บันทึกการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑ (สมัยวิสามัญ) เป็นพิเศษ วันพุธที่ ๒๘ ถึงวันเสาร์ที่ ๓๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
บันทึกการประชุมวุฒิสภาครั้งที่ ๒ (สมัยวิสามัญ) เปนพิเศษวันศุกรที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๘ณ หองประชุมวุฒิสภา อาคารรัฐสภา ชั้น ๒ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานครเริ่มประชุมเวลา ๐๙.๓๕ นาฬิกาเมื่อสมาชิกฯ มาครบองคประชุมแลว นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ขึ้นบัลลังกกลาวเปดประชุม และไดดําเนินการใหที่ประชุมรับทราบเรื่องที่ประธานจะแจงตอที่ประชุมซึ่งไมปรากฏในระเบียบวาระการประชุม รับทราบ เรื่อง ในการประชุมวุฒิสภาครั้งนี้จะมีการพิจารณาใหความเห็นชอบบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ และมีการออกเสียงลงคะแนนลับโดยใชเครื่องออกเสียงลงคะแนนซึ่งจําเปนตองใชบัตรออกเสียงลงคะแนนดังนั้น หากสมาชิกลืมบัตรออกเสียงลงคะแนนขอใหแจงเจาหนาที่เพื่อดําเนินการจัดทําบัตรออกเสียงลงคะแนนใหม หากไมมีบัตรออกเสียงลงคะแนนจะไมสามารถออกเสียงลงคะแนนในเรื่องดังกลาวได- ที่ประชุมรับทราบตอมา ประธานวุฒิสภาไดแจงตอที่ประชุมวาในการประชุมวุฒิสภาครั้งนี้ไมมีเรื่องรับรองรายงานการประชุม เรื่องกระทูถาม และไดปรึกษาตอที่ประชุมเพื่อขอใหนําระเบียบวาระเรื่องดวนที่ ๕ขึ้นมาพิจารณากอน ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ประธานวุฒิสภาจึงดําเนินการใหที่ประชุมพิจารณาเรื่องดวนตามลําดับ ดังนี้๑. ญัตติ เรื่อง ขอเสนอญัตติ ชะลอการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการการเลือกตั้งและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งใหความเห็นชอบกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติจนกวามีคําตัดสินในคดีที่สมาชิกวุฒิสภาจํานวนมากตกเปนผูถูกรองและผูรองขณะนี้ นายเทวฤทธิ์ มณีฉายเปนผูเสนอ (เรื่องดวนที่ ๕) หลังจากผูเสนอญัตติไดแถลงเหตุผลประกอบการเสนอญัตติ โดยมีสมาชิกฯอภิปรายแสดงความคิดเห็นพอสมควร และผูเสนอญัตติไดอภิปรายสรุปแลว ที่ประชุมไดลงมติไมเห็นชอบหนา ๒๕๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘
ใหชะลอการพิจารณาเรื่องดวนที่ ๑ ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการการเลือกตั้ง(ตามขอบังคับ ขอ ๑๐๕) เรื่องดวนที่ ๒ ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ(ตามขอบังคับ ขอ ๑๐๕) และเรื่องดวนที่ ๔ ใหความเห็นชอบบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ (ตามมาตรา ๑๔ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามญัตติที่เสนอ๒. ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการการเลือกตั้ง (ตามขอบังคับ ขอ ๑๐๕)(เรื่องดวนที่ ๑) ดวยสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งขอใหที่ประชุมใหญศาลฎีกาดําเนินการคัดเลือกกรรมการการเลือกตั้งจํานวนหนึ่งคนแทนกรรมการการเลือกตั้งที่พนจากตําแหนง ตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๒๒ (๒) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยคณะกรรมการการเลือกตั้งพ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๘ (๒) และมาตรา ๑๖ วรรคหก ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญไดดําเนินการคัดเลือกผูสมควรไดรับแตงตั้งเปนกรรมการการเลือกตั้ง