พระบรมราชโองการ ประกาศ ให้ข้าราชบริพารในพระองค์ฝ่ายตำรวจ แต่งตั้งเป็นนายตำรวจราชองครักษ์ประจำพระองค์ [จำนวน ๔ นาย ๑. พันตำรวจเอก สิทธิชัย ภุชฌงค์ ฯลฯ]
undated
Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th
The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.
ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลรัฐธรรมนูญคําวินิจฉัยที่ ๙/๒๕๖๘ เรื่องพิจารณาที่ ๔๐/๒๕๖๗วันที่ ๕ เดือน มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๘ผูตรวจการแผนดิน ผูรอง- ผูถูกรองเรื่อง ผูตรวจการแผนดินเสนอเรื่องขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๓๑ (๑) วา พระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลาพุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๔ บทนิยามคําวา “ขาราชการฝายพลเรือน” ที่มิไดกําหนดใหหมายความรวมถึงพนักงานสวนตําบลดวย มีปญหาเกี่ยวกับความชอบดวยรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๗ วรรคหนึ่งและวรรคสาม หรือไมผูตรวจการแผนดิน (ผูรอง) เสนอเรื่องขอใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๓๑ (๑) ขอเท็จจริงตามคํารองและเอกสารประกอบคํารอง สรุปไดดังนี้นายเฉลิมพร ปยณรงคโรจน ยื่นหนังสือรองเรียนขอใหผูรองเสนอเรื่องพรอมความเห็นตอศาลรัฐธรรมนูญวา พระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา พุทธศักราช ๒๔๘๔มาตรา ๔ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา (ฉบับที่ ๔)ระหวาง หนา ๒๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘
พ.ศ. ๒๕๕๒ มาตรา ๓ ในสวนของบทนิยามคําวา “ขาราชการฝายพลเรือน” ที่มิไดกําหนดใหหมายความรวมถึงพนักงานสวนตําบลดวยนั้น มีปญหาเกี่ยวกับความชอบดวยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗ หรือไมขอเท็จจริงปรากฏวา จากหนังสือสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร ๐๕๐๘/ว(ท) ๒๕๐๙ ลงวันที่๓๐ มีนาคม ๒๕๖๑ กําหนดแนวทางปฏิบัติในการเสนอขอพระราชทานเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลาตามพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา พุทธศักราช ๒๔๘๔ และที่แกไขเพิ่มเติมขอ ๒ ระบุวา “การนับเวลารับราชการเพื่อเสนอขอพระราชทานเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลาใหนับโดยคํานวณเวลาราชการทั้งหมดของผูนั้นรวมกันตั้งแตวันบรรจุเขารับราชการจนถึงวันที่มีระยะเวลารับราชการไมนอยกวา ๑๕ ป หรือ ๒๕ ป แลวแตกรณี ... ๒.๒ ขาราชการฝายพลเรือน ตองเปนระยะเวลารับราชการตามกฎหมายที่บัญญัติไวในบทนิยามคําวา “ขาราชการฝายพลเรือน” ตามมาตรา ๔แหงพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา พุทธศักราช ๒๔๘๔ และที่แกไขเพิ่มเติมกรณีเจาหนาที่ของรัฐประเภทอื่นซึ่งไมอยูในบทนิยามดังกลาว ไมสามารถนําระยะเวลารับราชการหรือระยะเวลาปฏิบัติงานมาคํานวณรวมเพื่อเสนอขอพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลาไดเชน พนักงานสวนตําบลตามกฎหมายวาดวยสภาตําบลและองคการบริหารสวนตําบล และพนักงานมหาวิทยาลัย” ทําใหผูรองเรียนไดรับความเสียหายจากการกําหนดแนวทางปฏิบัติและบทนิยามดังกลาวเนื่องจากผูรองเรียนไดรับการบรรจุและแตงตั้งเปนพนักงานเทศบาล มีระยะเวลารับราชการ ๒๑ ป ๗ เดือน๓๑ วัน และดํารงตําแหนงพนักงานสวนตําบลอีก ๓ ป ๓ เดือน ๗ วัน หากนําระยะเวลารับราชการทั้งสองตําแหนงมารวมกัน ผูรองเรียนยอมมีสิทธิขอพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลาไดตามพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา พุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๘ แตกลับไมสามารถนับระยะเวลารับราชการในตําแหนงพนักงานสวนตําบลรวมกับระยะเวลารับราชการในตําแหนงอื่นใหครบ ๒๕ ปไดสงผลใหเสียสิทธิดังกลาว เมื่อองคการบริหารสวนตําบลมีสถานะเปนราชการบริหารสวนทองถิ่นตามพระราชบัญญัติสภาตําบลและองคการบริหารสวนตําบล พ.