ThaiGovData

บันทึกการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑ (สมัยวิสามัญ) เป็นพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ณ ห้องประชุมวุฒิสภา อาคารรัฐสภา ชั้น ๒ ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

undated

Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th

The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.

ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองเรื่อง การเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคและกรรมการบริหารพรรคความหวังใหมตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองไดมีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๗เรื่อง การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคความหวังใหม มีคณะกรรมการบริหารพรรคความหวังใหมจํานวน ๑๒ คน นั้นบัดนี้ หัวหนาพรรคความหวังใหมไดแจงการเปลี่ยนแปลงตอนายทะเบียนพรรคการเมือง ตามมาตรา ๓๘แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ กรณี ที่ประชุมใหญสามัญพรรคความหวังใหม ประจําป พ.ศ. ๒๕๖๘ เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๘ มีมติ ดังนี้๑. แกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรคความหวังใหม พ.ศ. ๒๕๖๑ และแกไขเพิ่มเติม ดังนี้ขอบังคับพรรคความหวังใหมพ.ศ. ๒๕๖๘โดยที่ประชุมใหญสามัญประจําป ๒๕๖๘ ของพรรคความหวังใหม เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๘มีมติเห็นชอบใหยกเลิกขอบังคับพรรคความหวังใหม พ.ศ. ๒๕๖๑ และแกไขเพิ่มเติม และใหใชขอบังคับพรรคความหวังใหม พ.ศ. ๒๕๖๘ แทน เพื่อใหเปนไปตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ ดังนี้ขอ ๑ ขอบังคับนี้เรียกวา “ขอบังคับพรรคความหวังใหม พ.ศ. ๒๕๖๘”ขอ ๒ ขอบังคับนี้ใหใชบังคับตั้งแตวันที่ไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญพรรคเปนตนไปขอ ๓ ใหยกเลิก ขอบังคับพรรคความหวังใหม ที่ประกาศใชมากอนทุกฉบับขอ ๔ ในขอบังคับนี้“พรรค” หมายความวา พรรคความหวังใหม“สมาชิก” หมายความวา สมาชิกพรรคความหวังใหม“ขอบังคับ” หมายความวา ขอบังคับพรรคความหวังใหม“คณะกรรมการบริหาร” หมายความวา คณะกรรมการบริหารพรรคความหวังใหม“กรรมการบริหาร” หมายความวา กรรมการบริหารพรรคความหวังใหมหนา ๑๓๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ “คณะผูบริหาร” หมายความวา คณะผูบริหารพรรคความหวังใหม“ผูบริหาร” หมายความวา ผูบริหารพรรคความหวังใหม“คณะที่ปรึกษา” หมายความวา คณะที่ปรึกษาพรรคความหวังใหม“สาขาพรรค” หมายความวา สาขาพรรคความหวังใหม“คณะกรรมการสาขา” หมายความวา คณะกรรมการสาขาพรรคความหวังใหม“กรรมการสาขา” หมายความวา กรรมการสาขาพรรคความหวังใหม“ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด” หมายความวา ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดของพรรคความหวังใหม“คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง” หมายความวา คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรคความหวังใหม“กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง” หมายความวา กรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรคความหวังใหม หมวด ๑บททั่วไปขอ ๕ พรรคการเมืองตามขอบังคับนี้เรียกวา “พรรคความหวังใหม” เขียนเปนภาษาอังกฤษวา“NEW ASPIRATION PARTY” ใชชื่ออักษรยอวา “ควม.”หรือ “NAP.”ขอ ๖ พรรคความหวังใหมใชภาพเครื่องหมายของพรรค เปน ดอกทานตะวัน โดยตอนลางของดอกทานตะวัน มีคําวา “พรรคความหวังใหม” ดานบนของดอกทานตะวันมีคําขวัญวา “New Aspiration Party”โดยมีคําอธิบายความหมายภาพเครื่องหมายของพรรค ดังนี้(๑) ชื่อพรรคความหวังใหม หมายถึง “ความสําเร็จของการแกไขปญหาของชาติ”หนา ๑๓๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ (๒) ภาพเครื่องหมายของพรรค ดอกทานตะวัน หมายถึง สัญลักษณแหงความกลาหาญ ความอดทนความศรัทธา ความเชื่อมั่นในการตอสูกับความยากลําบากและอุปสรรคนานา เพราะดอกทานตะวันนั้นมีธรรมชาติเติบโตและเบงบานรับแสงตะวันอยางมั่นคงและซื่อตรงเสมอ เปรียบเสมือนประชาชนผูพึ่งตนเองไดในการดํารงชีวิตและดําเนินชีวิตเพื่อพัฒนาตนเอง สังคมประเทศชาติ อยางกลาหาญอดทนกับความยากลําบากและอุปสรรคทั้งปวงดวยคุณธรรมและความดีงาม เพื่อนําพาตนเอง สังคมและประเทศชาติไปสูความมั่นคงและมั่งคั่งดุจเดียวกับดอกทานตะวันที่เบงบานเจิดจารับแสงตะวัน ประดุจธรรมของพระพุทธเจายอมนําคนไปสูความถูกตองเสมอ ซึ่งเปนจุดยืนและอุดมการณอันแนวแนของพรรคความหวังใหมตามคําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคความหวังใหม ที่วา “ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง”ขอ ๗ สํานักงานใหญพรรคความหวังใหม ตั้งอยู ณ เลขที่ ๘๕ หมูที่ ๖ ตําบลไคนุนอําเภอหวยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ ๔๖๒๔๐ขอ ๘ ในกรณีที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง ขอบังคับพรรคประกาศ ระเบียบ หรือคําสั่งพรรค มิไดกําหนดไวเปนประการอื่นการใดที่กําหนดใหแจง ยื่น หรือสงหนังสือหรือเอกสารใหบุคคลใดเปนการเฉพาะ ถาไดแจง ยื่นหรือสงหนังสือหรือเอกสารใหบุคคลนั้น ณ ภูมิลําเนาหรือที่อยูที่ปรากฏตามหลักฐานทางทะเบียนตามกฎหมายวาดวยการทะเบียนราษฎร ใหถือวาไดแจง ยื่นหรือสงโดยชอบดวยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองขอบังคับพรรคแลวและในกรณีที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง ขอบังคับพรรค กําหนดใหประกาศหรือเผยแพรใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปใหถือวาการประกาศหรือเผยแพรในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือระบบหรือวิธีการอื่นใดที่ประชาชนทั่วไปสามารถเขาถึงไดโดยสะดวก เปนการดําเนินการโดยชอบดวยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง ขอบังคับพรรค ประกาศ ระเบียบหรือคําสั่งพรรคแลว หมวด ๒คําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคขอ ๙ คําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรคความหวังใหม “ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง”เปนอุดมการณของพรรคความหวังใหมและสอดคลองกับนโยบาย ๖๖/๒๕๒๓ อันเปนนโยบายประชาธิปไตยที่ถูกตองเพื่อสถาปนาระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ อันมีพระมหากษัตริยเปนประมุขแหงรัฐ ดังนี้หนา ๑๓๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ (๑) พรรคความหวังใหม จัดตั้งขึ้นมาเพื่อใหเปนพรรคของประชาชนชาวไทยทุกหมูเหลาทุกกลุมชาติพันธุ จักเทิดทูนและพิทักษสถาบันพระมหากษัตริย สงเสริมความรูประชาธิปไตย ทําใหอํานาจอธิปไตยเปนของปวงชน ทําใหบุคคลมีเสรีภาพบุคคลบริบูรณ สรางเสถียรภาพทางการเมืองใหมั่นคงตามวิถีทางแหงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยเปนประมุขแหงรัฐ ปกปองและรักษาความมั่นคงของชาติ ศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย และประชาชน อยางถึงที่สุด(๒) พรรคความหวังใหม จักดําเนินงานทางการเมืองอยางสุจริต โปรงใส เพื่อสรางความมั่นคงมั่งคั่ง ทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดลอมและวัฒนธรรมใหเกิดขึ้นอยางทั่วถึง เปนธรรมและยั่งยืนจัดใหมียุทธศาสตรชาติ โดยยึดถือยุทธศาสตรหลักในการตอสูความยากจน การรูจักพึ่งตนเองไดตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และพัฒนาความสามารถในการแขงขันทางเศรษฐกิจของประชาชนและประเทศเพื่อประโยชนสุข การอยูดีกินดีของประชาชนทั้งชาติ(๓) พรรคความหวังใหม จักดําเนินงานทางการเมืองโดยเคารพสิทธิและเสรีภาพศักดิ์ศรีแหงความเปนมนุษย โดยใหประชาชนทั้งชาติ กลุมชาติพันธุตาง ๆ ไดรับการดูแลอยางดีที่สุดในเรื่องการศึกษา สุขภาพอนามัย และสวัสดิการตาง ๆ ตลอดจนใหมีสิทธิดํารงชีวิตในสังคมตามวัฒนธรรมประเพณี และวิถีชีวิตดั้งเดิมตามความสมัครใจ อยูในสภาพแวดลอมทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรมอยางดีที่สุด (๔) พรรคความหวังใหม จักใหประชาชนทั้งชาติมีบทบาทและสวนรวมในการบริหารราชการแผนดิน มีสวนรวมในการพัฒนาประเทศดานตาง ๆ การจัดทําบริการสาธารณะทั้งในระดับชาติและระดับทองถิ่น การรับรูขาวสารและการตรวจสอบตาง ๆ การตอตานการทุจริตและประพฤติมิชอบอยางเต็มที่ตามบทบัญญัติแหงกฎหมาย(๕) พรรคความหวังใหม จักรักษาและสงเสริมสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศโดยถือหลักความเสมอภาค หลักกฎหมายระหวางประเทศและคุมครองผลประโยชนของชาติและของคนไทยในตางประเทศ เคารพในเกียรติภูมิซึ่งกันและกันหมวด ๓นโยบายพรรคขอ ๑๐ นโยบายพรรคความหวังใหม มีดังตอไปนี้หนา ๑๓๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ เจตนารมณ : “ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง” เปนอุดมการณของพรรคความหวังใหมที่ผูบริหารพรรค นักการเมือง ผูปฏิบัติงานของพรรค สมาชิกพรรค และประชาชนผูเปนแนวรวมของพรรคยึดมั่นมุงมั่นที่จะดําเนินการเพื่อไปสูอุดมการณนั้นใหได เพื่อบรรลุอุดมการณดังกลาว พรรคตองปฏิบัติอยางเปนรูปธรรมในแนวทางที่สรางใหประเทศไทยเปนประเทศที่พัฒนาแลวมีความมั่นคง ประชาชนไทยมั่งคั่งทางดานเศรษฐกิจ ความมั่นคงในดานสังคม และความมั่นคงในดานการศึกษา วัฒนธรรม ภูมิปญญาไทยและนวัตกรรมตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประเทศไทยตองมีเกียรติภูมิในสังคมนานาชาติเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนตองมีความกาวหนาอยางถาวร ยั่งยืน ประชาชนสวนใหญของประเทศไทยมีรายไดมากกวารายจายความแตกตางในฐานะเศรษฐกิจมีชองวางนอย ครอบครัว ชุมชนมีความสุขกายสุขใจ มีกระบวนการทางปญญาในการแกปญหารวมทั้งพัฒนาตนเองและครอบครัวธุรกิจใหกาวหนาอยางถาวรความปรารถนาอยางแรงกลาของพรรคความหวังใหมยอมไมสามารถบรรลุถึงไดถาประชาชนสวนใหญมิไดเห็นพองตองกัน และที่สําคัญกวานั้นก็คือภาวะปญหาตาง ๆ ที่เกิดขึ้นซึ่งปรากฏอยางชัดเจนประชาชนพลเมืองสามัญชนสามารถรับรูไดเหลานี้มิไดรับการแกไขใหหมดไปพรรคความหวังใหมจึงมีเจตนาอันแนวแนที่จะตอบสนองและแกไขปญหาอยางรีบดวน ดังนี้ความแตกตางระหวางคนร่ํารวย และคนยากจนตองลดลง โดยการกระจายธุรกิจลงเปนขนาดเล็กและใหครัวเรือนในภูมิภาคมีธุรกิจที่ถาวรยืนไดดวยลําแขงของตนการจางงาน การพัฒนาทักษะฝมือแรงงาน สวัสดิการแรงงานตองจัดใหมีมากขึ้นโดยการสรางงานตาง ๆบูรณาการรวมกันทั้งในสวนของรัฐและเอกชนยาเสพติด ตองรีบกําจัดใหหมดไป โดยการลงโทษทั้งผูผลิตและผูขายอยางหนัก แตผูเสพจะตองไดรับการเยียวยาอยางทันทีทันใดเกษตรกรตองเขมแข็งมีรายไดไมขาดทุนในทุก ๆ ภาคอยางเสมอหนากันการฉอราษฎรบังหลวงจะตองหมดไปอยางรวดเร็วการตัดสินใจในสวนกลางที่จะนําไปสูสภาพผูซื้อ ผูจัดหา ผูสรางมิไดเปนผูใชและผูใชมิไดเปนผูซื้อผูจัดหา และผูใช ระบบนี้จะตองหมดไป โดยการกระจายอํานาจลงสูทองถิ่นอยางเขมแข็ง มีกระบวนการตัดสินใจเพื่อปวงชนในทุก ๆ งาน หนา ๑๓๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ฐานะทางการเมืองระหวางประเทศจะตองไดรับการปรับปรุงใหไววางใจได รวมมืออยางสรางสรรคในทุก ๆ เวทีระหวางชาติการจัดสวัสดิการเพื่อดูแลผูสูงอายุ ประชาชนตองเอื้ออาทรตอกัน แสดงความปรารถนาดีตอกันรูจักการทํางานรวมกันอยางสรางสรรคอันนําไปสูชีวิตที่เปนสุขทั้งกายและใจประชาชนไดรับการศึกษาอยางมีคุณภาพ โดยไมเสียคาใชจายอยางนอยจนจบมัธยมศึกษาตอนปลายและมีโอกาสศึกษาอยางเทาเทียมกัน และเยาวชนทุกคนสามารถคิดกาวหนาทันโลกอยางเปนระบบตัดสินใจปฏิบัติเพื่อประโยชนของปวงชน เยาวชนและประชาชนทุกคนตองไดรับการพัฒนาศักยภาพเพื่อตอสูแขงขันกับระดับสากลไดดวยความมุงหวังที่จะสราง ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง ดังกลาวมาแลวพรรคความหวังใหมใหความสําคัญแกเรื่องเรงดวนดําเนินการทันที ๗ ประการ ดังนี้๑. กระจายอํานาจการปกครอง พรรคยึดมั่นในหลักการกระจายอํานาจการปกครองสูทองถิ่นโดยถือวาประชาชนในทองถิ่นยอมรัก หวงแหน และรักษาผลประโยชนในทองถิ่นของตน ทั้งเขาใจสภาพความเปนอยูและความตองการของทองถิ่นของตนเปนอยางดี จึงใหอํานาจทองถิ่นในการปกครองตนเองรวมทั้งสามารถจัดสรรและบริหารทรัพยากรดวยตนเอง๒. ปฏิรูปการบริหารจัดการภาครัฐ พรรคถือวากลไกและบุคลากรของรัฐเปนจักรกลสําคัญในการผลักดันนโยบายและมาตรการตาง ๆ ใหสัมฤทธิ์ผล ทั้งนี้ เพื่อความผาสุกของประชาชนพรรคจึงสนับสนุนการปฏิรูปการบริหารภาครัฐใหมีขนาดกะทัดรัดและประสิทธิภาพสูง เพื่อกอใหเกิดประโยชนสูงสุดตอประเทศชาติและประชาชน โดยลดขั้นตอนการทํางาน ความซ้ําซอนตาง ๆ ในการปฏิบัติราชการโดยเฉพาะอยางยิ่ง การนํานวัตกรรม เทคโนโลยีขอมูลขนาดใหญ ระบบการทํางานที่เปนดิจิทัลเขามาประยุกตใชอยางคุมคา และปฏิบัติงานเทียบไดกับมาตรฐานสากลและจะดําเนินมาตรการเฉียบขาดในการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ๓. พลิกฟนเศรษฐกิจใหเติบโตแบบยั่งยืน พรรคจะดําเนินมาตรการในการพลิกฟนเศรษฐกิจบนพื้นฐานของการพึ่งตนเอง พรรคจะไมขายทรัพยสมบัติของแผนดิน ตามการชี้นําของที่ปรึกษาตางชาติแตจะใชสติปญญาของคนไทยในชาติเพื่อแกปญหาใหเศรษฐกิจฟนตัวอยางตอเนื่องและอยางยั่งยืนโดยใชมาตรการระยะสั้นและระยะกลางในการแกไขวิกฤต เชน จะชวยเหลือสนับสนุนและสรางโอกาสหนา ๑๔๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ที่ฟนผูประกอบการจริง เมื่อผูประกอบการจริงฟนขึ้นมา มีเงินจายดอกเบี้ยคืนเงินตน ธนาคารและสถาบันการเงินก็จะฟนขึ้นมาเอง ปญหาคนวางงานจะหมดไปดวย และดําเนินมาตรการระยะยาวโดยวางรากฐานใหเศรษฐกิจทั้งตลาดทุนและตลาดเงินเติบโตอยางสมดุลและยั่งยืน๔. เพิ่มพูนศักยภาพของคนไทยดวยการศึกษา พรรคจะผลักดันการลงทุนดานการศึกษาอยางเต็มที่โดยขยายโอกาสการศึกษาใหครอบคลุมและทั่วถึง พรอมกับเรงปรับปรุงคุณภาพการศึกษาใหดีขึ้นอยางตอเนื่องเพื่อใหคนไทยไดพัฒนาศักยภาพในระดับที่สามารถแขงขันกับอารยประเทศไดทุกสาขา และจะสนับสนุนใหเด็กไทยมีการศึกษาอยางนอย ๑๒ ป ตามที่กําหนดไวในรัฐธรรมนูญ และสงเสริมใหเยาวชนที่มีศักยภาพศึกษาตอในระบบอุดมศึกษาอยางเสมอภาค๕. ขจัดยาเสพติดจากครัวเรือน พรรคจะตระหนักถึงปญหายาเสพติดที่กอใหเกิดความเสียหายแกสังคมอยางใหญหลวงและบั่นทอนกําลังของชาติ โดยเฉพาะการแพรหลายในหมูเยาวชน พรรคจะดําเนินมาตรการทุกวิถีทางดวยความเขมแข็งเด็ดขาดเพื่อแกไขปญหายาเสพติดอยางเปนระบบและเปนขั้นตอน๖. แกไขปญหาของเกษตรกร พรรคตระหนักดีวาประชาชนสวนใหญของประเทศเปนเกษตรกรซึ่งเผชิญกับปญหาตาง ๆ มากมายไมวาในเรื่องของที่ดินทํากิน แหลงน้ํา ผลผลิต การผลิต และราคาพืชผลซึ่งสงผลใหเกษตรกรจํานวนมากตองยากจนมีหนี้สิน จําเปนที่จะตองไดรับการดูแลและชวยเหลือจากภาครัฐทั้งการลดตนทุนการผลิต และปรับโครงสรางของราคาใหสูงขึ้น พรรคเห็นความจําเปนที่จะคอย ๆ ปรับเปลี่ยนโครงสรางการเกษตรของประเทศ จากการใหเกษตรกรมุงผลิตเพื่อการสงออกพึ่งตลาดนอกประเทศมาเปนการอุปโภคและบริโภคภายในประเทศที่รัฐสามารถแทรกแซงและใหความชวยเหลือตอเกษตรกรผูผลิตไดเต็มที่ยกระดับเกษตรกรสูการเปนผูประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดยอมในภาคการเกษตรผลผลิตที่เหลือกินเหลือใชจึงสงออกไปขายตางประเทศเปนผลพลอยได๗. การใหความชวยเหลือแกภาคอุตสาหกรรม พรรคความหวังใหมจะสนับสนุนใหผูประกอบการผลิตภาคอุตสาหกรรมของไทยมีตนทุนปจจัยการผลิต ผลักดันใหผูประกอบการไดรับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมในระดับสากลและสรางคลัสเตอรอุตสาหกรรมเพื่อขยายธุรกิจไทยในอุตสาหกรรมและบริการดิจิทัล ขอมูล ปญญาประดิษฐระบบอัตโนมัติและหุนยนต และอิเล็กทรอนิกสอัจฉริยะใหครอบคลุมตลอดทั้งหวงโซมูลคาระดับโลกการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีของผูประกอบการที่สามารถนําไปใชประโยชนในเชิงพาณิชยไดสรางความรวมมือระหวางภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาตาง ๆหนา ๑๔๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ไมวาจะเปนคาวัตถุดิบ คาเครื่องจักร คาเครื่องมือ คาชิ้นสวนอะไหล คาเทคโนโลยี คาวัสดุสิ้นเปลืองคาพลังงาน คาขนสง คาที่ดิน คาอาคารสถานที่ คาดอกเบี้ย คาภาษีอากรของรัฐ ที่เปนตนทุนการผลิตของผูประกอบการอุตสาหกรรมใหมีราคาต่ําที่สุด เพื่อใหสินคาอุตสาหกรรมไทยสามารถออกไปแขงขันกับสินคาที่ผลิตจากนานาอารยประเทศทั่วโลกได ยกเวนตนทุนดานคาแรง ทั้งแรงกาย แรงสมองของคนไทยและตนทุนสิ่งแวดลอมจะตองยอมใหสูง เพราะคาแรงของคนไทยสูงเปนเปาหมายของการพัฒนาประเทศคาแรงที่สูงขึ้นหมายถึงรายไดของคนไทยจะดีขึ้น หมายถึงการกินดีอยูดีของคนไทยสวนใหญของประเทศหมายถึงอํานาจในการจับจายใชสอยสินคาภายในประเทศ และตนทุน สิ่งแวดลอมจะตองยอมใหสูงเพราะสิ่งแวดลอมที่ดีหมายถึงคุณภาพชีวิตของคนไทยทั้งในชาติ จากปจจุบันจนถึงคุณภาพชีวิตของลูกไทยหลานไทยในอนาคตพรรคถือวาเรื่องเหลานี้มีความสําคัญและเรงดวน ซึ่งจะตองแกไขใหจงไดในเวลาอันรวดเร็วและถือเปนสัญญาที่พรรคใหไวกับประชาชน อยางไรก็ตาม งานอื่น ๆ ที่จะตองจัดทําใหประเทศชาติไดพัฒนาอยางถาวรในแตละเรื่องก็จะไดนําเสนอในสวนนี้ตอไป๑. นโยบายตางประเทศและการคาตางประเทศพรรคความหวังใหมจะดําเนินนโยบายตางประเทศในเชิงรุกมากยิ่งขึ้น โดยยึดหลักวา งานดานตางประเทศจําเปนตองสนองประโยชนของประชาชนสวนใหญในชาติ รักษาสิทธิประโยชน เกียรติภูมิศักดิ์ศรี ซึ่งเปนเรื่องสําคัญในดานการตางประเทศของนานาชาติ พรรคจะดําเนินนโยบายใหญดานตางประเทศใน ๓ เรื่อง คือ๑.๑ การตางประเทศและการทูตที่มุงเนนเศรษฐกิจพรรคจะปรับยุทธศาสตรในการดําเนินการทางการทูตและการตางประเทศ โดยมุงเนนใชทรัพยากรไปในดานเศรษฐกิจมากขึ้น เปดแนวรุกโดยใชทูตนําเพื่อชวยเหลือภาคเอกชนไทยในการมุงหาประโยชนดานเศรษฐกิจในเวทีโลกซึ่งจะทําทั้งในระดับพหุภาค และทวิภาค จะมุงรักษาสงเสริมผลประโยชนและภาพพจนของประเทศในดานเศรษฐกิจการลงทุน และการทองเที่ยวพรรคความหวังใหมจะผลักดันงบประมาณเพิ่มมากขึ้นเพื่อหาตลาดใหม สําหรับสินคาไทยโดยกําหนดเปาหมายใหชัดเจนและสนับสนุนงบประมาณใหเหมาะสม และสามารถตรวจสอบการดําเนินการไดหนา ๑๔๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ พรรคจะผลักดันใหมีการพัฒนาบุคลากรของกระทรวงการตางประเทศ และหนวยราชการอื่นที่เกี่ยวของในดานนี้ เพื่อมุงงานดานเศรษฐกิจในเวทีระหวางประเทศอยางมีเปาหมายพรรคจะผลักดันใหมีการจัดตั้งกองทุนแรงงานเพื่อชวยเหลือ สงเสริม และแกปญหาความทุกขยากของคนไทยที่ไปทํางานในตางประเทศพรรคจะผลักดันใหมีการเจรจาในองคกรระหวางประเทศ ในการที่จะแกไขกฎระเบียบตาง ๆดานเศรษฐกิจที่ประเทศไทยและประเทศกําลังพัฒนาเสียเปรียบ ทั้งนี้ โดยรวมมืออยางใกลชิดกับประเทศกําลังพัฒนาอื่น ๆ ที่มีแนวคิดเชนเดียวกันพรรคจะผลักดันใหการทองเที่ยวเปนเรื่องสําคัญ เพื่อผลประโยชนทางเศรษฐกิจและการทํารายไดเขาประเทศ พรรคจะใหความสําคัญเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนใหรวมมือกับองคกรระหวางประเทศผลักดันใหมีการปกปองสิทธิมนุษยชนในระดับสากลและใหตางประเทศเขาใจถึงสภาพความเปนจริงและนโยบายของประเทศไทยในการปกปองสิทธิมนุษยชน๑.๒ การปฏิรูประบบบริหารรัฐอยางเรงรีบโดยที่ปจจุบันงานดานการเจรจาดานเศรษฐกิจพหุภาค และทวิภาคอยูกระจัดกระจายในหลายหนวยราชการ พรรคจะผลักดันใหมีการรวมศูนยเพื่อใหการดําเนินงานในดานนี้มีประสิทธิภาพและเอกภาพมากยิ่งขึ้น โดยจะเรงรีบผลักดันใหมีการปรับเปลี่ยนบทบาท ภารกิจ และวิธีการบริหารงานของภาครัฐตามแผนปฏิรูประบบบริหารภาครัฐ ซึ่งเริ่มตั้งแตรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ใหดําเนินการอยางเรงดวน โดยเฉพาะงานในกลุมเศรษฐกิจและตางประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพทั้งนี้ จะไมมีการเพิ่มบุคลากรประจําของราชการแตบุคลากรชั่วคราวของรัฐตองวาจางเพิ่มขึ้นพรรคพรอมที่จะผลักดันใหมีการแบงงาน และสายงานทางการทูตสายประจําในประเทศอยางชัดเจน เพื่อตอบสนองความตองการในระยะยาว งบประมาณที่เพิ่มจะเปนการลงทุนอบรมในดานบุคลากรเทานั้น โดยลดงบประมาณจากการทํางานซ้ําซอนกันมาใชแทนพรรคพรอมที่จะผลักดันในการยุบ/รวมหนวยงานราชการ ตามอํานาจที่กําหนดไวในรัฐธรรมนูญในกรณีที่เปนประโยชนตอการบริหารราชการแผนดินโดยไมชักชาหนา ๑๔๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ๑.