ThaiGovData

คำพิพากษาของศาลฎีกา เรื่อง ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ [คดีหมายเลขดำที่ อม.อธ. ๑๑/๒๕๖๕ คดีหมายเลขแดงที่ อม.อธ. ๑๒/๒๕๖๖ ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โจทก์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวกรวม ๖ คน จำเลย]

undated

Original PDF at ratchakitcha.soc.go.th

The text below was extracted from the PDF's own text layer, not by OCR. The linked PDF is the record; treat this as an extract of it.

(อม.๓๔)คําพิพากษา คดีหมายเลขดําที่ อม.อธ. ๑๑/๒๕๖๕คดีหมายเลขแดงที่ อม.อธ. ๑๒/๒๕๖๖ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริยศาลฎีกาวันที่ ๒๒ เดือน สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖คณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ โจทกนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ ๑พลตํารวจเอก ปทีป ตันประเสริฐ ที่ ๒พลตํารวจตรี สัจจะ คชหิรัญ ที่ ๓พันตํารวจโท สุริยา แจงสุวรรณ ที่ ๔บริษัทพีซีซี ดีเวลล็อปเมนท แอนด คอนสตรัคชั่น จํากัด ที่ ๕นายวิศณุ วิเศษสิงห ที่ ๖ จําเลยเรื่อง ความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการ ความผิดตอพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐโจทกและจําเลยที่ ๒ อุทธรณคัดคานคําพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองลงวันที่ ๒๐ เดือน กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๕ องคคณะวินิจฉัยอุทธรณ รับวันที่ ๙ เดือน มีนาคมพุทธศักราช ๒๕๖๖ระหวาง หนา ๘เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๖๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ โจทกฟองและแกฟองวา ขณะเกิดเหตุ จําเลยที่ ๑ ดํารงตําแหนงรองนายกรัฐมนตรีจําเลยที่ ๒ ดํารงตําแหนงจเรตํารวจแหงชาติ สํานักงานตํารวจแหงชาติ ไดรับแตงตั้งใหรักษาราชการแทนในตําแหนงผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ จําเลยที่ ๓ ดํารงตําแหนงรองผูบัญชาการสํานักงานสงกําลังบํารุงจําเลยที่ ๔ ดํารงตําแหนงสารวัตรฝายโยธาธิการ ๑ กองโยธาธิการ สํานักงานสงกําลังบํารุง จําเลยที่ ๓และที่ ๔ ไดรับการแตงตั้งจากสํานักงานตํารวจแหงชาติใหเปนคณะกรรมการประกวดราคาโครงการกอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน) จํานวน ๓๙๖ แหง วงเงิน ๖,๒๙๘,๐๐๐,๐๐๐ บาทดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส มีอํานาจหนาที่ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๔๙ จําเลยที่ ๑ จึงเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองเจาหนาที่ของรัฐ และเปนเจาพนักงานตามกฎหมาย จําเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ เปนเจาหนาที่ของรัฐและเปนเจาพนักงานตามกฎหมาย โดยจําเลยที่ ๓ และที่ ๔ เปนเจาหนาที่ในหนวยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ จําเลยที่ ๕เปนนิติบุคคลประเภทบริษัทจํากัด มีจําเลยที่ ๖ เปนกรรมการผูจัดการ มีอํานาจกระทําการแทนจําเลยที่ ๕เมื่อระหวางวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๒ ถึงวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๖ เวลากลางวันและกลางคืนตอเนื่องกันจําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ กระทําความผิดฐานทุจริตตอหนาที่ หรือกระทําความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการโดยมีจําเลยที่ ๕ และที่ ๖ เปนผูสนับสนุน กลาวคือ เมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติในหลักการใหสํานักงานตํารวจแหงชาติ และบริษัทธนารักษพัฒนาสินทรัพย จํากัดรวมกันดําเนินโครงการกอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน) โดยใหสํานักงานตํารวจแหงชาติจัดทําและนํารายละเอียดโครงการที่ไดทําความตกลงกับหนวยงานที่เกี่ยวของเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้งตอมาสํานักงานตํารวจแหงชาติมีบันทึกขอความลงวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ถึงนายกรัฐมนตรี(นายสมชาย วงศสวัสดิ์) ขออนุมัติดําเนินโครงการกอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน)โดยเสนอวา หากกระจายการจัดซื้อจัดจางไปยังหนวยงานในสังกัด (ตํารวจภูธรภาคและตํารวจภูธรจังหวัด)ตามพื้นที่ที่จะกอสรางสถานีตํารวจตาง ๆ ไดมากเทาไร ก็จะทําใหโครงการสําเร็จเปนรูปธรรมไดเร็วยิ่งขึ้นสํานักงบประมาณมีหนังสือฉบับลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ใหความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี แตคณะรัฐมนตรียังมิไดพิจารณาตามที่เสนอเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลจากนั้น สํานักงานตํารวจแหงชาติมีบันทึกขอความ ลงวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๒ ถึงนายกรัฐมนตรีหนา ๙เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๖๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) กลาวอางขอเท็จจริงตามบันทึกขอความลงวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๑เสนอเปนขอพิจารณาผานจําเลยที่ ๑ เพื่อนําเขาคณะรัฐมนตรี จําเลยที่ ๑ อนุมัติเมื่อวันที่๒๒ มกราคม ๒๕๕๒ ใหเสนอเขาคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ตอมาในการประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ ๗/๒๕๕๒เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๒ คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการโครงการดังกลาว ตามที่สํานักงานตํารวจแหงชาติเสนอ โดยใหดําเนินการตามความเห็นของสํานักงบประมาณ และใหยกเวนการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ ๒๕๕๒ เรื่อง การปรับปรุง แกไขมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับหลักเกณฑการกอหนี้ผูกพันงบประมาณในขอ ๑.๒ และขอ ๑.๖ ตามหนังสือสํานักงบประมาณลงวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ทั้งนี้ ใหรับความเห็นของสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติที่เห็นวา เมื่อสํานักงานตํารวจแหงชาติไดกอสรางอาคารใหมทดแทนเรียบรอยแลวควรดําเนินการรื้อถอนอาคารเดิมเพื่อความปลอดภัยในการใชอาคาร และเพื่อมิใหเปนภาระแกภาครัฐในการจัดสรรงบประมาณซอมแซมและดูแลรักษาไปพิจารณาดําเนินการดวย โดยใหกระจายการจัดซื้อจัดจางไปยังหนวยงานในสังกัด (ตํารวจภูธรภาคและตํารวจภูธรจังหวัด) เนื่องจากเปนแนวทางที่เกิดประโยชนตอราชการสูงสุด ตามขอพิจารณาที่เสนอใหคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ จําเลยที่ ๑ จึงตองรูหรือควรรูถึงขอเท็จจริงตามที่สํานักงานตํารวจแหงชาติเสนอและคณะรัฐมนตรีอนุมัติ ทั้งวงเงินงบประมาณและแผนการดําเนินการที่ใหกระจายการจัดจางไปยังหนวยงานในสังกัด (ภาค ๑ - ๙) หลังจากนั้นสํานักงานตํารวจแหงชาติมีคําสั่งแตงตั้งคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการดําเนินการจัดจางโครงการกอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน) คณะกรรมการดังกลาวมีมติเห็นควรดําเนินการจัดจางโดยสวนกลางและแยกการเสนอราคาเปนรายภาค สํานักงานตํารวจแหงชาติจึงมีบันทึกขอความลงวันที่๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ถึงนายกรัฐมนตรี ขอความเห็นชอบใหดําเนินการจัดจางโดยสวนกลางแยกการเสนอราคาเปนรายภาค (ภาค ๑ - ๙) จําเลยที่ ๑ เห็นชอบตามที่สํานักงานตํารวจแหงชาติเสนอเมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๒ ตอมาผูบัญชาการตํารวจแหงชาติแตงตั้งคณะกรรมการกําหนดราคากลางซึ่งไดกําหนดราคากลางโครงการกอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน) รวมเปนเงินทั้งสิ้น๖,๑๐๐,๕๓๘,๙๐๐ บาท มีการแตงตั้งคณะกรรมการรางขอบเขตของงานและรางเอกสารการประกวดราคาซึ่งไดลงประกาศในเว็บไซตของหนวยงานและกรมบัญชีกลางระหวางวันที่ ๒ ถึงวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๕๒มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๒ ยอมมีผลผูกพันจําเลยที่ ๑ และสํานักงานตํารวจแหงชาติหนา ๑๐เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๖๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ ใหตองปฏิบัติตาม เวนแตจะมีมติคณะรัฐมนตรีแกไขเปลี่ยนแปลงเปนอยางอื่น แตเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงผูดํารงตําแหนงผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ การดําเนินการเพื่อจัดการประกวดราคาโครงการดังกลาวจึงระงับไปตอมาจําเลยที่ ๒ มีบันทึกขอความ ดวนที่สุด ลงวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ถึงนายกรัฐมนตรีขออนุมัติหลักการในการดําเนินการประกวดราคาจัดจาง โดยเสนอใหสํานักงานตํารวจแหงชาติยกเลิกแนวทางการจัดจางโครงการดังกลาวดวยวิธีการจัดจางโดยสวนกลาง แยกการเสนอราคาเปนรายภาค(ภาค ๑ - ๙) และอนุมัติใหสํานักงานตํารวจแหงชาติดําเนินการประกวดราคาจัดจางโครงการกอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน) จํานวน ๓๙๖ แหง ภายในวงเงิน ๖,๒๙๘,๐๐๐,๐๐๐ บาทดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส โดยกองโยธาธิการ สํานักงานสงกําลังบํารุง