธานกรรมการการเลือกตั้งจัดทําความเห็นสรุปไดวา พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๒๕) เปนบทบัญญัติเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นมีความมุงหมายและเจตนารมณเพื่อใหกระบวนการคัดเลือกบุคคลที่จะเขามาเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นเปนไปอยางเหมาะสมและเพื่อปองกันมิใหบุคคลที่ขาดความนาเชื่อถือทั้งในการปฏิบัติหนาที่หรือการประพฤติตนที่ไมเหมาะสมจนถึงขั้นถูกสั่งใหพนจากตําแหนงใด ๆ ในองคกรปกครองสวนทองถิ่นเขามาดํารงตําแหนงทางการเมืองในชวงระยะเวลาหนึ่งตามแนวทางการปองกันและปราบปรามการทุจริตที่บัญญัติไวในรัฐธรรมนูญ๓. นายกสมาคมองคการบริหารสวนตําบลแหงประเทศไทยจัดทําความเห็นสรุปไดวาพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๒๕)บัญญัติใหบุคคลผูมีลักษณะตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งซึ่งมีกําหนดระยะเวลาหาปนับแตวันที่พนจากตําแหนงจนถึงวันเลือกตั้งเปนระยะเวลานาน และผูสมัครรับเลือกตั้งไมสามารถสมัครรับเลือกตั้งไดหากคดียังไมถึงที่สุด และยังไมพนระยะเวลาหาปนับแตศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุด เปนการเพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลนั้นเกินสมควรแกเหตุและเกินความจําเปน ขัดตอหลักนิติธรรมขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่งหนา ๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคําโตแยงของจําเลย ความเห็นและขอมูลของหนวยงานที่เกี่ยวของและเอกสารประกอบแลวเห็นวา คดีเปนปญหาขอกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยไดจึงยุติการไตสวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๕๘ วรรคหนึ่ง กําหนดประเด็นที่ตองพิจารณาวินิจฉัยวา พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๒๕) ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง หรือไมพิจารณาแลวเห็นวา รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง เปนบทบัญญัติในหมวด ๓สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย บัญญัติวา “การตรากฎหมายที่มีผลเปนการจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลตองเปนไปตามเงื่อนไขที่บัญญัติไวในรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่รัฐธรรมนูญมิไดบัญญัติเงื่อนไขไวกฎหมายดังกลาวตองไมขัดตอหลักนิติธรรม ไมเพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแกเหตุ และจะกระทบตอศักดิ์ศรีความเปนมนุษยของบุคคลมิได รวมทั้งตองระบุเหตุผลความจําเปนในการจํากัดสิทธิและเสรีภาพไวดวย”พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มีเหตุผลในการประกาศใชเนื่องจากรัฐธรรมนูญบัญญัติใหสมาชิกสภาทองถิ่นตองมาจากการเลือกตั้งและผูบริหารทองถิ่นใหมาจากการเลือกตั้งหรือมาจากความเห็นชอบของสภาทองถิ่น หรือกรณีองคกรปกครองสวนทองถิ่นรูปแบบพิเศษจะมาโดยวิธีอื่นก็ได แตตองคํานึงถึงการมีสวนรวมของประชาชนดวยโดยคุณสมบัติของผูมีสิทธิเลือกตั้งและผูมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง รวมทั้งหลักเกณฑและวิธีการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น ใหเปนไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งตองคํานึงถึงเจตนารมณในการปองกันและปราบปรามการทุจริตตามแนวทางที่บัญญัติไวในรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติดังกลาวมีหลักการสําคัญเปนการปรับปรุงพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นพ.