และไดมีมติใหเสนอชื่อมายังวุฒิสภาเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบ จํานวน ๑ คน คือ นายณรงค กลั่นวารินทร ผูพิพากษาหัวหนาคณะในศาลฎีกาโดยที่ขอบังคับ ขอ ๑๐๕ วรรคหนึ่ง กําหนดวา เมื่อมีกรณีที่วุฒิสภาจะตองพิจารณาใหบุคคลดํารงตําแหนงใดตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ใหวุฒิสภาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้นคณะหนึ่งมีจํานวนไมเกินสิบหาคน เพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงนั้น รวมทั้งรวบรวมขอเท็จจริงและพยานหลักฐานอันจําเปนสําหรับตําแหนงนั้นเปนกรณี ๆ ไป ในการนี้ ประธานของที่ประชุมจึงขอปรึกษาตอที่ประชุมเพื่อกําหนดจํานวนกรรมาธิการสามัญฯ โดยมีสมาชิกฯ เสนอใหที่ประชุมตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ จํานวน ๑๕ คนซึ่งที่ประชุมเห็นชอบ หลังจากสมาชิกฯ เสนอรายชื่อกรรมาธิการสามัญฯ แลว ที่ประชุมไดมีมติเห็นชอบใหตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ จํานวน ๑๕ คน ประกอบดวย๑. นายกมล รอดคลาย ๒. พันตํารวจเอก กอบ อัจนากิตติ๓. นายจําลอง อนันตสุข ๔. นายธนกร ถาวรชินโชติหนา ๒๕๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘
๕. นายธนชัย แซจึง ๖. นางธารนี ปรีดาสันติ์๗. นายนิพนธ เอกวานิช ๘. ผูชวยศาสตราจารยนิฟาริด ระเดนอาหมัด๙. นายประพนธ ตั้งศรีเกียรติกุล ๑๐. นางรจนา เพิ่มพูล๑๑. นายฤชุ แกวลาย ๑๒. ผูชวยศาสตราจารยวราวุธ ตีระนันทน๑๓. นางวลีรักษ พัชระเมธาพัฒน ๑๔. นายวิเชียร ชัยสถาพร๑๕. นางสาววิธาวีร ประทุมสวัสดิ์โดยมีกําหนดระยะเวลาดําเนินการใหแลวเสร็จภายใน ๖๐ วันนับแตวันที่วุฒิสภามีมติตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ ชุดนี้ ตามขอบังคับ ขอ ๑๐๕ วรรคสอง๓. ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (ตามขอบังคับ ขอ ๑๐๕)(เรื่องดวนที่ ๒) ดวยในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๓ (สมัยสามัญประจําปครั้งที่สอง) วันอังคารที่๑๘ มีนาคม ๒๕๖๘ ที่ประชุมไดพิจารณา เรื่อง การใหความเห็นชอบบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๑๒ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งการออกเสียงลงคะแนนลับ ผลปรากฏวาบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จํานวน ๒ คน (กรณีแทนนายนครินทร เมฆไตรรัตนประธานศาลรัฐธรรมนูญ และนายปญญา อุดชาชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งพนจากตําแหนงเนื่องจากครบวาระ)ไดรับความเห็นชอบจากวุฒิสภาดวยคะแนนเสียงนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเทาที่มีอยูของวุฒิสภาจึงถือวาวุฒิสภาไมใหความเห็นชอบ ดังนั้น จึงเปนเหตุใหคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตองดําเนินการสรรหาบุคคลใหมแทนผูนั้นโดยตองดําเนินการใหแลวเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับแตวันที่วุฒิสภาไมใหความเห็นชอบแลวเสนอตอวุฒิสภาเพื่อใหความเห็นชอบตอไป บัดนี้ คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไดพิจารณาดําเนินการสรรหาบุคคลผูสมควรไดรับการแตงตั้งเปนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ(แทนตําแหนงที่วาง) โดยเปนผูมีคุณสมบัติ ตามมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง (๔) (๕) และตามมาตรา ๙รวมทั้งไมมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๑๐ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ เสร็จสิ้นแลว ผลปรากฏวา มีผูไดรับการคัดสรรใหเปนบุคคลผูสมควรหนา ๒๕๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘
ไดรับการแตงตั้งเปนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยไดรับคะแนนเสียงถึงสองในสามของจํานวนทั้งหมดเทาที่มีอยูของคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และไดมีมติใหเสนอชื่อมายังวุฒิสภาเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบ จํานวน ๒ คน คือ๑. ศาสตราจารย รอยตํารวจเอก สุธรรม เชื้อประกอบกิจ ศาสตราจารย สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตรคณะสังคมศาสตรและมนุษยศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเปนผูมีคุณสมบัติตามมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง (๔)แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑๒. นายสราวุธ ทรงศิวิไล อดีตอธิบดีกรมการขนสงทางราง และอดีตอธิบดีกรมทางหลวงซึ่งเปนผูมีคุณสมบัติตามมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง (๕) แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ โดยที่ขอบังคับ ขอ ๑๐๕ วรรคหนึ่ง กําหนดวาเมื่อมีกรณีที่วุฒิสภาจะตองพิจารณาใหบุคคลดํารงตําแหนงใดตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายใหวุฒิสภาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้นคณะหนึ่ง มีจํานวนไมเกินสิบหาคน เพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงนั้น รวมทั้งรวบรวมขอเท็จจริงและพยานหลักฐานอันจําเปนสําหรับตําแหนงนั้นเปนกรณี ๆ ไป ในการนี้ ประธานของที่ประชุมจึงขอปรึกษาตอที่ประชุมเพื่อกําหนดจํานวนกรรมาธิการสามัญฯ โดยมีสมาชิกฯ เสนอใหที่ประชุมตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ จํานวน ๑๕ คน ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบ หลังจากสมาชิกฯ เสนอรายชื่อกรรมาธิการสามัญฯ แลว ที่ประชุมไดมีมติเห็นชอบใหตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ จํานวน ๑๕ คนประกอบดวย๑. นายจตุพร เรียงเงิน ๒. นางสาวชญานนันท ติยะตระการชัย๓. นายนฤพล สุคนธชาติ ๔. นายนิสิทธิ์ ปนกลิ่น๕. นายพิชาญ พรศิริประทาน ๖. นายพิบูลยอัฑฒ หฤหรรษปราการ๗. นายภมร เชาวศิริกุล ๘. ผูชวยศาสตราจารยวราวุธ ตีระนันทน๙. นายวิรัตน ลิ้มสุวัฒน ๑๐. นายวีระศักดิ์ วิจิตรแสงศรี๑๑. พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ๑๒. นายสุทนต กลาการขาย๑๓. พลตํารวจตรี สุนทร ขวัญเพ็ชร ๑๔. นายโสภณ มะโนมะยา๑๕. นางเอมอร ศรีกงพาน หนา ๒๕๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘
โดยมีกําหนดระยะเวลาดําเนินการใหแลวเสร็จภายใน ๖๐ วันนับแตวันที่วุฒิสภามีมติตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ ชุดนี้ ตามขอบังคับ ขอ ๑๐๕ วรรคสอง๔. ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงอัยการสูงสุด (ตามขอบังคับ ขอ ๑๐๕)(เรื่องดวนที่ ๓) ดวยคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ไดมีมติใหเลื่อน นายอิทธิพร แกวทิพย รองอัยการสูงสุดขึ้นแตงตั้งใหดํารงตําแหนงอัยการสูงสุด ตั้งแตวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๘ ซึ่งตามพระราชบัญญัติองคกรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง บัญญัติวา การแตงตั้งและการใหอัยการสูงสุดพนจากตําแหนงตองเปนไปตามมติของ ก.