สํานักงานตํารวจแหงชาติเปนหนวยงานจัดจางกอสรางทุกอาคารรวมกันในครั้งเดียว จําเลยที่ ๑ อนุมัติตามเสนอ โดยไมสั่งการใหนําเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา การเสนอเปลี่ยนแปลงการจัดจางตามที่จําเลยที่ ๒ เสนอ มีผลกระทบตอวงเงินงบประมาณตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติไว และอาจกระทบตอกระบวนการจัดซื้อจัดจาง ราคากลางที่กําหนดขึ้นหรืองบประมาณที่สูงขึ้น และยังอาจทําใหผูเสนอราคาที่เขามาเสนอราคาเกิดการไดเปรียบและเสียเปรียบในการแขงขันราคาเพราะการกระจายการจัดจางลงไปในแตละพื้นที่ ผูเสนอราคารายยอยที่มีทุนหมุนเวียนไมสูงมากอาจเขามาเสนอราคาได แตหากรวมการจัดจางไวที่สวนกลาง ผูเสนอราคาที่มีทุนหมุนเวียนจํานวนมากหรือมีทุนสูงที่จะมีสิทธิเขามาเสนอราคาไดเปรียบผูเสนอราคารายอื่นอันเปนการปดโอกาสไมใหผูเสนอราคารายยอยมีโอกาสเขามาเสนอราคา โดยไมมีการแขงขันราคาอยางเปนธรรมหลักการดังกลาวเปนหลักการสําคัญที่ตองเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง หากจําเลยที่ ๑จะอนุมัติเปลี่ยนแปลงแกไข การที่จําเลยที่ ๒ เสนอบันทึกใหจําเลยที่ ๑ อนุมัติโดยไมไดศึกษาผลกระทบขอดีขอเสียตามที่เคยเสนอมา ไมเปนไปตามแนวทางการดําเนินการของสํานักงานตํารวจแหงชาติและไมสอดคลองกับมติคณะรัฐมนตรีที่ไดใหความเห็นชอบไว ซึ่งจําเลยที่ ๑ ยอมรูหรือควรรูวาขอเสนอดังกลาวตองนําเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติอีกครั้ง ทั้งจําเลยที่ ๑ เคยพิจารณาเห็นชอบใหสํานักงานตํารวจแหงชาติดําเนินการจัดจาง โดยแยกการเสนอราคาเปนรายภาคมากอนแลว อันเปนไปตามแนวทางมติคณะรัฐมนตรีเดิมทั้งผลการอนุมัติของจําเลยที่ ๑ ตามขอเสนอของจําเลยที่ ๒ มีผลเปลี่ยนแปลงตอการกําหนดราคากลางทําใหราคากลางที่มีการพิจารณาตอมามีวงเงิน จํานวน ๖,๓๘๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งสูงกวาราคากลางเดิมที่กําหนดไว จํานวน ๖,๑๐๐,๕๓๘,๙๐๐ บาท และทําใหไมสามารถคัดเลือกผูเสนอราคาหนา ๑๑เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๖๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ เพื่อดําเนินการตามโครงการใหแลวเสร็จตามเปาหมายหรือวัตถุประสงคได เนื่องจากจําเลยที่ ๕โดยจําเลยที่ ๖ เสนอราคาต่ํากวาความเปนจริง โดยเฉพาะการคํานวณราคาเสาเข็มที่ต่ํากวาความเปนจริงมากเปนเหตุใหจําเลยที่ ๕ เปนผูเสนอราคาต่ําสุดและไดรับการคัดเลือก แตตอมาไมสามารถกอสรางอาคารไดแลวเสร็จตามสัญญา การกระทําของจําเลยที่ ๑ และที่ ๒ เปนการกระทําโดยมิชอบดวยกฎหมายโดยมีเจตนาฝาฝนไมปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี และเปนการปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบเพื่อใหเกิดความเสียหายแกสํานักงานตํารวจแหงชาติ ระบบราชการ และระบบการจัดซื้อจัดจางภาครัฐหลังจากนั้น มีการแตงตั้งคณะกรรมการกําหนดราคากลางชุดใหม ซึ่งไดกําหนดราคากลางใหมเปนเงิน๖,๓๘๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตอมาผูบัญชาการสํานักงานสงกําลังบํารุงอนุมัติแตงตั้งคณะกรรมการประกวดราคาโครงการดังกลาวดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส มีจําเลยที่ ๓ เปนประธานกรรมการและจําเลยที่ ๔ เปนกรรมการและเลขานุการ สํานักงานตํารวจแหงชาติไดประกาศประกวดราคาจางโครงการดังกลาวดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส วงเงิน ๖,๒๙๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งตามเอกสารการประกวดราคาจางดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส เลขที่ ๑๕/๒๕๕๓ กําหนดสาระสําคัญตามขอ ๔.๑ วาผูเสนอราคาตองยื่นขอเสนอตามแบบที่กําหนดไวในเอกสารการประกวดราคาจางดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสโดยไมมีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น และจะตองกรอกขอความใหถูกตองครบถวนลงลายมือชื่อของผูเสนอราคาใหชัดเจนและตามขอ ๔.๒ วา ผูเสนอราคาตองกรอกปริมาณวัสดุในบัญชีรายการกอสรางใหครบถวนทั้งนี้ เมื่อสิ้นสุดการประกวดราคาและผูเสนอราคาไดยืนยันราคาครั้งสุดทายตามขอ ๔.๗ (๗) แลวผูเสนอราคาที่ชนะการประกวดราคาจะตองจัดทําบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคาตามที่ไดยืนยันราคาครั้งสุดทายสงใหคณะกรรมการประกวดราคาภายใน ๓ วัน ตอมาวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ซึ่งเปนวันเสนอราคาคณะกรรมการประกวดราคารวมกันพิจารณาการเสนอราคาดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส ปรากฏวาจําเลยที่ ๕ โดยจําเลยที่ ๖ เปนผูเสนอราคาต่ําที่สุด และไดยืนยันราคาครั้งสุดทายในการเสนอราคาจํานวนเงิน ๕,๘๔๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งต่ํากวาราคากลาง ๕๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท คณะกรรมการประกวดราคาจึงมีมติเห็นสมควรรับการเสนอราคาของจําเลยที่ ๕ เปนผูดําเนินการกอสราง วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๓คณะกรรมการประกวดราคามีบันทึกถึงผูบัญชาการสํานักงานสงกําลังบํารุง รายงานผลการเสนอราคาโครงการกอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน) โดยเห็นควรรับราคาคาจางกอสรางในวงเงิน๕,๘๔๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท จากจําเลยที่ ๕ ใหเปนผูดําเนินการกอสราง วันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๕๓หนา ๑๒เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๖๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ จําเลยที่ ๕ โดยจําเลยที่ ๖ ยื่นบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคาในการกอสราง (Bill of Quantitiesหรือ BOQ) ตามขอกําหนดในเอกสารการประกวดราคาจางดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส ขอ ๔.๒ตอประธานกรรมการประกวดราคา โดยรายการในสวนของงานฐานราก จําเลยที่ ๕ โดยจําเลยที่ ๖เสนอราคาของเสาเข็มตอกรูปสี่เหลี่ยมตัน ขนาด ๐.๓๐ x ๐.๓๐ x ๒๑ เมตร ราคาตอหนวยไวหนวยละ ๒,๕๒๐ บาท ซึ่งต่ํากวาราคากลางของสํานักงานตํารวจแหงชาติถึงหนวยละ ๓,๘๔๐ บาทและต่ํากวาราคาของกองดัชนีเศรษฐกิจการคา กระทรวงพาณิชย ถึงหนวยละ ๕,๕๓๐ บาท ทําใหจําเลยที่ ๕โดยจําเลยที่ ๖ เสนอราคาต่ําสุด และจําเลยที่ ๕ ไดรับการคัดเลือกในการเสนอราคาดังกลาวคณะกรรมการประกวดราคาตองพิจารณาบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคาในการกอสรางเพื่อใหจําเลยที่ ๑พิจารณาอนุมัติใหจัดจางจําเลยที่ ๕ โดยผานผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ แตวันดังกลาวจําเลยที่ ๓ซึ่งเปนผูลงนามรับเอกสารของจําเลยที่ ๕ ไว แลวมอบใหจําเลยที่ ๔ โดยไมนําเสนอบัญชีปริมาณวัสดุและราคาในการกอสรางตอคณะกรรมการประกวดราคาเพื่อพิจารณาตามระเบียบ จําเลยที่ ๓ และที่ ๔ตองปฏิบัติหนาที่ดูแลการเสนอราคาทุกขั้นตอนที่อยูในอํานาจหนาที่ของตน ใหเปนไปดวยความเรียบรอยสุจริตและเปนธรรม ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสพ.ศ. ๒๕๔๙ ขอ ๑๑ (๕) และมีผลตอการพิจารณาคุณสมบัติของผูเสนอราคาวาจําเลยที่ ๕โดยจําเลยที่ ๖ เสนอราคาต่ํากวาความเปนจริงหรือไม ทั้งจําเลยที่ ๓ และที่ ๔ มีหนาที่ตองตรวจสอบบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคาในการกอสรางวาถูกตองครบถวน และราคาที่เสนอมีความเหมาะสมหรือไมหากไมถูกตองและครบถวนหรือไมเหมาะสม ประการใด จะไดสั่งใหแกไขหรือเจรจาตอรองราคาตอไปตามขอ ๔.๒ ขอ ๖.๔ และขอ ๖.๕ ของเอกสารการประกวดราคาจางดังกลาว เนื่องจากบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคาในการกอสรางเปนเอกสารแนบทายสัญญาหรือถือเปนสวนหนึ่งของสัญญาสอดคลองกับหนังสือสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ นร (กวพ) ๑๐๐๒/ว๖ ลงวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๓๒เรื่อง การประเมินราคาในการประกวดราคาจาง แตจําเลยที่ ๓ และที่ ๔ กลับรวมกันปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต ไมตรวจสอบพิจารณา แจงหรือนัดหมายคณะกรรมการประกวดราคาเพื่อพิจารณาตรวจสอบโดยรอบคอบอีกครั้ง และจําเลยที่ ๔ ประทับตราโลของสํานักงานตํารวจแหงชาติและลงลายมือชื่อกํากับไว เพื่อใชประกอบในการทําสัญญาโดยไมนําเสนอใหคณะกรรมการประกวดราคาพิจารณาและนําเอกสารบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคาที่คณะกรรมการประกวดราคายังมิไดตรวจสอบหนา ๑๓เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๖๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ หรือรับรองไปใชในการขออนุมัติจางจําเลยที่ ๕ และใชประกอบเปนเอกสารแนบทายสัญญา อีกทั้งยังละเวนไมดําเนินการยกเลิกการประกวดราคา นอกจากนี้ การกระทําของจําเลยที่ ๓ และที่ ๔ ดังกลาวยังเปนการมุงหมายมิใหมีการแขงขันเสนอราคาอยางเปนธรรมเพื่อเอื้ออํานวยแกจําเลยที่ ๕ โดยจําเลยที่ ๖ใหไดรับการคัดเลือกในการเสนอราคาและเปนผูมีสิทธิเขาทําสัญญากับสํานักงานตํารวจแหงชาติซึ่งการกระทําของจําเลยที่ ๕ โดยจําเลยที่ ๖ ที่เสนอบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคาในการกอสรางเพื่อใหไดรับการคัดเลือกในการเสนอราคาครั้งนี้ ทั้งที่รูอยูแลววาราคาเสาเข็มที่เสนอต่ํากวาความเปนจริงอยางมีนัยสําคัญและมิใชราคาที่แทจริงตามทองตลาด