ThaiGovData

คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน [คดีหมายเลขดำที่ อม. ๙/๒๕๖๗ คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๑๖/๒๕๖๘ ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้อง นายสมเกียรติ วอนเพียร ผู้ถูกกล่าวหา]

undated

Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th

The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.

(อม.๓๔)คําพิพากษา คดีหมายเลขดําที่ อม. ๙/๒๕๖๗คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๑๖/๒๕๖๘ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองวันที่ ๖ เดือน พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘คณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ ผูรองนายสมเกียรติ วอนเพียร ผูถูกกลาวหาเรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพยสินและหนี้สินผูรองยื่นคํารองและแกคํารองขอใหวินิจฉัยวา ผูถูกกลาวหาไดรับเลือกตั้งใหดํารงตําแหนงนายกเทศมนตรีตําบลสํารอง อําเภอทามวง จังหวัดกาญจนบุรี จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบและมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น กรณีพนจากตําแหนง(วาระที่สอง) ในตําแหนงนายกเทศมนตรีตําบลสํารอง อําเภอทามวง จังหวัดกาญจนบุรี ขอใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง กับลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑, ๑๑๔ วรรคสอง (๑), ๑๖๗ผูถูกกลาวหาใหการปฏิเสธระหวาง หนา ๑๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๘ พิเคราะหคํารอง เอกสารประกอบคํารอง และคําใหการของผูถูกกลาวหาแลว ขอเท็จจริงที่ไดจากการพิจารณาไดความวา ผูถูกกลาวหาไดรับเลือกตั้งใหดํารงตําแหนงนายกเทศมนตรีตําบลสํารองอําเภอทามวง จังหวัดกาญจนบุรี (วาระแรก) เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๓ และพนจากตําแหนงดังกลาวเมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ตอมาไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงนายกเทศมนตรีตําบลสํารอง(วาระที่สอง) และพนจากตําแหนง (วาระที่สอง) เนื่องจากลาออกจากตําแหนง เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๒ตามเอกสารหมาย ร. ๑๐ ผูถูกกลาวหายื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองกรณีเขารับตําแหนง (วาระแรก) เมื่อวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๕๔ กรณีพนจากตําแหนง (วาระแรก)ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินเมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ ๒๕๕๙ และกรณีเขารับตําแหนง(วาระที่สอง) ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สิน เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ ๒๕๕๙ตามเอกสารหมาย ร.๑๑ ถึง ร.๑๓ วันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๒ ผูถูกกลาวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรอง กรณีพนจากตําแหนง (วาระที่สอง) ตามเอกสารหมาย ร.๑๔รายการทรัพยสินและหนี้สินที่ผูถูกกลาวหาไมไดระบุไวในบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินพรอมเอกสารประกอบ กรณีพนจากตําแหนงดังกลาว โดยไมแสดงที่มาแหงรายการทรัพยสินหรือหนี้สินของผูถูกกลาวหา รวม ๓๐ รายการ ดังนี้๑. รายการเงินฝากธนาคาร จํานวน ๓ บัญชี ไดแก๑.