อ. และไดรับความเห็นชอบจากวุฒิสภา และใหประธานวุฒิสภาเปนผูลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแตงตั้งอัยการสูงสุด ดังนั้น คณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) จึงไดเสนอชื่อบุคคลดังกลาวมายังวุฒิสภาเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบ โดยที่ขอบังคับขอ ๑๐๕ วรรคหนึ่ง กําหนดวา เมื่อมีกรณีที่วุฒิสภาจะตองพิจารณาใหบุคคลดํารงตําแหนงใดตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ใหวุฒิสภาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้นคณะหนึ่ง มีจํานวนไมเกินสิบหาคน เพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงนั้น รวมทั้งรวบรวมขอเท็จจริงและพยานหลักฐานอันจําเปนสําหรับตําแหนงนั้นเปนกรณี ๆ ไป ในการนี้ ประธานของที่ประชุมจึงขอปรึกษาตอที่ประชุมเพื่อกําหนดจํานวนกรรมาธิการสามัญฯ โดยมีสมาชิกฯ เสนอใหที่ประชุมตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ จํานวน ๑๕ คนซึ่งที่ประชุมเห็นชอบ หลังจากสมาชิกฯ เสนอรายชื่อกรรมาธิการสามัญฯ แลว ที่ประชุมไดมีมติเห็นชอบใหตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ จํานวน ๑๕ คน ประกอบดวย๑. พันตํารวจเอก กอบ อัจนากิตติ ๒. นางสาวเข็มรัตน สุรเมธีมาณพ๓. นายจําลอง อนันตสุข ๔. นายชาญวิศว บรรจงการ๕. นายธวัช สุระบาล ๖. นายบุญชอบ สระสมทรัพย๗. นายพิศูจน รัตนวงศ ๘. นายฤชุ แกวลาย๙. นางวราภัสร ไพพรรณรัตน ๑๐. ผูชวยศาสตราจารยวราวุธ ตีระนันทน๑๑. นายวิรัตน ธรรมบํารุง ๑๒. นายวิรัตน รักษพันธ๑๓. นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ๑๔. นายสัมพันธ ชัยวิเศษจินดา๑๕. นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส หนา ๒๖๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘
โดยมีกําหนดระยะเวลาดําเนินการใหแลวเสร็จภายใน ๖๐ วันนับแตวันที่วุฒิสภามีมติตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ ชุดนี้ ตามขอบังคับ ขอ ๑๐๕ วรรคสอง๕. ใหความเห็นชอบบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ (ตามมาตรา ๑๔ แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑) (เรื่องดวนที่ ๔) หลังจากประธานคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ (นายพิศูจน รัตนวงศ) ไดเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการสามัญเฉพาะสวนที่มิไดเปนรายงานลับ โดยมีสมาชิกฯ อภิปรายแสดงความคิดเห็นพอสมควรแลว ประธานของที่ประชุมไดดําเนินการประชุมลับ ตามที่คณะกรรมาธิการสามัญฯ รองขอตามขอบังคับ ขอ ๑๑๒ วรรคสอง เพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการสามัญสวนที่เปนรายงานลับหลังจากดําเนินการประชุมลับเสร็จสิ้นแลว ประธานวุฒิสภาไดดําเนินการประชุมโดยเปดเผย โดยที่รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๒๐ วรรคหา บัญญัติวา การออกเสียงลงคะแนนเลือกหรือใหความเห็นชอบใหบุคคลดํารงตําแหนงใด ใหกระทําเปนการลับ เวนแตที่มีบัญญัติไวเปนอยางอื่นในรัฐธรรมนูญ ดังนั้นประธานวุฒิสภาจึงดําเนินการใหสมาชิกฯ ออกเสียงลงคะแนนใหความเห็นชอบบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ โดยใชเครื่องออกเสียงลงคะแนนลับตามขอบังคับ ขอ ๖๙ วรรคหนึ่ง (๑) โดยมีบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ จํานวน ๓ คน ปรากฏผลการออกเสียงลงคะแนน ดังนี้๑. นายประกอบ ลีนะเปสนันท- ใหความเห็นชอบ ๖๑ คะแนน- ไมใหความเห็นชอบ ๖๐ คะแนน- งดออกเสียง ๓๓ คะแนน- ไมลงคะแนนเสียง ๒ คะแนน๒. นายเพียรศักดิ์ สมบัติทอง- ใหความเห็นชอบ ๑๓๘ คะแนน- ไมใหความเห็นชอบ ๒ คะแนน- งดออกเสียง ๑๓ คะแนน- ไมลงคะแนนเสียง ๒ คะแนนหนา ๒๖๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘
๓. นายประจวบ ตันตินนท- ใหความเห็นชอบ ๑๔ คะแนน- ไมใหความเห็นชอบ ๑๐๘ คะแนน- งดออกเสียง ๓๑ คะแนน- ไมลงคะแนนเสียง ๒ คะแนนผลการออกเสียงลงคะแนนปรากฏวา นายเพียรศักดิ์ สมบัติทอง ไดรับความเห็นชอบจากวุฒิสภาดวยคะแนนเสียงไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเทาที่มีอยูของวุฒิสภา คือ ไมนอยกวา ๑๐๐ คะแนนจึงถือวาไดรับความเห็นชอบจากวุฒิสภาใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติทั้งนี้ ผลการออกเสียงลงคะแนนของนายประกอบ ลีนะเปสนันท และนายประจวบ ตันตินนท ไดรับความเห็นชอบจากวุฒิสภาดวยคะแนนเสียงนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเทาที่มีอยูของวุฒิสภา คือนอยกวา ๑๐๐ คะแนน จึงถือวาไมไดรับความเห็นชอบจากวุฒิสภาใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติจากนั้น ประธานวุฒิสภาไดแจงตอที่ประชุมวาในการประชุมวุฒิสภาครั้งนี้ไมมีเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแลว เรื่องที่คางพิจารณา และไดดําเนินการใหที่ประชุมพิจารณาเรื่องที่เสนอใหม ขอใหวุฒิสภาพิจารณาเพื่อมีมติมิใหเปดเผยบันทึกการประชุม จํานวน ๔ ครั้ง และรายงานลับของคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ (ตามมาตรา ๑๒๙ วรรคหกของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย) (ระเบียบวาระที่ ๖) ที่ประชุมไดพิจารณาและลงมติมิใหเปดเผยบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติจํานวน ๔ ครั้ง ดังนี้ครั้งที่ ๑ วันอังคารที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๘ครั้งที่ ๒ วันจันทรที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๖๘ครั้งที่ ๓ วันพฤหัสบดีที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๘ครั้งที่ ๔ วันอังคารที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๘และรายงานลับของคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติหนา ๒๖๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘
ตอจากนั้น ประธานวุฒิสภาไดดําเนินการใหที่ประชุมพิจารณาเรื่องอื่น ๆ รับทราบพระบรมราชโองการประกาศพระราชกฤษฎีกาปดประชุมสมัยวิสามัญแหงรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๖๘ (ระเบียบวาระที่ ๗)ประธานวุฒิสภาไดมอบหมายใหรองเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหนาที่เลขาธิการวุฒิสภา (นายทศพร แยมวงษ)อานพระบรมราชโองการประกาศพระราชกฤษฎีกาปดประชุมสมัยวิสามัญแหงรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๖๘ตั้งแตวันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๘โดยในระหวางการพิจารณาเรื่องดวน และเรื่องที่เสนอใหม ประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ไดผลัดเปลี่ยนกันทําหนาที่ประธานของที่ประชุมเลิกประชุมเวลา ๑๕.๓๕ นาฬิกาปณณิตา สทานไตรภพเลขาธิการวุฒิสภาหนา ๒๖๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๒๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)