๓ การสงเสริมความรวมมือในระดับภูมิภาคโดยที่ประเทศตาง ๆ ในภูมิภาคตางประสบปญหาเศรษฐกิจในเวลาไลเลี่ยกัน และกําลังหาทางออกจากวิกฤตเศรษฐกิจนี้เชนเดียวกัน ในระยะสั้นความรวมมือในระดับภูมิภาคยังจะคงความสําคัญอยูทั้งตอนโยบายดานเศรษฐกิจของไทยและนโยบายตางประเทศพรรคจะสนับสนุนนโยบายความรวมมือในระดับเอเปกพรรคจะสนับสนุนและกระตุนใหอาเซียนมีความรวมมืออยางเปนรูปธรรมมากขึ้นโดยเฉพาะในดานเศรษฐกิจ ไดแก การสงเสริมการคาและการลงทุนในประเทศสมาชิกอาเซียน ทั้งนี้ ใหเปนไปตามกรอบของเขตการคาเสรีดานความมั่นคงในภูมิภาค พรรคจะสนับสนุนการเจรจาระดับกวาง ๆ ใหในรูปธรรมและมีผลในเชิงปฏิบัติมากขึ้นพรรคจะสนับสนุนความรวมมือในดานการศึกษา โดยสนับสนุนใหมีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยอาเซียนเพื่อเรียนรูภาษาและวัฒนธรรมของประเทศสมาชิกอยางกวางขวางอีกทั้งยังเปนการพัฒนาบุคลากรในภูมิภาคใหทัดเทียมกับนานาประเทศพรรคพรอมที่จะผลักดันกองทุนการเงินเอเชียใหเปนรูปธรรมโดยเร็วพรรคจะผลักดันและใหความสําคัญแกการคาชายแดน และการแกปญหาชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบาน เพื่อเอื้อประโยชนและสงเสริมการคาชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบานเพื่อประโยชนรวมกัน๒. นโยบายเศรษฐกิจและการพัฒนาภูมิภาคของประเทศนโยบายเศรษฐกิจสรางความมั่นคง มุงเนนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดลอมและกระจายรายไดอยางเปนธรรม พรรคความหวังใหมมุงมั่นในการดําเนินนโยบายเศรษฐกิจ เพื่อแกปญหาเศรษฐกิจระยะสั้นใหประเทศพนวิกฤตโดยเร็ว พรอมกับการวางรากฐานเศรษฐกิจในระยะกลางและระยะยาวโดยมีวัตถุประสงคหลัก ดังนี้ :- สรางประเทศใหมั่นคง–มั่งคั่ง- มุงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระดับมหภาค- จัดการทรัพยากรและสิ่งแวดลอมควบคูไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจหนา ๑๔๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ - จัดใหมีการกระจายรายไดอยางเปนธรรม และยกระดับการครองชีพของประชาชน- การแกไขปญหาวิกฤตเศรษฐกิจการขยายตัวทางเศรษฐกิจตองดําเนินไปภายใตเงื่อนไขและสภาพแวดลอมที่เปนจริงรัฐจักตองกํากับดูแลใหอัตราการขยายตัวเปนไปอยางเหมาะสม สอดรับกับทรัพยากรของชาติที่มีความสมดุลกับการรักษาสภาพแวดลอมแนวทางหลักในการทําใหเศรษฐกิจขยายตัวอยางมีเสถียรภาพก็คือ รัฐดูแลจัดการใหอัตราดอกเบี้ยต่ําอัตราแลกเปลี่ยนที่เปนประโยชนสูงสุด จะกํากับดูแลการเคลื่อนยายของเงินทุนไมใหเกิดการเก็งกําไรคาเงินรอบใหม โดยรัฐบาลเขาแทรกแซงตามความจําเปนของสถานการณ รัฐจะไมใชเงินทุนสํารองมาปกปองคาเงินบาทแตจะบริหารอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อปกปองเงินทุนสํารองของชาติ รัฐมีบทบาทในการคุมครองแรงงาน รักษาสิ่งแวดลอม และการกระจายรายได โดยยึดหลักวา สิ่งเหลานี้มีความสําคัญเทากับการสรางความมั่นคงในชาติมาตรการที่ใชในการประเมินประสิทธิภาพ ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่จักตองพิจารณา คือ- รัฐจะตองใหความสําคัญกับคนไทย การกินดีอยูดีมีความสุขของคนไทยมากกวาตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจ- รัฐจักตองลดชองวางทางเศรษฐกิจและสังคมของประชาชน ในขณะเดียวกันก็ทําใหคนไทยทุกคนในสังคมมีทางเลือกในการประกอบสัมมาอาชีพที่หลากหลายและมีความเทาเทียมในโอกาสมากขึ้นการสรางความมั่นคงประเทศมั่นคง–ประชาชนมั่งคั่ง จากการที่เศรษฐกิจเติบโตอยางมีประสิทธิภาพไดนั้น จักตองมีระบบจัดการใชแรงงาน ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ การสะสมทุนและเทคโนโลยี ดังนั้น จะใหเศรษฐกิจไทยเติบโตรุดหนาไป ในขณะที่เศรษฐกิจโลกยังอยูในสภาวะลนตลาดถดถอยและเปนตลาดของผูซื้อมีการแขงขันอยางรุนแรงขึ้นเลื่อย ๆ และมีการรวมกลุมทางเศรษฐกิจมากขึ้นนั้น การสงออกจะยากขึ้น รัฐจะใหการสงเสริมสนับสนุนใหนักธุรกิจและกลุมคนไทยที่มีความแข็งแรง มีความรูความสามารถสูงเปนผูผลิตสินคาภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมไปแขงขันในตลาดโลก ในขณะที่คนไทยสวนใหญและเศรษฐกิจไทยจะตองวางอยูบนพื้นฐานของตลาดภายในประเทศมากขึ้นหนา ๑๔๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ กระตุนการสงออกในดานบริการใหมีมูลคาเพิ่มมากขึ้น เชน การบริหาร การทองเที่ยวการรักษาพยาบาล การศึกษา เพื่อนํารายไดเขาประเทศพรรคจักสนับสนุนการพึ่งตนเองไดของคนไทย พัฒนาภูมิปญญาไทย สนับสนุนใหเกิดการออมภายในครัวเรือน ภายในชุมชน ภายในประเทศ – สนับสนุนใหเกิดโอกาสในการลงทุน ซึ่งรวมถึงการลงทุนในธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก และการลงทุนในทรัพยากรมนุษย โดยเฉพาะการพัฒนาบุคลากรการลงทุนจะเกิดไดจําตองสรางกลไกการออมในชาติ เพื่อการลงทุนและใชจายในอนาคตจะสนับสนุนใหมีการดําเนินมาตรการเพื่อสงเสริมการออมระยะยาว โดยจะเนนเรื่องกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ ธุรกิจประกันและธุรกิจกองทุนรวม เพื่อเปนแหลงเงินออมของธุรกิจ รวมทั้งการพัฒนาตลาดเงิน และตลาดทุนเพื่อเปนแหลงเงินออมและการลงทุนใหกับภาคการผลิตจริงพรรคเห็นวารัฐบาลจะตองสงเสริมสนับสนุนและกํากับดูแลใหธุรกิจภายในประเทศแขงขันกันอยางเสรีจริง ลดการผูกขาดในธุรกิจ โดยรัฐบาลทําหนาที่กํากับดูแลกฎหมายและกฎระเบียบใหเปนธรรมเพื่อผลักดันใหธุรกิจไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้น ยกระดับมาตรฐานการผลิตและผลิตภัณฑใหสูงขึ้นจนเปนที่ยอมรับในเวทีการคาโลก โดยพัฒนาขีดความสามารถในการแขงขัน เนนการพัฒนาดานการลดตนทุนการผลิตใหกับภาคธุรกิจอยางจริงจัง เชน การลดภาษีนําเขาวัตถุดิบ ชิ้นสวน อะไหล เครื่องจักร เครื่องมือลดดอกเบี้ยเงินกูกับธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง ใหเทาเทียมกับธุรกิจขนาดใหญพรรคจะดูแลใหรัฐตองจัดใหมีโครงสรางพื้นฐานทางเศรษฐกิจอยางเพียงพอ และสงเสริมการดําเนินงานของภาคธุรกิจ พรอมทั้งกํากับดูแลมาตรฐานการทํางานขององคกรตาง ๆ ใหเปนไปตามกฎกติกา เชนสถาบันการเงินและสถาบันกํากับดูแลอื่น ๆ ที่กลไกหรือระบบการทํางานสงผลกระทบตอภาคธุรกิจ เชนตลาดเงิน ตลาดทุน จะลดและผอนคลายกฎเกณฑกติกาที่เปนอุปสรรคในการปลอยกูในตลาดเงิน และการระดมเงินทุนในตลาดทุน รัฐควรจะดําเนินกติกา เชน การสรางมาตรฐานเขมงวดในการทํางานการตรวจสอบบัญชีอยางเขมงวด เมื่อเศรษฐกิจฟนแลวเทานั้น ทั้งนี้ เพื่อดํารงไวซึ่งความสามารถในการแขงขัน,และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจพรรคจะดูแลใหการสนับสนุนในการลงทุนในทรัพยากรมนุษย พัฒนาบุคลากร ฝมือแรงงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต การจัดการ และการบริหาร เพิ่มศักยภาพในการผลิตการจัดการและการบริหาร เพิ่มศักยภาพแกธุรกิจทันตอการแขงขันในเวทีโลก รวมทั้งสนับสนุนการคนควา วิจัยและนําเทคโนโลยีใหม ๆ ที่เหมาะสมและประหยัดมาปรับปรุงการผลิตหนา ๑๔๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ เสถียรภาพทางเศรษฐกิจรัฐบาลตองดูแลมาตรการการเงินใหเกิดเสถียรภาพในภาวะวิกฤติเพื่อหลอเลี้ยง เศรษฐกิจไดในขณะที่สินคาเกษตรกรและอุตสาหกรรมตกต่ํา ผูผลิตขาดทุน รัฐจะตองดูแลใหอัตราเงินเฟออยูในระดับที่คอนขางสูง เพื่อกระตุนเศรษฐกิจ ใหเกิดการลงทุน การจางงาน สรางผลกําไรและรายไดจากภาษีของรัฐสวนอัตราดอกเบี้ยเงินกูตองเปนอัตราที่ต่ําพอที่จะเอื้อตอการเติบโตทางเศรษฐกิจอยางมีเสถียรภาพรัฐตองดูแลมาตรการการคลัง จัดสรรงบประมาณอยางเปนระบบ โดยเนนดานประสิทธิภาพเรงรัดการใชจายงบประมาณอยางมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในยามเศรษฐกิจไมอยูในภาวะปกติและเรงรีบกําหนดมาตรการในระยะกลางและระยะยาว โดยใหความสําคัญกับประสิทธิภาพในการขยายฐานการจัดเก็บภาษีมากกวาการขึ้นอัตราภาษี และควบคุมรายจายภาครัฐ มีวินัยในการจัดสรรงบประมาณและกําหนดขนาดของงบประมาณที่เหมาะสมตามสภาวะเศรษฐกิจเพื่อพลิกฟนเศรษฐกิจใหไดกอนแลวคอยแกไขปญหาหนี้สาธารณะตอไปตามลําดับเมื่อเศรษฐกิจฟนแลวสรางความมั่นใจใหอัตราแลกเปลี่ยน ลดความผันผวนในระยะสั้นและอยูในระดับที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแขงขันของสินคาและบริการที่ผลิตไดภายในราชอาณาจักร เพื่อจะเปนเครื่องมือในการดําเนินนโยบายเศรษฐกิจใหเศรษฐกิจเติบโตและคงเสถียรภาพไดสถาบันการเงิน ตองไดรับการดูแลใหมีความมั่นคงโดยเร็ว และทําหนาที่ไดตามปกติในระบบเศรษฐกิจไทย รัฐบาลมีหนาที่ชวยภาคการผลิตจริงที่เปนลูกหนี้ของสถาบันการเงินใหมีกําไรและเขมแข็งเมื่อลูกหนี้แข็งแรงสามารถจายเงินตนและดอกเบี้ยคืนธนาคารและสถาบันการเงินได สถาบันการเงินก็จะเขมแข็งและมีความมั่นคงดวยตัวเองไดปญหาการวางงาน ตองไดรับการดูแลแกไขผอนหนักใหเปนเบา ตองมีมาตรการเฉพาะหนาและมาตรการระยะกลางและระยะยาว เพื่อชวยเหลือผูตกงาน ในรูปของการฝกฝมือแรงงาน การประกอบอาชีพอิสระชวยเหลือนักเรียน นักศึกษา บัณฑิตที่วางงานใหไดรับการฝกอบรมและศึกษาตอ เพื่อรองรับและสงเสริมการฟนตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ เพราะปญหาวางงานสงผลกระทบตอสังคมในวงกวางรัฐจะจัดระบบสวัสดิการคนตกงานเพื่อบรรเทาความเดือดรอน และกระตุนการจับจายใชสอยของภาคประชาชนไมใหหดหายมากเกินไป หนี้สินภาครัฐเพิ่มขึ้นอยางรวดเร็ว หลังจากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจพรรคเห็นวา รัฐจําตองเขาดูแลแกไขโดยวางแผนเตรียมรับสถานการณในอนาคตไมใหเหตุการณลุกลามหนา ๑๔๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ เปนวิกฤติรอบใหม ทั้งนี้ จะตองไมกอหนี้สาธารณะ โดยเฉพาะหนี้ตางประเทศเพิ่มขึ้น จะตองไมแกหนี้เกาดวยการกอหนี้ใหมแตจะใชหนี้เกาดวยการปรับโครงสรางหนี้ ยืดหนี้ออกไป และมีมาตรการเสริมสภาพคลองดวยเงินออมในประเทศ เพื่อใหผูประกอบการทั้งใหญ กลาง เล็ก ไดมีโอกาสทํางานประกอบอาชีพเพื่อสรางรายไดไปใชหนี้ใหหมดในอนาคตไดการกระจายรายไดอยางเปนธรรมและยกระดับการครองชีพของประชาชนรัฐจักตองใหความสําคัญตอการกระจายรายไดตามที่ไดบัญญัติไวในรัฐธรรมนูญ พรรคเนนความสําคัญของการกระจายรายไดอยางเปนธรรมโดยใชมาตรการดานภาษี โดยมุงเนนประสิทธิภาพในดานการจัดเก็บใหทั่วถึงและความเสมอภาคในการจัดเก็บภาษี มุงการขยายฐานการจัดเก็บภาษีดวยการลดอัตราภาษีใหต่ําลงเพื่อลดแรงจูงใจในการหลีกเลี่ยงไมเสียภาษี โดยมีมาตรการภาษีที่เขาใจงาย สะดวกทั้งกับผูเสียภาษีและผูจัดเก็บภาษี ประชาชนทราบและประเมินภาษีไดดวยตนเอง ขณะเดียวกันมีความเพียงพอสําหรับรัฐเพื่อประโยชนในการผลิตสินคาสงออกจะกําหนดอัตราภาษีนําเขาวัตถุดิบอยางเหมาะสม ตลอดจนกําหนดภาษีคาธรรมเนียมสงออกใหสามารถแขงขันกับตางประเทศไดมาตรการดานงบประมาณ พรรคจะใชงบประมาณเปนเครื่องมือในการกระจายรายไดอยางเปนธรรมตอประชาชน โดยเฉพาะผูยากไรและผูดอยโอกาส รวมทั้งในการพัฒนาภูมิภาคที่หางไกลความเจริญพรรคจะเนนเรื่องสวัสดิการสังคมใหการสงเคราะหดานที่อยูอาศัย อาหารและการรักษาพยาบาลแกคนตกงานคนยากจน และผูดอยโอกาสในสังคม รวมทั้งสรางงาน สรางโอกาสในการพัฒนาตัวเองใหแกบุคคลกลุมนี้ดวยพรรคจะพัฒนาความเจริญสูภูมิภาคของประเทศ โดยสรางสมรรถนะขององคกรในทองถิ่นใหมีความพรอมทั้งดานบุคลากรและการจัดการ มีความเขมแข็งในการบริหารงาน เพื่อดูแลตนเองดานการพัฒนาและจะเพิ่มบทบาทขององคกรทองถิ่นในการจัดการ การลงทุนในโครงสรางพื้นฐานที่จําเปนรวมทั้งการลงทุนในทรัพยากรมนุษย นอกจากนั้นจะปรับเปลี่ยนโครงการลงทุนขนาดใหญตาง ๆหรือลดขนาดลงตามความเหมาะสมกับสภาพการณในทองถิ่น โดยดูแลใหสอดคลองกับผลประโยชนของทองถิ่นและความพรอมขององคกรในทองถิ่นพรรคจะหยุดกอหนี้สินภาครัฐที่เปนเงินตราตางประเทศทั้งหมด และดูแลหนี้สินในประเทศของภาครัฐใหอยูในระดับที่ไมเปนปญหาตอไปในอนาคต และใหมาตรการการคลังมีความเปนธรรมตอประชาชนผูตองรับผิดชอบหนี้สินของรัฐในอนาคตโดยใหความสําคัญตอการฟนเศรษฐกิจฟนรายไดของประชาชนในประเทศกอน หนา ๑๔๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ การแกปญหาวิกฤติเศรษฐกิจพรรคความหวังใหมจะเพิ่มสินเชื่อแกภาคธุรกิจและประชาชน โดยลดกฎระเบียบ และอุปสรรคเพื่อใหสถาบันการเงินสามารถปลอยกูแกภาคธุรกิจและประชาชนโดย- ผอนคลายการจัดชั้นหนี้เสียจาก ๓ เดือนเปน ๕ เดือน- ใหสถาบันการเงินของรัฐเรงปลอยสินเชื่อ สําหรับลูกหนี้ที่ยังจายดอกเบี้ยอยูในปจจุบันตองถือวาเปนลูกหนี้ที่ดี พรรคความหวังใหมจะสงเสริมใหกูเงินไดมากขึ้นพรรคความหวังใหมจะตั้งกองทุน ๑๐๐,๐๐๐ ลานบาท เพื่อฟนราคาทรัพยสิน โดยการซื้อทรัพยสินที่ดินและสิ่งกอสรางที่ไมกอใหเกิดรายไดออกจากมือประชาชน ในราคา ๗๐% ของที่ดินราคาประเมินและ ๕๐% ของตนทุนที่กอสรางไป จากนั้นใหเจาของเดิมเปนผูดูแลบริหาร และใหสิทธิแกเจาของเดิมสามารถซื้อทรัพยสินที่ดินผืนนั้นคืนภายใน ๑๐ ป ในราคาเงินตนทุนพรอมดอกเบี้ยในอัตราผอนปรนไมเกินรอยละ ๓ ตอป มาตรการนี้จะทําใหเกิดสภาพคลองในระบบเศรษฐกิจทันที และผูประกอบการจะสามารถจายดอกเบี้ยและคืนเงินตนกับสถาบันการเงิน เปนการลดหนี้เสีย (NPL) ลงทั้งระบบพรรคความหวังใหมจะตั้งกองทุน ๑๐๐,๐๐๐ ลานบาท เพื่อฟนฟูตลาดทุน โดยการซื้อหุนของบริษัทในตลาดทรัพยที่เปนภาคการผลิตจริง มีการจางงานมาก (และตองไมใชสถาบันการเงิน)ในตลาดหลักทรัพยเมื่อผูประกอบการผลิตจริงมีสวนทุนเพิ่มขึ้น จะลดภาระคาใชจายในเรื่องดอกเบี้ยสามารถขยายการจางงานและมีความสามารถในการชําระดอกเบี้ย เงินตน กับสถาบันการเงิน ทําใหสามารถลดหนี้เสีย (NPL) ในระบบธนาคารและสถาบันการเงิน และผลประกอบการของธนาคาร สถาบันการเงินดีขึ้นตลาดทุนก็จะฟนขึ้นอยางยั่งยืนพรรคความหวังใหมจะไมรวมบัญชีธนาคารแหงประเทศไทย เนื่องจากการรวมบัญชีฯ คือการแตงตัวเลข ซอนเรนความผิด ความเสียหาย พรรคความหวังใหมจะเปดเผยขอมูลความเสียหายตาง ๆใหโปรงใสเพื่อใหประชาชนเจาของประเทศไดรับทราบ และจะรักษาเงินฝายออกบัตรธนาคารใหเปนเครื่องค้ําจุนฐานะทางการเงิน และความเชื่อถือของประเทศสืบตอไปพรรคความหวังใหมจะใชนโยบายพึ่งตนเองทางเศรษฐกิจ พึ่งเงินออมในประเทศ และลดหยอนหนี้ตางประเทศโดยมุงเนนชวยเหลือและฟนฟูภาคเศรษฐกิจจริงหนา ๑๔๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ พรรคความหวังใหมจะตั้งกองทุนเพื่อรวมลงทุนระยะยาวกับภาคเอกชน ผูประกอบการจริงที่มีการจางงานจํานวนมาก หรือธุรกิจสงออกที่สรางรายไดเปนเงินตราตางประเทศ เพื่อใหธุรกิจมีสวนของทุนเพียงพอที่จะขยายกําลังผลิต จางงาน พัฒนานวัตกรรมใหม ๆ และปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารจัดการใหดีขึ้นนโยบายพัฒนาภูมิประเทศของประเทศพรรคเนนในการพัฒนาและกระจายความเจริญสูภูมิภาคเพื่อการพัฒนาที่เหมาะสม และเปนการขจัดปญหาความยากจนในพื้นที่ที่มีการพัฒนาที่ลาหลัง และเพื่อชวยในการกระจายรายได ยกระดับความเปนอยูของประชาชนใหดีขึ้นทั้งในเขตเมืองและชนบทพรรคมีโครงการในระยะยาวในการวางโครงสรางในการพัฒนาสําหรับภูมิภาคตาง ๆ ตามศักยภาพของภูมิภาค โดยดูจากศักยภาพและความไดเปรียบของภูมิภาคและทองถิ่นนั้น ๆ โครงสรางพื้นฐานและการพัฒนาปจจัยสนับสนุนตาง ๆ โดยใหประชาชนในทองถิ่นใหมีสวนรวมมากขึ้นทั้งในขบวนการพัฒนาและไดประโยชนสูงสุดจากโครงการเหลานั้นพรรคพิจารณาวา การพัฒนาภูมิภาครอบนอกกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะขึ้นอยูกับศักยภาพของแตละภาคและพื้นที่ในรายละเอียด โดยรวม ๆ แลวภูมิภาครอบนอกมีภาคเกษตรเปนพื้นฐานแตก็มีศักยภาพในการพัฒนาเฉพาะดานที่แตกตางกันออกไป มีความเหมาะสมในการพัฒนาอุตสาหกรรมที่หลากหลายขึ้นอยูกับทรัพยากรและฝมือในทองถิ่นนั้น ๆ และมีลักษณะพิเศษในการสงเสริมการทองเที่ยวแบบมีเอกลักษณของแตละพื้นที่และวัฒนธรรมทองถิ่นนโยบายการเมืองและการปฏิรูประบบราชการพรรคมุงมั่นที่จะพัฒนาและปฏิรูปการเมืองใหสอดคลองกับสถานการณทางสังคมในปจจุบันทั้งนี้ จะดําเนินนโยบายทางการเมือง และการปฏิรูประบบราชการตามวิถีทางแหงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข โดยเนนหลักสําคัญ ๒ ประการ คือการพัฒนาโครงสรางและกระบวนการประชาธิปไตย เพื่อใหสอดคลองกับความพยายามที่จะปฏิรูปการเมืองการปฏิรูประบบราชการ เพื่อใหเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการแกปญหาการใชทรัพยากรที่ไดประโยชนสูงสุด เนนการบริการ รับใชสังคมและประชาชน การปองกันการฉอราษฎรบังหลวงหนา ๑๕๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ การพัฒนาโครงสรางและกระบวนการประชาธิปไตยการพัฒนาพรรคการเมือง สรางพรรคใหเขมแข็ง ดวยการทําใหการบริหารพรรคอยูบนพื้นฐานของความเปนประชาธิปไตย และการมีสวนรวมของมวลสมาชิก มุงเนนดวยการขยายสาขาพรรคใหครอบคลุมทั่วประเทศการสนับสนุนองคกรตาง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติผูตรวจการแผนดินของรัฐสภา ฯลฯ ถือเปนองคกรหลักและเปนพื้นฐานสําคัญของการพัฒนาระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย พรรคจะใหการสนับสนุนอยางเต็มที่การพัฒนากระบวนการนิติบัญญัติและการบริหาร ใหสมาชิกสภาผูแทนราษฎรในพรรคทําหนาที่อยางแข็งขันในกระบวนการนิติบัญญัติ และการตรวจสอบการทํางานของฝายรัฐบาล ในกรณีที่เปนพรรคฝายคานการอภิปรายและการตั้งกระทูถามจะอยูบนพื้นฐานของขอมูล กฎหมาย หลักการและพยานหลักฐานดวยเหตุดวยผลที่มีลักษณะสรางสรรค ในกรณีที่เปนรัฐบาล พรรคจะมุงเนนที่การแกปญหาตาง ๆที่สังคมเผชิญอยู โดยใชผูบริหารที่มีความรูความสามารถ เปนคนดี มีความซื่อสัตยสุจริต มุงในการแกปญหาและการพัฒนาตามวิสัยทัศนและนโยบายของพรรคที่จะแถลงตอรัฐสภาสงเสริมและสนับสนุนจริยธรรมทางการเมืองของนักการเมืองและสรางกฎเกณฑ มาตรฐานและมารยาททางการเมืองตามสากลนิยมของประเทศที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย๓.