๑ ธนาคารไทยพาณิชย จํากัด (มหาชน) สาขาลูกแก บัญชีออมทรัพย เลขที่ ๕๒๔-๒๓๔๖๔๒-๔ชื่อบัญชี นายสมเกียรติ วอนเพียร จํานวน ๒๖,๖๕๗.๘๐ บาท ตามเอกสารหมาย ร.๑๕๑.๒ ธนาคารทหารไทย จํากัด (มหาชน) สาขาทาเรือ บัญชีออมทรัพย เลขที่ ๓๖๐-๗-๐๑๒๙๘-๐ชื่อบัญชี นายสมเกียรติ วอนเพียร จํานวน ๑๐๐,๙๕๑.๙๓ บาท ตามเอกสารหมาย ร.๑๖๑.๓ ธนาคารออมสิน สาขาทามะกา บัญชีเงินฝากเผื่อเรียก Youth Saving เลขที่บัญชี๐๒๑๒๗๗๘๒๕๒๐ ชื่อบัญชี ด.ช.ฤทธิเกียรติ วอนเพียร (บุตร) จํานวน ๑๐๗,๓๕๔.๕๕ บาทตามเอกสารหมาย ร.๑๗๒. รายการเงินลงทุน จํานวน ๔ รายการ ไดแก๒.๑ เงินลงทุนบริษัทศรีเจริญสุข เอส โอ จํากัด ของผูถูกกลาวหา จํานวน ๓๐,๐๐๐ หุนมูลคา ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตามเอกสารหมาย ร.๑๘หนา ๑๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ๒.๒ เงินลงทุนบริษัทศรีเจริญสุข เอส โอ จํากัด ของ นางออย วอนเพียร (คูสมรส)จํานวน ๑๐,๐๐๐ หุน มูลคา ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตามเอกสารหมาย ร.๑๘๒.๓ เงินลงทุนบริษัทศรีเจริญสุข เอส โอ คอนกรีต จํากัด ของผูถูกกลาวหา จํานวน๔๗,๐๐๐ หุน มูลคา ๔,๗๐๐,๐๐๐ บาท ตามเอกสารหมาย ร.๑๙๒.๔ เงินลงทุนบริษัทศรีเจริญสุข เอส โอ คอนกรีต จํากัด ของ นางออย วอนเพียร(คูสมรส) จํานวน ๒,๐๐๐ หุน มูลคา ๒๐๐,๐๐๐ บาท ตามเอกสารหมาย ร.๑๙๓. รายการที่ดิน จํานวน ๓ แปลง ไดแก๓.๑ โฉนดที่ดินเลขที่ ๑๒๔๒๕ ตําบลพังตรุ อําเภอทามวง จังหวัดกาญจนบุรีราคาประเมิน จํานวน ๑,๒๑๒,๘๘๒ บาท ผูถูกกลาวหาเปนผูถือกรรมสิทธิ์ ตามเอกสารหมาย ร.๒๐๓.๒ โฉนดที่ดินเลขที่ ๘๒๘๙ ตําบลทาตะครอ อําเภอทามวง จังหวัดกาญจนบุรีราคาประเมินตามคาตอบแทนเพื่อการไดมาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดิน จํานวน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาทผูถูกกลาวหาเปนผูถือกรรมสิทธิ์ ตามเอกสารหมาย ร.๒๑๓.๓ โฉนดที่ดินเลขที่ ๑๕๘๑๔ ตําบลวังขนาย อําเภอทามวง จังหวัดกาญจนบุรีราคาประเมิน จํานวน ๖๐๑,๒๕๐ บาท ผูถูกกลาวหาเปนผูถือกรรมสิทธิ์ตามเอกสารหมาย ร.๒๒๔. รายการโรงเรือน จํานวน ๙ หลัง ไดแก๔.๑ โรงเรือนเลขที่ ๒๓๖ ซอยอยูเจริญ ๒๙ แขวงสามเสนนอก เขตหวยขวางกรุงเทพมหานคร ราคาประเมินตามที่แสดงในกรณีเขารับตําแหนง (วาระแรก) จํานวน ๒,๑๐๐,๐๐๐ บาทผูถูกกลาวหาเปนผูถือกรรมสิทธิ์ ตามเอกสารหมาย ร.๒๓๔.๒ โรงเรือนเลขที่ ๕๕ หมูที่ ๓ ตําบลทาตะครอ อําเภอทามวง จังหวัดกาญจนบุรีราคาประเมินตามที่แสดงในกรณีเขารับตําแหนง (วาระที่สอง) จํานวน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผูถูกกลาวหาเปนผูถือกรรมสิทธิ์ ตามเอกสารหมาย ร.๒๔๔.๓ โรงเรือนเลขที่ ๙๑/๓๖ หมูที่ ๓ ตําบลทาผา อําเภอบานโปง จังหวัดราชบุรีราคาประเมินตามที่แสดงในกรณีเขารับตําแหนง (วาระแรก) จํานวน ๖๐๐,๐๐๐ บาท ผูถูกกลาวหาเปนผูถือกรรมสิทธิ์ ตามเอกสารหมาย ร.๒๕ หนา ๑๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ๔.๔ โรงเรือนเลขที่ ๕๙ ซอยโชคชัย ๔ ซอย ๑๔ ถนนโชคชัย ๔ แขวงและเขตลาดพราวกรุงเทพมหานคร (เดิมบานเลขที่ ๑๕/๓๐๓ หมูที่ ๙) ราคาประเมินตามที่แสดงในกรณีเขารับตําแหนง(วาระแรก) จํานวน ๑,๖๕๐,๐๐๐ บาท ผูถูกกลาวหาเปนผูถือกรรมสิทธิ์ ตามเอกสารหมาย ร.