และอาจทําใหไมสามารถกอสรางตามเงื่อนไขของประกาศประกวดราคาไดนั้น ยอมทําใหราคาในการกอสรางที่จําเลยที่ ๕ โดยจําเลยที่ ๖ เสนอมาซึ่งเปนราคาแบบเหมารวมที่รวมราคาเสาเข็มไวดวยในราคาตอหนวยละ ๒,๕๒๐ บาท ต่ํากวาและเปนการเอาเปรียบผูเสนอราคารายอื่นทําใหไมอาจเสนอราคาต่ํากวาราคาที่จําเลยที่ ๕ เสนอได โดยมีเจตนามุงหมายมิใหมีการแขงขันเสนอราคาอยางเปนธรรมและเอื้อประโยชนในการคิดคํานวณสวนตางกรณีมีงานลดหรืองานเพิ่มจากการตอกเสาเข็มไดครบจํานวนตามแบบของงานกอสรางทั้ง ๓๙๖ แหง จึงเปนการชวยเหลือหรือใหความสะดวกในการกระทําความผิดของจําเลยที่ ๓ และที่ ๔ ดังกลาว การกระทําของจําเลยที่ ๓และที่ ๔ เปนเหตุใหในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ พลตํารวจเอก วิเชียร พจนโพธิ์ศรี ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติลงนามเห็นชอบราคาคากอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน) จํานวน ๓๙๖ แหง ซึ่งจําเลยที่ ๕โดยจําเลยที่ ๖ เปนผูเสนอราคาต่ําสุด เปนเงิน ๕,๘๔๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท และจําเลยที่ ๑ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกํากับดูแลสํานักงานตํารวจแหงชาติลงนามใหความเห็นชอบราคาคาจางกอสรางและอนุมัติเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๓ ใหจัดจางจําเลยที่ ๕ ดําเนินการกอสราง ตอมาสํานักงานตํารวจแหงชาติทําสัญญาจางกอสรางโครงการอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน) จํานวน ๓๙๖ แหงตามสัญญาเลขที่ ยธ. ๑๓/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๔ วงเงิน จํานวน ๕,๘๔๘,๐๐๐,๐๐๐ บาทตามที่จําเลยที่ ๑ อนุมัติ ตามขอเสนอของจําเลยที่ ๒ โดยมีบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคาในการกอสรางเปนเอกสารแนบทายเปนสวนหนึ่งของสัญญา แตจําเลยที่ ๕ ดําเนินการกอสรางไมแลวเสร็จตามสัญญาสํานักงานตํารวจแหงชาติจึงบอกเลิกสัญญาจางกอสรางแกจําเลยที่ ๕ การกระทําของจําเลยที่ ๑ ถึงที่ ๖เปนเหตุใหสํานักงานตํารวจแหงชาติและทางราชการไดรับความเสียหาย สวนหนึ่งคือ สํานักงานตํารวจแหงชาติหักคาเสาเข็มไดนอยกวาราคาที่แทจริงและทําใหจําเลยที่ ๕ ไดรับประโยชนจากการถูกหักเงินคาเสาเข็มหนา ๑๔เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๖๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ ที่ตอกไมครบถวนนอยกวาราคาตลาดหรือราคาที่แทจริง ตอมาสํานักงานตํารวจแหงชาติฟองคดีตอศาลปกครองกลางเรียกคาเสียหายจากจําเลยที่ ๕ กรณีผิดสัญญาจาง เปนจํานวนเงินรวมทั้งสิ้น๑,๗๒๘,๖๒๙,๖๐๖ บาท พรอมดอกเบี้ย เหตุเกิดที่แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานครและแขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เกี่ยวพันกัน ขอใหลงโทษจําเลยที่ ๑ และที่ ๒ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ จําเลยที่ ๓ และที่ ๔ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๑ มาตรา ๑๕๗ พระราชบัญญัติเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒มาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๒ จําเลยที่ ๕ และที่ ๖ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖ พระราชบัญญัติเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐพ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖จําเลยทั้งหกใหการปฏิเสธศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองพิจารณาแลว พิพากษายกฟองโจทกและจําเลยที่ ๒ อุทธรณตอที่ประชุมใหญศาลฎีกาองคคณะวินิจฉัยอุทธรณตรวจสํานวนประชุมปรึกษาแลว ขอเท็จจริงที่คูความไมโตแยงกันในชั้นนี้ฟงเปนยุติไดวา ขณะเกิดเหตุ จําเลยที่ ๑ ดํารงตําแหนงรองนายกรัฐมนตรี มีหนาที่กํากับโดยทั่วไปซึ่งการบริหารราชการของสํานักงานตํารวจแหงชาติ จําเลยที่ ๒ ดํารงตําแหนงจเรตํารวจแหงชาติและรักษาราชการแทนในตําแหนงผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ จําเลยที่ ๓ ดํารงตําแหนงรองผูบัญชาการสํานักงานสงกําลังบํารุง จําเลยที่ ๔ ดํารงตําแหนงสารวัตรฝายโยธาธิการ ๑ กองโยธาธิการสํานักงานสงกําลังบํารุง จําเลยที่ ๓ และที่ ๔ ไดรับแตงตั้งจากสํานักงานตํารวจแหงชาติใหเปนคณะกรรมการประกวดราคาโครงการกอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน) จํานวน ๓๙๖ แหง วงเงิน๖,๒๙๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส จําเลยที่ ๑ จึงเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมืองเจาหนาที่ของรัฐ และเจาพนักงานตามกฎหมาย จําเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ เปนเจาหนาที่ของรัฐและเจาพนักงานจําเลยที่ ๓ และที่ ๔ เปนเจาหนาที่ในหนวยงานของรัฐ จําเลยที่ ๕ เปนบริษัทจํากัด มีจําเลยที่ ๖เปนกรรมการผูจัดการ มีอํานาจกระทําการแทน ไดเขาเปนคูสัญญากับสํานักงานตํารวจแหงชาติในฐานะผูรับจางตามสัญญาจางกอสรางโครงการอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน) สัญญาเลขที่ ยธ. ๑๓/๒๕๕๔ ลงวันที่๒๕ มีนาคม ๒๕๕๔ จํานวน ๓๙๖ แหง เปนเงิน ๕,๘๔๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๐หนา ๑๕เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๖๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติในหลักการใหสํานักงานตํารวจแหงชาติ และบริษัทธนารักษพัฒนาสินทรัพย จํากัดรวมกันดําเนินโครงการกอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน) โดยใหสํานักงานตํารวจแหงชาติจัดทําและนํารายละเอียดโครงการที่ไดทําความตกลงกับกระทรวงการคลัง สํานักงบประมาณ กรมธนารักษและบริษัทธนารักษพัฒนาสินทรัพย จํากัด เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง ตามเอกสารหมาย จ.๖หนา ๕๔๕ และ ๕๔๖ ตอมาสํานักงานตํารวจแหงชาติมีบันทึกขอความ ที่ ๐๐๐๙.๖/๘๐๙๖ลงวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ถึง นายสมชาย วงศสวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี เพื่อนําเสนอตอคณะรัฐมนตรีขออนุมัติดําเนินโครงการกอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน) ๓๙๖ แหง ตามเอกสารหมาย จ.๘โดยสํานักงบประมาณเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ตามหนังสือสํานักงบประมาณฉบับลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ตามเอกสารหมาย จ.๖๗ หนา ๑๑๒๘ ตอมาสํานักงานตํารวจแหงชาติมีบันทึกขอความ ลงวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๒ เสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อเสนอเรื่องตอคณะรัฐมนตรีพิจารณาโดยอางถึงขอเท็จจริงตามบันทึกสํานักงานตํารวจแหงชาติ ฉบับลงวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๑จําเลยที่ ๑ อนุมัติตามขอ ๓ เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๒ ตามเอกสารหมาย จ.๙ ตอมาในการประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ ๗/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๒ คณะรัฐมนตรีมีมติวาอนุมัติหลักการโครงการกอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน) อาคารที่พักอาศัย และอาคารผูปวยใหกับขาราชการตํารวจ ตามที่สํานักงานตํารวจแหงชาติเสนอ โดยใหดําเนินการตามความเห็นของสํานักงบประมาณ และใหยกเวนการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ ๒๕๕๒เรื่อง การปรับปรุง แกไขมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับหลักเกณฑการกอหนี้ผูกพันขามปงบประมาณและมาตรการอื่นที่เกี่ยวของ ในสวนที่เกี่ยวกับหลักเกณฑการกอหนี้ผูกพันงบประมาณในขอ ๑.๒และขอ ๑.๖ ตามหนังสือสํานักงบประมาณ ที่ นร ๐๗๐๔/๐๙๗ ลงวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ทั้งนี้ ใหรับความเห็นของสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติที่เห็นวาเมื่อสํานักงานตํารวจแหงชาติไดกอสรางอาคารใหมทดแทนเรียบรอยแลว ควรดําเนินการรื้อถอนอาคารเดิมเพื่อความปลอดภัยในการใชอาคาร และเพื่อมิใหเปนภาระแกภาครัฐในการจัดสรรงบประมาณซอมแซมและดูแลรักษาไปพิจารณาดําเนินการดวย ตามเอกสารหมาย จ.๖ หนา ๕๘๔ ถึงหนา ๕๙๗วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒ สํานักงานตํารวจแหงชาติแตงตั้งคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการดําเนินการจัดจางโครงการกอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน) ตามเอกสารหมาย จ.๑๕หนา ๑๖เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๖๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ สํานักงานตํารวจแหงชาติมีบันทึกขอความ ดวนที่สุด ที่ ๐๐๐๙.๒๔/๐๓๔๒๓ ลงวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๒ถึงนายกรัฐมนตรีวา เพื่อใหการดําเนินการประกวดราคาเปดกวางและเปดโอกาสผูรับจางในสวนกลางและภูมิภาคเขารวมแขงขันการเสนอราคาดวยความเปนธรรม เห็นควรดําเนินการจัดจางโดยสวนกลางโดยแยกการเสนอราคาเปนรายภาค (ภาค ๑ - ๙) สวนการดําเนินการประกวดราคา การทําสัญญาการบริหารสัญญา และการเบิกจายเงินคากอสราง สํานักงานตํารวจแหงชาติโดยกองพลาธิการและสรรพาวุธจะเปนผูดําเนินการ โดยจําเลยที่ ๑ เห็นชอบตามที่สํานักงานตํารวจแหงชาติเสนอเมื่อวันที่๙ มิถุนายน ๒๕๕๒ ตามเอกสารหมาย จ.