คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน [คดีหมายเลขดำที่ อม. ๒๕/๒๕๖๗ คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๒๐/๒๕๖๘ ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้อง นายสมเกียรติ วอนเพียร ผู้ถูกกล่าวหา]
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
(อม.๓๔)คําพิพากษา คดีหมายเลขดําที่ อม. ๔๕/๒๕๖๗คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๑๙/๒๕๖๘ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองวันที่ ๒๑ เดือน พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘คณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ ผูรองนายนพดล อานทอง ผูถูกกลาวหาเรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพยสินและหนี้สินผูรองยื่นคํารองขอใหวินิจฉัยวา ผูถูกกลาวหาซึ่งดํารงตําแหนงสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดนครนายก จงใจไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบตอผูรองและจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบและมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สิน กรณีพนจากตําแหนงขอใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูถูกกลาวหา กับขอใหลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑, ๑๑๔ วรรคสอง (๑), ๑๖๗ประกอบมาตรา ๑๘๘ผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพ และรับวาเคยตองคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุก ๒ ปในความผิดฐานชวยผูอื่นมิใหตองรับโทษ หรือใหรับโทษนอยลง ทําใหเสียหาย ทําลาย ซอนเรน เอาไปเสียหรือทําใหสูญหายหรือไรประโยชน ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทําความผิด ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่๑๖๖๘/๒๕๖๖ ของศาลอาญา และผูถูกกลาวหาพนโทษจําคุกเมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๗ระหวาง หนา ๑๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๘
พิเคราะหคํารอง ประกอบสํานวนการไตสวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และคําใหการของผูถูกกลาวหาแลวขอเท็จจริงรับฟงไดวา ผูถูกกลาวหาไดรับเลือกตั้งใหดํารงตําแหนงสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดนครนายกเมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ และพนจากตําแหนงเมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๓ ผูถูกกลาวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สิน กรณีเขารับตําแหนงเมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๕และกรณีพนจากตําแหนงเมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๓ โดยกรณีพนจากตําแหนงผูถูกกลาวหาไมกรอกรายละเอียดที่ดินใหถูกตองครบถวน และไมยื่นเอกสารหลักฐานที่พิสูจนความมีอยูจริงของรายการที่ดิน๑๐ แปลง คือ ที่ดินโฉนดเลขที่ ๗๕๑๔, ๗๕๑๘, ๗๕๒๒, ๗๕๒๕, ๗๕๓๕, ๗๕๔๒, ๗๕๔๖, ๗๕๕๑, ๗๗๔๖และ ๗๕๐๙ ตําบลปะตง อําเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีราคาประเมินรวม ๔๗๓,๖๘๕ บาทและไมแสดงรายการหนี้กูยืมเงินจาก นายหรินทร บุญค้ํา ตามสัญญากูยืมเงินฉบับลงวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ ๒๕๕๖จํานวน ๗๐๐,๐๐๐ บาท ผูรองมีหนังสือแจงใหผูถูกกลาวหาไปรับทราบขอกลาวหา ผูถูกกลาวหามารับทราบขอกลาวหาและชี้แจงตอผูรอง ผูถูกกลาวหาเคยตองคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุก ๒ ปในความผิดฐานชวยผูอื่นมิใหตองรับโทษ หรือใหรับโทษนอยลง ทําใหเสียหาย ทําลาย ซอนเรน เอาไปเสียหรือทําใหสูญหายหรือไรประโยชน ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทําความผิด ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่๑๖๖๘/๒๕๖๖ ของศาลอาญา และผูถูกกลาวหาพนโทษจําคุกเมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๗ปญหาตองวินิจฉัยมีวา ผูถูกกลาวหาจงใจไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบและจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบและมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สิน กรณีพนจากตําแหนง หรือไมเห็นวา ผูถูกกลาวหาดํารงตําแหนงสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดนครนายก จึงเปนเจาหนาที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๔ มีหนาที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบของตน คูสมรสและบุตรที่ยังไมบรรลุนิติภาวะตามที่มีอยูจริงตอผูรอง ภายในหกสิบวันนับแตวันถัดจากวันเขารับตําแหนงและภายในหกสิบวันนับแตวันถัดจากวันพนจากตําแหนง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๐๒ (๙) และมาตรา ๑๐๕ประกอบประกาศคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ เรื่อง กําหนดตําแหนงของผูบริหารทองถิ่นรองผูบริหารทองถิ่น ผูชวยผูบริหารทองถิ่น และสมาชิกสภาทองถิ่นขององคกรปกครองสวนทองถิ่นหนา ๑๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๘