๒๖๔.๕ โรงเรือนเลขที่ ๖๙/๑ หมูที่ ๑ ตําบลพังตรุ อําเภอทามวง จังหวัดกาญจนบุรีราคาประเมิน จํานวน ๒๘๗,๑๑๘ บาท ผูถูกกลาวหาเปนผูถือกรรมสิทธิ์ ตามเอกสารหมาย ร.๒๗๔.๖ โรงเรือนเลขที่ ๓๔ หมูที่ ๑ ตําบลทามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ราคาประเมินจํานวน ๒๕๔,๐๐๐ บาท ผูถูกกลาวหาเปนผูถือกรรมสิทธิ์ ตามเอกสารหมาย ร.๒๘๔.๗ โรงเรือนเลขที่ ๕๕/๕ หมูที่ ๓ ตําบลทาตะครอ อําเภอทามวง จังหวัดกาญจนบุรีราคาประเมินตามที่แสดงในกรณีเขารับตําแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎร เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๒เปนเงิน จํานวน ๑๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผูถูกกลาวหาเปนผูถือกรรมสิทธิ์ ตามเอกสารหมาย ร.๒๙๔.๘ โรงเรือนเลขที่ ๙๑/๔๑ หมูที่ ๓ ตําบลทาผา อําเภอบานโปง จังหวัดราชบุรีราคาประเมิน จํานวน ๓๓๔,๐๘๐ บาท ผูถูกกลาวหาเปนผูถือกรรมสิทธิ์ ตามเอกสารหมาย ร.๓๐๔.๙ โรงเรือนเลขที่ ๕๕/๓ หมูที่ ๓ ตําบลทาตะครอ อําเภอทามวง จังหวัดกาญจนบุรีราคาประเมิน จํานวน ๑๗๒,๕๐๐ บาท นางออย วอนเพียร (คูสมรส) เปนผูถือกรรมสิทธิ์ตามเอกสารหมาย ร.๓๑๕. รายการยานพาหนะ จํานวน ๗ คัน ไดแก๕.๑ รถบรรทุกสวนบุคคล หมายเลขทะเบียน ๘๒-๕๕๓๖ กาญจนบุรี ราคาประเมิน๖๐๐,๐๐๐ บาท ผูถูกกลาวหาเปนผูถือกรรมสิทธิ์ ตามเอกสารหมาย ร.๓๒๕.๒ รถบรรทุกสวนบุคคล หมายเลขทะเบียน ๘๒-๘๖๓๙ กาญจนบุรี ราคาประเมิน๗๐๐,๐๐๐ บาท ผูถูกกลาวหาเปนผูถือกรรมสิทธิ์ ตามเอกสารหมาย ร.๓๓๕.๓ รถยนตนั่งสวนบุคคล หมายเลขทะเบียน ชฬ-๒๑๒๘ กรุงเทพมหานคร ราคาประเมิน๑๑๐,๐๐๐ บาท ผูถูกกลาวหาเปนผูถือกรรมสิทธิ์ ตามเอกสารหมาย ร.๓๔๕.๔ รถยนตนั่งสวนบุคคล หมายเลขทะเบียน ๕ กท-๙๘๑๗ กรุงเทพมหานคร ราคาประเมิน๖๒๐,๐๐๐ บาท ผูถูกกลาวหาเปนผูถือกรรมสิทธิ์ ตามเอกสารหมาย ร.๓๕หนา ๑๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ๕.๕ รถจักรยานยนต หมายเลขทะเบียน ขงฉ-๔๕๕ กาญจนบุรี ราคาประเมิน ๗,๐๐๐ บาทนางออย วอนเพียร (คูสมรส) เปนผูถือกรรมสิทธิ์ ตามเอกสารหมาย ร.๓๖๕.๖ รถยนตนั่งสวนบุคคล หมายเลขทะเบียน กจ-๗๔๑ กาญจนบุรี ราคาประเมิน๑๑๐,๐๐๐ บาท นางออย วอนเพียร (คูสมรส) เปนผูถือกรรมสิทธิ์ ตามเอกสารหมาย ร.๓๗๕.๗ รถยนตนั่งสวนบุคคล หมายเลขทะเบียน กท-๔๕๕๕ กาญจนบุรี ราคาประเมิน๓๒๖,๐๐๐ บาท นางออย วอนเพียร (คูสมรส) เปนผูถือกรรมสิทธิ์ ตามเอกสารหมาย ร.๓๘๖. รายการเงินกูจากธนาคาร จํานวน ๑ บัญชี ไดแก๖.๑ ธนาคารไทยพาณิชย จํากัด (มหาชน) บัญชีเงินกูเลขที่ ๔๙๖-๙๐๔๙๑๕๔-๒ชื่อผูกู นายสมเกียรติ วอนเพียร และ นางออย วอนเพียร จํานวน ๗,๘๔๖,๓๖๑.๙๕ บาทตามเอกสารหมาย ร.๓๙๗. รายการหนี้สินที่มีหลักฐานเปนหนังสือ จํานวน ๓ รายการ ไดแก๗.๑ หนี้เชาซื้อรถยนตจากธนาคารทิสโก จํากัด (มหาชน) ตามสัญญาเชาซื้อเลขที่๑๗๐๐๓๑๕๘๗๐ ลงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ จํานวน ๑๗๔,๑๗๖ บาท ของผูถูกกลาวหาตามเอกสารหมาย ร.๔๐๗.๒ หนี้เงินกูยืมจาก นายฐิติวัฒน หลักแหลม จํานวน ๓,๘๕๐,๐๐๐ บาท ของผูถูกกลาวหาตามเอกสารหมาย ร.๔๑๗.