๒ การปฏิรูประบบราชการการปฏิรูประบบราชการใหมีระบบการบริหารและบริการที่รวดเร็ว เสมอภาคและเปนธรรมตอประชาชน จะเปนกลไกสําคัญที่ชวยในการพัฒนาประเทศใหทันสมัยปรับโครงสราง บทบาท และภารกิจของหนวยราชการ ใหเปนกลุมใหญ คือ- ภารกิจที่รัฐจําเปนตองดําเนินการเอง ภารกิจที่รัฐรวมดําเนินการกับองคการปกครองสวนทองถิ่นและภารกิจที่รัฐมอบใหหรือรวมดําเนินการกับภาคเอกชน- จัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูประบบงานราชการใหเปนเชิงเอกชน ปฏิรูประบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาฐานขอมูลโดยเนนการเชื่อมขอมูลใหประสานเปนระบบเดียวกันทั้งประเทศ ปฏิรูประบบบริหารงานบุคคลเพื่อลดขนาดสวนราชการ จัดกระบวนการทํางานใหคลองตัวและมีประสิทธิภาพสูงสุดหนา ๑๕๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ และสรางวัฒนธรรมการทํางานเปนทีม ทั้งนี้ ใหคณะกรรมการปฏิรูประบบราชการแผนดินมีสวนรวมกับสํานักงานปฏิรูประบบราชการแผนดิน และหนวยงานราชการประจําในการกําหนดแนวทางปฏิรูประบบราชการของแตละกระทรวงการกระจายอํานาจรัฐโดยกระจายอํานาจหนาที่และความรับผิดชอบจากสวนกลางไปสูหนวยงานรัฐในทองถิ่น โดยใหประชาชนในทองถิ่นมีสวนรวมในการจัดการ และใหมีการเลือกตั้งผูบริหารองคกรทองถิ่นโดยตรงรวมทั้งใหทองถิ่นมีอํานาจหนาที่และความรับผิดชอบในการจัดทํานโยบายและแผนพัฒนาทองถิ่นอยางอิสระตลอดจนใหทองถิ่นมีบทบาทและอํานาจหนาที่และความรับผิดชอบในการดูแลจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติของทองถิ่นตน ทั้งนี้ ใหจังหวัดเปนหนวยงานที่มีงบประมาณของตนเอง มีขาราชการของตนเองที่ไมขึ้นกับสวนกลางเพื่อใหทองถิ่นสามารถบริหารจัดการตนเองไดอยางเหมาะสมกระจายอํานาจรัฐสูหนวยงานเอกชน ลดการผูกขาดกิจการบางประเภทที่ไมกระทบตอประโยชนสวนรวมและความมั่นคงของประเทศ ใหเอกชนเขามามีสวนในการจัดการบริหาร และใหประชาชนรวมเปนเจาของรัฐจะตองกํากับดูแลใหมีการแขงขันเพียงพอที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการทํางานและคุณภาพของการบริการเพื่อใหประชาชนมีทางเลือกในการใชบริการมากขึ้นกระจายอํานาจรัฐสูสังคม เปดโอกาสใหประชาชนสามารถรับรู ติดตาม และตรวจสอบการทํางานของรัฐไดอยางโปรงใสและชอบธรรม เปดเผยขอมูลขาวสารตาง ๆ ยกเวนเรื่องที่เกี่ยวของกับความมั่นคงของประเทศในกรณีที่จะมีการดําเนินโครงการสําคัญในระดับประเทศ ซึ่งมีผูมีสวนไดสวนเสียหลายฝายรัฐตองจัดทําประชาพิจารณเพื่อใหประชาชนไดมีสวนรวมในการแสดงความเห็นชอบในโครงการนั้น ๆปรับปรุงการทํางานและการพัฒนาบุคลากรของรัฐสงเสริมใหเจาหนาที่ของรัฐมีจิตสํานึกในการบริการประชาชน โดยเนนการประชาสัมพันธใหประชาชนไดเขาใจบทบาทหนาที่และขั้นตอนการใหบริการของแตละหนวยงาน เพื่อลดเวลาในการติดตอราชการของประชาชน รวมทั้งสงเสริมใหมีอาสาสมัครประชาชนในกิจกรรมของรัฐที่เกี่ยวของกับงานบริการและกฎหมายเพื่อสรางความเขาใจอันดีระหวางรัฐและประชาชนเรงหาแนวทางในการปองกันและปราบปรามเจาหนาที่ของรัฐที่แสวงหาประโยชนจากการทํางานพรอมกับเสริมสรางจรรยาบรรณทางวิชาชีพของเจาหนาที่รัฐ ใหรับผิดชอบตอประชาชนและประโยชนสาธารณะ หนา ๑๕๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ สงเสริมแผนพัฒนาบุคลากรของรัฐ และใหมีการประเมินผลการปฏิบัติงานบุคลากรเพื่อกระตุนใหบุคลากรรัฐมีสมรรถนะในการทํางานสูงขึ้นปรับโครงสรางหลักของการจายคาตอบแทนแกหนวยงานของรัฐใหทัดเทียม หรือเหนือกวาหนวยงานเอกชน เพื่อสรางขวัญและกําลังในการทํางานใหแกเจาหนาที่ของรัฐการกระจายอํานาจและการมีสวนรวมของประชาชนพรรคตระหนักดีวาการกระจายอํานาจใหมีการปกครองตนเองเปนพื้นฐานสําคัญของระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย การปกครองทองถิ่นเปนเสมือนรากฐานของระบบประชาธิปไตยในสวนบนการกระจายอํานาจซึ่งมีการระบุไวใน ในรัฐธรรมนูญเปนพื้นฐานสําคัญที่จะนําไปสูการวางนโยบายดังกลาวจุดสําคัญของการกระจายอํานาจก็คือ การใหประชาชนมีสวนรวมในการปกครองตนเองเพื่อสรางความเชื่อมั่นและสรางความตื่นตัวทางการเมือง พัฒนาทักษะและการบริหารและการจัดการสรางสํานึกหนาที่ความรับผิดชอบในการดูแลทองถิ่นของตน แกไขการคลังสวนทองถิ่นเพื่อใหมีรายไดพอเพียงตอการบริหารและการจัดการ สงเสริมการประสานและรวมมือระหวางการปกครองสวนทองถิ่นและภูมิภาคเพื่อเอื้ออํานวยประโยชนสูงสุดตอการพัฒนาการเมือง สังคม และเศรษฐกิจในระดับทองถิ่นพรรคสนับสนุนใหมีการเลือกตั้งผูบริหารทองถิ่นโดยตรง ซึ่งไดแกการเลือกนายกเทศมนตรีของเทศบาลตาง ๆ โดยตรง อันสอดคลองกับแผนการปฏิรูปการเมือง การกระจายอํานาจ การสงเสริมใหมีสวนรวมทางการเมืองของประชาชน และการพัฒนาประชาธิปไตยการพัฒนาวัฒนธรรมแบบประชาธิปไตยวัฒนธรรมทางการเมืองจะมีผลตอพฤติกรรมทางเมือง หรือการแสดงออกทางการเมืองการพัฒนาระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยตามแนวของการปฏิรูปการเมืองนั้น จําเปนอยางยิ่งที่จะตองมีการพัฒนาวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยขึ้น พรรคจะสงเสริมการพัฒนาในสวนนี้ดวยการใหมีมาตรการตาง ๆมุงเนนใหมีการสงเสริมความรูความเขาใจ รวมทั้งพฤติกรรมที่เปนตนแบบของการปกครองแบบประชาธิปไตยในสถาบันการศึกษาระดับประถม มัธยม และมหาวิทยาลัยนอกเหนือจากที่กลาวมาขางตน พรรคจะมุงเนนใหมีการพัฒนาคานิยมเรื่องความเสมอภาคในสังคมความเสมอภาคระหวางคนซึ่งฐานะตางกัน ความเสมอภาคในทางเพศ ความมีอิสระในการแสดงความคิดเห็นหนา ๑๕๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ การใชเหตุใชผลในการถกเถียงปญหา การหาขอยุติในขอขัดแยงหรือนโยบายดวยการลงคะแนนเสียงโดยใชหลักเสียงขางมาก การเคารพสิทธิของผูอื่น และความกลาหาญที่จะตอสูเพื่อสิทธิของตนเองเพื่อความถูกตองกลาวอีกนัยหนึ่ง พรรคมีจุดมุงเนนที่จะสรางวิญญาณประชาธิปไตยใหเกิดขึ้นในสังคมดวยมาตรการตาง ๆ๔. นโยบายดานความมั่นคงปจจัยพื้นฐานของการสรางความมั่นคง คือ องคกรประชาชน องคกรเอกชน และองคกรของรัฐที่ประสานสัมพันธและเกื้อหนุนกันในการสรางความเปนปกแผนในดานวัฒนธรรมสังคม การเมืองและเศรษฐกิจ เพื่อใหประชาชนทุกหมูเหลาไดรับประโยชนรวมกัน ไดแบงโภคทรัพยอยางเปนธรรมรวมทั้งไดรับสิทธิเสรีภาพและโอกาสที่เทาเทียมกัน โดยไมคํานึงถึงความแตกตางทางภาษา เชื้อชาติผิวพรรณ หรือความเปนชนชาติสวนนอยพรรคมีนโยบายความมั่นคงที่วางพื้นฐานอยูบนการประสานประโยชน และการแกไขความขัดแยงอยางสรางสรรคโดยสันติวิธีระหวางคนในชาติ และการประสานประโยชนและแกไขความขัดแยงอยางสรางสรรคโดยสันติวิธีกับประเทศอื่น ๆ โดยมุงสรางกลไกการเจรจาตอรองที่จะรอมชอมความขัดแยงตาง ๆระหวางคนในชาติ ในขณะเดียวกันก็มุงเสริมพลังตอรองกับประเทศอื่น ๆ เพื่อใหประเทศมีเกียรติและศักดิ์ศรี สามารถยืนอยูในเวทีโลกไดอยางสงางามนโยบายดานสังคมในชวงทศวรรษที่ผานมาปญหาสังคมดานตาง ๆ ยังคงดํารงอยู บางปญหาทวีความรุนแรงจนเปนปญหาใหญของสังคม ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากความหางเหินภายในครอบครัวอันเปนผลมาจากปญหาเศรษฐกิจ การขาดความสนใจ ความรวมมือ และความสามัคคีภายในชุมชน ทําใหชุมชนและสังคมอยูในสภาพที่ออนแอเกินกวาจะชวยกันสรางความผาสุกใหเกิดขึ้นไดพรรคความหวังใหมมีแนวคิดที่จะสรางสังคมใหม ที่จะทําใหประชาชนทุกคนอยูไดอยางมีศักดิ์ศรีมีสิทธิเสรีภาพภายใตการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขนี้ อาชีพการงานทั้งการดํารงชีพได และมีโอกาสเลื่อนฐานะของตนเองไดโดยการศึกษา ซึ่งการจะบรรลุแนวคิดดังกลาวไดจะตองสรางสังคมใหมใหครอบครัวอบอุน ชุมชนเขมแข็ง และสังคมผาสุกหนา ๑๕๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ครอบครัวอบอุนสถาบันครอบครัวเปนสถาบันอันเปนรากฐานสําคัญของการพัฒนาสังคม พรรคความหวังใหมจึงกําหนดนโยบายเฉพาะ ดังนี้- ฟนฟูและสงเสริมวัฒนธรรมของการอยูรวมกัน และการชวยเหลือกันในครอบครัว ทั้งในดานการประกอบอาชีพ การเลี้ยงดู และอบรมสั่งสอนเด็กและเยาวชน การเอาใจใสผูสูงอายุตลอดจนความรักและเอื้ออาทรซึ่งกันและกันในครอบครัว- สรางความเขมแข็งทางเศรษฐกิจของครอบครัว โดยใหครอบครัวทั้งในชนบทและในเมืองมีการสรางรายได การออม และไดรับการบริการจากรัฐอยางทั่วถึงในดานการสงเคราะหและการพัฒนาความสามารถในการประกอบอาชีพชุมชนเขมแข็งความเขมแข็งของชุมชน เปนปจจัยพื้นฐานสําคัญในการพัฒนาดานปกครอง ดานเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ พรรคความหวังใหมจึงกําหนดนโยบาย ดังนี้สงเสริมวัฒนธรรมการชวยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ภายในชุมชน- พัฒนาเศรษฐกิจภายในชุมชนโดยการสนับสนุนในดานกองทุน การสรางรายไดและการประกอบอาชีพสงเสริมกระบวนการจัดการ สงเสริมการใชทรัพยากรเพื่อการผลิต การสรางงานและการสรางรายไดเพื่อใหชุมชนพึ่งตนเองได ตลอดจนการถายทอดและแลกเปลี่ยนแนวความคิดและเทคโนโลยีในการผลิตระหวางชุมชน- พัฒนาขีดความสามารถในการปกครองตนเอง โดยการเพิ่มศักยภาพขององคกรชุมชนองคกรปกครองสวนทองถิ่นในการพัฒนาชุมชนแบบยั่งยืน ตลอดจนการสนับสนุนการรวมตัวกันของชุมชนมีการเรียนรูโดยผานกระบวนการการทํากิจกรรมการพัฒนารวมกัน ทั้งในดานการศึกษา การสาธารณสุขการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดลอมสังคมผาสุกสังคมที่ผาสุก คือ สภาพสังคมที่เปนสุข มีรายไดพอเพียง ไมเจ็บไขไดปวย มีความสามัคคีกันการสรางสภาพดังกลาวนี้พรรคความหวังใหม จึงกําหนดนโยบายเฉพาะ ดังนี้- สรางความเขมแข็งของประชาสังคม โดยการสรางเสริมวัฒนธรรมของการมีน้ําใจ ชวยเหลือเกื้อกูลกันหนา ๑๕๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ - สงเสริมความเขาใจ ยอมรับ และมีความรับผิดชอบในทุก ๆ เรื่องที่เกิดขึ้นกับสังคมและมีสวนรวมในกิจกรรมสาธารณะอยางจริงจัง- สรางเสริมความสัมพันธระหวางคนในชุมชน สังคม สถาบัน และองคกรตาง ๆ ในสังคมเพื่อการเรียนรูและทํางานรวมกัน- สรางสวัสดิการ โดยการสงเคราะหคนยากจน การฝกอาชีพพิเศษ เพื่อสรางรายไดใหสูงขึ้นรวมทั้งการจัดบริการเคหะและการสาธารณสุขนโยบายการแกไขปญหายาเสพติดปจจุบันปญหายาเสพติดไดทวีความรุนแรงขึ้น และเปนปญหาสําคัญในทั่วทุกภูมิภาคของโลกเนื่องจากเปนปญหาที่สงผลกระทบตอความมั่นคงของประเทศจนกลายเปนปญหาของโลก ที่ประเทศตาง ๆตองรวมมือกันในการปองกันและปราบปรามพรรคความหวังใหมไดตระหนักถึงปญหาอันสําคัญยิ่งนี้จะเปนอันตรายตอชาติบานเมืองสังคมไทย เยาวชนไทย และคนไทย พรรคจึงไดกําหนดนโยบายเพื่อแกไขปญหายาเสพติด ดังนี้การปองกันยาเสพติดระดมภูมิปญญา ความรู ความสามารถจากฝายตาง ๆ ในชาติ เพื่อจัดทําเปน “ระเบียบวาระแหงชาติ”ในการปองกันและปราบปรามยาเสพติดที่เปนเอกภาพ และระดมสรรพกําลังของภาคีตาง ๆ ทั้งภาครัฐภาคเอกชน และประชาชนในการดําเนินงานตาม “ระเบียบวาระแหงชาติ” ใหเปนรูปธรรมและสัมฤทธิ์ผลโดยเร็วสงเสริมการมีสวนรวมของภาคีตาง ๆ โดยเฉพาะการมีสวนรวมของประชาชนและชุมชนในการปองกันและแกไขปญหายาเสพติด ดวยการใหความรูความเขาใจแกประชาชนในเรื่องโทษ/พิษภัยของยาเสพติดวิธีการปองกันและแกไขปญหายาเสพติด พรอมไปกับการสรางความเขมแข็งใหกับชุมชนและการสนับสนุนใหชุมชนดําเนินการปองกัน และแกไขปญหายาเสพติดในชุมชนสงเสริมใหใชมาตรการการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจอื่นควบคูไปกับการปองกันและแกไขปญหายาเสพติด เพื่อลดเงื่อนไขที่เปนปจจัยใหเกิดปญหายาเสพติด ไดแก การสงเสริมศีลธรรมการสงเสริมการกีฬา การสงเสริมศิลปวัฒนธรรม และการสงเสริมอาชีพการปราบปรามยาเสพติดประสานความรวมมือระหวางประเทศในการปราบปรามการผลิต การสกัดกั้น การขนยายยาเสพติดและเคมีภัณฑที่ใชในการผลิตยาเสพติด และการปราบปรามการคายาเสพติดหนา ๑๕๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใชกฎหมายในการปราบปรามยาเสพติด โดยเฉพาะกับผูผลิต ผูจําหนายและผูสนับสนุนการกระทําผิด โดยการประสานใหหนวยงานในกระบวนการยุติธรรมผนึกกําลังความรวมมือในการดําเนินการอยางจริงจัง เด็ดขาด และตอเนื่อง รวมทั้งเรงรัดการปราบปรามเจาหนาที่ของรัฐที่กระทําผิดหรือสนับสนุนการกระทําผิดเกี่ยวกับยาเสพติดใหหมดสิ้นโดยเร็วนํามาตรการทางกฎหมายอื่น ๆ มาใชเปนประโยชนในการปราบปรามผูผลิต ผูจําหนายยาเสพติดและผูสนับสนุนหรือสมคบในการกระทําผิดเกี่ยวกับยาเสพติดกําหนดแผนงานเชิงนิตินโยบาย ใหมีการแกไขกฎหมายที่มีอยูใหสอดคลองกับนโยบายนี้โดยมุงที่จะใชกฎหมายเปนเครื่องมือในการสรางความสัมฤทธิ์ผลอยางจริงจังในการปราบปรามยาเสพติด๖.๓ การบําบัดรักษา และฟนฟูสมรรถภาพผูติดยาเสพติดใหถือวาผูติดยาเสพติดที่สมัครใจเขารับการบําบัดรักษาและฟนฟูสมรรถภาพเปนผูปวย โดยใหมีการรณรงคประชาสัมพันธใหผูติดยาเสพติดแจงความจํานงตอทางราชการในการสมัครใจเขารับการบําบัดรักษาและฟนฟูสมรรถภาพภายใตการดูแลของแพทยหรือสถานบําบัดรักษายาเสพติดตามระยะเวลาที่กําหนดปรับเปลี่ยนทัศนคติทางสังคมใหมีทัศนคติที่ดีตอผูติดยาเสพติด โดยใหเห็นวาผูติดยาเสพติดไมใชอาชญากร และตองใหโอกาสในการกลับมาเปนสมาชิกที่ดีของสังคมสงเสริมใหมีสถานบําบัดรักษา และฟนฟูสมรรถภาพผูติดยาเสพติดในทองถิ่นหรือชุมชนโดยใหชุมชนเปนผูดูแล และมีรัฐเปนผูสนับสนุนสําหรับผูติดยาเสพติดที่ไมสมัครใจ โดยการแจงความจํานงตอทางราชการในการเขารับการบําบัดรักษาและฟนฟูสมรรถภาพ หากถูกจับกุมในขอหายาเสพติดใหดําเนินการตามพระราชบัญญัติฟนฟูสมรรถภาพผูติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ เพื่อใหผูนั้นไดรับโอกาสในการบําบัดรักษาและฟนฟูสมรรถภาพนโยบายแรงงานเปาหมายของการพัฒนาประเทศอยูที่ “คน” พรรคความหวังใหมใหความสําคัญในการพัฒนาคนเพื่อใหประชาชนวัยทํางานมีงานทําทั่วถึงมีรายไดพอเพียงตอความจําเปนในการดํารงชีพ มีหลักประกันความมั่นคงดานสวัสดิการ กําหนดนโยบายดานแรงงาน เพื่อตอบสนองตอความตองการของประชาชนและใหสอดคลองกับสถานการณที่เกิดขึ้น ดังนี้ หนา ๑๕๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ การปฏิรูประบบราชการดานแรงงานใหมีการปรับปรุงงานของหนวยงานราชการซึ่งเกี่ยวของกับคุณภาพชีวิตของคนทํางานเปน ๒ ดานคือ ดานการพัฒนาทรัพยากรมนุษยและดานความมั่นคงทางสังคม เพื่อใหราชการมีความพรอมในการทํางานรวมกันอยางมีประสิทธิภาพใหมีการประกันการวางงานเนื่องจากมีความจําเปนตองแกไขปญหาการวางงานโดยการบริหารในภาวะวิกฤต สมควรใหมีการประกาศประกันการวางงานตามพระราชบัญญัติประกันสังคม ในการนี้มีความจําเปนตองปรับปรุงแกไขกฎหมายที่เกี่ยวของ ตลอดจนปรับระบบการบริหารภาครัฐ และการมีสวนรวมของภาคเอกชนผูเกี่ยวของเพื่อใหประชาชนคนทํางานมีหลักประกันความมั่นคงทางสังคม ซึ่งมีกลวิธีในการดําเนินการ ดังนี้- จัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อดูแลควบคุมการเลิกจาง โดยเนนการมีสวนรวมของผูเกี่ยวของเพื่อกําหนดมาตรการสงเสริมการมีงานทํา ตลอดจนวางระบบบริการใหครบวงจร- วางระบบกองทุนทุกประเภทซึ่งเกี่ยวของกับการดูแลการเลิกจาง การวางงาน เพื่อใหสามารถบริการประชาชนตั้งแตถูกเลิกจางหรือวางงาน การหางานทํา การพัฒนาฝมือแรงงานไปสูการมีงานทําที่แทจริงโดยเนนระบบการสงเสริมการมีงานทําที่ยั่งยืนขยายฐานผูประกันตนตามพระราชบัญญัติประกันสังคม โดยกําหนดใหกิจการตั้งแตหนึ่งคนขึ้นไปสูระบบประกันสังคม และใหพนักงานรัฐวิสาหกิจทุกประเภทเปนผูประกันตนตามกฎหมายประกันสังคมซึ่งรัฐจะดูแลการขยายฐานของผูประกันตนใหมีความพรอม ตลอดจนการคุมครองสิทธิประโยชนอยางเต็มที่เพื่อใหผูประกันตนมีความมั่นใจจัดระบบการบริหารงานในลักษณะรวมกันคิดชวยกันทํา เพื่อแกไขปญหาอุปสรรคตาง ๆ เชนดานการพัฒนาระบบขอมูลการมีงานทํา การพัฒนาฝมือแรงงาน การสงเคราะหครอบครัวของผูถูกเลิกจางหรือผูวางงาน เปนตน เพื่อใหการประกันการวางงานเปนการจัดระบบความมั่นคงทางสังคมของประเทศแกไขปญหาภาระของทุกฝาย ในการมีสวนรวมของระบบประกันสังคมโดยรัฐจะรับภาระของกองทุนประกันสังคม เพื่อใหระบบดังกลาวสามารถบริการผูประกันตนไดมีอยางมีประสิทธิภาพสวนภาระในการจายเงินเขากองทุนประกันสังคมนั้นจะคํานึงถึงความสามารถของทุกฝายที่เกี่ยวของหนา ๑๕๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ สงเสริมการมีงานทําและการประกอบธุรกิจทุกระดับทุกประเภททั้งในและตางประเทศโดยรัฐจะเรงรัดการใชทรัพยากรที่มีอยูอยางเต็มที่และเนนการพัฒนาอาชีพที่ยั่งยืน เปนงานที่พึ่งตนเองได ซึ่งมีกลวิธีในการดําเนินการ ดังนี้สนับสนุนการประกอบอาชีพของประชาชนที่มีศักยภาพในการพัฒนาสินคาหรือบริการโดยดําเนินการตลาดภายในประเทศที่เชื่อมโยงแลกเปลี่ยน กอใหเกิดการหมุนเวียนและใชสินคาภายในประเทศสนับสนุนการไปทํางานตางประเทศ โดยเนนการประกอบธุรกิจของคนไทยในตางประเทศเพื่อใหคนไทยซึ่งมีทักษะฝมือ มีโอกาสรวมเปนเจาของธุรกิจ รัฐจะเขาไปดูแล สนับสนุนในกลไกที่รัฐเกี่ยวของตลอดจนจัดการเพื่อใหมีทุนพอเพียงในการบริหารงานสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม ซึ่งสอดคลองกับการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเพิ่มกําลังคนในภาคการผลิต และสรางโอกาสใหกําลังคนดังกลาวมีความพรอมในการพัฒนาอาชีพที่เกี่ยวของอยางยั่งยืน๗.๓ สรางเสริมระบบความมั่นคงทางสังคมโดยเนนสวัสดิการแรงงาน ตลอดจนการดูแลเด็ก เยาวชน สตรี ผูสูงอายุ และผูดอยโอกาสทางสังคมทุกประเภทใหไดรับสวัสดิการสังคม ไดรับการเอาใจใสสามารถชวยเหลือตนเองและอยูรวมในสังคมอยางปกติสุข สรางกลไกดานแรงงาน เพื่อใหเกิดสันติสุขในการทํางาน โดยมีกลวิธี ดังนี้สนับสนุนใหสหภาพแรงงานและองคกรของคนทํางานตาง ๆ มีสวนรวมในการกําหนดนโยบายที่เกี่ยวของกับการทํางาน โดยใหหลักประกันและคุมครองสิทธิพื้นฐานในการดําเนินงานของสหภาพแรงงานถือวาสหภาพแรงงานเปนกลไกสําคัญในการดูแลเสนอแนะ รวมตัดสินใจในการแกปญหาดานแรงงานใหระบบไตรภาคี ซึ่งประกอบดวยองคกรฝายลูกจาง ฝายนายจางและฝายรัฐ เปนกลไกในการพัฒนาระบบแรงงานของประเทศ เพื่อการคุมครองแรงงาน การแรงงานสัมพันธ การพัฒนาคน โดยรัฐจะสนับสนุนการทํางานดังกลาวและผลักดันขอเสนอตลอดจนมาตรการตาง ๆ เพื่อใหองคกรในระบบไตรภาคีมีความมั่นคงนาเชื่อถือ เปนที่ยอมรับและมีผลงานในการพัฒนางานดานแรงงานของประเทศนโยบายการเกษตรเพื่อสรางมิติใหมในการพัฒนาการเกษตร พรรคความหวังใหมไดกําหนดจุดมุงหมายของการพัฒนา ดังนี้- อาชีพเกษตรกรเปนประโยชน เปนอาชีพที่มีศักดิ์ศรี- เกษตรกรมีฐานะที่สามารถดํารงชีพอยูไดไมดอยกวาอาชีพอื่นหนา ๑๕๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ - เกษตรกรมีความรูความสามารถ พึ่งตนเองได และสามารถผลิตสินคาที่สามารถแขงขันในเวทีโลกประเทศไทยเปนแหลงผลิตอาหารปลอดสารพิษที่มีคุณภาพ บริโภคในประเทศ เหลือจากการบริโภคภายในประเทศจึงสงออกไปจําหนายตางประเทศ เพื่อใหบรรลุจุดมุงหมายดังกลาว พรรคจึงไดกําหนดนโยบายดังนี้ ๙.๑ การจัดการน้ําน้ําเปนปจจัยที่สําคัญที่สุดทั้งในเรื่องอุปโภคและเรื่องการเกษตร พรรคความหวังใหมใหความสําคัญเปนอยางยิ่งในเรื่องน้ําสําหรับอุปโภคบริโภคระดับทองถิ่น รวมทั้งการกักเก็บน้ําเพื่อการเกษตร ดังนี้จัดใหมีน้ําตลอด ๑๒ เดือน คือตลอดปเพื่ออุปโภคบริโภค และน้ําเพื่อการเกษตรน้ําใตดิน - พัฒนาขุดเจาะน้ําบาดาลทุกแหงที่มีศักยภาพน้ําผิวดิน - ใหมีหนองน้ําประจําหมูบานทุกหมูบาน โดยรัฐสนับสนุนคาที่ดินชาวบานและเทศบาลตําบล สนับสนุนการขุดสระขุดลอกแหลงน้ําธรรมชาติเพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ําพัฒนาแหลงน้ําเพื่อการเกษตรสรางสระเก็บน้ําเพื่อการเกษตร กระจายอยูในพื้นที่การเกษตรของหมูบานและตําบลเพื่อเก็บน้ําไวในฤดูแลงพัฒนาระบบกักเก็บน้ําใหมีศักยภาพ เชน สระน้ําธรรมชาติ ฝายยางเขื่อนกั้นน้ําขนาดเล็ก ฯลฯขยายการพัฒนา ๒๕ ลุมน้ํา แหลงน้ํา ขนาดใหญและเล็ก เพื่อเพิ่มพื้นที่ชลประทานพัฒนา ๒๕ ลุมน้ํา ที่มีศักยภาพเพื่อการเกษตร เชน ลุมน้ําบางปะกง ลุมน้ําวัง ยม นาน ฯลฯสรางระบบเก็บน้ําในลําน้ําเพื่อไวใชในฤดูแลง เชน ฝายยาง ฯลฯ โดยเฉพาะอยางยิ่งในแมน้ํามูลและแมน้ําชีในพื้นที่เกษตรที่มีน้ําฝนพัฒนาระบบเก็บน้ําแบบเตาขนมครก และขยายออกไปทั่วพื้นที่ที่มีศักยภาพสนับสนุนการกักระบบสงน้ํายอยในรูปแบบตาง ๆ จากแหลงน้ําเขาสูพื้นที่การผลิตพรอมถนนลูกรังเพื่อการขนสงผลผลิตและปจจัยการผลิตสนับสนุนการถายทอดเทคโนโลยีการใชน้ําที่เหมาะสมแกเกษตรกรการผลิตจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อกําหนดแผนการดําเนินงานเพื่อเพิ่มผลผลิต ลดตนทุนการผลิตและเพิ่มความสามารถในการแขงขันระหวางประเทศหนา ๑๖๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ จัดทําแผนการลงทุนเพื่อวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต การพัฒนาพันธุพืช พันธุสัตวการใชเทคโนโลยีที่ไมทําลายธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ใหความสําคัญกับระบบพันธุวิศวกรรมลดความเสี่ยงของเกษตรกรโดยการสรางระบบการเตือนลวงหนา บริการขอมูลขาวสารเกี่ยวกับภาวะการผลิต ราคา และการแขงขัน ใหรวดเร็ว ถูกตอง และทั่วถึงสนับสนุนและสงเสริมการผลิตเพื่อแปรรูปสินคาเกษตร และการผลิตแบบฟารมขนาดใหญซึ่งเกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรสนับสนุนใหเกษตรกรรายยอยยากจนดําเนินการตามแนวพระราชดําริในเรื่อง “ทฤษฎีใหม”และ“เกษตรผสมผสาน”การตลาดและราคาใหความสําคัญกับการพัฒนาราคาในประเทศใหมากขึ้น จัดตั้งกองทุนเพื่อใชเปนกลไกในการยกระดับราคาพืชผลเฉพาะกรณีพัฒนาผลิตภัณฑอาหาร ภายใตตราประเทศไทยเพื่อการสงออกกําหนดพืชการตลาดใหสอดคลองกับผลผลิตและรักษาตลาดดั้งเดิมในตางประเทศ ขยายตลาดและแสวงหาตลาดใหม ๆสงเสริมใหเกษตรกรเขาถึงกระบวนการกําหนดราคามากขึ้น สนับสนุนใหเกษตรกรไดมีโอกาสพบผูซื้อโดยตรงการใหการสนับสนุนเกษตรกรหนี้สินเกษตรกรปญหาสําคัญของประเทศ และมีแนวโนมที่จะพอกพูนมากขึ้น เกษตรกรที่ยากจนไมมีโอกาสที่จะหลุดพนจากการเปนหนี้ เพื่อเปนการชวยเหลือเกษตรกรที่มีภาวะหนี้เรื้อรังและมีหนี้สินมากเกินความสามารถในการชําระหนี้ พรรคความหวังใหมมีนโยบายเกี่ยวกับหนี้สินเกษตรกร ดังนี้ยกเลิกหนี้เกษตรกรที่เปนหนี้ในระบบโดยพิจารณาจากสาเหตุของปญหาหนี้ ดังนี้- เนื่องจากการดําเนินการตามแบบงานโครงการของรัฐบาลและจากโครงการ แผนปรับโครงสรางและระบบการผลิตการเกษตรกร (ค.ป.ส.)- เนื่องจากภัยธรรมชาติหรือโรคระบาดหนา ๑๖๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ เนื่องจากราคาผลผลิตตกต่ําผิดปกติ- จัดทําแผนฟนฟูชีวิตเกษตรกร ใหเกษตรกรสามารถดํารงชีวิตอยูไดอยางมีศักดิ์ศรี สามารถทําการผลิตเพื่อบริโภคอยางพอเพียง สนับสนุนเกษตรกรขนาดเล็กในเครือขายของเกษตรกร- จัดตั้งกองทุนเพื่อใหความชวยเหลือแกเกษตรกรหรือกลุมการเกษตรในการพัฒนาสหกรณเกษตรกรรายยอย- ปญหาเรื่องที่ดินทํากินเปนปญหาที่ควบคูกับปญหาความยากจน พรรคความหวังใหมมีแนวทางในการแกปญหาดังกลาว บนพื้นฐานของหลักการ ๒ ประการ คือ๑. ใหประชาชนอยูรวมกับปา โดยเนนการพัฒนาที่ยั่งยืนและไมทําลายสิ่งแวดลอมโดยพึ่งพาอาศัยใหประโยชนซึ่งกันและกัน๒. ใหหลักรัฐศาสตร นิติศาสตรประกอบกับมีความอะลุมอลวย ผอนปรนภายใตขอบเขตของกฎหมาย- จําแนกปาไมในประเทศออกเปน ๕ ประเภท และวางมาตรการการแกไขปญหาใหเปนไปอยางเหมาะสมและสอดคลองกับสภาพขอเท็จจริงของปาแตละประเภท คือ ปาไมถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีปาสงวนแหงชาติ ปาอนุรักษตามมติคณะรัฐมนตรี ปาอนุรักษตามกฎหมาย และปาอนุรักษพื้นที่ลุมน้ําชั้น ๑ ชั้น ๒ และพื้นที่อื่น ๆ ภายใตหลักการดังกลาว พรรคความหวังใหม กําหนดนโยบายการแกปญหาที่ดินทํากิน ดังนี้๑. เรงรัดทําการสํารวจ การจําแนกการทําประโยชน การกระจายการถือครอง เพื่อจัดที่ทํากินใหแกเกษตรกรที่ไมมีที่ทํากิน โดยวิธีการปฏิรูปที่ดิน๒. เรงแกไขกฎหมายปฏิรูปที่ดิน เพื่อใหเกษตรกรที่ไดรับการจัดสรรที่ดิน ไดมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน๙.