ที่ตองยื่นบัญชีทรัพยสินและหนี้สินตามมาตรา ๑๐๒ (๙) พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินเปนหนาที่สําคัญที่เจาหนาที่ของรัฐพึงตองปฏิบัติ อันเปนมาตรการในการตรวจสอบทรัพยสินและหนี้สินเพื่อปองปรามผูใชอํานาจรัฐโดยมิชอบ การที่ผูถูกกลาวหาไมกรอกรายละเอียดที่ดินและไมยื่นเอกสารหลักฐานประกอบรายการที่ดินทั้ง ๑๐ แปลง ซึ่งมีราคาประเมินรวม ๔๗๓,๖๘๕ บาทใหถูกตองครบถวน และไมแสดงรายการหนี้กูยืมเงินจาก นายหรินทร บุญค้ํา ตามสัญญากูยืมเงินฉบับลงวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ ๒๕๕๖ จํานวน ๗๐๐,๐๐๐ บาท ในบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินกรณีพนจากตําแหนง ยอมทําใหผูรองมีเหตุขัดของในการตรวจสอบความมีอยูของทรัพยสินและหนี้สินของผูถูกกลาวหา ซึ่งผูถูกกลาวหายอมตองทราบดีถึงความมีอยูของทรัพยสินและหนี้สินรายการดังกลาวที่ผูถูกกลาวหาชี้แจงตอผูรองวาใหนองสาวผูถูกกลาวหาเก็บรักษาตนฉบับโฉนดที่ดินทั้ง ๑๐ แปลงดังกลาวไวและผูถูกกลาวหาเขาใจวาหนี้เงินกูดังกลาวเปนหนี้ของครอบครัว บิดาผูถูกกลาวหาเปนผูเก็บสัญญากูยืมไวทําใหผูถูกกลาวหาหลงลืมนั้น ปรากฏวาผูรองมีหนังสือแจงเตือนใหผูถูกกลาวหาดําเนินการใหถูกตองครบถวนภายในเวลาที่กําหนด ผูถูกกลาวหาขอขยายระยะเวลาผลัดสงเอกสารถึง ๒ ครั้ง แตเมื่อลวงเลยเวลาที่ผูรองอนุญาตใหขยายระยะเวลาแลว ผูถูกกลาวหากลับเพิกเฉยไมไดดําเนินการใหถูกตอง คําชี้แจงของผูถูกกลาวหาฟงไมขึ้น เมื่อผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพ พฤติการณของผูถูกกลาวหามีเหตุอันควรเชื่อไดวาผูถูกกลาวหามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น จึงฟงไดวาผูถูกกลาวหาจงใจไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบ และจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สิน กรณีพนจากตําแหนง ใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูถูกกลาวหาตลอดไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑ ประกอบมาตรา ๑๑๔ วรรคสาม และการกระทําของผูถูกกลาวหายังเปนความผิดฐานเปนเจาหนาที่ของรัฐจงใจไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบและจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบและมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินนั้น กรณีพนจากตําแหนงสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดนครนายก ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๖๗ อีกดวยหนา ๑๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๘
พิพากษาวา นายนพดล อานทอง ผูถูกกลาวหาจงใจไมยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินและเอกสารประกอบ และจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพยสินและหนี้สินดวยขอความอันเปนเท็จหรือปกปดขอเท็จจริงที่ควรแจงใหทราบ และมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวามีเจตนาไมแสดงที่มาแหงทรัพยสินหรือหนี้สินกรณีพนจากตําแหนงสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดนครนายก ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๑๔ วรรคสอง (๑) ใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูถูกกลาวหาตลอดไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๘๑ ประกอบมาตรา ๑๑๔ วรรคสาม กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๑๖๗ จําคุก ๒ เดือน ผูถูกกลาวหาใหการรับสารภาพ เปนประโยชนแกการพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษใหกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจําคุก ๑ เดือน เมื่อผูถูกกลาวหาเคยไดรับโทษจําคุกมากอน และเปนโทษจําคุกเกินกวาหกเดือนและมิใชความผิดที่ไดกระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ แมจะเปนความผิดอาญาเรื่องอื่นซึ่งไมเกี่ยวกับคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองก็ไมอยูในหลักเกณฑตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ที่จะรอการลงโทษจําคุกใหแกผูถูกกลาวหาได.นายวิเชียร ดิเรกอุดมศักดิ์นายวิธูร คลองมีคุณ นางสาวภัทริกา จุลฤกษนายจุมพล ภิญโญสินวัฒน นายชัยชนะ กิจทวีปวัฒนานายสมชาย พวงภู นายสุชาติ ชาติปญญาวุฒินายสุนทร เฟองวิวัฒน นายกิตติพงษ ศิริโรจนหนา ๑๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)