๓ หนี้เงินกูยืมจาก นางสาวมณฑา ยูงศิริกาญจน จํานวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทของผูถูกกลาวหา ตามเอกสารหมาย ร.๔๒สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดกาญจนบุรี มีหนังสือลงวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๖แจงใหผูถูกกลาวหาชี้แจงขอเท็จจริงและขอเอกสารพยานหลักฐาน ตามเอกสารหมาย ร.๔๓ ผูถูกกลาวหามีหนังสือชี้แจงขอเท็จจริง ตามหนังสือลงวันที่ ๘ และ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๖ ตามเอกสารหมาย ร.๔๔และ ร.๔๕ ตามลําดับ สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดกาญจนบุรี เห็นวา มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสนับสนุนขอกลาวหาวา ผูถูกกลาวหาเปนผูมีหนาที่ยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินตอผูรองจงใจยื่นบัญชีรายการทรัพยสินหรือหนี้สินตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินหนา ๒๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ผูรองจึงมีหนังสือแจงใหผูถูกกลาวหามารับทราบขอกลาวหาในวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๖ตามเอกสารหมาย ร.๔๖ ผูถูกกลาวหารับทราบขอกลาวหาแลวมีหนังสือลงวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๖ชี้แจงแกขอกลาวหา ตามเอกสารหมาย ร.๔๗ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๗ ผูรองมีมติวาผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น จึงยื่นคํารองเพื่อดําเนินคดีแกผูถูกกลาวหาเปนคดีนี้ ตามเอกสารหมาย ร.๔๘ ถึง ร.๕๐ปญหาแรกที่ตองวินิจฉัยมีวา การที่ผูถูกกลาวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินโดยไมแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินตามที่ถูกกลาวหา มิไดเกิดจากการจงใจแตเปนเพราะปวยเนื่องจากเสนเลือดในสมองแตก มีเลือดคั่งในสมองในชวงระยะเวลาที่จัดทําบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สิน ทําใหสติสัมปชัญญะไมสมบูรณ หลงลืมหรือไม องคคณะผูพิพากษาเสียงขางมาก เห็นวาตามใบรับรองแพทยและเวชระเบียนของโรงพยาบาลกรุงเทพสนามจันทร เอกสารหมาย ค.๑นายแพทยนวพรต ศิริโสมสกุลชัย แพทยผูตรวจรักษาผูถูกกลาวหาลงความเห็นวาผูปวยฉุกเฉินไมรุนแรง(บุคคลซึ่งไดรับบาดเจ็บหรือเจ็บปวยซึ่งมีภาวะเฉียบพลันไมรุนแรง) ตามเกณฑการคัดแยกผูปวย(สีเขียว) อีกทั้งผูถูกกลาวหาก็เบิกความวา ในชวงระยะเวลาที่อางวาปวยดังกลาวนั้น ผูถูกกลาวหารูวาตนมีหนาที่ตองยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินภายในระยะเวลาที่กฎหมายกําหนดจึงให นางออย วอนเพียร คูสมรสชวยจัดทําบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินแทนโดยมิไดแจงตอผูรองเพื่อขอขยายระยะเวลายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินออกไปกอน และผูถูกกลาวหาเปนผูลงลายมือชื่อในเอกสารแบบแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินดวยตนเองทุกแผน นอกจากนี้หลังจากสํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดกาญจนบุรี แจงขอกลาวหาแลว ผูถูกกลาวหามีหนังสือชี้แจงขอกลาวหาฉบับลงวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๖ สรุปไดวา เหตุที่ไมแสดงรายการดังกลาวเพราะขอมูลตกหลนหลงลืม และบางรายการชี้แจงวาขาดความรูความเขาใจ โดยไมไดชี้แจงวาปวยตามที่ใหการตอศาลทั้งยังไดความจากทางไตสวนวา หลังจากผูถูกกลาวหาพนจากตําแหนง (วาระที่สอง) ในเดือนมีนาคม ๒๕๖๒ก็ไดลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร อีกทั้งในเดือนเมษายนโดยเฉพาะชวงการจัดงานวันสงกรานตผูถูกกลาวหายังไดปรากฏตัวตามภาพถายในเฟซบุก เอกสารหมาย ร. ๒๙ โดยมีผูไปรวมงานที่บานของผูถูกกลาวหา ดังนี้ การที่ผูถูกกลาวหาไดรับการคัดเลือกเปนตัวแทนพรรคการเมืองในการลงสมัครรับเลือกตั้งหนา ๒๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ตลอดจนการดําเนินการตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับการสมัครรับเลือกตั้งซึ่งตองมีการบริหารจัดการในหลายดานโดยเฉพาะอยางยิ่ง การหาเสียงเลือกตั้งในหลายอําเภอในจังหวัดกาญจนบุรี การปรากฏตัวในการหาเสียงในที่สาธารณะ ยอมแสดงวาผูถูกกลาวหามีสุขภาพรางกายแข็งแรง มีความพรอมความสามารถมีสติสัมปชัญญะในการจัดการเกี่ยวกับการสมัครรับเลือกตั้ง และมีการดําเนินการหาเสียงจนไดรับการเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ประกอบกับผูชวยศาสตราจารย นายแพทยวรวีร พยานผูถูกกลาวหาก็เบิกความตามหลักวิชาการทางการแพทยวา ผูถูกกลาวหามีเลือดออกในสมองบริเวณสมองสวนหลังซึ่งไมไดทําใหความทรงจําเสียหายหรือสูญหายไป เพราะสมองสวนที่ทําหนาที่เกี่ยวกับความจําจะอยูบริเวณสมองสวนหนา แตจะสงผลกระทบตอระบบการทํางานของสมองในการที่จะดึงหรือเรียกความทรงจําในปจจุบันซึ่งเปนหนาที่ของสมองบริเวณสวนหลัง บริเวณที่มีเลือดออกในสมองจะมีผลทําใหมีการหลงลืมและมีความจําที่จําไดบางหรือจําไมไดบาง พยานหลักฐานทางการแพทยของผูถูกกลาวหาที่นําสืบมาดังกลาวไมมีขอบงชี้วาผูถูกกลาวหาปวยจนถึงขั้นสติสัมปชัญญะไมสมบูรณ และสมองในสวนความจํามีปญหาจนมีอาการหลงลืม ดังวินิจฉัยมาแลวขางตน พยานหลักฐานของผูถูกกลาวหาจึงไมมีน้ําหนักเพียงพอที่จะรับฟงไดวาอาการปวยของผูถูกกลาวหาสงผลกระทบใหสติสัมปชัญญะไมสมบูรณและหลงลืมจนทําใหไมอาจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินไดถูกตองตามความเปนจริง ขออางของผูถูกกลาวหาฟงไมขึ้นปญหาที่ตองวินิจฉัยประการสุดทายมีวา ผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบและมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้นหรือไม องคคณะผูพิพากษาเสียงขางมาก เห็นวา เมื่อไมอาจรับฟงขอเท็จจริงไดวาอาการปวยดังกลาวสงผลกระทบใหสติสัมปชัญญะของผูถูกกลาวหาไมสมบูรณและหลงลืมจนถึงขั้นทําใหไมสามารถยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินไดผูถูกกลาวหาในฐานะผูดํารงตําแหนงนายกเทศมนตรีตําบลสํารอง ซึ่งเปนเจาหนาที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔ ยอมมีหนาที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินของตน คูสมรส และบุตรที่ยังไมบรรลุนิติภาวะตอผูรองเมื่อเขารับตําแหนงและพนจากตําแหนง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๐๒ (๙) และมาตรา ๑๐๕ ประกอบประกาศคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ เรื่อง กําหนดตําแหนงของผูบริหารทองถิ่นหนา ๒๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๘ รองผูบริหารทองถิ่น ผูชวยผูบริหารทองถิ่น และสมาชิกสภาทองถิ่นขององคกรปกครองสวนทองถิ่นที่ตองยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินตามมาตรา ๑๐๒ (๙) พ.