๖ หนา ๖๐๘ ถึง ๖๑๐ วันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๒กองพลาธิการและสรรพาวุธมีบันทึกขอความเสนอผูบัญชาการตํารวจแหงชาติขออนุมัติแตงตั้งคณะกรรมการกําหนดราคากลางและคณะกรรมการกําหนดรางขอบเขตของงานและรางเอกสารการประกวดราคางานกอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน) ตามเอกสารหมาย จ.๖ หนา ๖๑๑ ถึง ๖๑๓ตอมาคณะกรรมการกําหนดราคากลางกําหนดราคากลางรวมเปนเงิน ๖,๑๐๐,๕๓๘,๙๐๐ บาทตามเอกสารหมาย จ.๒๕ แผนที่ ๘๔๓ และ ๘๔๔ วันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๒ ประธานกรรมการรางขอบเขตของงานและรางเอกสารการประกวดราคามีบันทึกขอความเสนอผูบัญชาการตํารวจแหงชาติตามเอกสารหมาย จ.๒๔ วันที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๒ ฝายพลาธิการมีบันทึกถึงผูบังคับการกองพลาธิการวาไดนํารางขอบเขตของงานและรางเอกสารการประกวดราคางานกอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน)ลงประกาศในเว็บไซตของหนวยงานและกรมบัญชีกลางแลวระหวางวันที่ ๒ ถึงวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๕๒ตามเอกสารหมาย จ.๒๘ แผนที่ ๘๕๑ ถึง ๘๕๔ วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ พันตํารวจตรี ปทเมฆสุนทรานุยุตกิจ มีบันทึกขอความถึงผูบัญชาการสํานักงานสงกําลังบํารุง เพื่อขออนุมัติหลักการในการดําเนินการประกวดราคาจัดจางโครงการกอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน) ภายในวงเงิน๖,๒๙๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส โดยใหกองโยธาธิการ สํานักงานสงกําลังบํารุงสํานักงานตํารวจแหงชาติ เปนหนวยงานจัดจางกอสรางทุกอาคารรวมกันในครั้งเดียว ตามเอกสารหมาย จ.๖แผนที่ ๖๔๙ ถึง ๖๕๔ วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ พลตํารวจโท ธีรยุทธ กิติวัฒนมีบันทึกขอความถึงรักษาราชการแทนผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ เพื่อลงนามในหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีขออนุมัติใหสํานักงานตํารวจแหงชาติดําเนินการประกาศประกวดราคาจัดจางโดยใหกองโยธาธิการสํานักงานสงกําลังบํารุง สํานักงานตํารวจแหงชาติ เปนหนวยงานจัดจางกอสรางทุกอาคารรวมกันในครั้งเดียวหนา ๑๗เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๖๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ ตามเอกสารหมาย จ.๖ แผนที่ ๖๕๕ ถึง ๖๖๑ ในวันเดียวกัน จําเลยที่ ๒ มีบันทึกขอความที่ ๐๐๐๘.๓๒๒/๖๘๔๗ เสนอนายกรัฐมนตรี ขออนุมัติใหสํานักงานตํารวจแหงชาติดําเนินการประกวดราคาจัดจางโครงการกอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน) จํานวน ๓๙๖ แหงโดยขอยกเลิกแนวทางในการจัดจางโดยสวนกลาง โดยแยกการเสนอราคาเปนรายภาค (ภาค ๑ - ๙)และขออนุมัติใหกองโยธาธิการ สํานักงานสงกําลังบํารุง สํานักงานตํารวจแหงชาติ เปนหนวยงานจัดจางกอสรางทุกอาคารรวมกันในครั้งเดียว เพื่อสํานักงานตํารวจแหงชาติจะไดดําเนินการประกาศประกวดราคาจัดจางตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสพ.ศ. ๒๕๔๙ ตอไป วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ จําเลยที่ ๑ อนุมัติตามที่สํานักงานตํารวจแหงชาติเสนอตามเอกสารหมาย จ.๒๙ วันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๓ คณะกรรมการกําหนดราคากลางมีบันทึกเสนอวาคณะกรรมการกําหนดราคากลางดําเนินการคิดคํานวณราคากลางใหมเปนเงิน ๖,๓๘๘,๐๐๐,๐๐๐ บาทตามเอกสารหมาย จ.๓๖ ซึ่งสูงกวาราคากลางเดิมที่กําหนดไว ๖,๑๐๐,๕๓๘,๙๐๐ บาท วันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๓สํานักงานตํารวจแหงชาติแตงตั้งคณะกรรมการประกวดราคาโครงการกอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ(ทดแทน) ๓๙๖ แหง วงเงิน ๖,๒๙๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส มีจําเลยที่ ๓เปนประธานกรรมการ จําเลยที่ ๔ เปนกรรมการและเลขานุการ และกรรมการอื่น รวม ๗ คนตามเอกสารหมาย จ.๔๑ วันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๓ สํานักงานตํารวจแหงชาติออกประกาศเรื่อง ประกวดราคาจางโครงการกอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน) ๓๙๖ แหง วงเงิน๖,๒๙๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส ตามเอกสารหมาย จ.๔๒ วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๓ซึ่งเปนวันเสนอราคา มีผูเสนอราคา ๕ ราย จําเลยที่ ๕ โดยจําเลยที่ ๖ เปนผูเสนอราคาต่ําสุดและยืนยันราคาครั้งสุดทายในการเสนอราคา ๕,๘๔๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งต่ํากวาราคากลาง๕๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท คณะกรรมการประกวดราคามีมติเห็นสมควรรับการเสนอราคาของจําเลยที่ ๕เปนผูดําเนินการ สวนอีก ๔ ราย เสนอราคา ๖,๐๙๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๖,๑๗๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท๖,๒๙๕,๐๐๐,๐๐๐ และ ๖,๓๘๗,๙๙๙,๙๙๙ บาท ตามเอกสารหมาย จ.๔๖ วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๓คณะกรรมการประกวดราคามีบันทึกขอความเสนอผูบัญชาการสํานักงานสงกําลังบํารุง เพื่อรายงานผลการเสนอราคาโดยเห็นควรรับราคาคาจางกอสรางในวงเงิน ๕,๘๔๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท จากจําเลยที่ ๕ ใหเปนผูดําเนินการกอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน) ตามเอกสารหมาย จ.๔๗ วันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๕๓หนา ๑๘เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๖๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ จําเลยที่ ๕ โดยจําเลยที่ ๖ ยื่นบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคาตอประธานกรรมการประกวดราคาโดยรายการในสวนของงานฐานราก เสนอราคาเสาเข็มตอกรูปสี่เหลี่ยมตัน ขนาด ๐.๓๐ x ๐.๓๐ x ๒๑ เมตรราคาหนวยละ ๒,๕๒๐ บาท ตามเอกสารหมาย จ.๑๒๕ ต่ํากวาราคากลางของสํานักงานตํารวจแหงชาติที่กําหนดราคาหนวยละ ๖,๓๖๐ บาท ตามเอกสารหมาย จ.๑๒๒ และต่ํากวาราคาของกองดัชนีเศรษฐกิจการคากระทรวงพาณิชย ที่กําหนดราคาหนวยละ ๘,๐๕๐ บาท ตามเอกสารหมาย จ.๑๒๑ วันเดียวกันจําเลยที่ ๓ ลงนามรับเอกสารของจําเลยที่ ๕ โดยจําเลยที่ ๔ เปนผูประทับตราโลของสํานักงานตํารวจแหงชาติและลงลายมือชื่อกํากับไวเพื่อใชประกอบในการทําสัญญา แตไมไดนําเสนอใหคณะกรรมการประกวดราคาพิจารณาวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๓ พลตํารวจตรี สมาน สุดใจ ผูบังคับการกองโยธาธิการ มีหนังสือถึงผูบัญชาการสํานักงานสงกําลังบํารุง เสนอใหลงนามในหนังสือขอรับความเห็นชอบราคาและขออนุมัติจางกอสรางโครงการเพื่อพิจารณาลงนามในหนังสือถึงสํานักงานตํารวจแหงชาติและตรวจรางในหนังสือถึงจําเลยที่ ๑ตามเอกสารหมาย จ.๕๕ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ พลตํารวจเอก วิเชียร พจนโพธิ์ศรี ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติลงนามเห็นชอบราคาคากอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน) ๓๙๖ แหง ตามรายงานคณะกรรมการประกวดราคา ซึ่งจําเลยที่ ๕ โดยจําเลยที่ ๖ เปนผูเสนอราคาต่ําสุด ตามเอกสารหมาย จ.๕๗วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๓ จําเลยที่ ๑ ใหความเห็นชอบราคาคาจางกอสรางและอนุมัติใหจัดจางจําเลยที่ ๕ดําเนินการกอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน) ๓๙๖ แหง วันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๔สํานักงานตํารวจแหงชาติทําสัญญาจางจําเลยที่ ๕ กอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน)๓๙๖ แหง วงเงิน ๕,๘๔๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท มีบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคาในการกอสรางที่ระบุในสวนของงานฐานรากเสาเข็มตอกรูปสี่เหลี่ยมตัน ขนาด ๐.๓๐ x ๐.๓๐ x ๒๑ เมตรราคาหนวยละ ๒,๕๒๐ บาท เปนเอกสารแนบทายสัญญาและเปนสวนหนึ่งของสัญญา ตามเอกสารหมาย จ.๕๘พลตํารวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ รองผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ ปฏิบัติราชการแทนผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ พิจารณาอนุมัติจัดสรรงบประมาณประจําป ๒๕๕๒ ของสํานักงานตํารวจแหงชาติเพื่อเปนคาใชจายในการดําเนินโครงการกอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน) ๓๙๖ แหงจํานวน ๓๑๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท เปนโครงการเดียว วันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๖ สํานักงานตํารวจแหงชาติบอกเลิกสัญญาจางกอสรางกับจําเลยที่ ๕ ตามเอกสารหมาย จ.