ศ. ๒๕๔๕ ใหสอดคลองกับรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๑ โดยมีบทบัญญัติเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะตองหามของบุคคลผูใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นใหเกิดความชัดเจน เพื่อใหการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นไดมาซึ่งบุคคลที่สามารถปฏิบัติหนาที่ดวยความซื่อสัตยสุจริตหนา ๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๘ และมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อประโยชนสวนรวม โดยพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ บัญญัติวา “บุคคลผูมีลักษณะดังตอไปนี้เปนบุคคลตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ... (๒๕) เคยถูกสั่งใหพนจากตําแหนงใด ๆ ในองคกรปกครองสวนทองถิ่นเพราะทอดทิ้งหรือละเลยไมปฏิบัติการตามหนาที่และอํานาจ หรือปฏิบัติการไมชอบดวยหนาที่และอํานาจหรือประพฤติตนฝาฝนตอความสงบเรียบรอยหรือสวัสดิภาพของประชาชน หรือมีความประพฤติในทางที่จะนํามาซึ่งความเสื่อมเสียแกศักดิ์ตําแหนง หรือแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น หรือแกราชการและยังไมพนหาปนับแตวันที่พนจากตําแหนงจนถึงวันเลือกตั้ง ...” บทบัญญัติดังกลาวเปนบทบัญญัติเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นเปนไปตามเหตุแหงการพนจากตําแหนงของสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นตามกฎหมายวาดวยองคกรปกครองสวนทองถิ่นแตละประเภท ไดแก พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖พระราชบัญญัติสภาตําบลและองคการบริหารสวนตําบล พ.ศ. ๒๕๓๗ และพระราชบัญญัติองคการบริหารสวนจังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๐ มีความมุงหมายและเจตนารมณเพื่อใหบุคคลที่จะเขามาเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นมีความเหมาะสม ปองกันมิใหบุคคลที่ขาดความนาเชื่อถือ บกพรองในความรับผิดชอบตอหนาที่ หรือมีมลทินมัวหมอง ทั้งในการปฏิบัติหนาที่หรือการประพฤติตนไมเหมาะสมจนถึงขั้นถูกสั่งใหพนจากตําแหนงใด ๆ ในองคกรปกครองสวนทองถิ่นเขามาดํารงตําแหนงทางการเมืองในชวงระยะเวลาหนึ่งตามแนวทางที่บัญญัติไวในรัฐธรรมนูญในการปองกันและปราบปรามการทุจริตขอโตแยงของจําเลยที่วา พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นพ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๒๕) กําหนดลักษณะตองหามกรณีบุคคลเคยถูกสั่งใหพนจากตําแหนงใด ๆในองคกรปกครองสวนทองถิ่น เปนการพนจากตําแหนงตามคําสั่งทางปกครองโดยอํานาจกํากับดูแลองคกรปกครองสวนทองถิ่น มิใชอํานาจตุลาการ คําสั่งดังกลาวไมถึงที่สุดและอยูภายใตการตรวจสอบความชอบดวยกฎหมายโดยศาลปกครอง ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง นั้นเห็นวา การปกครองสวนทองถิ่นเปนรูปแบบหนึ่งของการปกครองภายใตหลักการกระจายอํานาจที่มุงเนนใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นมีการจัดการปกครองสวนทองถิ่นตามหลักการปกครองตนเองตามเจตนารมณของประชาชนในทองถิ่น องคกรปกครองสวนทองถิ่นมีหนาที่และอํานาจในการออกกฎหมายลําดับรองเพื่อใชบังคับภายในเขตพื้นที่ตนเองและมีอิสระในการตัดสินใจ โดยผูบริหารทองถิ่นมาจากหนา ๑๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๘ การเลือกตั้งของประชาชนในทองถิ่น อยางไรก็ดี การบริหารราชการสวนทองถิ่นมีความจําเปนตองถูกกํากับดูแลโดยราชการสวนกลางและราชการสวนภูมิภาค ซึ่งกระทําไดตอเมื่อมีกฎหมายใหอํานาจไวโดยชัดแจงเทานั้น การใชอํานาจกํากับดูแลองคกรปกครองสวนทองถิ่นเปนการตรวจสอบการกระทําขององคกรปกครองสวนทองถิ่นใหเปนไปโดยชอบดวยกฎหมาย และหมายความรวมถึงการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของบุคคลที่ดํารงตําแหนงในองคกรปกครองสวนทองถิ่นที่อาจสงผลกระทบใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นหรือราชการไดรับความเสียหายดวยพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐กําหนดลักษณะตองหามอันจะมีผลทําใหสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นตองพนจากตําแหนงมีทั้งการพนจากตําแหนงโดยคําพิพากษาและคําสั่งทางปกครอง ซึ่ง (๒๕) เปนการพนจากตําแหนงโดยคําสั่งทางปกครอง เพราะเหตุตามที่กําหนดไว ๒ กรณี ไดแก กรณีที่หนึ่ง