ศ. ๒๕๖๑ อันเปนมาตรการในการตรวจสอบทรัพยสินและหนี้สินของผูใชอํานาจรัฐเพื่อปองกันมิใหเจาหนาที่ของรัฐปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตอีกทั้งผูถูกกลาวหาก็เคยยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินกรณีเขารับหรือพนจากตําแหนงมาแลวหลายครั้ง ผูถูกกลาวหายอมทราบดีถึงความมีอยูของทรัพยสินและหนี้สินดังกลาว ทรัพยสินและหนี้สินตามคํารองทั้ง ๓๐ รายการ ดังกลาว ลวนมีหนังสือสําคัญ หลักฐานทางทะเบียน และเอกสารหลักฐานแสดงความเปนเจาของหรือผูครอบครองในนามของผูถูกกลาวหาหรือคูสมรสอยางชัดแจง สําหรับบัญชีเงินฝากธนาคารในนามของบุตรผูเยาวก็อยูในความดูแลของผูถูกกลาวหา และโดยวิสัยผูเปนเจาของหรือผูมีสิทธิครอบครองยอมตองเก็บรักษาตนฉบับหรือสําเนาเอกสารหลักฐานที่แสดงความเปนเจาของหรือผูครอบครองทรัพยสินนั้นไวในที่ซึ่งสามารถตรวจสอบและทราบขอมูลเกี่ยวกับความเปนเจาของทรัพยสินของตนและคูสมรสทุกรายการตามคํารองไดโดยงายจากหนังสือสําคัญ หลักฐานทางทะเบียน และเอกสารหลักฐานแสดงความเปนเจาของหรือผูครอบครองดังกลาว นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจสอบขอมูลเกี่ยวกับทรัพยสินดังกลาวไดจากหนวยงานราชการหรือสถาบันการเงินที่เกี่ยวของกับทรัพยสินนั้นไดอีกดวยในสวนหนี้สินของผูถูกกลาวหาและคูสมรสไดความวามีหลักฐานเปนหนังสือทุกรายการ และยังมีภาระตองผอนชําระหนี้ตามสัญญาอีกดวย การที่บุตรของผูถูกกลาวหาเปนผูใชประโยชนในทรัพยสินบางรายการและเปนผูผอนชําระหนี้หรือเสียภาษีตอทะเบียนไมนาจะเปนเหตุใหผูถูกกลาวหาและคูสมรสหลงลืมหรือไมสามารถทราบถึงการมีอยูของทรัพยสินและหนี้สินดังกลาวไดดังที่ผูถูกกลาวหาอาง จึงไมอาจรับฟงไดตามพฤติการณนาเชื่อวาผูถูกกลาวหาสามารถตรวจสอบและทราบถึงการมีอยูของทรัพยสินและหนี้สินทุกรายการตามคํารองจากเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับทรัพยสินและหนี้สินดังวินิจฉัยขางตนไดเมื่อพิจารณาทรัพยสินที่ไมแสดงขณะพนจากตําแหนงนายกเทศมนตรีตําบลสํารอง (วาระที่สอง) มีจํานวน๒๖ รายการ มูลคารวม ๓๙,๓๑๙,๗๙๔.๒๘ บาท หนี้สินที่ไมแสดง จํานวน ๔ รายการ มูลคารวม๑๒,๘๗๐,๕๓๗.๙๕ บาท รวมทรัพยสินและหนี้สินที่ไมแสดงรายการในบัญชีทรัพยสินและหนี้สินทั้งสิ้นจํานวน ๓๐ รายการ มูลคา ๕๒,๑๙๐,๓๓๒.๒๓ บาท นับวามีจํานวนมากและมูลคาสูง ตามพฤติการณเชื่อวาผูถูกกลาวหารูถึงการมีอยูของทรัพยสินและหนี้สินทั้ง ๓๐ รายการ ตามคํารองแตจงใจไมแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินทุกรายการดังกลาว การที่ผูถูกกลาวหาเคยแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินบางรายการหนา ๒๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ตามคํารองในการยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินครั้งกอนยังไมอาจรับฟงวาเปนพฤติการณที่แสดงวาผูถูกกลาวหาไมมีเจตนากระทําความผิดครั้งนี้ และเมื่อผูถูกกลาวหามีหนาที่แสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินใหครบถวนถูกตองทุกครั้งที่มีหนาที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สิน