๖ เพิ่มรายไดใหเกษตรกรโดยสนับสนุนใหเกษตรกรจัดทําแผนการผลิตของเกษตรกร โดยหนวยงานของรัฐใหการสนับสนุนที่สอดคลองกับแผนดังกลาว ปรับปรุงระบบวิธีการวางแผนของทางราชการจากการกําหนดแผนจากสวนกลางเปนการเอาแผนของเกษตรกรเปนหลักเพื่อใหเกิดการพัฒนาจากระดับลางขึ้นไป กระจายอํานาจการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติใหประชาชน องคกรทองถิ่น และองคกรพัฒนาเอกชน เปนผูรวมดูแลรับผิดชอบหนา ๑๖๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ นโยบายการศึกษาพรรคจะผลักดันการลงทุนทางการศึกษาอยางเต็มที่เพื่อพัฒนาศักยภาพของประชาชน ดังนี้ปฏิรูปการศึกษาขึ้นพื้นฐานการศึกษาขึ้นพื้นฐานตองใหโอกาสกับคนทุกกลุม ทั้งบุคคลปกติ ผูดอยโอกาส ผูพิการหรือทุพพลภาพ และผูมีความสามารถพิเศษใหมีสิทธิเสมอกันในการไดรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑๒ ปตามพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ทั้งนี้ รวมถึงเด็กเล็กกอนวัยเรียนตองมีโอกาสไดเรียนรูเพื่อพัฒนาสมองและมีพัฒนาการทางรางกายที่ดี โดยใหการศึกษาผานทางพอแมหรือผูปกครองใหมีโอกาสไดรับความรูเรื่องการเลี้ยงดูเด็กที่ถูกวิธี อันจะนําไปสูพัฒนาการที่ดีใหเด็กในการปกครองของตนการศึกษาอบรมทั้งหมดนี้รัฐตองใหเปลาและใหอยางทั่วถึงทั้งประเทศสนับสนุนการจัดหลักสูตรที่เนนการสอนทักษะภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร วิทยาศาสตรและคอมพิวเตอรใหเยาวชนสามารถใชทักษะทั้งหมดไดคลองตั้งแตอยูในชวงการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑๒ ปแรกเพื่อใหเยาวชนสามารถนําไปใช และเลือกเรียนตอไดตามความถนัด รวมทั้งเพื่อพัฒนาเยาวชนไทยใหมีความรูความสามารถที่แขงขันไดกับตางประเทศสงเสริมใหทุมเทงบประมาณและทรัพยากรเพื่อสนับสนุนใหเยาวชนไทยทุกคนไดเขาเรียนโดยไมเสียคาใชจายตลอดการศึกษาขั้นพื้นฐานจนครบ ๑๒ ปผลักดันใหรัฐจัดงบอุดหนุนผูปกครองที่ยากจนซึ่งไมสามารถสงเด็กเขาเรียนเพื่อใหเด็กไดรับการศึกษาจนครบ ๑๒ ป โดยไมตองออกมาใชแรงงานเพื่อชวยเหลือผูปกครองสําหรับคนพิการหรือผูมีปญหาดานการเรียนรู สงเสริมใหจัดการสอนแบบพิเศษอยางเพียงพอและทั่วถึง และสนับสนุนใหผูพิการหรือผูมีปญหาดานการเรียนรูรวมเรียนในชั้นเรียนปกติเทาที่กระทําไดสงเสริมการศึกษาดานการศาสนาในทุกศาสนาทั้งดานทุนการศึกษาบุคลากรทางการศึกษาการทํานุบํารุงสถานศึกษา และการขยายโอกาสทางการศึกษาไปยังสถานศึกษาทั่วประเทศใหเทียบเทากับมาตรฐานการศึกษาทุกประเภทพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาพรรคจะผลักดันใหรัฐใหการฝกอบรมแกบุคลากรทางการศึกษาอยางตอเนื่อง ทั้งในดานวิชาความรูทักษะในการสอนและสํานึกแหงจรรยาบรรณวิชาชีพหนา ๑๖๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ พรรคใหความสําคัญกับการผลิตบุคลากรทางการศึกษา โดยเฉพาะในสาขาที่ขาดแคลนใหมีเพียงพอกับความตองการ โดยสงเสริมการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานทางวิชาการอยางเขมงวดพรรคสนับสนุนใหมีการเพิ่มคาตอบแทน ตลอดจนสิทธิประโยชนตาง ๆ ใหกับบุคลากรทางการศึกษาอยางเพียงพอ และเหมาะสมกับมาตรฐานทางสังคมบนพื้นฐานของคุณวุฒิ ความรูความสามารถและความเสียสละอุทิศตนพรรคจะผลักดันใหมีการจัดตั้งกองทุนพัฒนา และกองทุนสงเสริมบุคลากรทางการศึกษาเพื่อการพัฒนาคุณภาพ และเพื่อยกยองเชิดชูเกียรติเพื่อใหบุคลากรทางการศึกษาเปนผูมีความรูความสามารถมีเกียรติและศักดิ์ศรี เชนเดียวกับวิชาชีพชั้นสูงอื่น ๆขยายโอกาสทางการศึกษาในระดับอุดมศึกษาการศึกษาในระดับอุดมศึกษาถือเปนการศึกษาตอเนื่องซึ่งเปนทางเลือกใหกับผูมีความพรอมและสามารถชวยตนเองไดในระดับหนึ่ง พรรคจะผลักดันใหรัฐขยายการศึกษาในระดับอุดมศึกษาในสาขาที่ขาดแคลนและจําเปนตอการพัฒนาประเทศใหพอเพียงพรรคจะสงเสริมมาตรฐานและคุณภาพการศึกษาในระดับอุดมศึกษาอยางเขมงวดโดยใหมีการตรวจสอบจากหนวยงานอิสระหรือจากหนวยงานของรัฐรวมกัน รวมทั้งวางกรอบกฎเกณฑเรื่องคาใชจายการศึกษาและบริการที่เกี่ยวของในระดับอุดมศึกษาอยางเปนธรรมพรรคจะสงเสริมใหสถาบันอุดมศึกษาใหความสําคัญกับงานวิจัยทั้งงานวิจัยเชิงปฏิบัติการและงานวิจัยเพื่อสรางองคความรูใหม ตลอดจนใหความสําคัญกับการผลิตนักศึกษาที่มีความสามารถดานการวิจัยมากยิ่งขึ้น สงเสริมการศึกษาที่ใหความสําคัญกับการสรางจิตสํานึกและคุณธรรมแหงการเปนพลเมืองสิทธิมนุษยชนและในฐานะที่เปนประชากรในประชาคมโลกพรรคสงเสริมการศึกษาที่ใหประชาชนตระหนักถึงความเสียสละและการอุทิศตนเพื่อสวนรวมตั้งแตระดับทองถิ่นจนถึงระดับชาติ และตั้งแตเด็กจนเติบโตเปนผูใหญเพื่อใหเขาใจความแตกตางและขอจํากัดของคนที่อยูรวมในสังคมเดียวกัน มีจิตสํานึกที่ดีตอสังคมและคํานึงถึงประโยชนของสวนรวมกอนประโยชนสวนตน รวมทั้งตระหนักถึงหนาที่และบทบาทในการมีสวนรวมปกครองและบริหารบานเมืองการตัดสินใจรวมกันในการกําหนดอนาคตของประเทศพรรคจะสงเสริมการศึกษาที่กระตุนใหประชาชนเห็นความสําคัญของการเคารพตอสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของบุคคลโดยเสมอภาค หนา ๑๖๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ พัฒนาอุปกรณและเทคโนโลยีทางการศึกษาและใหความสําคัญกับการลงทุนเพื่อการศึกษาพัฒนาหองสมุดของทุกสถาบัน การศึกษา ใหเปนแหลงเก็บและเชื่อมโยงขอมูลจากทั่วโลกเพื่อสนับสนุนการเรียนรูและการศึกษาวิจัย พรอมทั้งสนับสนุนใหมีการจัดงบประมาณซื้อหนังสือและเพิ่มหองสมุดใหเพียงพอและทั่วถึงสนับสนุนการจัดตั้งหองสมุดสําหรับประชาชน ในทุกทองถิ่นพรอมทั้งปรับปรุงและยกระดับใหมีคุณภาพอยางสม่ําเสมอพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษา เชน สนับสนุนใหมีการจัดตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีโทรทัศนเพื่อการศึกษาใหมากขึ้นและครอบคลุมทั่วประเทศพรรคจะสนับสนุนใหมีการผลิตสิ่งพิมพที่มีคุณคาทางการศึกษา ตลอดจนสนับสนุนการแปลหนังสือและสิ่งพิมพตางประเทศที่มีคุณภาพเปนภาษาไทยเพื่อเปดโลกทัศนของคนไทยอยางตอเนื่องพรรคสนับสนุนใหมีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา โดยระดมเงินอุดหนุนจากรัฐและทุนจากองคกรพัฒนาเอกชนที่สมัครใจใหการสนับสนุนพรรคสงเสริมใหมีการผลิตและพัฒนาแบบเรียน ตํารา อุปกรณ และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษารวมทั้งการพัฒนาบุคลากรทั้งผูผลิต และผูใชเทคโนโลยี เพื่อใหคนไทยมีความรู ความสามารถ และทักษะในการผลิตรวมทั้งรูจักใชเทคโนโลยีที่เหมาะสมมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพพรรคจะผลักดันใหรัฐลดภาษีวัสดุอุปกรณตาง ๆ เทคโนโลยีและสิ่งพิมพเพื่อการศึกษาพรรคจะผลักดันใหมีการจัดงบประมาณใหกองทุนกูยืมแกนักเรียนใหเพียงพอตามความตองการโดยจัดระบบการใหบริการที่รวดเร็ว และมีการติดตามการใชจายที่รัดกุมและเปนธรรม โดยผานความเห็นชอบรวมกันของผูปกครองกับผูเรียนปฏิรูปการศึกษาดวยการปฏิรูปการเรียนรูพรรคสนับสนุนการเปลี่ยนวิธีจากการทองจํามาเปนการฝกทักษะในการใชความคิดและใหความสําคัญกับการเรียนรูจากประสบการณจริง เพื่อใหผูเรียนไดพัฒนาตนเองไปตามแนวทางที่ชอบและมีความถนัดและเพื่อใหเกิดความสนใจที่จะเรียนรูอยางตอเนื่องดวยตนเองไปจนถึงระดับสูงสุด และตามศักยภาพของแตละคนรวมทั้งสนับสนุนระบบการศึกษาดวยตนเอง และการศึกษานอกระบบทุกประเภทอยางจริงจังสงเสริมและรณรงคใหเยาวชนรักการอาน หนา ๑๖๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ สงเสริมใหทุกกลุมในสังคมมีสวนรวมในการกําหนดแนวทางการจัดการศึกษา และกําหนดมาตรฐานการศึกษา เพื่อกระจายอํานาจบริหารการศึกษา และการจัดสรรทรัพยากรเพื่อการศึกษาไปสูประชาชนและเอกชนพรรคจะกระตุนใหทุกสวนของสังคมตระหนักถึงความสําคัญของการศึกษาตลอดชีวิตและการศึกษาดวยตนเอง รวมทั้งสามารถถายทอดความรูในสังคม และการเรียนรูจากสังคมโลกโดยไมละเลยตอภูมิปญญาไทยและวัฒนธรรมทองถิ่น๑๐.๖ สงเสริมการเรียนรูในชุมชนผานประสบการณและการถายทอดของปญญาชนทองถิ่นพรรคสนับสนุนใหสมาชิกในชุมชนสามารถเลี้ยงชีพไดดวยการใชทรัพยากรในทองถิ่นของตนโดยไมตองยายออกไปทํางานในที่อื่นและมีจิตสํานึกในการเปนสวนหนึ่งของชุมชน เพื่อรวมกันพัฒนาชุมชนและทองถิ่นของตนพรรคสงเสริมใหมีการคนหา ยกยอง และเผยแพรบุคคลตัวอยางในการพัฒนาชุมชนจนเปนที่ยอมรับและสนับสนุนการเรียนรูประวัติความเปนมาของชุมชน โดยจัดเปนหลักสูตรเสริมดวยความรวมมือของคนในชุมชนสนับสนุนใหทองถิ่นและชุมชนมีอิสระในการจัดการศึกษา ที่สอดคลองกับความตองการและลักษณะเฉพาะของทองถิ่นเพื่อถายทอดใหเยาวชนในชุมชนของตนพรรคสนับสนุนใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นมีความพรอมในการจัดการศึกษาระดับใดระดับหนึ่งโดยเร็วสําหรับองคกรสวนทองถิ่นที่ยังขาดความพรอม ตองสงเสริมใหมีการจัดฝกอบรมเพื่อใหเกิดความเขาใจในเรื่องการศึกษาและการบริหารจัดการสนับสนุนใหวัดเปนศูนยกลางการถายทอดวัฒนธรรมประเพณีและภูมิปญญาทองถิ่นไทยสนับสนุนใหเอกชนมีสวนรวมในการจัดการศึกษาพรรคสงเสริมใหเอกชนมีอิสระในการจัดการศึกษาในทุกระดับ โดยใหมีการกํากับและประเมินคุณภาพอยางสม่ําเสมอ พรอมทั้งใหการสนับสนุนดานเงินทุนเพื่อใหเอกชนสามารถเขามีสวนรวมในการจัดการศึกษาสงเสริมสถานศึกษาเอกชนใหมีอิสระในการพัฒนาการศึกษาอยางเต็มความสามารถเพื่อใหระบบการศึกษาไทยมีคุณภาพทัดเทียมกับตางประเทศหนา ๑๖๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ นโยบายอุตสาหกรรมพรรคความหวังใหมจะไมสงเสริมอุตสาหกรรมที่ใชเทคโนโลยีเกาลาสมัย มีตนทุนสูงทําลายสิ่งแวดลอมทําลายสุขภาพอนามัยของประชาชน จะใชทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยูจํากัดอยางคุมคา พรรคความหวังใหมจะปฏิรูปโครงสรางอุตสาหกรรมดวยการลดตนทุนคาใชจายการผลิตภาคอุตสาหกรรมทุกอยาง ตั้งแตคาวัตถุดิบคาพลังงาน คาดอกเบี้ย คาขนสง คาเครื่องจักรเครื่องมืออุปกรณ และอะไหลในการซอมบํารุง คาภาษีเงินไดคาภาษีนําเขา ฯลฯ เพื่อใหภาคอุตสาหกรรมของไทยสามารถแขงขันกับนานาอารยประเทศทั่วโลกไดอยางมีศักดิ์ศรียกเวนคาแรงกาย แรงสมองของคนไทยในภาคอุตสาหกรรมที่ตองปลอยใหลอยตัวสูงขึ้นตามความสําเร็จของภาคอุตสาหกรรม เพราะคาแรงสูงหมายถึงการกินดีอยูดีของคนไทยและเปนการเพิ่มอํานาจการซื้อในประเทศในภาคเกษตรและภาคบริการ และคาใชจายในการดูแลสิ่งแวดลอมที่ไดรับผลกระทบจากอุตสาหกรรมเพราะสิ่งแวดลอมที่ดีคือคุณภาพชีวิตของคนไทยในปจจุบัน และของลูกหลานไทยในอนาคตพรรคความหวังใหมมีนโยบายหลัก ๆ ที่เกี่ยวของกับอุตสาหกรรม ดังนี้- สงเสริมการพัฒนาแรงงาน การใหความรูและเทคโนโลยีใหม ๆ กับทรัพยากรบุคคลเพื่อเพิ่มผลผลิตตอหนวยใหมากขึ้น (โดยเนนอุตสาหกรรมที่ไมมีผลกระทบ หรือสามารถควบคุมผลกระทบตอสังคมและสิ่งแวดลอม)- เนนการแปรรูปสินคาเกษตรภายในทองถิ่น เพื่อเปนการเพิ่มมูลคาใหกับสินคาเกษตรอันจะเปนการเพิ่มรายไดใหกับเกษตรกร- เรงสงเสริมการวิจัยและพัฒนา เพื่อใหเกิดอุตสาหกรรมแบบพึ่งตนเองดวยมาตรการ จูงใจตาง ๆเชน การลดหยอนภาษี การใหรางวัลในรูปอื่น ๆ๑๒.๑ การปฏิรูปอุตสาหกรรมจัดอันดับความสําคัญของอุตสาหกรรม โดยเนนหนักที่อุตสาหกรรมที่จะสามารถเพิ่มพูนทักษะความรู ความสามารถ และทรรศนะคติที่ดีใหกับคนไทยที่เกี่ยวของกับภาคอุตสาหกรรมนั้นทั้งระบบสงเสริมอุตสาหกรรมที่เกี่ยวของกับชีวิตประจําวัน เพื่อลดการนําเขาและสงเสริมการใชและการพัฒนาปญญาทองถิ่นจัดทําแผนแมบทนําขอมูลทรัพยากรตาง ๆ ในแผนดินเพื่อมาวางแผน และนโยบายเกี่ยวเนื่องกับการใชทรัพยากรนั้น ๆ รวมทั้งการแปรรูปใหมีคาสูงสุด ปองกันการขายวัตถุดิบในราคาถูก มีการจัดหมวดหมูทรัพยากรวาประเภทใดควรสงวนเอาไวหรือประเภทใดควรใหสัมปทาน ใหสอดคลองกับการพัฒนาเนนอุตสาหกรรมซึ่งอาจใชภูมิปญญาทองถิ่นผสมผสานกับเทคโนโลยีใหมโดยรวบรวมนักวิชาการทั่วประเทศใหมีสวนรวมพิจารณาและตองคํานึงถึงสิ่งแวดลอมประกอบดวยหนา ๑๖๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ พรรคความหวังใหมเชื่อในการพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชนที่มีมูลคาเพิ่มเพื่อพึ่งตนเอง การพัฒนาเศรษฐกิจในระดับพื้นฐานมีแนวทางที่สําคัญ คือ การพัฒนาองคการของชุมชนและเศรษฐกิจชุมชนเพื่อใหชุมชนมีความสามารถในการผลิต และการคาในแตละทองถิ่นใหเขามาตรฐานโลกเปนการสนับสนุนเปาหมายการทํามาหากินและใชของไทย และเพื่อสอดคลองกับระบบเศรษฐกิจที่เปดการคาระหวางประเทศใหชุมชนสามารถรองรับเศรษฐกิจการทองเที่ยว และสามารถรักษาเอกลักษณและวัฒนธรรมของตนเองเพื่อรักษาความโดดเดนใหยืนนาน๑๒.๒ ยุทธศาสตรของการพัฒนาภาคการผลิตจัดระบบการวางแผนการผลิตและจําหนายอยางครบวงจร เลือกสินคาที่มีโอกาสสูงมาผลิตและพัฒนากอนสงเสริมใหมีการพัฒนาและวิจัยเกี่ยวกับการผลิตเครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณที่เปนปจจัยในการผลิตภาคอุตสาหกรรมสงเสริมใหมีการแปรรูปสินคาการเกษตร จัดอุตสาหกรรมตอเนื่องโดยใชวัสดุที่เหลือจากการผลิตหนึ่งไปใชในอุตสาหกรรมอีกทอดหนึ่งอันเปนการใชวัสดุใหคุมคาที่สุดเพิ่มศักยภาพของหนวยงานวิจัยและพัฒนา โดยศึกษาวาสิทธิบัตรใดที่หมดอายุและยังใชงานไดและยังมิไดใชงานทั้งที่มีแหลงกําเนิดจากภายในและภายนอกประเทศมาใชเปนกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมไดวางนโยบายการใชพลังงานและการใชสื่อสารคมนาคมที่มาสนับสนุนอุตสาหกรรม โดยใหความเปนธรรมในการกําหนดราคาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแขงขันกับนานาชาติไดกําหนดนโยบายการปกปองทรัพยากรของประเทศเพื่อไมใหประโยชนสวนใหญตกอยูกับนักลงทุนตางชาติแตควรใหเกิดประโยชนกับอุตสาหกรรมในประเทศใหมากที่สุดเปลี่ยนรูปแบบการสงเสริมการลงทุนโดยเนน- สงเสริมการลงทุนเพื่อการสงออกที่จะสรางรายไดเปนเงินตราตางประเทศ- การลงทุนที่กอใหเกิดการวาจางงานจํานวนมากภายในประเทศ- การลงทุนที่ตองการแรงงานที่มีคุณภาพในประเทศในอัตราสวนที่สูง- การลงทุนที่ไมกอใหเกิดมลภาวะและทําลายสิ่งแวดลอม- การลงทุนที่ไมทําลายศิลปวัฒนธรรมของประเทศหนา ๑๖๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ สงเสริมและชวยจัดการใหเกิดการประนอมหนี้หรือยืดอายุการชําระหนี้กับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับของกับการแปรรูปสินคาเกษตร หรืออุตสาหกรรมที่ทําเงินใหกับประเทศ หรือจางแรงงานไทยจํานวนมาก พรอมกับจัดกองทุนเขาไปรวมหรือเพิ่มความเขมแข็งกับภาคอุตสาหกรรมนั้นโดยเร็ว๑๒.๓ ยุทธศาสตรการพัฒนาบุคลากรรวมมือกับมหาวิทยาลัย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวิทยาศาสตรฯ และภาคเอกชนใหมีการวิจัยและพัฒนา ซึ่งเปนหัวใจในการผลิต และสามารถแขงขันกับตางประเทศได ตลอดจนการเตรียมบุคลากรใหมีความสามารถสูงพอที่จะรองรับกับอุตสาหกรรมตาง ๆสงเสริมใหเกิดการบริการกับภาคเอกชนอยางมีประสิทธิภาพ จัดตั้งเขตอุตสาหกรรมที่มีทั้งการวิจัยและพัฒนาตอเนื่องกัน โดยภาคเอกชนรวมกับทบวงมหาวิทยาลัย กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงวิทยาศาสตรฯใหเกิดอุตสาหกรรมอยางสมบูรณแบบครบวงจรจัดระเบียบภาษีชดเชยและใหรัฐเขาไปรวมลงทุนใหแกเอกชนที่เขารวมโครงการอุตสาหกรรมสมบูรณแบบที่เนนการวิจัยและพัฒนาโดยเฉพาะอยางยิ่งอุตสาหกรรมในชนบท อุตสาหกรรมชุมชน๑๒.๔ การพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชนพรรคความหวังใหมเชื่อในการพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน และเศรษฐกิจชุมชนที่มีการเพิ่มมูลคาเพิ่มของสินคาทองถิ่นทั้งที่เกี่ยวของกับการเกษตรและหัตถกรรมตาง ๆ เพื่อใหสามารถพึ่งตนเองได การพัฒนาเศรษฐกิจขั้นพื้นฐาน โดยมีแนวคิดใหชุมชนมีขีดความสามารถในการผลิต และมีการคาในแตละทองถิ่นใหเขามาตรฐานสากล เนนการสนับสนุนเปาหมายการทํากินและใชของไทย และเพื่อใหสอดคลองกับระบบเศรษฐกิจที่เปดสูการคาระหวางประเทศเมื่ออุตสาหกรรมชุมชนไดรับการพัฒนาจนมีความเขมแข็งดีแลวสงเสริมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการทองเที่ยวเชิงอนุรักษ แตยังคงรักษาเอกลักษณและวัฒนธรรมของตนเองใหยืนนานพรรคความหวังใหมจะเนนใหเศรษฐกิจชุมชน ดูแลควบคุมและบริหารของเสียและสารพิษของธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดยอม ใหมีการจัดการอยางมีระบบเพื่อมิใหเกิดอันตรายตอชุมชนและใหสอดคลองกับมาตรฐานสิ่งแวดลอมโลกสงเสริมและรวมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ แกไขกฎหมาย และกฎระเบียบของระบบสหกรณเพื่อแกไขปญหาความไมคลองตัวใหสหกรณสามารถบริหารจัดการในรูปแบบที่หลากหลายตามความถนัดและตามศักยภาพของประชาชนในแตละทองถิ่นที่มีความแตกตางกันใหสหกรณเติบโตไปตามธรรมชาติไดอยางมีคุณภาพ หนา ๑๖๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ หมวด ๔สมาชิกภาพ สิทธิและหนาที่สมาชิกพรรคความรับผิดชอบของสมาชิกตอพรรค ความรับผิดชอบของพรรคตอสมาชิกขอ ๑๑ สมาชิกพรรค ประกอบดวยสมาชิก ๒ ประเภท คือ(๑) สมาชิกสามัญ ไดแก บุคคลที่มีคุณสมบัติตามขอ ๑๒ และยื่นใบสมัครสมาชิกพรรคและหัวหนาพรรคอนุมัติใหเปนสมาชิกพรรค(๒) สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไดแก ผูทรงคุณวุฒิ หรือผูเชี่ยวชาญ หรือผูมีอุปการคุณที่หัวหนาพรรคเชิญเขาเปนสมาชิกพรรคโดยยื่นใบสมัครสมาชิกพรรค และหัวหนาพรรคอนุมัติใหเปนสมาชิกพรรคขอ ๑๒ สมาชิกพรรคตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้(๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ในกรณีเปนผูมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติตองไดสัญชาติไทยมาแลวไมนอยกวาหาป(๒) มีอายุไมต่ํากวาสิบแปดป ในวันที่อนุมัติเขาเปนสมาชิกพรรค(๓) ไมเปนบุคคลตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๙๘ (๑) (๒)(๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๔) (๑๖) (๑๗) หรือ (๑๘) ของรัฐธรรมนูญ(๔) ไมเปนสมาชิกพรรคการเมืองอื่น หรือผูยื่นคําขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นหรือผูแจงการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นขอ ๑๓ การรับสมัครบุคคลเขาเปนสมาชิกพรรค ใหยื่นใบสมัครสมาชิกพรรคพรอมดวยเอกสารประกอบตามแบบพิมพของพรรค หรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส ดังนี้(๑) สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน(๒) สําเนาทะเบียนบาน(๓) สําเนาหนังสือสําคัญการแปลงสัญชาติ กรณีที่มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติมาแลวไมนอยกวาหาป หรือเอกสารอื่นใดที่หนวยงานราชการออกให ใชยืนยันแทนได(๔) สําเนาใบเสร็จรับเงินคาบํารุงพรรคผูสมัครสมาชิกพรรคใหคํารับรองวาตนรูเห็นและสมัครใจเปนสมาชิกพรรคและเปนบุคคลผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามมิใหเปนสมาชิกพรรค โดยมีสมาชิกพรรคเปนผูรับรองหนึ่งคนหนา ๑๗๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ใหนายทะเบียนสมาชิกพรรคตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครเขาเปนสมาชิกพรรค และใหคํารับรองวาไดตรวจสอบคุณสมบัติของผูสมัครสมาชิกพรรค และใหนําเสนอหัวหนาพรรคพิจารณาอนุมัติ และเมื่อไดรับอนุมัติแลวออกบัตรสมาชิกใหในเวลาอันสมควรสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคเริ่มตั้งแตไดชําระคาบํารุงพรรคการรับสมัครบุคคลเขาเปนสมาชิกพรรค การจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรค การจัดเก็บเอกสารและการออกใบเสร็จรับเงินคาบํารุงพรรค อาจดําเนินการโดยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสหรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสก็ได ตามหลักเกณฑและวิธีการที่หัวหนาพรรคกําหนดกรณีหัวหนาพรรคไมอนุมัติผูใดเปนสมาชิกพรรค