ศ. ๒๕๓๗ และที่แกไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๓ ถือเปนสวนหนึ่งของการบริหารราชการแผนดินตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผนดินพ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ (๓) มาตรา ๗๐ (๔) ประกอบมาตรา ๗๑ พนักงานสวนตําบลมีสถานะเปนขาราชการสวนทองถิ่นเชนเดียวกับขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัด หรือพนักงานเทศบาลหนา ๒๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘
ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญขาราชการสวนทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๐๐ มาตรา ๔ นอกจากนี้ พนักงานสวนตําบลยังทําหนาที่บริการสาธารณะในลักษณะเดียวกับขาราชการพลเรือน ทั้งยังอยูภายใตการควบคุมตรวจสอบของคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔ และมาตรา ๒๘ ซึ่งบัญญัติใหพนักงานสวนทองถิ่นรวมอยูในความหมายของ “เจาหนาที่ของรัฐ” เชนเดียวกับขาราชการและไมไดมีมาตราใดบัญญัติใหในกรณีที่พนักงานสวนตําบลกระทําความผิดในฐานความผิดเดียวกันกับขาราชการพลเรือน ขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัด หรือพนักงานเทศบาล จะตองไดรับโทษต่ํากวาแสดงใหเห็นวาสถานะในการปฏิบัติงานของพนักงานสวนตําบล ขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดพนักงานเทศบาล และขาราชการพลเรือนที่ไดปฏิบัติงานตามหนาที่ลวนถือเปนการปฏิบัติราชการทั้งสิ้นเพียงแตแตกตางกันในสังกัดของความเปนราชการสวนกลาง ราชการสวนภูมิภาค หรือราชการสวนทองถิ่นเมื่อพิจารณาระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี วาดวยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณอันเปนที่เชิดชูยิ่งชางเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณอันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย พ.ศ. ๒๕๖๔และฉบับกอนหนานี้ ลวนเปดโอกาสใหพนักงานสวนตําบลมีสิทธิขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณดังกลาวไมแตกตางจากขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัด พนักงานเทศบาล และขาราชการพลเรือนอื่นบทนิยามคําวา “ขาราชการฝายพลเรือน” ตามพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลาพุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๔ เปนการตรากฎหมายที่ทําใหบุคคลไมเสมอกันในกฎหมายและเปนการเลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรมตอบุคคล ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗ผูรองมีความเห็นวา รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗ เปนบทบัญญัติที่รับรองความเสมอภาคระหวางบุคคลใหมีสิทธิและเสรีภาพและไดรับความคุมครองตามกฎหมายเทาเทียมกัน และหามการเลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรมตอบุคคล ซึ่งหลักการดังกลาวมีสาระสําคัญ คือ การปฏิบัติตอสิ่งที่มีสาระสําคัญเหมือนกันอยางเทาเทียมกัน และปฏิบัติตอสิ่งที่มีสาระสําคัญแตกตางกันใหแตกตางกันไปตามลักษณะของเรื่องนั้น ๆการที่พระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา พุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๔แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๒หนา ๒๖เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘
บทนิยามคําวา “ขาราชการฝายพลเรือน” มิไดหมายความรวมถึงขาราชการตามกฎหมายวาดวยระเบียบขาราชการพลเรือนเทานั้น แตหมายความรวมถึงขาราชการอื่นซึ่งปฏิบัติราชการในลักษณะเดียวกันกับขาราชการฝายพลเรือน โดยไมไดกําหนดใหหมายความรวมถึงพนักงานสวนตําบลและไมมีพระราชกฤษฎีกากําหนดใหพนักงานสวนตําบลเปนขาราชการฝายพลเรือน ทั้งที่พนักงานสวนตําบลมีสถานะเปนขาราชการเชนเดียวกับขาราชการสวนทองถิ่นอื่น ไดแก ขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดพนักงานเทศบาล และพนักงานสุขาภิบาล พนักงานสวนตําบลเปนผูดําเนินกิจการของสวนทองถิ่นซึ่งเปนงานบริการสาธารณะ อีกทั้งมีสิทธิไดรับบําเหน็จบํานาญทํานองเดียวกับขาราชการฝายพลเรือนดังปรากฏตามหมายเหตุทายพระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญขาราชการสวนทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๐๐ดังนั้น เมื่อพนักงานสวนตําบลมีสถานะเปนขาราชการเชนเดียวกับขาราชการสวนทองถิ่นอื่นควรมีสิทธิเทาเทียมกับขาราชการสวนทองถิ่นอื่นดวย เปนการตรากฎหมายที่ทําใหบุคคลไมเสมอกันในกฎหมายเปนการปฏิบัติตอสิ่งที่มีสาระสําคัญเหมือนกันใหแตกตางกันโดยปราศจากเหตุอันอาจรับฟงไดอันมีลักษณะเปนการเลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรมตอพนักงานสวนตําบล ดวยเหตุความแตกตางในเรื่องสถานะของบุคคล มีปญหาเกี่ยวกับความชอบดวยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗ ผูรองยื่นคํารองพรอมความเห็นตอศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๑ (๑) วาพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา พุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๔ บทนิยามคําวา“ขาราชการฝายพลเรือน” ที่มิไดกําหนดใหหมายความรวมถึงพนักงานสวนตําบลดวย มีปญหาเกี่ยวกับความชอบดวยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗ หรือไมประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญตองพิจารณาเบื้องตนมีวา ศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจรับคํารองของผูรองไวพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๑ (๑) หรือไม เห็นวา รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๑บัญญัติวา “ในการปฏิบัติหนาที่ตามมาตรา ๒๓๐ ผูตรวจการแผนดินอาจเสนอเรื่องตอศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองไดเมื่อเห็นวามีกรณี ดังตอไปนี้ (๑) บทบัญญัติแหงกฎหมายใดมีปญหาเกี่ยวกับความชอบดวยรัฐธรรมนูญ ใหเสนอเรื่องพรอมดวยความเห็นตอศาลรัฐธรรมนูญ และใหศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยโดยไมชักชา ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ...” เมื่อขอเท็จจริงตามคํารองและเอกสารประกอบคํารอง ผูรองขอใหศาลรัฐธรรมนูญหนา ๒๗เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘
พิจารณาวินิจฉัยวา พระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา พุทธศักราช ๒๔๘๔มาตรา ๔ บทนิยามคําวา “ขาราชการฝายพลเรือน” ที่มิไดกําหนดใหหมายความรวมถึงพนักงานสวนตําบลดวยมีปญหาเกี่ยวกับความชอบดวยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗ กรณีเปนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๑ (๑)ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๗ (๑) จึงมีคําสั่งรับไวพิจารณาวินิจฉัย เพื่อประโยชนแหงการพิจารณา อาศัยอํานาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๒๗วรรคสาม ใหหนวยงานที่เกี่ยวของจัดทําความเห็นและจัดสงขอมูลพรอมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวของยื่นตอศาลรัฐธรรมนูญหนวยงานที่เกี่ยวของจัดทําความเห็นและจัดสงขอมูลพรอมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวของ ดังนี้๑. รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยจัดทําความเห็นสรุปไดวา กระทรวงมหาดไทยดําเนินการขอพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลาใหแกขาราชการและพนักงานสวนทองถิ่นที่รับราชการมาดวยความเรียบรอยไมนอยกวา ๒๕ ป แตเมื่อสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแจงแนวทางปฏิบัติในการเสนอขอพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลา ซึ่งกําหนดใหกรณี “ขาราชการฝายพลเรือน”ตองเปนไปตามบทนิยามของพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา พุทธศักราช ๒๔๘๔กรณีเจาหนาที่ของรัฐประเภทอื่นซึ่งไมอยูในบทนิยามดังกลาว จึงไมสามารถนําระยะเวลารับราชการหรือระยะเวลาปฏิบัติงานมาคํานวณเพื่อเสนอขอพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลาได เชนพนักงานสวนตําบลตามกฎหมายวาดวยสภาตําบลและองคการบริหารสวนตําบล และพนักงานมหาวิทยาลัย โดยจากแนวทางปฏิบัติดังกลาวสงผลใหพนักงานสวนตําบลและพนักงานเมืองพัทยาในสังกัดกระทรวงมหาดไทยไมสามารถเสนอขอพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลาได เมื่อพิจารณาพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๓ กําหนดบทนิยามคําวา“พนักงานสวนทองถิ่น” หมายความวา ขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัด พนักงานเทศบาลพนักงานสวนตําบล ขาราชการกรุงเทพมหานคร พนักงานเมืองพัทยา และขาราชการหรือพนักงานขององคกรปกครองสวนทองถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง ดังนั้น บทนิยามดังกลาว มีขอสังเกตวาเหตุใดขาราชการและพนักงานสวนทองถิ่นอื่นกําหนดใหเปนขาราชการฝายพลเรือน แตพนักงานสวนตําบลหนา ๒๘เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘
และพนักงานเมืองพัทยาไมไดถูกกําหนดรวมอยูในบทนิยามตามพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา พุทธศักราช ๒๔๘๔ และที่แกไขเพิ่มเติม เห็นวา กรณีดังกลาวไมใชอํานาจหนาที่ของกระทรวงมหาดไทยที่จะเปนผูพิจารณาคุณสมบัติและกําหนดหลักเกณฑในการเสนอชื่อขอพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลา เนื่องจากนายกรัฐมนตรีรักษาการใหเปนไปตามพระราชบัญญัตินี้ โดยมีสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเปนหนวยงานรับผิดชอบดําเนินการพิจารณาคุณสมบัติและหลักเกณฑการเสนอขอพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลา รวมทั้งพนักงานสวนตําบลและพนักงานเมืองพัทยาเปน “ขาราชการอื่นซึ่งปฏิบัติราชการในลักษณะเดียวกับขาราชการฝายพลเรือน”ตามบทนิยาม “ขาราชการฝายพลเรือน” ที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลาพุทธศักราช ๒๔๘๔ และที่แกไขเพิ่มเติม๒. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาจัดทําความเห็นสรุปไดวา พนักงานสวนตําบลและพนักงานเมืองพัทยาถือเปนขาราชการอื่นซึ่งปฏิบัติราชการในลักษณะเดียวกับขาราชการฝายพลเรือน แตพนักงานสวนตําบลและพนักงานเมืองพัทยาจะมีสิทธิไดรับการเสนอขอพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลาไดตอเมื่อมีการตราพระราชกฤษฎีกากําหนดใหพนักงานสวนตําบลและพนักงานเมืองพัทยาเปนขาราชการฝายพลเรือนตามพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา พุทธศักราช ๒๔๘๔ เสียกอนสําหรับหนวยงานที่จะดําเนินการเสนอรางพระราชกฤษฎีกาเพื่อใหพนักงานสวนตําบลและพนักงานเมืองพัทยาเปนขาราชการฝายพลเรือนนั้น พระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลาพุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๑๔ กําหนดใหนายกรัฐมนตรีเปนผูรักษาการตามกฎหมายมีหนาที่ตองปฏิบัติการใหเปนไปตามกฎหมาย อันรวมถึงการตราหรือออกกฎหมายลําดับรองดวยสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีซึ่งเปนสวนราชการในสํานักนายกรัฐมนตรีมีหนาที่และอํานาจในการกําหนดการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ ดวยเหตุนี้ การเสนอรางพระราชกฤษฎีกากําหนดใหพนักงานสวนตําบลและพนักงานเมืองพัทยาเปนขาราชการฝายพลเรือนตามพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา พุทธศักราช ๒๔๘๔ อยูในอํานาจหนาที่ของสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่จะนับระยะเวลารับราชการเพื่อเสนอขอพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลาโดยตองพิจารณาตรวจสอบระยะเวลารับราชการของพนักงานสวนตําบลและพนักงานเมืองพัทยาหนา ๒๙เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘
ในวันที่พระราชกฤษฎีกาดังกลาวมีผลใชบังคับ สวนกรณีพนักงานสวนตําบลและพนักงานเมืองพัทยาซึ่งเกษียณอายุหรือพนจากราชการไปแลวนั้น เมื่อบุคคลดังกลาวไมไดปฏิบัติและรับราชการอยูในวันที่พระราชกฤษฎีกาใชบังคับ ไมมีสิทธิไดรับการเสนอขอพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลา๓. เลขาธิการวุฒิสภาจัดสงสําเนาบันทึกการประชุมและสําเนารายงานการประชุมวุฒิสภาครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญทั่วไป) วันศุกรที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๒ และครั้งที่ ๑ (สมัยวิสามัญ)วันจันทรที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๒ สรุปไดวา ที่ประชุมมีประเด็นพิจารณาบทนิยามคําวา “ขาราชการฝายพลเรือน” เหตุใดไมมีผลผูกพันไปถึงขาราชการสวนทองถิ่นอื่น เชน พนักงานสวนตําบลและพนักงานเมืองพัทยา โดยขอมูลเพิ่มเติมจากเจาหนาที่ในสวนของพนักงานเมืองพัทยาและพนักงานสวนตําบลวา ปจจุบัน (ในขณะที่มีการประชุม) ยังไมมีสถานะเปนขาราชการจึงไมไดเพิ่มเติมไวและกระทรวงมหาดไทยอยูระหวางการยกรางกฎหมายระเบียบบริหารขาราชการสวนทองถิ่นเพื่อเปลี่ยนสถานะของพนักงานเมืองพัทยาและพนักงานสวนตําบลเปนขาราชการ เมื่อเปลี่ยนสถานะตามกฎหมายแลวก็อยูในเกณฑที่จะไดรับการพิจารณาใหไดรับพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลาตอไป๔. เลขาธิการคณะรัฐมนตรีจัดทําความเห็นสรุปไดวา ภายหลังการแกไขพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๗ มีการตั้งหนวยงานของรัฐและองคกรตามรัฐธรรมนูญเพิ่มขึ้น แตขาราชการที่ปฏิบัติงานในหนวยงานของรัฐหรือองคกรตามรัฐธรรมนูญไมมีสิทธิที่จะไดรับพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลา เนื่องจากกฎหมายวาดวยเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลาไมมีบทบัญญัติครอบคลุมถึง จึงสมควรแกไขเพิ่มเติมเพื่อใหขาราชการดังกลาวมีสิทธิไดรับพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลาเชนเดียวกับขาราชการฝายพลเรือน โดยไดเพิ่มเติมประเภทขาราชการไวในพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๒แตยังไมขยายใหครอบคลุมไปถึงพนักงานสวนตําบล เนื่องจากไมใชขาราชการและปจจุบันสถานภาพยังไมแนนอน กรณีดังกลาวเปนประเด็นขอกฎหมายวาพนักงานสวนตําบลและพนักงานเมืองพัทยามีสถานภาพเปนขาราชการเชนเดียวกับขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัด พนักงานเทศบาลและขาราชการกรุงเทพมหานคร หรือไม ดังนั้น พนักงานสวนตําบลและพนักงานเมืองพัทยาจึงอยูในหลักเกณฑของคําวา “ขาราชการอื่น” ซึ่งปฏิบัติราชการในลักษณะเดียวกับ “ขาราชการฝายพลเรือน”หนา ๓๐เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘
การยกรางพระราชกฤษฎีกาเพื่อกําหนดใหพนักงานสวนตําบลและพนักงานเมืองพัทยาเปนขาราชการฝายพลเรือนตามพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลาฉบับดังกลาวอยูในหนาที่และอํานาจของสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคํารอง ความเห็นและขอมูลของหนวยงานที่เกี่ยวของ และเอกสารประกอบแลวเห็นวา คํารองของผูรองและเอกสารประกอบไมปรากฏวาผูรองแสดงเหตุผลประกอบคํารองวาพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา พุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๔บทนิยามคําวา “ขาราชการฝายพลเรือน” ที่มิไดกําหนดใหหมายความรวมถึงพนักงานสวนตําบลดวยมีปญหาเกี่ยวกับความชอบดวยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗ วรรคสอง วรรคสี่ และวรรคหา อยางไรไมจําตองวินิจฉัยในสวนนี้ และเห็นวาคดีเปนปญหาขอกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได จึงยุติการไตสวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๕๘ วรรคหนึ่ง