กรณีจึงตองพิจารณาพยานหลักฐานและพฤติการณในการกระทําความผิดครั้งนี้เปนสําคัญ ขอตอสูขอนี้ของผูถูกกลาวหาไมอาจรับฟงไดเชนกัน ขออางที่วาหลงลืมหรือขาดความรูความเขาใจจนเปนเหตุใหมิไดยื่นแสดงรายการทรัพยสินดังกลาวจึงไมอาจรับฟงได สวนขออางของผูถูกกลาวหาที่วารายการทรัพยสินและหนี้สินดังกลาวเปนทรัพยสินและหนี้สินที่ลงทะเบียนไวในชื่อของผูถูกกลาวหาโดยตรง บุคคลทั่วไปสามารถตรวจสอบไดโดยงายทั้งเคยไดยื่นแสดงปรากฏไวเปนหลักฐานตอผูรองแลวหรือขออางที่วาตนไดมอบหมายให นางออยคูสมรสดําเนินการจัดทําเอกสารและยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินแทน ก็มิใชขออางที่จะนํามาใชปฏิเสธความรับผิดของตนไปได โดยเฉพาะ นางออย ซึ่งดํารงตําแหนงนายกองคการบริหารสวนตําบลทาตะครออําเภอทามวง จังหวัดกาญจนบุรี มาหลายสมัยตั้งแตกอนป ๒๕๖๒ ยอมทราบดีวาตนและผูถูกกลาวหามีหนาที่ตองยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินทั้งของตนและคูสมรสใหถูกตองครบถวนตามที่กฎหมายกําหนด ขออางดังกลาวจึงไมอาจรับฟงไดเชนกัน เมื่อทรัพยสินตามคํารองมีมูลคารวมทั้งสิ้นประมาณสี่สิบลานบาทซึ่งเปนมูลคาสูงมาก คิดเปนจํานวนมากกวารอยละสี่สิบของทรัพยสินของผูถูกกลาวหาและคูสมรสตามที่ปรากฏในบัญชีแสดงรายการทรัพยสินหรือหนี้สิน จึงรับฟงขอเท็จจริงไดวา ผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินหรือหนี้สินดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบและมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น ผูถูกกลาวหาจึงตองถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑ ประกอบมาตรา ๑๑๔ วรรคสาม และการกระทําของผูถูกกลาวหายังเปนความผิดฐานเปนเจาหนาที่ของรัฐจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้นกรณีพนจากตําแหนงนายกเทศมนตรีตําบลสํารอง(วาระที่สอง) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๖๗ ดวย หนา ๒๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๘ พิพากษาวา นายสมเกียรติ วอนเพียร ผูถูกกลาวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองดวยขอความอันเปนเท็จ หรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบและมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น กรณีพนจากตําแหนงนายกเทศมนตรีตําบลสํารอง (วาระที่สอง) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๑๔ วรรคสอง (๑) ใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูถูกกลาวหาตลอดไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑ ประกอบมาตรา ๑๑๔ วรรคสาม กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๖๗องคคณะผูพิพากษาเสียงขางมากเห็นควรใหลงโทษจําคุก ๔ เดือน และปรับ ๑๐,๐๐๐ บาทไมปรากฏวาผูถูกกลาวหาเคยไดรับโทษจําคุกมากอน โทษจําคุกจึงใหรอการลงโทษไวมีกําหนด ๑ ปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไมชําระคาปรับ ใหจัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙, ๓๐. นายรักเกียรติ วัฒนพงษนายไชยยศ วรนันทศิริ นางอภิรดี โพธิ์พรอมนายวิชัย ตัญศิริ นายจรูญ โชครุงวรานนทนายปติ นาถะภักติ นายอดุลย ขันทองนางสาวปยกุล บุญเพิ่ม นางวาสนา หงสเจริญหนา ๒๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)