ใหแจงผูสมัครสมาชิกพรรคนั้นทราบและผูสมัครสมาชิกพรรคสามารถอุทธรณตอคณะกรรมการบริหารพรรคไดภายในเจ็ดวัน คําวินิจฉัยของคณะกรรมการบริหารพรรคใหถือวาเปนที่สุดใหหัวหนาพรรครายงานทะเบียนสมาชิกพรรคตามประกาศ หลักเกณฑ วิธีการและระยะเวลาที่นายทะเบียนพรรคการเมืองกําหนดขอ ๑๔ สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลง เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก โดยถือวาสมบูรณเมื่อไดยื่นใบลาออกตอนายทะเบียนสมาชิกพรรคหรือนายทะเบียนพรรคการเมือง(๓) มีลักษณะตองหามตามขอ ๑๒ เวนแตเปนกรณีมีลักษณะตองหามตามมาตรา๙๖ (๑) ของรัฐธรรมนูญ และเปนการบวชตามประเพณีนิยม แตในระหวางมีลักษณะตองหามดังกลาวจะใชสิทธิในฐานะสมาชิกพรรคมิได(๔) ถูกลงโทษตามขอ ๑๒๕ (๓)(๕) พรรคมีมติใหออกเพราะกระทําผิดวินัยหรือจรรยาบรรณอยางรายแรง หรือมีเหตุรายแรงอื่น(๖) ไมชําระคาบํารุงพรรคเปนเวลาสองปติดตอกัน เวนแตชําระคาบํารุงพรรค แบบตลอดชีพ(๗) เปนสมาชิกของพรรคในขณะเดียวกันเกินกวาหนึ่งพรรคการเมืองการสิ้นสุดของสมาชิกภาพตามวรรคหนึ่ง (๕) ถาสมาชิกผูนั้นดํารงตําแหนงเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรดวย มติของพรรคตองเปนมติของที่ประชุมรวมของคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่สังกัดพรรค และมติดังกลาวตองมีคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่ของจํานวนกรรมการบริหารพรรค และสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรคทั้งหมด และการลงมติใหลงคะแนนลับหนา ๑๗๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ขอ ๑๕ สิทธิของสมาชิกพรรค มีดังตอไปนี้(๑) เขารวมประชุม หรือปฏิบัติงานของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหาร หรือหัวหนาพรรคมอบหมาย (๒) เสนอแนะนโยบาย ความคิดเห็นอันเปนประโยชนตอพรรค(๓) ลงคะแนนเสียงตามขอบังคับพรรค หรือมติของคณะกรรมการบริหารพรรค(๔) ไดรับเลือกตั้งหรือแตงตั้งเปนกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรคตัวแทนพรรคประจําจังหวัด เปนผูปฏิบัติงาน หรืออนุกรรมการ คณะทํางานในคณะตาง ๆ ตลอดจนที่ปรึกษาพรรค (๕) ไดรับเลือกใหเปนตัวแทนพรรคในการสมัครเขารับเลือกตั้งในทุกระดับ(๖) ไดรับการพิจารณาชวยเหลือแกไขความเดือดรอน อันเกิดจากการกระทําดวยเหตุไมเปนธรรม (๗) ประดับเครื่องหมายพรรค(๘) ไดรับขอมูล ขาวสารความเคลื่อนไหวของพรรค(๙) สิทธิหรือประโยชนอื่น ๆ พึงไดรับในฐานะสมาชิกพรรค พิจารณาเปนกรณี ๆ ไปตามที่คณะกรรมการบริหารกําหนด(๑๐) สมาชิกพรรคยอมมีคุณสมบัติเดนและมีคุณคา ประกอบดวย(ก) เปนผูที่มีความรูความสามารถ ตออุดมการณ แนวทางนโยบายของพรรค(ข) เปนผูที่พรอมเสียสละและพากเพียรในการทํางาน เพื่ออุดมการณ แนวทางนโยบาย จนประสบผลสําเร็จตามความมุงหมายของพรรคและประชาชน(ค) เปนผูที่มีอุดมการณอันแรงกลา ยึดมั่นและศรัทธา ศึกษาอยางถองแท ตออุดมการณแนวทาง นโยบายของพรรคเพื่อเขารวมขยายอุดมการณพรรคสูสาธารณชนตอไป(ง) เปนผูที่ไมมีปญหาขัดแยงหรือขอบกพรอง จนไดรับการตําหนิจากหัวหนาพรรคคณะกรรมการบริหารพรรคและหรือสมาชิกพรรคขอ ๑๖ สมาชิกพรรคมีหนาที่และความรับผิดชอบตอพรรค ดังตอไปนี้(๑) ชําระเงินคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคหนา ๑๗๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ (๒) ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ขอบังคับพรรค ประกาศ ระเบียบ หรือคําสั่งพรรคอยางเครงครัด (๓) ปฏิบัติตามมติของพรรค และองคกรตาง ๆ ของพรรค(๔) รักษาความลับ ชื่อเสียงของพรรค โดยไมปฏิบัติไปในทางที่จะนําความเสียหายมาสูพรรค (๕) สนับสนุน สงเสริมและเผยแพรอุดมการณ แนวทาง นโยบายของพรรค(๖) สนับสนุนผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรคทั้งในระดับชาติและทองถิ่นของพรรคดวยความเต็มใจ และบริสุทธิ์ใจ(๗) รวมรับผิดชอบตอเสถียรภาพของพรรค และใหความรวมมือในกิจกรรมของพรรคดวยจิตสํานึกในอุดมคติของพรรคในฐานะเปนเจาของพรรครวมกัน ดวยความเต็มใจและเต็มความสามารถขอ ๑๗ ความรับผิดชอบของพรรคตอสมาชิกพรรคมี ดังนี้(๑) พรรคจะดําเนินการทางการเมืองอยางจริงจังและตอเนื่อง เพื่อใหพรรคไดกาวไปสูการมีบทบาททางการเมืองและเขาสูการบริหารประเทศตามนโยบายของพรรคเพื่อบรรลุเปาหมายตามอุดมการณ(๒) พรรคจะจัดการสงเสริมสถานภาพของสมาชิก ใหมีสมรรถภาพตอการดํารงชีวิตของตนเองและครอบครัวและจัดกิจกรรมที่เปนประโยชนเพื่อสมานสามัคคีระหวางมวลสมาชิกทั่วประเทศ(๓) พรรคจะใหสวัสดิการคุมครองจากอิทธิพล อํานาจมืดและสงเสริมอาชีพใหกับสมาชิก(๔) พรรคจะใหความสําคัญแกมวลสมาชิกพรรคทุกทานอยางเต็มรูปแบบ โดยใหถือวาสมาชิกพรรค เปนบุคคลสําคัญและเปนองคกรหลักของพรรคหมวด ๕การดําเนินกิจกรรมของพรรคการใหความรูทางการเมืองแกสมาชิกพรรคและประชาชนทั่วไปขอ ๑๘ นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคความหวังใหม เปนนิติบุคคลมีวัตถุประสงคสําคัญเพื่อดําเนินกิจกรรมทางการเมือง ตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยเปนประมุขแหงรัฐ และเพื่อสงผูสมัครลงรับเลือกตั้งพรรคไมดําเนินกิจการอันมีลักษณะเปนการแสวงหากําไรมาแบงปนกันหนา ๑๗๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ขอ ๑๙ คณะกรรมการบริหารพรรคเปนผูรับผิดชอบดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญกฎหมาย นโยบาย และขอบังคับของพรรค มติของที่ประชุมใหญของพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศและคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งตองกระทําดวยความรอบคอบ ระมัดระวัง และซื่อสัตยสุจริตเพื่อประโยชนของประเทศชาติและประชาชน และตองใหสมาชิกพรรคมีสวนรวมและรับผิดชอบอยางแทจริงในการดําเนินกิจกรรมทางการเมือง และการคัดเลือกสมาชิกพรรคหรือบุคคลซึ่งมีความรูความสามารถซื่อสัตยสุจริต และมีคุณธรรมจริยธรรม เขาสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือตําแหนงอื่นหรือเพื่อแตงตั้งเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองขอ ๒๐ ใหคณะกรรมการบริหารจัดใหมีการฝกอบรมสัมมนาหรือการใหความรูขอมูลขาวสารหรือในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือระบบหรือวิธีการอื่นใด ดังนี้(๑) สงเสริมใหสมาชิกพรรคและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยเปนประมุขแหงรัฐ การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(๒) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศและการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๓) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๔) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตาง และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธี เพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(๕) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยเปนประมุขแหงรัฐ รวมทั้งการพัฒนาพรรคใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชนหมวด ๖การประชุมสวนที่ ๑การประชุมใหญพรรคขอ ๒๑ คณะกรรมการบริหารพรรคตองจัดใหมีการประชุมใหญสามัญของพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้งสวนการประชุมใหญวิสามัญคณะกรรมการบริหารพรรคอาจจัดใหมีการประชุมขึ้นนอกเหนือจากการประชุมใหญสามัญหนา ๑๗๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ และหรือเมื่อมีสมาชิกพรรคซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสี่ของจํานวนสมาชิกพรรคซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสามของจํานวนกรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกพรรคจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกพรรคทั้งหมดที่มีอยูของพรรคหรือไมนอยกวาสองรอยหาสิบคน แลวแตจํานวนใดจะนอยกวากัน มีสิทธิเขาชื่อกันยื่นคํารองขอใหมีการประชุมใหญวิสามัญของพรรคไดขอ ๒๒ องคประชุมของที่ประชุมใหญพรรค มีดังตอไปนี้(๑) กรรมการบริหารพรรค ไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดเทาที่มีอยูในขณะนั้น(๒) สมาชิกสภาผูแทนราษฎร (ถามี)(๓) รัฐมนตรี (ถามี)(๔) สมาชิกพรรคที่เปนผูแทนของสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสาขาพรรคทั้งหมดเทาที่มีอยู ซึ่งในจํานวนนี้ตองประกอบดวยผูแทนของสาขาพรรคไมนอยกวาสองสาขาซึ่งมาจากภาคตางกัน(๕) สมาชิกพรรคที่เปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัดไมนอยกวากึ่งหนึ่งของตัวแทนพรรคประจําจังหวัด (๖) สมาชิกพรรคที่ไดรับเชิญจากคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๒๓ ในการประชุมใหญตองมีสมาชิกพรรคตามขอ ๒๒ มาประชุมไมนอยกวาสองรอยหาสิบคนจึงจะเปนองคประชุมการลงมติใหถือเสียงขางมากของสมาชิกพรรคที่มาประชุม ในกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุม ออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดกรณีดํารงตําแหนงมากกวาหนึ่งตําแหนง ใหนับคะแนนเสียงตําแหนงใดตําแหนงหนึ่งเพียงตําแหนงเดียวเทานั้นขอ ๒๔ ใหหัวหนาพรรคเปนประธานในที่ประชุมใหญ ถาหัวหนาพรรคไมมาประชุมใหรองหัวหนาพรรคลําดับตนทําหนาที่แทน ถารองหัวหนาพรรคลําดับตนไมมาใหรองหัวหนาพรรคลําดับถัดมาทําหนาที่แทนถารองหัวหนาพรรคไมอยูในที่ประชุม ใหคณะกรรมการบริหารพรรคที่มาประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเปนประธาน และใหเลขาธิการพรรคทําหนาที่เปนเลขานุการในที่ประชุม แตถาเลขาธิการพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดก็ใหรองเลขาธิการพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งแลวแตกรณีทําหนาที่แทน หนา ๑๗๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ขอ ๒๕ การดําเนินกิจการดังตอไปนี้ ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญของพรรค(๑) การแกไขเปลี่ยนแปลงคําประกาศอุดมการณทางการเมืองของพรรค หรือนโยบายพรรค(๒) การแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับพรรค(๓) การเลือกตั้งหัวหนาพรรค รองหัวหนาพรรค เลขาธิการพรรค รองเลขาธิการพรรคเหรัญญิกพรรค นายทะเบียนสมาชิกพรรค โฆษกพรรค และกรรมการบริหารอื่นของพรรค(๔) การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรค(๕) ใหความเห็นชอบรายงานการเงินและการดําเนินกิจการของพรรคที่ไดดําเนินการไปในรอบปที่ผานมา (๖) แผนการดําเนินการสําหรับปตอไป โดยเฉพาะการหารายได การสงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในทางการเมืองและการพัฒนาบุคลากรทางการเมือง(๗) การแตงตั้งผูสอบบัญชีและการรับรองงบการเงินประจําปของพรรค(๘) กิจการที่เสนอโดยคณะกรรมการบริหารพรรค หัวหนาสาขาพรรคไมนอยกวาสี่สาขาและมีกรรมการบริหารพรรครับรองไมนอยกวาสองคน หรือตัวแทนสมาชิกพรรคจํานวนไมนอยกวาหารอยคน(๙) กิจการอื่นตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ กฎหมายหรือขอบังคับ (๑๐) กิจการอื่นตามที่กําหนดในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองกฎหมาย หรือขอบังคับพรรคกิจการตาม (๑) (๒) (๓) (๕) เมื่อไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญของพรรคแลวใหพรรคมีหนังสือแจงใหนายทะเบียนทราบเพื่อแกไขเปลี่ยนแปลงการจดทะเบียนภายในสิบหาวันนับแตวันที่ไดรับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญของพรรคการลงมติในที่ประชุมใหญใหกระทําโดยเปดเผย แตการเลือกบุคคลตาม (๓) และ (๔)ใหลงคะแนนลับ หรือการลงมติในกรณีที่หัวหนาพรรค หรือมติคณะกรรมการบริหารพรรค หรือผูเขารวมประชุมใหญไมนอยกวากึ่งหนึ่งของผูเขารวมประชุมรองขอใหลงคะแนนลับก็ใหลงคะแนนลับการมอบหมายใหลงคะแนนแทนกันจะกระทํามิไดหนา ๑๗๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ขอ ๒๖ สมาชิกพรรคผูใดประสงคจะเสนอเรื่องใหที่ประชุมใหญพิจารณาใหสมาชิกผูนั้นเสนอเปนหนังสือตอคณะกรรมการบริหารพรรคลวงหนาไมนอยกวาเจ็ดวันกอนวันประชุมใหญเมื่อคณะกรรมการบริหารรับเรื่องแลวใหจัดลําดับความสําคัญเรงดวน เพื่อเสนอที่ประชุมใหญพิจารณา ขอ ๒๗ การเรียกประชุมใหญใหหัวหนาพรรคหรือเลขาธิการพรรคมีหนังสือหรือหนังสือรูปแบบอิเล็กทรอนิกส แจงใหผูมีสิทธิตามขอ ๒๒ ทราบลวงหนาไมนอยกวาสามวัน เวนแตมีกรณีจําเปนหรือเรงดวนก็อาจมีหนังสือหรือหนังสือรูปแบบอิเล็กทรอนิกสเชิญประชุม หรือแจงเชิญประชุมลวงหนาในระยะเวลานอยกวาสามวันไดการเรียกประชุมใหญ ใหระบุวัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมดวยขอ ๒๘ ใหประธานที่ประชุมใหญแถลงวาระการประชุมใหที่ประชุมทราบกอนดําเนินการประชุมในระหวางการประชุม หากมีความจําเปนตองตัดวาระการประชุมที่กําหนดไวแลวออกหรือมีวาระเพิ่มเติมใหกระทําไดโดยมติของที่ประชุมใหญขอ ๒๙ การประชุมใหญ ถาไมกระทําใหแลวเสร็จในคราวเดียว กอนเลิกประชุมใหประธานถามมติที่ประชุมวาจะประชุมใหญในคราวตอไป วันเวลา สถานที่ใด เมื่อที่ประชุมใหญมีมติอยางใดแลวใหประธานดําเนินการไปตามนั้นขอ ๓๐ ใหเลขาธิการพรรคทําหนาที่เปนเลขานุการที่ประชุมสวนที่ ๒การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคขอ ๓๑ ใหมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคอยางนอยสามเดือนตอครั้งและหัวหนาพรรคเปนผูมีอํานาจเรียกประชุมหรือเรียกประชุมเปนพิเศษอีกก็ได ตามความจําเปนหรือตามคําขอจากกรรมการบริหารพรรคจํานวนไมนอยกวาหนึ่งในสี่ของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด รวมกันขอใหเปดประชุมเปนพิเศษในการขอใหมีประชุมพิเศษจะตองมีวาระหรือประเด็น ที่จะประชุมเพื่อขอมติอยางชัดเจนขอ ๓๒ การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคตองมีกรรมการบริหารพรรคมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการบริหารพรรคที่มีอยูในขณะนั้นจึงจะเปนองคประชุม ใหหัวหนาพรรคเปนประธานที่ประชุมถาหัวหนาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ก็ใหรองหัวหนาพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่เปนประธานที่ประชุมแทน และใหเลขาธิการพรรคเปนเลขานุการในที่ประชุม แตถาเลขาธิการพรรคไมมาประชุม หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดก็ใหรองเลขาธิการพรรคคนใดคนหนึ่งทําหนาที่แทนหนา ๑๗๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ขอ ๓๓ มติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคใหถือเสียงขางมากเวนแตขอบังคับจะกําหนดไวเปนอยางอื่น หากคะแนนเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาด การเรียกประชุมกรรมการบริหารพรรคใหระบุวัน เวลา สถานที่และระเบียบวาระการประชุมดวยสวนที่ ๓การประชุมใหญสาขาพรรคขอ ๓๔ คณะกรรมการสาขาพรรคตองจัดใหมีการประชุมใหญสาขาพรรคการเมืองอยางนอยปละหนึ่งครั้งขอ ๓๕ องคประชุมของที่ประชุมใหญสาขาพรรคมีจํานวนสมาชิกพรรครวมกันทั้งหมดไมนอยกวาหนึ่งรอยคนประกอบดวย(๑) กรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของกรรมการสาขาพรรคทั้งหมดเทาที่มีอยู(๒) สมาชิกของสาขาพรรคการลงมติใหถือเสียงขางมากของสมาชิกที่มารวมประชุมกรณีที่มีเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดขอ ๓๖ ใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานในที่ประชุมใหญสาขาพรรค ถาหัวหนาสาขาพรรคไมมาประชุมใหรองหัวหนาสาขาพรรคทําหนาที่แทน ถารองหัวหนาสาขาพรรคไมมาหรือไมอยูในที่ประชุมใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่มาประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเปนประธานที่ประชุมและใหเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่เปนเลขานุการในที่ประชุมขอ ๓๗ กิจการดังตอไปนี้ใหกระทําโดยที่ประชุมใหญสาขาพรรค(๑) กิจการตามที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมืองหรือกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวของหรือตามประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๒) เลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรค หรือกรรมการสาขาพรรคหนา ๑๗๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ขอ ๓๘ การเรียกประชุมใหญสาขาพรรคใหหัวหนาสาขาพรรคหรือรองหัวหนาสาขาพรรคมีหนังสือหรือหนังสือรูปแบบอิเล็กทรอนิกส แจงใหสมาชิกสาขาพรรคทราบลวงหนาไมนอยกวาเจ็ดวันเวนแตมีกรณีจําเปนหรือเรงดวนก็อาจมีหนังสือหรือหนังสือรูปแบบอิเล็กทรอนิกสเชิญประชุมหรือแจงเชิญประชุมลวงหนาในระยะเวลานอยกวาสามวันไดการเรียกประชุมใหญสาขาพรรคใหระบุวัน เวลา สถานที่และระเบียบวาระการประชุมดวยสวนที่ ๔การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคขอ ๓๙ การประชุมคณะกรรมการสาขาพรรค การเรียกประชุมกรรมการสาขาพรรคใหหัวหนาสาขาพรรคหรือรองหัวหนาสาขาพรรคมีหนังสือหรือหนังสือรูปแบบอิเล็กทรอนิกส แจงใหกรรมการสาขาพรรคและตองมีกรรมการสาขาพรรคมาประชุมไมนอยกวา กึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคที่มีอยูในขณะนั้นจึงจะเปนองคประชุมโดยใหหัวหนาสาขาพรรคเปนประธานในที่ประชุม หากหัวหนาสาขาพรรคไมอาจปฏิบัติหนาที่ประธานไดก็ใหรองหัวหนาสาขาพรรค ทําหนาที่แทนและใหเลขานุการสาขาพรรคเปนเลขานุการในที่ประชุมแตถาเลขานุการสาขาพรรคไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดก็ใหรองเลขานุการสาขาพรรคทําหนาที่แทนขอ ๔๐ มติของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคใหถือเสียงขางมากหากคะแนนเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาดการเรียกประชุมกรรมการสาขาพรรคใหระบุวัน เวลา สถานที่และระเบียบวาระการประชุมดวยหมวด ๗การบริหารขอ ๔๑ โครงสรางของพรรคความหวังใหมประกอบดวย(๑) คณะกรรมการบริหารพรรค(๒) คณะกรรมการสาขาพรรค(๓) ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๔๒ ใหมีคณะกรรมการบริหารพรรคคณะหนึ่งจํานวนไมเกินสามสิบหาคน ประกอบดวย(๑) หัวหนาพรรค(๒) รองหัวหนาพรรคไมเกินหาคนหนา ๑๗๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ (๓) เลขาธิการพรรค(๔) รองเลขาธิการพรรคไมเกินหาคน(๕) เหรัญญิกพรรค(๖) นายทะเบียนสมาชิกพรรค(๗) โฆษกพรรค(๘) กรรมการบริหารพรรคกรรมการบริหารพรรคตองรับผิดชอบรวมกันในบรรดามติของคณะกรรมการบริหารพรรคและในการดําเนินการตามหนาที่และอํานาจของคณะกรรมการบริหารพรรคตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง กฎหมาย และขอบังคับ รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศและคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เวนแตจะพิสูจนไดวา ตนไดคัดคานในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคโดยปรากฏหลักฐานการคัดคานนั้นในรายงานการประชุมหรือไดทําหนังสือคัดคานยื่นตอประธานในที่ประชุมภายในเจ็ดวันนับแตวันที่การประชุมนั้นสิ้นสุดลงขอ ๔๓ บุคคลผูมีคุณสมบัติที่จะไดรับเลือกตั้งเปนคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งเลือกตั้งจากสมาชิกพรรคผูมีสัญชาติไทยโดยการเกิด มีอายุไมต่ํากวายี่สิบป ไมมีลักษณะตองหามตามที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง ขอบังคับพรรค และตองไมเปนกรรมการสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในขณะเดียวกันขอ ๔๔ การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคใหดําเนินการในที่ประชุมใหญของพรรคโดยการลงคะแนนลับ ตามลําดับ ดังนี้(๑) ใหที่ประชุมใหญกําหนดจํานวนของคณะกรรมการบริหารพรรคตามขอ ๔๒(๒) ใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งหัวหนาพรรค ในการเสนอชื่อผูเปนหัวหนาพรรคตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวาสิบคน(๓) ใหที่ประชุมใหญเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคตามขอ ๔๒ (๒) (๓) (๔)(๕) (๖) (๗) (๘) ซึ่งในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรคแตละตําแหนงตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวาสิบคน โดยใหหัวหนาพรรคเสนอชื่อสมาชิกพรรคที่มาจากสมาชิกหนา ๑๘๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ สภาผูแทนราษฎร (ถามี) และสมาชิกพรรคที่มาจากนักวิชาการ กลุมสาขาอาชีพ และบุคคลซึ่งยึดมั่นศรัทธาตออุดมการณ แนวทางของพรรคเปนที่ประจักษ และมีความรูความสามารถ ซื่อสัตยสุจริตและมีคุณธรรมจริยธรรมสมาชิกพรรคผูไดรับการเสนอชื่อตองอยูในที่ประชุม