๘๒ ตอมาโจทกแตงตั้งคณะอนุกรรมการไตสวนขอเท็จจริง และไดปรับเปลี่ยนคณะอนุกรรมการไตสวน โดยใหโจทกทั้งคณะเปนองคคณะในการไตสวนหนา ๑๙เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๖๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ ขอเท็จจริง แลวมีมติวาจําเลยทั้งหกกระทําความผิด จากนั้น โจทกมีหนังสือถึงอัยการสูงสุดพรอมรายงานการไตสวนขอเท็จจริงและเอกสารประกอบ ขอใหดําเนินคดีอาญาแกจําเลยทั้งหกตอศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมือง อัยการสูงสุดแจงขอไมสมบูรณตอโจทกวา ยังไมมีหลักฐานเพียงพอวาการกระทําของจําเลยที่ ๑ และที่ ๒ ที่ใหรวมการจัดจางกอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน) ที่สวนกลางเปนสัญญาเดียวโดยไมเสนอคณะรัฐมนตรีเปนการขัดตอมติคณะรัฐมนตรีจําเลยที่ ๓ และที่ ๔ ตรวจสอบและพิจารณาราคาที่ผูชนะการประกวดราคาไดเสนอไวโดยไมถูกตองตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวของ และจําเลยที่ ๕ กับจําเลยที่ ๖ เสนอราคาโดยไมเปนธรรมตอมามีการตั้งคณะกรรมการรวมระหวางผูแทนฝายโจทกและผูแทนฝายอัยการสูงสุด แตสุดทายไมอาจหาขอยุติไดโจทกจึงฟองเปนคดีนี้เองปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกประการแรกมีวา จําเลยที่ ๑ กระทําความผิดตามฟองหรือไมโจทกอุทธรณวา มติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ เปนเพียงการอนุมัติในหลักการใหสํานักงานตํารวจแหงชาติและบริษัทธนารักษพัฒนาสินทรัพย จํากัด รวมกันดําเนินโครงการโดยใหสํานักงานตํารวจแหงชาติจัดทําและนํารายละเอียดโครงการที่ไดทําความตกลงกับหนวยงานที่เกี่ยวของเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง จึงไมใชเปนการอนุมัติใหสํานักงานตํารวจแหงชาติสามารถดําเนินการไดเลย โดยไมจําตองนําเสนอคณะรัฐมนตรีอีก ตอมาในการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งที่ ๗/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๒ คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการในโครงการกอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน) และอาคารที่พักอาศัยและอาคารผูปวยใหกับขาราชการตํารวจซึ่งรวมถึงวิธีการจัดจาง โดยใหกระจายไปยังหนวยงานในสังกัดในภูมิภาคดวย ดังนั้น การที่จําเลยที่ ๑อนุมัติตามที่จําเลยที่ ๒ เสนอ โดยใหเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดจางโดยไมไดนําเรื่องดังกลาวเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติกอน จึงเปนการกระทําโดยมีเจตนาฝาฝนมติคณะรัฐมนตรีทําใหราคากลางใหมมีวงเงินสูงขึ้น และไมสามารถคัดเลือกผูเสนอราคาเพื่อดําเนินการใหแลวเสร็จตามเปาหมายไดอันเปนการปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบเพื่อใหเกิดความเสียหายแกสํานักงานตํารวจแหงชาติ นั้นองคคณะวินิจฉัยอุทธรณ เห็นวา การที่สํานักงานตํารวจแหงชาติไดมีบันทึกขอความ ลงวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๒เสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อเสนอเรื่องตอคณะรัฐมนตรี ตามเอกสารหมาย จ.๙ ซึ่งตอมาคณะรัฐมนตรีไดมีมติในการประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ ๗/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๒ วาหนา ๒๐เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๖๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ อนุมัติหลักการโครงการกอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน) อาคารที่พักอาศัย และอาคารผูปวยใหแกขาราชการตํารวจ ตามที่สํานักงานตํารวจแหงชาติเสนอ โดยใหดําเนินการตามความเห็นของสํานักงบประมาณ และใหยกเวนการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ ๒๕๕๒เรื่อง การปรับปรุง แกไขมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับหลักเกณฑการกอหนี้ผูกพันขามปงบประมาณและมาตรการอื่นที่เกี่ยวของในสวนที่เกี่ยวกับหลักเกณฑการกอหนี้ผูกพันงบประมาณในขอ ๑.๒และขอ ๑.๖ ตามหนังสือสํานักงบประมาณ ที่ นร ๐๗๐๔/๐๙๗ ลงวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ทั้งนี้ ใหรับความเห็นของสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติที่เห็นวาเมื่อสํานักงานตํารวจแหงชาติไดกอสรางอาคารใหมทดแทนเรียบรอยแลว ควรดําเนินการรื้อถอนอาคารเดิมเพื่อความปลอดภัยในการใชอาคาร และเพื่อมิใหเปนภาระแกภาครัฐในการจัดสรรงบประมาณซอมแซมและดูแลรักษาไปพิจารณาดําเนินการดวย ตามเอกสารหมาย จ.๖ แผนที่ ๕๘๔ ถึง ๕๙๗การที่ตอมาจําเลยที่ ๑ อนุมัติตามที่สํานักงานตํารวจแหงชาติเสนอขอยกเลิกแนวทางในการจัดจางโดยสวนกลางแบบรวมกันในครั้งเดียว โดยแยกการเสนอราคาเปนรายภาค (ภาค ๑ - ๙)และอนุมัติใหจัดจางกอสรางทุกอาคารรวมกันในครั้งเดียว ตามเอกสารหมาย จ.๒๙ โดยมิไดนําเสนอตอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัตินั้น จะถือเปนการกระทําโดยมิชอบตามที่โจทกฟองหรือไมยอมมีประเด็นตองพิจารณาวา มติคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ ๗/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๒ไดอนุมัติโดยกําหนดถึงวิธีการจัดจางที่ใหกระจายการจัดจางแยกเปนรายภาคดวย อันมีผลผูกพันใหจําเลยที่ ๑มีหนาที่ตองเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติการเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดจางหรือไม ซึ่งในปญหานี้ตามพระราชกฤษฎีกาวาดวยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๔๘ มาตรา ๑๐กําหนดใหหนวยงานของรัฐซึ่งเปนเจาของเรื่องกําหนดประเด็นที่ประสงคจะใหคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติใหความเห็นชอบ หรือมีมติในเรื่องใดใหชัดเจน ถาคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติใหความเห็นชอบหรือมีมติในเรื่องที่เสนอ ใหถือวามติคณะรัฐมนตรีมีผลผูกพันเฉพาะหลักการแหงประเด็นที่เสนอเวนแตมติของคณะรัฐมนตรีจะระบุไวชัดเจนถึงรายละเอียดที่อนุมัติ เห็นชอบ หรือมีมติ จากบทบัญญัติดังกลาวแสดงวา รายละเอียดขอใดที่มติคณะรัฐมนตรีไมไดระบุถึงใหปรากฏไวชัดเจนยอมไมถือวามีผลผูกพันซึ่งเมื่อพิจารณาจากมติคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ ๗/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๒ ดังกลาวแลวไมมีขอความระบุอยางชัดเจนถึงรายละเอียดในเรื่องวิธีการจัดจางวา จะตองดําเนินการโดยแยกการเสนอราคาเปนรายภาค (ภาค ๑ - ๙) แตคงระบุเพียงวา ใหดําเนินการตามความเห็นของสํานักงบประมาณหนา ๒๑เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๖๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ ที่ใหยกเวนการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับหลักเกณฑการกอหนี้ผูกพันขามปงบประมาณและการพิจารณาดําเนินการรื้อถอนอาคารเดิมเทานั้น ซึ่งไดความจาก นายสุรชัย ภูประเสริฐอดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและเปนผูจัดทําเอกสารสรุปวาระการประชุมเขาสูการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๒ และ นายธีระพงษ วงศศิวะวิลาศ อดีตผูอํานวยการสํานักวิเคราะหเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีและอดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ตางมาเบิกความยืนยันทํานองเดียวกันวามติคณะรัฐมนตรีในการประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ ๗/๒๕๕๒ ไมรวมการจัดซื้อจัดจาง เพราะการจัดซื้อจัดจางไมใชอํานาจของคณะรัฐมนตรี แตเปนอํานาจของหัวหนาสวนราชการ นายธีระพงษ ยังเบิกความเพิ่มเติมอีกวาที่ผานมาหากมีการเสนอใหคณะรัฐมนตรีอนุมัติในเรื่องการจัดซื้อจัดจางก็จะตองแจงใหคณะรัฐมนตรีทราบวาการจัดซื้อจัดจางเปนเรื่องที่ไมอยูในอํานาจของคณะรัฐมนตรี เมื่อพยานทั้งสองซึ่งตางรูเห็นและมีหนาที่รับผิดชอบเกี่ยวของกับการประชุมคณะรัฐมนตรีมายืนยันพรอมมีเอกสารประกอบชัดเจน จึงมีน้ําหนักนาเชื่อถือควรแกการรับฟง สวนขอความในมติคณะรัฐมนตรีตอนถัดไปที่วา “... โดยใหดําเนินการตามความเห็นของสํานักงบประมาณ ...” นั้น ยอมหมายถึง ความเห็นของสํานักงบประมาณตามที่ปรากฏอยูในสรุปผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ ๗/๒๕๕๒ วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๒ เอกสารหมาย จ.๖แผนที่ ๕๙๖ ที่ระบุวา “สํานักงบประมาณยืนยันตามความเห็นเดิมที่เคยแจงใหสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีทราบแลว ตามหนังสือ สงป. ดวนที่สุด ที่ นร ๐๗๐๗/๐๘๕ ลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ซึ่งเห็นควรอนุมัติตามที่สํานักงานตํารวจแหงชาติเสนอ โดยเห็นควรใหดําเนินการในสวนที่จําเปนเรงดวนเพื่อทดแทนอาคารสถานีตํารวจที่มีสภาพชํารุดทรุดโทรมและมีอายุการใชงานมากกวา ๓๐ ปขึ้นไปจํานวน ๓๙๖ หลัง...ภายในกรอบวงเงิน ๖,๖๗๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ในลักษณะกอหนี้ผูกพันขามปงบประมาณระยะเวลา ๓ ป (พ.ศ. ๒๕๕๒ - ๒๕๕๔)” ตามเอกสารหมาย จ.๖ แผนที่ ๕๕๗ ถึง ๕๕๙ขอความสวนนี้ จึงเปนเรื่องเกี่ยวกับงบประมาณอันเปนเรื่องที่อยูในหนาที่ของสํานักงบประมาณเทานั้นอีกทั้งขอความในเอกสารหมาย จ.