เพราะเหตุทอดทิ้งหรือละเลยไมปฏิบัติการตามหนาที่และอํานาจ หรือปฏิบัติการไมชอบดวยหนาที่และอํานาจเปนเหตุที่เกิดจากการหลีกเลี่ยงไมกระทําการในหนาที่ของตน อันอาจมีผลกระทบตอความสามารถในการปฏิบัติหนาที่ของผูดํารงตําแหนงที่ตองใชอํานาจรัฐหรือกระทําการแทนรัฐไดอยางมีประสิทธิภาพทําลายความเชื่อถือและไววางใจของสาธารณชนที่มีตอการเมืองการปกครองสวนทองถิ่นอันเปนความผิดรายแรงสงผลเสียตอหนาที่ราชการ กรณีที่สอง เพราะเหตุประพฤติตนฝาฝนตอความสงบเรียบรอยหรือสวัสดิภาพของประชาชน หรือมีความประพฤติในทางที่จะนํามาซึ่งความเสื่อมเสียแกศักดิ์ตําแหนง หรือแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น หรือแกราชการ เปนความผิดเกี่ยวกับความประพฤติและมาตรฐานแหงความประพฤติของผูดํารงตําแหนงสาธารณะซึ่งไดรับความเชื่อถือและไววางใจจากประชาชน ตําแหนงสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นเปนผูแทนของประชาชนระดับทองถิ่น มีความสําคัญไมยิ่งหยอนไปกวาตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาซึ่งเปนผูแทนของประชาชนในระดับประเทศ เนื่องจากสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นมีหนาที่ในการบริหารจัดการประโยชนสาธารณะในระดับทองถิ่นเพื่อประโยชนสวนรวมของประชาชน อันเปนความรับผิดชอบโดยตรงตอประชาชนในระดับทองถิ่นสมควรเปนผูมีความประพฤติที่เหมาะสมและเปนที่นาเชื่อถือศรัทธา ตองถูกกํากับควบคุมดวยมาตรฐานทางจริยธรรมหรือมาตรฐานความประพฤติที่สูงกวาบุคคลธรรมดาทั่วไป แมการเขาสูตําแหนงของสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นจะมาจากการเลือกตั้งก็ตาม แตการสั่งใหบุคคลดังกลาวพนจากตําแหนงหนา ๑๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๘ องคกรกํากับดูแลจะเขามาควบคุมสอบสวนและวินิจฉัยเหตุแหงการพนจากตําแหนงภายใตขอบเขตที่กฎหมายกําหนด กรณีผูบริหารทองถิ่นหรือประธานแหงสภาทองถิ่นถูกกลาวหาจะตองดําเนินการสอบสวนในรูปแบบของคณะกรรมการสอบสวนขอเท็จจริงซึ่งมีหลักประกันความเปนธรรมแกผูถูกกลาวหาใหผูถูกกลาวหาไดรับทราบขอเท็จจริงและแสดงพยานหลักฐานพิสูจนขอกลาวหา เมื่อไดดําเนินการแลวคําสั่งทางปกครองดังกลาวมีสภาพบังคับตอบุคคลที่ดํารงตําแหนงในองคกรปกครองสวนทองถิ่นโดยไมตองรอการยืนยันจากองคกรตุลาการ สภาพบังคับตามกฎหมายดํารงอยูจนกวาจะมีการเพิกถอนหลังจากนั้น หากมีการโตแยงถึงความชอบดวยกฎหมายของคําสั่งใหบุคคลดังกลาวพนจากตําแหนงองคกรตุลาการจึงเขามาตรวจสอบคําสั่งทางปกครองนั้น ลักษณะตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๒๕) ที่บัญญัติใหบุคคลที่ถูกสั่งใหพนจากตําแหนงใด ๆในองคกรปกครองสวนทองถิ่น มิไดจํากัดเฉพาะตองมีคําพิพากษาของศาลเสียกอนไมวาจะถึงที่สุดแลวหรือไมสําหรับขอโตแยงของจําเลยที่วา พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นพ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๒๕) กําหนดระยะเวลาของลักษณะตองหามดังกลาวที่วา “ยังไมพนหาปนับแตวันที่พนจากตําแหนงจนถึงวันเลือกตั้ง” แตกตางจากการกําหนดระยะเวลาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่น ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง นั้น เห็นวา สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองเพื่อเขาไปมีสวนรวมในการแสดงเจตจํานงทางการเมือง แตสิทธิเชนวานี้ มิใชสิทธิเด็ดขาด ฝายนิติบัญญัติสามารถตรากฎหมายจํากัดสิทธิเชนวานั้นไดตามเงื่อนไขที่บัญญัติไวในรัฐธรรมนูญและกฎหมาย หลักเกณฑที่นํามาใชในการจํากัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งในแตละกรณีมีความแตกตางกันตามวัตถุประสงคและความมุงหมายในการกลั่นกรองคุณสมบัติของบุคคลที่จะเขามาดํารงตําแหนง เชน ความเปนพลเมือง อายุ การมีถิ่นที่อยูในเขตเลือกตั้ง และการเปนผูดํารงตําแหนงหรือการประกอบกิจการ ดวยเหตุที่วาเปนความผิดเกี่ยวกับการปฏิบัติหนาที่และความประพฤติอันเปนความผิดรายแรงและกอใหเกิดความเสียหายตอระบบราชการพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๒๕)บัญญัติลักษณะตองหามอันเปนการจํากัดสิทธิผูเคยถูกสั่งใหพนจากการเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นไมใหกลับเขามารับตําแหนงอีกครั้ง มีกําหนดระยะเวลาหาป เพื่อใหเหมาะสมกับระดับความรายแรงแหงพฤติการณ เมื่อพนกําหนดระยะเวลาที่กําหนดไวแลว หากผูนั้นมีคุณสมบัติหนา ๑๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๘ และไมมีลักษณะตองหามอื่นตามที่กฎหมายกําหนดก็สามารถใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งได บทบัญญัติดังกลาวปองกันไมใหบุคคลซึ่งมีลักษณะตองหามกลับมาดํารงตําแหนงอีกครั้งในชวงระยะเวลาหนึ่งนับแตวันที่พนจากตําแหนงจนถึงวันเลือกตั้ง มีผลเพียงเปนการจํากัดสิทธิชั่วคราวเพื่อมิใหบุคคลดังกลาวเขามามีโอกาสใชอํานาจที่อาจทําใหราชการเสียหายหรือมลทินมัวหมองเพียงระยะเวลาหนึ่งเทานั้นมิไดเปนระยะเวลาที่นานเกินสมควร เนื่องดวยบุคคลที่ขาดความนาเชื่อถือในความซื่อสัตยสุจริตขาดการยอมรับ หรือความไววางใจจากประชาชนโดยทั่วไป หากมีสวนเขาไปเกี่ยวของในการปฏิบัติหนาที่อาจกอใหเกิดความเสียหายแกองคกรปกครองสวนทองถิ่นได แตกตางไปจากสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองอื่นที่มีลักษณะตองหามตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายระดับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ การกําหนดลักษณะตองหามในบางกรณีที่เปนลักษณะเฉพาะของสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นสามารถกําหนดใหแตกตางจากสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาไดโดยไมตองบัญญัติลักษณะตองหามใหเหมือนกันในทุกกรณี เนื่องจากเปนลักษณะเฉพาะของตําแหนงทางการเมืองแตละตําแหนง และกฎหมายวางหลักเกณฑการควบคุมมาตรฐานทางจริยธรรมหรือมาตรฐานความประพฤติของสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นตามพระราชบัญญัติจัดตั้งองคกรปกครองสวนทองถิ่นในแตละระดับ โดยใชหลักเกณฑทางเนื้อหาและกระบวนการตรวจสอบเปนมาตรฐานเดียวกันดังนั้น พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒มาตรา ๕๐ (๒๕) เปนบทบัญญัติที่กําหนดลักษณะตองหามในการกลั่นกรองบุคคลกอนเขาสูตําแหนงทางการเมืองระดับทองถิ่นที่มีความจําเปนและเหมาะสม เมื่อชั่งน้ําหนักระหวางประโยชนสาธารณะที่จะไดรับตามวัตถุประสงคของกฎหมายและผลกระทบตอการจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลแลวประโยชนสาธารณะเพื่อใหไดมาซึ่งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นที่มีความรับผิดชอบตอหนาที่ประพฤติดี ไมมีมลทินมัวหมอง เขามาทําหนาที่จัดทําบริการสาธารณะเพื่อประโยชนของประชาชนในทองถิ่นยอมมีมากกวา เปนไปตามหลักความไดสัดสวนพอเหมาะพอควรแกกรณี สอดคลองกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวของ ไมขัดตอหลักนิติธรรม ไมเพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแกเหตุ ไมกระทบตอศักดิ์ศรีความเปนมนุษยของบุคคลไมขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่งหนา ๑๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๘ อาศัยเหตุผลดังกลาวขางตน จึงวินิจฉัยวา พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕๐ (๒๕) ไมขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖วรรคหนึ่ง นายนครินทร เมฆไตรรัตนประธานศาลรัฐธรรมนูญนายปญญา อุดชาชน นายอุดม สิทธิวิรัชธรรมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายวิรุฬห แสงเทียน นายจิรนิติ หะวานนทตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายนภดล เทพพิทักษ นายบรรจงศักดิ์ วงศปราชญตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายอุดม รัฐอมฤต นายสุเมธ รอยกุลเจริญตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหนา ๑๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)