หากไมอยูในที่ประชุมใหมีหนังสือยินยอมใหเสนอชื่อไดขอ ๔๕ คณะกรรมการบริหารพรรคมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ป นับแตวันที่ที่ประชุมใหญพรรคเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม และอาจไดรับเลือกตั้งใหดํารงตําแหนงอีกไดในกรณีที่กรรมการบริหารพรรคครบวาระ ตาย ลาออก เปลี่ยนชื่อตัวเปลี่ยนชื่อสกุลหรือเปลี่ยนแปลงดวยเหตุใด ๆ ใหหัวหนาพรรคแจงใหนายทะเบียนทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่มีเหตุดังกลาวขอ ๔๖ หัวหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคมีอํานาจแตงตั้งผูที่ไดรับการเลือกตั้งเปนกรรมการบริหารพรรคใหดํารงตําแหนงอื่น ๆ ในคณะกรรมการบริหารพรรคไดตามที่เห็นสมควร หัวหนาพรรคเปนผูแทนของพรรคในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอกเพื่อการนี้หัวหนาพรรคจะมอบหมายเปนหนังสือใหเลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรค นายทะเบียนสมาชิกหรือกรรมการบริหารอื่นของพรรคคนหนึ่งหรือหลายคนเปนผูทําการแทนก็ไดขอ ๔๗ ประธานสภาผูแทนราษฎรและรองประธานสภาผูแทนราษฎรจะเปนกรรมการบริหารพรรคหรือดํารงตําแหนงใดในพรรคในขณะเดียวกันมิไดขอ ๔๘ ความเปนกรรมการบริหารพรรคการเมืองสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก โดยยื่นใบลาออกตอหัวหนาพรรคและใหมีผลนับตั้งแตวันยื่นใบลาออก(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) ที่ประชุมใหญมีมติใหออกดวยคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในหาของผูมีสิทธิออกเสียงที่อยูในที่ประชุม โดยใหลงคะแนนลับ(๕) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดหนา ๑๘๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ เมื่อตําแหนงกรรมการบริหารพรรควางลงตามวรรคหนึ่ง ใหหัวหนาพรรคแตงตั้งกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเขารักษาการแทน จนกวาจะมีการประชุมใหญเพื่อเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงกรณี การเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคแทนตําแหนงที่วางหรือการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติมใหผูไดรับเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกตั้งเพิ่มเติมนั้น อยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของกรรมการบริหารพรรคขอ ๔๙ กรรมการบริหารพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ความเปนกรรมการบริหารพรรคของหัวหนาพรรคสิ้นสุดลง ตามขอ ๔๘(๓) ที่ประชุมใหญมีมติดวยคะแนนเสียงสองในสามใหออก(๔) กรรมการบริหารพรรควางลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดในกรณีกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป และใหเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ครบวาระการดํารงตําแหนงในกรณีกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพนจากตําแหนงตาม (๒) (๓) (๔) ใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไป โดยใหรองหัวหนาพรรคตามลําดับรักษาการแทนหัวหนาพรรคถาไมมีรองหัวหนาพรรคใหกรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยูประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งรักษาการแทน และใหเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหมภายในหกสิบวันนับแตวันที่กรรมการบริหารพรรคการเมืองพนจากตําแหนงทั้งคณะการเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางจะไมกระทําก็ได ถาอายุการดํารงตําแหนงของคณะกรรมการบริหารพรรคเหลือไมถึงหนึ่งรอยแปดสิบวันขอ ๕๐ ใหคณะกรรมการบริหารพรรคมีอํานาจหนาที่ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรค และมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หนา ๑๘๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ (๒) ควบคุมและกํากับดูแลมิใหสมาชิกพรรคหรือผูดํารงตําแหนงในพรรคกระทําการในลักษณะที่อาจทําใหการเลือกตั้งหรือการเลือกตั้งมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ไมชอบดวยกฎหมายหรืออาจเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใดซึ่งสมัครเขารับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภา ไมวาโดยทางตรงหรือทางออม(๓) ใหความเห็นชอบในการจัดทําแผนงานหรือโครงการและอนุมัติงบประมาณประจําป(๔) อนุมัติตัวบุคคลหรือดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรคทั้งระดับชาติและทองถิ่น (๕) บริหารการเงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใดของพรรคและสาขาพรรคตลอดจนจัดทําบัญชีตามที่กําหนดไวในกฎหมายพรรคการเมืองใหถูกตองตามความเปนจริง(๖) ออกกฎระเบียบและจัดตั้งหนวยงานตาง ๆ เพื่อปฏิบัติงานใหเปนไปตามนโยบายพรรคและขอบังคับพรรค (๗) ควบคุมไมใหพรรคและผูซึ่งพรรคสงเขาสมัครรับเลือกตั้งใชเกินวงเงินตามที่กฎหมายกําหนด(๘) จัดสรรเงินเพื่อเปนคาใชจายเกี่ยวกับการเลือกตั้งของผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรคดังนี้ (ก) คาใชจายเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหจัดสรรเปนจํานวนรวม โดยพิจารณาตามจํานวนผูสมัครรับเลือกตั้งที่พรรค เสนอไวในบัญชีรายชื่อ(ข) คาใชจายเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งใหจัดสรรใหแกผูสมัครรับเลือกตั้งของพรรคเปนรายบุคคล(ค) คาใชจายที่จัดสรรตาม (๑) และ (๒) ใหเปนไปตามที่หัวหนาพรรคกําหนดหรือมติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค(๙) ควบคุมและกํากับดูแลมิใหสมาชิกกระทําการอันเปนการฝาฝนรัฐธรรมนูญกฎหมาย ขอบังคับ รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่ง(๑๐) ใหความเห็นชอบในการแตงตั้งหรือถอดถอนคณะกรรมการฝายตาง ๆ คณะผูบริหารพรรคคณะที่ปรึกษาพรรค คณะกรรมาธิการตาง ๆ ของพรรค คณะกรรมการรัฐสภาของพรรค คณะกรรมการประสานงานและคณะอนุกรรมการตาง ๆ ของพรรค คณะทํางานตาง ๆ ของพรรค(๑๑) เลิกพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดหนา ๑๘๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ (๑๒) อํานวยการและกระทําการหรือสั่งการใด ๆ เพื่อใหการดําเนินงานของพรรคเปนไปดวยความเรียบรอย(๑๓) กําหนดใหมีการประชุมใหญพรรคอยางนอยปละหนึ่งครั้ง(๑๔) จัดหาทุนและดูแลทรัพยสินตาง ๆ ตลอดจนบริหารการเงินและทรัพยสินหรือผลประโยชนอื่นใดของพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๑๕) พิจารณาลงโทษสมาชิกพรรค(๑๖) แตงตั้งและถอดถอนผูปฏิบัติงานของพรรคในกิจการตาง ๆ ของพรรคและคณะทํางานเฉพาะกิจทั้งในสวนกลางและสวนภูมิภาค(๑๗) อนุมัติจัดตั้งหนวยงานหรือแผนกตาง ๆ ของพรรคตามสมควรเพื่อดําเนินการตามนโยบายของพรรคและใหความเห็นชอบในการแตงตั้งเจาหนาที่หรือลูกจางประจําพรรคหรือชั่วคราว(๑๘) กําหนดอํานาจหนาที่ใหกรรมการบริหารพรรคและผูปฏิบัติงานของพรรค(๑๙) อํานาจหนาที่อื่นที่คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นสมควร ซึ่งไมขัดตอกฎหมายและขอบังคับพรรคขอ ๕๑ ใหหัวหนาพรรคมีอํานาจหนาที่ ดังนี้(๑) รับผิดชอบในการกําหนดนโยบายและการบริหารงานพรรค(๒) บริหารพรรคตามมติที่ประชุมใหญหรือมติคณะกรรมการบริหารกําหนด(๓) สั่งอนุมัติ อนุญาตเกี่ยวกับงานของพรรค(๔) แตงตั้งคณะที่ปรึกษา(๕) แตงตั้งคณะกรรมการ คณะทํางาน สมาชิกหรือบุคคลใหปฏิบัติหนาที่(๖) ควบคุมการจัดทํางบประมาณ การเงิน การบัญชี งบการเงิน(๗) อนุมัติการจัดตั้งศูนยประสานงานของพรรค(๘) เปนผูลงนามและออกหลักเกณฑ กฎระเบียบ ประกาศ มติและคําสั่งพรรค(๙) อํานาจอื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับกําหนดขอ ๕๒ ใหรองหัวหนาพรรคปฏิบัติหนาที่ตามที่หัวหนาพรรคมอบหมายหนา ๑๘๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ขอ ๕๓ ใหเลขาธิการพรรคมีอํานาจหนาที่ ดังนี้(๑) แตงตั้งหรือถอดถอนเจาหนาที่ของพรรค(๒) ปกครองบังคับบัญชาเจาหนาที่ของพรรค(๓) ควบคุม กํากับ ดูแล ตรวจสอบและบริหารงานสํานักงานเลขาธิการพรรค(๔) กํากับ ดูแล ตรวจสอบทรัพยสิน งบประมาณ รายรับและรายจาย(๕) จัดประชุมใหญ ประชุมคณะกรรมการบริหาร คณะที่ปรึกษา คณะกรรมการคณะทํางาน หรือประชุมอื่น ๆ(๖) ทําหนาที่ ที่ไดรับมอบหมายจากมติคณะกรรมการบริหารหรือหัวหนาพรรคขอ ๕๔ ใหรองเลขาธิการพรรคปฏิบัติหนาที่ตามที่เลขาธิการพรรคมอบหมายขอ ๕๕ ใหเหรัญญิกพรรคมีอํานาจหนาที่ในการควบคุม กํากับ ดูแล ตรวจสอบ รายรับ –รายจายเงิน บัญชีทรัพยสินหนี้สิน การบัญชีและงบแสดงฐานะทางการเงินและงบรายไดและคาใชจายและงบการเงินของพรรคตามที่คณะกรรมการบริหารกําหนดขอ ๕๖ ใหนายทะเบียนสมาชิกพรรคมีอํานาจหนาที่ เกี่ยวกับการรับสมัครสมาชิก ตรวจสอบคุณสมบัติสมาชิกและลักษณะตองหามของผูสมัครเขาเปนสมาชิก การลาออกจากสมาชิกพรรค และจัดทําทะเบียนสมาชิกใหตรงตามความเปนจริงและตองใหสมาชิกตรวจดูไดโดยสะดวก ณ สํานักงานใหญรวมทั้งประกาศชื่อและนามสกุลของสมาชิกใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวย เพื่อประโยชนในการตรวจสอบความถูกตองขอ ๕๗ ใหโฆษกพรรคมีอํานาจหนาที่ในการประชาสัมพันธ แถลงงานผลงาน ใหขาวสารหรือขอมูลตาง ๆ ของพรรค แกสมาชิกและสาธารณชนไดรับรูตอเนื่องอยางมีระบบ ตลอดจนชี้แจงใหความเห็น วิเคราะหบทบาทตอสถานการณตาง ๆ โตแยงขาวลือ ตอบปญหาและขอสงสัย ใหทันตอสถานการณสรางความมั่นใจแกสมาชิกและสาธารณชนตามที่หัวหนาพรรคกําหนดขอ ๕๘ ใหอํานาจหนาที่ของกรรมการบริหารพรรคอื่นเปนไปตามที่หัวหนาพรรคกําหนดขอ ๕๙ ใหมีคณะที่ปรึกษาขึ้นคณะหนึ่งประกอบดวยประธานที่ปรึกษาหนึ่งคน รองประธานที่ปรึกษาหนึ่งคน และที่ปรึกษามีจํานวนตามที่หัวหนาพรรคจะเห็นสมควรโดยอาจแตงตั้งจากสมาชิกผูทรงคุณวุฒิผูเชี่ยวชาญ ผูมีประสบการณในสาขาวิชาตาง ๆ และผูสนับสนุนทางดานกิจกรรมแกพรรคหนา ๑๘๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ขอ ๖๐ ใหคณะที่ปรึกษามีอํานาจหนาที่ใหคําปรึกษาทุกดานแกคณะกรรมการบริหารหรือหัวหนาพรรคขอ ๖๑ ใหที่ประชุมของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรเลือกตั้งคณะทํางานของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบดวยประธานหนึ่งคน รองประธานสองคน เลขานุการหนึ่งคน และผูชวยเลขานุการหนึ่งคนใหคณะทํางานของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่ไดรับการเลือกตั้งทําหนาที่ตามวาระคราวละหนึ่งป และเมื่อครบกําหนดตามวาระแลวใหที่ประชุมสมาชิกสภาผูแทนราษฎรของพรรคจัดใหมีการเลือกตั้งใหมขอ ๖๒ ใหคณะทํางานของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรมีหนาที่ ดังนี้(๑) จัดและดําเนินการประชุมของสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๒) ประสานงานในดานกิจการสภาของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและรัฐสภา(๓) เชิญสวนราชการหรือบุคคลที่เกี่ยวของมาชี้แจงหรือใหความรูเกี่ยวกับงานในหนาที่ของสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๔) หนาที่อื่นตามที่คณะกรรมการบริหารมอบหมายหมวด ๘สาขาพรรคขอ ๖๓ ภายในหนึ่งปนับแตวันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนพรรคตองดําเนินการใหมีสาขาพรรคการเมืองในแตละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัด อยางนอยภาคละหนึ่งสาขาโดยสาขาพรรคแตละสาขาพรรคตองมีสมาชิกพรรคที่มีภูมิลําเนาอยูในเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือเขตจังหวัดแลวแตกรณีหรือเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบตั้งแตหารอยคนขึ้นไปขอ ๖๔ การจัดตั้งสาขาพรรค ในเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือเขตจังหวัดใดแลวแตกรณีหรือเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบที่มีสมาชิกพรรคตั้งแตหารอยคนขึ้นไปประสงคจะจัดตั้งสาขาพรรคใหสมาชิกพรรคผูเริ่มจัดตั้งจํานวนไมนอยกวาหนึ่งรอยคนจัดประชุมสมาชิกพรรคขึ้นเปนครั้งแรกเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรค สถานที่ตั้งสาขาพรรค โดยใหหัวหนาสาขาพรรคจัดสงเอกสารและหลักฐานที่ตองยื่นไปพรอมกับหนังสือแจงการจัดตั้งสาขาพรรค ภายในเจ็ดวันนับแตวันประชุมประกอบดวย หนา ๑๘๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ (๑) รายงานการประชุมจัดตั้งสาขาพรรค(๒) บัญชีรายชื่อคณะกรรมการสาขาพรรค พรอมสําเนาบัตรประจําตัวประชาชนและสําเนาทะเบียนบานที่เจาตัวรับรองสําเนาถูกตอง(๓) บัญชีรายชื่อสมาชิกพรรคในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรค(๔) แผนผังแสดงที่ตั้งสาขาพรรคใหหัวหนาพรรคใหความเห็นชอบอนุมัติจัดตั้งสาขาพรรคและแจงตอนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบ ภายในสิบหาวันนับแตวันที่หัวหนาพรรคไดประกาศใหจัดตั้งสาขาพรรคและเมื่อนายทะเบียนพรรคการเมืองรับรองการจัดตั้งสาขาพรรคแลว ใหหัวหนาพรรคประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปดวย กรรมการสาขาพรรคตองเปนสมาชิกพรรค มีอายุไมต่ํากวายี่สิบป และมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามเชนเดียวกับกรรมการบริหารพรรคคณะกรรมการสาขาพรรคมีจํานวนไมนอยกวาแปดคน ประกอบดวย(๑) หัวหนาสาขาพรรคหนึ่งคน(๒) รองหัวหนาสาขาพรรคอยางนอยหนึ่งคน(๓) เลขานุการสาขาพรรคหนึ่งคน(๔) รองเลขานุการสาขาพรรคอยางนอยหนึ่งคน(๕) เหรัญญิกสาขาพรรคหนึ่งคน(๖) นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรคหนึ่งคน(๗) โฆษกสาขาพรรคหนึ่งคน(๘) กรรมการสาขาพรรคขอ ๖๕ กรรมการสาขาพรรคตองเปนสมาชิกพรรค มีอายุไมต่ํากวายี่สิบป มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่หัวหนาพรรคประกาศจัดตั้งสาขาพรรค หรือประกาศแตงตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมและอาจไดรับเลือกตั้งใหดํารงตําแหนงอีกไดแลวแตกรณีกรรมการสาขาพรรคตองไมเปนกรรมการบริหารพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในขณะเดียวกัน หนา ๑๘๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ขอ ๖๖ ในเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือเขตจังหวัดใดแลวแตกรณี ยังไมพรอมตั้งเปนสาขาพรรค หัวหนาพรรคพิจารณาเห็นสมควรจัดตั้งเปนศูนยประสานงานพรรคไปกอนก็ไดขอ ๖๗ การเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคใหดําเนินการในที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคหรือที่ประชุมใหญสาขาพรรค แลวแตกรณีใหที่ประชุมจัดตั้งสาขาพรรคหรือที่ประชุมใหญสาขาพรรคเลือกตั้งตําแหนงคณะกรรมการสาขาพรรคจนครบ และมีจํานวนไมนอยกวาตามที่กําหนดในขอ ๖๔ในการเสนอชื่อผูเขารับการเลือกตั้งเปนกรรมการสาขาพรรคแตละตําแหนง ตองมีผูเขารวมประชุมรับรองไมนอยกวากึ่งหนึ่ง และผูที่ไดรับการเสนอชื่อควรอยูในที่ประชุมในกรณีบุคคลตามวรรคสาม ไดรับการเสนอชื่อเปนกรรมการสาขาพรรคตองไดรับความยินยอมจากบุคคลนั้น และหากผูไดรับการเสนอชื่อไมอยูในที่ประชุมใหมีหนังสือยินยอมการดํารงตําแหนงขอ ๖๘ กรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนงทั้งคณะ เมื่อ(๑) ครบวาระ(๒) กรรมการสาขาพรรควางลงเกินกึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการสาขาทั้งหมดใหคณะกรรมการสาขาพรรคอยูในตําแหนงตอไป จนกวาจะมีคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมโดยจัดใหมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคชุดใหมภายในเกาสิบวันนับแตวันครบวาระหรือวันที่ตองเลือกตั้งใหมทั้งคณะ(๓) คณะกรรมการบริหารพรรคสั่งใหพนจากตําแหนง เพราะฝาฝนกฎหมายหรือขอบังคับพรรค จนเกิดความเสียหายตอพรรคอยางรายแรง(๔) คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติใหยุบเลิกสาขาพรรคขอ ๖๙ กรรมการสาขาพรรคพนจากตําแหนง เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก โดยยื่นใบลาออกตอหัวหนาพรรคและมีผลตั้งแตวันที่ยื่นใบลาออก(๓) ขาดจากสมาชิกภาพ(๔) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดหนา ๑๘๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ เมื่อตําแหนงกรรมการสาขาพรรควางลงตาม (๑) (๒) (๓) (๔) ใหหัวหนาสาขาพรรคแตงตั้งกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งที่เหมาะสมเขารักษาการแทน จนกวาจะมีการประชุมเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางซึ่งตองกระทําภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงหากตําแหนงหัวหนาสาขาพรรควางลงตาม (๑) (๒) (๓) (๔) ใหรองหัวหนาสาขาพรรคลําดับตนรักษาการแทน ถาไมมีรองหัวหนาสาขาพรรค ใหคณะกรรมการสาขาพรรคที่เหลืออยูเลือกกรรมการสาขาพรรคคนใดคนหนึ่งรักษาการแทน และใหมีอํานาจเรียกประชุมใหญสาขาเพื่อเลือกตั้งหัวหนาสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วางภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงวางลงกรณี การเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคแทนตําแหนงที่วางหรือการเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคเพิ่มเติมใหผูไดรับเลือกตั้งแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกตั้งเพิ่มเติมนั้น อยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของคณะกรรมการสาขาพรรคขอ ๗๐ ใหคณะกรรมการสาขาพรรคมีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรค และมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๒) สงเสริมใหสมาชิกพรรคและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(๓) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศและการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกัน(๔) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๕) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตาง และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธี เพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน หนา ๑๘๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ (๖) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งขอ ๗๑ กรรมการสาขาพรรคแตละตําแหนงมีอํานาจหนาที่ ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบของสาขาพรรคดังนี้ (๑) หัวหนาสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่ ดังนี้(ก) เปนผูแทนของสาขาพรรคและเปนผูรับผิดชอบในกิจกรรมทั้งปวงของสาขา(ข) เปนหัวหนาของคณะกรรมการสาขาพรรค เรียกประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและเปนประธานการประชุม(ค) เรียกประชุมใหญสาขาพรรคและเปนประธานของที่ประชุม ตลอดจนดําเนินการประชุม(ง) มีสิทธิยับยั้งมติคณะกรรมการสาขาพรรค หรือคณะกรรมการอื่น ๆ ที่คณะกรรมการสาขาพรรคจัดตั้งขึ้นเพื่อขอใหมีการทบทวนมติในกรณีที่มีความจําเปน แตทั้งนี้ตองไมเกินสามวันซึ่งหากพนกําหนดดังกลาวใหถือวามติของที่ประชุมนั้นมีผลใชบังคับ(จ) กรณีที่มีความจําเปนในการดําเนินการทางการเมือง ใหมีอํานาจปฏิบัติการในนามของสาขาพรรคได โดยความเห็นชอบของกรรมการสาขาพรรคไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคณะกรรมการสาขาพรรคเทาที่มีอยูในขณะนั้น และใหถือวาการดําเนินการนั้นเปนมติของสาขาพรรค(ฉ) อํานาจอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคกําหนด(๒) รองหัวหนาสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่ความรับผิดชอบตามที่หัวหนาสาขาพรรคมอบหมาย (๓) เลขานุการสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่ ดังนี้(ก) ตรวจสอบและกํากับดูแลกิจการทั้งปวงของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย และหัวหนาสาขาพรรคมอบหมายใหปฏิบัติ(ข) เสนอรายงานตอที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและที่ประชุมใหญสาขา(ค) เลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการสาขาพรรคและที่ประชุมใหญสาขา(ง) กํากับดูแลการบริหารงานของสํานักงานสาขาพรรคหนา ๑๙๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ (๔) รองเลขานุการสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่ตามที่เลขานุการสาขาพรรคหรือคณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย(๕) เหรัญญิกสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่ในการควบคุม รายรับ - รายจาย