๖ แผนที่ ๕๕๘ ที่วา “ประกอบกับสํานักงานตํารวจแหงชาติมีความพรอมและสามารถดําเนินการไดเอง และหากมีการกระจายการจัดซื้อจัดจางไปยังหนวยงานตามพื้นที่ที่จะดําเนินการก็จะทําใหโครงการสําเร็จไดเร็วยิ่งขึ้น สํานักงานตํารวจแหงชาติจึงขอยกเลิกแนวทางรูปแบบการลงทุนภาครัฐตามนัยมติคณะรัฐมนตรีเดิม โดยสํานักงานตํารวจแหงชาติจะเปนผูดําเนินโครงการเองในรูปแบบการลงทุนภาครัฐดวยวิธีการจัดสรรงบประมาณรายจายประจําป” นั้น ก็เปนเพียงการเทาความอางอิงถึงรายละเอียดที่สํานักงานตํารวจแหงชาติเสนอมา หาใชเปนเนื้อหาสวนที่เปนความเห็นของสํานักงบประมาณหนา ๒๒เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๖๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ ที่เสนอตอคณะรัฐมนตรีไม ดังนั้น ขอความตามมติคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ ๗/๒๕๕๒ เมื่อวันที่๑๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๒ จึงมิไดระบุไวชัดเจนถึงรายละเอียดในเรื่องวิธีการจัดจางอันจะถือไดวาเปนขออนุมัติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องการจัดจางดวย นอกจากนั้น เมื่อพิจารณาจากขอเสนอของสํานักงานตํารวจแหงชาติตามบันทึกกราบเรียนนายกรัฐมนตรี ฉบับลงวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๒ ที่ไดอางถึงบันทึกฉบับเดิม ลงวันที่๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ เอกสารหมาย จ.๖ แผนที่ ๕๕๐ ถึง ๕๕๔ แลว แมตามบันทึกฉบับเดิมดังกลาวจะมีขอความตอนหนึ่งระบุถึงความเห็นของคณะทํางานวา “ทั้งนี้ หากมีการกระจายการจัดซื้อจัดจางไปยังหนวยงานในสังกัด (ตํารวจภูธรภาคและตํารวจภูธรจังหวัด) ตามพื้นที่ที่จะกอสรางสถานีตํารวจตาง ๆไดมากเทาไร ก็จะทําใหโครงการสําเร็จเปนรูปธรรมไดเร็วยิ่งขึ้น” แตขอนี้ก็เปนเพียงความเห็นในชั้นคณะทํางานของสํานักงานตํารวจแหงชาติเทานั้น โดยขอพิจารณาที่สํานักงานตํารวจแหงชาติจะเสนอใหคณะรัฐมนตรีพิจารณาในคดีนี้ ตามบันทึกฉบับลงวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๒ และฉบับลงวันที่๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ทั้งสองฉบับตางระบุตรงกันวา เสนอใหคณะรัฐมนตรีอนุมัติใหสํานักงานตํารวจแหงชาติดําเนินการโครงการสถานีตํารวจเพื่อประชาชน (ทดแทน) โดยเปนโครงการผูกพัน ๓ ปตั้งแตปงบประมาณ ๒๕๕๒ ถึง ๒๕๕๔ โดยมิไดขออนุมัติในเรื่องวิธีการจัดซื้อจัดจางดวย แตอยางใดอันเปนขอเสนอที่สอดคลองกับพระราชกฤษฎีกาวาดวยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรีพ.ศ. ๒๕๔๘ มาตรา ๔ ที่บัญญัติชัดเจนวา เรื่องที่จะเสนอใหคณะรัฐมนตรีพิจารณาไดมีเพียง ๑๓ ขอซึ่งไมปรากฏวารวมถึงวิธีการจัดซื้อจัดจางดวย ดังนั้น ความเห็นของคณะทํางานดังกลาวจึงมิใชขอพิจารณาที่สํานักงานตํารวจแหงชาติเสนอใหคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ ประกอบกับขอเท็จจริงยังปรากฏวาหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการโครงการดังกลาวแลว สํานักงานตํารวจแหงชาติไดแตงตั้งคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการดําเนินการจัดจางโครงการขึ้นมาพิจารณาเปรียบเทียบผลดีผลเสียในการดําเนินการจัดจางแตละแนวทาง ซึ่งวิธีการจัดซื้อจัดจางในรูปแบบการจัดจางโดยสวนกลางแบบรวมกันในครั้งเดียว ก็เปนหนึ่งในขอพิจารณาที่คณะกรรมการนํามาพิจารณาดวย ตามเอกสารหมาย จ.๖แผนที่ ๖๐๒ ถึง ๖๐๕ การที่สํานักงานตํารวจแหงชาติไดดําเนินการเลือกวิธีการจัดซื้อจัดจางเชนนี้ยอมบงชี้วาสํานักงานตํารวจแหงชาติไมไดมีความประสงคที่จะขอใหคณะรัฐมนตรีพิจารณาเรื่องวิธีการจัดซื้อจัดจางดวยมากอน วิธีการจัดซื้อจัดจางจึงเพิ่งไดขอยุติเปนครั้งแรกในตอนที่จําเลยที่ ๑เห็นชอบเมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๒ กรณีรับฟงไดวา มติคณะรัฐมนตรีในการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งที่ ๗/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๒ เปนการอนุมัติเฉพาะประเด็นเรื่อง งบประมาณหนา ๒๓เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๖๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ ตามที่สํานักงานตํารวจแหงชาติเสนอเทานั้น ไมรวมถึงวิธีการจัดจางดวยเพราะเปนเรื่องรายละเอียดที่คณะรัฐมนตรีมิไดระบุไวอยางชัดเจน ยอมไมมีผลผูกพันตามพระราชกฤษฎีกาวาดวยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๔๘ มาตรา ๑๐ วิธีการจัดซื้อจัดจางจึงเปนรายละเอียดที่หนวยงานที่เกี่ยวของตองไปดําเนินการเปนอีกขั้นตอนหนึ่งตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕และที่แกไขเพิ่มเติม จําเลยที่ ๑ จึงไมมีหนาที่ตองเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาขออนุมัติเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดซื้อจัดจางดังที่โจทกฟอง ฉะนั้น แมจําเลยที่ ๑ จะเคยพิจารณาเห็นชอบใหสํานักงานตํารวจแหงชาติดําเนินการจัดจางโดยแยกการเสนอราคาเปนรายภาค เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๒ตามเอกสารหมาย จ.๖ แผนที่ ๖๐๘ ถึง ๖๑๐ ไปแลว แตตอมาเมื่อสํานักงานตํารวจแหงชาติไดมีบันทึกฉบับลงวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ เสนอขออนุมัติใหจัดจางกอสรางทุกอาคารรวมกันในครั้งเดียวตามเอกสารหมาย จ.๒๙ กรณีก็เปนอํานาจของจําเลยที่ ๑ ที่จะใชดุลพินิจหรือตัดสินใจทบทวนและอนุมัติในเรื่องนี้ไดเอง และแมจําเลยที่ ๑ จะใชเวลาพิจารณาเพียง ๒ วันก็ตาม แตพยานหลักฐานจากการไตสวนประกอบรายงานการไตสวนของโจทกก็ไมปรากฏขอเท็จจริงใหเห็นขอพิรุธที่ผิดปกติวิสัยอันสอแสดงวา จําเลยที่ ๑ ไดเขาไปมีสวนริเริ่มหรือใชใหเจาพนักงานเสนอความเห็นเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดจางกรณีนาเชื่อวาที่จําเลยที่ ๑ อนุมัติไปเพราะเชื่อวาสํานักงานตํารวจแหงชาติในฐานะสวนราชการเจาของโครงการไดศึกษาดวยความรอบคอบมาเปนอยางดีแลว โดยเฉพาะอยางยิ่ง การเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดจางจากเดิมที่แยกการเสนอราคาเปนรายภาค มาเปนวิธีการจัดจางรวมกันในครั้งเดียวนั้นก็เปนเรื่องที่เลือกดําเนินการไดเพื่อความเหมาะสม และการจัดจางแตละวิธีการก็มีขั้นตอนที่ตองประกาศเผยแพรประชาสัมพันธเพื่อใหผูประกอบการทั่วไปไดมีโอกาสเขาแขงขันราคาอยางเปนธรรมได กรณีไมอาจฟงเปนยุติดังที่โจทกอางวาการรวมการจัดจางครั้งเดียวไวที่สวนกลางจะทําใหไมมีการแขงขันราคาอยางเปนธรรมเสมอไปสวนขอเท็จจริงที่ปรากฏภายหลังตามที่โจทกอางวา คณะกรรมการกําหนดราคากลางชุดใหมไดกําหนดราคากลางวงเงินจํานวน ๖,๓๘๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งสูงกวาราคากลางเดิมที่กําหนด จํานวน ๖,๑๐๐,๕๓๘,๙๐๐ บาท ก็ดีหรือผูรับจางไมสามารถดําเนินการกอสรางตามโครงการใหแลวเสร็จตามเปาหมายไดก็ดี ลวนแตเปนขั้นตอนในการดําเนินการประกวดราคาและการจัดจาง ซึ่งไมอยูในอํานาจหนาที่ของจําเลยที่ ๑ อีกทั้งยังเปนเหตุการณที่เกิดขึ้นภายหลังโดยที่ไมปรากฏวาจําเลยที่ ๑ ไดเขาไปรับรูหรือมีสวนเกี่ยวของกับการดําเนินการนั้นดวย จึงถือไมไดวาเปนผลที่เกิดขึ้นจากการกระทําของจําเลยที่ ๑ ดังนั้นการที่จําเลยที่ ๑ ไดอนุมัติตามที่สํานักงานตํารวจแหงชาติเสนอขอยกเลิกแนวทางในการจัดจางหนา ๒๔เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๖๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ โดยแยกการเสนอราคาเปนรายภาค (ภาค ๑ - ๙) และอนุมัติใหจัดจางกอสรางทุกอาคารรวมกันในครั้งเดียวโดยมิไดนําเสนอตอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติ จึงไมเปนการปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบเพื่อใหเกิดความเสียหายแกสํานักงานตํารวจแหงชาติ การกระทําของจําเลยที่ ๑ จึงไมเปนความผิดตามฟองอุทธรณโจทกขอนี้ฟงไมขึ้นปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกประการตอไปมีวา จําเลยที่ ๒ กระทําความผิดตามฟองหรือไมโจทกอุทธรณวา มติคณะรัฐมนตรีผูกพันจําเลยที่ ๒ ใหตองปฏิบัติตามแตจําเลยที่ ๒ กลับเสนอยกเลิกแนวทางการจัดจางโดยแยกเปนรายภาค (ภาค ๑ - ๙) โดยไมเสนอนายกรัฐมนตรีนําเรื่องใหคณะรัฐมนตรีพิจารณาและไมใชเปนการเสนองานตามสายงานบังคับบัญชาจึงเปนการกระทําโดยมิชอบดวยกฎหมายและมีเจตนาฝาฝนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๒ การกระทําของจําเลยที่ ๒เปนเหตุใหราคากลางใหมมีวงเงินสูงขึ้น และไมสามารถคัดเลือกผูเสนอราคาเพื่อดําเนินการใหแลวเสร็จตามเปาหมายได นั้น องคคณะวินิจฉัยอุทธรณ เห็นวา เมื่อมติคณะรัฐมนตรีในการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งที่ ๗/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ ๒๕๕๒ เปนการอนุมัติเฉพาะประเด็นเรื่องงบประมาณไมรวมถึงวิธีการจัดจางดวย ดังที่ไดวินิจฉัยแลวขางตน การจัดจางจึงเปนหนาที่ของจําเลยที่ ๒ในฐานะหัวหนาหนวยงานที่จะตองดําเนินการไปตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุพ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แกไขเพิ่มเติม จําเลยที่ ๒ จึงมิไดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีนอกจากนี้ สาเหตุที่จําเลยที่ ๒ มีบันทึกขอความ ดวนที่สุด ลงวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ถึงนายกรัฐมนตรี ขออนุมัติหลักการในการดําเนินการประกวดราคาจัดจาง โดยเสนอใหยกเลิกแนวทางการจัดจางโครงการดวยวิธีการจัดจางโดยแยกการเสนอราคาเปนรายภาค (ภาค ๑ - ๙)และอนุมัติใหจัดจางกอสรางทุกอาคารรวมกันในครั้งเดียว ตามเอกสารหมาย จ.