กําหนดประเด็นที่ตองพิจารณาวินิจฉัยวาพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา พุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๔ บทนิยามคําวา“ขาราชการฝายพลเรือน” ที่มิไดกําหนดใหหมายความรวมถึงพนักงานสวนตําบลดวย มีปญหาเกี่ยวกับความชอบดวยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗ วรรคหนึ่งและวรรคสาม หรือไมพิจารณาแลวเห็นวา รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗ เปนบทบัญญัติในหมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย วรรคหนึ่ง บัญญัติวา “บุคคลยอมเสมอกันในกฎหมาย มีสิทธิและเสรีภาพและไดรับความคุมครองตามกฎหมายเทาเทียมกัน” และวรรคสาม บัญญัติวา “การเลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรมตอบุคคล ไมวาดวยเหตุความแตกตางในเรื่องถิ่นกําเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนาการศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไมขัดตอบทบัญญัติแหงรัฐธรรมนูญ หรือเหตุอื่นใดจะกระทํามิได”พระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา พุทธศักราช ๒๔๘๔เปนกฎหมายที่ตราขึ้นโดยมีวัตถุประสงคเพื่อพระราชทานแกขาราชการหรือผูที่รับราชการดวยความดีความชอบและจงรักภักดีตอแผนดิน เหรียญจักรมาลาเปนเหรียญที่พระราชทานแกขาราชการทหาร ตํารวจหนา ๓๑เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘
ที่รับราชการประจําการหรือในกองประจําการรวมกันเปนเวลาไมนอยกวา ๑๕ ป สวนเหรียญจักรพรรดิมาลาเปนเหรียญพระราชทานแกขาราชการฝายพลเรือน ที่รับราชการมาดวยความเรียบรอย เปนเวลาไมนอยกวา ๒๕ ปเพื่อเปนบําเหน็จแหงความยั่งยืนหรือความมั่นคงในราชการ พระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๗ กําหนดใหพนักงานเทศบาลไดรับพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลา เนื่องจากกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายที่จะปรับปรุงยกฐานะของพนักงานเทศบาลใหมีสิทธิเทาเทียมกับขาราชการพลเรือน เพื่อใหเปนกําลังใจและสิ่งยึดเหนี่ยวใหพนักงานเทศบาลไดระลึกถึงเกียรติ วินัย และความเสียสละ เพื่อประโยชนของประชาชนยิ่งขึ้น ตอมามีการตราพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๒ ใชบังคับมีเหตุผลในการประกาศใชวา โดยที่ปจจุบันมีการจัดตั้งหนวยงานของรัฐและองคกรตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย และตามกฎหมายเฉพาะเพิ่มขึ้น แตขาราชการซึ่งปฏิบัติงานในหนวยงานของรัฐหรือองคกรตามรัฐธรรมนูญนั้น ไมมีสิทธิไดรับพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลา เนื่องจากกฎหมายวาดวยเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลาไมมีบทบัญญัติครอบคลุมถึง สมควรแกไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแหงกฎหมายเสียใหม เพื่อใหขาราชการดังกลาวมีสิทธิไดรับพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลาเชนเดียวกับขาราชการฝายพลเรือน โดยพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลาพุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๔ บัญญัติวา “ในพระราชบัญญัตินี้ ... “ขาราชการฝายพลเรือน”หมายความวา ขาราชการพลเรือนตามกฎหมายวาดวยระเบียบขาราชการพลเรือน ขาราชการพลเรือนสังกัดกระทรวงกลาโหม ขาราชการฝายตุลาการศาลยุติธรรมตามกฎหมายวาดวยระเบียบขาราชการฝายตุลาการศาลยุติธรรม ตุลาการศาลปกครองและขาราชการฝายศาลปกครองตามกฎหมายวาดวยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง ขาราชการฝายอัยการตามกฎหมายวาดวยระเบียบขาราชการฝายอัยการ ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามกฎหมายวาดวยระเบียบขาราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ขาราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาตามกฎหมายวาดวยระเบียบขาราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ขาราชการรัฐสภาสามัญตามกฎหมายวาดวยระเบียบขาราชการฝายรัฐสภา ขาราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญตามกฎหมายวาดวยสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ขาราชการของสํานักงานที่เปนหนวยงานขององคกรตามรัฐธรรมนูญหนา ๓๒เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘
ขาราชการกรุงเทพมหานครตามกฎหมายวาดวยระเบียบขาราชการกรุงเทพมหานคร ขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดตามกฎหมายวาดวยองคการบริหารสวนจังหวัด พนักงานเทศบาลตามพระราชกฤษฎีกาวาดวยระเบียบพนักงานเทศบาล เวนแตขาราชการวิสามัญหรือพนักงานเทศบาลวิสามัญและใหหมายความรวมถึงขาราชการอื่นซึ่งปฏิบัติราชการในลักษณะเดียวกับขาราชการฝายพลเรือนและมีพระราชกฤษฎีกากําหนดใหเปนขาราชการฝายพลเรือนตามพระราชบัญญัตินี้”ขอกลาวอางของผูรองที่วา พระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลาพุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๔ บทนิยามคําวา “ขาราชการฝายพลเรือน” ที่มิไดกําหนดใหหมายความรวมถึงพนักงานสวนตําบลดวย และไมมีพระราชกฤษฎีกากําหนดใหพนักงานสวนตําบลเปนขาราชการฝายพลเรือน ทั้งที่พนักงานสวนตําบลมีสถานะเชนเดียวกับขาราชการสวนทองถิ่นอื่น ไดแก ขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัด พนักงานเทศบาล และพนักงานสุขาภิบาล พนักงานสวนตําบลเปนผูดําเนินกิจการของสวนทองถิ่นซึ่งเปนงานบริการสาธารณะ มีสิทธิไดรับบําเหน็จบํานาญในทํานองเดียวกันกับขาราชการพลเรือน ควรมีสิทธิเทาเทียมกับขาราชการสวนทองถิ่นอื่นดวยเปนการปฏิบัติตอสิ่งที่เหมือนกันในสาระสําคัญใหแตกตางกันโดยปราศจากเหตุอันอาจรับฟงไดอันมีลักษณะเปนการเลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรมตอพนักงานสวนตําบล ดวยเหตุความแตกตางในเรื่องสถานะของบุคคล มีปญหาเกี่ยวกับความชอบดวยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗ วรรคหนึ่งและวรรคสาม นั้น เห็นวา พระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา พุทธศักราช ๒๔๘๔มาตรา ๘ วรรคหนึ่ง กําหนดหลักเกณฑผูมีสิทธิไดรับพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลาวาจะตองเปนขาราชการฝายพลเรือนที่รับราชการมาดวยความเรียบรอย เปนเวลาไมนอยกวา ๒๕ ปโดยตองเปนระยะเวลารับราชการของเจาหนาที่ของรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติไวในบทนิยามคําวา“ขาราชการฝายพลเรือน” สวนเจาหนาที่ของรัฐประเภทอื่นซึ่งไมอยูในบทนิยามตามมาตรา ๔ไมสามารถนําระยะเวลารับราชการหรือระยะเวลาปฏิบัติงานมาคํานวณรวมเพื่อเสนอขอพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลาได เนื่องจากพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลาพุทธศักราช ๒๔๘๔ บัญญัติเงื่อนไขสําหรับขาราชการอื่นที่จะมีสิทธิไดรับการเสนอขอพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลาไวสองประการ คือ ประการที่หนึ่ง เปนขาราชการอื่นซึ่งปฏิบัติราชการในลักษณะเดียวกับขาราชการฝายพลเรือน และประการที่สอง มีพระราชกฤษฎีกากําหนดใหเปนหนา ๓๓เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘
ขาราชการฝายพลเรือนตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อพิจารณาพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่นพ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติให “พนักงานสวนทองถิ่น” หมายความวา ขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดพนักงานเทศบาล พนักงานสวนตําบล ขาราชการกรุงเทพมหานคร พนักงานเมืองพัทยา และขาราชการหรือพนักงานขององคกรปกครองสวนทองถิ่นอื่นที่กฎหมายจัดตั้ง ซึ่งไดรับการบรรจุและแตงตั้งใหปฏิบัติราชการโดยไดรับเงินเดือนจากงบประมาณหมวดเงินเดือนขององคกรปกครองสวนทองถิ่น หรือจากเงินงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนของรัฐบาลที่ใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น