บัญชีทรัพยสินหนี้สินและงบการเงินของสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคกําหนด(๖) นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค มีอํานาจรับผิดชอบทะเบียนสมาชิกสาขาพรรค(๗) โฆษกสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่ ดังนี้(ก) แถลงมติที่ประชุมและกิจการตาง ๆ ของสาขาพรรค(ข) ประชาสัมพันธงานสาขาพรรคตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคมอบหมาย(๘) กรรมการสาขาพรรค มีอํานาจหนาที่ตามที่คณะกรรมการสาขาพรรคกําหนดหรือหัวหนาสาขาพรรคมอบหมายขอ ๗๒ เมื่อดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคครบตามที่กําหนดในมาตรา ๓๓ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ แลว หากตอมาภายหลังมีสาขาพรรคไมครบตามมาตรา ๓๓ ใหดําเนินการจัดตั้งสาขาพรรคใหครบตามมาตรา ๓๓หมวด ๙ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๗๓ เขตเลือกตั้งจังหวัดใดที่มิไดเปนที่ตั้งสํานักงานใหญหรือสาขาพรรคและมีสมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในเขตเลือกตั้งในจังหวัดนั้นเกินหนึ่งรอยคน ใหพรรคแตงตั้งสมาชิกพรรคซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในเขตเลือกตั้งในจังหวัดนั้น ซึ่งมาจากการเลือกของสมาชิกพรรคดังกลาวเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเพื่อดําเนินกิจกรรมของพรรคในเขตเลือกตั้งนั้นขอ ๗๔ ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดของพรรคความหวังใหม ที่ไดรับอนุมัติใหจัดตั้งขึ้นณ ที่ใดใหเรียกชื่อวาพรรคความหวังใหม ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวแทนพรรคประจําจังหวัด กรณีตัวแทนพรรคประจําจังหวัดครบวาระตาย ลาออก เปลี่ยนชื่อตัว เปลี่ยนชื่อสกุล เลือกตัวแทน พรรคประจําจังหวัดใหม หรือเปลี่ยนแปลงดวยเหตุใด ๆ ใหตัวแทนพรรคประจําจังหวัดแจงใหหัวหนาพรรคทราบภายในเจ็ดวันนับแตวันที่มีการแตงตั้งหรือเปลี่ยนแปลงตัวแทนพรรคประจําจังหวัดและใหหัวหนาพรรคแจงใหนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่มีการแตงตั้งหรือเปลี่ยนแปลงตัวแทนพรรคประจําจังหวัดหนา ๑๙๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ในกรณีที่ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดลําดับแรกไมอยูหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหหัวหนาพรรคแตงตั้งตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่ไดรับเลือกในลําดับถัดไปเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัดเมื่อมีการประกาศตัวแทนพรรค ที่มีสมาชิกพรรคไมต่ํากวาหนึ่งรอยคนขอ ๗๕ ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตองเปนสมาชิกพรรค มีอายุไมต่ํากวายี่สิบป มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ปนับแตวันที่ประกาศแตงตั้งเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัด และอาจไดรับเลือกตั้งใหดํารงตําแหนงอีกได และตองไมเปนกรรมการบริหารพรรคหรือกรรมการสาขาพรรคในขณะเดียวกันขอ ๗๖ ใหตัวแทนพรรคประจําจังหวัด มีอํานาจหนาที่ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรค และมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๒) เผยแพรอุดมการณ แนวทางการเมือง นโยบายพรรค กิจกรรมของพรรค(๓) จัดใหมีการรับสมัครสมาชิกพรรคเพิ่มขึ้นและจัดทําทะเบียนสมาชิกพรรคในเขตพื้นที่รับผิดชอบไวเปนเบื้องตน(๔) ประกาศรายชื่อและนามสกุลของสมาชิกพรรคใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป(๕) จัดทําบัญชีรายรับ รายจาย และงบการเงินของพรรคประจําจังหวัดเพื่อเสนอตอพรรคภายในสามสิบวันนับแตวันสิ้นปปฏิทิน(๖) จัดใหมีการเผยแพรความรูทางการเมืองแกสมาชิกพรรคและประชาชนโดยทั่วไป(๗) เสนอแนะขอขัดของและแนวทางแกไขที่ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดไดประสบปญหาตอพรรคเพื่อพิจารณา(๘) เสนอชื่อบุคคลที่จะเขาสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือสภาทองถิ่นอื่น ๆ(๙) จัดทําแผนงานโครงการและรายงานผลการบริหารงานของสํานักงานตัวแทนพรรคประจําจังหวัด เสนอตอคณะกรรมการบริหารพรรคภายในสามสิบวันนับแตสิ้นปปฏิทินขอ ๗๗ ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดสิ้นสุดลง เมื่อ(๑) ครบวาระการดํารงตําแหนงตามขอบังคับพรรค(๒) ตาย หนา ๑๙๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ (๓) ลาออก โดยยื่นใบลาออกตอหัวหนาพรรคและมีผลตั้งแตวันที่ยื่นใบลาออก(๔) ขาดจากสมาชิกภาพ(๕) หัวหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคสั่งใหออกจากการเปนตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(๖) อื่น ๆ ตามที่กฎหมายหรือขอบังคับพรรคกําหนดในกรณีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดพนจากตําแหนงตาม (๑) ใหตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่เหลืออยูปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาจะมีการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดขึ้นใหม และใหจัดประชุมสมาชิกเพื่อดําเนินการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดภายในหกสิบวันนับแตวันที่ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดครบวาระการดํารงตําแหนงหากตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดวางลงตาม (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖)ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดที่เหลืออยู อาจเรียกประชุมสมาชิกเพื่อดําเนินการแตงตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกเพิ่มเติมก็ได ทั้งนี้ ใหอยูในตําแหนงไดเพียงเทาวาระที่เหลืออยูของตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด ที่แตงตั้งขึ้นกอนการเลือกแทนตําแหนงที่วางหรือเลือกเพิ่มเติม ในกรณีที่ไมมีตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเหลืออยูปฏิบัติหนาที่ ตาม (๒)(๓) (๔) (๕) และ (๖) ใหถือวาตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดดังกลาวสิ้นสภาพไปขอ ๗๘ ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด มีหนาที่และอํานาจ ดังนี้(๑) ดําเนินกิจกรรมของพรรคใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายพรรคขอบังคับพรรค และมติของที่ประชุมใหญพรรค รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๒) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความรูความเขาใจที่ถูกตองเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข การใชสิทธิและเสรีภาพอยางมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบตอสังคม และความรูเกี่ยวกับหนาที่ของปวงชนชาวไทย(๓) รวมกับประชาชนในการหาแนวทางการพัฒนาประเทศ และการแกไขปญหาตาง ๆที่เกิดขึ้นในสังคมอยางมีเหตุผลโดยคํานึงถึงความสมดุลระหวางการพัฒนาดานวัตถุกับการพัฒนาดานจิตใจและความอยูเย็นเปนสุขของประชาชนประกอบกันหนา ๑๙๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ (๔) สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐและการดําเนินงานขององคกรอิสระอยางมีเหตุผล(๕) สงเสริมใหสมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รูจักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกตาง และแกไขปญหาความขัดแยงทางการเมืองโดยสันติวิธี เพื่อประโยชนสุขของประเทศชาติและประชาชน(๖) กิจกรรมอื่นอันจะยังประโยชนตอการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข รวมทั้งการพัฒนาพรรคใหเปนสถาบันทางการเมืองของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(๗) การจัดประชุมสมาชิกพรรคการเมืองเพื่อรับฟงความคิดเห็นการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร(๘) การใหความเห็นเกี่ยวกับการกําหนดนโยบายของพรรคการเมืองที่ใชในการประกาศโฆษณาหาเสียง (๙) รับฟงความคิดเห็นจากสมาชิกพรรคการเมือง เพื่อเสนอใหพรรคการเมืองไปดําเนินการในสวนที่เกี่ยวของ หมวด ๑๐สํานักงานเลขาธิการพรรคขอ ๗๙ ใหมีสํานักงานเลขาธิการพรรคทําหนาที่เปนศูนยกลางในการปฏิบัติงานตาง ๆ ของพรรคอยูในการกํากับดูแลรับผิดชอบของเลขาธิการพรรคโดยมีผูอํานวยการพรรคเปนผูบังคับบัญชาเจาหนาที่ของพรรค การกําหนดตําแหนงอัตราเงินเดือน การแตงตั้ง การใหความชอบ การลงโทษ การถอดถอน เงินตอบแทน และรับผิดชอบในการรวบรวมงาน กลั่นกรองงาน ดูแลการดําเนินกิจการของสํานักงานโดยความเห็นชอบของเลขาธิการพรรคและใหเปนไปตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารกําหนดขอ ๘๐ สํานักงานเลขาธิการพรรค ประกอบดวยหนวยงาน ดังตอไปนี้(๑) ฝายนโยบายและแผน ประกอบดวย(ก) ศูนยเทคโนยีสารสนเทศ(ข) งานวิจัยและประเมินผล(ค) งานนโยบายและแผนหนา ๑๙๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ (๒) ฝายอํานวยการ ประกอบดวย(ก) งานบริหารงานทั่วไป(ข) งานการเงินและบัญชี(ค) งานประชาสัมพันธ(๓) ฝายพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง ประกอบดวย(ก) งานกิจการสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัด(ข) งานการเลือกตั้ง(ค) งานมวลชนสัมพันธ(ง) งานกิจการการเมืองและสงเสริมประชาธิปไตยเลขาธิการพรรคอาจกําหนดใหมีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมหนวยงานไดตามความจําเปน โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรคหมวด ๑๑การบริหารงบประมาณ การเงิน และการบัญชีขอ ๘๑ งบประมาณประกอบดวย(๑) งบประมาณรายได(๒) งบประมาณรายจายปงบประมาณและปการบัญชีของพรรคใหเริ่มตั้งแตวันที่ ๑ มกราคม และสิ้นสุดลงในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ของทุกปขอ ๘๒ พรรคอาจมีรายได ดังตอไปนี้(๑) เงินทุนประเดิมของพรรค(๒) เงินคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรค(๓) เงินที่ไดจากการจําหนายสินคาหรือบริการของพรรค(๔) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใด ที่ไดจากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรค(๕) เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใด ที่ไดจากการรับบริจาคหนา ๑๙๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ (๖) เงินอุดหนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง(๗) ดอกผลและรายไดที่เกิดจากเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดของพรรค(๘) รายไดอื่น ๆการไดมาซึ่งรายไดตาม (๒) (๓) (๔) และ (๕) ตองมีใบเสร็จรับเงิน หรือหลักฐานการไดมาซึ่งรายไดนั้นเปนหนังสือ ทั้งนี้ ตามแบบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด หรือสถานที่อื่น ๆที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดการจําหนายสินคาหรือบริการตาม (๓) และการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคตาม (๔)ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดสมาชิกพรรคตองชําระคาธรรมเนียมและคาบํารุงพรรคขั้นต่ําปละยี่สิบบาทและแบบตลอดชีพปละสองรอยบาท หรือตามที่กฎหมายกําหนดเพื่อประโยชนในการนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคประจําปของสมาชิกพรรคใหถือวารอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคประจําปของปที่สมาชิกไดชําระคาบํารุงพรรคเปนครั้งแรกสิ้นสุดลงในวันสิ้นปปฏิทินของปเดียวกันนั้น และใหเริ่มตนนับรอบระยะเวลาการชําระคาบํารุงพรรคประจําปของปถัดไปใหม โดยใหเริ่มตนนับตั้งแตวันที่ ๑ มกราคมและสิ้นสุดลงในวันที่ ๓๑ ธันวาคมของปเดียวกัน ทั้งนี้ สมาชิกอาจชําระคาบํารุงพรรคประจําปของปถัดไปภายในกรอบระยะเวลาดังกลาวเมื่อใดก็ไดขอ ๘๓ เงิน ทรัพยสิน และประโยชนอื่นใด ที่ไดจากการบริจาค ใหเปนไปตามแบบหลักเกณฑวิธีการ และระยะเวลาที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดขอ ๘๔ รายจายของพรรค มีดังนี้(๑) รายจายปกติที่ตองจายตามงบประมาณประจําป(๒) รายจายอื่น ๆ ที่มิไดกําหนดไวในงบประมาณประจําปขอ ๘๕ งบประมาณประจําปของพรรคใหแสดงรายรับ – รายจายใหจัดเจนพรอมกับคําชี้แจงประกอบแลวนําเสนอใหคณะกรรมการบริหารอนุมัติขอ ๘๖ การจายเงินนอกงบประมาณประจําปใหหัวหนาพรรคเปนผูพิจารณาอนุมัติแลวรายงานใหคณะกรรมการบริหารพรรคทราบ หนา ๑๙๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ขอ ๘๗ รายไดที่เปนเงินหรือทรัพยสินใหนําฝากธนาคารพาณิชย ซึ่งผูมีอํานาจในการเบิกจายเงินจํานวนไมนอยกวาสามคน ผูมีอํานาจการเบิกจายเงินโดยตําแหนงมีหัวหนาพรรคและเหรัญญิกพรรคและกรรมการบริหารพรรคหนึ่งคนจากมติของคณะกรรมการบริหารพรรค โดยมีเงื่อนไขในการเบิกจายเงินไมนอยกวาจํานวนสองในสามคนขอ ๘๘ บัญชีของพรรคประกอบดวย(๑) บัญชีรายวันแสดงรายไดหรือรายรับและแสดงคาใชจายหรือรายจาย(๒) บัญชีแสดงรายรับจากการบริจาค(๓) บัญชีแยกประเภท(๔) บัญชีแสดงสินทรัพยและหนี้สินการลงรายการบัญชีตามวรรคหนึ่งตองมีรายการและเอกสารประกอบการลงบัญชีและตองจัดทําภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกําหนดการปดบัญชี ใหจัดทํางบการเงินซึ่งอยางนอยตองประกอบดวยงบแสดงฐานะทางการเงินและงบรายไดและคาใชจายของพรรคงบแสดงฐานะทางการเงินตองแสดงรายการสินทรัพย หนี้สิน และทุนของพรรคทั้งตองแสดงที่มาของรายไดและคาใชจายในการดําเนินการของพรรคไวโดยชัดเจน โดยเฉพาะคาใชจายในการเลือกตั้ง และรายการอื่นตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดงบการเงินของพรรคตองจัดใหมีผูสอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและรับรองการสอบบัญชีและเสนองบการเงินที่ผูสอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและรับรองแลว ตอที่ประชุมใหญเพื่ออนุมัติภายในเดือนเมษายนของทุกปงบการเงินซึ่งที่ประชุมใหญอนุมัติแลวใหหัวหนาพรรครับรองความถูกตองรวมกับเหรัญญิกพรรค และสงใหแกนายทะเบียนพรรคการเมืองภายในสามสิบวันนับแตวันที่ ที่ประชุมใหญอนุมัติขอ ๘๙ การบริหารงบประมาณ การเงินและการบัญชีของสาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใหหัวหนาสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ตองจัดใหมีบัญชีรับและจายเงินของสาขาพรรคหรือที่ตัวแทนพรรคประจําจังหวัดไดรับหรือจาย แลวแตกรณีการบริหารงบประมาณ การเงินและการบัญชีของสาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจําจังหวัดใหนําความในหมวดนี้มาใชบังคับโดยอนุโลมขอ ๙๐ การเงินของพรรคใหเปนไปตามระเบียบวาดวยการเงินที่คณะกรรมการบริหารกําหนดหนา ๑๙๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ หมวด ๑๒หลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกสมาชิกพรรคเพื่อสงเขาสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อการคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับการพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีสวนที่ ๑คณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๙๑ ใหมีคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง จํานวนสิบเอ็ดคน ซึ่งอยางนอยตองประกอบไปดวยกรรมการบริหารพรรคซึ่งเลือกกันเองจํานวนสี่คน และหัวหนาสาขาพรรคซึ่งแตละภาคใหเลือกกันเองเหลือภาคละหนึ่งคนจํานวนสี่คนและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดซึ่งเลือกกันเองจํานวนสามคนใหที่ประชุมใหญการลงคะแนนลับเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งจนครบและใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งที่ไดรับเลือกตั้งดําเนินการประชุมกันเองเพื่อเลือกตั้ง(๑) ประธานหนึ่งคน(๒) รองประธานหนึ่งคน(๓) เลขานุการหนึ่งคน(๔) รองเลขานุการหนึ่งคน(๕) โฆษกหนึ่งคนและกรรมการอื่นเทาที่เหลืออยู และรายงานตอที่ประชุมใหญในคราวประชุมเดียวกันในการประชุมคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งครั้งแรก ใหเลือกผูอาวุโสสูงสุดเปนประธานที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง มีวาระการดํารงตําแหนง ตามวาระการดํารงตําแหนงคณะกรรมการบริหารพรรคใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้ง มีหนาที่และอํานาจในการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อใหไดผูซึ่งมีความรูความสามารถ ซื่อสัตยสุจริต และมีคุณธรรมจริยธรรม ตามมาตรฐานทางจริยธรรมที่กําหนดในขอบังคับ หนา ๑๙๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ใหหัวหนาพรรคออกหนังสือรับรองการสงผูสมัครรับเลือกตั้งที่ไดรับการสรรหาตามวิธีการเมื่อหัวหนาพรรคออกหนังสือรับรองแลว แมภายหลังจะปรากฏวามิไดมีการดําเนินการตามวรรคหนึ่งแลวแตกรณี หรือดําเนินการไมครบถวน ไมทําใหการสมัครรับเลือกตั้งนั้นเสียไปเพื่อประโยชนในการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ พรรคจะดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งไวเปนการลวงหนากอนวันประกาศพระราชกฤษฎีกาใหมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรก็ไดเมื่อมีการสมัครรับเลือกตั้งแลว ผูสมัครรับเลือกตั้ง หรือพรรคจะถอนการสมัครรับเลือกตั้งหรือเปลี่ยนแปลงผูสมัครรับเลือกตั้งไดเฉพาะกรณีผูสมัครรับเลือกตั้งตายหรือขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามและตองกระทํากอนปดการรับสมัครรับเลือกตั้งสวนที่ ๒หลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกสมาชิกพรรคเพื่อสงเขาสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งขอ ๙๒ พรรคการเมืองซึ่งประสงคจะสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งในจังหวัดใด ตองมีสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดในจังหวัดนั้นในกรณีที่พรรคการเมืองใดมีสาขาพรรคการเมืองมากกวาหนึ่งสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดมากกวาหนึ่งตัวแทนในจังหวัดใด ใหพรรคการเมืองนั้นกําหนดวาจะใหสาขาพรรคการเมืองสาขาใดหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดใดในจังหวัดนั้น เปนสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดเพื่อดําเนินการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งขอ ๙๓ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหากําหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสมัครเปนผูสมัครรับเลือกตั้งและประกาศใหสมาชิกพรรคทราบเปนการทั่วไป(๒) เมื่อพนกําหนดเวลารับสมัครตาม (๑) ใหคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้งแลวสงรายชื่อผูสมัครใหสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด หนา ๑๙๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ (๓) เมื่อสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดไดรับรายชื่อผูสมัครจากคณะกรรมการสรรหาแลว ใหหัวหนาสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดจัดการประชุมสมาชิกพรรคเพื่อรับฟงความคิดเห็นและใหสมาชิกใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสงมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด(๔) ใหสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัดสงรายชื่อผูสมัครในแตละเขตเลือกตั้งทั้งที่ไดรับความเห็นชอบและไมไดรับความเห็นชอบพรอมความคิดเห็นตาม (๓)ใหคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาเสนอความคิดเห็น(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาสงรายชื่อผูสมัครของแตละเขตเลือกตั้งพรอมความคิดเห็นตาม (๓) และ (๔) ใหคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลที่จะเสนอใหเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง สวนที่ ๓การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อขอ ๙๓ การสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหดําเนินการตามวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) ใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งกําหนดวัน เวลา และสถานที่ในการเสนอรายชื่อบุคคลเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง และมีหนังสือแจงไปยังคณะกรรมการบริหารพรรคหัวหนาสาขาพรรคแทนพรรคประจําจังหวัดและประกาศใหสมาชิกทราบเปนการทั่วไป(๒) เมื่อพนกําหนดเวลาเสนอรายชื่อจากกรรมการบริหารพรรคหัวหนาสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตาม (๑) ใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งตรวจสอบคุณสมบัติและจัดทําบัญชีรายชื่อไมเกินหนึ่งรอยหาสิบรายชื่อ โดยคํานึงถึงผูสมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคตาง ๆและความเทาเทียมกันระหวางชายและหญิง แลวสงบัญชีรายชื่อดังกลาวไปยังสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด (๓) ใหหัวหนาสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด จัดการประชุมเพื่อใหสมาชิกลงคะแนนเลือกบุคคลในบัญชีรายชื่อตาม (๒) โดยใหสมาชิกลงคะแนนเลือกไดคนละไมเกินสิบหารายชื่อโดยการประชุมสาขาพรรคตองมีสมาชิกมาประชุมไมนอยกวาหนึ่งรอยคนหรือการประชุมตัวแทนประจําจังหวัดหนา ๒๐๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ตองมีสมาชิกมาประชุมไมนอยกวาหาสิบคนเมื่อลงคะแนนเลือกเสร็จสิ้นแลว ใหหัวหนาสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดประกาศผลการนับคะแนนของสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดนั้นแลวรายงานไปยังคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งโดยเร็ว(๔) ใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งโดยเรียงลําดับตามผลรวมของคะแนนที่ไดรับจากสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดตาม (๓)ในกรณีที่หัวหนาพรรคประสงคจะเปนผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหหัวหนาพรรคอยูในบัญชีรายชื่อผูสมัครรับเลือกตั้งลําดับที่หนึ่งและใหเรียงลําดับรายชื่อตามผลคะแนนดังกลาวในลําดับถัดไปจนครบจํานวน ในกรณีที่คะแนนของบุคคลตามบัญชีรายชื่อเทากันใหเปนอํานาจของคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งในการจัดเรียงลําดับ(๕) ใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งซึ่งไดรับคะแนนของแตละเขตเลือกตั้งใหคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาใหความเห็นชอบโดยพิจารณาจากผูมีคะแนนสูงสุดของแตละเขตเลือกตั้งหากคณะกรรมการบริหารพรรคไมเห็นชอบ ใหแสดงเหตุผลและใหพิจารณาผูสมัครซึ่งไดคะแนนในลําดับถัดไปเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง ในกรณีที่คณะกรรมการบริหารพรรคไมเห็นชอบกับรายชื่อที่สาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดสงมาทั้งหมดใหคณะกรรมการบริหารพรรคและคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งประชุมรวมกัน หากที่ประชุมรวมกันมีมติเห็นชอบกับรายชื่อผูสมัครผูใด ใหเสนอรายชื่อผูนั้นเปนผูสมัครรับเลือกตั้ง แตถาที่ประชุมมีมติไมเห็นชอบกับรายชื่อผูสมัครที่สาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดสงมาทั้งหมด ใหคณะกรรมการสรรหาผูสมัครรับเลือกตั้งแจงเหตุผลใหหัวหนาสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดในเขตเลือกตั้งนั้นทราบ และใหดําเนินการตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔) จนกวาจะไดผูสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นการประชุมสาขาพรรคหรือการประชุมตัวแทนพรรคประจําจังหวัด หัวหนาพรรคหรือเลขาธิการพรรคอาจหมอบหมายใหที่ปรึกษา กรรมการบริหาร หรือเจาหนาที่พรรค หรือสมาชิกพรรคเขาดําเนินการจัดการประชุมเพื่อใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการกําหนดเพื่อประโยชนในการสงเสริมการมีสวนรวมของสมาชิกพรรค ในกรณีที่สมาชิกพรรคผูใดมีภูมิลําเนาอยูในเขตเลือกตั้งที่ยังมิไดมีการจัดตั้งสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ใหถือวาสมาชิกพรรคผูนั้นเปนสมาชิกซึ่งมีภูมิลําเนาอยูในเขตเลือกตั้งของสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจําจังหวัดที่มีเขตเลือกตั้งใกลเคียงหรือในเขตรับผิดชอบสาขาพรรคในแตละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด หนา ๒๐๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ สวนที่ ๔การคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับการพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีขอ ๙๔ กรณีที่มีการเลือกตั้งทั่วไปใหพรรคประกาศใหสมาชิกพรรคทราบเปนการทั่วไปเพื่อเชิญชวนใหกรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจําจังหวัด และสมาชิกพรรคเสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรจะเสนอใหไดรับการพิจารณาแตงตั้งเปนนายกรัฐมนตรีตอคณะกรรมการบริหารพรรคภายในระยะเวลากําหนด และใหคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาคัดเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามที่กฎหมายกําหนด และเปนบุคคลที่มีความรูความสามารถซื่อสัตยสุจริต มีคุณธรรมจริยธรรม จากรายชื่อบุคคลที่กรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรคตัวแทนพรรคประจําจังหวัด หรือสมาชิกพรรคเสนอมา หรือจากรายชื่อที่หัวหนาเห็นสมควรเพื่อเสนอใหสภาผูแทนราษฎรพิจารณาใหเห็นชอบแตงตั้งใหเปนนายกรัฐมนตรีไมเกินสามรายชื่อและแจงใหคณะกรรมการการเลือกตั้งกอนปดรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรพรรคจะไมเสนอรายชื่อบุคคลซึ่งพรรคเห็นสมควรจะเสนอใหไดรับพิจารณาแตงตั้งใหเปนนายกรัฐมนตรีก็ไดขอ ๙๕ การเสนอชื่อบุคคลตามขอ ๙๔ ตองเปนไปตามหลักเกณฑ ดังตอไปนี้(๑) ตองมีหนังสือยินยอมของบุคคลซึ่งไดรับการเสนอชื่อ โดยมีรายละเอียดตามคณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด(๒) ผูไดรับการเสนอชื่อตองเปนผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามที่จะเปนรัฐมนตรีตามที่รัฐธรรมนูญกําหนดและไมเคยทําหนังสือยินยอมตาม (๑) ใหพรรคการเมืองอื่นในการเลือกตั้งคราวนั้นการเสนอชื่อบุคคลใดที่มิไดเปนไปตามวรรคหนึ่ง ใหถือวาไมมีการเสนอชื่อบุคคลนั้นสวนที่ ๕ขอยกเวนในการสงผูสมัครรับเลือกตั้งขอ ๙๖ ในการเลือกตั้งทั่วไป การสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ ใหเปนหนาที่ของหัวหนาพรรคและกรรมการบริหารพรรคที่จะตองดําเนินการสรรหาตามวิธีการ เวนแตกรณีที่เปนการสงผูสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งหนา ๒๐๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ สําหรับการเลือกตั้งแทนการเลือกตั้งที่เปนโมฆะ หรือการเลือกตั้งใหมในกรณีที่ไมมีผูใดไดรับเลือกตั้งหรือกรณีผูสมัครตายกอนปดการรับสมัครรับเลือกตั้ง ใหสงผูสมัครรับเลือกตั้งตามรายชื่อผูซึ่งหัวหนาพรรคเปนผูเสนอ หมวด ๑๓การจัดตั้งรัฐบาล หลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกบุคคลเขาดํารงตําแหนงทางการเมืองหรือตําแหนงในรัฐสภาขอ ๙๗ ใหที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรเปนผูชี้ขาดวาจะจัดตั้งรัฐบาลหรือรวมรัฐบาลหรือไมในกรณีที่ไมอาจจัดการประชุมรวมตามวรรคหนึ่งไดทันใหหัวหนาพรรคมีอํานาจชี้ขาดตามวรรคหนึ่ง และแจงผลการตัดสินชี้ขาดใหที่ประชุมรวมทราบโดยเร็วขอ ๙๘ การคัดเลือกบุคคลเขาดํารงตําแหนงทางการเมืองหรือตําแหนงในรัฐสภาใหคณะกรรมการบริหารพรรคหรือหัวหนาพรรคเปนผูกําหนดสัดสวนจํานวนตําแหนงทางการเมืองและตําแหนงในรัฐสภาโดยคํานึงถึงจํานวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรในแตละภาคและเขตการบริหารและกําหนดสัดสวนจํานวนตําแหนงใหเหมาะสมขอ ๙๙ หัวหนาพรรคโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารมีสิทธิยับยั้งการคัดเลือกบุคคลใด ๆเพื่อเขารับตําแหนงทางการเมืองหรือตําแหนงในรัฐสภาตามความในหมวดนี้เมื่อเกิดกรณีตามวรรคหนึ่งใหจัดประชุมรวมคณะกรรมการบริหารและสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ภายในสิบหาวันนับแตวันที่มีการยับยั้งความเห็นของที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรในครั้งนี้ใหถือเปนอันยุติ หมวด ๑๔มาตรฐานทางจริยธรรม วินัยและจรรยาบรรณของสมาชิกพรรค กรรมการบริหารพรรค กรรมการสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดสวนที่ ๑มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนอุดมการณขอ ๑๐๐ ตองยึดมั่นและธํารงไวซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยหนา ๒๐๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ขอ ๑๐๑ ตองพิทักษรักษาไวซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแหงอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชนของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบรอยของประชาชนขอ ๑๐๒ ตองถือผลประโยชนของประเทศชาติเหนือกวาประโยชนสวนตนขอ ๑๐๓ ตองปฏิบัติหนาที่ดวยความซื่อสัตยสุจริต ไมแสวงหาประโยชนโดยมิชอบ เพื่อตนเองหรือผูอื่น หรือมีพฤติการณที่รูเห็นหรือยินยอมใหผูอื่นใชตําแหนงหนาที่ของตนแสวงหาประโยชนโดยมิชอบขอ ๑๐๔ ตองไมขอ ไมเรียก ไมรับ หรือยอมจะรับทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดในประการที่อาจทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่ขอ ๑๐๕ ตองไมรับของขวัญของกํานัล ทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด เวนแตเปนการรับจากการใหโดยธรรมจรรยา และการรับที่มีบทบัญญัติแหงกฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับใหรับไดสวนที่ ๒มาตรฐานทางจริยธรรมอันเปนคานิยมหลักขอ ๑๐๖ ไมกระทําการอันเปนการขัดกันระหวางประโยชนสวนตนกับประโยชนสวนรวมทั้งนี้ ไมวาโดยทางตรงหรือทางออมขอ ๑๐๗ ยึดมั่นหลักนิติธรรม และประพฤติตนอยูในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชนขอ ๑๐๘ ปฏิบัติหนาที่ดวยความยุติธรรม เปนอิสระ เปนกลาง และปราศจากอคติ โดยไมหวั่นไหวตออิทธิพล กระแสสังคม หรือแรงกดดันอันมิชอบดวยกฎหมาย โดยคํานึงถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชนทั้งนี้ ตามความเหมาะสมแหงสถานภาพขอ ๑๐๙ รักษาไวซึ่งความลับในการประชุม การพิจารณาวินิจฉัย รวมทั้งเคารพตอมติของที่ประชุมฝายขางมาก และเหตุผลของทุกฝายอยางเครงครัดขอ ๑๑๐ ใหขอมูลขาวสารตามขอเท็จจริงแกประชาชนหรือสื่อมวลชนอันอยูในความรับผิดชอบของตนถูกตองครบถวนและไมบิดเบือนขอ ๑๑๒ ไมใหคําปรึกษาแกบุคคลภายนอก หรือแสดงความคิดเห็น หรือขอมูลตอสื่อสาธารณะหรือสาธารณชนในเรื่องที่อยูในระหวางการพิจารณา อันอาจกอใหเกิดความเสียหายหรือเสียความเปนธรรมแกภาคปฏิบัติหนาที่ เวนแตเปนการปฏิบัติหนาที่ตามกฎหมายขององคกรหนา ๒๐๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ขอ ๑๑๓ ไมกระทําการใดที่กอใหเกิดความเสื่อมเสียตอเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหนงขอ ๑๑๔ ไมปลอยปละละเลยหรือยินยอมใหบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลที่อยูในกํากับดูแลหรือความรับผิดชอบของตน เรียก รับหรือยอมจะรับทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดจากคูกรณีหรือจากบุคคลอื่นใด ในประการที่อาจทําใหกระทบกระเทือนตอการปฏิบัติหนาที่ของตนขอ ๑๑๕ ไมคบหาสมาคมกับคูกรณี ผูประพฤติผิดกฎหมาย ผูมีอิทธิพล หรือผูมีความประพฤติหรือผูมีชื่อเสียงในทางเสื่อมเสีย อันอาจกระทบกระเทือนตอความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหนาที่ขอ ๑๑๖ ไมกระทําการอันมีลักษณะเปนการลวงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ จนเปนเหตุทําใหผูถูกกระทําไดรับความเดือดรอนเสียหายหรือกระทบตอการปฏิบัติหนาที่ โดยผูถูกกระทําอยูในภาวะจําตองยอมรับในการกระทํานั้น ไมนําความสัมพันธทางเพศที่ตนมีตอบุคคลใดมาเปนเหตุหรือมีอิทธิพลครอบงําใหใชดุลพินิจ ในการปฏิบัติหนาที่อันเปนคุณหรือเปนโทษแกบุคคลใดสวนที่ ๓จริยธรรมทั่วไปขอ ๑๑๗ ปฏิบัติหนาที่ของตนเองตอทางพรรคและประชาชนอยางเต็มกําลังความสามารถและยึดมั่นในอุดมการณและแนวนโยบายของพรรค ความถูกตองชอบธรรม โปรงใสและตรวจสอบไดขอ ๑๑๘ อุทิศเวลาสวนตนแกทางพรรคและประชาชน สนับสนุน สงเสริม และเผยแพรนโยบายและอุดมการณของพรรคขอ ๑๑๙ ปฏิบัติตอทางพรรคและประชาชนดวยความเต็มใจ ใหบริการดวยความรวดเร็วเสมอภาค ถูกตอง โปรงใส ไมมีเงื่อนไข ปราศจากอคติ และเคารพศักดิ์ศรีความเปนมนุษยขอ ๑๒๐ ดูแลรักษาและใชทรัพยสินของพรรคอยางประหยัด คุมคา โดยระมัดระวังมิใหเสียหายหรือสิ้นเปลืองโดยไมจําเปนขอ ๑๒๑ รักษาความลับ ชื่อเสียง ระเบียบแบบแผนของทางพรรค และปฏิบัติตามกฎหมายโดยคํานึงถึงผลประโยชนของชาติ และความผาสุกของประชาชนโดยรวมขอ ๑๒๒ ดําเนินการอื่นใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ และระบบคุณธรรม รวมทั้งสงเสริมและสนับสนุนใหเกิดความสามัคคีในการปฏิบัติหนาที่เพื่อประโยชนสวนรวมหนา ๒๐๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ สวนที่ ๔การฝาฝนและไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมขอ ๑๒๓ การฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในสวนที่ ๑ ใหถือวามีลักษณะรายแรงการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในสวนที่ ๒ และสวนที่ ๓จะถือวามีลักษณะรายแรงหรือไม ใหพิจารณาถึงพฤติกรรมของการฝาฝนหรือไมปฏิบัติ เจตนาและความรายแรงของความเสียหายที่เกิดจากการฝาฝนหรือไมปฏิบัติ นั้นขอ ๑๒๔ การดําเนินการแกบุคคล วากระทําการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมนี้ใหเปนไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับพรรควาดวยการนั้นกรณีมิไดกําหนดไวเปนประการอื่นการใดที่กําหนดใหการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม วินัยและจรรยาบรรณ ที่มีลักษณะรายแรง หัวหนาพรรคกําหนดลงโทษผูนั้นกอนไดแลวรายงานตอคณะกรรมการบริหารพรรค หมวด ๑๕การลงโทษสมาชิกพรรคขอ ๑๒๕ การลงโทษสมาชิกมี ๔ สถาน คือ(๑) วากลาวตักเตือน(๒) ทําทัณฑบน(๓) ถอดถอนจากตําแหนงหรือหนาที่ทางการเมือง(๔) ใหพนจากสมาชิกภาพขอ ๑๒๖ โทษใหพนจากสมาชิกภาพจะกระทําไดตอเมื่อสมาชิกผูนั้นไดฝาฝนขอบังคับพรรคหรือมติของคณะกรรมการบริหารจนเกิดความเสียหายอยางรายแรงขอ ๑๒๗ ขั้นตอนการพิจารณาลงโทษผูกระทําผิดตามขอ ๑๒๕ ใหกระทํา ดังนี้(๑) มีการกลาวหาจากสมาชิกที่ลงชื่อกลาวหาไมนอยกวายี่สิบคน(๒) เมื่อไดรับหนังสือกลาวหา ใหหัวหนาพรรคพิจารณา ถาเห็นสมควรสอบสวนก็ใหแตงตั้งคณะบุคคลเพื่อทําการสอบสวน หนา ๒๐๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ (๓) ในการสอบสวนจะตองใหผูถูกกลาวหาแกขอกลาวหา ตลอดจนแสดงพยานหลักฐานแกขอกลาวหา (๔) ในกรณีที่มีการตั้งคณะผูสอบสวนเมื่อการสอบสวนสิ้นสุดแลว ใหเสนอหัวหนาพรรคเพื่อดําเนินการลงโทษตามขอ ๑๒๕ขอ ๑๒๘ กรณีผูถูกสอบสวนเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร เมื่อคณะผูสอบสวนมีความเห็นรวมกันสมควรลงโทษผูถูกกลาวหาตามขอ ๑๒๕ (๓) ใหคณะผูสอบสวนผลการสอบสวนดังกลาวใหที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรพิจารณาขอ ๑๒๙ การลงโทษตามขอ ๑๒๕ (๓) และ (๔) ตองเปนมติของคณะกรรมการบริหารพรรคแตถาสมาชิกที่จะถูกลงโทษเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรตองเปนมติของที่ประชุมรวมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ทั้งนี้ การลงโทษตามขอ ๑๒๕ (๓) ตองมีคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่หมวด ๑๖การตีความขอบังคับพรรค การแกไขขอบังคับพรรคขอ ๑๓๐ ใหคณะกรรมการบริหารเปนผูมีอํานาจตีความขอบังคับ การตีความตองมีคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่ของคณะกรรมการบริหารที่เขาประชุมและอยูในที่ประชุมขณะลงมติขอ ๑๓๑ การแกไขขอบังคับพรรคใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการ ดังตอไปนี้(๑) รางขอบังคับพรรคแกไขเพิ่มเติมตองเสนอโดยคณะกรรมการบริหารหรือโดยสมาชิกพรรคจํานวนไมนอยกวาสองรอยหาสิบคนจากทุกภาคไมนอยกวาภาคละหาสิบคนและคณะกรรมการบริหารไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนทั้งหมดเทาที่มีอยูในขณะนั้นใหการรับรอง(๒) ไดรับความเห็นชอบโดยคะแนนเสียงเกินกวากึ่งหนึ่งของที่ประชุมใหญหมวด ๑๗การสิ้นสุดของพรรค การเลิกพรรค การควบรวมพรรคการยุบเลิกสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัดขอ ๑๓๒ พรรคความหวังใหมจัดตั้งขึ้นมาตามอุดมการณของพรรคที่จะทําใหชาติมั่นคงประชาชนมั่งคั่ง ฉะนั้น สมาชิกของพรรคตองชวยกันดํารงรักษาพรรคความหวังใหมใหอยูคูกับระบอบประชาธิปไตยของชาติจนสุดความสามารถหนา ๒๐๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ขอ ๑๓๓ การยุบเลิกพรรคใหเปนไปตามมติของที่ประชุมใหญขอ ๑๓๔ พรรคสิ้นสุดลง เมื่อ(๑) สิ้นสภาพความเปนพรรค ตามมาตรา ๙๑(๒) ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค ตามมาตรา ๙๒(๓) มีการควบรวมพรรคขอ ๑๓๕ พรรคยอมสิ้นสภาพความเปนพรรคการเมือง เมื่อ(๑) ไมแกไขขอบังคับใหถูกตองหรือครบถวนภายในระยะเวลาที่กําหนดตามมาตรา ๑๗วรรคสาม หรือไมสามารถดําเนินการตามมาตรา ๓๓ (๑) หรือ (๒) ไดภายในระยะเวลาที่กําหนด(๒) ภายหลังจากที่ไดรับการจดทะเบียนพรรคการเมืองมีจํานวนสมาชิกเหลือไมถึงตามที่กําหนดในมาตรา ๓๓ (๑) ติดตอกันเกินเกาสิบวัน(๓) ภายหลังจากที่ดําเนินการครบตามมาตรา ๓๓ (๒) มีจํานวนสาขาพรรคการเมืองเหลือไมถึงภาคละหนึ่งสาขาเปนระยะเวลาติดตอกันหนึ่งป(๔) ไมมีการประชุมใหญพรรคการเมืองหรือไมมีการดําเนินกิจกรรมใดทางการเมืองเปนระยะเวลาติดตอกันหนึ่งปโดยมิไดมีเหตุอันจะอางไดตามกฎหมาย(๕) ไมสงสมาชิกลงสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรในการเลือกตั้งทั่วไปสองครั้งติดตอกันหรือเปนเวลาแปดปติดตอกัน สุดแตระยะเวลาใดจะยาวกวากัน(๖) มีหนี้สินลนพนตัวตามกฎหมายวาดวยลมละลาย(๗) พรรคการเมืองเลิกตามขอบังคับเพื่อประโยชนในการคุมครองสมาชิกที่เปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรใหถือวาการสิ้นสภาพของพรรคเปนการยุบพรรคการเมืองขอ ๑๓๖ การยุบเลิกสาขาพรรคและตัวแทนพรรคประจําจังหวัด ใหเปนไปตามมติของคณะกรรมการบริหารพรรค โดยใหคํานึงถึงการมีสวนรวมของสมาชิกพรรค๒. กรณี นายพูลลาภ บุญสม ลาออกจากรองหัวหนาพรรค ตามหนังสือลาออกลงวันที่๓๐ มีนาคม ๒๕๖๘ โดยพรรคความหวังใหมไดรับทราบการลาออกดังกลาวในวันเดียวกันทําใหความเปนกรรมการบริหารพรรคความหวังใหมสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามขอบังคับพรรคความหวังใหม พ.ศ. ๒๕๖๗ขอ ๔๙ (๒) จึงทําใหคณะกรรมการบริหารพรรคความหวังใหมคงเหลือ จํานวน ๑๑ คน ดังนี้หนา ๒๐๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ๒.๑ นายชิงชัย มงคลธรรม หัวหนาพรรค๒.๒ นายวิเศษ สุริโย รองหัวหนาพรรค๒.๓ นายสัญญา ดานวันดี รองเลขาธิการพรรค๒.๔ นายทองสุข หวังสมบัติเจริญ รองเลขาธิการพรรค๒.๕ นางดุษฎี ตีระนันทน เหรัญญิกพรรค๒.๖ นางสาวธัญพร ศิวบวรวัฒนา โฆษกพรรค๒.๗ นายนิธิศ นมจันทร กรรมการบริหารพรรค๒.๘ นายทัศพงษ เขงพิมล กรรมการบริหารพรรค๒.๙ นายอับดุลการิม ยูโซะ กรรมการบริหารพรรค๒.๑๐ นายนัทธพงศ เนติอมรกุล กรรมการบริหารพรรค๒.๑๑ นางสาวสลิตตา เนติอมรกุล กรรมการบริหารพรรค๓. เลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคความหวังใหมแทนตําแหนงที่วาง จํานวน ๓ คนและเพิ่มเติม จํานวน ๒ คน ไดแก๓.๑ พลอากาศตรี ธงชัย เพ็งเดือน รองหัวหนาพรรค๓.๒ นายพูลลาภ บุญสม เลขาธิการพรรค๓.๓ นางธนัสสรณ เพ็งเดือน นายทะเบียนสมาชิกพรรค๓.๔ นายบุญเลิศ ภูวิเลิศ กรรมการบริหารพรรค๓.๕ พันจาเอก สิรภพ รักเกื้อ กรรมการบริหารพรรคดังนั้น จึงทําใหมีคณะกรรมการบริหารพรรคความหวังใหม จํานวน ๑๖ คน ไดแก๑. นายชิงชัย มงคลธรรม หัวหนาพรรค๒. นายวิเศษ สุริโย รองหัวหนาพรรค๓. นายสัญญา ดานวันดี รองเลขาธิการพรรค๔. พลอากาศตรี ธงชัย เพ็งเดือน รองหัวหนาพรรค๕. นายพูลลาภ บุญสม เลขาธิการพรรค๖. นายทองสุข หวังสมบัติเจริญ รองเลขาธิการพรรคหนา ๒๐๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ ๗. นางดุษฎี ตีระนันทน เหรัญญิกพรรค๘. นางธนัสสรณ เพ็งเดือน นายทะเบียนสมาชิกพรรค๙. นางสาวธัญพร ศิวบวรวัฒนา โฆษกพรรค๑๐. นายนิธิศ นมจันทร กรรมการบริหารพรรค๑๑. นายทัศพงษ เขงพิมล กรรมการบริหารพรรค๑๒. นายอับดุลการิม ยูโซะ กรรมการบริหารพรรค๑๓. นายนัทธพงศ เนติอมรกุล กรรมการบริหารพรรค๑๔. นางสาวสลิตตา เนติอมรกุล กรรมการบริหารพรรค๑๕. นายบุญเลิศ ภูวิเลิศ กรรมการบริหารพรรค๑๖. พันจาเอก สิรภพ รักเกื้อ กรรมการบริหารพรรคจึงประกาศใหทราบโดยทั่วกันประกาศ ณ วันที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๘แสวง บุญมีเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งนายทะเบียนพรรคการเมืองหนา ๒๑๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)