๒๙ นั้น ขอเท็จจริงไดความวามีมูลเหตุสืบเนื่องมาจากวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ พันตํารวจเอก ปทเมฆ สุนทรานุยุตกิจรักษาราชการแทนผูบังคับการกองโยธาธิการ มีบันทึกขอความถึงผูบัญชาการสํานักงานสงกําลังบํารุงเพื่อขออนุมัติหลักการในการดําเนินการประกวดราคาจัดจางโครงการกอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ(ทดแทน) ดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส โดยใหกองโยธาธิการ สํานักงานสงกําลังบํารุง สํานักงานตํารวจแหงชาติเปนหนวยงานจัดจางกอสรางทุกอาคารรวมกันในครั้งเดียว โดยอางเหตุผลวาโครงการกอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน) จํานวน ๓๙๖ แหง เปนโครงการที่ไดรับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีในลักษณะโครงการเดียว และผูกพันงบประมาณป ๒๕๕๒, ๒๕๕๓ และ ๒๕๕๔ จํานวนทั้งสิ้นหนา ๒๕เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๖๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ ๖,๒๙๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท การดําเนินการจัดจางจึงมีความจําเปนตองประกาศประกวดราคาจัดจางกอสรางอาคาร จํานวน ๓๙๖ แหง ดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสในครั้งเดียว อีกทั้งในการประกาศประกวดราคาจัดจางทางอิเล็กทรอนิกสจะเปนวิธีที่เปดกวางใหภาคเอกชนทุกรายสามารถเขาเสนอราคาและแขงขันกันไดอยางเปนธรรมในคราวเดียวกัน ทําใหไดผูประกอบการที่มีความพรอมและความมั่นคงทางดานการเงิน สามารถเสนอราคาไดต่ํากวาวงเงินงบประมาณที่ทางราชการไดกําหนดไว สํานักงานตํารวจแหงชาติสามารถบริหารจัดการดานสัญญากับผูประกอบการรายเดียวหรือกลุมผูประกอบการหลายรายที่ไดเสนอราคารวมกันในลักษณะกิจการรวมคาไดอยางมีประสิทธิภาพ และสํานักงานตํารวจแหงชาติจะตองเรงรัดดําเนินการประกวดราคาจัดจางกอสรางอาคาร จํานวน ๓๙๖ แหง ใหแลวเสร็จและแจงผลการจัดจางใหสํานักงบประมาณพิจารณาใหความเห็นชอบวงเงินกอน จึงจะสามารถลงนามผูกพันในสัญญาจางได ตามเอกสารหมาย จ.๖ แผนที่ ๖๔๙ ถึง ๖๕๔ ตอมาวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๒พลตํารวจโท ธีรยุทธ กิติวัฒน รักษาการผูบัญชาการสํานักงานสงกําลังบํารุง ไดเชิญ พันตํารวจเอก ปทเมฆและผูที่เกี่ยวของมาชี้แจงแลวเห็นพองดวย จึงไดมีบันทึกขอความถึงรักษาการผูบัญชาการตํารวจแหงชาติเพื่อลงนามในหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีขออนุมัติใหสํานักงานตํารวจแหงชาติดําเนินการประกาศประกวดราคาจัดจางดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสโดยจัดจางกอสรางทุกอาคารรวมกันในครั้งเดียว ตามเอกสารหมาย จ.๖แผนที่ ๖๕๕ ถึง ๖๖๑ ตอมา พลตํารวจโท พงศพัศ พงษเจริญ ผูชวยผูบัญชาการตํารวจแหงชาติซึ่งเคยเปนประธานคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการดําเนินการจัดจางโครงการกอสรางอาคารที่ทําการสถานีตํารวจ (ทดแทน) ตามเอกสารหมาย จ.๖ แผนที่ ๖๐๒ ถึง ๖๐๕ มาแลวครั้งหนึ่งก็ไดเสนอความเห็นวาเห็นควรดําเนินการตามเสนอ คือ ใหจัดจางกอสรางทุกอาคารรวมกันในครั้งเดียวทั้ง พลตํารวจโท ธีรยุทธ เบิกความวา พยานเห็นชอบใหเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดจางโดยไมมีใครสั่งการใหทําพยานนําเรียนแกจําเลยที่ ๒ ใหทราบปญหา พรอมทั้งนําเจาหนาที่พัสดุไปชี้แจงถึงเหตุผลที่ตองเปลี่ยนวิธีการจัดจาง จนกระทั่งจําเลยที่ ๒ เห็นดวยวามีความจําเปนตามที่เสนอ อันแสดงใหเห็นวาการขอเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดจางเกิดจากขอทักทวงของผูปฏิบัติงานเองที่เสนอมาตามขั้นตอนปกติตั้งแตกอนที่จําเลยที่ ๒ จะมีการมอบหมายงานตามคําสั่งสํานักงานตํารวจแหงชาติ ที่ ๕๗๙/๒๕๕๒ลงวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ แลว โดยเฉพาะจําเลยที่ ๒ มิไดเขาไปมีสวนเกี่ยวของกับการขอเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดจางนั้นมาแตแรก และขอทักทวงของเจาหนาที่พัสดุขอหนึ่งก็สอดคลองกับที่กรมบัญชีกลางเคยมีหนังสือตอบขอหารือระบุวา กรณีที่ไดรับจัดสรรงบประมาณในครั้งเดียวกันหนา ๒๖เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๖๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ หากไมมีเหตุผลประการใดที่ทําใหสวนราชการไมสามารถดําเนินการในครั้งเดียวกันไดแลว สวนราชการตองจัดซื้อหรือจัดจางในครั้งเดียวกัน ตามเอกสารหมาย ล.๒/๗ และ ล.๒/๘ และเมื่อพิจารณาตอไปเห็นไดวาการขอเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดจางของจําเลยที่ ๒ นั้น ยังคงใชวิธีการจัดจางดวยการประกวดราคาเชนเดิมซึ่งวิธีการประกวดราคานี้จําเลยที่ ๑ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กํากับดูแลสํานักงานตํารวจแหงชาติและในฐานะปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีไดเคยมีคําสั่งเห็นชอบมากอนแลว จําเลยที่ ๒คงเสนอขอเปลี่ยนแปลงการจัดจางจากการเสนอราคาเปนรายภาค (ภาค ๑ - ๙) มาเปนจัดจางกอสรางทุกอาคารรวมกันในครั้งเดียวเทานั้น ซึ่งวิธีการจัดจางกอสรางทุกอาคารรวมกันในครั้งเดียวก็ไดเคยมีการศึกษาขอดีขอเสียกันมาแลวตั้งแตในคราวกอน ตามเอกสารหมาย จ.๗๐ หนา ๑๑๖๕ถึง ๑๑๗๔ กรณีจึงมีเหตุผลและขอมูลที่จําเลยที่ ๒ จะเสนอใหจําเลยที่ ๑ ใหความเห็นชอบเชนเดิมการที่จําเลยที่ ๒ มีบันทึกเสนอจําเลยที่ ๑ อนุมัติใหเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดจางดังกลาวภายหลังจากมีการมอบหมายงานเพียง ๑ วัน จึงไมใชขอพิรุธดังที่โจทกอุทธรณ นอกจากนั้น แมจําเลยที่ ๑จะเห็นชอบแลวก็ยังตองมีขั้นตอนการประกาศประกวดราคาตอไป ซึ่งขอเท็จจริงปรากฏวาไดมีผูเสนอราคาแขงขันกัน ๕ ราย และแขงขันสูราคากันถึง ๗๓ ครั้ง ฉะนั้น การที่จําเลยที่ ๒ เสนอขอเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดจางเพียงอยางเดียวจึงยังไมเพียงพอใหรับฟงวาเพื่อกําหนดตัวผูรับจางลวงหนาหรือกีดกันผูเสนอราคารายอื่น เมื่อไมปรากฏวาจําเลยที่ ๒ ไดกระทําการอื่นใดนอกเหนือจากนี้อีก ทั้งพยานหลักฐานจากการไตสวนไมปรากฏวาจําเลยที่ ๒ มีผลประโยชนแอบแฝงหรือเอื้อประโยชนแกผูหนึ่งผูใดโดยมิชอบสวนที่ขอเท็จจริงปรากฏวา คณะกรรมการกําหนดราคากลางชุดใหมไดกําหนดราคากลางวงเงิน จํานวน๖,๓๘๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งสูงกวาราคากลางเดิมที่กําหนด จํานวน ๖,๑๐๐,๕๓๘,๙๐๐ บาท นั้นก็เปนการพิจารณาตามอํานาจหนาที่ของคณะกรรมการกําหนดราคากลางเอง และไดความจากพันตํารวจเอก พรชัย งามทิพยวัฒนา ผูกํากับกลุมงานวิชาชีพและเชี่ยวชาญ กองโยธาธิการสํานักงานสงกําลังบํารุง เบิกความวา เหตุที่ราคากลางสูงขึ้นเปนผลมาจากมีการเปลี่ยนแปลงแบบแปลนกอสรางดังนี้ กรณีจึงไมเกี่ยวของกับการเสนอเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดจางของจําเลยที่ ๒ โดยเฉพาะในการจัดจางตามที่จําเลยที่ ๒ เสนอก็ปรากฏวา จําเลยที่ ๕ โดยจําเลยที่ ๖ ไดเสนอราคาต่ําสุด เปนเงิน๕,๘๔๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตามเอกสารหมาย จ.๕๗ อันเปนราคาที่ต่ํากวาราคากลางเดิม แมราคากลางใหมจะมีวงเงินสูงขึ้นจากเดิม แตก็ไมปรากฏหลักฐานใดวามีผลกระทบทําใหราคาจางจําเลยที่ ๕ เพิ่มขึ้นสวนที่ตอมาจําเลยที่ ๕ ผูรับจาง ไมดําเนินการกอสรางโครงการใหแลวเสร็จตามเปาหมายนั้นหนา ๒๗เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๖๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ ก็เปนปญหาที่เกิดขึ้นในขั้นตอนของการปฏิบัติตามสัญญา ซึ่งปญหานี้อาจเกิดขึ้นไดไมวาจะเปนกรณีจัดจางโดยการเสนอราคาเปนรายภาค (ภาค ๑ - ๙) หรือเปนกรณีจัดจางทุกอาคารรวมกันในครั้งเดียวยังไมอาจรับฟงไดแนชัดวาเปนความเสียหายที่จําเลยที่ ๒ คาดเห็นไดวาตองเกิดขึ้นอยางแนนอนขอเท็จจริงฟงไมไดวาจําเลยที่ ๒ ปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบ เพื่อใหเกิดความเสียหายแกสํานักงานตํารวจแหงชาติ การกระทําของจําเลยที่ ๒ จึงไมเปนความผิดตามฟอง อุทธรณโจทกขอนี้ฟงไมขึ้นปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกประการตอไปมีวา จําเลยที่ ๓ และที่ ๔ กระทําความผิดตามฟองหรือไม โจทกอุทธรณวา จําเลยที่ ๓ และที่ ๔ ไดรับบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคาในการกอสราง(Bill of Quantities หรือ BOQ) ของจําเลยที่ ๕ แลวไมนําเสนอตอคณะกรรมการประกวดราคาเพื่อพิจารณาเปนการไมปฏิบัติตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๔๙ ขอ ๑๑ (๕) มีผลตอการพิจารณาคุณสมบัติของผูเสนอราคาวามีการเสนอราคาต่ํากวาความเปนจริง รวมถึงไมเปนไปตามเอกสารประกวดราคาจางซึ่งหากตรวจสอบก็จะพบวาราคาเสาเข็มที่จําเลยที่ ๕ โดยจําเลยที่ ๖ เสนอมาต่ํากวาราคากลางของสํานักงานตํารวจแหงชาติที่กําหนดราคาไวหนวยละ ๖,๓๖๐ บาท และต่ํากวาราคาของกองดัชนีเศรษฐกิจการคากระทรวงพาณิชย ที่กําหนดราคาไวหนวยละ ๘,๐๕๐ บาท การที่จําเลยที่ ๓ และที่ ๔ นําเอกสารบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคาในการกอสราง (BOQ) ไปใชในการขออนุมัติจางจําเลยที่ ๕ และใชประกอบเปนเอกสารแนบทายสัญญา ทั้งละเวนไมดําเนินการใหมีการยกเลิกการประกวดราคา จึงเปนการรวมกันปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต มุงหมายมิใหมีการแขงขันเสนอราคาอยางเปนธรรมเพื่อเอื้ออํานวยแกจําเลยที่ ๕ โดยจําเลยที่ ๖ ใหไดรับคัดเลือกและมีสิทธิเขาทําสัญญากับสํานักงานตํารวจแหงชาติ นั้น องคคณะวินิจฉัยอุทธรณเห็นวา ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๔๙ ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕และที่แกไขเพิ่มเติม รวมทั้งหนังสือสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ นร (กวพ) ๑๐๐๒/ว๖ ลงวันที่๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๓๒ เรื่อง การประเมินราคาในงานประกวดราคาจางกอสราง เอกสารหมาย จ.