และองคกรปกครองสวนทองถิ่นนํามาจัดเปนเงินเดือนของขาราชการหรือพนักงานสวนทองถิ่น ยอมเห็นไดวา นิยามดังกลาวกําหนดใหพนักงานสวนตําบลตองเปนผูไดรับการบรรจุและแตงตั้งให “ปฏิบัติราชการ” ประกอบกับพนักงานสวนตําบลตองอยูภายใตหลักเกณฑและเงื่อนไขในการคัดเลือก การบรรจุและแตงตั้ง การยาย การโอน การรับโอนการเลื่อนระดับ การเลื่อนขั้นเงินเดือน การสอบสวน การลงโทษทางวินัย การใหออกจากราชการการอุทธรณ และการรองทุกข ตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่นพ.ศ. ๒๕๔๒ ดวย แสดงใหเห็นวา พนักงานสวนตําบลอยูภายใตการบริหารงานบุคคลตามที่กฎหมายกําหนดปฏิบัติราชการที่มีลักษณะเดียวกับงานของขาราชการกรุงเทพมหานคร ขาราชการองคการบริหารสวนจังหวัดและพนักงานเทศบาล และเปนผูซึ่งปฏิบัติราชการเปนประจําตอเนื่องอยูในหนวยงานที่เปนองคกรปกครองสวนทองถิ่นเชนเดียวกัน ถือไดวาพนักงานสวนตําบลเปนขาราชการอื่นซึ่งปฏิบัติราชการในลักษณะเดียวกับขาราชการฝายพลเรือนตามพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลาพุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๔ ตามเงื่อนไขประการแรก และตองเปนไปตามเงื่อนไขประการที่สองโดยตองมีการตราพระราชกฤษฎีกากําหนดใหพนักงานสวนตําบลเปนขาราชการฝายพลเรือนเสียกอนอีกดวยบทนิยามดังกลาวมิไดจํากัดเฉพาะประเภทขาราชการที่ระบุชื่อไวเทานั้น แตบัญญัติครอบคลุมถึงขาราชการอื่นซึ่งปฏิบัติราชการในลักษณะเดียวกับขาราชการฝายพลเรือน และมีพระราชกฤษฎีกากําหนดใหเปนขาราชการฝายพลเรือนตามพระราชบัญญัตินี้ เปนกรณีที่กฎหมายมอบอํานาจหนาที่ใหฝายบริหารในการตราพระราชกฤษฎีกากําหนดใหขาราชการอื่นซึ่งปฏิบัติราชการในลักษณะเดียวกับขาราชการฝายพลเรือนใหเปนขาราชการฝายพลเรือนตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อกําหนดใหเพิ่มสิทธิแกขาราชการในหนวยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นใหม องคกรตามรัฐธรรมนูญ และตามกฎหมายเฉพาะ ใหสามารถเขาถึงสิทธิดังกลาวไดเสมอภาคกันผานกระบวนการทางกฎหมายที่มีขั้นตอนชัดเจนและมีความชอบธรรม และสอดคลองกับหนา ๓๔เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘
สภาพการณปจจุบัน ดังนั้น การกําหนดบทนิยามดังกลาวจึงไมเปนการเลือกปฏิบัติตอบุคคลโดยไมเปนธรรมดวยเหตุความแตกตางในเรื่องสถานะของบุคคล หากแตเปนบทบัญญัติที่กําหนดหลักเกณฑที่เปดโอกาสใหบุคคลในสังกัดหนวยงานของรัฐ ซึ่งปฏิบัติหนาที่ราชการเชนเดียวกับขาราชการฝายพลเรือนสามารถเขาถึงสิทธิในการขอรับพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลาไดโดยเสมอกัน ไมขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญไมมีปญหาเกี่ยวกับความชอบดวยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗ วรรคหนึ่งและวรรคสามอาศัยเหตุผลดังกลาวขางตน จึงวินิจฉัยวา พระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลาพุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๔ บทนิยามคําวา “ขาราชการฝายพลเรือน” ที่มิไดกําหนดใหหมายความรวมถึงพนักงานสวนตําบลดวย ไมขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ ไมมีปญหาเกี่ยวกับความชอบดวยรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๗ วรรคหนึ่งและวรรคสาม นายนครินทร เมฆไตรรัตนประธานศาลรัฐธรรมนูญนายปญญา อุดชาชน นายอุดม สิทธิวิรัชธรรมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายวิรุฬห แสงเทียน นายจิรนิติ หะวานนทตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายนภดล เทพพิทักษ นายบรรจงศักดิ์ วงศปราชญตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนายอุดม รัฐอมฤต นายสุเมธ รอยกุลเจริญตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหนา ๓๕เลม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)