๑๑๖มิไดมีขอกําหนดโดยชัดแจงใหคณะกรรมการประกวดราคามีหนาที่ตองพิจารณารายละเอียดและราคาตอหนวยของวัสดุแตละรายการที่ปรากฏในบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคา สําหรับเอกสารประกวดราคาจางดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส เลขที่ ๑๕/๒๕๕๓ ลงวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๓ ตามเอกสารหมาย จ.๔๒ขอ ๔.๒ กําหนดใหผูเสนอราคาจะตองกรอกปริมาณวัสดุในบัญชีรายการกอสรางใหครบถวนหนา ๒๘เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๖๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ ทั้งนี้ เมื่อสิ้นสุดการประกวดราคาและผูเสนอราคาไดยืนยันราคาครั้งสุดทายตามขอ ๔.๗ (๗) แลวผูเสนอราคาที่ชนะการประกวดราคาจะตองจัดทําบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคาตามที่ไดยืนยันราคาครั้งสุดทายสงใหคณะกรรมการประกวดราคาภายใน ๓ วัน ขอ ๖.๑ กําหนดวา สํานักงานตํารวจแหงชาติจะพิจารณาตัดสินดวยราคารวม และขอ ๖.๕ วรรคสอง กําหนดวา ในกรณีที่ผูเสนอราคาต่ําสุดเสนอราคาต่ําจนคาดหมายไดวาไมอาจดําเนินงานตามสัญญาได คณะกรรมการประกวดราคาหรือสํานักงานตํารวจแหงชาติจะใหผูเสนอราคานั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทําใหเชื่อไดวาผูเสนอราคาสามารถดําเนินงานตามการประกวดราคาจางดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสใหเสร็จสมบูรณ หากคําชี้แจงไมเปนที่รับฟงได สํานักงานตํารวจแหงชาติมีสิทธิที่จะไมรับราคาของผูเสนอราคารายนั้น ดังนี้ จากเอกสารประกวดราคาจางดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสฉบับดังกลาวแสดงใหเห็นวา คณะกรรมการประกวดราคาจะพิจารณาจากราคารวมเปนสําคัญ คดีนี้เมื่อพิจารณาจากราคารวมแลวปรากฏวา จําเลยที่ ๕เสนอราคารวม เปนเงิน ๕,๘๔๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งต่ํากวาราคากลาง จํานวน ๕๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทคิดเปนรอยละ ๘.๔๕ อันเปนกรณีที่ไมตองจัดทําบันทึกคําชี้แจงสงใหสํานักงานตรวจเงินแผนดินกรณีที่ผลการประกวดราคาปรากฏวา ราคากลางที่กําหนดไวสูงหรือต่ํากวาราคาที่ประกวดราคาไดเกินรอยละ ๑๕ ขึ้นไปตามมาตรการปองกันหรือลดโอกาสการสมยอมกันเสนอราคาตามมติคณะรัฐมนตรี เอกสารหมาย ล.๕/๑๖จึงไมมีกรณีที่แสดงไดวาจําเลยที่ ๕ เสนอราคาต่ําจนถึงขั้นคาดหมายไดวาจะไมอาจดําเนินงานตามสัญญาไดตามความในขอ ๖.๕ วรรคสอง นอกจากนั้น โจทกคงกลาวหาวาบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคาในการกอสราง (BOQ) ของจําเลยที่ ๕ มีรายการผิดปกติเพียงรายการเดียวคือ รายการเสาเข็มมีราคาต่ําโดยจําเลยที่ ๕ ยื่นปริมาณวัสดุในสวนของงานฐานรากที่เสนอราคาเสาเข็มตอกรูปสี่เหลี่ยมตันขนาด ๐.๓๐ x ๐.๓๐ x ๒๑ เมตร ราคาหนวยละ ๒,๕๒๐ บาท ตามเอกสารหมาย จ.๑๒๕ซึ่งเปนราคาต่ํากวาราคากลางของสํานักงานตํารวจแหงชาติที่กําหนดราคาไวหนวยละ ๖,๓๖๐ บาทตามเอกสารหมาย จ.๑๒๒ และต่ํากวาราคาของกองดัชนีเศรษฐกิจการคา กระทรวงพาณิชย ที่กําหนดราคาไวหนวยละ ๘,๐๕๐ บาท ตามเอกสารหมาย จ.๑๒๑ แตขอนี้ไดความจาก นายลิขิต อุไรรางกูลนักวิชาการคลังชํานาญการ กรมบัญชีกลาง เบิกความวา ราคากลางของวัสดุจะมีทุกรายการแตละรายการจะมีการคํานวณราคาสินคาที่เปนสวนเพิ่ม ไดแก ตนทุน พรอมคาภาษีที่เกี่ยวของ และกําไรซึ่งกําหนดรวมไวในอัตรารอยละ ๒๐ ถึง ๒๕ ผูเสนอราคาสามารถลดสวนกําไรในสวนนี้เพื่อสามารถเขาแขงขันเสนอราคาได สวนการพิจารณาความแตกตางดานราคาใหดูภาพรวม มิใชดูแตละรายการหนา ๒๙เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๖๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ และหากมีการเสนอราคาต่ํากวาราคากลาง ผูเสนอราคาตองจัดทํารายการราคาตามลําดับวัสดุเปนลําดับไปซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนหรือปรับลดราคาเพื่อใหเกิดความสมดุลและใหราคารวมตามบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคาอยูที่ราคาที่ประมูลงานมาได แสดงวาผูเสนอราคาสามารถปรับลดราคาวัสดุที่ใชในการกอสรางบางรายการลงไดตามศักยภาพในการบริหารตนทุน ราคา และกําไรของผูเสนอราคา เพียงแตจะตองอยูภายในกรอบวงเงินที่เสนอและไดรับการยืนยันราคาครั้งสุดทาย ซึ่งขอนี้ปรากฏวาจําเลยที่ ๕ ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตเสาเข็ม จําเลยที่ ๕ จึงมีเหตุที่จะปรับลดราคาในสวนเสาเข็มตอกใหเหลือหนวยละ๒,๕๒๐ บาท ได อันเปนวิสัยของการเสนอราคาที่จะตองแขงขันกันอยางเสรีตามความเปนธรรมและความเหมาะสมแหงสภาพวัสดุนั้นอีก ทั้งไดความจากพยานโจทกปาก พันตํารวจเอก พรชัย วาคางานเสาเข็มเปนเงินทั้งสิ้น ๒๓๓,๐๘๙,๓๘๗.๕๐ บาท ตามเอกสารหมาย จ.๒๒ แผนที่ ๒๔๓๗ซึ่งเมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับราคารวมตามสัญญาจาง จํานวน ๕,๘๔๘,๐๐๐,๐๐๐ บาทคิดเปนสัดสวนเพียงอัตรารอยละ ๓.๙๘ ยิ่งสนับสนุนใหเห็นวาลําพังเฉพาะราคาเสาเข็มที่ต่ํารายการเดียวยังไมเปนเหตุเพียงพอที่จําเลยที่ ๓ และที่ ๔ จะตองเสนอไมรับราคารวมทั้งหมดของจําเลยที่ ๕นอกจากนั้น กรณีนี้เปนเรื่องเสนอราคาต่ํากวาปกติเพียงรายการเดียว และรายการเสาเข็มก็ไมใชรายการที่เปนหัวขอใหญตามที่กําหนดไวในหนังสือสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ นร (กวพ) ๑๐๐๒/ว๖ ลงวันที่๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๓๒ เรื่อง การประเมินราคาในงานประกวดราคาจางกอสราง เอกสารหมาย จ.๑๑๖จึงไมถึงกับเปนเหตุสําคัญที่คณะกรรมการประกวดราคาจะเรียกจําเลยที่ ๕ มาเจรจา เชนนี้ แมจําเลยที่ ๓ซึ่งเปนประธานกรรมการประกวดราคา และจําเลยที่ ๔ ซึ่งเปนกรรมการและเลขานุการ จะมิไดนําเอกสารบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคาในการกอสรางเสนอใหคณะกรรมการประกวดราคาพิจารณาแตก็ไมมีขอพิรุธประการใดวา จะเปนการปกปดเพื่อเอื้อประโยชนแกจําเลยที่ ๕ กรณีอาจเปนเพราะจําเลยที่ ๓และที่ ๔ เขาใจวา ไมมีเหตุที่คณะกรรมการประกวดราคาจะตองพิจารณาถึงความเหมาะสมของราคาเสาเข็มขอเท็จจริงยังฟงไมไดวาจําเลยที่ ๓ และที่ ๔ กระทําการไปโดยมีเจตนาเพื่อใหเกิดความเสียหายแกสํานักงานตํารวจแหงชาติ หรือโดยทุจริต สวนที่โจทกอางวา การกระทําของจําเลยที่ ๓ และที่ ๔เปนเหตุใหสํานักงานตํารวจแหงชาติหักคาเสาเข็มไดนอยกวาราคาที่แทจริง เปนการเอื้อประโยชนแกจําเลยที่ ๕ นั้น เมื่อการหักคาเสาเข็มเปนขั้นตอนที่จะเกิดขึ้นตอเมื่อมีการปฏิบัติผิดสัญญาเทานั้นอันเปนเรื่องภายหลังจากการเสนอราคาเสร็จสิ้นไปแลวซึ่งไมใชสิ่งที่ตองเกิดโดยแนนอน และโดยปกติทั่วไปผูประกอบการจะไมคํานึงถึงเรื่องนี้เปนหลักตั้งแตในชั้นยื่นเสนอราคา จึงไมอาจฟงไดวาจําเลยที่ ๓หนา ๓๐เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๖๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ และที่ ๔ มีเจตนาเอื้อประโยชนแกจําเลยที่ ๕ นอกจากเรื่องราคาเสาเข็มดังกลาวแลว ก็ไมปรากฏขอเท็จจริงใดที่แสดงใหเห็นวามีการกําหนดตัวจําเลยที่ ๕ ไวเปนผูรับจางลวงหนา หรือสมรูรวมคิดกันกระทําการอยางใดอยางหนึ่งเพื่อเอื้อประโยชนแกจําเลยที่ ๕ ใหเปนผูมีสิทธิทําสัญญาโดยหลีกเลี่ยงการแขงขันอยางเปนธรรมหรือสั่งการใหเลือกจําเลยที่ ๕ เปนผูชนะการเสนอราคาโดยเฉพาะเจาะจง อันจะเปนเหตุใหตองยกเลิกการประกวดราคา แตอยางใด พยานหลักฐานที่ไตสวนมาฟงไมไดวา จําเลยที่ ๓ และที่ ๔ กระทําความผิดตามฟองอุทธรณโจทกขอนี้ฟงไมขึ้นปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกประการสุดทายมีวา จําเลยที่ ๕ และที่ ๖ กระทําความผิดตามฟองหรือไม องคคณะวินิจฉัยอุทธรณเห็นวา โจทกฟองกลาวหาวา จําเลยที่ ๕ และที่ ๖เปนผูสนับสนุนจําเลยที่ ๓ และที่ ๔ ในกระทําความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๑พระราชบัญญัติวาดวยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาตอหนวยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒เมื่อขอเท็จจริงฟงไมไดวาจําเลยที่ ๓ และที่ ๔ กระทําความผิดดังกลาว จําเลยที่ ๕ และที่ ๖ยอมไมอาจเปนผูสนับสนุนจําเลยที่ ๓ และที่ ๔ กระทําความผิดตามฟองได ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองพิพากษายกฟองมานั้น องคคณะวินิจฉัยอุทธรณเห็นพองดวยอุทธรณของโจทกในขอนี้ฟงไมขึ้นเชนกัน เมื่อวินิจฉัยดังนี้แลว จึงไมจําตองวินิจฉัยอุทธรณของจําเลยที่ ๒อีกตอไป เพราะไมทําใหผลของคดีเปลี่ยนแปลงพิพากษายืน นายชัยเจริญ ดุษฎีพรนายสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ นายประทีป อาววิจิตรกุลนายอุดม วัตตธรรม นางอโนชา ชีวิตโสภณนางสุวิชา นาควัชระ นายอําพันธ สมบัติสถาพรกุลนายสาคร ตั้งวรรณวิบูลย นายจักรกฤษณ อนันตสุชาติกุลหนา ๓๑เลม ๑๔๐ ตอนที่ ๖๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๖Powered by TCPDF (www.tcpdf.org)